fbpx

Einscan SE Software Update2021 อัพเดตใหม่ ฟังก์ชั่นครบ เล็กแต่จบ

Einscan SE Software Update2021 อัพเดตใหม่ ฟังก์ชั่นครบ เล็กแต่จบ

Einscan SE Software เวอร์ชั่นเก่าEinscan SE ได้มีการอัพเดทซอร์ฟแวร์เวอร์ชั่นใหม่ให้มีความสามารถที่มากขึ้นจากรุ่นก่อนมาก ที่รุ่นเก่านั้นจะทำได้เพียงแค่สแกนแล้วจบ แต่ครั้งนี้ได้เพิ่มฟังก์ชั่นให้ทำได้เหมือนรุ่นพี่อย่างPro2xเลยล่ะ

Einscan SE Software เวอร์ชั่นใหม่

วันนี้เราก็จะมาโชว์สแกนชิ้นงานพร้อมการใช้ฟังก์ชั่นของโปรแกรมกันแบบจัดเต็มไปเลย

เปิดโปรแกรมเพื่อเลือกเครื่องให้ตรง

การCalibrate
การcalibrateจำเป็นมากสำหรับเครื่องสแกน สำหรับคอมที่เชื่อมต่อกับเครื่องสแกรเป็นครั้งแรกหรือย้ายที่เครื่องสแกนต้องทำการCalibrateใหม่ ถ้าหากไม่ได้ทำการสแกนเครื่องก็จะไม่สามารถวัดระยะวัตถุได้ทำให้ไม่สามารถสแกนงานได้นั่นเอง

ขั้นตอนที่1 เพียงแค่วางแผ่นcalibrateตามรูปในโปรแกรม หลังจากกดแล้วนั้นก็จะทำโดยอัตโนมัติ
การcalibrate White Balance สำหรับการสแกนสี

เริ่มต้นการสแกน
หลังจากที่เสร็จขั้นตอนแล้วก้จะทำการสร้างโฟลเดอร์ขึ้นมาจากนั้นเราก็จะทำการเลือกโหมดสำหรับการสแกน

Texture คือการสแกนสี
Non Texture คือสแกนแบบไม่เก็บสี
วางชิ้นงานลงบนแท่นหมุนเพื่อเตรียมการสแกน
ทำการปรับแสงก่อนที่จะทำการสแกน โดยให้ดูที่ตัวงานไม่ให้มีสีแดงเยอะ(สีแดงคือปริมาณแสงที่มากเกินไป)
คลิ๊กขวาเพื่อเปิดกล้องด้านขวา เป็นการทดสอบว่ากล้องใช้งานได้ทั้งสองตัว

ในกรอบสีแดง Work คืองานที่เราสแกน โดยโปรแกรมจะทำการสแกนแบบทีละภาพแล้วมาต่อกัน


การใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆในเมนูScan setting มีดังนี้
HDR คือการใช้แสงมากเป็นพิเศษ
With Turntable คือการสแกนด้วยแท่นหมุน(เลือกที่ไม่ใช้ก็ได้) แล้วเลือกว่าต้องการให้ทำการสแกนกี่ครั้งโดยใส่ตัวเลขลงไป
– Turntable Align การเชื่อมต่อวัตถุแต่ภาพด้วยการหมุนแท่น
– Feature เชื่อมต่อวัตถุแต่ละภาพด้วยพื้นผิว(ใช้ในกรณีที่งานมีรายละเอียดน้อยหรือสแกนด้วยTurntable Alignไม่ได้
การสแกนงานของSE จะได้รูปมาทั้งหมด8รูป(ปรับได้ตามจำนวนที่ต้องการ)ในหนึ่งครั้ง เมื่อได้มาก้จะทำการเก็บรูปที่ได้มาจากการสแกนหนึ่งครั้งเป็น1Project ซึ่งเราสามารถลบแค่บางภาพในProjectได้หากการสแกนผิดพลาด


ในส่วนของเมนูทางด้านขวาก็จะประกอบไปด้วย
– Start Scan เริ่มทำการสแกน
– Stop&Delete หยุดและลบชุดภาพที่สแกนProjectล่าสุด
– Align เป็นการเชื่อมต่อชิ้นงานแบบแมนวล
– Open เปิดงานเก่า
– Save บัทึกงานล่าสุด
– Mesh เป็นการปิดผิวชิ้นงานหลังการสแกนแล้ว

หลังจากที่ตั้งค่าเรียบร้อยแล้วให้ทำการสแกนได้เลย โปรแกรมและเครื่องก็จะทำแบบอัตโนมัติ

หลังจากนี้ก็ทำการเปลี่ยนมุมของชิ้นงานและปรับตั้งค่าเพิ่มเติมได้แล้วทำการสแกนงานให้ครบตามที่เราต้องการ

หากการสแกนงานนั้นสมบูรณ์การเชื่อมต่อถูกต้องโปรแกรมก็จะทำการต่อชิ้นงานได้อย่างถูกต้องจึงไม่จำเป็นต้องใช้งานการทำAlgin แต่หากว่างานไม่สมบูรณ์ก็จะทำการต่อชิ้นงานด้วยมือโดยการเลือกจุด3จุดที่เหมือนกัน ในการเลือกจุด3จุดนั้นให้เลือกจุดที่เป็นตำแหน่งที่เหมือนกันที่ชิ้นงานทั้งสองชิ้น หากการเลือกไม่ตรงก็จะทำให้การต่อไม่สมบูรณ์สามารถยกเลิกและแก้ไขได้เรื่อยๆ ถ้าเลือกถูกต้องทั้ง3จุดโปรแกรมก็จะประมวณผลได้อัตโนมัติอย่างแม่นยำ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องจุดให้ตรงเป๊ะๆ แค่ใกล้เคียงที่สุดก็เพียงพอแล้ว

หากเลือกจุดให้ตรงกันทั้งสองงานและถูกต้องก็จะทำให้โปรแกรมประมวลผลได้อย่างถูกต้อง
หลังจากเชื่อมต่อชิ้นงานแล้วให้ทำการMesh Model
เลือกความละเอียดในการปิดผิว
หลังจากปิดผิวแล้วงานก็จะเรียบขึ้นแบบเห็นได้ชัด

จนถึงขั้นตอนนี้แล้วสามารถนำไฟล์ำปใช้ต่อได้หรืออาจจะปรับความชัดความนุ่มนวลของตัวงาน ลดขนาดได้อีกก็แล้วแต่ผู้ใช้งาน ซึ่งในเวอร์ชั่นเก่าของEinscan SE จะทำขั้นตอนสุดท้ายได้ถึงตรงนี้ แต่เวอร์ชั่นใหม่ที่เพิ่มเข้ามาจะมีการจัดชิ้นงานเข้าOrigin คือการนำชิ้นงานเข้าแกนXYZ และสามารถวัดระยะ พื้นที่ผิวและปริมาตรของชิ้นงานได้เบื้องต้นซึ่งสามารถชมได้ต่อจากนี้เลย

เลือกที่เมนูMeasurement
ใช้ฟังก์ชั่น Create Feature เพื่อสร้างจุดอ้างอิงสำหรับการเข้าOrigin

 

 

ในเมนูก็จะประกอบได้ด้วยการสร้างPoint Line และ Planeเพื่อสรา้งจุดอ้างอิงให้Origin
Movement – Exact Movement ป็นการใส่คาเพื่อย้ายชิ้นงาน ไม่แนะนำให้ใช้วิธีนี้ในการเข้าOrigin
Movement – 3-2-1 System Movement จะใช้Point Line และPlaneอ้างอิงในการเข้าOrigin
การสร้างPlane โดยการสรา้งจุด3จุด ใช้ตุดตัดกับเส้น หรือหรือเลือกพื้นที่ที่เรียบเพื่อสร้างPlane

 

การจุด3จุดสามารถเลือกจุดที่ต้องการได้เลย แต่การเลือกจะต้องให้ทั้งสามจุดอยู่ในระนานบเดียวกัน

Best Fit เป็นการสร้างplaneบนพื้นที่ที่เลือกโดยอัตโนมัติ จะต้องเลือกบนพื้นที่ที่เรียบเท่านั้น

 

 

   

สามารถใส่ตัวเลขเพื่อMovementในเมนูExact movement

การสร้างPoit Line Plane จะทำการสรา้งเอาไว้เยอะๆเพื่อลองเลือกพื้นที่เข้าOrigin หลายๆอัน(line Planeจำเป้นต้องมีเยอะหน่อย)หลังจากที่สร้างมาจำนวนหนึ่งแล้วก็จะทำการเข้าOriginโนใช้ฟังก์ชั่นMovement

ทำการเข้าOriginโดยการเลือกLine Point Plane ที่เราสร้างไว้และเลือกแกนที่ต้องการให้งานอ้างอิง

ทั้งนี้การเข้าแกนผู้ใช้ต้องมีการฝึกฝน สร้างจุดอ้างอิงที่เหมาะสมการสรา้งจุดอ้างอิงแต่ละงานจะไม่เหมือนกัน
และนี่คือโปรแกรมของEinscan SEที่มีความสามารถมากขึ้นไม่แพ้รุ่นใหญ่เลย เรียกได้ว่าสามารถจบได้ที่Einscan SEเลย
หากสนใจสินค้าสามารถมาทดลองที่หน้าร้านได้ครับ หรือหากต้องการสั่งซื้อสินค้าก็มีพร้อมส่งนะครับ

จากงานสแกนสู่งานพิมพ์สามมิติสำหรับชิ้นส่วนมอเตอร์ไซค์

จากงานสแกนสู่งานพิมพ์สามมิติสำหรับชิ้นส่วนมอเตอร์ไซค์

เทคโนโลยีสามมิติเป็นเครื่องมือที่เป็นที่ชื่นชอบและเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลกสำหรับนักประดิษฐ์ นักออกแบบมืออาชีพและวิศวกร การสแกนงานสามมิติในปัจจุบันสามารถเพิ่มความรวดเร็วในการทำงานของนักออกแบบได้มากขึ้นโดยการสแกนแล้วตกแต่งไฟล์เล็กน้อยจากนั้นก็นำมาพิมพ์ได้ทันทีเลย ซึ่งจะประหยัดเวลามากกว่าการวาดขึ้นมาใหม่มาก

ขั้นที่1 สแกน
การสแกนงานให้มีความเรียบร้อย ครบทุกรายละเอียดจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้เป็นอย่างดี และยังช่วดทดแทนกระบวนการออกแบบที่ซับซ้อนและอำนวยความสะดวกให้กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆขึ้นมาให้หลากหลายมากขึ้น
ในงานนี้ได้ใช้EinscanHXในการสแกนชิ้นงานท่อเหล็กด้านซ้ายของมอเตอร์ไซด์ หลังจากที่แสกนเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะได้ชิ้นงานที่เป็นไฟล์นามสกุล.Stl เพื่อนำมาใช้ในขั้นตอนต่อไป

ขั้นที่2 การออกแบบ
หลังจากที่ได้ไฟล์.STL มาแล้วก็จะทำการนำไฟล์เข้าสู่โปรแกรมVoxeldance เป็นซอร์ฟแวร์เสริมสำหรับการเตรียมชิ้นงานและช่วยลดเวลาและช่วยจัดการกระบวนการขึ้นรูปงาน เดิมทีไฟล์SLTจะเป็นไฟล์ที่ประกอบไปด้วยรูปทรงเรขาคณิตต่างๆซึ่งจะถูกซ่อมแซมและปิดพื้นผิวด้วยโปรแกรม เนื่องจากท่อเหล็กสองท่อนนี้ถูกเชื่อมกันแบบสมมาตร จึงได้ทำการสร้างงานในรูปแบบตรงข้าง(งานMirror)เพื่อหาลักษณะดั้งเดิมและซ่อมแซมส่วนที่หายไป

ขั้นตอนที่3 การขึ้นรูป
การขึ้นรูปงานโลหะด้วยการพิมพ์สามมิติจะใช้เครื่องพิมพ์ระบบSLM EP-M250pro ในการพิมพ์ หลังจากพิมพ์แล้วตัวงานสามารถเอาออกมาได้อย่างง่ายดายจากฐานรองพิมพ์ ซึ่งการจัดวางชิ้นงานและการวางซัพพอร์ตของตัวงานถูกให้ง่ายขึ้นจากโปรแกรมVoxeldance ด้วยAutomaic Support Function ที่กำหนดค่าซัพพอร์ตไว้ล่วงหน้าแล้ว ทำให้การพิมพ์ท่อเหล็กสองท่อนั้นใช้เวลาเพียง4.5ชั่วโมง

ขั้นตอนที่4 เก็บงานขั้นตอนสุดท้าย
หลังจากที่ได้งานมาจากเครื่องแล้วก็นำซัพพอร์ตออกจากนั้นขัดแต่งด้วยกระดาษทรายและทำการพ่นด้วยผงคอรันดัมสีขาวเพื่อเพิ่มความสวยงามของชิ้นงานก็เป็นอันเสร็จ

ที่มา: Shining3D

สแกนเนอร์ที่น่าสนใจ

ซอร์ฟแวร์ที่น่าสนใจและเหมาะกับงานสแกนเพื่อพิมพ์

เครื่องพิมพ์ระบบSLM

การสแกนงาน 3D เพื่อโปรโมทสินค้า ในทาง Marketing

การสแกนงาน 3D เพื่อโปรโมทสินค้า ในทาง Marketing

เทคโนโลยี 3D Scan ในปัจจุบันเป็นที่รู้จักและนิยมใช้แพร่หลายในวงการอุตสาหกรรมต่างๆ รวมไปถึงการสแกนสินค้าเพื่อนำไปโปรโมทสินค้าในรูปแบบ 3 มิติ เพื่อความสะดวกและเพิ่มมิติในการชมสินค้า

บริษัท เกรียงไทยวัฒนา กรุ๊ป จำกัด

บริษัท เกรียงไทยวัฒนา กรุ๊ป จำกัด เป็นบริษัทที่ขายสินค้าเกี่ยวกับเครื่องมือและเครื่องจักรหลายประเภท และรู้จักกันในชื่อ “Makita”

ทางบริษัทได้มีไอเดียในการโปรโมทสินค้าและนำเสนอตัวอย่างสินค้าในรูปแบบ 3D ซึ่งได้นำเครื่องสแกน 3D รุ่น Einscan H และ Einscan HX ไปใช้ในการสแกนสินค้าเพื่อนำไฟล์ลงโปรโมทที่หน้าเว็ปไซต์ของตนเอง ลูกค้าสามารถดูสินค้าได้ทุกมุมอย่างอิสระและเหมือนของจริงมากที่สุด บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Adidas และ Nike ได้นำ 3D Scan มาใช้ในการสแกนสินค้าเช่นกัน

โดยสินค้านี้สแกนโดยเครื่อง Einscan Hx

หลังจากการสแกน ต้องนำไฟล์ไปปรับแต่งผิวชิ้นงานหรือลบส่วนที่ไม่ต้องการออก เพื่อให้ได้ไฟล์ที่สมบูรณ์และพร้อมในการอัพโหลดขึ้นหน้าเว็ปไซต์

Einscan H และ Einscan Hx สามารถสแกนคนได้ ไม่ได้จำกัดเฉพาะสิ่งของเพียงอย่างเดียว สามารถนำไปต่อยอดทางการตลาดได้ เช่น การสแกนพรีเซ็นเตอร์คู่กับสินค้า เพื่อการแสดงผลแบบ 3 มิติ เพิ่มความแปลกใหม่และอิสระทางการรับชมสินค้าให้กับผู้บริโภคได้ หรือ ร้านที่ขายเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มต่างๆ สามารถสแกนคนเพื่อนำมาเป็นหุ่นลองชุด 3 มิติ ในเว็ปไซต์ได้ ช่วยให้การตัดสินใจของลูกค้าง่ายขึ้นเมื่อได้เห็นแบบ 3 มิติ มากกว่าแบบ 2 มิติ

Packaging ขวดสวยๆด้วย 3D Printing – เพราะ Pakaging เีเป็นหน้าต่างของหัวใจการขาย

Packaging ขวดสวยๆด้วย 3D Printing – เพราะ Pakaging เีเป็นหน้าต่างของหัวใจการขาย

เคยได้ยินกันมั้ยว่า ” สินค้าเหมือนกัน รสชาติคล้ายกัน ราคาต่างกันไม่มาก แต่บรรจุภัณฑ์ดูดีกว่าก็สามารถแย่งชิงลูกค้ามาได้ไม่ยาก “

เป็นคำพูดที่มักจะถูกนำมาใช้ในงานออกแบบ บรรจุภัณฑ์ Packaging ในทุกๆ อย่างที่เป็นสินค้า เพราะเป็นเหมือนสื่ออย่างหนึ่งที่ช่วยให้ผู้บริโภครับสิ่งที่เราต้องการเสนอ เพื่อเปิดมุมมองและเปิดใจในการบริโภคสินค้าของเรา

Packaging จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของหน้าตา และภาพลักษณ์ของบริษัท จึงไม่แปลกใจถ้าหากเราต้องลงทุนในสิ่งนี้ในราคาที่สูง แต่เมื่อเทียบกับผลที่ตามมาก็ค่อนข้างที่จะคุ้มค่าคุ้มราคาอยู่ ซึ่งในบรรดาบรรจุภัณฑ์ที่เราเห็นได้ตามห้าง ซุปเปอรืมาร์เก็ตนั้น คงหนีไม่พ้นสินค้าจำพวกน้ำดื่มที่มีอยู่เต็มไปหมด หลากหลานยชนิด และแน่นอน มีชนิดเดียวกันมากมายหลากหลายแบรนด์ให้เราเลือกซื้อ

 

 

สำหรับสินค้าจำพวกของเหลวนั้นไม่ว่าจะเป็นน้ำเปล่า น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอ สิ่งที่จะช่วยให้ขายได้นอกเหนือจากรสชาติที่ดีแล้ว ที่ควรคำนึงถึงอย่างหนึ่งที่สำคัญเลยคือ รูปแบบของบรรจุภัณฑ์

” สินค้าเหมือนกันรสชาติคล้ายกัน ราคาต่างกันไม่มาก แต่บรรจุภัณฑ์ดูดีกว่าก็สามารถแย่งชิงลูกค้ามาได้ไม่ยาก ” เป็นการสร้างมูลค่าทางการตลาดให้มีประสิทธิภาพและสื่อถึงข้อความและแนวคิดต่อสินค้าชิ้นนั้นได้ผ่านตัวบรรจุภัณฑ์

ซึ่งกว่าจะได้งานออกแบบมาสักชิ้นนั้นต้องผ่านกระบวนการมากมาย ทั้งการออกแบบ ทำต้นแบบ และทดลองการใช้งาน

การเลือกวัสดุก็มีส่วนสำคัญเนื่องงจากวัสดุที่ใช้บรรจุควรมีความเหมาะสมทั้งด้านต้นทุนและการใช้งานร่วมกับสินค้านั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นพลาสติกหรือแก้ว เกรดของวัสดุก็ต่างกันไป

และที่สำคัญคือรูปร่างที่เหมาะสมต่อการหยิบจับ ให้มันถนัดมือและเสริมภาพลักณ์ของการดื่มได้อีกด้วย

ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสามารถออกแบบและทำต้นแบบออกมาใช้งานได้เลยตั้งแต่ครั้งแรก มันยังต้องมีการปรับเปลี่ยนส่วนเว้าส่วนโค้งหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งอาจจะทำให้ต้นทุนการออกแบบ วิจัยและพัฒนาสูงขึ้นกว่าที่กำหนดไว้ได้ เพราะปัจจุบันการทำต้นแบบยังคงเป็นการใช้โดยใช้มือทำซะส่วนใหญ่ ใช้วัสดุโฟมนำมาขัดแต่งเพื่อให้เกิดรูปร่าง ซึ่งจ้องใช้ฝีมือค่อนข้างมากเพระาหากตัดพลาดอาจจะต้องแก้งานกันหลายรอบ

แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำต้นแบบให้มันง่ายขึ้น ใช้เวลาน้อยลง ใช้แรงงานน้อยทำให้ต้นทุนน้อยลงตามไปด้วย ซึ่งเทคโนโลยีนัั้นก็คือ 3D Printer เป็นการทำต้นแบบ 3D ที่ใช้วัสดุเส้นพลาสติก Filament ในการขึ้นรูปร่าง เป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการออกแบบได้มากทีเดียว

จากภาพรูปลักษณ์ภาพนอกแทบไม่มีความแตกต่างใดๆ แต่ตัวสีชมพูนั้นคือต้นแบบของจริงที่ ชิ้นสีขาวพิมพ์กอปปี้ออกมา โดยไฟล์มาจากการสแกนโมเดลต้นแบบ

อ่านรายละเอีดสินค้าเพิ่มเติม :

จะเห็นได้ว่าตัวโมเดลที่พิมพ์ขึ้นมาใหม่นั้นสามารถเก็บรายละเอียดได้สมบูรณ์ครบถ้วน ไม่มีผิดพลาดใดๆ

ส่องกับแสง จะเห็นความโค้งเหมือนของจริง
พื้นผิวที่เรียบเนียน แทบไม่ต้องขัดแต่งเพิ่ม
เทียบขนาดคอขวด ที่พิมพ์ออกมาได้เป๊ะๆ

และยังสามารถตั้งค่าการพิมพ์ให้มีความกลวงได้อีกด้วย Infill 0%

และด้วยเทคโนโลยีนี้ สามารถทำความละเอียดในการพิมพ์ได้มากถึง 50ไมครอน ในส่วนของเกลียวฝาขวดนั้นก็สามารถทำได้ไม่ยาก ขนาดพิมพ์แยกกัน การหดตัวน้อยทำให้สวมใส่เกลียวพอดีเป๊ะๆ

ฝากับเกลียวขวดที่พิมพ์แยกกันแต่สามารถสวมกันได้พอดี
พิมพ์ที่ความละเอียดสูงเก็ยงานได้เนี้ยบ

และความพิเศษอีกอย่างนึงคือ สามารถกำหนดขนาดได้ตามต้องการ เผื่อเวลาที่เราไม่แน่ใจเรื่องขนาดที่เหมาะสมว่าขนาดไหนคืออยู่ ไซต์อะไรราคาเท่าไหร่ดี การพิมพ์ได้หลายขนาดและจับต้องได้เลยก็จะสามารถช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น

 

เทคโนโลยี 3D Printer จึงเหมาะแก่การทำต้นแบบ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้ดี และการทำงานที่ละเอียดซึ่งบา

ครั้งใช้มือทำอาจจะใช้เวลาและแรงมากกว่านี้มาก จะเห็นได้ว่าหากเรานำเทคโนโลยีเข้ามาใช้งานนั้นจะช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าไปได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

สถานีพยากรณ์อากาศจาก3D Printing

สถานีพยากรณ์อากาศจาก3D Printing

สถาบันปฏิบัติการวิทยาศาสตร์แห่งชาติอากอนเน่ ของสหรัฐอเมริกาได้มีการทดลองสร้างสถานีพยากรณ์อากาศภาคสนามขึ้นด้วยการพิมพ์สามมิติ โดยการสร้างสถานีด้วยงบประมาณที่ต่ำเพื่อให้สามารถสร้างหลายๆแห่งได้ สืบเนื่องมาจากการสร้างสถานีชั่วคราวนั้นต้องใช้งบประมาณหลายพันดอลลาร์ต่อหนึ่งสถานีเพราะว่าวัสดุที่ใช้นั้นต้องทนต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอยู่ตลอด ทั้งการตากแดด โดนฝน หรือพายุบ้าง จึงทำให้การที่จะให้มีสถานีพยากรณ์อากาศอยู่ทุกพื้นที่จึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยเพราะค่าใช้จ่ายคือปัจจัยหลัก

ทางนักวิจัยจึงได้ทำการทดลองโดยใช้การพิมพ์สามมิติระบFDMเข้ามาช่วยในงานวิจัยครั้งนี้ โดยทำการทดลองวัสดุที่ใช้กับเครื่องพิมพ์สามมิติที่หาได้ทุกชนิด สุดท้ายแล้วทางทีมได้เลือกวัสดุASA (acrylonitrile styrene acrylate) เนื่องจากราคาค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับวัสดุอื่นๆและคุณสมบัติเหมาะสมต่องาน(ASA คือ วัสดุที่พัฒนามาจากABS พิมพ์ง่ายขึ้น ทนทานมากขึ้น)

ตำแหน่งของสถานี ใกล้กับสถานีถาวรเพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์

สถานีนี้เกิดจากการพิมพ์ชิ้นส่วนมากกว่า100ชิ้นมาประกอบกัน จากนั้นได้ทำการติดตั้งเซนเซอร์ต่างๆ เพื่อทำการวัดสิ่งที่สถานีนี้ทำการเก็บผลประกอบไปด้วยคือ อุณหภูมิและความชื้น ความดันอากาศ ความเร็วและทิศทางลม ค่าความเข้มรังสีอาทิตย์ และปริมาณน้ำฝน ซึ่งการทดลองครั้งนี้ได้กินเวลาถึง8เดือนและผลการทดลองเป็นที่น่าพอใจมากโดยนำค่าที่ได้นั้นมาเทียบกับสถานีแบบถาวร

สถานี นอร์แมน เมโวเนต

ซึ่งผลการทดลองจะแสดงดังรูปต่อไปนี้ (แนวนอนเป็นค่าจากสถานีจาก3D printing , แนวตั้งเป็นค่าจากสถานีนอร์แมน เมโนเวต)

ผลการทดลองวัดอุณหภูมิอากาศ
ค่ารังสีอาทิตย์
ทิศทางลม
ความเร็วลม
ค่าความกดอากาศ
ค่าความชื้นสัมพัทธ์

สามารถผลการทดลองเต็มรูปแบบได้ที่นี่เลย Argonne National Laboratory weather station

หากสนใจเครื่องพิมพ์ระบบFDM สามารถเลือกชมได้เลย

EinScan 2x plus มจพ.ระยอง – ไกลแค่ไหนคือใกล้ ไม่ว่างคุณลูกค้าอยู่ส่วนไหนของประเทศไทยเราจะไปส่งสินค้าถึงที่

EinScan 2x plus มจพ.ระยอง – ไกลแค่ไหนคือใกล้ ไม่ว่างคุณลูกค้าอยู่ส่วนไหนของประเทศไทยเราจะไปส่งสินค้าถึงที่

ไกลแค่ไหนคือใกล้ ไม่ว่างคุณลูกค้าอยู่ส่วนไหนของประเทศไทยเราจะไปส่งสินค้าถึงที่พร้อมการสอนวิธีการใช้งานอย่างละเอียดยิบ ตอบข้อสงสัยต่างๆ รับประกันคุณภาพและการบริการหลังการขายตลอกเวลา

ทางคณะได้ทำการสั่งซื้อเครื่อง 3D Scanner รุ่น Einscan 2x plus สแกนงานวิศวกรรมสบายๆ

อ่านรายละเอีดสินค้าเพิ่มเติม :

พร้อมการสอนการใช้งานเครื่องและโปรแกรม ให้พร้อมใช้งานได้ทันที

พิมพ์กระเพาะหมูนุ่มนิ่มด้วย Flexible Filament

พิมพ์กระเพาะหมูนุ่มนิ่มด้วย Flexible Filament

ในสายงาน 3D Print1 นั้นมีหลากหลายวัสดุ Filament ให้เลือกใช้กันมาก ถ้าจะให้พูดถึงทั่วไปคงหนีไม่พ้น PLA ABS ซึ่งเป็น Filament พื้นฐาน แต่ก็ยังมีอีกหลายอย่างแยกย่อยไปอีก เช่น พิมพ์โลหะ ฯลฯ

และยังมีอีกชนิดหนึ่งที่ค่อนข้างได้รับความนิยมและใช้งานในเฉพาะด้านอย่างเส้น Flexible

ที่มีคุณสมบัติเด่นเลยคือ ความยืดหยุ่น ที่มีมากตามชื่อ Flexible ซึ่งเส้นชนิดนี้มัดจะใช้ในงานจำพวกของเล่นที่ต้องการความนุ่มนิ่ม เพื่อป้องกันอันตลาดจากของแข็ง เคสโทรศัทพ์ เครื่องมือต่างๆ ที่ช่วยห่อหุ้มป้องกันการกระแทกได้เป็นอย่างดี และอีกงานหนึ่งที่เป้นงานเฉพาะด้าน อย่าง โมเดลทางการแพทย์

โมเดลทางการแพทย์คืออะไร มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร แล้วจะเอาไปพิมพ์เป็นอะไร…???

คำตอบนั้นง่ายมาก นั่นก็คือ อวัยวะสิ่งมีชีวิต เนื่องจากอวัยวะมีลักษณะที่ Freeform และคุณลักษณnความนุ่มนิ่มเมื่อบีบจับ เนื่องจากเป็นอวัยวะเป็นสิ่งธรรมชาติมีการยืดหดขยายตามธรรมชาติ การใช้เส้น Flexible ในการพิมพ์โมเดลอวัยวะสิ่งมีชีวิต จึงเป็นงานที่ตอบโจทย์เอามากๆ ซึ่งสามารถนำไปใช้ในด้านการศึกษา วิจัยและพัฒนางานต่างๆด้านการแพทย์ นำมาใช้ทดลองการบิดตัวหรือโครงสร้างต่างๆ ของอวัยวะ ซึ่งมีความคล้ายคลึงกัน ทำให้การศึกษาสามารถเข้าถึงได้ง่ายด้วยต้นทุนที่ถูกกว่าโมเดลจริง และเรื่องวระยะเวลาที่ใช้เวลาในการขึ้นงานไม่นาน และเหมาะกับอวัยวะที่มีความซับซ้อนด้านโครงสร้างมากๆ เพราะจุดเด่นของเครื่องพิมพ์ 3มิติ นั้นสามารถสร้างโมเดลที่ซับซ้อนขึ้นได้ไม่ยาก

ซึ่งเราได้ลองพิมพ์อวัยวะ กระเพาะหมู โดยใช้เส้น Flexible พิมพ์ ขึ้นงานกลวงและขยายขนาดประมาณ20% เพื่อนำมาเป็นตัวอย่างและศึกษาได้ชัดเจน

จะเห็นได้ว่ารูปทรงค่อนข้างตรงกับของจริงเลย

กระเพาะหมูของจริง
โมเดลกระเพาะหมูจากเส้น Flexible

เนื่องจากข้างในเราตั้งค่าการพิมพ์กลวงหรือ Infill 0% และตั้งค่าความแข็งแรงด้วยผนังให้มีความหนาขึ้นมาหน่อยทำให้อยู่ทรงได้

(วิธีตั้งค่าการพิมพ์เส้น Flexible :https://www.print3dd.com/flexible-on-adventurer3/)

ทำให้การบีบ จับนั้นมีความยืดหยุ่นมาก บีบติดกันยังไหว

หรือจะหักงอบริเวณปลายก็ยังสามารถทำได้ไม่ยาก

เมื่อเรามีสิ่งนี้และเราก็สามารถนำไปทำวิจัยอะไรต่อได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ของจริงตลอดเวลา และยังสามารถหั่นแบ่งหรือย่อขยายได้อีกด้วย

แต่ก่อนที่จะพิมพ์งานออกมาได้นั้นจำเป็นต้องมีไฟล์งานที่สมบูรณ์แบบเสียก่อนโดยงานนี้เราเริ่มจากการ Scan โมเดลตันที่ขึ้นด้วยมือจากวัสดุดินน้ำมัน

และได้ออกมาเป็นไฟล์ 3มิติ นำมาปรับเปลี่ยนให้พร้อมพิมพ์อีกรอบหนึ่ง

 

จากน้ำทำการปั้นเพิม่เป็นการต่อท่อขึ้นมาเพิ่มและขยายขนาด 20%

นำเข้าโปรแกรมเพื่อทำให้โมเดลกลวง และทำการเตรียมพิมพ์

เข้าโปรแกรมเพื่อทำให้โมเดลกลวงข้างใน
เข้าโปรแกรม FlashPrint เพื่อตั้งค่าการพิมพ์
ได้โมเดลตามต้องการ

ข้อแนะนำในการใช้งานเส้น Flexible

– เครื่องที่ใช้ควรเป็นแบบ Direct Drive หรือ ชุดเฟืองขับเส้นติดกับหัวฉีด เช่น Flashforge DreamerFlashforge Creator Pro2 , Flashforge Guider2s

– อุณหภูมิในการพิมพ์ 190-220 องศา
– ไม่จำเป็นต้องเปิดฐานทำความร้อน
– ความเร็วในการพิมพ์ ควรน้อยกว่า 40 mm/sec

จะเห็นได้ว่าการพิมพ์ 3มิติ นั้นมีความเป็นได้กว้างมาก หากเลือกวัสที่เข้ากับการทำงานของเรา เราก็จะสามารถทำชิ้นงานต้นแบบหรือตัวทดลองนำไปใช้เพื่อทดสอบและพัฒนาต่อในอนาคตได้อีกด้วย

หุ่นยนต์สำรวจอวกาศ Exomy สร้างง่ายๆที่บ้าน ด้วย 3D Printer

หุ่นยนต์สำรวจอวกาศ Exomy สร้างง่ายๆที่บ้าน ด้วย 3D Printer

องค์การอวกาศยุโรป หรือ European Space Agency (esa) ได้ปล่อยหุ่นยนต์สำรวจอวกาศ Space Rover ให้ประชาชนทั่วไปได้สร้างกันเองได้ โดยมีขั้นตอนการทำอย่างละเอียด โดยในส่วนประกอบของ Rover ตัวนี้สามารถพิมพ์จาก 3D Printer ทั้งหมดได้เลย ส่วนในงานของระบบไฟฟ้าวงจรตัวนี้จะ Base จาก RasberryPi โดยงานทั้งหมดเป็น Open Source เปิดให้ทุกคนสามารถพัฒนาต่อยอดต่อไป เช่นให้เราแต่งหน้าตาเจ้าหุ่นยนต์อวกาศน่ารักนี้ได้ น่าสนใจเป็นอย่างมากสำหรับ นักเรียน ประชาชนทั่วไป สร้างหุ่นยนต์นี้ขั้นมาเอง โดยต้นทุนอยู่ประมาณ 10,000-20,000บาท ใช้เวลาในการสร้างประมาณ 2 อาทิตย์ สามารถอ่านขั้นตอนการสร้างได้จาก Github

โดยผู้สนใจสามารถเข้าไปดูวิธีการสร้าง ExoMy พิมพ์เขียว, การต่อวงจร, Firmware, 3D Files เพื่อเอาไปพิมพ์กับเครื่องพิมพ์ 3มิติ ได้ที่นี่เลยครับ >> https://esa-prl.github.io/ExoMy/

 

 

จุดเด่น

  • ไม่ยากจนเกินไปสามารถทำเองได้ที่บ้าน
  • RasberryPi รองรับการเชื่อมต่อ Wifi, Bluetooth, USB สามารถบังคับสั่งงาน ผ่านมือถือ หรือ Controller ต่างๆได้
  • มีส่วนต่อขยาย อื่นอีก ในอนาคต เช่น กล้อง, Sensor ต่างๆ, หรือ แม้กระทั่ง Solar Cell
  • ทำงานใกล้เคียงกับ Rover จริงๆ (ย่อส่วนกันมาเลย)
  • เคลื่อนได้อิสระ, หมุนรอบตัวเอง, เคลื่อนที่ด้านข้าง Locomotion Modes
  • ปรับแต่งหน้าตา ความคิวท์ของ Rover ได้
  • เหมาะกับเยาวชน ได้สร้างหุ่นยนต์ไว้ใช้เองในยามว่าง
  • เดินผ่านสิ่งกีดขว้างได้ หรือแม้กระทั่ง ก้อนหินใหญ่ๆ
  • ทุน 10K-20K ใช้เวลาในการทำประมาณ 1-2 อาทิตย์

ลองไปพิมพ์กันนะครับ เครื่องพิมพ์ 3มิติที่แนะนำ


เดินผ่านสิ่งกีดขวาง ได้สบายๆ

ความสามารถในการเคลื่อนที่แบบต่างๆ Locomotion เดินตรงเหมาะรถยนต์ การหมุนรอบตัวเอง เคลื่อนที่ด้านข้าง เป็นต้น

สามารถเดินผ่านก้อนหินใหญ่ได้ง่ายๆ เลย

แต่งหน้าตาของเจ้า ExoMy ได้

อุปกรณ์เสริมการถ่ายวิดิโอด้วย 3D Printer

อุปกรณ์เสริมการถ่ายวิดิโอด้วย 3D Printer

อุปกรณ์ในการทำงานถ่ายวิดิโอนั้นมีมากมายหลายอย่าง ที่ช่วยให้การทำงานเป็นไปได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้นและสะดวกสบาย สร้างสรรค์ผลงานได้มากกว่าเดิมจากการใช้อุปกรณ์เสริมต่างๆ สามรถเข้าถึงผลงานที่ดูยากให้ทำออกมาได้ง่ายมากขึ้น สวยยิ่งขึ้น และคุณภาพดียิ่งขึ้น

แต่เนื่องจากอุปกรณ์ในปัจจุบันมีราคาที่ยังสูงอยู่ จึงทำให้มือสมัครเล่นในการถ่ายวิดิโอนั้นยังอาจจะไม่สามารถซื้อมาเพื่อทดลองใช้ เนื่องจากบางครั้งอุปกรณืบางชนิดอาจจะไม่เข้ากับการทำงานของแต่ละบุคคลได้ ทำให้หากซื้อมาก็อาจจะใช้ได้เพียงไม่กี่ครั้งเพราะไม่ถนัดและต้องเสียเงินนั้นไปเพื่อซื้ออุปกรณ์อื่นที่เข้ากับตนมากกว่า

แต่ปัญหานั้นจะหมดไปหากเรามี 3D Printer ที่สามารถสร้างสรรค์ชิ้นงานโมเดล 3มิติ เอาไปใช้งานได้จริงในการทำงานต่างๆ และยังพิมพ์ออกมาได้หลากหลายและใช้เวลาไม่นาน

หลังจากลองหาๆ หลังจากหาไฟล์โมเดลที่จะสามารถมาช่วยให้การทำงานด้านวิดิโอได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น ก็ไปได้เจอกับไฟล์ Camera+Rig+for+Smartphones จาก Thingiverse (สามารถกดลิ้งเพื่ดดาวโหลดไปพิมพ์กันฟรีๆ ได้เลย)

โดยจากไฟล์เป็นตัวอุปกรณ์เสริมที่เรียกว่า Camera Rig ที่ทำเพื่อใช้กับ Smart Phone  แต่เราใช้กล้องใหญ่ จึงทำการดัดแปลงให้สามารถใช้กับกล้องใหญ่ได้

โดยตัวโมเดลที่เป็นเส้นสีน้ำเงินนั้น ใช้เครื่องพิมพ์ Guider 2s ในการพิมพ์ชึ้นมาทีเดียว เนื่องจากขนาดการพิมพ์ที่มีถึง 280 x 250 x 300 mm. กดพิมพ์ทิ้งไว้คืนเดียวก็เสร็จเรียบร้อย

และตัวมือจับทั้งสองข้างนั้น ใช้เครื่อง Creator Pro2 ในการพิมพ์ ซึ่งเป็นเครื่องรุ่นใหม่ล่าสุดของร้านที่มีระบบ 2หัวฉีดอิสระ ทำให้สามารถพิมพ์ได้หลากหลายและรวดเร็วมากขึ้น โดยจัดการพิมพ์แบบ Duplicate พร้อมกัน ทำให้การทำงานนั้นรวดเร็วขึ้น เป็น 2 เท่า❤️❤️❤️

เมื่อเรามีเครื่องมือเสริมนี้แล้ว จึงทำให้การถ่ายวิดิโอนนั้น สะดวกและทำให้การขยับไปมาในการถ่ายวิดิโอนั้นนั้นง่ายกว่าการจับกล้องอย่างเดียวซึ่งทำให้เกิดการสั่นของภาพได้ง่ายกว่ามาก

และเพื่อให้เกิดความยิดหยุ่นในการทำงานมากขึ้นไปอีกจึงได้ทำการพิมพ์ตัวเสริมที่เป็น Top ของอุปกรณ์นี้เพื่อใช้ในการจับถ่ายในแนวต่ำได้ง่าย ไม่ต้องก้มตัวลงไป🙋‍♂️

จากนี้ไปการถ่ายงานวิดิโอก็จะง่ายกว่าเดิมมากและหากเบื่อๆ ก็หาไฟล์ที่ปล่อยให้โหลดฟรีมาพิมพ์ใหม่ได้อีกเรื่อยๆ โดยต้นทุนตอนนี้มีเพียงเส้นพลาสติกที่ใช้ ซึ่งราคาไม่ได้แพงเลยในปัจจุบัน

จะเห็นได้ว่า 3D Printer มีประโยชน์อย่างมากในการขึ้นต้นแบบหรือโมเดลที่พร้อมไปใช้งานได้จริงในการทำงานด้านต่างๆ เพียงแค่เรามีจินตนาการและการนำไปปรับใช้งานการทำงานในสายต่างๆ ของตัวเอง ก็สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานนั้นๆได้ไม่ยาก

รู้จัก 3D Scanner คืออะไร? มีกี่ประเภท? (update 2021)

รู้จัก 3D Scanner คืออะไร? มีกี่ประเภท? (update 2021)

บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักเครื่องสแกน 3มิติ การนำไปใช้งาน และ ประเภทของสแกนเนอร์ 3มิติ หลายคนน่าจะรู้จักเครื่องสแกนเอกสาร (2D) เราสามารถเก็บสำเนาดิจิทัลเป็นไฟล์รูปหรือ PDF ได้ เครื่องสแกนเนอร์ 3มิติมีจุดประสงค์การใช้เดียวกัน คือการสร้างสำเนาของมูล Digital ของวัตถุ ต่างกันที่เป็นรูปแบบ 3มิติ Polygon (หรือ อาจใช้คำว่า Mesh ก็ได้) ไฟล์ 3D ที่ได้นี้อาจจะไปต่อ ไปพิมพ์ออกมาเป็นโมเดล 3มิติ (ใช้เครื่องพิมพ์ 3มิติ) , เอาไปทำ Animation, ทำหนัง CG, เอาไปใช้ในเชิง Engineer วิศวกรรมย้อนรอย, ใช้เชิงการแพทย์ได้ และล่าสุดในอุตสาหกรรม VR / AR

โดยเครื่อง 3D Scanner นั้นมีหลายแบบหลายประเภทเหมาะในการใช้งานไม่เหมือนกัน เช่นแบบ LED-Structure Light เป็นการฉาย Pattern แสงไปยังวัตถุ เหมาะกับการสแกนวัตถุ รูปปั้น สามารถเก็บไฟล์ได้ละเอียด , Laser ใช้เส้น Laser ยิงไปที่ชิ้นงาน เหมาะกับงานโลหะ รถยนต์ หรือวัตถุที่มีขนาดใหญ่, Lidar การยิงลำแสงเลเซอร์จำนวนมาไปยังวัตถุ หรือ สถานที่ Lidar เหมาะกับงานสแกนสำรวจ หรือใช้กับสถานที่มากกว่า สแกนวัตถุ, Infrared แม้ว่ามีคุณภาพต่ำไม่ละเอียด แต่มีความสามารถที่ระบบอื่นไม่มีคือการแยกวัตถุด้วยความร้อน เหมาะกับการสแกนสิ่งมีชีวิต คน หรือ สัตว์เป็นต้น, MRI Scan เครื่องสแกนภายในร่างกายมนุษย์ ที่ใช้ในโรงพยาบาล ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า นำภาพ 2D หลายๆ Slice มาต่อเป็น 3D เป็นต้น โดยแต่ละชนิดมีความสามารถข้อดี ข้อเสียแตกต่างกัน ซึ่งจะกล่าวถึงรายละเอียดด้านล่างต่อไป

ปล. บทความนี้เขียนขึ้นจากข้อมูลปัจจุบัน ธันวาคม 2020 / ท่านสามารถอ่านต่อ วิธีการเลือก 3D Scanner ให้เหมาะกับคุณ

3D Scanner คืออะไร?

เครื่องสแกน 3มิติ คือเครื่องเก็บข้อมูล 3มิติ (Collecting 3D Data) จากวัตถุ, โมเดล, สิ่งของ, คน รวมถึงสถานที่ก็ได้ โดยผลที่ได้คือ ไฟล์ 3มิติ ในรูปแบบ Polygon, 3D Mesh  (หลายครั้ง เข้าใจผิดว่าไฟล์ที่ได้เป็น CAD) นามสกุลที่นิยมกันกันคือ .STL, .OBJ เป็นต้น ข้อมูลที่ได้มีมิติกว้าง, ลึก, สูง x-y-z ความละเอียดความแม่นยำของไฟล์ที่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของ 3D Scanner คำที่เกี่ยวข้องกับ 3D Scanner คือ

  • Point Cloud กลุ่มของจุด coordinate x-y-z เป็น Raw Data ของเครื่องสแกน 3มิติ (เป็นกลุ่มจุด) ก่อนที่ Software จะแปลงจุดดังกล่าวเป็น Polygon (สามเหลี่ยมต่อกัน)
  • Accuracy ความละเอียดหรือแม่นยำในการ 3D scanner โดยมากจะระบุในหน่วย Micron เช่นเครื่องความละเอียดสูงระดับ 10Micron หรือ ระยะความห่างของ Point Cloud ดีสุดที่ทำได้คือ 10micron (ยิ่งระยะห่างน้อยยิ่งละเอียดนั้นเอง)
    สแกนให้เห็น Point Cloud กับ Polygon

ประโยชน์ของ 3D Scanner

ไฟล์ที่ได้จากเครื่อง 3D Scanner สามารถไปใช้งานต่อได้มากมาย ถ้าไม่ได้ไปแต่อะไรเพิ่มเติมสามารถพิมพ์ได้ทันทีด้วย 3D Printer โดยสามารถย่อ-ขยายโมเดลตามต้องการ, 3D Files สามารถนำไปวาดต่อเป็น CAD ไฟล์ หรือ นิยมเรียกว่า Reverse Engineer, เอาวิเคราะการรักษาทางการแพทย์-ทันตกรรม, เอาสร้างเกมส์-สร้างหนัง, แสดงตัวอย่างสินค้าเพื่อการโฆษณา และ ล่าสุดไปแสดงผลในงาน VR/AR

Engineering เชิงวิศวกรรม จะนิยมเอาไปใช้ 2 ทางด้วยกัน คือ  Reverse Engineering หรือ วิศวกรรมย้อนกลับ และ Inspection

  • Reverse Engineering เป็นการสแกน วัตถุที่มีอยู่ เป็นไฟล์ 3มิติ แล้วไปทำย้อนกลับเป็น CAD ตัวอย่างเช่น รถยนต์โบราณที่ไม่มีผลิตแล้ว หากอยากจะสร้างขึ้นมาใหม่ หรือ ทำเฉพาะบางส่วน สามารถใช้เครื่องสแกนเนอร์ 3มิติ เก็บรายละเอียด เอามาสร้างไฟล์ CAD นำไปใช้กับเครื่อง CNC หรือเครื่อง 3D Printer ต่อไป
  • Inspection เป็นการควบคุมการผลิต เพื่อเปรียบเทียบงานที่ผลิตออกมาจริงๆ กับไฟล์ต้นแบบมาตรฐานที่สร้างไว้ การผลิตสินค้าหลายๆครั้งเมื่อรันเครื่องผลิตไปเรื่อยๆแล้วขนาดรูปร่างอาจจะไม่ตรงตามต้องการต้องมีการจูนเครื่องจักรกัน การผลิตที่เข้มงวดกับเรื่องนี้มากๆเช่นการผลิตเครื่องยนต์ งานหล่อ หรือ งานฉีดพลาสติกอาจจะไม่ได้คุณภาพหรือขนาดตามที่ต้องการ 3D Scanner จะมาช่วยในส่วนนี้ โดยวิศวกรจะนำไฟล์สแกน มาเทียบกับไฟล์ CAD มาตรฐาน
    ตย.ที่แสดงในรูป สแกนหลอดไฟ สามารถแบ่งการใช้ได้สองทาง (ซ้าย) ทำไฟล์ที่ได้จากการสแกนสีฟ้า ไปเปรียบเทียบกันไฟล์มาตรฐานสินค้า Software จะประมวลผลพื้นที่ที่รูปร่างแตกต่าง Design VS Actual เป็น Mapping สี (ขวา) นำไฟล์สแกนสีได้สีฟ้า ไปทำการวาด CAD ขึ้นมาใหม่

ทางด้านศิลปะ และ ภาพยนต์ เกมส์ สแกนวัตถุ คน สิ่งของ แล้วเอาไปแต่ไฟล์ต่อใน Software อื่นๆ เช่น Zbrush สามารถแก้ไขปรับแต่ง เพิ่มรายละเอียด เป็นการลดระยะเวลาในการทำงาน และคงคุณภาพงานได้ใกล้เคียงความจริงกว่า เช่น แต่ก่อนจะต้องสร้างโมเดลหน้าคนจากศูนย์เลย ตอนนี้สามารถสแกนเอาไฟล์สแกนมาแต่งเพิ่มเติม จะลดเวลา และได้ผลลัพธ์ออกมาเหมือนหน้าคนจริงๆมากกว่า เอาไปแสดงผลในภาพยนต์หรือเกมส์ต่อ STL สามารถเอาไปพิมพ์ 3มิติออกมา ตัวอย่างการนำไปใช้

  • ย่อขยายโมเดล งาน Scale ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนคือ ปั้นพระองค์หนึ่งจากขึ้ผึ้งขึ้นมาขนาด 20cm (หรือขนาดที่ผู้ปั้นถนัด) สแกนไฟล์ดังกล่าวเพื่อเอาไปผลิต พระองค์นั้นในขนาดต่างๆ 5cm, 10cm, 20cm, 50cm, 100cm ไม่ต้องปั้นพระองค์เดิมๆหลายขนาด / ตย.ที่สอง เช่นที่อุทยานราชภักดิ์ ช่างปั้นโมเดลขนาดเ
  • สร้างซ้ำ เช่นมีวัตถุโบราณ ต้องการสร้างซ้ำ เราจะใช้การสแกน
  • สแกนเพื่อความสมจริง ประยุกต์ใช้ 3D scanner เก็บข้อมูลจากของจริง เช่นสแกนหน้าคนจะได้ความสมจริงกว่า (สแกนบางส่วน ปั้น3D ขึ้นเองบางส่วนก็ได้
ประยุกต์เก่ากับใหม่ ให้ศิลปินปั้นขึ้นมาจากขี้ผึ้ง นำมาสแกนเพื่อไปแต่งรายละเอียดต่อ สามารถไปย่อขนาดเป็นองค์เล็ก หรือ ไปทำให้ขยายเป็นชิ้นใหญ่ๆได้
งาน Scales สามารถสร้างโมเดลขนาดต่างๆ ด้วยไฟล์สแกนเดียว
Scan บางส่วน ปั้นไฟล์ 3D เองบางส่วน ตัวอย่างนี้ดีทั้งแสดงให้เห็น การประยุกต์จนถึงขั้นตอนการพิมพ์

ทางการแพทย์ ทันตกรรม ใช้สแกนเนอร์ 3มิติ ไปวินิจฉัยอาการและทำแผนการรักษาต่อไป ทางการแพทย์นั้นจะใช้สแกนเนอร์ ทั้งภายในและภายนอกร่างกาย ตัวอย่างเช่น

  • ทันตแพทย์ ใช้ Intraoral สแกนฟันในช่องปาก นำไฟล์ที่ได้ไปทำการจัดฟันในช่องปาก Clear Aligner, สร้างครอบฟัน หรือ อื่นๆจากเครื่องพิมพ์ 3มิติ
  • แพทย์ศัลยกรรมสมอง ใช้ MRI สแกนสมองเพื่อวิเคราะห์การรักษา จากไฟล์ 3มิติ
  • แพทย์วินัจฉัยกระดูผิดรูป จากเครื่อง CT Scan
การใช้เครื่องสแกนในช่องปาก Intraoral Scan และเครื่องพิมพ์ 3มิติ : AoralScan / Form3B

ประเภทของ 3D Scanner

 

แบ่งประเภท 3D Scanner ตามชนิดแสง/ชนิดเซนเซอร์

LED / Structure Light ใช้แสงในการสแกน โดยมากจะเป็นแสงขาว หรือ แสงน้ำเงิน โดยทั่วไปหลักการทำงานจะฉายแสงที่มี Pattern เป็นแถบเส้น (เหมือน Barcode แบบเส้น) หรือ แบบ Noise (เหมือน QR Code) ไปที่วัสดุ กล้องจะจับภาพกลับโดยมากจะมีกล้อง 2 ตัวขึ้นไป Software จะนำภาพ pattern ที่จับได้มาแปลงเป็นไฟล์ 3มิติ (แสงยิง Pattern ไปเหมือนเดิม แต่รูปร่างของวัตถุไม่เหมือนกัน กล้องจะเก็บรูปที่ได้ไม่เหมือนกัน)

  • เก็บข้อมูลเป็น Plane XY หนึ่ง shot คือหนึ่งภาพ
  • ข้อดีคือ สแกนเร็ว และ ได้ข้อมูลความละเอียดหวังผลได้
  • ข้อเสียคือ ไม่สามารถสแกนหรือสแกนได้คุณภาพไม่ดี ใน วัตถุสีทีบแสง(ไม่สะท้อนแสง), วัตถุมันวาว(สะท้อนแสงมากเกินจนกระเจิง), วัตถุใสทะลุ(กล้องไม่สามารถเก็บค่าแสงที่สะท้อนออกมาได้) อย่างไรก็ตามสามารถแก้ปัญหานี้โดยการเตรียมผิวชิ้นงาน เตรียมสภาพแวดล้อมการสแกนก่อน อ่านเพิ่มที่ขั้นตอบการเตรียมวัสดุสแกน
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด Shining3D, Artech, Gom
แสดงที่ฉายออกมาเป็นแถบเส้นเท่าๆกัน เมื่อตกกระทบที่ชิ้นงานจะได้ลักษณะเส้นเฉพาะตัวตามรูปร่างของงาน Software ประมวลข้อมูลที่ได้เป็นไฟล์ 3มิติ
อีกลักษณะหนึ่งของ Structure Light คราวนี้ไม่ฉายเป็นแถบเส้น แต่ฉายเป็น Noise เฉพาะตัวคล้ายๆ QR Code กล้องเก็บภาพที่ได้ไปประมวลผลเช่นกัน ในรูปเครื่อง StructureLight แบบ Handheld
Diagram การสแกนแบบ Structure Light จะเห็นว่า Project ฉายภาพที่เป็น Pattern ไปยังวัตถุ กล้องทั้งสองตัวจะจับภาพได้ไม่เหมือนกันตามรูปร่างของวัตถุ

Laser ใช้เลเซอร์เป็นแหล่งแสง เลเซอร์อาจจะมีสีแดง หรือ สีน้ำเงินก็ได้ ข้อดีของแสงเลเซอร์คือ มีความเข้มของแสงมากกว่าที่ฉายจากโปรเจคเตอร์หรือจากLED มากๆ ดังนั้นสามารถลองรับวัสดุที่หลากหลายกว่า วัสดุสีเข้ม หรือวัสดุที่มันวาวสะท้อนแสง

  • เก็บข้อมูลเป็นเส้น Line หนี่ง frame เอาเส้นมาต่อๆกันเป็นไฟล์ 3มิติ
  • ข้อดีแสงมีความเข้มแสงมากกว่า รอบรับการสแกนหลายพื้นผิว ไม่ว่าจะเป็นวัสดุที่มีสีเข้ม สีดำ, ผิวโลหะ ผิวมันวาว Chrome, สแกนในพื้นที่แจ้ง
  • ข้อเสียของระบบนี้เลย คือต้องติด Marker เนื่องจากการสแกนไม่ได้เก็บข้อมูลเป็นระนาบ แต่เก็บเป็นเส้น Software ไม่สามารถต่อไฟล์ 3มิติ เข้าด้วยกันได้ ต้องใช้ Marker เป็นตัวอ้างอิง การติด Marker หลักๆคือเสียเวลา (ไม่ต้องเสียเวลาเตรียมผิวชิ้นงาน แต่เสียเวลาติด Marker แทน) และ อีกข้อคือถ้าเป็นเครื่องสแกนเนอร์แบบ Laser ล้วนๆ จะเก็บภาพสีไม่ได้ แต่ปัจจุบันรุ่นใหม่ๆมีกล้องเก็บสีเพิ่มเข้ามาด้วย
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด Shining3D, Creaform
ตัวอย่าง Laser 3D Scanner เลเซอร์น้ำเงิน 14 เส้น สแกนเก็บได้หลายพื้นผิว ทั้งดำ หรือมันวาว ผิวโลหะ แต่ต้องติด Marker

Infrared ใช้หลักการจับภาพ Infrared ในการสแกน ตัวอย่างที่ใช้กันเยอะเช่น Kinect ของ Xbox กล้อง interactive ต่างๆ ข้อดีคือสามารถแยกคนออกจากสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าระบบอื่น

  • ข้อดีคือ มีราคาถูกและใช้กันแพร่หลาย สามารถแยกคนจากสภาพแวดล้อมได้ดี เพราะแยกจากความร้อน
  • ข้อเสีย เป็นระบบที่มีรายละเอียดต่ำที่สุด
    ในรูปใช้ Kinect กล้องจับภาพ infrared มาใช้ในการสร้างไฟล์ 3มิติ ราคาค่อนข้างถูกแต่คุณภาพต่ำ

Arm 3D Scanner Scanner  เป็นระบบที่ใช้กันมานานแล้ว แต่มีราคาสูงมาก นิยมใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ โดยมาก Arm จะติด Probe หรือ Laser Scan เข้ามาด้วย โดยหากเป็น Probe ก็จะวัดจุดที่ Probe ไปแตะ ดูเป็นจุดๆไป แต่หากเป็นหัว Laser Scanner ที่ติดบน Arm อันนี้จะสามารถแสกนออกมาเป็นไฟล์ 3มิติ ได้เลย ไม่ต้องติด Marker เนื่องจาก Software รู้ตำแหน่งที่ของหัวสแกนเนอร์จาก Motor Servo ที่อยู่บน Arm (Laser Scanner ที่ไม่ติดบน Arm จะไม่รู้ตำแหน่ง จึงให้ Marker ช่วยระบุตำแหน่ง)

  • เก็บข้อมูลเป็นจุด Coordinate กรณีเป็น Probe และเก็บเป็นเส้นเลเซอร์ กรณีเป็นหัว Laser Scanner
  • ข้อดี เป็นระบบที่มีความแม่นยำสูงมาก เนื่องจากระบุตำแหน่งโดยใช้มอเตอร์ Servo ที่ข้อต่อแต่ละอัน
  • ข้อเสีย ราคาสูงมาก และ มีข้อจำกัดในพื้นที่การสแกน ต้องสแกนในระยะที่ Arm ไปถึง
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด FARO, Kreon, Hexagon
เครื่องสแกน แบบ Arm ประยุกต์การระบุตำแหน่งการสแกนด้วย มอเตอร์ Servo ตามข้อต่อของ Arm จึงได้ค่าที่แม่นยำ Accurate และ แม่นตรง Precise มากๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องทำการ Calibrate เรื่อย ค่าเครื่องและค่า Calibrate ค่อนข้างสูง

Lidar เป็นระบบที่มีนานแล้ว ใช้ในเครื่องสแกน Land Scape หลักการคือการยิงแสงเลเซอร์จำนวนมากไปยังวัตถุและมี Sensor รับภาพกลับมาก เร็วๆนี้มีการเพิ่ม Lidar เข้ามาในเครื่อง Ipad Pro 2020 อย่างไรก็ตามคุณภาพในการสแกนยังค่อนข้างทำอยู่มาก อาจจะมีการพัฒนาให้ดีขึ้นเร็วๆนี้

  • สาดลำแสงเลเซอร์จำนวนมากไปรอบ เก็บจุดที่เลเซอร์ตกกระทบ มาต่อกันเป็นไฟล์ 3มิติ เหมาะการสแกน LandScape-สถานที่ มากกว่า สแกนวัตถุ
  • ข้อดี สามารถเก็บข้อมูลพื้นที่ใหญ่ๆมากๆได้  เริ่มมีการพัฒนาไปใส่ในอุปกรณ์พกพา (Ipad Pro 2020)
  • ข้อเสีย ยังเก็บรายละเอียดได้ไม่ดีนัก เหมาะกันสแกนสถานที่ มากกว่าการสแกนวัตถุ
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด FARO, Leica
    งานสแกนจากเครื่องระบบ Lidar นั้น นิยมใช้ในการเก็บข้อมูลสถานที่ ทางการทหาร หรือ ทางการพิสูจน์หลักฐาน แนบตัวอย่างให้ดูเครื่อง Lidar ที่มีขายอยู่ในท้องตลาด

Photogrammetry เป็นการแปลงรูปถ่ายจำนวนมากๆ หลายๆมุมมาต่อกัน และแปลงค่าเป็นไฟล์ 3มิติ ระบบนี้ไปประยุกต์งานได้หลากหลายมากๆ ข้อดีคือ สามารถสร้างไฟล์ 3มิติ ของพื้นที่ใหญ่ๆได้ (ใช้ Drone เก็บภาพมุมสูง หรือ Video มุมสูง มา Process Mapping เป็นไฟล์ 3มิติ) อีกความสามารถหนึ่งที่เก่งมากๆคือ การสร้างไฟล์ 3มิติ ความละเอียดสูงของบุคคล ทำได้โดยการถ่ายภาพ จากกล้อง DSLR จำนวนมาก 70+ ตัว พร้อมกัน และนำมาประมวลผล นิยมใช้กันมากในการสร้างหนัง หรือ เกมส์ สร้างความสมจริงในการแสดงสีหน้า

  • input คือ รูปภาพจำนวนมาก ของสิ่งที่เราต้องการสร้างไฟล์ 3มิติ โดยรูปภาพดังกล่าวควรจะถ่ายด้วยช่วงเลนส์ ช่วงเลนส์เดียวกัน รูรับแสงเดียวกัน White Balance เดียวกัน  Software จะประมวลผล
  • ข้อดี เอาไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย เช่น แผนที่ 3มิติ (เหมือนที่ Google Map ใช้) หรือ ใช้สร้างโมเดลสามมิติบุคคลแบบระเอียดสูง Capture สีหน้าได้สมจริง โดยใช้กล้อง DSLR จำนวน 70+ตัว ถ่ายภาพพร้อมกัน
  • ข้อเสีย ใช้เวลาในการทำงานนานมากๆ ประมวลผลนานมากๆ บางครั้งใช้เวลาหลายวัน หากต้องการงานคุณภาพสูงต้องลงทุนหลายล้าน
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด Agisoft, RealityCapture บริษัทที่เป็น Reference ที่ดีคือ Ten24
ไม่ต้องสร้าง CG เองแล้ว ถ่ายรูปทำเป็นไฟล์ 3มิติ เลย

Other 3D Scanners อื่นๆ มีอีกมากมายเช่นเครื่อง CT Scan และเครื่อง MRI Scan ก็เป็น 3D Scanner แบบหนึ่งเหมือนกัน

  • CT Scan จะเป็นการสแกน Slice ร่างกายเราโดยใช้รังสี เหมาะสแกนพวกชิ้นส่วนที่ดูดซับแสง เช่นพวกกระดูก ไฟล์ที่ได้เป็น DICOM Slice ร่างกายเป็นหลายๆส่วน เอา Slice มาต่อกันเป็นไฟล์ 3มิติ
  • MRI Scan จะสแกนเป็น Slice เช่นกันแต่จะใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เหมาะกับสแกนพวกเนื้อเยื้อ สมอง ไฟล์ที่ได้เป็น DICOM เหมือนกัน
  • CMM อันนี้อาจจะเก่าสักหน่อย เป็นเครื่องสแกนแบบสัมผัสชิ้นงาน (Contact) เป็นหัว Probe จิ้มไปที่ชิ้นงานไปเรื่อย นำ Point Cloud มาประกอบเป็นไฟล์ 3มิติ
เครื่อง MRI หรือ CT Scan จัดเป็นเครื่องสแกน 3มิติ ชนิดหนึ่ง สามารถนำ Slice Section ของมนุษย์มาต่อกัน ยิ่งเครื่อง Scan มี Slice มากก็ยิ่งได้ไฟล์โมเดลที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น
สมองมนุษย์ขนาด 1:1 ได้มาจาก MRI Scan ของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพ DICOM แพทย์ต้องการพิมพ์สมองเพื่อการวิจัย

แบ่งประเภท 3D Scanner จากวิธีการสแกน (Fix Scan, Hybrid, Handheld)

Fix Scan  การสแกนแบบ Fix Scan คือ “ขณะสแกนใน Shot นั้นๆ เครื่องสแกนต้องอยู่นิ่ง” อาจจะอยู่บนขาตั้งกล้อง หรือ แท่นจับ ก็ได้ เวลาในการสแกนแต่ละช็อตเกินวินาที-หลายวินาที ข้อดีของระบบนี้คือ สามารถเก็บงานได้ละเอียดกว่า ข้อเสียคือใช้เวลาในการสแกนนานกว่า

  • เวลาสแกนเครื่อง 3D Scanner ต้องอยู่นิ่งบนขาตั้งกล้อง สแกนจบค่อยย้ายไป Shot ต่อไป (แนะนำให้เลื่อมกับจุดเดิม 30% ขึ้นไป Software จึงจะต่อไฟล์ให้เองอัตโนมัติ)
  • ข้อดีของแบบนี้คือ สามารถเก็บรายละเอียดได้ดีกว่า ไฟล์คมชัดกว่า (เหมือนใช้ขาตั้งกล้องถ่ายรูป เทียบกับเราเอามือถือกล้องถ่าย)
  • ข้อเสียของระบบนี้ คือ ใช้เวลาในการสแกนนานกว่าแบบ Handheld โดยเฉพาะงานชิ้นใหญ่ๆเกิน 50cm ขึ้นไป
  • ระบบนี้สามารถทำงานร่วมกัน Automatic Turntable ได้ (3D Scanner อยู่บนขาตั้งกล้อง ชิ้นงานสแกนอยู่บนแท่นหมุนอัตโนมัติ เมื่อสแกน Shot หนึ่งเสร็จแท่นจะหมุนอัตโนมัติ ในองศาที่กำหนด เช่น 45องศา และ สแกนใน Shot ต่อไป สแกน 8 ครั้งจะได้ครบ 360องศา
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็น Fix Scan ล้วนๆ EinScan SE, AutoScan Inspec, DS-EX Pro

Handheld การสแกนแบบ Handheld จะเป็นเทคโนโลยีที่มาใหม่ พัฒนาต่อมาจาก Fix Scan สืบเนื่องจากคอมพิวเตอร์พัฒนาประมวลผลได้เร็ว ทั้งกราฟิกและการเขียนอ่านข้อมูล จึงสามารถเก็บ Shot ได้เร็วขึ้น เครื่อง Handheld จึงถือกำเนิด เครื่องใหม่จะเก็บ shot ได้ 15-30 fps หรือ 15-30 shot ในเวลาหนึ่งวินาที ทำให้ถือสแกน ลากเก็บภาพ 3มิติไปเรื่อยๆได

  • เวลาสแกนสามารถใช้มือถือสแกนชิ้นงานไปเรื่อยๆได้ ลากช้าหรือเร็วขึ้นกับ Spec ของเครื่องสแกนและความแรงของคอมพิวเตอร์ประมวลผล
  • ข้อดีคือ สแกนได้รวดเร็ว สะดวก เหมาะกับความชิ้นใหญ่
  • ข้อเสีย หากให้เทียบจริงๆแล้วคุณภาพงานสแกนสู้แบบ Fix ไม่ได้
  • สามารถสแกนคนหรือสัตว์ได้ (อย่างไรก็ตามคน ควรจะอยู่นิ่ง ยืนเฉย หรือ นั่งเฉยๆ)
  • เหมาะกับการสแกนของชิ้นใหญ่, ของที่เคลื่อนย้ายไม่ได้, คน หรือ สัตว์
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็น Handheld ล้วนๆ EinScan Pro 2X/2XP,EinScan Pro HD,EinScan H,EinScan HX, AoralScan Intra-Oral Scanner

Hybrid เครื่องสแกนที่รวมเอาสองความสามารถนี้เข้าด้วยกัน คือจะใช้ขาตั้งกล้องก็ได้ หรือ มือถือสแกนก็ได้ จะมาเสริมจุดเสียของ Fix Scan ที่เก็บงานได้ละเอียดแต่ช้ามีข้อจำกัด กับ Handheld Scan ที่เก็บงานได้เร็วคล่องตัว ละเอียดจะเก็บได้น้อยลง

  • เวลาที่ต้องการงานละเอียด ชิ้นงานเล็กใช้ โหมด Fix Scan
  • เวลาสแกนคน, ของชิ้นใหญ่ ของที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ ใช้โหมด Handheld Scan
  • เครื่องแบบ Hybrid จะครอบคลุมการทำงานหลาก สแกนได้ทั้งของชิ้นกลาง-ใหญ่
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็นแบบ Hybrid  EinScan Pro 2X/2XP, EinScan Pro HD

อ่านเพิ่มเติม 

ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่นี่

อ่าน Review เพิ่มเติมตามแต่ละรุ่นไปที่นี่