fbpx

การทำ Exactflat สำหรับโปรแกรม Rhino

การทำ Exactflat สำหรับโปรแกรม Rhino

บทความนี้นจะขอมาพูดต่อในเรื่องของการทำ Exactflat ที่กางไฟล์ 3D Scan ออกมาเป็นแผ่นเรียบแบบ 2D Data จะขอย้อนไปที่บทความก่อนหน้านี้สักนิดหน่อยที่จะแนะนำเบื้องต้นของการแก้ไขไฟล์งานสแกน 3D Data ที่อาจจะไม่สมบูรณ์จากการสแกน 3D ชิ้นงานมีรูบ้าง, การเรียงตัวของ Mesh ไม่เรียบร้อย, การลบส่วนเกินต่างๆ ออกจากชิ้นงาน และอื่นๆ อีกมากมาย ที่จะต้องมีการแก้ไขภายในโปรแกรม Geomagic Essentials แล้วก็ Export ไฟล์ออกมาเพื่อทำการกางจากไฟล์ 3D Scan มาเป็น 2D Data ด้วยเครื่องมือที่ชื่อว่า “Exactflat” ภายในโปรแกรมของ Rhino 3D ซึ่งบทความอันก่อนหน้านี้ก็จะแนะนำเครื่องสแกนเนอร์ 3D ด้วยที่เหมาะสมต่อการนำไปใช้งานก็จะเป็นอย่างของค่าย Shining3d รุ่น Einscan HX, Einscan Pro 2X Series และ Einscan Pro HD ตามลำดับ แต่ก็ยังมีเครื่องสแกนเนอร์รุ่นอื่นๆ อีกมากมายที่สามารถใช้งานได้เช่นกัน ถ้าต้องการย้อนกลับไปอ่านบทความก่อนหน้านี้คลิกที่นี่ได้เลย “การทำไฟล์ 3D Scan เป็นไฟล์ 2D data ต้องทำอย่างไร!!!” เดี๋ยวเรามาเข้าเรื่องของการใช้งาน Exactflat เครื่องมือของทาง Rhino กันเลยดีกว่า…

คำแนะนำสำหรับโปรแกรม Rhino ก่อนใช้งาน

แนะนำเครื่องมือภายในโปรแกรมเบื้องต้น
1) Rhino toolbar: ใช้สร้างไฟล์งาน, บันทึกและรวมถึงฟังก์ชั่นการใช้งานอื่นๆ
2) Modeling instruction menu : เมนูลัดการสร้างเส้นโค้ง, คำแนะนำของการทำ Surface และ Solid modeling ต่างๆ
3) Working area : การแก้ไขพื้นที่ในการทำงาน
4) Layer bar : หน้าต่างแสดงข้อมูลของพื้นที่การทำงาน โดยจะระบุรายละเอียดเกี่ยวกับ พื้นที่ทำงาน ชิ้นงาน ขนาดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในการทำงาน
5) Flatten toolbar : รายการของเครื่องมือ Flatten tool

การดำเนินการภายในหน้าต่างการทำงาน
1) Rotate : คลิกขวาและลากเมาส์
2) Pan : กด Shift + คลิดขวาและลากเมาส์
3) Zoom : ใช้ปุ่มลูกเลื่อนตรงกลางของเมาส์
4) Select : คลิกซ้าย
5) Range Select : คลิกซ้ายและลากเมาส์
6) Cancel Select : กด Ctrl + คลิกซ้ายและลากเมาส์
7) Delete : ลบวัตถุที่เลือกไว้
8) Ctrl + Z : การย้อนกลับขั้นตอนก่อนหน้านี้
9) Ctrl + Y : การทำซ้ำขั้นตอนก่อนหน้านี้

1. ขั้นตอนการนำเข้าไฟล์งานสแกน (Import file)
หลังจากากรที่เราเปิดโปรแกรม Rhinoเรียบร้อยแล้ว ให้คลิกที่ “Open File” ที่อยู่ในแถบเครื่องมือด้านซ้ายบน เพื่อทำการ Import ไฟล์นามสกุล .stl เข้ามาภายในโปรแกรม ซึ่งก็คือไฟล์ที่เราทำการแก้ไขมาจากโปรแกรม Geomagic Essentials ก่อนหน้านี้นั้นเองในบทความที่แล้ว

2. ขั้นตอน Optimization ก่อนที่จะทำ Flattening (Mesh Tools Tap)
คลิกเลือก “Mesh Tools” ในแถบเครื่องมือของ Flatten จากนั้นให้คลิก “Remesh” และเลือกวัตถุที่ต้องการวัตถุจะแสดงเป็นสีเหลืองดังภาพด้านล่าง

กด Enter เพื่อทำการ “Remesh” จะมีหน้าต่างเด้งขึ้นมาแสดงดังภาพด้านล่างนี้

(1) จะต้องใส่ค่าที่เหมาะสมต่อการลดข้อมูลตาข่าย “Mesh” ซึ่ง (ค่าที่เหมาะสมจะอยู่ระหว่าง 1,000-5,000 แต่ต้องให้คภนึกถึงขนาดของชิ้นงานด้วยเป็นหลัก) เมื่อใส่ค่าที่ต้องการเรียบร้อยแล้วให้คลิก”Start” เพื่อเริ่มทำการคำนวนและแก้ไขข้อมูลตาข่าย “Mesh” หลังจากที่โปรแกรมทำการคำนวนเสร็จสิ้นแล้วที่แถบอัพโหลด (2) จะวิ่งเต็มหลอดนั้นก็ถืดว่าเสร็จสิ้นแล้ว ไฟล์ที่ได้จะเป็นดังภาพด้านล่างนี้

3. ขั้นตอนการสร้าง Flat Patten (Tools Tap)

ให้คลิกที่เครื่องมือ “Initial Flat Pattern” ที่อยู่ในแถบของเคื่องมือการใช้งาน จากนั้นเลือกวัตถุและกด Enter วัตถุจะถูกทำให้แบนเรียบจาก 3D มาเป็น 2D ในระหว่างขั้นตอนแรกของการเพิ่มโมเดล 3D เข้ามานั้นทั้งแบบ “ExactFlat Model” และแบบ “ExactFlat Pattern” ใช้เวลาเพิ่มเพียงวินาที่เท่านั้นซึ่งรวดเร็วมาก และจะมีเลเยอร์ที่ 3 เพิ่มขึ้นมานับจากด้านบนลงมาที่ด้านล่างโดยจะแสดงอยู่ที่หน้าต่างรายการด้านขวาของหน้าจอ เพื่อให้ง่ายต่อการทำงานบางที่ชิ้นงานอาจจะถูกกบังจากอีกวัตถุชิ้นอื่นให้ทำการปิดการสแดงในเลเยอร์ที่ “Layer 01 และเลเยอร์ “ExactFlat Model” ให้คลิกที่ป้ายกำกับเลเยอร์ที่อยู่ด้านขวาของหน้าจอดังรูปด้านล่างในหัวข้อที่ 4 แล้วจากนั้นให้ระบุเลเยอร์ Plane ที่อยู่ในเลเยอร์หลัก (ดับเบิ้ลคลิกที่เลเยอร์ Plane(1), ปิดแสงไฟ(2)ของ 3D map และเลเยอร์อ้างอิง)

4. ขั้นตอนการแตกไฟล์แบบ Flatten (Tools icon)

ให้เลือกใช้เครื่องมือ “Fracture Flatten” ที่อยู่ในแถบ “Tools” จากนั้นให้เลื่อนเมาส์ไปที่ไหนก็ได้เหนือวัตถุที่จะทำ Flatten และคลิกเมาส์ซ้าย โปรแกรมจะทำ Flatten วัถตุให้ทันที

5. ขั้นตอนการขยายหน้าต่าง และเปลี่ยนหน้าจอ

ดับเบิ้ลคลิกที่ “Top” ตัวขยายมุมมองื็นแบบเต็มหน้าจอ (ทำการคลิกอีกครั้งเพื่อเป็นการข้ามไปถึง 4 มุมมอง) คลิกลูกศรที่อยู่ถัดจาก “Top” เพื่อเปิดแถบเมนูให้เด้งลงมา จากนั้นเลือกโหมดการแสดงผลใฟ้เป็นโหมดแบบแรเงา และสังเกตุสถานะการกระจายแรงกระทำต่อวัตถุภายใต้สถานะของ Flattening ในปัจจุบัน (ค่าเริ่มต้นคือ flame mode)

6. ขั้นตอนการทำ Spring Algorithm (Tolls icon)

แนะนำให้ทำ Springalgorithm หลังจากากรทำ Flattening โดยการเลือกที่แถบเครื่องมือ “Spring Setting และคลิกเพื่อเปิดหน้าต่างการตั้งค่า ซึ่งปกติแล้วค่าที่มาเริ่มต้นของวัสดุจะเป็นผ้า “Cotton” เราจะต้องทำการเปลี่ยนให้คลิกที่ “Browse” เพื่อเลือกวัสดุชนิดอื่นที่ตรงต่อความต้องการของงานนั้นๆ

ทำการค้นหา Polyester และคลิกเลือก จากนั้นให้กด OK เพื่อกลับไปหน้าการตั้งค่าเดิมของหน้า Spring Algorithm เมื่ออยู่ในหน้าต่างของการตั้งค่าให้กด OK อีกครั้ง หลังจากโปรแกรมคำนวนคำสั่งของ Spring Algorithm
เสร็จสิ้นจะเป็นดังภาพในหัวข้อที่ 8

7. ขั้นตอนการ Save ไฟล์เป็นนามสกุล DXF

คลิก Save ที่อยู่ในแถบเครื่องมือ “Tools” จะมีหน้าต่างเด้งขึ้นมา ให้เลือกนามสกุลไฟล์เป็น DXF (1)ตั้งชื่อไฟล์ (2)เลือกนามสกุลไฟล์

8. ขั้นตอนการแปลงไฟล์ให้เป็น Ai

ถ้าคุณต้องการแปลงไฟล์ DXF ให้เป็นนามสกุล Ai คุณสามารถใช้โปรแกรม Rhino ให้การ Export ไฟล์ได้
ขั้นแรกให้คุณเปิดไฟล์ขึ้นมานามสกุล DXF โดยเิปดที่ Open ที่ด้านซ้ายของหน้าต่างการทำงาน เมื่อเแิไฟล์เรียบร้อยแล้วจะเห็นว่าด้านขวามือของหน้าต่างการทำงานนั้นจะมีเลเยอร์แสดงอยู่หลายเลเยอร์เลย ให้ทำการปิดลหอดไฟของเลเยอร์ “grain”, “seam” และ “notchtag ” และทำการ Export เฉพาะเส้นเท่านั้น


จากนั้นกด Exportจะมีหน้าต่างเด้งขึ้นมาให้ทำการเลือกนามสกุลไฟล์เป็น Ai และให้สังเกตุหน่วยขนาดของการ Export ให้ดีจะต้องเลือกเป็นหน่วยมิลลิเมตร “mm” ให้ไม่ให้ขนาดที่ทำการ Export ออกไปนั้นผิดพลาด

ที่มา : Shining3d, ExactFlat Software