fbpx

ลองทำเหยื่อปลอมสำหรับคนชอบตกปลาด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

ลองทำเหยื่อปลอมสำหรับคนชอบตกปลาด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

วันนี้เราจะมาทำเหยื่อตกปลาที่มีลักษณะคล้ายๆ ปลาจริงกัน ซึ่งนักตกปลามักจะใช้เหยื่อพวกนี้ตีล่อปลาที่อยู่ตามแหล่งน้ำต่างๆ อาจจะเป็นปลาช่อน ปลาชะโด ปลากระสูบ ปลายกราย ปลากระพงและอื่นๆ อีกมากมาย การตกปลานั้นจะมีปลายรูปแบบไม่ว่าจะใช้เหยื่อสด เช่น ไส้เดือน ไส้ เนื้อหมู กุ้ง ฯลฯ แบบใช้เหยื่อหมัก รำ ผลไม้ ขนมปัง และมีอีกเหยื่อเยอะมากมายที่นักตกปลาชอบใช้กันแล้วแต่ชนิดของปลาที่เลือกตก ส่วนเหยื่อปลอมที่เสมือนลูกปลาหรือปลาเล็กเป็นๆ นั้นจะนำมาตกปลาที่มีนิสัยเป็นนักปลาขนาดเล็ก โดยทั่งโลกนิยมเป็นอย่างมากที่เลือกตกปลาในรูแปบบนี้ถือว่าเป็นกีฬาชนิดหนึ่งเลย มีการจัดแข้งขันขึ้นด้วยทั้งในประเทศ และจ่างประเทศ ซึ่งเหยื่อปลอมนั้นปกติแล้วนักตกปลาจะใช่เป็นไม้กันซึ่งจะมีน้ำหนักที่เบาและแข็งแรง สามารถขัดแต่งได้ตามที่ตนเองต้องการบางชนิดก็เป็นยางที่เน้นความอ่อนไหว นิ่ม ดูพริวไหวระหว่างที่อยู่ในน้ำแต่ถ้านำเครื่องพิมพ์ 3 มิติเข้ามาช่วยทำล่ะจะได้ไหม!!  จะต้องมีความรู้อะไรเพิ่มเติมบ้างวันนี้เราจะมาอธิบายกัน และข้อแตกต่างของวัสดุทั้ง 2 ชนิดนี้แตกต่างกันไหม

เครื่องมือที่ต้องมีในการสร้างเหยื่อปลอม
1. เครื่องพิมพ์ 3 มิติ รุ่น Creator Pro 2
2. Fialment ABS
3. สีสเปร์ย (สีแล้วแต่ตามต้องการ)
4. Software 3D ออกแบบ
5. กระดาษ (เบอร์ 100, 400, 1000)
6. คีม
7. ตะกั่ว หรือลูกปืน
8. กาวร้อน
9. ลวด
10. ตะขอเบ็ด 3 ทาง

เริ่มขั้นตอนการออกแบบ
1. การออกแบบด้วย Software 3D หรือถ้าโดยปกติคือการเขียนวาดแบบด้วยดินสอหรือปากกา เพื่อนำไปทำชิ้นงานต่อ แต่อีกทางเลือกก็สามารถใช Software เข้ามาช่วยได้ซึ่งสำหารับหัวข้อนี้จะต้องทำการฝึกฝน แต่สำหรับคนที่เขียนแบบเป็นอยู่แล้วนั้นสบายมากๆ แต่คนที่ๆม่เคยก็ไม่ได้อยากมากให้เลือก Software สักตัวที่ตนเองถนัดนแล้วเริ่มการออกแบบได้เลย อาจจัทำการเขียนแบบขึ้นมาจากรูปภาพตัวอย่างหรือวาดลงบนกระดาษก่อนก็ได้ โดยที่ด้านในของเหยื่อปลอมนั้นจะต้องมีช่องที่ไว้ใส่ตะกั่วถ่วงน้ำหนักหรือสร้างเสียง และใส่ลวดเพื่อไว้แขวนตะขอเบ็ด 3 ทางการออกแบบนั้นจะต้องคำนึงถึงน้ำหนักที่ต้องการด้วยเพราะขนาดและน้ำหนักของเหยื่อปลอมนั้นมีผลต่อการล่อปลาให้มากินและสนใจ เมื่อเราออกแบบเสร็จแล้วนั้นจะต้องแบ่งให้เหยื่อปลอมนั้นออกเป็น 2 ส่วน ซ้ายและขวา ที่จริงนั้นเราจะใช้แค่ด้นาเดียวแต่ให้ง่ายต่อการออกแบบก็จะต้องออกแบบมาทั้ง 2 ด้านในครั้งเดียวแล้วนำมาตัดแบ่งครึ่งแทนส่วนแบบที่ผมนำมาทำนั้นจะดาวน์โหลดมาจากเว็ป www.thingiverse.com  ซึ่งเป็นเว็ปที่แจกไฟล์ 3 มิติแบบฟรีๆ ที่มีมากมายเลยทีเดียว

 

การออกแบบด้วย Software 3D ในการสร้างต้นแบบของเหยื่อ
การออกแบบด้วยการเขียนแบบลงบนกระดาษในการสร้างต้นแบบของเหยื่อ

2. การพิมพ์ชิ้นงานต้นแบบพลาสติก หรือถ้าโดยปกติแล้วจะทำโดยการตัด ขัด ไม้เพื่อให้เป็นรูปร่างชิ้นงานออกมาและนำไปตัดแบ่งครึ่ง แต่เมื่อเรานำเครื่องพิมพ์ 3 มิติ เข้ามาช่วยในการสร้างชิ้นงานแค่นำไฟล์ที่ได้จาก Software มาตั้งค่าการพิมพ์ วัสดุที่เลือกใช้งานจะเป็น ABS เพราะจะมีความแข็งแรงและทนความร้อนได้ดีกว่า PLA เพราะเมื่อเรานำเหยื่อปลอมได้่ใช้งานนั้นจะต้องโดนแดด มีทั้งความร้อน บางทีจะต้องทนต่อการกัดของปลาด้วยจะตั้งค่าการพิมพ์ที่ความละเอียด 0.2 mm/ชั้น ความเร็วที่ใช้พิมพ์ 50 mm/s ใช้เวลาในการพิมพ์อยู่ที่ประมาณ 1 ชั่วโมง วัสดุที่ใช้ยาว 6 เมตร น้ำหนัก 16 กรัม(รวมเนื้อ support ที่ต้องแกะทิ้ง) เครื่องที่เลือกใช้งานจะเป็น Flashforge Creator Pro 2 ซึ่งเป็นรุ่นใหม่มี 2 หัวฉีดที่ทำงานแยกกันหรือพูดง่ายๆ คือสามารถพิมพ์แบบ copy และ mirror กันได้นั้นเองช่วยลดเวลาในการพิมพ์ลงได้ในการพิมพ์งานที่มีรูปบบเหมือนกันเท่านั้นเพราะจะต้องขยับแกน y ในแนวเดียวกัน มีพื้นที่ในการพิมพ์อยู่ที่ 200*150*150 mm.

การสร้างชิ้นโดยใช้ไม้และร่างแบบบนกระดาษนำมาติดลงบนชิ้นไม้
วัสดุที่เลือกใช้พิมพ์เป็น ABS เพื่อเน้นแข็งแรง เวลาในการพิมพ์อยู่ที่ 1 ชั่วโมง
ขั้นตอนการสร้างชิ้นงานี้ด้วยเครื่องพิมพ์ Flashforge Creator Pro 2 พิมพ์แบบ Mirror สร้างชิ้นงาน 2 ชิ้น โดยใช้เวลาเท่าชิ้นเดียว

 

3. การประกอบ ขัด แต่งชิ้นงาน ก่อนทำการลงสี ในขั้นตอนนี้จะต้องใช้เครื่องมือค่อนข้างเยอะดัดลวดเพื่อจะใส่ไว้ในตัวของชิ้นงานโดยต้องสร้างห่วงไว้แขวนตัวเบ็ด จะเห็นได้ว่าที่ชิ้นงานระหว่างซ้านและขวาจะมีช่องว่างอันนี้ให้นำลูกปืน ลูกตะกั่วมาใส่ไว้เพื่อสร้างเสียงและถ่วงน้ำหนักให้กับตัวเหยื่อปลอม ส่วนเรื่องของการประกอบชิ้นงานด้านซ้ายและขวาจะใช้กาวร้อนในการติดชิ้นงานจากนั้นใช้ตัวหนีบขนาดใหญ่หน่อย เพื่อหนีบให้ชิ้นงานทั้ง 2 ด้านติดกันแน่นสนิทไม่มีช่องหรือรู ปล่อยไว้ให้แห้งและนำมาขัดผิวของชิ้นงานให้เรียบเพื่อให้ง่ายต่อการนำไปลงสีในขึ้นตอนต่อไป

การประกอบชิ้นงานด้านซ้าย และขวา ใส่ตะกั่วถ่วงน้ำหนัก
ขั้นตอนการขัดแต่งผิว และประกอบลวดตะขอสำหรับใส่ตัวเบ็ด

4. การลงสีรองพื้น และสีตัวงานจริง ในขั้นตอนนี้จะแล้วแต่ลวดลายของชิ้นงานที่ต้องการ สีที่ทางใช้จะเป็นสีกระป๋องแบบทั่วไปที่หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดร้านเครื่องมือช่าง โฮมโปร ไทวัสดุ เป็นต้น หรือถ้าจะให้ดีการลงสีได้ละเอียดมากยิ่งขึ้นแนะนำว่าหาเครื่องพ่น Airbrush ที่ต้องซื้อสีมาผสมและพ่นด้วยปั้มลมขนาดเล็กที่ให้การลงสีที่ละเอียดมากๆ ก่อนอื่นเลยหลังจากที่เราขัดผิวของชิ้นงานเรียบร้อยแล้วนั้นจะทำการลงสีรองพื้นก่อน 1-2 รอบ (ทางเราเลือกเป็นสีร้องพื้นพลาสติกใส) ต่อมาจะลงสีรองพื้นขาวหรือเทาเพื่อให้ง่ายต่อการลงสีอื่นๆ เช่น เหลือง เขียว ดำ เป็นต้น ตามลวดลายของเหยื่อที่ต้องการแต่อยากแนะนำว่าในการลงสีแต่ละกันนั้นอยากให้ลงสีรองพื้นเข้าไปด้วย เพราะจะทำให้สีของเหยื่อนั้นดูเป็นชั้นๆ แบบมีมิติมากยิ่งขึ้น เมื่อลงสีของเหยื่อนเรียบร้อยแล้วจะทำการเคลือบอีก 2-3 ชั้นเพื่อให้สีอยู่ทนมากยิ่งขึ้น

ขั้นตอนการลงสีให้กับตัวชิ้นงาน รองพื้น สีจริง และเคลือบ

5. การอบชิ้นงานให้แห้ง 100% ด้วยเครื่องอบ UV และ Temp การทำให้ชิ้นงานแห้งนั้นก็เป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างหนึ่งที่จะทำให้สีไม่เสียหายง่าย อาจจะนำไปตากแดดก็ได้เช่นกันแต่ทางเราจะใช่เครื่องอบชิ้นงานที่สามารถควบควมเรื่องของอุณหภูมิ และแสง UV ได้ โดยการตั้งเวลาในการอบก็จะทำให้สีแห้งได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

การอบชิ้นงานด้วยเครื่อง Cure ที่สามารถควบคุม UV, Temp และ Time ได้

6. การใส่ตะขอเบ็ด และทดลองใช้งาน การทดลองใช้งานนั้นก็ต้องนำไปทดสอบกันอีกทีนะครับ อันนี้ทางเรายังไม่ได้ไปทดสอบว่าเป็นยังไงแต่พอนำตัวเหยื่อยไปลองชั่งน้ำหนักดูจะอยู่ที่ 20g ฏ้จะเหมาะกับคันเบ็ดที่มีความเเข็งขึ้นมาให้อีกระดับหนึ่งแต่พอใส่ตัวเบ็ดแล้วน่าจะเพิ่มน้ำหนักขึ้นมาอีก 1-2 g

น้ำหนักที่ชั่งได้อยู่ที่ 18g แต่ถ้าารวมตัวเบ็ดแล้วจะแยู่ที่ประมาณ 20g
ตัวเหยื่อหลังจากการลงสีและอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ตัวเหยื่อหลังจากการลงสีและอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ตัวเหยื่อหลังจากการลงสีและอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ตัวเหยื่อหลังจากการลงสีและอบเสร็จ ใส่ตัวเบ็ด
ตัวเหยื่อหลังจากการลงสีและอบเสร็จ ใส่ตัวเบ็ด

วีดีโอขั้นตอนการทำทั้งหมด