เรียนรู้กลไกแม่กุญแจรหัสแบบง่าย(Combination lock)

เรียนรู้กลไกแม่กุญแจรหัสแบบง่าย(Combination lock)

วันเราลองมาเรียนรู้การสร้างแม่กุญแจรหัสอย่างง่ายจากเครื่องพิมพ์สามมิติกันครับ โดยตัวชิ้นงานนี้สามารถdownloadได้ที่ https://www.thingiverse.com/thing:2058932 โดยในตัวเว็บไม่ได้มีวิธีการประกอบชิ้นงานมาให้ ทางเราจึงนำวิธีการประกอบมาลงไว้ในบทความนี้ครับ (โดยที่ลองผิดลองถูกอยู่สักพักเลยครับ555+)

อันดับแรกเรามาทำความรู้จักกับแม่กุญแจหรัสกันก่อน ซึ่งตัวกุญแจรหัสจะมีหน้าตาประมาณนี้ครับ ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายแบบ เพื่อนๆคงเคยเห็นกันมาบ้างแล้ว

ส่วนของเราที่จะทำกันหน้าตาจะเป็นแบบนี้ครับ ซึ่งจะมองเห็นกลไกต่างๆของตัวชิ้นงานและระบบการทำงานได้อย่างชัดเจน

(ชิ้นส่วนที่ใช้มีดังนี้ครับ)

 

ส่วนอุปการณ์ในการทำมีดังนี้ ซึ่งอาจจะไม่เหมือนกับทางต้นฉับบเพราะทางเราเน้นใช้วัสดุใกล้ตัวครับ

             1.ไขควง           2.น็อตขนาดประมาณ3mm. (ใช้ทั้งหมด11ตัว)        3.เส้นfilament          4.ไขควงหกเหลี่ยม         5.กาวตราช้าง

                                                                        

เริ่มประกอบกันเลย!!

ขั้นแรกให้ทำการประกอบตัวbodyของงานก่อน

เมื่อประกอบตัวbodyเข้าไปแล้วให้ทำการประกอบตัวเฟื่องกลไกของแม่กุญแจกันต่อครับ โดยชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่ใช้มีดังนี้

(ให้ขันน็อตตรงตามรูป เพราะจุดนี้เป็นการสร้างกลไกลแบบเข้ารหัสของตัวแม่กุญแจครับ)

(ส่วนการประกอบเข้ากับแท่งหมุนจะเป็นแบบนี้ครับ)

(ต่อมาให้นำชิ้นงานมาประกอบรวมกันจะได้หน้าตาแบบนี้ครับ)

มาถึงตรงนี้ก็เลยครึ่งทางในการประกอบแล้ว ต่อไปจะเป็นการประกอบชิ้นส่วนทั้งหมดเข้าด้วยกันครับ

(ต่อมาเราจะมาทำตัวกลไกลเปิดสลักกุญแจ ซึ่งถ้าทำตามแบบที่downloadจะต้องใช้น็อตที่ยาวประมาณ15mm และต้องตัดหัวน็อตทิ้งด้วยเพื่อไม่ให้หัวน็อตไปเบียดกับตัวชิ้นงาน ทางเราจึงเปลี่ยนมาใช้เส้นfilamentแทน)

(ให้ตัดเส้นพลาสติกและเสียบเข้ากับตัวชิ้นงานแล้วใช้กาวตราช้างหยอดเพื่อยึดตัวเส้นพลาสติกเข้ากับตัวชิ้นงานอีกทีนึงครับ)

                          

(ประกอบตัวสลักกุญแจ(ลิ้นกุญแจ)เข้าไปและตัวกลไกเปิดสลักกุญแจเข้าด้วยกัน)

                              

ต่อมาให้เอาbodyมาประกอบกับชิ้นส่วนที่เหลือก็เป็นอันเสร็จสิ้นครับ หน้าตาตอนประกอบเสร็จแล้วจะเป็นแบบนี้ ออกมาหน้าตาน่ารักที่เดียว

vdoสอนการใช้งาน

เสร็จไปแล้วนะครับสำหรับการสร้างแม่กุญแจรหัสแบบง่าย ซึ่งอุปการณ์ต่างๆสามารถหาได้ง่าย หรือเพื่อนๆจะหาอุปการณ์อื่นๆมาใช้ก็ได้เช่นกัน สามารถติดตามข่าวสารและเทคโนโลยีใหม่ๆได้ที่ www.print3dd.com

 

 

รีวิวการใช้งานระบบ Polar cloud

รีวิวการใช้งานระบบ Polar cloud

สวัสดีครับ วันนี้ทาง print3dd มาแนะนำทำความรู้จัก polar cloud หรือเรียกง่ายก็คือระบบ cloud printing เราสามารถตั้งค่า สั่งพิมพ์ หรือแม้กระทั่งดูงานผ่านกล้องของเครื่องพิมพ์ได้ และที่สำคัญเพียงแค่มีอินเตอร์เนตเราก็สามารถสั่งพิมพ์งานจากที่ไหนก็ได้ ซึ่งเราสามารถใช้งานทั้งทางมือถือและคอมพิวเตอร์ จะเป็นอย่างไรไปดูกันเลย

01

เมื่อสมัครเสร็จแล้ว ให้คลิกที่ icon ด้านขวาบนของเว็บไซต์แล้วเลือก settings ในหน้านี้ให้เราจำ email และ pincode เพื่อไปใส่ที่ตัวเครื่องพิมพ์สามมิติ ในบทความนี้เราจะใช้เครื่อง Flashforge Adventerure3 ในการสาธิตวิธีใช้งานครับ

05

 

ต่อมาให้เปิด wifi ที่ตัวเครื่องพิมพ์สามมิติ และไปที่ polra cloud ในหน้านี้เราต้องใส่emailและ pincode ทีได้จากการสมัคร

(ทำการเปิดwifi)

3752

(เปิด PolarCloud เพีือใส่emailและpin code)

3751

เมื่อทำการตั้งค่าที่ตัวเครืองพิมพ์เสร็จแล้ว เราจะสามารถอัพโหลดงานผ่านระบบcloudได้แล้ว โดยเข้าหน้าเว็บไซต์ porlar cloud ให้เลือกที่ Explore และเลือก Objects 

888

คลิก upload โดยเราสามารถเลือกไฟล์จากเครื่องคอมพิวเตอร์หรือผ่าน Google Drive ก็ได้

55

ตรงนี้เราสามารถเลือกประเภทไฟล์ที่จะอัพโหลดได้ โดยให้กดตรงกรอบสีเหลี่ยมเพื่อเลือกไฟล์

02

(เลือกไฟล์เสร็จแล้วให้กดอัพโหลด)

03

เมื่ออัพโหลดเสร็จแล้ว ต่อมาให้ดูที่คำสั่งprintและกดตรงลูกศรในรูปเพื่อเลือกรุ่นเครื่องพิมพ์

07

คราวนี้เราสามารถตั้งค่าการพิมพ์ได้แล้ว โดนตรงนี้มีหลายส่วนที่สามารถตั้งค่าได้ดังนี้

-คำสั่งPLACEMENT ใช้เคลื่อนชิ้นงานปรับขนาดหรือหมุนตัวชิ้นงาน

08

-คำสั่งPRINT SETTINGS ใช้ตั้งค่าความละเอียดของตัวชิ้นงาน ตั้งความเร็วความร้อนของหัวฉีด ตรงนี้จะเหมือนกับเราใช้ Progarm Flashprint เลยครับ

09

-คำสั่งOPTIONS ในส่วนนี้จะมีการปรับUi Settingsของตัวเว็บได้ หรือแม้กระทั่งร้องขอให้ผู้อื่นพิมพ์งานให้โดยใช้ค่ำสั่งREQUEST

10

เมื่อตั้งค่าทุกอย่างเสร็จแล้วให้คลิกที่ PRINT ในหน้านี้เมื่อกด START ตัวเครื่องจะเริ่มพิมพ์งานทันที

13

จบไปแล้วนะครับ สำหรับการใช้งาน polar cloude ซึ่งเข้ามาช่วยให้การใช้งานเครื่องพิมพ์สามมิติสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยด้านล่างนี้ผมจะแนบvdoการใช้งานระบบpolar cloudไว้ให้ เพืี่อไม่ให้พลาดข่าวสารใหม่ๆเพื่อนๆสามารถกดติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/print3dd/ สำหรับวันนี้สวัสดีครับ

 

 

เทคนิคและการแก้ปัญหาการใช้งานเครื่องพิมพ์3มิติ ระบบ DLPและ ระบบ SLA

เทคนิคและการแก้ปัญหาการใช้งานเครื่องพิมพ์3มิติ ระบบ DLPและ ระบบ SLA

ในปัจจุบันมีผู้ใช้งานเครื่องพิมพ์สามมิติระบบ DLP และ SLA กันมากขึ้น เพราะเครื่องพิมพ์ระบบนี้สามารถพิมพ์ชิ้นงานได้ความละเอียดสูง ทำให้ได้ชิ้นงานออกมาเรียบเนียนจนแทบไม่ต้องมีการขัดแต่ง  วันนี้ทาง print3dd จึงมาแนะนำเทคนิคตลอดจนวิธีการแก้ปัญหาต่างๆ ที่ได้พบเจอจากการใช้งานเครื่องพิมพ์ระบบนี้โดยปัญหาทีพบเจอได้บ่อยๆมีประมาณนี้ครับ

-พิมพ์งานแล้วไม่ขึ้นรูปชิ้นงานหรือพิมพ์งานไม่ติด

-พิมพ์งานแล้วชิ้นงานไม่ติดที่แท่นแต่ไปติดที่ถาดน้ำยา

-พิมพ์งานแล้วชิ้นงานหลุดออกจากแท่น

-พิมพ์งานแล้วตัวชิ้นงานฉีกขาดหรือชำรุดบางส่วน

 

ควรตรวจสอบและแก้ไขปัญหาดังนี้

 

1.แผ่นฟิมล์ชำรุดหรือสกปรก

ตัวเครื่องพิมพ์ระบบนี้ส่วนใหญ่จะมีทีใส่ถาดน้ำยา และด้านล่างของถาดน้ำยาจะมีการใส่แผ่นฟิลม์ไว้เพื่อให้โปรเจกเตอร์ยิงแสงใส่ตัวน้ำยาได้โดยตรง และอีกส่วนหนึ่งคือกระจกที่ติดกับแผ่นฟิลม์ ในส่วนนี้เมื่อเราพิมพ์งานไปสักระยะตัวฟิลม์จะเริ่มมีการชำรุด เช่น ฟิลม์เป็นรอยนูนขึ้นมาเนื่องจากแรงดึงของตัวชิ้นงาน,ฟิลม์ขุ่นมัวเพราะทำสะอาดไม่ดีพอ,มีเศษชิ้นงานติดอยู่ที่ฟิลม์,ฟิลม์ขาดทำให้น้ำยาเรซิ่นไหลลงไปโดนตัวกระจก

(ฟิลม์สกปรกมีลักษณะขุ่นมัว)

78

(ตัวกระจกมีคราบและขุ่นมัว)
76

น้ำยาipa (isopropyl alcohol)

321

วิธีการแก้ปัญหา

ก่อนการพิมพ์งานควรตรวจเช็กตัวแผ่นฟิลม์และกระจกให้ดีว่าสกปรกและชำรุดหรือไม่ ส่วนการเช็ดทำความสะอาดตัวฟิลม์และกระจกควรใช้น้ำยา ipa (isopropyl alcohol) ชุปกระดาษทิชชู่หรือผ้า เช็ดทำความสะอาดแบบเบามือเพื่อไม่ให้ตัวแผ่นฟิลม์เป็นรอย เมื่อเห็นแผ่นฟิลม์เป็นรอยนูนมากขึ้นแนะนำให้เปลี่ยนแผ่นฟิลม์เพราะถ้าฝืนใช้ต่ออาจทำให้ฟิลม์ขาดและตัวน้ำยาอาจจะไหลลงมาด้านล่างได้

 

2.แท่นพิมพ์สกปรก

เมื่อใช้งานไปได้สักระยะตัวแท่นพิมพ์จะเริ่มมีคราบฟิลม์บางๆที่เกิดจากตัวน้ำยาเรซิ่นไปเกาะที่ตัวแท่นทำให้เวลาพิมพ์งาน แล้วทำให้ตัวชิ้นงานหลุดได้ง่ายเพราะตัวงานไม่ได้เกาะกับตัวแท่นพิมพ์โดยตรงแต่ไปเกาะกับคราบเหล่านี้ หรือมีพวกเศษเรซิ่นที่แข็งตัวแล้วทำความสะอาดไม่หมดก็จะทำให้เกิดปัญหาแบบที่กล่าวไปได้เช่นกัน

(ในรูปจะเห็นว่าแท่นพิมพ์ดูสะอาดเรียบร้อยดี แต่เมื่อถูด้วยน้ำยา ipa จะเห็นว่ายังมีคราบเรซิ่นเกาะที่ตัวแท่นอยู่)

276

วิธีการแก้ปัญหา

ใช้ ipa  (isopropyl alcohol) ทำความสะอาดโดยการใช้กระดาษหรือผ้าชุบตัวipaแล้วถูตัวแท่นพิมพ์จนกว่าจะแน่ใจว่าไม่มีคราบเรซิ่นเกาะอยู่บนตัวแท่นพิมพ์

 

3.ไม่คนหรือเขย่าน้ำยาก่อนใช้งาน

ตัวเรซิ่นถ้าทิ้งไว้โดยก่อนการใช้งานไม่มีการคนหรือเขย่าน้ำยา ตัวเรซิ่นจะเริ่มมีการแยกชั้นของตัวน้ำยาทำให้พิมพ์งานออกมาได้ไม่ดีหรือพิมพ์งานไม่ติดเลย

(น้ำยาตอนยังไม่ได้คนจะเห็นว่าตัวน้ำยาด้านบนจะใสกว่าด้านล่าง)

252

(อันนี้หลังจากคนน้ำยาแล้ว)
254

วิธีการแก้ปัญหา

ถ้าน้ำยาอยู่ในขวดก่อนพิมพ์ควรเขย่าน้ำยาก่อนการใช้งาน แต่ถ้าอยู่ในถาดน้ำยาแนะนำให้ใช้พู่กันคนน้ำยาในถาดก่อนใช้งาน แนะนำว่าถ้าไม่ใช้น้ำยาเกิน1วัน วันต่อมาควรจะคนหรือเขย่าน้ำยาก่อนใช้งาน

 

4.ตัวโมเดลไม่สมบูรณ์

ปัญหานี้พบได้มากที่สุด เพราะเนื่องจากผู้ใช้งานอาจยังไม่มีความชำนาญในการใช้งานตัวเครื่องพิมพ์ เรื่องที่ต้องดูอันดับแรกคือตัวชิ้นงานนั้นสมบูรณ์หรือไม่ เพราะส่วนใหญ่ระบบนี้จะเป็นขึ้นงานแบบ bottom-up (สามารถดูเรื่องระบบ bottom-up ได้จากบทความนี้เลยครับ http://www.print3dd.com/top-down-vs-bottom-up-3d-printing/) และต่อมาคือการวางชิ้นงานซึ่งทั้ง2ส่วนนี้มีผลทำให้งานออกมาไม่สมบูรณ์หรือตัวชิ้นงานหลุดระหว่างพิมพ์ได้

(ในรูปนี้คือตัวชิ้นงานหลุดจากซัพพอต)

IMG_20160514_201240

วิธีการแก้ปัญหา

เรื่องที่สำคัญคือ ก่อนพิมพ์งานควรดูความสมบูรณ์ของโมเดลและควรสไลด์ดูงาน แต่ละชั้นว่ามีส่วนไหนของงานลอยอยู่โดยไม่มีซัพพอตค้ำยันหรือไม่ เพราะตรงส่วนนี้จะทำให้เวลาพิมพ์แล้วชิ้นงานหลุดหรือขึ้นได้ไม่สมบูรณ์ (ในเรื่องของโมเดลนั้นมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะไว้โอกาสหน้าผมจะมาทำเป็นบทความให้อ่านกันครับ)

 

5.ตั้งค่าแสงผิดพลาด

การตั้งค่าแสงตรงนี้ต้องดูว่าเครื่องพิมพ์รุ่นนั้นๆสามารถปรับค่าตรงนี้ได้ไหม ตรงนี้ขอยกตัวเครื่องflash forge hunterมาแนะนำเพราะตัวเครื่องสามารถปรับค่าแสงได้ ถ้าเราไม่ปรับค่าแสงให้เหมาะสมกับน้ำยาเรซิ่นชนิดนั้นจะทำให้พิมพ์งานไม่ได้เลย เพราะเรซิ่นแต่ละตัวมีความไวต่อค่าแสงไม่เท่ากันครับ

ตัวโปรแกรมflash print

ในรูปนี้จะมีอยู่สามค่าให้เลือกปรับดังนี้

1.Base Time ต้วโปรแกรมให้ตั้งค่าฉายแสงระหว่างชั้นคือในแต่ละชั้นของงานให้ฉายแสงกี่วินาที

2.Attach time ชั้นแรกงานให้ยิงแสงกี่วินาที (ที่เห็นฉายแสงนาน 10s. เพื่อให้ตัวชิ้นงานติดกับแท่นพิมพ์ได้ดียิ่งขึ้น)

3.Light Intensity ต้องการปรับความเข้มข้นของแสงที่ฉายออกมาให้มากหรือน้อย

Capture

วิธีแก้ปัญหา

ส่วนใหญ่แล้วแต่ละเครื่องจะมีน้ำยาที่ใช้กับตัวเครื่องนั้นๆอยู่แล้ว แต่ถ้าเราจะต้องการลองเรซิ่นชนิดอื่นๆที่เราไม่เคยใช้งานมาก่อน ควรทดลองตั้งค่าแสงหลายแบบๆเพื่อให้ได้งานออกมาดีทีสุด ซึ่งค่าที่เหมาะสมคือตัวชิ้นงานออกมาสวยงามสมบูรณ์ 

 

6.การคาริเบทแท่นพิมพ์

ตัวเครื่องพิมพ์ระบบนี้จะมีการจุ่มตัวแท่นลงไปชิดกับถาดน้ำยา การคาริเบทคือการทำให้ตัวแท่นพิมพ์กับถาดน้ำยาอยู่ในระยะที่เหมาะสม ตรงส่วนนี้ต้องดูว่าเครื่องนั้นๆสามารถคาริเบทได้หรือไม่ ตรงนี้จึงขอยกตัวflash forge hunter มาเพื่อแนะนำการใช้งานระบบนี้ครับ

(โดยในรูปจะเป็นการตั้งค่า Z Offset หรือการคาริเบทแท่นพิมพ์)

79

(สามาถปรับให้ตัวแท่นพิมพ์สูงขึ้นหรือต่ำลงได้)80

การแก้ปัญหา

ถ้าเกิดอาการตัวชิ้นงานติดที่ถาดน้ำไม่ติดที่แท่นพิมพ์ ให้สันนิฐานว่าตัวแท่นพิมพ์ห่างจากถาดน้ำยามากเกินไป ทำให้เวลาตัวแท่นพิมพ์เลื่อนลงมาไม่ชิดกับตัวถาดจนทำให้ชิ้นงานไปติดที่ถาดน้ำยาแทนที่จะติดตัวแท่นพิมพ์ ถ้าเครื่องไหนมีคำสั่งนี้แนะนำให้คาริเบทก่อนพิมพ์เพื่อให้ได้งานออกมาดีที่สุด

 

สุดท้ายนี้จากปัญหาและอาการต่างๆที่กล่าวมาข้างต้น อาจจะเกิดจากสาเหตุเดียวหรือเกิดจากหลายๆสาเหตุรวมกันก็ได้ แนะนำให้ตรวจเช็คทุกอย่างก่อนพิมพ์เพื่อที่จะได้ตัวงานออกมาสมบูรณ์ที่สุด แล้วพบกันใหม่ สวัสดีครับ

 

 

 

 

การใช้งานโปรแกรม 3DSlicer กับเครื่องพิมพ์ 3 มิิติเบื้องต้น

การใช้งานโปรแกรม 3DSlicer กับเครื่องพิมพ์ 3 มิิติเบื้องต้น

3DSlicerLogo-H-Color-1273x737

วันนี้ทาง Print3dd จะมาแนะนำโปรแกรม Slicer ที่เกี่ยวกับทางการแพทย์ นั้นคือโปรแกรม 3DSlicer ซึ่งความสามารถของโปรแกรมนี้ สามาถนำไฟล์ Dicom หรือ ไฟล์นามสกุล .dcm (ไฟล์dicom เป็นไฟล์ทางการแพทย์ ส่วนใหญ่จะได้มาจากการาสแกน MRI Scan หรือ CT Scan)

 

ตัวอย่างไฟล์dicom

12

โปรแกรม 3DSlicer เป็นโปรแกรม Freeware  สามารถ Download Program 3DSlicer ได้ที่นี่ https://www.slicer.org  

ก่อนเริ่มการใช้งานโปรแกรมเราจำเป็นต้องมีไฟล์ Dicom เสียก่อน แต่ถ้าหาไฟล์ไม่ได้เราสามารถใช้ไฟล์ตัวอย่างที่ติดมากับโปรแกรม 3DSlicer ได้เช่นกัน เมื่อเปิดโปรแกรมเราจะเจอกับหน้าต่างนี้ โดยเราสามารถ Download File ได้จากเมนู Download Sample Data ซึ่งจะมีไฟล์จำนวนหนึ่งให้เราทดลองใช้งาน

13

ตัวอย่างไฟล์

14

เมื่อเราเลือกไฟล์ทีต้องการได้แล้ว ให้เลือกไปที่คำสั่งSegment editor (ตรงที่วงกลมไว้ในภาพ)

02 -

 

ต่อมาให้เลือกคำสั่ง (1) Add และเราจะทำการเลือกส่วนที่ต้องการโดยใช้คำสั่ง(2) Threshold โดยในคำสั่งThreshold จะมีแถบคำสั่งทีั่ชื่อว่า Threshold Range ไว้กำหนดส่วนที่ต้องการทำให้ออกมาเป็นโมเดลสามมิติ ซึ่งจะต้องเลื่อนแถบสีฟ้าด้านล่างเพื่อกำหนดขนาดชิ้นงาน โดยอธิบายแบบเข้าใจง่ายๆคือ ยิ่งมีแถบสีเขียวขึ้นที่ตัวงานมามากเท่าไร เราจะได้เนื้องานของชิ้นงานสามมิติมากขึ้นเท่านั้น

06

ต่อไปเป็นขั้นตอนในการดึงงานจากไฟล์ dicom ให้เป็นชิ้นงานสามมิติ โดยใช้คำสั่ง(1) Show3d และกด (2) Apply เราจะได้งานออกมาเป็นโมเดลสามมิติ

07

ตัวอย่างงานที่ได้ออกมาเป็นชิ้นงานสามมิติ

15

 

เราสามารถนำโมเดลชิ้นนี้ออกไปพิมพ์ได้เลยหรือเราจะตัดเพียงบางส่วนออกไปพิมพ์ก็ได้โดยใช้คำสั่ง Scissors คำสั่งนี้สามารถลากตัดตัวชิ้นงานได้เลยครับ ง่ายมากๆ

08

ต่อมาเราจะทำการแปลงไฟล์ให้เป็นนามสกุล stl. โดยเลือกคำสั่ง Segmentations

8

 

เมื่อเลือกคำสั่ง Segmentations แล้วด้านล่างจะมีหัวข้อ (1) exprot/import models and labelmaps ให้เลือตรง output type เป็น models และเลือก (2) Export เมือทำเสร็จในขั้นตอนนี้ เราจะสามารถExportเป็นนามสกุล stl,objได้แล้ว

9

 

โดยเลือกที่ save จะขึ้นหน้าต่าง save scene and unaved data ให้เราเลือกได้เลยครับว่าจะเซฟเป็นนามสกุลอะไร เมื่อได้ไฟล์มาแล้วสามารถนำไฟล์นี้เข้าโปรแกรมของเครื่องพิมพ์สามมิติได้เลย

17

 

ลองนำไฟล์เข้าโปรแกรมflash print

18

 

จบลงไปแล้วนะครับสำหรับการใช้งานโปแกรม 3D Slicer เบื้องต้น จริงแล้วในโปรแกรมนี้ยังมีคำสั่งให้เลือกใช้อีกเยอะมาก เพื่อนๆคนไหนสนใจสามารถโหลดมาลองเล่นดูได้ครับ โดยผมจะลง vdo การใช้งานโปรแกรมตัวไว้ด้านล่าง สำหรับวันนี่้ขอตัวลาไปก่อน สวัสดีครับ