fbpx

Coronavirus: 3D printers save hospital with valves

Coronavirus: 3D printers save hospital with valves

บริษัทเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ในอิตาลีได้ออกแบบและพิมพ์วาล์วช่วยหายใจสำหรับช่วยชีวิต 100 ชิ้นใน 24 ชั่วโมงให้กับโรงพยาบาลที่ต้องการใช้งานวาล์วเชื่อมต่อผู้ป่วยในผู้ป่วยหนักกับเครื่องช่วยหายใจ โรงพยาบาลในเบรสเซียมีผู้ป่วยโคโรนาไวรัส 250 รายในผู้ป่วยหนักและวาล์วได้รับการออกแบบมาให้ใช้งานได้ครั้งละไม่เกินแปดชั่วโมง เวอร์ชันที่พิมพ์ 3 มิติมีราคาต่ำกว่า 1 ยูโร(37.32บาท) ในการผลิตแต่ละชิ้นและต้นแบบใช้เวลาในการออกแบบสามชั่วโมง

Nunzia Vallini นักข่าวชาวอิตาลีแจ้งให้โรงพยาบาลติดต่อกับ Cristian Fracassi ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Isinnova หลังจากพบว่าซัพพลายเออร์เดิมไม่สามารถจัดหาวาล์วใหม่ได้อย่างรวดเร็ว เขาและวิศวกรเครื่องกล Alessandro Romaioli วิ่งไปที่นั่นเพื่อดูวาล์วด้วยตัวเองและสามชั่วโมงต่อมาก็กลับมาพร้อมกับต้นแบบ “พวกเขาทดสอบกับคนไข้คนหนึ่งและบอกเราว่ามันใช้งานได้ดีเราจึงวิ่งกลับไปที่สำนักงานอีกครั้งและเราก็เริ่มพิมพ์วาล์วใหม่” Mr Romaioli กล่าวกับ BBC News
จากนั้นทั้งคู่ก็เข้าร่วมกับ Lonati ซึ่งเป็นบริษัทเครื่องพิมพ์สามมิติ ในท้องถิ่นอีกแห่งเพื่อตอบสนองความต้องการเนื่องจาก Isinnova มีเครื่องพิมพ์หกเครื่องและอุปกรณ์ต่างๆใช้เวลาพิมพ์ประมาณหนึ่งชั่วโมงในแต่ละครั้ง

ที่มา: BBC.com

ออกแบบเคสนาฬิกาเอง!! ใช้งานเอง!! แบบง่ายๆ

ออกแบบเคสนาฬิกาเอง!! ใช้งานเอง!! แบบง่ายๆ

วันนี้เราจะมาว่าด้วยเรื่องของการออกแบบเคสนาฬิกาใช้งานเอง ซึ่งเอาจริงๆ เลยตอนแรกนั้นรุ่นน้องของผมเองที่ออฟฟิศใช้นาฬิกา รุ่น Xiaomi Amazfit GTS แล้วเกิดอยากได้เคสของนาฬิการุ่นนี้เพื่อไม่อยากให้ตัวเครื่องเป็นรอยก็ได้สั่งเคสจากใน shopee มาแต่ผลที่ได้คือเคสที่สั่งมานั้นใส่กับตัวของนาฬิกาไม่ได้ ก็เลยมีความคิดที่ว่าเราสามารถออกแบบตัวเคสเองได้นิเพราะ เรามีทั้งเครื่องสแกนเนอร์และเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ก็เลยลงมือทำเองซะเลย โดยหลักๆ แล้วการออกแบบนี้นั้นก็จะใช้สกิลและเครื่องมือพอสมควรอยู่นะครับ เดี๋ยวผมจะมาอธิบายการทำตั้งแต่เริ่มต้นกันเลยดีกว่า

ขั้นตอนของการสแกนนาฬิการต้นแบบ
เครื่องที่ผมเลือกใช้นั้นจะเหมาะกับงานที่มีขนาดเล็กเป็นหลัก และตัวเครื่องจะมีการทำงานที่ง่ายมากๆ คือเครื่อง Shining 3D AutoScan Inspec เราแค่คลิกเม้าส์ไม่กี่ครั้งก็ได้ตัวอย่างนาฬิกาที่จะไปทำเคสออกมาแล้ว ซึ่งตัวนาฬิกา Xiaomi Amazfit GTS นั้นจะเป็นสีดำจะทำให้เครื่องสแกนเนอร์ไม่สามารถสแกนได้ และหน้าจอเป็นกระจก ดังนั้นผมจึงใช้สเปรย์แป้งเพื่อให้ตัวนาฬิกามีสีที่สว่างและง่ายต่อการนำไปสแกนกับเครื่อง AutoScan Inspec เราก็แค่ใส่เข้าไปในแท่นจับของตัวเครื่องและก็กดสแกนตามปกติ เมื่อเราสแกนด้านที่ 1 ได้แล้วก้ให้พลิกตัวนาฬิกาขึ้นมาอีกด้านที่ยังไม่ได้สแกน จากนั้นโปรแกรมของเครื่องสแกนเนอร์จะทำการ align ตัวชิ้นงานให้เองอัตโนมัติ ซึี่งผมขออธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องสแกนเนอร์ตัวนี้หน่อยคือสามารถสแกนงานได้ขนาดใหญ่สุดที่ 10*10*7.5 cm ให้ความละเอียดที่ตัวชิ้นงานได้ที่ 10um (0.01 mm) มีระบบการทำงานแบบ 3 แกนที่จะมุนตัวชิ้นงานเองอัตโนมัติ และใช้แสงในการสแกนเป็นแบบ Blue Light ส่วนนามสกุลไฟล์ที่เราได้จากการสแกนเสร็จนั้นคือ .STL หรือสามารถดูรีวิวเกี่ยวกับตัวเครื่องเพิ่มเติมได้ ที่นี่

AutoScan-INspec Desktop 3D Inspection System
รายละเอียดเกี่ยวกับตัวเครื่อง Autoscan-Inspec
พ่ยสเปรย์แป้งเพื่อให้ตัวงานสแสกนได้งานขึ้น ถ้าเป็นสีดำ มันเงา หรือใสจะสแกนไม่ได้
เริ่มการสแกนโดยตัวเครื่องจะหมุนชิ้นงานให้เราเองอัติโนมัติ
เมื่อสแกนเสร็จเรียบร้อยจะได้ไฟล์นามสกุล .STL ลักษณะตามนี้

ขั้นตอนการแก้ไข Revers Engineer โดยใช้ Solid Edge Software
มาถึงขั้นตอนนี้จะค่อนข้างยากนิดหนึ่งแต่สำหรับผู้ที่มีความสามารถทางด้าน Software การเขียน CAD 3D อยู่แล้วก็จะง่ายมากๆ เลยละครับ แต่สำหรับผมเองก็พอทำได้บ้าง ซึ่งเจ้า Software Solid Edge อันนี้จะเป็นตัวที่จะมีพร้อมๆ กับเครื่องสแกนเนอร์อยู่แล้วการใช้งานก็จะคล้ายๆ กับ SolidWorks เลยแต่เครื่องมือจะไม่ได้เหมือนกัน ไฟล์ที่เรานำมาเปิดเพื่อทำการ Revers Engineer ผมจะลดขนาดจาก Software ของเครื่องสแกนเนอร์ก่อนจาก 70MB ให้เหลืออยู่ 30MB เพราะว่าอะไร ถ้าไฟล์งานที่นำมาทำงานมีขนาดใหญ่เกินไปแน่นอนว่ากระตุกแน่ๆ ใน Software Revers Engineer ผมเลยเลือกที่จะลดให้ไฟล์เล็กลงแต่ความละเอียดของตัวงานนั้นจะยังเป็นที่ยอมรับได้อยู่เพราะเคสของนาฬิกาก็จะมีขนาดใหญ่กว่าตัวเรือนอยู่แล้ว ผมจะตั้ง Offset ของผิวงานให้ออกมาจากไฟล์ 3D scan ประมาณ 0.2-0.5 mm เพื่อชดเชยเมื่อนำไฟล์ที่ได้จากการ Revers Engineer นั้นไปพิมพ์ขึ้นตัวชิ้นงานจริงจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติในขึ้นตอนถัดไป การออกแบบผมเลือกที่จะทำเป็นชิ้นด้านบน และด้านล่างแยกกัน เพื่อป้องกันได้ทั้งตัวเรือนของนาฬิกาเราไปดูการออกแบบกันเลยดีกว่าครับ

Software Solid Edge ใช้ในการ Revers Engineer
Software Solid Edge ใช้ในการ Revers Engineer
Software Solid Edge ใช้ในการ Revers Engineer
Software Solid Edge ใช้ในการ Revers Engineer
ไฟล์งานที่พร้อมจะนำไปพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ
ไฟล์งานที่พร้อมจะนำไปพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

ขั้นตอนการขึ้นรูปต้นแบบด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ
ในขั้นตอนนี้ผมจะใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติ ของค่าย Formlabs Form3 เป็นเครื่องที่ใช้ระบบ SLA ที่ให้ความละเอียดสูงที่ 25um(0.025mm) และมีน้ำยาให้เลือกหลากหลายในการใช้งานบางชนิดน้ำยาสามารถนำไปใช้งานได้จริงด้วยปต่ผมได้เลือกน้ำยาที่ใช้งานต้นแบบคือ Standard Clear ก็คือเรซิ่นชนิดธรรมดาแต่เป็นสีใส ก่อนอื่นเลยเมื่อเรานำไฟล์ที่ได้มานั้นมาจัดเรียกตำแหน่งที่เหมาะสม ผมจะเลือกเอียงงานให้จุดแรกที่ขึ้นตัวงานนั้นเป็นจุกที่เล็กทีสุดและด้านบนจะเป็นส่วนที่ผมจะไม่อยากให้ส่วนที่เรียกว่า Support ไปแตะโดนเพราะเวลาเราแกะ Support ออกนั้นจะต้องนำมาขัดออกเองก็เลยจะเลือกด้านที่เป็นจุดที่มีพื้นที่ผิวที่เยอะและเรียบไปสัมผัสกับส่วน Support ความละเอียดที่ผมเลือกคือ 100um (0.1 mm) ก็จะใช้เวลาในการพิมพ์ประมาณ 3-4 ชั่วโมง เมื่อเราพิมพ์เสร็จเรียบร้อยแล้วก็ต้องนำไปล้างด้วยน้ำยาล้าง IPA และผมจะรีบนำไปเป่าด้วยปั้มลมเพื่อให้ตัวงานไม่เกิดคราบจากการล้าง เมื่อแน่ใจว่าแห้งเรียบร้อยแล้วให้นำตัวชิ้นงานไปอบประมาณ 10-15 นาที อุณหภูมิ 50-60 องศา เพราะงานมีความบางแค่ 1 mm ความบางทีอบนานไปตัวงานจะหดตัวค่อนข้างเยอะและอาจจะกรอบแตกง่าย จากนั้นนำมาแกะ Support ออก ส่วนจุดที่เป็นลอยนู้นๆ จาก Support ผมจะใช้กระดาษทรายเบอร์ 250/400/1000 ในการขัดแต่ง และถ้าเราขัดเสร็จเรียบร้อยแล้วทุกคนจะสังเกตุเห็นว่าจะเป็นคราบขาวๆ ที่เกิดจากการขัดด้วยกระดาษทรายนั้นปมจะใช้น้ำมันหล่อลื่นทาที่ตัวงานแล้วนำไปอบแห้งอีกครั้งโดยใช้เวลา 10 นาที อุณหภูมิที่ 50 องศา ก็เพียงพอแล้ว

การจัดเรียงงานเพื่อนำไปพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ Form3
ชิ้นงานเมื่อพิมพ์เสร็จแล้ว นำไปเป่าด้วยปั้มลม
ชิ้นงานเมื่อพิมพ์เสร็จแล้ว นำไปเป่าด้วยปั้มลม
นำชิ้นงานมาขัดด้วยกระดาษทราย ลบลอย Support
นำชิ้นงานมาขัดด้วยกระดาษทราย ลบลอย Support
นำมาลองประกอบกับตัวเรือนนาฬิกาจริง
นำมาลองประกอบกับตัวเรือนนาฬิกาจริง
นำมาลองประกอบกับตัวเรือนนาฬิกาจริง

Filamentย่อยสลายได้100%

Filamentย่อยสลายได้100%

บริษัทผลิตFilamentสำหรับ3D printer ในประเทศสาธารณรัฐเช็คประสบความสำเร็จการผลิตFilamentที่ทำจากวัสดุย่อยสลายได้แบบ100% โดยที่เจ้าFilamentตัวนี้จะเกิดจากการผสมกันระหว่างโพลีแลคติก(PLA)กับโพลีไฮดรอกบิวทิเรต(PHB) ที่จะทำให้เส้นตัวนี้มีความแข็งแรงมากขึ้นและยังมีคุณสมบัติที่ทนต่ออุณหภูมิสุงได้ถึงขั้นเอามาทำแก้วกาแฟได้เลย และที่สำคัญFilamentนี้ยังสามารถนำมาใช้ซ้ำได้ทั้งหมด

***โพลีไฮดรอกบิวทิเรต(PHB)คือ พลาสติกที่สังเคราะห์มาจากสารประกอบคาร์บอนของวัสดุอินทรียสาร โดยดั้งเดิมนำมาจากเซลล์ของจุลินทรีย์ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสุงทำให้ไม่เป็นที่นิยมในบ้านเราและใช้งานเฉพาะด้านเท่านั้น ต่อมาได้ทำการใช้สารประกอบคาร์บอนจากผลผลิตทางการเกษตรแทน เช่น อ้อย มันสำปะหลัง(แหล่งกำเนิดเดียวกับPLA)

ก่อนหน้านี้ได้มีการวิจัยพลาสติกย่อยสลายได้โดยการสรา้งออกโซ-ไบโอพลาสติก ซึ่งเป็นพลาสติกธรรมดาที่เติมสารที่ทีให้ย่อยสลายได้เมื่อมีออกซิเจน แต่อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถย่อยสลายได้หมดซึ่งอาจทำให้มีสารพิษตกค้างสู่พื้นดินและทะเล
การวิจัยในครั้งนี้ได้มีการร่วมมืแกันรหว่างผู้ผลิตกับมหาวิทยาลัยเทคนิคสโลวัคในประเทศสโลวาเกียเพื่อที่จะให้ได้ซึ่งพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้อย่าง100% โดยเป้าหมายหลักคือพลาสติกชนิดนี้ต้องสามารถนำไปใส่ในปุ๋ยหมักกับเศษอาหารจากโรงงานและจากครัวเรือนวึ่งการย่อยสลายจะเร็วกว่าPLAถึง3เท่าตัวเลยทีเดียว โดยสารPHBจะทำให้เกิดกระบวนการย่อยสลายได้เร็วขึ้น

Filament ชินดนี้ได้ใช้ในชื่อ NonOilen โดยคุณสมบัติเส้นชนิดนี้ทั่วๆไปนั้นมันคือPLAดีๆนี่เอง แต่สิ่งที่แตกต่างกันก็คือมีความแข็ง ความเหนียวที่เหนือกว่าถึงหลาเท่าตัวอีกทั้งยังสามารถทนความร้อนได้สูงถึง110องศาเซลเซียส(ABSทนได้อยู่ที่105องศาเซลซียส) และยังง่ายต่อการพิมพ์อย่างมากเพราะจะใช้อุณหภูมิที่180-195องศาเซลเซียส เมื่อพิมพ์ออกมาจะมีงานลักษณะเงาเป็นธรรมชาติ ชิ้นงานที่ถูกพิมพ์ออกมานั้นยังมีอายุที่ยาวนานและยังใช้กับอาหารได้ด้วย

ในการวิจัยFilamentชนิดนี้นั้นได้ทำการพิมพ์ชิ้นงานออกมาแล้วทำมาหลอมทำเส้นให่อีกครั้งอยู่หลายร้อยครั้งเลยทีเดียวก็ยังสามารถใช้ได้ แล้วเมื่อนำไปฝังกลบก็ยังสามารถย่อยสลายได้โดยที่ไม่มีสารพิษตกค้างอยู่ในดินเลย

จะเห็นว่าเส้นพลาสติกที่ผลิตจากกระบวนการรีไซเคิลหรือการใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนั้นเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆแต่ก็ยังมีขายเพียงน้อยชนิดเท่านั้น ซึ่งในอนาคต3D printerอาจจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทุกบ้านมีไว้ก็เป็นได้ ก่อนจะถึงขั้นนั้นวัสดุที่ไร้พิษภัยจะต้องมีมาเพื่อให้ทุกคนสรา้งสรรค์งานได้อย่างสบายใจ

Ray9 สมาย คอนเทนเนอร์ อุตสาหกรรม เลเซอร์เครื่องแรกออกตัวอย่างสวยงาม

Ray9 สมาย คอนเทนเนอร์ อุตสาหกรรม เลเซอร์เครื่องแรกออกตัวอย่างสวยงาม

จัดเครื่องเลเซอร์คัตเครื่องแรก ที่ บริษัท สมาย คอนเทนเนอร์ อุตสาหกรรม จำกัด

ได้สั่งซื้อ Ray9 Laser Cutting&Engraving ขนาดการทำงานที่ 900 x 600 mm. สามารถตัดและแกะสลักวัสดุได้หลากหลายมากๆ

สินค้าภายใต้ Ray ควบคุมการผลิตโดย Print3DD แบรนด์คนไทยที่ได้รับความไว้วางใจจากองค์กร บริษัทต่างๆ ทั่วประเทศ สินค้าพร้อมสอนการใช้งานจนเป็น

ทางเราจัดการส่งเครื่องถึงที่ และสอนการใช้งานเครื่องรวมไปถึงการใช้งานโปรแกรม RD Work สำหรับการใช้งานเลเซอร์

  • แหล่งกำเนิดแสง : CO2 Tube กำลัง 100Watt
  • การเคลื่อนที่ : XY Cartesian, Z ขึ้นลงแนวดิ่งด้วยระบบไฟฟ้าอัตโนมัติ Auto Focus
  • แผงควบคุม : หน้าจอสี 5นิ้ว, แสดงสถานะการทำงาน, ปุ่มกด, Numeric keypad
  • Software : RD Work (License แท้) รองรับไฟล์ CorelDraw, Photoshop, Auto CAD, illustrator, PLT, DST, DXF, BMP, DWG, AI, RD
  • OS : Window 7, 10 or Higher
  • การเชื่อมต่อ : Online-เชื่อมต่อผ่านคอมพิวเตอร์, Offline-สั่งงานผ่านที่แผงควบคุม, ผ่าน USB Drive, LAN, Wifi
  • Cutting Speed : 0-24000mm/min
  • Engraving Speed : 0-60000mm/min
  • Accuracy : 10-50Micron
  • Table : Honeycomb Aluminium
  • ระบบหล่อเย็น : Chiller CW3000 / Air Pump
  • Safety : Door Sensor, Cooling Sensor
  • วัสุดที่รองรับ : ไม้, แผ่นพลาสติกต่างๆ เช่น Acrylic, PolyCabonate, Plaswood, HIPS, ไม้อัด, ไม้จริง, หนัง, ยาง (วัสดุอโลหะ ชนิดต่างๆ)
  • เลเซอร์ระบุตำแหน่ง : สีแดง
  • ตัดอะครีลิกได้หนาสุด : 30mm

สอนตัวเครื่องและภายในกลไกต่างๆให้กับช่างประจำโรงงาน เพื่อให้เข้าใจและสามมรถตรวจสอบความผิดพลาดเบื้องต้นได้

 

ทดสอบการใช้งาน ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย ก่อนใช้งานจริง

 

ป้ายชื่อแกะสลักง่ายๆ ด้วย Ray6 Laser Cutting&Engraving

ป้ายชื่อแกะสลักง่ายๆ ด้วย Ray6 Laser Cutting&Engraving

ต้องขอเริ่มก่อนเลยว่าป้ายชื่อนั้นเป็นสิ่งเล็กๆที่จะช่วยให้ลูกค้าสามารถรับรู้ได้ทันทีว่าสิ่งของตรงหน้านั้นคืออะไร ประเภทไหน โดยที่ไม่จำเป็นต้องถามพนักงานขายทุกครั้งไป มันจึงเป็นสิ่งเล็กๆ ที่อาจจะสำคัญมากๆ เมื่ออยู่ในร้านที่มีสินค้ามากมาย

คราวนี้เรามาทำงาน Laser Cutting & Engraving กัน อย่างแรก เราจำเป็นต้องมีไฟล์เส้น Vector สำหรับการนำไปเลเซอร์ต่างๆ ที่สามารถสร้างตัวอักษรหรือรูปร่างต่างๆ ได้ โดยงานทำป้ายชื่อ แกะสลัก โปรเจคนี้เราได้ใช้โปรแกรม Adobe Illustrator ในการสร้าง object ขึ้นมา เนื่องจากเป็นโปรแกรมที่ใช้สรำหรับสร้างภาพงาน Vector โดยเฉพาะ และยังสามารถสร้างภาพกราฟฟิกต่างๆ ได้อย่างอิสระอีกด้วย

Adobe Illustrator โปรแกรมสำหรับงานสร้างภาพ Vector
ภาพหน้าต่างโปรแกรม Ai ที่กำลังทำงานอยู่

เราได้ทำการสร้างตัวอักษร ชื่อเครื่องพิมพ์ 3มิติ และ Solutions แบบต่างๆ เพื่อนำไปใช้ในการเลเซอร์ป้ายชื่อ โดยจะเห็นได้ว่า มันจำเป็นต้องแยกในแต่ละ Object เพื่อสร้างกลุ่มสำหรับการตั้งค่าเลเซอร์ที่แตกต่างกัน

หน้า Interface โปรแกรม RDWork โปรแกรมสำหรับทำงานเลเซอร์

 

ช่องสำหรับดูการตั้งค่าของแต่ละ Object

 

หน้าต่างสำหรับ เลือก Scan (แกะสลัก) Cut (ตัด)
หน้าต่าง Preview จำลองการทำงานก่อนนำไปตัดจริง
เครื่องทำงานเป็น Object แต่ละชิ้นๆ

Laser Cutting & Engraving โดยการแกะสลักและตัดออกมาเป็นแผ่นเพื่อนำไปติดตรงหน้าสินค้านั้นๆ โดยโปรเจคนี้ทางเราใช้เครื่อง เลเซอร์คัต ระบบ Co2 เคลื่อนแนว XY อย่าง Ray6 สินค้าตัวใหม่ล่าสุดจากทางร้าน 3DD ซึ่งเป็นเครื่องเลเซอรืที่มีคุณภาพดีตัดเฉียบคมและยังมีหน้าจอ LCD ในการใช้งานได้ ทำให้การทำงานสะดวกสามารถทำงานผ่าน USB ได้สบายๆ

สินค้าภายใต้ Ray ควบคุมการผลิตโดย Print3DD แบรนด์คนไทยที่ได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานราชการ องค์กร บริษัทต่างๆ ทั่วประเทศ สินค้าพร้อมสอนการใช้งานจนเป็น

แหล่งกำเนิดแสง : CO2 Tube กำลัง 60Watt
การเคลื่อนที่ : XY Cartesian, Z ขึ้นลงแนวดิ่งด้วยระบบไฟฟ้า
แผงควบคุม : หน้าจอสี 5นิ้ว, แสดงสถานะการทำงาน, ปุ่มกด, Numeric keypad
Software : RD Work (License แท้) รองรับไฟล์ CorelDraw, Photoshop, Auto CAD, illustrator, PLT, DST, DXF, BMP, DWG, AI, RD
OS : Window 7, 10 or Higher
การเชื่อมต่อ : Online-เชื่อมต่อผ่านคอมพิวเตอร์, Offline-สั่งงานจากแผงควบคุม, ผ่าน USB Drive, LAN, (Optional Wifi)
Cutting Speed : 0-24000mm/min
Engraving Speed : 0-60000mm/min
Accuracy : 10-50Micron
Table : Honeycomb Aluminium
ระบบหล่อเย็น : Water Pump / Air Pump
Safety : Door Sensor, Cooling Sensor
วัสุดที่รองรับ : ไม้, แผ่นพลาสติกต่างๆ เช่น Acrylic, PolyCabonate, Plaswood, HIPS, ไม้อัด, ไม้จริง, หนัง, ยาง (วัสดุอโลหะ ชนิดต่างๆ)
เลเซอร์ระบุตำแหน่ง : สีแดง
ตัดอะครีลิกได้หนาสุด : 20mm.

Logo Brand ต่างๆที่ทางร้านจัดจำหน่าย

งานนี้เราใช้แผ่นอะคลิลิกใสสีส้ม หนา 3 mm. ซึ่งเป็นวัสดุพื้นฐานของเลเซอร์คัตอยู่แล้ว ทำให้การตัดและแกะสลักออกมาง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก

ป้ายชื่อคเรื่องพิมพ์ 3มิติ Guider 2s
ป้ายชื่อคเรื่องพิมพ์ 3มิติ Guider 2s

นอกจากป้ายชื่อ เครื่องพิมพ์ 3มิติ แล้ว เรายังทำป้ายชื่อ Solutions ต่างๆ ติดตามชั้นวางโมเดลในร้านด้วย เพื่อเป็นการบ่งบอกถึง ที่มาของโมเดลนั้นๆ ว่ามาจากการใช้งานของเทคโนโลยีการพิมพ์ 3มิติ แบบใด

แค่นี้เราก็ได้ชิ้นงานป้ายชื่อสวยๆ มาติดตามจุดต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าที่เข้ามาในร้านได้เห็นและเข้าใจว่าจุดนี้คืออะไร ง่ายๆแค่นี้คุณเองก็ทำได้ครับบบบ^^

 

 

ลูกค้า มหาวิทยาลัยราชมงคลพระนครวิทยาเขตพระนครเหนือ Max400

ลูกค้า มหาวิทยาลัยราชมงคลพระนครวิทยาเขตพระนครเหนือ Max400

ขอต้อนรับเข้าสู่ห้องปฏิบัติการ สถาบันสหวิทยาการดิจิทัลและหุ่นยนต์ มหาวิทยาลัยราชมงคลพระนครวิทยาเขตพระนครเหนือ ที่รวบรวมเทคโนโลยีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Robot  Arm และอุปกรณ์ การวิจัยและเรียนรู้อื่นๆ

โดยครั้งนี้ทางแลปได้ทำการสั่งซื้อ เครื่องพิมพ์ 3มิติ FullScale Max400 เครื่องพิมพ์พลาสติดระบบ FDM ที่มีขนาดการพิมพ์อยู่ที่ 400 x 300 x 300 mm. ทำให้การใช้งานพิมพ์ต้นแบบมีขนาดที่ใหญ่พอสำหรับการวิจัยได้

ทางร้านได้ทำการส่งของถึงที่พร้อมสอนการใช้งานเครื่องและการใช้งานโปรแกรมเตรียมพิมพ์อย่างละเอียด เพื่อให้ลูกค้าได้ใช้งานจริงได้ทันที

กระเป๋าไม้เก๋ๆ น่ารักแบบไม่เหมือนใครด้วย Laser cutter CO2

กระเป๋าไม้เก๋ๆ น่ารักแบบไม่เหมือนใครด้วย Laser cutter CO2

เอาใจสาวๆ หรือคนที่ชอบกระเป๋า ชอบการออกแบบเราจะขอชวนให้มาออกแบบกระเป๋าใช้งานเองง่ายๆ เพียงแค่ใช้โรแกรม Illustrator หรือโปรแกรมออกแบบเป็นกับงานร่วมกับเครื่อง Ray6 Smart CO2 Laser-Cutter ซึ่งไม่ว่าจะตัด แกะสลักลวดลายต่างๆ ก็สามารถทำได้สบายๆ ใครที่ไม่อยากจะใช้กระเป๋าแบบเดิมๆ แล้วลองเปลี่ยนมาเป็นไม้ดูสีของไม้นั้นช่างดูคลาสิกเสียจริงๆ ยิ่งมองยิ่งน่ารักอย่างเช่นเคยเราได้ออกแบบผ่านโปรแกรม Adobe Illustrator เช่นเคยเพราะเขียนเส้นแบบ Vector ได้ดีกว่าโปรแกรมอื่นๆ และใช้งานง่าย ขนาดกระเป๋าที่เราจะทำนั้นอยู่ที่ 12x20x5 เซนติเมตร ใช้ไม้กระดานที่มีความหนา 3 มิลลิเมตร

ออกแบบด้วยโปรแกรม Adobe Illustrator ให้เป็น Vector

รายการอุปกรณ์และเครื่องมือ
1. โปรแกรม Adobe Illustrator, RDWork หรือโปรแกรมอื่นๆ
2. ไม้กระดาน หนา 3 มิลลิเมตร
3. แม่เหล็กแผ่นกลม 4 อัน
4. เครื่อง Ray6 Smart CO2 Laser-Cutter
5. สายกระเป๋า (หนัง, ผ้า, ยาง)
6. กาวร้อน
7. กรรไกร

รูปภาพอุปกรณ์

ขั้นตอนการออกแบบ
เริ่มการออกแบบด้วยโปรแกรม Adobe Illustrator ใช้วาด vector เส้นตามที่เราต้องการจะตัดหรือแกะสลักลงบนไม้ขนาดที่เราออกแบบไว้จะอยู่ที่ 12x20x5 เซนติเมตร และได้ใส่ QR code ไว้ด้ยที่ด้านข้างของกระเป๋าจะสามารถสแกนเข้าไปที่เว็ปไซด์ของทางร้านเราได้เลยทันทีส่วนอีกด้านนั้นจะมีเป็น Logo ตามที่ออกแบบไว้ และที่เป็นฝาของกระเป๋าจะมีคำที่เป็นตัวอักษรเวลาเราพิมพ์กน็ปกติเลย แต่เมื่อจะทำการ save ออกมาใช้งานจะต้องเป็นให้เป็น vector เสียก่อนให้คลิกขวาที่ข้อความนั้นๆ แล้วเลือก create outline ถ้าไม่ทำขั้นตอนนี้เวลานำไปเปิดในโปรแกรม RDWork จะไม่มีข้อความปรากฏขึ้นมาให้ เมื่อออกแบบเสร็จแล้วให้ทำการ Export ออกมาเป็นนามสกุล .DXF

ขั้นตอนการสร้างไฟล์ Cutting ด้วยโปรแกรม RDWork
เปิดโปรแกรม RDWork ขั้นมาทำการ import ไฟล์ที่เรา export ออกมาจาก Adobe Illustrator เพื่อจะทำการเลือกส่วนที่ต้องการกำหนดให้มีการตัด แกะสลัก ตามจุดต่างๆ ที่เราต้องการโดยเราจะกำหนดดังนี้
-สีดำ กำหนดเป็น Cut /ค่าการใช้งาน Speed 10-15 mm/s, Power 90%
-สีแดง กำหนดเป็น Scan /ค่าการใช้งาน Speed 100 mm/s, Power 40%
-สีน้ำเงิน กำหนดเป็น Scan /ค่าการใช้งาน Speed 100 mm/s, Power 60%
เมื่อตั้งค่าตามนี้ได้เรียบร้อยแล้วก็กด SaveToUFile ออกมาเป็นนามสกุล .rd เพื่อนำไปเปิดในเครื่อง Ray6 Smart CO2 Laser-Cutter ในขั้นตอนการตัด

การตั้งค่าในโปรแกรม RDWork เพื่อจะตั้งค่าการเลือกตัดหรือแกะสลัก
การตั้งค่าในโปรแกรม RDWork เพื่อจะตั้งค่าการเลือกตัดหรือแกะสลัก

ขั้นตอนการตัดด้วย Ray6 Smart CO2 Laser-Cutter
นำ USBDrive มาเสียบที่ตัวเครื่อง Ray6 Smart CO2 Laser-Cutter และเลือกไฟล์ที่เราต้องการจะสั่งตัด จากนั้นนำปผ่นไม้กระดานไปวาง ณ ตำแน่งที่เหมาะสมของตัวเครื่องและสั่ง start ได้เลย เมื่อทำการตัดเรียบร้อยจะได้ชิ้นงานออกมาเป็นประมาณนี้













งานออกแบบ D.I.Y ชั้นวางของด้วย Ray6 Smart CO2 Laser-Cutter

งานออกแบบ D.I.Y ชั้นวางของด้วย Ray6 Smart CO2 Laser-Cutter

วันว่างๆ ก็ปิ๊งไอเดียดีๆกับงานออกแบบ ซึ่งต้องขอย้อนความไปก่อนเลยว่าทำไมถึงเกิดบทความนี้ขึ้นมาได้ เพราะได้เห็นเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ ที่ทางร้านได้มีตั้งโชว์ไว้หน้าร้านเพื่อไว้ให้ทางลูกค้าดูหรือทดสอบโดยจะมีหลากหลายรุ่น เช่น Einscan Pro 2Xseries, Einscan Pro HD, Einscan H และ Einscan HX นั้นจะมีการวางไว้แบบไม่ได้เป็นระเบียบเลย บางทีสายก็พันกันไปมาจะใช้งานครั้งๆ หนึ่งต้องไปหยิบแกะออกมามันน่าจะเป็นสิ่งที่ดูไม่ดีถ้าลูกค้าที่เข้ามาชมสินค้าของทางร้านเราและอีกอย่างถ้าไม่วางหรือจัดเก็บตัวเครื่องไม่ดีนั้นอาจจะทำให้ตัวเครื่องได้รับความเสียหายได้ และประจวบเหมาะกับที่ทางร้านของเราเป็นผู้จำหน่ายทั้ง 3D Printer, 3D Scanner และ Laser cutter จึงมีความคิดว่าควรจะนำสิ่งที่เรามีนั้นมาออกแบบชั้นวางของดีไหมเครื่องสแกนเนอร์ที่วางโชว์หน้าร้านจะได้เป็นระเบียบเรียบร้อย เอาจริงๆ นะะถ้าใครที่กำลังมองหาเครื่องมือที่จะนำไปต่อยอดธุรกิจต่างๆ ที่กำลังจะเริ่มต้น หรือหาแนวทางอยู่สิ่งนี้ก็เป็นที่น่าสนใจอย่างมากเลยทีเดียว ในบทความนี้เราก็จะมาทั้งสอนทั้งรีวิวด้วยว่าเราทั้งเครื่องมืออะไรบ้างในการออกแบบชั้นวางของออกมาที่ได้เห็นดังภาพบางคนอาจจะนำไปทำตู้ใส่ของ โคมไฟ งานอาร์ตแบบแนวๆ ก็ได้เพราะเครื่อง Laser cutter มีหลากหลายขนาดและสามารถนำไปต่อยอดได้มากมาย เดี๋ยวเรามาเข้าเรื่องในการออกแบบกันเลยดีกว่าครับ จะมีขั้นตอนตามลำดับดังนี้เลย

1. การออกแบบ Design Products

การออกแบบทางเราจะออกแบบด้วยโปรแกรม Illustrator โดยขนาดที่ใช้จะ 600×400 มิลลิเมตร ที่สำคัญพยายามออกเป็นหน่วยมิลลิเมตรนะครับ เพราะว่าเมื่อนำไปเข้าโปรแกรมที่จะ cutting นั้นขนาดจะได้ไม่เพี้ยน การออกแบบด้วย Illustrator นั้นก็ใช้เครื่องมือวาดตามปกติเลย ถ้าใครที่ไม่ถนัดโปรแกรมนี้อาจจะใช้เคื่องมืออื่นได้สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเครื่อง Laser cutter ในความคิดที่เราออกแบบนั้นชั้นวางจะต้องวางเครื่องสแกนเนอร์ที่เรามีได้ทั้งหมดที่เป็นแบบ Handheld ทั้ง 4 รุ่น Einscan Pro 2X series, Einscan Pro HD, Einscan H และ Einscan HX แล้วที่ด้านล่างของชั้นวางจะต้องมีช่องลิ้นชักที่ไว้เก็ยสายไฟ สายเชื่อมต่อUSB หรือ Marker สำหรับการใช้งานติดชั้นงานสแกนแค่ลิ้นชักสำหรับเก็บของนั้นยังไงพอเพราะเครื่องสแกนเนอร์บางรุ่นจะต้องใช้สเปร์ยแป้งหรืออุปกรณ์อื่นๆ อีกก็เลยออกแบบให้ที่ด้านลังของชั้นวางมีช่องวางเพื่อไว้ใส่ของอื่นๆ เพิ่มเติม ชั้นวางที่ได้อออกแบบไว้นั้นจะมีขนาด 300×500 มิลลิเมตร จากนั้นจะทำการ Export file ออกมาเป็น .DXF เพื่อนำไปเปิดในโปรแกรม RD Work ในขั้นตอนต่อไป

โปรแกรม Illustrator CC สำหรับการออกแบบ
Layout ต้นแบบชั้นวาง
ผนังด้านข้างซ้ายและขวา
ช่องแบ่งตัวเครื่องสแกนเนอร์ และผนังด้านหลัง
ช่องใส่ของที่เป็นส่วนของลิ้นชัก 2 ส่วน

2.การตั้งค่าเพื่อสั่งการตัดด้วย Laser Cutter รุ่น Ray6 Smart Co2 Laser ขนาด 600×400 มิลลิเมตร
โปรแกรมที่ใช้สั่งงานเครื่องรุ่นนี้จะใช้โปรแกรม RD Work (License แท้) รองรับไฟล์ที่เป็น CorelDraw, Photoshop, Auto CAD, illustrator, PLT, DST, DXF, BMP, DWG, AI, RD ซึ่งโปรแกรมนี้จะสามารถใชได้กับเครื่อง Laser Cutter ได้หลากหลายโดยเราสามารถกำหนดขนาดที่ต้องการจะทำงานได้ โดยขนาดที่เราจะใช้คือ 600×400 มิลลิเมตร ส่วนวัสดุที่เลือกใช้จะเป็นไม้กระดานขนาด 3 มิลลิเมตร กับแผ่นอคลิลิค 3 มิลลิเมตร ในโรแกรมเราสามารถเลือกการตั้งค่าได้ว่าเราจะ Cut,Scan, Dot, หรือ Pen เพื่อให้เหมาะสมกับรูปแบบของานที่เราต้องการซึ่งอันนี้ทางเราจะเลือกเป็น Cut เพราะต้องการตัดและนำแต่ลพชิ้นส่วนมาประกอบ



โดยหลักแล้วเราจะมีการปรับไม่ค่อยมากในโปรแกรม RD Work คือ
– จุดที่ (1) เป็น Layout ที่เราจะไว้ทำงานเหมือนขนาดที่เราจะตัดงานได้ แต่ไม่ควรจะวางชิ้นงานที่เราออกแบบไว้ใกล้กันมากเกินไป ปกติจะเว้นไว้ประมาณ 2 มิลลิเมตร
– จุดที่ (2) เป็นการตั้งค่าความเข้มของ Laser ส่วนมากถ้าตัดจะใช้ 90% แต่ต้องแล้วแต่กำลังของเครื่องแต่ละรุ่นด้วยของทางเราเครื่องมีกำลังที่ 60Watt ถ้าเครื่องที่มีกำลังเยอะกว่านี้อาจจะใช้ค่านี้น้อยลงตามลำดับก็สามารถตัดขาดแล้ว และยังสามารถเลือกความเร็วในการ cut ได้ด้วย
– จุดที่ (3) เป็นการกำหนดค่ากำลัง Laser และรูปแบบการทำงาน Cut,Scan, Dot, Pen ตามที่เราต้องการ สามารถกำหนดค่าหรือรูปแบบการยิ่ง Laser ได้หลายรูปแบบตาม Layer ของสีนั้นๆ ที่เราเลือกไว้ใน 1 file งานที่ต้องการทำงาน
– จุดที่ (4) เป็นการ Export ไฟล์ออกเพื่อนำไปสั่งงานที่เครื่อง Laser cutter

3. การใช้งานตัวเครื่อง Laser Cutter รุ่น Ray6 Smart Co2 Laser ขนาด 600×400 มิลลิเมตร
เรานำ USB Drive ที่ได้ save งานไว้มาเสียบที่ตัวเครื่องจากนั้นให้ copy file ลงที่ตัวเครื่องไฟล์ที่ใช้งานจะเป็น .rd ด้วยตัวเครื่องจะมาพร้อมกับตัวควบคุม Ruida 6445 รุ่นใหม่ ที่สามารถควบคุมการทำงานได้หลากหลายและง่าย หน้าจอใหญ่สามารถเห็นภาพก่อนที่จะสั่งเริ่มการ cut ได้ เครื่องตัดและแกะสลักด้วยเลเซอร์ชนิด CO2 รองรับทั้งการตัดและแกะสลัก วัสดุอโลหะ แผ่นพลาสติก, Acrylic, HIPS, Plywood, พลาสวูด, หนัง, ผ้า และ อื่นๆ ซึ่งที่จริงสามารถสั่งงานผ่าน Computer, USB Drive, LAN หรือ Wifi แล้วแต่ว่าเราจะสะดวกแบบไหนแต่ที่เราเลือกคือ USB Drive

4.การประกอบชั้นวางเครื่องสแกนเนอร์
การประกอบจะทำมาเป็นช่องๆ ไว้อยู่แล้วจนาดจะประมาณ 30*3 มิลลิเมตร จุดที่เป็นไม้นั้นจะใช้กาวร้อนในการเชื่อมต่อแต่ละชิ้นเข้าด้วยกัน ส่วนชิ้นที่เป็น Acrylic จะใช้น้ำยาเชื่อมพลาสติกในการติดลองดูในวีดีโอได้นะครับ



รู้จักการทำแม่พิมพ์(Mold)สำหรับการฉีดขึ้นรูปพลาสติกด้วย 3D Printing

รู้จักการทำแม่พิมพ์(Mold)สำหรับการฉีดขึ้นรูปพลาสติกด้วย 3D Printing

ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติกส่วนใหญ่บนโลกใบนี้นั้นขึ้นรูปโดยการฉีดขึ้นรูปโดยการใช้แม่พิมพ์(Mold) แต่การผลิตแม่พิมพ์ขึ้นมานั้นมีราคาค่อนข้างแพงและต้องใช้เวลานานเพราะแม่พิมพ์ส่วนใหญ่นั้นทำจากโลหะจึงทำการที่จะผลิตชิ้นงานจำนวนน้อยชิ้น

แม่พิมพ์(Mold) ที่ทำจาก High Temp Resin

ระบบการพิมพ์ SLA นั้นเป็นทางเลือกหนึ่งที่คุ้มค่าสำหรับการพิมพ์แม่พิมพ์เพื่อนำมาใช้ในการขึ้นรูปโมลด์อลูมิเนียม ด้วยวัสดุเรซิ่นที่มีคุณสมบัติแข็งและมีความเป็นไอโซโทรปิค(มีความสม่ำเสมอของเนื้อวัสดุ) และตัววัสดุเองก็ยังความสามารถในการเบี่ยงเบนความร้อนได้มากถึง238องศาเซลเซียส ที่ความดัน 0.45 เมกะปาสคาส นั่นหมายความว่าสามารถทนความร้อนและแรงดันเพียงพอที่จะทำแม่พิมพ์

ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติแบบตั้งโต๊ะที่ราคาไม่แพง วัสดุทนความร้อน และเครื่องฉีดพลาสติก ทำให้เป็นไปได้ที่จะทำการสร้างแต่พิมพ์ต้นแบบได้ทันทีที่บ้านเพื่อที่จะสร้างชิ้นงานต้นแบบขนาดเล็กในปริมาณที่ไม่สูงมาก(ประมาณ10-1000ชิ้น)
การพิมพ์แม่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติจะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาลงอย่างมากเมื่อเทียบกับการหล่อแม่พิมพ์โลหะ อีกทั้งยังช่วยให้ทีมวิศวกรได้ทำการปรับปรุงแม่พิมพ์ได้อย่างต่อเนื่องทำให้การพัฒนาแม่พิมพ์ทำได้อย่างต่อเนื่องด้วยต้นทุนที่ต่ำ

เครื่องพิมพ์ระบบ SLA เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการทำแม่พิมพ์ คุณลักษณะของระบบนี้คือการพิมพ์งานที่ได้พื้นผิวที่เรียบเนียนและมีความแม่นยำสูงมาก นั่นทำให้หลังจากพิมพ์งานมาแล้วทำให้แม่พิมพ์นำไปใช้ได้เลย
งานพิมพ์จากรระบบSLA มีพันธะเคมีที่แข็งแรง มีความหนาแน่นของชิ้นงานมากและมีความเป็นไอโซโทรปิกที่สูงมากอีกด้วย(มีความสม่ำเสมอของเนื้อชิ้นงาน) การทำจะสร้างงานที่มีความละเอียดสูงเช่นนี้แทบจะเป็นรไปไม่ได้เลยที่จะผลิตงานนี้บนเครื่องพิมพ์ระบบFDM

เพื่อที่จะทำแม่พิมพ์ ทางFormlabs ได้ทำการพัฒนา High Temp Resin(เรซิ่นทนความร้อนสูง) ที่สามารถเบี่ยงเบนความร้อนได้มากถึง 238 องศาเซลเซียส ที่ความดัน 0.45 เมกะปาสคาล ตัวเรซิ่นตัวนี้ยังสามารถทนความร้อนได้เป็นเวลานานแต่ใช้เวลาในการเย็นตัวน้อย

High Temp Resin

แต่เรซิ่นตัวนี้จะค่อนข้างเปราะ ถ้าหากใช้กับงานที่มีความซับซ้อนสูงอาจทำให้บิดงอหรือแตกหักได้ สำหรับงานบางประเภทนั้นการที่จะใช้งานได้หลายครั้งยังเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก

เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการปล่อยเรซิ่น Rigid 10K ซึ่งเป็นวัสดุเกรดอุตสาหกรรมที่ผสมใยแก้วเป็นจำนวนมากจึงทำให้รองรับรูปทรงเรขาคณิตต่างๆได้เป็นอย่างดี จึงเหมาะมากแก่การทำแม่พิมพ์

Rigid 10K Resin

เนื่องจากตัวเรซิ่นRigid 10K สามารถเบี่ยงเบนความร้อนได้มากถึง218 องศาเซลเซียส ที่ความดัน 0.45 เมกะปาสคาล และยังทนทานต่อแรงดึงได้อย่างมหาศาลที่ค่าTensile modulus เท่ากับ 10,000 เมกะพาสคาล ทำให้เรซิ่นชนิดนี้แข็งแกร่งแบบสุดขีด มีการรักษาอุณหภูมิที่คงที่ทำให้ผลิตงานได้เป็นหลักพันชิ้นด้วยแม่พิมพ์ที่ทำจากRigid 10K เพียงอันเดียว

เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นจะมีตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติต่างๆของเรซิ่นแต่ละชนิดให้เข้าใจมากขึ้น

เปรียบเทียบคุณสมบัติเรซิ่น

การทำพิมพ์งานจากแม่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์SLA
ความยุ่งยากของการพิมพ์งานด้วยแม่พิมพ์คือชิ้นงานที่มีลักษณะซับซ้อนและโครงสร้างของแม่พิมพ์ที่ซับซ้อนด้วย เราสามารถใช้เทอร์โมพลาสติกกับแม่พิมพ์ที่มาจากการพิมพ์สามมิติ ตัวอย่างเช่น PP,PE,TPU,TPE,POM หรือ PA ซึ่งเป้นวัสดุที่มีความหนืดต่ำซึ่งจะช่วยลดความดันและยังช่วยยืดอายุของแม่พิมพ์ได้อีกด้วย

ขั้นตอนการฉีดขึ้นรูปด้วยแม่พิมพ์3D Printing

การพิมพ์สามมิตินั้นกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถช่วยให้ส่วนงานการวิจัยพัฒนานั้นง่ายและเร็วมากขึ้น ในอนาคต3D printing จะเข้าไปอย่ในทุกงานและทุกวงการในไม่ช้า

Formlabs ผู้เดินหน้าด้วยงานวิจัยเพื่อเครื่องพิมพ์ระบบSLAคุณภาพสูงและสุดยอดวัสดุเพื่อการพิมพ์สามมิติ

Formalabs Resin for molding

ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพด้วยEinscan

ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพด้วยEinscan

Lincoln Continental รถหรูสุดคลาสิกจากบริษัท Lincoln ที่ได้ร่วมมือในการผลิตกับทาง Ford ซึ่งตัวรถได้ออกมาตั้งแต่ปี1967 ซึ่งเป็นรถที่มีสเน่ห์ที่ให้อารมณ์ความหรูหราแบบยุค70 และเป็นที่ชื่นชอบของนักสะสมเป็นอย่างยิ่ง

Lincoln Continental ปี 1967

ปัญหาของรถคลาสสิกข้อใหญ่คือ อะไหล่ส่วนใหญ่หาไม่ได้แล้วเนื่องจากไม่มีการผลิตรถรุ่นนี้แล้ว อีกทั้งตัวรถก็มีอายุอย่างน้อย40ปีเข้าไปแล้วทำให้อะไหล่ก็เริ่มหายากมากขึ้นเรื่อยๆจนบางชิ้นก็ไม่มีอีกแล้ว การใช้สแกนเนอร์สแกนส่วนที่ต้องการเป็นทางออกที่ดีที่สุด
ชิ้นส่วนที่ต้องการครั้งนี้คือ ฝาครอบลำโพงด้านขวาที่อยู่บริเวณข้างล่าง แน่นอนว่าการจะหาอะไหล่ส่วนนี้กับรถที่มีอายุขนาดนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้แล้ว

ขั้นแรกจะทำการสแกนในบริเวณที่ต้องการโดยใช้Einscan Pro2x จากนั้นจะนำไฟล์สแกนไปปรับแต่งผิวให้สมบูรณ์ให้มากที่สุด

ขั้นตอนต่อมาคือการนำไฟล์.STLที่ได้จากขั้นตอนการสแกนมาเป็นแบบเพื่อร่างแบบโครงสร้างของชิ้นส่วนที่ต้องการ

การที่นำไฟล์ที่ได้จากการสแกนจะทำให้เราได้ขนาดของพื้นที่ที่แม่นยำมากและทำให้ลดเวลาในการวัดขนาดของพื้นที่ที่ต้องการแล้วนำมาขึ้นแบบอีกครั้ง

หลังจากที่ไฟล์ที่ต้องการเสร็จแล้วก็จะนำไฟล์นั้นมาพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติแบบFDMเพื่อให้ได้ชิ้นงานออกมา

และเมื่อได้ชิ้นงานออกมาแล้วก็จะทำการทดลองไปสวมใส่กับรถจริง

การพิมพ์ด้วยระบบFDMนั้นจะประหยัดค่าวัสดุมากเมื่อเทียบกับการพิมพ์ระบบอื่นรวมถึงการขึ้นรูปชิ้นงานด้วยวิธีต่างๆ หากงานที่พิมพ์ออกใส่ไม่ได้การพิมพ์ใหม่ค่าใช้จ่ายก็จะไม่สูงมาก

เครื่องพิมพ์ระบบFDM ขนาดใหญ่ที่เหมาะกับงานทุกระดับ

หลังจากที่ได้ชิ้นงานที่สมบูรณ์แล้ว ขั้นตอนสุดท้ายก็จะเป็นการตกแต่งชิ้นงาน ทำสี ติดพรม ให้ดูเข้ากับตัวรถจนรู้สึกว่าเหมือนกับเป็นของเก่าเลยทีเดียว

Einscan จาก Shining3D