fbpx

AutoScan Inspec / Sparkle + FORM3 กับงานซ่อมไฟล์งานเพื่อไปใช้จริง

AutoScan Inspec / Sparkle + FORM3 กับงานซ่อมไฟล์งานเพื่อไปใช้จริง

เมื่อเราพบสิ่งของที่เกิดการแตกหักหรือเสียหายอันเนื่องมาจากอะไรก็ตามแต่ และเป็นของที่หาซื้อได้ยากและราคาสูง หรือบางครั้งก็ไม่มีขายอีกแล้ว วันนี้จึงมาแนะนำเคสตัวอย่างกัน เรามีตัวอย่างชิ้นงานที่เป็นฝาครอบ เกียร์ P ของรถ Mercedes-Benz ซึ่งเราได้ทำการขอติดต่อซื้อจากศูนย์บริการไปแล้ว แต่ทางศูนย์บอกชิ้นนี้ไม่มีอะไหล่ส่วนนี้แล้ว แล้วอย่างเราจะทำยังไงดี เมื่อมันแตกละเอียดขนาดนี้ ก็เอามาติดกาวสิครับในเมื่อเรามี 3D Solution ครบพร้อมแล้ว เราจะกลัวอะไรงัดสิ่งที่มีออกมาใช้ให้หมดเลยครับ

มาดูกันว่าเราใช้เครื่องมืออะไรกันบ้างและขั้นตอนแต่ละขั้นตอนเป็นยังไงบ้าง

จากที่ได้เห็นแล้วว่าเราใช้เครื่องมืออะไรบ้าง เรามาดูกันว่าแต่ละอย่างใช้ทำอะไรเพื่ออะไรบ้างกันครับ

  1. AutoScan Inspec / Sparkle : ใช้สำหรับงานสแกนต่างๆ สำหรับชิ้นงานขนาดเล็กเพราะตัวเครื่องสามารถสแกนได้ละเอียดสูงสุด 10 Micron เรื่องความคลาดเคลื่อนแทบจะไม่ต้องห่วง วางใจได้เลยสำหรับตัวเครื่องนี้ครับ
  2. Geomagic Essentials : ใช้สำหรับการแต่งผิวงาน และทำ Reverse Engineering ที่ได้จากเครื่องสแกน เพราะว่าเราสแกนจากงานจริงที่มีการแตกหักและเกิดรอยร้าว และมีบางส่วนที่เราต้องการเติมแต่งให้กับมัน เราจะใช้โปรแกรมตัวนี้ในการแต่งขัดผิว และเติมส่วนที่ต้องการให้งานออกมาสมบูรณ์ครับ
  3. Formlabs Form3 : ใช้เพื่อขึ้นรูปงานที่เรา แต่งเสร็จแล้วจากโปรแกรม Geomagic Essentials เราจะได้ตัวชิ้นงานที่สามารถใช้งานได้จริงและเป็นงานที่สมบูรณ์หลังจากที่ได้ทำการ แต่งไฟล์งานมาอย่างละเอียด

 

เอาล่ะครับก่อนอื่นเรามาดูตัวอย่างชิ้นงานของจริงที่มันพังกันก่อนดีกว่า มาดูว่ามันพังเละแค่ไหน ขนาดติดกาวตราช้างแล้วยังเอาไม่อยู่

 

– เรามาลุยกันเลยดีกว่า เริ่มจากสแกนก่อนเลยและได้ไฟล์ออกมาครับ โดยตามที่เราบอกเราจะใช้ตัวเครื่อง

– เริ่มต้นด้วยการสแกนไฟล์งาน จากชิ้นงานจริงโดยใช้เครื่องสแกนงานขนาดเล็กรุ่น AutoScan Inspec / Sparkle จะได้ไฟล์งานตามรูปภาพซึ่งจะมีความละเอียดสูง และเก็บรายละเอียดส่วนต่างๆที่เป็น Under Cut ได้ค่อนข้างดีแต่ผิวงานที่ได้เราควรที่จะต้องทำเพิ่มและเก็บงานให้ดีกว่านี้

– จัดการแต่งผิวงานให้มีความ Smooth และเรียบเนียนหลังจากนั้นก็เติมผิวงานที่เสียหายให้เต็มและขัดผิวนิดหน่อยตามใจชอบ

– หลังจากมั่นใจว่าไฟล์เสร็จสมบรูณ์แล้วก็ใช้เครื่อง Fom3 ขึ้นรูปได้เลยครับที่เลือกเป็น Form3 เพราะต้องการงานที่ละเอียดและเสมือนของจริงที่สุด และเรซิ่นที่ใช้ก็ใช้เพียง Standard Grey Resin เท่านั้นครับความแข็งแรงและความยืดหยุ่นพอดีสมหรับงานนี้ไม่จำเป็นต้องแข็งมาก ขอแค่ละเอียดและนำไปทำสีต่อได้

– มาลองเปรียบเทียบงานจริงและงานที่พึ่งสร้างขึ้นมาใหม่กันครับว่า แตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน

ในที่สุดเราก็ได้งานในแบบที่เราต้องการเรียบร้อยแล้วครับ เหมือนกับของใหม่ที่พึ่งซื้อศูนย์มาเลยเหลือแค่ทำสีแค่นั้นเอง เป็นอีกหนึ่งไอเดียดีๆ ที่ทางเรา PRINT3DD นำมาแชร์ความรู้และหลักการทำงานที่ทางเราเองได้ทำไว้มาให้ครับ

 

 

 

 

 

ลูกค้า ABAC กับเครื่อง Adventurer3

ลูกค้า ABAC กับเครื่อง Adventurer3

ก้าวเข้าสู่รั้วมหาลัย มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ สถานศึกษาที่ได้รับ World Class University มาตรฐานสากลระดับโลก

คราวนี้ทางมหาลัยได้ทำการสั่งซื้อ เครื่องพิมพ์ 3มิติ เพื่อใช้เป็นสื่อการสอนและการวิจัย การเรียนรู้ต่างๆ เพื่อให้ก้าวทันเทคโนโลยีและเพิ่มทักษาการทำงานด้านต้นแบบ 3มิติ ได้อย่างดีเยี่ยม

โดยจะเป็นเครื่อง Adventurer3 ที่เป็นเครื่องรุ่นยอดนิยมสำหรับงานด้านการศึกษา เพราะขนาดที่ไม่ใหญ่ การใช้งานที่สะดวกสะบาย ทำงานผ่าน Wifi ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ทำการจัดส่งถึงที่พร้อมสอนการใช้งานอย่างละเอียดทั้งตัวเครื่องพิมพ์ 3มิติ และโปรแกรมเตรียมพิมพ์ พร้อมใช้งานทันทีครับ

วิธีการวัดขนาดงาน Aluminum Mold ที่มีขนาดใหญ่ด้วย 3D Scanner

วิธีการวัดขนาดงาน Aluminum Mold ที่มีขนาดใหญ่ด้วย 3D Scanner

ทำไม? ถึงใช้เครื่องสแกนเนอร์ในการวัดขนาดแทนการใช้เครื่องมือแบบปกติทั่วไป

การพัฒนาอย่างรวดเร็วและความก้าวหน้าทางเทคนิคทางด้านในงานอุตสาหกรรมต่างๆ ในหลายๆ ปีที่ผ่านมา ได้มีการออกแบบโครงสร้างหรือต้นแบบของผลิตภัณฑ์ หรือสินค้าต่างๆ ให้เหมาะสมและทันต่อการใช้งานสำหรับผู้ใช้งานเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงส่งผลต่อระบบของอุตสาหกรรมการผลิตและการออกแบบเป็นอย่างมาก ซึ่งในการออกแบบนั้นจะมีความซับซ้อนมากๆ ที่จะทำแม่พิมพ์ที่มีความหลากหลาย มีร่อง มีรู หรือรูปทรงแปลกๆ ที่ไม่สามารถมองไม่เห็นหรือสามารถวัดได้ด้วยเครื่องมือที่มีอยู่ ด้วยสัดส่วนของพื้นผิวที่มีความซับซ้อนมากๆ แบบอิสระที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้เขียนขึ้นด้วยรูปแบบปกติทั่วไป เมื่อเป็นแบบนี้ทางนักวิศวกรรมต้องการความแม่นยำในการขึ้นรูปแม่พิมพ์ที่เพิ่มขึ้นวินัยเพื่อใช้ในการพัฒนาและออกแบบแม่พิมพ์ที่แม่นยำที่สุดออกมาเพื่อใช้งาน

โดยทั่วไปแล้ววิธีการวัดแม่พิมพ์แบบดั้งเดิมจะโดยใช้เครื่องมือวัดแบบแมนนวล ใช้คนวัดด้วยเครื่องมือแบบเฉพาะทาง หรือรูปทรงนั้นๆ เช่น เครื่องมือวัดเวอร์เนียหรือไมโครมิเตอร์ สามารถวัดคุณลักษณะบางอย่างเช่น ความกว้าง ความสูง และความลึกส่วนแม่พิมพ์ที่ความโค้งของพื้นผิว และพื้นผิวที่ลึกแบบครึ่งวงกลมนั้นจะยากที่จะวัดได้ วิธีการวัดแบบใช้เครื่องมือแบบแมนนวลนั้นจึงไม่เพียงพอต่อการวัดขนาด หรืออาจจะต้องใช้เวลาที่ค่อนข้างนาน แต่ก็ยังยากที่จะตรวจสอบคุณภาพการวัดและความแม่นยำของแม่พิมพ์ขนาดใหญ่ จึงส่งผลใช้เกิดความเสี่ยงมากมายตามมางานที่จะต้องเร่งผลิตอจจะต้องล่าช้า เพราะเกิดจากการแก้ไขหรือปรับปรุงแม่พิมพ์ได้ช้า

เครื่องมือในการวัดขนาด แบบแมนนวล

ดังนั้นจึงได้เกิดเครื่องมือที่เรียกได้ว่ามาเปลี่ยนแปลงทางด้านอุตสาหกรรมเป็นอย่างมากที่ช่วยให้การวัดขนาดนั้นง่าย และรวดเร็วเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นเทคโนโลยีทางด้านดิจิตอลสมัยใหม่ก็คือ 3D Scanner ซึ่งเจ้าเครื่องสแกนเนอร์นี้นั้นมีความแม่นยำและรวดเร็วเป็นอย่างมากจากปกติถ้าเราใช้เครื่องมือวัดแบบแมนนวลอาจจะเวลา 1-2 วัน แต่เมื่อนำ 3D Scanner มาใช้อาจจะใช้เวลาเพียง 10-30 นาทีเท่านนั้นเองการสแกนนั้นจะใช้แสงส่องากระทบลงบนวัตถุแล้วสะท้อนเก็บมาเป็นข้อมูลดิจิตอลอยู่ภายในคอมพิวเตอร์ทำให้นักพัฒนานั้นนำไปทำงานต่อได้มากมายยิ่งขึ้นมากๆ

Aluminum Mold ขนาดใหญ่ 1.5 x 1 เมตร และมีความซับซ้อนเป็นอย่างมาก

จากภาพจะเป็นแม่พิมพ์ Aluminum ขนาดใหญ่ 1.5 x 1 เมตร ทางโรงงานต้องการหาเทคโนโลยี หรืออุปกรณ์ที่สามารถเข้ามาช่วยในการวัดขนาดจุดต่างๆ ของแม่พิมพ์เพื่อนำไปพัฒนาต่อให้ได้ความแม่นยำที่ดีสำหรับนำไปดำเนินการต่อในกระบวนการผลิตของอุตสาหกรรม การที่จะวัดขนาดแม่พิมพ์ที่มีขนาดใหญ่แบบนี้ได้นนั้นถ้าทำการวัดขนาดแบบแมนนวลตามปกติที่เคยทำมาจะมีบางส่วนที่ไม่สามารถวัดขนาดได้ ถ้าได้อาจจะยากมากๆ เลยต่อการวัดขนาดในจุดนั้น หรืออาจจะไม่แม่นยำเลย เพื่อเป็นการปิดข้อพกพ่องของจุดนี้จึงได้นำ 3D Scanner แบบใช้มือจับสแกนมาใช้โดยเครื่องสแกนเนอร์รุ่น Einscan HX ของ Shining3D จะทำงานด้วยระบบ Laser  7 เส้น Cross กัน และความแม่นยำสูงอยู่ที่ 0.04-0.06 มิลลิเมตร/เมตร

 

ขั้นตอนการวัดขนาด และการประมวลผลเปรียบเทียบ

การเลือกช้เครื่องมือในกาวัดขนาดแม่พิมพ์ Aluminum ได้เลือกใช้เครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ Einscan HX dual blue light แบบใช้มือจับตัวเครื่องเดินถือสแกนได้เลย การสแกนแม่พิมพ์ที่เป็น Aluminum นั้นจำเป็นอย่างมากที่จะต้องใช้ Laser ในการสแกนถ้าเป็นเครื่องที่ใช้แต่ Projector ธรรมดาจะต้องใช้สเปรย์แป้งกำจักความมันเงาของผิว Aluminum ก่อนการสแกนก่อน แต่พอเป็นเครื่อง Einscan HX dual blue light นั้นสามารถนำไปสแกนที่ชิ้นงานได้เลย แค่มีการติดจุดอ้างอิง Marker point เพื่อให้มีความแม่นยำที่มากยิ่งขึ้นต่อการสแกนชิ้นงาน ด้วยเครื่องสแกนเนอร์นี้สามารถจับถือสแกนได้จึงทำให้เกิดความสะดวกสบายมากต่อการทำงานเป็นอย่างมาก พื้นที่จำกัดก็สามารถทำงานได้ เดี๋ยยวเรามาดูขั้นตอนในการทำงานกันเลยมี 3 ขั้นตอนหลักๆ

– ขั้นตอนที่ 1 การติดจุดอ้างอิง Marker point

การสแกนโดยใช้เลเซอร์เราจะใช้โหมดที่เรียกว่า Laser scan mode ซึ่งก่อนการสแกนนั้นจำเป็นอย่างมากที่จะต้องติดจุดอ้างอิงก่อนการสแกน เพราะสร้างความแม่นยำ และการจับผิวงาน Aluminum ได้ดีมากยิ่งขึ้นต่อการสแกน ซึ่งงานที่เป็นผิวแบบนี้จะมีผลต่อ efficiency of quality measuring เป็นอย่างมาก ด้วยการสะท้อนแสงของผิว Aluminum

เลือกใช้โหมดการสแกน Laser Scan Mode สำหรับงานที่มีผิวเป็น Aluminum

 

Aluminum Mold ขนาดใหญ่ 1.5 x 1 เมตร และมีความซับซ้อนเป็นอย่างมาก

-ขั้นตอนที่ 2 การเริ่มสแกน Scanning

โหมดการสแกนด้วย Laser จะมีความเร็วในการสแกนอยู่ที่ 480,000 dots/sec ใช้เวลาในการสแกนอยู่ประมาณเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น จึงได้ออกมาเป็นไฟล์ข้อมูลแบบดิจิตอลไฟล์ ที่มีความแม่นยำและสมบูรณ์ของแม่พิมพ์ Aluminum

การเริ่มสแกนโดยใช่โหมด Laser scan mode ด้วย Einscan HX dual blue laser
ไฟล์ 3 มิติ ที่ได้จากการสแกนด้วยเครื่อง EInscan HX

-ขั้นตอนที่ 3 การวัดขนาดเพื่อนำไปพัฒนาและปรับปรุง Measureing

หลังจากที่ได้ไฟล์จากการสแกนเรียบร้อน จะนำมาเพื่อตรวจสอบว่าแม่พิมพ์อลูมิเนียมตรงตามข้อกำหนดด้านความแม่นยำหรือไม่ หรือเป็นการนำมาเทียบกับ CAD 3D ที่เป็นข้อมูลของแม่พิมพ์ Aluminumได้ออกแบบไว้นั้นเอง ซึ่งจากนั้นจะนำไฟล์ที่ได้จากการสแกนแม่พิมพ์ และไฟล์ CAD 3D มาเปรียบเทียบกันในโปรแกรม Geomagic Control X จะต้องทำการจัดแนวหรือ Origin ของตัวงานที่สแกนมาใหม่ เพื่อจะให้โปรแรกมทำการวิเคราะห์เปรียบเทียบค่าเบี่ยงเบนจากนั้นจะได้เป็น Comparison analysis report ออกมา

EinScan HX ผสมผสานการทำงานระหว่างแสง LED กับ Blue Laser ไว้ในอุปกรณ์เดียว ซึ่งตัวเครื่องมีความสามารถสูงทั้งความเร็วด้วยการทำงานของระบบแสง LED กและประสิทธิภาพความแม่นยำสูงด้วยการใช้ Blue Laser ซึ่งทั้งหมดนี้รวมอยู่ในอุปกรณ์เพียงเครื่องเดียว Einscan HX สามารถสแกนชิ้นงานได้กับวัสดุพื้นผิวและขนาดที่หลากหลาย ในโปรแกรมของ Einscan HX จะมีโหมดให้เลือกใช้งาน 2 แบบ แบ่งเป็นแบบรวดเร็ว Rapid scan mode จะใช้แสง LED ในการสแกน และการสแกนแบบแม่นยำ Laser scan mode จะใช้แสง Laser ในการสแกนชิ้นงานพร้อมทั้งสามารถติดจุดอ้างอิง Marker point เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสแกน และไฟล์ที่ได้จากการสแกนสามารถนำไปทำวิศวกรรมย้อนกลับ Revers Engineering ได้

 

 

ที่มา : https://www.shining3d.com/blog/

TAIYO FullScale Max400 เพื่องานวิศวกรรม

TAIYO FullScale Max400 เพื่องานวิศวกรรม

สู่โรงงาน TAIYO TECHNOLOGY INDUSTRY (THAILAND) CO., LTD. บริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีและสิ่งประดิษฐ์ มากมาย

ทาง Taiyo ได้ทำการสั่งซื้อเครื่องพิมพ์ 3มิติ รุ่น FullScale Max400 ขนาดการพิมพ์ 400 x 300 x 520 mm. เป็ยขนาดที่ใหญ่พอตัว เพื่อทำการขึ้นต้นแบบและทดสอบด้านรูปลักษณืและอื่นๆ ในการพัฒนาและวิจัยผลิตภัณฑ์เพื่อให้มีประสิทธิภาพมาขึ้นและรวดเร็วในการออกตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้ตอบโจทย์ต่อความต้องการของตลาดในปัจจุบัน

สอนการใช้งานอย่างละเอียดตั้งแต่พื้นฐานจนสามารถใช้ทำงานได้เลย

 

3D Scanner เลือกอย่างไง? ให้เหมาะกับคุณ (Update 2021)

3D Scanner เลือกอย่างไง? ให้เหมาะกับคุณ (Update 2021)

ปัจจุบันมีเครื่อง 3D Scanner ให้เลือกใช้หลากหลาย มีทั้งแบบราคาหลักหมื่น หลักแสน หลักล้าน เหมาะกับการใช้งานแตกต่างกัน โดยหลักๆในบทความนี้จะเป็นเครื่องสแกนเนอร์แบบ Structure Light/LED , Laser Scanner, Infrared ที่เป็นสินค้าหลักของ 3DD เป็นที่นิยมใช้กับทั่วโลก (เครื่อง Scanner แบบอื่นๆ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ “รู้จัก 3D Scanner คืออะไร”)

โดยเราสรุปการเลือกเครื่อง 3D Scanner จากหลายๆปัจจัย เช่น ขนาดของวัตถุที่เราต้องการสแกน, ชนิดของเครื่องสแกน, ความละเอียดของไฟล์สแกน และเรื่องสุดท้ายคือ ราคา ผู้ซื้อต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าต้องการนำไปสแกนอะไร เช่น สแกนคนไข้, สแกนรถยนต์, สแกนรูปปั้น ต้องการคุณภาพงานระดับไหน เครื่องแพงไม่ได้ดีที่สุด, เครื่องถูกหากใช้งานไม่ได้ก็ไม่เหมาะเหมือนกัน

Note : กรณีอยากทำความรู้จักเครื่อง 3D Scanner ว่าคืออะไร มีกี่ประเภท ประโยชน์คืออะไร สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บทความ “รู้จัก 3D Scanner คืออะไร”


เลือก 3D Scanner จาก 5 ปัจจัย

1. ขนาดของวัตถูที่ต้องการสแกน 

เครื่อง 3D Scanner ที่ใช้กันโดยทั่วไปมักจะรองรับกับชิ้นงานกว้าง 10cm-100cm (ขนาดกลาง) เครื่องที่สแกนของชิ้นเล็กๆ โดยเฉพาะเล็กกว่า 5cm ลงมาจะราคาสูง (เลนส์ของเครื่องสแกนจะใช้เป็นแบบ Macro) ส่วนเครื่องสแกนที่สแกนงานขนาดใหญ่ไปเลยเกินกว่า 1เมตร-รถยนต์ทั้งคัน หรือไปถึง 10เมตร ก็จะมีราคาสูงไปเลยเช่น เครื่องสแกนชิ้นงานขนาดกลางมีให้เลือกมากสุดราคาถูกสุด

Note : เครื่องสแกนของขนาดเล็กไปเลย หรือ ใหญ่ไปเลย ราคาจะสูงครับ / ของขนาดกลาง จะมีหลายรุ่นให้เลือก ราคาถูกกว่า

ขนาดกลาง หากงานที่ต้องการสแกน ขนาดความกว้างอยู่ในช่วง 10cm – 100cm จะมีเครื่องให้เลือกอยู่หลายรุ่น เกินครึ่งของผู้ใช้งานจะสแกนในช่วงนี้ ตัวอย่างชิ้นงานจำพวก ชิ้นส่วนเครื่องจักร, รูปปั้น, โมเดลทางการแพทย์, สินค้าทั่วไป ภาชนะต่างๆ หรือ เทวรูป ราคาเครื่องในรุ่นนี้มีหลายระดับราคา ตามแต่ความละเอียดของกล้อง หรือ ฟังก์ชั่นต่างๆ

ระบบที่แนะนำ : ได้ทั้งหมด Fix Scan, Hybrid และ Hanheld

รุ่นที่แนะนำ EinScan SE(Accuracy 100Micron), EinScan Pro 2X (40-50Micron) , EinScan Pro HD (40-50Micron)

ขนาดเล็ก ชิ้นงานจำพวกแหวน Jewelry งาน Restoration (สร้างเครื่องประดับซ้ำ หรือ ลอกแบบ), งานทางด้านทันตกรรม สแกนปูนพิมพ์ฟัน หรือ แม้กระทั่ววัตถุมงคล พระเครื่องที่มีขนาดเล็ก โดยผู้เขียนขอใช้คำว่าเล็ก กับชิ้นงานขนาดกว้างน้อยกว่า 5cm ลงมา เครื่องที่สามารถสแกนชิ้นงานขนาดเล็ก 3D Scanner นั้นจะใช้เลนส์ Macro โปรเจคเตอร์ หรือ LED ก็จะต้องมีความละเอียดระดับ Macro ราคาเครื่องจะค่อนข้างสูง

ระบบที่แนะนำ : ต้องเป็น Fix Scan เท่านั้น โดยระบบจะมี Automatic Turntable มาให้ด้วย

รุ่นที่แนะนำ : AutoScan Inspec  (10Micron)

ขนาดใหญ่  ชิ้นงานขนาดใหญ่ ในที่นี่หมายถึงงานขนาด 100cm ขึ้นไป เครื่องที่เหมาะสมกับระบบนี้ ควรจะสามารถถือสแกนได้ Handheld ชิ้นงานจำพวก รถยนต์, ยานพาหนะ, เครื่องจักรขนาดใหญ่, รูปปั้น, งานศิลปะ, รวมร่างกายมนุษย์ หรือ ส่วนของร่างกาย งานขนาดใหญ่ล้วนต้องการ Function การถือสแกน โดย Handheld ก็มีให้เลือกหลากหลายแบบตาม ความละเอียดของกล้อง หรือ เทคโนโลยีที่เอาเข้ามาเสริม เช่น บวก Laser Scan หรือ Infrared เข้ามาด้วย

เมื่อพูดถึง 3D Scanner แบบ Handheld สิ่งที่ต้องมาคำนึงคือ ความละเอียด และขนาดที่สแกนได้ต่อ Shot ยิ่งสามารถสแกนต่อ Shot ได้ใหญ่จะสามารถเก็บงานได้เร็วเท่านั้น ดังจะเห็นได้จาก รูปด้านล่างนี้

แสดงให้เห็นการ Scan Single Shot แต่ละรุ่นจะเก็บ Detail ได้ขนาดไม่เท่ากัน EinScan Pro 2X ได้เล็กสุดในกลุ่ม Handheld ในขณะที่ EinScan H กับ HX ทำได้ใหญ่ ใช้เวลาในการสแกนเก็บเร็วกว่า
เปรียบเทียบ Scan Area ในหนึ่ง Shot
จำลองให้ดูง่ายๆว่า ความเร็วในการทำงานแตกต่างกันอย่างไร

ระบบที่แนะนำ : Handheld มือถือ สแกนซึ่งสามารถทำงานได้เร็วกว่า

รุ่นที่แนะนำ : EinScan Pro 2X/2XP, EinScan Pro HD, EinScan H (มี Infrared), EinScan HX (มี 3D Laser Scan)

Note :  Laser Scan มีข้อดีสามารถสแกนวัตถุโลหะ รถยนต์ วัตถุสีเข้ม หรือ สะท้อนแสงได้, ส่วน Infrared จะมีความสามารถในการสแกนเส้นผม (สแกนได้ดีขึ้น แต่ไม่ทั้งหมดอยู่ดี)

2. Handheld & Fix Scanner

Fix Scan  การสแกนแบบ Fix Scan คือ “ขณะสแกนใน Shot นั้นๆ เครื่องสแกนต้องอยู่นิ่ง” อาจจะอยู่บนขาตั้งกล้อง หรือ แท่นจับ ก็ได้ เวลาในการสแกนแต่ละช็อตเกินวินาที-หลายวินาที ข้อดีของระบบนี้คือ สามารถเก็บงานได้ละเอียดกว่า ข้อเสียคือใช้เวลาในการสแกนนานกว่า

  • เวลาสแกนเครื่อง 3D Scanner ต้องอยู่นิ่งบนขาตั้งกล้อง สแกนจบค่อยย้ายไป Shot ต่อไป (แนะนำให้เลื่อมกับจุดเดิม 30% ขึ้นไป Software จึงจะต่อไฟล์ให้เองอัตโนมัติ)
  • ข้อดีของแบบนี้คือ สามารถเก็บรายละเอียดได้ดีกว่า ไฟล์คมชัดกว่า (เหมือนใช้ขาตั้งกล้องถ่ายรูป เทียบกับเราเอามือถือกล้องถ่าย)
  • ข้อเสียของระบบนี้ คือ ใช้เวลาในการสแกนนานกว่าแบบ Handheld โดยเฉพาะงานชิ้นใหญ่ๆเกิน 50cm ขึ้นไป
  • ระบบนี้สามารถทำงานร่วมกัน Automatic Turntable ได้ (3D Scanner อยู่บนขาตั้งกล้อง ชิ้นงานสแกนอยู่บนแท่นหมุนอัตโนมัติ เมื่อสแกน Shot หนึ่งเสร็จแท่นจะหมุนอัตโนมัติ ในองศาที่กำหนด เช่น 45องศา และ สแกนใน Shot ต่อไป สแกน 8 ครั้งจะได้ครบ 360องศา
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็น Fix Scan ล้วนๆ EinScan SE, AutoScan InspecDS-EX Pro

Handheld การสแกนแบบ Handheld จะเป็นเทคโนโลยีที่มาใหม่ พัฒนาต่อมาจาก Fix Scan สืบเนื่องจากคอมพิวเตอร์พัฒนาประมวลผลได้เร็ว ทั้งกราฟิกและการเขียนอ่านข้อมูล จึงสามารถเก็บ Shot ได้เร็วขึ้น เครื่อง Handheld จึงถือกำเนิด เครื่องใหม่จะเก็บ shot ได้ 15-30 fps หรือ 15-30 shot ในเวลาหนึ่งวินาที ทำให้ถือสแกน ลากเก็บภาพ 3มิติไปเรื่อยๆได

  • เวลาสแกนสามารถใช้มือถือสแกนชิ้นงานไปเรื่อยๆได้ ลากช้าหรือเร็วขึ้นกับ Spec ของเครื่องสแกนและความแรงของคอมพิวเตอร์ประมวลผล
  • ข้อดีคือ สแกนได้รวดเร็ว สะดวก เหมาะกับความชิ้นใหญ่
  • ข้อเสีย หากให้เทียบจริงๆแล้วคุณภาพงานสแกนสู้แบบ Fix ไม่ได้
  • สามารถสแกนคนหรือสัตว์ได้ (อย่างไรก็ตามคน ควรจะอยู่นิ่ง ยืนเฉย หรือ นั่งเฉยๆ)
  • เหมาะกับการสแกนของชิ้นใหญ่, ของที่เคลื่อนย้ายไม่ได้, คน หรือ สัตว์
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็น Handheld ล้วนๆ EinScan Pro 2X/2XP,EinScan Pro HD,EinScan H,EinScan HX, AoralScan Intra-Oral Scanner

Hybrid เครื่องสแกนที่รวมเอาสองความสามารถนี้เข้าด้วยกัน คือจะใช้ขาตั้งกล้องก็ได้ หรือ มือถือสแกนก็ได้ จะมาเสริมจุดเสียของ Fix Scan ที่เก็บงานได้ละเอียดแต่ช้ามีข้อจำกัด กับ Handheld Scan ที่เก็บงานได้เร็วคล่องตัว ละเอียดจะเก็บได้น้อยลง

  • เวลาที่ต้องการงานละเอียด ชิ้นงานเล็กใช้ โหมด Fix Scan
  • เวลาสแกนคน, ของชิ้นใหญ่ ของที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ ใช้โหมด Handheld Scan
  • เครื่องแบบ Hybrid จะครอบคลุมการทำงานหลาก สแกนได้ทั้งของชิ้นกลาง-ใหญ่
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็นแบบ Hybrid  EinScan Pro 2X/2XPEinScan Pro HD

Note : ถ้ามองในแง่การใช้งานที่หลากหลาย แนะนำให้ซื้อเป็นแบบ Hybrid เนื่องจากตอบโจทย์ขนาดการสแกนได้ตั้งแต่เล็กถึงใหญ่ สแกนของได้ครอบคลุมมากกว่า ทำงานคล่องตัว และ flexible กว่าที่สำคัญราคาไม่แพงมาก มีให้เลือกหลากหลายรุ่น EinScan Pro 2X/2XP EinScan Pro HD

3. ความละเอียดในการ

ความละเอียดในการสแกนเป็นเหตุผลสำคัญในการเลือกเครื่อง 3D Scanner แต่ละคนคาดหวังความละเอียดในการสแกนไม่เท่ากัน โดยมากเครื่องสแกนเนอร์ที่ละเอียดสูงราคาจะสูงตาม แต่ไม่ใช่ความละเอียดสูงจะดีทั้งหมด หากไฟล์ละเอียดมากไปก็จะกินความจุเยอะ ทำไป Process ต่อได้ยากทำงานได้ช้า เช่น บริษัททำ Packaging ต้องการสแกนสินค้ารูปทรงต่างๆเพื่อผลิตบรรจุภัณฑ์ ไฟล์ที่ต้องการเพียงแค่รูปร่าง เพื่อไปทำเป็น Outline กล่องสินค้าหรือ Thermoforming ก็ไม่ต้องเลือกรุ่นที่ละเอียดที่สุด กลับกัน กลุ่มธุรกิจที่ต้องการสแกนงานศิลปะรูปปั้น ต้องการรายละเอียดที่สูงให้มี Detail ใกล้เคียงกับงานต้นฉบับที่สุด เพื่อเวลาไปทำงานแต่ไฟล์ 3D ต่อสามารถทำได้น้อยที่สุด ก็ความเลือกเครื่องที่สแกนได้สูง

ละเอียดต่ำ (Accuracy >100Micron) กรณีไม่ต้องการความละเอียดในการสแกนสูงนัก เช่น ต้องการเพียงรูปร่าง ไม่ได้สนใจความพื้นผิวมากนัก หรือ การสแกนสิ่งของเครื่องการ Scale Down สแกนใหญ่ เอาไปพิมพ์ออกมาเล็กลง เช่นการปั้นดิน Model ขนาด 10 นิ้ว และพิมพ์ 3มิติ ย่อลงมาเหลือ 2 นิ้ว 1:5 เครื่องระดับนี้ก็ตอบโจทย์ได้ แถมราคาไม่แพง

รุ่นที่แนะนำ : EinScan Pro 2X/2XP, EinScan Pro HD, EinScan H (มี Infrared), EinScan HX (มี 3D Laser Scan)

ละเอียดกลาง (Accuracy 40-60Micron) กรณีหวังผลในการใช้งานทางธุรกิจเชิง Engineer, งานทางการแพทย์, งานทางศิลปะ แนะนำให้ดูความละเอียด ระดับ 50micron ไว้ สามารถไปทำงานต่อในด้าน Reverse Engineer, Inspection, งานปฏิมากรรม ความละเอียดระดับกลางนี้เป็นตลาดที่ใหญ่สุดเมื่อเทียบกับระดับต่ำ และสูง

รุ่นที่แนะนำ : EinScan Pro 2X/2XP, EinScan Pro HD, EinScan H (มี Infrared), EinScan HX (มี 3D Laser Scan)

ละเอียดสูง (Accuracy <20Micron) ส่วนมาเป็นเครื่องสแกนเฉพาะทาง เช่น เครื่องสแกนงานทางทันตกรรม, งานเครื่องประดับ Jewelry, งาน Metrology  เครื่องสแกนในระดับจะมีราคาค่อนข้างสูง แต่ได้ความแม่นยำสูงเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน

รุ่นที่แนะนำ : AutoScan Inspec (ความละเอียดที่ 10Micron), DS-EX Pro (เครื่องสแกนโมเดลฟัน), AoralScan Intra-Oral Scanner (เครื่องสแกน 3มิติในช่องปาก)

4. ลักษณะวัตถุที่ต้องการสแกน

  • ชิ้นงานสีดำ หากเป็นเครื่องสแกนปกติ จะต้องเตรียมพื้นผิวชิ้นงานก่อน เช่น พ่นสเปร์แป้ง กรณีที่พ่นสเปร์แป้งไม่ได้จริงๆ แนะนำเครื่องสแกนที่มี Function Laser Scan เข้าไปด้วย เช่นรุ่น EinScan HX
  • ชิ้นงานมันเงา วาว สะท้อนแสง จะต้องเตรียมผิวชิ้นงานก่อนเช่นกัน โดยมากจะพ่นสเปร์แป้ง Powder Spray หากไม่สามารถพ่นได้ หรือ ชิ้นงานพื้นผิว โลหะเป็นจำนวนมาก แนะนำสินค้าเป็น Laser 3D Scanner
  • Dental
  • Jewelry สแกนของชิ้นเล็กๆ
  • Autopart
  • Medical
  • ทั่วๆไป

ตย. การจับคู่เครื่องสแกนเนอร์ที่เหมาะสม

5. ราคา 

เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด แต่แน่หล่ะ เครื่องดีกว่า ราคาย่อมแนวโน้มแพงกว่า ในที่นี้อาจจะกล่าว เครื่องสแกนที่แนะนำในบทความนี้ราคาหลักหมื่น ถึงหลักแสน บางคนตกใจกับราคา เราท้าวความไปก่อนหน้านี้จัด 8 ปีเครื่อง 3D Scanner ใช้ในอุตสหกรรมจะราคาเกินล้านทั้งหมด มาถึง 2021 เครื่องราคาลงมาก และคุณภาพงานสแกนดีกว่าเดิม การใช้งาน User Friendly มากกว่า, ผนวกกับปัจจุบัน คอมพิวเตอร์มีความเร็วในการประมวลผลมากขึ้นมั้ง CPU เร็ว, SSD บันทึกเร็วขึ้น, การ์ดจอเร็วขึ้นมาก เป็นที่รู้กันว่า 3D Scanner เป็นอะไรที่กิน Spec เครื่องคอมมากๆ

หากการสแกนไม่ได้หวังผล ไม่ต้องการความละเอียด ลองเลือกไปทางเครื่อง Scanner จาก Iphone/Ipad Pro ที่มี Lidar (300-3000um accuracy) หรือเครื่องสแกน Low-end จาก XYZ เป็นต้น หากมองเครื่องสแกนที่ดีขึ้นมาเอามาใช้ในงาน >

หากต้องใช้เพื่อเป็นงานอดิเรก หรือ หวังผลทางธุรกิจ-ระดับอุตสาหกกรรม อาจจะพิจารณาจากข้างล่างนี้ครับ > 3D Scanner

  • ROI (Return on Investment) ราคาไม่สำคัญ เท่ากับจะคืนทุนเมื่อไหร่ มีหลายคนที่ซื้อไปสามารถคืนทุนภายใน 6เดือน – 1ปี ในขณะที่บางคนซื้อเครื่องไม่ตรงจุดประสงค์ราคาถูกกว่าแต่ใช่ไม่ได้จริง สรุปไม่คืนทุนก็มี
  • หากเปรียบเทียบรุ่นที่เราขายแล้ว Shining3D เป็นแบรนด์จากจีน และอยู่ในตลาดหลักทรัพย์เป็นตัวที่รัฐบาลจีนถือหุ้นอยู่ (เหมือนกรณี Hauwei) เป็นอันดับหนึ่ง หากเทียบกับแบรนด์ US, ยุโรป เลยตัวนี้ถือว่าได้เปรียบมากๆเรื่องราคาเพราะถูกกว่าเกิน 50% ปัจจุบัน Brand Shining3D ครองส่วนแบ่งตลาดเครื่องสแกน 3มิติ มากเป็นอันดับต้นแซงหลายแบรนด์เก่าในยุโรป มี Head Quarter ที่เยอรมัน และ อเมริกา / เครื่อง Zone ยุโรป และ อเมริกา จะดีตรงที่มีชื่อมากกว่าเป็นแบรนด์ที่มีมานาน แต่มีข้อเสียเรื่องราคา ต้องต่ออายุไลเซนรายปี และความซ่อมที่แพงมหาศาล ส่วนเครื่องจาก Shining3D มา Disrupt อีกทีหนึ่ง
  • แต่หากให้เทียบกับแบรนด์จากจีนด้วยกัน Shining3D อาจจะแพงกว่านิดหน่อย แต่แบรนด์ดูมีภาษีดีกว่าจากเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์และรัฐบาลถือหุ้น

สรุป

  • เราต้องรู้ว่าต้องการนำไปสแกนอะไรเป็นหลัก งานของเรามีขนาดใหญ่ หรือเล็กเพียงใด ส่วนใหญ่งานเกือบทั้งหมดเป็นขนาดกลาง 10-100cm
  • ระบบการสแกนหลักๆมี 3 แบบคือ Fix Scan ตั้งนิ่งเพื่อสแกน สแกนได้เก็บรายละเอียดได้ดีกว่า , Handheld ถือสแกน สแกนได้เร็ว สแกนได้ใหญ่, Hybrid คือเครื่องที่สามารถสแกนได้ทั้ง Fix+Handheld แบบ Hybrid สามารถทำงานได้หลายหลายเอาข้อดีของทั้งสองมาประยุกต์
  • ความละเอียดในการสแกนสูง ใช่ว่าจะดี เพื่อไฟล์หนัก กิน spec คอมสูง เลือกความละเอียดให้เหมาะสมกันงาน ช่วงประมาณ 50Micron เป็นช่วงที่นิยมสุด
  • ชิ้นงานบางอย่างเหมาะกันสแกนเนอร์เจาะจง เช่นเครื่องสแกนเนอร์ในช่องปาก, เครื่องสแกนเนอร์สำหรับ งานเล็กงาน Jewelry เครื่องสแกนเฉพาะเจาะจงส่วนมากจะราคาสูง เพราะทำ Software มาให้เฉพาะกับอุตสหากรรมนั้นๆ
  • ราคาเป็นเรื่องที่ต้องคำนึงเป็นหลัก หากหวังผลทางธุรกิจแล้วไม่แนะนำเครื่องสแกนราคาถูก/ iphone/ xyz Scanner (เหมาะกันใช้งานเล่นๆมากกว่า) — หากจะหวังผลแนะนำต้องแต่พวกรุ่น EinScan SE ขึ้นไปเลย แนะนำรุ่นที่เหมาะซื้อถูกไป งานไม่ได้ก็ไม่ดี ซื้อแพงไปใช้ไม่ถึงก็ไม่ดี
  • หากคิดอะไรไม่ออกรุ่นที่แนะนำ ใช้ได้หลายหลายสุดคือเครื่องแบบ Hybrid ใช้ได้เกือบทุก Category ราคาอยู่ในระดับกลางๆ ใช้ได้งานได้ถึงระดับอุตสาหกรรม EinScan Pro 2X/2XP EinScan Pro HD

คำแนะนำ

  • หากการสแกนของท่านครอบคลุมวัตถุหลายขนาดทั้งขนาดเล็ก-กลาง-ใหญ่ อยากให้แนะนำให้เลือก Scanner ที่สามารถสแกนแบบ Hybrid คือสแกนได้ทั้ง Handheld เพื่อสแกนของชิ้นใหญ่หน่อย วัตถุที่เคลื่อนย้ายลำบาก และ Fixed Scan โดยใช้ขาตั้งกล้องสแกนเป็นช็อตๆไปเรื่อยๆเพื่อเก็บรายละเอียดและความสวยงาย พวกนี้จะเป็นรุ่น EinScan Pro 2X/2XP, EinScan Pro HD
  • หากเจาะจงต้องสแกนวัตถุสีดำ หรือสแกนในที่จ้า แสง Backgroud เยอะหรือจ้าให้ลองเลือกรุ่น  EinScan Pro HD เพราะทำมาให้ยิงแสง LED ได้แรงขึ้นกว่ารุ่นอื่น ในกรณีที่ทั้งต้องการสแกนวัตถุสีดำ, วัตถุสะท้อนแสง, แสงพื้นหลังไม่สามารถควบคุมได้ แนะนำเป็นรุ่น EinScan HX เนื่องจากใช้ Blue Laser ในการสแกน Blue Laser จะมีความเข้มของแสงมากกว่า
  • EinScan HX เป็นเครื่องสแกนใหม่ที่ความสามารถของ Laser Scan (สแกนงานสีเข้ม, ผิวโลหะ, ผิวแวววาวได้) และ LED ซึ่งสามารถสแกนเก็บไฟล์สี ไม่ต้อง ติด Marker ได้ด้วย

ถามตอบ

Q : อยากได้เครื่องเดียวจบ สแกนงานได้หลายๆอย่าง ?

A : ไม่มีเครื่อง 3D Printer ไหนที่ครอบจักรวาล ขึ้นอยู่กับว่าต้องการสแกนวัสดุขนาดเท่าไหร่, ความละเอียดที่ต้องการ, และลักษณะพื้นผิว เช่น เครื่องสแกนแบบ Macro AutoScan Inspec สามารถสแกนได้ละเอียดมาก 10um แต่ขนาดใหญ่สุดที่เครื่องสแกนได้แค่ 12cm เนื่องจากการตั้งเลนส์โฟกัสไปยังชิ้นงานเป็นเลนส์ Macro อันนี้ได้ความละเอียดแต่สแกนได้แต่ชิ้นเล็กๆ

ถ้าจะให้แนะนำ รุ่นที่สแกนได้กว้างและหลากหลายที่สุด ให้มองจำพวกเครื่อง Hybrid ที่สแกนได้ทั้ง Handheld และ Fix Scan เนื่องจากสามารถรองรับงานได้ตั้งแต่ 10cm ถึง 2-3เมตร ในช่วง 10-60cm เก็บรายละเอียดได้ดีจากการ Fix Scan แต่หากชิ้นงานใหญ่กว่า 60cm หรือ สแกนคนสามารถสแกนได้ด้วยโหมด Handheld เครื่องสแกนเนอร์จำพวกนี้ได้แก่ EinScan Pro 2X/2XP, EinScan Pro HD

Q : งานที่ต้องการสแกนพ่นสเปร์ยแป้งไม่ได้ ควรจะเลือกรุ่น ?

A : ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า เครื่อง 3D Scanner ระบบ LED (ไม่ว่าแสงขาวหรือแสงน้ำเงิน) แพงทางวัสดุสีเข้มและมันวาวสะท้อนแสง ต้องเป็นเครื่อง LED ที่ยิงแสงน้ำเงิน-ม่วงเข้มมากๆถึงจะสแกนวัสดุเข้มหรือมันวาวได้ ดังนั้นหากเจอพื้นผิวดังกล่าวนิยมให้พ่นสเปร์ยแป้ง เตรียมผิวให้พร้อมสแกนเป็นสีขาวด้าน สเปร์ยแป้งมี Base เป็น Alcohol ไม่มีฤทธิ์กัดสีนัก แต่หลายๆครั้งวัตถุที่มาสแกนไม่สามารถพ่นสเปร์ยแป้งได้ เช่น เป็นวัตถุโบราณมีความสำคัญมาก, เครื่องยนต์เครื่องจักร

Q : งบจำกัด ในท้องตลาดมีหลายตัวเห็นบางตัวราคาหลักพัน ใช้ได้ไหม?

A : อยู่ที่ความคาดหวังของงานสแกนครับ ปัจจุบัน 3D Scanner ราคาหลักพันยังใช้งานได้ไม่ดีนัก เช่นตัวที่ในท้องตลาด Sense หรือ XYZ Scanner ใช้หลักการเป็นแสง infrared ค่าที่ได้ไม่แม่นยำเท่าใดนัก งานที่ได้พอดูรู้ว่าเป็นอะไรแต่ไม่เห็นรายละเอียด หากมองสแกนเนอร์เพื่อหวังผลการใช้งานควรเริ่มจาก LED Light หรือ Structure Light (สิ่ง Pattern แสง ใช้กล้อง 2 เก็บ Pattern แสงที่ได้) เช่น รุ่น EinScan SE เป็นต้นไป

Q : iPhone รุ่นไหม หรือ iPad Pro มีเทคโนโลยี Lidar ทำไมต้องซื้อ 3D Scanner?

A : Lidar ของ Iphone หรือ Ipad Pro นั้นเหมาะกับการสแกน หรือ Sensor เชิง Landscape มากกว่า เช่นการตรวจวัดระยะ หากสิ่งกีดขวาง การ Mapping AR มี App ที่นำเอาความสามารถนี้มาทำเป็น 3D Scanner แต่ทำได้ยังไม่ดีนัก Software ยังมี bug อยู่ ใครสนใจไปทดลองกันกับเครื่องตัวเองได้ครับ

Q : 3D Laser Scanner จำเป็นไหม? ทำไมแพงกว่ารุ่นอื่นๆ?

A : ปกติ Laser Scanner จะแพงนิยมใช้ในธุรกิจที่ต้องการความแม่นตรง(Precision) และ แม่นยำ(Accuracy) สูง ข้อดีของระบบ Laser นั้นคือสแกนชิ้นงานผิวต่างๆได้หลายหลาย ผิวโลหะ ผิวมันเงา ผิวด้าน แม้มีหลายพื้นๆผิวในชิ้นงานเดียวกันก็สามารถสแกนได้ ส่วนเครื่อง 3D Scanner แบบ LED/Structure Light ต้องเตรียวพื้นผิวชิ้นงานหน่อยสำหรับ ผิวโลหะ ผิวดำ มันวาว ต้องพ่นสเปร์แป้งรองผิวก่อน ถ้าไม่ได้ติดเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่อง Laser สแกน


อ่านเพิ่มเติม 

ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่นี่

อ่าน Review เพิ่มเติมตามแต่ละรุ่นไปที่นี่

Einscan SE Software Update2021 อัพเดตใหม่ ฟังก์ชั่นครบ เล็กแต่จบ

Einscan SE Software Update2021 อัพเดตใหม่ ฟังก์ชั่นครบ เล็กแต่จบ

Einscan SE Software เวอร์ชั่นเก่าEinscan SE ได้มีการอัพเดทซอร์ฟแวร์เวอร์ชั่นใหม่ให้มีความสามารถที่มากขึ้นจากรุ่นก่อนมาก ที่รุ่นเก่านั้นจะทำได้เพียงแค่สแกนแล้วจบ แต่ครั้งนี้ได้เพิ่มฟังก์ชั่นให้ทำได้เหมือนรุ่นพี่อย่างPro2xเลยล่ะ

Einscan SE Software เวอร์ชั่นใหม่

วันนี้เราก็จะมาโชว์สแกนชิ้นงานพร้อมการใช้ฟังก์ชั่นของโปรแกรมกันแบบจัดเต็มไปเลย

เปิดโปรแกรมเพื่อเลือกเครื่องให้ตรง

การCalibrate
การcalibrateจำเป็นมากสำหรับเครื่องสแกน สำหรับคอมที่เชื่อมต่อกับเครื่องสแกรเป็นครั้งแรกหรือย้ายที่เครื่องสแกนต้องทำการCalibrateใหม่ ถ้าหากไม่ได้ทำการสแกนเครื่องก็จะไม่สามารถวัดระยะวัตถุได้ทำให้ไม่สามารถสแกนงานได้นั่นเอง

ขั้นตอนที่1 เพียงแค่วางแผ่นcalibrateตามรูปในโปรแกรม หลังจากกดแล้วนั้นก็จะทำโดยอัตโนมัติ
การcalibrate White Balance สำหรับการสแกนสี

เริ่มต้นการสแกน
หลังจากที่เสร็จขั้นตอนแล้วก้จะทำการสร้างโฟลเดอร์ขึ้นมาจากนั้นเราก็จะทำการเลือกโหมดสำหรับการสแกน

Texture คือการสแกนสี
Non Texture คือสแกนแบบไม่เก็บสี
วางชิ้นงานลงบนแท่นหมุนเพื่อเตรียมการสแกน
ทำการปรับแสงก่อนที่จะทำการสแกน โดยให้ดูที่ตัวงานไม่ให้มีสีแดงเยอะ(สีแดงคือปริมาณแสงที่มากเกินไป)
คลิ๊กขวาเพื่อเปิดกล้องด้านขวา เป็นการทดสอบว่ากล้องใช้งานได้ทั้งสองตัว

ในกรอบสีแดง Work คืองานที่เราสแกน โดยโปรแกรมจะทำการสแกนแบบทีละภาพแล้วมาต่อกัน


การใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆในเมนูScan setting มีดังนี้
HDR คือการใช้แสงมากเป็นพิเศษ
With Turntable คือการสแกนด้วยแท่นหมุน(เลือกที่ไม่ใช้ก็ได้) แล้วเลือกว่าต้องการให้ทำการสแกนกี่ครั้งโดยใส่ตัวเลขลงไป
– Turntable Align การเชื่อมต่อวัตถุแต่ภาพด้วยการหมุนแท่น
– Feature เชื่อมต่อวัตถุแต่ละภาพด้วยพื้นผิว(ใช้ในกรณีที่งานมีรายละเอียดน้อยหรือสแกนด้วยTurntable Alignไม่ได้
การสแกนงานของSE จะได้รูปมาทั้งหมด8รูป(ปรับได้ตามจำนวนที่ต้องการ)ในหนึ่งครั้ง เมื่อได้มาก้จะทำการเก็บรูปที่ได้มาจากการสแกนหนึ่งครั้งเป็น1Project ซึ่งเราสามารถลบแค่บางภาพในProjectได้หากการสแกนผิดพลาด


ในส่วนของเมนูทางด้านขวาก็จะประกอบไปด้วย
– Start Scan เริ่มทำการสแกน
– Stop&Delete หยุดและลบชุดภาพที่สแกนProjectล่าสุด
– Align เป็นการเชื่อมต่อชิ้นงานแบบแมนวล
– Open เปิดงานเก่า
– Save บัทึกงานล่าสุด
– Mesh เป็นการปิดผิวชิ้นงานหลังการสแกนแล้ว

หลังจากที่ตั้งค่าเรียบร้อยแล้วให้ทำการสแกนได้เลย โปรแกรมและเครื่องก็จะทำแบบอัตโนมัติ

หลังจากนี้ก็ทำการเปลี่ยนมุมของชิ้นงานและปรับตั้งค่าเพิ่มเติมได้แล้วทำการสแกนงานให้ครบตามที่เราต้องการ

หากการสแกนงานนั้นสมบูรณ์การเชื่อมต่อถูกต้องโปรแกรมก็จะทำการต่อชิ้นงานได้อย่างถูกต้องจึงไม่จำเป็นต้องใช้งานการทำAlgin แต่หากว่างานไม่สมบูรณ์ก็จะทำการต่อชิ้นงานด้วยมือโดยการเลือกจุด3จุดที่เหมือนกัน ในการเลือกจุด3จุดนั้นให้เลือกจุดที่เป็นตำแหน่งที่เหมือนกันที่ชิ้นงานทั้งสองชิ้น หากการเลือกไม่ตรงก็จะทำให้การต่อไม่สมบูรณ์สามารถยกเลิกและแก้ไขได้เรื่อยๆ ถ้าเลือกถูกต้องทั้ง3จุดโปรแกรมก็จะประมวณผลได้อัตโนมัติอย่างแม่นยำ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องจุดให้ตรงเป๊ะๆ แค่ใกล้เคียงที่สุดก็เพียงพอแล้ว

หากเลือกจุดให้ตรงกันทั้งสองงานและถูกต้องก็จะทำให้โปรแกรมประมวลผลได้อย่างถูกต้อง
หลังจากเชื่อมต่อชิ้นงานแล้วให้ทำการMesh Model
เลือกความละเอียดในการปิดผิว
หลังจากปิดผิวแล้วงานก็จะเรียบขึ้นแบบเห็นได้ชัด

จนถึงขั้นตอนนี้แล้วสามารถนำไฟล์ำปใช้ต่อได้หรืออาจจะปรับความชัดความนุ่มนวลของตัวงาน ลดขนาดได้อีกก็แล้วแต่ผู้ใช้งาน ซึ่งในเวอร์ชั่นเก่าของEinscan SE จะทำขั้นตอนสุดท้ายได้ถึงตรงนี้ แต่เวอร์ชั่นใหม่ที่เพิ่มเข้ามาจะมีการจัดชิ้นงานเข้าOrigin คือการนำชิ้นงานเข้าแกนXYZ และสามารถวัดระยะ พื้นที่ผิวและปริมาตรของชิ้นงานได้เบื้องต้นซึ่งสามารถชมได้ต่อจากนี้เลย

เลือกที่เมนูMeasurement
ใช้ฟังก์ชั่น Create Feature เพื่อสร้างจุดอ้างอิงสำหรับการเข้าOrigin

 

 

ในเมนูก็จะประกอบได้ด้วยการสร้างPoint Line และ Planeเพื่อสรา้งจุดอ้างอิงให้Origin
Movement – Exact Movement ป็นการใส่คาเพื่อย้ายชิ้นงาน ไม่แนะนำให้ใช้วิธีนี้ในการเข้าOrigin
Movement – 3-2-1 System Movement จะใช้Point Line และPlaneอ้างอิงในการเข้าOrigin
การสร้างPlane โดยการสรา้งจุด3จุด ใช้ตุดตัดกับเส้น หรือหรือเลือกพื้นที่ที่เรียบเพื่อสร้างPlane

 

การจุด3จุดสามารถเลือกจุดที่ต้องการได้เลย แต่การเลือกจะต้องให้ทั้งสามจุดอยู่ในระนานบเดียวกัน

Best Fit เป็นการสร้างplaneบนพื้นที่ที่เลือกโดยอัตโนมัติ จะต้องเลือกบนพื้นที่ที่เรียบเท่านั้น

 

 

   

สามารถใส่ตัวเลขเพื่อMovementในเมนูExact movement

การสร้างPoit Line Plane จะทำการสรา้งเอาไว้เยอะๆเพื่อลองเลือกพื้นที่เข้าOrigin หลายๆอัน(line Planeจำเป้นต้องมีเยอะหน่อย)หลังจากที่สร้างมาจำนวนหนึ่งแล้วก็จะทำการเข้าOriginโนใช้ฟังก์ชั่นMovement

ทำการเข้าOriginโดยการเลือกLine Point Plane ที่เราสร้างไว้และเลือกแกนที่ต้องการให้งานอ้างอิง

ทั้งนี้การเข้าแกนผู้ใช้ต้องมีการฝึกฝน สร้างจุดอ้างอิงที่เหมาะสมการสรา้งจุดอ้างอิงแต่ละงานจะไม่เหมือนกัน
และนี่คือโปรแกรมของEinscan SEที่มีความสามารถมากขึ้นไม่แพ้รุ่นใหญ่เลย เรียกได้ว่าสามารถจบได้ที่Einscan SEเลย
หากสนใจสินค้าสามารถมาทดลองที่หน้าร้านได้ครับ หรือหากต้องการสั่งซื้อสินค้าก็มีพร้อมส่งนะครับ

Einscan HX รีวิวแบบจัดเต็ม

Einscan HX รีวิวแบบจัดเต็ม

Einscan HX สแกนเนอร์ระบบhandheldที่สามารถใช้กับงานได้หลากหลายแบบ ที่มาพร้อมระบบการสแกนแบบHybridมีทั้งสองระบบคือ laser scan เป็นโหมดที่เรีบกได้ว่ามีความละเอียดและแม่นยำที่สุดในปัจจุบัน มาคู่กับระบบ Blue light LED ที่เป็นที่นิยมของเครื่องสแกนหลายๆแบบ ที่มีความสามารถมากกว่าระบบ White light LED และยังสามารถเก็บสีได้ในตัวอีกด้วย
Einscan HX จะเน้นหนักไปทางงานเชิงวิศวกรรมเป็นหลักและงานที่มีขนาดใหญ่ถึงใหญ่มาก จะเหมาะกับงานสแกนรถ เครื่องจักร ชิ้นส่วนขนาดใหญ่ที่มีรายละเอียดสูงๆ แม้แต่งานรูปปั้น งานสแกนทั่วไปที่ต้องการสี

Einscan HX เป็นสแกนเนอร์ในระบบHandheldที่ใช้งานงานง่าย น้ำหนักเบา ทำให้ยืดหยุ่นได้มากในการทำงาน
สแกนด้วยความละเอียดสูงที่ระยะห่างระหว่างจุดอยู่ที่0.05mm และ0.04mm ที่โหมดLaser Scan
ในโหมดRapid Scan สามารถสแกนได้ที่ความละเอียดมากถึง 1,200,000จุด/วินาที ทำให้งานมีความละเอียดมาขึ้น จึงนำงานที่ได้ไปReverse Engineering, CAD/CAMได้ดียิ่งขึ้น
ระบบสแกนแบบHybrid Blue Laser และ Blue light LED ทำให้สแกนงานได้หลากหลายมากขึ้นสแกนได้แม้กระทั่งสีดำ
กล้องสแกนสีในตัว สแกนครบจบทุกสีและพื้นผิว

ภายนอก

ตัวเครื่องจะมีรูปทรงคล้ายคลึงกับดัมเบลทำให้จับได้ถนัดมือ และมีขนาดไม่ใหญ่มากจึงทำให้การเคลื่อนที่สแกนทำได้ง่ายมากขึ้น และด้วยน้ำหนักเพียง780กรัมเท่านั้นทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องโดยไม่ล้า

 

การวางปุ่มกดของเครื่องนั้นจะวางทั้งหมดที่ตรงกลางไม่ว่าผู้ใช้จะถนัดมือซ้ายหรือมือขวาก็สามารถใช้งานได้
ปุ่มของเครื่องจะประกอบไปด้วย ปุ่มสแกน จะอยู่ตรงกลางที่ด้ามจับและจะตรงกับนิ้วโป้งพอดี ด้านบนของเครื่องจะมีปุ่มปรับแสงสว่างและปุ่มสำหรับขยายภาพ กาดรกดปุ่มส่วนนี้อาจจะยากนิดหน่อยเพราะปุ่มนั้นอยู่สูงและขนาดใหญ่หากผู้ใช้มือเล้กก้อาจจะต้องใช้อีกมือมาช่วย ถึงแม้ว่าปุ่มจะใหญ่แต่ไม่แข็งสามารถกดได้ง่ายมาก

การเชื่อมต่อจะใช้เป็นสายสองเส้นของเครื่องเองเพื่อเชื่อมต่อไฟละสัญญาณและเชื่อมต่อเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยUSB3.0
ตัวเครื่องจะมีกล้องทั้งหมดสี่ตัวแต่ละตัวจะมีหลอดLEDอยู่รอบๆ ตรงกลางด้านบนจะเป็นตัวยิงแสงเลเซอร์ออกมา ส่วนตรงกลางด้านล่างจะเป็นโปรเจกเตอร์สำหรับ Blue LED

ภายใน

Einscan HXจะสแกนด้วยสองโหมดคือ
1.Laser scan โหมดนี้เรียกได้ว่าเป็นโหมดที่สแกนได้ละเอียดที่สุดของสแกนเนอร์ในปัจจุบัน สามารถเก็บรายละเอียดของตัวงานได้แม่นยำที่สุดแม้จะใช้งานกลางแจ้งก็ยังทำได้ โหมดนี้จะใช้ร่วมกับMarkerเพื่อให้มีจุดอ้างอิง เนื่องจากLaserมีลักษณะเป็นเส้นจึงทำให้การหาจุดอ้างอิงทำได้ยากมากถึงแม้ว่าจะเก็บรายละเอียดได้มากก็ตาม
จุดเด่นของการสแกนด้วยLaserที่ทำให้มันเป็นระบบที่สามารถสแกนได้แม่นยำที่สุดในเวลนี้ก็เพราะว่ามันสามารถสแกนงานที่มีลักษณะReflective(สะท้อนแสง)และงานสีดำได้ เพราะLaserจะสนใจแค่ลักษณะพื้นผิวของงานเท่านั้นจึงทำให้สีของงานไม่ส่งผลกับการสแกน
2.Rapid scan โหมดนี้ใช้กับการสแกนงานทั่วไป สามารถแสกนได้เร็วตามชื่อของมันและเร็วกว่าโหมดLaser scan เล็กน้อยแต่ความละเอียดของงานสแกนจะสู้โหมดLaser scanไม่ได้ โหมดนี้จะใช้Blue LEDในการสแกนงานโดยให้แสงสีฟ้าสะท้อนจากตัวงานกลับเข้ามาที่กล้องเพื่อประมวลผล
ในโหมดนี้ก็จะมีโหมดย่อยอีกสองโหมดคือ

  • non texture โหมดนี้จะไม่เก็บสีแต่สามารถเลือกที่จะเก็บพื้นผิวก็ได้ เก็บงานที่ใช้Markerก็ได้ หรือใช้แบบHybridก็ได้เช่นกัน
  • Texture โหมดนี้จะเป็นการสแกนงานสีโดยการเน้นเก็บผิวงานเป็นหลัก สีที่สแกนได้จะใกล้กับความเป็นจริงมาก
    ซึ่งโหมดRapid scanนั้นก็สามารถสแกนงานที่เป็นReflective(สะท้อนแสง)และงานสีดำได้เช่นกันแต่จะต้องใช้เทคนิคการปรับแสงระหว่างสแกนเพราะถ้าหากแสงมากเกินไปตัวเครื่องจะมองไม่เห็นงานส่วนที่เป็นสะท้อนหรือสีดำได้

อุปกรณ์ที่มากับเครื่อง
ตัวเครื่องจะมาพร้อมกับอุปกรณ์เสริมแบบครบครัน จะประกอบไปด้วย

  • ตัวเครื่องสแกน
  • แผ่นคาริเบต(พร้อมแผ่นรองสำหรับเทียบมุมการใช้งาน)

  • Marker สำหรับEiscan HX จะใช้ขนาด10mm(ของPro Series จะใช้ 7mm) มีแถมมาให้ทั้งหมด10แผ่น

  • สายสัญญาณที่มาเป็นคู่กับสายไฟเข้าเครื่อง(สายไฟยาวประมาณ5เมตร)

  • อแดปเตอร์สำหรับเครื่อง ที่มาพร้อมกับหัวปลั๊กสำหรับเปลี่ยนเพื่อการใช้งานได้หลายรูปแบบและหลายประเทศ

  • USB Drive จะมีLicense สำหรับเครื่อง
  • โปรแกรมSolidEdge และ Geomagic Essentials อย่างละ 1 License

การสแกนโหมดLaser Scan
เป็นโหมดที่ละเอียดที่สุดของสแกนเนอร์ ความสามารถเด่นของโหมดนี้คือการเก็บรายละเอียดของชิ้นงานได้ครบทุกองค์ประกอบไม่ว่าจะเป็นส่วนงอกส่วนย้อยเล็กๆของชิ้นงานได้ดี เก็บพื้นผิวได้ครบและการใช้Laserสามารถสแกนงานกลางแจ้งได้เพราะไม่จำเป็นต้องใช้แสงสะท้อน และไม่จำเป้นต้องพ่นสเปรย์แป้ง
โหมดนี้จะใช้เฉพาะกับงานที่ติดMarkerเท่านั้นแต่ไม่ต้องพ่นสเปรย์แป้ง Laserสามารถจับผิวชิ้นงานได้ดีมากแต่จำเป็นต้องมีจุดอ้างอิงเพราะLaserจะยิงแสงเป็นเส้นแบบตัดไขว้กันไปมาด้วยความเข้มสูงจะเก็บแต่พื้นผิวดังนั้นสีของตัวงานจะไม่ส่งผลกับการสแกนเลยแม้แต่น้อย และยังทำให้EiscanHXสามารถสแกนงานกลางแจ้งได้
การใช้งานในโหมดนี้ง่ายมากหากงานติดMakerมาแล้ว เพียงแค่เลือกโหมด เลือกความละเอียดแล้วสแกนได้เลย

หลังจากที่เข้ามาแล้วก้มีการตั้งค่าเพิ่มเติมให้อีกคือการเลือกว่างานชิ้นนั้นเป็นงานทั่วไป สะท้อนแสง หรือสีดำ(จริงๆไม่เลือกก็สแกนได้นะ แต่ถ้างานเป็นดำหรือสะท้อนแล้วเลือกจะสแกนได้ดีกว่า)
หากงานที่เป็นพื้นผิวที่สแกนได้ยากเช่น ซอกลึกๆ พื้นผิวที่หักมุม จุดพื้นที่ที่ห่างจากmarker ก็สามารถสแกนได้แต่ต้องทำการสแกนให้ละเอียดมากขึ้น

งานเสร็จเรียบร้อย

การใช้งานโหมด Rapid Scan
ในโหมดนี้จะมีการทำงานอยู่สองส่วนคือการสแกนแบบ Non-Texture และแบบ Texture
ในส่วนNon-TextureคือการสแกนงานตัวBlue Light LEDสามารถเก็บรายละเอียดได้ดี สแกนได้เร็ว และยังสามารถใช้งานได้หลากหลาย ทั้งกับงานที่มีMarkerและไม่มีก็สามารถสแกนได้ หรือจะเลือกเป็นแบบhybridก็ทำได้เช่นกัน อีกทั้งยังสามารถโดยใช้พื้นผิวเป็นตัวอ้างอิงได้เช่นกัน(Feature) แต่ความละเอียดก็ยังไม่ใกล้เคียงกับLaser Scan

ข้อเสียของRapid scan(ทั้งBlue lightและWhite Light) คือความแม่นยำไม่ได้สูงมากเท่าที่ควรถึงแม้ว่าความละเอียดจากสูงก็ตาม บางครั้งการสแกนงานที่ซับซ้อนหรือมีจุดอ้างอิงน้อยเกินไปด้วยความเร็วที่มากอาจจะทำให้งานเกิดอาการงานซ้อนได้ ซึ่งวิธีแก้คือการลบส่วนที่ซ้อนกันแล้วสแกนจุดนั้นใหม่อีกครั้ง

จุดเด่นอีกอย่างของEiscan HXคือโหมด Blue Lightของเครื่องสามารถสแกนงานงานกลางแจ้งได้ค่อนข้างดี และยังสามารถสแกนงานที่มีความมันวาวและงานสีดำได้ดี แต่ระหว่างสแกนั้นผู้ใช้ต้องคอยปรับแสงเรื่อยๆหากตำแหน่งงานเปลี่ยนจากจุดปกติไปจุดที่มีสีดำ

 

ในส่วนTextureคือการสแกนงานโดยการเก็บสีไปด้วย ในโหมดนี้จะไม่สามารถใช้markerได้ เพราะโปรแกรมจะใช้สีและลักษณะของผิวงานเป็นจุดอ้างอิงแทนเท่านั้น หากติดMarkerเข้ามาจะทำให้เครื่องสแกนเก็บMarkerเข้าไปด้วยและคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของตัวงานจะไม่สามารถลบเฉพาะMarkerออกได้

ด้วยความสามารถของBlue Light LEDของ Einscan HX สามารถสแกนสีได้ในตัวไม่จำเป็นต้องซื้อโมดูลสแกนสีมาต่อเพิ่มแต่อย่างใด และสีที่ได้จะใกล้เคียงความเป็นจริงมาก และEiscan HX สามารถสแกนสีดำได้ จึงสแกนสีดำเก็บเข้ามาได้เช่นกัน

หากสแกนงานที่เป็นสีดำก็ต้องทำการลดแสงของเครื่องสแกนลงไม่งั้นเครื่องจะมองไม่เห็นสีดำ
ในการสแกนไม่สามารถติดMarkerได้ ในส่วนพื้นผิวที่เรียบและมีสีเดียวอาจจะทำได้ยากจึงต้องใช้ทักษะของผู้ใช้ประมาณนึง

สุรุป
Einscan HX ทำงานสแกนได้ค่อนข้างหลากหลายงาน แต่จะเน้นไปทางวิศวกรรมจะทำได้ดีที่สุด กับการสแกนงานที่ไม่ได้ใช้เวลาในการสแกนนานมากนักถือว่าทำได้ดี
จุดเด่น
-มีโหมดLaser Scan สำหรับสแกนงานละเอียดสูง
-Blue light LED สามารถสแกนงานได้หลากหลายมาก ความละเอียดสูง ทั้งแบบติดและไม่ติดMarker
-เป็นHandheld Scannerที่น้ำหนักเบา ทำให้ผู้ใช้ทำงานได้สะดวกมาก
-สแกนสีได้สวย สีใกล้เคียงกับความเป็นจริงมาก
-สแกนได้เร็ว สแกนได้ดีมากกับงานที่มีขนาดใหญ่ สแกนงานกลางแจ้งได้0
ข้อสังเกต
-จะไม่สามารถใช้โหมดFix Scanได้
-งานที่มีขนาดเล็กไม่สารถสแกนได้

หวังว่าEiscan HX จะเป็นตัวเลือกให้ผุ้ที่สแกนงานได้นำไปใช้กันนะครับ
หากยังไม่กล้าตัดสินใจ สามารถมาทดลองใช้ที่หน้าร้านของเราได้นะครับ

จากงานสแกนสู่งานพิมพ์สามมิติสำหรับชิ้นส่วนมอเตอร์ไซค์

จากงานสแกนสู่งานพิมพ์สามมิติสำหรับชิ้นส่วนมอเตอร์ไซค์

เทคโนโลยีสามมิติเป็นเครื่องมือที่เป็นที่ชื่นชอบและเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลกสำหรับนักประดิษฐ์ นักออกแบบมืออาชีพและวิศวกร การสแกนงานสามมิติในปัจจุบันสามารถเพิ่มความรวดเร็วในการทำงานของนักออกแบบได้มากขึ้นโดยการสแกนแล้วตกแต่งไฟล์เล็กน้อยจากนั้นก็นำมาพิมพ์ได้ทันทีเลย ซึ่งจะประหยัดเวลามากกว่าการวาดขึ้นมาใหม่มาก

ขั้นที่1 สแกน
การสแกนงานให้มีความเรียบร้อย ครบทุกรายละเอียดจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้เป็นอย่างดี และยังช่วดทดแทนกระบวนการออกแบบที่ซับซ้อนและอำนวยความสะดวกให้กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆขึ้นมาให้หลากหลายมากขึ้น
ในงานนี้ได้ใช้EinscanHXในการสแกนชิ้นงานท่อเหล็กด้านซ้ายของมอเตอร์ไซด์ หลังจากที่แสกนเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะได้ชิ้นงานที่เป็นไฟล์นามสกุล.Stl เพื่อนำมาใช้ในขั้นตอนต่อไป

ขั้นที่2 การออกแบบ
หลังจากที่ได้ไฟล์.STL มาแล้วก็จะทำการนำไฟล์เข้าสู่โปรแกรมVoxeldance เป็นซอร์ฟแวร์เสริมสำหรับการเตรียมชิ้นงานและช่วยลดเวลาและช่วยจัดการกระบวนการขึ้นรูปงาน เดิมทีไฟล์SLTจะเป็นไฟล์ที่ประกอบไปด้วยรูปทรงเรขาคณิตต่างๆซึ่งจะถูกซ่อมแซมและปิดพื้นผิวด้วยโปรแกรม เนื่องจากท่อเหล็กสองท่อนนี้ถูกเชื่อมกันแบบสมมาตร จึงได้ทำการสร้างงานในรูปแบบตรงข้าง(งานMirror)เพื่อหาลักษณะดั้งเดิมและซ่อมแซมส่วนที่หายไป

ขั้นตอนที่3 การขึ้นรูป
การขึ้นรูปงานโลหะด้วยการพิมพ์สามมิติจะใช้เครื่องพิมพ์ระบบSLM EP-M250pro ในการพิมพ์ หลังจากพิมพ์แล้วตัวงานสามารถเอาออกมาได้อย่างง่ายดายจากฐานรองพิมพ์ ซึ่งการจัดวางชิ้นงานและการวางซัพพอร์ตของตัวงานถูกให้ง่ายขึ้นจากโปรแกรมVoxeldance ด้วยAutomaic Support Function ที่กำหนดค่าซัพพอร์ตไว้ล่วงหน้าแล้ว ทำให้การพิมพ์ท่อเหล็กสองท่อนั้นใช้เวลาเพียง4.5ชั่วโมง

ขั้นตอนที่4 เก็บงานขั้นตอนสุดท้าย
หลังจากที่ได้งานมาจากเครื่องแล้วก็นำซัพพอร์ตออกจากนั้นขัดแต่งด้วยกระดาษทรายและทำการพ่นด้วยผงคอรันดัมสีขาวเพื่อเพิ่มความสวยงามของชิ้นงานก็เป็นอันเสร็จ

ที่มา: Shining3D

สแกนเนอร์ที่น่าสนใจ

ซอร์ฟแวร์ที่น่าสนใจและเหมาะกับงานสแกนเพื่อพิมพ์

เครื่องพิมพ์ระบบSLM

การสแกนงาน 3D เพื่อโปรโมทสินค้า ในทาง Marketing

การสแกนงาน 3D เพื่อโปรโมทสินค้า ในทาง Marketing

เทคโนโลยี 3D Scan ในปัจจุบันเป็นที่รู้จักและนิยมใช้แพร่หลายในวงการอุตสาหกรรมต่างๆ รวมไปถึงการสแกนสินค้าเพื่อนำไปโปรโมทสินค้าในรูปแบบ 3 มิติ เพื่อความสะดวกและเพิ่มมิติในการชมสินค้า

บริษัท เกรียงไทยวัฒนา กรุ๊ป จำกัด

บริษัท เกรียงไทยวัฒนา กรุ๊ป จำกัด เป็นบริษัทที่ขายสินค้าเกี่ยวกับเครื่องมือและเครื่องจักรหลายประเภท และรู้จักกันในชื่อ “Makita”

ทางบริษัทได้มีไอเดียในการโปรโมทสินค้าและนำเสนอตัวอย่างสินค้าในรูปแบบ 3D ซึ่งได้นำเครื่องสแกน 3D รุ่น Einscan H และ Einscan HX ไปใช้ในการสแกนสินค้าเพื่อนำไฟล์ลงโปรโมทที่หน้าเว็ปไซต์ของตนเอง ลูกค้าสามารถดูสินค้าได้ทุกมุมอย่างอิสระและเหมือนของจริงมากที่สุด บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Adidas และ Nike ได้นำ 3D Scan มาใช้ในการสแกนสินค้าเช่นกัน

โดยสินค้านี้สแกนโดยเครื่อง Einscan Hx

หลังจากการสแกน ต้องนำไฟล์ไปปรับแต่งผิวชิ้นงานหรือลบส่วนที่ไม่ต้องการออก เพื่อให้ได้ไฟล์ที่สมบูรณ์และพร้อมในการอัพโหลดขึ้นหน้าเว็ปไซต์

Einscan H และ Einscan Hx สามารถสแกนคนได้ ไม่ได้จำกัดเฉพาะสิ่งของเพียงอย่างเดียว สามารถนำไปต่อยอดทางการตลาดได้ เช่น การสแกนพรีเซ็นเตอร์คู่กับสินค้า เพื่อการแสดงผลแบบ 3 มิติ เพิ่มความแปลกใหม่และอิสระทางการรับชมสินค้าให้กับผู้บริโภคได้ หรือ ร้านที่ขายเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มต่างๆ สามารถสแกนคนเพื่อนำมาเป็นหุ่นลองชุด 3 มิติ ในเว็ปไซต์ได้ ช่วยให้การตัดสินใจของลูกค้าง่ายขึ้นเมื่อได้เห็นแบบ 3 มิติ มากกว่าแบบ 2 มิติ

สถานีพยากรณ์อากาศจาก3D Printing

สถานีพยากรณ์อากาศจาก3D Printing

สถาบันปฏิบัติการวิทยาศาสตร์แห่งชาติอากอนเน่ ของสหรัฐอเมริกาได้มีการทดลองสร้างสถานีพยากรณ์อากาศภาคสนามขึ้นด้วยการพิมพ์สามมิติ โดยการสร้างสถานีด้วยงบประมาณที่ต่ำเพื่อให้สามารถสร้างหลายๆแห่งได้ สืบเนื่องมาจากการสร้างสถานีชั่วคราวนั้นต้องใช้งบประมาณหลายพันดอลลาร์ต่อหนึ่งสถานีเพราะว่าวัสดุที่ใช้นั้นต้องทนต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอยู่ตลอด ทั้งการตากแดด โดนฝน หรือพายุบ้าง จึงทำให้การที่จะให้มีสถานีพยากรณ์อากาศอยู่ทุกพื้นที่จึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยเพราะค่าใช้จ่ายคือปัจจัยหลัก

ทางนักวิจัยจึงได้ทำการทดลองโดยใช้การพิมพ์สามมิติระบFDMเข้ามาช่วยในงานวิจัยครั้งนี้ โดยทำการทดลองวัสดุที่ใช้กับเครื่องพิมพ์สามมิติที่หาได้ทุกชนิด สุดท้ายแล้วทางทีมได้เลือกวัสดุASA (acrylonitrile styrene acrylate) เนื่องจากราคาค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับวัสดุอื่นๆและคุณสมบัติเหมาะสมต่องาน(ASA คือ วัสดุที่พัฒนามาจากABS พิมพ์ง่ายขึ้น ทนทานมากขึ้น)

ตำแหน่งของสถานี ใกล้กับสถานีถาวรเพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์

สถานีนี้เกิดจากการพิมพ์ชิ้นส่วนมากกว่า100ชิ้นมาประกอบกัน จากนั้นได้ทำการติดตั้งเซนเซอร์ต่างๆ เพื่อทำการวัดสิ่งที่สถานีนี้ทำการเก็บผลประกอบไปด้วยคือ อุณหภูมิและความชื้น ความดันอากาศ ความเร็วและทิศทางลม ค่าความเข้มรังสีอาทิตย์ และปริมาณน้ำฝน ซึ่งการทดลองครั้งนี้ได้กินเวลาถึง8เดือนและผลการทดลองเป็นที่น่าพอใจมากโดยนำค่าที่ได้นั้นมาเทียบกับสถานีแบบถาวร

สถานี นอร์แมน เมโวเนต

ซึ่งผลการทดลองจะแสดงดังรูปต่อไปนี้ (แนวนอนเป็นค่าจากสถานีจาก3D printing , แนวตั้งเป็นค่าจากสถานีนอร์แมน เมโนเวต)

ผลการทดลองวัดอุณหภูมิอากาศ
ค่ารังสีอาทิตย์
ทิศทางลม
ความเร็วลม
ค่าความกดอากาศ
ค่าความชื้นสัมพัทธ์

สามารถผลการทดลองเต็มรูปแบบได้ที่นี่เลย Argonne National Laboratory weather station

หากสนใจเครื่องพิมพ์ระบบFDM สามารถเลือกชมได้เลย