fbpx

ลูกค้า : SchaefflerThailand Max400

ลูกค้า : SchaefflerThailand Max400

งานพาร์ทเครื่องจักรย่อมคู่กับการทำต้นแบบ ทาง Schaeffler Thailand จึงได้ทำการสั่งซื้อเครื่องพิมพ์3มิติ ในการทำงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ

👉อย่างเครื่อง FullScaleMax400 ที่มีเพื้นการพิมพ์ถึง 400 x 300 x 300 mm.  เพื่อให้เหมาะแก่การขึ้นต้นแบบที่มีขนาดใหญ่และโครงสร้างที่ซับซ้อน

Schaeffler Thailand เป็นบริษัทผลิตอะไหล่เครื่องจักรขนาดใหญ่ และมีคุณภาพ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทนี้จึงต้องการออกแบบและอัพเดต เพื่อให้ทันกับลูกค้าที่มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆตลอดเวลา

การขึ้นต้นแบบเป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อให้เห็นชิ้นงานในรูปแบบ 3D จับต้องได้ ก่อนที่จะนำไปเข้าสู่การผลิตจริง เครื่องพิมพ์ 3มิติ จึงตอบโจทย์ในการทำต้นแบบนี้เนื่องจากเป็นนวตกรรมที่รวดเร็ว และสามารถสร้างต้นแบบที่มีความซับซ้อนได้มากมาย

👉ทางเราบริการส่งเครื่องถึงที่พร้อมกับสอนวิธีการใช้งานอย่างละเอียดตั้งแต่ติดตั้ง ส่วนประกอบต่างๆ รวมไปถึงการบำรุงซ่อมแซมเบื้องต้น เพื่อให้ตรงกับความต้องการและสอดคล้องกับงานของลูกค้า

และสอนใช้โปรแกรมการเตรียมพิมพ์ และทดลองพิมพ์งานจริงจากไฟล์ของลูกค้าเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถใช้งานได้ตรงตามต้องการ โดยทางเราอธิบายอย่างไละเอียดและเข้าใจง่าย พร้อมใช้งานจริงได้ทันที💕

ตอบโจทย์งานอะไหล่เครื่องจักรที่มีขนาดที่ใหญ่และซับซ้อนมากๆ เลยครับ👍👍👍

SafeKey from Copper 3D Printing Filament ทองแดงช่วยเราได้

SafeKey from Copper 3D Printing Filament ทองแดงช่วยเราได้

สถานการณืโควิด-19ในปัจจุบันภายในประเทศเริ่มมีความปลอดภัยมากขึ้นแต่กลับกันต่างประเทศมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆและดูเหมือนจะยาวนานกว่าที่คิดไว้ การดูแลตัวเองนั้นขึงเป็นสิ่งสำคัญมากๆเพื่อให้ลดการติดเชื้อ ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มากมายเพื่อรับกับสถานการณ์ในปัจจุบันได้🤟

ตัวอย่างที่เป็นเหมือนผลิตภัณฑ์ใหม่และแพร่หลายมากขึ้นที่เกิดมาเพื่อลดการสัมผัสสิ่งรอบตัวอย่าง SafeKey

อุปกรณ์ชิ้นเล้กๆแบบพกพาที่ช่วยให้การใช้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง โดยมีหน้าที่หลายๆ หน้าที่ซึ่งแล้วแต่คนออกแบบจะใส่ฟังก์ชันลงไป ซึ่งหลักๆ ที่คนเรามักจะสัมผัสกันประจำอย่างลูกบิดประตู การกดลิฟต์ หรืออื่นๆที่ใช้มือสัมผัส ตัว SafeKey เป็นเหมือนตัวเสริมมือเราให้ตัว SafeKey นั้นสัมผัสแทนนิ้วหรือมือเรานั่นเอง

แต่เนื่องจาก SafeKey ที่มีอยู่ทั่วไปนั้นเป็นพลาสติก เพราะต้นทุนต่ำและหาได้ง่าย แต่ก็ยังเสี่ยงที่เชื้อขะติด SafeKey ไปด้วยแล้วเราก็สัมผัส SafeKey อีกต่อหนึ่ง มันจึงกลายเราคิดว่าปลอดภัยกลับไม่ปลอดภัย 100%

ทำให้ผู้คนมากมายหาวิธีการต่างๆในการพัฒนาตัว SafeKey นั้นให้ปลอดภัยมากขึ้น ตัวอย่างเช่น การนำ Copper มาใช้เป็นวัสดุในการทำ SafeKey แต่การจำหล่อทองแดงให้ออกมาเป็นชิ้นงานนั้นต้นทุนค่อนข้างสูงและบุคคลทั่วไปไม่อาจจะทำได้ง่าย ต้องมีอุปกรณ์และพื้นพี่แถมยังเสี่ยงอันตรายในการหล่อหากผู้ทำนั้นไม่มีความชำนานมากพอ ทำให้มีผู้คิดค้นและพัฒนานำการพิมพ์3มิติเข้ามาใช้ เป็นพิมพ์ SafeKey จาก Copper 3D Printing Filament

คิดค้นและออกแบบ3D พร้อมกับพิมพ์ออกมาจนได้รับรางวัลกันเลียทีเดียว โดยฟังก์ชันของเจ้าตัวนี้มีดีดังนี้

การใช้ ทองแดง เป็นวัสดุการพิมพ์นั้นช่วยให้ลดการจิดเชื้อได้มากขึ้นเลยทีเดียว

ซึ่งอันที่จริงแล้ววัสดุ Copper Filament นี้มีมานานมากแล้ว เนื่องจากคุณสมบัติต่างๆ ไม่ว่าจะนำไฟฟ้าหรือความร้อน ก็เอามาปรับใช้ในการพิมพ์อะไหล่เครื่องจักรได้ แต่ว่าพึ่งได้นำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในระดับครัวเรือนเมื่อไม่นานมานี้ จากงานวิจัยเกี่ยวกับทองแดงที่มีผลต่อการฆ่าเชื้อนั้น ทำให้ผู้คนต่างๆนำทองแดงไปปรับใช้กันอย่างแพร่หลายมากขึ้นปัจจุบัน

 

แต่ท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าอุปกรณ์ของเราจะดีแค่ไหน ยังไงเราก็ต้องหมั่นดูแลตัวเอง ล้างมือบ่อยๆ สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกข้างนอกเป็นประจำเสมอ ลดการสัมผัสและพูดคุยซึ่งหน้า เพื่อเป็นการเลี่ยงการติดเชื้อที่ดีที่สุด🥰

ดูแลสุขภาพและพิมพ์งาน 3D ให้สนุกนะครับบบบ

 

 

สแกนด้านหลัง/งานโค้งมน ยากจัง!!!!! ทำไงดี

สแกนด้านหลัง/งานโค้งมน ยากจัง!!!!! ทำไงดี

สแกนด้านหลัง/งานโค้งมน ยากจัง!!!!! ทำไงดี

อีกหนึ่งปัญหาของการสแกนงานประเภท Engineering part คือ การเชื่อมต่อระหว่างด้านกับด้านหลัง ซึ่งส่วนใหญ่ลักษณะของงานทั้งสองด้านจะแตกต่างกันเช่น ฝาครอบท่อไอเสียรถจักรยานยนต์ กันชนรถ เป็นต้น ทำให้การเชื่อมต่อกันระหว่างหน้ากับหลังจึงทำได้ยาก วิธีแก้ปัญหานี้ก็จะมีหลายวิธีจะขึ้นอยู่กับเทคนิคส่วนตัวของผู้ใช้งานครื่องScanner เช่น  การใช้โหมด Fixed Scan แล้วทำการค่อยๆสแกนไปทีละส่วน หรือการจับชิ้นงานหมุนด้วยมือเลย ซึ่งอาจทำให้สแกนติดมือผู้จับได้

แม้ว่าสแกนเนอร์จะถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่องแต่ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่หลายข้อซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้ใหม่ทำงานได้ยากและนี่เป็นหนึ่งในวิธีที่ทำให้ผู้ใช้งานเก่าและใหม่ทำงานได้ง่ายขึ้น…….

การใช้บางอย่างมาค้ำแล้วค่อยๆสแกนในส่วนด้านหน้าแล้วไล่ไปด้านหลังงานอย่างช้าๆ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง แต่ปัญหาเราจะตัดส่วนเกินที่เราไม่ต้องการอย่างไรให้ไม่ทำร้ายชิ้นงาน ดังนั้นสิ่งของที่จะใช้ค้ำงานระหว่างสแกนต้องเล็กและแข็งแรง สแกนเนอร์ต้องมองเห็นจับได้ชัดเจน

สามเหลี่ยมน้อยๆ เหล่านี้ก็ถือเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งในการช่วยให้งานสแกนง่ายขึ้น โดยนำไปค้ำงานในจุดที่ต้องการได้ทันที ซึ่งสามเหลี่ยมเหล่านี้ต้องติดMarkerเพื่อการสแกนติดง่ายขึ้น จะเป็นการเพิ่มจุดอ้างอิงให้กับชิ้นงานทำให้โปรแกรมโปรแกรมไม่สับสนระหว่างจุดเดิมกับจุดใหม่ แล้วทำไมต้องเป็นสามเหลี่ยมล่ะ……….

เพราะเนื่องจากสามเหลี่ยมมีปลายแหลม สแกนติดง่าย หากติดMarkerก็จะยิ่งทำให้โปรแกรมสแกนจุดยากๆที่ใกล้สามเหลี่ยมได้ง่ายไปอีกและยังเป็นการเพิ่มจุดอ้างอิงให้กับงานที่มีลักษณะกลมได้อีกด้วยนะ จึงทำให้การแสกนงานที่มีลักษณะกลมไม่ยากอีกต่อไป

หลังจากสแกนงานก็จะมีสามเหลี่ยมติดมาด้วย

ทำการจัดการลบส่วนเกินให้เรียบร้อยและลบสามเหลี่ยมออกไป

จะเห็นว่าหลังจากลบสามเหลี่ยมออกตัวงานจะไม่เสียหายเลยเพราะว่าที่ปลายสามเหลี่ยมสามารถลบได้ง่ายมาก

 

👉สรุป…….

การใช้สามเหลี่ยมค้ำงานจะช่วยในการสแกนด้านที่เข้าถึงยากของงานจึงทำให้การพลิกงานมาสแกนอีกด้านจะทำให้ง่ายมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มจุดอ้างอิงให้กับงานที่มีลักษณะกลมมนให้สแกนติดง่ายขึ้นเมื่อหมุนชิ้นงานไป

😍นี่เป็นอีกเทคนิคนึงที่ผู้ใช้สแกนเนอร์หลายๆคนใช้เพราะทำให้งานที่สแกนมีจุดอ้างอิงมากขึ้น ซึ่งยังมีเทคนิคอีกมากมายที่ทำให้การสแกนงานง่ายขึ้น😍

 

MouseGaming Prototype with 3D Ptinting

MouseGaming Prototype with 3D Ptinting

ในวงการ Gamer Esport นั้น สิ่งที่เป็นเหมือนอาวุธอย่างหนึ่งของผู้เล่นเลยก็คือ “Mouse Gaming” ซึ่งปัจจุบันการเติบโตของธุรกิจที่เกี่ยวกับอุปกรณ์เล่นเกมนั้นได้พัฒนาอย่างก้าวกระโดด หลายๆบริษัทต่างออกผลิตภัณฑ์ใหม่และหลากหลายให้เข้ากับผู้ใช้ที่หลากหลายมากขึ้นตามไปด้วย เพื่อตอบสนองแก่ผู้บริโภคที่หันมาสนใจการเล่นเกมกันมากขึ้น

ดังนั้นนักออกแบบผลิตภัณฑ์จึงต้องคอยอัพเดตเทรนด์และเทคโนโลยีที่จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆออกมาแตกต่างจากท้องตลาดให้ได้มากที่สุด

แต่การที่จะได้ชิ้นงานที่ออกมาขายสักชิ้นนั้น บางครั้งต้องได้รับการวิจัยและพัฒนามากมาย แล้วใช้เวลานาน มีขั้นตอนหลายชั้นในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สักชิ้นหนึ่ง ไม่ว่าจะตั้งแต่การออกแบบ ไปจนถึงการทำการตลาด

ซึ่งขั้นตอนที่ใช้เวลานานที่สุดขั้นตอนหนึ่งก็คือการทำ “โมเดลต้นแบบ

โมเดลต้นแบบที่แสดงถึงรายละเอียดที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปตามที่ออกแบบไว้

เริ่มต้นจากการออกแบบ 2D ก่อน เพื่อให้ได้ Concept และ รูปร่างที่ต้องการ

จากนั้นจึงเริ่มทำโมเดล โดยแต่ก่อนมักจะใช้วัสดุที่ขัดแต่งง่าย อย่างโฟม ซึ่งโฟมเป็นวัสดุที่มีเนื้อนิ่มไม่แข็งมาก ขัดแต่งรูปร่างให้ตรงกับที่ออกแบบไว้เพื่อให้มีความใกล้เคียงของจริงมากที่สุด ซึ่งบางครั้งเราทำจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว พอเป็นในรูปแบบ 3D กลับไม่ถูกใจซะงั้น

เลยต้องย้อนกลับมาเริ่มต้นออกแบบใหม่หรือขัดโมเดลกันใหม่อีกรอบ แต่ทั้งหมดก็เป็นส่วนหนึ่งของการทำวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์

ส่วนที่ยากที่สุดคงจะหนีไม่พ้น รายละเอียดยิบย่อยที่บางทีการขัดแต่งอาจจะเป็นไปได้ยาก ข้อจำกัดเยอะ ทำให้เสียเวลาไปมากกับการขัดแต่งโมเดล

แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีพิมพ์ 3 มิติ ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเสริมพลังการทำต้นแบบไปอีกขั้น ข้อดีของมันก็คือการที่เราทำโมเดล3มิติในคอมพิวเตอร์แล้วเราก็สามารถเก็บไฟล์นั้นไว้ใช้งานได้ตลอด และยังสามารถปรับแต่งได้ง่ายมากกว่าการขัดโมเดลที่ต้องใช้ทักษะและความแม่นยำสูง และเกิดข้อผิดพลาดได้ง่าย

ตัวอย่าง โมเดลเมาส์ 3 มิติ

เมื่อเราได้ไฟล์มาแล้วจึงทำการพิมพ์ต้นแบบออกมา โดยที่เราไม่ต้องมานั่งหลังขดหลังแข็งในการขัดแต่งเลย

ชิ้นงานพิมพ์หยาบ เพื่อเช็ครูปร่าง
3D Printer ระบบ Filament ในราคาเบาๆ

 

 

ชิ้นงานพิมพ์ละเอียด เพื่อนำไปขัดแต่งต่อ

เครื่องพิมพ์ 3 มิติ แบบSLA งานเนียบเฉียบคม ขัดน้อยงานเนียน

ซึ่งสามารถปรับความละเอียดได้อีกด้วย หากต้องการงานที่รวดเร็วจ้องการเพียงที่จะดู รูปร่าง การจับที่ถนัดมือ ก็เลือกพิมพฺแบบหยาบ งานจขะออกมาเร็ว

แต่หากปรับงานออกแบบจนได้ Final Design แล้ว ก็ปรับการพิมพ์ให้ละเอียดเพื่อให้การขัดแต่งนั้นเป็นได้ได้ง่ายและรวดเร็วอีกด้วย พร้อมที่จะไปทำสีแล้วนำไปคุยกับฝ่ายผลิตได้ง่าย

เทียบกับตัวผลิตภัณฑ์จริง จะเห็นได้ว่า โมเดล3มิติ นั้นแสดงรูปทรงและโค้งเว้าได้อย่างชัดเจน ทำให้เห็นภาพได้ง่ายมากขึ้น

จะเห็นได้ว่าการเอาเทคโนโลยีพิมพ์ 3 มิติ มาใช้นั้นทำให้สามารถย่นระยะเวลาในการทำต้นแบบและลดความผิดพลาดไปได้มากเลยทีเดียว สามารถแก้ไขได้ไม่ยากและหากพังก็แค่พิมพ์ใหม่ขึ้นมาก็เท่านั้นเอง

 

ลูกค้า: Poem Max450 การปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีการพิมพ์3มิติในวงการแฟชัน

ลูกค้า: Poem Max450 การปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีการพิมพ์3มิติในวงการแฟชัน

ในปัจจุบันวงการแฟชันก็ได้เข้ามาสู่เทคโนโลยีการพิอมพ์3มิติ เพื่อให้ตอบโจทย์ของการออกแบบและผลิตเสื้อผ้าให้ทันกับความต้องการของผู้บริโภค

 

ล่าสุด ทาง POEM แบรนด์เสื้อผ้าที่ได้รับความนิยมอันดับต้นๆ ของประเทศ ได้ทำการสั่งซื้อเครื่องพิมพ์3มิติ FullScale Max450 (ขนาดพิมพ์ : 400 x 300 x 520 mm.) เพื่อนำไปใช้ในการพิมพ์ตัวหุ่นจำลองชุด เนื่องจากว่าในปัจจุบันสังคมได้เปิดกว้างและมีความหลากหลายมากขึ้นทำให้การออกแบบเสื้อเฉพาะคนหรือเฉพาะกลุ่มนั้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว (Custom) การที่เราสามารถสร้างหุ่นจำลองชุดในเวลาที่รวดเร็วและสามารถปรับสัดส่วนได้ตามต้องการนั้น เป็นสิ่งที่ช่วยให้การทำงานได้อย่างไร้ขีดจำกัดและรวดเร็วมากขึ้น❤️

 

 

หุ่นลองชุดที่มีขนาดมาตรฐานอาจจะยังไม่สามารถตตอบโจทย์ของการออกแบบชุดได้มากนัก เนื่องจากมีขีดจำกัดในด้านการผลิตหุ่นลองชุดที่ต้องเป็นไปตามท้องตลาดที่มีขายอยู่ แต่หากอยากที่จะได้ไซด์ที่สัดส่วนไม่เหมือนกันเลยก็ค่อนข้างยากที่จะหาได้ทั่วไป

เครื่อง Max450 มีขนาดใหญ่ทำให้เหมาะกับการพิมพ์หุ่นลองชุดอย่างมาก

ทางเราสอนการติดตั้งและใช้งานอย่างละเอียด ตอบทุกข้อสงสัยที่เกี่ยวกับการพิมพ์3มิติ

และยังมีบริการหลังการขาย ที่พร้อมจะดูแลคุณลูกค้าทุกท่านด้วยครับ

 

ลูกค้า: กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย จัดไป 5 เครื่อง Adventurer3 เพื่อเป็นสื่อการเรียนการสอน❤️

ลูกค้า: กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย จัดไป 5 เครื่อง Adventurer3 เพื่อเป็นสื่อการเรียนการสอน❤️

ต้อนรับเข้าสู่ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย
รางวัลเชิดชูเกียรติมากมายสมคำร่ำลือ เข้ามาสู่ห้องที่กำลังเตรียมการเป็น Fablab เป็นห้องปฏิบัติการสำหรับการเรียนรู้วิศวกรรมและสื่อการเรียนการสอนต่างๆทางบริษัทของเราได้นำตัวอย่างมากมายที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์3มิติ มีหลากหลายให้เห็นว่าสามารถนำไปใช้กับงานวิชาการอะไรได้บ้าง อย่างเช่น วิทยาศาสตร์หรือทางวิศวกรรมเบื้องต้นได้

ได้ทดลองจับชิ้นงานจริง
เรียนรู้สิ่งใหม่ๆที่สามารถนำไปปรับมใช้กับการศึกษาได้

สอนการติดตั้งเครื่องและส่วนประกอบต่างๆของเครื่องพิมพ์

ให้นักเรียนได้ลองติดตั้งและเรียนรู้ด้วยตัวเองหลังจากากรสอนโดยทางโรงเรีรยนได้จัดซื้อ Adventurer3 ไป 5 เครื่องเพื่อให้เพียพอต่อการเรียนการสอนให้กับนักเรียนจำนวนมากได้

สอนการใช้โปรแกรม Flashprint ในการเตรียมพิมพ์อย่างละเอียด

 

ลูกค้า : ม.เกษตร บางเขน วิศวะเครื่องกล FullScale Max660

ลูกค้า : ม.เกษตร บางเขน วิศวะเครื่องกล FullScale  Max660

การลงทุนเพื่อการศึกษาสำคัญไฉน….คณะวิศวะเครื่องกล ม.เกษตรศาสตร์ ได้ลงทุนสั่งซื้อคเรื่องพิมพ์3มิติ Max 660 ที่ได้ขนาดการพิมพ์ 600 x 600 x 600 mm. ในการใช้ทำงานวิจัยและพัฒนา อีกทั้งยังเป็นสื่อการเรียนการสอนได้ดี ใช้ในการขึ้นต้นแบบ3มิติ เพื่อนำไปใช้ในการเรียนและการทำงานวิจัยต่อไป

บริการเรียกรถมาขนตั้งแต่หน้าออฟฟิศ กันเลยทีเดียว

ฝนตกก็ไม่หวั่นรถติดแค่ไหนก็ไม่กลัวพร้อมส่งถึงที่

สนใจเครื่องพิมพ์ Full Scale Series

ให้บีิการขนส่งถึงที่แม้จะอยู่ชั้น5^^

ติดตั้งพร้อมเดินสายไฟเรียบร้อย

สอนวิธีการใช้งานเครื่องพิมพ์และโปรแกรมการพิมพ์อย่างละเอียด ทดลองพิมพ์เผื่อเกิดปัญหาจะได้แก้ไขได้ทันที

 

 

ลูกค้า : บริษัท เอ.เบส อินเตอร์โปรดักส์ จำกัด Full Scale Max350

ลูกค้า : บริษัท เอ.เบส อินเตอร์โปรดักส์ จำกัด Full Scale Max350

 

เข้ามาสู่บริษัท เอ.เบส อินเตอร์โปรดักส์จำกัด เป็นบริษัทที่ทำเกี่ยวกับ แพคเกจจิ้ง จำพวกขวด หลอดสำหรับงานเครื่องสำอาง ครีมต่างๆ

สนใจเครื่องพิมพ์ Full Scale Series

ตัวอย่างชิ้นงานต้นแบบที่ขึ้นด้วยเครื่องพิมพ์3มิติเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่าตัวงานจะออกมาเป็นยังไงสามารถปรับแก้มุมโค้งได้อย่างแม่นยำใช้เวลาขึ้นไม่นานประหยัดเวลาในการขึ้นต้นแบบลดต้นทุนไปเยอะเลยครับ

และนี่คือตัวอย่างงานจริงที่ขึ้นรูปจากการฉีดพลาสติก

จะเห็นได้ว่าตัวต้นแบบมีความสำคัญต่อการนำไปใช้ขึ้นงานจริงอย่างมาก หากรูปทรงต้นแบบออกมายังไงงานจริงก็จะออกมาอย่างนั้น จึงไม่แปลกที่ทางบริษัท เอ เบส จะเพิ่มเครื่องพิมพ์3มิติเข้ามาเพื่อเป้นกำลังสำคัญในงานออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆต่อไป

คราวนี้จัดด้วยเครื่องขนาดใหญ่ขึ้นหลายเท่าอย่าง FullScale Max350 ขนาดพิมพ์ : 300 x 250 x 520 พร้อมการติดตั้งและแน่นอนมีการQCก่อนส่งลูกค้าครับผม^^

 

What can we do of FORM 3L

What can we do of FORM 3L

เราจะมีเครื่องพิมพ์เรซิ่นที่

ขนาดใหญ่ พิมพ์งานละเอียด มีน้ำยาเรซิ่นหลากหลายประเภทให้เลือกใช้มากมาย เป็นเครื่องที่เหมาะแก่การใช้งานผลิตโมเดลต้นแบบ และใช้งานจริงได้ในทุกวงการ อย่าง งานวิศวะกรรม ทันตกรรม สถาปัตยกรรม

และอีกๆหลายแห่งก็ใช้ได้ไปทำไมกันนะ????

เรามาทำความรู้จักกับ Form 3L คร่าวๆกันดีกว่า ว่าเค้ามีดียังไงบ้างหนอออออ….

เครื่องระบบเรซิ่นจาก Formlabs พัฒนาต่อมาจาก Form 2 ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก Form 3L (มีขนาดพิมพ์ 335 x 200 x 300 mm. ใหญ่กว่า Form 3 ประมาณห้าเท่า) มีระบบใหม่เข้ามาชื่อ Low Force Stereolithography (LFS) เป็นระบบที่ลดแรงดึงระหว่างชิ้นงานกับถาดพิมพ์ ทำให้ถาดพิมพ์ใช้งานได้นานขึ้น, พิมพ์ได้เร็วขึ้น (ไม่ต้องใช้ไม้ปาดเหมือน Form 2) และ พิมพ์ชิ้นงานได้สวยขึ้น อีกอย่างที่มีพิมพ์พัฒนาขึ้นมาเป็นระบบ Light Processing Unit(LPU) แบบใหม่ ทำให้แสงเลเซอร์ที่ตกกระทบกับเรซิ่นมีจุดที่เล็กลง แม่นยำมากขึ้นเป็น 85 ไมครอน ไม่ลดคุณภาพของแสงเลเซอร์ที่ขอบของจอ

โดยใน Form 3L จะมี LPU ให้มา 2 ชุด เลยทำให้ไม่ต้องกังวลปัญหาเรื่องการพิมพ์งานช้า มีสองหัวช่วยกันทำงาน ถาดเรซิ่นของ Form 3L ก็ต้องใช่สองขวดเลยโดยขวดเรซิ่นดังกล่าวยังสามารถใช้ร่วมกันได้ระหว่าง Form 2, Form 3, Form 3L

 

และก่อนที่เราจะได้เจอะเจอกับเครื่องของจริงที่กำลังจะวางตลาดเรามาดูกันดีกว่าว่ามันสามารถทำอะไรที่เราคิดไม่ถึงได้ในขนาดที่ใหญ่บิ๊กได้บ้าง

นี่คงเป็นความใฝ่ฝันของหลายๆคนที่ทำงานด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเวลาเรียนหรือทำงาน ตอนที่ต้องการชิ้นงานโมเดลต้นแบบ เราต้องมานั่งหล่อปูน ขัดโฟม เลเซอร์คัตแผ่นวัสดุเพื่อมาเชื่อมติดกันอีก และสิ่งที่ได้นอกจากชิ้นงานที่(อาจจะไม่)สมบูรณ์100% แล้ว เรายังได้ทั้งน้ำตาและหยาดเหงื่อที่ลงแรงกับงานชิ้นนั้นอีก ซึ่งทั้งหมดที่เสียไปนั้นจะได้งานเพียง 1 งานเท่านั้น และหากเป็นงานที่ต้องการจำนวนมากๆ ก็คูณความทรมานนั้นไปอีกสิครับ…..พูดแล้วเศร้า

แต่ปัญหาเหล่านั้นจะหมดไปหากได้รู้จักและทดลองใช้เครื่อง FORM 3L เครื่องพิมพ์เรซิ่นขนาดใหญ่ที่มี ขนาดการพิมพ์อยู่ที่ 335 x 200 x 300 mm. ความละเอียดสูง แทบจะไม่ต้องขัดแต่งอะไรเพิ่มเติม แถมยังมีความแข็งแรงพอที่จะนำไปทำแม่พิมพ์หล่อชิ้นงานอีกด้วย

ไม่ใช่แค่เหมาะกับโปรดักซ์ทั่วไปๆ ยังเหมาะกับงานประเภทที่ต้องการความแม่นยำสูงๆ และมีรายละเอียดที่ซับซ้อนจนยากที่จะขึ้นชิ้นงานด้วยมือหรือเครื่องจักรอื่นๆที่มีขีดจำกัดในการขึ้นงานบางมุม แต่ด้วยระบบ SLA ที่ทำงานเป็นเหมือนกับการแบ่งชิ้นงานเป็น Layer ที่สามารถแยกย่อยให้ได้มากขึ้ง 0.025 mm. หรือ 25 Micron ต่อ 1 Layer ทำให้การขึ้นชิ้นงานที่มีรายละเอียดสูงนั้นทำได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องกลัวว่ารายละเอียดไหนจะหลุดลอกหายไปได้ อีกทั้งสเกลยังแม่นยำ การหดตัวที่น้อยมากๆแทบจะไม่เห็นความต่างจากแบบจริง ถ้าหากคุณยังไม่อยากที่จะขึ้นงานต้นแบบโลหะ กัดแม่พิมพ์เพื่อแค่ลองเช็คแบบแล้วละก็ Form 3L ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆสำหรับงานทางวิศวกรรมแบบนี้…

เหมาะกับการใช้ในโรงงาน Workshop ห้องปฏิบัติงานทางวิศวกรรม และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

และด้วยความละเอียด และแม่นยำมากขนาดนี้ ทางFormLabได้รับความนิยมอย่างมากในงานของ Dental และทางการแพทย์ ตั้งแต่รุ่น Form 3  ซึ่งขายดิบขายดี ทันตแพทย์ให้ความสนใจในการทำโมเดลฟันอย่างมาก เพราะด้วยขนาดของฟันแต่ละซี่ที่เล็กและละเอียดต่างกันในแต่ละซี่ ซึ่งทาง Form 3L ก็สามารถลบจุดด้อยนั้นได้ด้วยการพัฒนาระบบเลเซอร์ให้มีความเล็กและละเอียดขึ้นถึง Laser Spot Size : 85 microns ฟันซี่เล็กๆหรือปลายฟันที่เป็นจุดเล็กก็สามารถขึ้นงานได้สบายมากและมาพร้อมกับฐานการพิมพ์ที่ใหญ่ถึง 335 x 200 mm. ทำให้การจัดวางของโมเดลนั้นมีจำนวนที่เยอะมาก ทำให้การทำงานสามารถทำงานได้รวดเร็วและขึ้นทีเดียวหลายคน แต่หากไม่ได้ใช้เครื่องพิมพ์3มิติแล้วการขึ้นต้นแบบนั้นจะใช้เวลาเยอะและลงแรงในการทำแต่ละซี่ค่อนข้างมาก และหากจ้างร้านข้างนอกทำราคาก็จะสูงมากๆพอกับซื้อเครื่องได้เลยละ…

เหมาะกับการทำงานในโรงพยาบาล คลินิก และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

และเอาใจสายโมเดล Figure และ Statue เพราะว่าคุณจะสามารถพิมพ์โมเดลขนาดใหญ่ได้ใน 1 ชิ้น ซึ่งแต่ก่อนเราจะต้องพิมพ์แยกส่วนเพื่อนำมาประกอบกันทีหลังทำให้โมเดลมีจุดรอยต่อของชิ้นส่วนทำให้ต้องมาเก็บชิ้นงานกันอีกรอบและเสียเวลาไปอีกมาก แต่หากคุณต้องการให้โมเดลออกมาเป็นชิ้นเดียวกันโดยไร้รอยต่อนั้น เครื่อง Form 3L ก็เหมาะแล้วที่จะทำความฝันให้เป็นจริงได้ไม่ยาก

 

ขนาดของตัวเครื่องจะอยู่ที่ กว้าง 775 x ยาว 520 x สูง 735 mm. จึงต้องการพื้นที่ในการวางเครื่องและสำหรับการพิมพ์อยู่เหมือนกัน ซึ่งก็ไม่มีปัญหาหากเป็นห้องแลปและพื้นที่ Workshop อยู่แล้วซึ่งเหมาะกับการทำงานมาก และเนื่องจากแท็งพิมพ์มีขนาดใหญ่ทำให้จุเรซิ่นได้เยอขึ้นกลิ่นก็จะตามมาเช่นกัน การมีพื้นที่โล่งซักหน่อย ให้ระบายกลิ่นได้ก็จะดีมากเลยครับ

เทียบขนาดของ Form 3B และ Form 3L

และนี่คือ สเปคเปรียบเทียบระหว่างเครื่อง Form 2 , Form 3 Form 3L

และในการทำงานในหลายๆประเภทนั้นเครื่อง Form สามารถทำงานได้ครอบคลุมแทบทุกวงการกันเลยทีเดียวเนื่องจาก วัถุดิบในการขึ้นชิ้นงานนั้นมีเรซิ่ให้เลือกหลากหลาย เช่น Standard Resin เน้นความสวยงาม และราคาประหยัด, Flexible Resin ชิ้นงานที่พิมพ์ออกมามีความยืดหยุ่น คล้ายยาง, Tough Resin ชิ้นงานที่ได้ออกมาจะมีความแข็งแรงสูง สามารถนำไปใช้งานเชิงกล เจาะสง่าน ขันสกูร ใช้งานเชิงกลได้, Wax Cast Resin เพื่อพิมพ์แล้วสามารถเอาไปหล่อโลหะได้ เหมาะกับการทำงานเครื่องประดับ Jewelry , Dental Model Resin เรซิ่นที่ไว้พิมพ์ชิ้นงานทางทันตกรรมได้ และอีกมากมายกว่า 20 ชนิดให้เลือกใช้งาน

Preview Form3L

เปิด Pro-Oder ลงทะเบียนแล้ววันนี้ แถมฟรี เครื่องอบ UV และ เครื่องสำรองไฟ UPS พร้อม

Package ประกอบด้วย
– เครื่อง Formlabs Form 3L
– แท่นพิมพ์ Build Plateform
– ถาดพิมพ์ พร้อมกล่องใส่ Resin tank
– ชุดเครื่องมือทำความสะอาด Finish Kit : Cleaning Tools
– ชุดเครื่องมือล้างชิ้นงาน Finish Kit : Rinse Bucket

พรีออเดอร์แล้วตอนนี้ คลิ๊ก!!
ลงทะเบียน >> https://forms.gle/1tbKcRafcVDviFSf7

สนใจเครื่องพิมพ์ Form3L :

 

 

INFILL แบบต่างๆ ของ 3D Print มีอะไรบ้างนะ???

INFILL แบบต่างๆ ของ 3D Print มีอะไรบ้างนะ???

ในการพิมพ์งาน3มิติทั่วโลกนั้น มีขั้นตอนมากมายในการตั้งค่าก่อนการพิมพ์เพื่อให้ชิ้นงานแต่ละชิ้นนั้น พิมพ์ออกมาได้สวยงามและสมบูรณ์แบบมากที่สุด

งานแต่ละชิ้นต้องการการตั้งค่าที่แตกต่างกัน ความเร็วในการพิมพ์ ความละเอียด อุณหภูมิที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ กางจัดวางซัพพอร์ตที่ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป มุมองศาที่ควรจะเป็นเพื่อให้ขึ้นงานได้ไม่เป็นฝอย และอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญนั่นก็คือ………..

🔥🔥🔥INFILL เป็นอีกส่วนสำคัญที่จะกำหนดว่าโมเดลของคุณจะอยู่หรือไป🔥🔥🔥

What the INFILL…??

INFILL แปลตรงตัวคือ “การเติม” หรือภาษาที่นักพิมพ์3มิติคุยกันคือ “เนื้อใน”

เป็นส่วนของการตั้งค่าที่ “ควรจะมี” หรือจะ “ไม่มี” ก็ได้ขึ้นอยู่กับงานที่ต้องการจะพิมพ์และจุดประสงค์ของชิ้นงานนั้นๆว่าจะเอาไปทำอะไรต่อ

โดยค่าความหนาแน่นของ Infill จะคิดเป็น % มีตั้งแต่ 0-100 ซึ่งตัว Infill มีผลต่อความแข็งแรงของชิ้นงาน ยิ่งถ้า %Infill เยอะ งานก็ยิ่งแน่นและแข็งแรงมากขึ้นตาม

_อย่างเช่นหากต้องการชิ้นงานที่จะเอามาใช้งานเลย เน้นใช้รับแรง รับน้ำหนัก ก็ควรตั้งค่าให้ % สูงๆเข้าไว้

_งานที่เป็นเพียงโมเดลต้นแบบหรือเป็นโมเดลย่อส่วนเพื่อเช็ครูปร่าง หรือจะเป็นงานที่ทำออกมาเพื่อตั้งโชว์ ก็ใช้ % กลางๆ เพื่อให้รูปทรงคงอยู่ได้นาน แข็งแรงพอ

_และหากเป็นงานที่ต้องการนำมาทำพิมพ์ต่อ ชิ้นงานก็ไม่จำเป็นต้องแข็งแรงมาก ก็สามารถใช้ % น้อยๆ เพื่อประหยัดเวลาและเส้นพลาสติกไปด้วย

ด้วยอีกส่วนหนึ่ง

_บางครั้งงานที่ไม่ต้องใช้Infill ส่วนมากมักจะเป็นงานประเภทบรรจุภัณฑ์อย่างเช่น ขวดน้ำต่างๆ ตัวงานก็จะกลวง ซึ่งหากเราไม่ใช้Infill เราควรที่จะเพิ่มความหนาของผนังชิ้นงานเพื่อให้ตัวโครงสร้างมีความแข็งแรงมากพอที่จะนำไปใช้ต่อได้ หากหนังบางตัวงานจะแตกและพังได้ง่าย

ตัวอย่างานที่ไม่มี Infill และตั้งค่าผนังบางเกินไป

แต่ก็จะมีวิธีแก้ทางได้อีกก็คือสร้างผนังชั้นที่2ขึ้นมาแล้วใส่Infill น้อยๆที่เหมาะสม ก็จะสามารถขึ้นชิ้นงานกลวง ได้

โมเดลที่สร้างผนัง 2 ชั้น และใส่ Infill เล็กน้อย
ชิ้นงานที่ไม่มี Infill แต่ตั้งค่าให้ผนังชิ้นงานหนาพอที่จะคงรูปและแข็งแรงต่อการใช้งาน

แต่ทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับรายละเอียดของชิ้นงานหากชิ้นงานรายละเอียดมาก Infillก็เป็นส่วนที่ช่วยให้ขึ้นงานละเอียดๆได้

ตัวอย่างงานที่ใช้Infill แต่รายละเอียดงานเยอะ

ประโยชน์ของInfillยังมีอีกหลายอย่างที่หลายคนยังไม่รู้ มันสามารถสร้างชิ้นงานที่ทำมาจากสเน้พลาสติกแข็งๆให้มีออกมาเป็นโมเดลที่ดูยืดหยุ่นได้ด้วยการตั้งค่า

โดยบริเวณที่ Infill น้อย บริเวณนั้นจะมีช่องว่างมากทำให้สามารถบิดไปมาได้ ส่วนที่ Infill เยอะ ส่วนนั้นก็จะแข็งยืดหยุ่นไม่ได้

บอกกล่าวเผื่อไว้เผื่อผู้ใช้บางท่าน สามารถนำไปปรับใช้กับงานอื่นๆได้ 😁

 

อีกอย่างตัว Infill นั้นมีหลากหลายรูปแบบมาก มีให้เลือกเยอะเพื่อให้เหมาะสมกับประเภทของโมเดลในหลายๆแบบ บางตัวช่วยลดเวลาในการพิมพ์ได้และยังคงความแข็งแรงเท่าเดิม หรือบางตัวใช้ %น้อย แต่แข็งแรงมาก ซึ่งก็แลกกับเวลาเช่นกัน

เรามาดูกันดีกว่าว่า INFILL มีแบบไหนกันบ้างและควรใช้กับโมเดลแบบใด

โดยสามารถสังเกตได้ออกเป้นสองแบบใหญ่ๆคือแบบผนังแนวตั้งที่เวลาขึ้น Infill จะพิมพ์เป็นแนวตั้งฉาก ทำให่สามารถรับแรงได้จากมุมแนวดิ่งและแนวราบของจุดที่เส้นสมัผัส

และอีกอย่างคือแบบ Slope ที่จะพิมพ์ข้างล่างและค่อยๆ Slopeขึ้นมาเข้าหากัน เพื่อสร้างความแข็งแรงในมุมองศาที่มากขึ้น

เรามาดูแบบแรกกันก่อนว่ามีอะไรบ้าง…

แบบ Grid นั้นลักษณะจะเป็นแบบตารางช่องสี่เหลี่ยม มีความแข็งแรงมาก รับได้ทั้งแรงแนวราบและแนวดิ่ง เป็นที่นิยมอันดับต้นๆเนื่องจากเป้นค่ามาตรฐานอยู่แล้ว เหมาะกับงานทุกประเภท

ต่อมาเป้นแบบ Line หรือเส้นที่ไขว้ไปมาเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัสตุรับ แต่จะมีความถี่มากกว่าตัว Grid ซึ่งหากเราตั้งแค่ Infill อยู่ที่ 10% ตัวLine จะมีความหนาแน่นและความถี่มากกว่าตัวของ Grid เหมาะกับชิ้นงานที่ต้องการเนื้อข้านในเยอะ ความแข็งแรงสูง และเป้นชิ้นงานที่มีความซับซ้อนของโครงสร้างมาก เพื่อให้ความถี่ของเส้นนั้นเข้าถึงในส่วนเล็กๆของโครงสร้างนั้น

แบบ Triangle เป็นแบบสามเหลี่ยมต่อหากัน ซึ่งโครงสร้างสามเหลี่ยมนั้นมีความแข็งแรงมากกว่าแบบสี่เหลี่ยม ทำให้สัดส่วนตัว Infill ใน%ที่เท่ากันตัวสามเหลี่ยมจะแข็งแรงมากกว่าสี่เหลี่ยมแต่จะใช้ปริมาณเส้นที่มากกว่า เนื่องจากตัวสามเหลี่ยมเมื่อนำมาต่อกันแล้วจะสามารถรับแรงได้หลายทิศทางมากกว่าตัวสี่เหลี่ยม ซึ่งเป็นประเภทที่ได้รับความนิยมได้เท่าๆกับ Grid

Tri-Hexagon เป็นรูปทรงหกเหลี่ยมและสามเหลี่ยมมาเข้าคู่กัน เป็นประเภทที่มีความแข็งแรงมาก เนื่องจากมีความเป็นหกเหลี่ยมที่สามารถรับแรงได้จากหลายทิศทางจากความที่มีเหลี่ยมเยอะด้วยและความหนาแน่นที่เยอะกว่าด้วย

Concentric เป็นแบบที่มีความแข็งแรงน้อยในแนวราบ มักจะใช้กับงานที่ต้องการรับแรงแค่แนวดิ่ง ซึ่งมันสามารถประหยัดเวลาและเส้นพลาสติกได้ค่อนข้างมากทีเดียว แต่ก็ต้องใช้งานให้เหมาะกับโมเดลนั้นๆ

ช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้ชิ้นงานได้

Cross เป็นแบบที่ทำออกมาเพื่อความสวยงามแต่ก็มีความแข็งแรงและยืดหยุ่นได้บ้างเล็กน้อยเนื่องจากมีส่วนที่ไม่ติดกับผนังทำให้มีช่องว่างพอที่จะขยับได้ เหมาะกับงานประเภทที่ต้องการความแข็งแรงแต่ก็สามารถยืดหยุ่นได้บ้างเพื่อไม่ให้ชิ้นงานเกิดการแตกร้าว

Gyroid เป็นประเภทที่แน่นที่สุดในบรรดา Infill ผนังแนวตั้งทั้งหมดที่กล่าวมา เนื่องจากเป็นแบบเส้นคลื่น และขึ้นแบบสลับตัดกันต่อชั้น ทำให้สามารถรับแรงได้รอบด้าน แต่ก็ต้องแลกมากับเส้นพลาสติกที่เสียไปเยอะและเวลาขึ้นที่เยอะตามไปด้วย

นี่แค่แบบผนังแนวตั้ง ยังมีให้เลิกเยอะเลือกไม่ถูกขนาดนี้แล้ว….😰

 

ขออนุญาตแวะมาขายของสักนิด กับFilament แบรนด์คนไทย ไทยทำไทยใช้ กับ 3DD Brand

 

เรามาต่อกับประเภท Infill Slope กันครับ เป้นประเภทที่มีความแข็งแรงมากๆเพราะขึ้นแบบ Slop ซึ่งสามารถรับแรงได้แทบทุกทิศทาง

เป็น Infill ที่ขึ้นส่วนฐานกว้างและค่อย Slope ขึ้นจนเต็มและขยายออกไป สลับไปมา เป็นแบบประเภทพื้นฐานที่ใช้กันทั่วไป มีความแข็งแรงมากเหมาะกับงานทุกชนิด

จะเป็นเหมือนกับ Cubic แต่เพิ่มเติมคือตัวของ Cubic Subdivision นั้น ใส่วนที่มีพื้นที่กว้างและไม่ได้ติดกับผนังของโมเดล ตัว Infill จะขยายใหญ่ และ ส่วนที่ใกล้กับผนังโมเดล Infill จะมีขนาดแคบ เป็นเพราะจะช่วยลดเวลา และเส้นในการพิมพ์ในพื้นที่ที่ไม่จำเป็นในการรับแรงได้ แต่ยังคงความแข็งแรงของของชิ้นงานอยู่ ซึ่งหากเป็นงานที่มีขนาดใหญ่แต่ไมไ่ด้เน้นรับแรงก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมในการใช้ Infill นี้มากๆ

 

แบบ Octet เป็นการ Slope ตัว Infill ให้ทั่วชิ้นงาน ในลักษณะของช่องสี่เหลี่ยม มีความแข็งแรงมากขึ้น มากกว่าตัว Gird ใน % ที่เท่าๆกัน แต่จะใช้เวลานานกว่าไม่มาก เหมาะกับงานทุกประเภท

และสุดท้าย….ท้ายสุด

Cross 3D พัฒนามาจาก Cross ผนังแนวตั้ง ให้เป็นแบบ 3มิต คือ Slope แบบโค้ง ทำให้มีความแข็งแรงมากกว่าCross แต่ความยืดหยุ่นจะน้อยกว่าแบบธรรมดา แต่ก็ยังยืดหยุ่นอยู่

 

ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นจะเห้นได้ว่า Infill ค่อนข้างมีผลต่อการขึ้นชิ้นงานพอๆกับความละเอียด และอุณหภูมิเลยก็ว่าได้ ซึ่งต้องให้ผู้ใช้งานพิจารณาว่าแบบใดเหมาะสมกับงานของท่าน

ซึ่งหากมีเวลามากพอ  ก่อนที่จะพิมพ์ชิ้นงานจริงควรทดลอง Test ว่า Infill แบบไหนเหมาะกับงานเรามากที่สุดโดยทำการพิมพ์หยาบเพื่อเช็คดู เพื่อไม่ให้ชิ้นงานออกมาผิดพลาดไปจากที่คิดไว้แต่แรก ทั้งด้านความสวยงามและความแข็งแรง

และอย่าลืมที่จะเช็คการตั้งค่าก่อนพิมพ์ทุกครั้งเพราะหากตั้งค่าผิดก็จะเสียเส้นพลาสติกและเวลาไปฟรีๆ

 

แถม!! จะเห็นได้ Infill บางตัวมีลวดลายที่สวยงาม หากนำมาใช้กับงานที่มีผนังบางหน่อย ที่สามารถให้แสงผ่านได้ก็จะเห็นลวดลายบนงานนั้นๆ ก็สวยไปอีกแบบครับ…

🤩🤩🤩ขอให้มีความสุขกับการพิมพ์นะคร้าบบบ🤩🤩🤩

ขอแนะนำเครื่องพิมพ์3มิติใหม่ล่าสุด ที่มาแรงแซงทุกโค้ง เหมาะกับมือใหม่และงานต้นแบบ ในราคาที่เอื้อมถึง!!!!