ภ1

 

        รีวิวพิมพ์ ABS จากเครื่อง Flashforge Creator Pro เพื่อใช้งานจริง บทความนี้จะเป็นบทความต่อจากครั้งก่อนที่ได้แนะนำโปรแกรม Solid Edge ST Classic ในการ Reverse Engineerig ไปนะครับ ถ้าใครที่ได้เข้าไปอ่านจะร้อง อ๋อ!! เลยครับ ครั้งนี้ผมจะมาแนะนำการพิมพ์งานจากพลาสติกที่เป็น ABS กับเครื่อง Flashforge Creator Pro หลายๆ คนที่อยากจะพิมพ์วัสดุ ABS หรือที่เคยพิมพ์มาแล้ว จะต้องเจอปัญหาต่างๆ แน่นอน อาจจะเป็นเนื้อพลาสติกไม่ติดฐานบ้าง งานแอ่นขึ้นมาจากฐานพิมพ์ งานแตกร้าว ปััญหาเหล่านี้เกิดขึ้นจากการตั้งค่าในการพิมพ์งานซึ่งด้วยเนื้อพลาสติก ABS มีคุณสมบัติที่เฉพาะตัวทั้งความแข็งแรง ยืดหยุ่นได้ดี แถมยังทนความร้อนได้สูงอีกด้วย แต่ก่อนที่เราจะเริ่มใช้เจ้าพลาสติก ABS ต้องรู้ธรรมชาติของมันซ่ะก่อนว่าเนื้อพลาสติก ABS นั้นเส้นพลาสติก ABS ต้องใช้ความร้อนที่สูงมากถึง 220-240 องศา และเนื้อพลาสติกยังมีการหนตัวด้วยแต่อันนี้จะทราบไม่ได้ว่าการหดตัวจะเกิดจากทางด้านไหนของชิ้นงาน แล้วแต่ลักษณะของงานนั้นๆ ด้วย หรือบางทีงานจะเกิดอาการแตกที่ตัวชิ้นงานอันนี้จะอยู่ที่การควบคุมอุณหภูมินี่ขณะที่พิมพ์ชิ้นงาน แต่ปัญหาเหลานี้สมารถแก้ไขได้สำหรับเครื่อง  Flashforge Creator Pro ตัวเครื่องจะเป็นแบบระบบปิดมีฝาครอบด้านบนและฝาปิดด้านหน้าเครื่องจะทำให้ควบคุมอุณหภูมิได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าบางเครื่องที่เป็นโครงสร้างแบบเปิดโล่งทุกด้านนั้นจะต้องลำบากหน่อยนะอาจจะหาถุงขนากใหญ่หรือกล่องมาครอบตัวเครื่องพิมพ์อีกที เพื่อไม่ให้เสีียเวลาเรามาดูการตั้งค่า และเทคนิคในการพิมพ์ ABS กันเลยดีกว่าครับ

 

Flashforge-Icon

ภาพที่ 2

        สำหรับเครื่องพิมพ์ Flashforge Creator Pro นั้นจะใช้ Software ชื่อ Flashprint ในการสไลด์งานให้เป็น gcode ก่อนที่จะพิมพ์งานก่อนที่เราจะพิมพ์งานต้องทำการคาริเบทของตัวฐานพิมพิมพ์ของเครื่องให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นให้นำผ้าสะอาดชุบออลกอฮอล์ที่ใช้ล้างแผลเช็ดทำความสะอาดที่ฐาน เพราะว่าบางที่ฐานพิมพ์อาจจะมีฝุ่น หรือความมันจากมือของเราเองจะทำให้เนื้อพลาสติกนั้นไม่ติดกับฐานของเครื่องพิมพ์ได้ครับ เมื่อทำตามวิธีนี้เสร็จแล้วเรามาดูการตั้งค่าภายใน Software กันตามภาพที่ 3

 

3

ภาพที่ 3

9

ภาพที่ 4

 

        การตั้งค่าในการพิมพ์งานของเครื่อง Flashforge Creator Pro นั้น ได้เลือกใช้หัวขวาในการพิมพ์(เลือกหัวไหนพิมพ์ก็ได้ล้วแต่เรา) ผมจะเปิดทาง Raft เพื่อให้งานที่พิมพ์นั้นยึดเกาะติดกับฐานพิมพ์ได้ดียิ่งขึ้น แต่ขอบอกก่อนเลยว่าบางทีงานอาจจะกระดกได้เหมือนกันนะครับ ที่จริงอย่ากจะแนะนำให้เปิดใช้ Brim มากกว่าเพราะจะเสียเวลาในการพิมพ์เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย แต่ทำไหมผมถึงใช้ Raft นั้นเนื่อวจากผมได้วางชิ้นงานที่มีด้านสัมผัสกับฐานพิมพ์ที่น้อยเลยใช้ Raft แทนถ้าด้านที่สัมผัสกับฐานมีหน้าสัมผัสเยอะกว่านี้ก็คงจะใช้ Brim ครับ ตามภาพที่ 4 ส่วนความละเอียด(Layer Height) ที่จะอยู่ที่ 200 ไมคอน

 

4

ภาพที่ 5

        ส่วนในเรื่องของความของชิ้นงานผมจะให้ตั้งค่าขอบองชิ้นงาน (Parimeter Shell) อยู่ที่ 3 ชั้น จะมีความหนาเท่ากับ 1.2 mm. ส่วนผนังด้านล่างและด้านบน (Top/Bottom Solid Layer) จะอยู่ที่ 4 ชั้น มีความหนาเท่ากับ 0.8 mm ถ้าต้องการใช้มีความแข็งแรงกว่านี้ ก็อาจจะเพิ่มความหนาเข้าไปอีกบางทีถ้าเราเลือกค่าตรงนี้น้อยจะทำให้พิมพ์ชิ้นงานออกมาแล้วผิวของชิ้นงานจะไม่สวย และไม่แข็งแรง อันนี้ก็ต้องแล้วแต่จุดประสงค์ของแต่ละคนว่างานที่ต้องการนั้นเป็นแบบไหนบางที่ต้องการให้แข็งแแรงบางทีต้องการให้มีความอ่อนตัวได้

 

5

ภาพที่ 6

6

ภาพที่ 7

7

ภาพที่ 8

 

        ส่วนด้านในของชิ้นงานผมจะใช้ (Fill Density) อยู่ที่ 20% รูปแบบของ infill เป็นแบบหกเหลี่ยมเพื่อให้มีความแข็งแรง (ภาพที่ 6) ต่อมาเป็นส่วนที่สำคัญมากอย่างหนึ่งในการพิมพ์ ABS ความเร็วในขณะที่พิมพ์งานควรจะตั้งมีความเร็วที่ไม่เร็วมากผมจะเลือกใช้อยู่ที่ 30 mm/s เพราะว่าเนื้อพลาสติก ABS นั้นมีการหดตัวมากอยู่พอสมควรและใช้ความร้อนที่สูงด้วย ถ้าเราใช้ความเร็วที่มากเนื้อพลาสติกยังไม่ทันจะยึดเกาะกับอีกชั้นที่ฉีดออกมาเลย (ในระหว่างชั้นของงานจะเกิดแรงดึงของเนื้อพลาสติก) อาจจะทำให้เกิดรอยแตกราว ผิวงานไม่เรียบสวย หรือเกิดการแอ่นของชิ้นงานได้ แต่ในทางกลับกันถ้าเราใช้ความเร็วที่ช้าเนื้อพลาสติกจะมีเวลาให้ยึดเกาะเรียงตัวกันในแต่ละชั้นได้ดีกว่า (ภาพที่ 7) ส่วนการเลือกใช้อุณหภูมิในการพิม์นั้นจะสามารถเลือกใช้ตามที่ข้างกล่องของเส้นพลาสติกนั้นได้เลยหรืออาจจะใช้ประมาณ 220-240 องศา ได้เลยแล้วแต่ขนาดของชิ้นงาน ผมจะเลือกใช้อยู่ที่ 230 องศา และฐานพิมพ์อยู่ที่ 105 องศา อันนี้จะเป็นค่าที่โปรแกรมตั้งมาให้อยู่แล้วครับ (ตามภาพที่ 8)


8

ภาพที่ 9

        เมื่อเราตั้งคร่าเสร็จเรียบร้อยแล้วได้ไฟล์ที่ไลด์ออกมาเป็นชั้นๆ งานชิ้นนี้จะใช้เวลาอยู่ที่ 3 ชั่วโมง 4 นาที เส้นที่ใช้มีความยาว 7.52 เมตร เมื่อเริ่มพิมพ์ชิ้นให้สังเกตุที่หน้าเครื่องสัก 2-3 ชั้นของชิ้นงานว่าขึ้นได้ดีไหม เส้นที่ฉีดออกมาเบียดหรือห่างกันรึเปล่าเพราะบางทีตอนที่เราทำการคาริเบทฐานของเครื่องพิมพ์มันจะไม่ 100% อยู่แล้ว จึงจะให้ปรับตอนที่กำลังพิมพ์เลย และอีกอย่างถ้าพิมพ์ ABS จะให้พิมพ์ฝาครอบของตัวเครื่องด้วยจะทำให้พิมพ์ชิ้นงานได้ดียิ่งขึ้นครับ เมื่อเราพิมพ์ชิ้นงานเสร็จแล้วอย่าเพิ่งนำชิ้นงานออกจากตัวเครื่องนะให้รออุณหภูมิภายในเครื่องค่อยๆ ลดลงอาจจะใช้เวลาประมาณ 20-30 แล้วแต่ขนาดของชิ้นงานนั้นๆ เพื่อให้เนื้อพลาสติก ABS ค่อยจับตัวกันจะได้ไม่เกิดอาการผิวงานแตกร้าวครับ อันนี้จะเป็นรูปตัวอย่างชิ้นงานที่เราพิมพ์ออกมา (ภาพที่ 10) จากภาพจะเห็นว่ามี Support อยู่ให้เราแกะออกได้เลย ไม่จำเป็นจะต้องใช้พลาสติกที่เป็นเนื้อ Support โดยเฉพาะครับ

 

10

ภาพที่ 10

2561_05_14_8

ภาพที่ 11

2561_05_14_7

ภาพที่ 12

 

        เมื่อนำชิ้นงานไปประกอบเข้ากับรถเข็นคนพิการซึ่งจะเป็นฝาครอบด้านข้างตรงล้อของรถ ตามภาพที่ 11-12  จะเทียบให้ดูว่าทำออกมาได้ใกล้เคียงขนาดไหนเริ่มต้นจากการสแกนชิ้นงานจริงแล้วนำไฟล์งานมา Revers ต่อเพื่อแก้ไข และสุดท้ายพิมพ์ชิ้นงานแบบ 3 มิติ ออกมาใช้งานจริงถ้าต้องการให้เนื้อผิวมีความละเอียดกว่านี้เครื่อง Creator Pro ก็สามารถละเอียดได้ถึง 50 ไมคอน(0.05mm) จะเห็นได้้ว่าชิ้นงานที่พิมพ์มาสามารถประกอบใส่กับรถเข็นได้อย่างพอดีสามารถใช้งานจริงได้เหมือนชิ้นส่วนอันเก่า ถ้าไม่สังเกตุอย่างจริงจังก็จะแยกไม่ออกเลยครับ

2561_05_14_5

ภาพที่ 13

2561_05_14_4

ภาพที่ 14

2561_05_14_1

ภาพที่ 15

2561_05_14_3

ภาพที่ 16

Share →