fbpx

เครื่องตัดเลเซอร์ มีกี่แบบ อะไรบ้าง? CO2, Fiber, Diode

เครื่องตัดเลเซอร์ มีกี่แบบ อะไรบ้าง? CO2, Fiber, Diode

เครื่องตัดแกะสลักเลเซอร์ในท้องตลาดมีหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ทั้งแบบ CO2, Diode และ Fiber บางชนิดเหมาะกับงานโลหะ บางชนิดเหมาะกับงานอโลหะตัดพลาสติก ตัดหนัง ตัดสไม้ เรามาทำความรู้จักเลเซอร์แต่ละชนิดกันเลยครับ

แบ่ง Laser ตามแหล่งกำเนินแสง
1. CO2 Laser แห่งกำเนิดแสงของ Laser ชนิดนี้มาจากหลอด CO2 โดยทั่วๆไปจะมีกำลัง 30-180Watt โดยมีความยาวคลื่น 10.6 uM (10600 nm) เป็นความยาวคลื่นที่ตาเรามองไม่เห็น ไม่จำเป็นต้องใส่แว่นป้องกัน เลเซอร์ชนิด CO2 จะเป็นเลเซอร์ที่นิยมใช้มากที่สุด ทำงานได้หลากหลาย แต่เน้นไปที่วัสดุอโลหะ

หลอด CO2
  • นิยมใช้กันมากที่สุด เหมาะกับแกะสลักและตัดวัสดุอโลหะ เช่น Acrylic, แผ่นไม้, หนัง, แผ่นยาง, แผ่นพลาสติกชนิดต่างๆ
  • ใช้พลังงาน input สูงที่สุด เกิดความร้อนมากสุด ถ้าเทียบกับกำลังตัดที่ได้
    ตัดและ แกะสลัก Acrylic

    งานจาก CO2 Laser

2. Diode Laser แห่งกำเนิดแสงมาจากตัว Diode มีขนาดเล็กมาก แต่แลกมาด้วยกำลังที่น้อยจะเห็นที่ 1-10Watt ลำแสงที่ออกมาอยู่ในช่วง UV 405 – 1080 nm (เป็นแสงที่ตาเรามองเห็นนะคับ จะเห็นเป็นสีน้ำเงิน-ม่วง ต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันเมื่อใช้งาน เช่น แว่นตา)

Diode Laser
  • ขนาดเล็ก แกะสลักได้ดี แต่ไม่เหมาะงานตัด (ไม่แนะนำกับงานตัดเลย)
  • ต้องใช้แว่นป้องกัน ลำแสงมีอันตรายกับสายตา
  • หลังๆ Diode Laser ใช้ในการแพทย์และเสริมความงามมากขึ้น แต่ก่อนใช้ CO2 เลเซอร์ในการจี้ผิว แก้แผลเป็น หลังจากที่ Diode เลเซอร์มาจึงนิยม เนื่องจากเครื่องไม่ใหญ่ เคลื่อนย้ายสะดวก
    แกะสลักลงบนพื้นผิวต่าง

    เครื่องจะมีขนาดเล็กมาก

3. Fiber Laser เป็นเลเซอร์ที่มีกำลังมากที่สุด แหล่งกำเนิดแสงมาจาก Diode Laser จำนวนมากๆหลายตัว มารวมแสงผ่านกันที่เส้นไฟเบอร์นำแสง แสงของ Diode แต่ละเส้นจะมารวมกันที่เส้น Fiber เส้นใหญ่นำไปสู่หัวเลเซอร์และโฟกัสไปที่จุดเดียว Fiber Laser นิยมใช้ใน Fiber Marking 10-50Watt และ เครื่องตัดโลหะ ไฟเบอร์ Fiber Metal Cutter ขนาด 1000-5000Watt

เกิดจาก Diode Laser จำนวนหลาายๆตัว แสงเดินทางผ่านสาย Fiber เส้นเล็กๆหลายๆเส้น รวมเป็นเส้นใหญ่ ณ จุดปลายอีกข้างหนึ่ง
กำลังในการตัดสูงมาก สามารถตัดโลหะ หนาได้ (ต้อง Gas ช่วยเช่น Gas O2 หรือ N2)
  • เป็นเลเซอร์ที่กำลังสูงที่สุด
  • ราคาสูงที่สุด
  • ใช้แกะสลัก โลหะ หรือ ตัดโลหะหนาๆได้
  • ใช้ Fiber Laser ต้องใช้แว่นตาป้องกัน

    Fiber Laser สามารถตัดโลหะ หนาๆได้

Note : นอกจาก Diode Laser/ Fiber Laser ใช้ในงานตัดหรืองานแกะสลักแล้ว ยังเอามาใช้ทำ 3D Printer อีกด้วยจะเห็นได้ที่ระบบ SLA (ใช้เลเซอร์ยิงบนน้ำเรซิ่น) หรือ SLS (ใช้เลเซอร์ยิงบนผงโพลิเมอร์ ผงไนลอน) หรือ SLM (ใช้ Fiber Laser กำลังสูงยิงหลอมผงโลหะเข้าด้วยกัน)

ใช้ Fiber Laser ยิงลงบนผง Nylon ในระบบ SLS 3D Printer

แบ่งการตามวิธีการเคลื่อนที่ของเลเซอร์

1. Cartesian หรือ หัวเลเซอร์เครื่องที่ในแกน XY โดยมอเตอร์ ระบบนี้พบเห็นได้บ่อยที่สุด พวกเครื่องตัด CO2, Fiber Laser ต่างๆในท้องตลาด ระบบนี้ข้อดีคือถูก แต่ยังมีข้อจำกัด ด้านความเร็วของการทำงาน หัวเลเซอร์ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้เร็ว เร็วเกินไปงานที่ได้ไม่ชัดไม่สวย เช่น ถ้าแกะสลักที่ 200mm/Sec เริ่มจะเห็น Ghost (ภาพเคลื่อนจากความหน่วงของหัวฉีด)

เคลื่อนที่แบบ cartesian หัวเลเซอร์เคลื่อนทั้งระนาบ X Y

2. Galvano หรือ การกวาดแสงโดยใช้ กระจก 2 บาน เป็นตัวหักเหลำแสงเลเซอร์ ไปยังจุดต่างๆบน Table จะเห็นระบบนี้ได้มากกับ เครื่อง Fiber Laser Marking ข้อดีของระบบนี้คือเร็วมาก ความเร็ว 5000mm/Sec มีให้เห็นได้ง่ายๆ ข้อเสียหลัก หลักๆของระบบนี้คือ คุณภาพของงานจะลดลงเมื่ออยู่ขอบชิ้นงาน ห่างจากจุดกึ่งกลางเท่าไหร่คุณภาพลดลงเท่านั้น เพราะเลเซอร์จะตั้งฉากที่จุดกึ่งกลางภาพ และจะตกกระทบเป็นมุมมากขึ้นเรื่อยหากห่างจุดกี่งกลาง

เคลื่อนที่แบบ Galvano Scanner จะเห็นได้มากใน Fiber Laser Marking

3. Hybrid cartesian & Galvano อันนี้เป็นอะไรที่มาใหม่มาก คือใช้กันหักเหแสง กับ การเครื่องที่ตามแกนมอเตอร์เข้าด้วยกัน ตัวอย่างเช่นเครื่อง Formlabs Form3 หัวเลเซอร์เคลื่อนที่ในแนวแกน X แบบ cartesian และ ใช้การหักเหของกระจกที่แกน Y เป็นการประยุกต์เอาข้อดีของทั้งสองระบบเข้าด้วยกัน คือเคลื่อนที่ยังเร็วอยู่ และแสงเลเซอร์ตกกระทบยังได้ฉากอยู่เสมอ

เลเซอร์สะท้อนกระจกในแนวแกน Y (Galvano) ชุดเลเซอร์นี้เคลื่อนที่บนรางแกน X เลเซอร์จะตกกระทบตั้งฉากชิ้นงานเสมอ

Note : เครื่อง Laser Cut&Engrave เกือบทั้งหมดจะเป็นแบบ cartesian ส่วนเครื่อง Fiber Marking เกือบทั้งหมดจะเป็นแบบ Galvano แบบ Hybrid เริ่มจะมีให้เห็นได้บ้าง ยังใช้ในเครื่อง 3D Printer

Laser Cutter and Engraver – CO2 เครื่องตัดและแกะสลักเลเซอร์ชนิด CO2
เลเซอร์ที่นิยมใช้กันมากที่สุด ขนาดเริ่มต้น 40*30cm ถึง 250*130cm

Fiber Laser Marking เครื่องสลักโลหะไฟเบอร์เลเซอร์ความละเอียดสูง
เลเซอร์มาค์กิ้ง สำหรับแกะสลักผิวงานโลหะคุณภาพสูง เป็น Galvano ทำงานรวดเร็ว

Laser Engraver – Diode เครื่องแกะสลักเลเซอร์ชนิด Diode
เลเซอร์ไดโอด ขนาดเล็กดูสวยงาม ส่วนมากใช้งานเชิงแกะสลัก มีทั้งแบบ Galvano และ cartesian

Fiber Laser Metal Cutter เครื่องตัดโลหะไฟเบอร์เลเซอร์
เลเซอร์ไฟเบอร์กำลังสูง สำหรับตัดโลหะ กำลังเลเซอร์ 1000-3000watt

Form 3L เครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบ SLA เรซิ่นหลากชนิด เหมาะกับงานทุกประเภท

Form 3L เครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบ SLA เรซิ่นหลากชนิด เหมาะกับงานทุกประเภท

Form 3L เครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบ SLA เรซิ่นหลากชนิด เหมาะกับงานทุกประเภท

👉เครื่องระบบเรซิ่นจาก Formlabs มีขนาดพิมพ์ 33.5 x 20 x 30 cm. ใหญ่กว่า Form 3 ประมาณห้าเท่า
👉มีระบบใหม่เข้ามาชื่อ Low Force Stereolithography (LFS) เป็นระบบที่ลดแรงดึงระหว่างชิ้นงานกับถาดพิมพ์ ทำให้ถาดพิมพ์ใช้งานได้นานขึ้น
👉พิมพ์ได้เร็วขึ้น (ไม่ต้องใช้ไม้ปาดเหมือน Form 2) และ พิมพ์ชิ้นงานได้สวยขึ้น
👉พัฒนาขึ้นมาเป็นระบบ Light Processing Unit(LPU) แบบใหม่ ทำให้แสงเลเซอร์ที่ตกกระทบกับเรซิ่นมีจุดที่เล็กลง แม่นยำมากขึ้นเป็น 85 ไมครอน
👉ไม่ลดคุณภาพของแสงเลเซอร์ที่ขอบของจอ

ทางร้านได้มีการนำตัวอย่างเครื่องพิมพ์ Form3 มาวางโชว์ตัวเด่นเป็นที่เรียบร้อย พร้อมให้ลูกค้าทุกท่านได้เข้ามาลองใช้งาน จับต้องของจริงกันเลย

 

อีกทั้งยังมีตัวอย่างชิ้นงานจริงที่พิมพ์ได้จกาเครื่อง Form3L

ตัวเครื่องพิมพ์แบรนด์ Formlabs มีเรซิ่นให้เลือกหลากหลายชนิด ครอบคลุมแทบจะทุกวงการ ทั้งทางทันตกรรม วิศวกรรม และอื่นๆ

ตัวแป้นพิมพ์และแทงค์เรซิ่นมีขนาดใหญ่กว่ารุ่นก่อนประมาณเกือบ 5เท่า

DEMO Form3L on 3DD Store

 

มีเรซิ่นให้เลือกหลากหลาย เช่น Standard Resin เน้นความสวยงาม และราคาประหยัด, Flexible Resin ชิ้นงานที่พิมพ์ออกมามีความยืดหยุ่น คล้ายยาง, Tough Resin ชิ้นงานที่ได้ออกมาจะมีความแข็งแรงสูง สามารถนำไปใช้งานเชิงกล เจาะสง่าน ขันสกูร ใช้งานเชิงกลได้, Wax Cast Resin เพื่อพิมพ์แล้วสามารถเอาไปหล่อโลหะได้ เหมาะกับการทำงานเครื่องประดับ Jewelry , Dental Model Resin เรซิ่นที่ไว้พิมพ์ชิ้นงานทางทันตกรรมได้

เครื่องเหมาะกับบุคคลทั่วไป, บริษัทออกแบบ, ศิลปินคนทำโมเดล พระพุทธรูป, นักออกแบบ-วิจัย, ทันตแพทย์ หรือ โรงพยาบาล

 

 

ทดลองพิมพ์งานรองเท้าขนาด 1:1
เทียบขนาด โมเดล 1:1
ภาพชิ้นงานที่พึ่งพิมพ์เสร็จสดๆ ร้อนๆ
ทำความสะอาดและแกะซัพพอร์ทเรียบร้อย
ภาพแสดงการเทียบขนาดของชิ้นงานที่ได้จากการพิมพ์ Form 3 และ Form 3L
เจ้าตัว Form3L นั้นมีขนาดการพิมพ์ที่ใหญ่ขึ้นจากตัวเก่าอย่าง Form3 มาก ซึ่งขนาดการพิมพ์ของตัว Form3L นั้นคือ 335 x 200 x 300 mm. แต่ตัว Form3 มีขนาดการพิมพ์อยู่ที่ 145 x 145 x 185 เท่านั้นเอง
สามารถพิมพ์ชิ้นงานทีเดียวได้หลายตัว และแต่ละขนาดขนาดใหญ่ๆ ทั้งนั้น

 

งานสวยๆจาก CO2 Laser

งานสวยๆจาก CO2 Laser

มาดูงานสวยจากเครื่อง Laser Cut/ Engrave กัน สามารถเอาไปประยุกต์ใช้ทั้งงานศิลปะ งานสินค้าเครื่องใช้ ใช้ห้องเรียน STEM และอื่นๆ วัสดุที่สามารถตัดและแกะสลักได้มีหลายชนิด (ไม่รวม วัสดุที่เป็นโลหะ) เช่น แผ่นพลาสติกชนิดต่างๆ เช่น Acrylic, PolyCarbonate, HIPS แผ่นไม้ชนิดต่างๆ, ไม้แท้, ไม้อัด, หนังแท้, หนังสังเคราะห์, แผ่นยาง

ตัดชิ้นส่วน 2 มิติ มาประกอบเป็นโมเดล 3มิติ
งาน Functional สามารถขยับกลไกได้
ตัดและ แกะสลัก Acrylic
Acrylic สามารถดัดงอเข้ารูปได้ โดยการตัดแซะร่อง
ทำงาน พ่วงกุญแจ
ทดสอบการตัด และ แกะสลัก ใน Condition ต่างๆ
วัสดุไม้ แผ่นอะครีลิก แผ่น Poly Carbonate, แผ่นไม้

ทำที่รองแก้วได้ง่ายๆ
ทำงานศิลปะสวยๆ
ใช้สร้างสรรค์งาน Display

งาน ฟันเฟือง งาน Functional อื่นๆ

Laser Cutter and Engraver – CO2 เครื่องตัดและแกะสลักเลเซอร์ชนิด CO2
เลเซอร์ที่นิยมใช้กันมากที่สุด ขนาดเริ่มต้น 40*30cm ถึง 250*130cm

Update EXScan Pro 3.6? มีอะไรบ้าง

Update EXScan Pro 3.6? มีอะไรบ้าง

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2564 ช่วงประมาณเวลา 20.40 น. ของทางประเทศไทย shining3d ได้แจ้งเรื่องของการอัพเดทโปรแกรมที่ใช้กับเครื่องสแกนเนอร์อย่างรุ่น Einscan Pro 2X Series และ Einscan Pro HD ให้สามารถใช้งานร่วมกันในโปรแกรม EXScan Pro ตัวเดียวกันได้ จากที่เมื่อก่อนนั้นโปรแกรมของ Einscan Pro 2X Series กับ Einscan ProHD จะต้องใช้งานแยก Version กัน ถ้าสำหรับผู้ใช้งานที่มีเครื่อง Einscan ทั้ง 2 รุ่นนี้อยู่จะต้องมีโปรแกรม 2 Version ในคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวและจะยุ่งยากที่จะใช้งานเพราะจะต้อง install โปรแกรมใหม่ทุกครั้ง ซึ่งตอนนี้สามารถเข้าไปดาวน์โหลดกันได้แล้วกับ EXScan Pro v3.6.0.3

ไม่เพียงเท่านั้นการอัพเดทครั้งนี้ยังมีการเพิ่ม Features มาหลักๆ อีก 2 อย่างคือ

1.Multiple languages supported มีการรองรับภาษาที่มากขึ้นถึง 11 ภาษาในการใช้งานโปรแกรม EXScan Pro

2.Marker scan การทำ Open global marker ที่สามารถใช้งานได้เฉพาะในโหมด rapid scan mode ของเครื่อง Einscan Pro HD ตอนนี้ในสามารถใช้งานในโหมดการสแกน HD scan mode ได้แล้ว ซึ่งการใช้งานสแกนแบบ Open global marker นี้มีความจำเป็นและสำคัญอย่างมากสำหรับการสแกนวัตถุที่มีความบางๆ แบนๆ แต่สำหรับคนที่ใช้ Einscan Pro 2X series อยู่นั้นสามารถใช้งานได้อยู่แล้ว สามารถดูการใช้งานได้จากวีดีโอของ Einscan Pro 2X series 

Einscan H สวยสด ครบจัด ทุกเฉดสี

Einscan H สวยสด ครบจัด ทุกเฉดสี

Einscan H เป็นสแกนเนอร์ตัวใหม่จากทางShining3D ที่ออกมาเพื่องานทำAR/VRโดยเฉพาะ ที่เน้นการสแกนงานเพื่อต้องการไฟล์สามมิติที่มีสีสันลวดลายเหมือนจริงมากที่สุด แต่ก็ยังสามารถสแกนงานทั่วไปได้เหมือนสแกนเนอร์ทั่วไป
ความสามารถที่น่าสนใจมากของEinscan H ก็คือ ฟังก์ชั่นการสแกนบุคคลที่ให้ความสมจริงเป็นอย่างมากทั้งสี ริ้วรอย โครงสร้างของบุคคล รวมไปถึงเส้นผมก็ยังสามารถสแกนได้

หลอดอิฟราเรดจากด้านบน และWhite Light LEDจากด้านล่าง

Einscan H เป็นสแกนเนอร์ที่เป็นHybrid ที่ใช้แสงสองระบบร่วมกันจะเป็นระบบWhite Light LED ที่ใช้กับการสแกนงานทั่วไปได้ และมาพร้อมกับระบบ Infrared ที่ใช้กับการสแกนบุคคลโดยเฉพาะในระบบนี้สามารถสแกนคนได้โดยไม่จำเป็นต้องหลับตา

ระบบInfraredของEinscan Hจะเป็นการใช้คลื่นย่านInfraredที่เข้าใกล้กับย่านVisible Light ดังนั้นระหว่างสแกนจะมีแสงอยู่เล็กน้อยและแสงก็ไม่มีความเข้มมากจึงสามารถสแกนใบหน้าได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องหลับตา(แต่การมองแสงกระพริบนานๆก็ทำให้ดวงตาล้าได้เหมือนกันนะ)

ย่านของคลื่นแสงที่ใช้จะอยู่ประมาณIR ซึ่งปลอดภัยต่อคน
Einscan H มาพร้อมระบบHybrigที่สามารถทำให้สแกนงานได้หลากหลายมากขึ้น และยังมีความสามารถในการสแกนงานได้อย่างรวดเร็ว ด้วยความเร็วในการสแกนอยู่ที่1,200,000จุด/วินาที อีกทั้งฟังก์ชั่นการทำงานในโปรแกรมยังง่ายต่อการใช้งานอีกด้วย
ความละเอียดสูงถึง0.25mm ยังมาพร้อมความสามารถในการสแกนสีในตัว ที่ให้สีสดใสสมจริง และการเชื่อมต่อผิวงานด้วยพื้นผิวที่ยอดเยี่ยม
Body Scan ที่ใช้เพื่อสแกนคนโดยเฉพาะ ทำให้การสแกนบุคคลทำได้ง่ายมากขึ้น และยังใช้Infraredในการสแกน จึงปลอดภัยต่อตาของผู้ถูกสแกน
face Scanที่สามารถสแกนใบหน้าได้อย่างครบถ้วน และยังสามารถสแกนเส้นผมได้มากยิ่งขึ้น ทำให้เก็บรายละเอียดของบุคคลได้อย่างครบถ้วน

ภายนอก
Einscan H เป็นสแกนเนอร์ระบบHandheldที่ออกแบบมาให้การจับถนัดมือและน้ำหนักเบา ทำให้สามารถสแกนได้ต่อเนื่องโดยไม่เมื่อย

Einscan H มาพร้อมกับกล้องสี่ตัวช่วยเก็บรายละเอียดทุกมุม หลอดInfraredด้านบนเพื่อการสแกนเก็บสีและสแกนคนที่ยอดยี่ยม และ White light LEDด้านล่างที่สแกนงานได้หลากหลายได้สมจริง
ปุ่มปรับแสง(ซ้าย-ขวา) ปุ่มซูม(บน-ล่าง)และปุ่มเริ่มการสแกน ที่ใหญ่และกดง่าย เพื่อให้การใช้งานไม่ติดขัดสแกนได้อย่างต่อเนื่องกับงานทุกพื้นผิว

อุปกรณ์ที่มากับตัวเครื่อง

ตัวเครื่องEinscan H
แผ่นcalibrateกับแผ่นวางเทียบสำหรับใช้กาง
Markers ขนาด10mm (ใช้กับEinscanHและEinscanHX)
สายสัญญาณที่มาพร้อมกับสายไฟ สามารถเสียบและถอดได้ง่าย
สายสัญญาณที่ยาวถึง5เมตร ใหญ่แค่ไหนก็สแกนได้ไม่ติดขัด
อแดปเตอร์ที่สามารถเปลี่ยนหัวปลั๊กได้

โหมดการสแกน
Einscan H มีโหมดสำหรับการสแกนงานอยู่สามโหมดด้วยกัน ที่สามารถทำงานได้หลากหลายและยังออกแบบมาเพื่อสแกนคนได้ดียิ่งขึ้น
Standard Scan ใช้สำหรับการสแกนงานทั่วไป สแกนงานแบบเก็บรายละเอียดสี พื้นผิว หรือใช้งานสแกนงานที่จำเป็นต้องมีMarkers
Body Scan ใช้กับการสแกนร่ายกายโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นคนหรือคนที่ใส่ชุดเป็นตัวละครต่างๆได้ดี
Face Scan ใช้สำหรับการสแกนคนโดยเฉพาะ เน้นใบหน้าเป็นหลัก สแกนเส้นผมได้ดีและเลือกสลับไปใช้โหมดBody Scanได้ด้วย

Standard Scan
สำหรับโหมดนี้เป็นโหมดที่ใช้งานได้หลากหลายเพราะเป็นโหมดที่ใช้การสแกนทั่วไปโดยสามารถสแกนงานแบบทั่วไป สแกนสี สแกนเก็บพื้นผิว และก็ยังสามารถใช้งานกับMarkersได้ เรียกได้ว่าเป็นโหมดที่ครบจบในที่เดียว(แต่หากจะสแกนคนใช้โหมดBody Scan หรือ Face Scanจะดีกว่านะ) แต่งานหลักของโหมดนี้คือการสแกนสิ่งของเพื่อนำไปใช้กับงานVR/AR หรือด้านอื่นๆที่ต้องการไฟล์สามมิติที่มีสีสันสมจริง

ในครั้งนี้เราจะทำการสแกนโซฟาที่มีสิ่งของต่างๆวางอยู่ด้วย
ด้วยความสามารถในการเชื่อมต่อพื้นผิวที่ดีเยี่ยมจึงทำให้สแกนจุดต่างๆได้อย่างดี
ลวดลายบนสิ่งของก็เก็บได้นะ
แค่ปรับแสง ไม่ว่าอะไรก็สแกนได้

ผิวเรียบ ผิวขน ร่องเล็กน้อย ได้หมด

ผลการสแกนหลังจากGenerate point Cloud โดยที่ยังไม่ได้ปิดผิวแต่อย่างใด
ปิดผิวเสร็จก็สวยขึ้นไปอีก

ลวดลายที่ได้แทบไม่ต่างจากของจริงเลยล่ะ
สีสันสวยสดสะดุดตา

เนื้อผ้าที่เราแทบไม่สังเกตยังเก็บมาครบ

Body Scan/Face Scan
ในโหลดนี้จะเลือกเป็นFace Scanที่ใช้สแกนหน้าโดยเฉพาะที่จะสามารถเก้บรายละเอียดของใบหน้าได้อย่างครบถ้วน ทั้งรูปทรงของส่วนต่าง ผิว ริ้วรอยต่างๆ และเส้นผม และในโหมดนี้ยังจะสามารถสลับไปเป็นBody Scan ได้อัตโนมัติเมื่อเราเลื่อนไปสแกนร่างกายต่อได้ทันที ไม่จำเป็นต้องใช้สองโหมดเพื่อสแกนคนหนึ่งคน

ตัวอย่างการสแกน(ก่อนGenerate point cloud)
ตัวอย่างการสแกนหลังจากGenerate Point Cloudแล้ว

การสแกนครั้งนี้เราได้นางแบบสุดสวยพร้อมเสื้อผ้าสีสันฉูดฉาดพร้อมท้าทายความสามารถของEinscan H แบบจัดเต็มกันเลย

เริ่มจากหน้ามาก่อนเลย
เก็บบน-ล่างให้ครบ
สแกนส่วนอื่นๆต่อกันเลย
ลบส่วนเกินนิดหน่อยก็โอเคแล้ว
ผลจากการสแกนที่ยังไม่ได้ปิดผิว
ผลจากการสแกนที่่ปิดผิวแล้ว
เกือบครบทั้งตัว แต่สีครบ สมจริงสุด
เส้นผม ตัวหนังสือเล็กน้อยก็ยังเก็บได้
สีสันฉูดฉาดสะดุดตาจริงๆ

เป็นยังไงบ้างครับกับผลงานการสแกนด้วยEinscan H จะเห็นว่างานที่ได้จะเน้นไปทางงานที่ต้องการความสมจริง สีสันสดใส รายละเอียดต่างๆเพื่อนำไฟล์ที่ได้ไปใช้ต่อในด้านการแสดงผลแบบสมจริงและยังข้ามข้อจำกัดในการสแกกนคนที่มีความยากมากๆในการใช้สแกนเนอะรุ่นอื่นๆในการสแกนบุคคลEinscan Hถือว่าตอบโจทย์อย่างมาก หลังจากที่เราได้รีวิกันไปเรียบร้อยแล้วก็จะสรุปข้อดีและข้อสังเกตของ

จุดเด่นของEinscan H
-น้ำหนักเบา จับถือสะดวก ปุ่มกดง่าย
-สแกนได้เร็ว เชื่อมต่อจุดต่างๆด้วยพื้นผิวของตัวงานเองได้ยอดเยี่ยม จึงสแกนได้ต่อเนื่อง
-สีสันสวยสดใส สมจริงมาก รายละเอียดบนพื้นผิวก็เก็บได้หมด
-สแกนคน มาสคอสต่างๆได้อย่างดีเยี่ยม

ข้อสังเกต
-ไม่สามารถใช้โหมดFixed scanได้
-สแกนเนอร์เป็นระบบ White Light และ Infrared จึงไม่เหมาะกับการใช้งานภายนอกอาคาร

หากสนใจEinscan H สามารถเข้ามาทดลองใช้ที่หน้าร้านของเราได้นะครับ

Einscan HX รีวิวแบบจัดเต็ม

Einscan HX รีวิวแบบจัดเต็ม

Einscan HX สแกนเนอร์ระบบhandheldที่สามารถใช้กับงานได้หลากหลายแบบ ที่มาพร้อมระบบการสแกนแบบHybridมีทั้งสองระบบคือ laser scan เป็นโหมดที่เรีบกได้ว่ามีความละเอียดและแม่นยำที่สุดในปัจจุบัน มาคู่กับระบบ Blue light LED ที่เป็นที่นิยมของเครื่องสแกนหลายๆแบบ ที่มีความสามารถมากกว่าระบบ White light LED และยังสามารถเก็บสีได้ในตัวอีกด้วย
Einscan HX จะเน้นหนักไปทางงานเชิงวิศวกรรมเป็นหลักและงานที่มีขนาดใหญ่ถึงใหญ่มาก จะเหมาะกับงานสแกนรถ เครื่องจักร ชิ้นส่วนขนาดใหญ่ที่มีรายละเอียดสูงๆ แม้แต่งานรูปปั้น งานสแกนทั่วไปที่ต้องการสี

Einscan HX เป็นสแกนเนอร์ในระบบHandheldที่ใช้งานงานง่าย น้ำหนักเบา ทำให้ยืดหยุ่นได้มากในการทำงาน
สแกนด้วยความละเอียดสูงที่ระยะห่างระหว่างจุดอยู่ที่0.05mm และ0.04mm ที่โหมดLaser Scan
ในโหมดRapid Scan สามารถสแกนได้ที่ความละเอียดมากถึง 1,200,000จุด/วินาที ทำให้งานมีความละเอียดมาขึ้น จึงนำงานที่ได้ไปReverse Engineering, CAD/CAMได้ดียิ่งขึ้น
ระบบสแกนแบบHybrid Blue Laser และ Blue light LED ทำให้สแกนงานได้หลากหลายมากขึ้นสแกนได้แม้กระทั่งสีดำ
กล้องสแกนสีในตัว สแกนครบจบทุกสีและพื้นผิว

ภายนอก

ตัวเครื่องจะมีรูปทรงคล้ายคลึงกับดัมเบลทำให้จับได้ถนัดมือ และมีขนาดไม่ใหญ่มากจึงทำให้การเคลื่อนที่สแกนทำได้ง่ายมากขึ้น และด้วยน้ำหนักเพียง780กรัมเท่านั้นทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องโดยไม่ล้า

 

การวางปุ่มกดของเครื่องนั้นจะวางทั้งหมดที่ตรงกลางไม่ว่าผู้ใช้จะถนัดมือซ้ายหรือมือขวาก็สามารถใช้งานได้
ปุ่มของเครื่องจะประกอบไปด้วย ปุ่มสแกน จะอยู่ตรงกลางที่ด้ามจับและจะตรงกับนิ้วโป้งพอดี ด้านบนของเครื่องจะมีปุ่มปรับแสงสว่างและปุ่มสำหรับขยายภาพ กาดรกดปุ่มส่วนนี้อาจจะยากนิดหน่อยเพราะปุ่มนั้นอยู่สูงและขนาดใหญ่หากผู้ใช้มือเล้กก้อาจจะต้องใช้อีกมือมาช่วย ถึงแม้ว่าปุ่มจะใหญ่แต่ไม่แข็งสามารถกดได้ง่ายมาก

การเชื่อมต่อจะใช้เป็นสายสองเส้นของเครื่องเองเพื่อเชื่อมต่อไฟละสัญญาณและเชื่อมต่อเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยUSB3.0
ตัวเครื่องจะมีกล้องทั้งหมดสี่ตัวแต่ละตัวจะมีหลอดLEDอยู่รอบๆ ตรงกลางด้านบนจะเป็นตัวยิงแสงเลเซอร์ออกมา ส่วนตรงกลางด้านล่างจะเป็นโปรเจกเตอร์สำหรับ Blue LED

ภายใน

Einscan HXจะสแกนด้วยสองโหมดคือ
1.Laser scan โหมดนี้เรียกได้ว่าเป็นโหมดที่สแกนได้ละเอียดที่สุดของสแกนเนอร์ในปัจจุบัน สามารถเก็บรายละเอียดของตัวงานได้แม่นยำที่สุดแม้จะใช้งานกลางแจ้งก็ยังทำได้ โหมดนี้จะใช้ร่วมกับMarkerเพื่อให้มีจุดอ้างอิง เนื่องจากLaserมีลักษณะเป็นเส้นจึงทำให้การหาจุดอ้างอิงทำได้ยากมากถึงแม้ว่าจะเก็บรายละเอียดได้มากก็ตาม
จุดเด่นของการสแกนด้วยLaserที่ทำให้มันเป็นระบบที่สามารถสแกนได้แม่นยำที่สุดในเวลนี้ก็เพราะว่ามันสามารถสแกนงานที่มีลักษณะReflective(สะท้อนแสง)และงานสีดำได้ เพราะLaserจะสนใจแค่ลักษณะพื้นผิวของงานเท่านั้นจึงทำให้สีของงานไม่ส่งผลกับการสแกน
2.Rapid scan โหมดนี้ใช้กับการสแกนงานทั่วไป สามารถแสกนได้เร็วตามชื่อของมันและเร็วกว่าโหมดLaser scan เล็กน้อยแต่ความละเอียดของงานสแกนจะสู้โหมดLaser scanไม่ได้ โหมดนี้จะใช้Blue LEDในการสแกนงานโดยให้แสงสีฟ้าสะท้อนจากตัวงานกลับเข้ามาที่กล้องเพื่อประมวลผล
ในโหมดนี้ก็จะมีโหมดย่อยอีกสองโหมดคือ

  • non texture โหมดนี้จะไม่เก็บสีแต่สามารถเลือกที่จะเก็บพื้นผิวก็ได้ เก็บงานที่ใช้Markerก็ได้ หรือใช้แบบHybridก็ได้เช่นกัน
  • Texture โหมดนี้จะเป็นการสแกนงานสีโดยการเน้นเก็บผิวงานเป็นหลัก สีที่สแกนได้จะใกล้กับความเป็นจริงมาก
    ซึ่งโหมดRapid scanนั้นก็สามารถสแกนงานที่เป็นReflective(สะท้อนแสง)และงานสีดำได้เช่นกันแต่จะต้องใช้เทคนิคการปรับแสงระหว่างสแกนเพราะถ้าหากแสงมากเกินไปตัวเครื่องจะมองไม่เห็นงานส่วนที่เป็นสะท้อนหรือสีดำได้

อุปกรณ์ที่มากับเครื่อง
ตัวเครื่องจะมาพร้อมกับอุปกรณ์เสริมแบบครบครัน จะประกอบไปด้วย

  • ตัวเครื่องสแกน
  • แผ่นคาริเบต(พร้อมแผ่นรองสำหรับเทียบมุมการใช้งาน)

  • Marker สำหรับEiscan HX จะใช้ขนาด10mm(ของPro Series จะใช้ 7mm) มีแถมมาให้ทั้งหมด10แผ่น

  • สายสัญญาณที่มาเป็นคู่กับสายไฟเข้าเครื่อง(สายไฟยาวประมาณ5เมตร)

  • อแดปเตอร์สำหรับเครื่อง ที่มาพร้อมกับหัวปลั๊กสำหรับเปลี่ยนเพื่อการใช้งานได้หลายรูปแบบและหลายประเทศ

  • USB Drive จะมีLicense สำหรับเครื่อง
  • โปรแกรมSolidEdge และ Geomagic Essentials อย่างละ 1 License

การสแกนโหมดLaser Scan
เป็นโหมดที่ละเอียดที่สุดของสแกนเนอร์ ความสามารถเด่นของโหมดนี้คือการเก็บรายละเอียดของชิ้นงานได้ครบทุกองค์ประกอบไม่ว่าจะเป็นส่วนงอกส่วนย้อยเล็กๆของชิ้นงานได้ดี เก็บพื้นผิวได้ครบและการใช้Laserสามารถสแกนงานกลางแจ้งได้เพราะไม่จำเป็นต้องใช้แสงสะท้อน และไม่จำเป้นต้องพ่นสเปรย์แป้ง
โหมดนี้จะใช้เฉพาะกับงานที่ติดMarkerเท่านั้นแต่ไม่ต้องพ่นสเปรย์แป้ง Laserสามารถจับผิวชิ้นงานได้ดีมากแต่จำเป็นต้องมีจุดอ้างอิงเพราะLaserจะยิงแสงเป็นเส้นแบบตัดไขว้กันไปมาด้วยความเข้มสูงจะเก็บแต่พื้นผิวดังนั้นสีของตัวงานจะไม่ส่งผลกับการสแกนเลยแม้แต่น้อย และยังทำให้EiscanHXสามารถสแกนงานกลางแจ้งได้
การใช้งานในโหมดนี้ง่ายมากหากงานติดMakerมาแล้ว เพียงแค่เลือกโหมด เลือกความละเอียดแล้วสแกนได้เลย

หลังจากที่เข้ามาแล้วก้มีการตั้งค่าเพิ่มเติมให้อีกคือการเลือกว่างานชิ้นนั้นเป็นงานทั่วไป สะท้อนแสง หรือสีดำ(จริงๆไม่เลือกก็สแกนได้นะ แต่ถ้างานเป็นดำหรือสะท้อนแล้วเลือกจะสแกนได้ดีกว่า)
หากงานที่เป็นพื้นผิวที่สแกนได้ยากเช่น ซอกลึกๆ พื้นผิวที่หักมุม จุดพื้นที่ที่ห่างจากmarker ก็สามารถสแกนได้แต่ต้องทำการสแกนให้ละเอียดมากขึ้น

งานเสร็จเรียบร้อย

การใช้งานโหมด Rapid Scan
ในโหมดนี้จะมีการทำงานอยู่สองส่วนคือการสแกนแบบ Non-Texture และแบบ Texture
ในส่วนNon-TextureคือการสแกนงานตัวBlue Light LEDสามารถเก็บรายละเอียดได้ดี สแกนได้เร็ว และยังสามารถใช้งานได้หลากหลาย ทั้งกับงานที่มีMarkerและไม่มีก็สามารถสแกนได้ หรือจะเลือกเป็นแบบhybridก็ทำได้เช่นกัน อีกทั้งยังสามารถโดยใช้พื้นผิวเป็นตัวอ้างอิงได้เช่นกัน(Feature) แต่ความละเอียดก็ยังไม่ใกล้เคียงกับLaser Scan

ข้อเสียของRapid scan(ทั้งBlue lightและWhite Light) คือความแม่นยำไม่ได้สูงมากเท่าที่ควรถึงแม้ว่าความละเอียดจากสูงก็ตาม บางครั้งการสแกนงานที่ซับซ้อนหรือมีจุดอ้างอิงน้อยเกินไปด้วยความเร็วที่มากอาจจะทำให้งานเกิดอาการงานซ้อนได้ ซึ่งวิธีแก้คือการลบส่วนที่ซ้อนกันแล้วสแกนจุดนั้นใหม่อีกครั้ง

จุดเด่นอีกอย่างของEiscan HXคือโหมด Blue Lightของเครื่องสามารถสแกนงานงานกลางแจ้งได้ค่อนข้างดี และยังสามารถสแกนงานที่มีความมันวาวและงานสีดำได้ดี แต่ระหว่างสแกนั้นผู้ใช้ต้องคอยปรับแสงเรื่อยๆหากตำแหน่งงานเปลี่ยนจากจุดปกติไปจุดที่มีสีดำ

 

ในส่วนTextureคือการสแกนงานโดยการเก็บสีไปด้วย ในโหมดนี้จะไม่สามารถใช้markerได้ เพราะโปรแกรมจะใช้สีและลักษณะของผิวงานเป็นจุดอ้างอิงแทนเท่านั้น หากติดMarkerเข้ามาจะทำให้เครื่องสแกนเก็บMarkerเข้าไปด้วยและคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของตัวงานจะไม่สามารถลบเฉพาะMarkerออกได้

ด้วยความสามารถของBlue Light LEDของ Einscan HX สามารถสแกนสีได้ในตัวไม่จำเป็นต้องซื้อโมดูลสแกนสีมาต่อเพิ่มแต่อย่างใด และสีที่ได้จะใกล้เคียงความเป็นจริงมาก และEiscan HX สามารถสแกนสีดำได้ จึงสแกนสีดำเก็บเข้ามาได้เช่นกัน

หากสแกนงานที่เป็นสีดำก็ต้องทำการลดแสงของเครื่องสแกนลงไม่งั้นเครื่องจะมองไม่เห็นสีดำ
ในการสแกนไม่สามารถติดMarkerได้ ในส่วนพื้นผิวที่เรียบและมีสีเดียวอาจจะทำได้ยากจึงต้องใช้ทักษะของผู้ใช้ประมาณนึง

สุรุป
Einscan HX ทำงานสแกนได้ค่อนข้างหลากหลายงาน แต่จะเน้นไปทางวิศวกรรมจะทำได้ดีที่สุด กับการสแกนงานที่ไม่ได้ใช้เวลาในการสแกนนานมากนักถือว่าทำได้ดี
จุดเด่น
-มีโหมดLaser Scan สำหรับสแกนงานละเอียดสูง
-Blue light LED สามารถสแกนงานได้หลากหลายมาก ความละเอียดสูง ทั้งแบบติดและไม่ติดMarker
-เป็นHandheld Scannerที่น้ำหนักเบา ทำให้ผู้ใช้ทำงานได้สะดวกมาก
-สแกนสีได้สวย สีใกล้เคียงกับความเป็นจริงมาก
-สแกนได้เร็ว สแกนได้ดีมากกับงานที่มีขนาดใหญ่ สแกนงานกลางแจ้งได้0
ข้อสังเกต
-จะไม่สามารถใช้โหมดFix Scanได้
-งานที่มีขนาดเล็กไม่สารถสแกนได้

หวังว่าEiscan HX จะเป็นตัวเลือกให้ผุ้ที่สแกนงานได้นำไปใช้กันนะครับ
หากยังไม่กล้าตัดสินใจ สามารถมาทดลองใช้ที่หน้าร้านของเราได้นะครับ

อุปกรณ์เสริมการถ่ายวิดิโอด้วย 3D Printer

อุปกรณ์เสริมการถ่ายวิดิโอด้วย 3D Printer

อุปกรณ์ในการทำงานถ่ายวิดิโอนั้นมีมากมายหลายอย่าง ที่ช่วยให้การทำงานเป็นไปได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้นและสะดวกสบาย สร้างสรรค์ผลงานได้มากกว่าเดิมจากการใช้อุปกรณ์เสริมต่างๆ สามรถเข้าถึงผลงานที่ดูยากให้ทำออกมาได้ง่ายมากขึ้น สวยยิ่งขึ้น และคุณภาพดียิ่งขึ้น

แต่เนื่องจากอุปกรณ์ในปัจจุบันมีราคาที่ยังสูงอยู่ จึงทำให้มือสมัครเล่นในการถ่ายวิดิโอนั้นยังอาจจะไม่สามารถซื้อมาเพื่อทดลองใช้ เนื่องจากบางครั้งอุปกรณืบางชนิดอาจจะไม่เข้ากับการทำงานของแต่ละบุคคลได้ ทำให้หากซื้อมาก็อาจจะใช้ได้เพียงไม่กี่ครั้งเพราะไม่ถนัดและต้องเสียเงินนั้นไปเพื่อซื้ออุปกรณ์อื่นที่เข้ากับตนมากกว่า

แต่ปัญหานั้นจะหมดไปหากเรามี 3D Printer ที่สามารถสร้างสรรค์ชิ้นงานโมเดล 3มิติ เอาไปใช้งานได้จริงในการทำงานต่างๆ และยังพิมพ์ออกมาได้หลากหลายและใช้เวลาไม่นาน

หลังจากลองหาๆ หลังจากหาไฟล์โมเดลที่จะสามารถมาช่วยให้การทำงานด้านวิดิโอได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น ก็ไปได้เจอกับไฟล์ Camera+Rig+for+Smartphones จาก Thingiverse (สามารถกดลิ้งเพื่ดดาวโหลดไปพิมพ์กันฟรีๆ ได้เลย)

โดยจากไฟล์เป็นตัวอุปกรณ์เสริมที่เรียกว่า Camera Rig ที่ทำเพื่อใช้กับ Smart Phone  แต่เราใช้กล้องใหญ่ จึงทำการดัดแปลงให้สามารถใช้กับกล้องใหญ่ได้

โดยตัวโมเดลที่เป็นเส้นสีน้ำเงินนั้น ใช้เครื่องพิมพ์ Guider 2s ในการพิมพ์ชึ้นมาทีเดียว เนื่องจากขนาดการพิมพ์ที่มีถึง 280 x 250 x 300 mm. กดพิมพ์ทิ้งไว้คืนเดียวก็เสร็จเรียบร้อย

และตัวมือจับทั้งสองข้างนั้น ใช้เครื่อง Creator Pro2 ในการพิมพ์ ซึ่งเป็นเครื่องรุ่นใหม่ล่าสุดของร้านที่มีระบบ 2หัวฉีดอิสระ ทำให้สามารถพิมพ์ได้หลากหลายและรวดเร็วมากขึ้น โดยจัดการพิมพ์แบบ Duplicate พร้อมกัน ทำให้การทำงานนั้นรวดเร็วขึ้น เป็น 2 เท่า❤️❤️❤️

เมื่อเรามีเครื่องมือเสริมนี้แล้ว จึงทำให้การถ่ายวิดิโอนนั้น สะดวกและทำให้การขยับไปมาในการถ่ายวิดิโอนั้นนั้นง่ายกว่าการจับกล้องอย่างเดียวซึ่งทำให้เกิดการสั่นของภาพได้ง่ายกว่ามาก

และเพื่อให้เกิดความยิดหยุ่นในการทำงานมากขึ้นไปอีกจึงได้ทำการพิมพ์ตัวเสริมที่เป็น Top ของอุปกรณ์นี้เพื่อใช้ในการจับถ่ายในแนวต่ำได้ง่าย ไม่ต้องก้มตัวลงไป🙋‍♂️

จากนี้ไปการถ่ายงานวิดิโอก็จะง่ายกว่าเดิมมากและหากเบื่อๆ ก็หาไฟล์ที่ปล่อยให้โหลดฟรีมาพิมพ์ใหม่ได้อีกเรื่อยๆ โดยต้นทุนตอนนี้มีเพียงเส้นพลาสติกที่ใช้ ซึ่งราคาไม่ได้แพงเลยในปัจจุบัน

จะเห็นได้ว่า 3D Printer มีประโยชน์อย่างมากในการขึ้นต้นแบบหรือโมเดลที่พร้อมไปใช้งานได้จริงในการทำงานด้านต่างๆ เพียงแค่เรามีจินตนาการและการนำไปปรับใช้งานการทำงานในสายต่างๆ ของตัวเอง ก็สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานนั้นๆได้ไม่ยาก

รีวิว Einscan HX -Texture mode(โหมดแสกนเก็บพื้นผิว+สี) สแกนสีสวยสด รวดเร็ว เก็บทุกTexture

รีวิว Einscan HX -Texture mode(โหมดแสกนเก็บพื้นผิว+สี) สแกนสีสวยสด รวดเร็ว เก็บทุกTexture

Einscan HX เป็นสแกนเนอร์ตัวใหม่ของทางShining3D ที่ปล่อยออกมาเมื่อต้นเดือนนี้เอง โดยEinscan HXจะเป็นสแกนเนอร์ที่ออกแบบมาเฉพาะทาง โดยเน้นใช้งานทางด้านงานประเภทวิศวกรรมโดยเฉพาะและจะใช้ได้กับงานตั้งแต่ชิ้นส่วนขนาดกลางๆไปจนถึงรถทั้งคันได้เลย
ตัวเครื่องจะเป็นสแกนเนอร์ประเภทHandheld(ใช้มือจับถือสแกน)มาพร้อมกับระบบ Blue light LED ใช้ในการเก็บสีและผิวอย่างแม่นยำและยังมีโหมดLaserสำหรับสแกนงานละเอียด จึงทำให้Einscan HXมีความแม่นยำที่สูงมากเลยทีเดียว

ในระบบของ Blue light LED จะเป็นการยิงสีฟ้าไปกระทบชิ้นงานแล้วสะท้อนกลับมาที่สแกนเนอร์คล้ายกับระบบWhite light LED แต่จะสามารถเก็บสีได้ เก็บรายละเอียดได้ดีกว่า
หากต้องการจะใช้Blue lightสแกนชิ้นงานจะเลือกเป็นRapid scan โหมดนี้จะเป็นการเก็บพื้นผิว สแกนชิ้นงานโดยไม่ใช้Marker และยังสามารถเลือกเป็นโหมดสแกนสีได้ อีกทั้งตัวนี้ยังสามารถสแกนสีได้ในตัวไม่จำเป็นต้องต่อModuleแต่อย่างใดเพียงแค่เลือกโหมดเก็บสีก็สามารถใช้ได้แล้ว และไม่จำเป้นต้องมีห้องควบคุมแสงแต่อย่างใด แค่เพียงสแกนในร่มก็สามารถใช้งานได้เลย

ในรีวิวนี้จะทำการแสดงหุ่นลองเสื้อโดยใช้โหมดสแกนสีทั้งตัว






โดยหุ่นที่นำมาสแกนเป็นหุ่นเท่าคนจริง เสื้อผ้าที่คนใส่จริงๆ

การสแกนเราสามารถทำได้อย่างดาย เพียงแค่เดินวนสแกนรอบๆชิ้นงานได้เลย และสามารถหมุนชิ้นงานได้เลยหากทำได้

จะเห็นว่าสามารถเก็บรายละเอียดได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

หลังจากสแกนแล้วก็จะได้หน้าตาของหุ่นมาประมาณนี้

หลังจากคำนวนแล้วจะเนียนขึ้นเล็กน้อย

หลังจากประมวลผลก้จะได้งานประมาณนี้

Einscan HX เป็นสแกนเนอร์ตัวใหม่จากทาง Shining3D ที่มีความสารถมากมาย ทำงานได้หลากหลายและยังเป็นประเภทHandheldอีก จึงทำให้การทำงานร่วมกังานชิ้นใหญ่ก็สบายมากเลย

รู้จัก 3D Scanner คืออะไร? มีกี่ประเภท? (update 2021)

รู้จัก 3D Scanner คืออะไร? มีกี่ประเภท? (update 2021)

บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักเครื่องสแกน 3มิติ การนำไปใช้งาน และ ประเภทของสแกนเนอร์ 3มิติ หลายคนน่าจะรู้จักเครื่องสแกนเอกสาร (2D) เราสามารถเก็บสำเนาดิจิทัลเป็นไฟล์รูปหรือ PDF ได้ เครื่องสแกนเนอร์ 3มิติมีจุดประสงค์การใช้เดียวกัน คือการสร้างสำเนาของมูล Digital ของวัตถุ ต่างกันที่เป็นรูปแบบ 3มิติ Polygon (หรือ อาจใช้คำว่า Mesh ก็ได้) ไฟล์ 3D ที่ได้นี้อาจจะไปต่อ ไปพิมพ์ออกมาเป็นโมเดล 3มิติ (ใช้เครื่องพิมพ์ 3มิติ) , เอาไปทำ Animation, ทำหนัง CG, เอาไปใช้ในเชิง Engineer วิศวกรรมย้อนรอย, ใช้เชิงการแพทย์ได้ และล่าสุดในอุตสาหกรรม VR / AR

โดยเครื่อง 3D Scanner นั้นมีหลายแบบหลายประเภทเหมาะในการใช้งานไม่เหมือนกัน เช่นแบบ LED-Structure Light เป็นการฉาย Pattern แสงไปยังวัตถุ เหมาะกับการสแกนวัตถุ รูปปั้น สามารถเก็บไฟล์ได้ละเอียด , Laser ใช้เส้น Laser ยิงไปที่ชิ้นงาน เหมาะกับงานโลหะ รถยนต์ หรือวัตถุที่มีขนาดใหญ่, Lidar การยิงลำแสงเลเซอร์จำนวนมาไปยังวัตถุ หรือ สถานที่ Lidar เหมาะกับงานสแกนสำรวจ หรือใช้กับสถานที่มากกว่า สแกนวัตถุ, Infrared แม้ว่ามีคุณภาพต่ำไม่ละเอียด แต่มีความสามารถที่ระบบอื่นไม่มีคือการแยกวัตถุด้วยความร้อน เหมาะกับการสแกนสิ่งมีชีวิต คน หรือ สัตว์เป็นต้น, MRI Scan เครื่องสแกนภายในร่างกายมนุษย์ ที่ใช้ในโรงพยาบาล ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า นำภาพ 2D หลายๆ Slice มาต่อเป็น 3D เป็นต้น โดยแต่ละชนิดมีความสามารถข้อดี ข้อเสียแตกต่างกัน ซึ่งจะกล่าวถึงรายละเอียดด้านล่างต่อไป

ปล. บทความนี้เขียนขึ้นจากข้อมูลปัจจุบัน ธันวาคม 2020 / ท่านสามารถอ่านต่อ วิธีการเลือก 3D Scanner ให้เหมาะกับคุณ

3D Scanner คืออะไร?

เครื่องสแกน 3มิติ คือเครื่องเก็บข้อมูล 3มิติ (Collecting 3D Data) จากวัตถุ, โมเดล, สิ่งของ, คน รวมถึงสถานที่ก็ได้ โดยผลที่ได้คือ ไฟล์ 3มิติ ในรูปแบบ Polygon, 3D Mesh  (หลายครั้ง เข้าใจผิดว่าไฟล์ที่ได้เป็น CAD) นามสกุลที่นิยมกันกันคือ .STL, .OBJ เป็นต้น ข้อมูลที่ได้มีมิติกว้าง, ลึก, สูง x-y-z ความละเอียดความแม่นยำของไฟล์ที่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของ 3D Scanner คำที่เกี่ยวข้องกับ 3D Scanner คือ

  • Point Cloud กลุ่มของจุด coordinate x-y-z เป็น Raw Data ของเครื่องสแกน 3มิติ (เป็นกลุ่มจุด) ก่อนที่ Software จะแปลงจุดดังกล่าวเป็น Polygon (สามเหลี่ยมต่อกัน)
  • Accuracy ความละเอียดหรือแม่นยำในการ 3D scanner โดยมากจะระบุในหน่วย Micron เช่นเครื่องความละเอียดสูงระดับ 10Micron หรือ ระยะความห่างของ Point Cloud ดีสุดที่ทำได้คือ 10micron (ยิ่งระยะห่างน้อยยิ่งละเอียดนั้นเอง)

    สแกนให้เห็น Point Cloud กับ Polygon

ประโยชน์ของ 3D Scanner

ไฟล์ที่ได้จากเครื่อง 3D Scanner สามารถไปใช้งานต่อได้มากมาย ถ้าไม่ได้ไปแต่อะไรเพิ่มเติมสามารถพิมพ์ได้ทันทีด้วย 3D Printer โดยสามารถย่อ-ขยายโมเดลตามต้องการ, 3D Files สามารถนำไปวาดต่อเป็น CAD ไฟล์ หรือ นิยมเรียกว่า Reverse Engineer, เอาวิเคราะการรักษาทางการแพทย์-ทันตกรรม, เอาสร้างเกมส์-สร้างหนัง, แสดงตัวอย่างสินค้าเพื่อการโฆษณา และ ล่าสุดไปแสดงผลในงาน VR/AR

Engineering เชิงวิศวกรรม จะนิยมเอาไปใช้ 2 ทางด้วยกัน คือ  Reverse Engineering หรือ วิศวกรรมย้อนกลับ และ Inspection

  • Reverse Engineering เป็นการสแกน วัตถุที่มีอยู่ เป็นไฟล์ 3มิติ แล้วไปทำย้อนกลับเป็น CAD ตัวอย่างเช่น รถยนต์โบราณที่ไม่มีผลิตแล้ว หากอยากจะสร้างขึ้นมาใหม่ หรือ ทำเฉพาะบางส่วน สามารถใช้เครื่องสแกนเนอร์ 3มิติ เก็บรายละเอียด เอามาสร้างไฟล์ CAD นำไปใช้กับเครื่อง CNC หรือเครื่อง 3D Printer ต่อไป
  • Inspection เป็นการควบคุมการผลิต เพื่อเปรียบเทียบงานที่ผลิตออกมาจริงๆ กับไฟล์ต้นแบบมาตรฐานที่สร้างไว้ การผลิตสินค้าหลายๆครั้งเมื่อรันเครื่องผลิตไปเรื่อยๆแล้วขนาดรูปร่างอาจจะไม่ตรงตามต้องการต้องมีการจูนเครื่องจักรกัน การผลิตที่เข้มงวดกับเรื่องนี้มากๆเช่นการผลิตเครื่องยนต์ งานหล่อ หรือ งานฉีดพลาสติกอาจจะไม่ได้คุณภาพหรือขนาดตามที่ต้องการ 3D Scanner จะมาช่วยในส่วนนี้ โดยวิศวกรจะนำไฟล์สแกน มาเทียบกับไฟล์ CAD มาตรฐาน

    ตย.ที่แสดงในรูป สแกนหลอดไฟ สามารถแบ่งการใช้ได้สองทาง (ซ้าย) ทำไฟล์ที่ได้จากการสแกนสีฟ้า ไปเปรียบเทียบกันไฟล์มาตรฐานสินค้า Software จะประมวลผลพื้นที่ที่รูปร่างแตกต่าง Design VS Actual เป็น Mapping สี (ขวา) นำไฟล์สแกนสีได้สีฟ้า ไปทำการวาด CAD ขึ้นมาใหม่

ทางด้านศิลปะ และ ภาพยนต์ เกมส์ สแกนวัตถุ คน สิ่งของ แล้วเอาไปแต่ไฟล์ต่อใน Software อื่นๆ เช่น Zbrush สามารถแก้ไขปรับแต่ง เพิ่มรายละเอียด เป็นการลดระยะเวลาในการทำงาน และคงคุณภาพงานได้ใกล้เคียงความจริงกว่า เช่น แต่ก่อนจะต้องสร้างโมเดลหน้าคนจากศูนย์เลย ตอนนี้สามารถสแกนเอาไฟล์สแกนมาแต่งเพิ่มเติม จะลดเวลา และได้ผลลัพธ์ออกมาเหมือนหน้าคนจริงๆมากกว่า เอาไปแสดงผลในภาพยนต์หรือเกมส์ต่อ STL สามารถเอาไปพิมพ์ 3มิติออกมา ตัวอย่างการนำไปใช้

  • ย่อขยายโมเดล งาน Scale ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนคือ ปั้นพระองค์หนึ่งจากขึ้ผึ้งขึ้นมาขนาด 20cm (หรือขนาดที่ผู้ปั้นถนัด) สแกนไฟล์ดังกล่าวเพื่อเอาไปผลิต พระองค์นั้นในขนาดต่างๆ 5cm, 10cm, 20cm, 50cm, 100cm ไม่ต้องปั้นพระองค์เดิมๆหลายขนาด / ตย.ที่สอง เช่นที่อุทยานราชภักดิ์ ช่างปั้นโมเดลขนาดเ
  • สร้างซ้ำ เช่นมีวัตถุโบราณ ต้องการสร้างซ้ำ เราจะใช้การสแกน
  • สแกนเพื่อความสมจริง ประยุกต์ใช้ 3D scanner เก็บข้อมูลจากของจริง เช่นสแกนหน้าคนจะได้ความสมจริงกว่า (สแกนบางส่วน ปั้น3D ขึ้นเองบางส่วนก็ได้
ประยุกต์เก่ากับใหม่ ให้ศิลปินปั้นขึ้นมาจากขี้ผึ้ง นำมาสแกนเพื่อไปแต่งรายละเอียดต่อ สามารถไปย่อขนาดเป็นองค์เล็ก หรือ ไปทำให้ขยายเป็นชิ้นใหญ่ๆได้
งาน Scales สามารถสร้างโมเดลขนาดต่างๆ ด้วยไฟล์สแกนเดียว
Scan บางส่วน ปั้นไฟล์ 3D เองบางส่วน ตัวอย่างนี้ดีทั้งแสดงให้เห็น การประยุกต์จนถึงขั้นตอนการพิมพ์

ทางการแพทย์ ทันตกรรม ใช้สแกนเนอร์ 3มิติ ไปวินิจฉัยอาการและทำแผนการรักษาต่อไป ทางการแพทย์นั้นจะใช้สแกนเนอร์ ทั้งภายในและภายนอกร่างกาย ตัวอย่างเช่น

  • ทันตแพทย์ ใช้ Intraoral สแกนฟันในช่องปาก นำไฟล์ที่ได้ไปทำการจัดฟันในช่องปาก Clear Aligner, สร้างครอบฟัน หรือ อื่นๆจากเครื่องพิมพ์ 3มิติ
  • แพทย์ศัลยกรรมสมอง ใช้ MRI สแกนสมองเพื่อวิเคราะห์การรักษา จากไฟล์ 3มิติ
  • แพทย์วินัจฉัยกระดูผิดรูป จากเครื่อง CT Scan
การใช้เครื่องสแกนในช่องปาก Intraoral Scan และเครื่องพิมพ์ 3มิติ : AoralScan / Form3B

ประเภทของ 3D Scanner

 

แบ่งประเภท 3D Scanner ตามชนิดแสง/ชนิดเซนเซอร์

LED / Structure Light ใช้แสงในการสแกน โดยมากจะเป็นแสงขาว หรือ แสงน้ำเงิน โดยทั่วไปหลักการทำงานจะฉายแสงที่มี Pattern เป็นแถบเส้น (เหมือน Barcode แบบเส้น) หรือ แบบ Noise (เหมือน QR Code) ไปที่วัสดุ กล้องจะจับภาพกลับโดยมากจะมีกล้อง 2 ตัวขึ้นไป Software จะนำภาพ pattern ที่จับได้มาแปลงเป็นไฟล์ 3มิติ (แสงยิง Pattern ไปเหมือนเดิม แต่รูปร่างของวัตถุไม่เหมือนกัน กล้องจะเก็บรูปที่ได้ไม่เหมือนกัน)

  • เก็บข้อมูลเป็น Plane XY หนึ่ง shot คือหนึ่งภาพ
  • ข้อดีคือ สแกนเร็ว และ ได้ข้อมูลความละเอียดหวังผลได้
  • ข้อเสียคือ ไม่สามารถสแกนหรือสแกนได้คุณภาพไม่ดี ใน วัตถุสีทีบแสง(ไม่สะท้อนแสง), วัตถุมันวาว(สะท้อนแสงมากเกินจนกระเจิง), วัตถุใสทะลุ(กล้องไม่สามารถเก็บค่าแสงที่สะท้อนออกมาได้) อย่างไรก็ตามสามารถแก้ปัญหานี้โดยการเตรียมผิวชิ้นงาน เตรียมสภาพแวดล้อมการสแกนก่อน อ่านเพิ่มที่ขั้นตอบการเตรียมวัสดุสแกน
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด Shining3D, Artech, Gom
แสดงที่ฉายออกมาเป็นแถบเส้นเท่าๆกัน เมื่อตกกระทบที่ชิ้นงานจะได้ลักษณะเส้นเฉพาะตัวตามรูปร่างของงาน Software ประมวลข้อมูลที่ได้เป็นไฟล์ 3มิติ
อีกลักษณะหนึ่งของ Structure Light คราวนี้ไม่ฉายเป็นแถบเส้น แต่ฉายเป็น Noise เฉพาะตัวคล้ายๆ QR Code กล้องเก็บภาพที่ได้ไปประมวลผลเช่นกัน ในรูปเครื่อง StructureLight แบบ Handheld
Diagram การสแกนแบบ Structure Light จะเห็นว่า Project ฉายภาพที่เป็น Pattern ไปยังวัตถุ กล้องทั้งสองตัวจะจับภาพได้ไม่เหมือนกันตามรูปร่างของวัตถุ

Laser ใช้เลเซอร์เป็นแหล่งแสง เลเซอร์อาจจะมีสีแดง หรือ สีน้ำเงินก็ได้ ข้อดีของแสงเลเซอร์คือ มีความเข้มของแสงมากกว่าที่ฉายจากโปรเจคเตอร์หรือจากLED มากๆ ดังนั้นสามารถลองรับวัสดุที่หลากหลายกว่า วัสดุสีเข้ม หรือวัสดุที่มันวาวสะท้อนแสง

  • เก็บข้อมูลเป็นเส้น Line หนี่ง frame เอาเส้นมาต่อๆกันเป็นไฟล์ 3มิติ
  • ข้อดีแสงมีความเข้มแสงมากกว่า รอบรับการสแกนหลายพื้นผิว ไม่ว่าจะเป็นวัสดุที่มีสีเข้ม สีดำ, ผิวโลหะ ผิวมันวาว Chrome, สแกนในพื้นที่แจ้ง
  • ข้อเสียของระบบนี้เลย คือต้องติด Marker เนื่องจากการสแกนไม่ได้เก็บข้อมูลเป็นระนาบ แต่เก็บเป็นเส้น Software ไม่สามารถต่อไฟล์ 3มิติ เข้าด้วยกันได้ ต้องใช้ Marker เป็นตัวอ้างอิง การติด Marker หลักๆคือเสียเวลา (ไม่ต้องเสียเวลาเตรียมผิวชิ้นงาน แต่เสียเวลาติด Marker แทน) และ อีกข้อคือถ้าเป็นเครื่องสแกนเนอร์แบบ Laser ล้วนๆ จะเก็บภาพสีไม่ได้ แต่ปัจจุบันรุ่นใหม่ๆมีกล้องเก็บสีเพิ่มเข้ามาด้วย
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด Shining3D, Creaform
ตัวอย่าง Laser 3D Scanner เลเซอร์น้ำเงิน 14 เส้น สแกนเก็บได้หลายพื้นผิว ทั้งดำ หรือมันวาว ผิวโลหะ แต่ต้องติด Marker

Infrared ใช้หลักการจับภาพ Infrared ในการสแกน ตัวอย่างที่ใช้กันเยอะเช่น Kinect ของ Xbox กล้อง interactive ต่างๆ ข้อดีคือสามารถแยกคนออกจากสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าระบบอื่น

  • ข้อดีคือ มีราคาถูกและใช้กันแพร่หลาย สามารถแยกคนจากสภาพแวดล้อมได้ดี เพราะแยกจากความร้อน
  • ข้อเสีย เป็นระบบที่มีรายละเอียดต่ำที่สุด

    ในรูปใช้ Kinect กล้องจับภาพ infrared มาใช้ในการสร้างไฟล์ 3มิติ ราคาค่อนข้างถูกแต่คุณภาพต่ำ

Arm 3D Scanner Scanner  เป็นระบบที่ใช้กันมานานแล้ว แต่มีราคาสูงมาก นิยมใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ โดยมาก Arm จะติด Probe หรือ Laser Scan เข้ามาด้วย โดยหากเป็น Probe ก็จะวัดจุดที่ Probe ไปแตะ ดูเป็นจุดๆไป แต่หากเป็นหัว Laser Scanner ที่ติดบน Arm อันนี้จะสามารถแสกนออกมาเป็นไฟล์ 3มิติ ได้เลย ไม่ต้องติด Marker เนื่องจาก Software รู้ตำแหน่งที่ของหัวสแกนเนอร์จาก Motor Servo ที่อยู่บน Arm (Laser Scanner ที่ไม่ติดบน Arm จะไม่รู้ตำแหน่ง จึงให้ Marker ช่วยระบุตำแหน่ง)

  • เก็บข้อมูลเป็นจุด Coordinate กรณีเป็น Probe และเก็บเป็นเส้นเลเซอร์ กรณีเป็นหัว Laser Scanner
  • ข้อดี เป็นระบบที่มีความแม่นยำสูงมาก เนื่องจากระบุตำแหน่งโดยใช้มอเตอร์ Servo ที่ข้อต่อแต่ละอัน
  • ข้อเสีย ราคาสูงมาก และ มีข้อจำกัดในพื้นที่การสแกน ต้องสแกนในระยะที่ Arm ไปถึง
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด FARO, Kreon, Hexagon
เครื่องสแกน แบบ Arm ประยุกต์การระบุตำแหน่งการสแกนด้วย มอเตอร์ Servo ตามข้อต่อของ Arm จึงได้ค่าที่แม่นยำ Accurate และ แม่นตรง Precise มากๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องทำการ Calibrate เรื่อย ค่าเครื่องและค่า Calibrate ค่อนข้างสูง

Lidar เป็นระบบที่มีนานแล้ว ใช้ในเครื่องสแกน Land Scape หลักการคือการยิงแสงเลเซอร์จำนวนมากไปยังวัตถุและมี Sensor รับภาพกลับมาก เร็วๆนี้มีการเพิ่ม Lidar เข้ามาในเครื่อง Ipad Pro 2020 อย่างไรก็ตามคุณภาพในการสแกนยังค่อนข้างทำอยู่มาก อาจจะมีการพัฒนาให้ดีขึ้นเร็วๆนี้

  • สาดลำแสงเลเซอร์จำนวนมากไปรอบ เก็บจุดที่เลเซอร์ตกกระทบ มาต่อกันเป็นไฟล์ 3มิติ เหมาะการสแกน LandScape-สถานที่ มากกว่า สแกนวัตถุ
  • ข้อดี สามารถเก็บข้อมูลพื้นที่ใหญ่ๆมากๆได้  เริ่มมีการพัฒนาไปใส่ในอุปกรณ์พกพา (Ipad Pro 2020)
  • ข้อเสีย ยังเก็บรายละเอียดได้ไม่ดีนัก เหมาะกันสแกนสถานที่ มากกว่าการสแกนวัตถุ
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด FARO, Leica

    งานสแกนจากเครื่องระบบ Lidar นั้น นิยมใช้ในการเก็บข้อมูลสถานที่ ทางการทหาร หรือ ทางการพิสูจน์หลักฐาน แนบตัวอย่างให้ดูเครื่อง Lidar ที่มีขายอยู่ในท้องตลาด

Photogrammetry เป็นการแปลงรูปถ่ายจำนวนมากๆ หลายๆมุมมาต่อกัน และแปลงค่าเป็นไฟล์ 3มิติ ระบบนี้ไปประยุกต์งานได้หลากหลายมากๆ ข้อดีคือ สามารถสร้างไฟล์ 3มิติ ของพื้นที่ใหญ่ๆได้ (ใช้ Drone เก็บภาพมุมสูง หรือ Video มุมสูง มา Process Mapping เป็นไฟล์ 3มิติ) อีกความสามารถหนึ่งที่เก่งมากๆคือ การสร้างไฟล์ 3มิติ ความละเอียดสูงของบุคคล ทำได้โดยการถ่ายภาพ จากกล้อง DSLR จำนวนมาก 70+ ตัว พร้อมกัน และนำมาประมวลผล นิยมใช้กันมากในการสร้างหนัง หรือ เกมส์ สร้างความสมจริงในการแสดงสีหน้า

  • input คือ รูปภาพจำนวนมาก ของสิ่งที่เราต้องการสร้างไฟล์ 3มิติ โดยรูปภาพดังกล่าวควรจะถ่ายด้วยช่วงเลนส์ ช่วงเลนส์เดียวกัน รูรับแสงเดียวกัน White Balance เดียวกัน  Software จะประมวลผล
  • ข้อดี เอาไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย เช่น แผนที่ 3มิติ (เหมือนที่ Google Map ใช้) หรือ ใช้สร้างโมเดลสามมิติบุคคลแบบระเอียดสูง Capture สีหน้าได้สมจริง โดยใช้กล้อง DSLR จำนวน 70+ตัว ถ่ายภาพพร้อมกัน
  • ข้อเสีย ใช้เวลาในการทำงานนานมากๆ ประมวลผลนานมากๆ บางครั้งใช้เวลาหลายวัน หากต้องการงานคุณภาพสูงต้องลงทุนหลายล้าน
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด Agisoft, RealityCapture บริษัทที่เป็น Reference ที่ดีคือ Ten24
ไม่ต้องสร้าง CG เองแล้ว ถ่ายรูปทำเป็นไฟล์ 3มิติ เลย

Other 3D Scanners อื่นๆ มีอีกมากมายเช่นเครื่อง CT Scan และเครื่อง MRI Scan ก็เป็น 3D Scanner แบบหนึ่งเหมือนกัน

  • CT Scan จะเป็นการสแกน Slice ร่างกายเราโดยใช้รังสี เหมาะสแกนพวกชิ้นส่วนที่ดูดซับแสง เช่นพวกกระดูก ไฟล์ที่ได้เป็น DICOM Slice ร่างกายเป็นหลายๆส่วน เอา Slice มาต่อกันเป็นไฟล์ 3มิติ
  • MRI Scan จะสแกนเป็น Slice เช่นกันแต่จะใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เหมาะกับสแกนพวกเนื้อเยื้อ สมอง ไฟล์ที่ได้เป็น DICOM เหมือนกัน
  • CMM อันนี้อาจจะเก่าสักหน่อย เป็นเครื่องสแกนแบบสัมผัสชิ้นงาน (Contact) เป็นหัว Probe จิ้มไปที่ชิ้นงานไปเรื่อย นำ Point Cloud มาประกอบเป็นไฟล์ 3มิติ
เครื่อง MRI หรือ CT Scan จัดเป็นเครื่องสแกน 3มิติ ชนิดหนึ่ง สามารถนำ Slice Section ของมนุษย์มาต่อกัน ยิ่งเครื่อง Scan มี Slice มากก็ยิ่งได้ไฟล์โมเดลที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น
สมองมนุษย์ขนาด 1:1 ได้มาจาก MRI Scan ของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพ DICOM แพทย์ต้องการพิมพ์สมองเพื่อการวิจัย

แบ่งประเภท 3D Scanner จากวิธีการสแกน (Fix Scan, Hybrid, Handheld)

Fix Scan  การสแกนแบบ Fix Scan คือ “ขณะสแกนใน Shot นั้นๆ เครื่องสแกนต้องอยู่นิ่ง” อาจจะอยู่บนขาตั้งกล้อง หรือ แท่นจับ ก็ได้ เวลาในการสแกนแต่ละช็อตเกินวินาที-หลายวินาที ข้อดีของระบบนี้คือ สามารถเก็บงานได้ละเอียดกว่า ข้อเสียคือใช้เวลาในการสแกนนานกว่า

  • เวลาสแกนเครื่อง 3D Scanner ต้องอยู่นิ่งบนขาตั้งกล้อง สแกนจบค่อยย้ายไป Shot ต่อไป (แนะนำให้เลื่อมกับจุดเดิม 30% ขึ้นไป Software จึงจะต่อไฟล์ให้เองอัตโนมัติ)
  • ข้อดีของแบบนี้คือ สามารถเก็บรายละเอียดได้ดีกว่า ไฟล์คมชัดกว่า (เหมือนใช้ขาตั้งกล้องถ่ายรูป เทียบกับเราเอามือถือกล้องถ่าย)
  • ข้อเสียของระบบนี้ คือ ใช้เวลาในการสแกนนานกว่าแบบ Handheld โดยเฉพาะงานชิ้นใหญ่ๆเกิน 50cm ขึ้นไป
  • ระบบนี้สามารถทำงานร่วมกัน Automatic Turntable ได้ (3D Scanner อยู่บนขาตั้งกล้อง ชิ้นงานสแกนอยู่บนแท่นหมุนอัตโนมัติ เมื่อสแกน Shot หนึ่งเสร็จแท่นจะหมุนอัตโนมัติ ในองศาที่กำหนด เช่น 45องศา และ สแกนใน Shot ต่อไป สแกน 8 ครั้งจะได้ครบ 360องศา
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็น Fix Scan ล้วนๆ EinScan SE, AutoScan Inspec, DS-EX Pro

Handheld การสแกนแบบ Handheld จะเป็นเทคโนโลยีที่มาใหม่ พัฒนาต่อมาจาก Fix Scan สืบเนื่องจากคอมพิวเตอร์พัฒนาประมวลผลได้เร็ว ทั้งกราฟิกและการเขียนอ่านข้อมูล จึงสามารถเก็บ Shot ได้เร็วขึ้น เครื่อง Handheld จึงถือกำเนิด เครื่องใหม่จะเก็บ shot ได้ 15-30 fps หรือ 15-30 shot ในเวลาหนึ่งวินาที ทำให้ถือสแกน ลากเก็บภาพ 3มิติไปเรื่อยๆได

  • เวลาสแกนสามารถใช้มือถือสแกนชิ้นงานไปเรื่อยๆได้ ลากช้าหรือเร็วขึ้นกับ Spec ของเครื่องสแกนและความแรงของคอมพิวเตอร์ประมวลผล
  • ข้อดีคือ สแกนได้รวดเร็ว สะดวก เหมาะกับความชิ้นใหญ่
  • ข้อเสีย หากให้เทียบจริงๆแล้วคุณภาพงานสแกนสู้แบบ Fix ไม่ได้
  • สามารถสแกนคนหรือสัตว์ได้ (อย่างไรก็ตามคน ควรจะอยู่นิ่ง ยืนเฉย หรือ นั่งเฉยๆ)
  • เหมาะกับการสแกนของชิ้นใหญ่, ของที่เคลื่อนย้ายไม่ได้, คน หรือ สัตว์
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็น Handheld ล้วนๆ EinScan Pro 2X/2XP,EinScan Pro HD,EinScan H,EinScan HX, AoralScan Intra-Oral Scanner

Hybrid เครื่องสแกนที่รวมเอาสองความสามารถนี้เข้าด้วยกัน คือจะใช้ขาตั้งกล้องก็ได้ หรือ มือถือสแกนก็ได้ จะมาเสริมจุดเสียของ Fix Scan ที่เก็บงานได้ละเอียดแต่ช้ามีข้อจำกัด กับ Handheld Scan ที่เก็บงานได้เร็วคล่องตัว ละเอียดจะเก็บได้น้อยลง

  • เวลาที่ต้องการงานละเอียด ชิ้นงานเล็กใช้ โหมด Fix Scan
  • เวลาสแกนคน, ของชิ้นใหญ่ ของที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ ใช้โหมด Handheld Scan
  • เครื่องแบบ Hybrid จะครอบคลุมการทำงานหลาก สแกนได้ทั้งของชิ้นกลาง-ใหญ่
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็นแบบ Hybrid  EinScan Pro 2X/2XP, EinScan Pro HD

อ่านเพิ่มเติม 

ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่นี่


อ่าน Review เพิ่มเติมตามแต่ละรุ่นไปที่นี่

Metalex 2020 Bitec 18-21Nov พบกับ Print3DD

Metalex 2020 Bitec 18-21Nov พบกับ Print3DD
มาหากันหน่อย มาเจอ Print3DD ที่งาน Metalex2020 งานรวมนวัตกรรมและเทคโนโลยีอุตสาหกรรมระดับประเทศ ถูกมัดรวมไว้ในที่เดียว👈
👉พบกับเครื่องพิมพ์3มิติและสแกนเนอร์แบบจัดเต็มสูบทั้งงานเล็กและงานใหญ่ พร้อมให้ได้ทดลองใช้งานกันจริงๆ ร่วมกับทีมงานEngineerที่จะคอยดูแลและตอบคำถามที่สงสัยในงาน 3D Printing
👉และชมตัวอย่างชิ้นงานที่พิมพ์ได้จริงจากเครื่องทั้งเล็กและใหญ่ งานเครื่องจักร งานAuto Part แบบจัดเต็ม
📌แล้วพบกันที่ บูธ BF29-1 // Hall EH102 ไบเทคบางนา ในวันที่ 18-21 พ.ย. 63 เวลา 10.00-18.00 น.
🎯เครื่องพิมพ์3มติขนาดกลาง Creator Pro 2 ใหม่ล่าสดุ และ Creator 3 เครื่องพิมพ์2หัวฉีดอิสระ เหมาะกับการพิมพ์ชิ้นส่วน อะไหล่ เครื่องจักร ยานยนต์ต่างๆ ที่ต้องการความแข็งแรง แม่นยำ และมาพร้อมกับเครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่อย่าง Maxx660
🎯เครื่องพิมพ์เรซิ่น ระบบ SLA จาก FormLabs มีความแม่นยำสูง หลากหลายวัสดุให้เลือกใช้งาน เหมาะกับหลายๆ วงการทั้งทันตกรรม วิศวกรรม การแพทย์ ฯลฯ
🎯ยก Scanner รุ่นใหม่ล่าสุดให้ได้ลองใช้งานอย่าง EinScan H และ EinScan HX ใหม่ล่าสุดจาก Shining3 และสแกนเนอร์ตัวท็อปอย่าง EinScan Pro HD

เดินมาตามแผนที่นี้ได้เลยจ้าาา

บูธ BF29-1 // Hall EH102 ไบเทคบางนา ในวันที่ 18-21 พ.ย. 63 เวลา 10.00-18.00 น.