รีวิวการพิมพ์ ABS จากเครื่อง Flashforge Creator Pro เพื่อใช้งานจริง

รีวิวการพิมพ์ ABS จากเครื่อง Flashforge Creator Pro เพื่อใช้งานจริง

 

ภ1

 

        รีวิวพิมพ์ ABS จากเครื่อง Flashforge Creator Pro เพื่อใช้งานจริง บทความนี้จะเป็นบทความต่อจากครั้งก่อนที่ได้แนะนำโปรแกรม Solid Edge ST Classic ในการ Reverse Engineerig ไปนะครับ ถ้าใครที่ได้เข้าไปอ่านจะร้อง อ๋อ!! เลยครับ ครั้งนี้ผมจะมาแนะนำการพิมพ์งานจากพลาสติกที่เป็น ABS กับเครื่อง Flashforge Creator Pro หลายๆ คนที่อยากจะพิมพ์วัสดุ ABS หรือที่เคยพิมพ์มาแล้ว จะต้องเจอปัญหาต่างๆ แน่นอน อาจจะเป็นเนื้อพลาสติกไม่ติดฐานบ้าง งานแอ่นขึ้นมาจากฐานพิมพ์ งานแตกร้าว ปััญหาเหล่านี้เกิดขึ้นจากการตั้งค่าในการพิมพ์งานซึ่งด้วยเนื้อพลาสติก ABS มีคุณสมบัติที่เฉพาะตัวทั้งความแข็งแรง ยืดหยุ่นได้ดี แถมยังทนความร้อนได้สูงอีกด้วย แต่ก่อนที่เราจะเริ่มใช้เจ้าพลาสติก ABS ต้องรู้ธรรมชาติของมันซ่ะก่อนว่าเนื้อพลาสติก ABS นั้นเส้นพลาสติก ABS ต้องใช้ความร้อนที่สูงมากถึง 220-240 องศา และเนื้อพลาสติกยังมีการหนตัวด้วยแต่อันนี้จะทราบไม่ได้ว่าการหดตัวจะเกิดจากทางด้านไหนของชิ้นงาน แล้วแต่ลักษณะของงานนั้นๆ ด้วย หรือบางทีงานจะเกิดอาการแตกที่ตัวชิ้นงานอันนี้จะอยู่ที่การควบคุมอุณหภูมินี่ขณะที่พิมพ์ชิ้นงาน แต่ปัญหาเหลานี้สมารถแก้ไขได้สำหรับเครื่อง  Flashforge Creator Pro ตัวเครื่องจะเป็นแบบระบบปิดมีฝาครอบด้านบนและฝาปิดด้านหน้าเครื่องจะทำให้ควบคุมอุณหภูมิได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าบางเครื่องที่เป็นโครงสร้างแบบเปิดโล่งทุกด้านนั้นจะต้องลำบากหน่อยนะอาจจะหาถุงขนากใหญ่หรือกล่องมาครอบตัวเครื่องพิมพ์อีกที เพื่อไม่ให้เสีียเวลาเรามาดูการตั้งค่า และเทคนิคในการพิมพ์ ABS กันเลยดีกว่าครับ

 

Flashforge-Icon

ภาพที่ 2

        สำหรับเครื่องพิมพ์ Flashforge Creator Pro นั้นจะใช้ Software ชื่อ Flashprint ในการสไลด์งานให้เป็น gcode ก่อนที่จะพิมพ์งานก่อนที่เราจะพิมพ์งานต้องทำการคาริเบทของตัวฐานพิมพิมพ์ของเครื่องให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นให้นำผ้าสะอาดชุบออลกอฮอล์ที่ใช้ล้างแผลเช็ดทำความสะอาดที่ฐาน เพราะว่าบางที่ฐานพิมพ์อาจจะมีฝุ่น หรือความมันจากมือของเราเองจะทำให้เนื้อพลาสติกนั้นไม่ติดกับฐานของเครื่องพิมพ์ได้ครับ เมื่อทำตามวิธีนี้เสร็จแล้วเรามาดูการตั้งค่าภายใน Software กันตามภาพที่ 3

 

3

ภาพที่ 3

9

ภาพที่ 4

 

        การตั้งค่าในการพิมพ์งานของเครื่อง Flashforge Creator Pro นั้น ได้เลือกใช้หัวขวาในการพิมพ์(เลือกหัวไหนพิมพ์ก็ได้ล้วแต่เรา) ผมจะเปิดทาง Raft เพื่อให้งานที่พิมพ์นั้นยึดเกาะติดกับฐานพิมพ์ได้ดียิ่งขึ้น แต่ขอบอกก่อนเลยว่าบางทีงานอาจจะกระดกได้เหมือนกันนะครับ ที่จริงอย่ากจะแนะนำให้เปิดใช้ Brim มากกว่าเพราะจะเสียเวลาในการพิมพ์เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย แต่ทำไหมผมถึงใช้ Raft นั้นเนื่อวจากผมได้วางชิ้นงานที่มีด้านสัมผัสกับฐานพิมพ์ที่น้อยเลยใช้ Raft แทนถ้าด้านที่สัมผัสกับฐานมีหน้าสัมผัสเยอะกว่านี้ก็คงจะใช้ Brim ครับ ตามภาพที่ 4 ส่วนความละเอียด(Layer Height) ที่จะอยู่ที่ 200 ไมคอน

 

4

ภาพที่ 5

        ส่วนในเรื่องของความของชิ้นงานผมจะให้ตั้งค่าขอบองชิ้นงาน (Parimeter Shell) อยู่ที่ 3 ชั้น จะมีความหนาเท่ากับ 1.2 mm. ส่วนผนังด้านล่างและด้านบน (Top/Bottom Solid Layer) จะอยู่ที่ 4 ชั้น มีความหนาเท่ากับ 0.8 mm ถ้าต้องการใช้มีความแข็งแรงกว่านี้ ก็อาจจะเพิ่มความหนาเข้าไปอีกบางทีถ้าเราเลือกค่าตรงนี้น้อยจะทำให้พิมพ์ชิ้นงานออกมาแล้วผิวของชิ้นงานจะไม่สวย และไม่แข็งแรง อันนี้ก็ต้องแล้วแต่จุดประสงค์ของแต่ละคนว่างานที่ต้องการนั้นเป็นแบบไหนบางที่ต้องการให้แข็งแแรงบางทีต้องการให้มีความอ่อนตัวได้

 

5

ภาพที่ 6

6

ภาพที่ 7

7

ภาพที่ 8

 

        ส่วนด้านในของชิ้นงานผมจะใช้ (Fill Density) อยู่ที่ 20% รูปแบบของ infill เป็นแบบหกเหลี่ยมเพื่อให้มีความแข็งแรง (ภาพที่ 6) ต่อมาเป็นส่วนที่สำคัญมากอย่างหนึ่งในการพิมพ์ ABS ความเร็วในขณะที่พิมพ์งานควรจะตั้งมีความเร็วที่ไม่เร็วมากผมจะเลือกใช้อยู่ที่ 30 mm/s เพราะว่าเนื้อพลาสติก ABS นั้นมีการหดตัวมากอยู่พอสมควรและใช้ความร้อนที่สูงด้วย ถ้าเราใช้ความเร็วที่มากเนื้อพลาสติกยังไม่ทันจะยึดเกาะกับอีกชั้นที่ฉีดออกมาเลย (ในระหว่างชั้นของงานจะเกิดแรงดึงของเนื้อพลาสติก) อาจจะทำให้เกิดรอยแตกราว ผิวงานไม่เรียบสวย หรือเกิดการแอ่นของชิ้นงานได้ แต่ในทางกลับกันถ้าเราใช้ความเร็วที่ช้าเนื้อพลาสติกจะมีเวลาให้ยึดเกาะเรียงตัวกันในแต่ละชั้นได้ดีกว่า (ภาพที่ 7) ส่วนการเลือกใช้อุณหภูมิในการพิม์นั้นจะสามารถเลือกใช้ตามที่ข้างกล่องของเส้นพลาสติกนั้นได้เลยหรืออาจจะใช้ประมาณ 220-240 องศา ได้เลยแล้วแต่ขนาดของชิ้นงาน ผมจะเลือกใช้อยู่ที่ 230 องศา และฐานพิมพ์อยู่ที่ 105 องศา อันนี้จะเป็นค่าที่โปรแกรมตั้งมาให้อยู่แล้วครับ (ตามภาพที่ 8)


8

ภาพที่ 9

        เมื่อเราตั้งคร่าเสร็จเรียบร้อยแล้วได้ไฟล์ที่ไลด์ออกมาเป็นชั้นๆ งานชิ้นนี้จะใช้เวลาอยู่ที่ 3 ชั่วโมง 4 นาที เส้นที่ใช้มีความยาว 7.52 เมตร เมื่อเริ่มพิมพ์ชิ้นให้สังเกตุที่หน้าเครื่องสัก 2-3 ชั้นของชิ้นงานว่าขึ้นได้ดีไหม เส้นที่ฉีดออกมาเบียดหรือห่างกันรึเปล่าเพราะบางทีตอนที่เราทำการคาริเบทฐานของเครื่องพิมพ์มันจะไม่ 100% อยู่แล้ว จึงจะให้ปรับตอนที่กำลังพิมพ์เลย และอีกอย่างถ้าพิมพ์ ABS จะให้พิมพ์ฝาครอบของตัวเครื่องด้วยจะทำให้พิมพ์ชิ้นงานได้ดียิ่งขึ้นครับ เมื่อเราพิมพ์ชิ้นงานเสร็จแล้วอย่าเพิ่งนำชิ้นงานออกจากตัวเครื่องนะให้รออุณหภูมิภายในเครื่องค่อยๆ ลดลงอาจจะใช้เวลาประมาณ 20-30 แล้วแต่ขนาดของชิ้นงานนั้นๆ เพื่อให้เนื้อพลาสติก ABS ค่อยจับตัวกันจะได้ไม่เกิดอาการผิวงานแตกร้าวครับ อันนี้จะเป็นรูปตัวอย่างชิ้นงานที่เราพิมพ์ออกมา (ภาพที่ 10) จากภาพจะเห็นว่ามี Support อยู่ให้เราแกะออกได้เลย ไม่จำเป็นจะต้องใช้พลาสติกที่เป็นเนื้อ Support โดยเฉพาะครับ

 

10

ภาพที่ 10

2561_05_14_8

ภาพที่ 11

2561_05_14_7

ภาพที่ 12

 

        เมื่อนำชิ้นงานไปประกอบเข้ากับรถเข็นคนพิการซึ่งจะเป็นฝาครอบด้านข้างตรงล้อของรถ ตามภาพที่ 11-12  จะเทียบให้ดูว่าทำออกมาได้ใกล้เคียงขนาดไหนเริ่มต้นจากการสแกนชิ้นงานจริงแล้วนำไฟล์งานมา Revers ต่อเพื่อแก้ไข และสุดท้ายพิมพ์ชิ้นงานแบบ 3 มิติ ออกมาใช้งานจริงถ้าต้องการให้เนื้อผิวมีความละเอียดกว่านี้เครื่อง Creator Pro ก็สามารถละเอียดได้ถึง 50 ไมคอน(0.05mm) จะเห็นได้้ว่าชิ้นงานที่พิมพ์มาสามารถประกอบใส่กับรถเข็นได้อย่างพอดีสามารถใช้งานจริงได้เหมือนชิ้นส่วนอันเก่า ถ้าไม่สังเกตุอย่างจริงจังก็จะแยกไม่ออกเลยครับ

2561_05_14_5

ภาพที่ 13

2561_05_14_4

ภาพที่ 14

2561_05_14_1

ภาพที่ 15

2561_05_14_3

ภาพที่ 16

PrintDry กล่องป้องกันความชื้นสำหรับเส้นพลาสติกพิมพ์ 3D

PrintDry กล่องป้องกันความชื้นสำหรับเส้นพลาสติกพิมพ์ 3D

PrintDry เป็นกล่องที่มีไว้เก็บเส้นลาสติกที่ใช้ในการพิมพ์งาน 3D เพื่อป้องกันความชื้นภายในเส้นพลาสติกที่เกิดมาจากความชื้นในอากาศเข้าไปสะสมภายในเส้นใย จะทำให้การพิมพ์ชิ้นงานเกิดการเสียหายได้ คนที่เคยใช้เครื่องพิมพ์ 3D อยู่แล้วจะรู้ว่าเมื่อเส้นพลาสติกนั้นมีความชื้นมาก  จะทำให้การพิมพ์ชิ้นงานออกมาคุณภาพของผิวชิ้นงานจะไม่สวยงาม เกิดฟองอากาศ และเกิดอาการย้วยของชั้นผิวชิ้นงานได้

 

8

 

ดังนั้นการทางบริษัท PrintDry ที่แคนาดา ได้มีแนวคิดในการเก็บรักษาให้เส้นพลาสติกที่เราใช้นั้นให้ปราศจากความชื้น สามารถใช้ได้กับ PLA  ABS และเส้นพลาสติกชนอดอื่นๆ ซึ่งได้ทำการระดมทุนผ่านทาง Kickstarter   โดยแนวคิดการสร้าง PrintDry นี้จะประกอบไปด้วยกล่องใส่เส้นพลาสติก และเครื่องเป่าเส้นพาสติก หลักการของเรื่องเป่าจะใช้ความร้อนเข้ามาช่วย พร้อมทั้งช่วยระบายความชื้นออกจากเส้นพลาสติกไปพร้อมกัน ส่วนการใช้เครื่องเป่านั้นให้นำเส้นพลาสติกใส่เข้าไปที่ตัวเครื่องได้เลย ถ้าต้องการจะเป่าหลายม้วนให้ว่างซ้อนกันได้ตามปกติภายฝนเครื่องเป่าได้เลย ซึ่งจะทำให้สะดวกและประหยัดเวลาในการใช้งานกับเส้นพลาสติกหลายๆ ม้วน

2

3

กล่องใส่เส้นพาสติก PrintDry นั้นจะมีลักษณะคล้ายๆ กับ Tupperware ที่เราจะคุ้นเคยกันอยู่แล้ว นำมาใส่อาหารหรือเก็บสิ่งของเล็กๆ แต่สิ่งทที่กล่องของ PrintDry นั้นแตกต่างออกไปคือได้รับการออกแบบมาให้พอดีกับหลอดใส่เส้นพลาสติก ซึ่งมีความหนาของผนังกล่อง ประมาณ 15 เท่าของความหนาถุงซิปล็อค ผนังกล่อมีสีที่ใสสามารถมองเห็นเส้นพลาสติกด้านในได้ง่าย นอกจากนี้ยังผนึกแบบสุญญากาศด้วยขอบยางซิลิโคน และมีตัวล็อคระหว่างฝากับตัวกล่องที่แข็งแรงไว้ทั้ง 4 มุมของกล่อง และข้อแนะนำที่ทาง PrintDry บอกมาว่า เราสามารถใส่ถุงป้องกันความชื้นไว้ได้ภายในกล่องพร้อมกับเส้นพลาสติกเลยได้ด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธภาพในการป้องกันความชื่นอีกทาง
4

5

7

1l

จากด้านล่างจะเป็นกราฟแสดงการเปลี่ยนแปลงของความชื้นสัมพัทธ์ โดย เส้นสีเทาเป็นความชื้นของเส้นพลาสติกภายในกล่อง และเส้นสีแดงความเป็นความชื้นโดยรอบของกล่อง จะเห็นได้ว่ากล่อง PrintDry ช่วยเพิ่มเวลาในการเก็บรักษาเส้นพลาสติกให้ใช้งานได้นานขึ้นเพราะเส้นพลาสติกมีความชื้นที่น้อย

6

 

ที่มา : www.kickstarter.com/projects/

งานสแกน 3D แบบ HD แล้วพิมพ์ออกมาด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติ

งานสแกน 3D แบบ HD แล้วพิมพ์ออกมาด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติ

 

สวัสดีครับวันนี้ทางเราก็ได้ นำงานไม้แกะสลักเจ้าแม่กวนอิมมาสแกน ผมได้ใช้ เครื่องสแกน David SLS-3 สแกนชิ้นงานจนได้ไฟล์งานเป็น STL แล้ว ก็ได้นำไฟล์ที่ได้เข้าโปรแกรม Flashprint แล้วตัดงานเป็นชิ้นส่วน2ชิ้นแล้วพิมพ์ที่ละส่วนด้วยเครื่อง Flashforge Creator Pro 2016 ตั้งค่าต่างๆ ใส่supportscแบบTreelike  ใช้พลาสติกABSในการพิมพ์ ความละเอียดอยู่ที่ 0.20mm. ใช้เวลารวมแล้ว14ช.มครับ ดังในภาพ

นอกจากนี้หากมีเครื่อง CNC ก็สามารถนำไฟล์นี้ไปกัดเป็นชิ้นงาน บางที่ไปทำขนาดสูง 2-3 เมตรก็มี ไม่ต้องต้องไปจ้างช่างปั้น สแกนแล้วมาขยายชิ้นงานในคอม

 

13840639_1047167852005212_1219075250_o
13835607_1047170905338240_714136464_o

 

S__1081347

 

S__1081346

 

ABS Juice พระเอกตัวจริง เพื่อนแท้ผู้นิยม ABS

 

IMAG0090

มันเป็นปัญหาคาใจของผู้ที่จำเป็นต้องพิมพ์งานสามมิติด้วยวัสดุ ABS มานาน กับเรื่องที่พิมพ์แล้วชิ้นงานแอ่นตัว หรือหนักสุดก็หลุดจากแท่นพิมพ์ไปเลย หลายๆ คนอาจจะเคยลองใช้สเปรย์ฉีดผม กาวลาเท็กซ์ หรือแ    ม้แต่กาวตราช้างแต่ก็ไม่รู้สึกว่าได้ผลดี จนอาจจะถอดใจเลิกใช้ ABS ไปเลย

IMAG0093

วันนี้เราจะนำเสนอทางออกที่แสนจะง่ายดาย และได้ผลอย่างเห็นได้ชัด ABS Juice หรือน้ำยาเอบีเอส ซึ่งวิธีการทำมีดังนี้

IMAG0099_BURST002

เตรียมอุปกรณ์ และวัสดุ

  1. Acetone ประมาณ 50 มล. บางคนจะใช้น้ำยาล้างเล็บของคุณสาวๆ ก็ได้ครับ แต่อาจจะได้ผลต่างกันบ้าง
  2. เส้นพลาสติก ABS ราวๆ 2 ฟุต หรือจะใช้เศษจากงานที่เสียก็ได้ครับ
  3. ขวดแก้ว หรือขวดพลาสติกชนิด PE ซึ่งจะไม่ละลายใน Acetone

IMG_0829

การผสม เท Acetone ลงในขวดที่เตรียมไว้ แล้วใส่เส้นพลาสติกลงไป รอมันละลาย …แต่นแต๊น เสร็จแล้วครับ

IMAG0101

เทคนิคอันหนึ่งคือตัดเส้นพลาสติกให้สั้นๆ มันจะได้ละลายเร็วๆ ครับ ทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมงก็ละลายหมดแล้ว แต่ถ้าเขย่าขวดช่วยก็จะเร็วขึ้น น้ำยานี้ไม่จะเป็นต้องข้นมากนะครับ

วิธีใช้งาน เทน้ำยาใส่ทิชชู่เล็กน้อย ทาลงบนแท่นพิมพ์ให้ครอบคลุมพื้นที่ที่จะใช้งาน จะสังเกตเห็นว่าจะมีฝ้าขาวๆ ขึ้นมา อย่าทาหนามากเกินไป จะทำให้แกะชิ้นงานยากนะครับ น้ำยาจะทำหน้าที่เหมือนกาวเชื่อมชิ้นงานให้ติดกับแท่นพิมพ์ ดังนั้นจึงขอแนะนำว่าให้ใช้พลาสติกสีเดียวกับงานที่จะพิมพ์มาผสมน้ำยานะครับ ทำกันดูแล้วได้ผลอย่างไรมาแชร์กันบ้างนะครับ

 

หวังว่าคงจะได้ประโยชน์จากบทความนี้ไม่มากก็น้อยนะครับ 

การชุบเคลือบโลหะด้วยไฟฟ้าบนชิ้นงานพิมพ์สามมิติ

พลาสติก ABS สามารถชุบเคลือบผิวด้วยทองแดงได้ จากนั้นก็จะชุบด้วยโลหะชนิดเช่น ทองเหลือง โครเมียม เงิน ฯลฯ ต่อไปได้อีก

บทความนี้จะแนะนำการชุบโลหะด้วยตัวเองแบบง่ายๆ ครับ โดยคุณ  Aaron และ Bryan Cera

delandtree

คุณ Aaron เป็นนักออกแบบเครื่องประดับ งานของเขามีการชุบเคลือบทองแดงบ่อยๆ วันนี้เขาจะมาช่วยผมชุบงานพิมพ์สามมิติ มันเป็นงานที่สนุกและน่าสนใจมากจนผมต้องนำมาแชร์ในบล๊อกนี้

IMG_3649

ชิ้นงานที่ผมจะลองในวันนี้เป็นโมเดลสามมิติที่ผมพิมพ์ในงานคราวก่อน เป็นวัสดุ ABS

IMG_3651

การชุบโลหะด้วยไฟฟ้า (Electroplating) คือ กระบวนการผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปในสารละลายเกลือของโลหะ (Metallic salts) แล้วทำให้อิออนบวกวิ่งมารับประจุไฟฟ้าลบที่ชิ้นงาน ซึ่งทำหน้าที่เป็นขั้วลบ (Cathode) จึงทำให้เกิดเป็นชั้นผิวบางของโลหะมาเคลือบอยู่บนผิวด้านนอกของชิ้นงาน นั่นหมายถึงว่าผมต้องให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านชิ้นงานสามมิติ ดังนั้นผมจึงเตรียมสายทองแดงเพื่อทำเป็นขั้วลบในการชุบ

IMG_3653

ก่อนอื่นผมต้องเจาะชิ้นงานเพื่อเสียบสายทองแดง

IMG_3654

ผมเจาะรูให้เล็กกว่าสายทองแดงเล็กน้อย อาศัยความฝืดเพียงอย่างเดียวเพื่อให้มันติดกัน

 

IMG_3655

การจะทำให้ผิวของชิ้นงานนำไฟฟ้าได้ผมจะใช้ผงกราไฟท์(ใส้ดินสอ) ซึ่งหาง่ายและราคาถูก

 

IMG_3656

คุณ Aaron ค้นพบเทคนิคอันหนึ่ง เนื่องจากว่า ABS ละลายใน Acetone เราจะใช้น้ำ Acetone/Graphite ทาไปบนชิ้นงานซึ่งมันจะติดได้ดีมาก

IMG_3657

ผมผสม Acetone ลงไปในผงกราไฟท์ พอประมาณให้มันเหลวพอที่จะทาได้

IMG_3661

ใช้พู่กันค่อยๆ ทาไปสักสองสามชั้น มันทาง่ายมาก และไม่ทำให้รายละเอียดของชิ้นงานหายไป

IMG_3664

เสร็จแล้วเราก็ต่อวงจรไฟฟ้าโดยต่อขั้วลบเข้ากับ Ground ของหม้อแปลง และขั้วบวกเข้ากับก้อนทองแดง

IMG_3665diagram

แล้วจุ่มทั้งสองขั้วลงไปในสารละลาย copper sulfate (จุนสี) การต่อวงจรเป็นไปตามรูป

IMG_3662

Aaron แนะนำว่าควรหยด brightener ตามตัวอย่างลงไปสักสองสามหยด เพื่อช่วยให้ผิวเรียบขึ้น

IMG_3670

แล้วก็ลองนั่งสังเกตว่าทองแดงจะค่อยๆ พอกที่ชิ้นงาน

IMG_3673

หลังจากรอไป 4 ชั่วโมง ชิ้นงานก็ถุกเคลือบด้วยทองแดงทั้งหมดแล้ว คุณสามารถจุ่มไว้นานเท่าไหร่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความหนาที่ต้องการ เมื่อชุบเสร็จใหม่ๆ จะดูสีตุ่นๆ แต่ไม่ต้องตกใจ มันล้างออกได้ง่ายๆ

IMG_3674IMG_3676

ผมใช้แปรงไฟฟ้าแบบสเตนเลส ตั้งรอบสูงๆ ปัดเบาๆ  มันจะเป็นมันวาว สุกใสขึ้นทันที

IMG_3677

และนี่คือชิ้นงานสามมิติที่ชุบทองแดงสำเร็จแล้ว

IMG_3678

จากนี้คุณสามารถนำชิ้นงานนี้ไปชุบเงินต่อได้ ด้วยขั้นตอนเหมือนที่ผ่านมา เพียงแต่เปลี่ยนน้ำยา copper sulfate เป็น silver solution และจากทองแดง เป็นเงินที่ขั้วบวก

IMG_3683

ถ้าถามว่าผมชอบชุบแบบไหน ตอบได้เลยว่าชุบเงินแน่นอน เพราะทองแดงจะดูหม่นไปตาเวลา แต่เงินจะสวยเงางามไปตลอด

IMG_3684

เช่นกัน เวลาที่เสร็จใหม่ๆ มันจะดูไม่เงางาม ผมจะขัดด้วยใยขัดแทนที่จะใช้แปรงสเตนเลสซึ่งรุนแรงเกินไป

IMG_3689และนี่คือผลลัพท์ที่ได้ ชิ้นงานสามมิติ ABS ชุบทองแดง และเงิน

หวังว่าทุกคนที่ได้อ่านจะได้ไอเดียบ้างนะครับ

3D Print Halo Helmet

Halo Helmet 3D Printing 02

ตัวอย่างการพิมพ์ชิ้นงานขนาดใหญ่ โดยการแบ่งชิ้นส่วนการพิมพ์เป็นส่วนเล็กๆหลายส่วน แล้วค่อยมาประกอบกันเป็นชิ้นใหญ่ขนาดเข้าหมวกกันน็อค เราสามารถสร้างชิ้นงานให้มีส่วน Snap fit กันก็ได้หรือเจาะรูโดยใช้น็อตเป็นตัวเชื่อมก็ได้เช่นกัน ลองพิมพ์กันเล่นๆดูนะครับ

3D Printer Model : Flashforge Creator Pro
Photo Credit : FlashForge SG Distributor Facebook Page
Model Link : http://www.thingiverse.com/thing:158120

Halo Helmet 3D Printing 03

Halo Helmet 3D Printing 04

Halo Helmet 3D Printing 01

กองทัพเรืออเมริกาเตรียมนำเครื่องพิมพ์3มิติไปใช้ที่ทะเล

กองทัพเรืออเมริกาเตรียมนำเครื่องพิมพ์3มิติไปใช้ที่ทะเล

 USS_ESSEX_LHD-2-Navy-3d-printer-1

กองทัพเรืออเมริกากำลังศึกษาว่าจะนำการพิมพ์สามมิติมาใช้เป็นเทคโนโลยีการผลิตทางทะเลได้อย่างไร เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. กองทัพเรืออเมริกาได้จัดงาน Maker Faire เพื่อจัดอบรมเพื่อแนะนำให้กะลาสีและผู้ที่เกี่ยวข้องในCDSAได้รู้จักกับการพิมพ์และการผลิตด้วยเทคโนโลยีสามมิติ

ในเบื้องต้นนี้พวกเขาสนใจจะนำเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติมาใช้แก้ปัญหาโลจิสติกส์ทางทะเล  ฟิล คัลลอม รองหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการทางทะเลกล่าวว่า “หากเราคิดถึงค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงของการขนส่งทางทะเลที่พบในปัจจุบัน มันยิ่งชัดเจนเลยว่าเราต้องกลับมาคิดใหม่ว่าเราจะดำเนินธุรกิจของเราไปได้อย่างไร”

 navy-3d-printing-2

“เมื่อระบบการผลิตขั้นสูงและการพิมพ์สามมิติเริ่มแพร่หลายมากขึ้น เราก็มองเห็นภาพเครือข่ายการผลิตขั้นสูงที่ดำเนินการโดยเหล่ากะลาสีผู้ซึ่งมีทักษะในการระบุปัญหาและสร้างผลิตภัณฑ์”

navy-3d-printing-1

ในอนาคตกองทัพเรือวางแผนที่จะฝึกกะลาสีให้มีความเชี่ยวชาญ หากมีชิ้นส่วนที่ขาดหายไปและไม่มีสินค้าในคลัง กะลาสีสามารถออกแบบและพิมพ์ชิ้นส่วนที่ต้องการภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วัน ทำให้เกิดการตอบสนองที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ลดค่าใช้จ่าย และหลีกเลี่ยงการส่งชิ้นส่วนไปทั่วโลก

ในช่วงต้นปีนี้ กองทัพเรือได้ติดตั้งเครื่องพิมพ์สามมิติขนาดกะทัดรัดบนเรือรบจู่โจมสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก USS Essex เพื่อทดสอบ พวกเขาประสบความสำเร็จในการฝึกให้กะลาสีใช้ซอฟต์แวร์ออกแบบและพิมพ์สามมิติ เครื่องพิมพ์สามมิติถูกนำมาใช้ทำชิ้นส่วนทางการแพทย์แบบใช้แล้วทิ้ง เช่น สายยางแบบหนา ฝาน้ำมัน และ เครื่องบินต้นแบบ อย่างไรก็ดี กองทัพเรือยังคงต้องดูก่อนว่าชิ้นส่วนจากเครื่องพิมพ์สามมิติเหล่านี้จะสามารถทนต่อการสั่นของเครื่องและคลื่นทะเลได้หรือไม่

กัปตันจิม โลเปอร์กล่าวว่า “มันเป็นสิ่งแปลกใหม่ยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นบนดาดฟ้าเรือ เรานำเครื่องพิมพ์สามมิติขึ้นมาไว้บนเรือเอสเซกส์เพื่อให้เหล่ากะลาสีทำความคุ้นเคยกับมันและเรียนรู้ที่จะใช้มันได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

“อนาคตของโลจิสติกส์อยู่ที่การพิมพ์สามมิติ ปริมาณของของที่เราต้องนำขึ้นเรือสามารถลดลงได้อย่างมากหากเราสามารถพิมพ์ได้เองบนเรือลำนี้ และสามารถทำได้อย่างไม่มีข้อจำกัด”

นักศึกษา ม.อริโซน่าประสบความสำเร็จในการปล่อยจรวดที่มีชิ้นส่วนพิมพ์จาก 3D Printer

นักศึกษา มหาวิทยาลัย อริโซน่า (University of Arizona) ประสบความสำเร็จในการปล่อยจรวดที่มีชิ้นส่วนพิมพ์จาก 3D Printer

โดยส่วนที่พิมพ์ชิ้นส่วนต่างๆของจรวดดังต่อไปนี้ ส่วนข้อต่อของวงจรไฟฟ้า กล่องใส่แผงวงจร หางเสือของจรวดเผื่อใช้ในการควบคุมทิศทาง ส่วนลำตัวของจรวด (ตามในภาพ แล้วหุ้มด้วยคาร์บอนไฟเบอร์อีกที)

3d-printed-rocket-launch-4

โดยในตอนแรกทีมผู้สร้างวิตกกังวลกันมากเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการผลิตชิ้นส่วนสามมิติเพราะพวกเขามีงบจำกัด พวกเขาจึงถูกแนะนำให้รู้จักกับบริษัทพิมพ์ 3 มิติ Solid Concepts ผู้ซึ่งบอกพวกเขาว่าค่าใช้จ่ายสำหรับการพิมพ์ชิ้นส่วนงานสามมิติต่ำกว่าที่พวกเขาคาดคิด นอกจากนี้ชิ้นส่วนสามมิติที่พวกเขาออกแบบจะช่วยประหยัดเวลาในการผลิตเป็นอย่างมาก

3d-printed-rocket-launch-2

ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ คุณสามารถผลิตชิ้นส่วนหลายชิ้นได้ในคราวเดียว แมธธิว ดูซาร์ด กล่าวว่าการผลิตส่วนหางด้วยระบบ Fused Deposition Modeling (FDM) จะต้องผลิตชิ้นส่วนแยกกัน 7 ชิ้น และใช้เวลาประกอบอีก 3 วัน ด้วยความที่แบบของพวกเขามีช่องโพรงภายในและส่วนหางที่บางเฉียบทำให้การพิมพ์สามมิติเป็นหนทางเดียวที่จะสร้างชิ้นส่วนต่างๆขึ้นมาในคราวเดียว เราห่อชิ้นส่วนสามมิติที่พิมพ์ขึ้นมาด้วยคาร์บอนไฟเบอร์อีกชั้นหนึ่งเพื่อเพิ่มความแข็งแรงทนทาน จากนั้นเลื่อนชิ้นส่วนนี้ไปที่ท้ายจรวด เท่านี้จรวดก็พร้อมใช้งานแทบจะทันที

3d-printed-rocket-launch-5

ส่วนหางที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติได้ช่วยประหยัดเวลาสร้างไปทั้งหมด 2 วันเต็มๆ ยิ่งไปกว่านั้น แบบที่พวกเขาพิมพ์ขึ้นจากเครื่องพิมพ์สามมิตินี้ยังช่วยลดแรงกระชากและเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น 85 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับวิธีผลิตแบบดั้งเดิม นอกจากนี้ยังช่วยให้ผลิตส่วนหางได้บางขึ้น ความโค้งที่เนี้ยบก็ทำให้จรวดทำงานได้ดีขึ้นด้วย ซึ่งไม่สามารถเป็นไปได้เลยด้วยวิธีการผลิตแบบอื่น

 

Review Flashforge Dreamer งานประกอบสวย พร้อมฟังก์ชันใช้งาน

Review Flashforge Dreamer งานประกอบสวย พร้อมฟังก์ชันใช้งาน
วันนี้เรามาแนะนำเครื่อง 3D Printer ออกใหม่(เดือน พค.-มิย.57)ของทาง Flashforge กันนะครับ เป็นเครื่องพิมพ์ แบบ FDM หรือ Fused Deposition Modeling ใช้หลักการละลายเส้นพลาสติกด้วยความร้อนแล้วฉีดออกมาเป็นเส้นบางๆ วาดจนได้เป็นรูปทรงขึ้นมา

เครื่องนี้ออกแบบมาให้มีรูปร่างเป็นทรงปิด ทำจากพลาสติกคุณภาพสูงดูสวยงาม อีกทั้งออกแบบมาให้วางเส้นพลาสติกไว้ด้านในของตัวเครื่อง ประหยัดเนื้อที่ที่ต้องแขวนม้วนพลาสติก (Flashforge Creator Pro, FullScale Max300 จะมีแท่งแขวนม้วนพลาสติกอยู่ด้านหลัง) ส่วนที่เสริมเข้ามาอีกอย่างหนึ่งคือพัดลมตัวที่สามนอกจากสองตัวแรกที่อยู่ที่ หัวฉีด พัดลมตัวที่สามนี่เองทำให้ที่ในการเป่าลมเข้าสู่ชิ้นงาน ในการที่พิมพ์ PLA เพื่อให้ชิ้นงานสวยยิ่งขึ้น

โปรแกรมที่ใช้งานชื่อ FlashPrint พัฒนาต่อยอดมาจาก MakerWare + ReplicatorG ทำงานได้รวดเร็วขึ้น และปรับพารามิเตอร์การพิมพ์ได้หลากหลายมากขึ้น มี Control Panel ในการควบคุมเครื่อง อีกทั้งยัง Support ระบบ Wifi

สามารถเชื่อมต่อ Wifi ได้โดยควบคุมการทำงานของเครื่องผ่านคอมพิวเตอร์ในวง Wifi ได้เลย ทั้งการควบคุมผ่านเมนู Control Panel หรือ พิมพ์ชิ้นงานผ่าน FlashPrint ได้เลย หน้าจอสี 3.5นิ้ว เป็นระบบสัมผัส ทำให้การสั่งงานผ่านตัวเครื่องทำได้ง่ายขึ้นอีกทั้งแสดงผลสถานะเวลาพิมพ์ชิ้นงานได้ดีขึ้น มี Memory ภายในตัวเครื่อง 4GB เพื่อจัดเก็บไฟล์พิมพ์ สามารถเรียกพิมพ์อีกครั้งตอนไหนก็ได้
Flashforge Dreamer

Dreamer Resize

ส่วนประกอบ

1. Frame และโครงสร้างเป็นพลาสติกคุณภาพสูง โดยยังคงส่วนของแกนโลหะไว้ โครงแข็งแรงและรองรับการพิมพ์ในระยะเวลานานได้ ออกแบบให้ประหยัดเนื้อที่ในการจัดเก็บม้วนพลาสติก คือเก็บภายในตัวเครื่องเลย ไม่เกะกะด้านหลังเหมือน Creator Pro
2. Cover 100% ของตัวเครื่อง

  •  หน้าต่างเป็นพลาสติกกึ่งโปร่งแสงเป็นหน้าบานเปิดด้านข้างเหมือนประตู มาพร้อมแม่เหล็กดูดให้หน้าต่างปิดสนิท
  •  หลังคาด้านบนเป็นวัสดุเนื้อเดียวกับหน้าต่าง คือกึ่งโปร่งแสง ปิดสนิท แต่สามารถเปิดขึ้นได้

3. Moving Axis เครื่องนี้เคลื่อนที่ของหัวฉีดในแนวระนาบ XY โดยมีแกนเหล็ก 6 แท่ง(แกนX Y Z แกนละ 2 แท่ง) การที่หัวฉีดวิ่งอยู่ในระนาบ XY และฐานเคลื่อนที่ลงในแกน Z นั้นทำให้พิมพ์ได้แม่นยำกว่าเครื่องพิมพ์ ที่หัวฉีดเคลื่อนที่ในทุกแกน หรือ เครื่องที่ฐานพิมพ์เคลื่อนที่ 2 แกน
มอเตอร์จะมีทั้งหมด 3 ตัวในการขับเคลื่อนหมุนแต่ละแกน
4. Headed Bed หรือฐานรองพิมพ์ เป็นอลูมิเนียมสีดำหนา เพื่อให้คงความร้อน และความตรง ใต้ฐานทำความร้อนมีน็อตปรับระดับฐานทั้งหมด 3 จุด (เหมือน MakerBot)
5. Dual Extruders หัวพิมพ์ Flashforge Creator Pro มีหัวฉีดสองหัว ประกอบด้วยด้วยส่วนประกอบหลายส่วนดังนี้

  • หัวฉีดทองเหลือง 0.4mm 2 หัว
  • Heater ทำความร้อน พร้อม Thermocouple วัดอุณหภูมิ 2 ชุด
  • มอเตอร์ส่งพลาสติก 2 ตัว
  • พัดลมลดอุณหภูมิของมอเตอร์
  • **Cooling Fan หรือพัดลมตัวที่สามสำหรับเป่าชิ้นงานโดยตรง สามารถเปิด-ปิดการใช้งานได้
  • Dreamer Cooling Fan

6. TouchScreen 3.5นิ้ว ควบคุมการทำงานได้สะดวก และใช้งานได้ง่ายขึ้น สามารถเปิดปิดระบบ Wifi ได้ที่เมนู , ควบคุมเครื่อง, สั่งพิมพ์ชิ้นงาน
7. LED ส่องสว่าง เป็นแบบ RGB สามารถแสงสีได้หลายสี ทำให้ที่ในการบอกสถานะของเครื่อง โดยเราสามารถกำหนดสีได้ด้วยตัวเอง เช่น ขณะพิมพ์ให้เป็นสีขาว , ขณะทำความร้อนให้เป็นสีแดงเป็นต้น
8. Power Switch อยู่ด้านขวาของตัวเครื่อง
9. SD Card Slot อยู่ด้านขวาของตัวเครื่อง
10. MainBorad Power Supply อยู่ด้านล่างของตัวเครื่องเป็นส่วนทำให้เครื่องหนัก

Flashforge Dreamer VS Pro

หลักการทำงาน การใช้งาน

หลักการทำงานของเครื่อง Flashforge Dreamer นั้นเหมือนกับ Creator Pro นั้นจะทำงานสัมผัสกันทั้ง 3 แกนคือ ระนาบ XY ที่หัวฉีดเคลื่อนที่ และ ในแนวแกนตั้ง Z ทำงานเคลื่อนที่ Heated bed ให้เคลื่อนที่ลง ชิ้นงานจะวางอยู่บน Heated bed จะถูกพิมพ์จากล่างสุดจนถึงส่วนยอดสุด
การฉีดเส้นพลาสติกนั้นจะวาดที่ละชั้น จนเสร็จหนึ่งชั้น จึ่งจะเริ่มทำให้ชั้นต่อไป จนครบ Layer ทั้งหมด จำนวนเลเยอร์นั้นสัมพันธ์ กับการตั้งค่าความสูงของ layer หากเลือก 0.1mm จะได้ชิ้นงานที่มีความสวยกว่า 0.2mm แต่ใช้เวลานานกว่านั้นเอง ตัวอย่าง เช่นหากชิ้นงานมีกว่าสูง 100mm(10cm) และพิมพ์ด้วย Layer Height 0.2mm ก็จะมีจำนวนเลเยอร์ทั้งหมด 500 ชั้น เป็นต้น

การจะพิมพ์ชิ้นงานนั้นเราต้องมี Model 3D มาก่อนซึ่งไฟล์มาตราฐานที่เครื่อง 3D Printer ทุกเครื่องใช้คือ .STL หรือ .OBJ ซึ่งสามารถ Export จากโปรแกรมสร้าง 3D แทบทุกตัวไม่ว่าจะเป็น Rhino, SolidWork, 3D Max, SketchUp(+Plugin), AutoCAD, Maya เป็นต้น การจะได้ไฟล์มานั้นอาจจะมาได้จากหลายวิธี เช่น เราสร้างไฟล์ขึ้นมาเอง, หรือโหลดเอาได้จาก website เช่น www.thingiverse.com , หรืออาจจะได้มาจากการแสกนผ่านเครื่อง 3D Scanner เช่น Sense เป็นต้น

เมื่อได้ไฟล์มาแล้ว สามารถเปิดไฟล์นี้ผ่านโปรแกรม FlashPrint เราสามารถกำหนดคุณภาพการพิมพ์ชิ้นงาน และสั่งพิมพ์เป็นอันจบ เราสามารถพิมพ์ผ่าน Wifi, สาย USB หรือ ผ่าน SD Card ก็ได้ ตัวเครื่อง Dreamer มีหน่วยความจำในตัวดังนั้นจากสั่งพิมพ์ผ่าน Wifi หรือสาย USB จะเป็นการ Upload File เข้าไปเก็บไปตัวเครื่องก่อนค่อยทำการพิมพ์ ดังนี้จึงตัวปัญหา ในส่วนนี้ของ Creator Pro (Cretor Pro ไม่มี Memory BuildIn หากเครื่องคอมพิวเตอร์แฮงค์หรือเผลอปิดโปรแกรมไปงานจะหยุดทันที ดังนั้น Creator Pro จึงแนะนำว่าพิมพ์ผ่าน SD Card จะดีกว่า)

ปล.เราไม่ได้แถมโปรแกรมสร้างไฟล์ 3D Model มาให้นะครับ(เป็นโปรแกรมลิขสิทธิ์ทางลูกค้าต้องหามาใช้เองครับ มีโปรแกรมหลายตัวให้โหลดใช้ฟรี ซึ่งแล้วแต่ความถนัดของลูกค้า) เราให้แต่ Program ที่ใช้สำหรับพิมพ์ชิ้นงาน 3D Model

โปรแกรม

FlashPrint

พัฒนาโดย Flashforge เองเหมือนกันการนำ MakerWare กับ ReplicatorG มารวมกัน ทำให้มีฟังชันเยอะขึ้นมาก และ ใช้งานง่าย Function ที่อยากจะแนะนำเช่น

  • การแสดงชิ้นงานในช่วง Over Hang หรือ ส่วนที่อาจจะต้องการ Support
  • ฟังชั่นในการเปิดหรือปิดพัดลมตัวที่สาม (พัดลมเป่าชิ้นงาน)
  • เลือกชิ้นของ Infill ได้ เลือกความเร็วในการพิมพ์ Support ได้เป็นต้น
  • ฟังชั่นในการ upload ชิ้นงานผ่าน Wifi

ฟังชั่นปกติ ก็มีมาครบ

  • Object Infill คือการเลือกว่าจะพิมพ์ชิ้นงานแบบกลวง(0%), กึ่งกลวง, แบบตัน(100%)
  • Layer Height คือการเลือกความสูงของ Layer ในการพิมพ์ หากค่านี้น้อยจะพิมพ์ออกมาจะละเอียดกว่า แต่ใช้เวลามากกว่า
  • Number of Shells คือการเพิ่มจำนวนของเปลือกคลุมชิ้นงาน สร้างความแข็งแรงและขึ้นรูปได้ดีกว่า แต่ใช้เวลาพิมพ์นานขึ้น เช่นถ้าเลือกค่านี้เป็น 1 เวลาพิมพ์จะมีเปลือกคลุมอีก 1 ชั้นเพิ่มขึ้นมา
  • Temperature สามารถกำหนดค่า ได้ทั้งหัวฉีดขวา, ซ้าย และ ฐานพิมพ์
  • Speed ในการพิมพ์ชิ้นงาน เช่น 50mm/sec งานออกมาจะสวย 90mm/sec

จุดเด่น

  • 2 หัวฉีด + ฐานพิมพ์ทำความร้อนได้ ปรับอุณหภูมิอิสระแยกจากกัน
  • สามารถเชื่อมต่อ Wifi ได้สะดวกโดยไม่ต้องมีสาย USB เกะกะ สามารถสั่งงานเครื่องผ่าน Control Panel ได้เลยเช่น Preheat, Feed Filament, ปรับสี LED เป็นต้น อีกทั้งยังมี BuildIn Memory จากมาเก็บไฟล์พิมพ์ได้ในตัวเครื่องเลย
  • โครงสร้างปิด 100% ทำจากพลาสติกคุณภาพดี ออกมาโดยเฉพาะ ให้สามารถใส่เส้นพลาสติกด้านในตัวเครื่อง ทำให้ประหยัดเนื้อที่ในการวาง ไม่ต้องแขวนไว้ด้านหลังเหมือน Creator Pro, Makati FullScale
  • โปรแกรม FlashPrint ทำมาได้ดี เอา ReplicatorG มารวมกับ MakerWare สามารถควบคุมเครื่องได้สมบูรณ์ผ่านโปรแกรมนี้
  • มีพัดลมตัวที่สาม เป่าชิ้นงานโดยทำให้พิมพ์ชิ้นงาน ได้ดีขึ้น (สามารถเปิดปิดได้)

สรุป

Flashforge Dreamer ถูกออกแบบมาให้ค่อนข้างแตกต่างกับ Creator Series โดยทาง Flashforge ได้ออกแบบโครงให้เก็บเส้นพลาสติกไว้ด้านใน ดูเรียบร้อย เป็นโครงปิด กันฝุ่น เสียง, กลิ่น และที่สำคัญที่สุดคือ รักษาอุณหภูมิให้คงที่

ข้อที่ดีมากอีกข้อคือ เชื่อมต่อ Wifi ทำให้การใช้งานสะดวกขึ้น เหมาะแก่การใช้ตามบริษัท หรือ บ้านเนื่องจากดูเรียบร้อยสวยงาม ใครที่ชอบความเรียบร้อย สวยงาม Function การทำงานครบ แนะนำเครื่องนี้เลยครับ

Flashprint มีข้อดีอย่างไรมาดูกัน

Capture-tile

โปรแกรม FlashPrint มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนมาถึงเวอร์ชั่น 3.8.0 ซึ่งมีการเพิ่มความสามารถหลายๆ อย่างเข้ามาเช่นเปิดภาพถ่ายสองมิติมาพิมพ์แบบสามมิติ หรือที่เรียกว่า Lithophane พร้อมด้วยคำสั่ง “Cut” และคำสั่ง “Support” ลองมาชมตัวอย่าง และวิดีโอแนะนำการใช้งานกันได้เลยครับ

  • Lithophane

Lithophane_4

Lithophane_1

  • คำสั่ง Cut ให้ความสะดวกในการตัดโมเดลออกเป็นส่วนๆ เพื่อให้พิมพ์โมเดลใหญ่ได้ในเครื่องพิมพ์ขนาดเล็ก หรือบางครั้งโมเดลที่โหลดมามีส่วนที่เราไม่ต้องการ ก็สามารถตัดทิ้งไปได้โดยไม่ต้องไปสร้างใหม่ นับว่ามีประโยชน์มากทีเดียว และนับเป็นโปรแกรม Slicer ตัวเดียวในขณะนี้ที่ทำได้

Capture

  • คำสั่ง Support ในโปรแกรมนี้สามารถสร้างแบบอัตโนมัติ หรือจะเพิ่ม-ลด support ได้ด้วยตัวเอง นับว่าช่วยให้การพิมพ์งานมีความสะดวก และเป็นไปอย่างที่ต้องการมากขึ้น อีกทั้งมี support หลายรูปแบบให้เลือกใช้ตามใจชอบ นอกจากนี้เรายังสามารถบันทึก support ที่ทำเสร็จแล้วเข้ากับโมเดลของเราเพื่อไปพิมพ์กับเครื่องอื่นๆ ได้ด้วย

Linear                                                                                                                                    Treelike

*** ควรเปิดคำสั่ง raft เมื่อเลือก support เป็นแบบ treelike***

รีวิวต่างประเทศ

ได้คะแนนรีวิวค่อนข้าง เยอะครับ 4.75 ดาว ดูรีวิวโดยคลิ๊กที่รูปครับ

Untitled-1

ได้ Ranking อันดับ 6 ของโลกจากเครื่องพิมพ์กว่า 5000 ยี่ห้อ โดยอันดับ 1-5 มีราคามากกว่า แสนทุกตัว อีกทั้งเป็นเครื่องพิมพ์ของเอเซียที่ได้ลำดับสูงสุด

Flashforge excellent
10555

10556

10557

Review Flashforge Creator Pro มาพร้อมหน้าต่างและหลังคา

Review Flashforge Creator Pro มาพร้อมหน้าต่างและหลังคา
สวัสดีครับวันนี้จะมา Review เครื่องพิมพ์ 3มิติ ขนาดกลางกึ่งใหญ่ ของ Flashforge กันนะครับ
เครื่องพิมพ์ 3มิติ นี้เป็นระบบ FDM หรือ Fused Deposition Modeling หรือเครื่อง 3D Pinter ที่ใช้หลักการละลาย(เส้น)พลาสติก และฉีดลงบนฐานพิมพ์ ทำทีละชั้นจนได้เป็นโมเดลขึ้นมา

Flashforge ผลิตเครื่องพิมพ์ 3มิติมาหลายรุ่น รุ่น Creator PRO นี้ต่อยอดมากจากรุ่น Creator Dual(โครงไม้) กับ Creator X(โครงโลหะ) โดยมีการออกแบบโครงโลหะให้หนาขึ้น เพิ่มแผ่นโลหะป้องกัน MainBoard และ หน้าต่างอะคริลิก สำหรับเปิด-ปิด รวมถึงหลังคา เพื่อป้องกันเสียง/กลิ่น และรักษาอุณหภูมิภายในให้คงที่มากขึ้น ดังนั้นเครื่องจึงมีน้ำหนักค่อนข้างมากหากเทียบกับ รุ่นก่อนหน้านี้ของ PRO โครงโลหะที่หนักนี่เองทำให้การพิมพ์ชิ้นงานเสถียรมากขึ้นและสั่นไหวน้อยลง

เครื่องมาพร้อมกับ Firmware ตัวใหม่ Sailfish สามารถปรับแต่งการทำงานได้มาก Creator X เช่นขณะพิมพ์สามารถเพิ่มหรือลดความเร็วได้, หรือปรับเพิ่ม-ลดอุณหภูมิขณะพิมพ์ชิ้นงานได้ มีไฟ LED แสดงสถานะและส่องเข้าชิ้น

ความละเอียดสูงสุดที่พิมพ์ได้คือ 100 Micron งานที่พิมพ์ออกมาจัดได้ว่าอยู่ระดับน่าพอใจ เสียงเวลาพิมพ์ไม่ดังมากนัก(หากเทียบกับตัวโครงไม้) ราคาอยู่ในระดับกลางๆ การทำงานเหมือนเครื่อง MakerBot Replicator 2X (หน้าตาก็คล้ายกันมาก) แต่ราคาถูกกว่ากันค่อนข้างมาก อีกทั้งยังสามารถใช้โปรแกรม ReplicatorG และ MakerWare ในการสั่งงาน คือหากใช้เคยใช้ MakerBot แล้วมาใช้ตัวนี้จะรู้สึกเหมือนกันเกือบ 100%

flashforge-creator-pro-3d-printer-dual-extruderส่วนประกอบ

1. Frame เป็นโครงโลหะสีพ่นสีดำด้าน ฐานล่างเป็นแผ่นโลหะทำเป็นกล่องเพื่อใส่ MainBoard และ Power Supply ลดปัญหา MainBoard ได้รับความเสียหายหากเคลื่อนย้ายเครื่อง ด้านล่างขาทั้ง 4 เป็นยางรอง ช่วยลดเสียง และเพิ่มความเสถียร
2. Cover หน้ากากเป็น PVC Sheet สีดำ ส่วนหน้าต่างทำจากแผ่นอะคริลิกหนา หน้าบานเปิด-ปิดได้ มือจับอะลูมิเนียม หลังคาทำจากแผ่นอะคริลิกเช่นเดียวกัน
3. Moving Axis เครื่องนี้เคลื่อนที่ของหัวฉีดในแนวระนาบ XY โดยมีแกนเหล็ก 6 แท่ง(แกนX Y Z แกนละ 2 แท่ง) การที่หัวฉีดวิ่งอยู่ในระนาบ XY และฐานเคลื่อนที่ลงในแกน Z นั้นทำให้พิมพ์ได้แม่นยำกว่าเครื่องพิมพ์ ที่หัวฉีดเคลื่อนที่ในทุกแกน หรือ เครื่องที่ฐานพิมพ์เคลื่อนที่ 2 แกน
มอเตอร์จะมีทั้งหมด 3 ตัวในการขับเคลื่อนหมุนแต่ละแกน
4. Headed Bed หรือฐานรองพิมพ์ เป็นอลูมิเนียมสีดำหนา เพื่อให้คงความร้อน และความตรง ใต้ฐานทำความร้อนมีน็อตปรับระดับฐานทั้งหมด 3 จุด (เหมือน MakerBot) โครงสร้างเป็นทำฐานรองพิมพ์ทำให้หนาขึ้นเพื่อความแข็งแรง แท่งเหล็กแกน Z มีเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่ขึ้นเป็น 10mm
5. Dual Extruders หัวพิมพ์ Flashforge Creator Pro มีหัวฉีดสองหัว ประกอบด้วยด้วยส่วนประกอบหลายส่วนดังนี้

  • หัวฉีดทองเหลือง 0.4mm 2 หัว
  • Heater ทำความร้อน พร้อม Thermocouple วัดอุณหภูมิ 2 ชุด
  • มอเตอร์ส่งพลาสติก 2 ตัว
  • พัดลมลดอุณหภูมิของมอเตอร์

6. LCD and Controller พร้อมปุ่มบังคับ 4+1 ใช้ในการสั่งงานเครื่อง เช่น โหลดเส้น, ดูสถานะเครื่อง, Set ค่าต่างๆของตัวเครื่อง สามารถสั่งพิมพ์ชิ้นงานผ่าน SD Card ผ่านปุ่มควบคุมตรงนี้
7. LED ส่องสว่าง เป็นแบบ RGB สามารถแสงสีได้หลายสี ทำให้ที่ในการบอกสถานะของเครื่อง โดยเราสามารถกำหนดสีได้ด้วยตัวเอง เช่น ขณะพิมพ์ให้เป็นสีขาว , ขณะทำความร้อนให้เป็นสีแดงเป็นต้น
8. Power Switch อยู่ด้านหลังของตัวเครื่อง
9. SD Card Slot อยู่ส่วนหน้าของตัวเครื่อง
10. MainBorad Power Supply อยู่ด้านล่างของตัวเครื่องเป็นส่วนทำให้เครื่องหนัก

Creator Pro Metal Frame (Duplicate) Z Rod is bigger Z structure for creator pro New Heated bed structure for creator Pro Heated bed plateform (Duplicate) Creator Pro New Controller (Duplicate)

หลักการทำงาน การใช้งาน

หลักการทำงานของเครื่อง Flashforge Creator Pro นั้นเหมือนกับ Creator Dual และ Creator X นั้นจะทำงานสัมผัสกันทั้ง 3 แกนคือ ระนาบ XY ที่หัวฉีดเคลื่อนที่ และ ในแนวแกนตั้ง Z ทำงานเคลื่อนที่ Heated bed ให้เคลื่อนที่ลง ชิ้นงานจะวางอยู่บน Heated bed จะถูกพิมพ์จากล่างสุดจนถึงส่วนยอดสุด
การฉีดเส้นพลาสติกนั้นจะวาดที่ละชั้น จนเสร็จหนึ่งชั้น จึ่งจะเริ่มทำให้ชั้นต่อไป จนครบ Layer ทั้งหมด จำนวนเลเยอร์นั้นสัมพันธ์ กับการตั้งค่าความสูงของ layer หากเลือก 0.1mm จะได้ชิ้นงานที่มีความสวยกว่า 0.2mm แต่ใช้เวลานานกว่านั้นเอง ตัวอย่าง เช่นหากชิ้นงานมีกว่าสูง 100mm(10cm) และพิมพ์ด้วย Layer Height 0.2mm ก็จะมีจำนวนเลเยอร์ทั้งหมด 500 ชั้น เป็นต้น

การจะพิมพ์ชิ้นงานนั้นเราต้องมี Model 3D มาก่อนซึ่งไฟล์มาตราฐานที่เครื่อง 3D Printer ทุกเครื่องใช้คือ .STL หรือ .OBJ ซึ่งสามารถ Export จากโปรแกรมสร้าง 3D แทบทุกตัวไม่ว่าจะเป็น Rhino, SolidWork, 3D Max, SketchUp(+Plugin), AutoCAD, Maya เป็นต้น การจะได้ไฟล์มานั้นอาจจะมาได้จากหลายวิธี เช่น เราสร้างไฟล์ขึ้นมาเอง, หรือโหลดเอาได้จาก website เช่น www.thingiverse.com , หรืออาจจะได้มาจากการแสกนผ่านเครื่อง 3D Scanner เช่น Sense เป็นต้น

เมื่อได้ไฟล์มาแล้ว สามารถเปิดไฟล์นี้ผ่านโปรแกรม MakerWare หรือ ReplicatorG (และนำ MakerWare ครับเนื่องจากใช้งานง่ายเหมาะกับมือใหม่ โดยเครื่องคอมจะเจอ Flashforge Creator Pro เป็น “MakerBot Replicator Dual”) เราทำงานกำหนดคุณภาพการพิมพ์ชิ้นงาน และสั่งพิมพ์เป็นอันจบ เราสามารถพิมพ์ผ่านสาย USB หรือ ผ่าน SD Card ก็ได้ (แนะนำให้พิมพ์จาก SD Card มากกว่าครับเนื่องจากหากพิมพ์ผ่านเครื่องคอม อาจจะมีปัญหาได้เนื่องจาก เครื่องนี้รับสัญญาณแบบ Real Time หากเครื่องคอมแฮงค์ หรือ Sleep ขึ้นมาเป็นอันจบครับ เนื่องจาก Creator Pro ไม่มี Memory BuildIn ชิ้นงานที่พิมพ์จะหยุดและเสียเลย)

ปล.เราไม่ได้แถมโปรแกรมสร้างไฟล์ 3D Model มาให้นะครับ(เป็นโปรแกรมลิขสิทธิ์ทางลูกค้าต้องหามาใช้เองครับ มีโปรแกรมหลายตัวให้โหลดใช้ฟรี ซึ่งแล้วแต่ความถนัดของลูกค้า) เราให้แต่ Program ที่ใช้สำหรับพิมพ์ชิ้นงาน 3D Model

โปรแกรม

โปรแกรมที่ใช้ได้มี 2 ตัวหลักๆคือ MakerWare และ ReplicatorG

MakerWare

พัฒนาโดย MakerBot บริษัทผลิต 3D printer ขนาดใหญ่ของ USA การใช้งานค่อนข้างง่าย (ให้เลือก Machine เป็น “MakerBot Replicator Dual”) โดยสามารถเปิดไฟล์ 3มิติ .STL หรือ .OBJ และกำหนดค่าการพิมพ์และสามารถพิมพ์ชิ้นงานออกมาได้เลย ซึ่งมีสอนอยู่ในวิดีโอ ข้างล่างนี้ครับ

  • Object Infill คือการเลือกว่าจะพิมพ์ชิ้นงานแบบกลวง(0%), กึ่งกลวง, แบบตัน(100%)
  • Layer Height คือการเลือกความสูงของ Layer ในการพิมพ์ หากค่านี้น้อยจะพิมพ์ออกมาจะละเอียดกว่า แต่ใช้เวลามากกว่า
  • Number of Shells คือการเพิ่มจำนวนของเปลือกคลุมชิ้นงาน สร้างความแข็งแรงและขึ้นรูปได้ดีกว่า แต่ใช้เวลาพิมพ์นานขึ้น เช่นถ้าเลือกค่านี้เป็น 1 เวลาพิมพ์จะมีเปลือกคลุมอีก 1 ชั้นเพิ่มขึ้นมา
  • Temperature สามารถกำหนดค่า ได้ทั้งหัวฉีดขวา, ซ้าย และ ฐานพิมพ์
  • Speed ในการพิมพ์ชิ้นงาน เช่น 50mm/sec งานออกมาจะสวย 90mm/sec
ReplicatorG

นั้นเหมาะกับการใช้งานระดับ Advance คือเกี่ยวข้องกับ Gcode จะไม่กล่าวมากในที่นี้

จุดเด่น

  • โครงโลหะสีดำ ออกแบบมาให้แข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ ทนที่สุดใน Flashforge
  • Model สร้างมาเหมือน MakerBot Replicator 2X
  • ใช้ MakerWare ได้

10546สรุป

หากคุณกำลังมาหาเครื่องพิมพ์ 3มิติ เพื่อใช้งาน Flashforge Creator Pro เป็นเครื่องที่ตอบโจทย์ได้ดี เพราะเครื่องมีโครงสร้างออกแบบมาได้แข็งแรงเสถียรทำให้งานพิมพ์มีคุณภาพดี เครื่องได้ถูกพัฒนาต่อเนื่องมาจาก Creator Dual และ Creator X งานที่พิมพ์ออกมาหวังผลได้ และถูกมากกว่า MakerBot อย่างมากทั้งยังคง function การทำงานได้ใกล้เครื่องกับ Replicator 2X (ทั้งหน้าตาและการทำงาน)

ลอง Search ดูใน Google เรื่อง Review ดูก็ได้ครับมีอยู่จาก หลายสำนัก โดยมาคะแนนจะสูงกว่าเรื่องต้นแบบมันด้วยซ้ำ 🙂

รีวิวต่างประเทศ

ได้คะแนนรีวิวค่อนข้าง เยอะครับ 4.75 ดาว ดูรีวิวโดยคลิ๊กที่รูปครับ

Untitled-1

ได้ Ranking อันดับ 6 ของโลกจากเครื่องพิมพ์กว่า 5000 ยี่ห้อ โดยอันดับ 1-5 มีราคามากกว่า แสนทุกตัว อีกทั้งเป็นเครื่องพิมพ์ของเอเซียที่ได้ลำดับสูงสุด

Flashforge excellent