การสร้าง Origin จากโปรแกรม EXScan Pro V.3.3.0.2 เพื่อให้ง่ายต่อการ Reverse Engineering

การสร้าง Origin จากโปรแกรม EXScan Pro V.3.3.0.2 เพื่อให้ง่ายต่อการ Reverse Engineering

สวัสดีครับแจ้งข่าวดีสำหรับผู้ใช้งานเครื่องสแกนเนอร์ รุ่น Einscan Pro 2x Series ซึ่งได้มีการอัพเดทโปรแกรมมาใหม่เป็น Version 3.3.0.2 ที่จะมีการเพิ่มมฟังก์ชั่นการทำงานให้ครบมากยิ่งขึ้น ต้องขอย้อมความนิดหนึ่งนะครับ เมื่อก่อนที่จะเป็น version นี้นั้น ผู้ใช้งานที่ใช้เครื่องสแกนเนอร์ Einscan pro 2x series หรือ pro series อยู่นั้นนำงานที่ได้จากการสแกนไปใช้งานได้ยาก (งานรูปแบบ Engineer) เพราะ Origin ของงานที่เราสแกนออกมาเป็น .stl นั้น มันเพี้ยนแกน xyz อยู่ในำแหน่งที่มั่วไปหมด ไม่สามารถดึงเข้า plane ได้หรืออาจจะยากที่จะดึงเข้า plane ของโปรแกรม ต่อไปนี้ไม่ต้องกังวนแล้วนะครับ ทาง Engineer ของ shining ได้ทำการเพิ่มฟังก์ชั่นการทำ Origin ชิ้นงานเพิ่มมาให้แล้วซึ่งกว่าใช้งานนั้นง่ายมากๆ เลย ซึ่งโปรแกรม version นี้ก็ได้ปล่อยการอัพเดทออกาสักระยะหนึ่งแล้วนะครับ เป็นโอกาสดีที่ทางเราได้ลองใช้งานแล้วจึงนำข้อมูลมาแบ่งปันให้ทางผู้ใช้งานได้ทราบกันอาจจะมีบางท่านใช้เป็นอยู่แล้วก็สามารถลองเข้ามาอ่านได้เช่นกันนะครับ

 

(ภาพที่ 1)

โปรแกรม EXScan Pro V3.3.0.2 นี้สามารถเข้าไปดาวน์โหลดกันได้เลยที่เว็ปหลักของ Shining 3D  (ดาวน์โหลดคลิกที่นี่)

(ภาพที่ 2)

 

การใช้งานนั้นสามารถเลือกใช้ได้ทั้ง 3 mode ทั้ง Fixed scan, HandHeld HD scan และ HandHald Rapid scan นะครับ เมื่อเราทำการสแกนงานเสร็จเรียบร้อยแล้วให้คลิกปุ่มที่อยู่ด้านบนเขียนว่า Measurement พอทำการคลิดเข้ามาแล้วจะเจอกับอีกหน้าต่าง ที่มีเครื่องมือด้านขวามือเพิ่มเข้ามามีอะไรบ้างมาดูกันเลย จะแบ่งเป็นแต่ละหัวข้อและเครื่องมือให้นะครับว่าใช้งานกันอย่างไร

การสร้าง Origin
1. Create Feature
Create Feature คือการสร้าง Plane, Point และ Line ที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการดึงชิ้นงานเข้าแกน Origin (xyz) ของชิ้นงานที่เราสแกน ซึ่งเมื่อคลิก Create Feature เข้ามาแล้วจะมีเครื่องมือแยกอีกแบ่งเป็น สร้าง Point, สร้าง Line และสร้าง Plane เครื่องมือเหล้านี้ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องทำขั้นตอนที่ 1 เป็น Point หรือ Line ก่อนนะครับ สามารถใช้เครื่องไหนก่อนก็ได้แต่จะต้องสร้าง Feature ทั้งหมดนี้เท่านั้นเองเพื่อจะนำไปใช้งานตอนที่เราดึงชิ้นงานเข้าแกน Origin (xyz) มาดูการใช้งานกันเลยนะครับว่าเครื่องมือพวกนี้นั้นใช้งานกันยังไง
1.1) Plane คือการทำสร้างแผ่นหรือด้านโดยใช้ผิวของชิ้นงานเป็นด้่นอ้างอิงเพื่อจะให้รู้ว่าด้านนั้นๆ ของชิ้นงานมีลักษณะยังไงอยู่ด้านไหนบ้าง คลิกมาที่ Plane ก็จะมีเครื่องมือให้ใช้งานเพิ่มอีกในการทำ plane คือ
-3 Point Fit เป็นการเลือกจุด 3 จุดบนผิวของชิ้นงานสแกนเพื่อจะนำมาสร้าง Plane (ภาพที่ 3)
-Point-Line Fit เป็นการเลือก Point และ Line ที่เราสร้างขึ้นมาแล้วในการสร้าง Plane (ภาพที่ 4)
-Base Fit เป็นการวงหรือระบายสี(สีแดง) ลงบนผิวงานที่เราต้องการสร้าง Plane โดยกด Shift ค้างไว้จากนั้นคลิกซ้ายและวงผิวที่เราต้องการ (ภาพที่ 5)

(ภาพที่ 3)

(ภาพที่ 4)

(ภาพที่ 5)

 

1.2) Line คือการสร้างเส้น Vector แบบมีทิศทางพุงไปตามที่เรากำหนดแบบใช้กฎมือขวาเพื่อกำหนดทิศทาง พอคลิกมาที่ Line ก็จะมีเครื่องมือให้เลือกใช้งานโดยแบ่งเป็น (ภาพที่ 6-7)
-Plane-Plane เป็นการเลือก Plane ที่เราสร้างขึ้นมา 2 อันในการสร้าง Line โดยที่ทิศทางของหัวลูกศรนั้นจะอ้างอิงตามกฎมือขวา
-Plane-Point เป็นการเลือก Plane กับ Point เป็นเครืื่องมือในการสร้าง Line ขึ้นมาโดยทิศทางของหัวลูกศรจะไปตามทิศทางของ Plane

(ภาพที่ 6)

(ภาพที่ 7)

 

2.3) Point คือการสร้างจุดเพื่อให้มุมตัดของแกน Origin (xyz) เข้าไปแนบได้ โดยเครื่องมมือที่มีมาให้ในการสร้าง Point นั้นก็มีแยกออกมาเป็น 2 แบบด้วยกันโดยจะแบ่งเป็น (ภาพที่ 8-9)
-Select Point เป็นการกำหนดจุดเองโดยที่สามารถคลิกลงบนพื้นผิวของชิ้นงานสแกนได้เลย
-Line-Plane เป็นการสร้าง Point โดยเลือก Line กับ Plane เป็นเครื่องมือให้การสร้าง Point ขึ้นมา

(ภาพที่ 8)

(ภาพที่ 9)

 

2. Movement
Movement คือการดึงชิ้นงานที่เราสแกนมาเข้าแกน Origin (xyz) ของชิ้นงาน โดยใช้ Plane, Line และ Point แต่การดึงชิ้นงานเข้าแกน Origin นั้นสามารถทำได้ 2 แบบ Exact Movement และ 3-2-1 System Movement (ภาพที่ 10)
-Exact Movement เป็นการขยับชิ้นงานโดยขยับตามแกน x, y, z เข้ามาเองไม่ต้องใช้ Plane, Line และ Point ที่เราสร้างเมื่อสักครู่นี้ และก็สามารถหมุนชิ้นงานแบบรอบแกนได้ด้วย (ภาพที่ 10)
– 3-2-1 System Movement เป็นการดึงชิ้นงานเข้าแกนโดยใช้เครื่องมือ Plane, Line และ Point ที่เราสร้างขึ้นมาจากด้านบน แบบนี้จะสร้าง Origin ของชิ้นงานได้ดีกว่าสำหรับงานที่เป็นทางด้าน Engineer ต่างๆ โดยจะให้เลือก Plane ที่เราต้องการให้แกน xy เข้าไปแนบจากนั้นก็เลือก Line ที่เราต้องการนำแกนที่เราเลือกเข้าไปแนบด้วย และสุดทางเลือก Point คือจุดที่เป็นจุดตัดของแกน Origin (xyz) เข้าไปสัมผัสด้วย (ภาพที่ 11)

(ภาพที่ 10)

(ภาพที่ 11)

การวัด Distance, Surface area และ Volume
เมื่อเราเลือกเครื่องมือเสร็จแล้วก็ทำการสร้างแค่นี้เราก็จะได้ Origin ของชิ้นงานใหม่แล้วง่ายใช่ไหมครับ แต่เครื่องมือที่ทาง Shining 3D นั้นเพิ่มเข้ามายังไม่หมดแค่นี้นะครับ ยังมีการวัดขนาดและวัดปริมาตรของชิ้นงานเพิ่มเข้ามาอีกด้วย สะดวกใช่ไหมครับทีนี้เมื่อเราสแกนงานเสร็จแล้วก็สามารถวัด Distance ของชิ้นงานได้เลยครับ จากที่ลองวัดขนาดเปรียบเทียบกับชิ้นงานจริงซึ่งได้ทำการสแกนแบบ Fixed scan โดยจะได้ความละเอียดสูงสุดอยู่ที่ 40 ไมครอน ลองดูตามภาพด้านล่างนะครับ

(ภาพที่ 12)

(ภาพที่ 13)

(ภาพที่ 14)

(ภาพที่ 15)

(ภาพที่ 16)

(ภาพที่ 17)

(ภาพที่ 18)

(ภาพที่ 19)

 

สามารถรับชมวีดีโอการใช้งานได้จะแสดงให้เห็นการสแกนชิ้นงานแบบ Fixed scan, การสร้าง Plane, การสร้าง Point, การสร้าง Line, การวัด Distance และ การแสดง Volume ของชิ้นงานที่ได้จาการสแยก

New Balance ร่วมมือกับทางFormlabs สร้างพื้นรองเท้าจาก3D Printer

New Balance ร่วมมือกับทางFormlabs สร้างพื้นรองเท้าจาก3D Printer

             เมื่อไม่นานมานี้ทาง New Balance บริษัททำรองเท้าชื่อดังจากอเมริกาได้ร่วมมือกับทาง Formlabs เพื่อสร้างพื้นรองเท้าจากเครื่องพิมพ์สามมิติ โดยใช้แพลตฟอร์ม TripleCell และใช้เรซิ่นชนิดพิเศษที่เรียกว่า Rebound Resin ซึ่งออกแบบมาเพื่อพิมพ์ชิ้นงานแบบตาข่ายที่ให้ความแข็งแรงและยืดหยุ่นสูงทนต่อการฉีกขาดได้มากกว่าเรซินทั่วไป และยังมีคุณสมบัติที่ทำให้สามารถรับแรงกระแทกได้เพิ่มมาขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

           (ส้นรองเท้าที่พิมพ์จากเครื่องพForm3)

โดยรุ่นของ New Balance ที่ใช้เทคโนโลยีสามมิติเข้ามาช่วยคือรุ่น FuelCell Echo Triple ในรุ่นที่กล่าวมาตัวซัพพอตร์แรงกระแทกตรงพื้นและส้นเท้ารองเท้าจะพิมพ์จากเครื่องพิมพ์สามมิติของทางformlabs รุ่น form3และform 3L  

                                             

(ในรูปคือตัวซัพพอรต์แรงกระแทกที่พิมพ์จากเครื่องForm3และForm3L)

          การใช้เทคโนโลยีสามมิติเข้ามาช่วยทำให้ลดเวลาในการผลิตลงอย่างมาก โดยเมื่อก่อนต้องเริ่มจากการตัดกระดาษและไปขั้นตอนอื่นๆจนได้รองเท้าออกมาใช้เวลาประมาณ15-18เดือน และการรอชิ้นส่วนโฟมและยางอีก 4-6สัปดาห์ แต่พอได้ใช้แพลตฟอร์ม TripleCell ทำให้ไม่ต้องสร้างแม่พิมพ์อีกแล้ว ซึ่งประหยัดเวลาตรงนี้ไปได้อีกหลายเดือน (จากที่ผมดูในvdoตัวTripleCell น่าจะเป็นโปรแกรมที่ไว้ใช้ออกแบบพื้นรองเท้าโดยเฉพาะ สามารถปรับแต่งรูปทรงของงานได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งยังสามารถคำนวนจุดรับน้ำหนักหรือจุดที่รับแรงกระแทกได้อีกด้วย และสุดท้ายเมื่อออกแบบเสร็จสามารถนำไฟล์เข้าเครื่องformสั่งพิมพ์งานได้ทันที)

ซึ่งในอนาคตเราคงจะได้เห็นเทคโนโลยีสามมิติเข้ามามีบทบาทในสินค้าที่เราใช้ในชิวิตประจำวันของเรามากขึ้นอย่างแน่นอน โดยเราอาจจะไม่รู้เลยก็ได้ว่าสินค้าที่เราใช้อยู่นั้นมีบางส่วนพิมพ์จากเครื่องพิมพ์สามมิติ สามารถติดตามเทคโนโลยีใหม่ๆได้ที่ www.print3dd.com

DIGITAL THAILAND BIG BANG 2019

DIGITAL THAILAND BIG BANG 2019

 

        สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ depa สังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) แถลงความพร้อมการจัดงาน “DIGITAL THAILAND BIG BANG 2019” มหกรรมแสดงเทคโนโลยีดิจิทัลระดับนานาชาติ โดยปีนี้เตรียมสร้างปรากฏการณ์ “รวมพลคนดิจิทัล” อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด ASEAN CONNNECTIVITY สอดรับไทยเป็นเจ้าภาพการจัดประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (34th-35th ASEAN SUMMIT) ชูไฮไลท์ 3 โซน เด่น Digital Economy, Digital Society และ Creativity มุ่งสร้างประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล พร้อมเชื่อมโยงประชาชนไทยให้ใกล้ชิดเทคโนโลยีดิจิทัลมากยิ่งขึ้น โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-31 ตุลาคม 2562 ณ ฮอลล์ EH98-104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา

เวลาเริ่มงาน 10.00-20.00 น. ซึ่งทาง Print3Dd เข้าร่วมออกงานได้นำเครื่องพิมพ์ 3 มิติ รุ่นต่างๆ ชิ้นงานตัวอย่าง ไม่ว่าจะเป็นแบบพลาสติก แบบเรซิ่น เครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ โดยเทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยในเรื่องของการศึกษาได้ลงมือทำจริง ใช้ในการออกแบบชิ้นงานของเรา ไม่ว่าจะส่วนตัวหรืออุตสาหกรรมได้ ด้านการแพทย์และอื่นๆ อีกมากมาย ถ้าใครยังไม่รู้ว่าเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นยังไงสามารถเข้ามาเยี่ยมชมได้ที่ Booth B121+B129 หรือติดต่อมาที่เบอร์ 096-140-0420092-552-3026     Line : @Print3dd

  • โซนที่ 1: DIGITAL ECONOMY

การพัฒนาเมืองสู่เศรษฐกิจดิจิทัล นำเสนอเทคโนโลยีที่จะเป็นตัวกำหนด Trend ของโลกอนาคต อาทิ เทคโนโลยี AI, Internet of Things (IoT), และ Big Data ผ่านผู้ประกอบการที่มาร่วมจัดแสดง รวมถึงเครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียน ASEAN Smart Cities Network: ASCN จาก 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน และพลาดไม่ได้กับ Showcase เทคโนโลยียานยนต์อนาคต หรือ FUTURE MOBILITY ที่จะให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกับรูปแบบการเดินทางในอนาคตก่อนใคร

  • โซนที่ 2: DIGITAL SOCIETY

พื้นที่แสดงถึงความสำคัญเกี่ยวกับทักษะด้านดิจิทัล ที่จะเข้ามาขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน การเตรียมบุคลากรดิจิทัลเพื่อรองรับการพัฒนาประเทศ และการเปลี่ยนแปลงของสังคม โดยเฉพาะสังคมเกษตรกรรมที่เทคโนโลยีดิจิทัลจะเข้ามายกระดับคุณภาพชีวิต พร้อมสัมผัสกับการนำอากาศยานไร้คนขับ หรือ Drone มาประยุกต์ใช้ในหลากหลายรูปแบบเพื่อประโยชน์เชิงสังคมในด้านต่าง ๆ

  • โซนที่ 3: CREATIVITY

พื้นที่ที่รวบรวมเทคโนโลยีเพื่อการสร้างสรรค์จากหลากหลาย Startup นักพัฒนาเกม และ เทคโนโลยีต่าง ๆ และนำเสนอในรูปแบบของเทคโนโลยีดิจิทัลที่ช่วยปลดล็อกความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ให้ไร้ขีดจำกัด ตื่นตากับเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตมนุษย์หลากหลายมิติ

 

 

ที่มา : https://techsauce.co/tech-and-biz/depa-digital-thailand-big-bang-2019

เวลาทำงานลดลงด้วย Outline Drawing

เวลาทำงานลดลงด้วย Outline Drawing

หลายคนคงต่างหาวิธีการต่างๆเพื่อทำให้การทำงานเร็วขึ้น และสะดวกขึ้น เช่นเดียวกับการเขียนแบบ 3 มิติ ซึ่งวันนี้จะมีตัวอย่างชิ้นงานที่มีความหนาค่อนข้างน้อย ซึ่งสามารถที่จะสแกนและมาทำ Reverse Engineering ในรูปแบบของ Surface Modeling ได้เลย โดยที่ใช้เวลาในการทำงานไม่เกิน 5 นาที!!! และชิ้นงานนี้ความหนาประมาณ 1.8 mm ซึ่งเครื่อง Einscan-Pro2x สามารถที่จะสแกนเก็บความหนาที่ค่อนข้างน้อยได้ ซึ่งถือว่าเป็นความหนาที่ค่อนข้างน้อยมาก

ขั้นตอนการทำงาน

1.Input STL File เข้ามาใน Geomagic Essentials Software

 

2.ทำการ Sketch outline รอบๆชิ้นงานด้วยการใช้คำสั่ง Draw จากนั้น ทำการ Save เป็น .IGES File และ Input file เข้า Solid Edge Software

 

3.จากนั้นทำการสร้างพื้นผิวโดยใช้คำสั่ง bounded ในหน้าต่างของ surfacing

 

 

4.เมื่อทำการสร้าง Surface เรียบร้อยแล้วจึงทำการดึงความหนาของชิ้นงานเป็นขั้นตอนต่อไป สิ้นสุดขั้นตอนการทำงาน

 

 

ในกรณีถ้าเป็นการ Sketch ต้องใช้เวลามากกว่ามี Free curve รอบๆตัวชิ้นงานแล้วสามารถทำเป็น Surface Modeling ได้เลย

 

Worlddidac Asia 2019 at BITEC Bangna

Worlddidac Asia 2019 at BITEC Bangna

Worlddidac Asia 2019 Bangkok

นิทรรศการสื่อการสอนใหม่ Worlddidac Asia คือ งานแสดงนวัตกรรมทางการศึกษาเพื่อการเรียนการสอนจากนานาประเทศ เพื่อผู้บริหารการศึกษา ครู อาจารย์ นักวิชาการ และผู้เกี่ยวข้องในวงการการศึกษาทุกระดับนิทรรศการสื่อการสอนใหม่ Worlddidac Asia เป็นหนึ่งในซีรี่ส์งาน Worlddidac ที่มีชื่อเสียงระดับโลก จัดขึ้นเป็นปีที่ 10 โดยจุดเด่นของงานเน้นใน 3 ด้าน คือ

1) การจัดแสดงนวัตกรรมสื่อการเรียนการสอน

2) งานประชุมผู้นำทางการศึกษา/ สัมมนาวิชาการ/ เวิร์คชอป

3) การสร้างเครือข่าย เพราะโลกแห่งการศึกษาในปัจจุบัน เป็นโลกที่เปิดกว้าง รูปแบบไร้ขีดจำกัด และการเรียนรู้ไม่ได้มีแต่เฉพาะในห้องเรียน

งานจัดขึ้นวันที่ 9-11 ตุลาคม 2562 เวลาเริ่มงาน 9.00-17.30 น. ซึ่งทาง Print3Dd ได้เข้าร่วมออกงานได้นำเครื่องพิมพ์ 3 มิติ รุ่นต่างๆ ชิ้นงานตัวอย่าง ไม่ว่าจะเป็นแบบพลาสติก แบบเรซิ่น เครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ โดยเทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยในเรื่องของการเรียนการสอนของทางนักเรียนนักศึกษาได้ลงมือทำจริง ประดิษฐ์ชิ้นงานหรือออกแบบชิ้นงานออกมาใช้งานจริงได้เลย เห็นถึงระบบการทำงานต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ทางเราไม่ได้แค่จำหน่ายเทคโนโลยีเหล่านี้เท่านั้นยัง มีทางทีมงานที่ค่อยให้คำแนะนำข้อมูลต่างๆ ให้อีกด้วย สำหรับสถานศึกษา คุณครู อาจารย์ท่านใดกำลังมองหาเครื่องพิมพ์และเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ เหล่านี้อยู่สามารถเข้ามาเยี่ยมชมได้ที่ Booth K04 หรือถ้าหาไม่เจอโทรมาที่เบอร์ 096-140-0420, 092-552-3026     Line : @Print3dd

 

 

ติดตามการพิมพ์และสั่งการจากระยะไกลขึ้นรูปงานด้วย Flash Cloud : FlashForge 3D Printer

ติดตามการพิมพ์และสั่งการจากระยะไกลขึ้นรูปงานด้วย Flash Cloud : FlashForge 3D Printer

ในยุคสมัย 4.0 นี้จำเป็นต้องทันต่อสถานการณ์และเหตุการต่างๆ เช่นเดียวกันเครื่องพิมพ์ 3มิติเมื่อพิมพ์ขึ้นรูปงานทิ้งไว้เป็น วันหรือหลายๆชั่วโมงหากผู้ใช้เองมีธุระที่ไม่สามารถเฝ้าเครื่องพิมพ์และอาจจะต้องการที่จะดูว่างานที่ขึ้นรูปนั้นสำเร็จไปเท่าไหร่แล้วหรือบางครั้งต้องการที่จะสั่งพิมพ์งานจากนอกสถานที่และนั้นจึงเป็นที่มาของ Flash Cloud สำหรับแอพพลิเคชั่นนี้จะมีการใช้งานที่เข้าใจง่ายและสะดวกต่อตัวผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่นนี้จะอยู่ในเครื่องพิมพ์ 3 มิติรุ่น

FlashForge Guider 2S

FlashForge Creator 3

Flash Cloud ทำอะไรได้บ้าง

– สามารถดูสถานะของเครื่องพิมพ์ 3มิติ ณ เวลาปัจจุบันและสามารถเพิ่มเครื่องได้เป็นจำนวนมาก

– อัพโหลดไฟล์ที่ต้องการพิมพ์เก็บไว้หรือแชร์ไฟล์และเลือกหมวดหมู่ของประเภทงานได้ เพื่อแบ่งปันให้ผู้คนที่สนใจได้สามารถนำไฟล์ของเราไปใช้ต่อ  (มีพื้นที่ว่างให้ 512Mb นะครับ)

– ตั้งค่าไฟล์ที่อัพโหลดและสั่งพิมพ์ขึ้นรูปได้จากเว๊บไซต์ Flash Cloud ได้เลย  (มีประโยชน์มากสำหรับการใช้งานนอกสถานที่ไม่จำเป็นต้องโหลดโปรแกรมมาเพื่อสั่งพิมพ์ขึ้นรูป)

– สามารถสั่งพิมพ์งานจากไฟล์ที่เก็บไว้ในบัญชี Flash Cloud ของผู้ใช้งานได้ทันทีหากเครื่องเปิดอยู่

– สามารถดูงานขณะที่เครื่องกำลังทำงานอยู่ได้โดยดูผ่านกล้องที่ติดอยู่ภายในเครื่อง ผ่านเว๊บไซต์ Flash Cloud

การใช้งาน Flash Cloud https://cloud.sz3dp.com/

  • Register เพื่อเข้าสู่ระบบของเว๊บไซต์ FlashCloud และจะเข้าสู่หน้าการสั่งการทำงาน

  • เมื่อเราเข้ามาหน้าโหมดของการ Add Printer แล้วให้ทำการเลือก 3D Printer ที่ต้องการใช้งานลงไปในบัญชีของเรา

 

  • เมื่อเข้าสู่การตั้งค่าเครื่อง 3D Printer ตั้งชื่อให้เครื่องพิม์และจะมีช่องให้เราใส่ Registration Code
  • ที่เครื่อง 3D Printer ของผู้ใช้จะมีรายละเอียดของเครื่องพิมพ์บอกและใส่รายละเอียดลงไปในช่อง Registration Code เพื่อยืนยัน

  • เมื่อทำการยืนยันตัวเครื่องพิมพ์เสร็จก็จะเข้าสู่โหมดของการทำงานสามารถเลือกใช้ได้จากเมนูด้านซ้ายมือ

  • ในส่วนของ My Model เราสามารถอัพโหลดไฟล์งานมาเป็นรายการเก็บไว้ได้เมื่อต้องการสั่งพิมพ์ก็เลือกไฟล์ที่อัพโหลดไว้สั่งพิมพ์ได้เลย

– นอกเหนือจากนี้ Flash Cloud ยังสามารถเลือกแชร์ไฟล์ที่ผู้ใช้ได้มีการอัพโหลดลงให้ผู้อื่นเห็นและ ให้ผู้ใช้อื่นโหลดไปพิมพ์ได้เช่นกันในที่นี้สามารถเลือกหมวดหมู่ของชิ้นงานที่ผู้ใช้อัพโหลดได้ว่าต้องการให้ชิ้นงานนี้อยู่ในหมวดหมู่ใด

– ถือเป็นจุดเด่นเพราะมีความสะดวกสบายในการขึ้นรูป เช่นหากต้องการแชร์ให้เพื่อนหรือผู้ใช้งานอื่นก็สามารถสั่งพิมพ์ได้เลยผ่านเว๊บไซต์นี้ไม่ต้องทำการดาวน์โหลดไฟล์มาให้เสียเวลา

– ไม่จำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการสั่งงาน ผู้ใช้สามารถใช้สมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ตได้ และสามารถสั่งพิมพ์ขึ้นรูปได้เลยเพียงแค่ใช้ไฟล์ที่ได้จากการแชร์มาในเว๊บไซต์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รีวิว+แกะกล่อง Formlabs Form3

รีวิว+แกะกล่อง Formlabs Form3

Formlabs Form2 เปิดตัวปี 2015 เป็นเครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบ SLA ที่ได้รางวัลมากมาย ประสบความสำเร็จอย่างมาก มีการพัฒนาเรซิ่นต่อเนื่องมาเรื่อยปัจจุบันมีมามากกว่า 20+ ชนิดที่ใช้ทั่วๆไป(เทา/ขาว/ดำ/ใส) เรซิ่นเชิงวิศวกรรม(High Temp/Rigid/Tough/Durable) เรซิ่นทางการแพทย์-ทันตกรรม(Detal Resin/Clear LT Resin/Surgical Guide Resin)เรซิ่นที่ผ่านการับรองจาก FDA USA ปลายปี 2019 มีการเปิดตัว Formlabs Form3 (Print Size 145*145*185mm) (เป็นรุ่นพัฒนาต่อจาก Form2 ขนาดใกล้เคียงตัวเดิมสูงขึ้นมา 10mm) และรุ่นใหญ่ Form 3L ทีมีขนาดพิมพ์ใหญ่ขึ้นมาเป็นเป็น 335*200*300mm

Formlabs Form3 มีการพัฒนาเพิ่มขึ้นมาหลายๆส่วน ที่สำคัญสุดคงจะเป็นการเปลี่ยนระบบเลเซอร์ตกกระทบเป็นแบบ Low Force Stereolithography (LFS) จากเดิมที่ใช้ระบบ SLA ที่มีตัวกัลวานอมิเตอร์วาดภายในแนว XY ทำให้แสงเลเซอร์ที่ยิงไปที่เรซิ่นตั้งฉากตลอดเวลา งานที่ได้จึงคมขึ้น คุณภาพดีขึ้น นอกจากนั้นมีการเปลี่ยนการออกแบบดูหน้าตาทันสมัยขึ้น มี Sensor ในการตรวจกับเหตุขัดข้องต่างๆได้ดีขึ้น เรามาลงรายละเอียดกันต่อไปในบทความนี้คับ

Form3 ด้านซ้ายมือพัฒนาต่อมาจาก Form2 ส่วน Form 3L ด้านขวามือเป็นตัวใหญ่พิมพ์ได้ใหญ่ 335*200*300mm

แกะกล่อง

เริ่มที่ขนาดกล่องก่อนเลย กล่องของ Form3 มีขนาดใหญ่กว่าเดิมค่อนข้างมาก แพคมาค่อนข้างดีแน่นหนามีโฟมหุ้มทุกด้าน ตัวเครื่องมีขนาดกว้างขึ้นกว่า Form2 ตัวเครื่องด้านนอกเปลี่ยนจากวัสดุอลูมิเนียมมาเป็นพลาสติกฉีดขึ้นรูป ในกล่องของ Form3 ประกอบต้วยตัวเครื่อง, คู่มือการใช้งานเบื้องต้น, สายไฟ, สาย connect ต่างๆ และ แผ่นปรับระดับตัวเครื่อง (ตัวเครื่องมีเครื่องวัดระดับน้ำ Build In มาให้อยู่แล้ว เอาแผ่นตัวนี้มาปรับ)

มีโฟมประกบส่วนบนและล่าง มีกระบะจับดึงขั้นมากจากกล่องได้
กล่อง Form3 ด้านขวา กล่อง Form2 ด้านซ้าย
จะเห็นว่าใหญ่กว่าชัดเจน

รูปร่างภายนอก

ตัวเครื่อง Form3 มีขนาดกว้างขี้นเล็กจากรุ่นก่อนหน้า ตัวเครื่องมีการออกแบบให้เอียงเงยหน้าขึ้น แปลกตาทันสมัย เอียงราบไปพร้อมกันระหว่างตัวเครื่องสีดำกับฝาปิดสีส้มใส ตัวเครื่องเปลี่ยนจากเดิมวัสดุอลูมิเนียม เป็นวัสดุพลาสติกฉีดขึ้นรูป หน้าจอใหญ่ขึ้น ละเอียดมากขึ้น Logo Formlabs ติดแสดงสถานะเครื่องพิมพ์ มีลำโพงเพิ่มขึ้นมาเป็นแจ้งเตือนสถานะเครื่อง เมื่อเปิดฝาสีส้มไปสุดฝาหลังจะไปสุดที่แนวระดับเดียวกับเครื่อง (Form2 เมื่อเปิดฝาเครื่องแล้วจะยื่นออกมาจากตัวเครื่อง) ทำให้สามารถวางชิดพนังได้เลย หรือ เหมาะกับตั้งเป็น Farm Printing (โรงงานพิมพ์ 3มิติ ที่ติดตั้งเครื่องจำนวนมาก)

เมื่อเปิดฝาเครื่อง สังเกตุว่า Form3 ระดับของฝาจะพอดีเป็นระดับเดียวกับด้านหลัง ในขณะที่ของ Form2 จะยื่นออกมาจากตัวเครื่อง
ด้านหลังของเครื่อง Form3 และ Form2
หน้าจอสัมผัส ไฟโลโก้แสดงสถานะ

ด้านบนของตัวเยื้องมาทางด้านหลังเป็นช่องใส่ ตลับเรซิ่น Resin Cartridge มีไฟติดแสดงสถานะการพิมพ์ ด้านบน (สามารถมองเห็นจากด้านหลังของตัวเครื่อง กรณีเครื่องอยู่ห่าง มองเห็นไฟสถานะดังกล่าวได้จากด้านหลัง)

ด้านบนของตัวเครื่อง มีช่องใส่ตลับเรซิ่น และไฟฟ้าแสดงสถานะ

ด้านหลังมีช่องเสียบสายไฟ (ใช้ไฟบ้านทั่วไป 220v), ช่องสาย LAN, ช่อง USB Port และช่องใสสาย Lock

  • Design ใหม่ ทรงเอียงขึ้น ตัวเครื่องสีดำเงา เวลาเปิดฝาจนสุด จะพอดีระนาบเดียวกับด้านหลังตัวเครื่อง
  • ตัวเครื่องกว้างขึ้น เพราะต้องใส่ LPU ข้างใน
  • วัสดุเปลี่ยนจาก ตัวเคลื่องอลูมิเนียม เป็นพลาสติกฉีดขึ้นรูป
  • มีลำโพงเสียงใส่เข้ามาบอกสถานะ
  • ด้านบนตัวเครื่องมีช่องใส่เรซิ่น กับไฟบอกสถานะด้านบน (มาสถานะเห็นจากด้านหลังของตัวเครื่อง)

การติดตั้งเครื่องคร้้งแรก

เมื่อติดตั้งเครื่องครั้งแรก จะมีเมนูแสดงไว้ในจอ LCD แสดงขั้นตอนการติดตั้งอย่างละเอียดให้ทำตามลำดับขั้นตอน

  • ถอดน็อตที่ล็อก LPU ออก (ตัวล็อคนี้ป้องกันไม่ใช้ LPU เครื่องที่ขณะขนส่ง
  • เชื่อมต่อ Wifi
  • ปรับระดับน้ำตัวเครื่อง เครื่องมีเครื่องวัดระดับน้ำ Digital มาให้อยู่แล้ว ให้ใช้จานปรับระดับที่แถมมาปรับระดับขาตั้งสี่ของเครื่อง
  • ใส่ถาดพิมพ์ Resin Tank
  • ใส่ฐานพิมพ์ Build Platform
  • ใส่ตลับเรซิ่น (ให้เขย่าก่อน) ใส่แล้วเปิดฝาตลับ

ระบบ Low Force Stereolithography (LFS) – Light Processing Unit(LPU)

Form3 มีระบบการฉายเลเซอร์ใหม่คือระบบดังกล่าวว่า Low Force Stereolithography เป็นการฉายเลเซอร์ให้ตั้งฉากกับถาดน้ำยาตลอดเวลาโดย การกวาดเลเซอร์ดังกล่าวจะทำที่แกนเดียว คือ แกน Yแทนที่จะกวาดทั้งสองแกนเหมือน Form2 โมดูลที่เคลื่อนที่อยู่บนแกน X นี่เองเรียกว่า Light Processing Unit (LPU) โดย LPU จะทำหน้าที่ฉายแสงและกวาดถาดพิมพ์ไปพร้อมๆกัน (ฟิล์มของถาดพิมพ์หย่อนและไม่ได้สัมผัสชิ้นงานตลอด เพื่อลดแรงสูญญากาศ)

เริ่มต้นในการฉายแสงที่เลเยอร์นั้นๆ โดยการที่ LPU เคลื่อนที่ในแนวแกน X (ซ้าย-ขวา) ด้วยมอเตอร์ ขณะเคลื่อนที่ไปนั้นจะ LPU จะยิงแสงเลเซอร์ขึ้นมาในแนวแกน Y (ด้านลึกของตัวเครื่อง) ด้วยกัลวานอมิเตอร์ การทำงานมอเตอร์และกัลวานอมิเตอร์นี่เองทำให้เกิดการถาดในแนว X-Y และยังทำให้ชิ้นงานตั้งฉากตลอดเวลา — ขอดีของแสงที่ตั้งฉากนั้นจะเป็นการควบคุมแสงที่มีคุณภาพมากกว่าแบบเก่า โดยเฉพาะส่วนขอบของการกวาดเลเซอร์ กัลวานอมิเตอร์แบบ X-Y นั้นแสงที่กึ่งกลางของพื้นที่พิมพ์จะตั้งฉาก แต่ยิ่งจากจากกึ่งกลางเท่าไรแสงจะยิ่งทแยงเท่านั้น เมื่อแสงทแยงคุณภาพจะลดลง ไม่คม จากการหักเหของแสง

Note : Form2 เป็น galvanometer XY จะมีจุดเลเซอร์อยู่ที่ 140um ส่วน Form3 เป็น galvanometer Y อย่างเดียวจึงมีจุดเลเซอร์อยู่ที่ 85um ซึ่งเล็กกว่าละเอียดกว่า

หน้าที่อีกอย่างของ LPU คือการดันฟิลม์ให้ตึง ณ จุดที่พิมพ์ เมื่อผ่านจุดที่พิมพ์ ฟิลม์ที่จุดนั้นหย่อนลง ลดแรงดึงสูญญากาศ Vacuum Force

แสดงให้เห็นการทำงาน LPU เคลื่อนที่แกน X ระหว่างเคลื่อนที่จะกวาดแสงเลเซอร์ในแกน Y ฟิล์มจะหย่อนและไม่ได้สัมผัสชิ้นงานตลอด ทำให้ลดแรงดึงสูญญากาศ
จะเห็นว่าแสงเลเซอร์ตกกระทบกับกระจกโค้ง(ทรงพาลาโบลา) แสงที่ยิ่งไปยังถาด จะตั้งฉากตลอดเวลา

 

ถาดน้ำยา Form3 Resin Tank

Form3 Resin Tank มีการออกแบบใหม่ หากแกะกล่องออกมาจะประกอบด้วย 3 ส่วน

  • กล่องพลาสติกที่ไว้เก็บถาดที่ใช้แล้ว เก็บได้มิดชิด
  • ตัวถาด ก้นถาดมีลักษณะเป็น ฟิล์ม
  • Mixer ก้านสีดำพร้อมแถบแม่เหล็ก ทำหน้าที่กวาดชิ้นงาน

การใช้ร่วมกันกับ Form2

Form3 สามารถใช้ ฐานพิมพ์ (Build Platform) และ Resin Cartridge ตัวเดียวกับ Form2 ได้โดยมีรายละเอียดดังนี้ >>List ของเครื่องเรซิ่นที่ใช้ได้<<  นอกจากนี้ Form3 ยังสามารถใช้งานร่วมกับ Form Wash, Form Cure, Finish Kit แบบเดียวกับ Form2 ได้

สุดท้าย Software Preform ทำงานเหมือนเดิม ที่ต่างไปคือ ระยะเวลาในการพิมพ์เร็วขึ้น รองรับ Support ขนาดเล็กลง

ทดลองพิมพ์ – เราทดลองพิมพ์ 2 ไฟล์

เราใช้ไฟล์ทดสอบเครื่องพิมพ์ โดยมีเสา 4 เสา และ ส่วนทดสอบรายละเอียดตรงกลาง ไฟล์ดังกล่าวเป็นการทดสอบความละเอียดในการพิมพ์ (ส่วนตรงกลาง) และความคาดเคลื่อนของการยิงแสง (เสาทั้งสี่) เสาทั้ง 4 นั้นจะประกอบด้วยเสาซ้อนๆกัน โดยระบุเป็นตัวเลข เลข1-5 มีการย้ำเลเซอร์จากน้อยไปมาก

Note : ธรรมดาไฟล์พิมพ์งานทั่วไปไม่ได้มีการย้ำหรือซ้อนชิ้นงานกันขนาดนี้ ไฟล์เทสนี้เป็นต้องให้เครื่องทำงานเกินความสามารถปกติของมัน

ไฟล์ Test ชิ้นงาน ตรงกลางดูรายละเอียด Detail การขึ้นรูป เสาทั้ง 4 ไว้ดูความคลาดเคลื่อน
เสา 1 ต้นประกอบด้วย ทรงสี๋เหลี่ยมย่อยหลายๆก้อน ยิ่งส่วนที่เป็นเล็ก 5 จะมีก้อนสี่เหลี่ยมซ้อนกันถึง 9 ชั้น
ดูความละเอียดที่เครื่องทำได้ เสาเล็กสุดมีความเล็กขนาดเส้นผม

เมื่อลองพิมพ์ดุเราเชค ความใสของชิ้นงานที่พิมพ์ออกมา และ Detail ที่ได้ ปรากฏว่า Form3 ทำได้ดี Detail ครบโดยชิ้นงานยังมีความใสในระดับที่น่าพอใจ โปรดดูรูปประกอบ

เก็บได้ละเอียดได้ครบถ้วน เหลี่ยมเป็นเหลี่ยม ทรงกลมเป็นทรงกลม
พิมพ์ออกมาได้ใส Shape เป็นเหลี่ยมตรง รอยเลเยอร์น้อยกว่า
ทดสอบความเป็นเหลี่ยม และความใส

ไฟล์ที่สองเป็นการพิมพ์เต็มขนาดที่เครื่องพิมพ์ Formlabs Form3 ทำได้คือขนาด 145*145*185mm โดยเราตั้งความละเอียดในการพิมพ์ต่อชั้นหยาบที่สุดคือ 100Micron มาดู Video การทำงานแบบ Timelapse กับครับด้าน เราใช้ไฟล์นี้เครื่องทดสอบความเร็วในการพิมพ์ โดยค่า Estimate โดย Software บอกว่าชิ้นนี้เราต้องใช้เวลาในการพิมพ์ 25ชม. แต่เอาเข้าจริงตอนกดสั่งพิมพ์เป็น 21ชม. หากเทียบกับแล้ว เราพิมพ์ไฟล์นีักับ Form2 ใช้เวลาในการพิมพ์ 28ชม. สรุปจากการทดสอบเบื้องต้น Form3 พิมพ์ไฟล์นี้ได้ใหญ่กว่า และเร็วกว่าประมาณ 30% เนื่องจากไม่ต้องมีขั้นตอนกวาดเรซิ่นทุกๆชั้นเหมือนกับ Form2

นอกจากนี้มีการทดสอบอีกมาก เช่นการทดสอบพิมพ์ชิ้นงานและซัพพอท เนื่องจากเลเซอร์ตกกระทบตั้งฉากเป็นมีขนาดเล็ก Support จึงมีขนาดเล็กตาม แกะง่าย แต่งชิ้นงานตอนสุดท้ายง่าย

สรุป

จากการได้ทดลองใช้เครื่องทางทีมงานสรุปว่า Formlabs Form3 เป็นเครื่องพิมพ์ที่น่าใช้มาก เครื่องสวย, ออกแบบมาให้ใช้ง่าย คิดมาให้ End User เยอะ (ธรรมดาเครื่องพิมพ์ระบบเรซิ่นจะใช้งานค่อนข้างยากและเลอะเทอะ) สรุปเป็นข้อๆได้ดังนี้

ข้อเด่น

  • ออกแบบมาดี ใช้ง่าย คิดเผื่อคนใช้เยอะ
  • ระบบ Low Force Stereolithography ทำให้พิมพ์ชิ้นงานได้ ละเอียดขึ้น ใสขึ้น
  • Support มีขนาดเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้แกะชิ้นงานได้ง่าย
  • มีเรซิ่นให้เลือกใช้เยอะ ทั้งแบบการแพทย์ / วิศวกรรม / Jewelry
  • ใช้งานร่วมกับ Form Wash และ Form Cure ได้

จุดด้อย

  • วัสดุตัวเครื่องเป็นพลาสติกฉีดขึ้นรูป (Form1, Form2 ตัว Body เป็นอลูมิเนียม)
  • เครื่องใหญ่ ไปหน่อยคับ

ข้อมูลเพิ่มเติม

>> สั่งซื้อ Formlabs Form 3 ที่นี่ <<

โครงการบ้านจัดสรรสร้างด้วยเครื่องพิมพ์ 3D

โครงการบ้านจัดสรรสร้างด้วยเครื่องพิมพ์ 3D

โดย: Amy Frearson 

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี Eindhoven แห่งเนเธอร์แลนด์ มีแผนสร้างที่พักอาศัยเป็นกลุ่มซึ่งจะเปิดให้เช่าด้วย

โครงการนี้จะเป็นการสร้างกลุ่มที่พักอาศัยเป็นการค้าโครงการแรกของโลก โดยมีการวางแผนงานไว้ว่าจะสร้าง 5 หมู่บ้าน ภายในเวลา 5 ปี ใช้ชื่อโครงการว่า Project Milestone

ทางมหาวิทยาลัยกล่าวว่าบ้านทุกหลังถูกจองไว้หมดแล้ว และจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกสมัยใหม่ครบทุกอย่าง โดยจะมีบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เป็นผู้ดำเนินงานต่อไป

 

บ้านหลังแรกมีกำหนดเสร็จภายในปีนี้ ซึ่งจะเป็นบ้านพักชั้นเดียว มี 3 ห้องนอน และหลังจากนี้จะตามมาด้วยบ้านเล่นระดับอีก 4 หลังในเมือง Meerhoven ใกล้สนามบิน

 

ที่พักอาศัยเหล่านี้จะถูกสร้างทีละหลังเพื่อการศึกษา ในช่วงเริ่มต้น ชิ้นส่วนต่างๆ ของบ้านจะถูกพิมพ์ขึ้นในมหาวิทยาลัย แต่เป้าหมายสุดท้ายคือการไปพิมพ์ ณ สถานที่ก่อสร้างเลย

ทีมงานกล่าวเพิ่มเติมว่าบ้านหลังสุดท้ายจะถูกสร้าง และประกอบเข้ากับที่เลย โดยจะมีผนังโค้ง ระเบียงชั้นบน และช่องหน้าต่างและประตูที่ลึกเข้าไปในกำแพง ซึ่งรูปร่างของตัวบ้านเลียนแบบก้อนหินธรรมชาติที่ใช้ตกแต่งสวน รูปร่างที่แตกต่างกันของแต่ละหลังเกิดขึ้นได้ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติซึ่งพิมพ์รูปร่างต่างๆ ได้อย่างแทบไม่มีขีดจำกัด

ที่อยู่อาศัยที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติเกิดขึ้นมากมายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง