fbpx

Reverse Engineering กับการพิมพ์ตัวล็อกหน้ากากหมวกกันน็อค

Reverse Engineering กับการพิมพ์ตัวล็อกหน้ากากหมวกกันน็อค

Reverse Engineering เริ่มใช้กันอย่างแพร่หลายในวงวิศวกรรม ซึ่งเป็นกระบวนการที่สามารถสร้างสรรค์ชิ้นงานได้จากงานเก่าๆได้อย่างง่ายดาย หรือแม้กระทั่งการนำชิ้นงานที่ไม่สามารถหาได้อีกแล้วมาไว้ในคอมพิวเตอร์แล้วนำไปใช้ต่อได้ แต่กระบวนการนี้ไม่ได้จะใช้กับกระบวนการวิศวกรรมขั้นสูงสูงเท่านั้น ชิ้นส่วนในของใช้ทั่วไปก็ทำได้เช่นกันขอเพียงแค่มี3D Scannerก็จะง่ายขึ้นทันที

วันนี้เราขอยกเคสตัวอย่างของคุณ คัตสึยะ ทานะบิกิ ที่ทำการสแกนชิ้นส่วนด้วยเครื่องEinscan Pro2X ต่อด้วยใช้การReverse Engineering และพิมพ์ด้วย 3D Printer เพื่อทำตัวล็อกหน้ากากหมวกกันน็อตใช้เองเนื่องจากชิ้นนี้เป็นชิ้นส่วนที่มีการสึกหรอเป็นเรื่องปกติแต่กลับไม่มีขายซะงั้นทำให้ผู้ใช้มีทางเลือกแค่ว่าจะซื้อหน้ากากใหม่เลยหรือหมวกใหม่ดีซึ่งแน่นอนว่าของยังไม่พังซะหน่อย ในเมื่อเรามีเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สามารถสแกนชิ้นงานที่อยู่ในโลกจริงให้เข้าไปกลายเป็นไฟล์ในคอมพิวเตอร์แล้วก็ทำการแก้ไขหรือสร้างใหม่

เนื่องจากชิ้นงานที่ทำการสแกนนั้นมีขนาดที่เล็กมากเพื่อให้การสแกนสำเร็จและแม่นยำสูงสุดจึงทำการใช้โหมดFixed scan พร้อมชุด industrial pack

เมื่อหลังจากสแกนเสร็จแล้วก็จะทำการReverse Engineeringต่อได้เลย ในรูปก็จะเป็นข้อมูลที่ได้จากการสแกนหลังจากที่ปรับผิวเบื้องต้นในโปรแกรมแล้ว โดยคุรคัตสึยะจะใช้เป็นโปรแกรมFusion360


ขั้นแรก สร้างเส้นร่างของโมเดลขึ้นมาจากนั้นก็ทำการลากเส้นตามเส้นที่โปรแกรมร่างมาให้เพื่อสร้างเส้นsketchที่สามารถใช้งานได้

แล้วก็ทำการขึ้นรูปจากเส้นที่ร่างไว้จนเป็นรูปสามมิติ แล้วก็ทำการปรับโครงสร้างMeshให้เรียบเพื่อลดเหลี่ยมตามที่ต้องการ

เมื่อได้ไฟลืที่สมบูรณ์จนพอใจแล้วก็ทำการสั่งพิมพ์ด้วย3D Printerได้เลย หลังจากทีพิมพ์เสร็จเรียบร้อยแล้วก้นำมาใช้ได้ทันที

3D scannerเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างมากในการสร้างชิ้นงานที่มีความซับซ้อนสูงจากงานต้นแบบที่เคยทำไว้ เนื่องด้วยเครื่องสแกนมีความแม่นยำที่สูงทำให้งานที่สแกนมาแล้วนำมาใช้ต่อนั้นจึงมีความคลาดเคลื่อนน้อยมากทำให้ไม่ต้องไปวัดใหม่ให้ปวดหัว

สายรัดนาฬิกาใหม่ใช้ได้จริงด้วย 3D Printer

สายรัดนาฬิกาใหม่ใช้ได้จริงด้วย 3D Printer

FMD 3D Printer เป็นเครื่องพิมพ์สามมิติประเภทที่ราคาถูกที่สุดในทุกชนิดและความสามารถของมันแทบจะครอบจักรวาลแล้วเพราะด้วยตัววัสดุที่หาง่ายและมีความหลากหลายมากที่สุดอีกทั้งยังสามารถใช้จริงได้อีกด้วย(ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ผู้ใช้เลือกด้วยนะ)

ครั้งนี้เราได้ลองทำสายนาฬิกาข้อมือใช้กับของแบรนด์Casio เพื่อที่จะทดแทนของเก่าที่ชำรุดจนดูไม่ได้แล้ว ในเมื่อเรามีเครื่องพิมพ์อยู่แล้วก็ใช้เครื่องเรานี่แหละทำของมาใช้เอาซะเลย

ของเก่าที่หมดสภาพพร้อมขาดได้ทุกเมื่อ

อุปกรณ์ที่เราจะใช้วันนี้ประกอบด้วย FDM 3D printer ระบบ Direct drive (เราเลือกFlashforge Finder น้องเล็กสุดเพราะงานไม่ใหญ่มาก) กับเส้นพลาสติกประเภทFlexible โดยใช้ esun eFlex

พิมพ์เรียบร้อยใช้เวลาไม่ถึง2ชั่วโมง
แกะหมุดออกจากของเก่ามาแล้วใส่ของใหม่เข้าไปแทน

Q:สายที่ทำจากครื่องพิมพ์จะใช้ได้จริงหรอ จะทนทานพอมั้ย?
A:เส้นFlexibleที่นำมาใช้นั้นมีความแข็งอยู่ที่ 87A ของ Shore hardness ซึ่งมีความแข็งเทียบเท่ากับส้นของรองเท้าอย่างดีคู่นึงเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีความยืดหยุ่นทนทานต่อการบิดงอแน่นอน เผลอๆอาจดีกว่าของเก่าด้วยนะ

**เหนียวแค่ไหนให้ภาพมันเล่าเรื่องเอาดีกว่า

งานPrototypeที่ใช้วัสดุประเภทยางมาทำนั้นสามารถพิมพ์ได้ไม่ยากและทดสอบได้จริง ใช้งานได้จริง

FDM ระบบ Direct Drive ที่ใช้ได้กับงานที่หลากหลาย

Custom รถเก่าให้ง่ายขึ้นด้วย3D Printer

Custom รถเก่าให้ง่ายขึ้นด้วย3D Printer

Ringbrothers อู่รถชื่อดังในสหรัฐฯที่มีชื่อเสียงในด้านการทำรถCusutom โดยการนำรถรุ่นเก่าระดับตำนานหรือรถเก่าๆทั่วมาทำใหม่ให้ใช้งานได้เหมือนรถใหม่ที่ได้ทั้งฟีเจอร์ในการขับขี่และรูปลักษณ์ที่สวยงาม
ความท้าทายหลักของงานนี้คือการสร้างชิ้นส่วนที่มีความเฉพาะตัวและคุณภาพสูงอีกทั้งยังต้องคิดเรื่องค่าใช้จ่ายในการออกแบบ ทดสอบและสั่งผลิตต้องมีความสมดุลกัน เพราะการทำชิ้นส่วนแบบCustomนั้นมีต้นทุนที่สูงพอสมควรเลย

การลดช่องว่างระหว่างงานดิจิทัลและงานกายภาพเพื่อเร่งการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ

การเข้ามามีบทบาทมากขึ้นของ3D Printerนั้นทำให้งานระยะเวลาในการทำงานระหว่างการออกแบบไปสู่การผลิตนั้นมีความรวดเร็วมากขึ้นอีกทั้งยังลดต้นทุนได้ดีอีกด้วย

ขั้นตอนการทำงานของพวกเขาคือการออกแบบชิ้นส่วนที่ต้องการขึ้นในคอมพิวเตอร์จากนั้นก็ทำการสั่งผลิตด้วยCNC เมื่อได้ชิ้นส่วนมาแล้วก็ทำการทดสอบเพื่อใช้งานกับรถจริงก่อนที่จะผลิตชิ้นงานจริงขึ้นมาอีกครั้ง และเมื่อทดสอบผ่านก็สามารถผลิตชิ้นส่วนได้ทันที จะเห็ว่าขั้นตอนการทำงานของพวกเขานั้นอาจจะไม่ได้หลายขั้นตอนมากนักแต่ปัญหาก็คือ เมื่อการทดสอบไม่ผ่านพวกเขาจะต้องสั่งชิ้นงานขึ้นมาใหม่อีกครั้งซึ่งการสั่งชิ้นงานจากCNCนั้นต้องใช้เวลาพอสมควรและมีราคาสำหรับการทดสอบที่สูงจึงทำให้การทำงานนี้

การเข้ามาของ3D Printerนั้นทำให้เวลาในขั้นตอนดังกล่าวลดลงอย่างมากอีกทั้งยังทำให้ราคาในการทดสอบลดลงอย่างมหาศาลและยังเพิ่มอิสระในการออกแบบให้กับทีนักพัฒนาอย่างมหาศาลเลยทีเดียว

3D Printer ระบบ SLA จาก Formlabs นั้นตอบโจทย์ทีมนักพัมนาจากRingbrothers เพราะชิ้นงานที่พิมพ์ออกมานั้นสามารถใช้ได้อย่างรวดเร็วอีกทั้งยังมีความแม่นยำสูงมากอีกด้วย มีชิ้นงานตัวอย่างที่ทำจากเครื่องFormlabsสามารถดูจากด้านล่างได้เลย

ชุดประกอบของกระจกทำจาก Tough resin


โลโก้Cadillac ที่พิมพ์ด้วย castible Wax จากนั้นนำไปหล่อโลหะและนำมาใช้จริง


ฐานล้อกกระจกจาก Rigid Resin


ด้ามหมุนกระจกจาก Tough Resin

เนื่องด้วยFormlabsมีเรซิ่นให้เลือกได้อย่างมากมายทำให้ตอบโจทย์งานได้หลากหลายรูปแบบ อีกทั้งงานพิมพ์ออกมานั้นยังสามารถใช้จริงได้เรียกได้ว่าบางชิ้นพิมพ์ออกมาเพื่อทดแทนของเก่าอย่างแท้จริง

Filamentที่ใช้ได้อย่างยั่งยืนจากขยะฝังกลบ

Filamentที่ใช้ได้อย่างยั่งยืนจากขยะฝังกลบ

ช่วงเวลานี้ฝั่งตะวันกำลังอยู่ในเทรนด์”วัสดุรักษ์โลก”กำลังเป็นที่นิยมในวงการต่างๆ รวมถึงวงการ3D Printing ด้วยเช่นกัน

บริษัท UBQ Materials ได้ทำการจับมือกับบริษัทR&Dด้านพลาสติก Plastic App ในการสรา้งFilamentที่ทำจากขยะที่ถูกฝังกลบ
ทีมวิจัยได้กล่าวว่าวัสดุที่พวกเขาผลิตนั้นช่วยลดร่อยรอยคาร์บอนลงอย่างมากเมื่อเทียบกับพลาสติกที่ผลิตจากน้ำมันดิบแบบทั่วๆไป เนื่องจากการผลิตวัสดุนี้ทำมากจากการนำขยะที่ถูกฝังกลบไปแล้วมาปั่นบดเพื่อเข้าสู่กระบวนการทำเม็ดพลาสติกอีกครั้งและนำมาใช้ในกระบวนการฉีดขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆและการขึ้นรูปเป็นเส้นใย

ขยะที่ถูกนำมาใช้ในการผลิตพลาสติก
เม็ดพลาสติกจากกระบวนการผลิตจากขยะฝังกลบ

หลังจากที่ทีมนี้ได้ประสบความสำเร็จในการทำพลาสติกจากขยะขึ้นมาใช้งานได้สำเร็จ ก็ได้ทำการพัฒนาต่อเพื่อที่จะใช้พลาสติกเหล่านี้เพื่อที่จะใช้ในเครื่อง3D Printer เพราะการใช้พลาสติกด้วยกระบวนการ3D Printing นั้นก็เป็นการลดร่องรอยคาร์บอนอยู่แล้ว เนื่องจากจะพลาสติกน้อยลงกว่าการผลิตแบบทั่วไป อีกทั้งการใช้3D Printing ยังสามารถสรา้งชิ้นงานต้นแบบ อุปกรณ์จับยืด และชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆได้และยังสามารถประยุกต์ไปได้อีกหลายๆทาง

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากพลาสติกจากขยะฝังกลบ
การขึ้นรูปพลาสติกเป็นเส้นเพื่อใส้กับ 3D Printing

โดยวัสดุที่จะนำมาผลิตเป็นFilamentก็คือโพลีโพไพลีน(PP) ที่เป็นวัสดุบรรจุอาหารและถุงพลาสติกหลายๆประเภท ซึ่งเป็นวัสดุที่มีคุณภาพสูงมากในวงการอุตสาหกรรมเพราะมีประสิทธิภาพสูงมากเหมาะสำหรับการผลิตชิ้นงานประเภทต่างๆ อีกทั้งยังได้เสริมวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เพื่อให้สามารถพิมพ์ได้ง่ายขึ้นจะส่งผลให้ผลิตชิ้นงานได้ตามที่ต้องการ

การทดสอบFilamentจากขยะนี้ทางUBQ Plastic app ได้ทำการทดสอบพิมพ์กระถางต้นไม้โดยใช้เครื่อง Flashforge Creator3 ในการทดสอบพิมพ์สามารถดูการพิมพ์จากวิดีโอด้านล่างนี้ได้เลย





3D Printing FDM นั้นเป็นระบบการพิมพ์พลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด เนื่องจากใช้วัสดุที่น้อยและไม่ต้องผ่านขั้นตอนหลังจากพิมพ์เสร็จใดๆ(เว้นแต่เป็นวัสดุผลสมโลหะและเซรามิก) ทำให้วัสดุที่ถูกทิ้งมีน้อยมาก จึงทำให้การพัฒนาวัสดุรักษ์โลกเพื่อมาใช้กับ3D Printing FDMนั้นมีการทำอย่างต่อเนื่อง

FDM 3D Printing ระดับ Industrials grade คุณภาพสูงจาก Flashforge 3D Printer

3D Scanner ช่วยพัฒนารถดับเพลิงได้อย่างไร

3D Scanner ช่วยพัฒนารถดับเพลิงได้อย่างไร

Rosenbauer Group เป็นหนึ่งในสามผู้ผลิตยานพาหนะดับเพลิง และอุปกรณ์ดับเพลิงรายใหญ่ที่สุดของโลก บริษัทได้พัฒนา และผลิตยานพาหนะ รวมไปถึงอุปกรณ์ระบบดับเพลิง และโซลูชันดิจิทัล สำหรับบริการดับเพลิงระดับมืออาชีพ ทีมงานจาก Rosenbauer Group Karlsruhe ได้มาเยี่ยมชม SHINING-3D เป้าหมายในการมาครั้งนี้ เพื่อนำระบบ 3D-Scanning ไปออกแบบชิ้นส่วน และอุปกรณ์ของรถดับเพลิง และปรับปรุงกระบวนการออกแบบ 3D ในวันนั้น SHINING-3D ได้แนะนำอย่างละเอียดเกี่ยวกับวิธีการใช้งาน และปรับแต่งรถดับเพลิง รวมไปถึงการเสริมอุปกรณ์ให้รถดับเพลิงให้ได้ตามความต้องการเฉพาะของลูกค้า

ซึ่งระบบ 3D-Scanning สิ่งนี้ สามารถช่วยให้ทีมงาน Rosenbauer Group ตอบสนองความคิดเห็นของลูกค้า และความต้องการของลูกค้าในการปรับแต่งส่วนต่างๆ และพัฒนาอุปกรณ์ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดเวลาได้อย่างมาก โดยทาง SHINING-3D ได้นำ EinScan Pro HD มาทดสอบ เพราะมีน้ำหนักเบา มีความสามารถในการจับวัตถุมืด หรือพื้นผิวสีเข้ม ช่วยให้ได้รับข้อมูลที่รวดเร็ว และที่สำคัญมีข้อจำกัดน้อยลงขณะสแกนวัตถุ

การรับข้อมูล 3 มิติที่สะดวก และไม่ซับซ้อนด้วย EinScan Pro HD ไม่ว่าจากด้านบน
หรือจากด้านข้าง และมีน้ำหนักเบา ช่วยให้ใช้งานได้คล่องตัว และสะดวกสบาย
มีความเร็วในการสแกนที่รวดเร็วเพื่อประสิทธิภาพสูง และทีมงานสามารถสแกนห้องโดยสารของรถดับเพลิง ได้ภายในระยะเวลาอันสั้น

การใช้ EinScan Pro HD ในการสแกนส่วนต่างๆ ของรถดับเพลิงทำให้สามารถรับข้อมูล 3 มิติที่แม่นยำ เที่ยงตรง และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเรนเดอร์ใน 3D Rending Software Keyshot

การประมวลผล และสามารถประเมินข้อมูลการสแกนที่หน้างานได้ทันที
สามารถแสดงผลการแสกนได้ทันทีใน 3D Rending Software Keyshot
สามารถแสดงผลการแสกนได้ทันทีใน 3D Rending Software Keyshot
สามารถแสดงผลการแสกนได้ทันทีใน 3D Rending Software Keyshot

ทีมงาน Rosenbauer Group จะนำข้อมูลการสแกนนี้ เพื่อไปปรับแต่งผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของลูกค้า โครงการนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า EinScan Pro HD เป็นที่เหมาะอย่างยิ่งในการบันทึกข้อมูล 3 มิติ ที่มีความแม่นยำสูงสำหรับวัตถุต่างๆ มากมาย สามารถช่วยให้ผู้ใช้งานก้าวไปอีกขั้นในการเดินทางของเทคโนโลยีดิจิทัล

แก้ปัญหาเกือกม้าอุดตันด้วย3D printing จาก Flashforge

แก้ปัญหาเกือกม้าอุดตันด้วย3D printing จาก Flashforge

Flashforge 3d printerได้ร่วมมือกับทางบริษัทผู้ผลิตรองเท้าในออสเตรเลีย Pegasus Shoeingเพื่อที่จะช่วยเหลือม้าแข่งในการสร้างอุปกรณืที่ช่วยป้องกันการบาดเจ็บที่บริเวณเท้าของม้า

ม้าที่ถูกนำมาใช้งานนั้นจะต้องผ่านการตอกเกือกม้าเพื่อติดกับเท้าของม้าก่อนเสมอ เกือกม้าจะทำหน้าที่เสมือนรองเท้าเพื่อไ่ม่ให้ม้ามีการบาดเจ็บจากการเดินวิ่งในระยะยาว แต่สำหรับม้าที่ต้องทำงานหนักๆเช่น ม้าแข่ง ม้าลากจูง เกือกม้านั้นอาจจะไม่เพียงพอ
ระหว่างที่ม้าเดินวิ่งไปในที่ต่างๆนั้นจะมีการเหยียบย่ำสิ่งต่างๆอยู่เสมอทั้งดินหินทรายต่างๆ ซึ่งระหว่างนั้นจะทำให้มีเศษเหล่านั้นมาสะสมอยู่ที่บริเวณเกือกม้าได้ซึ่งจะส่งผลให้ม้าเดินวิ่งได้ไม่ค่อยสะดวกนัก แต่หากสะสมเป็นเวลานานอาจจะทำให้มีเศษมากขึ้นจะทำให้ระหว่างเดินเหมือนกับการเดินบนดินตรงๆส่งผลให้บาดเจ็บได้

การทำรองเท้าให้ม้าในครั้งนี้ไม่ใช่การทำเพื่อทดแทนเกือกม้าแต่อย่างใด แต่เพื่อเสริมประสิทธิภาพของเกือกม้าและตัวม้าเองด้วย จึงต้องมาการออกแบบ ทดลองใช้งานและศึกษาวัสดุที่เหมาะสมมาใช้งานอยู่หลายครั้งกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ

โจทย์ที่สำคัญสำหรับการออกแบบรองเท้าม้านี้คือ รูปทรงต้องกระชับกับเท้าม้าและเกือกม้าเพื่อไม่ให้ม้ารู้สึกไม่สบายระหว่างที่ใส่ มีความทนทานและมีน้ำหนักเบาด้วย

ขั้นแรกจะทำการออกแบบรองเท้าขึ้นมาโดยจะทำการสแกนเท้าของม้าก่อน แต่พวกเขาจะใช้เครื่องX-rayในการสแกนกีบม้าแล้วทำการวัดขนาดส่วนต่างๆจากนั้นก็นำข้อมูลที่ได้ไปทำการออกแบบรองเท้าขึ้นมา

จากนั้นก็จะทำการพิมพ์รองเท้านี้ขึ้นมา โดยวัสดุที่เลือกใช้จะเป็น Nylon carbon fiber(PA-CF) เพราะเป็นวัสดุเดียวที่มีทั้งความทนทานและน้ำหนักที่เบาในตัวเอง และทำการพิมพ์ด้วยเครื่องflashforge GuiderIIs และ flashforge Creator3

ชิ้นงานที่พิมพ์ออกมานั้นจะมีสองส่วนด้วยกันคือส่วนที่รองเกือกม้าด้านในและส่วนครอบด้านนอก นำชิ้นส่วนรองเกือกม้าด้านในใส่ก่อนจากนั้นก็ตอกเกือกม้าลงไป หลังจากติดแล้วจะมีช่องว่างจะทำการอุดด้วยวัสดุทางทันตกรรม(ในรูปจะเป็นสีชมพูเหมือนกาว) เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือจะพันด้วยเทปเคลือบไฟเบอร์กลาสเพื่อป้องกันเศษดินเข้ามาอุดันและให้รองเท้ากระชับกับเท้าม้า ทำให้ม้าสามารถใช้งานได้เต็มที่

 

3D Printer ในระบบFDM ยังคงเป็นทางเลือกการผลิตงานในหลายๆวงการ ถึงแม้จะไม่ได้มีความละเอียดสูงเท่ากับระบบอื่น แต่ประเภทวัสดุที่มีให้เลือกใช้นั้นมีหลากหลายมากตั้งแต่พลาสติกพื้นฐานอย่างPLAไปจนถึงพลาสติกเกรดอุตสาหกรรมอย่าง PA-CF(ไนลอน-คาร์บอนไฟเบอร์) ,PC(โพลีคาร์บอเนต) เป็นต้น

Flashforge 3D Printer มีเครื่องพิมพ์สามมิติที่รองรับพลาสติกเกรดอุตสาหกรรมในราคาเอื้อมถึง

Coronavirus: 3D printers save hospital with valves

Coronavirus: 3D printers save hospital with valves

บริษัทเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ในอิตาลีได้ออกแบบและพิมพ์วาล์วช่วยหายใจสำหรับช่วยชีวิต 100 ชิ้นใน 24 ชั่วโมงให้กับโรงพยาบาลที่ต้องการใช้งานวาล์วเชื่อมต่อผู้ป่วยในผู้ป่วยหนักกับเครื่องช่วยหายใจ โรงพยาบาลในเบรสเซียมีผู้ป่วยโคโรนาไวรัส 250 รายในผู้ป่วยหนักและวาล์วได้รับการออกแบบมาให้ใช้งานได้ครั้งละไม่เกินแปดชั่วโมง เวอร์ชันที่พิมพ์ 3 มิติมีราคาต่ำกว่า 1 ยูโร(37.32บาท) ในการผลิตแต่ละชิ้นและต้นแบบใช้เวลาในการออกแบบสามชั่วโมง

Nunzia Vallini นักข่าวชาวอิตาลีแจ้งให้โรงพยาบาลติดต่อกับ Cristian Fracassi ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Isinnova หลังจากพบว่าซัพพลายเออร์เดิมไม่สามารถจัดหาวาล์วใหม่ได้อย่างรวดเร็ว เขาและวิศวกรเครื่องกล Alessandro Romaioli วิ่งไปที่นั่นเพื่อดูวาล์วด้วยตัวเองและสามชั่วโมงต่อมาก็กลับมาพร้อมกับต้นแบบ “พวกเขาทดสอบกับคนไข้คนหนึ่งและบอกเราว่ามันใช้งานได้ดีเราจึงวิ่งกลับไปที่สำนักงานอีกครั้งและเราก็เริ่มพิมพ์วาล์วใหม่” Mr Romaioli กล่าวกับ BBC News
จากนั้นทั้งคู่ก็เข้าร่วมกับ Lonati ซึ่งเป็นบริษัทเครื่องพิมพ์สามมิติ ในท้องถิ่นอีกแห่งเพื่อตอบสนองความต้องการเนื่องจาก Isinnova มีเครื่องพิมพ์หกเครื่องและอุปกรณ์ต่างๆใช้เวลาพิมพ์ประมาณหนึ่งชั่วโมงในแต่ละครั้ง

ที่มา: BBC.com

การนำ Einscan Pro ไปใช้ในงานศิลปะฝาผนังถ้ำในโคลอมเบียโดย ATEgroup

การนำ Einscan Pro ไปใช้ในงานศิลปะฝาผนังถ้ำในโคลอมเบียโดย ATEgroup

การใช้เครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ ได้เมีการนำไปใช้งานในหลายๆ ด้านอย่างบทความนี้ก็เช่นกัน ซึ่งในโคลอมเบียได้มีสถานที่ที่เป็นสิ่งสวยงามตามธรรมชาติอยู่มากมาย พร้อมทั้งภูมิประเทศนั้นมีสถานที่น่าทึ่งมากมาย และในเขต Sonsón (Department of Antioquia) มีสถานที่สวยงามมากๆ เป็นพื้นที่ที่แถบจะไม่เหมือนใครเลยทีเดียว แถบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะเป็นสิ่งที่มีอยู่จริงมันเหมือนกับในนิยายเลย ซึ่งสิ่งนั้นก็คือ Karst belt ของ Sonsón

Karst belt คืออะไร?
Karst belt คือการก่อตัวขึ้นระหว่างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากน้ำที่เป็นกรดทำปฏิกิริยากับหินปูนสร้างสารโซเดียมไบคาร์บอเนตซึ่งละลายน้ำได้ เมื่อน้ำที่ชั้นผิวดินและพื้นดินมาปะทะกันในรอยแยกของหินจึงทำให้เกิดการละลายและเกิดเป็นรูปร่างขึ้นมา สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ผู้คนที่มาพบเห็นชื่นชอบเป็นอย่างมากและควรค่าแก่การให้เยี่ยมชมต่อโลกภายนอก แต่ความงดงามจริงๆ ของสิ่งเหล่านี้มักจะซ่อนอยู่ภายในของมัน เพราะเมื่อสั่งเกตุที่ชั้นของเนื้อหินจะสามารถพบเศษหิวอ่อนได้ไอย่างชัดเจน ซึ่งหินอ่อนจะเป็นหินที่เกิดขึ้นขึ้นเมื่อหินปูนที่อยู่ภายใต้อุณหภูมิที่สูงๆ รวมกับความกดอาการสูง สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดการตกผลึกขึ้นมาเป็นรูปร่าง ตามภาพสถานที่ใน Sonsón ยังมีความลับซ่อนอยู่อีกประการหนึ่งซึ่งภายในถ้ำจะมีกำผนังกำแพงที่ถูกปกคลุมไปด้วย Petroglyph ที่คนรุ่นก่อนๆ ได้สร้างขึ้นมาเมื่อหายพันปีก่อน

สถานที่ทำการศึกษาภาพวากผนังถ้ำ

Petroglyph หรือเรียกอีกอย่างว่า “ศิลปะบนหิน” ทำหน้าที่เมื่อเครื่องมืที่จะสื่อสารจากคนรุ่นก่อนเมื่อหลายพันปีก่อนหน้านี้ ซึ่งในช่วงนั้นจะยังไม่มีดินสอและกระดาษ ก่อนที่เทคโนโลยีการสื่อสารของสมัยใหม่จะถือกำเนิดขึ้นมา การสรา้งภาพวาดบนผาผนังถูกวาดด้วยสีหรือการแกะสลักเป็นแบบนูนต่ำด้วยเครื่องมือของยุคหิน ภาพวาดเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติและควรแก่การการอนุรักษ์เป็นอย่างมาก ต้องขอบคุณพวกเขาเป็นอย่างมากที่ทำให้เรารู้ว่าบรรพบุรุษมีการสื่อสารกันอย่างไรในสมัยก่อนหน้านี้ และการสื่อสารตั้งแต่สมัครก่อนนั้นมีการพัฒนาอย่างไรบ้าง ซึ่งพวกเขาทไให้ได้เห็นสิ่งเหลานี้ได้อย่างชัดเจน

Petroglyph “El Búho”

การที่ได้พบแร่ที่มีค่า เช่น ทองคำมรกตเพชรหรือหินอ่อน ในสถานที่เหล่านี้มันก็กลายเป็นแหล่งขุดค้นที่ทำกันอย่างรวดเร็วนั้นทำให้สิ่งเเหล่านี้อาจจะถูกทำลาย ดังนั้นจึงมีคำถามที่ถูตั้งขึ้นมาว่า Petroglyph จะต้องถูกเก็ยรักษาไว้อย่างไรนขณะที่มนุษย์สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้ไปพร้อมๆ กัน นอกจากนี้สิ่งที่มีผลต่อการเสียหายของ Petroglyph อีกอย่างก็คือสภาพอาการและภัยธรรมชาติทีมีผลต่อในระยะเวลาที่นานๆ วันเข้า สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ควรจะมองข้าม ปัญหาเหล่านี้พวกเขาจะแก้ไขมันอย่างไร เหล่านี้คือคำถามที่พวกเขาได้ไปพบเจอและคิดกันอยู่หลายวันเพื่อให้ได้ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับสิ่งที่ถือเป็นมรดกของมนุษยชาติ และสิ่งที่พวกเข้าคิดออกก็คือการนำเทคโนโลยีที่เรียกว่า 3D Scanner เข้ามาช่วยเกี่ยวกับปัญหาเหล่านี้
การใช้เครื่อง 3D Scanner เข้ามาช่วยแก้ปัญหาการเก็บรักษาสิ่งเห่านี้ได้อย่างไร
ปัจจุบันความลึก ความสูง และรูปร่าง และแม้กระทั้งแต่สีสามารถทำการเก็ยให้เป็นข้อมูลแบบดิจิตอลได้โดยใช้เทคโนโลยีการสแกน 3D การสแกน Petroglyph ให้ออกมาเป็นภาพ 3D เป็นวิธีที่ดีมากๆ สำหรับการรักษาศิลปะหิวพวกนี้ไว้และยังแบ่งปันข้อมูลให้ผู้อื่นได้แบบออนไลน์สำหรับการทำวิจัย อยู่ที่ไหนก็สามารถศึกษามันได้แต่ไม่ต้องมาที่สถานที่จริง เครื่องที่พวกเขานำมาให้เก็บข้อมูลแบบ 3D นั้นคือ Einscan Pro Plus เป็นเครื่องสแกนเนอร์ 3D จากค่าย Shining3d ที่ใช้แสงในการสแกนจับภาพให้ออกมาเป็นรูปทรงเรขาคณิตที่ซับซ้อน สามารถแสดงความลึกของวัตถุได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำและเสมือนจริงมากๆ

การใช้เครื่อง Einscan Pro Plus + color module
เครื่อง Einscan Pro Plus + color module

ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้เครื่อง Einscan Pro Plus นั้นออกมาได้ดีเป็นที่น่าพอใจอย่างมากซึี่งเมื่อทำการสแกนนั้น Software สามารถวิเคาระห์รายละเอียดและลักษณะเฉพาะจองการสแกน Petroglyph ได้อย่างละเอียด การนำเทคโนโลยีการสแกน 3D เข้ามาช่วยเก็บข้อมูลเหมือนกับกรทำสำเนาจากวัตถุงานจริงมาเป็นในรูปแบบข้อมูลดิจิตอลของ Petroglyph มันสามารถได้ทั้งความแม่นยำ และยังเป็นการปกป้องงานแกะสลักโบราณเหล่านี้ให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดจากการเข้าไปวิจัยของมนุษย์ เเละนอกจากนี้พวกเขายังอัพโหลดไฟล์ 3D ไปยังโลกออนไลน์ที่สามารถเข้าไปชมกันได้ สามารถดูตัวอย่างได้ที่นี่ : https://sketchfab.com/GRUTA

ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้เครื่อง Einscan Pro Plus + color module
ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้เครื่อง Einscan Pro Plus + color module
ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้เครื่อง Einscan Pro Plus + color module
ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้เครื่อง Einscan Pro Plus + color module

เกี่ยวกับ ATEgroup พวกเขามีประสบการณ์มากกว่า 20 ปีในด้านการใช้เทคโนโลยี 3D นำเสนอบริการจาการสแกน 3D เสมือนจริงทางด้านวิศวกรรมย้อนกลับและกาตรวจสอบทางมาตรวิทยาพวกเขาได้ทำงานให้กับลูกค้าและคู่ค้าทั้งในและนอกประเทศโคลอมเบีย บทความจาก SHINING 3D

The expedition team from ATEgroup

ออกแบบเคสนาฬิกาเอง!! ใช้งานเอง!! แบบง่ายๆ

ออกแบบเคสนาฬิกาเอง!! ใช้งานเอง!! แบบง่ายๆ

วันนี้เราจะมาว่าด้วยเรื่องของการออกแบบเคสนาฬิกาใช้งานเอง ซึ่งเอาจริงๆ เลยตอนแรกนั้นรุ่นน้องของผมเองที่ออฟฟิศใช้นาฬิกา รุ่น Xiaomi Amazfit GTS แล้วเกิดอยากได้เคสของนาฬิการุ่นนี้เพื่อไม่อยากให้ตัวเครื่องเป็นรอยก็ได้สั่งเคสจากใน shopee มาแต่ผลที่ได้คือเคสที่สั่งมานั้นใส่กับตัวของนาฬิกาไม่ได้ ก็เลยมีความคิดที่ว่าเราสามารถออกแบบตัวเคสเองได้นิเพราะ เรามีทั้งเครื่องสแกนเนอร์และเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ก็เลยลงมือทำเองซะเลย โดยหลักๆ แล้วการออกแบบนี้นั้นก็จะใช้สกิลและเครื่องมือพอสมควรอยู่นะครับ เดี๋ยวผมจะมาอธิบายการทำตั้งแต่เริ่มต้นกันเลยดีกว่า

ขั้นตอนของการสแกนนาฬิการต้นแบบ
เครื่องที่ผมเลือกใช้นั้นจะเหมาะกับงานที่มีขนาดเล็กเป็นหลัก และตัวเครื่องจะมีการทำงานที่ง่ายมากๆ คือเครื่อง Shining 3D AutoScan Inspec เราแค่คลิกเม้าส์ไม่กี่ครั้งก็ได้ตัวอย่างนาฬิกาที่จะไปทำเคสออกมาแล้ว ซึ่งตัวนาฬิกา Xiaomi Amazfit GTS นั้นจะเป็นสีดำจะทำให้เครื่องสแกนเนอร์ไม่สามารถสแกนได้ และหน้าจอเป็นกระจก ดังนั้นผมจึงใช้สเปรย์แป้งเพื่อให้ตัวนาฬิกามีสีที่สว่างและง่ายต่อการนำไปสแกนกับเครื่อง AutoScan Inspec เราก็แค่ใส่เข้าไปในแท่นจับของตัวเครื่องและก็กดสแกนตามปกติ เมื่อเราสแกนด้านที่ 1 ได้แล้วก้ให้พลิกตัวนาฬิกาขึ้นมาอีกด้านที่ยังไม่ได้สแกน จากนั้นโปรแกรมของเครื่องสแกนเนอร์จะทำการ align ตัวชิ้นงานให้เองอัตโนมัติ ซึี่งผมขออธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องสแกนเนอร์ตัวนี้หน่อยคือสามารถสแกนงานได้ขนาดใหญ่สุดที่ 10*10*7.5 cm ให้ความละเอียดที่ตัวชิ้นงานได้ที่ 10um (0.01 mm) มีระบบการทำงานแบบ 3 แกนที่จะมุนตัวชิ้นงานเองอัตโนมัติ และใช้แสงในการสแกนเป็นแบบ Blue Light ส่วนนามสกุลไฟล์ที่เราได้จากการสแกนเสร็จนั้นคือ .STL หรือสามารถดูรีวิวเกี่ยวกับตัวเครื่องเพิ่มเติมได้ ที่นี่

AutoScan-INspec Desktop 3D Inspection System
รายละเอียดเกี่ยวกับตัวเครื่อง Autoscan-Inspec
พ่ยสเปรย์แป้งเพื่อให้ตัวงานสแสกนได้งานขึ้น ถ้าเป็นสีดำ มันเงา หรือใสจะสแกนไม่ได้
เริ่มการสแกนโดยตัวเครื่องจะหมุนชิ้นงานให้เราเองอัติโนมัติ
เมื่อสแกนเสร็จเรียบร้อยจะได้ไฟล์นามสกุล .STL ลักษณะตามนี้

ขั้นตอนการแก้ไข Revers Engineer โดยใช้ Solid Edge Software
มาถึงขั้นตอนนี้จะค่อนข้างยากนิดหนึ่งแต่สำหรับผู้ที่มีความสามารถทางด้าน Software การเขียน CAD 3D อยู่แล้วก็จะง่ายมากๆ เลยละครับ แต่สำหรับผมเองก็พอทำได้บ้าง ซึ่งเจ้า Software Solid Edge อันนี้จะเป็นตัวที่จะมีพร้อมๆ กับเครื่องสแกนเนอร์อยู่แล้วการใช้งานก็จะคล้ายๆ กับ SolidWorks เลยแต่เครื่องมือจะไม่ได้เหมือนกัน ไฟล์ที่เรานำมาเปิดเพื่อทำการ Revers Engineer ผมจะลดขนาดจาก Software ของเครื่องสแกนเนอร์ก่อนจาก 70MB ให้เหลืออยู่ 30MB เพราะว่าอะไร ถ้าไฟล์งานที่นำมาทำงานมีขนาดใหญ่เกินไปแน่นอนว่ากระตุกแน่ๆ ใน Software Revers Engineer ผมเลยเลือกที่จะลดให้ไฟล์เล็กลงแต่ความละเอียดของตัวงานนั้นจะยังเป็นที่ยอมรับได้อยู่เพราะเคสของนาฬิกาก็จะมีขนาดใหญ่กว่าตัวเรือนอยู่แล้ว ผมจะตั้ง Offset ของผิวงานให้ออกมาจากไฟล์ 3D scan ประมาณ 0.2-0.5 mm เพื่อชดเชยเมื่อนำไฟล์ที่ได้จากการ Revers Engineer นั้นไปพิมพ์ขึ้นตัวชิ้นงานจริงจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติในขึ้นตอนถัดไป การออกแบบผมเลือกที่จะทำเป็นชิ้นด้านบน และด้านล่างแยกกัน เพื่อป้องกันได้ทั้งตัวเรือนของนาฬิกาเราไปดูการออกแบบกันเลยดีกว่าครับ

Software Solid Edge ใช้ในการ Revers Engineer
Software Solid Edge ใช้ในการ Revers Engineer
Software Solid Edge ใช้ในการ Revers Engineer
Software Solid Edge ใช้ในการ Revers Engineer
ไฟล์งานที่พร้อมจะนำไปพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ
ไฟล์งานที่พร้อมจะนำไปพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

ขั้นตอนการขึ้นรูปต้นแบบด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ
ในขั้นตอนนี้ผมจะใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติ ของค่าย Formlabs Form3 เป็นเครื่องที่ใช้ระบบ SLA ที่ให้ความละเอียดสูงที่ 25um(0.025mm) และมีน้ำยาให้เลือกหลากหลายในการใช้งานบางชนิดน้ำยาสามารถนำไปใช้งานได้จริงด้วยปต่ผมได้เลือกน้ำยาที่ใช้งานต้นแบบคือ Standard Clear ก็คือเรซิ่นชนิดธรรมดาแต่เป็นสีใส ก่อนอื่นเลยเมื่อเรานำไฟล์ที่ได้มานั้นมาจัดเรียกตำแหน่งที่เหมาะสม ผมจะเลือกเอียงงานให้จุดแรกที่ขึ้นตัวงานนั้นเป็นจุกที่เล็กทีสุดและด้านบนจะเป็นส่วนที่ผมจะไม่อยากให้ส่วนที่เรียกว่า Support ไปแตะโดนเพราะเวลาเราแกะ Support ออกนั้นจะต้องนำมาขัดออกเองก็เลยจะเลือกด้านที่เป็นจุดที่มีพื้นที่ผิวที่เยอะและเรียบไปสัมผัสกับส่วน Support ความละเอียดที่ผมเลือกคือ 100um (0.1 mm) ก็จะใช้เวลาในการพิมพ์ประมาณ 3-4 ชั่วโมง เมื่อเราพิมพ์เสร็จเรียบร้อยแล้วก็ต้องนำไปล้างด้วยน้ำยาล้าง IPA และผมจะรีบนำไปเป่าด้วยปั้มลมเพื่อให้ตัวงานไม่เกิดคราบจากการล้าง เมื่อแน่ใจว่าแห้งเรียบร้อยแล้วให้นำตัวชิ้นงานไปอบประมาณ 10-15 นาที อุณหภูมิ 50-60 องศา เพราะงานมีความบางแค่ 1 mm ความบางทีอบนานไปตัวงานจะหดตัวค่อนข้างเยอะและอาจจะกรอบแตกง่าย จากนั้นนำมาแกะ Support ออก ส่วนจุดที่เป็นลอยนู้นๆ จาก Support ผมจะใช้กระดาษทรายเบอร์ 250/400/1000 ในการขัดแต่ง และถ้าเราขัดเสร็จเรียบร้อยแล้วทุกคนจะสังเกตุเห็นว่าจะเป็นคราบขาวๆ ที่เกิดจากการขัดด้วยกระดาษทรายนั้นปมจะใช้น้ำมันหล่อลื่นทาที่ตัวงานแล้วนำไปอบแห้งอีกครั้งโดยใช้เวลา 10 นาที อุณหภูมิที่ 50 องศา ก็เพียงพอแล้ว

การจัดเรียงงานเพื่อนำไปพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ Form3
ชิ้นงานเมื่อพิมพ์เสร็จแล้ว นำไปเป่าด้วยปั้มลม
ชิ้นงานเมื่อพิมพ์เสร็จแล้ว นำไปเป่าด้วยปั้มลม
นำชิ้นงานมาขัดด้วยกระดาษทราย ลบลอย Support
นำชิ้นงานมาขัดด้วยกระดาษทราย ลบลอย Support
นำมาลองประกอบกับตัวเรือนนาฬิกาจริง
นำมาลองประกอบกับตัวเรือนนาฬิกาจริง
นำมาลองประกอบกับตัวเรือนนาฬิกาจริง

Filamentย่อยสลายได้100%

Filamentย่อยสลายได้100%

บริษัทผลิตFilamentสำหรับ3D printer ในประเทศสาธารณรัฐเช็คประสบความสำเร็จการผลิตFilamentที่ทำจากวัสดุย่อยสลายได้แบบ100% โดยที่เจ้าFilamentตัวนี้จะเกิดจากการผสมกันระหว่างโพลีแลคติก(PLA)กับโพลีไฮดรอกบิวทิเรต(PHB) ที่จะทำให้เส้นตัวนี้มีความแข็งแรงมากขึ้นและยังมีคุณสมบัติที่ทนต่ออุณหภูมิสุงได้ถึงขั้นเอามาทำแก้วกาแฟได้เลย และที่สำคัญFilamentนี้ยังสามารถนำมาใช้ซ้ำได้ทั้งหมด

***โพลีไฮดรอกบิวทิเรต(PHB)คือ พลาสติกที่สังเคราะห์มาจากสารประกอบคาร์บอนของวัสดุอินทรียสาร โดยดั้งเดิมนำมาจากเซลล์ของจุลินทรีย์ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสุงทำให้ไม่เป็นที่นิยมในบ้านเราและใช้งานเฉพาะด้านเท่านั้น ต่อมาได้ทำการใช้สารประกอบคาร์บอนจากผลผลิตทางการเกษตรแทน เช่น อ้อย มันสำปะหลัง(แหล่งกำเนิดเดียวกับPLA)

ก่อนหน้านี้ได้มีการวิจัยพลาสติกย่อยสลายได้โดยการสรา้งออกโซ-ไบโอพลาสติก ซึ่งเป็นพลาสติกธรรมดาที่เติมสารที่ทีให้ย่อยสลายได้เมื่อมีออกซิเจน แต่อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถย่อยสลายได้หมดซึ่งอาจทำให้มีสารพิษตกค้างสู่พื้นดินและทะเล
การวิจัยในครั้งนี้ได้มีการร่วมมืแกันรหว่างผู้ผลิตกับมหาวิทยาลัยเทคนิคสโลวัคในประเทศสโลวาเกียเพื่อที่จะให้ได้ซึ่งพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้อย่าง100% โดยเป้าหมายหลักคือพลาสติกชนิดนี้ต้องสามารถนำไปใส่ในปุ๋ยหมักกับเศษอาหารจากโรงงานและจากครัวเรือนวึ่งการย่อยสลายจะเร็วกว่าPLAถึง3เท่าตัวเลยทีเดียว โดยสารPHBจะทำให้เกิดกระบวนการย่อยสลายได้เร็วขึ้น

Filament ชินดนี้ได้ใช้ในชื่อ NonOilen โดยคุณสมบัติเส้นชนิดนี้ทั่วๆไปนั้นมันคือPLAดีๆนี่เอง แต่สิ่งที่แตกต่างกันก็คือมีความแข็ง ความเหนียวที่เหนือกว่าถึงหลาเท่าตัวอีกทั้งยังสามารถทนความร้อนได้สูงถึง110องศาเซลเซียส(ABSทนได้อยู่ที่105องศาเซลซียส) และยังง่ายต่อการพิมพ์อย่างมากเพราะจะใช้อุณหภูมิที่180-195องศาเซลเซียส เมื่อพิมพ์ออกมาจะมีงานลักษณะเงาเป็นธรรมชาติ ชิ้นงานที่ถูกพิมพ์ออกมานั้นยังมีอายุที่ยาวนานและยังใช้กับอาหารได้ด้วย

ในการวิจัยFilamentชนิดนี้นั้นได้ทำการพิมพ์ชิ้นงานออกมาแล้วทำมาหลอมทำเส้นให่อีกครั้งอยู่หลายร้อยครั้งเลยทีเดียวก็ยังสามารถใช้ได้ แล้วเมื่อนำไปฝังกลบก็ยังสามารถย่อยสลายได้โดยที่ไม่มีสารพิษตกค้างอยู่ในดินเลย

จะเห็นว่าเส้นพลาสติกที่ผลิตจากกระบวนการรีไซเคิลหรือการใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนั้นเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆแต่ก็ยังมีขายเพียงน้อยชนิดเท่านั้น ซึ่งในอนาคต3D printerอาจจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทุกบ้านมีไว้ก็เป็นได้ ก่อนจะถึงขั้นนั้นวัสดุที่ไร้พิษภัยจะต้องมีมาเพื่อให้ทุกคนสรา้งสรรค์งานได้อย่างสบายใจ