fbpx

รีวิว Einscan HX -Texture mode(โหมดแสกนเก็บพื้นผิว+สี) สแกนสีสวยสด รวดเร็ว เก็บทุกTexture

รีวิว Einscan HX -Texture mode(โหมดแสกนเก็บพื้นผิว+สี) สแกนสีสวยสด รวดเร็ว เก็บทุกTexture

Einscan HX เป็นสแกนเนอร์ตัวใหม่ของทางShining3D ที่ปล่อยออกมาเมื่อต้นเดือนนี้เอง โดยEinscan HXจะเป็นสแกนเนอร์ที่ออกแบบมาเฉพาะทาง โดยเน้นใช้งานทางด้านงานประเภทวิศวกรรมโดยเฉพาะและจะใช้ได้กับงานตั้งแต่ชิ้นส่วนขนาดกลางๆไปจนถึงรถทั้งคันได้เลย
ตัวเครื่องจะเป็นสแกนเนอร์ประเภทHandheld(ใช้มือจับถือสแกน)มาพร้อมกับระบบ Blue light LED ใช้ในการเก็บสีและผิวอย่างแม่นยำและยังมีโหมดLaserสำหรับสแกนงานละเอียด จึงทำให้Einscan HXมีความแม่นยำที่สูงมากเลยทีเดียว

ในระบบของ Blue light LED จะเป็นการยิงสีฟ้าไปกระทบชิ้นงานแล้วสะท้อนกลับมาที่สแกนเนอร์คล้ายกับระบบWhite light LED แต่จะสามารถเก็บสีได้ เก็บรายละเอียดได้ดีกว่า
หากต้องการจะใช้Blue lightสแกนชิ้นงานจะเลือกเป็นRapid scan โหมดนี้จะเป็นการเก็บพื้นผิว สแกนชิ้นงานโดยไม่ใช้Marker และยังสามารถเลือกเป็นโหมดสแกนสีได้ อีกทั้งตัวนี้ยังสามารถสแกนสีได้ในตัวไม่จำเป็นต้องต่อModuleแต่อย่างใดเพียงแค่เลือกโหมดเก็บสีก็สามารถใช้ได้แล้ว และไม่จำเป้นต้องมีห้องควบคุมแสงแต่อย่างใด แค่เพียงสแกนในร่มก็สามารถใช้งานได้เลย

ในรีวิวนี้จะทำการแสดงหุ่นลองเสื้อโดยใช้โหมดสแกนสีทั้งตัว


โดยหุ่นที่นำมาสแกนเป็นหุ่นเท่าคนจริง เสื้อผ้าที่คนใส่จริงๆ

การสแกนเราสามารถทำได้อย่างดาย เพียงแค่เดินวนสแกนรอบๆชิ้นงานได้เลย และสามารถหมุนชิ้นงานได้เลยหากทำได้

จะเห็นว่าสามารถเก็บรายละเอียดได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

หลังจากสแกนแล้วก็จะได้หน้าตาของหุ่นมาประมาณนี้

หลังจากคำนวนแล้วจะเนียนขึ้นเล็กน้อย

หลังจากประมวลผลก้จะได้งานประมาณนี้

Einscan HX เป็นสแกนเนอร์ตัวใหม่จากทาง Shining3D ที่มีความสารถมากมาย ทำงานได้หลากหลายและยังเป็นประเภทHandheldอีก จึงทำให้การทำงานร่วมกังานชิ้นใหญ่ก็สบายมากเลย

รู้จัก 3D Scanner คืออะไร? มีกี่ประเภท? (update 2021)

รู้จัก 3D Scanner คืออะไร? มีกี่ประเภท? (update 2021)

ทำความรู้จักเครื่องสแกน 3มิติ คืออะไร นำไปใช้งานอะไร มีหลายคนถามกันเข้ามาว่าเลือก 3D Scanner อย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน ตอนนี้มีมาให้เลือกหลายรุ่นเหลือเกิน เอาเป็นว่าเรามาสรุปกันง่ายๆในบทความนี้ครับ นะครับ โดยจะเริ่ม

Video สรุปการเลือก 3D Scanner

ปล. บทความนี้เขียนขึ้นจากข้อมูลปัจจุบัน ปลายปี 2020

3D Scanner คืออะไร?

เอาไปใช้ทำอะไรบ้าง

Engineering เชิงวิศวกรรม จะนิยมเอาไปใช้ 2 ทางด้วยกัน คือ  Reverse Engineering หรือ วิศวกรรมย้อนกลับ และ Inspection

  • Reverse Engineering เป็นการสแกน วัตถุที่มีอยู่ เป็นไฟล์ 3มิติ แล้วไปทำย้อนกลับเป็น CAD ตัวอย่างเช่น รถยนต์โบราณที่ไม่มีผลิตแล้ว หากอยากจะสร้างขึ้นมาใหม่ หรือ ทำเฉพาะบางส่วน สามารถใช้เครื่องสแกนเนอร์ 3มิติ เก็บรายละเอียด เอามาสร้างไฟล์ CAD นำไปใช้กับเครื่อง CNC หรือเครื่อง 3D Printer ต่อไป
  • Inspection เป็นการควบคุมการผลิต เพื่อเปรียบเทียบงานที่ผลิตออกมาจริงๆ กับไฟล์ต้นแบบมาตรฐานที่สร้างไว้ การผลิตสินค้าหลายๆครั้งเมื่อรันเครื่องผลิตไปเรื่อยๆแล้วขนาดรูปร่างอาจจะไม่ตรงตามต้องการต้องมีการจูนเครื่องจักรกัน การผลิตที่เข้มงวดกับเรื่องนี้มากๆเช่นการผลิตเครื่องยนต์ งานหล่อ หรือ งานฉีดพลาสติกอาจจะไม่ได้คุณภาพหรือขนาดตามที่ต้องการ 3D Scanner จะมาช่วยในส่วนนี้ โดยวิศวกรจะนำไฟล์สแกน มาเทียบกับไฟล์ CAD มาตรฐาน
    ตย.ที่แสดงในรูป สแกนหลอดไฟ สามารถแบ่งการใช้ได้สองทาง (ซ้าย) ทำไฟล์ที่ได้จากการสแกนสีฟ้า ไปเปรียบเทียบกันไฟล์มาตรฐานสินค้า Software จะประมวลผลพื้นที่ที่รูปร่างแตกต่าง Design VS Actual เป็น Mapping สี (ขวา) นำไฟล์สแกนสีได้สีฟ้า ไปทำการวาด CAD ขึ้นมาใหม่

ทางการแพทย์ / ทันตแพทย์ ทางการแพทย์ใช้ในการสแกน

ทางด้านศิลปะ และ ภาพยนต์ เกมส์

ประยุกต์เก่ากับใหม่ ให้ศิลปินปั้นขึ้นมาจากขี้ผึ้ง นำมาสแกนเพื่อไปแต่งรายละเอียดต่อ สามารถไปย่อขนาดเป็นองค์เล็ก หรือ ไปทำให้ขยายเป็นชิ้นใหญ่ๆได้

ประเภทของ 3D Scanner

แบ่งประเภท 3D Scanner จากวิธีการสแกน (Fix Scan, Hybrid, Handheld)

Fix Scan  การสแกนแบบ Fix Scan คือ “ขณะสแกนใน Shot นั้นๆ เครื่องสแกนต้องอยู่นิ่ง” อาจจะอยู่บนขาตั้งกล้อง หรือ แท่นจับ ก็ได้ เวลาในการสแกนแต่ละช็อตเกินวินาที-หลายวินาที ข้อดีของระบบนี้คือ สามารถเก็บงานได้ละเอียดกว่า ข้อเสียคือใช้เวลาในการสแกนนานกว่า

  • เวลาสแกนเครื่อง 3D Scanner ต้องอยู่นิ่งบนขาตั้งกล้อง สแกนจบค่อยย้ายไป Shot ต่อไป (แนะนำให้เลื่อมกับจุดเดิม 30% ขึ้นไป Software จึงจะต่อไฟล์ให้เองอัตโนมัติ)
  • ข้อดีของแบบนี้คือ สามารถเก็บรายละเอียดได้ดีกว่า ไฟล์คมชัดกว่า (เหมือนใช้ขาตั้งกล้องถ่ายรูป เทียบกับเราเอามือถือกล้องถ่าย)
  • ข้อเสียของระบบนี้ คือ ใช้เวลาในการสแกนนานกว่าแบบ Handheld โดยเฉพาะงานชิ้นใหญ่ๆเกิน 50cm ขึ้นไป
  • ระบบนี้สามารถทำงานร่วมกัน Automatic Turntable ได้ (3D Scanner อยู่บนขาตั้งกล้อง ชิ้นงานสแกนอยู่บนแท่นหมุนอัตโนมัติ เมื่อสแกน Shot หนึ่งเสร็จแท่นจะหมุนอัตโนมัติ ในองศาที่กำหนด เช่น 45องศา และ สแกนใน Shot ต่อไป สแกน 8 ครั้งจะได้ครบ 360องศา
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็น Fix Scan ล้วนๆ EinScan SE, AutoScan Inspec, DS-EX Pro

Handheld การสแกนแบบ Handheld จะเป็นเทคโนโลยีที่มาใหม่ พัฒนาต่อมาจาก Fix Scan สืบเนื่องจากคอมพิวเตอร์พัฒนาประมวลผลได้เร็ว ทั้งกราฟิกและการเขียนอ่านข้อมูล จึงสามารถเก็บ Shot ได้เร็วขึ้น เครื่อง Handheld จึงถือกำเนิด เครื่องใหม่จะเก็บ shot ได้ 15-30 fps หรือ 15-30 shot ในเวลาหนึ่งวินาที ทำให้ถือสแกน ลากเก็บภาพ 3มิติไปเรื่อยๆได

  • เวลาสแกนสามารถใช้มือถือสแกนชิ้นงานไปเรื่อยๆได้ ลากช้าหรือเร็วขึ้นกับ Spec ของเครื่องสแกนและความแรงของคอมพิวเตอร์ประมวลผล
  • ข้อดีคือ สแกนได้รวดเร็ว สะดวก เหมาะกับความชิ้นใหญ่
  • ข้อเสีย หากให้เทียบจริงๆแล้วคุณภาพงานสแกนสู้แบบ Fix ไม่ได้
  • สามารถสแกนคนหรือสัตว์ได้ (อย่างไรก็ตามคน ควรจะอยู่นิ่ง ยืนเฉย หรือ นั่งเฉยๆ)
  • เหมาะกับการสแกนของชิ้นใหญ่, ของที่เคลื่อนย้ายไม่ได้, คน หรือ สัตว์
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็น Handheld ล้วนๆ EinScan Pro 2X/2XP,EinScan Pro HD,EinScan H,EinScan HX, AoralScan Intra-Oral Scanner

Hybrid เครื่องสแกนที่รวมเอาสองความสามารถนี้เข้าด้วยกัน คือจะใช้ขาตั้งกล้องก็ได้ หรือ มือถือสแกนก็ได้ จะมาเสริมจุดเสียของ Fix Scan ที่เก็บงานได้ละเอียดแต่ช้ามีข้อจำกัด กับ Handheld Scan ที่เก็บงานได้เร็วคล่องตัว ละเอียดจะเก็บได้น้อยลง

  • เวลาที่ต้องการงานละเอียด ชิ้นงานเล็กใช้ โหมด Fix Scan
  • เวลาสแกนคน, ของชิ้นใหญ่ ของที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ ใช้โหมด Handheld Scan
  • เครื่องแบบ Hybrid จะครอบคลุมการทำงานหลาก สแกนได้ทั้งของชิ้นกลาง-ใหญ่
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็นแบบ Hybrid  EinScan Pro 2X/2XP, EinScan Pro HD

แบ่งประเภท 3D Scanner ตามชนิดแสง/ชนิดเซนเซอร์

LED / Structure Light ใช้แสงในการสแกน โดยมากจะเป็นแสงขาว หรือ แสงน้ำเงิน โดยทั่วไปหลักการทำงานจะฉายแสงที่มี Pattern เป็นแถบเส้น (เหมือน Barcode แบบเส้น) หรือ แบบ Noise (เหมือน QR Code) ไปที่วัสดุ กล้องจะจับภาพกลับโดยมากจะมีกล้อง 2 ตัวขึ้นไป Software จะนำภาพ pattern ที่จับได้มาแปลงเป็นไฟล์ 3มิติ (แสงยิง Pattern ไปเหมือนเดิม แต่รูปร่างของวัตถุไม่เหมือนกัน กล้องจะเก็บรูปที่ได้ไม่เหมือนกัน)

  • เก็บข้อมูลเป็น Plane XY หนึ่ง shot คือหนึ่งภาพ
  • ข้อดีคือ สแกนเร็ว และ ได้ข้อมูลความละเอียดหวังผลได้
  • ข้อเสียคือ ไม่สามารถสแกนหรือสแกนได้คุณภาพไม่ดี ใน วัตถุสีทีบแสง(ไม่สะท้อนแสง), วัตถุมันวาว(สะท้อนแสงมากเกินจนกระเจิง), วัตถุใสทะลุ(กล้องไม่สามารถเก็บค่าแสงที่สะท้อนออกมาได้) อย่างไรก็ตามสามารถแก้ปัญหานี้โดยการเตรียมผิวชิ้นงาน เตรียมสภาพแวดล้อมการสแกนก่อน อ่านเพิ่มที่ขั้นตอบการเตรียมวัสดุสแกน
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด Shining3D, Artech
แสดงที่ฉายออกมาเป็นแถบเส้นเท่าๆกัน เมื่อตกกระทบที่ชิ้นงานจะได้ลักษณะเส้นเฉพาะตัวตามรูปร่างของงาน Software ประมวลข้อมูลที่ได้เป็นไฟล์ 3มิติ
อีกลักษณะหนึ่งของ Structure Light คราวนี้ไม่ฉายเป็นแถบเส้น แต่ฉายเป็น Noise เฉพาะตัวคล้ายๆ QR Code กล้องเก็บภาพที่ได้ไปประมวลผลเช่นกัน
Diagram การสแกนแบบ Structure Light จะเห็นว่า Project ฉายภาพที่เป็น Pattern ไปยังวัตถุ กล้องทั้งสองตัวจะจับภาพได้ไม่เหมือนกันตามรูปร่างของวัตถุ

Laser ใช้เลเซอร์เป็นแหล่งแสง เลเซอร์อาจจะมีสีแดง หรือ สีน้ำเงินก็ได้ ข้อดีของแสงเลเซอร์คือ มีความเข้มของแสงมากกว่าที่ฉายจากโปรเจคเตอร์หรือจากLED มากๆ ดังนั้นสามารถลองรับวัสดุที่หลากหลายกว่า วัสดุสีเข้ม หรือวัสดุที่มันวาวสะท้อนแสง

  • เก็บข้อมูลเป็นเส้น Line หนี่ง frame เอาเส้นมาต่อๆกันเป็นไฟล์ 3มิติ
  • ข้อดีแสงมีความเข้มแสงมากกว่า รอบรับการสแกนหลายพื้นผิว ไม่ว่าจะเป็นวัสดุที่มีสีเข้ม สีดำ, ผิวโลหะ ผิวมันวาว Chrome, สแกนในพื้นที่แจ้ง
  • ข้อเสียของระบบนี้เลย คือต้องติด Marker เนื่องจากการสแกนไม่ได้เก็บข้อมูลเป็นระนาบ แต่เก็บเป็นเส้น Software ไม่สามารถต่อไฟล์ 3มิติ เข้าด้วยกันได้ ต้องใช้ Marker เป็นตัวอ้างอิง การติด Marker หลักๆคือเสียเวลา (ไม่ต้องเสียเวลาเตรียมผิวชิ้นงาน แต่เสียเวลาติด Marker แทน) และ อีกข้อคือถ้าเป็นเครื่องสแกนเนอร์แบบ Laser ล้วนๆ จะเก็บภาพสีไม่ได้ แต่ปัจจุบันรุ่นใหม่ๆมีกล้องเก็บสีเพิ่มเข้ามาด้วย
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด Shining3D, Creaform

ตัวอย่าง Laser 3D Scanner เลเซอร์น้ำเงิน 14 เส้น สแกนเก็บได้หลายพื้นผิว ทั้งดำ หรือมันวาว ผิวโลหะ แต่ต้องติด Marker

Infrared ใช้หลักการจับภาพ Infrared ในการสแกน ตัวอย่างที่ใช้กันเยอะเช่น Kinect ของ Xbox กล้อง interactive ต่างๆ

  • ข้อดีคือ มีราคาถูกและใช้กันแพร่หลาย
  • ข้อเสีย เป็นระบบที่มีรายละเอียดต่ำที่สุด

Arm 3D Scanner Scanner  เป็นระบบที่ใช้กันมานานแล้ว แต่มีราคาสูงมาก นิยมใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ โดยมาก Arm จะติด Probe หรือ Laser Scan เข้ามาด้วย โดยหากเป็น Probe ก็จะวัดจุดที่ Probe ไปแตะ ดูเป็นจุดๆไป แต่หากเป็นหัว Laser Scanner ที่ติดบน Arm อันนี้จะสามารถแสกนออกมาเป็นไฟล์ 3มิติ ได้เลย ไม่ต้องติด Marker เนื่องจาก Software รู้ตำแหน่งที่ของหัวสแกนเนอร์จาก Motor Servo ที่อยู่บน Arm (Laser Scanner ที่ไม่ติดบน Arm จะไม่รู้ตำแหน่ง จึงให้ Marker ช่วยระบุตำแหน่ง)

  • เก็บข้อมูลเป็นจุด Coordinate กรณีเป็น Probe และเก็บเป็นเส้นเลเซอร์ กรณีเป็นหัว Laser Scanner
  • ข้อดี เป็นระบบที่มีความแม่นยำสูงมาก เนื่องจากระบุตำแหน่งโดยใช้มอเตอร์ Servo ที่ข้อต่อแต่ละอัน
  • ข้อเสีย ราคาสูงมาก และ มีข้อจำกัดในพื้นที่การสแกน ต้องสแกนในระยะที่ Arm ไปถึง
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด FARO, Kreon, Hexagon

Lidar เป็นระบบที่มีนานแล้ว ใช้ในเครื่องสแกน Land Scape หลักการคือการยิงแสงเลเซอร์จำนวนมากไปยังวัตถุและมี Sensor รับภาพกลับมาก เร็วๆนี้มีการเพิ่ม Lidar เข้ามาในเครื่อง Ipad Pro 2020 อย่างไรก็ตามคุณภาพในการสแกนยังค่อนข้างทำอยู่มาก อาจจะมีการพัฒนาให้ดีขึ้นเร็วๆนี้

  • สาดลำแสงเลเซอร์จำนวนมากไปรอบ เก็บจุดที่เลเซอร์ตกกระทบ มาต่อกันเป็นไฟล์ 3มิติ
  • ข้อดี สามารถเก็บข้อมูลพื้นที่ใหญ่ๆมากๆได้  เริ่มมีการพัฒนาไปใส่ในอุปกรณ์พกพา (Ipad Pro 2020)
  • ข้อเสีย ยังเก็บรายละเอียดได้ไม่ดีนัก
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด FARO, Leica

Photogrammetry เป็นการแปลงรูปถ่ายจำนวนมากๆ หลายๆมุมมาต่อกัน และแปลงค่าเป็นไฟล์ 3มิติ ระบบนี้ไปประยุกต์งานได้หลากหลายมากๆ ข้อดีคือ สามารถสร้างไฟล์ 3มิติ ของพื้นที่ใหญ่ๆได้ (ใช้ Drone เก็บภาพมุมสูง หรือ Video มุมสูง มา Process Mapping เป็นไฟล์ 3มิติ) อีกความสามารถหนึ่งที่เก่งมากๆคือ การสร้างไฟล์ 3มิติ ความละเอียดสูงของบุคคล ทำได้โดยการถ่ายภาพ จากกล้อง DSLR จำนวนมาก 70+ ตัว พร้อมกัน และนำมาประมวลผล นิยมใช้กันมากในการสร้างหนัง หรือ เกมส์ สร้างความสมจริงในการแสดงสีหน้า

  • input คือ รูปภาพจำนวนมาก ของสิ่งที่เราต้องการสร้างไฟล์ 3มิติ โดยรูปภาพดังกล่าวควรจะถ่ายด้วยช่วงเลนส์ ช่วงเลนส์เดียวกัน รูรับแสงเดียวกัน White Balance เดียวกัน  Software จะประมวลผล
  • ข้อดี เอาไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย เช่น แผนที่ 3มิติ (เหมือนที่ Google Map ใช้) หรือ ใช้สร้างโมเดลสามมิติบุคคลแบบระเอียดสูง Capture สีหน้าได้สมจริง โดยใช้กล้อง DSLR จำนวน 70+ตัว ถ่ายภาพพร้อมกัน
  • ข้อเสีย ใช้เวลาในการทำงานนานมากๆ ประมวลผลนานมากๆ บางครั้งใช้เวลาหลายวัน หากต้องการงานคุณภาพสูงต้องลงทุนหลายล้าน
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด Agisoft, RealityCapture บริษัทที่เป็น Reference ที่ดีคือ Ten24
ไม่ต้องสร้าง CG เองแล้ว ถ่ายรูปทำเป็นไฟล์ 3มิติ เลย

Other 3D Scanners อื่นๆ มีอีกมากมายเช่นเครื่อง CT Scan และเครื่อง MRI Scan ก็เป็น 3D Scanner แบบหนึ่งเหมือนกัน

  • CT Scan จะเป็นการสแกน Slice ร่างกายเราโดยใช้รังสี เหมาะสแกนพวกชิ้นส่วนที่ดูดซับแสง เช่นพวกกระดูก ไฟล์ที่ได้เป็น DICOM Slice ร่างกายเป็นหลายๆส่วน เอา Slice มาต่อกันเป็นไฟล์ 3มิติ
  • MRI Scan จะสแกนเป็น Slice เช่นกันแต่จะใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เหมาะกับสแกนพวกเนื้อเยื้อ สมอง ไฟล์ที่ได้เป็น DICOM เหมือนกัน

อ่านเพิ่มเติม 

ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่นี่

อ่าน Review เพิ่มเติมตามแต่ละรุ่นไปที่นี่

Metalex 2020 Bitec 18-21Nov พบกับ Print3DD

Metalex 2020 Bitec 18-21Nov พบกับ Print3DD
มาหากันหน่อย มาเจอ Print3DD ที่งาน Metalex2020 งานรวมนวัตกรรมและเทคโนโลยีอุตสาหกรรมระดับประเทศ ถูกมัดรวมไว้ในที่เดียว👈
👉พบกับเครื่องพิมพ์3มิติและสแกนเนอร์แบบจัดเต็มสูบทั้งงานเล็กและงานใหญ่ พร้อมให้ได้ทดลองใช้งานกันจริงๆ ร่วมกับทีมงานEngineerที่จะคอยดูแลและตอบคำถามที่สงสัยในงาน 3D Printing
👉และชมตัวอย่างชิ้นงานที่พิมพ์ได้จริงจากเครื่องทั้งเล็กและใหญ่ งานเครื่องจักร งานAuto Part แบบจัดเต็ม
📌แล้วพบกันที่ บูธ BF29-1 // Hall EH102 ไบเทคบางนา ในวันที่ 18-21 พ.ย. 63 เวลา 10.00-18.00 น.
🎯เครื่องพิมพ์3มติขนาดกลาง Creator Pro 2 ใหม่ล่าสดุ และ Creator 3 เครื่องพิมพ์2หัวฉีดอิสระ เหมาะกับการพิมพ์ชิ้นส่วน อะไหล่ เครื่องจักร ยานยนต์ต่างๆ ที่ต้องการความแข็งแรง แม่นยำ และมาพร้อมกับเครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่อย่าง Maxx660
🎯เครื่องพิมพ์เรซิ่น ระบบ SLA จาก FormLabs มีความแม่นยำสูง หลากหลายวัสดุให้เลือกใช้งาน เหมาะกับหลายๆ วงการทั้งทันตกรรม วิศวกรรม การแพทย์ ฯลฯ
🎯ยก Scanner รุ่นใหม่ล่าสุดให้ได้ลองใช้งานอย่าง EinScan H และ EinScan HX ใหม่ล่าสุดจาก Shining3 และสแกนเนอร์ตัวท็อปอย่าง EinScan Pro HD

เดินมาตามแผนที่นี้ได้เลยจ้าาา

บูธ BF29-1 // Hall EH102 ไบเทคบางนา ในวันที่ 18-21 พ.ย. 63 เวลา 10.00-18.00 น.

 

สแกนด้านหลัง/งานโค้งมน ยากจัง!!!!! ทำไงดี

สแกนด้านหลัง/งานโค้งมน ยากจัง!!!!! ทำไงดี

สแกนด้านหลัง/งานโค้งมน ยากจัง!!!!! ทำไงดี

อีกหนึ่งปัญหาของการสแกนงานประเภท Engineering part คือ การเชื่อมต่อระหว่างด้านกับด้านหลัง ซึ่งส่วนใหญ่ลักษณะของงานทั้งสองด้านจะแตกต่างกันเช่น ฝาครอบท่อไอเสียรถจักรยานยนต์ กันชนรถ เป็นต้น ทำให้การเชื่อมต่อกันระหว่างหน้ากับหลังจึงทำได้ยาก วิธีแก้ปัญหานี้ก็จะมีหลายวิธีจะขึ้นอยู่กับเทคนิคส่วนตัวของผู้ใช้งานครื่องScanner เช่น  การใช้โหมด Fixed Scan แล้วทำการค่อยๆสแกนไปทีละส่วน หรือการจับชิ้นงานหมุนด้วยมือเลย ซึ่งอาจทำให้สแกนติดมือผู้จับได้

แม้ว่าสแกนเนอร์จะถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่องแต่ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่หลายข้อซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้ใหม่ทำงานได้ยากและนี่เป็นหนึ่งในวิธีที่ทำให้ผู้ใช้งานเก่าและใหม่ทำงานได้ง่ายขึ้น…….

การใช้บางอย่างมาค้ำแล้วค่อยๆสแกนในส่วนด้านหน้าแล้วไล่ไปด้านหลังงานอย่างช้าๆ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง แต่ปัญหาเราจะตัดส่วนเกินที่เราไม่ต้องการอย่างไรให้ไม่ทำร้ายชิ้นงาน ดังนั้นสิ่งของที่จะใช้ค้ำงานระหว่างสแกนต้องเล็กและแข็งแรง สแกนเนอร์ต้องมองเห็นจับได้ชัดเจน

สามเหลี่ยมน้อยๆ เหล่านี้ก็ถือเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งในการช่วยให้งานสแกนง่ายขึ้น โดยนำไปค้ำงานในจุดที่ต้องการได้ทันที ซึ่งสามเหลี่ยมเหล่านี้ต้องติดMarkerเพื่อการสแกนติดง่ายขึ้น จะเป็นการเพิ่มจุดอ้างอิงให้กับชิ้นงานทำให้โปรแกรมโปรแกรมไม่สับสนระหว่างจุดเดิมกับจุดใหม่ แล้วทำไมต้องเป็นสามเหลี่ยมล่ะ……….

เพราะเนื่องจากสามเหลี่ยมมีปลายแหลม สแกนติดง่าย หากติดMarkerก็จะยิ่งทำให้โปรแกรมสแกนจุดยากๆที่ใกล้สามเหลี่ยมได้ง่ายไปอีกและยังเป็นการเพิ่มจุดอ้างอิงให้กับงานที่มีลักษณะกลมได้อีกด้วยนะ จึงทำให้การแสกนงานที่มีลักษณะกลมไม่ยากอีกต่อไป

หลังจากสแกนงานก็จะมีสามเหลี่ยมติดมาด้วย

ทำการจัดการลบส่วนเกินให้เรียบร้อยและลบสามเหลี่ยมออกไป

จะเห็นว่าหลังจากลบสามเหลี่ยมออกตัวงานจะไม่เสียหายเลยเพราะว่าที่ปลายสามเหลี่ยมสามารถลบได้ง่ายมาก

 

👉สรุป…….

การใช้สามเหลี่ยมค้ำงานจะช่วยในการสแกนด้านที่เข้าถึงยากของงานจึงทำให้การพลิกงานมาสแกนอีกด้านจะทำให้ง่ายมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มจุดอ้างอิงให้กับงานที่มีลักษณะกลมมนให้สแกนติดง่ายขึ้นเมื่อหมุนชิ้นงานไป

😍นี่เป็นอีกเทคนิคนึงที่ผู้ใช้สแกนเนอร์หลายๆคนใช้เพราะทำให้งานที่สแกนมีจุดอ้างอิงมากขึ้น ซึ่งยังมีเทคนิคอีกมากมายที่ทำให้การสแกนงานง่ายขึ้น😍

 

What can we do of FORM 3L

What can we do of FORM 3L

เราจะมีเครื่องพิมพ์เรซิ่นที่

ขนาดใหญ่ พิมพ์งานละเอียด มีน้ำยาเรซิ่นหลากหลายประเภทให้เลือกใช้มากมาย เป็นเครื่องที่เหมาะแก่การใช้งานผลิตโมเดลต้นแบบ และใช้งานจริงได้ในทุกวงการ อย่าง งานวิศวะกรรม ทันตกรรม สถาปัตยกรรม

และอีกๆหลายแห่งก็ใช้ได้ไปทำไมกันนะ????

เรามาทำความรู้จักกับ Form 3L คร่าวๆกันดีกว่า ว่าเค้ามีดียังไงบ้างหนอออออ….

เครื่องระบบเรซิ่นจาก Formlabs พัฒนาต่อมาจาก Form 2 ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก Form 3L (มีขนาดพิมพ์ 335 x 200 x 300 mm. ใหญ่กว่า Form 3 ประมาณห้าเท่า) มีระบบใหม่เข้ามาชื่อ Low Force Stereolithography (LFS) เป็นระบบที่ลดแรงดึงระหว่างชิ้นงานกับถาดพิมพ์ ทำให้ถาดพิมพ์ใช้งานได้นานขึ้น, พิมพ์ได้เร็วขึ้น (ไม่ต้องใช้ไม้ปาดเหมือน Form 2) และ พิมพ์ชิ้นงานได้สวยขึ้น อีกอย่างที่มีพิมพ์พัฒนาขึ้นมาเป็นระบบ Light Processing Unit(LPU) แบบใหม่ ทำให้แสงเลเซอร์ที่ตกกระทบกับเรซิ่นมีจุดที่เล็กลง แม่นยำมากขึ้นเป็น 85 ไมครอน ไม่ลดคุณภาพของแสงเลเซอร์ที่ขอบของจอ

โดยใน Form 3L จะมี LPU ให้มา 2 ชุด เลยทำให้ไม่ต้องกังวลปัญหาเรื่องการพิมพ์งานช้า มีสองหัวช่วยกันทำงาน ถาดเรซิ่นของ Form 3L ก็ต้องใช่สองขวดเลยโดยขวดเรซิ่นดังกล่าวยังสามารถใช้ร่วมกันได้ระหว่าง Form 2, Form 3, Form 3L

 

และก่อนที่เราจะได้เจอะเจอกับเครื่องของจริงที่กำลังจะวางตลาดเรามาดูกันดีกว่าว่ามันสามารถทำอะไรที่เราคิดไม่ถึงได้ในขนาดที่ใหญ่บิ๊กได้บ้าง

นี่คงเป็นความใฝ่ฝันของหลายๆคนที่ทำงานด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเวลาเรียนหรือทำงาน ตอนที่ต้องการชิ้นงานโมเดลต้นแบบ เราต้องมานั่งหล่อปูน ขัดโฟม เลเซอร์คัตแผ่นวัสดุเพื่อมาเชื่อมติดกันอีก และสิ่งที่ได้นอกจากชิ้นงานที่(อาจจะไม่)สมบูรณ์100% แล้ว เรายังได้ทั้งน้ำตาและหยาดเหงื่อที่ลงแรงกับงานชิ้นนั้นอีก ซึ่งทั้งหมดที่เสียไปนั้นจะได้งานเพียง 1 งานเท่านั้น และหากเป็นงานที่ต้องการจำนวนมากๆ ก็คูณความทรมานนั้นไปอีกสิครับ…..พูดแล้วเศร้า

แต่ปัญหาเหล่านั้นจะหมดไปหากได้รู้จักและทดลองใช้เครื่อง FORM 3L เครื่องพิมพ์เรซิ่นขนาดใหญ่ที่มี ขนาดการพิมพ์อยู่ที่ 335 x 200 x 300 mm. ความละเอียดสูง แทบจะไม่ต้องขัดแต่งอะไรเพิ่มเติม แถมยังมีความแข็งแรงพอที่จะนำไปทำแม่พิมพ์หล่อชิ้นงานอีกด้วย

ไม่ใช่แค่เหมาะกับโปรดักซ์ทั่วไปๆ ยังเหมาะกับงานประเภทที่ต้องการความแม่นยำสูงๆ และมีรายละเอียดที่ซับซ้อนจนยากที่จะขึ้นชิ้นงานด้วยมือหรือเครื่องจักรอื่นๆที่มีขีดจำกัดในการขึ้นงานบางมุม แต่ด้วยระบบ SLA ที่ทำงานเป็นเหมือนกับการแบ่งชิ้นงานเป็น Layer ที่สามารถแยกย่อยให้ได้มากขึ้ง 0.025 mm. หรือ 25 Micron ต่อ 1 Layer ทำให้การขึ้นชิ้นงานที่มีรายละเอียดสูงนั้นทำได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องกลัวว่ารายละเอียดไหนจะหลุดลอกหายไปได้ อีกทั้งสเกลยังแม่นยำ การหดตัวที่น้อยมากๆแทบจะไม่เห็นความต่างจากแบบจริง ถ้าหากคุณยังไม่อยากที่จะขึ้นงานต้นแบบโลหะ กัดแม่พิมพ์เพื่อแค่ลองเช็คแบบแล้วละก็ Form 3L ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆสำหรับงานทางวิศวกรรมแบบนี้…

เหมาะกับการใช้ในโรงงาน Workshop ห้องปฏิบัติงานทางวิศวกรรม และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

และด้วยความละเอียด และแม่นยำมากขนาดนี้ ทางFormLabได้รับความนิยมอย่างมากในงานของ Dental และทางการแพทย์ ตั้งแต่รุ่น Form 3  ซึ่งขายดิบขายดี ทันตแพทย์ให้ความสนใจในการทำโมเดลฟันอย่างมาก เพราะด้วยขนาดของฟันแต่ละซี่ที่เล็กและละเอียดต่างกันในแต่ละซี่ ซึ่งทาง Form 3L ก็สามารถลบจุดด้อยนั้นได้ด้วยการพัฒนาระบบเลเซอร์ให้มีความเล็กและละเอียดขึ้นถึง Laser Spot Size : 85 microns ฟันซี่เล็กๆหรือปลายฟันที่เป็นจุดเล็กก็สามารถขึ้นงานได้สบายมากและมาพร้อมกับฐานการพิมพ์ที่ใหญ่ถึง 335 x 200 mm. ทำให้การจัดวางของโมเดลนั้นมีจำนวนที่เยอะมาก ทำให้การทำงานสามารถทำงานได้รวดเร็วและขึ้นทีเดียวหลายคน แต่หากไม่ได้ใช้เครื่องพิมพ์3มิติแล้วการขึ้นต้นแบบนั้นจะใช้เวลาเยอะและลงแรงในการทำแต่ละซี่ค่อนข้างมาก และหากจ้างร้านข้างนอกทำราคาก็จะสูงมากๆพอกับซื้อเครื่องได้เลยละ…

เหมาะกับการทำงานในโรงพยาบาล คลินิก และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

และเอาใจสายโมเดล Figure และ Statue เพราะว่าคุณจะสามารถพิมพ์โมเดลขนาดใหญ่ได้ใน 1 ชิ้น ซึ่งแต่ก่อนเราจะต้องพิมพ์แยกส่วนเพื่อนำมาประกอบกันทีหลังทำให้โมเดลมีจุดรอยต่อของชิ้นส่วนทำให้ต้องมาเก็บชิ้นงานกันอีกรอบและเสียเวลาไปอีกมาก แต่หากคุณต้องการให้โมเดลออกมาเป็นชิ้นเดียวกันโดยไร้รอยต่อนั้น เครื่อง Form 3L ก็เหมาะแล้วที่จะทำความฝันให้เป็นจริงได้ไม่ยาก

 

ขนาดของตัวเครื่องจะอยู่ที่ กว้าง 775 x ยาว 520 x สูง 735 mm. จึงต้องการพื้นที่ในการวางเครื่องและสำหรับการพิมพ์อยู่เหมือนกัน ซึ่งก็ไม่มีปัญหาหากเป็นห้องแลปและพื้นที่ Workshop อยู่แล้วซึ่งเหมาะกับการทำงานมาก และเนื่องจากแท็งพิมพ์มีขนาดใหญ่ทำให้จุเรซิ่นได้เยอขึ้นกลิ่นก็จะตามมาเช่นกัน การมีพื้นที่โล่งซักหน่อย ให้ระบายกลิ่นได้ก็จะดีมากเลยครับ

เทียบขนาดของ Form 3B และ Form 3L

และนี่คือ สเปคเปรียบเทียบระหว่างเครื่อง Form 2 , Form 3 Form 3L

และในการทำงานในหลายๆประเภทนั้นเครื่อง Form สามารถทำงานได้ครอบคลุมแทบทุกวงการกันเลยทีเดียวเนื่องจาก วัถุดิบในการขึ้นชิ้นงานนั้นมีเรซิ่ให้เลือกหลากหลาย เช่น Standard Resin เน้นความสวยงาม และราคาประหยัด, Flexible Resin ชิ้นงานที่พิมพ์ออกมามีความยืดหยุ่น คล้ายยาง, Tough Resin ชิ้นงานที่ได้ออกมาจะมีความแข็งแรงสูง สามารถนำไปใช้งานเชิงกล เจาะสง่าน ขันสกูร ใช้งานเชิงกลได้, Wax Cast Resin เพื่อพิมพ์แล้วสามารถเอาไปหล่อโลหะได้ เหมาะกับการทำงานเครื่องประดับ Jewelry , Dental Model Resin เรซิ่นที่ไว้พิมพ์ชิ้นงานทางทันตกรรมได้ และอีกมากมายกว่า 20 ชนิดให้เลือกใช้งาน

Preview Form3L

เปิด Pro-Oder ลงทะเบียนแล้ววันนี้ แถมฟรี เครื่องอบ UV และ เครื่องสำรองไฟ UPS พร้อม

Package ประกอบด้วย
– เครื่อง Formlabs Form 3L
– แท่นพิมพ์ Build Plateform
– ถาดพิมพ์ พร้อมกล่องใส่ Resin tank
– ชุดเครื่องมือทำความสะอาด Finish Kit : Cleaning Tools
– ชุดเครื่องมือล้างชิ้นงาน Finish Kit : Rinse Bucket

พรีออเดอร์แล้วตอนนี้ คลิ๊ก!!
ลงทะเบียน >> https://forms.gle/1tbKcRafcVDviFSf7

สนใจเครื่องพิมพ์ Form3L :

 

 

เสริมกำลังให้กับ เบิ้มปั้นดาว ด้วยเครื่อง Full Scale Max 1,000 

เสริมกำลังให้กับ เบิ้มปั้นดาว ด้วยเครื่อง Full Scale Max 1,000 

เสริมกำลังให้กับ เบิ้มปั้นดาว ด้วยเครื่อง Full Scale Max 1,000 

บริษัท เบิ้มปั้นดาวนั้นเป็นบริษัทที่รับทำม็อคอัพ แกะโฟม ปั้น หล่อ ทุกชนิด เป็นโรงงานผลิตต้นแบบและโมเดลสแตนดี้ขนาดใหญ่ยักษ์ ทำต้นแบบกันเป็นเมตรๆ!!!

ตัวอย่างงานของ เบิ้มปั้นดาว
ตัวอย่างงานของ เบิ้มปั้นดาว
ตัวอย่างงานของ เบิ้มปั้นดาว

ลักษณะงานโดยส่วนใหญ่เป็นงานที่มีขนาดใหญ่และปัจจุบันยังใช้แรงงานคนในการทำงานเป็นหลักอยู่ ทางโรงงานจึงเล็งเห็นการนำเทคโนโลยีเครื่องพิมพ3มิติเข้ามาช่วยในการทำต้นแบบก่อนที่จะนำไปทำพิมพ์หรือลงสีต่อไป เป็นการช่วยลดเวลาในการทำงานและช่วยให้ชิ้นงานขึ้นรูปทรงที่ซับซ้อนได้ง่ายมากขึ้น และพร้อมนำไปขัดแต่งทำสีต่อได้ทันที ทาง Print3DDเลยต้องจัดเสริมทัพด้วยเครื่องใหญ่เบิ้มอย่าง 💥Full Scale Max 1,000💥 เครื่องพิมพ์ Filament ที่มีขนาดการพิมพ์ 1000 x 1000 mm. หรือ 1 x 1 เมตร

ภาพ การลงเครื่องที่ เบิ่มปั้นดาว
ภาพ การลงเครื่องที่ เบิ่มปั้นดาว

มาพร้อมกับช่าง มาพร้อมติดตั้งและเดินสายไฟให้พร้อมทำงานทันที

บริการติดตั้งครบถ้วนสมบูรณ์
บริการสอนการใช้งานอย่างละเอียด
บริการสอนการใช้งานอย่างละเอียด

อธิบายส่วนต่างๆของเครื่องพิมพ์อย่างละเอียด และเข้าใจง่าย โดยผู้มีประสบการณ์

บริการสอนการใช้งานอย่างละเอียด

สอนการใช้งานโปรแกรมที่มาพร้อมกับเครื่องพิมพ์ อย่างละเอียด ตอบทุกข้อสงสัยได้ทันที

บริการสอนการใช้งานโปรแกรมสำหรับการพิมพ์อย่างละเอียด

เมื่อได้รับเครื่องเสร็จเรียบร้อย ทางเบื้มปั้นดาว ก็ทดลองใช้งานเลย ถ่ายภาพผลงานที่ทดลองมาให้ชมด้วยครับ😁

โดยทดลองพิมพ์ที่ความละเอียดต่ำ และ Infill น้อยเนื่องจากต้องการเพียงแค่เช็คขนาดว่าสามารถทำการพิมพ์ขนาดใหญ่ได้ดีแค่ไหนครับ..

ขนาดการพิมพ์ 300x300x100 mm.

ถือว่าเครื่องพิมพ์สามารถพิมพ์งานชิ้นเล็กได้เหมือนกัน รายละเอียดยิบย่อยตัวเครื่องสามารถเก็บได้หมด….

TimeLab Preview

หากสนใจเครื่องพิมพ์ Full Scale Max 1,000 ติดต่อมาได้โดยตรง…

 

3D Printer พิมพ์ Motor Part ขั้นตอนตั้งแต่ไฟล์3Dจนมาเป็นรถ

3D Printer พิมพ์ Motor Part ขั้นตอนตั้งแต่ไฟล์3Dจนมาเป็นรถ

พอดีได้ไปเห็น Video นี้น่าสนใจ เป็นการใช้เครื่อง 3D printer ในการช่วยร่นระยะเวลาในการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ โดยตัวอย่างที่ยกมานั้นเป็น รถยนต์จาก Great Wall Motor (ที่เพิ่งซื้อโรงงาน GM ไปเร็วๆนี้ในไทย) ได้โชว์ผลงานการทำ “พวงมาลัย” รถยนต์ จากเครื่องพิมพ์3มิต ระบบ SLA

**ระบบSLA คืออะไร?…คร่าวๆคือระบบที่ใช้แสงเลเซอร์ในการยิงน้ำยาเรซิ่นให้เซตตัวทำให้เกิดรูปร่าง โดยนำไฟล์3มิติมาปรับให้แบ่งเป็น Layer ยิ่ง Layer เยอะความละเอียดยิ่งมากตาม ซึ่งตัวระบบนี้จะเป็นการยิงแสงวาดไปตามรูปร่างในแต่ละชั้นๆด้วยความเร็วสูง**

ทำให้เรานึกย้อนไปในสมัยที่เทคโนโลยียังไม่ได้มาไกลขนาดนี้ ที่นักโมเดลเลอร์นั้นจะต้องมานั่งขึ้นต้นแบบด้วยมือทั้งหมด ซึ่กินระยะเวลานานมากๆ และการลงทุนลงแรงกับคนกว่าจะได้ 1 ชิ้น ซึ่งหากผิดพลาดก็อาจจะต้องกลับมาแก้ไขใหม่ตั้งแต่ต้น

💁‍♂️แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยการพิมพ์3มิติเข้ามาช่วยให้การทำงานนั้นสะดวกสบายและสร้างความน่าประทับใจทุกครั้งที่พิมพ์ชิ้นงานกันเลยทีเดียว นอกจากความเร็วในการขึ้นชิ้นงาน ความสวยงาม และที่สำคัญความเนี้ยบของงานที่ทุกอย่างแทบจะสมสูรณืแบบ 100% มากกว่าการทำชิ้นงานด้วยมืออย่างแน่นอน ช่วยร่นเวลาและผ่อนแรงในการทำงานได้มากทีเดียว แถมเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่และการควบคุมคุณภาพของชิ้นงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในวงการ Product Design อีกด้วย

 

เรามาดูวิธีการผลิตต้นแบบอะไหล่ตั้งแต่ต้นยันจบอย่างละเอียดกันอีกทีเดียวกว่าครับ…เพื่อความเข้าใจในแต่ละ Process ว่าเค้าทำอะไรเพื่ออะไรและมีข้อสังเกตยังไงได้บ้าง

เลือกไฟล์ 3 มิติที่ต้องการพิมพ์ โดยให้เป็นไฟล์นามสกุล stl. หรือ obj.
เช็คดูรูปร่างและโครงสร้างของโมเดลว่าไม่มีจุดไหนเสียหาย
Import ไฟล์เข้าโปรแกรม 3D
ใช้คำสั่งเลือกบริเวณพื้นที่ที่ต้องการจะให้สัมผัสกับฐานพิมพ์ เพื่อให้สามารถขึ้นงานได้อย่างมันคง ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละโมเดลว่าควรขึ้นยังไง
เจาะรูที่ชิ้นงาน 1-2 รู บริเวณใต้สุดของโมเดล เพื่อให้เวลาพิมพ์เสร็จ ตัวน้ำยาเรซิ่นที่เคลือบอยู่ข้างในไหลออกมา เป็นการประหยัดน้ำยาเรซิ่น และให้น้ำยาIPA ที่ไว้ล้างไหลออกมาหลังจากล้างเสร็จเรียบร้อย ป้องกันการแตกหักของชิ้นงานเมื่อนำไปอบหากยังมีน้ำยาเรซิ่นหลงเหลืออยู่ข้างใน
ตัวโปรแกรมเมื่อใช้คำสั่งเจาะรู โปรแกรมจะคำนวนและสร้างเนื้อที่เป็นรูให้เพื่อเวลาพิมพ์เสร็จสามารถนำมาประกบติดกันเหมือนเดิมได้
สร้าง Support แบบอัตโนมัติ
เช็คดูรอบๆตัวงานว่าซัพพอร์ตที่โปรแกรมคำนวนนั้นโอเคหรือยัง
เช็คความหนาผนังของชิ้นงาน แต่ละเลเยอร์
และอย่าลืมที่จะทำ Support ให้กับชิ้นที่ปิดรู
สร้างเส้นเพื่อเชื่อม Support ต่อกัน เพื่อให้เวลาพิมพ์งาน จะทำให้พิมพ์ซัพพอร์ทได้มั่นคงขึ้นและช่วยให้เป็นก้อนชิ้นงานเดียวกัน
เมื่อเช็คทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ทำการตั้งค่าต่างๆในการพิมพ์ และบันทึกไฟล์ออกมาพร้อมที่จะพิมพ์ต่อไป
เทน้ำยาเรซิ่นลงบนแท่นพิมพ์ให้เต็มแท็งค์
ตัวปาดผิวจะทำการปาดเพื่อเคลียร์ผิวหน้าของแท็งค์ไม่ให้มีฟองอากาศหรือเศษผงที่จะมารบกวนการพิมพ์งาน
ทำการอัพโหลดไฟล์ที่พร้อมพิมพ์งาน ลง Thumb Drive แล้วนำมาต่อกับเครื่องพิมพ์ เพื่อสั่งงานผ่านเครื่องพิมพ์ต่อไป
เมื่ออัพโหลดลงเครื่องพิมพ์แล้ว หน้าจอจะขึ้นเป็นพื้นที่พิมพ์งาน ซึ่งเราสามารถจัดวางโมเดลว่าจะให้พิมพ์บริเวณไหน มีประโยชน์ในกรณีมีพิมพ์ทีเดียวหลายชิ้นงาน เมื่อจัดวางได้ที่แล้วก็กดสั่งพิมพ์ได้เลย
ตัวเลเซอร์จะยิงและวิ่งตามแบบในแต่ละชั้นด้วยความเร็วสูง เหมือนกับการวาดภาพ
เมื่อเลเซอร์ยิงได้ครบทั้งชั้นแล้ว ตัวปาดนำยาเรซิ่นจะปาดผิวน้ำยา1รอบเพื่อเคลียร์พื้นผิวของแท็งค์ และแท่นพิมพ์จะค่อยๆเลื่อนลงทีละชั้นๆ เป็นการพิมพ์จากล่างขึ้นบน
เมื่อทำการพิมพ์เสร็จ ตัวแท่นพิมพ์จะเลื่อนขึ้นยกชิ้นงานขึ้นมาจากแท็งค์เรซิ่น

 

แท่นพิมพ์ยกชิ้นงานขึ้นจนเลยน้ำยาเรซิ่นแท็งค์ รอให้น้ำยาที่ยังหลงเหลือเคลือบบนชิ้นงานไหลลงมาก่อนที่จะทำการนำออก เพื่อเป็นการประหยัดน้ำยาเรซิ่นและเคลียร์พื้นผิวให้ได้มากที่สุดก่อนล้าง

👉เนื่องจากหากเรานำไปล้างทันที ตัว IPA ที่ล้างจะสกปรกเร็วขึ้น มีเรซิ่นผสมกับIPA อยู่มาก ทำให้การล้างชิ้นงานในครั้งถัดๆไปตัวชิ้นงานจะล้างไม่สะอาดเพราะพวกเศษๆเรซิ่นที่ผสมกับIPA อยู่จะไปเกาะกับชิ้นงานซึ่งจะเล็กจนเรามองไม่เห็น
แต่หากนำไปอบให้เซตตัวและแห้งแล้ว ตัวพื้นผิวชิ้นงานจะมีเศษเรซิ่นเกาะอยู่และต้องมาขัดเก็บทีหลังทำให้เสียเวลาและเสียแรงในการขัดแต่งงานหลายรอบ

เมื่อรอให้น้ำยาเรซิ่นที่เคลือบผิวงานไหลออกไปพอได้ที่แล้ว จึงทำการแซะชิ้นงานออกจากแท่นพิมพ์
จะเห็นได้ว่ามีส่วนที่เป็นเส้นเชื่อมซัพพอร์ตของแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน เพื่อทำให้ชิ้นงานมั่นคงและเป็นก้อนเดียวกัน
ยกชิ้นงานออกจากเครื่องพิมพ์ โดยใช้ถาดรองกันน้ำยาเรซิ่นไหลเลอะเทอะ

ซึ่งต้องใส่ถุงเมือ และชุดป้องกัน IPA และที่สำคัญคือแว่นตาและหน้ากากกันแก๊สที่ต้องสวมอยู่ตลอดเวลาการทำงาน เนื่องจาก IPA เป็นแอลกอฮอร์บริสุทธิ มีกลิ่นฉุนมากๆ
ยิ่งใช้ในแท็คใหญ่ด้วยแล้วยิ่งฉุนรุนแรง ทำใหเกิดอันตรายแก่ผู้ใช้ได้ จึงควรที่จะต้องสวมเครื่องป้องกันอย่างแน่นหน้

นำมาล้างน้ำ IPA รอบแรก

👉ซึ่งต้องใส่ถุงเมือ และชุดป้องกัน IPA และที่สำคัญคือแว่นตาและหน้ากากกันแก๊สที่ต้องสวมอยู่ตลอดเวลาการทำงาน เนื่องจาก IPA เป็นแอลกอฮอร์บริสุทธิ มีกลิ่นฉุนมากๆ
ยิ่งใช้ในแท็คใหญ่ด้วยแล้วยิ่งฉุนรุนแรง ทำใหเกิดอันตรายแก่ผู้ใช้ได้ จึงควรที่จะต้องสวมเครื่องป้องกันอย่างแน่นหนา

นำมาล้างน้ำ IPA รอบสอง ในแท็คที่อยู่ข้างๆกัน
ใช้แปรงจุ่ม IPA และปาดเช็ดน้ำยาเรซิ่นที่เกาะบนผิวงานออก
ในขั้นตอนการล้างนี้สามารถดึงชิ้นส่วนซัพพอร์ตคร่าวๆออกระหว่างล้าง IPA ได้เลย เนื่องจากตัวซัพพอร์ตยังนิ่มและดึงออกได้ง่ายอยู่
จากนั้นจึงนำไปล้างน้ำรอบที่3หลังจากดึงซัพพอร์ตออกไปส่วนหนึ่งแล้ว ใช้แปรงปาดๆออกอีกรอบหนึ่งเพื่อความสะอาด เรียบร้อย
เป่าลมเข้าไปในรูเพื่อให้น้ำที่ขังอยู่ข้างในไหลออกมาให้ได้มากที่สุด
เป่าลมให้ทั่วชิ้นงานไล่น้ำ IPA ออกจากพวกร่อง รู เล็กๆที่เป็นรายละเอียดของชิ้นงานให้หมด จากนั้นนำไปตากผึ่งลมไว้ก่อนเพื่อให้IPA ระเหยออกให้หมดไป เช็ดงานให้สะอาดก่อนนำไปขัดแต่ง
ใช้ที่คีบเก็บงานภายในรูปที่เจาะไว้เพื่อไม่ให้มีเศษซัพพอร์ตติดอยู่ข้างใน
ขัดแต่งภาพนอกให้เรียบร้อยก่อนนำไปอบชิ้นงาน ซึ่งก่อนอบชิ้นงาน ตัวโมเดลค่อนข้างมีความแข็งแรงมากพออยู่แล้ว จึงไม่ต้องกังวลว่าโมเดลจะเสียหายระหว่างขัดแต่ง
ใช้กระดาษทรายขัดผิวให้เรียบร้อย
นำเข้าเตาอบ UV
ไฟ UV จะช่วยให้ชิ้นงานเซตตัวและแข็งโดยสมบูรณ์
เสร็จแล้วจึงติดชิ้นส่วนที่เจาะรูเข้าไว้ด้วยกันเหมือนเดิม
พ่นรองพื้นที่มีเนื้อสีเข้มข้นเพื่อเป็นการอุดรวย หรือ ตามด บนผิวชิ้นงาน เป็นการเช็คเนื่องจากสีเรซิ่นทำให้เราไม่สามารถมองเห้ฯร่องรอยที่เล็กได้
รอให้สีแห้งแล้วจึงขัดแต่งผิวงานอีกครั้ง
เมื่อขัดเรียบร้อย ผิวงานจะเผยให้เห็นสีที่เราพ่นอุดร่อยนั้นเด่นชัดขึ้นมา
จากนั้นจึงเริ่มพ่นสีจริงต่อ โดยพ่นสีพื้นให้ทั่ว สีพื้นจะเป็นสีที่มีเปอร์เซ็นเยอะกว่าสีอื่นของตัวชิ้นงาน ในภาพจะเห็นว่าเป็นการพ่นสีดำ เนื่องจากตัวงานจริงเป็นสีเงินเมทัลลิก การรองพื้นดำนั้นจะช่วยให้การพ่อนสีประเภทเมทัลลิกเงาขึ้นมาก
ใช้เทปติดกั้นพ่นสี
พ่นสีจริงทับกับเทปกั้นพ่นได้เลย รอสีแห้งแล้วจึงแกะเทปกั้นพ่นออก
จากนั้นตกแต่งด้วยวัสดุอื่นๆตามที่ออกแบบไว้ ได้ชิ้นงานสมจริง สวยงาม ออกมาเรียบร้อย

 

และมี Video การเปรียบเทียบระหว่างการ CNC และ 3D Printing ว่ามีความแตกต่างและน่าสนใจต่างกันอย่างไรบ้าง

จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่า Process ในการทำงานนั้นมีหลายขั้นตอน กว่าจะได้ชิ้นงาน Prototype มา1ชิ้น แต่เนื่องจากการเข้ามาของเทคโนโลยีการพิมพ์ SLA แบบนี้นั้นทำให้การขึ้นต้นแบบเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ทำงานง่าย การทำโครงสร้างที่ซับซ้อนได้ไม่ยากซึ่งต่างจากการทำด้วยเครื่องจักรอื่นๆที่มีข้อจำกัดในการขึ้นรูปทรงที่ซับซ้อนมากมาย จึงไม่แปลกใจเลยถ้าอนาคตเราจะเห็นรถยนต์ที่ถูกสร้างด้วย 3D Printing ทั้งคัน

 

ทางเรา Print 3DD ก็มีเครื่อง SLA ขนาดใหญ่รองรับการขึ้นโมเดลทางอุตสาหกรรมให้ลองเลือกดูอีกด้วย

การมีเครื่องจักรที่สามารถลดต้นทุนเวลาและการทำงานที่ซับซ้อนได้ ก็คงคุ้มไม่ใช้น้อยจะที่ได้ใช้งานนะครับ….😁

หรือ หากใครสนใจเครื่องที่เล็กลงมาก็ขอแนะนำเป็น…

 

 

CreatorPro2 Reviewละเอียดยิบ ของมันต้องมี🔥🔥

CreatorPro2 Reviewละเอียดยิบ ของมันต้องมี🔥🔥
CreatorPro2 Reviewละเอียดยิบ ของมันต้องมี🔥🔥
เรามาทำความรู้จักเบื้องลึกกับเครื่องพิมพ์3มิติ CreatorPro2  รุ่นที่ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เนื่องจากเป็นตัวที่ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก มีหัวพิมพ์อิสระ 2 หัว ที่จะช่วยให้คุณสามารถทำงานได้เร็วขึ้น งานหลากหลายมากขึ้น สามารถทำ2สีได้ในตัวเดียวกัน
แต่ก่อนหน้าเรามาทำความรู้จัก CreatorPro รุ่นก่อนๆ กันดีกว่าว่าเป็นยังไงคร่าวๆกันครับเพื่อให้เห็นข้อแตกต่างของตัวรุ่น Pro2 ได้อย่างชัดเจน
Creator Pro 2016
Flashforge Creator Pro รุ่นเก่า
Flashforge Creator Pro เป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดของ Flashforge และของร้าน Print3DD เราเลยก็ว่าได้ หรือจะเรียกได้ว่าเป็น Flagship ของยี่ห้อ Flashforge เลยครับ
เป็นเครื่องพิมพ์สามมิติรุ่นใหม่ที่พัฒนามาจาก Flashforge Creator การทำงานของมันคล้ายกับเครื่องรุ่นก่อนหน้า 
มีการออกแบบโครงโลหะให้หนาขึ้น เพิ่มแผ่นโลหะป้องกัน MainBoard และ หน้าต่างอะคริลิก สำหรับเปิด-ปิด รวมถึงหลังคา เพื่อป้องกันเสียง/กลิ่น และรักษาอุณหภูมิภายในให้คงที่มากขึ้น ดังนั้นเครื่องจึงมีน้ำหนักค่อนข้างมาก
ซึ่งเป็นต้นแบบของเครื่องพิมพ์รุ่นต่อๆมาของ Flashforge 
ข้อสังเกตของรุ่นนี้
คือ 📌 Interface ยังเป็นระบบ “กดปุ่ม” ธรรมดา หากตัวกดพัง อาจจะต้องแงะออกมาซ่อม ซึ่งเสี่ยงในหลายๆอย่าง และหน้าจอ ยังมีแค่เพียง Text อยู่
ปุ่มทิศทางในการเลือกคำสั่งของเครื่องพิมพ์
📌 ถึงจะเป็นเครื่องพิมพ์ที่มี 2 หัว แต่เป็น 2 หัวที่ติดกัน ทำให้ยังคงพิมพ์ได้แค่ทีละโมเดลอยู่ และถ้าหากตัวหัวพิมพ์เสียอาจจะลามไปอีกหัวได้ ซึ่งจะเป็นเรื่องใหญ่ในการซ่อมแซมอีกด้วย😨😨😨
หัวฉีด 2 หัวแบบติดกัน
📌 เรื่องกวนใจของผู้ใช้งานหลายๆท่านที่ FeddBack กลับมาคือเสียงที่ค่อนข้างดังไปสักนิด ซึ่งอาจจะไม่เหมาะกับการใช้ในบ้านหรือ สำนักงานเท่าไหร่
📌 ขนาดชิ้นงานที่ทำได้ถือว่าเป็นมาตรฐาน Creator Pro มีบางจุดที่ต้องการการปรับแต่งอย่างละเอียด เพื่อใช้งานมันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
จากที่กล่าวมาข้างต้น ด้วยข้อด้อยที่เห็นนั้นทำให้ผู้พัฒนา Flashforge ได้ปรับปรุงแก้ไขตัวเครื่องและซอฟแวร์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นจากตัวเดิม จนออกมาเป็น
💥💥CREATOR PRO2💥💥
ผู้ช่วยที่จะทำให้งานของคุณมีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ในแบบที่ ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม
CreatorPro2 รุ่นใหม่ล่าสุด
มาใหม่รุ่นล่าสุด ปี 2020 มาพร้อมกับระบบ 2 หัวฉีดอิสระในราคาเท่าเดิม…
หลายๆอย่างถูกเพิ่มเติมเข้ามา ทั้งด้านการใช้งานและด้านการออกแบบ ซึ่งเราจะมาว่ากันที่ตัวโครงสร้างภายนอกก่อนจะดีกว่า ว่ามันแตกต่างและดีกว่ายังไงบ้าง
👉อย่างแรกที่เห็นคือการออกแบบที่ยังคงความเป็นรุ่น Creator Pro อยู่ เปลี่ยนสีนิดหน่อยจากดำล้วนเป็นเทาเข้ม ตัดกับส่วนบนที่เป็นสีดำ ทำให้ดูทันสมัยมากขึ้น
โครงสร้างหลักเป็นโลหะ มีความแข็งแรง ทำให้ค่อนข้างมีน้ำหนัก แต่ก็ยังหนักไม่ต่างกับตัวเก่าอยู่ ซึ่งน้ำหนักนี้มีผลดีตรงที่เวลาเครื่องพิมพ์งานอยู่ตัวเครื่องจะไม่ได้โครงเครงไปซึ่งจะทำให้การพิมพ์เสียหายได้
ภาพการเทียบสีของทั้ง2รุ่น

มาพร้อมหูจับที่สะดวกสบายเหมือนกับรุ่นก่อนเลยครับ…

พื้นที่การจับมีมากพอให้จับถนัดมือ

และที่แตกต่างจากตัวรุ่นก่อนที่เห็นได้ชัดจากภายนอกเลยคือ!!! หน้าจอ LCD TouchScreen ซึ่งทำให้เราไม่ต้องมานั่งกดปุ่มจนหัวร้อนอีกต่อไป ทำให้เกิดความสะดวกสบาย ใช้งานง่าย หน้าจอ Interface ที่ดูไม่ยาก สัญลักษณ์ที่เข้าใจง่าย

โดยตัวฟังก์ชันบนหน้าจอเครื่องพิมพ์ จะปรับให้เหมือนกับตัวเครื่องรุ่นใหญ่ๆรุ่นอื่น ทั้งการเลือก การปรับ Auto level เปลี่ยนFolament ปรับอุณหภูมิที่หัวซ้าย-ขวา และสถานะอื่นๆของเครื่องได้
LCD TouchScreen
4.และนี่เป็นอย่างหนึ่งที่ค่อนข้างน่าเสียดายมากเกี่ยวกับเครื่องรุ่นใหม่นี้ คือ รุ่นใหม่นี้ยังคงใช้การเสียบ SD Gard ในการป้อนข้อมูลการพิมพ์อยู่ โดยตัวรุ่นใหญ่อื่นๆเขาใช้การสั่งงานออนไลน์กันหมดแล้ว โดยตัวใหม่นี้ได้ทำการย้ายช่องเสียบ SD Gard มาไว้ข้างขวาภายนอกเครื่อง ต่างกับเครื่องรุ่นก่อนที่ไว้ข้างใน ซึ่งก็จะช่วยปรับปรุงในเรื่องการรักษาตัว SD Gard เนื่องจากรุ่นก่อนเสียบไว้ข้างใน ซึ่งอาจจะทำให้ตัว SD Gard เสื่อมสภาพได้เร็วหากทำการพิมพ์งานด้วยอุณหภูมิสูงเป็นเวลานานๆ
4.1ซึ่งการเสียบ SD Gard แบบนี้ จะทำให้ตัวเครื่องไม่สามารถเก็บข้อมูลไฟล์งาน เพื่อใช้ในการพิมพ์ซ้ำแบบไม่ได้เสียบ SD Gard เหมือนกับเครื่องที่พิมพ์ออนไลน์ได้ แต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรมากนักเพราะเครื่องสามารถเสียบ SD Gard คาไว้ได้ตลอดเวลา
ภาพการเปรียบเทียบช่องเสียบ SD Gard

มาดูที่ด้านหลังกันบ้าง ตัวใหม่นี้ก็ยังคงมี Spool 2 ข้าง ถอด/ใส่ ง่ายสบายๆแค่บีบหัว>ใส่ม้วนแกน แล้วตัวมันจะล็อกไม่ให้ม้วน Filament ไหลออกมาระหว่างการพิมพ์แน่นอน!!!

Spool คู่
ขออนุญาตแวะมาขายของสักนิด กับFilament แบรนด์คนไทย ไทยทำไทยใช้ กับ 3DD Brand
5.ฝาบนที่มีไว้เพื่อควบคุมอุณหภูมิ หากต้องการพิมพ์งานที่ใช้ Filament ในการพิมพ์อุณหภูมิสูงๆ อย่าง ABS
ฝาบน ใส แข็งแรง เก็บความร้อนได้ดี
คราวนี้เรามาดูภาพในกันบ้าง
1.อย่างแรกเลยจุดเด่นที่เห็นได้ชัดและเป็นตัวชูโรงของตัวรุ่นใหม่ก็คือ 2 หัวฉีด แบบอิสระ แยกออกจากกัน (IDEX : Independent Extruders)
ทำไมมันถึงโดดเด่นเด้งดึ๋งขนาดนี้นะ….นั่นก็เพราะว่าตัวหัวฉีดที่แยกกันแบบนี้มีประโยชน์มากในเรื่องของการพิมพ์ในรูปแบบ Mass หรือพิมพ์งานจำนวนเยอะในเวลาที่เร็วขึ้น การพิมพ์แบบ Mirror และอื่นๆอีกมากมาย เดี๋ยวเราจะมาเหลาให้ฟังว่ามีฟังก์ชันที่น่าสนใจอะไรบ้าง….
แบบพิมพ์ Duplicate สองชิ้นพร้อมกันมีประโยชน์ในเรื่องของการพิมพ์โมเดลในการทำซ้ำ หลายชุด ซึ่งสามารถลดการทำงานได้ถึง50% เช่น ชิ้นงานนึงพิมพ์3ชั่วโมง ต้องการ10ชิ้น ก็จะกลายเป็น 30ชั่วโมงในการพิมพ์งานชุดนี้ แต่หากเป็นสองหัว ตัวหัวจะแยกฝั่งและพิมพ์ขึ้นมาพร้อมกันทีเดียวเลย นั่นก็จะกลายเป็นว่าทำการพิมพ์ 10 ชิ้นใช้เวลา 30หาร2 เท่ากับ 15 ชั่วโมงเท่านั้น ทำให้ให้ได้ชิ้นงานที่มีคุณภาพ รวดเร็ว และยังสามาถแยกสีได้อีกด้วย

การพิมพ์แบบ Mirror คือการพิมพ์2ชิ้น สลับด้านเข้าหากัน ซึ่งมีประโยชน์หากต้องการชิ้นงานที่สลับด้านกัน เพียงแค่เราขึ้นไฟล์งาน3D ชิ้นเดียว ก็เอาเข้า Flashprint และพิมพ์ Mirrorกันได้เลย รวดเร็วและสะดวกไม่ต้องมานั่งทำMirrorในโปรแกรม3Dเอง เพราะบางทีถ้าเราทำไฟล์3D แบบMirrorกัน2ชิ้น ไฟล์จะหนักกว่าทำชิ้นเดียวแน่นอน

การพิมพ์แบบ 2 Colour เหมือนกับ CreatorProรุ่น ก่อน แต่เนื่องจากมีหัว 2 หัวแยกจากกัน ทำให้หากเกิดอะไรเสียหายที่หัวนึง อีกหัวนึงก็ยังไม่เป็นอะไร ต่างจากรุ่นก่อนที่หัวติดกันเลย ถ้าเกิดปัญหาอาจจะต้องเปลี่ยนทั้ง 2 หัว
**ข้อสังเกตของฟังก์ชันนี้คือเนื่องจากรุ่นใหม่นี้หัวแยกจากกัน ทำให้การทำงานจะใช้เวลาช้ากว่าหัวที่อยู่ติดกันนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรในการพิมพ์มากมายนัก
**ตัวโมเดลที่จะนำมาพิมพ์ต้องเป็นโมเดล 2 ชิ้นที่แยกออกจากกัน เพื่อแบ่งสีของหัวซ้าย-ขวา โปรโกรมFlashPrint ไม่สามารถแก้ไขตัวโมเดลได้

การพิมพ์ Support PVA ประโยชน์อีกอย่างของการพิมพ์ 2 หัวได้ ก็คือสามารถเลือกใช้ตัว PVA เส้น Filament ที่มีคุณสมบัติในการละลายน้ำได้ เนื่องจากละลายน้ำได้ทำให้เราไม่จำเป้นต้องแกะซับพอตด้วยตัวเอง เพียงแค่พิมพ์เสร็จแล้วนำไปแช่น้ำทิ้งไว้ให้ตัว PVA ละลายตกตะกอนไปเอง เหมาะกับงานที่มีความซับซ้อนมากๆ ซึ่งหากเป็นซัพพอร์ตเส้น Filament ทั่วไปจะทำให้แกะออกค่อนข้างยาก และอาจะทำให้ตัวงานเสียหายได้

แช่น้ำเสร็จก็เช็ดทำความสะอาดได้ง่ายๆ

แต่หากเป็นงานที่เป็นชิ้นเดียวที่วางไว้ตรงกลางสีเดียวแบบพิมพ์ Support PVA หรือ สองสีในตัวเดียวกัน ส่วนหัวฉีดแต่ละหัวจะสามารถเลื่อนมาพิมพ์บริเวณตรงกลางได้ทั้งคู่ ทำให้ไม่เกิดช่องว่าง (Gap) ของการพิมพ์
หัวฉีดทั้งสองตัว สามารถพิมพ์ตรงกลางได้ไม่เกิดGap
อีกอย่างหนึ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาใหม่ก็ตือ แผ่น Aluminium ที่พักหัวฉีด หลายคนคงจะสงสัยว่ามีไว้ทำไม จริงๆแล้วค่อนข้างมีประโยชน์มากๆ เป็นพาร์ทเสริมที่เอาไว้ขณะที่พิมพ์หัวนึงอยู่อีกหัวจะเคลื่อนมาเข้าที่แผ่นพักไว้ทำให้เส้นพลา่สติกที่กำลังร้อนอยู่ไม่เกิดการย้อยลงมา อีกทั้งยังเป็นการล้างรูปหัวฉีดอีกด้วย ทำให้ลดการเกิดเส้นใยขึ้นที่ตัวชิ้นงาน😋 (เครื่องรุ่นใหม่ๆก็เริ่มติดตั้งกันหมดแล้ว)
และจะสังเกตเห็นได้ว่าตัวหัวฉีดนั้น Motor Feed แบบ Direct Drive สามารถใช้งานร่วมกับพลาสติกที่อ่อนได้ เช่น เส้น Flex
2.ส่วนของฐานพิมพ์ (Platform) จะสามารถพิมพ์ได้ที่นาด 200x150x150 mm. และขนาดการพิมพ์แบบ Duplicateและ Mirror อยู่ที่ 80x148x150 mm. เพื่อรองรับการพิมพ์ 2 ชิ้นพร้อมกัน
3.สามารถทำความละเอียดในการพิมพ์แต่ละชั้นได้สูงถึง 50 Micron หรือประมาณ 0.05 mm. ซึ่งถือว่าละเอียดกว่ารุ่นก่อนที่อยู่ที่ 100 Micron หรือ 0.1 mm.
4.ในด้านตัว Soft Ware จะรองรับไฟล์ STL, OBJ, X3G, FPP และอื่นๆ มาพร้อมกับซอฟแวร์ที่แถมมากับเครื่องอย่าง FlashPrint เป็นโปรแกรมตั้งค่าสำหรับการพิมพ์เครื่อ Flashforge โดยฉะเพาะ ซึ่งในโปรแกรมสามารถหด/ขยาย ตัดแบ่ง ตัวโมเดลก่อนพิมพ์ได้
สเปคเครื่องพิมพ์คร่าวๆ
🧏‍♂️จากที่ได้ลองใช้งานมาได้สักพัก ค้นพบว่าการที่หัวฉีดแยกกันอย่างอิสระทำให้ทำงานง่ายขึ้นทั้งด้านการพิมพ์ที่ออกมาเรียบเนียนสวยงาม เหมาะกับการพิมพ์งานจำนวนมากๆ ไม่มีหัวฉีดข้างๆมาเกะกะทำเส้นใยพลาสติกย้อยไปมาเหมือนกับรุ่นก่อน
การใช้หน้าจอ TouchScreen และ Interface ที่ใช้ง่ายมากกว่าการกดปุ่ม ที่สำคัญด้านการซ่อมแซ่มที่สามารถทำได้ง่ายและหากเกิดความเสียหายสักหัวนึงเราก็ยังสามารถใช้อีกหัวนึงพิมพ์งานไปก่อนได้หากมีงานเร่งรีบที่ต้องทำ เมื่อเสร็จงานค่อยมาซ่อมอีกหัวนึงก็ยังได้
แถมด้วยราคาใกล้เคียงกับรุ่นก่อนด้วย คุ้มส้ะยิ่งกว่าคุ้ม!!!
👉สรุปจุดสังเกตของเครื่อง Creator Pro 2👈
1. ความน่าเสียดายของตัว Creator Pro 2 คือยังคงใช้ SD Gard ในการนำไฟล์เข้ามาพิมพ์อยู่ ซึ่งเครื่องรุ่นๆอื่นเป็นการสั่งงานออนไลน์หมดแล้ว
2.ตัวแกนZ ไม่ได้ล็อกให้อยู่กับที่ สามารถขยับขึ้นลงได้ หากขยับขึ้นPlatformจะเลื่อนลงมาเอง แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาแต่อย่างใด
3.ไม่รู้ว่าเป็นข้อเสียหรือข้อดีหรือไม่ เวลาพิมพ์งานเสร็จแล้วเวลาแกะโมเดลออกจะค่อนข้างแกะออกจากฐานพิมพ์ยาก เพราะติดกับฐานพิมพ์แน่นมากกก ซึ่งก็เป็นผลดีเพราะเวลาพิมพ์งานจะไม่ล้มแน่นอน
***ข้อแนะนำคือใช้เกรียงแซะข้างๆให้ได้ก่อนแล้วจึงค่อยแซะดันข้าไปจนโมเดลหลุดออกมา
4.ในด้านการพิมพ์ 2 สีในหนึ่งโมเดล เนื่องจากรุ่นใหม่นี้หัวแยกจากกัน ทำให้การทำงานจะใช้เวลาช้ากว่าหัวที่อยู่ติดกันเหมือนรุ่นก่อนนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรในการพิมพ์มากมายนัก
ตัวอย่างผลงานที่พิมด้วยเครื่อง CreatorPro2
ตัวอย่างงานโมเดลพิมพ์2สี
การพิมพ์ Duplicate ในจำนวนเยอะๆ
การพิมพ์Mirror แล้วนำมาต่อติดกัน ลดเวลาการพิมพ์งานจริง 50%

 

มาดูรีวิวแบบวิดิโอได้เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นครับ….
จากนี้ก็ของขายของอย่างมีสเตปหน่อยนะฮะ!!
สินค้าประกอบด้วย
_เครื่องพิมพ์ Flashforge Creator Pro2
_PLA Filament 1000g จำนวน 2ม้วน
_SD Card
_หนังสือคู่มือ
_อบรมสอนการใช้เครื่องฟรี
**สินค้าประกัน 1 ปี**

CCM Super Tacks X Helmet หมวกกันกระแทกจาก 3D Printing

CCM Super Tacks X Helmet หมวกกันกระแทกจาก 3D Printing
กีฬาฮ็อกกี้เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมสูงในต่างประเทศเทียบเท่ากับบาสเก็ตบอล อเมริกันฟุตบอล หรือแม้แต่ฟุตบอลเป็นอีกหนึ่งกีฬาที่มีความทรหด และรุนแรง เกิดการปะทะระหว่างแข่งขันเป็นประจำเสมอ เห็นจนชินตา
ทำให้นักฬาหลายต่อหลายคนได้รับอาการบาดเจ็บมากมายตามจุดสำคัญต่างๆ หลายๆต่อหลายบริษัทที่เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬาต่างวิจัยและพัฒนาอุปกรณืกีฬาให้มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยมากขึ้น
จนกระทั่งล่าสุดบริษัท Carbon3D หนึ่งในบริษัทชั้นนำในด้าน 3D Printing ที่ทำงานร่วมกันกับ Adidas ในการคิดค้น3D Printer Sneaker หรือจะเป็น Specialized ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ bicycle saddles ด้วย 3D printing และอื่นๆอีกหลายบริษัท
ได้วิจัยและพัฒนาหมวกกันกระแทกสำหรับกีฬาฮ็อกกี้ โดยออกแบบส่วนของ inner lining for protective gear ที่เป็นชิ้นส่วนรองรับแรงกระแทกภายในหมวกชั้นใน มีความยืดหยุ่น เหนียวและแข็งแรงในเวลาเดียวกัน เพื่อป้องกันและลดแรงกระแทกได้มากกว่าวัสดุฟองน้ำหรือแผ่นรองแรงกระแทกอื่นๆ
โดยมีชื่อว่า
CCM Super Tacks X Helmet
ใช้เทคโนโลยี 3D Printing ในการสร้างโครงสร้างที่ซับซ้อน มีรูปพรุ่นเพื่อให้เกิดช่องว่าง สร้างความยืดหยุ่น ดูดซับแรงกระแทกได้อย่างมาก
.
.
ทางCarbon3D มีแพลนที่จะผลิตเพื่อให้นักกีฬาได้ใช้ในฤดูการแข่งขัน2021 ของ NHL และจะปล่อยลงสู่ตลาดขายให้บุคลทั่วไปที่ชื่นชอบกีฬาฮ็อกกี้ได้ไปจับจองใช้กัน!!!
จะเห็นได้ว่าหลายๆบริษัทและวงการกีฬานั้นให้ความสนใจกับเทคโนโลยี3D Printingกันมากขึ้น หลังจากที่ตลาดเริ่มใหญ่และเข้าถึงบุคลทั่วไป เล็งเห็นข้อดีในการพิมพ์ชิ้นงานที่มีความซับซ้อนและใช้เวลาไม่นาน ทำให้ลดต้นทุนการผลิตได้มากขึ้น เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆและเป็นแรงบันดาลใจให้กับบริษัทใหญ่ๆในการนำมาปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัย  3D Printingจึงเป็นทางเลือกที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน…

ลดเวลาการพิมพ์50%ด้วยCreatorPro2⏰

ลดเวลาการพิมพ์50%ด้วยCreatorPro2⏰

เบื่อมั้ยกับการที่ต้องมานั่งรอพิมพ์ชิ้นงานหลายๆชั่วโมงทั้งที่โมเดลไม่ได้ซับซ้อนอะไร และต้องมาคอยเสียซัพพอร์ตไปฟรีๆอีก

ถ้าคุณได้ลอง Creator Pro 2 รุ่นใหม่แกะกล่องที่จะทำให้คุณสามารถพิมพ์ชิ้นงานได้เร็วขึ้น50% ด้วยระบบ 2 หัวฉีดอิสระ

แล้วชีวิตการพิมพ์จะปลดล็อก300%

 

อย่างแรก___

เริ่มจากนำโมเดลใส่ในโปรแกรมFlashprint > ผ่าโมเดลให้เป็น2ส่วนด้วย Cut > เลือก Extruder > เลือกฟังก์ชั่น Mirror

นำโมเดลใส่ในโปรแกรมFlashforge > ผ่าโมเดลให้เป็น2ส่วนด้วย Cut > เลือก Extruder > เลือกฟังก์ชั่น Mirror

จากที่ใช้เวลาในการพิมพ์ปกติ 3 ชั่วโมง >> กลายเป็น 1 ชั่วโมงครึ่ง (แบ่งพิมพ์สองหัว)

เครื่องพิมพ์2หัว ซ้าย/ขวา

 

สามารถเลือกใช้สีเดียวกันหรือสองสีตามใจชอบ

ได้ชิ้นงานที่Mirrorกัน อย่างกับแฝด

 

 

ชิ้นงานที่พิมพ์เสร็จสมบูรณ์
พร้อมนำไปเชื่อมต่อกัน

เราจะเชื่อมต่อกันด้วย “น้ำยาเชื่อมพลาสติกอะคลิลิก” มีคุณสมบัติในการกัดให้พลาสติกละลาย แล้วนำมาต่อให้ละลายเข้าหากัน เป็นการเชื่อมที่ง่าย

🔺***เนื่องจาก น้ำยาเชื่อมพลาสติกอะคลิลิก มีคุณสมบัติเป็นสารเคมีอันตราย เวลาใช้งานไม่ควรโดนผิวหนังและสูดดม หากโดนให้รีบล้างออกทันที**** 🔺

จุ่มพู่กันพอประมาณ

เลือก 1 ส่วนทาน้ำยาให้ทั่วและรวดเร็ว เนื่องจากเป็นสารเคมีที่ระเหยได้เร็ว

เมื่อทาแล้วนำมาติดกับอีกส่วนทันที กดให้แน่นเข้าไว้ด้วยกัน ทิ้งไว้สักครู่

กดให้น้ำยาละลายพลาสติกอีกชิ้นหนึ่งเพื่อให้แนบติดกัน

เมื่อเริ่มติดกัน ให้ทาซ้ำไปที่ร่องระหว่างชิ้นงาน แนะนำให้จุ่มน้ำยาเยอะสักหน่อย จิ้มลงไปเพื่อให้หยดน้ำยาไหลวิ่งไปตามร่อง

หาของหนักๆใกล้ตัววางทับบนชิ้นงานทิ้งไว้เพื่อให้พลาสติกติดแน่นขึ้น และรอให้น้ำยาแห้ง

ขอใกล้ตัวหนักๆและสามารถวางบนงานได้พอดี

เรียบร้อยยยยย!!!! แท่นตากแก้วไซด์มินิ เกร๋ๆไป1ที

” พวกผมใช้แล้ว คุณละลองรึยัง “

Creator Pro 2

คุณก็เป็นได้นะ…..นักพิมพ์3มิติน่ะ