ในขณะที่การใช้เครื่องพิมพ์สามมิติในการพิมพ์อาหารกำลังเป็นที่แพร่หลาย ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรจะประสพความสำเร็จได้มากเท่าเครื่องพิมพ์แพนเค้ก มันจะเป็นเพราะว่าใครๆ ก็กินมัน เพราะมันอร่อย หรือว่าแค่ฉีดแป้งออกมาก็เสร็จแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเพราะอะไรก็ตาม ตอนนี้เรามีเครื่องพิมพ์แพนเค้กอยู่มากมายหลายแบบในท้องตลาด ถ้ายังจำได้กันเครื่องพิมพ์เครื่องแรกในตลาดชื่อprinter สร้างโดย Miguel Valenzuela โดยใช้ชิ้นส่วน Lego จากนั้นก็ได้พัฒนาต่อมาอีกหลายรุ่น จากวันนั้นเครื่องพิมพ์แพนเค้กสามมิติก็เป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว ถึงขนาดที่ Kinneir Dufort ซึ่งเป็นบริษัทด้านการออกแบบจับเอาเครื่องพิมพ์แพนเค้กมารวมกับซอฟแวร์จดจำใบหน้า

chinese-pancake-3d-printer-makes-pancakes-in-just-90-seconds-1

อย่างไรก็ตามเครื่องพิมพ์แพนเค้กนี้ก็เป็นที่นิยมในประเทศจีนเป็นอย่างมาก อดีตพนักงานของบริษัท IBM ชื่อ Wu Yili ได้ทำตามฝันของตัวเองโดยเปิดบริษัทผลิตเครื่องพิมพ์แพนเค้กสามมิติเมื่อกลางปีที่แล้ว Wu Yili และลูกทีมรวม 16 คนร่วมกันเปิดบริษัทชื่อ Peter Pancake Company  ซึ่งเป็นที่ฮือฮามากในขณะนั้น แต่เครื่องพิมพ์ของเขาก็ใช่ว่าจะสมบูรณ์แบบไปทั้งหมด มันมีขนาดใหญ่เกินไป เทอะทะ เคลื่อนย้ายไม่สะดวก และที่สำคัญ อุณหภูมิไม่คงที่

chinese-pancake-3d-printer-makes-pancakes-in-just-90-seconds-2chinese-pancake-3d-printer-makes-pancakes-in-just-90-seconds-3

Wu Yili กับทีมของเขาได้พัฒนาเครื่องพิมพ์รุ่นที่สองขึ้นมาแล้ว มันมีขนาดเพียง 60 x 50 x 40ซ.ม. เท่านั้น และมีกระทะ (แท่นพิมพ์) ขนาดเท่ากระดาษ A4 และมีท่อนำความร้อนเรียงรายอยู่ข้างใต้ ด้านบนเป็นโครงที่เคลื่อนที่ได้เพื่อให้ขวดที่ใส่แป้งแพนเค้กเคลื่อนไปมาได้ เครื่องรุ่นใหม่นี้สามารถสั่งงานโดยใช้แท็ปเล็ต นับเป็นความก้าวหน้าอย่างมากเมื่อเทียบกับเครื่องรุ่นแรก

ความท้าทายของการออกแบบเครื่องซึ่งมันต่างจากการพิมพ์โดยใช้พลาสติกอย่างสิ้นเชิง Shi Kan Yue ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทกล่าวว่า “ในตอนแรกเราคิดว่ามันเป็นเรื่องง่ายๆ แต่พอเราเริ่มทดสอบเครื่องพิมพ์ เราพบว่ามันยากที่จะควบคุมการไหลของแป้ง เราต้องคำนึงถึงอัตราการไหลของแป้ง และปัจจัยอื่นๆ รวมถึงเวลาเลี้ยว และความเข้มระดับต่างๆ ของแป้งด้วย”

chinese-pancake-3d-printer-makes-pancakes-in-just-90-seconds-4

ทีมนี้ยังพบกับความท้าทายในเรื่องของฮาร์ดแวร์ และซอฟแวร์อีกด้วย ในส่วนของฮาร์ดแวร์มีการปรับปรุงถึง 4 ครั้ง และในส่วนของซอฟแวร์ใช้เวลาพัฒนาถึง 6 เดือนจนสมบูรณ์แบบ พวกเขาต้องทดลองพิมพ์กว่าหนึ่งหมื่นเส้นในการทดสอบการเดินเส้นของเครื่องพิมพ์ จนสามารถควบคุมเส้นของแป้งที่ออกมาให้มีความสม่ำเสมอ

ผลงานล่าสุดของพวกเขาทำได้ดีเยี่ยม มันทำงานได้เร็วกว่าเดิมมาก โดยใช้เวลาเพียงสองนาทีในการทำแพนเค้กหนึ่งชิ้น แต่ก็ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของรูปแบบด้วย ตัวอย่างเช่นการพิมพ์หน้า Iron Man ใช้เวลาน้อยมาก แต่ถ้าพิมพ์หน้าคนซึ่งมีรายละเอียดสูงจะใช้เวลามากกว่า อาจจะถึงห้านาที แต่ก็ไม่ได้ช้าเกินไป

ในเรื่องรสชาติก็ต้องอร่อยและแตกต่างจากการทำแพนเค้กด้วยมืออีกด้วย วัตถุดิบของพวกเขาทำจากนมสด ไข่ เนย แป้ง และไม่ใส่น้ำ เพื่อให้มันมีความข้นคงที่ แต่ก็จะมีรสชาติต่างจากที่เราเคยทานบ้างเล็กน้อย เครื่องพิมพ์แพนเค้กสามมิตินี้จะเป็นกุญแจแห่งความสำเร็จของ Peter Pancake Company  พวกเขาได้รับเงินสนับสนุนจากอย่างมาก crowdfunding website โดยเขาจะขายเครื่องพิมพ์นี้ในราคา 8888 หยวน (ประมาณ 49,000 บาท)และยังได้รับเงินหนึ่งล้านเหรียญจากนักลงทุนสามคนอีกด้วย

ดูเหมือนว่าในเมืองปักกิ่งของจีนจะนิยมเครื่องพิมพ์แพนเค้กกันมากเช่นกัน Mr. Ran  จากมณฑลเฉินตูก็เปิดตัวเครื่องพิมพ์แพนเค้กสามมิติของเขาเช่นกัน เครื่องของเขาสามารถพิมพ์แพนเค้ก 7-8 ชิ้นขนาดเท่าผ่ามือภายในเวลาเพียงสิบนาที เขาใช้หลักการของเครื่องพิมพ์แบบสองมิติในการพิมพ์ ทำให้มันพิมพ์แพนเค้กหนึ่งชิ้นเสร็จในเวลาเพียงหนึ่งนาทีครึ่งเท่านั้น

chinese-pancake-3d-printer-makes-pancakes-in-just-90-seconds-7chinese-pancake-3d-printer-makes-pancakes-in-just-90-seconds-5chinese-pancake-3d-printer-makes-pancakes-in-just-90-seconds-6

Mr. Ran  ยังกล่าวอีกว่าเครื่องพิมพ์แพนเค้กขนาดเล็กสำหรับใช้ในบ้านกำลังจะออกขายเร็วๆ นี้ด้วย เครื่องสำหรับทำการค้าก็จะถูกพัฒนาไปพร้อมๆ กันด้วย ในช่วงสองปีที่ผ่านมานี้มีนักลงทุนสนใจในตลาดเครื่องพิมพ์อาหารสามมิติกันมากขึ้น ราคาของเครื่องพิมพ์ ณ ปัจจุบันโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 28,000 บาท

โดยสรุปแล้ว เครื่องพิมพ์แพนเค้กสามมิติที่ดูเหมือนจะเป็นตลาดเล็กๆ อาจจะเปิดตลาดเครื่องพิมพ์อาหารสามมิติทั้งตลาดได้เลย โชคดีที่เราสามารถสร้างเครื่องพิมพ์นี้ได้ด้วยตัวเอง ถ้าเผื่อเกิดหิว หรือเบื่อกับการทำแพนเค้กแบบเก่าๆ ลองไปดูวิธีการสร้างในเวปนี้เลย http://www.instructables.com/id/Pancake-Printer/ คุณสามารถสร้างได้จากชิ้นส่วนเครื่องพิมพ์สามมิติและ Raspberry Pi 2

ที่มา: 3ders.org

Tagged with →  
Share →