fbpx

Einscan-SE/SP มีการอัพเดท Software ใหม่ให้เหมือน Einscan Pro 2X Series

Einscan-SE/SP มีการอัพเดท Software ใหม่ให้เหมือน Einscan Pro 2X Series

มีข่าวดีมาแจ้งทางผู้ใช้งานเครื่องสแกนเนอร์รุ่นกลางอย่าง Einscan-SE และ SPมาอัพเดทให้ทราบกัน เพราะว่าทาง Shining 3d มีการปรับหน้าตาของโปรแกรมใหม่ให้เหมือนเครื่อง Einscan Pro series หรือ Pro 2X series ซึ่งโปรแกรมทีการอัพเดทมานั้นจะเพิ่มฟังก์ชั่นการทำงานให้มีมากยิ่งขึ้นทำให้ง่ายต่อการทำงานด้วย เช่น

  •  Data List & Alignment : แบ่งการสแกนงานออกให้แต่ละครั้งที่สแกน สามารถแก้ไขเองได้ว่าต้องการ Data ไหนของการสแกนบางทีอาจจะเกิดจากการ alignment ที่เพี้ยนแล้วต้องการจะลบ ถ้าเป็นโปรแกรมเวอร์ชั่นเก่าจะไม่สามารถทำขั้นตอนนี้ได้
  •  Post Processing Module : ทำหน้าต่างของการปรับแต่งชิ้นงานใหม่ ดูน่าใช่งานมากยิ่งขึ้น
  •  Basic Measurement Function : เป็นฟังก์ชั่นที่ถือว่าช่วยให้ผู้ใช้งานที่ต้องการให้แกน xyz ของงานสแกนไม่เพี้ยน เพื่อนำไปใช้งานต่อในโปรแกรม CAD 3d โดยฟังก์ชั่นนี้จะสามารถสามารถ Plane, Point และ Line เพื่อใช้ในการปรับแกน xyz ใหม่ และยังสามารถวัดขนาดของชิ้นงานได้จากจุด a ไป b และปริมาตรของชิ้นงานได้ด้วย
  •  Multiple Languages : รองรับการใช้งานแบบหลายภาษามากยิ่งขึ้น
  •  Coordinate Alignment : การเชื่อมผิวงานที่ดีมากยิ่งขึ้น แม่นยำมากขึ้น

ลองโหลดมาอัพเดทให้เครื่องสแกน Einscan-SE มีฟังก์ชั่นที่น่าใช้งานมากยิ่งขึ่นได้ที่ : https://www.einscan.com/support/download/

หน้าต่างโทนสีใหม่เเหมือนกับ Einscan Pro
คำสั่งการ calibration แบบใหม่ที่มีการเปลี่ยนหน้าตาการใช้งานให้ดูง่ายขึ้น
หน้าต่างการ New projects ใหม่
หน้าต่างการสแกนแบบเดียวกับ Einscan Pro และมีการ align แบบ Turntable/Features
หน้าต่าง Data list แสดงข้อมูลการสแกนทั้งหมด พร้อมสร้าง Group ได้
หน้าต่าง Data list แสดงข้อมูลการสแกนทั้งหมด พร้อมสร้าง Group ได้
หน้าต่างการ Post processing ที่แก้ไขผิวงานได้ ลดขนาดไฟล์งาน
หน้าต่างการสร้าง Plane, Line และ Point

การใช้งาน Measurement : https://www.print3dd.com/origin-exscan-pro-v-3-3-0-2-reverse-engineering/

การวัดปริมาตรทั้งหมดของชชิ้นงานที่สแกน
การวัดระยะจากจุด A ไป B
แสดง Line, Plane และ Point ที่ได้สร้างไว้ทั้งหมด ลบออกได้ถ้าไม่ต้องการ
หน้าต่างการขยับแกน xyz (Origin) เองแบบเลือกขยับตามแกน และหมุนรอบแกนที่ต้องการ
หน้าต่างการตั้งค่าแกน xyz (Origin) ตาม Plane, Point และ Line ที่ได้สร้างขึ้น.

 

 

รีวิว Autoscan-Inspec เครื่องสแกนเนอร์ความละเอียดสูง สำหรับงานเฉพาะด้าน

รีวิว Autoscan-Inspec เครื่องสแกนเนอร์ความละเอียดสูง สำหรับงานเฉพาะด้าน

จากการที่ได้ทดลองใช้งานเครื่องสแกนรุ่นใหม่อย่าง AutoScan-Inspec แล้วนั้นถือได้ว่างานออกมามีคุณภาพที่ดีเลยนะครับ แม้ว่าบางงานที่รายละเอียดเล็กมาก ๆ เกินไปอาจจะยังไม่เหมาะสมแต่ก็สามารถนำงานที่สแกนมานั้นไปแก้ไขต่อได้โดยอาจจะใช้โปรแกรม ZBrush, Mashmixer หรือ CAD 3D งานที่สามารถรองรับการสแกนได้นั้นจะ maximum อยู่ที่ 100*100*75 mm และงานขนาดเล็กที่สามารถสแกนได้นั้นจะประมาณปลายดินสอ หรือปากกา บอกแบบนี้น่าจะเห็นภาพได้ง่ายขึ้น เดี๋ยวเราขอมาพูดถึงรายละเอียดของตัวเครื่องก่อนละกันนะครับ

Technical Specfications Autoscan-Inspec นั้นเป็นชื่อรุ่นโดยทางการของเครื่องสแกนเนอร์ตัวนี้ โดยจะมีการทำงานแบบสแกนอัตโนมัติมีแท่นหมุนมาให้ให้ตัวพร้อมกับกล้องสแกน specifications นั้นจะมีรายละเอียดดังนี้

  1. พื้นที่ในการสแกน : 100*100*75 mm
  2. ระบบโครงสร้างในการสแกนของเครื่อง : Structureding light 3D scanning ใช้ Source เป็น “Blue Light”
  3. ความละเอียด : น้อยกว่าหรือเท่ากับ 10ไมครารอน
  4. ระบบแกนการทำงาน : 3 แกน
  5. ความละเอียดของกล้อง : 5 MP
  6. น้ำหนักตัวเครื่อง : 7.50 Kg.
  7. ใช้ไฟ : DC24V
  8. ไฟล์ที่ได้ : .STL
  9. ระบบปฏิบัติการ : Windows10 /64 Bits

 

Spec ของเครื่อสแกนเนอร์ Autoscan-Inspec

เมื่อทำการแกะเครื่องออกจากตัวกล่องมานั้นจะพบกับอุปกรณ์มากมากที่มีมาให้ เพื่อให้ง่ายต่อการนำไปใช้กับงานได้ทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นงานทางด้าน Jewelry, เหรียญพระ, พระองค์ขนาดเล็ก, Finger model, วิศวกรรม และงานอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ข้อจำกัดที่ยังหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ ชิ้นงานใส ชิ้นงานมีความเงา ชิ้นงานสีดำเข้ม พวกนี้จะต้องทำการพ่นด้วย Powder spray ทำไมถึงสแกนงานขนาดเล็กได้ดีเพราะตัวเครื่องทำงานด้วยกล้องที่ให้ความละเอียดมากถึง 5.0 MP จำนวน 2 ตัว ทำให้สแกนงานได้เร็วและละเอียดมากยิ่งขึ้น เมื่อสแกนต่อ shot แล้วเครื่องสแกนแบบ 2 กล้องจะได้มุมที่กว้างกว่าเครื่องแบบมีกล้องตัวเดียว ทั้งนี้ Autoscan-Inspec ยังมีการทำงานที่รวดเร็ว และมาพร้อมโปรแกรมในการสแกนงานอีกด้วย  แถมยังสแกนงานได้ง่ายขึ้นแบบแค่คลิกเดียวก็สามารถสแกนงานได้จนเสร็จ เพราะมีแท่นหมุนแบบอัตโนมัติที่ทำงานร่วมกับตัว camera ทำให้มีการทำงานทั้งหมด 3-axis (x, y, z) พูดได้เลยว่าสะดวกมากจริง ๆ ไม่ต้องมาจับหมุนเอง

ที่ตัวเครื่องมีไฟบอกสถวานะการทำงานของตัวเครื่องอยู่ที่ด้านบนและด้านข้าง
มี Camera มาให้ 2 ตัวที่ความละเอียด 5MP และมีกระจกคอยหมุนเพื่อเปลี่ยนองศาของแสงสะท้อน
Turntable ที่ทำงานหมุนแบบ 2 แกน ทำให้ไม่ต้องมาค่อยหมุนชิ้นงานเอง

 

มาดูทางด้านของ Software กันบ้างดีกว่าว่ามีหน้าตาเป็นอย่างไรกันบ้าง ต้องขอบอกก่อนเลย Auroscan-Inspec จะต้องใช้ Dongle License ในการเปิด Software ซึ่งหน้าตาจะคล้ายๆ กับเครื่องสแกน รุ่น Einscan Pro Series เลย แต่เครื่องมือด้านบนเมื่อเข้าไปหน้าแรกนั้นจะมีแค่ 3 อันคือ

  • Ispec(1) เป็นการดำเนินการก่อนทำการเริ่มสแกนงาน เช่น การคาริเบท(2) การสร้างไฟล์งาน(3) หรือโหลดงานที่เคยสแกนมาแล้วนั้นนำมาทำงานต่อ(2)
  • Scan(7) เป็นหน้าต่างที่ใช้ในการควบคุมการสแกน สามาถปรับองศาของตัว camera ความสว่าง การเริ่มหรือหยุดสแกนงาน เมื่อทำการสแกนงานเสร็จแล้วจะมีเครื่องมือเด้งขึ้นมาเพิ่มเติมให้จะอยู่ด้านขวาคือการลบส่วนเกิน(8) การซูม และส่วนด้านล่างนั้นจะมี Rescan (สแกนงานใหม่อีกครั้ง)(5), Flip scan (สแกนงานในด้านอื่น ๆ )(8) และ Data wrap (ปิดผิวชิ้นงานเพื่อทำการ save file )(6) ส่วนการเชื่อมต่องานโปรแกรมจะทำการ Alignment(9) ให้แบบอัตโนมัติเมื่อทำการ Flip scan เสร็จให้กดที่ Alignment เมื่อเราทำการกดที่ Data wrap โปรแกรมจะทำการ Save แบบอัติโนมัติให้ทันที่เป็น .stl ทันที แต่เราต้องเลือกว่าจะให้ปิดผิวงานเป็นแบบ Watertight (แบบตัน) และ Unwatertight (แบบกลวง)(10)
  • Process เป็นการตรวจสอบงานที่ได้ปิดผิวเสร็จเรียบร้อยแล้ว และสามารถกลับไปสแกนซ่อมแซมงานได้ โดยให้กดที่ Next จะกลับไปสู่หน้าต่างของ Scan ถ้างานที่ปิดผิวเรียบร้อยแล้วต้องการจะออกให้กดที่ Conplete เสร็จสิ้นการสแกนงาน

และขอเสริมอีกนิดคือในส่วนของหน้าต่าง Process นั้นด้านซ้ายมือจะมีแถบเมนู Model list(11) คือจะแสดงจำนวนไฟล์ชิ้นงานที่สแกนอยู่ทั้งหมดสามารถเปิด/ปิด ดูแต่ละชิ้นงานได้ครับ เมื่อสแกนงานเสร็จแล้วได้ลองนำชิ้นงานได้เปิดในโปรแรกม ZBrush เพื่อดูผิวของงาน และจำนวน Polygon ของไฟล์งานเวลาออกมาดีไหม ถ้าว่าดีมากเลย Polygon ละเอียดมากทำให้ง่ายต่อการแก้ไขงานต่อ

หน้าต่างแรกของการเข้า Software scan             
การ Calibration เครื่องสแกนเนอร์

 

วิธีการใช้งานตัวเครื่อง  Autoscan-Inspec

  1. ทำการเชื่อมต่อสาย USB เข้าที่ตัวเครื่องสแกนเนอร์ กับ Computer และเสียบสาย Power เข้าที่ตัวเครื่องสแกนเนอร์
  2. เสียบ USB Dongle และ USB Drive software เพื่อทำการลงโปรแกรม
  3. เปิดสวิตท์ที่อยู่ด้านหลังเครื่อง ไฟสถานะของเครื่องสแกนเนอร์จะติดขึ้นมาเป็นสีฟ้าๆ ที่ด้านบนและด้านข้างของตัวเครื่อง
  4. จากนั้นให้ทำการติดตั้งโปรแกรมที่อยู่ใน USB Drive พร้อมทั้ง Activation license แบบ Online
  5. เมื่อทำการติดตั้งโปรแกรมเสร็จเรียบร้อยแล้วให้เปิดโปรแกรมขึ้นมา และ Calibration (2) โดยจะใช้แผ่น Calibrate ที่มีมาให้จะอยู่ให้กล่องอุปกรณ์
  6. เริ่มทำการสแกนให้คลิกที่ New project > เลือกที่เก็บไฟล์ > ตั้งชื่องาน(แนะนำภาษาอังกฤษ)
  7. หน้าต่างของการสแกน Scan ด้านซ้ายมือจะเป็นการปรับแสงที่ส่องไปกระทบชิ้นงาน สามารถเลือก Auto ได้
  8. กด Scan เพื่อเริ่มการสแกนชิ้นงาน
  9. เมื่อการสแกนเสร็จสิ้นจะมีเครื่องมือในหารรบส่วนเกินที่ไม่เกี่ยวกับชิ้นงานจะอยู่ด้านขวามือ (8) ให้กดเลือกเครื่องมือจากนั้นกด shift ค้างไว้และลากเม้าส์คลิกซ้ายครอบจุดที่ต้องการลบและกด delete
  10. ถ้าต้องการสแกนชิ้นงานส่วนที่ยังไม่ได้สแกนให้กดที่ Flip scan และทำการจับชิ้นงานพลิกไปอีกด้านที่ต้องการสแกนเพิ่ม
  11. เมื่อสแกนงานเสร็จเรียบร้อยแล้วต้องการจะ save ให้กดที่ data wrap ซึ่งจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ Watertight (แบบตัน) และ Unwatertight (แบบกลวง)(10)
  12. จากนั้นโปรแกรมจะทำการ save auto ให้ทันทีใน folder ที่เลือก save ตั้งแต่แรก โดยไฟล์ที่ได้คือ .stl

 

หน้าต่างการสแกนงาน
การ Edit งานสแกนส่วนที่เกินจากชิ้นงานจริง
การ Flip งานที่สแกนเพื่อเก็บด้านที่ยังสแกนไม่ได้
การ Wrap งานสแกนมีทั้งแบบ Watertiht(ตัน) และ Unwatertight(กลวง)
หน้าต่าง Process หลังจากที่ Wrap data เรียบร้อยแล้ว

 

หน้าต่าง Process หลังจากที่ Wrap data เรียบร้อยแล้ว
หน้าต่าง Process หลังจากที่ Wrap data เรียบร้อยแล้ว

 

จุดเด่น
– ความละเอียดในการสแกนระดับ 10ไมครอน (0.001mm)
– ระบบแสงฟ้า Structured Light Scanning process (แสงฟ้าเก็บรายละเอียดได้ดีกว่าแสงขาวมาก แต่สีที่ได้เป็น Grey Scale)
– Metrology Grade เป็นเครื่องระดับมาตรวิทยา เพื่อการสอบเทียบ
– มาพร้อมกล้องละเอียดสูงระดับ 5.0 MegaPixel จำนวน 2 ตัว
– ระบบการสแกน 3แกน 3-Axis Scanner ทำให้สแกนได้เร็วกว่า และ ทำงานกับชิ้นงานที่ซับซ้อนได้มากกว่า
– มาพร้อมแท่นจับ แทนวางชิ้นงานหลายแบบ ทำงานร่วมกับชิ้นงานได้หลากหลาย เช่นงาน Jewelry, งานทันตกรรม, งานศิลปะ-วัตถุมงคล
– ไฟล์ที่ได้เป็น STL, OBJ, PLY เป็นไฟล์กลาง สามารถไปทำงานต่อได้กับ Software ทั่วไปในท้องตลาด
– ไม่มีค่า Subscription รายปี สินค้าเป็นการซื้อขาด จบในตัวเอง

 

 

 

“Intra Oral Scanner – 3D Scanner” พัฒนาด้านทันตกรรม

“Intra Oral Scanner – 3D Scanner” พัฒนาด้านทันตกรรม

 

ในปัจจุบันการทันตกรรมต่างๆเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้น และมีเทคโนโลยีใหม่ๆที่เข้ามาช่วยให้เกิดประสิทธิภาพที่ดีเยอะแยะมากมาย เทคโนโลยีเหล่านี้นอกจากจะช่วยในการทำงานสะดวก สร้างความแม่นยำ ประหยัดเวลา ยังสร้างความทันสมัยให้กระบวนการอีกด้วย วันนี้ Print3dd ขอนำเสนอตัว Intra Oral Scanner เป็นเครื่องสแกนเนอร์ในช่องปากสำหรับทันตแพทย์ ใช้ในการทำฟันแบบดิจิทรอน Digital Dentistry รองรับการสแกนสี ต่อภาพอัตโนมัติ มีไฟสถานะแสดงการสแกน หัวสแกนสามารถหมุนปรับตำแหน่งได้ เมื่อไม่นานมานี้ Print3dd จับมือกับLabs Prodent ได้จัดการฝึกอบรมการใช้เครื่องสแกนเนอร์ Intra Oral Scanner กับผู้ช่วยแพทย์และบุคลากรที่เกี่ยวข้องได้ทดลองใช้เครื่องสแกนเนอร์ เพื่อนำไปใช้งานจริงกับคนไข้

 

 

บรรยากาศตอนเช้าที่ Labs Prodent มีผู้เข้าร่วมฝึกอบรมประมาณ 15-20ท่าน

หลังจากฝึกอบรมเรียบร้อยทางบุคลากรและผู้ช่วยแพทย์มีความเข้าใจการใช้งานมากขึ้น และคิดว่าเครื่องIntra Oral Scanner จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านทันตกรรม ให้ดียิ่งๆขึ้นไป

 

ติดตั้งเครื่อง Kings 600 Pro SLA รุ่นใหญ่งานเนียบระดับอุตสาหกรรม คุณภาพดีเยี่ยม

ติดตั้งเครื่อง Kings 600 Pro SLA รุ่นใหญ่งานเนียบระดับอุตสาหกรรม คุณภาพดีเยี่ยม

เมื่อวันที่ 15-18 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมานั้นทาง Print3dd จะนำเครื่อง SLA ขนาดใหญ่อย่างเครื่อง Kings 600 Pro 3D Printer ไปติดตั้ง ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ สาขาวิชาออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เพื่อใช้ในการเรียนการสอน ออกแบบผลิตภัณฑ์สินค้าต่างๆ ด้วยเทคโนโลยีของตัวเครื่อง Kings 600 Pro นั้น ชิ้นงานที่ได้ออกมาผิวของชิ้นงานจะเรียบเนียนมาก ขนาดที่สามารถขึ้นรูปได้ก็ใหญ่โดขนาดจะอยู่ที่ 600*600*400 mm สามารถใช้กับไฟฟ้าที่ 220-240VAC ได้เลย เครื่อง Kings 600 Pro SLA (Stereolithography) เครื่องระบบนี้จะใช้วัสดุตั้งต้นเป็นน้ำเรซิ่นที่มีความไวแสง และทำปฏิกิริยาด้วยแสงเลเซอร์ งานที่ออกมาเลยจะมีคุณภาพผิวสวยเก็บรายละเอียดได้ดีมากๆ เนื้อจากสารตั้งต้นเป็นของเหลวและจุดเลเซอร์นั้นเล็กมากสามารถทำให้สามารถทำชิ้นงานที่มีรายละเอียดเล็กๆ  หรือชิ้นงานที่ซับซ้อน และรายละเอียดสูงๆได้

จุดเด่นคือชิ้นงานสวยที่สุดใน 3D Printer ทุกระบบ อีกทั้งสามารถพิมพ์ได้ใหญ่ ตั้งแต่ 300mm-1700mm ขึ้นกับรุ่นที่เลือก 

สามารถนำเครื่องไปพิมพ์ชิ้นงานตัวอย่าง หรือ Prototype อย่างเช่น

Automotive : กันชนรถยนต์ / หมวกกันน็อต / Console รถเข็น / อุปกรณ์ต่างๆในรถยนต์
Architecture : ตัวอย่างบ้าน / โครงสร้างสถาปัตยกรรม ที่ซับซ้อน
Artist : รูปปั้น / พระพุทธรูป / งานศิลปะขแนงต่างๆ
Medical : กระดูกและกระโหลกจาก CT หรือ MRI สแกน เพื่อใช้ในการวางแผนวิเคราะการรักษา / แบบหล่อชิ้นส่วนในการปลูกถ่าย implant

 

 

 

การติดตั้งตัวเครื่องนั้นต้องมีการควบคุมปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อการขึ้นรูปชิ้นงานต่างๆ อย่างเช่น ความชื้น อุณหภูมิในห้องทำงาน เราควรจพทำห้องแยกตัวเครื่องออกจากเครื่องจักรอื่นๆ โดนภายในห้องนั้นจะต้องติดตั้งแอร์เพื่อให้ตัวเครื่อง Kings 600 Pro ทำงานในสภาวะอุณหภูมิที่เหมาะสมมากที่สุด และที่สำคัญอีกอย่างคือต้องควบคุมความชื้นภายในห้องด้วย เรื่องพวกนี้ไม่ต้องกังวลไปทางช่างของทางเราจะคอยให้คำแนะนำ และให้ความช่วยเหลืออยู่าตลอดเวลา  การนำเคื่องเข้าไปติดตั้งนั้นที่ตัวเครื่องจะมีล้อ และขาที่ไว้สำหรับตั้งตัวเครื่องด้วยตอนที่เราทำการติดตั้งจะต้องล็อคขาทั้ง 4 ด้านก่อน ทำการติดตั้งส่วนอื่นๆ เพราะว่าเครื่องพิมพ์แบบเรซิ่นนั้นตัวเครื่องจะต้องได้ระดับในทุกๆ แกน จะได้พิพม์งานออกมาแบบสมบูรณ์แบบที่สุดแบบเต็มแท่นพิมพ์

ติดตั้งเครื่อง Kings 600 Pro มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์

 

สินค้าเดินทางมาจาดกรุงเทพ-เพชรบูรณ์
ส่งเครื่อง Kings 600 Pro 3D Printer พร้อมกับอุปกรณ์ที่จำเป็นทั้งหมด
นำเครื่องลงด้วยเครนยก เพราะตัวเครื่องมีน้ำหนักมากทำมาจากวัสดุอย่างดี แข็งแรง
นำเครื่องลงด้วยเครนยก เพราะตัวเครื่องมีน้ำหนักมากทำมาจากวัสดุอย่างดี แข็งแรง
ภายในห้องต้องมีการควบคุมอุณหภูมิ ติดแอร์ไว้ภายในห้อง
แท่นพิมพ์ของเครื่องสามารถถอดได้
มีห้องที่สามารถควบคุมการทำงานของตัวเครื่องให้ได้ง่ายขึ้น
มีห้องที่สามารถควบคุมการทำงานของตัวเครื่องให้ได้ง่ายขึ้น
ประตูแข็งแรง และมีการติดฟิล์ม เพื่อป้องกันแสง UV เข้าไปในเครื่อง
มาพร้อมกับหน้าจอ Desktop ที่ใช้ในการควบคุมการทำงาน
มาพร้อมกับหน้าจอ Desktop ที่ใช้ในการควบคุมการทำงาน พับเก็บได้ เพิ่มพื้นที่ในการทำงานและเคลื่อนย้ายงาน
มาพร้อมกับเครื่องดูดความชื้น และตู้สำหรับอบชิ้นงานด้วยแสง UV ขนาดใหญ่
ที่ด้านบนเครื่องมีสัญญาณไฟแจ้งเตือนการทำงาน
ตรวจรับกับทางอาจารย์และเจ้าหน้าที่ตรวจรับเครื่อง Kings 600 Pro
ติดม่านเพื่อป้องกันแสง UV จากภายนอกส่งผลกระทบต่อน้ำยาเรซิ่น

 

Flashforge Adventurer3 Lite Vs Flashforge Adventurer3

Flashforge Adventurer3 Lite Vs Flashforge Adventurer3

 

ใหม่ล่าสุด! น้องใหม่ Flashforge Adventurer3 Lite ราคาประหยัดกว่า แต่คุณภาพงานพิมพ์เท่ากัน

ต่างกันแค่เพียงความสามารถไม่กี่อย่างเท่านั้น สำหรับผู้เริ่มต้นการใช้งานหรือใครที่กำลังหาเครื่องพิมพ์3มิติ ดีๆสักเครื่องที่ราคาประหยัดมาทดลองใช้งาน Print3Dd ขอแนะนำเลยครับ

Flashforge Adventurer3 Lite Vs Flashforge Adventurer3 

 

เครื่องสามมิติสำหรับผู้เริ่มต้น ใช้ง่ายได้ ความสามารถครบครัน เด็กใช้ได้ ผู้ใหญ่ใช้ดี ออกแบบเรียบง่าย สวย ดูแลรักษาง่าย เชื่อมต่อได้หลายทาง เช่น USB Drive, Lan, Wifi, Build-in Cloud พิมพ์พลาสติกได้หลากหลายเนื่องจากมีฐานทำความร้อน, ออกแบบให้ถอดแผ่นรองพิมพ์ง่าย เปลี่ยนหัวฉีดง่าย, มีระบบ Safety ที่ดีเหมาะสำหรับทุกวัย เป็นอีกตัวที่น่าสนใจเนื่องจากราคาไม่แพง

 

Feature สำคัญมีดังนี้
– ขนาดพิมพ์ 150*150*150mm
– มีฐานทำความร้อน สามารถพิมพ์ PLA, ABS และวัสดุอื่น ๆ ที่ต้องใช้ฐานทำความร้อน
– หน้าจอ Touch Screen
– ตัวเครื่องเป็นโครงปิด สามด้านใสเพื่อให้มองเห็นเวลาพิมพ์ได้ (สำหรับไว้ที่โรงเรียนให้นักเรียนดูได้ง่าย)
– ฐานพิมพ์สามารถถอดออกได้ และฐานพิมพ์บิดได้ (ออกแบบเพื่อให้แกะชิ้นงานได้ง่าย)
– มีระบบโหลดเส้นแบบอัตโนมัติ
– ออกแบบหัวฉีดให้เปลี่ยนง่ายด้วยมือเปล่า เป็นชิ้นเดียวสำเร็จ ไม่ต้องพึงเครื่องมืออื่น
– ไม่ต้องปรับระนาบฐานพิมพ์
– มีกล้อง Build in เพื่อใช้ดูชิ้นงานจากที่อื่น
– หัวฉีดทำความร้อนถึง 230°c ได้ในเวลาไม่เกิน 60วินาที
– เชื่อมต่อด้วย USB Drive, Lan, Wifi, Wifi Direct, Cloud 3D Printing
– ไม่ล็อคเส้น ใช้เส้นยี่ห้ออื่นได้

Lite ทำได้เหมือน ADV3 ทุกอย่างเช่น เปลี่ยนหัวง่าย, เปลี่ยฐานง่าย ใช้งานง่าย ปลอดภัย พิมพ์ได้ PLA, ABS ยกเว้น
Filament Auto Detect ป้องกันงนเสียเมื่อเส้นหมด
Build In online Camera ไว้ดูงาน online

 

Review 3D Scanner XYZ 2.0 เครื่องสแกนเนอร์ราคาประหยัด สำหรับเด็ก

Review 3D Scanner XYZ 2.0 เครื่องสแกนเนอร์ราคาประหยัด สำหรับเด็ก

การขึ้นรูปชิ้นงาน 3 มิติ นั้นถ้าโดยทั่วไปเราอาจจะรู้จักกันในแบบของการเขียนไฟล์ CAD 3D อาจจะมาจาก Software 3D ต่างๆ อย่างเช่น Solid edge, Solidwork, Autodesk Fusion 360, Zbrush, SketchUp, Rihno, Maya และอื่นๆ อีกมากมาย แต่ด้วยการพัฒนาของทางด้านเทคโนโลยีนั้นมีมากมายค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ จึงเกิดเทคโนโลยีที่เรียกกันว่า 3D Scanner แต่ก็จะแบ่งไปอีกหลายรุ่นเลยไม่ว่าจะเป็นรุ่นเริ่มต้นใช้งาน รุ่นที่เน้นใช้งานเน้นความคลาดเคลื่อนน้อย รุ่นที่ทำงานเฉพาะทาง อื่นๆ อีกมากมาย แต่ทั้งนี้จะมาดูเครื่องรุ่นที่เป็นแบบเริ่มต้นใช้งานกันซี่งจะมีราคาที่ถูกกว่าแบบอื่นๆ ตัวเครื่องนั้นจะใช้งานได้งานอาจจะใช้กันในทางด้านการศึกษา หรือเด็กเล็กเริ่มเรียนรู้เทคโนโลยี 3 มิติ ซึ่งจะมีความละเอียดในการสแกนนั้นไม่ละเอียดมาก การนำไปใช้งานทางด้าน Engineer จะไม่เหมาะสมเพราะด้านนี้นั้นค่อนข้างจะเน้นเรื่องของ Diameter ของตัวงานอย่างมาก XYZ Scanner 2.0 จะมีความละเอียดในการสแกนจะค่อนข้าง polygon ใหญ่จะทำให้ไม่เหมาะสมต่อการนำไปสแกนเพื่อหวังผลในการวัดค่า แต่ถ้านำไปสแกนสิ่งของ คน หรืองานขนาดใหญ่เพื่อนำไปแสดงผลลพิมพื 3 มิติ แบบอย่างง่ายนั้นถือว่าเหมาะสมเลย ถ้ายังไงลองดูสเปคของเครื่องและที่ทางเราได้ทดลองใช้งานเครื่องให้ดูตามด้านล่างนี้

 

วีดีโอรีวิว XYZ Scanner 2.0

 

สเปคเบื้อองต้นของเครื่องสแกน XYZ Scanner 2.0

  • Scan Engine               :    Intal RealSense Camera
  • Depth Image Size     :     640*480 at 30fps
  • Scan Size (W*D*H) :     5*5*5 cm ถึง 100*100*200 cm
  • Color Image Size      :     Up to 1920*1080p at 40fps
  • Output File Types    :     For PC .obj, .ply, .stl / For Mac .obj, .ply, .stl
  • Scan Resolution       :      0.2 – 1.5 mm
  • Connectivity             :     3.0 Cable USB
  • Operating Systems  :    Win 10(64 bit) / macOS 10.10 ,10.11 ,10.12, 10.13, 10.14 / CPU i5 Processor ,Ram 4GB

ซี่ง spec ของเครื่องสแกนเนอร์รุ่นนี้จะใกล้เคียงกับ Sense Scanner แต่ของทาง XYZ Scanner 2.0 นั้นมาราคาถูกกว่าถึง 2 เท่าและความละเอียดในการสแกนงานนั้นใกล้เคียงกันเลย

 

การใช้งาน แและการติดตั้งโปรแกรมเครื่องสแกนเนอร์ XYZ Scanner 2.0 

  1. ลงชื่อเข้าใช้หรือลงทะเบียนบัญชีที่เว็ปไซต์ XYZprinting เพื่อรับข้อมูลและคำแนะนำล่าสุด เป็นการสมัครสมาชิกของทาง XYZ
  2. เสียบปลั๊กสแกนเนอร์เข้าไปในพอร์ต USB 3.0 บนอุปกรณ์ของคุณ สังเกตุง่ายคือช่องที่เป็นสีน้ำเงิน
  3. นำการ์ด SD ที่แถมมาในชุดเสียบเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ สำหรับตัวติดตั้งที่ดาวน์โหลดมาจากเว็ปไซต์ โปรดปฏิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

– สำหรับ MacOS ดับเบิ้ลคลิกที่ “XYZscanHandy*.dmg” และลากแอปพลิเคชั่นนั้นไปยังแฟ้ม Applications

– สำหรับ Windows ใช้งาน “SETUP.exe” และปฏิบัติตามขั้นตอนเพื่อติดตั้งซอฟแวร์และไดรเวอร์ที่จำเป็นทั้งหมด ซึ่งในเจ้าตัว SD Card นั้นจะมีตัวติดตั้ง และวีดีโอการใช้งานมาให้ด้วย

 

  1. เปิดใช้งาน XYZscan Handy โดยการดับเบิ้ลคลิกที่ไอค่อน เมื่อเข้ามาแล้วจะเจอกับการแนะนำในการใช้งานตัวเครื่อง ให้กด Strat scan และจะพบกับ Guide แนะนำเครื่องมือบนหน้าต่างของโปรแกรมการสแกน อ่านแล้วทำการแล้วทำการกดข้ามได้เลย จากนั้นจะเจอกับหน้าต่างการ login จะทำการ login หรือไม่ก็ได้
  2. เลือกโหมดการใช้งานโดยแบ่งเป็น Head (สแกนส่วนที่เป็นศีรษะ), Object (วัตถุ, สิ่งของ), Body (สแกนส่วนตัวของมนุษย์) และ Mask (ใบหน้า)

– Head (สแกนส่วนที่เป็นศีรษะ) ขนาดในการสแกนอยู่ที่ 80*50*80 cm ระยะห่างตัวเครื่องจาก Head อยู่ที่ 20-60 cm

– Object (วัตถุ, สิ่งของ) ขนาดในงานสแกนอยู่ที่ 5*5*5cm ขึ้นไป ระยะห่างตัวเครื่องจาก Object อยู่ที่ 20-60 cm

– Body (สแกนส่วนตัวของมนุษย์) ขนาดในการสแกนอยู่ที่ 100*100*200 cm ระยะห่างตัวเครื่องจาก Body อยู่ที่ 20-60 cm

– Mask (ใบหน้า) – จะมีรูปแบบใบหน้าแจ้งขึ้นมาให้ ระยะห่างตัวเครื่องจากใบหน้าอยู่ที่ 20-55cm

 

  1. เมื่อเลือกโหมดในการสแกนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้นำตัวเครื่องไปจ่อที่งานให้เอียงตัวเครื่องตามการแนะนำของโปรแกรมจนขึ้นเป็นภาพสี แสดงว่าพร้อมที่จะเริ่มการสแกน และระหว่างสแกนที่หน้าโปรแกรมจะแสดงระยะห่างให้ด้วยจะอยู่ที่ด้านล่างขวามือ เริ่มสแกนจะกดสั่งได้ 2 จุด คือ ตัวเครื่อง/หน้าโปรแกรม และเมื่อสแกนเสร็จแล้วเรียบร้อยสามารถหยุดได้เช่นเดียวกับการกดเริ่มการสแกนงานเช่นกันที่ ตัวเครื่อง/หน้าโปรแกรม
  2. เมื่อทำการสแกนงานเสร็จเรียบร้อยแล้วโปรแกรมแกรมจะมีเครื่องมือในการจัดการกับชิ้นงานมาให้ 5 tools คือ

– Texture การเปิด/ปิดดูสีของงานสแกน (9)

– View มุมมองการหมุนงานสแกน (8)

– Cut การตัดส่วนที่ไม่ต้องการออกจากงานสแกน (6)

– Diameter การวัดขนาดงานสแกนโดยจะแบ่งเป็น 2 แบบ คือแส้นตรง และวัดเส้นรอบวงของงานสแกน (5)

– Color Adjust การปรับค่า Brightness, Contrast และ Color (7)

 

  1. การ Save file กดที่เครื่องมือด้านซ้ายมือนามสกุลของงานที่จะ save ออกไปได้มี .obj, .stl และ .ply (1)
  2. ถ้าต้องการสแกนงานใหม่ หรือเปลี่ยนโหมดการสแกนให้กดที่ Rescan (4)

**ข้อแนะนนำถ้าตัวเครื่องการจากสแกนงาน Retry เพื่อทำการเชื่อมต่อกับตัวเครื่องอีกครั้ง**

 

อุปกรณ์ภายในกล่องที่จะได้

  1. ตัวเครื่อง XYZ Scanner 2.0
  2. SD Card
  3. คู่มือการใช้งาน ภาษาไทย, ภาษาอังกฤษ
  4. ใบรับประกัน ภาษาไทย, ภาษาอังกฤษ

 

งานที่เหมาะสมต่อการนำไปสแกน

  1. วัตถุขนาดตั้งแต่ 5 cm – 1 m
  2. สแกนคนแบบครึ่งตัว และเต็มตัว
  3. สแกนรูปปั้น หรือตุ๊กตา
  4. สแกนใบหน้า

 

ข้อดีและข้อเสีย

ข้อดี

  1. ตัวเครื่องมีขนาดเล็กพกพาสะดวก
  2. ตัวเครื่องมีการเชื่อมต่อที่ง่ายต่อการนำไปใช้งาน
  3. ตัวเครื่องและโปรแกรมใช้งานง่าย
  4. มีคู่มือทั้งภาษาไทย และภาษอังกฤษ อ่านเข้าใจง่าย
  5. ราคาย่อมเยา สามารถจับต้องได้

ข้อเสีย

  1. ไม่สามารถสแกนวัตถุสะท้อนแสง, โลหะและโปร่งแสงได้
  2. ความละเอียดต่ำไม่เหมาะกับงานที่ต้องการวัดขนาดให้เที่ยงตรงงาน engineering

 

 

ปากกา Da Vinci 3D Pen Cool สำหรับนักออกแบบตัวจิ๋ว

ปากกา Da Vinci 3D Pen Cool สำหรับนักออกแบบตัวจิ๋ว

3D pen da Vinci Cool เป็นการฉีดเส้นพลาสติกออกมาให้รูปแบบของปากกาอาจจะคุ้นตาที่เป็นแบบเครื่องต้องเขียน CAD 3D เข้าไปตั้งค่านู้นนี่นั้นเพื่อให้เครื่องนั้นทำชิ้นงานออกมาอันนี้จะเป็นอีกอุปกรณ์หนึ่งที่มีความสับซ้อนมากกว่าเน้นงานที่มีคุณภาพ และขนาดที่มีความคลาดเคลื่อนน้อยเป็นต้น อาจจะใช้กันในรูปแบบส่วนตัว การศึกษา อุตสาหกรรม ทางการแพทย์ และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่เจ้า 3D Pen อันนี้นั้นจะใช้วัสดุที่มีความแข็งแรงน้อยที่เรียกกันว่า PCL Polycaprolactone และ Poly(caprolactone) ที่ใช้ความร้อนต่ำที่ 60-70 องศา ในการหลอมเหลวพลาสติกในการขึ้นรูปชิ้นงาน จึงทำให้ 3D Pen สามารถใช้งานได้ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก ถ้าเป็นเครื่องตัวอื่นๆ จะมีแบบที่ให้ผู้ใหญ่ใช้งานอันนั้นจะทำความร้อนได้สูงว่าใช้วัสดุ PLA และ ABS ได้ความร้อนจะอยู่ที่ 190-230 องศา ซึ่งจะเป็นอันตรายมากต่อเด็ก ที่เพิ่งเริ่มใช้งานการใช้เจ้า 3D da Vinci Cool นั้นจะเป็นการใช้ฝึกสมาธิ จินตนาการ มีความคิดที่สร้างสรรค์ในการสร้างชิ้นงานออกมาไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของ 2D และ 3D ก็ตาม ซึ่งถ้าลองเป็น YouTube, Page หรือ Instagram ว่า 3D Pen จะเห็นได้ว่ามีผู้คนนำไปทำงานที่สร้างสรรค์มากมาย บางครั้งเหมือนงานปั้นมือเลยทีเดียวอันนี้ก็แล้วแต่ความสามารถและการนำไปใช้งานของแต่ละคน ส่วนตัวเครื่องนั้นได้มีการออกแบบมาสวยงามน่าใช้ มีไฟแสดงสถานะการทำงาน และอีกอย่างใช้งานง่ายมากมีปุ่มกดแค่ 2 ปุ่มกดให้ Load filament และ Unload filament เชื่อมต่อกับอะแดปเตอร์ที่ใช้ชาร์จแบตเตอรี่ของมือถือได้เลย
ภาพอธิบายตัวเครื่อง

 

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • ตัวปากกา 3D Pen
  • สาย micro USB
  • แผ่นใสสำหรับวาด
  • Filament PCL 6 เส้น
  • แบบฝึกหัด มีระดับความยากง่ายตั้งแต่ 1-5 ดาว
  • คู่มือการใช้งานตัวเครื่องแบบภาษาไทย และภาษาอังกฤษ
  • ใบรับประกันของศูนย์ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ

การอ่านสถานะไฟและการใช้งานเบื้องต้น

  1. สถานะไฟแจ้งเตือน
    1.1. ไฟสีแดงสว่างอย่างต่อเนื่อง : เปิดเครื่องอยู่ และจะค่อยๆ ลดความร้อนลง
    1.2. ไฟสีแดงกระพริบอย่าสม่ำเสมอ : หยุดทำงาน และจะค่อยๆ ลดความร้อนลง
    1.3. ไฟสีแดงกระพริบถี่ๆ : กำลังทำความร้อน (ในโหมดระบายความร้อนการทำความร้อนจะใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีก 15 นาที)
    1.4. ไฟสีเขียวสว่างอย่างต่อเนื่อง : หัวฉีดร้อน พร้อมสำหรับการ Load/Unload พลาสติก (ความร้อนหัวฉีดที่ 60 องศา) หัวฉีดจะหยุดการทำความร้อนเมื่อไม่ได้ใช้งานเป็นเวลา 60 วินาที หากต้องการทำความร้อนให้กดปุ่นใดปุ่นหนึ่งก็ได้
  2. การใช้งานเบื้องต้น
    2.1. ต่อสาย USB เข้ากับปากกา และอะแดปเตอร์ไฟฟฟ้า จากนั้นเสียบปลั๊กอะแดปเตอร์เข้ากับแหล่งจ่ยไฟ (ไฟ LED ควรสว่างเป็นแสงสีแดงอย่างต่อเนื่อง
    2.2 กดปุ่มใดๆ ก็ได้เพื่อเริ่มการทำความร้อนที่หัวฉีด (ไฟสถานะ LED กระพริมเป็นสีแดงอย่างสม่ำเสมอ
    2.3 ขึ้นตอนการทำความร้อนเสร็จแล้ว (ไฟสถานะสีเขียวจะติดขึ้นมา) กด Load ที่ปุ่ม 2 ครั้งเพื่อเปิดใช้งาน Load จากนั้นเสียบเส้นพลาสติกเข้าไปที่รูด้านบของตัวเครื่อง 3D Pen จากนั้นปล่อยให้ตัวเครื่องดึงเข้าไปเองจนไหลออกจากด้านหัวของแกกา / ส่วนการ Unload พลาสติกนั้นให้กดปุ่ม Unload พลาสติกออกค้างไว้เป็นเวลา 5 วินาทีเจ้าปากกาจะดึงออกให้เอง และจะหยุดทำการ Unload ไปเองภายในเวลา 90 วินาที หรือต้องการจะหยุดเองให้กดปุ่มได้ก็ได้ 1 ครั้ง
    2.4 นำใบแบบฝึกหรือแบบที่ต้องการวาดมาวางไว้จากนั้นให้นำแผ่นใส่มาวางทับบนแบบที่เราต้องการ (แผ่นใสจะต้องมีการดึงฟิล์มที่ติดอยู่ทั้ง 2 ด้านออกก่อน)
    2.5 วางลงบนแผ่นใสตามแบบที่เราต้องการโดยการเริ่มจาก 2D ก่อนแล้วค่อยนำมาต่อกันขึ้นเป็นรูปร่างตามแบบ การเชื่อมกันนั้นให้ใช้ปากกามาผสานด้วยเนื้อพลาสติก PCL ทำแบบเดิมไปเรื่อยๆ วาดแบบ 2D และนำมาประกอบ

 

ข้อควรระวังและการแจ้งเตือน

  1. ในขณะที่หัวฉีดร้อนอยู่นั้นอย่าให้หัวฉีดไปสัมผัสกับส่วนต่างๆ โดยรอบเพราะอาจจะทำให้เกิดความเสียหายได้
  2. เปิดช่องระบายอากาศที่ปลายของปากกาเสมอเพื่อให้แน่ใจว่าปากกาทำงานได้อย่างถูกต้อง
  3. ระหว่างที่ทำความร้อนอยู่นั้นพลาสติกอาจจะมีกลิ่นออกมาควรจะทำในพื้รที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี
  4. ควรจะเส้นพลาสติก PCL เท่านั้น
  5. ใช้ไฟฟ้า USB ที่รองรับ 5VDC 2A
  6. มื่อใช้งานเสร็จเรียร้อยแล้วควรเก็นพลาสติก PCL ให้พ้นจากความชื้นย่าให้โดนแดดโดยตรง เพราะทนความร้อนได้ไม่สูงมาก
  7. เมื่อเด็ก ๆ นำไปใช้งานควรมีผู้ใหญ่อยู่ใกล้ชิดในการดูแล

ข้อดีข้อเสีย

  1. ข้อดี
    1.1. Design สวยงามน่าใช้ จับได้ถนัดมือ
    1.2. ใช้ความร้อนต่ำในการละลายพลาสติก
    1.3. ราคาถูก
    1.4. ใช้งานง่าย มีปุ่มกดเพียง 2 ปุ่ม
    1.5. สามารถใช้งานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่
    1.6. มีคู่มือที่สามารถอ่านแล้วเข้าใจได้ง่าย
    1.7. มีการรัประกันจากศูนย์
    1.8. วัสดุมีหลากหลายสีให้ใช้งาน
    1.9. มีแบบฝึกให้ภายในกล่อง
  2. ข้อเสีย
    2.1. ไม่สามารถกับวัสดุที่เป็น PLA และ ABS ที่ต้องใช้ความร้อนสูงๆ ได้
    2.2. ไม่สามารถปรับความเร็วของการดึงเส้นพลาสติกได้

 

วีดีโอสอนการใช้งาน

แกะกล่อง 3D Pen

การฝึก Skill เบื้องต้น

สอนทำตัวโน้ตดนตรี

สอนทำกล่องใส่ของ

กรอบรูปยีราฟ

 

 

 

แจกไฟล์ตัว Filter กรองอากาศสำหรับหน้ากากอนามัย

แจกไฟล์ตัว Filter กรองอากาศสำหรับหน้ากากอนามัย

พอดีจากเหตุการณ์ในช่วงนี้มีการระบาดของไวรัส COVID-19 ที่เป็นเชื้อไวรัสที่แพร่กระจายจากสารคัดหลั่งที่พบเป็นอย่างมากเลยคือ น้ำลายที่มาจาการพบปะพูดคุยกัน การติดต่อธุรกิจต่าง ๆอย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และสิ่งที่จำเป็นอย่างมากในช่วงนี้เลยที่จะใช้ในการป้องกันไวรัส COVID-19 นี้ได้ก็จะมี  แอลกอฮอล์ หน้ากากอนามัย และอื่นๆ แต่ 2 อย่างนี้ถือว่าจำเป็นอย่างมาก ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันทุกวันนี้การออกจากนอกบ้านหรืออยู่ภายในบ้านต้องใส่หน้ากากอนามัยเพื่อกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส COVID-19 เพราะไวรัสสามารถกระเด็นติดไปกับน้ำลายของคนเราได้ในขณะพูด เทื่อมีความต้องการท่จะใช้หน้ากากอนามัยเป็นจำนวนมากจึงทำให้หน้ากากอนามัยที่มีขายอยู่ในท้องตลาดนั้นหาได้อยาก และได้มีการแก้ไขปัญหาส่วนนี้ขึ้นมาเป็นหน้ากากผ้าที่สามารถสักล้างได้ ไม่เหมือนหน้ากากอนามัยแบบทั่วไปที่ใช้แล้วต้องทิ้งเลย แต่หน้ากากผ้าบางชนิดจะค่อนข้างหายใจลำบาก ทางเราได้เห็นหน้ากากแบบที่ใช้กันฝุ่น PM2.5  ที่ด้านข้างของหน้ากากนั้นจะมีตัว Filter กรองอากาศที่จะเข้าไปภายในหน้ากาก จึงเกิดความคิดขึ้นมาว่าเมื่อมี 3D Printer อยู่แล้วทำไมไม่ทำตัวกรองขึ้นมาใช้กับหน้ากากผ้าละ และมีการเปลี่ยนผ้าสำหรับกรองภายในแทนส่วนหน้ากากก็สามารถสักตามปกติได้เหมือนเดิม

**สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : Filter Mask Covid-19 

 

ทางเราได้เขียนไฟล์ CAD ขึ้นมาเพื่อจะนำมาพิมพ์กับเครื่อง 3D Printer แบบระบบ FDM เพื่อมาใช้กับหน้ากากผ้าที่ใช้งานอยู่ และทางเราได้นำไฟล์ที่ได้เขียนไว้นั้นมาแจกกันฟรีๆ สามารถเข้าไปดาวน์โหลด

**ได้ที่ : Filter Mask Covid-19 สามารถเข้าไปดาวน์โหลดและนำไปพิมพ์แจกหรือใช้งานกันได้เลยนะครับ เมื่อเราพิมพ์เสร็จก็นำมาแกะ Support ออกแและนำหน้ากากผ้าที่เราจะติด Filter ชิ้นนี้เข้าไปมาตัดเป็นรูเพื่อจะใส่ Filter กรอง ส่วนผ้ากรองที่จะใส่ไว้ระหว่างตรงกลางนั้นสามารถหาซื้อได้ หรือสำลีกรอง

  

 

 

 

รีวิวการใช้งาน Autoscan DS-EX Pro Dental scanner เครื่องสแกนสำหรับโมเดลฟัน

รีวิวการใช้งาน Autoscan DS-EX Pro Dental scanner เครื่องสแกนสำหรับโมเดลฟัน

วันนี้เราจะมาแนะนำเครื่องสแกนเนอร์ตัวใหม่ที่ใช้ในงานเฉพาะทางด้านทันตกรรม หรือด้านฟัน ซึ่งเจ้าเครื่องรุ่นนี้ก็คือ Autoscan DS-EX Pro dental scanner เป็นเครื่องที่มีระยะในกาารสแกนที่นิ่งและมีความละเอียดที่สูงถ้าให้กล่าวจากสเปคของตัวสเครื่องนั้นจะอยู่ที่ 10 ไมครอน เครื่องสแกนเนอร์รุ่นนี้จะมีแบ่งเป็น 2 รุ่นคือ Autoscan DS-EX dental รุ่นเก่ากับ Autoscan DS-EX Pro dental โดยความแตกต่างของทั้ง 2 รุ่นนี้คือรุ่นที่ไม่มีคำว่า Pro นั้น จะมีความละเอียดที่น้อยกว่าจะอยู่ที่ 15 ไมครอน แต่จะใช้ White Light ในการสแกนซึ่งจะทำให้สามารถสแกนสีของโมเดลได้เสมือนจริง ส่วนอีกเครื่องที่เรานำมารีวิวนั้นจะเป็นรุ่น Autoscan DS-EX Pro dental  นั้นจะมีความละเอียดของตัวกล้องอยู่ที่ 10 ไมครอน ใช้แสง Blue Light ในการสแกนโมเดลจะไม่สามารถสแกนสีของโมเดลได้แต่เน้นไปทางด้านของความละเอียดแทน เพราะที่ตัวด้านบนหรือหัวเครื่องสแกนนั้นสามารถถอดเปลี่ยนได้ ความสะดวกของเครื่องที่เป็นแบบ Auto scan นั้นจะมี Turntable ติดมาที่ตัวเครื่องสแกนเนอร์ทำให้เวลาเราทำการสแกนจะเป็นแบบอัตโนมัติทั้งหมด ถือว่าาสะดวกสบายมาก จากที่ได้ลองทำการใช้งานสามารถสแกนงานได้อย่างรวดเร็วมาก และครอบคุมการสแกนได้หลากหลายมีโหมดการใช้งานมาให้ใช้เยอะพอสมควร ส่วนการเชื่อมต่อนั้นจะใช้สาย UBS เสียบเข้ากับคอมพิวเตอร์ระบบที่รองรับจะเป็น Windows และการใช้งานนั้นจะต้องใช้ Dongle Licenseเดี๋ยวเราลองมาดูการรีวิวการใช้งานกันได้เลยครับ

 VDO รีวิวการใช้งาน AutoScan DS-EX Pro Dental Scan 

 

มี 2 รุ่นแบ่งเป็นทำงานแบบใช้ White Light และ Blue Light
มีกล้องในการสแกน 2 ตัว ที่มีความละเอียดสูง
ตัวเครื่องมาพร้อม Turntable ทำงานหมุนแบบ Auto

 

Design สวยงามน่าใช้ ตัวเครื่องหนัก 5 Kg.

 

อุปกรณ์ที่มีมาให้ภายในกล้อง จะมีรายละเอียดดังนี้

  1. AutoScan Equipment*1
  2. Flash Drive*1
  3. Dongle License*1
  4. Calibrate Plate*1
  5. Data Cable*1
  6. Power Adapter&Cable*1
  7. Basic Height Adapter*1
  8. Die Plate*1
  9. Model Fixture*2
  10. Blue-Tack*2
  11. Articulator Transfer Plate (Two in One)*1
  12. Articulator Height Adapter*1
  13. Impression Jig*1
  14. Arch Tray*1
  15. Full Arch Tray*1
  16. All-in-one Tray*1
  17. Articulator Dynamic Scan Plate*1

 

อุปกรณ์ และแผ่นเพลทต่างๆ ที่มีมาให้
สามารถสแกนงานได้หลากหลายรูปแบบของโมเดลฟัน ทั้งแบบ Die, Full Models, Upper/Lower Models และ Full Articulator

 

การเริ่มต้นใช้งาน และการคาริเบท

โปรแกรมที่ใช้สำหรับเครื่องสแกนเครื่องนี้นั้นจะมีอยู่ 2 โปรแกรม คือ DentalScan กับ DentalManager ซึ้งสำหรับการใช้งานนั้นเราจะทำการเปิดโปรแกรมที่ชื่อ DentalManager เป็นหลังเพื่อทำการตั้งค่าไฟล์งานหรือรูปแบบที่เราจะใช้ทำการสแกนโมเดลนั้นๆ ไม่ว่าจะสแกนงานแบบโมเดลชิ้นเดี่ยวหรือชิ้นคู่(ฟันชิ้นบน+ฟันชิ้นล่าง)  สแกนฟันแบบทำรากเทียม และอืนๆ อีกมากมาย แต่ก่อนอื่นนั้นจะต้องทำการ calibrate เครื่องสแกนก่อนการใช้งานก่อนเพื่อให้เวลาสแกนโมเดลออกมานั้นไม่มีความผิดปกติหรือโมเดลนั้นคลาดเคลื่อน การ calibrate จะให้คลิกที่ด้านขวามือบนโปรแกรม DantalScan จะเด้งขึ้นมาอัตโนมัติทั้นทีเป็นหน้าต่างการ calibration ให้นำแผ่น calibrate ที่มีเลขที่ตรงกับที่หน้าจอเราสแดงขึ้นมานั้นมาวางไว้บนฐานของตัวเครื่องแต่ก่อนที่จะว่างแผ่น calibrate นั้นควรจะใส่แผ่นเพลทเพื่อเพิ่มความสูงให้ฐานเครื่องสแกนก่อนเพราะบางทีถ้าต่ำจนเกินไปนั้นจะทำให้สแกนหรือ calibrate ไม่ได้ครับ  เมื่อเรานำแผ่น calibrate ใส่ไว้ที่ฐานแล้วก็กด OK ได้เลย ตัวเครื่องสแกนเค้าจะออโต้ calibrate ให้ทันทีพร้อมทั้งเมื่อเสร็จแล้วจะแสดงค่า error ของแกน x, y และ z ให้เห็นทันที

หน้าต่างการใช้งานโปรแกรม DentalManager

 

การ Calibration เครื่องสแกนเนอร์ AutoScan DS-EX Pro Dental

การสร้างไฟล์งานสแกน New File

สำหรับโมเดลที่เรานำมาสแกนนั้นยังต้องหลีกเลี่ยงโมเดลที่เป็นสีดำหรือเข้ม เพราะหลักการทำงานจะเหมือนกับเครื่องสแกนเนอร์รุ่นอื่นๆ เช่น Einscan Pro 2X Series, Einscan-SE หรือ AuralScan Intra-Oral ใช้แสงในการสะท้อนที่โมเดลแล้วเก็บค่า แต่เครื่องตัวนี้จะทำการสแกนงานที่มีความมันเงาหรืออาจจะสีเข้มๆ หน่อยได้ดีกว่าเครื่องสแกนแบบอื่นเพราะมีความเข้มของเเสงที่มากกว่า ตัวอย่างเช่นงานที่เรานำมาสแกนนั้นเป็นเรซิ่นทางด้าน Dental ที่มีความเงาของเนื้อผิวของโมเดลก็สามารถทำการสแกนได้ เดี๋ยวเรามาดูการทำงานและการสแกนของเครื่อง AutoScan DS-EX Pro กันเลยดีกว่า ก่อนอื่นเลยเราจะต้องทำการเลือกรูปแบบที่เราจะสแกนซึ่งให้พิจารณาตามโมเดลที่เรานำมาสแกน อย่างเช่นเป็นโมดลฟันด้านล่างโดยที่มีฟันที่สามารถถอดสวมฟันเป็นส่วนๆ ได้ อย่างต้นแบบโมเดลที่เรานำมาสแกน ซึ่งจะสามารถถอดฟันซี่ที่ 15 และ 17 ได้ การเลือกรูปแบบจะเป็นตามภาพด้านล่าง

 

รูปแบบการสแกนตามโมเดลที่เลือกมาสแกน Upper

เครื่องงมือพิเศษสำหรับการสแกนงานเพิ่มเติม (ฟังก์ชั่นเสริม)

ในกรณีที่สแกนแล้วยังไม่สามารถเก็บผิวของโมเดลได้ครบถ้วน สามารถสแกนเฉพาะจุดที่ต้องการได้โดยการใช้คำสั่งด้านขวามือที่ชื่อว่า Manual add-scan และ Intelligent add-scan (สามารถรับชมได้ทาง Video ด้านบน)

-Manual add-scan : จะเป็นการใช้เมาส์หมุนตัวโมเดลผ่านทางโปรแกรม DentalScan มาให้เห็นด้านที่เราต้องการจะสแกนเพิ่ม จากนั้นให้คลิกที่ปุ่ม Scan เพื่อทำการสแกนโมเดลต่อ ซึ่งโปรแกรมจะสั่ง DentalScan จะสั่งให้ตัวเครื่องสแกนนั้นทำการหมุนฐานของเครื่องไปให้ด้านที่เราได้เลือกหมุนไว้ที่หน้าจอแสดงผลจากนั้นจะสแกน 1 ครั้งแล้วนำมา Alignment เข้ากับชิ้นงานล่าสุดที่เราสแกนมาให้แบบอัตโนมัติทันที

-Intelligent add-scan : จะเป็นการสแกนแบบเฉพาะจุดโดยเราใช้เมาส์เป็น brush ในการระบายสีแดงที่โมเดลในส่วนที่ยังสแกนไม่ครบ จากนั้นให้เรากด Scan โปรแกรมจะสั่งให้เครื่องหมุนฐานไปในด้านที่เราได้ทำการระบายสีแดงไว้เพื่อสแกนโมเดลที่ติดอยู่กับฐานให้ครบสมบูรณ์

 

การสแกนแบบเสริม Manual add-scan
การสแกนแบบเสริม Intelligent add-scan

การลบส่วนเกินบนโมเดลออก

การลบส่วนที่เกินออกจากชิ้นงานโมเดลนั้นสามารถใช้เครื่องมือที่มีมาให้ได้ที่อยู่ด้านล่างของหน้าต่างโปรแกรมได้ ซึ่งจะมีให้เลือกใช้งานหลากหลายแบบทั้งลากครอบแบบ Square select, Free select , Plate cut และ Brush ซึ่งสามารถเลือกใช้งานได้ตามความถนัดของแต่ละท่านได้เลยว่าถนัดลบแบบไหน

การลบส่วนเกินออกจากโมเดลหลักโดยใช้ Square select และ Brush

การสแกนงานแบบ Die แยกที่ต้องสวมเข้าไปในโมเดล

เมื่อทำการสแกนต้นแบบหลักเสร็จเรียบร้อยแล้ว โปรแกรมจะเด้งขึ้นมาให้สแกนชิ้นส่วนที่เป็น Die ที่ได้เลือกรูปแบบของการสแกนไว้ตั้งแต่เริ่มต้นการสร้างงานสแกน วึ่งโปรแกรมจะแสดงให้เห็นว่าฟันซี่นั้นๆ ควรจะจิ้มลงไปใน Plate Die ที่ช่องเบอร์ไหนจากตัวอย่างจะเป็นชิ้นที่ 15 เสียบไปในช่องที่ 1 และชิ้นที่ 17 เสียบเข้าไปในช่องที่ 3 เมื่อทำการสแกนส่วนนนี้เสร็จแล้วโปรแกรมจะถามนำชิ้นส่วนที่เป็นการสแกนแบบ Die Tray นี้ไป Trim ออกจากตัวโมเดลหลักทันทีแต่เราต้องตรวจสอบการ Alignment อีกทีว่าถูกต้องไหม

การสแกน Die Tray จากโมเดลหลัก
การ Align และ Trim ออกจากโมเดลหลัก
การ Align และ Trim ออกจากโมเดลหลัก

ขั้นตอนสุดท้าย การซ่อมแซมปิดรูบนโมเดล

เมื่อสแกนงานเสร็จสามารถ fill รูบนโมเดลจะทำให้โมเดลที่สแกนมานั้นสมบูรณ์แบบก่อนจะนำไปใช้งานต่อ  ซึ่งการ fill จะมี 2 รูปแบบคือ Radius Fill Hole และ Fill Diameter

การ Fill Hole (Radius) และ Fill All

การเปรียบเทียบ ข้อดี-ข้อเสีย

-ข้อดี

  1. ความละเอียดสูงที่ 10-15 ไมครอน
  2. อุปกรณ์ที่มีมาให้สำหรับสแกนงานได้อย่างครบถ้วน
  3. น้ำหนักของตัวเครื่องเหมาะสมต่อการใช้งาน
  4. ใช้งานง่าย สะดวก
  5. ตัวเครื่อง/โปรแกรมมีการทำงานได้รวดเร็ว
  6. สามารถสแกนงานที่มีความมันเงา และโมเดลที่สีเข้มๆ ได้
  7. save ไลฟ์งานให้ Auto
  8. เชื่อมต่อกับ PC ง่ายแค่เสียบสาย USB และ USB Dongle License

-ข้อเสีย

  1. ไม่สามารถสแกนโมเดลสี ดำ/ใส ได้
  2. ต้องเลือกระหว่างระบบ Blue Light (black/white) และ White Light (color)
  3. การใช้งานต้องมี USB Dongle License ถ้าไม่มีไม่สามารถใช้งานได้
  4. ใช้งานได้แค่ระบบ Windows เท่านั้น

 

การสแกนงานโมเดลขนาดเล็ก 

การสแกนงานขยาดเล็กที่เป็นเฉพาะทางประติมากรรมซึ่งได้นำโมเดลขนาด 1 นิ้วครึ่งมาสแกน งานที่นำมาสแกนนั้นได้พิมพ์ออกมาจากเครื่อง Formlabs Form 3/Form 3B เป็นเครื่องพิมพ์เรซิ่นระบบ SLA จากที่ได้ทดสอบสแกนงานถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียวที่ความละเอียด  10 ไมครอน สามารถลองชมภาพเปรียบเทียบที่ด้านล่างได้ครับ

 

เลือกโหลดการสแกนเป็นแบบ Clinic
งานสแกนขนาดเล็ก
ต้นแบบการสแกน

Using Form Cure

การใช้งานเครื่อง Form Cuer

**บทความนี้ใช้กับ Finishing, Form 1+, Form 2, Form 3, Form 3B**

        Form Cure จะให้แสง และความร้อนที่จำเป็นสำหรับอบชิ้นงานให้แห้งสนิท ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากขั้นตอนหนึ่งเพราะเรซิ่นแต่ละชนิดนั้นมีการเลือกใช้ค่าแสงและอุณหภูมิที่แตกต่างกันออกไป เมื่อเรซิ่นชนิดนั้นๆ ได้รับการอบแห้งอย่างเหมาะสมจะทำให้ชิ้นงานนั้นๆ มีคุณสมบัติตรงตามชนิดของรูปแบบเรซิ่นชนิดนั้น

การตั้งค่าหลังจากได้รับเครื่องความปลอดภัยเกี่ยวกับเครื่อง Form Cureการใช้งานเบื้องต้นการตั้งค่าเวลาและอุณหภูมิ

การตั้งค่าหลังจากได้รับเครื่อง Form Cure

         จัดวางตัวเาครื่อง Form Cure ไว้ในพื้นที่ที่เหมาะสมและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานของตัวเครื่องให้เรียบร้อย ตัวเครื่อง Form Wash มีขนาด : 26.2 × 26.2 × 34.0 ซม. (10.3 × 10.3 × 13.4 นิ้ว) ซึ่ง Form Cure จะมีการเปิดฝาของตัวเครื่องที่ด้านหน้า เพื่อนำชิ้นงานเข้ามาอบ โดยชิ้นงานที่จะอบนั้นจะถูกวางไว้บนถาดหมุน โดยพื้นที่ในการวางเครื่องนั้นจะใช้ความกว้างความยาวประมาณ 30 ซม. (12 นิ้ว) ส่วนความสูงเมื่อเปิดฝาเครื่องแล้วไม่ชนควรมีสูงประมาณ 64 ซม. (25.2 นิ้ว) การจักเก็บแพ็คมาอยู่ในกล่องกระดาษแข็งโดยภายในกล่องจะมีโฟมทั้งด้านบนและด้านล่าง ที่โฟมด้านบนจะมีอะแดปเตอร์และสายไฟมาให้ด้วย เมื่อนำโมฟที่ด้านบนออกให้เอื้อมมือเข้าไปจับที่ด้านล่างของตัวเครื่องทั้ง 2 ด้านแล้วยกขึ้นมาตรงๆ และที่โหมด้านล่างจะมีถาดจานหมุนที่จะใส่อยู่ด้านในของเครื่อง Form Cure อยู่ด้วย 1 แผ่น

**ควรเก็บกล่องบรรจุภัณฑ์ และโฟมทั้งหมดไว้เพื่อบรรจุตัวเครื่องเมื่อมีการเคลื่อนย้ายหรือส่งซ่อม

ควรตั้งเครื่องไว้ภายในห้องที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวกและมีอุณหภูมิห้องระหว่าง 18 และ 28 ° C (64–82 ° F)

  1. Cover : มีการป้องกันอย่างดีหนา 2 ชิ้น เพื่อรักษาอุณหภูมิและการสะท้อนของแสง
  2. Heater : มีกำลังไฟ 100 วัตต์ สามารถให้ความร้อนให้สูงได้ถึง 176 ° F / 80 ° C
  3. LEDs : มีหลอดไฟ LED 13 ดวง (3) มีความยาวแสง 405 นาโนเมตร ช่วยให้ความร้อนและค่าแสงสำหรับอบชิ้นงาน
  4. Turntable : ถาดหมุนได้ช่วยให้เกิดความสมดุลของแสงและความร้อนจะได้อบแห้งทั่วทั้งชิ้นงาน
  5. Display : แสดงสถานะเวลา อุณหภูมิ และตัวเลือกสำหรับการกำหนดค่าต่างๆ ของ Form Cure
  6. Knob : หมุนหรือดัน เพื่อปรับการตั้งค่าเวลา อุณหภูมิ เริ่ม หยุดชั่วคราว และหยุดการใช้งาน
  7. Power Supply : ให้พลังงานกับเครื่อง Form Cure : 24 V, 6 A

อุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการตัดแต่งชิ้นงานหลังจากการอบเสร็จแล้ว 

  • Powder-free disposable gloves
  • Sandpaper
  • Mineral oil
  • Primer and paints

 

Serial name

          เครื่อง Formlabs ทั้งหมดจะมีชื่อแทนหมายเลขประจำเครื่องซึ่งใช้เพื่อติดตามการผลิตการขาย ประวัติการซ่อมและเพื่อแยกความแตกต่างจากการใช้งานเมื่อมีการเชื่อมต่อกับเครือข่าย สามารถดูเวอร์ชั่น Firmware บนหน้าจอแสดงผลของเครื่อง Form Wash หรือ Form Cure ได้ดังนี้ :

  1. ปลดสายไฟออกจากตัวเครื่อง
  2. เชื่อมต่อสายไฟเข้ากับตัวเครื่อง
  3. เมื่อหน้าจอแสดง คำว่า “Formlabs” ให้กดปุ่มค้างไว้ทันที จากนั้นหน้าจอจะแสดงชื่อและเฟิร์มแวร์ของตัวเครื่องนั้นๆ 

 

การตั้งค่าเครื่อง Form Cure

  1. หาพื้นที่เป็นระนาบเรียบและใกล้แหล่งจ่ายไฟหลัก
  2. นำพลาสติกรอบๆ ด้านข้างตัวเครื่อง Form Cure ออก
  3. เปิดฝาเครื่องและนำถาดหมุนวางไว้ด้านในตัวเครื่องโดยจะมีขายึดจับอยู่ควรใส่ให้ลงล็อคของขาจับ
  4. เชื่อมต่อสายไฟหลักเข้ากับ Power supply จากนั้นนำปลายสายจาก Power supply เสียบเข้าที่เครื่อง Form Cure

 

 

         เครื่อง Form Cure สามารถทำการอัพเดท Firmware ได้โดยการเชื่อมต่อสาย USB ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง เครื่อง Form Cure พร้อมใช้งานหลังจากที่ใส่ถาดหมุน และเชื่อมต่อไฟเลี้ยงเข้ากับเครื่อง ซึ่งเวลาและอุณภูมิที่จะใช้อบชิ้นงานนั้นจะขึ้นอยู่กับเรซิ่นแต่ละชิ้น โดยความยาวของคลื่นแสงจะอยู่ที่ 405 นาโนเมตร 

ความปลอดภัยเกี่ยวกับเครื่อง Form Cure

       Form Cure ใช้ความยาวแสงที่ 405 นาโนเมตร และมี Heater สำหรับทำอุณหภูมิอยู่ภายในตัวเครื่อง การใช้งานควรอ่านคู่มือให้ครบถ้วนก่อนการใช้งาน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากยิ่งขึ้น

 

ห้ามทำการแก้ไข และดัดแปลง

        ข้อกำหนดนี้มีไว้เพื่อความปลอดภัยเกี่ยวกับการใช้งาน ถ้ามีการดัดแปลงเครื่องโดยไม่ได้รับการอนุมัติอย่างชัดเจน หรือได้รับคำแนะนำจาก Formlabs จะทำให้การรับประกันทั้งหมดถือเป็นโมฆะทันที ซึ่งอาจทำให้ตัวเครื่องเสียหายและทำให้ผู้ใช้งานรับบาดเจ็บได้

**ห้ามถอดแผงด้านล่างของเครื่องออกเด็ดขาด**

 

ด้านพื้นผิวร้อน

      Form Cure จะมีตัวทำความร้อนที่มีกำลังไฟ 100 วัตต์ เพื่อช่วยให้ผิวของชิ้นงาน และส่วนอื่นของชิ้นงาน เมื่อชิ้นงานหลังเสร็จสิ้นจากการอบแล้วอาจจะมีความร้อนที่ตัวงาน ซึ่งคสรจะระมัดระวังจากการนำชิ้นงานออกจากตัวเครื่อง Form Cure ซึ่งควรจะปฏิบัติตามข้อกำหนดดังนี้ :

  • ระวังจากการนำชิ้นงานออกจาก Form Cure
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสที่ถาดหมุนเมื่อมีความอยู่ ควรปล่อยให้เย็นตัวลงก่อนแล้วค่อยสัมผัส
  • การตั้งเครื่อง Form Cure ควรตั้งห่างจากผนังห้องและผ้าม่านเพื่อป้องกันไฟไหม้
  • รักษาความสะอาดถาดหมุนให้สะอาดที่สุดพยายามอย่าให้มีชิ้นงานติดที่ถาด

 

แสงและอุณหภูมิ

      Form Cure ใช้ความอุณหภูมิ และใช้ความยาวคลื่นแสงที่ 405 นาโนเมตร เพื่อใช้สำหรับอบชิ้นงาน ส่งฝาครอบจะมีระบบที่ค่อยช่วยหยุดการทำงานแบบอัตโนมัติทันทีที่มีการเปิดฝาครอบด้านหน้าเครื่องขึ้น นี้มีระบบดังนั้นควรจะหลีกเลี่ยงการเปิดฝาในขณะที่ Form Cure กำลังทำงานอยู่

 

เรซิ่น (Resin)

  ปฏิบัติตามขั้นตอนความปลอดภัยทางเคมีมาตรฐานและคำแนะนำในการจัดการเรซินของ Formlabs ควรจะสวมถุงมือทุกครั้งที่มีการใช้งานเรซิ่น (Resin) หรือไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ (IPA) ในกรณีที่เรซินสัมผัสกับผิวหนังให้ล้างด้วยสบู่และน้ำ 

ควรจะศึกษาเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (SDS) ก่อนการใช้งานทุกครั้งเสมอเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับความปลอดภัยและการจัดการวัสดุของ Formlabs การผสมกันของเรซิ่นและ IPA ควรได้รับการจัดการตามข้อ กำหนดที่ถูกต้องของสารทั้ง 2 อย่าง

คำเตือนเพิ่มเติม

        Form Wash เป็นอุปกรณ์ที่มีส่วนประกอบทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่นเดียวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วๆ ไป ดังนั้นควรจะมีการใช้งานอย่างระมัดระวัง

-อย่าใช้งาน Form Wash เมื่อสายไฟหรือปลั๊กเสียหาย
-ควรจะถอดปลั๊กไฟก่อนทำความสะอาดัวเครื่อง Form Wash ทุกครั้ง
-ใช้อุปกรณ์ในบำรุงรักษาตัวเครื่องให้เหมาะสม ต่อการทำความสะอาด
-เมื่อเปิดใช้งานตัวเครื่อง Form Wash ควรจะตั้งตัวเครื่องลงบนพื้นที่มีความเรียบและได้ระดับเท่านั้น *ห้ามใช้งานบนพื้นที่เอียง

การใช้งานเบื้องต้น

  เครื่อง Form Cure จะใช้ในการอบชิ้นงานให้แห้งได้เร็วขึ้น ซึ่งจะมีแสงและอุณหภูมิที่ใช้อบชิ้นงานอยู่ภายในตัวเครื่องจากนั้นตัวเครื่องจะหมุ่นถาดเพื่อให้แสงนั้นโดนที่ชิ้นงานอย่างทั่วถึง แม้แต่ภายใต้ถามหมุนก็ยังมแสง  การใช้งานจะต้องมีการตั้งค่าเวลา และอุณหภูมิในการอบชิ้นงานโดยสามารถเปิดดูข้อมูลการเลือกใช้เวลาและอุณหภูมิ ค่าแสงที่ใช้นั้นมีความอยู่ที่ 405 นาโนเมตร ในการอบชิ้นงาน สามารถดูการเลือกใช้เวลาและอุณหภูมิที่นี่   

 

การควบคุม Form Cure

        ใช้หน้าจอและปุ่มในการควบคุมการใช้งานตัวเครื่อง ให้หมุ่นปุ่นไปทางซ้ายขวา หรือกดปุ่มเพื่อเลื่อนต่ำแหน่งเมนูและเลือกเมนู

ตัวเลือกต่อไปนี้สามรถดูได้จาหหน้าเมนูหลักบนจอแสดงผล Form Cure:

  • “Start” เริ่มทำงานไฟ และตัวทำความร้อนจะเริ่มทำงาน ซึ่งเมื่อไฟติดขึ้นความอุณหภูมิจะเริ่มทำตามที่ได้ตั้งไว้
  • Time : ให้ใช้ปุ่มในการเลือกและปรับเวลาในการอบชิ้นงาน หน่วยเวลาที่ใช้เป็นนาที
  • “Time” ปรับเวลาใช้เป็นนาที ให้ใช้ปุ่มหมุ่นเลือกเวลาที่เหมาะสมต่อเรซิ่นนั้นๆ , “Temperature” ปรับอุณใชเป็นองศาเซลเซียส

ขณะทำความร้อนที่หน้าจอจะแสดงสถานะค่าของอุณหภูมิที่ตั้งค่าไว้และรวมถึงอุณหภูมิปัจจุบันด้วย หลังจากเริ่มทำงานหน้าจอจะแสดงเวลาที่เหลือ และตัวเลือกเมนูเพิ่มเติม:

  • “Pause” หยุดการทำงานชั่วขณะ ซึ่งตัวเครื่องจะยังแสดงเวลาที่เหลืออยู่สำหรับการอบชิ้นงาน การเปิดฝาครอบจะเป็นการหยุดการทำงานชั่วขณะโดยอัตโนมัติ
  • “End” ยกเลิกการทำความร้อนและแสงไฟ เวลาที่เหลืออยู่ในการอบชิ้นงานจะถูกยกเลิกทันที