fbpx

สายรัดนาฬิกาใหม่ใช้ได้จริงด้วย 3D Printer

สายรัดนาฬิกาใหม่ใช้ได้จริงด้วย 3D Printer

FMD 3D Printer เป็นเครื่องพิมพ์สามมิติประเภทที่ราคาถูกที่สุดในทุกชนิดและความสามารถของมันแทบจะครอบจักรวาลแล้วเพราะด้วยตัววัสดุที่หาง่ายและมีความหลากหลายมากที่สุดอีกทั้งยังสามารถใช้จริงได้อีกด้วย(ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ผู้ใช้เลือกด้วยนะ)

ครั้งนี้เราได้ลองทำสายนาฬิกาข้อมือใช้กับของแบรนด์Casio เพื่อที่จะทดแทนของเก่าที่ชำรุดจนดูไม่ได้แล้ว ในเมื่อเรามีเครื่องพิมพ์อยู่แล้วก็ใช้เครื่องเรานี่แหละทำของมาใช้เอาซะเลย

ของเก่าที่หมดสภาพพร้อมขาดได้ทุกเมื่อ

อุปกรณ์ที่เราจะใช้วันนี้ประกอบด้วย FDM 3D printer ระบบ Direct drive (เราเลือกFlashforge Finder น้องเล็กสุดเพราะงานไม่ใหญ่มาก) กับเส้นพลาสติกประเภทFlexible โดยใช้ esun eFlex

พิมพ์เรียบร้อยใช้เวลาไม่ถึง2ชั่วโมง
แกะหมุดออกจากของเก่ามาแล้วใส่ของใหม่เข้าไปแทน

Q:สายที่ทำจากครื่องพิมพ์จะใช้ได้จริงหรอ จะทนทานพอมั้ย?
A:เส้นFlexibleที่นำมาใช้นั้นมีความแข็งอยู่ที่ 87A ของ Shore hardness ซึ่งมีความแข็งเทียบเท่ากับส้นของรองเท้าอย่างดีคู่นึงเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีความยืดหยุ่นทนทานต่อการบิดงอแน่นอน เผลอๆอาจดีกว่าของเก่าด้วยนะ

**เหนียวแค่ไหนให้ภาพมันเล่าเรื่องเอาดีกว่า

งานPrototypeที่ใช้วัสดุประเภทยางมาทำนั้นสามารถพิมพ์ได้ไม่ยากและทดสอบได้จริง ใช้งานได้จริง

FDM ระบบ Direct Drive ที่ใช้ได้กับงานที่หลากหลาย

Custom รถเก่าให้ง่ายขึ้นด้วย3D Printer

Custom รถเก่าให้ง่ายขึ้นด้วย3D Printer

Ringbrothers อู่รถชื่อดังในสหรัฐฯที่มีชื่อเสียงในด้านการทำรถCusutom โดยการนำรถรุ่นเก่าระดับตำนานหรือรถเก่าๆทั่วมาทำใหม่ให้ใช้งานได้เหมือนรถใหม่ที่ได้ทั้งฟีเจอร์ในการขับขี่และรูปลักษณ์ที่สวยงาม
ความท้าทายหลักของงานนี้คือการสร้างชิ้นส่วนที่มีความเฉพาะตัวและคุณภาพสูงอีกทั้งยังต้องคิดเรื่องค่าใช้จ่ายในการออกแบบ ทดสอบและสั่งผลิตต้องมีความสมดุลกัน เพราะการทำชิ้นส่วนแบบCustomนั้นมีต้นทุนที่สูงพอสมควรเลย

การลดช่องว่างระหว่างงานดิจิทัลและงานกายภาพเพื่อเร่งการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ

การเข้ามามีบทบาทมากขึ้นของ3D Printerนั้นทำให้งานระยะเวลาในการทำงานระหว่างการออกแบบไปสู่การผลิตนั้นมีความรวดเร็วมากขึ้นอีกทั้งยังลดต้นทุนได้ดีอีกด้วย

ขั้นตอนการทำงานของพวกเขาคือการออกแบบชิ้นส่วนที่ต้องการขึ้นในคอมพิวเตอร์จากนั้นก็ทำการสั่งผลิตด้วยCNC เมื่อได้ชิ้นส่วนมาแล้วก็ทำการทดสอบเพื่อใช้งานกับรถจริงก่อนที่จะผลิตชิ้นงานจริงขึ้นมาอีกครั้ง และเมื่อทดสอบผ่านก็สามารถผลิตชิ้นส่วนได้ทันที จะเห็ว่าขั้นตอนการทำงานของพวกเขานั้นอาจจะไม่ได้หลายขั้นตอนมากนักแต่ปัญหาก็คือ เมื่อการทดสอบไม่ผ่านพวกเขาจะต้องสั่งชิ้นงานขึ้นมาใหม่อีกครั้งซึ่งการสั่งชิ้นงานจากCNCนั้นต้องใช้เวลาพอสมควรและมีราคาสำหรับการทดสอบที่สูงจึงทำให้การทำงานนี้

การเข้ามาของ3D Printerนั้นทำให้เวลาในขั้นตอนดังกล่าวลดลงอย่างมากอีกทั้งยังทำให้ราคาในการทดสอบลดลงอย่างมหาศาลและยังเพิ่มอิสระในการออกแบบให้กับทีนักพัฒนาอย่างมหาศาลเลยทีเดียว

3D Printer ระบบ SLA จาก Formlabs นั้นตอบโจทย์ทีมนักพัมนาจากRingbrothers เพราะชิ้นงานที่พิมพ์ออกมานั้นสามารถใช้ได้อย่างรวดเร็วอีกทั้งยังมีความแม่นยำสูงมากอีกด้วย มีชิ้นงานตัวอย่างที่ทำจากเครื่องFormlabsสามารถดูจากด้านล่างได้เลย

ชุดประกอบของกระจกทำจาก Tough resin


โลโก้Cadillac ที่พิมพ์ด้วย castible Wax จากนั้นนำไปหล่อโลหะและนำมาใช้จริง


ฐานล้อกกระจกจาก Rigid Resin


ด้ามหมุนกระจกจาก Tough Resin

เนื่องด้วยFormlabsมีเรซิ่นให้เลือกได้อย่างมากมายทำให้ตอบโจทย์งานได้หลากหลายรูปแบบ อีกทั้งงานพิมพ์ออกมานั้นยังสามารถใช้จริงได้เรียกได้ว่าบางชิ้นพิมพ์ออกมาเพื่อทดแทนของเก่าอย่างแท้จริง

ลองทำเหยื่อปลอมสำหรับคนชอบตกปลาด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

ลองทำเหยื่อปลอมสำหรับคนชอบตกปลาด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

วันนี้เราจะมาทำเหยื่อตกปลาที่มีลักษณะคล้ายๆ ปลาจริงกัน ซึ่งนักตกปลามักจะใช้เหยื่อพวกนี้ตีล่อปลาที่อยู่ตามแหล่งน้ำต่างๆ อาจจะเป็นปลาช่อน ปลาชะโด ปลากระสูบ ปลายกราย ปลากระพงและอื่นๆ อีกมากมาย การตกปลานั้นจะมีปลายรูปแบบไม่ว่าจะใช้เหยื่อสด เช่น ไส้เดือน ไส้ เนื้อหมู กุ้ง ฯลฯ แบบใช้เหยื่อหมัก รำ ผลไม้ ขนมปัง และมีอีกเหยื่อเยอะมากมายที่นักตกปลาชอบใช้กันแล้วแต่ชนิดของปลาที่เลือกตก ส่วนเหยื่อปลอมที่เสมือนลูกปลาหรือปลาเล็กเป็นๆ นั้นจะนำมาตกปลาที่มีนิสัยเป็นนักปลาขนาดเล็ก โดยทั่งโลกนิยมเป็นอย่างมากที่เลือกตกปลาในรูแปบบนี้ถือว่าเป็นกีฬาชนิดหนึ่งเลย มีการจัดแข้งขันขึ้นด้วยทั้งในประเทศ และจ่างประเทศ ซึ่งเหยื่อปลอมนั้นปกติแล้วนักตกปลาจะใช่เป็นไม้กันซึ่งจะมีน้ำหนักที่เบาและแข็งแรง สามารถขัดแต่งได้ตามที่ตนเองต้องการบางชนิดก็เป็นยางที่เน้นความอ่อนไหว นิ่ม ดูพริวไหวระหว่างที่อยู่ในน้ำแต่ถ้านำเครื่องพิมพ์ 3 มิติเข้ามาช่วยทำล่ะจะได้ไหม!!  จะต้องมีความรู้อะไรเพิ่มเติมบ้างวันนี้เราจะมาอธิบายกัน และข้อแตกต่างของวัสดุทั้ง 2 ชนิดนี้แตกต่างกันไหม

เครื่องมือที่ต้องมีในการสร้างเหยื่อปลอม
1. เครื่องพิมพ์ 3 มิติ รุ่น Creator Pro 2
2. Fialment ABS
3. สีสเปร์ย (สีแล้วแต่ตามต้องการ)
4. Software 3D ออกแบบ
5. กระดาษ (เบอร์ 100, 400, 1000)
6. คีม
7. ตะกั่ว หรือลูกปืน
8. กาวร้อน
9. ลวด
10. ตะขอเบ็ด 3 ทาง

เริ่มขั้นตอนการออกแบบ
1. การออกแบบด้วย Software 3D หรือถ้าโดยปกติคือการเขียนวาดแบบด้วยดินสอหรือปากกา เพื่อนำไปทำชิ้นงานต่อ แต่อีกทางเลือกก็สามารถใช Software เข้ามาช่วยได้ซึ่งสำหารับหัวข้อนี้จะต้องทำการฝึกฝน แต่สำหรับคนที่เขียนแบบเป็นอยู่แล้วนั้นสบายมากๆ แต่คนที่ๆม่เคยก็ไม่ได้อยากมากให้เลือก Software สักตัวที่ตนเองถนัดนแล้วเริ่มการออกแบบได้เลย อาจจัทำการเขียนแบบขึ้นมาจากรูปภาพตัวอย่างหรือวาดลงบนกระดาษก่อนก็ได้ โดยที่ด้านในของเหยื่อปลอมนั้นจะต้องมีช่องที่ไว้ใส่ตะกั่วถ่วงน้ำหนักหรือสร้างเสียง และใส่ลวดเพื่อไว้แขวนตะขอเบ็ด 3 ทางการออกแบบนั้นจะต้องคำนึงถึงน้ำหนักที่ต้องการด้วยเพราะขนาดและน้ำหนักของเหยื่อปลอมนั้นมีผลต่อการล่อปลาให้มากินและสนใจ เมื่อเราออกแบบเสร็จแล้วนั้นจะต้องแบ่งให้เหยื่อปลอมนั้นออกเป็น 2 ส่วน ซ้ายและขวา ที่จริงนั้นเราจะใช้แค่ด้นาเดียวแต่ให้ง่ายต่อการออกแบบก็จะต้องออกแบบมาทั้ง 2 ด้านในครั้งเดียวแล้วนำมาตัดแบ่งครึ่งแทนส่วนแบบที่ผมนำมาทำนั้นจะดาวน์โหลดมาจากเว็ป www.thingiverse.com  ซึ่งเป็นเว็ปที่แจกไฟล์ 3 มิติแบบฟรีๆ ที่มีมากมายเลยทีเดียว

 

การออกแบบด้วย Software 3D ในการสร้างต้นแบบของเหยื่อ
การออกแบบด้วยการเขียนแบบลงบนกระดาษในการสร้างต้นแบบของเหยื่อ

2. การพิมพ์ชิ้นงานต้นแบบพลาสติก หรือถ้าโดยปกติแล้วจะทำโดยการตัด ขัด ไม้เพื่อให้เป็นรูปร่างชิ้นงานออกมาและนำไปตัดแบ่งครึ่ง แต่เมื่อเรานำเครื่องพิมพ์ 3 มิติ เข้ามาช่วยในการสร้างชิ้นงานแค่นำไฟล์ที่ได้จาก Software มาตั้งค่าการพิมพ์ วัสดุที่เลือกใช้งานจะเป็น ABS เพราะจะมีความแข็งแรงและทนความร้อนได้ดีกว่า PLA เพราะเมื่อเรานำเหยื่อปลอมได้่ใช้งานนั้นจะต้องโดนแดด มีทั้งความร้อน บางทีจะต้องทนต่อการกัดของปลาด้วยจะตั้งค่าการพิมพ์ที่ความละเอียด 0.2 mm/ชั้น ความเร็วที่ใช้พิมพ์ 50 mm/s ใช้เวลาในการพิมพ์อยู่ที่ประมาณ 1 ชั่วโมง วัสดุที่ใช้ยาว 6 เมตร น้ำหนัก 16 กรัม(รวมเนื้อ support ที่ต้องแกะทิ้ง) เครื่องที่เลือกใช้งานจะเป็น Flashforge Creator Pro 2 ซึ่งเป็นรุ่นใหม่มี 2 หัวฉีดที่ทำงานแยกกันหรือพูดง่ายๆ คือสามารถพิมพ์แบบ copy และ mirror กันได้นั้นเองช่วยลดเวลาในการพิมพ์ลงได้ในการพิมพ์งานที่มีรูปบบเหมือนกันเท่านั้นเพราะจะต้องขยับแกน y ในแนวเดียวกัน มีพื้นที่ในการพิมพ์อยู่ที่ 200*150*150 mm.

การสร้างชิ้นโดยใช้ไม้และร่างแบบบนกระดาษนำมาติดลงบนชิ้นไม้
วัสดุที่เลือกใช้พิมพ์เป็น ABS เพื่อเน้นแข็งแรง เวลาในการพิมพ์อยู่ที่ 1 ชั่วโมง
ขั้นตอนการสร้างชิ้นงานี้ด้วยเครื่องพิมพ์ Flashforge Creator Pro 2 พิมพ์แบบ Mirror สร้างชิ้นงาน 2 ชิ้น โดยใช้เวลาเท่าชิ้นเดียว

 

3. การประกอบ ขัด แต่งชิ้นงาน ก่อนทำการลงสี ในขั้นตอนนี้จะต้องใช้เครื่องมือค่อนข้างเยอะดัดลวดเพื่อจะใส่ไว้ในตัวของชิ้นงานโดยต้องสร้างห่วงไว้แขวนตัวเบ็ด จะเห็นได้ว่าที่ชิ้นงานระหว่างซ้านและขวาจะมีช่องว่างอันนี้ให้นำลูกปืน ลูกตะกั่วมาใส่ไว้เพื่อสร้างเสียงและถ่วงน้ำหนักให้กับตัวเหยื่อปลอม ส่วนเรื่องของการประกอบชิ้นงานด้านซ้ายและขวาจะใช้กาวร้อนในการติดชิ้นงานจากนั้นใช้ตัวหนีบขนาดใหญ่หน่อย เพื่อหนีบให้ชิ้นงานทั้ง 2 ด้านติดกันแน่นสนิทไม่มีช่องหรือรู ปล่อยไว้ให้แห้งและนำมาขัดผิวของชิ้นงานให้เรียบเพื่อให้ง่ายต่อการนำไปลงสีในขึ้นตอนต่อไป

การประกอบชิ้นงานด้านซ้าย และขวา ใส่ตะกั่วถ่วงน้ำหนัก
ขั้นตอนการขัดแต่งผิว และประกอบลวดตะขอสำหรับใส่ตัวเบ็ด

4. การลงสีรองพื้น และสีตัวงานจริง ในขั้นตอนนี้จะแล้วแต่ลวดลายของชิ้นงานที่ต้องการ สีที่ทางใช้จะเป็นสีกระป๋องแบบทั่วไปที่หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดร้านเครื่องมือช่าง โฮมโปร ไทวัสดุ เป็นต้น หรือถ้าจะให้ดีการลงสีได้ละเอียดมากยิ่งขึ้นแนะนำว่าหาเครื่องพ่น Airbrush ที่ต้องซื้อสีมาผสมและพ่นด้วยปั้มลมขนาดเล็กที่ให้การลงสีที่ละเอียดมากๆ ก่อนอื่นเลยหลังจากที่เราขัดผิวของชิ้นงานเรียบร้อยแล้วนั้นจะทำการลงสีรองพื้นก่อน 1-2 รอบ (ทางเราเลือกเป็นสีร้องพื้นพลาสติกใส) ต่อมาจะลงสีรองพื้นขาวหรือเทาเพื่อให้ง่ายต่อการลงสีอื่นๆ เช่น เหลือง เขียว ดำ เป็นต้น ตามลวดลายของเหยื่อที่ต้องการแต่อยากแนะนำว่าในการลงสีแต่ละกันนั้นอยากให้ลงสีรองพื้นเข้าไปด้วย เพราะจะทำให้สีของเหยื่อนั้นดูเป็นชั้นๆ แบบมีมิติมากยิ่งขึ้น เมื่อลงสีของเหยื่อนเรียบร้อยแล้วจะทำการเคลือบอีก 2-3 ชั้นเพื่อให้สีอยู่ทนมากยิ่งขึ้น

ขั้นตอนการลงสีให้กับตัวชิ้นงาน รองพื้น สีจริง และเคลือบ

5. การอบชิ้นงานให้แห้ง 100% ด้วยเครื่องอบ UV และ Temp การทำให้ชิ้นงานแห้งนั้นก็เป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างหนึ่งที่จะทำให้สีไม่เสียหายง่าย อาจจะนำไปตากแดดก็ได้เช่นกันแต่ทางเราจะใช่เครื่องอบชิ้นงานที่สามารถควบควมเรื่องของอุณหภูมิ และแสง UV ได้ โดยการตั้งเวลาในการอบก็จะทำให้สีแห้งได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

การอบชิ้นงานด้วยเครื่อง Cure ที่สามารถควบคุม UV, Temp และ Time ได้

6. การใส่ตะขอเบ็ด และทดลองใช้งาน การทดลองใช้งานนั้นก็ต้องนำไปทดสอบกันอีกทีนะครับ อันนี้ทางเรายังไม่ได้ไปทดสอบว่าเป็นยังไงแต่พอนำตัวเหยื่อยไปลองชั่งน้ำหนักดูจะอยู่ที่ 20g ฏ้จะเหมาะกับคันเบ็ดที่มีความเเข็งขึ้นมาให้อีกระดับหนึ่งแต่พอใส่ตัวเบ็ดแล้วน่าจะเพิ่มน้ำหนักขึ้นมาอีก 1-2 g

น้ำหนักที่ชั่งได้อยู่ที่ 18g แต่ถ้าารวมตัวเบ็ดแล้วจะแยู่ที่ประมาณ 20g
ตัวเหยื่อหลังจากการลงสีและอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ตัวเหยื่อหลังจากการลงสีและอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ตัวเหยื่อหลังจากการลงสีและอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ตัวเหยื่อหลังจากการลงสีและอบเสร็จ ใส่ตัวเบ็ด
ตัวเหยื่อหลังจากการลงสีและอบเสร็จ ใส่ตัวเบ็ด

วีดีโอขั้นตอนการทำทั้งหมด

ที่เก็บรีโมทแอร์ ทำของใช้ให้ตัวเองด้วย3D Printer

ที่เก็บรีโมทแอร์ ทำของใช้ให้ตัวเองด้วย3D Printer

3D Printer เป็นอุปกรณ์ที่เรียกได้ว่าเพิ่มความสะดวกสบายให้กับชาวD.I.Y ได้เป็นอย่างมาก ด้วยการที่สามารถปริ้นอะไรออกมาก็ได้แล้วใช้งานได้จริง และของบางชิ้นก็อาจจะไม่จำเป็นต้องซื้อก็ได้แล้วใช้เครื่อง3D printer ปริ้นออกมาเอา แน่นอนว่าต้นทุนค่าวัสดุประหยัดมาก FDM 3D Printer เป็นเครื่องที่ตอบโจทย์สายD.I.Yได้เป็นอย่างดี เพราะเครื่องราคาไม่แรง ใช้ง่าย แถมพิมพ์เสร็จก็ใช้ได้เลยอาจมีแกะซัพพอร์ตบ้างบางงานหรือขัดแต่งตามความพอใจของผู้ใช้เอง

รีโมทแอร์ ของใช้เล็กๆที่บ้านที่มีแอร์รุ่นใหม่มักจะมีกันอยู่แล้วถึงแม้จะเป็นของเล็กๆก็ควรที่จะเก็บมันไว้ให้เป็นระเบียบหยิบใช้ง่ายไม่เกะกะ แต่โดยทั่วไปแล้วที่เก็บรีโมทก็มักจะแถมมาอยู่แล้วเวลาซื้อมาพร้อมกับเครื่อง แต่ถ้าหากมันหักล่ะ!!!! หรือที่เก่ามันไกลไปใช้ไม่สะดวกก็คงต้องมีอีกอันแต่จะหาซื้อให้ตรงรุ่นหรือพอดีก็คงหายากน่าดู ออกแบบเองแล้วปริ้นเลยดีกว่า

ขั้นแรกเราก็วัดขนาดรีโมทของเรา โดยวัดกว้าง ยาว สูงมาเลย(วัดเกินไปนิดนึงนะเวลาปริ้นมาจะได้ไม่คับเกินไป)

จากนั้นก็ออกแบบโดยใช้โปรแกรมขึ้นมาตามขนาดที่เราวัดมาเลย แต่จะลดความสูงลงมาซักหน่อย

ได้มาแล้วก็จัดการสั่งปริ้นด้วยFlashprintกันเลย

รองานเสร็จก็แกะออกมาใช้ได้ ตัวเอกของเราวันนี้คือ Flashforge Finder เครื่องเล็กน่ารักๆๆ

หลังพิมพ์ก่อนแกะSupport
หลังจากแกะSupportแล้ว

เครื่องFDM 3D Printer นั้นต่างจากเครื่องปริ้นกระดาษมาก ซึ่งไม่จำเป็นที่จะต้องปริ้นทุกวันเพื่อไม่ให้หัวตันแต่อย่างใด จะใช้เมื่อไหร่ก็ใช้ได้เลยซึ่งหลายคนยังกลัวตรงนี้อยู่บ้าง จึงแนะนำว่าการมีFDM 3D Printer อยู่บ้านนั้นจะมีประโยชน์เป็อย่างมากเลยทีเดียว

Flashforge 3D Printer เครื่องพิมพ์ระบบ FDM ที่เหมาะกับผู้เริ่มต้น ใช้งานง่ายดูแลง่ายไม่งอแง

Filamentที่ใช้ได้อย่างยั่งยืนจากขยะฝังกลบ

Filamentที่ใช้ได้อย่างยั่งยืนจากขยะฝังกลบ

ช่วงเวลานี้ฝั่งตะวันกำลังอยู่ในเทรนด์”วัสดุรักษ์โลก”กำลังเป็นที่นิยมในวงการต่างๆ รวมถึงวงการ3D Printing ด้วยเช่นกัน

บริษัท UBQ Materials ได้ทำการจับมือกับบริษัทR&Dด้านพลาสติก Plastic App ในการสรา้งFilamentที่ทำจากขยะที่ถูกฝังกลบ
ทีมวิจัยได้กล่าวว่าวัสดุที่พวกเขาผลิตนั้นช่วยลดร่อยรอยคาร์บอนลงอย่างมากเมื่อเทียบกับพลาสติกที่ผลิตจากน้ำมันดิบแบบทั่วๆไป เนื่องจากการผลิตวัสดุนี้ทำมากจากการนำขยะที่ถูกฝังกลบไปแล้วมาปั่นบดเพื่อเข้าสู่กระบวนการทำเม็ดพลาสติกอีกครั้งและนำมาใช้ในกระบวนการฉีดขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆและการขึ้นรูปเป็นเส้นใย

ขยะที่ถูกนำมาใช้ในการผลิตพลาสติก
เม็ดพลาสติกจากกระบวนการผลิตจากขยะฝังกลบ

หลังจากที่ทีมนี้ได้ประสบความสำเร็จในการทำพลาสติกจากขยะขึ้นมาใช้งานได้สำเร็จ ก็ได้ทำการพัฒนาต่อเพื่อที่จะใช้พลาสติกเหล่านี้เพื่อที่จะใช้ในเครื่อง3D Printer เพราะการใช้พลาสติกด้วยกระบวนการ3D Printing นั้นก็เป็นการลดร่องรอยคาร์บอนอยู่แล้ว เนื่องจากจะพลาสติกน้อยลงกว่าการผลิตแบบทั่วไป อีกทั้งการใช้3D Printing ยังสามารถสรา้งชิ้นงานต้นแบบ อุปกรณ์จับยืด และชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆได้และยังสามารถประยุกต์ไปได้อีกหลายๆทาง

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากพลาสติกจากขยะฝังกลบ
การขึ้นรูปพลาสติกเป็นเส้นเพื่อใส้กับ 3D Printing

โดยวัสดุที่จะนำมาผลิตเป็นFilamentก็คือโพลีโพไพลีน(PP) ที่เป็นวัสดุบรรจุอาหารและถุงพลาสติกหลายๆประเภท ซึ่งเป็นวัสดุที่มีคุณภาพสูงมากในวงการอุตสาหกรรมเพราะมีประสิทธิภาพสูงมากเหมาะสำหรับการผลิตชิ้นงานประเภทต่างๆ อีกทั้งยังได้เสริมวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เพื่อให้สามารถพิมพ์ได้ง่ายขึ้นจะส่งผลให้ผลิตชิ้นงานได้ตามที่ต้องการ

การทดสอบFilamentจากขยะนี้ทางUBQ Plastic app ได้ทำการทดสอบพิมพ์กระถางต้นไม้โดยใช้เครื่อง Flashforge Creator3 ในการทดสอบพิมพ์สามารถดูการพิมพ์จากวิดีโอด้านล่างนี้ได้เลย





3D Printing FDM นั้นเป็นระบบการพิมพ์พลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด เนื่องจากใช้วัสดุที่น้อยและไม่ต้องผ่านขั้นตอนหลังจากพิมพ์เสร็จใดๆ(เว้นแต่เป็นวัสดุผลสมโลหะและเซรามิก) ทำให้วัสดุที่ถูกทิ้งมีน้อยมาก จึงทำให้การพัฒนาวัสดุรักษ์โลกเพื่อมาใช้กับ3D Printing FDMนั้นมีการทำอย่างต่อเนื่อง

FDM 3D Printing ระดับ Industrials grade คุณภาพสูงจาก Flashforge 3D Printer

Coronavirus: 3D printers save hospital with valves

Coronavirus: 3D printers save hospital with valves

บริษัทเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ในอิตาลีได้ออกแบบและพิมพ์วาล์วช่วยหายใจสำหรับช่วยชีวิต 100 ชิ้นใน 24 ชั่วโมงให้กับโรงพยาบาลที่ต้องการใช้งานวาล์วเชื่อมต่อผู้ป่วยในผู้ป่วยหนักกับเครื่องช่วยหายใจ โรงพยาบาลในเบรสเซียมีผู้ป่วยโคโรนาไวรัส 250 รายในผู้ป่วยหนักและวาล์วได้รับการออกแบบมาให้ใช้งานได้ครั้งละไม่เกินแปดชั่วโมง เวอร์ชันที่พิมพ์ 3 มิติมีราคาต่ำกว่า 1 ยูโร(37.32บาท) ในการผลิตแต่ละชิ้นและต้นแบบใช้เวลาในการออกแบบสามชั่วโมง

Nunzia Vallini นักข่าวชาวอิตาลีแจ้งให้โรงพยาบาลติดต่อกับ Cristian Fracassi ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Isinnova หลังจากพบว่าซัพพลายเออร์เดิมไม่สามารถจัดหาวาล์วใหม่ได้อย่างรวดเร็ว เขาและวิศวกรเครื่องกล Alessandro Romaioli วิ่งไปที่นั่นเพื่อดูวาล์วด้วยตัวเองและสามชั่วโมงต่อมาก็กลับมาพร้อมกับต้นแบบ “พวกเขาทดสอบกับคนไข้คนหนึ่งและบอกเราว่ามันใช้งานได้ดีเราจึงวิ่งกลับไปที่สำนักงานอีกครั้งและเราก็เริ่มพิมพ์วาล์วใหม่” Mr Romaioli กล่าวกับ BBC News
จากนั้นทั้งคู่ก็เข้าร่วมกับ Lonati ซึ่งเป็นบริษัทเครื่องพิมพ์สามมิติ ในท้องถิ่นอีกแห่งเพื่อตอบสนองความต้องการเนื่องจาก Isinnova มีเครื่องพิมพ์หกเครื่องและอุปกรณ์ต่างๆใช้เวลาพิมพ์ประมาณหนึ่งชั่วโมงในแต่ละครั้ง

ที่มา: BBC.com

ออกแบบเคสนาฬิกาเอง!! ใช้งานเอง!! แบบง่ายๆ

ออกแบบเคสนาฬิกาเอง!! ใช้งานเอง!! แบบง่ายๆ

วันนี้เราจะมาว่าด้วยเรื่องของการออกแบบเคสนาฬิกาใช้งานเอง ซึ่งเอาจริงๆ เลยตอนแรกนั้นรุ่นน้องของผมเองที่ออฟฟิศใช้นาฬิกา รุ่น Xiaomi Amazfit GTS แล้วเกิดอยากได้เคสของนาฬิการุ่นนี้เพื่อไม่อยากให้ตัวเครื่องเป็นรอยก็ได้สั่งเคสจากใน shopee มาแต่ผลที่ได้คือเคสที่สั่งมานั้นใส่กับตัวของนาฬิกาไม่ได้ ก็เลยมีความคิดที่ว่าเราสามารถออกแบบตัวเคสเองได้นิเพราะ เรามีทั้งเครื่องสแกนเนอร์และเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ก็เลยลงมือทำเองซะเลย โดยหลักๆ แล้วการออกแบบนี้นั้นก็จะใช้สกิลและเครื่องมือพอสมควรอยู่นะครับ เดี๋ยวผมจะมาอธิบายการทำตั้งแต่เริ่มต้นกันเลยดีกว่า

ขั้นตอนของการสแกนนาฬิการต้นแบบ
เครื่องที่ผมเลือกใช้นั้นจะเหมาะกับงานที่มีขนาดเล็กเป็นหลัก และตัวเครื่องจะมีการทำงานที่ง่ายมากๆ คือเครื่อง Shining 3D AutoScan Inspec เราแค่คลิกเม้าส์ไม่กี่ครั้งก็ได้ตัวอย่างนาฬิกาที่จะไปทำเคสออกมาแล้ว ซึ่งตัวนาฬิกา Xiaomi Amazfit GTS นั้นจะเป็นสีดำจะทำให้เครื่องสแกนเนอร์ไม่สามารถสแกนได้ และหน้าจอเป็นกระจก ดังนั้นผมจึงใช้สเปรย์แป้งเพื่อให้ตัวนาฬิกามีสีที่สว่างและง่ายต่อการนำไปสแกนกับเครื่อง AutoScan Inspec เราก็แค่ใส่เข้าไปในแท่นจับของตัวเครื่องและก็กดสแกนตามปกติ เมื่อเราสแกนด้านที่ 1 ได้แล้วก้ให้พลิกตัวนาฬิกาขึ้นมาอีกด้านที่ยังไม่ได้สแกน จากนั้นโปรแกรมของเครื่องสแกนเนอร์จะทำการ align ตัวชิ้นงานให้เองอัตโนมัติ ซึี่งผมขออธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องสแกนเนอร์ตัวนี้หน่อยคือสามารถสแกนงานได้ขนาดใหญ่สุดที่ 10*10*7.5 cm ให้ความละเอียดที่ตัวชิ้นงานได้ที่ 10um (0.01 mm) มีระบบการทำงานแบบ 3 แกนที่จะมุนตัวชิ้นงานเองอัตโนมัติ และใช้แสงในการสแกนเป็นแบบ Blue Light ส่วนนามสกุลไฟล์ที่เราได้จากการสแกนเสร็จนั้นคือ .STL หรือสามารถดูรีวิวเกี่ยวกับตัวเครื่องเพิ่มเติมได้ ที่นี่

AutoScan-INspec Desktop 3D Inspection System
รายละเอียดเกี่ยวกับตัวเครื่อง Autoscan-Inspec
พ่ยสเปรย์แป้งเพื่อให้ตัวงานสแสกนได้งานขึ้น ถ้าเป็นสีดำ มันเงา หรือใสจะสแกนไม่ได้
เริ่มการสแกนโดยตัวเครื่องจะหมุนชิ้นงานให้เราเองอัติโนมัติ
เมื่อสแกนเสร็จเรียบร้อยจะได้ไฟล์นามสกุล .STL ลักษณะตามนี้

ขั้นตอนการแก้ไข Revers Engineer โดยใช้ Solid Edge Software
มาถึงขั้นตอนนี้จะค่อนข้างยากนิดหนึ่งแต่สำหรับผู้ที่มีความสามารถทางด้าน Software การเขียน CAD 3D อยู่แล้วก็จะง่ายมากๆ เลยละครับ แต่สำหรับผมเองก็พอทำได้บ้าง ซึ่งเจ้า Software Solid Edge อันนี้จะเป็นตัวที่จะมีพร้อมๆ กับเครื่องสแกนเนอร์อยู่แล้วการใช้งานก็จะคล้ายๆ กับ SolidWorks เลยแต่เครื่องมือจะไม่ได้เหมือนกัน ไฟล์ที่เรานำมาเปิดเพื่อทำการ Revers Engineer ผมจะลดขนาดจาก Software ของเครื่องสแกนเนอร์ก่อนจาก 70MB ให้เหลืออยู่ 30MB เพราะว่าอะไร ถ้าไฟล์งานที่นำมาทำงานมีขนาดใหญ่เกินไปแน่นอนว่ากระตุกแน่ๆ ใน Software Revers Engineer ผมเลยเลือกที่จะลดให้ไฟล์เล็กลงแต่ความละเอียดของตัวงานนั้นจะยังเป็นที่ยอมรับได้อยู่เพราะเคสของนาฬิกาก็จะมีขนาดใหญ่กว่าตัวเรือนอยู่แล้ว ผมจะตั้ง Offset ของผิวงานให้ออกมาจากไฟล์ 3D scan ประมาณ 0.2-0.5 mm เพื่อชดเชยเมื่อนำไฟล์ที่ได้จากการ Revers Engineer นั้นไปพิมพ์ขึ้นตัวชิ้นงานจริงจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติในขึ้นตอนถัดไป การออกแบบผมเลือกที่จะทำเป็นชิ้นด้านบน และด้านล่างแยกกัน เพื่อป้องกันได้ทั้งตัวเรือนของนาฬิกาเราไปดูการออกแบบกันเลยดีกว่าครับ

Software Solid Edge ใช้ในการ Revers Engineer
Software Solid Edge ใช้ในการ Revers Engineer
Software Solid Edge ใช้ในการ Revers Engineer
Software Solid Edge ใช้ในการ Revers Engineer
ไฟล์งานที่พร้อมจะนำไปพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ
ไฟล์งานที่พร้อมจะนำไปพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

ขั้นตอนการขึ้นรูปต้นแบบด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ
ในขั้นตอนนี้ผมจะใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติ ของค่าย Formlabs Form3 เป็นเครื่องที่ใช้ระบบ SLA ที่ให้ความละเอียดสูงที่ 25um(0.025mm) และมีน้ำยาให้เลือกหลากหลายในการใช้งานบางชนิดน้ำยาสามารถนำไปใช้งานได้จริงด้วยปต่ผมได้เลือกน้ำยาที่ใช้งานต้นแบบคือ Standard Clear ก็คือเรซิ่นชนิดธรรมดาแต่เป็นสีใส ก่อนอื่นเลยเมื่อเรานำไฟล์ที่ได้มานั้นมาจัดเรียกตำแหน่งที่เหมาะสม ผมจะเลือกเอียงงานให้จุดแรกที่ขึ้นตัวงานนั้นเป็นจุกที่เล็กทีสุดและด้านบนจะเป็นส่วนที่ผมจะไม่อยากให้ส่วนที่เรียกว่า Support ไปแตะโดนเพราะเวลาเราแกะ Support ออกนั้นจะต้องนำมาขัดออกเองก็เลยจะเลือกด้านที่เป็นจุดที่มีพื้นที่ผิวที่เยอะและเรียบไปสัมผัสกับส่วน Support ความละเอียดที่ผมเลือกคือ 100um (0.1 mm) ก็จะใช้เวลาในการพิมพ์ประมาณ 3-4 ชั่วโมง เมื่อเราพิมพ์เสร็จเรียบร้อยแล้วก็ต้องนำไปล้างด้วยน้ำยาล้าง IPA และผมจะรีบนำไปเป่าด้วยปั้มลมเพื่อให้ตัวงานไม่เกิดคราบจากการล้าง เมื่อแน่ใจว่าแห้งเรียบร้อยแล้วให้นำตัวชิ้นงานไปอบประมาณ 10-15 นาที อุณหภูมิ 50-60 องศา เพราะงานมีความบางแค่ 1 mm ความบางทีอบนานไปตัวงานจะหดตัวค่อนข้างเยอะและอาจจะกรอบแตกง่าย จากนั้นนำมาแกะ Support ออก ส่วนจุดที่เป็นลอยนู้นๆ จาก Support ผมจะใช้กระดาษทรายเบอร์ 250/400/1000 ในการขัดแต่ง และถ้าเราขัดเสร็จเรียบร้อยแล้วทุกคนจะสังเกตุเห็นว่าจะเป็นคราบขาวๆ ที่เกิดจากการขัดด้วยกระดาษทรายนั้นปมจะใช้น้ำมันหล่อลื่นทาที่ตัวงานแล้วนำไปอบแห้งอีกครั้งโดยใช้เวลา 10 นาที อุณหภูมิที่ 50 องศา ก็เพียงพอแล้ว

การจัดเรียงงานเพื่อนำไปพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ Form3
ชิ้นงานเมื่อพิมพ์เสร็จแล้ว นำไปเป่าด้วยปั้มลม
ชิ้นงานเมื่อพิมพ์เสร็จแล้ว นำไปเป่าด้วยปั้มลม
นำชิ้นงานมาขัดด้วยกระดาษทราย ลบลอย Support
นำชิ้นงานมาขัดด้วยกระดาษทราย ลบลอย Support
นำมาลองประกอบกับตัวเรือนนาฬิกาจริง
นำมาลองประกอบกับตัวเรือนนาฬิกาจริง
นำมาลองประกอบกับตัวเรือนนาฬิกาจริง

Filamentย่อยสลายได้100%

Filamentย่อยสลายได้100%

บริษัทผลิตFilamentสำหรับ3D printer ในประเทศสาธารณรัฐเช็คประสบความสำเร็จการผลิตFilamentที่ทำจากวัสดุย่อยสลายได้แบบ100% โดยที่เจ้าFilamentตัวนี้จะเกิดจากการผสมกันระหว่างโพลีแลคติก(PLA)กับโพลีไฮดรอกบิวทิเรต(PHB) ที่จะทำให้เส้นตัวนี้มีความแข็งแรงมากขึ้นและยังมีคุณสมบัติที่ทนต่ออุณหภูมิสุงได้ถึงขั้นเอามาทำแก้วกาแฟได้เลย และที่สำคัญFilamentนี้ยังสามารถนำมาใช้ซ้ำได้ทั้งหมด

***โพลีไฮดรอกบิวทิเรต(PHB)คือ พลาสติกที่สังเคราะห์มาจากสารประกอบคาร์บอนของวัสดุอินทรียสาร โดยดั้งเดิมนำมาจากเซลล์ของจุลินทรีย์ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสุงทำให้ไม่เป็นที่นิยมในบ้านเราและใช้งานเฉพาะด้านเท่านั้น ต่อมาได้ทำการใช้สารประกอบคาร์บอนจากผลผลิตทางการเกษตรแทน เช่น อ้อย มันสำปะหลัง(แหล่งกำเนิดเดียวกับPLA)

ก่อนหน้านี้ได้มีการวิจัยพลาสติกย่อยสลายได้โดยการสรา้งออกโซ-ไบโอพลาสติก ซึ่งเป็นพลาสติกธรรมดาที่เติมสารที่ทีให้ย่อยสลายได้เมื่อมีออกซิเจน แต่อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถย่อยสลายได้หมดซึ่งอาจทำให้มีสารพิษตกค้างสู่พื้นดินและทะเล
การวิจัยในครั้งนี้ได้มีการร่วมมืแกันรหว่างผู้ผลิตกับมหาวิทยาลัยเทคนิคสโลวัคในประเทศสโลวาเกียเพื่อที่จะให้ได้ซึ่งพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้อย่าง100% โดยเป้าหมายหลักคือพลาสติกชนิดนี้ต้องสามารถนำไปใส่ในปุ๋ยหมักกับเศษอาหารจากโรงงานและจากครัวเรือนวึ่งการย่อยสลายจะเร็วกว่าPLAถึง3เท่าตัวเลยทีเดียว โดยสารPHBจะทำให้เกิดกระบวนการย่อยสลายได้เร็วขึ้น

Filament ชินดนี้ได้ใช้ในชื่อ NonOilen โดยคุณสมบัติเส้นชนิดนี้ทั่วๆไปนั้นมันคือPLAดีๆนี่เอง แต่สิ่งที่แตกต่างกันก็คือมีความแข็ง ความเหนียวที่เหนือกว่าถึงหลาเท่าตัวอีกทั้งยังสามารถทนความร้อนได้สูงถึง110องศาเซลเซียส(ABSทนได้อยู่ที่105องศาเซลซียส) และยังง่ายต่อการพิมพ์อย่างมากเพราะจะใช้อุณหภูมิที่180-195องศาเซลเซียส เมื่อพิมพ์ออกมาจะมีงานลักษณะเงาเป็นธรรมชาติ ชิ้นงานที่ถูกพิมพ์ออกมานั้นยังมีอายุที่ยาวนานและยังใช้กับอาหารได้ด้วย

ในการวิจัยFilamentชนิดนี้นั้นได้ทำการพิมพ์ชิ้นงานออกมาแล้วทำมาหลอมทำเส้นให่อีกครั้งอยู่หลายร้อยครั้งเลยทีเดียวก็ยังสามารถใช้ได้ แล้วเมื่อนำไปฝังกลบก็ยังสามารถย่อยสลายได้โดยที่ไม่มีสารพิษตกค้างอยู่ในดินเลย

จะเห็นว่าเส้นพลาสติกที่ผลิตจากกระบวนการรีไซเคิลหรือการใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนั้นเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆแต่ก็ยังมีขายเพียงน้อยชนิดเท่านั้น ซึ่งในอนาคต3D printerอาจจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทุกบ้านมีไว้ก็เป็นได้ ก่อนจะถึงขั้นนั้นวัสดุที่ไร้พิษภัยจะต้องมีมาเพื่อให้ทุกคนสรา้งสรรค์งานได้อย่างสบายใจ

Ray9 สมาย คอนเทนเนอร์ อุตสาหกรรม เลเซอร์เครื่องแรกออกตัวอย่างสวยงาม

Ray9 สมาย คอนเทนเนอร์ อุตสาหกรรม เลเซอร์เครื่องแรกออกตัวอย่างสวยงาม

จัดเครื่องเลเซอร์คัตเครื่องแรก ที่ บริษัท สมาย คอนเทนเนอร์ อุตสาหกรรม จำกัด

ได้สั่งซื้อ Ray9 Laser Cutting&Engraving ขนาดการทำงานที่ 900 x 600 mm. สามารถตัดและแกะสลักวัสดุได้หลากหลายมากๆ

สินค้าภายใต้ Ray ควบคุมการผลิตโดย Print3DD แบรนด์คนไทยที่ได้รับความไว้วางใจจากองค์กร บริษัทต่างๆ ทั่วประเทศ สินค้าพร้อมสอนการใช้งานจนเป็น

ทางเราจัดการส่งเครื่องถึงที่ และสอนการใช้งานเครื่องรวมไปถึงการใช้งานโปรแกรม RD Work สำหรับการใช้งานเลเซอร์

  • แหล่งกำเนิดแสง : CO2 Tube กำลัง 100Watt
  • การเคลื่อนที่ : XY Cartesian, Z ขึ้นลงแนวดิ่งด้วยระบบไฟฟ้าอัตโนมัติ Auto Focus
  • แผงควบคุม : หน้าจอสี 5นิ้ว, แสดงสถานะการทำงาน, ปุ่มกด, Numeric keypad
  • Software : RD Work (License แท้) รองรับไฟล์ CorelDraw, Photoshop, Auto CAD, illustrator, PLT, DST, DXF, BMP, DWG, AI, RD
  • OS : Window 7, 10 or Higher
  • การเชื่อมต่อ : Online-เชื่อมต่อผ่านคอมพิวเตอร์, Offline-สั่งงานผ่านที่แผงควบคุม, ผ่าน USB Drive, LAN, Wifi
  • Cutting Speed : 0-24000mm/min
  • Engraving Speed : 0-60000mm/min
  • Accuracy : 10-50Micron
  • Table : Honeycomb Aluminium
  • ระบบหล่อเย็น : Chiller CW3000 / Air Pump
  • Safety : Door Sensor, Cooling Sensor
  • วัสุดที่รองรับ : ไม้, แผ่นพลาสติกต่างๆ เช่น Acrylic, PolyCabonate, Plaswood, HIPS, ไม้อัด, ไม้จริง, หนัง, ยาง (วัสดุอโลหะ ชนิดต่างๆ)
  • เลเซอร์ระบุตำแหน่ง : สีแดง
  • ตัดอะครีลิกได้หนาสุด : 30mm

สอนตัวเครื่องและภายในกลไกต่างๆให้กับช่างประจำโรงงาน เพื่อให้เข้าใจและสามมรถตรวจสอบความผิดพลาดเบื้องต้นได้

 

ทดสอบการใช้งาน ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย ก่อนใช้งานจริง

 

ป้ายชื่อแกะสลักง่ายๆ ด้วย Ray6 Laser Cutting&Engraving

ป้ายชื่อแกะสลักง่ายๆ ด้วย Ray6 Laser Cutting&Engraving

ต้องขอเริ่มก่อนเลยว่าป้ายชื่อนั้นเป็นสิ่งเล็กๆที่จะช่วยให้ลูกค้าสามารถรับรู้ได้ทันทีว่าสิ่งของตรงหน้านั้นคืออะไร ประเภทไหน โดยที่ไม่จำเป็นต้องถามพนักงานขายทุกครั้งไป มันจึงเป็นสิ่งเล็กๆ ที่อาจจะสำคัญมากๆ เมื่ออยู่ในร้านที่มีสินค้ามากมาย

คราวนี้เรามาทำงาน Laser Cutting & Engraving กัน อย่างแรก เราจำเป็นต้องมีไฟล์เส้น Vector สำหรับการนำไปเลเซอร์ต่างๆ ที่สามารถสร้างตัวอักษรหรือรูปร่างต่างๆ ได้ โดยงานทำป้ายชื่อ แกะสลัก โปรเจคนี้เราได้ใช้โปรแกรม Adobe Illustrator ในการสร้าง object ขึ้นมา เนื่องจากเป็นโปรแกรมที่ใช้สรำหรับสร้างภาพงาน Vector โดยเฉพาะ และยังสามารถสร้างภาพกราฟฟิกต่างๆ ได้อย่างอิสระอีกด้วย

Adobe Illustrator โปรแกรมสำหรับงานสร้างภาพ Vector
ภาพหน้าต่างโปรแกรม Ai ที่กำลังทำงานอยู่

เราได้ทำการสร้างตัวอักษร ชื่อเครื่องพิมพ์ 3มิติ และ Solutions แบบต่างๆ เพื่อนำไปใช้ในการเลเซอร์ป้ายชื่อ โดยจะเห็นได้ว่า มันจำเป็นต้องแยกในแต่ละ Object เพื่อสร้างกลุ่มสำหรับการตั้งค่าเลเซอร์ที่แตกต่างกัน

หน้า Interface โปรแกรม RDWork โปรแกรมสำหรับทำงานเลเซอร์

 

ช่องสำหรับดูการตั้งค่าของแต่ละ Object

 

หน้าต่างสำหรับ เลือก Scan (แกะสลัก) Cut (ตัด)
หน้าต่าง Preview จำลองการทำงานก่อนนำไปตัดจริง
เครื่องทำงานเป็น Object แต่ละชิ้นๆ

Laser Cutting & Engraving โดยการแกะสลักและตัดออกมาเป็นแผ่นเพื่อนำไปติดตรงหน้าสินค้านั้นๆ โดยโปรเจคนี้ทางเราใช้เครื่อง เลเซอร์คัต ระบบ Co2 เคลื่อนแนว XY อย่าง Ray6 สินค้าตัวใหม่ล่าสุดจากทางร้าน 3DD ซึ่งเป็นเครื่องเลเซอรืที่มีคุณภาพดีตัดเฉียบคมและยังมีหน้าจอ LCD ในการใช้งานได้ ทำให้การทำงานสะดวกสามารถทำงานผ่าน USB ได้สบายๆ

สินค้าภายใต้ Ray ควบคุมการผลิตโดย Print3DD แบรนด์คนไทยที่ได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานราชการ องค์กร บริษัทต่างๆ ทั่วประเทศ สินค้าพร้อมสอนการใช้งานจนเป็น

แหล่งกำเนิดแสง : CO2 Tube กำลัง 60Watt
การเคลื่อนที่ : XY Cartesian, Z ขึ้นลงแนวดิ่งด้วยระบบไฟฟ้า
แผงควบคุม : หน้าจอสี 5นิ้ว, แสดงสถานะการทำงาน, ปุ่มกด, Numeric keypad
Software : RD Work (License แท้) รองรับไฟล์ CorelDraw, Photoshop, Auto CAD, illustrator, PLT, DST, DXF, BMP, DWG, AI, RD
OS : Window 7, 10 or Higher
การเชื่อมต่อ : Online-เชื่อมต่อผ่านคอมพิวเตอร์, Offline-สั่งงานจากแผงควบคุม, ผ่าน USB Drive, LAN, (Optional Wifi)
Cutting Speed : 0-24000mm/min
Engraving Speed : 0-60000mm/min
Accuracy : 10-50Micron
Table : Honeycomb Aluminium
ระบบหล่อเย็น : Water Pump / Air Pump
Safety : Door Sensor, Cooling Sensor
วัสุดที่รองรับ : ไม้, แผ่นพลาสติกต่างๆ เช่น Acrylic, PolyCabonate, Plaswood, HIPS, ไม้อัด, ไม้จริง, หนัง, ยาง (วัสดุอโลหะ ชนิดต่างๆ)
เลเซอร์ระบุตำแหน่ง : สีแดง
ตัดอะครีลิกได้หนาสุด : 20mm.

Logo Brand ต่างๆที่ทางร้านจัดจำหน่าย

งานนี้เราใช้แผ่นอะคลิลิกใสสีส้ม หนา 3 mm. ซึ่งเป็นวัสดุพื้นฐานของเลเซอร์คัตอยู่แล้ว ทำให้การตัดและแกะสลักออกมาง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก

ป้ายชื่อคเรื่องพิมพ์ 3มิติ Guider 2s
ป้ายชื่อคเรื่องพิมพ์ 3มิติ Guider 2s

นอกจากป้ายชื่อ เครื่องพิมพ์ 3มิติ แล้ว เรายังทำป้ายชื่อ Solutions ต่างๆ ติดตามชั้นวางโมเดลในร้านด้วย เพื่อเป็นการบ่งบอกถึง ที่มาของโมเดลนั้นๆ ว่ามาจากการใช้งานของเทคโนโลยีการพิมพ์ 3มิติ แบบใด

แค่นี้เราก็ได้ชิ้นงานป้ายชื่อสวยๆ มาติดตามจุดต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าที่เข้ามาในร้านได้เห็นและเข้าใจว่าจุดนี้คืออะไร ง่ายๆแค่นี้คุณเองก็ทำได้ครับบบบ^^