fbpx

งานออกแบบ D.I.Y ชั้นวางของด้วย Ray6 Smart CO2 Laser-Cutter

งานออกแบบ D.I.Y ชั้นวางของด้วย Ray6 Smart CO2 Laser-Cutter

วันว่างๆ ก็ปิ๊งไอเดียดีๆกับงานออกแบบ ซึ่งต้องขอย้อนความไปก่อนเลยว่าทำไมถึงเกิดบทความนี้ขึ้นมาได้ เพราะได้เห็นเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ ที่ทางร้านได้มีตั้งโชว์ไว้หน้าร้านเพื่อไว้ให้ทางลูกค้าดูหรือทดสอบโดยจะมีหลากหลายรุ่น เช่น Einscan Pro 2Xseries, Einscan Pro HD, Einscan H และ Einscan HX นั้นจะมีการวางไว้แบบไม่ได้เป็นระเบียบเลย บางทีสายก็พันกันไปมาจะใช้งานครั้งๆ หนึ่งต้องไปหยิบแกะออกมามันน่าจะเป็นสิ่งที่ดูไม่ดีถ้าลูกค้าที่เข้ามาชมสินค้าของทางร้านเราและอีกอย่างถ้าไม่วางหรือจัดเก็บตัวเครื่องไม่ดีนั้นอาจจะทำให้ตัวเครื่องได้รับความเสียหายได้ และประจวบเหมาะกับที่ทางร้านของเราเป็นผู้จำหน่ายทั้ง 3D Printer, 3D Scanner และ Laser cutter จึงมีความคิดว่าควรจะนำสิ่งที่เรามีนั้นมาออกแบบชั้นวางของดีไหมเครื่องสแกนเนอร์ที่วางโชว์หน้าร้านจะได้เป็นระเบียบเรียบร้อย เอาจริงๆ นะะถ้าใครที่กำลังมองหาเครื่องมือที่จะนำไปต่อยอดธุรกิจต่างๆ ที่กำลังจะเริ่มต้น หรือหาแนวทางอยู่สิ่งนี้ก็เป็นที่น่าสนใจอย่างมากเลยทีเดียว ในบทความนี้เราก็จะมาทั้งสอนทั้งรีวิวด้วยว่าเราทั้งเครื่องมืออะไรบ้างในการออกแบบชั้นวางของออกมาที่ได้เห็นดังภาพบางคนอาจจะนำไปทำตู้ใส่ของ โคมไฟ งานอาร์ตแบบแนวๆ ก็ได้เพราะเครื่อง Laser cutter มีหลากหลายขนาดและสามารถนำไปต่อยอดได้มากมาย เดี๋ยวเรามาเข้าเรื่องในการออกแบบกันเลยดีกว่าครับ จะมีขั้นตอนตามลำดับดังนี้เลย

1. การออกแบบ Design Products

การออกแบบทางเราจะออกแบบด้วยโปรแกรม Illustrator โดยขนาดที่ใช้จะ 600×400 มิลลิเมตร ที่สำคัญพยายามออกเป็นหน่วยมิลลิเมตรนะครับ เพราะว่าเมื่อนำไปเข้าโปรแกรมที่จะ cutting นั้นขนาดจะได้ไม่เพี้ยน การออกแบบด้วย Illustrator นั้นก็ใช้เครื่องมือวาดตามปกติเลย ถ้าใครที่ไม่ถนัดโปรแกรมนี้อาจจะใช้เคื่องมืออื่นได้สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเครื่อง Laser cutter ในความคิดที่เราออกแบบนั้นชั้นวางจะต้องวางเครื่องสแกนเนอร์ที่เรามีได้ทั้งหมดที่เป็นแบบ Handheld ทั้ง 4 รุ่น Einscan Pro 2X series, Einscan Pro HD, Einscan H และ Einscan HX แล้วที่ด้านล่างของชั้นวางจะต้องมีช่องลิ้นชักที่ไว้เก็ยสายไฟ สายเชื่อมต่อUSB หรือ Marker สำหรับการใช้งานติดชั้นงานสแกนแค่ลิ้นชักสำหรับเก็บของนั้นยังไงพอเพราะเครื่องสแกนเนอร์บางรุ่นจะต้องใช้สเปร์ยแป้งหรืออุปกรณ์อื่นๆ อีกก็เลยออกแบบให้ที่ด้านลังของชั้นวางมีช่องวางเพื่อไว้ใส่ของอื่นๆ เพิ่มเติม ชั้นวางที่ได้อออกแบบไว้นั้นจะมีขนาด 300×500 มิลลิเมตร จากนั้นจะทำการ Export file ออกมาเป็น .DXF เพื่อนำไปเปิดในโปรแกรม RD Work ในขั้นตอนต่อไป

โปรแกรม Illustrator CC สำหรับการออกแบบ
Layout ต้นแบบชั้นวาง
ผนังด้านข้างซ้ายและขวา
ช่องแบ่งตัวเครื่องสแกนเนอร์ และผนังด้านหลัง
ช่องใส่ของที่เป็นส่วนของลิ้นชัก 2 ส่วน

2.การตั้งค่าเพื่อสั่งการตัดด้วย Laser Cutter รุ่น Ray6 Smart Co2 Laser ขนาด 600×400 มิลลิเมตร
โปรแกรมที่ใช้สั่งงานเครื่องรุ่นนี้จะใช้โปรแกรม RD Work (License แท้) รองรับไฟล์ที่เป็น CorelDraw, Photoshop, Auto CAD, illustrator, PLT, DST, DXF, BMP, DWG, AI, RD ซึ่งโปรแกรมนี้จะสามารถใชได้กับเครื่อง Laser Cutter ได้หลากหลายโดยเราสามารถกำหนดขนาดที่ต้องการจะทำงานได้ โดยขนาดที่เราจะใช้คือ 600×400 มิลลิเมตร ส่วนวัสดุที่เลือกใช้จะเป็นไม้กระดานขนาด 3 มิลลิเมตร กับแผ่นอคลิลิค 3 มิลลิเมตร ในโรแกรมเราสามารถเลือกการตั้งค่าได้ว่าเราจะ Cut,Scan, Dot, หรือ Pen เพื่อให้เหมาะสมกับรูปแบบของานที่เราต้องการซึ่งอันนี้ทางเราจะเลือกเป็น Cut เพราะต้องการตัดและนำแต่ลพชิ้นส่วนมาประกอบ



โดยหลักแล้วเราจะมีการปรับไม่ค่อยมากในโปรแกรม RD Work คือ
– จุดที่ (1) เป็น Layout ที่เราจะไว้ทำงานเหมือนขนาดที่เราจะตัดงานได้ แต่ไม่ควรจะวางชิ้นงานที่เราออกแบบไว้ใกล้กันมากเกินไป ปกติจะเว้นไว้ประมาณ 2 มิลลิเมตร
– จุดที่ (2) เป็นการตั้งค่าความเข้มของ Laser ส่วนมากถ้าตัดจะใช้ 90% แต่ต้องแล้วแต่กำลังของเครื่องแต่ละรุ่นด้วยของทางเราเครื่องมีกำลังที่ 60Watt ถ้าเครื่องที่มีกำลังเยอะกว่านี้อาจจะใช้ค่านี้น้อยลงตามลำดับก็สามารถตัดขาดแล้ว และยังสามารถเลือกความเร็วในการ cut ได้ด้วย
– จุดที่ (3) เป็นการกำหนดค่ากำลัง Laser และรูปแบบการทำงาน Cut,Scan, Dot, Pen ตามที่เราต้องการ สามารถกำหนดค่าหรือรูปแบบการยิ่ง Laser ได้หลายรูปแบบตาม Layer ของสีนั้นๆ ที่เราเลือกไว้ใน 1 file งานที่ต้องการทำงาน
– จุดที่ (4) เป็นการ Export ไฟล์ออกเพื่อนำไปสั่งงานที่เครื่อง Laser cutter

3. การใช้งานตัวเครื่อง Laser Cutter รุ่น Ray6 Smart Co2 Laser ขนาด 600×400 มิลลิเมตร
เรานำ USB Drive ที่ได้ save งานไว้มาเสียบที่ตัวเครื่องจากนั้นให้ copy file ลงที่ตัวเครื่องไฟล์ที่ใช้งานจะเป็น .rd ด้วยตัวเครื่องจะมาพร้อมกับตัวควบคุม Ruida 6445 รุ่นใหม่ ที่สามารถควบคุมการทำงานได้หลากหลายและง่าย หน้าจอใหญ่สามารถเห็นภาพก่อนที่จะสั่งเริ่มการ cut ได้ เครื่องตัดและแกะสลักด้วยเลเซอร์ชนิด CO2 รองรับทั้งการตัดและแกะสลัก วัสดุอโลหะ แผ่นพลาสติก, Acrylic, HIPS, Plywood, พลาสวูด, หนัง, ผ้า และ อื่นๆ ซึ่งที่จริงสามารถสั่งงานผ่าน Computer, USB Drive, LAN หรือ Wifi แล้วแต่ว่าเราจะสะดวกแบบไหนแต่ที่เราเลือกคือ USB Drive

4.การประกอบชั้นวางเครื่องสแกนเนอร์
การประกอบจะทำมาเป็นช่องๆ ไว้อยู่แล้วจนาดจะประมาณ 30*3 มิลลิเมตร จุดที่เป็นไม้นั้นจะใช้กาวร้อนในการเชื่อมต่อแต่ละชิ้นเข้าด้วยกัน ส่วนชิ้นที่เป็น Acrylic จะใช้น้ำยาเชื่อมพลาสติกในการติดลองดูในวีดีโอได้นะครับ



Einscan H สวยสด ครบจัด ทุกเฉดสี

Einscan H สวยสด ครบจัด ทุกเฉดสี

Einscan H เป็นสแกนเนอร์ตัวใหม่จากทางShining3D ที่ออกมาเพื่องานทำAR/VRโดยเฉพาะ ที่เน้นการสแกนงานเพื่อต้องการไฟล์สามมิติที่มีสีสันลวดลายเหมือนจริงมากที่สุด แต่ก็ยังสามารถสแกนงานทั่วไปได้เหมือนสแกนเนอร์ทั่วไป
ความสามารถที่น่าสนใจมากของEinscan H ก็คือ ฟังก์ชั่นการสแกนบุคคลที่ให้ความสมจริงเป็นอย่างมากทั้งสี ริ้วรอย โครงสร้างของบุคคล รวมไปถึงเส้นผมก็ยังสามารถสแกนได้

หลอดอิฟราเรดจากด้านบน และWhite Light LEDจากด้านล่าง

Einscan H เป็นสแกนเนอร์ที่เป็นHybrid ที่ใช้แสงสองระบบร่วมกันจะเป็นระบบWhite Light LED ที่ใช้กับการสแกนงานทั่วไปได้ และมาพร้อมกับระบบ Infrared ที่ใช้กับการสแกนบุคคลโดยเฉพาะในระบบนี้สามารถสแกนคนได้โดยไม่จำเป็นต้องหลับตา

ระบบInfraredของEinscan Hจะเป็นการใช้คลื่นย่านInfraredที่เข้าใกล้กับย่านVisible Light ดังนั้นระหว่างสแกนจะมีแสงอยู่เล็กน้อยและแสงก็ไม่มีความเข้มมากจึงสามารถสแกนใบหน้าได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องหลับตา(แต่การมองแสงกระพริบนานๆก็ทำให้ดวงตาล้าได้เหมือนกันนะ)

ย่านของคลื่นแสงที่ใช้จะอยู่ประมาณIR ซึ่งปลอดภัยต่อคน
Einscan H มาพร้อมระบบHybrigที่สามารถทำให้สแกนงานได้หลากหลายมากขึ้น และยังมีความสามารถในการสแกนงานได้อย่างรวดเร็ว ด้วยความเร็วในการสแกนอยู่ที่1,200,000จุด/วินาที อีกทั้งฟังก์ชั่นการทำงานในโปรแกรมยังง่ายต่อการใช้งานอีกด้วย
ความละเอียดสูงถึง0.25mm ยังมาพร้อมความสามารถในการสแกนสีในตัว ที่ให้สีสดใสสมจริง และการเชื่อมต่อผิวงานด้วยพื้นผิวที่ยอดเยี่ยม
Body Scan ที่ใช้เพื่อสแกนคนโดยเฉพาะ ทำให้การสแกนบุคคลทำได้ง่ายมากขึ้น และยังใช้Infraredในการสแกน จึงปลอดภัยต่อตาของผู้ถูกสแกน
face Scanที่สามารถสแกนใบหน้าได้อย่างครบถ้วน และยังสามารถสแกนเส้นผมได้มากยิ่งขึ้น ทำให้เก็บรายละเอียดของบุคคลได้อย่างครบถ้วน

ภายนอก
Einscan H เป็นสแกนเนอร์ระบบHandheldที่ออกแบบมาให้การจับถนัดมือและน้ำหนักเบา ทำให้สามารถสแกนได้ต่อเนื่องโดยไม่เมื่อย

Einscan H มาพร้อมกับกล้องสี่ตัวช่วยเก็บรายละเอียดทุกมุม หลอดInfraredด้านบนเพื่อการสแกนเก็บสีและสแกนคนที่ยอดยี่ยม และ White light LEDด้านล่างที่สแกนงานได้หลากหลายได้สมจริง
ปุ่มปรับแสง(ซ้าย-ขวา) ปุ่มซูม(บน-ล่าง)และปุ่มเริ่มการสแกน ที่ใหญ่และกดง่าย เพื่อให้การใช้งานไม่ติดขัดสแกนได้อย่างต่อเนื่องกับงานทุกพื้นผิว

อุปกรณ์ที่มากับตัวเครื่อง

ตัวเครื่องEinscan H
แผ่นcalibrateกับแผ่นวางเทียบสำหรับใช้กาง
Markers ขนาด10mm (ใช้กับEinscanHและEinscanHX)
สายสัญญาณที่มาพร้อมกับสายไฟ สามารถเสียบและถอดได้ง่าย
สายสัญญาณที่ยาวถึง5เมตร ใหญ่แค่ไหนก็สแกนได้ไม่ติดขัด
อแดปเตอร์ที่สามารถเปลี่ยนหัวปลั๊กได้

โหมดการสแกน
Einscan H มีโหมดสำหรับการสแกนงานอยู่สามโหมดด้วยกัน ที่สามารถทำงานได้หลากหลายและยังออกแบบมาเพื่อสแกนคนได้ดียิ่งขึ้น
Standard Scan ใช้สำหรับการสแกนงานทั่วไป สแกนงานแบบเก็บรายละเอียดสี พื้นผิว หรือใช้งานสแกนงานที่จำเป็นต้องมีMarkers
Body Scan ใช้กับการสแกนร่ายกายโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นคนหรือคนที่ใส่ชุดเป็นตัวละครต่างๆได้ดี
Face Scan ใช้สำหรับการสแกนคนโดยเฉพาะ เน้นใบหน้าเป็นหลัก สแกนเส้นผมได้ดีและเลือกสลับไปใช้โหมดBody Scanได้ด้วย

Standard Scan
สำหรับโหมดนี้เป็นโหมดที่ใช้งานได้หลากหลายเพราะเป็นโหมดที่ใช้การสแกนทั่วไปโดยสามารถสแกนงานแบบทั่วไป สแกนสี สแกนเก็บพื้นผิว และก็ยังสามารถใช้งานกับMarkersได้ เรียกได้ว่าเป็นโหมดที่ครบจบในที่เดียว(แต่หากจะสแกนคนใช้โหมดBody Scan หรือ Face Scanจะดีกว่านะ) แต่งานหลักของโหมดนี้คือการสแกนสิ่งของเพื่อนำไปใช้กับงานVR/AR หรือด้านอื่นๆที่ต้องการไฟล์สามมิติที่มีสีสันสมจริง

ในครั้งนี้เราจะทำการสแกนโซฟาที่มีสิ่งของต่างๆวางอยู่ด้วย
ด้วยความสามารถในการเชื่อมต่อพื้นผิวที่ดีเยี่ยมจึงทำให้สแกนจุดต่างๆได้อย่างดี
ลวดลายบนสิ่งของก็เก็บได้นะ
แค่ปรับแสง ไม่ว่าอะไรก็สแกนได้

ผิวเรียบ ผิวขน ร่องเล็กน้อย ได้หมด

ผลการสแกนหลังจากGenerate point Cloud โดยที่ยังไม่ได้ปิดผิวแต่อย่างใด
ปิดผิวเสร็จก็สวยขึ้นไปอีก

ลวดลายที่ได้แทบไม่ต่างจากของจริงเลยล่ะ
สีสันสวยสดสะดุดตา

เนื้อผ้าที่เราแทบไม่สังเกตยังเก็บมาครบ

Body Scan/Face Scan
ในโหลดนี้จะเลือกเป็นFace Scanที่ใช้สแกนหน้าโดยเฉพาะที่จะสามารถเก้บรายละเอียดของใบหน้าได้อย่างครบถ้วน ทั้งรูปทรงของส่วนต่าง ผิว ริ้วรอยต่างๆ และเส้นผม และในโหมดนี้ยังจะสามารถสลับไปเป็นBody Scan ได้อัตโนมัติเมื่อเราเลื่อนไปสแกนร่างกายต่อได้ทันที ไม่จำเป็นต้องใช้สองโหมดเพื่อสแกนคนหนึ่งคน

ตัวอย่างการสแกน(ก่อนGenerate point cloud)
ตัวอย่างการสแกนหลังจากGenerate Point Cloudแล้ว

การสแกนครั้งนี้เราได้นางแบบสุดสวยพร้อมเสื้อผ้าสีสันฉูดฉาดพร้อมท้าทายความสามารถของEinscan H แบบจัดเต็มกันเลย

เริ่มจากหน้ามาก่อนเลย
เก็บบน-ล่างให้ครบ
สแกนส่วนอื่นๆต่อกันเลย
ลบส่วนเกินนิดหน่อยก็โอเคแล้ว
ผลจากการสแกนที่ยังไม่ได้ปิดผิว
ผลจากการสแกนที่่ปิดผิวแล้ว
เกือบครบทั้งตัว แต่สีครบ สมจริงสุด
เส้นผม ตัวหนังสือเล็กน้อยก็ยังเก็บได้
สีสันฉูดฉาดสะดุดตาจริงๆ

เป็นยังไงบ้างครับกับผลงานการสแกนด้วยEinscan H จะเห็นว่างานที่ได้จะเน้นไปทางงานที่ต้องการความสมจริง สีสันสดใส รายละเอียดต่างๆเพื่อนำไฟล์ที่ได้ไปใช้ต่อในด้านการแสดงผลแบบสมจริงและยังข้ามข้อจำกัดในการสแกกนคนที่มีความยากมากๆในการใช้สแกนเนอะรุ่นอื่นๆในการสแกนบุคคลEinscan Hถือว่าตอบโจทย์อย่างมาก หลังจากที่เราได้รีวิกันไปเรียบร้อยแล้วก็จะสรุปข้อดีและข้อสังเกตของ

จุดเด่นของEinscan H
-น้ำหนักเบา จับถือสะดวก ปุ่มกดง่าย
-สแกนได้เร็ว เชื่อมต่อจุดต่างๆด้วยพื้นผิวของตัวงานเองได้ยอดเยี่ยม จึงสแกนได้ต่อเนื่อง
-สีสันสวยสดใส สมจริงมาก รายละเอียดบนพื้นผิวก็เก็บได้หมด
-สแกนคน มาสคอสต่างๆได้อย่างดีเยี่ยม

ข้อสังเกต
-ไม่สามารถใช้โหมดFixed scanได้
-สแกนเนอร์เป็นระบบ White Light และ Infrared จึงไม่เหมาะกับการใช้งานภายนอกอาคาร

หากสนใจEinscan H สามารถเข้ามาทดลองใช้ที่หน้าร้านของเราได้นะครับ

การออกแบบอวัยวะเทียมสำหรับสัตว์โดยใช้ nTopology 

การออกแบบอวัยวะเทียมสำหรับสัตว์โดยใช้ nTopology 
ขาเทียมออกแบบโดย Derrick จาก Bionic Pets
ขาเทียมพร้อมเสื้อกั๊กสำหรับสุนัขขนาดเล็ก

บริษัท DiveDesign และ องค์กร Bionic Pets ใช้ประโยชน์จาก nTopology ในการออกแบบชิ้นส่วนสามมิติที่ไม่จำเป็นต้องผลิตทีละมาก ๆ แต่กลับได้ประโยชน์มากกว่าเมื่อผลิตทีละน้อย ๆ
การทำอวัยวะเทียมเป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มผู้ใช้งานเครื่องพิมพ์สามมิติทั่วโลก แต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่ยังไม่เป็นที่แพร่หลายแต่ก็เป็นการใช้งานในสิ่งที่สำคัญ นั่นคืออวัยวะเทียมสำหรับสัตว์
องค์กร Bionic Pets เป็นผู้นำในการผลิตอวัยวะเทียมสำหรับสัตว์ทุกชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุนัข Derrick Campana ผู้ก่อตั้ง Bionic Pets ได้ช่วยเหลือสัตว์ต่าง ๆ ตั้งแต่นกจนถึงช้าง เขามีฝีมือดีเยี่ยม ทำทุกอย่างอย่างประณีตด้วยมือล้วน ๆ

แม้ว่าเขาจะมีฝีมือดีและงานที่ประณีต แต่อวัยวะเทียมแต่ละชิ้นต้องใช้เวลานาน บางชิ้นอาจจะนานถึง 15 ชั่วโมงเลย มันจึงเป็นความท้าทายอย่างมากที่ต้องทำอวัยวะเทียมให้มากพอกับความต้องการให้เร็วที่สุด ทั้งนี้มีสุนัขที่ต้องถูกตัดขานับพันตัวต่อปี หากยิ่งรอนานขาที่เหลือก็จะยิ่งเสียหายไปเรื่อย ๆ เนื่องจากการทิ้งน้ำหนักที่ไม่สมดุล สัตว์พิการส่วนใหญ่ที่ไม่สามารถเคลื่อนที่ไปไหนมาไหนได้มักจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน
Derrick ได้รับความช่วยเหลือจาก Dive Design โดยการใช้เครื่องสแกนสามมิติ โปรแกรมออกแบบสามมิติ และเครื่องพิมพ์สามมิติ ช่วยให้การทำงานเร็วขึ้น ง่ายขึ้น และประหยัดต้นทุนได้มาก และยังทำให้การปรับเปลี่ยนอวัยวะเทียมให้เหาะกับสัตว์แต่ละตัวได้ดีขึ้น แข็งแรงขึ้น และทนทานมากขึ้นด้วย แต่ทั้งหมดนั้นก็ยังทำให้มันห่างไกลจากความสมบูรณ์แบบที่ควรจะเป็น เพราะในส่วนของเท้ายังต้องใช้วิธีการดั้งเดิมโดยการดัดพลาสติกและยาง ทำให้ยังใช้เวลาในการทำมากอยู่ และยังไม่คงทนอีกด้วย

ทาง Dive Design ได้นำเอาเทคโนโลยี nTopology ที่ใช้ในการออกแบบขาเทียมที่ใช้สำหรับนักปีนเขาขาพิการ โดยการนำโครงสร้างแบบตารางมาช่วย ทำให้สามารถทำเท้าเทียมให้กับสุนัขได้ และยังช่วยให้การออกแบบส่วนที่เหลือได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังทำชิ้นส่วนที่เปลี่ยนได้เร็วที่ใช้วัสดุ TPC – Thermoplastic copolyester (เป็นชนิดหนึ่งของ TPE) เพื่อช่วยให้การคืนตัวทำได้ดียิ่งขึ้น

การออกแบบอุ้งเท้าเทียมโดยใช้ nTop technology

ด้วยความรวดเร็วในการทำงาน และความสามารถที่หลากหลายของเครื่องพิมพ์ 3D ระบบ FFF เข้ากันได้ดีกับงานที่ต้องทำซ้ำ ๆ และแผนงานที่นำกลับมาใช้อีกได้ง่าย รวมถึงการออกแบบ การทดสอบ การขนส่ง ซึ่งหากใช้วิธีการเดิม ทั้งหมดอาจใช้เวลานานถึงหนึ่งเดือน

อ่านรายละเอีดสินค้าเพิ่มเติม :


ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น สิ่งสำคัญที่เราได้เรียนรู้คือความคิดสร้างสรรค์สามารถไปได้ไกลกว่าที่ควรจะเป็น อย่างเช่นในกรณีนี้ ความรู้ในการทำอวัยวะเทียมของสัตว์สามารถแบ่งปันให้ผู้อื่นเพื่อการต่อยอดความรู้นั้น และทำให้พลิกชีวิตได้ ไอเดียบางอย่างที่คิดขึ้นมาเพื่อช่วยมนุษย์ก็นำไปใช้กับสัตว์ได้ด้วย และเมื่อมีการพัฒนาต่อไปอีกมันก็สามารถนำกลับมาใช้ในมนุษย์อีกได้เช่นกัน ซึ่งจุดหมายของมันก็คือช่วยให้การผลิตให้เฉพาะบุคคล งานที่มีคุณภาพ มีราคาที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้

รู้จัก 3D Scanner คืออะไร? มีกี่ประเภท? (update 2021)

รู้จัก 3D Scanner คืออะไร? มีกี่ประเภท? (update 2021)

บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักเครื่องสแกน 3มิติ การนำไปใช้งาน และ ประเภทของสแกนเนอร์ 3มิติ หลายคนน่าจะรู้จักเครื่องสแกนเอกสาร (2D) เราสามารถเก็บสำเนาดิจิทัลเป็นไฟล์รูปหรือ PDF ได้ เครื่องสแกนเนอร์ 3มิติมีจุดประสงค์การใช้เดียวกัน คือการสร้างสำเนาของมูล Digital ของวัตถุ ต่างกันที่เป็นรูปแบบ 3มิติ Polygon (หรือ อาจใช้คำว่า Mesh ก็ได้) ไฟล์ 3D ที่ได้นี้อาจจะไปต่อ ไปพิมพ์ออกมาเป็นโมเดล 3มิติ (ใช้เครื่องพิมพ์ 3มิติ) , เอาไปทำ Animation, ทำหนัง CG, เอาไปใช้ในเชิง Engineer วิศวกรรมย้อนรอย, ใช้เชิงการแพทย์ได้ และล่าสุดในอุตสาหกรรม VR / AR

โดยเครื่อง 3D Scanner นั้นมีหลายแบบหลายประเภทเหมาะในการใช้งานไม่เหมือนกัน เช่นแบบ LED-Structure Light เป็นการฉาย Pattern แสงไปยังวัตถุ เหมาะกับการสแกนวัตถุ รูปปั้น สามารถเก็บไฟล์ได้ละเอียด , Laser ใช้เส้น Laser ยิงไปที่ชิ้นงาน เหมาะกับงานโลหะ รถยนต์ หรือวัตถุที่มีขนาดใหญ่, Lidar การยิงลำแสงเลเซอร์จำนวนมาไปยังวัตถุ หรือ สถานที่ Lidar เหมาะกับงานสแกนสำรวจ หรือใช้กับสถานที่มากกว่า สแกนวัตถุ, Infrared แม้ว่ามีคุณภาพต่ำไม่ละเอียด แต่มีความสามารถที่ระบบอื่นไม่มีคือการแยกวัตถุด้วยความร้อน เหมาะกับการสแกนสิ่งมีชีวิต คน หรือ สัตว์เป็นต้น, MRI Scan เครื่องสแกนภายในร่างกายมนุษย์ ที่ใช้ในโรงพยาบาล ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า นำภาพ 2D หลายๆ Slice มาต่อเป็น 3D เป็นต้น โดยแต่ละชนิดมีความสามารถข้อดี ข้อเสียแตกต่างกัน ซึ่งจะกล่าวถึงรายละเอียดด้านล่างต่อไป

ปล. บทความนี้เขียนขึ้นจากข้อมูลปัจจุบัน ธันวาคม 2020 / ท่านสามารถอ่านต่อ วิธีการเลือก 3D Scanner ให้เหมาะกับคุณ

3D Scanner คืออะไร?

เครื่องสแกน 3มิติ คือเครื่องเก็บข้อมูล 3มิติ (Collecting 3D Data) จากวัตถุ, โมเดล, สิ่งของ, คน รวมถึงสถานที่ก็ได้ โดยผลที่ได้คือ ไฟล์ 3มิติ ในรูปแบบ Polygon, 3D Mesh  (หลายครั้ง เข้าใจผิดว่าไฟล์ที่ได้เป็น CAD) นามสกุลที่นิยมกันกันคือ .STL, .OBJ เป็นต้น ข้อมูลที่ได้มีมิติกว้าง, ลึก, สูง x-y-z ความละเอียดความแม่นยำของไฟล์ที่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของ 3D Scanner คำที่เกี่ยวข้องกับ 3D Scanner คือ

  • Point Cloud กลุ่มของจุด coordinate x-y-z เป็น Raw Data ของเครื่องสแกน 3มิติ (เป็นกลุ่มจุด) ก่อนที่ Software จะแปลงจุดดังกล่าวเป็น Polygon (สามเหลี่ยมต่อกัน)
  • Accuracy ความละเอียดหรือแม่นยำในการ 3D scanner โดยมากจะระบุในหน่วย Micron เช่นเครื่องความละเอียดสูงระดับ 10Micron หรือ ระยะความห่างของ Point Cloud ดีสุดที่ทำได้คือ 10micron (ยิ่งระยะห่างน้อยยิ่งละเอียดนั้นเอง)

    สแกนให้เห็น Point Cloud กับ Polygon

ประโยชน์ของ 3D Scanner

ไฟล์ที่ได้จากเครื่อง 3D Scanner สามารถไปใช้งานต่อได้มากมาย ถ้าไม่ได้ไปแต่อะไรเพิ่มเติมสามารถพิมพ์ได้ทันทีด้วย 3D Printer โดยสามารถย่อ-ขยายโมเดลตามต้องการ, 3D Files สามารถนำไปวาดต่อเป็น CAD ไฟล์ หรือ นิยมเรียกว่า Reverse Engineer, เอาวิเคราะการรักษาทางการแพทย์-ทันตกรรม, เอาสร้างเกมส์-สร้างหนัง, แสดงตัวอย่างสินค้าเพื่อการโฆษณา และ ล่าสุดไปแสดงผลในงาน VR/AR

Engineering เชิงวิศวกรรม จะนิยมเอาไปใช้ 2 ทางด้วยกัน คือ  Reverse Engineering หรือ วิศวกรรมย้อนกลับ และ Inspection

  • Reverse Engineering เป็นการสแกน วัตถุที่มีอยู่ เป็นไฟล์ 3มิติ แล้วไปทำย้อนกลับเป็น CAD ตัวอย่างเช่น รถยนต์โบราณที่ไม่มีผลิตแล้ว หากอยากจะสร้างขึ้นมาใหม่ หรือ ทำเฉพาะบางส่วน สามารถใช้เครื่องสแกนเนอร์ 3มิติ เก็บรายละเอียด เอามาสร้างไฟล์ CAD นำไปใช้กับเครื่อง CNC หรือเครื่อง 3D Printer ต่อไป
  • Inspection เป็นการควบคุมการผลิต เพื่อเปรียบเทียบงานที่ผลิตออกมาจริงๆ กับไฟล์ต้นแบบมาตรฐานที่สร้างไว้ การผลิตสินค้าหลายๆครั้งเมื่อรันเครื่องผลิตไปเรื่อยๆแล้วขนาดรูปร่างอาจจะไม่ตรงตามต้องการต้องมีการจูนเครื่องจักรกัน การผลิตที่เข้มงวดกับเรื่องนี้มากๆเช่นการผลิตเครื่องยนต์ งานหล่อ หรือ งานฉีดพลาสติกอาจจะไม่ได้คุณภาพหรือขนาดตามที่ต้องการ 3D Scanner จะมาช่วยในส่วนนี้ โดยวิศวกรจะนำไฟล์สแกน มาเทียบกับไฟล์ CAD มาตรฐาน

    ตย.ที่แสดงในรูป สแกนหลอดไฟ สามารถแบ่งการใช้ได้สองทาง (ซ้าย) ทำไฟล์ที่ได้จากการสแกนสีฟ้า ไปเปรียบเทียบกันไฟล์มาตรฐานสินค้า Software จะประมวลผลพื้นที่ที่รูปร่างแตกต่าง Design VS Actual เป็น Mapping สี (ขวา) นำไฟล์สแกนสีได้สีฟ้า ไปทำการวาด CAD ขึ้นมาใหม่

ทางด้านศิลปะ และ ภาพยนต์ เกมส์ สแกนวัตถุ คน สิ่งของ แล้วเอาไปแต่ไฟล์ต่อใน Software อื่นๆ เช่น Zbrush สามารถแก้ไขปรับแต่ง เพิ่มรายละเอียด เป็นการลดระยะเวลาในการทำงาน และคงคุณภาพงานได้ใกล้เคียงความจริงกว่า เช่น แต่ก่อนจะต้องสร้างโมเดลหน้าคนจากศูนย์เลย ตอนนี้สามารถสแกนเอาไฟล์สแกนมาแต่งเพิ่มเติม จะลดเวลา และได้ผลลัพธ์ออกมาเหมือนหน้าคนจริงๆมากกว่า เอาไปแสดงผลในภาพยนต์หรือเกมส์ต่อ STL สามารถเอาไปพิมพ์ 3มิติออกมา ตัวอย่างการนำไปใช้

  • ย่อขยายโมเดล งาน Scale ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนคือ ปั้นพระองค์หนึ่งจากขึ้ผึ้งขึ้นมาขนาด 20cm (หรือขนาดที่ผู้ปั้นถนัด) สแกนไฟล์ดังกล่าวเพื่อเอาไปผลิต พระองค์นั้นในขนาดต่างๆ 5cm, 10cm, 20cm, 50cm, 100cm ไม่ต้องปั้นพระองค์เดิมๆหลายขนาด / ตย.ที่สอง เช่นที่อุทยานราชภักดิ์ ช่างปั้นโมเดลขนาดเ
  • สร้างซ้ำ เช่นมีวัตถุโบราณ ต้องการสร้างซ้ำ เราจะใช้การสแกน
  • สแกนเพื่อความสมจริง ประยุกต์ใช้ 3D scanner เก็บข้อมูลจากของจริง เช่นสแกนหน้าคนจะได้ความสมจริงกว่า (สแกนบางส่วน ปั้น3D ขึ้นเองบางส่วนก็ได้
ประยุกต์เก่ากับใหม่ ให้ศิลปินปั้นขึ้นมาจากขี้ผึ้ง นำมาสแกนเพื่อไปแต่งรายละเอียดต่อ สามารถไปย่อขนาดเป็นองค์เล็ก หรือ ไปทำให้ขยายเป็นชิ้นใหญ่ๆได้
งาน Scales สามารถสร้างโมเดลขนาดต่างๆ ด้วยไฟล์สแกนเดียว
Scan บางส่วน ปั้นไฟล์ 3D เองบางส่วน ตัวอย่างนี้ดีทั้งแสดงให้เห็น การประยุกต์จนถึงขั้นตอนการพิมพ์

ทางการแพทย์ ทันตกรรม ใช้สแกนเนอร์ 3มิติ ไปวินิจฉัยอาการและทำแผนการรักษาต่อไป ทางการแพทย์นั้นจะใช้สแกนเนอร์ ทั้งภายในและภายนอกร่างกาย ตัวอย่างเช่น

  • ทันตแพทย์ ใช้ Intraoral สแกนฟันในช่องปาก นำไฟล์ที่ได้ไปทำการจัดฟันในช่องปาก Clear Aligner, สร้างครอบฟัน หรือ อื่นๆจากเครื่องพิมพ์ 3มิติ
  • แพทย์ศัลยกรรมสมอง ใช้ MRI สแกนสมองเพื่อวิเคราะห์การรักษา จากไฟล์ 3มิติ
  • แพทย์วินัจฉัยกระดูผิดรูป จากเครื่อง CT Scan
การใช้เครื่องสแกนในช่องปาก Intraoral Scan และเครื่องพิมพ์ 3มิติ : AoralScan / Form3B

ประเภทของ 3D Scanner

 

แบ่งประเภท 3D Scanner ตามชนิดแสง/ชนิดเซนเซอร์

LED / Structure Light ใช้แสงในการสแกน โดยมากจะเป็นแสงขาว หรือ แสงน้ำเงิน โดยทั่วไปหลักการทำงานจะฉายแสงที่มี Pattern เป็นแถบเส้น (เหมือน Barcode แบบเส้น) หรือ แบบ Noise (เหมือน QR Code) ไปที่วัสดุ กล้องจะจับภาพกลับโดยมากจะมีกล้อง 2 ตัวขึ้นไป Software จะนำภาพ pattern ที่จับได้มาแปลงเป็นไฟล์ 3มิติ (แสงยิง Pattern ไปเหมือนเดิม แต่รูปร่างของวัตถุไม่เหมือนกัน กล้องจะเก็บรูปที่ได้ไม่เหมือนกัน)

  • เก็บข้อมูลเป็น Plane XY หนึ่ง shot คือหนึ่งภาพ
  • ข้อดีคือ สแกนเร็ว และ ได้ข้อมูลความละเอียดหวังผลได้
  • ข้อเสียคือ ไม่สามารถสแกนหรือสแกนได้คุณภาพไม่ดี ใน วัตถุสีทีบแสง(ไม่สะท้อนแสง), วัตถุมันวาว(สะท้อนแสงมากเกินจนกระเจิง), วัตถุใสทะลุ(กล้องไม่สามารถเก็บค่าแสงที่สะท้อนออกมาได้) อย่างไรก็ตามสามารถแก้ปัญหานี้โดยการเตรียมผิวชิ้นงาน เตรียมสภาพแวดล้อมการสแกนก่อน อ่านเพิ่มที่ขั้นตอบการเตรียมวัสดุสแกน
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด Shining3D, Artech, Gom
แสดงที่ฉายออกมาเป็นแถบเส้นเท่าๆกัน เมื่อตกกระทบที่ชิ้นงานจะได้ลักษณะเส้นเฉพาะตัวตามรูปร่างของงาน Software ประมวลข้อมูลที่ได้เป็นไฟล์ 3มิติ
อีกลักษณะหนึ่งของ Structure Light คราวนี้ไม่ฉายเป็นแถบเส้น แต่ฉายเป็น Noise เฉพาะตัวคล้ายๆ QR Code กล้องเก็บภาพที่ได้ไปประมวลผลเช่นกัน ในรูปเครื่อง StructureLight แบบ Handheld
Diagram การสแกนแบบ Structure Light จะเห็นว่า Project ฉายภาพที่เป็น Pattern ไปยังวัตถุ กล้องทั้งสองตัวจะจับภาพได้ไม่เหมือนกันตามรูปร่างของวัตถุ

Laser ใช้เลเซอร์เป็นแหล่งแสง เลเซอร์อาจจะมีสีแดง หรือ สีน้ำเงินก็ได้ ข้อดีของแสงเลเซอร์คือ มีความเข้มของแสงมากกว่าที่ฉายจากโปรเจคเตอร์หรือจากLED มากๆ ดังนั้นสามารถลองรับวัสดุที่หลากหลายกว่า วัสดุสีเข้ม หรือวัสดุที่มันวาวสะท้อนแสง

  • เก็บข้อมูลเป็นเส้น Line หนี่ง frame เอาเส้นมาต่อๆกันเป็นไฟล์ 3มิติ
  • ข้อดีแสงมีความเข้มแสงมากกว่า รอบรับการสแกนหลายพื้นผิว ไม่ว่าจะเป็นวัสดุที่มีสีเข้ม สีดำ, ผิวโลหะ ผิวมันวาว Chrome, สแกนในพื้นที่แจ้ง
  • ข้อเสียของระบบนี้เลย คือต้องติด Marker เนื่องจากการสแกนไม่ได้เก็บข้อมูลเป็นระนาบ แต่เก็บเป็นเส้น Software ไม่สามารถต่อไฟล์ 3มิติ เข้าด้วยกันได้ ต้องใช้ Marker เป็นตัวอ้างอิง การติด Marker หลักๆคือเสียเวลา (ไม่ต้องเสียเวลาเตรียมผิวชิ้นงาน แต่เสียเวลาติด Marker แทน) และ อีกข้อคือถ้าเป็นเครื่องสแกนเนอร์แบบ Laser ล้วนๆ จะเก็บภาพสีไม่ได้ แต่ปัจจุบันรุ่นใหม่ๆมีกล้องเก็บสีเพิ่มเข้ามาด้วย
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด Shining3D, Creaform
ตัวอย่าง Laser 3D Scanner เลเซอร์น้ำเงิน 14 เส้น สแกนเก็บได้หลายพื้นผิว ทั้งดำ หรือมันวาว ผิวโลหะ แต่ต้องติด Marker

Infrared ใช้หลักการจับภาพ Infrared ในการสแกน ตัวอย่างที่ใช้กันเยอะเช่น Kinect ของ Xbox กล้อง interactive ต่างๆ ข้อดีคือสามารถแยกคนออกจากสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าระบบอื่น

  • ข้อดีคือ มีราคาถูกและใช้กันแพร่หลาย สามารถแยกคนจากสภาพแวดล้อมได้ดี เพราะแยกจากความร้อน
  • ข้อเสีย เป็นระบบที่มีรายละเอียดต่ำที่สุด

    ในรูปใช้ Kinect กล้องจับภาพ infrared มาใช้ในการสร้างไฟล์ 3มิติ ราคาค่อนข้างถูกแต่คุณภาพต่ำ

Arm 3D Scanner Scanner  เป็นระบบที่ใช้กันมานานแล้ว แต่มีราคาสูงมาก นิยมใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ โดยมาก Arm จะติด Probe หรือ Laser Scan เข้ามาด้วย โดยหากเป็น Probe ก็จะวัดจุดที่ Probe ไปแตะ ดูเป็นจุดๆไป แต่หากเป็นหัว Laser Scanner ที่ติดบน Arm อันนี้จะสามารถแสกนออกมาเป็นไฟล์ 3มิติ ได้เลย ไม่ต้องติด Marker เนื่องจาก Software รู้ตำแหน่งที่ของหัวสแกนเนอร์จาก Motor Servo ที่อยู่บน Arm (Laser Scanner ที่ไม่ติดบน Arm จะไม่รู้ตำแหน่ง จึงให้ Marker ช่วยระบุตำแหน่ง)

  • เก็บข้อมูลเป็นจุด Coordinate กรณีเป็น Probe และเก็บเป็นเส้นเลเซอร์ กรณีเป็นหัว Laser Scanner
  • ข้อดี เป็นระบบที่มีความแม่นยำสูงมาก เนื่องจากระบุตำแหน่งโดยใช้มอเตอร์ Servo ที่ข้อต่อแต่ละอัน
  • ข้อเสีย ราคาสูงมาก และ มีข้อจำกัดในพื้นที่การสแกน ต้องสแกนในระยะที่ Arm ไปถึง
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด FARO, Kreon, Hexagon
เครื่องสแกน แบบ Arm ประยุกต์การระบุตำแหน่งการสแกนด้วย มอเตอร์ Servo ตามข้อต่อของ Arm จึงได้ค่าที่แม่นยำ Accurate และ แม่นตรง Precise มากๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องทำการ Calibrate เรื่อย ค่าเครื่องและค่า Calibrate ค่อนข้างสูง

Lidar เป็นระบบที่มีนานแล้ว ใช้ในเครื่องสแกน Land Scape หลักการคือการยิงแสงเลเซอร์จำนวนมากไปยังวัตถุและมี Sensor รับภาพกลับมาก เร็วๆนี้มีการเพิ่ม Lidar เข้ามาในเครื่อง Ipad Pro 2020 อย่างไรก็ตามคุณภาพในการสแกนยังค่อนข้างทำอยู่มาก อาจจะมีการพัฒนาให้ดีขึ้นเร็วๆนี้

  • สาดลำแสงเลเซอร์จำนวนมากไปรอบ เก็บจุดที่เลเซอร์ตกกระทบ มาต่อกันเป็นไฟล์ 3มิติ เหมาะการสแกน LandScape-สถานที่ มากกว่า สแกนวัตถุ
  • ข้อดี สามารถเก็บข้อมูลพื้นที่ใหญ่ๆมากๆได้  เริ่มมีการพัฒนาไปใส่ในอุปกรณ์พกพา (Ipad Pro 2020)
  • ข้อเสีย ยังเก็บรายละเอียดได้ไม่ดีนัก เหมาะกันสแกนสถานที่ มากกว่าการสแกนวัตถุ
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด FARO, Leica

    งานสแกนจากเครื่องระบบ Lidar นั้น นิยมใช้ในการเก็บข้อมูลสถานที่ ทางการทหาร หรือ ทางการพิสูจน์หลักฐาน แนบตัวอย่างให้ดูเครื่อง Lidar ที่มีขายอยู่ในท้องตลาด

Photogrammetry เป็นการแปลงรูปถ่ายจำนวนมากๆ หลายๆมุมมาต่อกัน และแปลงค่าเป็นไฟล์ 3มิติ ระบบนี้ไปประยุกต์งานได้หลากหลายมากๆ ข้อดีคือ สามารถสร้างไฟล์ 3มิติ ของพื้นที่ใหญ่ๆได้ (ใช้ Drone เก็บภาพมุมสูง หรือ Video มุมสูง มา Process Mapping เป็นไฟล์ 3มิติ) อีกความสามารถหนึ่งที่เก่งมากๆคือ การสร้างไฟล์ 3มิติ ความละเอียดสูงของบุคคล ทำได้โดยการถ่ายภาพ จากกล้อง DSLR จำนวนมาก 70+ ตัว พร้อมกัน และนำมาประมวลผล นิยมใช้กันมากในการสร้างหนัง หรือ เกมส์ สร้างความสมจริงในการแสดงสีหน้า

  • input คือ รูปภาพจำนวนมาก ของสิ่งที่เราต้องการสร้างไฟล์ 3มิติ โดยรูปภาพดังกล่าวควรจะถ่ายด้วยช่วงเลนส์ ช่วงเลนส์เดียวกัน รูรับแสงเดียวกัน White Balance เดียวกัน  Software จะประมวลผล
  • ข้อดี เอาไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย เช่น แผนที่ 3มิติ (เหมือนที่ Google Map ใช้) หรือ ใช้สร้างโมเดลสามมิติบุคคลแบบระเอียดสูง Capture สีหน้าได้สมจริง โดยใช้กล้อง DSLR จำนวน 70+ตัว ถ่ายภาพพร้อมกัน
  • ข้อเสีย ใช้เวลาในการทำงานนานมากๆ ประมวลผลนานมากๆ บางครั้งใช้เวลาหลายวัน หากต้องการงานคุณภาพสูงต้องลงทุนหลายล้าน
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด Agisoft, RealityCapture บริษัทที่เป็น Reference ที่ดีคือ Ten24
ไม่ต้องสร้าง CG เองแล้ว ถ่ายรูปทำเป็นไฟล์ 3มิติ เลย

Other 3D Scanners อื่นๆ มีอีกมากมายเช่นเครื่อง CT Scan และเครื่อง MRI Scan ก็เป็น 3D Scanner แบบหนึ่งเหมือนกัน

  • CT Scan จะเป็นการสแกน Slice ร่างกายเราโดยใช้รังสี เหมาะสแกนพวกชิ้นส่วนที่ดูดซับแสง เช่นพวกกระดูก ไฟล์ที่ได้เป็น DICOM Slice ร่างกายเป็นหลายๆส่วน เอา Slice มาต่อกันเป็นไฟล์ 3มิติ
  • MRI Scan จะสแกนเป็น Slice เช่นกันแต่จะใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เหมาะกับสแกนพวกเนื้อเยื้อ สมอง ไฟล์ที่ได้เป็น DICOM เหมือนกัน
  • CMM อันนี้อาจจะเก่าสักหน่อย เป็นเครื่องสแกนแบบสัมผัสชิ้นงาน (Contact) เป็นหัว Probe จิ้มไปที่ชิ้นงานไปเรื่อย นำ Point Cloud มาประกอบเป็นไฟล์ 3มิติ
เครื่อง MRI หรือ CT Scan จัดเป็นเครื่องสแกน 3มิติ ชนิดหนึ่ง สามารถนำ Slice Section ของมนุษย์มาต่อกัน ยิ่งเครื่อง Scan มี Slice มากก็ยิ่งได้ไฟล์โมเดลที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น
สมองมนุษย์ขนาด 1:1 ได้มาจาก MRI Scan ของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพ DICOM แพทย์ต้องการพิมพ์สมองเพื่อการวิจัย

แบ่งประเภท 3D Scanner จากวิธีการสแกน (Fix Scan, Hybrid, Handheld)

Fix Scan  การสแกนแบบ Fix Scan คือ “ขณะสแกนใน Shot นั้นๆ เครื่องสแกนต้องอยู่นิ่ง” อาจจะอยู่บนขาตั้งกล้อง หรือ แท่นจับ ก็ได้ เวลาในการสแกนแต่ละช็อตเกินวินาที-หลายวินาที ข้อดีของระบบนี้คือ สามารถเก็บงานได้ละเอียดกว่า ข้อเสียคือใช้เวลาในการสแกนนานกว่า

  • เวลาสแกนเครื่อง 3D Scanner ต้องอยู่นิ่งบนขาตั้งกล้อง สแกนจบค่อยย้ายไป Shot ต่อไป (แนะนำให้เลื่อมกับจุดเดิม 30% ขึ้นไป Software จึงจะต่อไฟล์ให้เองอัตโนมัติ)
  • ข้อดีของแบบนี้คือ สามารถเก็บรายละเอียดได้ดีกว่า ไฟล์คมชัดกว่า (เหมือนใช้ขาตั้งกล้องถ่ายรูป เทียบกับเราเอามือถือกล้องถ่าย)
  • ข้อเสียของระบบนี้ คือ ใช้เวลาในการสแกนนานกว่าแบบ Handheld โดยเฉพาะงานชิ้นใหญ่ๆเกิน 50cm ขึ้นไป
  • ระบบนี้สามารถทำงานร่วมกัน Automatic Turntable ได้ (3D Scanner อยู่บนขาตั้งกล้อง ชิ้นงานสแกนอยู่บนแท่นหมุนอัตโนมัติ เมื่อสแกน Shot หนึ่งเสร็จแท่นจะหมุนอัตโนมัติ ในองศาที่กำหนด เช่น 45องศา และ สแกนใน Shot ต่อไป สแกน 8 ครั้งจะได้ครบ 360องศา
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็น Fix Scan ล้วนๆ EinScan SE, AutoScan Inspec, DS-EX Pro

Handheld การสแกนแบบ Handheld จะเป็นเทคโนโลยีที่มาใหม่ พัฒนาต่อมาจาก Fix Scan สืบเนื่องจากคอมพิวเตอร์พัฒนาประมวลผลได้เร็ว ทั้งกราฟิกและการเขียนอ่านข้อมูล จึงสามารถเก็บ Shot ได้เร็วขึ้น เครื่อง Handheld จึงถือกำเนิด เครื่องใหม่จะเก็บ shot ได้ 15-30 fps หรือ 15-30 shot ในเวลาหนึ่งวินาที ทำให้ถือสแกน ลากเก็บภาพ 3มิติไปเรื่อยๆได

  • เวลาสแกนสามารถใช้มือถือสแกนชิ้นงานไปเรื่อยๆได้ ลากช้าหรือเร็วขึ้นกับ Spec ของเครื่องสแกนและความแรงของคอมพิวเตอร์ประมวลผล
  • ข้อดีคือ สแกนได้รวดเร็ว สะดวก เหมาะกับความชิ้นใหญ่
  • ข้อเสีย หากให้เทียบจริงๆแล้วคุณภาพงานสแกนสู้แบบ Fix ไม่ได้
  • สามารถสแกนคนหรือสัตว์ได้ (อย่างไรก็ตามคน ควรจะอยู่นิ่ง ยืนเฉย หรือ นั่งเฉยๆ)
  • เหมาะกับการสแกนของชิ้นใหญ่, ของที่เคลื่อนย้ายไม่ได้, คน หรือ สัตว์
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็น Handheld ล้วนๆ EinScan Pro 2X/2XP,EinScan Pro HD,EinScan H,EinScan HX, AoralScan Intra-Oral Scanner

Hybrid เครื่องสแกนที่รวมเอาสองความสามารถนี้เข้าด้วยกัน คือจะใช้ขาตั้งกล้องก็ได้ หรือ มือถือสแกนก็ได้ จะมาเสริมจุดเสียของ Fix Scan ที่เก็บงานได้ละเอียดแต่ช้ามีข้อจำกัด กับ Handheld Scan ที่เก็บงานได้เร็วคล่องตัว ละเอียดจะเก็บได้น้อยลง

  • เวลาที่ต้องการงานละเอียด ชิ้นงานเล็กใช้ โหมด Fix Scan
  • เวลาสแกนคน, ของชิ้นใหญ่ ของที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ ใช้โหมด Handheld Scan
  • เครื่องแบบ Hybrid จะครอบคลุมการทำงานหลาก สแกนได้ทั้งของชิ้นกลาง-ใหญ่
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็นแบบ Hybrid  EinScan Pro 2X/2XP, EinScan Pro HD

อ่านเพิ่มเติม 

ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่นี่


อ่าน Review เพิ่มเติมตามแต่ละรุ่นไปที่นี่