5 เครื่องมือฟรีในการซ่อมไฟล์ STL และวิธีทำ

5 เครื่องมือฟรีในการซ่อมไฟล์ STL และวิธีทำ

ไม่ว่าจะเป็นนักออกแบบหรือวิศวกรจำเป็นต้องใช้ซอฟแวร์สำหรับการออกแบบ หรือซ่อมแซมโมเดลสามมิติเพื่อส่งไปพิมพ์ ทุกวันนี้เราไม่ต้องมาปรับโครงสร้างของโมเดลด้วยตัวเองแล้ว มีซอฟแวร์มากมายทั้งที่จัดการไฟล์ให้อัตโนมัติ หรือเลือกที่จะเลือกจัดการเองก็ได้ ซอฟแวร์แบบอัตโนมัติสามารถจัดการไฟล์ที่มีปัญหาเล็กๆ เท่านั้น เช่นรูรั่ว ผนังที่ปิดไม่สนิท แต่โมเดลที่มีปัญหาใหญ่จำเป็นต้องใช้โปรแกรมต่างหากที่มีความสามารถพอสมควร 

ในบทความนี้จะอธิบายถึงขั้นตอน และรายละเอียดในการซ่อมไฟล์โมเดลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทั้ง 5 โปรแกรม

ทำไมต้องซ่อมไฟล์ STL?

โดยปรกติแล้วนักออกแบบจะสร้างโมเดลโดยใช้การสร้างพื้นผิวที่มีความละเอียดซับซ้อน ซึ่งเกิดจากการคำนวณรูปร่างของส่วนโค้งและเส้นคลื่น สำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติ ส่วนของพื้นผิวจะถูกแปลงให้เป็นโครงตาข่ายโดยมีจุดเชื่อมเป็นรูปสามเหลี่ยม

ในการแปลงโครงตาข่ายจะคล้ายกับการระเบิดเอาพื้นผิวที่เรียบเนียนสวยงามออกไป แล้วเรียงกลับเข้ามาใหม่เป็นชิ้นย่อยๆ ให้เหมือนต้นฉบับมากที่สุด หากทำได้ไม่ดีก็จะเกิดพื้นผิวที่หยาบ มีรูโหว่ เศษขยะที่ลอยตัว หรือมีส่วนของสามเหลี่ยมที่ตัดกันเองซึ่งไม่ควรจะมีอยู่ ณ ตรงนั้น หากทำออกมาได้ดีก็จะมีผิวที่เรียบร้อย ไม่มีรูโหว่ และเหมือนต้นฉบับมากที่สุด

ตัวอย่างโมเดลที่่มีข้อบกพร่องมากมาย

จะซ่อมแซมไฟล์งาน STL ได้อย่างไร?

ขั้นตอนการซ่อมไฟล์มีดังนี้

  1. Auto-repair เป็นการใช้ระบบอัตโนมัติของซอฟแวร์ ในการปิดผิว ปิดรูโหว่ และซ่อมผิวที่ตัดกันเอง
  2. Separating shells พื้นผิวของโมเดลที่ประกอบด้วยรูปสามเหลี่ยม อาจจเกิดการเชื่อมต่อกันอย่างไม่ถูกต้อง มีส่วนเกินซึ่งจะถูกลบออกไป
  3. Closing holes, bridging gaps บางโปรแกรมจะมีการปิดผิวหลายรูปแบบเช่น แบบแผ่นเรียบ แบบต่อเนื่อง หรือแบบอิสระ
  4. Resolving overlaps and intersections แบบนี้จะต้องทำการคำนวณโครงตาข่ายในส่วนนั้นๆ ใหม่ทั้งหมด
  5. กรองเอาส่วนที่เป็น double faces, double vertices, inverted normals, and sharp, narrow triangles ออกไป
  6. Stitching ปิดมุมที่ไม่เชื่อมกัน และคงช่องเปิดเอาไว้
  7. Manual repair ลบ และสร้างโครงตาข่ายด้วยตนเอง
  8. Remeshing จัดเรียงโครงตาข่ายใหม่ให้เหมาะสม
  9. Exporting บันทึกโครงตาข่ายที่ต้องการ

รูปแบบของไฟล์ที่เป็นที่นิยม และมีขนาดไฟล์ที่เล็กคือ STL (Stereolithography) ซึ่งเราขอแนะนำให้บันทึกเป็นแบบ Binary จะทำให้ไฟล์มีขนาดเล็กกว่า นอกจากนี้ยังมีรูปแบบอืานๆ เช่น AMF, Collada, OBJ, และ PLY ซึ่งสามารถบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับสี วัสดุ งานสแกน 3D และอื่นๆ

หมายเหตุ ซอฟแวร์ออกแบบหลายตัวได้บรรจุคำสั่งซ่อมโมเดลไว้อยู่แล้วเช่น FreeCAD, SketchUp, 3D Studio Max, และ Rhinoceros รวมถึงโปรแกรมออนไลน์เช่น Willit 3D Print, MakePrintable, 3DPrinterOS, SculptGL, และ Shapeways สำหรับลูกค้า Formlabs สามารถใช้โปรแกรม Preform ในการซ่อมโมเดลได้เพราะมีการรวมคำสั่งซ่อมของ Netfabb เข้าไปแล้ว 

เปรียบเทียบโปรแกรมซ่อมไฟล์ STL

ประสิทธิผล ประสิทธิภาพ การแสดงผล ความหลากหลาย การจัดโครงตาข่ายใหม่ การซ่อมอัตโนมัติ ความสามารถที่ดี เหมาะกับใคร ราคา
Meshmixer ★★★★ ★★★ ★★★★ ★★★★ ★★★★★ ★★★★ UI, Remesh, & Auto-Fix 3D Artists Free
Netfabb ★★★ ★★★ ★★★ ★★★★ ★★★ ★★★ Infill & Supports Engineers Free (edu)
Magics ★★★ ★★★ ★★★ ★★★★★ ★★★★ ★★★ Manual Repairs Engineers Paid
Blender ★★★★ ★★ ★★ ★★★ ★★★★ Hotkeys CG Artists Free
Meshlab ★★ ★★★★ ★★★★★ Math 3D Scanning Free

จากที่เราได้ทดสอบมาแล้ว โปรแกรมที่มีความสามารถในการซ่อมไฟล์ STL มากที่สุดคือ Meshmixer มันมีการแสดงผลที่ใช้งานง่ายสำหรับการซ่อมโครงตาข่ายที่มีปัญหาซับซ้อน ความสามารถที่หลากหลาย และเป็นของฟรี ทำให้มันขึ้นเป็นอันดับหนึ่งอย่างไม่มีข้อสงสัย

Meshmixer ยังเป็นโปรแกรมที่มีประโยชน์มากในการตกแต่ง ดัดแปลงไฟล์ STL อีกด้วย

Autodesk’s Netfabb ยังมุ่งเน้นไปยังด้านวิศวกรรมโดยเพิ่มความสามารถของการเตรียมไฟล์งาน 3D อีกด้วย

Magics เป็นโปรแกรมซ่อมแซมไฟล์ STL ระดับมืออาชีพ มีฟังก์ชั่นมากมายในการซ่อมไฟล์ แต่ก็ยังต้องการการซ่อมแซมโดยผู้ใช้งานอีกพอสมควร ดังนั้นมันเลยอยู่ในอันดับที่สามของรายการ

ในขณะที่ Blender เน้นการสร้างโมเดล และมีหน้าจอคำสั่งที่ดูยุ่งยาก แต่มันก็ยังมีชุดคำสั่งสำหรับการซ่อมแซมโครงตาข่ายอย่างครบถ้วน

สุดท้าย Meshlab เป็นโปรแกรมที่ต้องมี มันเป็นโปรแกรมขนาดเล็กที่สามารถดู และแก้ไขโครงตาข่ายที่มีชุดคำสั่งอัตโนมัติขั้นสูง

ขั้นตอนการซ่อมแซมไฟล์ STL ด้วยตนเองขั้นสูง

ต่อไปนี้เราจะใช้โปรแกรมซ่อมไฟล์ทั้ง 5 โปรแกรมในการซ่อมไฟล์ตาขอเกี่ยวเสื้อเป็นตัวอย่าง ซุ่งไฟล์นี้มีจุดบกพร่องหลายจุด เช่น รูโหว่ ช่องว่าง จุดตัด และเศษโครงตาข่าย ตาขอจะต้องเชื่อมต่อกับปลอกทรงกระบอกให้เป็นเนื้อเดียวกัน

Meshmixer

Meshmixer เป็นโปรแกรมแก้ไขโครงตาข่ายอเนกประสงค์ และใช้งานง่าย ไม่เพียงแต่เป็นโปรแกรมที่จัดการโครงตาข่ายสามเหลี่ยมให้เหมาะสมเท่านั้น มันยังสามารถวาดขึ้นมาใหม่ได้ทั้งส่วน ปรับเปลี่ยนแก้ไขโมเดลได้อย่างดีอีกด้วย

เมื่อนำโมเดลเข้าสู่โปรแกรม และใช้คำสั่ง Analysis → Inspector โปรแกรมจะแสดงให้เราจะเห็นทันทีว่ามีจุดบกพร่องตรงไหน ภายใต้คำสั่ง Shaders ให้เลือก X-ray mode จะช่วยให้มองเห็นชัดขึ้น ต้องแน่ใจว่าเลือก Hole Fill Mode ที่ถูกต้องก่อนเลือกแก้ไขเฉพาะจุดโดยกดที่จุดสีแดง หรือใช้คำสั่ง Auto Repair All ซึ่งส่วนใหญ่ให้ผลลัพธ์ที่ดี

ใช้คำสั่ง X-ray shader ในหัวข้อ Inspector ช่วยให้เห็นจุดบกพร่องครบทุกจุด

อีกวิธีหนึ่งที่จะซ่อมรูรั่วคือเลือกพื้นที่รอบๆ รู แล้วใช้คำสั่ง Edit → Erase & Fill (F) จาก popup menu ตั้งค่า Replace/FillType เป็นแบบ Smooth MVC จะช่วยให้ผิวที่ได้เรียบเนียนกว่าและ Edit → Make Solid ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการปิดผิว หากเพิ่มการใช้แปรง RobustSmooth ใน sculpting ก็จะช่วยให้มีผิวที่เรียบเนียนขึ้นอีก

หากโมเดลนั้นมี separate shells ให้ไปที่ Edit → Separate Shells แล้วเปิดหน้าต่าง Object Browser โดยกดปุ่ม (Ctrl + Shift + O) จะเห็นรายการ shell ให้เลือกทีละ 2 shell แล้วใช้คำสั่ง Boolean Union จากเมนูจะมีหน้าต่างใหม่ขึ้นมา  ตรง Solution mode สามารถเลือก Precise หรือ Max Quality จะคงส่วนโค้งของจุดตัดของ shell ทั้งสอง แต่ Fast Approximate จะทำงานได้เร็วกว่าและพอเพียงสำหรับการใช้งานแล้ว

หากใช้คำสั่ง Boolean Union แล้วไม่ได้ผลจะเห็น shell ทั้งสองเป็นสีแดง ในกรณีนี้ให้เร่ง Search Depth ให้สูงขึ้น และลด Target Edge Scale ลงเพื่อให้มีโอกาสสำเร็จมากขึ้น และการเลือก Use Intersection Curves ก็ช่วยให้เพิ่มคุณภาพของการเชื่อมต่อมากขึ้น หากลองทุกอย่างแล้วยังทำไม่ได้ ให้ขยับทั้งสองส่วนเข้าหากันประมาณ 20-30 ไมครอนในคำสั่ง Edit → Transform ก็จะช่วยได้

Auto Repair All จะลบเศษชิ้นส่วนที่ลอยตัวอยู่ออกไปทั้งหมด และเชื่อมปิดรอบ ๆ ขอบ จากนั้นเราต้องทำการปิดช่องว่างด้วยตัวเองโดยใช้คำสั่ง Bridge ซึ่งทำงานได้ดีในส่วนที่เป็นเส้นตรง เลือกคำสั่ง Edit → Select แล้วระบายเลือกพื้นที่ของทั้งสองฝั่งที่ต้องการให้เชื่อมกัน จากนั้นกดเลือก Edit → Bridge (Ctrl + B) ตั้งค่า Refine ให้สูงพอที่จะทำให้ผิวเรียบ ทำซ้ำในส่วนอื่นรอบๆ ช่องว่าง แล้วใช้คำสั่ง Inspector ในการปิดช่องว่างที่เหลือทั้งหมด วิธีการป้องกันจุดบกพร่องคือการใช้คำสั่ง Edit → Remesh ก่อนเริ่มซ่อมแซมไฟล์เพื่อเพิ่ม และทำให้โครงตาข่ายมีการประสานกันได้ดีมากขึ้นในส่วนที่ต้องการ

การเชื่อมต่อช่องว่างของรูปทรงกระบอกต้องใช้ คำสั่ง bridging, remeshing และ hole filling ประกอบกันใน Meshmixer.

Meshlab

Meshlab เป็นชุดโปรแกรมที่มีความสามารถพิเศษในการจัดการโครงตาข่ายจากข้อมูลการสแกน 3D และยังมีชุดคำสั่งในการจัดระเบียบโครงตาข่ายหลายแบบ แบบหนึ่งที่มีประโยชน์มากคือ Filters → Remeshing, Simplification and Construction → Simplification (Quadratic Edge Collapse Decimation) เพราะมันจะทำการคำนวณโครงตาข่ายโดยการกำหนดจำนวนของ Faces การตรวจสอบด้วย Planar Simplification จะเป็นการคงพื้นผิวที่เรียบเอาไว้ที่ดีที่สุด อีกทางเลือกหนึ่งในการลดจำนวนโครงตาข่ายคืือ Filters → Cleaning และ Repairing → Merge Close Vertices.

เศษชิ้นส่วนที่ลอยอยู่สามารถตรวจจับได้โดยกดเมาส์ปุ่มขวาที่ส่วนของโมเดล แล้วเลือก Split in Connected Components ชิ้นส่วนที่แยกจากกันสามารถลบหรือเชื่อมต่อกลับไปด้วยคำสั่ง CSG Operation แล้วเลือก Union

คำสั่งพื้นฐานในการซ่อมแซมของ Meshlab: Close holes, Boolean, และ brush selection.

ในโปรแกรมนี้ก็สามารถซ่อมแซมโมเดลได้อย่างง่ายๆ เช่นเดียวกัน ตัวอย่างเช่น Filters → Cleaning and repairing → Select Self Intersecting Faces → Apply ซึ่งจะเลือกพื้นผิวที่มีการตัดกันของสามเหลี่ยมทั้งหมด และสามารถลบได้โดยกดปุ่ม Delete ส่วน Filters → Cleaning และ repairing → Remove Duplicated Faces และ Remove Duplicated Vertex ก็ช่วยได้มากเช่นกัน ขั้นต่อไปเป็นการปิดรูโหว่โดยใช้คำสั่ง Filters → Remeshing, Simplification and Construction → Close Holes และคำสั่ง Compute Geometric Measures ภายใต้ Filters → Quality Measure and Computations จะช่วยบอกว่าจุดไหนที่ไม่เป็น watertight ไม่อย่างนั้นก็ใช้คำสั่ง Render → Show Non Manif Edges and Show Non Manif Vertices

ในการทำสะพานเชื่อมช่องว่าง สามารถเลือกกลุ่มของสามเหลี่ยมและลบออกได้โดยใช้คำสั่ง Select Faces ในปุ่มเครื่องมือ Rectangular Region กดปุ่ม Alt ค้างไว้เพื่อเอา backfaces ออกจากกลุ่มที่เลือกไว้ ใช้ปุ่ม Shift + Ctrl + D เพื่อยกเลิกการเลือกนั้น หากต้องการเลือกสามเหลี่ยมแต่ละอัน ให้กดปุ่ม Z-Painting แล้วเลือกปุ่มแปรงสีแดง คลิดเลือกสามเหลี่ยมทีละอัน คลิกปุ่มขวาเพื่อยกเลิกการเลือก จากนั้นกดปุ่ม delete ที่ keyboard เพื่อลบสามเหลี่ยมที่เลือกออกไป 

เนื่องจาก Meshlab ไม่มีคำสั่งเกี่ยวกับการขึ้นรูป เราจึงต้องใช้วิธี Filters → Remeshing, Simplification and Construction → Surface Reconstruction: VCG ด้วยการตั้งค่า Voxel Side ให้น้อยลง และตั้งค่า Geodesic Weighting and Volume Laplacian Iterations ที่สูงขึ้นให้เหมาะสม จะช่วยให้เกิดโครงตาข่ายที่เรียบเนียนขึ้น วิธีการนี้จะดีกว่าการใช้ Filters → Remeshing, Simplification and Construction → Screened Poisson Surface Reconstruction ซึ่งเหมาะกับชิ้นส่วนงานที่กลวงมากกว่า

       ข้อสังเกต-โปรดบันทึกงานบ่อยๆ เนื่องจาก Meshlab ไม่มีคำสั่งย้อนกลับ ต้องนำเข้าไฟล์ต้นฉบับมาใหม่

คำสั่ง surface reconstruction ใน Meshlab ให้ผลลัพท์ดีกว่าตัวอื่นๆ

Magics

Materialise Magics เป็นโปรแกรมระดับมืออาชีพที่ให้อิสระ และเครื่องมือที่มีความสามารถสูงในการควบคุมโครงตาข่าย เช่นการวิเคราะห์ความหนาของผนัง ความกลวง การเรียงโครงตาข่าย การทำผิวเรียบ การปรับเปลี่ยนผิวงาน รวมถึงการตัดชิ้นงาน และยังมีคำสั่งแก้ไขซ่อมแซมรูรั่ว ขอบงานที่เสียหาย และการซ่อมงานที่เสียหายแบบซับซ้อน

การซ่อมแซมโดยปรกติจะใช้คำสั่ง Fix Wizard แล้วกดปุ่ม Go to Advised Step เพื่อตรวจสอบว่ามีจุดบกพร่องแบบไหน ตรงไหนบ้าง สำหรับโครงตาข่ายขนาดใหญ่ขอแนะนำให้ไม่เลือกคำสั่ง Overlapping triangles และ Intersecting triangles เพื่อซ่อมจุดบกพร่องขนาดใหญ่ก่อน หลังจากกดปุ่ม Update แล้วให้กดปุ่ม Go to Advised Step ตามด้วย Automatic Fixing เพื่อจัดการข้อบกพร่องที่เหลือทั้งหมด 

ในกรณีที่การซ่อมแบบอัตโนมัติล้มเหลว ให้ใช้คำสั่ง Stitch ภายใต้ Stitching ของเมนู Fix Wizard จะแก้ปัญหาเหล่านั้นได้โดยใช้ค่า tolerance ที่สูงขึ้น ในส่วนของ overlapping triangles ให้ใช้คำสั่ง Fix Wizard อีกครั้งหนึ่ง หรือใช้คำสั่ง Detect Overlapping จากตัวเลือก Overlaps ในเมนู Fix Wizard ซึ่งมันจะเลือก overlapping triangles ทั้งหมด จากนั้นกดปุ่ม Delete Marked เพื่อลบมันออกไป ในทำนองเดียวกันยังสามารถใช้คำสั่งนี้กับ intersecting triangles โดยใช้คำสั่ง Triangles → Detect Intersecting แต่หากยังมีช่องว่างหลงเหลืออยู่ก็ให้ใช้คำสั่ง Create ซึ่งสามารถเติมเนื้อให้กับช่องว่าได้ด้วยตนเอง ส่วนที่ลอยอยู่สามารถกำจัดได้โดยคำสั่ง Noise Shells ในส่วนของรูโหว่ขนาดใหญ่ สามารถปิดรูนี้ด้วยตนเองโดยใช้ตัวเลือก Freeform ภายใต้หัวข้อ Holes ใน Fix Wizard จะให้ผลลัพท์ที่ดีในการปิดช่องว่าง ตัวเลือก Ruled จะมีตัวเลือกให้กำหนดทิศทางของรู และในกรณีนี้เราจะใช้มันเป็นสะพานเชื่อมต่อผิวงานรูปทรงกระบอก หลังจากที่เราได้สร้างตาข่ายสำหรับเชื่อมต่อไปบางส่วนแล้ว

บางครั้งคำสั่ง Fix Wizard อาจจะไม่ยอมเชื่อมต่อตาข่ายต่างชนิดกัน แก้ไขได้โดยคลิกปุ่มขวาที่เมนู Part Pages → Part List แล้วเลือก Shells to Parts วิธีนี้จะจะสร้างตาข่ายแยกกันซึ่งสามารถใช้คำสั่ง Tools → Boolean (Ctrl + B) เพื่อเชื่อมต่อกันภายหลังได้

คำสั่งเติมเต็มช่องว่างของ Magics ในการเชื่อมท่อที่มีรูปร่างไม่แน่นอน

Blender

Blender เป็นโปรแกรมฟรี เป็นแบบ open-source ที่สามารทำ 3D modeling, rigging, rendering, และ animation ได้ คำสั่งซ่อมแซมโครงตาข่ายทั้งหมดจะอยู่ใน Edit Mode บนเมนู Mesh จะมี add-on ชื่อ CellBlender ซึ่งจะมีคำสั่ง Mesh Analysis ในการตรวจสอบการเชื่อมต่อของโครงตาข่าย ก่อนเริ่มทำการซ่อมแซมใดๆ ต้องแน่ใจก่อนว่าได้เลือกพื้นที่ๆ ต้องการซ่อมแซมแล้ว 

คำสั่ง Mesh → Normals → Recalculate Outside (Ctrl + N) จะช่วยในการพลิกสามเหลี่ยมที่กลับด้านอยู่ให้ถูกต้อง 

ให้ตรวจสอบแถบข้อมูลที่อยู่ด้านบน ในกรณีที่เกิดตารางสี่เหลี่ยม ก็สามารถเปลงเป็นสามเหลี่ยมได้โดยใช้คำสั่ง Mesh → Faces → Triangulate Faces (Ctrl + T) ส่วนคำสั่ง  Mesh → Degenerate → Dissolve จะลบขอบ และผิวที่ไม่มีเนื้อ ถ้าจะลบส่วนที่ซ้ำซ้อนกัน ให้ใช้คำสั่ง Mesh → Vertices → Remove Doubles

ฟังก์ชั่น Bridging, hole filling, และ Boolean เป็นฟังก์ชั่นที่มีอยู่ใน Blender.

วิธีที่ง่ายที่สุดในการปิดรูโหว่ในโปรแกรม Blender เริ่มจากการเลือกพื้นผิวรอบๆ รูนั้นด้วยคำสั่ง Select → Select Boundary Loop หรือ Select → Select All by Trait → Non Manifold (Shift + Ctrl + Alt + M) แล้วกดปุ่ม Mesh → Faces → Make Edge/Face (F) or Mesh → Faces → Fill (Alt + F) สามเหลี่ยมแต่ละอันสามารถสร้างขึ้นได้โดยกดปุ่มขวาที่ edge หรือ vertex ของสามเหลี่ยม แล้วกดปุ่ม Shift กับ คลิกปุ่มขวาเพื่อเลือกสามเหลี่ยมอันที่สอง แล้วกดปุ่ม F ในระหว่างการแก้ไข และต้องเปลี่ยนไปมาระหว่าง Vertex Select, Face Select, หรือ Edge Select  จะมีปุ่มสามปุ่มด้านล่างช่วยให้เปลี่ยนสะดวกขึ้นมาก 

การเลือกพื้นที่ที่ต้องการสามารถใช้คำสั่ง Select → Circle Select (C) ซึ่งทำงานเหมือนกับการเลือกด้วยแปรง การเปลี่ยนขนาดหัวแปรงทำได้โดยเลื่อนลูกล้อที่เม้าส์ หรือปุ่มเครื่องหมาย +/- การยกเลิกการเลือกโดยการกดปุ่ม Shift ไปพร้อมกัน คำสั่ง Mesh → Faces → Beautify Faces (Shift + Alt + F) ช่วยให้พื้นผิวที่เลือกไว้มีคุณภาพดีขึ้นได้ในบางสถานการณ์ ในการเลือกพื้นที่บางส่วนสามารถใช้คำสั่ง Alt กับ คลิกปุ่มขวาได้ หากมีพื้นที่ที่เลือกไว้สองส่วนแล้วต้องการให้เชื่อมกันให้เรียบ ก็ใช้คำสั่ง Mesh → Edges → Bridge Edge Loops

เลือก Mesh → Vertices → Separate → By loose parts จะช่วยแยกวัตถุออกจาก shell แล้วลบวัตถุที่ไม่ต้องการนั้นได้ หากต้องการเชื่อมวัตถุนั้นกลับไปให้ใช้คำสั่ง Boolean Modifier หากคำสั่งเหล่านั้นไม่ได้ผล ให้ลองใช้ Remesh Modifier และเพิ่มค่า octree depth เป็น 8 หรือจนกว่าจะได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ในการเพิ่มความหนาของผนังในส่วนที่ต้องการให้ใช้คำสั่ง Sculpt Mode และเพิ่มขนาดหัวแปรงจากเมนู Brush → Sculpt Tool.

Netfabb

Autodesk Netfabb เป็นโปรแกรมเตรียมงานเพื่อพิมพ์สามมิติขั้นสูง และมันก็ยังเป็นคำสั่งซ่อมแซม stl ที่ถูกฝังไว้ในโปรแกรมต่างๆ เช่น Formlabs Preform มันมีหลายเวอร์ชั่นให้เลือกใช้เช่น Standard, Premium และ Ultimate ซึ่งสองอันแรกจะใช้งานได้ฟรีสำหรับสถานศึกษา

Netfabb มีคำสั่งเพิ่มเติมในการสร้างโมเดลเช่น การทำกลวง การสร้าง support และ Lattice Assistant กับ Lattice Commander มีประโยชน์มาก ช่วยสร้างโมเดลน้ำหนักเบา ในเวอร์ชั่น Ultimate จะเพิ่มคำสั่ง Optimization Utility ซึ่งช่วยออกแบบโครงสร้างในการรับแรงโดยอ้างอิงจาก FEA analysis.

ด้วยคำสั่ง File → Import CAD File as Mesh ทำให้สามารถโหลดข้อมูลนอกเหนือจากไฟล์โครงตาข่ายได้เช่นไฟล์จากโปรแกรม Catia, Siemens NX, SolidWorks, SolidEdge, Rhinoceros, ProE, Sketchup plus support for STEP, IGES, SAT, และ Parasolid XT files ในการนำเข้าไฟล์ปรพเภทโครงตาข่ายให้ใช้คำสั่ง File → Add part แล้วเลือก Extended Repair ในหน้าต่างตัวเลือก มันจะช่วยแก้ปัญหาจุดบกพร่องส่วนใหญ่ได้

ก่อนซ่อมแซมงาน ควรทำการวิเคราะห์ชิ้นงาน ภายใต้ปุ่ม Analysis หรือคลิกปุ่มขวาที่ชิ้นงานแล้วเลือก Parts → Analyse → New Analysis → Add part จะช่วยตรวจสอบความหนาของผนังอย่างรวดเร็ว และเมื่อคลิกปุ่มขวาที่ชิ้นงานแล้วเลือก Analyse → New Measurement จะวัดขนาดชิ้นงานจุดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรัศมีส่วนโค้ง มุม ความยาว หรือความหนา

Advanced Netfabb functions: การวิเคราะห์ความหนาของผนัง และโครงสร้างของงาน

เปิดส่วนของ Part Repair ที่ taskbar หากการซ่อมแซมแบบอัตโนมัติขณะนำเข้าไฟล์ได้สำเร็จ ที่ Mesh is Closed และ Mesh is Oriented ในส่วนของ Status จะเป็นสีเขียว ในส่วนของ Actions เราสามารถแก้ไขเพิ่มเตอมได้ในกรณีที่ยังมีส่วนของ Actions อยู่โดยภายใต้คำสั่ง Self Intersections ให้เลือก Detect และเลือก Trivial, Stitch Triangles, Remove Double Triangles, Remove Degenerate Faces, หรือ Split Off จากนั้นกดปุ่ม Remove Wrap Part Surface เป็นการทำผิวใหม่ แบบเดียวกับ voxelisation และต้องแน่ใจว่าไม่มีเศษของ shell อยู่โดยดูในส่วนของ Shell

Netfabb มีชุดคำสั่งในการซ่อมแซมงานที่สมบูรณ์แบบ

 

 

เมื่อเราจะสร้างผิวเชื่อมช่องว่าง Netfabb จะทำการปิดช่องว่างนั้นและจะต้องมีการซ่อมแซมเพิ่มเติมด้วยมืออีกขั้นหนึ่ง กดปุ่ม Select Surfaces ที่ชุดเครื่องมือแล้วเลือกรูทั้งหมด จากนั้นกดปุ่ม Delete หรือใช้ปุ่ม Ctrl + หมุนลูกล้อที่เมาส์ หรือปุ่ม +/- เพื่อปรับขนาดของหัวแปรงแล้วก็เลือก เมื่อเลือกแล้วใช้คำสั่ง Remove Selected Triangles แล้วเติมสามเหลี่ยมที่ขาดหายไปด้วยคำสั่ง Add Triangles แล้วจบด้วยคำสั่ง Repair → Close all Holes สุดท้ายยังสามารถปรับแต่งผิวให้ดีขึ้นอีกโดย Mesh Edit → Remesh โปรแกรมจะคำนวณทั้งหมดซ้ำอีกครั้งหนึ่งโดยอาศัยค่าต่างๆ จาก Target Edge Length เลือกตัวแปร Maintain Edge เพื่อรักษาแนวของผิวงานบริเวณขอบที่คม 

———————-

ลูกค้า: บริษัท แปลนครีเอชั่นส์ จำก้ด

ลูกค้า: บริษัท แปลนครีเอชั่นส์ จำก้ด

ขอขอบคุณ บริษัท แปลนครีเอชั่นส์ จำกัด 
ที่อุดหนุนเครื่องพิมพ์สามมิติ Flashforge Guider IIs ไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ให้มีคุณภาพดียิ่่งขึ้น

3D Printer : Flashforge Guider IIs

ฉลองชัยบอลยูโร 2016 ให้กับอังกฤษล่วงหน้าด้วยตุ๊กตานักบอลทั้งสี่คน

ฉลองชัยบอลยูโร 2016 ให้กับอังกฤษล่วงหน้าด้วยตุ๊กตานักบอลทั้งสี่คน

บริษัท CEL แห่งอังกฤษร่วมฉลองการเปิดฤดูการแข่งขันบอลยูโร 2016 ด้วยการออกแบบตุ๊กตาเพื่อพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติเป็นรูปนักบอลชื่อดังของอังกฤษ Wayne Rooney, Jamie Vardy, Jack Wilshere, และ Daniel Sturridge
lead-england-euro-2016-glory-3d-printed-table-football-figurines-33D-Printed-Foosball_Robox_Rooney_profile_close82c543089315f4f7184655e6a525187c54a2c7d9

 

 

 

 

 

 

4f2a7c4dbae404c64b815c602a6f1e4fbe47c59c

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ไฟล์สามมิติของผู้เล่นทั้งสี่สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่ครับ https://www.myminifactory.com/object/cel-robox-foosball-table-parts-21927  ลองโหลดไปพิมพ์เล่นได้เลยครับ ฟรี โมเดลที่ได้จะแยกชิ้นส่วนมาให้ เราสามารถพิมพ์เป็นสีของทีมได้เลยใครมีโต๊ะอยู่แล้วรีบพิมพ์ไปเล่นได้ ใส่แทนของเดิมได้เลย แต่ถ้าอังกฤษแพ้ก็ถอดเก็บง่ายๆ เหมือนกันพิมพ์เสร็จแล้วก็เอามาโชว์กันบ้างนะ
3b0622c82ae13a193a5451a925c7ddad61cd6a50 c9a740f84f40748c562ffa5d018d86002e2d5820b95dbe8e2dec59ee520497002983edb4f1391d9b 8b29e190b7a4dc0d9af5deee4b8b735f69fe0c88

กิ๊บติดผมจากเครื่องพิมพ์สามมิติ ที่แปลงเสียงเป็นแรงสั่นสะเทือนเพื่อช่วยเหลือคนหูหนวก

กิ๊บติดผมจากเครื่องพิมพ์สามมิติ ที่แปลงเสียงเป็นแรงสั่นสะเทือนเพื่อช่วยเหลือคนหูหนวก

 japanese-graduate-student-tatsuya-honda-develops-3dprinted-1

ในขณะที่เทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่ามีส่วนช่วยเหลือผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกายเช่นผู้สูญเสียแขน ขา ได้มีนวัตกรรมของชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งที่ทำให้เรารู้ว่ายังมีโอกาสอีกมากมายที่จะช่วยเหลือคนทีด้อยโอกาสเหล่านั้น

นักศึกษาชาวญี่ปุ่นชื่อ Tatsuya Honda พัฒนากิ๊บติดผมที่น่าสนใจในงานวิทยานิพนธ์ของเขาซึ่งเรียกว่า Ontenna มันมีความสามารถมากกว่าที่มองเห็น มันแปลงเสียงต่างๆ ที่อยู่รอบตัวให้เป็นแสงและแรงสั่นสะเทือน เหล่านี้ช่วยให้ผู้ใช้งานที่เป็นคนหูหนวกสามารถรับรู้เสียงเช่น เสียงกระดิ่ง ในแบบที่เขาเหล่านั้นตีความได้

Tatsuya Honda ทำงานเป็น UI designer สนใจในการใช้นวัตกรรมในการแก้ปัญหาต่างๆ เขาได้รับแรงบันดาลใจจากการประชุมในมหาวิทยาลัย และได้พบกับคนหูหนวกคนหนึ่งซึ่งพาเขาไปแนะนำสถานที่รอบๆ ด้วยการใช้ภาษามือ คนหูหนวกคนนั้นที่จริงแล้วก็คือประธานองค์กรไม่แสวงหากำไรชื่อ  Hakomimi.net เขาบอกว่า “นั่นทำให้ผมสนใจเกี่ยวกับการสื่อสารของคนหูหนวกเป็นอย่างมาก ผมถึงกับสมัครเป็นสมาชิกขององค์กรนี้ทันที ผมได้ศึกษาภาษามือ และยังได้เป็นอาสาสมัครล่ามภาษามือ พร้อมทั้งสร้างกลุ่มภาษามือในมหาวิทยาลัยที่ผมเรียนอยู่ด้วย”

japanese-graduate-student-tatsuya-honda-develops-3dprinted-2 japanese-graduate-student-tatsuya-honda-develops-3dprinted-3

นั่นทำให้เขาคิดที่จะทำการวิจัยเกี่ยวกับเสียงที่จะทำให้คุณภาพชีวิตของคนหูหนวกดีขึ้น ในการทำวิทยานิพนธ์ของเขาในปี 2012 และมันได้กลายมาเป็น  Ontenna.ซึ่งมองดูรูปร่างก็เหมือนกับกิ๊บติดผมทั่วๆ ไป แต่จริงๆ แล้วมันบรรจุคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปสู่ผิวหนังของผู้ที่สวมใส่ โดยติดไว้ที่ผม (แน่นอนมันมีเป็นแบบต่างหูด้วย) มันติดง่ายและสะดวกสบาย โดยที่เสียงที่มีความดังขนาด 30 เดซิเบล ถึง 90 เดซิเบล จะถูกเปลี่ยนเป็นแรงสั่นสะเทือนถึง 256 ระดับและยังมีแสงไฟด้วย เพื่อให้ผู้ที่สวมใส่รับรู้และแปลความหมายของรูปแบบของแรงสั่นสะเทือนได้

 

explain

 

สิ่งประดิษฐ์ที่น่าสนใจนี้มี MITOU ซึ่งเป็นโครงงานเพื่อการส่งเสริมวิศวกรรมซอฟแวร์ที่อุดหนุนโดยหน่วยงานของรัฐบาล ด้วยการสนับสนุนนี้บวกกับเครื่องพิมพ์สามมิติ Tatsuya สามารถผลิตชิ้นงานต้นแบบที่แตกต่างกันได้มากถึง 200 ชิ้นแล้ว ซึ่งกำลังทดสอบกันอย่างเข้มข้น

japanese-graduate-student-tatsuya-honda-develops-3dprinted-5

japanese-graduate-student-tatsuya-honda-develops-3dprinted-4

 Tatsuya Honda.

การวิจัยอย่างเข้มข้นนี้เองทำให้เครื่องมีความทันสมัยและเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวอย่างเช่น รูปร่างที่เคยเป็นทรงจัตุรัสมีมุมแหลมๆ สวมใส่ไม่สบายก็กลายมาเป็นรูปร่างในปัจจุบัน อีกตัวอย่างหนึ่งคือ ตอนแรกตั้งใจว่าจะติดเครื่องนี้กับเสื้อ ก่อนที่จะจบลงที่เอามาติดกับเส้นผมและหู (เวอร์ชั่นติดกับหูเหมาะกับผู้สูงอายุที่มีเส้นผมน้อยๆ) เขาได้พยายามกับส่วนอื่นๆ ของร่างกายมาแล้วเช่น ปลายนิ้ว แขน แต่คนหูหนวกจะใช้มือและแขนในการสื่อสาร จึงไม่เหมาะที่จะติดบริเวณนั้น การที่ติดเครื่องนี้ที่ผมจะช่วยให้รับรู้ได้ง่ายแม้มันไม่ได้สัมผัสผิวหนังโดยตรง จึงเป็นตำแหน่งที่ดีที่สุด

ความแรงของการสั่นสะเทือนก็ได้ถูกปรับให้เหมาะสม หลังจากการทดลองหลายต่อหลายครั้งกับคนหูหนวก โดยติดทั้งสองด้านบนศีรษะ พวกเขาสามารถบอกถึงทิศทางของเสียงได้อย่างแม่นยำ เครื่องนี้ไม่เพียงแต่จะออกแบบเพื่อการใช้ภายในบ้านเท่านั้น ในสถานที่ที่คนพลุกพล่าน จอแจ ก็สามารถใช้ได้ด้วย เพียงแต่ต้องมีการปรับอีกเล็กน้อย

ผู้ที่สวมใส่เครื่องนี้กล่าวว่า เขาสามารถบอกได้ถึงความแตกต่างของเสียงเช่น เสียงโทรศัพท์ เสียงอินเตอร์คอม เสียงเครื่องดูดฝุ่น และอื่นๆ หญิงสาวคนหนึ่งกล่าวว่า เธอรู้สึกประทับใจกับเครื่องนี้มาก “ที่โรงเรียนของเธอสอนว่าเสียงของจักจั่นจะเป็นเสียงสั่นยาว แต่ฉันก็ไม่เคยรู้หรอกว่ามันมีรูปแบบ หรือจังหวะของเสียงเป็นอย่างไร จนกระทั่งวันนี้ เมื่อฉันได้ติดเจ้า Ontenna ฉันรู้สึกว่าฉันได้ยินเสียงจักจั่นเป็นครั้งแรกในชีวิต ฉันมีความสุขมากจริงๆ” มีผู้ปกครองของเด็กจำนวนมากติดต่อมายัง Tatsuya Honda เพื่อที่จะขอซื้ออุปกรณ์ชิ้นนี้

ความสำเร็จทั้งหมดนี้เกิดจากแรงบันดาลใจของนักออกแบบคนนี้ที่ใฝ่ฝันถึงเป้าหมายอันสูงส่ง นอกจากนี้เขายังหวังว่าจะทำให้อุปกรณ์ชิ้นนี้วางตลาดได้ในอีกสองสามปีข้างหน้า ไม่ใช่แค่นั้น เขาฝันว่าในปี 2021 จะมีการจัดการแข่งขัน Deaflympics ซึ่งเป็นกีฬาโอลิมปิกของคนหูหนวกโดยเฉพาะเช่นเดียวกันพาราลิมปิก และหวังว่าอุปกรณ์ของเขาจะพร้อมสำหรับนักกีฬาเพื่อเปิดมิติใหม่แห่งการกีฬา และนั่นคือความสำเร็จที่สุดยอดของเขา

 

3D Print Workshop4 : ทำภาพ 3มิติ Lithophane

3D Print Workshop4 : ทำภาพ 3มิติ Lithophane

มาถึง Workshop นี้เราจะแนะวิธีทำ Lithophane อย่างง่ายๆให้ครับ ริโธเฟรน เป็นการทำรูปบนแผ่นวัสดุกึ่งโปร่งแสง โดยส่วนที่เป็นสีเข้มของรูปจะมีเนื้อวัสดุหนากว่าส่วนที่เป็นสีอ่อน เมื่อแผ่น Lithophane ส่องกับแสงเราจะเป็นภาพปรากฏขึ้นมา เครื่อง 3D Priner ทุกเครื่องสามารถทำได้ ลองนำไปเล่นดูครับ โดยเราแปะ Link ที่ไว้สร้าง Lithophane เอาไว้ด้วยเผื่อเอาไปใช้กัน ดูขั้นตอนได้จาก Video เลยครับ

Link ที่ใช้สร้าง Lithophane
http://3dp.rocks/lithophane/

ข้อมูลการพิมพ์
3D Printer : รุ่นไหนก็ได้ ใน Workshop นี้ใช้ Flashforge Finder
3D Material : PLA แนะนำว่าต้องเป็นสีขาว และควรจะเป็นแบบกึ่งโปร่งแสง เราแนะนำ Flashforge PLA Filament สีขาว

Trick
– ควรเลือกความหนาของชิ้นงานตั้งแต่ 2mm-3mm
– จะให้ดีที่สุดควรแต่งรูปก่อนโดยเพิ่ม Contrast ของรูป ภาพ Lithophane ที่ออกมาจะดูมีมิติมากขึ้น สวยขึ้น

74055

20151019_152339

20151019_152326

20151019_152311

Workshop3 ทำตัวอักษร 3มิติ โดยใช้ Revolve

Workshop3 ทำตัวอักษร 3มิติ โดยใช้ Revolve

73608

หลังจากคราวที่แล้วเราแนะนำคำสั่ง WS1:Extrude และ WS2:Sweep กันไปแล้ว Workshop3 เรามาต่อกันกับคำสั่ง Revolve หรือ คำสั่งหมุนรอบแกน

คำสั่ง Revolve เป็นคำสั่งมาตรฐานทั่วไป โปรแกรมสร้าง 3D โดยหลักแล้วคือการหมุนพื้นที่ 2มิติใดๆรอบแกนหนึ่งๆทำให้เกิดป็นภาพ3มิติ ตัวอย่างเช่น เหรียญ1บาท ถ้าเราวางไว้เฉยเราจะเห็นเป็นพื้นที่วงกลม แต่เมื่อเราดีดให้หมุน ขณะหมุนนั้นเราจะเห็นเหรียญเป็นทรงกลม เราสามารถนำหลักการนี้มาประยุกต์ใช้สร้างสรรค์งานอักษร 3มิติได้อีกเช่นกัน

ลองดูใน Video แล้วทำตามดูนะครับ

ข้อมูลการพิมพ์
3D Software : 123D Design (โปรแกรมฟรี ที่ใช้ไม่ยาก ลองดูครับ) >>โหลดที่นี่<<
3D Printer : รุ่นไหนก็ได้ ใน Workshop นี้ใช้ Flashforge Creator Pro
3D Material : PLA

Trick
– ควรเลือก front ที่มีขนาดใหญ่และทุกครั้งให้เลือกคำสั่ง Bold เพื่อทำให้ตัวอักษรดูหนาและมีมิติมากขึ้น
– ชิ้นงานควรจะเชื่อมกันทั้งหมด เราควรหาส่วนเชื่อมชิ้นงาน

ส่วน Workshop ครั้งต่อไปจะเป็นอะไรติดตามได้ที่เว็บ www.Print3dd.com

Workshop2 ทำตัวอักษร 3มิติ โดยใช้ Sweep

Workshop2 ทำตัวอักษร 3มิติ โดยใช้ Sweep

73736

สวัสดีครับมาต่อกันจาก Workshop ครั้งที่แล้วนะครับ คราวนี้มาต่อกันที่คำสั่ง Sweep กันบ้าง

คำสั่ง Sweep เป็นคำสั่งมาตรฐานทั่วไป โปรแกรมสร้าง 3D หลักการคือ การลากพื้นที่ไปตามแนวเส้น เราใช้หลักการนี้ ในการทำตัวอักษรนูนแบบต่างๆ ซึ่งแตกต่างคำสั่ง Extrude ที่กล่าวไว้ใน Workshop ที่แล้ว Extrude เป็นการดึงในแกนเดียว เหมือนบีบครีมแต่งหน้าเค้กออกมาจากที่บีบ แต่ Sweep เป็นการกวาดให้พื้นที่ลากยาวไปต่างเส้นทาง ซึ่งเส้นทางนี้ไม่จำเป็นต้องตรงในแนวแกนใดหนึ่ง (ใน 123D Design ทำได้ไม่มากคือเส้นควรจะเป็นเส้นตรง แต่ในโปรแกรมโปรหน่อยเส้นที่ลากไปนั้นสามารถเป็นเส้นโค้ง Freeform ได้เลย)

ลองดูใน Video แล้วทำตามดูนะครับ

ข้อมูลการพิมพ์
3D Software : 123D Design (โปรแกรมฟรี ที่ใช้ไม่ยาก ลองดูครับ) >>โหลดที่นี่<<
3D Printer : รุ่นไหนก็ได้ ใน Workshop นี้ใช้ Flashforge Creator Pro
3D Material : PLA

Trick
– ควรเลือก front ที่มีขนาดใหญ่และทุกครั้งให้เลือกคำสั่ง Bold เพื่อทำให้ตัวอักษรดูหนาและมีมิติมากขึ้น
– ฐานวางตัวอักษรควรสูงกว่าตัวอักษรเล็กน้อยเพราะทำให้ชิ้นงานที่พิมพ์ออกมาดูสวยงาม ตั้งได้ง่ายขึ้น
– ชิ้นงานควรจะเชื่อมกันทั้งหมด เราควรหาส่วนเชื่อมชิ้นงาน

ส่วน Workshop ครั้งต่อไปจะเป็นอะไรติดตามได้ที่เว็บ www.Print3dd.com

73606

73737

Workshop1 สร้างตัวอักษรสามมิติแบบง่ายๆ

Workshop1 สร้างตัวอักษรสามมิติแบบง่ายๆ

workshop1

สวัสดีครับหลายๆท่านยังสงสัยว่าซื้อเครื่อง 3D Printer ไปแล้ว จะสามารถทำอะไรได้บ้าง ถ้าไม่ได้มีความรู้ในการเขียน Model 3D เก่งๆเหมือนมือโปร

วันนี้ทาง Print3dd ได้มีการทำ Workshop สอนทำตัวอักษร3มิติง่ายๆด้วยตัวท่านเอง โดยสามารถทำได้จริงเพียงไม่กี่นาที ท่านจะไปประยุกต์ทำแบบอื่นๆได้ตามใจ บางคนทำเป็นป้ายชื่อ บางคนทำเป็นอักษรติดผนัง หรือ อาจจะรับทำเพื่อไปจำหน่าย  ที่สำคัญที่สุดโปรแกรมนี้ฟรี!!! จากโปรแกรม 123D Design ซึ่งเพื่อนๆสามารถ Download ได้ที่เว็บ www.123dapp.com ตัวโปรแกรมเป็น freeware สามารถใช้งานได้เลยครับ

โดยคำสั่งแรกที่เราแนะนำนี้คือ Extrude หรือ การดึงหรือกดลง เป็นคำสั่งพื้นฐานในการทำ 3D หลักการคือการทำให้พื้นที่ 2มิติ เป็น 3 มิติขึ้นมา เช่น เรามีอักษร “A” แล้วดึงให้ตัวอักษรบน plane สูงขึ้นมา ลองดูกันได้ใน Video นะครับ

ข้อมูลการพิมพ์
3D Software : 123D Design (โปรแกรมฟรี ที่ใช้ไม่ยาก ลองดูครับ) >>โหลดที่นี่<<
3D Printer : รุ่นไหนก็ได้ ใน Workshop นี้ใช้ Flashforge Creator Pro
3D Material : PLA

Trick
– ควรเลือก front ที่มีขนาดใหญ่และทุกครั้งให้เลือกคำสั่ง Bold เพื่อทำให้ตัวอักษรดูหนาและมีมิติมากขึ้น
– ฐานวางตัวอักษรควรสูงกว่าตัวอักษรเล็กน้อยเพราะทำให้ชิ้นงานที่พิมพ์ออกมาดูสวยงาม ตั้งได้ง่ายขึ้น

1682
1683
1680

ส่วน Workshop ครั้งต่อไปจะเป็นอะไรติดตามได้ที่เว็บ www.Print3dd.com

3D systems เปิดบริการสแกนเนอร์ 3มิติ รูปแบบใหม่

3D systems เปิดบริการสแกนเนอร์ 3มิติ รูปแบบใหม่

3d-systems-introduces-next-generation-3dme-photobooth-with-enhanced-user-experience-2

3D systems ผู้ผลิตเครื่องพิมพ์และสแกนเนอร์ 3 มิติ ได้เปิดตัวบริการรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า 3Dme Photobooth เป็นการสแกนใบหน้าเพื่อนำไปต่อกับตัวละครที่ผู้ใช้งานชื่นชอบ ทำให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์รูปแบบใหม่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

3d-systems-introduces-next-generation-3dme-photobooth-with-enhanced-user-experience-1

การทำงานของเครื่อง 3Dme Photobooth จะใช้เทคโนโลยีสแกนเนอร์ 3 มิติ  เพียงแค่ผู้ใช้งานไปยืนอยู่ที่หน้าเครื่อง 3Dme Photobooth จะมีหน้าจอ Touch Screen ใช้สำหรับตั้งค่าเบื้องต้นต่างๆ จากนั้นให้ยื่นนิ่งๆตัวเครื่องจะทำการสแกนใบหน้าของผู้ใช้งาน เมื่อเครื่องทำการสแกนใบหน้าของผู้ใช้งานเรียบร้อยแล้ว ต่อไปเป็นการเลือกเครื่องแต่งกาย 3D systems ได้รวมเครื่องแต่กายจากซีรีย์ดังๆมาไว้มากมาย เช่น Ghostbusters ,Walking Dead ,Star Trek เป็นต้น ขั้นตอนสุดท้ายเป็นการสั่งซื้อและยังสามารถแชร์โมเดล 3 มิติไปที่ email, twitter, facebook ได้อีกด้วย

 

 

คุณสมบัติของเครื่องมีดังนี้

-ใช้เวลาสแกนใบหน้าเพียง45วินาที

-โมเดลมีทั้งแบบเด็กและผู้ใหญ่

-ขนาดของเครื่อง  24x24x70 นิ้ว

-ใช้ไฟฟ้า100-240 avc, 50/60 Hz ,250w

-เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตความเร็วสูงขั้นต่ำ 2Mbps ไม่แนะนำการเชื่อมต่อแบบไร้สาย