มหาวิทยาลัยเซาท์ออสเตรเลียออกแบบเท้าที่พิมพ์ 3 มิติ เพื่อจำลองบาดแผลของผู้ป่วยโรคเบาหวาน

มหาวิทยาลัยเซาท์ออสเตรเลียออกแบบเท้าที่พิมพ์ 3 มิติ เพื่อจำลองบาดแผลของผู้ป่วยโรคเบาหวาน

        มหาวิทยาลัยเซาท์ออสเตรเลียใช้ส่วนผสมของน้ำตาลไอซิ่งสต็อกไก่และเรซิ่นยืดหยุ่นเพื่อจำลองเป็นบาลแผลที่เท้าที่พิมพ์ด้วยเทคโนโลยี 3 มิติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการฝึกอบรมผู้ป่วยโรคเท้าแห่งแรกของโลก โดย Dr.Helen Banwell ของ UniSA แนะนำให้่วนผสมของน้ำตาลนี้กับเท้าที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ เพื่อเลียนแบบบาดแผลที่เท้าของผู้ป่วยโรคเบาหวาน ซึ่งมีทั้งแบบแผลที่ติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ

        “ การจัดการ และรักษาของอาการโรคเบาหวานที่เท้าอย่างรุนแรงเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างมากสำหรับเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของโรคเบาหวานทั้ง 2 ประเภทนี้ในประชากรของเรา ” ดร. บันเวลล์กล่าว     “ การดูแลเท้ามีความสำคัญอย่างเป็นยิ่ง สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานเนื่องจากการตัดหรือเกิดบาดแผลเพียงเล็กน้อยแค่ครั้งเดียวอาจนำไปสู่ผลที่ตามมา คือความหายนะที่เกิดขึ้นจากแผลที่เท้า แผลที่แขนหรือบาดแผลที่ต่ำลงมากว่าแขน ”

        โรคเบาหวานที่เท้าเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้เกิดความพิการที่เกิดขึ้นทั่วโลก แต่ก็ยังมีอัตราการเสียชีวิตต่ำกว่าโรคมะเร็งหลายชนิดอยู่ ซึ่งในออสเตรเลียโรคเบาหวานเป็นสาเหตุของการตัดแขนตัดขามากกว่า 4,400 ราย และการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 10,000 ราย เป็นสาเหตุมาจากแผลที่เท้าที่เกี่ยวข้องกับโรคเบาหวานทั้งนั้น ซึ่งส่วนใหญ่เกิดแผลขึ้นที่แขนขา หรือบางส่วนของขาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้คือจุดประสงค์ที่ทำให้เกิดการทำต้นแบบเท้าที่พิมพ์ด้วยเทคโนโลยี 3 มิติ โดยแต่ละชิ้นออกบบขึ้นมาให้มีรอยแผลฟันผุคล้ายๆ แผลที่เกิดจากเบาหวาน ซึ่งเจ้าแผลนี้ทำจากเทอร์โมพลาสติกโพลียูรีเทนใช้เวลาในการทำชิ้นละ 1 สัปดาห์ และมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า 123 บาทต่อชิ้น การสร้างรอยแผลบนเท้าจำลองนั้นทำโดยทีมแก้โรคเท้าของยูนิเอสเอซึ่งใช้มือในการทำบาลผล ทั้งนี้ยังสามารถทำได้ทุกอย่างแม้แต่ผลที่เป็นแบบเนื้อเยื้อตาย เน่า แห้ง ไปจนถึงหนองต่างๆ

        ดร.บันเวลล์ ได้กล่าวไว้ว่า โมเดลจำลองแบบเท้า 3 มิติ มีบทบาทเป็นอย่างมากในการใช้สอนนักเรียนปีที่ 4 ในการแก้โรคที่เท้าของผู้ป่วยเกี่ยวกับวีธีการรักษาและจัดการสภาพเท้าที่มีความเสี่ยงสูง “โมเดลจำลองแบบเท้าและแผล 3 มิติ จำลองการบาดเจ็บของผู้ป่วยซึ่งเราได้ปรับปรุงให้สามารถนำไปใช้งานในการสอนได้อย่างเหมาะสมเพื่อให้นักเรียนสามารถใช้เครื่องมือในการรักษาได้อย่างสมจริงและเหมาะสมต่อการรักษา และแบบจำลองเท้า 3 มิติ นั้นยังปลอดภัยสำหรับนักเรียนที่นำไปใช้ฝึกทักษะในการผ่าตัดของพวกเขาก่อนที่พวกเขาจะเริ่มทำงานจริงในคลินิกโดยจะไม่เกิดความกังวันและเครียดเมื่อต้องรักษาผู้ป่วยจริง”

        “เทคโนโลยีใหม่ๆ กำลังเปิดประตูขึ้นมาในทุกๆ วัน” ดร. บันเวลล์ กล่าว โมเดลจำลองแบบเท้าที่มีบาดแผลเสมือนจริงของเราที่สร้างขึ้นแบบ 3 มิติ คือผสานความคิดสร้างสรรค์ และเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาไว้ในที่เดียวกัน ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมานั้นทางเราดีใจเป็นอย่างมาก

 

ที่มา : https://www.3ders.org/articles/

Bangkok Gems and Jewelry Fair 2019 #ครั้งที่ 64 อิมแพคเมืองทองธานี

Bangkok Gems and Jewelry Fair 2019 #ครั้งที่ 64 อิมแพคเมืองทองธานี

เตรียมพบกับเราภายในงาน64th Bangkok Gems and Jewelry Fair 2019ครั้งที่ 64

  • วันที่ 10-14 กันยายน 2562  ณ
  • อิมแพคเมืองทองธานี Challenger Hall 1-3 โดยภายในงานจะนำเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ไปโชว์พร้อมกับข้อเสนอพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องราคาย่อมเยาสำหรับผู้เริ่มต้นใช้งาน หรือจะเป็นเครื่องราคาสูงที่เหมาะสำหรับผู้พัฒนาที่ชอบงานขนาดใหญ่ และที่สำคัญเราจะนำเครื่องที่ใช้ทำงานทางด้าน Jewelry โดยเฉพาะไปโชว์ที่สามารถทำงานขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ดี โดยใช้เรซิ่นหล่อในการขึ้นรูปชิ้นงาน ส่วนใครที่ยังลังเลอยู่อยากได้เครื่องพิมพ์หรือเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ ที่ถูกใจสักเครื่องไว้ใช้งานสามารถเดินเข้ามาฟังข้อเสนอ และสินค้าได้ที่
  • Booth WW56 งานจะเริ่มเวลา 10.00-18.00 น.  ท่านใดมาก่อนได้รับข้อเสนอก่อน ทางเราจะมีทีมงานคอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับตัวเครื่องที่เหมาะสมต่อการใช้งานกับท่าน
  • Highlight เปิดตัว Formlabs Form3 เครื่องแรกในไทย

 

โมเดลจำลองการผ่าตัดกบ จากเครื่องพิมพ์สามมิติ

โมเดลจำลองการผ่าตัดกบ จากเครื่องพิมพ์สามมิติ

สวัสดีครับทุกคน วันนี้ทางPrint3ddมีโมเดลเจ๋งๆมาให้ดูกันอีกแล้ว โดยพิมพ์จากเครื่อง Flashforge Guider2s โมเดลตัวนี้เป็นกบที่ถูกผ่าและมีอวัยวะต่างๆให้เราประกอบเข้าด้วยกัน ซึ่งประกอบเสร็จแล้วหน้าตาจะเป็นอย่างไรไปดูกันเลยครับ

link download model https://www.thingiverse.com/thing:258112/files

จากในรูปจะเห็นว่ามีตัวกบและอวัยวะส่วนสำคัญๆมาพร้อมเลย ซึ่งเหมาะกับน้องๆที่ทำศึกษาเกี่ยวกับทางด้านชีววิทยาหรือถ้าเป็นอาจารย์ก็สามารถนำโมเดลนี้ไปสอนนักเรียนเพื่ออธิบายให้เห็นภาพมากขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องไปผ่ากบจริงๆเลยครับ

(รายละเอียดในการประกอบ)

(พอประกอบเสร็จแล้วจะได้ออกมาเป็นแบบนี้ครับ)

ก็จบไปแล้วครับ สำหรับโมเดลจำลองการผ่าตัดกบ ทางPrint3ddหวังว่าเพื่อนจะได้ความรู้หรือไอเดียใหม่ๆไม่มากก็น้อยเพื่อนำไปต่อยอดในสิ่งที่ตัวเองสนใจต่อไป แล้วติดตามข่าวสารและเทคโนโลยีใหม่ๆได้ที่ www.print3dd.com

การสัมมนาเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ วันศุกร์ที่ 6 กันยายน 2562

การสัมมนาเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ วันศุกร์ที่ 6 กันยายน 2562

การสัมมนาเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ วันศุกร์ที่ 6 กันยายน 2562

        เตรียมพบกับงานสัมนาเกี่ยวกับเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ ที่จัดขึ้นโดยสาขาวิชาวิทยาศาตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในวันศุกร์ที่ 6 กันยายน 2562 ณ ศูนย์ฝึกอบรมเทคโนโลยีการพิมพ์แห่งชาติ มสธ. เทโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองการผลิตต้นแบบผลิตภัณฑ์ได้เหมือนจริงในระยะเวลารวดเร็ว มีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ และด้านวัสดุให้ใช้งานได้หลากหลาย ง่าย รวดเร็ว ประหยัด นิยมใช้ในการพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นรูปทรง 3 มิติ ซึ่งทาง Print3DD ของเราก็ได้เข้าร่วมงานสัมนานี้ด้วย ได้นำเครื่องพิมพ์ 3 มิติ Flashforge Creator Pro(FDM), Form2(SLA) และเรื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ Einscan Pro 2x ที่สามารถใช้มือจับเครื่องสแกนแล้วทำงานได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น

*** เปิดให้ลงทะเบียนโดยรับจำนวนจำกัด สมัครโดยการสแกน QR Code ด้านล่างเลยนะครับ ***

 

 

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : http://scitech.stou.ac.th/page/Showdata.aspx?PageId=54420&Datatype=2

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียเทคได้พัฒนาอวัยวะเทียม 3D ร่วมกับเซ็นเซอร์ตรวจจับ

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียเทคได้พัฒนาอวัยวะเทียม 3D ร่วมกับเซ็นเซอร์ตรวจจับ

        นักวิจัยที่ Virginia Tech กำลังบูรณราการเซ็นเซอร์อิเล็กทรอนิกส์เข้ากับอวัยวะเทียมพิมพ์ 3D เพื่อใช้ในส่วนบุคคล ซึ่งเป็นการพัฒนาที่อาจนำไปสู่การผลิตขาเทียมที่บังคับแบบไฟฟ้าที่ราคาไม่สูงมาก โดยการบูรณาการนี้นักวิจัยได้ทำการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของอวัยวะเทียมที่จะใช้อิเล็กทรอนิกส์และเซ็นเซอร์เข้าไปร่วมด้วย ไว้อย่างมากมายซึ่งขาเทียมนีจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น การประยุกต์ใช้วัสดุในการนำขาเทียมนั้นได้นำเทคโนโลยีการพิมพ์แบบ 3D เข้ามาช่วยในการออกแบบและผลิตขาเทียม แทนการผลิตแบบมือทำให้เพิ่มโอกาศที่จะเลือกใช้วัสดุในกาออกแบบได้มากยิ่งขึ้น หรือทำใหเลือกวัสดุที่เหมาะสมกับผิวหนังของผู้ใช้ได้ดีกว่าแบบเดิมๆ ที่ใช้อยู่เพราะเทคโนโลยีแบบ 3D นั้นสามารถใช้วัสดุได้หลากลายกว่า ทั้งนี้ยังทำให้การประกอบเซ็นเซอร์ต่างๆ เข้าไปร่วมกับขาเทียมด้วยนั้นทำได้ง่าย และยังเหมาะสมกับอินเตอร์เฟซของผู้ใช้งานด้วย

        ตามข้อมูลจากคุณ Yuxin Tong นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาด้านวิศวกรรมอุตสาหการและระบบ ผู้เขียนคนแรกของการศึกษานี้ได้ตีพิมพ์เป้าหมายสูงสุดอของการศึกษานี้คือการสร้างวิธีปฏิบัติทางวิศวกรรมและกระบวนการที่สามารถเข้าถึงคนจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในการออกแบบขาเทียมนี้ โดยมีความพยายามเริ่มต้นที่เด็กวัยรุ่นชื่อ “Josie Fraticelli” Yuxin Tong กล่าวว่า”หวังว่าพ่อแม่ทุกคนจะสามารถปฏิบัติตามคำอธิบายจากกระดาษที่เราตีพิมพ์และพัฒนามือเทียมต้นทุนต่ำแบบส่วนบุคคลสำหรับเด็กๆ ของพวกคุณ” 

        ในการเริ่มพัฒนาขาเทียมแบบอิเล็กทรนอกส์นั้น นักวิจัยได้เริ่มต้นด้วยการสแกน 3 มิติที่แขนและขาของ Fraticelli จากนั้นเขาได้ใช้ข้อมูลการสแกนแบบ 3 มิตินี้ เพื่อเป็นแนวทางในการบูรณาการเซ็นเซอร์เข้ากับช่องที่ไว้สำหรับใส่ขาเทียมกับขา โดยใช้เทคนิคการพิมพ์แบบ 3 มิติ ทำต้นแบบออกมา “การปรับเปลี่ยนขนาดของส่วนที่จะใช้สวมใส่นั้น ได้นำเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ เข้ามาใช้สแกนแบบ 3 มิติ และการพิมพ์ 3 มิติ เพื่อความรวดเร็วในการออกแบบและผลิตเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างเช่น ขาเทียม แขนเทียม สำหรับช่วยเหลือมนุษย์ และการดูแลสุขภาพรวมถึงการช่วยเหลือในด้านอืนๆ อีกมากมาย “Blake Johnson” ผู้ช่วยศาสตราจารย์เวอร์จิเนียเทคสาขาวิศวกรรมอุตสาหการและระบบ ได้กล่าวไว้ งานวิจัยของ Johnson’s เกี่ยวกับมือเทียม ซึ่งเป็นจุดสร้างแรงบันดาลใจให้กับเค้าเมื่อเขาโดยที่เค้าได้เรียนรู้และได้เริ่มพัฒนาจากลูกสาวของเพื่อนร่วมงาน คือ Fraticelli  อายุ 12 ปี ซึ่งเกิดมาจากโรคน้ำคร่ำ ในขณะที่อยู่ในมดลูกมือของของเธอก็หยุดการพัฒนาลง ซึ่งเกิดจากแถบน้ำคร่ำคล้ายสตริงจะจำกัดการไหลเวียนของเลือด และส่งผลต่อการพัฒนาที่มือขวาของเธอจึงทำให้นิ้วมือขาดมือ

        Johnson ได้ใช้ความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยของเขาในการผลิตทางชีวภาพ ร่วมกับทางทีมวิจัยระดับปริญญาตรีสหวิทยาการเพื่อทำการพิมพ์ 3D แบบไบโอนิคเพื่อเป็นมือของ Fraticelli และข้อมูลนี้ได้กลายเป็นพื้นฐานของการวิจัยที่เผยแพร่ในขณะนี้ ขณะที่พวกเขาทำงานวิจัยเพื่อพัฒนากับ Fraticelli พวกเขายังคงปรับแต่งต้นแบบเทียมโดยการพัฒนาเทคนิคการผลิตแบบใหม่ที่จะช่วยให้ฝ่ามือของ Fraticelli เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยทำการพัฒนาอวัยวะเทียมที่สามารถใช้งานได้สะดวกสบาย และยังมีความกระชับมากยิ่งขึ้นด้วย  ในขณะที่พวกเขาทำการพัฒนาก็ได้พบว่าการติดต่อระหว่างเนื้อเยื่อของ Fraticelli และอวัยวะเทียมนั้นมีการพัฒนาเพิ่มขึ้นจากเดิมเกือบ 4 เท่า เมื่อเทียบกับอุปกรณ์ที่ไม่ได้ทำปรับแต่งให้เเป็นแบบเฉพาะส่วนบุคคลนั้นๆ ด้วยพื้นที่สัมผัสกับผิวหนังที่เพิ่มขึ้นนั้นทำให้พวกเขาสามารถทำการระบุตำแหน่งที่จะฝังเซ็นเซอร์อาร์เรย์อิเล็กโทรด เพื่อทำการตรวจจับในการทดสอบการกระจายความดันซึ่งช่วยให้พวกเขาปรับปรุงการออกแบบให้ดียิ่งขึ้น

        การทดลองตรวจจับแรงกดดันนั้นได้ดำเนินการโดยใช้อวัยวะเทียมทั้งสองแบบที่มีและไม่มีการตรวจจับอาเรย์อิเล็กโทรด เมื่อทำการทดลองเหล่านี้กับ Fraticelli แล้ว พวกเขาพบว่าการกระจายแรงกดนั้นแตกต่างกันอย่างมาก เมื่อ Fraticelli ทำการผ่อนคลายมือของเธอเมื่อเทียบกับการจับมือในท่าเกร็ง “ความไม่ตรงกันระหว่างผิวที่อ่อนนุ่ม และส่วนต่อประสานที่ซับซ้อนยังคงเป็นปัญหาที่จะช่วยลดความสอดคล้องกัน” Yuxin Tong กล่าวไว้ “เซ็นเซอร์อาร์เรย์อิเล็กโทรดที่ใช้ตรวจจับทำให้เพิ่มโอกาศใหม่ๆ ที่จะช่วยในการปรับปรุงการออกแบบขาเทียมให้ดีมากยิ่งขึ้น”

 

ที่มา : https://www.3ders.org/articles/

การทำชิ้นงานเสมือนคนจริงแบบย่อส่วนด้วยสแกนเนอร์ และ Autodesk Meshmixer

การทำชิ้นงานเสมือนคนจริงแบบย่อส่วนด้วยสแกนเนอร์ และ Autodesk Meshmixer

        หลายๆ คนที่ไม่ได้มีความสามารถทางด้านการเขียน การปั้น แบบ 3 มิติ แต่อยากที่จะได้ชิ้นงานแบบ 3 มิตินั้นก็สามารถทำได้ ถึงจะไม่ได้เก่งด้านโปรแกรม 3 มิติเลยก็ตามแต่ก็ทำได้เช่านกัน เพียงแค่ต้องมีอุปกรณ์เป็นเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ Einscan Pro 2X ที่สามรถใช้สแกนงานทั้งขนาดเล็กและใหญ่ได้ ที่เด่นๆ เลยคือสามารถสแกนมนุษย์ได้ด้วย แต่จะมีข้อจำกัดอยู่ประมาณ 3 อย่าง คือ ชิ้นงานสีดำ ชิ้นงานท่มีความมันเงา และชิ้นงานที่มีสีใส แต่ก็มีวิธีแก้ไขโดยการใช้สเปรย์แป้งพ่นลงบนผิวของชิ้นงาน หรือทำให้ชิน้งานมีสีที่สว่างขึ้น ไม่เงา ไม่ใส ก็จะสามารถใช้เครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ สแกนได้เเล้ว 

       เมื่อนำไปสแกนคน ส่วนที่ต้องยอมรับเลยว่าจะสแกนไม่ได้จริงๆ คือส่วนที่เป็นเส้นผม ดังนั้นวิธีแก้ไขจะต้องนำไฟล์ที่ได้จากการสแกนไปปรับแต่งแก้ไขเพิ่ม แต่ก่อนที่จะสแกนนั้นแนะนำว่าให้ผู้ที่เป็นแบบใส่หมวกหรือหาสิ่งของมาปิดบังเส้นผมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โปรแกรมที่นำมาใช้ปรับแต่งไฟล์สแกนที่ทางเราใช้นั้น ทุกๆ คนสามารถโหลดมาใช้งานได้คือ Autodesk Meshmixer เป็นโปรแกรมฟรีที่สามารถใช้งานได้ดีมากตัวหนึ่งเลย ด้านโปรแกรมนั้นจะออกเป็นแนวของการปั้นขึ้นรูปงาน จะไม่เหมือนกับโปรแกรม CAD ต่างๆ ที่จะมีการขึ้นรูปเป็นรูปแบบมีขนาด องศา สัดส่วนที่แน่นอนมากๆ 

 

        ขั้นตอนการสแกนงาน Einscan Pro 2X  ก่อนการสแกนงานที่เป็นคน หรือสิ่งมีชีวิตนั้นควรจะจัดแต่งต้นแบบงานให้เรียบร้อยก่อน อย่างที่บอกไปเบื้องต้นคือ ให้แบบใส่หมวกที่ไม่ใช่สีดำ เสื้อที่ใส่ห้ามเป็สีดำ ถ้าใส่แว่นแนะนำให้ถอดออก เป็นต้น เมื่อเราจัดเตรียมแบบเสร็จแล้ว ให้เราเริ่มเปิดโปรแกรม EXScan Pro ได้เลย เปิดเข้ามาให้เลือกโหมดการสแกนที่เป็น Rapid Scan Handheld ในโหมดนี้จะสามารถสแกนงานได้หลายหลากแต่เหมาะกับงานที่มีขนาดใหญ่หน่อย วิธีการยืนของแบบที่จะสแกนควรจะนิ่งที่สุด สามารถลืมตาได้ในระหว่างสแกน เนื่องด้วยไฟของตัวเครื่องสแกนนั้นเป็นแบบ LED ไม่มีผลอะไรต่อดวงตาอยู่แบบเหมือนกับเราถ่ายภาพแล้วเปิดไฟแฟรช การสแกรเราสามารถสแกนได้ทั้งตัวของแบบเลย แต่ทางเราจะสแกนอยู๋ประมาณครึ่งตัวด้านบนเท่านั้นใช้เวลาประมาณ 3-5 นาที ในการสแกน เมื่อทำการสแกนเสร็จแล้วให้ปิดผิวงานเป็นแบบ Waterlight Models เพื่อนำไปแก้ไขต่อและแนะนำว่าขนาดของไฟล์ควรจะอยู่ประมาณ 150MB แล้วแต่คอมพิวเตอร์ของแต่ละท่านด้วยนะครับ จากนั้น Save ออกมาเป็นไฟล์นามสกุล .stl 

        ขั้นตอนการแก้ไขไฟล์งานสแกนด้วย Autodesk Meshmixer  โหมดการสแกนแบบ Fixed จะมีการแสดงข้อมูลการสแกนทั้งหมดที่เราทำการสแกนมาจะอยู่ด้านซ้ายมือของหน้าต่าง สามารถเปิดปิดเพื่อดูและลบ ข้อมูลได้บางทีชุดข้อมูลสแกนนั้นเกิดความคาดเคลื่อนเมื่อโปรแกรมทำการ Alignment Auto ให้เรา และที่ดีมากๆ เลยของโหมดนี้คือสามารถ Alignment แต่ละชุดข้อมูลได้บางข้อมูลอาจจะสแกนซ้ำจุดเดิมมาแล้วไม่ได้มีผมทำให้งานอะเอียดหรือว่าแม่นยำมากขึ้นก็ลบทิ้งไปได้เลย จะทำให้ Size File ที่ทำการเซฟออกมามีขนาดเล็กกว่าเดิมด้วย เมื่อเรานำไปใช้งานต่อในโปรแกรมต่างๆ จะทำงานได้ราบรื่นมากยิ่งขึ้น สามารถดูรูปภาพด้านล่างได้จะเป็ยไฟล์ที่ได้จากการสแกน ก่อนการปรับแก้ไขไฟล์งาน จะเห็นได้ว่าส่วนที่เป็นเส้นผมจะไม่สามรถสแกนได้ดังนั้นเราจึงควรจะสวมหมวก แต่อันนี้ก่อนที่จะ Save เราได้ทำการตัดหมวกแยกออกไป และจะนำมาประกอบในตอนหลังจะได้ทำงานง่ายยิ่งขึ้น

        เมื่อทำการแก้ไขเร็จแล้วจะได้ตามภาพด้านล่าง โดยหลักๆ จะใช้เครื่องมือในถบด้านซ้ายของหน้าต่างเป็น Sculpt และเลือกปรับที่ Brushes อีกทีว่าเราจะเลือก ดึงนูน ปรับเรียบเนียน กรีดคม และอื่นๆ ตามความต้องการ แต่จะเห็นบางส่วนที่เป็นผิวงานที่เกินออกมานั้นจะใช้เครื่องมือ Select เพื่อเลือกจุดที่เราต้องการจากนั้นลบทิ้งและเลือกอีกครั้งเพื่อซ่อมแซมส่วนที่ขาดหายไป Fill แต่ที่สำคัญควรพยายามลบส่วนที่เกินออกมานั้นให้หมด อย่าให้มีเป็นเศษเล็กๆ หลงเหลืออยู่เพราะจะมีปัญหาตอนที่นำงานได้ส่งพิมพ์  3 มิติ เนื้อผิวในส่วนนั้นจะเสียหายได้ง่าย เมื่อปิดผิวงานแล้วก็ทำกาปรับให้เรียบอีกครั้งด้วยเครื่องมือ Sculpt อันนี้งานที่เรานำไปใช้ต่อจะเอามาย่อขนาดลงดังนั้นอาจจะไม่ได้ทำให้ผิวของงานคมมากเกินไปเท่าไหร่ เพราะเมื่อย่อขนาดลงแล้วผิวของงาน รายละเอียดต่างๆ จะคมชัดขึ้นเอก แต่เมื่อนำไปขยายอาจจะต้องแก้ไขไฟล์งานให้มีรายละเอียดที่ชัดเจนมากขึ้นกว่านี้ 

        พอเราปรับไปเกือบสมบูรณ์แบบแล้วก็นำไฟล์หมวกที่เราตัดออกไปนั้นมาใสให้ชิ้นงาน และใส่ฐานวางงานเพื่อให้ดูดีมากยิ่งขึ้น อาจจะประกอบงานในอีกโปรแกรมที่ชื่อว่า Flashprint ซึ่งเป็นโปรแกรมของเครื่องพิมพ์ 3 มิติ Flashforge ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทั่วโลก ตอนที่เราประกอบงานนั้นก็ให้ทำการย่อขนาดของงานลงเหลือตามที่เราต้องการอันนี้เราจะย่อลงอยู่ที่สูง 50 mm. เมื่อประกอบเสร็จแล้วก็จะได้ไฟล์งานตามภาพด้านล่าง แต่ยังไม่เสร็จเท่านี้นะยังต้องเก็บงานอีกนิดหนึ่ง คือการทำงานให้กลวงเพื่อจะนำไปพิมพ์กับเครื่องพิมพ์แบบเรซิ่น Form2 การทำกลวงนั้นจะช่วยให้พิมพ์งานได้ง่ายขึ้น ประหยัดน้ำยาเรซิ่นด้วย ทำกลวงโดยใช้เครื่องมือ Edit เลือก Hollow เครื่องมือนี้เราจะสามารถเลือกได้ว่าจะทำให้ผนังของงานหนาเท่าไหร่ ที่เราใช้ประจำจะอยู่ที่ 2 mm. และอย่าลืมทำรูที่ด้านล่างของชิ้นงานด้วยเพราะจะช่วงให้แก้การเกิด Cup ในการพิมพ์กับเครื่อง Form2 

        การพิมพ์ชิ้นงานด้วย Form2 เครื่องพิมพ์เรซิ่น เปิดไฟล์งานที่แก้ไขเสร็จจาก Autodesk Meshmixer จากนั้นให้เราหมุนงานเอียงเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดเเรงดึงระหว่างพิมพ์ชิ้นงาน เพราะการพิมพ์แบบเรซิ่นจะมีดึงผิวของแผ่นฟิล์มที่อยู่ในถาดน้ำยาเรซิ่น พอเอียงงานเสร็จแล้วก็เริ่มทำ Support สามารถใช้ค่าตั้งต้นของโปรแกรมตามน้ำยานั้นๆ ได้เลยนะครับ กด Auto Support โปรแกรมจะทำส่วนนี้ให้อัตโนมัติ และเราก็ค่อยมาแก้จุดสัมผัสที่ชิ้นงานเองบางจุดอาจจะไม่จำเป็นต้องมีเราก็ลบทิ้ง เมื่อเราทำ Support เสร็จแล้วโปรแกรมไม่ได้แจ้ง Error อะไรเกี่ยวกับงานให้กด Upload เพื่อสั่งพิมพ์งานได้ทันทีเลยนะครับ ส่วนเรื่องเวลาและปริมาณน้ำยาที่ใช้โปรแกรมจะคำนวณมาให้เองครับ 

วีดีโอการทำ

ข่าวดีสำหรับผู้ที่ใช้ Einscan Pro/Pro+ รุ่นเก่า Shining มีการอัพเดท Software EinScan Pro V.3.0 เปลี่ยน UI ใหม่

ข่าวดีสำหรับผู้ที่ใช้ Einscan Pro/Pro+ รุ่นเก่า Shining มีการอัพเดท Software EinScan Pro V.3.0 เปลี่ยน UI ใหม่

        ข่าวดีสำหรับผู้ใช้งานที่มีเครื่องสแกนเนอร์รุ่น Einscan Pro Series (Pro/Pro+) ซึ่งเป็นรุ่นเก่าก่อนที่จะปรับมาเป็น Einscan Pro 2X Series ตอนนี้ทาง Shining 3D ได้มีการแจ้งมาว่ามีการอัพเดท Software มาให้แล้วเป็น Version 3.0 ที่มีฟังก์ชั้นการทำงานเหมือนกับ Software ของเครื่องรุ่นใหม่ Einscan Pro 2X Series เลย ซึ่งหลายๆ คนที่เคยเห็นโปรแกรมของรุ่นใหม่แล้วอาจจะอิจฉาว่าอยากใช้งานโปรแกรมตัวใหม่นี้กับรุ่นเก่าด้วย ดีใจด้วยนะครับตอนนี้เป็นจริงแล้ว ซึ่งเจ้าโปรแกรมตัวใหม่นี้ใช้ชื่อว่า EinScan Pro V3.0 หน้าตาโทนสีด้านในโปรแกรมก็จะเปลี่ยนใหม่เหมือนคัดลอกโปรแกรม EXScan Pro V3 มาเลยละครับ เดี๋ยวเรามาดูกันเลยดีกว่าครับว่ามีอะไรบ้าง

        Show Status/Color Tone โปรแกรม EinScan Pro V3.0 จะเป็นโทนสีดำทำให้ดูดุดันและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น น่าใช้งานสุดๆ ดูเท่ขึ้นจากเดิมมาก การจัดวางชุดเครื่องมือในการใช้งานเหมือนกับตัวรุ่นใหม่ทุกอย่างตั้งแต่การแสดงสถานะเครื่องสแกนเนอร์ว่า Online หรือ Offline อยู่รึเปล่าหร้อมใช้งานไหม? และยังมีการแสดงให้เห็นการ Calibartion ครั้งล่าสุดไปเมื่อวันไหน เวลาเท่าไหร่ได้ด้วยทำให้ผู้ใช้งานรู้ว่าควรจะทำการ Calibartรนื ใหม่รึเปล่าก่อนที่จะสแกนงานเพราะการ Calibartion ควรจะทำบ่อยๆ เพื่อความแม่นยำในการสแกนชิ้นงานนั้นๆ แต่ผู้ใช้งานอาจจะไม่สะดวกในการทำจึงอาจจะเป็นนานๆ ครั้งก็ได้ครับ

        Data Lite Scans/Groups in Fixed Scan Mode โหมดการสแกนแบบ Fixed จะมีการแสดงข้อมูลการสแกนทั้งหมดที่เราทำการสแกนมาจะอยู่ด้านซ้ายมือของหน้าต่าง สามารถเปิดปิดเพื่อดูและลบ ข้อมูลได้บางทีชุดข้อมูลสแกนนั้นเกิดความคาดเคลื่อนเมื่อโปรแกรมทำการ Alignment Auto ให้เรา และที่ดีมากๆ เลยของโหมดนี้คือสามารถ Alignment แต่ละชุดข้อมูลได้บางข้อมูลอาจจะสแกนซ้ำจุดเดิมมาแล้วไม่ได้มีผมทำให้งานอะเอียดหรือว่าแม่นยำมากขึ้นก็ลบทิ้งไปได้เลย จะทำให้ Size File ที่ทำการเซฟออกมามีขนาดเล็กกว่าเดิมด้วย เมื่อเรานำไปใช้งานต่อในโปรแกรมต่างๆ จะทำงานได้ราบรื่นมากยิ่งขึ้น

        Filling Hole ฟังก์ชั่นการปิดรูต่างๆ บนผิวของงานสแกนสามารถเลือกปิดได้หลากหลายขึ้น เหมือนกับโปรแกรมของเครื่องตัวใหม่ ซึ่งจะมีให้เลือกเป็น Manual hole filling, Auto hole filling, Marker filling, Smooth, Sharpen, Simplification,  Texture remapping ซึ่งถ้าเป็นโปรแกรมตัวเก่ากว่า Version 3.0 จะไม่สามารถใช้ Manual hole filling แบบเฉพาะส่วนได้ จะเป็นการ Fill ทั้งหมดทั่วชิ้นงานแทน และตรงส่วนของ Sharpen, Smooth จะสามารถปรับค่าได้ถ้าเป็นโปรแกรมตัวเก่าจะให้มีแค่เลือกว่าจะทำหรือไม่เท่านั้น ถือว่าโปรแกรมตัวใหม่นี้ออกแบบมาได้ดีมากๆ เลยครับ เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าใจและใช้งานได้ง่ายครบครันมากยิ่งขึ้นกับงานทุกๆ ด้านไม่ว่าจะเป็น วิศวกรรม การแพทย์ ประติมากรรม และอื่นๆ 

สามารถดาวน์โหลดมาใช้งานกันได้แล้วตอนนี้ที่ : https://www.einscan.com/einscan-software/einscan-software-download-new-2/ 

**ถ้าเปิดเข้าไปดาวน์โหลดไม่ได้ให้ใช้การเชื่อมต่อ Internet จากมือถือเอานะครับ 

 

วีดีโอตัวอย่างโปรแกรม

การประยุกต์ใช้งานเครื่องพิมพ์และเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ ในการทำ Packaging แบบ Vacuum

การประยุกต์ใช้งานเครื่องพิมพ์และเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ ในการทำ Packaging แบบ Vacuum

        หลายๆ คนที่กำลังมองหาเครื่องมือที่จะนำมาช่วยในการทำงานด้านบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ต่างๆ อยู่นั้นทางเรามีวีธีการนำเครื่องมือที่เรียกว่าเทคโนโลยี 3 มิติ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่สามารถขึ้นรูปชิ้นงานที่มีความซับซ้อนได้เสมือนจริง แถมยังมีต้นทุนที่ต่ำอีก และเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ ที่สามารถสแกนชิ้นงานจริงแล้วนำไฟล์ที่ได้มาแก้ไขให้เหมือนชิ้นงานต้นแบบตามที่เราต้องการได้ (Coppy Model) ซึ่งจะเหมาะกับผู้ใช้งานที่ไม่ได้เชียวชาญด้านการเขียนแบบ 3 มิติ สำหรับท่านที่ไม่มีความรู้ด้านนี้เลยก็สามารถใช้งานได้ วิธีการนี้อาจจะมีการประยุกต์ใช้กับโปรแกรมอื่นๆ ตามความเหมาะสม เช่น Autodesk Meshmixer และอื่นๆ ถ้าท่านใดที่มีความรู้ทางด้านเทคโนโลยีด้าน 3 มิติ อยู่แล้วจะง่ายมากๆ สำหรับนำไปใช้งาน แต่สำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้เลยก็สามารถใช้งานได้เช่นกันทางเรายินดีให้คำปรึกษา และสอนการใช้งานตัวเครื่องอยู่แล้วนะครับ 

ซึ่งตัวอย่างนี้เราจะมาทำ Packaging พลาสติกของแก้วน้ำกันนะครับ ซึ่งจะมีขั้นตอนการทำงานตามลำดับดังนี้

     ขั้นตอนที่ 1 การปรับแต่งชิ้นงานให้เหมาะสมต่อการนำไปใช้ การปรับแต่งนั้นเป็นการปิดรู หรือรอยบนผิวของชิ้นงานที่เราไม่ต้องการออก เพราะว่าการทำ Packaging พลาสติกแบบแวคคั่มปั้มหรือสูญญากาศ (Vacuum) จะต้องปิดช่องหรือรูส่วนที่เราไม่ต้องการออกด้วยถ้าไม่อย่างนั้น เนื้อพลาสติกจะโดนดูดเข้าไปในช่องว่างของชิ้นงานนั้นๆ ทำให้แกะงานแม่แบบออกไม่ได้ การปิดรูนั้นก็แล้วแต่ความถนัดของแต่ละคนเลยว่าถนัดแบบไหน อันนี้เราจะใช้เป็น Blue Tape ปิดรูที่หูจับของแก้วน้ำ ดังภาพประกอบ นำเทปมาติดให้ดีและเนียนที่สุดเท่าที่จะทำได้นะครับ 

 

———————- วีดีโอ ขั้นตอนที่ 1 ———————-

 

     ขั้นตอนที่ 2 การใช้สแกนเนอร์ 3 มิติ สแกนชิ้นงานเพื่อนำไปพิมพ์เป็นบล๊อคแม่แบบในการทำแวคคั่มสูญญากาศ (Vacuum) ซึ่งเราได้ใช้เครื่องสแกนเนอร์เป็นรุ่น Shining Einscan Pro 2X Series ที่มีความแม่นยำสูง 40 ไมครอน ใช้ร่วมกับ Turntable Einscan Pro จะทำให้สแกนงานได้ที่มีขนาดไม่เกิน 200 mm ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เมื่อสแกนชิ้นงานเสร็จต้องนำไฟล์งานออกมาแล้วตั้ง Offset ให้งานให้เพราะ Packaging ของสินค้าก็จะมีขนาดที่ใหญ่กว่าสินค้านิดหน่อย งานที่ได้จาการสแกนจะเป็นไฟล์ .stl , .obj จะได้ไฟล์งานตามรูปภาพประกอบ

 

———————- วีดีโอ ขั้นตอนที่ 2 ———————-

 

     ขั้นตอนที่ 3 การแก้ไขไฟล์ 3 มิติ ที่ได้จากการสแกน ขึ้นตอนนี้ง่ายมากๆ ยิ่งสำหรับคนที่ใช้โปรแกรมเขียน 3 มิติเป็นอยู่แล้วจะเข้าใจได้เร็วมากยิ่งขึ้น ซึ่งโปรแกรมที่เราใช้จะเป็นโปรแกรมฟรี Autodesk Meshmixer โปรแกรมนี้ส่วนมากเราจะใช้ในการทำ Hollow ชิ้นงาน ปรับผิวให้เรียบก่อนที่จะส่งพิมพ์กับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ซึ่งขั้นตอนการทำให้ดูตามวีดีโอนะครับ เมื่อเราเปิดไฟล์เข้ามาในคำสั่ง Import ที่หน้าแรกเลยให้เราระบายสี (เป็นการเลือกพื้นผิวงาน) เพื่อจะทำการปรับผิวงานให้เรียบจะได้ง่ายต่อการทำแวคคั่มสูญญากาศ (Vacuum) คำสั่งที่เราใช้คือ Select >ระบายส่วนที่ตั้งการ >Deform >Smooth ในขั้นตอนการทำ Smooth นั้นจะมีคำสั่งให้เลือกปรับโดยจะเน้นไปที่การปรับ Smooth Scale ยิ่งค่ามากจะเรียบเนียนมากแต่ถ้ามากเกินไปจะทำให้รูทรงชิ้นงานเพี้ยนมากตามไปด้วนะครับ เมื่อได้ค่าที่เหมาะสมแล้วกด Accept ได้เลย ทีนี้เราก็จะได้ไฟล์ 3 มิติ ที่มีผิวงานเรียบเนียมแล้ว ส่วนการ Save งานออกมานั้นให้ใช้คำสั่ง Export > ตั้งชื่องาน นามสกลุที่ได้จะเป็น .stl ให้นำไฟล์ตัวนี้เปิดในโปรแกรมของเครื่องพิมพ์ 3 มิติได้เลยครับ

 

———————- วีดีโอ ขั้นตอนที่ 3-4 ———————-

 

     ขั้นตอนที่ 4 ตั้งค่าการพิมพ์งานกับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ซึ่งเครื่องพิมพ์ 3 มิตินั้นจะมีโปรแกรมที่ใช้ในการตั้งค่าต่างๆ ที่จะใช้พิมพ์ชิ้นงานมากับตัวเครื่องด้วยตัวเครื่องที่เราใช้เป็นตัว Fullscale Max300 ที่มีขนาดพิมพ์งานอยู่ที่ 300x250x300 mm แต่ก่อนหน้านั้นเราจะใช้โปรแกรมของอีกเครื่องพิมพ์รุ่นหนึ่งในการปรับต่งไฟล์งานนิดหน่อยเพื่อให้ง่ายต่อการทำงาน คือโปรแกรม Flashprint ของเครื่องพิมพ์ยี่ห้อ Flashforge ในโปรแกรมนี้เราแค่โดนงานเข้ามาแล้วตัดบางส่วนที่ไม่ต้องการออกกับแบ่งครึ่งชิ้นงานเป็น 2 ชิ้นแค่นั้นเองครับ ดูวีธีการได้ตามวีดีโอ การพิมพ์งานนั้นเราจะใช้ความละเอียดของผิวชิ้นงานอยู่ที่ 200 ไมครอน (Layer Height) พิมพ์งาน 2 ชิ้นเป็นด้านซ้ายและขวา เพราะว่าจะนำมาแวคคั่ม (Vacuum) เป็น  Packaging ซ้าย/ขวา ความเร็วที่ใช้พิมพ์  60mm/s(Print Speed), ความร้อน 210-215 องศา(Temperature), ความหนาของงาน 3 ชั้น(Parameter shell) และเนื้อด้านใน 15% (Fill Density) ใช้วัสดุเป็นพลาสติก PLA (Polylactic acid) ใช้เวลาพิมพ์ประมาณ 9 ชั่วโมง เมื่องานพิมพ์เสร็จแล้วให้แกะออกมาจากนั้นก็สามารถนำไปเข้าเครื่องแวคคั่มแบบสูญญากาศ (Vacuum) ได้เลยครับ

 

     ขึ้นตอนที่ 5 การทำแวคคั่มแบบสูญญากาศ (Vacuum) เราจะใช้แผ่นพลาสติกที่มีความหนา 0.5 มิลลิเมตร เพื่อเน้นความแข็งแรงของตัว Packaging เอง ความร้อนที่ใช้นั้นจะอยู่ที่ 160 องศา เป็นเนื้อพลาสติก HIPS เมื่อความร้อนได้ตามที่เราตั้งแล้วเครื่องจะมีการแจ้งเตือนจากนั้นเราก็ดึงแผ่นพลาสติกลงมาแนบที่ชิ้นงานได้เลยจะเหมือนกับในวีดีโอด้านล่างครับ แล้วเครื่องจะเริ่มดูดอากาศที่อยู่ภายในออกจนหมดหรือให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ข้อควรระวังคือถ้าบางครั้งเราเลือกใช้ความร้อนกับเนื้อพลาสติกที่จะทำการแวคคั่ม (Vacuum)  นั้นไม่เหมาะสมหรือผิดค่าจะทำให้พลาสติกที่ใช้นั้นขาดได้ 

 

———————- วีดีโอ ขั้นตอนที่ 5 ———————-

———————- วีดีโอรวม ———————-

ICIT DAY 2019 at KMUTNB

ICIT DAY 2019 at KMUTNB

ขอเรียนเชิญทุกท่านเข้าชมงาน ICIT Day 2019 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ในวันที่ 10-12 กรกฎาคม 2562 นี้ ซึ่งทางเรา Print3DD ได้ร่วมออกงานกับทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ โดยจะมีเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ไปโชว์ให้ได้เห็นกัน ทั้งนี้ยังจะมีเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ ไปสแกนโชว์ให้เห็นกันอีกด้วย สำหรับท่านใดที่อยู่ใกล้ๆ สามารถเข้ามาเยี่ยมชมได้นะคะ ทางเรามีทีมงานที่พร้อมให้คำแนะนำต่างๆ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อสินค้าได้ค่ะ มากันเยอะๆ นะ

Automotive Manufacturing Expo 2019 at Bitec Bangna

Automotive Manufacturing Expo 2019 at Bitec Bangna

 

        เทคโนโลยีมีการวิวัฒนาการใหม่ การปรับเปลี่ยนมีความจำเป็นเพื่อเสริมประสิทธิภาพกระบวนการผลิตให้สูงขึ้น งาน แมนูแฟกเจอริ่ง เอ็กซ์โป จะเป็นเวทีสำหรับนักอุตสาหกรรมมากกว่า 85,000 รายในอุตสาหกรรมการผลิตและสนับสนุนทั่วอาเซียนเพื่อร่วมตัวพบปะกับเจ้าของเทคโนโลยีภายใต้ 2,400 แบรนด์ เทคโนโลยีเพื่อการผลิตพลาสติก แม่พิมพ์ เครื่องจักรผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เทคโนโลยีอัตโนมัติและการประกอบ และโซลูชั่นเตรียมพื้นผิว ซึ่งทาง Print3dd ของเราก็ได้เข้าร่วมจัดงานโดยจะอยู่ Booth ที่ 1B49 เดินเข้าจากประตู EH100 งานเริ่มเวลา 10.00 น.-18.00 น . เราได้นำเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ทั้งขนาดเล็กจนไปถึงขนาดใหญ่ไปโชว์ให้ได้เห็นกันไปเลย อาทิเช่น FF Adventure3, FF Creator Pro, FF Guider2s, FF Creator3 (เครื่องเปิดตัวใหม่), Fullscale Max และเครื่องพิมพ์ระบบ SLA ที่มีความละเอียดสูงอย่าง Formlabs Form2 ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหลายๆ ด้าน เท่านี้ยังไม่พอยังเรายังมีเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ ที่สามารถสแกนงานได้ทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กไปโชว์สแกนให้ดูกันด้วย นั้นก็คือเจ้า Einscan Pro 2x Series ที่ได้รับการพัฒนาให้มีการทำงานที่ดีขึ้นจากตัวเดิมเป็นอย่างมาก มาพร้อมกับ Software ตัวใหม่ด้วยเช่นกัน ท่านใดที่สนใจลองเดินเข้ามาทดลองตัวเครื่องได้นะคะ หรือจะมาขอคำแนะนำเกี่ยวกับเครื่องพิมพ์และเครื่องสแกนเนอร์เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับงานที่ทำอยู่ได้เหมือนกันค่ะ และภายในงานจะมีโปรโมชั่นดีๆ เช่นเคยห้ามพลาดเด็ดขาดนะคะ 
แผนที่งาน