fbpx

Reverse Model Vs Real Model การเปรียบเทียบชิ้นงานจริงกับชิ้นงานที่พิมพ์มาใหม่

Reverse Model Vs Real Model การเปรียบเทียบชิ้นงานจริงกับชิ้นงานที่พิมพ์มาใหม่

สวัสดีครับ วันนี้พวกเรา Print3DD ขอนำมาเสนอ การนำไฟล์ที่ได้จากการ Reverse Engieering มาพิมพ์งานใหม่ โดยเริ่มต้นจากการนำชิ้นงานหรือโมเดลงาน ที่ได้จากการสแกนด้วย เครื่องสแกน 3 มิติ โดยครั้งนี้เราได้ใช้เครื่องสแกนรุ่น Einscan Pro 2×2020 หลังจากนั้นเรานำไฟล์ มาผ่านกระบวณการ Reverse Engineering ด้วยโปรแกรม Solid Edge 2021 หลังจากนั้นนำไฟล์ที่ได้นำไปพิมพ์ด้วยเครื่อง Formlabs รุ่น Form3 แล้วนำ โมเดลที่ได้มาเปรียบเทียบขนาดว่าแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด

สแกน3มิติ ด้วยเครื่อง Einscan Pro 2X2020
สแกน3มิติ ด้วยเครื่อง Einscan Pro 2X2020

หลังจากนั้นนำไฟล์ทีได้ มา Reverse Engineering บนโปรแกรม Solid Edge 2021 ไปชมคลิปวิดิโอกันเลยครับ

Reverse File Vs Scan File : เปรียบเทียบชิ้นงานบนโปรแกรม Solid Edge 2021 ครับ
Reverse File Vs Scan File : เปรียบเทียบชิ้นงานบนโปรแกรม Solid Edge 2021 ครับ
Reverse File Vs Scan File : เปรียบเทียบชิ้นงานบนโปรแกรม Solid Edge 2021 ครับ
นำไฟล์ไปพิมพ์กับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ : Formlabs Form3
นำไฟล์ไปพิมพ์กับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ : Formlabs Form3
ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง พิมพ์เสร้จแล้วครับ
ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง พิมพ์เสร้จแล้วครับ

** ครั้งนี้เราได้ใช้ Wax Resin ในการพิมพ์งาน เป็น Resin ชนิดพิเศษ เมื่อพิมพ์เสร้จแล้ว สามารถนำไปผ่านกระบวณการ Casting หรือกระบวณการหล่อ ได้เลยครับ **

เปรียบเทียบงานจริงกับงานที่พิมพ์มาใหม่ครับ
เปรียบเทียบงานจริงกับงานที่พิมพ์มาใหม่ครับ

สรุปขั้นตอนทั้งหมด
1. สแกนโมเดล ด้วย เครื่องสแกน 3 มิติ – Einscan Pro 2×2020
2. นำไฟล์ที่ได้จากการสแกน มา Reverse Engineering บน SolidEdge 2021
3. นำไฟล์ที่ได้จากการ Reverse Engineering ไปพิมพ์บนเครื่องพิมพ์ Formlabs Form3
4. นำชิ้นงานที่พิมพ์ใหม่ (Wax Resin) มาเปรียบกับชิ้นงานจริง

** หลังจากที่นำชิ้นงานทั้ง 2 มาเปรียบความแตกต่างกันแล้ว ขนาดมีความคลาดเคลื่อนกันน้อยมากๆ ซึ่งถ้ามองด้วยตาเปล่า อาจจะไม่เห็นถึงความแตกต่างกันเลย แล้วถ้าลองเอาเครื่องมือมาวัดขนาดของทั้งสองแล้ว ก็แทบจะไม่คลาดเคลื่อนเลยครับ โดยทั้งหมดนี้ เรื่องของขนาดและความคลาดเคลื่อน มีผลตั้งแต่การเริ่มสแกน3มิติ , Reverse Engineering , การพิมพ์พ์งาน เลยครับ
สรุปกระบวณการทั้งหมด สามารถทำให้ชิ้นงานความเคลื่อนได้ ต้องระมัดระวังกันมากๆ เลยหล่ะครับ

แกนเฟืองท้าย ของรถเบนซ์ ที่มีขนาดใหญ่ และหนักเวลานำมาสแกนทำอย่างไร??

แกนเฟืองท้าย ของรถเบนซ์ ที่มีขนาดใหญ่ และหนักเวลานำมาสแกนทำอย่างไร??

เฟืองท้ายรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหน บอกได้เลยว่า หนักเอาเรื่อง แล้วของที่มีขนาดใหญ่ และมีน้ำหนักขนาดนี้ เวลาสแกนเป็นไฟล์ จะลำบาก

หรือจะยากแค่ไหน วันนี้จะเอามาให้ดูกัน Cr :Mohamad Khalaj Amirhosseini จากกลุ่ม Fb : EinScan Experts

เฟืองท้ายรถยนต์ จะอยู่ที่ด้านล้อหลังของรถยนต์ จะมีเพียงบางรุ่น ที่จะที่ด้านหน้า ถ้าหากมีการขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า และบางรุ่นที่มีทั้งหน้าและหลัง

ต้องบอกได้เลยว่า เฟืองหลังนั้นน้ำหนักไม่เบา และไม่เล็ก จะเอาวิธีการการสแกนของชิ้นใหญ่ๆโดยใช้ Einscan Pro HD ของคุณ Mohamad Khalaj Amirhosseini มาให้ดูกัน

Scan Marker เฟืองท้าย Benz
ผลงานการสแกนของคุณ Mohamad Khalaj Amirhosseini

 

 

ลูกค้า : OSKA The Battery Expert จัดไปกับ FullScale Max660/Pro

ลูกค้า : OSKA The Battery Expert จัดไปกับ FullScale Max660/Pro

ขอขอบคุณ OSKA โฮลด์ดิ้ง บริษัทผลิต แบตเตอรี่ ที่เป็นอันดับต้นๆของประเทศไทยที่สนับสนุนสินค้าของพวกเรา

ทางทีมงานพวกเรา Print3DD ได้นำส่งเครื่อง FullScale Max660/Pro

ส่งถึงมือพร้อมติดตั้งและสอนวิธีใช้งาน

และได้ทำการสอนวิธีใช้งานกับเครื่อง Scaner ต่อเลย โดยรวมแล้วเป็นที่หน้าพอใจมากๆ

ขอขอบคุณ OSKA โฮลด์ดิ้ง บริษัทผลิต แบตเตอรี่

3D Scanner ช่วยพัฒนารถดับเพลิงได้อย่างไร

3D Scanner ช่วยพัฒนารถดับเพลิงได้อย่างไร

Rosenbauer Group เป็นหนึ่งในสามผู้ผลิตยานพาหนะดับเพลิง และอุปกรณ์ดับเพลิงรายใหญ่ที่สุดของโลก บริษัทได้พัฒนา และผลิตยานพาหนะ รวมไปถึงอุปกรณ์ระบบดับเพลิง และโซลูชันดิจิทัล สำหรับบริการดับเพลิงระดับมืออาชีพ ทีมงานจาก Rosenbauer Group Karlsruhe ได้มาเยี่ยมชม SHINING-3D เป้าหมายในการมาครั้งนี้ เพื่อนำระบบ 3D-Scanning ไปออกแบบชิ้นส่วน และอุปกรณ์ของรถดับเพลิง และปรับปรุงกระบวนการออกแบบ 3D ในวันนั้น SHINING-3D ได้แนะนำอย่างละเอียดเกี่ยวกับวิธีการใช้งาน และปรับแต่งรถดับเพลิง รวมไปถึงการเสริมอุปกรณ์ให้รถดับเพลิงให้ได้ตามความต้องการเฉพาะของลูกค้า

ซึ่งระบบ 3D-Scanning สิ่งนี้ สามารถช่วยให้ทีมงาน Rosenbauer Group ตอบสนองความคิดเห็นของลูกค้า และความต้องการของลูกค้าในการปรับแต่งส่วนต่างๆ และพัฒนาอุปกรณ์ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดเวลาได้อย่างมาก โดยทาง SHINING-3D ได้นำ EinScan Pro HD มาทดสอบ เพราะมีน้ำหนักเบา มีความสามารถในการจับวัตถุมืด หรือพื้นผิวสีเข้ม ช่วยให้ได้รับข้อมูลที่รวดเร็ว และที่สำคัญมีข้อจำกัดน้อยลงขณะสแกนวัตถุ

การรับข้อมูล 3 มิติที่สะดวก และไม่ซับซ้อนด้วย EinScan Pro HD ไม่ว่าจากด้านบน
หรือจากด้านข้าง และมีน้ำหนักเบา ช่วยให้ใช้งานได้คล่องตัว และสะดวกสบาย
มีความเร็วในการสแกนที่รวดเร็วเพื่อประสิทธิภาพสูง และทีมงานสามารถสแกนห้องโดยสารของรถดับเพลิง ได้ภายในระยะเวลาอันสั้น

การใช้ EinScan Pro HD ในการสแกนส่วนต่างๆ ของรถดับเพลิงทำให้สามารถรับข้อมูล 3 มิติที่แม่นยำ เที่ยงตรง และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเรนเดอร์ใน 3D Rending Software Keyshot

การประมวลผล และสามารถประเมินข้อมูลการสแกนที่หน้างานได้ทันที
สามารถแสดงผลการแสกนได้ทันทีใน 3D Rending Software Keyshot
สามารถแสดงผลการแสกนได้ทันทีใน 3D Rending Software Keyshot
สามารถแสดงผลการแสกนได้ทันทีใน 3D Rending Software Keyshot

ทีมงาน Rosenbauer Group จะนำข้อมูลการสแกนนี้ เพื่อไปปรับแต่งผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของลูกค้า โครงการนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า EinScan Pro HD เป็นที่เหมาะอย่างยิ่งในการบันทึกข้อมูล 3 มิติ ที่มีความแม่นยำสูงสำหรับวัตถุต่างๆ มากมาย สามารถช่วยให้ผู้ใช้งานก้าวไปอีกขั้นในการเดินทางของเทคโนโลยีดิจิทัล

การนำ Einscan Pro ไปใช้ในงานศิลปะฝาผนังถ้ำในโคลอมเบียโดย ATEgroup

การนำ Einscan Pro ไปใช้ในงานศิลปะฝาผนังถ้ำในโคลอมเบียโดย ATEgroup

การใช้เครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ ได้เมีการนำไปใช้งานในหลายๆ ด้านอย่างบทความนี้ก็เช่นกัน ซึ่งในโคลอมเบียได้มีสถานที่ที่เป็นสิ่งสวยงามตามธรรมชาติอยู่มากมาย พร้อมทั้งภูมิประเทศนั้นมีสถานที่น่าทึ่งมากมาย และในเขต Sonsón (Department of Antioquia) มีสถานที่สวยงามมากๆ เป็นพื้นที่ที่แถบจะไม่เหมือนใครเลยทีเดียว แถบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะเป็นสิ่งที่มีอยู่จริงมันเหมือนกับในนิยายเลย ซึ่งสิ่งนั้นก็คือ Karst belt ของ Sonsón

Karst belt คืออะไร?
Karst belt คือการก่อตัวขึ้นระหว่างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากน้ำที่เป็นกรดทำปฏิกิริยากับหินปูนสร้างสารโซเดียมไบคาร์บอเนตซึ่งละลายน้ำได้ เมื่อน้ำที่ชั้นผิวดินและพื้นดินมาปะทะกันในรอยแยกของหินจึงทำให้เกิดการละลายและเกิดเป็นรูปร่างขึ้นมา สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ผู้คนที่มาพบเห็นชื่นชอบเป็นอย่างมากและควรค่าแก่การให้เยี่ยมชมต่อโลกภายนอก แต่ความงดงามจริงๆ ของสิ่งเหล่านี้มักจะซ่อนอยู่ภายในของมัน เพราะเมื่อสั่งเกตุที่ชั้นของเนื้อหินจะสามารถพบเศษหิวอ่อนได้ไอย่างชัดเจน ซึ่งหินอ่อนจะเป็นหินที่เกิดขึ้นขึ้นเมื่อหินปูนที่อยู่ภายใต้อุณหภูมิที่สูงๆ รวมกับความกดอาการสูง สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดการตกผลึกขึ้นมาเป็นรูปร่าง ตามภาพสถานที่ใน Sonsón ยังมีความลับซ่อนอยู่อีกประการหนึ่งซึ่งภายในถ้ำจะมีกำผนังกำแพงที่ถูกปกคลุมไปด้วย Petroglyph ที่คนรุ่นก่อนๆ ได้สร้างขึ้นมาเมื่อหายพันปีก่อน

สถานที่ทำการศึกษาภาพวากผนังถ้ำ

Petroglyph หรือเรียกอีกอย่างว่า “ศิลปะบนหิน” ทำหน้าที่เมื่อเครื่องมืที่จะสื่อสารจากคนรุ่นก่อนเมื่อหลายพันปีก่อนหน้านี้ ซึ่งในช่วงนั้นจะยังไม่มีดินสอและกระดาษ ก่อนที่เทคโนโลยีการสื่อสารของสมัยใหม่จะถือกำเนิดขึ้นมา การสรา้งภาพวาดบนผาผนังถูกวาดด้วยสีหรือการแกะสลักเป็นแบบนูนต่ำด้วยเครื่องมือของยุคหิน ภาพวาดเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติและควรแก่การการอนุรักษ์เป็นอย่างมาก ต้องขอบคุณพวกเขาเป็นอย่างมากที่ทำให้เรารู้ว่าบรรพบุรุษมีการสื่อสารกันอย่างไรในสมัยก่อนหน้านี้ และการสื่อสารตั้งแต่สมัครก่อนนั้นมีการพัฒนาอย่างไรบ้าง ซึ่งพวกเขาทไให้ได้เห็นสิ่งเหลานี้ได้อย่างชัดเจน

Petroglyph “El Búho”

การที่ได้พบแร่ที่มีค่า เช่น ทองคำมรกตเพชรหรือหินอ่อน ในสถานที่เหล่านี้มันก็กลายเป็นแหล่งขุดค้นที่ทำกันอย่างรวดเร็วนั้นทำให้สิ่งเเหล่านี้อาจจะถูกทำลาย ดังนั้นจึงมีคำถามที่ถูตั้งขึ้นมาว่า Petroglyph จะต้องถูกเก็ยรักษาไว้อย่างไรนขณะที่มนุษย์สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้ไปพร้อมๆ กัน นอกจากนี้สิ่งที่มีผลต่อการเสียหายของ Petroglyph อีกอย่างก็คือสภาพอาการและภัยธรรมชาติทีมีผลต่อในระยะเวลาที่นานๆ วันเข้า สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ควรจะมองข้าม ปัญหาเหล่านี้พวกเขาจะแก้ไขมันอย่างไร เหล่านี้คือคำถามที่พวกเขาได้ไปพบเจอและคิดกันอยู่หลายวันเพื่อให้ได้ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับสิ่งที่ถือเป็นมรดกของมนุษยชาติ และสิ่งที่พวกเข้าคิดออกก็คือการนำเทคโนโลยีที่เรียกว่า 3D Scanner เข้ามาช่วยเกี่ยวกับปัญหาเหล่านี้
การใช้เครื่อง 3D Scanner เข้ามาช่วยแก้ปัญหาการเก็บรักษาสิ่งเห่านี้ได้อย่างไร
ปัจจุบันความลึก ความสูง และรูปร่าง และแม้กระทั้งแต่สีสามารถทำการเก็ยให้เป็นข้อมูลแบบดิจิตอลได้โดยใช้เทคโนโลยีการสแกน 3D การสแกน Petroglyph ให้ออกมาเป็นภาพ 3D เป็นวิธีที่ดีมากๆ สำหรับการรักษาศิลปะหิวพวกนี้ไว้และยังแบ่งปันข้อมูลให้ผู้อื่นได้แบบออนไลน์สำหรับการทำวิจัย อยู่ที่ไหนก็สามารถศึกษามันได้แต่ไม่ต้องมาที่สถานที่จริง เครื่องที่พวกเขานำมาให้เก็บข้อมูลแบบ 3D นั้นคือ Einscan Pro Plus เป็นเครื่องสแกนเนอร์ 3D จากค่าย Shining3d ที่ใช้แสงในการสแกนจับภาพให้ออกมาเป็นรูปทรงเรขาคณิตที่ซับซ้อน สามารถแสดงความลึกของวัตถุได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำและเสมือนจริงมากๆ

การใช้เครื่อง Einscan Pro Plus + color module
เครื่อง Einscan Pro Plus + color module

ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้เครื่อง Einscan Pro Plus นั้นออกมาได้ดีเป็นที่น่าพอใจอย่างมากซึี่งเมื่อทำการสแกนนั้น Software สามารถวิเคาระห์รายละเอียดและลักษณะเฉพาะจองการสแกน Petroglyph ได้อย่างละเอียด การนำเทคโนโลยีการสแกน 3D เข้ามาช่วยเก็บข้อมูลเหมือนกับกรทำสำเนาจากวัตถุงานจริงมาเป็นในรูปแบบข้อมูลดิจิตอลของ Petroglyph มันสามารถได้ทั้งความแม่นยำ และยังเป็นการปกป้องงานแกะสลักโบราณเหล่านี้ให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดจากการเข้าไปวิจัยของมนุษย์ เเละนอกจากนี้พวกเขายังอัพโหลดไฟล์ 3D ไปยังโลกออนไลน์ที่สามารถเข้าไปชมกันได้ สามารถดูตัวอย่างได้ที่นี่ : https://sketchfab.com/GRUTA

ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้เครื่อง Einscan Pro Plus + color module
ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้เครื่อง Einscan Pro Plus + color module
ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้เครื่อง Einscan Pro Plus + color module
ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้เครื่อง Einscan Pro Plus + color module

เกี่ยวกับ ATEgroup พวกเขามีประสบการณ์มากกว่า 20 ปีในด้านการใช้เทคโนโลยี 3D นำเสนอบริการจาการสแกน 3D เสมือนจริงทางด้านวิศวกรรมย้อนกลับและกาตรวจสอบทางมาตรวิทยาพวกเขาได้ทำงานให้กับลูกค้าและคู่ค้าทั้งในและนอกประเทศโคลอมเบีย บทความจาก SHINING 3D

The expedition team from ATEgroup

งานออกแบบ D.I.Y ชั้นวางของด้วย Ray6 Smart CO2 Laser-Cutter

งานออกแบบ D.I.Y ชั้นวางของด้วย Ray6 Smart CO2 Laser-Cutter

วันว่างๆ ก็ปิ๊งไอเดียดีๆกับงานออกแบบ ซึ่งต้องขอย้อนความไปก่อนเลยว่าทำไมถึงเกิดบทความนี้ขึ้นมาได้ เพราะได้เห็นเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ ที่ทางร้านได้มีตั้งโชว์ไว้หน้าร้านเพื่อไว้ให้ทางลูกค้าดูหรือทดสอบโดยจะมีหลากหลายรุ่น เช่น Einscan Pro 2Xseries, Einscan Pro HD, Einscan H และ Einscan HX นั้นจะมีการวางไว้แบบไม่ได้เป็นระเบียบเลย บางทีสายก็พันกันไปมาจะใช้งานครั้งๆ หนึ่งต้องไปหยิบแกะออกมามันน่าจะเป็นสิ่งที่ดูไม่ดีถ้าลูกค้าที่เข้ามาชมสินค้าของทางร้านเราและอีกอย่างถ้าไม่วางหรือจัดเก็บตัวเครื่องไม่ดีนั้นอาจจะทำให้ตัวเครื่องได้รับความเสียหายได้ และประจวบเหมาะกับที่ทางร้านของเราเป็นผู้จำหน่ายทั้ง 3D Printer, 3D Scanner และ Laser cutter จึงมีความคิดว่าควรจะนำสิ่งที่เรามีนั้นมาออกแบบชั้นวางของดีไหมเครื่องสแกนเนอร์ที่วางโชว์หน้าร้านจะได้เป็นระเบียบเรียบร้อย เอาจริงๆ นะะถ้าใครที่กำลังมองหาเครื่องมือที่จะนำไปต่อยอดธุรกิจต่างๆ ที่กำลังจะเริ่มต้น หรือหาแนวทางอยู่สิ่งนี้ก็เป็นที่น่าสนใจอย่างมากเลยทีเดียว ในบทความนี้เราก็จะมาทั้งสอนทั้งรีวิวด้วยว่าเราทั้งเครื่องมืออะไรบ้างในการออกแบบชั้นวางของออกมาที่ได้เห็นดังภาพบางคนอาจจะนำไปทำตู้ใส่ของ โคมไฟ งานอาร์ตแบบแนวๆ ก็ได้เพราะเครื่อง Laser cutter มีหลากหลายขนาดและสามารถนำไปต่อยอดได้มากมาย เดี๋ยวเรามาเข้าเรื่องในการออกแบบกันเลยดีกว่าครับ จะมีขั้นตอนตามลำดับดังนี้เลย

1. การออกแบบ Design Products

การออกแบบทางเราจะออกแบบด้วยโปรแกรม Illustrator โดยขนาดที่ใช้จะ 600×400 มิลลิเมตร ที่สำคัญพยายามออกเป็นหน่วยมิลลิเมตรนะครับ เพราะว่าเมื่อนำไปเข้าโปรแกรมที่จะ cutting นั้นขนาดจะได้ไม่เพี้ยน การออกแบบด้วย Illustrator นั้นก็ใช้เครื่องมือวาดตามปกติเลย ถ้าใครที่ไม่ถนัดโปรแกรมนี้อาจจะใช้เคื่องมืออื่นได้สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเครื่อง Laser cutter ในความคิดที่เราออกแบบนั้นชั้นวางจะต้องวางเครื่องสแกนเนอร์ที่เรามีได้ทั้งหมดที่เป็นแบบ Handheld ทั้ง 4 รุ่น Einscan Pro 2X series, Einscan Pro HD, Einscan H และ Einscan HX แล้วที่ด้านล่างของชั้นวางจะต้องมีช่องลิ้นชักที่ไว้เก็ยสายไฟ สายเชื่อมต่อUSB หรือ Marker สำหรับการใช้งานติดชั้นงานสแกนแค่ลิ้นชักสำหรับเก็บของนั้นยังไงพอเพราะเครื่องสแกนเนอร์บางรุ่นจะต้องใช้สเปร์ยแป้งหรืออุปกรณ์อื่นๆ อีกก็เลยออกแบบให้ที่ด้านลังของชั้นวางมีช่องวางเพื่อไว้ใส่ของอื่นๆ เพิ่มเติม ชั้นวางที่ได้อออกแบบไว้นั้นจะมีขนาด 300×500 มิลลิเมตร จากนั้นจะทำการ Export file ออกมาเป็น .DXF เพื่อนำไปเปิดในโปรแกรม RD Work ในขั้นตอนต่อไป

โปรแกรม Illustrator CC สำหรับการออกแบบ
Layout ต้นแบบชั้นวาง
ผนังด้านข้างซ้ายและขวา
ช่องแบ่งตัวเครื่องสแกนเนอร์ และผนังด้านหลัง
ช่องใส่ของที่เป็นส่วนของลิ้นชัก 2 ส่วน

2.การตั้งค่าเพื่อสั่งการตัดด้วย Laser Cutter รุ่น Ray6 Smart Co2 Laser ขนาด 600×400 มิลลิเมตร
โปรแกรมที่ใช้สั่งงานเครื่องรุ่นนี้จะใช้โปรแกรม RD Work (License แท้) รองรับไฟล์ที่เป็น CorelDraw, Photoshop, Auto CAD, illustrator, PLT, DST, DXF, BMP, DWG, AI, RD ซึ่งโปรแกรมนี้จะสามารถใชได้กับเครื่อง Laser Cutter ได้หลากหลายโดยเราสามารถกำหนดขนาดที่ต้องการจะทำงานได้ โดยขนาดที่เราจะใช้คือ 600×400 มิลลิเมตร ส่วนวัสดุที่เลือกใช้จะเป็นไม้กระดานขนาด 3 มิลลิเมตร กับแผ่นอคลิลิค 3 มิลลิเมตร ในโรแกรมเราสามารถเลือกการตั้งค่าได้ว่าเราจะ Cut,Scan, Dot, หรือ Pen เพื่อให้เหมาะสมกับรูปแบบของานที่เราต้องการซึ่งอันนี้ทางเราจะเลือกเป็น Cut เพราะต้องการตัดและนำแต่ลพชิ้นส่วนมาประกอบ



โดยหลักแล้วเราจะมีการปรับไม่ค่อยมากในโปรแกรม RD Work คือ
– จุดที่ (1) เป็น Layout ที่เราจะไว้ทำงานเหมือนขนาดที่เราจะตัดงานได้ แต่ไม่ควรจะวางชิ้นงานที่เราออกแบบไว้ใกล้กันมากเกินไป ปกติจะเว้นไว้ประมาณ 2 มิลลิเมตร
– จุดที่ (2) เป็นการตั้งค่าความเข้มของ Laser ส่วนมากถ้าตัดจะใช้ 90% แต่ต้องแล้วแต่กำลังของเครื่องแต่ละรุ่นด้วยของทางเราเครื่องมีกำลังที่ 60Watt ถ้าเครื่องที่มีกำลังเยอะกว่านี้อาจจะใช้ค่านี้น้อยลงตามลำดับก็สามารถตัดขาดแล้ว และยังสามารถเลือกความเร็วในการ cut ได้ด้วย
– จุดที่ (3) เป็นการกำหนดค่ากำลัง Laser และรูปแบบการทำงาน Cut,Scan, Dot, Pen ตามที่เราต้องการ สามารถกำหนดค่าหรือรูปแบบการยิ่ง Laser ได้หลายรูปแบบตาม Layer ของสีนั้นๆ ที่เราเลือกไว้ใน 1 file งานที่ต้องการทำงาน
– จุดที่ (4) เป็นการ Export ไฟล์ออกเพื่อนำไปสั่งงานที่เครื่อง Laser cutter

3. การใช้งานตัวเครื่อง Laser Cutter รุ่น Ray6 Smart Co2 Laser ขนาด 600×400 มิลลิเมตร
เรานำ USB Drive ที่ได้ save งานไว้มาเสียบที่ตัวเครื่องจากนั้นให้ copy file ลงที่ตัวเครื่องไฟล์ที่ใช้งานจะเป็น .rd ด้วยตัวเครื่องจะมาพร้อมกับตัวควบคุม Ruida 6445 รุ่นใหม่ ที่สามารถควบคุมการทำงานได้หลากหลายและง่าย หน้าจอใหญ่สามารถเห็นภาพก่อนที่จะสั่งเริ่มการ cut ได้ เครื่องตัดและแกะสลักด้วยเลเซอร์ชนิด CO2 รองรับทั้งการตัดและแกะสลัก วัสดุอโลหะ แผ่นพลาสติก, Acrylic, HIPS, Plywood, พลาสวูด, หนัง, ผ้า และ อื่นๆ ซึ่งที่จริงสามารถสั่งงานผ่าน Computer, USB Drive, LAN หรือ Wifi แล้วแต่ว่าเราจะสะดวกแบบไหนแต่ที่เราเลือกคือ USB Drive

4.การประกอบชั้นวางเครื่องสแกนเนอร์
การประกอบจะทำมาเป็นช่องๆ ไว้อยู่แล้วจนาดจะประมาณ 30*3 มิลลิเมตร จุดที่เป็นไม้นั้นจะใช้กาวร้อนในการเชื่อมต่อแต่ละชิ้นเข้าด้วยกัน ส่วนชิ้นที่เป็น Acrylic จะใช้น้ำยาเชื่อมพลาสติกในการติดลองดูในวีดีโอได้นะครับ



ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพด้วยEinscan

ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพด้วยEinscan

Lincoln Continental รถหรูสุดคลาสิกจากบริษัท Lincoln ที่ได้ร่วมมือในการผลิตกับทาง Ford ซึ่งตัวรถได้ออกมาตั้งแต่ปี1967 ซึ่งเป็นรถที่มีสเน่ห์ที่ให้อารมณ์ความหรูหราแบบยุค70 และเป็นที่ชื่นชอบของนักสะสมเป็นอย่างยิ่ง

Lincoln Continental ปี 1967

ปัญหาของรถคลาสสิกข้อใหญ่คือ อะไหล่ส่วนใหญ่หาไม่ได้แล้วเนื่องจากไม่มีการผลิตรถรุ่นนี้แล้ว อีกทั้งตัวรถก็มีอายุอย่างน้อย40ปีเข้าไปแล้วทำให้อะไหล่ก็เริ่มหายากมากขึ้นเรื่อยๆจนบางชิ้นก็ไม่มีอีกแล้ว การใช้สแกนเนอร์สแกนส่วนที่ต้องการเป็นทางออกที่ดีที่สุด
ชิ้นส่วนที่ต้องการครั้งนี้คือ ฝาครอบลำโพงด้านขวาที่อยู่บริเวณข้างล่าง แน่นอนว่าการจะหาอะไหล่ส่วนนี้กับรถที่มีอายุขนาดนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้แล้ว

ขั้นแรกจะทำการสแกนในบริเวณที่ต้องการโดยใช้Einscan Pro2x จากนั้นจะนำไฟล์สแกนไปปรับแต่งผิวให้สมบูรณ์ให้มากที่สุด

ขั้นตอนต่อมาคือการนำไฟล์.STLที่ได้จากขั้นตอนการสแกนมาเป็นแบบเพื่อร่างแบบโครงสร้างของชิ้นส่วนที่ต้องการ

การที่นำไฟล์ที่ได้จากการสแกนจะทำให้เราได้ขนาดของพื้นที่ที่แม่นยำมากและทำให้ลดเวลาในการวัดขนาดของพื้นที่ที่ต้องการแล้วนำมาขึ้นแบบอีกครั้ง

หลังจากที่ไฟล์ที่ต้องการเสร็จแล้วก็จะนำไฟล์นั้นมาพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติแบบFDMเพื่อให้ได้ชิ้นงานออกมา

และเมื่อได้ชิ้นงานออกมาแล้วก็จะทำการทดลองไปสวมใส่กับรถจริง

การพิมพ์ด้วยระบบFDMนั้นจะประหยัดค่าวัสดุมากเมื่อเทียบกับการพิมพ์ระบบอื่นรวมถึงการขึ้นรูปชิ้นงานด้วยวิธีต่างๆ หากงานที่พิมพ์ออกใส่ไม่ได้การพิมพ์ใหม่ค่าใช้จ่ายก็จะไม่สูงมาก

เครื่องพิมพ์ระบบFDM ขนาดใหญ่ที่เหมาะกับงานทุกระดับ

หลังจากที่ได้ชิ้นงานที่สมบูรณ์แล้ว ขั้นตอนสุดท้ายก็จะเป็นการตกแต่งชิ้นงาน ทำสี ติดพรม ให้ดูเข้ากับตัวรถจนรู้สึกว่าเหมือนกับเป็นของเก่าเลยทีเดียว

Einscan จาก Shining3D

Update EXScan Pro 3.6? มีอะไรบ้าง

Update EXScan Pro 3.6? มีอะไรบ้าง

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2564 ช่วงประมาณเวลา 20.40 น. ของทางประเทศไทย shining3d ได้แจ้งเรื่องของการอัพเดทโปรแกรมที่ใช้กับเครื่องสแกนเนอร์อย่างรุ่น Einscan Pro 2X Series และ Einscan Pro HD ให้สามารถใช้งานร่วมกันในโปรแกรม EXScan Pro ตัวเดียวกันได้ จากที่เมื่อก่อนนั้นโปรแกรมของ Einscan Pro 2X Series กับ Einscan ProHD จะต้องใช้งานแยก Version กัน ถ้าสำหรับผู้ใช้งานที่มีเครื่อง Einscan ทั้ง 2 รุ่นนี้อยู่จะต้องมีโปรแกรม 2 Version ในคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวและจะยุ่งยากที่จะใช้งานเพราะจะต้อง install โปรแกรมใหม่ทุกครั้ง ซึ่งตอนนี้สามารถเข้าไปดาวน์โหลดกันได้แล้วกับ EXScan Pro v3.6.0.3

ไม่เพียงเท่านั้นการอัพเดทครั้งนี้ยังมีการเพิ่ม Features มาหลักๆ อีก 2 อย่างคือ

1.Multiple languages supported มีการรองรับภาษาที่มากขึ้นถึง 11 ภาษาในการใช้งานโปรแกรม EXScan Pro

2.Marker scan การทำ Open global marker ที่สามารถใช้งานได้เฉพาะในโหมด rapid scan mode ของเครื่อง Einscan Pro HD ตอนนี้ในสามารถใช้งานในโหมดการสแกน HD scan mode ได้แล้ว ซึ่งการใช้งานสแกนแบบ Open global marker นี้มีความจำเป็นและสำคัญอย่างมากสำหรับการสแกนวัตถุที่มีความบางๆ แบนๆ แต่สำหรับคนที่ใช้ Einscan Pro 2X series อยู่นั้นสามารถใช้งานได้อยู่แล้ว สามารถดูการใช้งานได้จากวีดีโอของ Einscan Pro 2X series 

จากงานสแกนสู่งานพิมพ์สามมิติสำหรับชิ้นส่วนมอเตอร์ไซค์

จากงานสแกนสู่งานพิมพ์สามมิติสำหรับชิ้นส่วนมอเตอร์ไซค์

เทคโนโลยีสามมิติเป็นเครื่องมือที่เป็นที่ชื่นชอบและเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลกสำหรับนักประดิษฐ์ นักออกแบบมืออาชีพและวิศวกร การสแกนงานสามมิติในปัจจุบันสามารถเพิ่มความรวดเร็วในการทำงานของนักออกแบบได้มากขึ้นโดยการสแกนแล้วตกแต่งไฟล์เล็กน้อยจากนั้นก็นำมาพิมพ์ได้ทันทีเลย ซึ่งจะประหยัดเวลามากกว่าการวาดขึ้นมาใหม่มาก

ขั้นที่1 สแกน
การสแกนงานให้มีความเรียบร้อย ครบทุกรายละเอียดจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้เป็นอย่างดี และยังช่วดทดแทนกระบวนการออกแบบที่ซับซ้อนและอำนวยความสะดวกให้กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆขึ้นมาให้หลากหลายมากขึ้น
ในงานนี้ได้ใช้EinscanHXในการสแกนชิ้นงานท่อเหล็กด้านซ้ายของมอเตอร์ไซด์ หลังจากที่แสกนเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะได้ชิ้นงานที่เป็นไฟล์นามสกุล.Stl เพื่อนำมาใช้ในขั้นตอนต่อไป

ขั้นที่2 การออกแบบ
หลังจากที่ได้ไฟล์.STL มาแล้วก็จะทำการนำไฟล์เข้าสู่โปรแกรมVoxeldance เป็นซอร์ฟแวร์เสริมสำหรับการเตรียมชิ้นงานและช่วยลดเวลาและช่วยจัดการกระบวนการขึ้นรูปงาน เดิมทีไฟล์SLTจะเป็นไฟล์ที่ประกอบไปด้วยรูปทรงเรขาคณิตต่างๆซึ่งจะถูกซ่อมแซมและปิดพื้นผิวด้วยโปรแกรม เนื่องจากท่อเหล็กสองท่อนนี้ถูกเชื่อมกันแบบสมมาตร จึงได้ทำการสร้างงานในรูปแบบตรงข้าง(งานMirror)เพื่อหาลักษณะดั้งเดิมและซ่อมแซมส่วนที่หายไป

ขั้นตอนที่3 การขึ้นรูป
การขึ้นรูปงานโลหะด้วยการพิมพ์สามมิติจะใช้เครื่องพิมพ์ระบบSLM EP-M250pro ในการพิมพ์ หลังจากพิมพ์แล้วตัวงานสามารถเอาออกมาได้อย่างง่ายดายจากฐานรองพิมพ์ ซึ่งการจัดวางชิ้นงานและการวางซัพพอร์ตของตัวงานถูกให้ง่ายขึ้นจากโปรแกรมVoxeldance ด้วยAutomaic Support Function ที่กำหนดค่าซัพพอร์ตไว้ล่วงหน้าแล้ว ทำให้การพิมพ์ท่อเหล็กสองท่อนั้นใช้เวลาเพียง4.5ชั่วโมง

ขั้นตอนที่4 เก็บงานขั้นตอนสุดท้าย
หลังจากที่ได้งานมาจากเครื่องแล้วก็นำซัพพอร์ตออกจากนั้นขัดแต่งด้วยกระดาษทรายและทำการพ่นด้วยผงคอรันดัมสีขาวเพื่อเพิ่มความสวยงามของชิ้นงานก็เป็นอันเสร็จ

ที่มา: Shining3D

สแกนเนอร์ที่น่าสนใจ

ซอร์ฟแวร์ที่น่าสนใจและเหมาะกับงานสแกนเพื่อพิมพ์

เครื่องพิมพ์ระบบSLM

5 เทคนิค ช่วยให้ สแกน3มิติ เป็นเรื่องง่าย ประหยัด Marker

5 เทคนิค ช่วยให้ สแกน3มิติ เป็นเรื่องง่าย ประหยัด Marker

3D Scanner Trick สแกนงานติดยากจัง ช่วยหน่อยสิ

งานที่มีรายละเอียดมากแต่ขนาดไม่ใหญ่มากนักมักจะสแกนยากเป็นเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว แต่ยังไงเราก็ต้องสแกนน่ะสิ ทำไงได้………………. วันนี้มีเทคนิคมากฝากกันเล็กน้อย โดยเทคนิคนี้จะทำการติดMarkerบนฐานรองที่เป็นสีดำเพื่อให้การหมุนงานเพื่อสแกนได้ง่ายขึ้น

เทคนิคที่ 1 เพิ่มจุดอ้างอิงรอบตัวงานด้วยMarkers
เทคนิคนี้จะใช้Markersเข้าไปติดบริเวณพื้นรอบๆตัวงาน

มีจุดอ้างอิงแล้ว ก็สแกนได้เลย ไม่ต้องกลัวหลุดอีกแล้ว

วิธีนี้เป็นการเพิ่มจุดอ้างอิงให้ชิ้นงานมากขึ้น เครื่องสแกนจะจำจุดMarkerที่เราติดเอาไว้พร้อมกับตัวงานด้วย จะช่วยลดปัญหาการสแกนแล้วชิ้นงานหลุดจากจุดอ้างอิง(Tracking Lost)และสแกนงานแล้วเกิดซ้อนกัน

หากมีถาดหมุนก็ทำได้นะ

จากภาพจะเห็นว่าทั้งแผ่นรองและถาดหมุนจะเป็นสีดำทั้งคู่ เนื่องจากข้อจำกัดของเครื่องScannerนั้นคือไม่สามารถแสกนสีดำได้ หรือหากสแกนได้ก็ไม่ดีมากนัก ถ้านำวัตถุสีดำมาวางใกล้งานแล้วสแกนจะทำให้เครื่องมองข้ามวัตถุนั้นไปเลย

หรือจะโยนวัตถุอื่นเข้าไปไว้ข้างก็ได้นะเพื่อเป็นการเพิ่มจุดอ้างอิงเวลาหมุนสแกน

 

เทคนิคที่ 2 สแกนงานนูนต่ำ
คงจะเป็นเรื่องยากพอสมควรที่จะสแกนงานที่มีความเป็นสามมิติน้อยๆ นอกจากจะผิวที่นูนน้อยจนตัวสแกนเนอร์เองก็แทบมองไม่เห็นแล้วรายละเอียดก็ยังน้อยไปอีก เช่น แผ่นรองพื้นรถยนต์ วิธีคือ นำMarkerมาติดกับแผ่นใสแล้วทำการวางลงไปบนงานที่ต้องการสแกนได้เลย และสามารถใช้ซ้ำได้เรื่อยๆเลย


วางแปะลงไปเลย

วางทาบงาน แล้วสแกน

เทคนิคที่ 3 ประหยัดMarkerกับงานโลหะ
เราสามารถเก็บMarkerมาใช้ซ้ำได้เรื่อยๆโดยไม่ต้องแกะทิ้ง หากงานของคุณเป็นงานที่เป็นโลหะแล้ว สามารถหาแม่เหล็กกระดุมที่มีขนาดใกล้เคียงกับMarkerมาแปะแล้วติดกับงาน

หยิบ….โยน…..แปะ…..ติดเลย ประหยัดได้เยอะ

 


เทคนิคที่ 4 ใช้ขาตั้งงานที่เล็กและต้องการสแกนรอบด้าน
เทคนิคนี้จะใช้ขาตั้งประดิษฐ์มายึดชิ้นงานให้ลอยอยู่กลางอากาศและส่วนที่ค้ำจะต้องบางเพื่อให้สามารถตัดออกได้อย่างง่าย

ตั้งเรียบร้อยแล้วก้สแกนได้เลย


ผลลัพธ์ที่ได้ดังนี้ หลังจากเสร็จก็ตัดส่วนเกินออกอย่างง่ายดายเลย

เทคนิคที่ 5 ใช้ขาตั้งค้ำจากข้างหลังเพื่อเพิ่มจุดอ้างอิง
ในกรณีที่งานสกนด้านหน้ากับด้านหลังต่างกันมากๆ จนเครื่องสแกนไม่สามารถหาจุดอ้างอิงเพื่อไปด้านหลังได้เลย จึงต้องหาวัตถุหรือเครื่องมือมาค้ำจากข้างหลังและทำการติดMakerเข้ากับเครื่องมือเพื่อให้เครื่องสแกนหาจุดอ้างอิงได้

งานลักษณะแบบนี้เป็นเรื่องยากที่จะสแกนจากด้านหนึ่งไปหาอีกด้านหนึ่ง

หาเครื่องมือมาค้ำซะเลย

เท่านี้ก็สแกนได้แล้ว แต่จะติดเครื่องมือมานิดหน่อย


หลังจากลบส่วนเครื่องมือที่นำมาติดแล้วก็ทำการแสกนซ่อมเฉพาะส่วนได้เลย

นี่เป็นการรวมเทคนิคการสแกนที่จะทำให้งานของใครหลายๆคนง่ายขึ้น หากมีเทคนิคใหม่ๆเราจะนำมาอัพเดทให้เรื่อยเลย
ที่มา: EMS3D