เที่ยวบินแรกของ Twilight พร้อมการทดสอบการพิมพ์ 3 มิติในอวกาศ

เที่ยวบินแรกของ Twilight พร้อมการทดสอบการพิมพ์ 3 มิติในอวกาศ

SpaceX ได้ส่งภารกิจ Twilight rideshare ครั้งแรกของปี 2026 ขึ้นสู่วงโคจร เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2026 โดยใช้จรวด Falcon 9 และนำดาวเทียมขนาดเล็กจำนวน 40 ชิ้นขึ้นไปในวงโคจรแบบ sun-synchronous ซึ่งเป็นวงโคจรที่ติดตามแสงและเงาของโลกอย่างต่อเนื่อง

ภายในภารกิจนั้นมีหนึ่งใน payload ที่สำคัญคือ ARAQYS-D1 จากบริษัท Dcubed ซึ่งเป็นการทดลองเทคโนโลยีการผลิตโครงสร้างโดยใช้ การพิมพ์ 3 มิติในอวกาศ แทนที่จะส่งชิ้นส่วนขึ้นไปแบบสำเร็จรูป เป้าหมายคือผลิต “บูม” ยาวประมาณ 60 ซม. โดยตรงในสภาวะอวกาศ

Dcubed ยืนยันว่าดาวเทียม Dcubed-1 / ARAQYS-D1 ถูกปล่อยขึ้นวงโคจรเรียบร้อยแล้ว และจะเริ่มขั้นตอนการใช้งานจริงเพื่อพิสูจน์ว่าการผลิตแบบนี้ทำงานได้จริงในสภาพแวดล้อมอวกาศหรือไม่ ซึ่งอาจเป็นพื้นฐานของการสร้างระบบพลังงานหรือโครงสร้างขนาดใหญ่ในอนาคต

แทนที่จะนำชิ้นส่วนที่ถูกผลิตขึ้นบนโลกไปติดตั้ง ก่อน การปล่อยขึ้นอวกาศ ทีม Dcubed ตั้งใจที่จะ ผลิตชิ้นส่วนจริงในอวกาศ โดยตรงหลังจากดาวเทียมถูกปล่อยออกจากจรวดแล้ว โดยเฉพาะ “บูม” ยาวราว 60 เซนติเมตร ใช้กระบวนการ additive manufacturing หรือพิมพ์ 3 มิติ

จุดประสงค์หลักมีดังนี้:

แสดงให้เห็นว่าการพิมพ์โครงสร้างขนาดกลางในสภาพไร้น้ำหนัก (microgravity) สามารถทำได้จริงในวงโคจร
ทดสอบการลดข้อจำกัดด้านขนาดและน้ำหนักของชิ้นส่วนที่ต้องพับเก็บและบรรจุก่อนการปล่อยขึ้นอวกาศ
วางรากฐานสำหรับระบบพลังงานหรือโครงสร้างขนาดใหญ่ที่จะผลิตภายในอวกาศในอนาคต

ทำไมการพิมพ์ 3 มิติในอวกาศสำคัญ?

การพิมพ์ 3 มิติในสภาพอวกาศไม่ใช่เรื่องใหม่ทั้งหมด — แต่ก่อนหน้านี้การทดลองหลายครั้งที่ ISS (สถานีอวกาศนานาชาติ) เช่น การพิมพ์ชิ้นส่วนโลหะและการพิมพ์เนื้อเยื่อชีวภาพ แสดงให้เห็นว่ามันสามารถทำงานในสภาวะไร้น้ำหนักได้

ไม่ใช่แค่การพิสูจน์ว่า “มันทำได้”
แต่เป็นการทดสอบที่มุ่งเน้นให้สามารถทำซ้ำได้จริงและนำไปใช้งานเชิงปฏิบัติในอนาคต ซึ่งเปิดโอกาสให้เรา สร้างอาคารหรือโครงสร้างขนาดใหญ่ในอวกาศ เช่น:

  • ป้ายรับแสงพลังงานโซลาร์เซลล์ขนาดยักษ์

  • ส่วนประกอบโครงสร้างสำหรับสถานีอวกาศ

  • โครงสร้างสำหรับยานอวกาศรุ่นใหม่ ๆ
    ทั้งหมดโดยไม่ต้องนำมาจากโลกตั้งแต่แรก

ผลกระทบต่ออนาคตของการสำรวจอวกาศ

การผลิตในอวกาศ อาจเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลกของการสำรวจอวกาศ เพราะมัน:

ลดข้อจำกัดด้านขนาดและน้ำหนักของชิ้นส่วนที่ต้องส่งจากโลก
เปิดโอกาสสร้างโครงสร้างขนาดใหญ่โดยใช้วัตถุดิบจากวงโคจรหรือจากดวงจันทร์/ดาวเคราะห์อื่น ๆ
เพิ่มความยืดหยุ่นของภารกิจอวกาศทั้งเชิงพาณิชย์และวิทยาศาสตร์