Unitree ยูนิทรี ประเทศไทย ผู้นำด้านหุ่นยนต์ ระดับโลก Robotics Company



Unitree Robotics
เป็นบริษัทผู้พัฒนาหุ่นยนต์จากเมืองหางโจว ประเทศจีน ก่อตั้งขึ้นในปี 2016 โดย Wang Xingxing วิศวกรผู้หลงใหลในเทคโนโลยีหุ่นยนต์เคลื่อนที่ เป้าหมายของ Unitree คือการทำให้
หุ่นยนต์ประสิทธิภาพสูงสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ทั้งสำหรับสถาบันการศึกษา นักพัฒนา และภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก จากจุดเริ่มต้นในการพัฒนาหุ่นยนต์สี่ขา บริษัทได้เติบโตจนกลายเป็นหนึ่งในผู้ผลิต
หุ่นยนต์ชั้นนำของโลก

สำนักงานใหญ่หรืออาคารหลักของ Unitree Robotics ที่เมืองหางโจว ประเทศจีน

หากย้อนกลับไปเพียงไม่กี่ปีก่อน หุ่นยนต์สี่ขาหรือ Robot Dog ยังเป็นเทคโนโลยีที่มีราคาสูงและเข้าถึงได้ยาก โดยส่วนใหญ่ถูกพัฒนาโดยองค์กรขนาดใหญ่และสถาบันวิจัยชั้นนำ แต่ด้วยความสนใจ
ด้านหุ่นยนต์และการเคลื่อนที่ Wang Xingxing ที่ได้เริ่มพัฒนาหุ่นยนต์สี่ขาต้นแบบของตนเองในช่วงที่ยังศึกษาอยู่ ผลงานดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากจากวงการเทคโนโลยี และกลายเป็นจุดเริ่มต้น
ของการก่อตั้ง Unitree Robotics ในปี 2016 จากความเชื่อว่าหุ่นยนต์ประสิทธิภาพสูงไม่ควรเป็นเทคโนโลยีที่เข้าถึงได้เฉพาะคนบางกลุ่ม Unitree จึงมุ่งพัฒนาหุ่นยนต์ที่มีทั้งความสามารถและราคา
ที่เข้าถึงได้มากขึ้น

Wang Xingxing (王兴兴) คือผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Unitree Robotics

Wang Xingxing ขณะทดสอบ XDog หุ่นยนต์สี่ขาต้นแบบที่พัฒนาขึ้นในช่วงปริญญาโท

หลังจากก่อตั้งบริษัทในปี 2016 Unitree ได้เดินหน้าพัฒนาหุ่นยนต์สี่ขาอย่างต่อเนื่อง โดยนำองค์ความรู้จาก XDog มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่พร้อมใช้งานจริง เริ่มจาก Laikago ที่ช่วยให้บริษัทเป็นที่รู้จัก
ในวงการหุ่นยนต์ระดับสากล ก่อนจะพัฒนาสู่ Aliengo ซึ่งมีความสามารถด้านการเคลื่อนที่และการนำทางที่ดียิ่งขึ้น ต่อมาในปี 2021 Unitree ได้เปิดตัว Go1 หุ่นยนต์สี่ขาที่ได้รับความสนใจจากผู้ใช้งาน
ทั่วโลก ด้วยการนำเทคโนโลยี Robot Dog ที่เคยจำกัดอยู่ในห้องวิจัยให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ความสำเร็จของ Go1 ทำให้ชื่อของ Unitree เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง และกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ถูกจับตามอง
มากที่สุดในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์

Go2: หุ่นยนต์สี่ขาประสิทธิภาพสูงที่เข้าถึงได้มากขึ้น
ความสำเร็จของ Go1 ได้ปูทางสู่การเปิดตัว Go2 ในปี 2023 ซึ่งมาพร้อมความสามารถด้าน AI และระบบรับรู้สภาพแวดล้อมที่ล้ำสมัยยิ่งขึ้น ด้วยการแสดงศักยภาพการเดิน วิ่ง และหลบหลีกสิ่งกีดขวาง
อย่างคล่องตัว ทำให้ Go2 กลายเป็นหนึ่งใน Robot Dog ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในโลก และช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ของ Unitree ในฐานะผู้นำด้านหุ่นยนต์เคลื่อนที่

Unitree Robotics Go 2 เป็นหุ่นยนต์สุนัขรุ่นใหม่ที่โดดเด่นเรื่องความคล่องตัวสูงและความฉลาดในการเคลื่อนที่ด้วยระบบ AI และเซนเซอร์ที่ช่วยให้มันเดิน วิ่ง กระโดด และทรงตัวได้อย่างแม่นยำแม้ใน
พื้นผิวขรุขระหรือสภาพแวดล้อมซับซ้อน จุดขายหลักคือความสามารถในการใช้งานจริงทั้งด้านสำรวจพื้นที่ การศึกษา งานวิจัย และงานโชว์เทคโนโลยี โดยมีการตอบสนองแบบเรียลไทม์ ควบคุมง่าย
ผ่านรีโมตหรือระบบอัตโนมัติ อีกทั้งยังมีดีไซน์แข็งแรง น้ำหนักเบา และประหยัดพลังงาน ทำให้ Go 2 เป็นแพลตฟอร์มหุ่นยนต์สี่ขาที่ทั้งทรงพลัง ยืดหยุ่น และเข้าถึงได้สำหรับทั้งนักพัฒนาและผู้ใช้งาน
ทั่วไปในยุคหุ่นยนต์อัจฉริยะรุ่นใหม่

Showing all 2 results

Unitree กับยุคใหม่ของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์
หลังจาก Go2 ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นหุ่นยนต์สี่ขาที่ไวรัลทั่วโลก Unitree Robotics ก็เริ่มขยับเข้าสู่ “เกมใหม่” ทันที คือ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ โดยเปิดตัวตระกูลอย่าง H1 และ G1 ที่โชว์
ความสามารถระดับสูงทั้งการวิ่ง กระโดด และทรงตัวแบบใกล้เคียงมนุษย์ ซึ่งคลิปโชว์การเคลื่อนไหวและการเต้นบนเวทีร่วมกับศิลปิน กลายเป็นไวรัลในโซเชียลและถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางว่า
เป็นก้าวสำคัญของหุ่นยนต์โลกยุคใหม่

หนึ่งในโมเมนต์ที่สร้างกระแสหนักคือคลิป G1 เต้นเป็นแบ็กอัปแดนเซอร์และตีลังกาพร้อมกันบนเวทีคอนเสิร์ต จนถูกแชร์ทั่วโลก และถูกพูดถึงว่าเป็น “หุ่นยนต์ที่เริ่มเข้าสู่ความบันเทิงจริงจังแล้ว”

อีกด้านหนึ่ง วิดีโอสาธิตอย่าง H1 ที่สามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงและโชว์การเคลื่อนไหวระดับนักกีฬา ก็กลายเป็นไวรัลในวงการเทคโนโลยี เพราะแสดงให้เห็นว่าหุ่นฮิวแมนนอยด์เริ่ม “เคลื่อนที่ได้เหมือน
มนุษย์จริง”มากขึ้นเรื่อยๆ สะท้อนให้เห็นว่าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กำลังก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งด้านความเร็ว ความสมดุล และความเป็นธรรมชาติของการเคลื่อนไหว และนั่นเป็นเพียง
จุดเริ่มต้นของการพัฒนาที่ Unitree ยังคงผลักดันอย่างต่อเนื่องในทุกปี

Unitree H1 ก้าวแรกสู่ตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของ Unitree

Unitree H1 สร้างสถิติปี 2024 ในฐานะหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่วิ่งเร็วที่สุด (~3.3 m/s)

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ “ความเร็วในการพัฒนา” ของ Unitree ที่ก้าวไปข้างหน้าแบบต่อเนื่องและชัดเจนในทุกเจเนอเรชันของหุ่นยนต์ โดยเฉพาะในกลุ่มฮิวแมนนอยด์ที่มีการอัปเกรด
ทั้งด้านการทรงตัว ระบบการเคลื่อนไหว และความลื่นไหลของการตอบสนองจากเวอร์ชันแรก ๆ ไปสู่รุ่นใหม่ที่มีความเป็นธรรมชาติมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การปรับปรุงเหล่านี้ทำให้หุ่นยนต์สามารถรองรับ
การเคลื่อนไหวที่ซับซ้อนขึ้นได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง การกระโดด หรือการซิงโครไนซ์ร่วมกับมนุษย์บนเวที ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเร่งพัฒนาเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี
ของ Unitree อย่างชัดเจน

Unitree แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อย่างก้าวกระโดด จากการแสดงของ H1 ในงาน Spring Festival Gala 2025 สู่ G1 และ H2 ในปี 2026
ที่สามารถโชว์กังฟูและการเคลื่อนไหวที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ภายในเวลาเพียง 1 ปี

ปัจจุบันภาพรวมของ Unitree ไม่ได้ “ต่อยอดแบบเพิ่มรุ่นเดียว” แล้ว แต่กำลังเปลี่ยนเป็น การจัดไลน์ผลิตภัณฑ์เต็ม ecosystem ของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ แทน โดยหลังจาก G1 และ H1 บริษัทเริ่ม
แตกไลน์ชัดเจนขึ้นเป็น 3 ระดับคือ G1 สำหรับตลาดนักพัฒนาและใช้งานจริง, R1 ที่ลดราคาและทำให้ฮิวแมนนอยด์เข้าถึงคนทั่วไปได้มากขึ้น และ H2 ที่ขยับไปสู่ระดับ full-size สำหรับงานอุตสาหกรรม
และระบบ AI ที่ซับซ้อนกว่าเดิมมากขึ้น ทำให้เห็นว่าทิศทางของ Unitree ไม่ได้หยุดที่ “โชว์ความสามารถของหุ่น” แต่กำลังขยับไปสู่การสร้าง “แพลตฟอร์มหุ่นยนต์มาตรฐาน” ที่แบ่งตลาดตั้งแต่ education
ไปจนถึง industrial scale อย่างครบวงจรแทน

ไลน์อัปหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของ Unitree ในปัจจุบัน

จุดแข็งและความได้เปรียบของ Unitree
Unitree Robotics เด่นมากเรื่องความเร็วในการพัฒนา เหมือน “ออกเวอร์ชันใหม่ไวกว่าเจ้าอื่น” ถ้าเทียบกับบริษัทสายหุ่นยนต์อย่าง Boston Dynamics ที่มักเน้นความนิ่งและความสมบูรณ์ก่อนปล่อย
Unitree จะไปทางลองเร็ว อัปเดตเร็ว ทำให้เห็นพัฒนาการของหุ่นแต่ละรุ่นแบบชัดเจนในระยะเวลาไม่นาน ตัวอย่างที่เห็นภาพคือหุ่นยนต์สี่ขาอย่าง Go series ที่พัฒนาไปจนวิ่งได้เร็ว กระโดด และทรงตัว
ดีขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่บางแบรนด์ยังอยู่ในโหมด “โชว์ความสามารถเฉพาะกิจ” แต่ Unitree พยายามทำให้มันไปถึงระดับ “ใช้งานจริงได้ต่อเนื่อง” มากขึ้น อีกด้านหนึ่งคือเขาทำทุกอย่างในระบบเอง
ทำให้การปรับปรุงระหว่างฮาร์ดแวร์กับ AI ไปด้วยกันได้เร็วมาก

บทบาทและการยอมรับในระดับสากล
Unitree Robotics เริ่มมีบทบาทชัดขึ้นในเวทีระดับโลกจากการปรากฏตัวในงานเทคโนโลยีและ robotics expo ใหญ่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น CES และงานแสดงหุ่นยนต์ในจีนและยุโรป ซึ่งแต่ละครั้ง
มักจะมีเดโมที่ดึงความสนใจสูงมาก โดยเฉพาะการโชว์หุ่นยนต์เดิน วิ่ง กระโดด หรือทำท่าที่ดู “เกินความคาดหมาย” ของหุ่นยนต์ราคานี้ ทำให้ชื่อ Unitree ถูกพูดถึงในสื่อเทคโนโลยีทั่วโลกอยู่บ่อยครั้ง
นอกจากนี้ Unitree ยังเริ่มเข้าไปมีบทบาทในเชิง collaboration กับองค์กรและสถาบันต่าง ๆ ทั้งในสายการศึกษาและอุตสาหกรรม เช่น การร่วมงานกับมหาวิทยาลัยและห้องวิจัยด้าน AI และ robotics
รวมถึงการถูกนำไปใช้ในงานสาธิตเทคโนโลยีของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในบางประเทศ จุดที่ทำให้เกิด “กระแส” จริง ๆ คือวิดีโอเดโมของหุ่นยนต์ที่ถูกแชร์ในโซเชียล เช่น การเดิน การทรงตัว
หรือการทำท่าที่คล้ายมนุษย์ ซึ่งมักจะกลายเป็นไวรัลและทำให้ Unitree ถูกพูดถึงในวงกว้างในฐานะหนึ่งในบริษัทที่ผลักดันหุ่นยนต์ให้เข้าใกล้การใช้งานจริงมากขึ้น

เป้าหมายและทิศทางในอนาคต
Unitree Robotics กำลังเปลี่ยนบทบาทจากบริษัทที่ทำหุ่นยนต์โชว์ความสามารถ ไปสู่การทำหุ่นยนต์ที่ “เริ่มใช้งานจริงในชีวิตและงานอุตสาหกรรม” มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะหุ่น humanoid ที่ถูกพัฒนา
ให้ไม่ได้แค่เดินหรือเคลื่อนไหวได้ดี แต่ต้องทำงานในสภาพแวดล้อมจริงร่วมกับคนได้ด้วย หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นภาพชัดที่สุดคือการนำหุ่น humanoid ไปทดลองใช้งานในสนามบิน Haneda ประเทศญี่ปุ่น
โดยร่วมกับสายการบิน JAL เพื่อช่วยงานขนย้ายสัมภาระในพื้นที่ปฏิบัติงานจริง แม้จะยังอยู่ในช่วงทดสอบ แต่ถือว่าเป็นก้าวสำคัญ เพราะเป็นสภาพแวดล้อมที่มีความซับซ้อนสูงและต้องการความปลอดภัย
มาก การที่หุ่นสามารถเข้าไปอยู่ในงานแบบนี้ได้ แปลว่ามันเริ่มขยับจาก “เดโมในงานโชว์” ไปสู่ “งานใช้งานจริง”

Unitree G1 ถูกทดลองใช้งานในสนามบิน Haneda ประเทศญี่ปุ่น เพื่อช่วยงานขนย้ายสัมภาระในพื้นที่จริง

นอกจากงานสนามบินแล้ว Unitree ยังเดินหน้าพัฒนาระบบ AI และการควบคุมให้หุ่นยนต์สามารถปรับตัวกับสถานการณ์จริงได้ดีขึ้น เช่น การเดินในพื้นที่ไม่คุ้นเคย การหลบสิ่งกีดขวาง และการทำงาน
ร่วมกับระบบ automation ในโรงงาน เป้าหมายระยะยาวคือทำให้หุ่นยนต์ไม่ได้เป็นแค่เครื่องจักร แต่เป็นเหมือน “ผู้ช่วยในงานจริง” ที่อยู่ร่วมกับมนุษย์ได้ในชีวิตประจำวัน