fbpx

SafeKey from Copper 3D Printing Filament ทองแดงช่วยเราได้

SafeKey from Copper 3D Printing Filament ทองแดงช่วยเราได้

สถานการณืโควิด-19ในปัจจุบันภายในประเทศเริ่มมีความปลอดภัยมากขึ้นแต่กลับกันต่างประเทศมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆและดูเหมือนจะยาวนานกว่าที่คิดไว้ การดูแลตัวเองนั้นขึงเป็นสิ่งสำคัญมากๆเพื่อให้ลดการติดเชื้อ ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มากมายเพื่อรับกับสถานการณ์ในปัจจุบันได้🤟

ตัวอย่างที่เป็นเหมือนผลิตภัณฑ์ใหม่และแพร่หลายมากขึ้นที่เกิดมาเพื่อลดการสัมผัสสิ่งรอบตัวอย่าง SafeKey

อุปกรณ์ชิ้นเล้กๆแบบพกพาที่ช่วยให้การใช้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง โดยมีหน้าที่หลายๆ หน้าที่ซึ่งแล้วแต่คนออกแบบจะใส่ฟังก์ชันลงไป ซึ่งหลักๆ ที่คนเรามักจะสัมผัสกันประจำอย่างลูกบิดประตู การกดลิฟต์ หรืออื่นๆที่ใช้มือสัมผัส ตัว SafeKey เป็นเหมือนตัวเสริมมือเราให้ตัว SafeKey นั้นสัมผัสแทนนิ้วหรือมือเรานั่นเอง

แต่เนื่องจาก SafeKey ที่มีอยู่ทั่วไปนั้นเป็นพลาสติก เพราะต้นทุนต่ำและหาได้ง่าย แต่ก็ยังเสี่ยงที่เชื้อขะติด SafeKey ไปด้วยแล้วเราก็สัมผัส SafeKey อีกต่อหนึ่ง มันจึงกลายเราคิดว่าปลอดภัยกลับไม่ปลอดภัย 100%

ทำให้ผู้คนมากมายหาวิธีการต่างๆในการพัฒนาตัว SafeKey นั้นให้ปลอดภัยมากขึ้น ตัวอย่างเช่น การนำ Copper มาใช้เป็นวัสดุในการทำ SafeKey แต่การจำหล่อทองแดงให้ออกมาเป็นชิ้นงานนั้นต้นทุนค่อนข้างสูงและบุคคลทั่วไปไม่อาจจะทำได้ง่าย ต้องมีอุปกรณ์และพื้นพี่แถมยังเสี่ยงอันตรายในการหล่อหากผู้ทำนั้นไม่มีความชำนานมากพอ ทำให้มีผู้คิดค้นและพัฒนานำการพิมพ์3มิติเข้ามาใช้ เป็นพิมพ์ SafeKey จาก Copper 3D Printing Filament

คิดค้นและออกแบบ3D พร้อมกับพิมพ์ออกมาจนได้รับรางวัลกันเลียทีเดียว โดยฟังก์ชันของเจ้าตัวนี้มีดีดังนี้

การใช้ ทองแดง เป็นวัสดุการพิมพ์นั้นช่วยให้ลดการจิดเชื้อได้มากขึ้นเลยทีเดียว

ซึ่งอันที่จริงแล้ววัสดุ Copper Filament นี้มีมานานมากแล้ว เนื่องจากคุณสมบัติต่างๆ ไม่ว่าจะนำไฟฟ้าหรือความร้อน ก็เอามาปรับใช้ในการพิมพ์อะไหล่เครื่องจักรได้ แต่ว่าพึ่งได้นำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในระดับครัวเรือนเมื่อไม่นานมานี้ จากงานวิจัยเกี่ยวกับทองแดงที่มีผลต่อการฆ่าเชื้อนั้น ทำให้ผู้คนต่างๆนำทองแดงไปปรับใช้กันอย่างแพร่หลายมากขึ้นปัจจุบัน

 

แต่ท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าอุปกรณ์ของเราจะดีแค่ไหน ยังไงเราก็ต้องหมั่นดูแลตัวเอง ล้างมือบ่อยๆ สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกข้างนอกเป็นประจำเสมอ ลดการสัมผัสและพูดคุยซึ่งหน้า เพื่อเป็นการเลี่ยงการติดเชื้อที่ดีที่สุด🥰

ดูแลสุขภาพและพิมพ์งาน 3D ให้สนุกนะครับบบบ

 

 

บทสัมภาษณ์ Hayco: การใช้เครื่องพิมพ์ 3D ในการพัฒนาสินค้า

บทสัมภาษณ์ Hayco: การใช้เครื่องพิมพ์ 3D ในการพัฒนาสินค้า

ในปี 1892 นาย William E Hay ได้ก่อตั้งโรงงาน South Australian Brush Company ในออสเตรเลียทำแปรงชนิดต่าง ๆ ที่ใช้ในบ้านจนเป็นที่นิยมเรียกกันติดปาก จากนั้นในปี 1983 หลานของนาย William ชื่อ Donald Hay เห็นว่าตลาดในเอเชียกำลังเจริญเติบโต จึงได้เปิดบริษัทใหม่ในฮ่องกงชื่อว่า Hayco

โดยที่ธุรกิจดั้งเดิมของครอบครัวเริ่มจากการทำแปรง Hayco ได้เปิดโรงงานฉีดพลาสติกขึ้นในเมืองเสิ่นเจิ้น ประเทศจีน ได้ประสบความสำเร็จ มีความเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว มีพนักงานกว่า 6,000 คนและเปิดอีกหลายโรงงานทั้งในจีน และสาธารณรัฐโดมินิกัน

นับแต่เปิดบริษัทมา Hayco ได้ผลิตสินค้าเกี่ยวกับการทำความสะอาดบ้านที่มีชื่อเสียงมากมาย หลายยี่ห้อ และมีโรงงานพลาสติกของตัวเอง Hayco ได้รับจ้างออกแบบ และผลิตแปรงสีฟันไฟฟ้าระดับพรีเมี่ยมให้กับผู้นำตลาดด้านการดูแลสุขภาพในช่องปาก หลายยี่ห้อรวมถึง Philips และ Church & Dwight มานานกว่า 18 ปี และส่งออกแปรงสีฟันไฟฟ้าไปทั่วโลกกว่า 20 ล้านด้ามต่อปี

เราจะมาเรียนรู้ว่าทีมวิศการของ  Hayco ใช้ประโยชน์จากเครื่องพิมพ์สามมิติในการพัฒนาสินค้า และทำต้นแบบที่มีความละเอียด อีกทั้งยังเข้ากันได้กับร่างกายมนุษย์ เพื่อใช้ในการทดสอบก่อนเริ่มผลิตจริง ได้อย่างไร

โรงงานของ Hayco ในเมืองเสิ่นเจิ้น ประเทศจีน

ผู้บุกเบิกการใช้เครื่องพิมพ์สามมิติ

ด้วยความเป็นผู้ผลิตที่ประวัติอันยาวนาน และมีนวัตกรรมการออกแบบที่เป็นหนึ่ง Hayco ได้เริ่มนำเครื่องพิมพ์สามมิติมาช่วยในการผลิตมาตั้งแต่ปลายยุค 90 ซึ่งมีทั้งเครื่องพิมพ์ชนิด fused deposition modeling (FDM) และ selective laser sintering (SLS) โดยมีนาย Hoss Vong ซึ่งขณะนี้เป็นผู้จัดการอาวุโสเป็นผู้ริเริ่ม

“ตอนนั้นเครื่องพิมพ์สามมิติมีความแตกต่างกันมากกับเครื่องพิมพ์สามมิติในปัจจุบันนี้ เครื่องที่เรามีเป็นเครื่องระดับอุตสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่ ต้องมีการอบรมการใช้งานมาก และราคายังแพงมาก ๆ ทั้งตัวเครื่อง และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา” นาย Vong กล่าว

การหาวัสดุที่เหมาะสมสำหรับส่วนประกอบต่าง ๆ

ในการออกแบบแปรงสีฟันใหม่สักอันหนึ่ง ส่วนประกอบต่าง ๆ ของมันจะต้องมีคุณสมบัติเฉพาะทำให้มีผลกระทบกับการหาวัสดุที่จะมาทำต้นแบบ ยกตัวอย่างเช่นตัวถังด้านนอกต้องเรียบเนียน และทนทาน ส่วนโครงด้านในต้องแข็งและเที่ยงตรงเพื่อให้ใส่อุกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้พอดี และที่สำคัญที่สุดหัวแปรงต้องเป็นวัสดุที่เข้ากันได้กับร่างกายมนุษย์ เพื่อให้สามารถทดสอบการใช้งานจริงได้ด้วย

วัสดุที่นำมาใช้มีความสำคัญที่สุดต่อการประเมินการสั่นสะเทือน และความไม่แน่นอนในการใช้งานของสินค้า ความแกร่ง และความหนาแน่นของมันก็จะต้องใกล้เคียงกับสินค้าจริง ๆ ที่จะถูกผลิตออกมาให้มากที่สุดด้วย

“เราประสบความสำเร็จมากในการใช้สินค้าของ Formlabs วัสดุเรซินมีความใกล้เคียงกับสินค้าที่เราผลิตอย่างมาก” นาย Vong กล่าว

นาย Vong กำลังทดสอบต้นแบบแปรงสีฟัน ที่หัวแปรงเป็นงานพิมพ์จากเครื่องพิมพ์สามมิติ

ด้วยประสบการณ์ของนาย Vong เขารู้ดีว่าเครื่องพิมพ์ SLA เป็นระบบที่เหมาะสมกับสินค้าของเขาที่สุด แม้ว่าในตลาดมีเรซินอยู่มากมายให้เลือกใช้ อีกทั้งราคายังถูกกว่า แต่เราไม่ยอมใช้มันด้วยเหตุผลของความปลอดภัย และคุณภาพ เขาใช้เรซินหลายชนิดของ Formlabs ในการทำการทดสอบสินค้า เขาเลือกใช้ Dental SG Resin ซึ่งเป็นเรซินที่เป็น biocompatible และให้รายละเอียดได้ดี

ติดปีกให้วิศวกรทุกคนด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติ

“มีคนรีวิวเครื่อง Form 2 ว่าเป็นเครื่องที่ดี ผมก็ได้อ่านมัน แล้วก็ทดลองซื้อมาใช้เครื่องหนึ่ง มันก็พิสูจน์ให้เห็นว่าผมสามารถไว้ใจมันได้ ทั้งตัวเครื่อง และเรซิน และตัวเครื่องเองไม่จำเป็นต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นมาใช้งาน ตอนนี้ทุกคนในบริษัทสามารถใช้งานมันกับโปรเจคของแต่ละคนได้เลย พอเครื่อง Form 3 ออกมาเราก็สั่งซื้อล่วงหน้าสองเครื่องเลย เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการ ตอนนี้เรามีทั้งหมด 6 เครื่องแล้ว” นาย Vong กล่าว

ปัจจุบัน Hayco มีเครื่องพิมพ์สามมิติ 6 เครื่องเนื่องจากมันใช้งานง่าย ทุกคนใช้ได้โดยไม่ต้องเรียนรู้มากนัก

การนำเครื่องพิมพ์สามมิติมาใช้งานทำให้นาย Vong ลดต้นทุนให้บริษัทไปได้ถึง 35% เมื่อเทียบกับการใช้ทำต้นแบบด้วยวิธีอื่น

โครงสร้างภายในของต้นแบบแปรงสีฟันไฟฟ้า พิมพ์ด้วยเรซินสีขาวของ Form 3
โครงสร้างภายในของต้นแบบแปรงสีฟันไฟฟ้าจะต้องแข็งแรง และมีความเที่ยงตรงสูงเพื่อการประกอบเข้ากับชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ได้พอดี

 

การทดสอบงานต้นแบบโดยไม่ต้องมีแม่พิมพ์

“ยกตัวอย่างการพัฒนาปุ่มกดของแปรงสีฟันไฟฟ้าเมื่อหลายปีก่อน เราต้องทำแม่พิมพ์เพื่อฉีดพลาสติกที่ใช้งานจริง ไม่อย่างนั้นเราไม่สามารถรับประกันได้เลยว่ามันจะใช้งานได้” นาย Vong กล่าว

ต้นแบบแปรงสีฟันไฟฟ้าพิมพ์ด้วยเครื่อง Form 3 (ล่าง) และ สินค้าที่ผลิตจริงจากแม่พิมพ์ฉีด (บน)

“ตอนนี้เราใช้เครื่อง Form 3 และเรซิน Tough 2000 กับงานต้นแบบของเรา งานพิมพ์ดูเหมือนงานที่ออกจากเครื่องฉีดพลาสติกมาก ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิตินี้เราสามารถทำต้นแบบสำหรับการนำเสนอ การทดสอบต้นแบบหลาย ๆ รูปแบบ เปรียบเทียบการใช้งาน และปรับเปลี่ยนขนาดได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง” นาย Vong กล่าว

โครงสร้างภายในของต้นแบบแปรงสีฟันไฟฟ้าพิมพ์ด้วยเรซินวิศวกรรม Tough 2000

ก้าวต่อไปของ Hayco

ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพในช่องปากเป็นแผนกที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว

“เราจะลงทุนกับเครื่องพิมพ์สามมิติต่อไป เหมือนกับที่เราใช้เครื่องพิมพ์สามมิติมากว่า 20 ปีแล้ว ตอนนี้เรากำลังศึกษาเกี่ยวกับการพิมพ์โลหะด้วยเลเซอร์เพื่อใช้ในแผนกทำแม่พิมพ์ของเรา นาย Vong กล่าว

CreatorPro2 Reviewละเอียดยิบ ของมันต้องมี🔥🔥

CreatorPro2 Reviewละเอียดยิบ ของมันต้องมี🔥🔥
CreatorPro2 Reviewละเอียดยิบ ของมันต้องมี🔥🔥
เรามาทำความรู้จักเบื้องลึกกับเครื่องพิมพ์3มิติ CreatorPro2  รุ่นที่ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เนื่องจากเป็นตัวที่ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก มีหัวพิมพ์อิสระ 2 หัว ที่จะช่วยให้คุณสามารถทำงานได้เร็วขึ้น งานหลากหลายมากขึ้น สามารถทำ2สีได้ในตัวเดียวกัน
แต่ก่อนหน้าเรามาทำความรู้จัก CreatorPro รุ่นก่อนๆ กันดีกว่าว่าเป็นยังไงคร่าวๆกันครับเพื่อให้เห็นข้อแตกต่างของตัวรุ่น Pro2 ได้อย่างชัดเจน
Creator Pro 2016
Flashforge Creator Pro รุ่นเก่า
Flashforge Creator Pro เป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดของ Flashforge และของร้าน Print3DD เราเลยก็ว่าได้ หรือจะเรียกได้ว่าเป็น Flagship ของยี่ห้อ Flashforge เลยครับ
เป็นเครื่องพิมพ์สามมิติรุ่นใหม่ที่พัฒนามาจาก Flashforge Creator การทำงานของมันคล้ายกับเครื่องรุ่นก่อนหน้า 
มีการออกแบบโครงโลหะให้หนาขึ้น เพิ่มแผ่นโลหะป้องกัน MainBoard และ หน้าต่างอะคริลิก สำหรับเปิด-ปิด รวมถึงหลังคา เพื่อป้องกันเสียง/กลิ่น และรักษาอุณหภูมิภายในให้คงที่มากขึ้น ดังนั้นเครื่องจึงมีน้ำหนักค่อนข้างมาก
ซึ่งเป็นต้นแบบของเครื่องพิมพ์รุ่นต่อๆมาของ Flashforge 
ข้อสังเกตของรุ่นนี้
คือ 📌 Interface ยังเป็นระบบ “กดปุ่ม” ธรรมดา หากตัวกดพัง อาจจะต้องแงะออกมาซ่อม ซึ่งเสี่ยงในหลายๆอย่าง และหน้าจอ ยังมีแค่เพียง Text อยู่
ปุ่มทิศทางในการเลือกคำสั่งของเครื่องพิมพ์
📌 ถึงจะเป็นเครื่องพิมพ์ที่มี 2 หัว แต่เป็น 2 หัวที่ติดกัน ทำให้ยังคงพิมพ์ได้แค่ทีละโมเดลอยู่ และถ้าหากตัวหัวพิมพ์เสียอาจจะลามไปอีกหัวได้ ซึ่งจะเป็นเรื่องใหญ่ในการซ่อมแซมอีกด้วย😨😨😨
หัวฉีด 2 หัวแบบติดกัน
📌 เรื่องกวนใจของผู้ใช้งานหลายๆท่านที่ FeddBack กลับมาคือเสียงที่ค่อนข้างดังไปสักนิด ซึ่งอาจจะไม่เหมาะกับการใช้ในบ้านหรือ สำนักงานเท่าไหร่
📌 ขนาดชิ้นงานที่ทำได้ถือว่าเป็นมาตรฐาน Creator Pro มีบางจุดที่ต้องการการปรับแต่งอย่างละเอียด เพื่อใช้งานมันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
จากที่กล่าวมาข้างต้น ด้วยข้อด้อยที่เห็นนั้นทำให้ผู้พัฒนา Flashforge ได้ปรับปรุงแก้ไขตัวเครื่องและซอฟแวร์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นจากตัวเดิม จนออกมาเป็น
💥💥CREATOR PRO2💥💥
ผู้ช่วยที่จะทำให้งานของคุณมีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ในแบบที่ ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม
CreatorPro2 รุ่นใหม่ล่าสุด
มาใหม่รุ่นล่าสุด ปี 2020 มาพร้อมกับระบบ 2 หัวฉีดอิสระในราคาเท่าเดิม…
หลายๆอย่างถูกเพิ่มเติมเข้ามา ทั้งด้านการใช้งานและด้านการออกแบบ ซึ่งเราจะมาว่ากันที่ตัวโครงสร้างภายนอกก่อนจะดีกว่า ว่ามันแตกต่างและดีกว่ายังไงบ้าง
👉อย่างแรกที่เห็นคือการออกแบบที่ยังคงความเป็นรุ่น Creator Pro อยู่ เปลี่ยนสีนิดหน่อยจากดำล้วนเป็นเทาเข้ม ตัดกับส่วนบนที่เป็นสีดำ ทำให้ดูทันสมัยมากขึ้น
โครงสร้างหลักเป็นโลหะ มีความแข็งแรง ทำให้ค่อนข้างมีน้ำหนัก แต่ก็ยังหนักไม่ต่างกับตัวเก่าอยู่ ซึ่งน้ำหนักนี้มีผลดีตรงที่เวลาเครื่องพิมพ์งานอยู่ตัวเครื่องจะไม่ได้โครงเครงไปซึ่งจะทำให้การพิมพ์เสียหายได้
ภาพการเทียบสีของทั้ง2รุ่น

มาพร้อมหูจับที่สะดวกสบายเหมือนกับรุ่นก่อนเลยครับ…

พื้นที่การจับมีมากพอให้จับถนัดมือ

และที่แตกต่างจากตัวรุ่นก่อนที่เห็นได้ชัดจากภายนอกเลยคือ!!! หน้าจอ LCD TouchScreen ซึ่งทำให้เราไม่ต้องมานั่งกดปุ่มจนหัวร้อนอีกต่อไป ทำให้เกิดความสะดวกสบาย ใช้งานง่าย หน้าจอ Interface ที่ดูไม่ยาก สัญลักษณ์ที่เข้าใจง่าย

โดยตัวฟังก์ชันบนหน้าจอเครื่องพิมพ์ จะปรับให้เหมือนกับตัวเครื่องรุ่นใหญ่ๆรุ่นอื่น ทั้งการเลือก การปรับ Auto level เปลี่ยนFolament ปรับอุณหภูมิที่หัวซ้าย-ขวา และสถานะอื่นๆของเครื่องได้
LCD TouchScreen
4.และนี่เป็นอย่างหนึ่งที่ค่อนข้างน่าเสียดายมากเกี่ยวกับเครื่องรุ่นใหม่นี้ คือ รุ่นใหม่นี้ยังคงใช้การเสียบ SD Gard ในการป้อนข้อมูลการพิมพ์อยู่ โดยตัวรุ่นใหญ่อื่นๆเขาใช้การสั่งงานออนไลน์กันหมดแล้ว โดยตัวใหม่นี้ได้ทำการย้ายช่องเสียบ SD Gard มาไว้ข้างขวาภายนอกเครื่อง ต่างกับเครื่องรุ่นก่อนที่ไว้ข้างใน ซึ่งก็จะช่วยปรับปรุงในเรื่องการรักษาตัว SD Gard เนื่องจากรุ่นก่อนเสียบไว้ข้างใน ซึ่งอาจจะทำให้ตัว SD Gard เสื่อมสภาพได้เร็วหากทำการพิมพ์งานด้วยอุณหภูมิสูงเป็นเวลานานๆ
4.1ซึ่งการเสียบ SD Gard แบบนี้ จะทำให้ตัวเครื่องไม่สามารถเก็บข้อมูลไฟล์งาน เพื่อใช้ในการพิมพ์ซ้ำแบบไม่ได้เสียบ SD Gard เหมือนกับเครื่องที่พิมพ์ออนไลน์ได้ แต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรมากนักเพราะเครื่องสามารถเสียบ SD Gard คาไว้ได้ตลอดเวลา
ภาพการเปรียบเทียบช่องเสียบ SD Gard

มาดูที่ด้านหลังกันบ้าง ตัวใหม่นี้ก็ยังคงมี Spool 2 ข้าง ถอด/ใส่ ง่ายสบายๆแค่บีบหัว>ใส่ม้วนแกน แล้วตัวมันจะล็อกไม่ให้ม้วน Filament ไหลออกมาระหว่างการพิมพ์แน่นอน!!!

Spool คู่
ขออนุญาตแวะมาขายของสักนิด กับFilament แบรนด์คนไทย ไทยทำไทยใช้ กับ 3DD Brand
5.ฝาบนที่มีไว้เพื่อควบคุมอุณหภูมิ หากต้องการพิมพ์งานที่ใช้ Filament ในการพิมพ์อุณหภูมิสูงๆ อย่าง ABS
ฝาบน ใส แข็งแรง เก็บความร้อนได้ดี
คราวนี้เรามาดูภาพในกันบ้าง
1.อย่างแรกเลยจุดเด่นที่เห็นได้ชัดและเป็นตัวชูโรงของตัวรุ่นใหม่ก็คือ 2 หัวฉีด แบบอิสระ แยกออกจากกัน (IDEX : Independent Extruders)
ทำไมมันถึงโดดเด่นเด้งดึ๋งขนาดนี้นะ….นั่นก็เพราะว่าตัวหัวฉีดที่แยกกันแบบนี้มีประโยชน์มากในเรื่องของการพิมพ์ในรูปแบบ Mass หรือพิมพ์งานจำนวนเยอะในเวลาที่เร็วขึ้น การพิมพ์แบบ Mirror และอื่นๆอีกมากมาย เดี๋ยวเราจะมาเหลาให้ฟังว่ามีฟังก์ชันที่น่าสนใจอะไรบ้าง….
แบบพิมพ์ Duplicate สองชิ้นพร้อมกันมีประโยชน์ในเรื่องของการพิมพ์โมเดลในการทำซ้ำ หลายชุด ซึ่งสามารถลดการทำงานได้ถึง50% เช่น ชิ้นงานนึงพิมพ์3ชั่วโมง ต้องการ10ชิ้น ก็จะกลายเป็น 30ชั่วโมงในการพิมพ์งานชุดนี้ แต่หากเป็นสองหัว ตัวหัวจะแยกฝั่งและพิมพ์ขึ้นมาพร้อมกันทีเดียวเลย นั่นก็จะกลายเป็นว่าทำการพิมพ์ 10 ชิ้นใช้เวลา 30หาร2 เท่ากับ 15 ชั่วโมงเท่านั้น ทำให้ให้ได้ชิ้นงานที่มีคุณภาพ รวดเร็ว และยังสามาถแยกสีได้อีกด้วย

การพิมพ์แบบ Mirror คือการพิมพ์2ชิ้น สลับด้านเข้าหากัน ซึ่งมีประโยชน์หากต้องการชิ้นงานที่สลับด้านกัน เพียงแค่เราขึ้นไฟล์งาน3D ชิ้นเดียว ก็เอาเข้า Flashprint และพิมพ์ Mirrorกันได้เลย รวดเร็วและสะดวกไม่ต้องมานั่งทำMirrorในโปรแกรม3Dเอง เพราะบางทีถ้าเราทำไฟล์3D แบบMirrorกัน2ชิ้น ไฟล์จะหนักกว่าทำชิ้นเดียวแน่นอน

การพิมพ์แบบ 2 Colour เหมือนกับ CreatorProรุ่น ก่อน แต่เนื่องจากมีหัว 2 หัวแยกจากกัน ทำให้หากเกิดอะไรเสียหายที่หัวนึง อีกหัวนึงก็ยังไม่เป็นอะไร ต่างจากรุ่นก่อนที่หัวติดกันเลย ถ้าเกิดปัญหาอาจจะต้องเปลี่ยนทั้ง 2 หัว
**ข้อสังเกตของฟังก์ชันนี้คือเนื่องจากรุ่นใหม่นี้หัวแยกจากกัน ทำให้การทำงานจะใช้เวลาช้ากว่าหัวที่อยู่ติดกันนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรในการพิมพ์มากมายนัก
**ตัวโมเดลที่จะนำมาพิมพ์ต้องเป็นโมเดล 2 ชิ้นที่แยกออกจากกัน เพื่อแบ่งสีของหัวซ้าย-ขวา โปรโกรมFlashPrint ไม่สามารถแก้ไขตัวโมเดลได้

การพิมพ์ Support PVA ประโยชน์อีกอย่างของการพิมพ์ 2 หัวได้ ก็คือสามารถเลือกใช้ตัว PVA เส้น Filament ที่มีคุณสมบัติในการละลายน้ำได้ เนื่องจากละลายน้ำได้ทำให้เราไม่จำเป้นต้องแกะซับพอตด้วยตัวเอง เพียงแค่พิมพ์เสร็จแล้วนำไปแช่น้ำทิ้งไว้ให้ตัว PVA ละลายตกตะกอนไปเอง เหมาะกับงานที่มีความซับซ้อนมากๆ ซึ่งหากเป็นซัพพอร์ตเส้น Filament ทั่วไปจะทำให้แกะออกค่อนข้างยาก และอาจะทำให้ตัวงานเสียหายได้

แช่น้ำเสร็จก็เช็ดทำความสะอาดได้ง่ายๆ

แต่หากเป็นงานที่เป็นชิ้นเดียวที่วางไว้ตรงกลางสีเดียวแบบพิมพ์ Support PVA หรือ สองสีในตัวเดียวกัน ส่วนหัวฉีดแต่ละหัวจะสามารถเลื่อนมาพิมพ์บริเวณตรงกลางได้ทั้งคู่ ทำให้ไม่เกิดช่องว่าง (Gap) ของการพิมพ์
หัวฉีดทั้งสองตัว สามารถพิมพ์ตรงกลางได้ไม่เกิดGap
อีกอย่างหนึ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาใหม่ก็ตือ แผ่น Aluminium ที่พักหัวฉีด หลายคนคงจะสงสัยว่ามีไว้ทำไม จริงๆแล้วค่อนข้างมีประโยชน์มากๆ เป็นพาร์ทเสริมที่เอาไว้ขณะที่พิมพ์หัวนึงอยู่อีกหัวจะเคลื่อนมาเข้าที่แผ่นพักไว้ทำให้เส้นพลา่สติกที่กำลังร้อนอยู่ไม่เกิดการย้อยลงมา อีกทั้งยังเป็นการล้างรูปหัวฉีดอีกด้วย ทำให้ลดการเกิดเส้นใยขึ้นที่ตัวชิ้นงาน😋 (เครื่องรุ่นใหม่ๆก็เริ่มติดตั้งกันหมดแล้ว)
และจะสังเกตเห็นได้ว่าตัวหัวฉีดนั้น Motor Feed แบบ Direct Drive สามารถใช้งานร่วมกับพลาสติกที่อ่อนได้ เช่น เส้น Flex
2.ส่วนของฐานพิมพ์ (Platform) จะสามารถพิมพ์ได้ที่นาด 200x150x150 mm. และขนาดการพิมพ์แบบ Duplicateและ Mirror อยู่ที่ 80x148x150 mm. เพื่อรองรับการพิมพ์ 2 ชิ้นพร้อมกัน
3.สามารถทำความละเอียดในการพิมพ์แต่ละชั้นได้สูงถึง 50 Micron หรือประมาณ 0.05 mm. ซึ่งถือว่าละเอียดกว่ารุ่นก่อนที่อยู่ที่ 100 Micron หรือ 0.1 mm.
4.ในด้านตัว Soft Ware จะรองรับไฟล์ STL, OBJ, X3G, FPP และอื่นๆ มาพร้อมกับซอฟแวร์ที่แถมมากับเครื่องอย่าง FlashPrint เป็นโปรแกรมตั้งค่าสำหรับการพิมพ์เครื่อ Flashforge โดยฉะเพาะ ซึ่งในโปรแกรมสามารถหด/ขยาย ตัดแบ่ง ตัวโมเดลก่อนพิมพ์ได้
สเปคเครื่องพิมพ์คร่าวๆ
🧏‍♂️จากที่ได้ลองใช้งานมาได้สักพัก ค้นพบว่าการที่หัวฉีดแยกกันอย่างอิสระทำให้ทำงานง่ายขึ้นทั้งด้านการพิมพ์ที่ออกมาเรียบเนียนสวยงาม เหมาะกับการพิมพ์งานจำนวนมากๆ ไม่มีหัวฉีดข้างๆมาเกะกะทำเส้นใยพลาสติกย้อยไปมาเหมือนกับรุ่นก่อน
การใช้หน้าจอ TouchScreen และ Interface ที่ใช้ง่ายมากกว่าการกดปุ่ม ที่สำคัญด้านการซ่อมแซ่มที่สามารถทำได้ง่ายและหากเกิดความเสียหายสักหัวนึงเราก็ยังสามารถใช้อีกหัวนึงพิมพ์งานไปก่อนได้หากมีงานเร่งรีบที่ต้องทำ เมื่อเสร็จงานค่อยมาซ่อมอีกหัวนึงก็ยังได้
แถมด้วยราคาใกล้เคียงกับรุ่นก่อนด้วย คุ้มส้ะยิ่งกว่าคุ้ม!!!
👉สรุปจุดสังเกตของเครื่อง Creator Pro 2👈
1. ความน่าเสียดายของตัว Creator Pro 2 คือยังคงใช้ SD Gard ในการนำไฟล์เข้ามาพิมพ์อยู่ ซึ่งเครื่องรุ่นๆอื่นเป็นการสั่งงานออนไลน์หมดแล้ว
2.ตัวแกนZ ไม่ได้ล็อกให้อยู่กับที่ สามารถขยับขึ้นลงได้ หากขยับขึ้นPlatformจะเลื่อนลงมาเอง แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาแต่อย่างใด
3.ไม่รู้ว่าเป็นข้อเสียหรือข้อดีหรือไม่ เวลาพิมพ์งานเสร็จแล้วเวลาแกะโมเดลออกจะค่อนข้างแกะออกจากฐานพิมพ์ยาก เพราะติดกับฐานพิมพ์แน่นมากกก ซึ่งก็เป็นผลดีเพราะเวลาพิมพ์งานจะไม่ล้มแน่นอน
***ข้อแนะนำคือใช้เกรียงแซะข้างๆให้ได้ก่อนแล้วจึงค่อยแซะดันข้าไปจนโมเดลหลุดออกมา
4.ในด้านการพิมพ์ 2 สีในหนึ่งโมเดล เนื่องจากรุ่นใหม่นี้หัวแยกจากกัน ทำให้การทำงานจะใช้เวลาช้ากว่าหัวที่อยู่ติดกันเหมือนรุ่นก่อนนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรในการพิมพ์มากมายนัก
ตัวอย่างผลงานที่พิมด้วยเครื่อง CreatorPro2
ตัวอย่างงานโมเดลพิมพ์2สี
การพิมพ์ Duplicate ในจำนวนเยอะๆ
การพิมพ์Mirror แล้วนำมาต่อติดกัน ลดเวลาการพิมพ์งานจริง 50%

 

มาดูรีวิวแบบวิดิโอได้เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นครับ….
จากนี้ก็ของขายของอย่างมีสเตปหน่อยนะฮะ!!
สินค้าประกอบด้วย
_เครื่องพิมพ์ Flashforge Creator Pro2
_PLA Filament 1000g จำนวน 2ม้วน
_SD Card
_หนังสือคู่มือ
_อบรมสอนการใช้เครื่องฟรี
**สินค้าประกัน 1 ปี**

Taylormade Hole In One! ด้วยเครื่องพิมพ์ 3D

Taylormade Hole In One! ด้วยเครื่องพิมพ์ 3D

TaylorMade ไม่เพียง แต่เป็นหนึ่งในชื่อที่ได้รับการยอมรับและเป็นที่รู้จักมากที่สุดในวงการกอล์ฟ แต่ยังเป็นหนึ่งในผู้นำนวัตกรรมที่ทันสมัยที่สุด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Creating the Best Bag in Golf

กว่า 40 ปีที่ TaylorMade เป็นหนึ่งในใจของนักกอล์ฟทุกระดับ ด้วยสินค้าที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในโลก มีสินค้าที่เหมาะกับนักกอล์ฟมือใหม่ที่ต้องการพัฒนาฝีมือในการเล่น ไปจนถึงนักกีฬากอล์ฟมืออาชีพในการแข่งขัน PGA Tour ที่ต้องการทำลายขีดจำกัดของตนเอง TaylorMade เติบโตด้วยสินค้าที่เป็นนวัตกรรม ช่วยให้นักกอล์ฟทำผลงานได้ดีขึ้น และคงเห็นแล้วว่า TaylorMade เป็นไม้กอล์ฟที่ดีที่สุดในตลาด

 

 

“Tiger Woods วางมาตรฐานไว้สูงมาก เขาเป็นนักกอล์ฟที่เข้มงวดมากเช่นเดียวกัน เขาจะตรวจสอบไม้กลอ์ฟของเขาแทบทุกกระเบียดนิ้ว การที่ไม้กอล์ฟ TaylorMade ได้อยู่ในถุงกอล์ฟของ

Chris Rollins วิศวกรพัฒนาสินค้ากล่าวไว้เขานับว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่ง”

40 ปีแห่งการการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ

มันเริ่มจากไม้กอล์ฟอันแรกในปี 1979 โดยไม้กอล์ฟ TaylorMade Pittsburgh ที่หัวไม้ทำจากโลหะและไม้ผสมกัน หรือที่เรียกว่า metalwood ได้เปิดมิติใหม่ของการเล่นกอล์ฟ จากนั้นมีการใช้โลหะมาทำหัวไม้หนึ่งกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งมันช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการตีได้มากกว่าไม้ล้วน ๆ และยังช่วยให้ตีได้ไกลขึ้นมาก สินค้าตัวนี้ช่วยให้ TaylorMade เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง แต่การจะยืนหยัดอยู่ให้ได้จำเป็นต้องทุ่มเทพัฒนาสินค้าด้วยนวัตกรรมที่ช่วยให้นักกอล์ฟตีลูกได้ดียิ่งขึ้น และ 40 ปีให้หลังเมื่อนักกอล์ฟเห็นตรา TaylorMade บนไม้กอล์ฟ พวกเขาจะรู้ได้ทันทีว่าเสน่ห์ของ metalwood ดั้งเดิมจะยังคงซึมซาบอยู่ในไม้รุ่นใหม่ ๆ เสมอ

ความเร็ว และความนิ่ง

ไม้กอล์ฟรุ่น The SIM Fairway เป็นหนึ่งในรุ่นที่ดีที่สุดของ TaylorMade ไม้รุ่นนี้ช่วยเพิ่มความเร็วลูกกอล์ฟ ตีได้สูงขึ้น และที่สำคัญที่สุดช่วยลดความผิดพลาดในการตีให้กับนักกอล์ฟทุกระดับ

ในการออกแบบหัวไม้กอล์ฟแบบใหม่ ๆ จะเริ่มจากการระดมสมองของทีมงานงานวิจัย และ นวัตกรรม ต้องคิดว่าการออกแบบใหม่นั้นจะช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง เมื่อตอนที่ทีมงานได้เริ่มออกแบบ แนวทางของบริษัทต้องการจะลดจุดศูนย์ถ่วงของหัวไม้ให้ต่ำลง ปรับปรุง turf interaction และขยายพื้นที่ในการตีเพื่อลดความผิดพลาด วิศวกรเริ่มการออกแบบในแบบสองมิติ และทำการวิเคราะห์ เป้าหมายคือศึกษาว่าจะต้องใส่น้ำหนักเท่าไหร่ลงไปที่หัวไม้กอล์ฟ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการสวิงแต่ละครั้ง ทีมงานใช้เครื่องพิมพ์สามมิติในการสร้างต้นแบบจากไฟล์ CAD ให้เป็นตัวอย่างงานที่จับต้องได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย การทำงานในระบบสามมิติช่วยให้ TaylorMade ได้สัมผัส เห็นความแตกต่างของการกระจายน้ำหนัก และเข้าถึงความรู้สึกในวงสวิงของหัวไม้แต่ละแบบที่พวกเขาดีไซน์ขึ้นมา ทำให้การปรับปรุงการออกแบบหัวไม้กอล์ฟทำได้ง่าย และตรงจุดมากขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในไม้รุ่น The SIM Fairway ก็เป็นผลมาจากกระบวนการออกแบบข้างต้น

ทีมงานออกแบบได้ใช้เรซิน Draft ในการพิมพ์ตัวอย่างที่ต้องการความรวดเร็ว และมันก็เสร็จในเวลาไม่กี่ชั่วโมง จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นเรซินชนิด Grey เพื่อให้มันดูเหมือนของจริงมากยิ่งขึ้น และฟีเจอร์ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของ Grey Resin คือการประกบงานได้แม่นยำ ทำให้วิศวกรออกแบบสามารถสลับแผ่นน้ำหนักที่ใช้ถ่วงได้หลายระดับ และหลายลักษณะในการทดสอบ

“การประกบกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ รวมถึงความละเอียดของชิ้นงานเป็นอะไรที่เราไม่สามารถหาได้จากเครื่องพิมพ์ตัวอื่นใด เราได้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมโดยการพิมพ์ทีละชิ้นแล้วนำมาประกอบกัน”

TaylorMade มีเป้าหมายอันชัดเจนที่จะสร้างสรรค์ไม้กอล์ฟที่ดีที่สุดในโลกเพื่อให้คุณเป็นนักกอล์ฟที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งหมายความว่าหัวไม้กอล์ฟที่มีประสิทธิภาพสูง พร้อมด้วยรูปร่างหน้าตาที่สร้างแรงบันดาลใจจะช่วยให้ตีลูกได้ไกลขึ้น แม่นยำขึ้น และผิดพลาดน้อยลง

เมื่อนักกอล์ฟดึงไม้ TaylorMade ออกจากถุงกอล์ฟ พวกเขาจะมั่นใจได้ว่าสิบแปดหลุมข้างหน้าจะเป็นต้องเป็นสิบแปดหลุมที่ดีที่สุดของเขา

บทสัมภาษณ์วิศวกรพัฒนาผลิตภัณฑ์: Chris Rollins

Q: คุณจะใช้เครื่องพิมพ์สามมิติในโปรเจคต่อไปไหม?

A: แน่นอนที่สุด มันทำงานเร็ว ประหยัด และมันช่วยให้เราเข้าถึงรายละเอียดอย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน เรามีโปรเจคที่ล้ำหน้ามาก ๆ โดยมีเครื่องพิมพ์สามมิติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง และนักกอล์ฟจะต้องชอบมันมาก

   

เครื่องมือที่ TaylorMade ใช้

INFILL แบบต่างๆ ของ 3D Print มีอะไรบ้างนะ???

INFILL แบบต่างๆ ของ 3D Print มีอะไรบ้างนะ???

ในการพิมพ์งาน3มิติทั่วโลกนั้น มีขั้นตอนมากมายในการตั้งค่าก่อนการพิมพ์เพื่อให้ชิ้นงานแต่ละชิ้นนั้น พิมพ์ออกมาได้สวยงามและสมบูรณ์แบบมากที่สุด

งานแต่ละชิ้นต้องการการตั้งค่าที่แตกต่างกัน ความเร็วในการพิมพ์ ความละเอียด อุณหภูมิที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ กางจัดวางซัพพอร์ตที่ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป มุมองศาที่ควรจะเป็นเพื่อให้ขึ้นงานได้ไม่เป็นฝอย และอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญนั่นก็คือ………..

🔥🔥🔥INFILL เป็นอีกส่วนสำคัญที่จะกำหนดว่าโมเดลของคุณจะอยู่หรือไป🔥🔥🔥

What the INFILL…??

INFILL แปลตรงตัวคือ “การเติม” หรือภาษาที่นักพิมพ์3มิติคุยกันคือ “เนื้อใน”

เป็นส่วนของการตั้งค่าที่ “ควรจะมี” หรือจะ “ไม่มี” ก็ได้ขึ้นอยู่กับงานที่ต้องการจะพิมพ์และจุดประสงค์ของชิ้นงานนั้นๆว่าจะเอาไปทำอะไรต่อ

โดยค่าความหนาแน่นของ Infill จะคิดเป็น % มีตั้งแต่ 0-100 ซึ่งตัว Infill มีผลต่อความแข็งแรงของชิ้นงาน ยิ่งถ้า %Infill เยอะ งานก็ยิ่งแน่นและแข็งแรงมากขึ้นตาม

_อย่างเช่นหากต้องการชิ้นงานที่จะเอามาใช้งานเลย เน้นใช้รับแรง รับน้ำหนัก ก็ควรตั้งค่าให้ % สูงๆเข้าไว้

_งานที่เป็นเพียงโมเดลต้นแบบหรือเป็นโมเดลย่อส่วนเพื่อเช็ครูปร่าง หรือจะเป็นงานที่ทำออกมาเพื่อตั้งโชว์ ก็ใช้ % กลางๆ เพื่อให้รูปทรงคงอยู่ได้นาน แข็งแรงพอ

_และหากเป็นงานที่ต้องการนำมาทำพิมพ์ต่อ ชิ้นงานก็ไม่จำเป็นต้องแข็งแรงมาก ก็สามารถใช้ % น้อยๆ เพื่อประหยัดเวลาและเส้นพลาสติกไปด้วย

ด้วยอีกส่วนหนึ่ง

_บางครั้งงานที่ไม่ต้องใช้Infill ส่วนมากมักจะเป็นงานประเภทบรรจุภัณฑ์อย่างเช่น ขวดน้ำต่างๆ ตัวงานก็จะกลวง ซึ่งหากเราไม่ใช้Infill เราควรที่จะเพิ่มความหนาของผนังชิ้นงานเพื่อให้ตัวโครงสร้างมีความแข็งแรงมากพอที่จะนำไปใช้ต่อได้ หากหนังบางตัวงานจะแตกและพังได้ง่าย

ตัวอย่างานที่ไม่มี Infill และตั้งค่าผนังบางเกินไป

แต่ก็จะมีวิธีแก้ทางได้อีกก็คือสร้างผนังชั้นที่2ขึ้นมาแล้วใส่Infill น้อยๆที่เหมาะสม ก็จะสามารถขึ้นชิ้นงานกลวง ได้

โมเดลที่สร้างผนัง 2 ชั้น และใส่ Infill เล็กน้อย
ชิ้นงานที่ไม่มี Infill แต่ตั้งค่าให้ผนังชิ้นงานหนาพอที่จะคงรูปและแข็งแรงต่อการใช้งาน

แต่ทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับรายละเอียดของชิ้นงานหากชิ้นงานรายละเอียดมาก Infillก็เป็นส่วนที่ช่วยให้ขึ้นงานละเอียดๆได้

ตัวอย่างงานที่ใช้Infill แต่รายละเอียดงานเยอะ

ประโยชน์ของInfillยังมีอีกหลายอย่างที่หลายคนยังไม่รู้ มันสามารถสร้างชิ้นงานที่ทำมาจากสเน้พลาสติกแข็งๆให้มีออกมาเป็นโมเดลที่ดูยืดหยุ่นได้ด้วยการตั้งค่า

โดยบริเวณที่ Infill น้อย บริเวณนั้นจะมีช่องว่างมากทำให้สามารถบิดไปมาได้ ส่วนที่ Infill เยอะ ส่วนนั้นก็จะแข็งยืดหยุ่นไม่ได้

บอกกล่าวเผื่อไว้เผื่อผู้ใช้บางท่าน สามารถนำไปปรับใช้กับงานอื่นๆได้ 😁

 

อีกอย่างตัว Infill นั้นมีหลากหลายรูปแบบมาก มีให้เลือกเยอะเพื่อให้เหมาะสมกับประเภทของโมเดลในหลายๆแบบ บางตัวช่วยลดเวลาในการพิมพ์ได้และยังคงความแข็งแรงเท่าเดิม หรือบางตัวใช้ %น้อย แต่แข็งแรงมาก ซึ่งก็แลกกับเวลาเช่นกัน

เรามาดูกันดีกว่าว่า INFILL มีแบบไหนกันบ้างและควรใช้กับโมเดลแบบใด

โดยสามารถสังเกตได้ออกเป้นสองแบบใหญ่ๆคือแบบผนังแนวตั้งที่เวลาขึ้น Infill จะพิมพ์เป็นแนวตั้งฉาก ทำให่สามารถรับแรงได้จากมุมแนวดิ่งและแนวราบของจุดที่เส้นสมัผัส

และอีกอย่างคือแบบ Slope ที่จะพิมพ์ข้างล่างและค่อยๆ Slopeขึ้นมาเข้าหากัน เพื่อสร้างความแข็งแรงในมุมองศาที่มากขึ้น

เรามาดูแบบแรกกันก่อนว่ามีอะไรบ้าง…

แบบ Grid นั้นลักษณะจะเป็นแบบตารางช่องสี่เหลี่ยม มีความแข็งแรงมาก รับได้ทั้งแรงแนวราบและแนวดิ่ง เป็นที่นิยมอันดับต้นๆเนื่องจากเป้นค่ามาตรฐานอยู่แล้ว เหมาะกับงานทุกประเภท

ต่อมาเป้นแบบ Line หรือเส้นที่ไขว้ไปมาเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัสตุรับ แต่จะมีความถี่มากกว่าตัว Grid ซึ่งหากเราตั้งแค่ Infill อยู่ที่ 10% ตัวLine จะมีความหนาแน่นและความถี่มากกว่าตัวของ Grid เหมาะกับชิ้นงานที่ต้องการเนื้อข้านในเยอะ ความแข็งแรงสูง และเป้นชิ้นงานที่มีความซับซ้อนของโครงสร้างมาก เพื่อให้ความถี่ของเส้นนั้นเข้าถึงในส่วนเล็กๆของโครงสร้างนั้น

แบบ Triangle เป็นแบบสามเหลี่ยมต่อหากัน ซึ่งโครงสร้างสามเหลี่ยมนั้นมีความแข็งแรงมากกว่าแบบสี่เหลี่ยม ทำให้สัดส่วนตัว Infill ใน%ที่เท่ากันตัวสามเหลี่ยมจะแข็งแรงมากกว่าสี่เหลี่ยมแต่จะใช้ปริมาณเส้นที่มากกว่า เนื่องจากตัวสามเหลี่ยมเมื่อนำมาต่อกันแล้วจะสามารถรับแรงได้หลายทิศทางมากกว่าตัวสี่เหลี่ยม ซึ่งเป็นประเภทที่ได้รับความนิยมได้เท่าๆกับ Grid

Tri-Hexagon เป็นรูปทรงหกเหลี่ยมและสามเหลี่ยมมาเข้าคู่กัน เป็นประเภทที่มีความแข็งแรงมาก เนื่องจากมีความเป็นหกเหลี่ยมที่สามารถรับแรงได้จากหลายทิศทางจากความที่มีเหลี่ยมเยอะด้วยและความหนาแน่นที่เยอะกว่าด้วย

Concentric เป็นแบบที่มีความแข็งแรงน้อยในแนวราบ มักจะใช้กับงานที่ต้องการรับแรงแค่แนวดิ่ง ซึ่งมันสามารถประหยัดเวลาและเส้นพลาสติกได้ค่อนข้างมากทีเดียว แต่ก็ต้องใช้งานให้เหมาะกับโมเดลนั้นๆ

ช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้ชิ้นงานได้

Cross เป็นแบบที่ทำออกมาเพื่อความสวยงามแต่ก็มีความแข็งแรงและยืดหยุ่นได้บ้างเล็กน้อยเนื่องจากมีส่วนที่ไม่ติดกับผนังทำให้มีช่องว่างพอที่จะขยับได้ เหมาะกับงานประเภทที่ต้องการความแข็งแรงแต่ก็สามารถยืดหยุ่นได้บ้างเพื่อไม่ให้ชิ้นงานเกิดการแตกร้าว

Gyroid เป็นประเภทที่แน่นที่สุดในบรรดา Infill ผนังแนวตั้งทั้งหมดที่กล่าวมา เนื่องจากเป็นแบบเส้นคลื่น และขึ้นแบบสลับตัดกันต่อชั้น ทำให้สามารถรับแรงได้รอบด้าน แต่ก็ต้องแลกมากับเส้นพลาสติกที่เสียไปเยอะและเวลาขึ้นที่เยอะตามไปด้วย

นี่แค่แบบผนังแนวตั้ง ยังมีให้เลิกเยอะเลือกไม่ถูกขนาดนี้แล้ว….😰

 

ขออนุญาตแวะมาขายของสักนิด กับFilament แบรนด์คนไทย ไทยทำไทยใช้ กับ 3DD Brand

 

เรามาต่อกับประเภท Infill Slope กันครับ เป้นประเภทที่มีความแข็งแรงมากๆเพราะขึ้นแบบ Slop ซึ่งสามารถรับแรงได้แทบทุกทิศทาง

เป็น Infill ที่ขึ้นส่วนฐานกว้างและค่อย Slope ขึ้นจนเต็มและขยายออกไป สลับไปมา เป็นแบบประเภทพื้นฐานที่ใช้กันทั่วไป มีความแข็งแรงมากเหมาะกับงานทุกชนิด

จะเป็นเหมือนกับ Cubic แต่เพิ่มเติมคือตัวของ Cubic Subdivision นั้น ใส่วนที่มีพื้นที่กว้างและไม่ได้ติดกับผนังของโมเดล ตัว Infill จะขยายใหญ่ และ ส่วนที่ใกล้กับผนังโมเดล Infill จะมีขนาดแคบ เป็นเพราะจะช่วยลดเวลา และเส้นในการพิมพ์ในพื้นที่ที่ไม่จำเป็นในการรับแรงได้ แต่ยังคงความแข็งแรงของของชิ้นงานอยู่ ซึ่งหากเป็นงานที่มีขนาดใหญ่แต่ไมไ่ด้เน้นรับแรงก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมในการใช้ Infill นี้มากๆ

 

แบบ Octet เป็นการ Slope ตัว Infill ให้ทั่วชิ้นงาน ในลักษณะของช่องสี่เหลี่ยม มีความแข็งแรงมากขึ้น มากกว่าตัว Gird ใน % ที่เท่าๆกัน แต่จะใช้เวลานานกว่าไม่มาก เหมาะกับงานทุกประเภท

และสุดท้าย….ท้ายสุด

Cross 3D พัฒนามาจาก Cross ผนังแนวตั้ง ให้เป็นแบบ 3มิต คือ Slope แบบโค้ง ทำให้มีความแข็งแรงมากกว่าCross แต่ความยืดหยุ่นจะน้อยกว่าแบบธรรมดา แต่ก็ยังยืดหยุ่นอยู่

 

ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นจะเห้นได้ว่า Infill ค่อนข้างมีผลต่อการขึ้นชิ้นงานพอๆกับความละเอียด และอุณหภูมิเลยก็ว่าได้ ซึ่งต้องให้ผู้ใช้งานพิจารณาว่าแบบใดเหมาะสมกับงานของท่าน

ซึ่งหากมีเวลามากพอ  ก่อนที่จะพิมพ์ชิ้นงานจริงควรทดลอง Test ว่า Infill แบบไหนเหมาะกับงานเรามากที่สุดโดยทำการพิมพ์หยาบเพื่อเช็คดู เพื่อไม่ให้ชิ้นงานออกมาผิดพลาดไปจากที่คิดไว้แต่แรก ทั้งด้านความสวยงามและความแข็งแรง

และอย่าลืมที่จะเช็คการตั้งค่าก่อนพิมพ์ทุกครั้งเพราะหากตั้งค่าผิดก็จะเสียเส้นพลาสติกและเวลาไปฟรีๆ

 

แถม!! จะเห็นได้ Infill บางตัวมีลวดลายที่สวยงาม หากนำมาใช้กับงานที่มีผนังบางหน่อย ที่สามารถให้แสงผ่านได้ก็จะเห็นลวดลายบนงานนั้นๆ ก็สวยไปอีกแบบครับ…

🤩🤩🤩ขอให้มีความสุขกับการพิมพ์นะคร้าบบบ🤩🤩🤩

ขอแนะนำเครื่องพิมพ์3มิติใหม่ล่าสุด ที่มาแรงแซงทุกโค้ง เหมาะกับมือใหม่และงานต้นแบบ ในราคาที่เอื้อมถึง!!!!

 

 

อนาคตของวงการเซรามิกส์ที่กำลังเดินหน้าอย่างก้าวกระโดด

อนาคตของวงการเซรามิกส์ที่กำลังเดินหน้าอย่างก้าวกระโดด
อนาคตของวงการเซรามิกส์ที่กำลังเดินหน้าอย่างก้าวกระโดด ผสมผสานกับเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์3มิติ เกิดเป็นINOVATIONอย่างไม่สิ้นสุด ทั้งด้านวิศวกรรม ศิลปกรรมและวิทยาศาสตร์
จากอดีตจนถึงปัจจุบันเซรามิกเป็นอีกหนึ่งวัสดุและผลิตภัณฑ์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ เนื่องจากเป็นวัสดุธรรมชาติที่หาได้ทั่วไป และสามารถเข้าถึงได้ไม่ยาก
เม็ดเงินหลายล้านสะพัดอยู่ในวงการเซรามิกส์มากมายในวงการวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้าน ไม่ว่าจะเป็นกระเบื้องปูพื้น บุผนัง ถ้วยชามต่างๆ

คุณสมบัติที่โดดเด่นทั้งเรื่องความแข็งแรง วัสดุที่ไม่นำไฟฟ้า ทนความร้อนสูงได้มากกว่า1,000องศา จึงไม่แปลกใจเลยที่เซรามิกจะได้ก้าวเข้าสู่วงการวิทยาศาสตร์และอวกาศ

เครื่องครัวเซรามิก
กระเบื้องเซรามิก

ตั้งแต่หลายสิบปีที่แล้ว เครื่องพิมพ์3มิติเซริมิกนั้นเริ่มต้นจากการดัดแปลงเครื่องพิมพ์3มิติแบบFDM เป็นกระบวนการฉีดเส้นพลาสติกให้แปลงมาเป็นการฉีดเส้นเซรามิก

เ
เครื่องพิมพ์3มิตเซรามิก
โดยการทำแท็งสำหรับใส่ดินเหนียวและใช้แรงดันให้ดินเหนียวเข้าไปทางสายยางและออกมาจากปลายเข็มเป็นเส้น ทำให้เกิดรูปร่างขึ้นมาคล้ายกับการพิมพ์เส้นพลาสติก
ดันเนื้อดินเหนียวออกมาฉีกเป็นเส้น

เพียงแต่จะไม่สามารถทำซัพพอร์ตได้ทำให้รูปร่างที่สามารถพิมพ์ออกมาได้นั้นค่อนข้างจำกัดอย่างมาก

แก้วที่ได้จากการพิมพ์3มิติเซรามิก
รูปร่างงานเซรามิกที่แปลกตาและมีเอกลักษณ์เฉพาะจากเครื่องพิมพ์3มิติเซรามิก
และหลังจากนั้นวงการพิมพ์3มิติได้มีการผลักดันเกี่ยวกับการพิมพ์เซรามิกมากขึ้นจนพัฒนาให้เข้ากับเครื่องพิมพ์แบบเรซิ่นขึ้น จนออกมาเป็นCeramic resin โดยใ้ชการพิมพ์แบบSLA เพื่อให้เนื้อดินเนหียวแข็งตัวเป็นรูปร่างในระดับหนึ่งก่อนนำไปเผาจริง

ทำให้ทำลายข้อจำกัดในการออกแบบโครงสร้างเพื่อการพิมพ์ได้มากยิ่งขึ้น ดัดแปลงให้เข้ากับงานวิศกรรมที่ต้องการชิ้นส่วนที่แข็งแรงและสามารถทนความร้อนได้มากกว่า1,000องศาได้ โดยส่วนมากมักจะอยู่ในวิศวกรรมยานยนต์ เครื่องบน และอวกาศ

ชิ้นเซรามิกจากการพิมพ์ที่ซัพซ้อนมากขึ้น
คุณสมบัติทนความร้อนสูง
แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติได้ปรับให้เข้ากับงานเซรามิกให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ในตอนนี้หลายภาคส่วนเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับความสามารถใหม่ ๆ เพื่อที่จะลงทุนในเทคโนโลยีนี้สำหรับการผลิตส่วนประกอบการบิน อวกาศ การแพทย์และยานยนต์ในอนาคตอันใกล้
ตลาดการพิมพ์ 3 มิติเซรามิกจึงกำลังเติบโตและคาดว่าจะสูงถึง 3.6 พันล้านดอลลาร์ในปี 2571!!!
จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าmew,เทคโนโลยีเครื่องพิมพ์3มิตินั้นเข้ามาอยู่ในระบบเศษฐกิจแทบจะทุกธุรกิจที่เลยก็ว่าได้ เราจึงควรที่จะคอยอัพเดตข่าสสารและปรับตัวให้เท่าทันกับโลกที่กำลังวิ่งไปข้างหน้าตลอดเวลา และลองหันกลับมามองธุรกิจของเราว่าต้องเปลี่ยนแปลงแล้วหรือไม่เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยปลาเร็วกินปลาช้า
อดีต: ปลาใหญ่กินปลาเล็ก
ปัจจุบัน: ปลาเร็วกินปลาช้า

สุดเจ๋ง แบรนด์เส้นพลาสติกที่มาแรงในเวลานี้ 3DD PLA PRO/ ABS PRO Filament แบรนด์คนไทยที่ทำมาเพื่อคนไทย

สุดเจ๋ง แบรนด์เส้นพลาสติกที่มาแรงในเวลานี้  3DD PLA PRO/ ABS PRO Filament แบรนด์คนไทยที่ทำมาเพื่อคนไทย

FILAMENT THAI BRAND NEW :: 3DD Filament PLA PRO / ABS PRO

Filament แบรนด์ใหม่มาแรงแซงทุกโค้ง เป็นของเส้นพลาสติกแบรนด์คนไทยที่ทำมาเพื่อคนไทยทุกคน….

อย่างแรกที่ทุกท่านควรรู้ คุณสมบัติที่แตกต่างจาก PLA และ ABS ทั่วๆไปเลยก็คือ…

 

🔺 ผลิตจากเส้นใยคุณภาพสูง เหนียวทนทาน มีความยืดหยุ่นสูง พิมพ์งานง่ายขึ้น
🔺 สีสันสดใส เจิดจ้าที่มาพร้อมกันถึง  11 สีด้วยกัน
ตัวอย่างความสดสวยงามของเส้นที่โดดเด่น เปลี่ยนงานโทนหม่นๆให้หวานๆด้วยสีชมพูวววว
🔺 ม้วนพลาสติกใส ทำให้สามารถมองเห็นปริมาณเส้นพลาสที่เหลืออยู่ได้
🔺 เส้นมีกลิ่นน้อย ลดสารก่อมะเร็งจากการสูดดม ไม่มีกลิ่นมารบกวนจิตใจในการทำงานอีกต่อไปปปป
🔺 ABS เติมสารลดการหดตัวเมื่อพิมพ์ (หดตัวน้อยกว่า ABS เดิมมาก) เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำสูง อย่าง วิศวะกรรม สถาปัตยกรรม พาร์ทเครื่องจักรต่างๆ
🔺 เงางามเมื่อแสงตกต้องชิ้นงาน เงาวิ้บวับๆ สามารถขัดแต่งชิ้นงานได้ง่าย ไม่บุบสลายคามือระหว่างการขัดแน่นอน!!!!
ผลงานที่ได้จากเส้น 3DD Filament
👉แนะนำเครื่องพิมพ์3มิติสำหรับผู้ที่สนใจเริ่มต้นใช้งานเครื่องพิมพ์3มิติ ใช้ง่าย สะดวก กระทัดรัด👈

และใหม่ล่าสุดจาก Flashforge Creator Pro2 //

🤟คืนชีพใหม่ ไฉไลกว่าเดิม มาพร้อมหัวฉีด 2 หัวอิสระ 🤟
_มาในโหมดต่างๆทั้ง 2Colour / Mirror / 1 Object 1 Support / MassProduce
_หน้าจอทัชสกรีน สะดวกสบาย
❤️❤️” สเปคสูงขึ้น แต่ราคาเท่าเดิม คุ้มสุดคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม “❤️❤️

เปลี่ยนกล่อง Filament เป็นที่แขวนม้วนคูลๆกัน

เปลี่ยนกล่อง Filament เป็นที่แขวนม้วนคูลๆกัน

ใครหลายๆ คนประสบปัญหาการใช้ Filament ในเรื่องของการหาขาตั้งม้วนพลาสติกมาบ้าง ไหนจะจัดเก็บยุ่งยาก ไหนจะถอดใส่ลำบากอีก…..

วันนี้ Print3DD ขอเสนอ ” ของเล่นใหม่ที่จะช่วยให้นักประดิษฐ์ทุกท่านสามารถเปลี่ยนกล่องใส่ม้วนFilamentที่รอวันทิ้งให้เป็นขาตั้งม้วนพลาสติกแบบเท่ๆด้วยตัวของมันเอง!!! “

ง่ายใช่มั้ยละครับ เหมาะสมกับผู้ใช้งานเครื่องพิมพ์3มิติจริงๆ ใช้งานง่าย จัดเก็บก็ง่าย แถมยังเอาไปใช้แกะงานจากฐานได้อีกด้วย^_^

โอเคครับ…เรามาดูขั้นตอนการใช้งานกันอีกสักรอบ คราวนี้เราลองมาทำตามพร้อมกันเล้ยยย!!!

.

แต่ก่อนอื่น ทุกท่านสามารถดาวน์โหลดไฟล์โมเดล3มิติได้ตามลิ้งค์นี้เลยครับ Thingiverse : https://www.thingiverse.com/thing:4579062

 

เมื่อคุณได้โมเดลL มาเรียบร้อยแล้ว อย่างแรกเลือกกล่องที่ต้องการได้เลยครับ

นำมาทาบตามภาพโดยให้ขอบชิดกับขอบกล่อง จะสังเกตได้ว่าร่องตัวUกลับหัวนั้นจะอยู่ตำแหน่งตรงกลางกล่องพอดี

 

จากนั้นก็ใช้ปากกาขีดเส้นตามร่องที่มีไว้ได้เลยครับ…ขีดให้ชิดกับขอบร่องไปเลยครับผม

แล้วใช้คัตเตอร์กรีดไปโล้ดดด…***ระวังนิ้วกันด้วยนะครับ***

จะได้ร่องสวยๆเนียบๆตามนี้ครับ

จากนั้นก็พลิกกล่องไปอีกด้านหนึ่ง และวางแนบเหมือนเดิมโดยที่หลับด้านไปอีกทางนึงครับ……จากนั้นขีดเส้นและกรีดเหมือนอีกด้านไปเล้ยยย

ถ้าเห็นว่าร่องที่กรีดสลับกันกับข้างหน้า…แสดงว่า….คุณมาถูกทางแล้วนั่นเอง!!!!

จากนั้นเมื่อกรีดครบสองด้านแล้ว ก็มาตัดฝาที่ปิดกล่องออกมาเลยครับ เราจำมาทำแกนกัน*_*

นำโมเดล L มาทาบกับฝาที่ตัดออกมาแล้ว โดยใช้ด้านแคบมาทาบ ให้ขอบโมเดล L ชิดกับขอบฝาตามภาพเลยครับ ***ใช้ด้านที่ตัวลิ้นเสียบกล่องอยู่ด้านขวาเท่านั้นนะ***

ใช้คัตเตอร์กรีดเบาๆตามแนวขอบได้เลย กรีดพอให้มีร่อง ไม่ถึงกับกรีดขาดนะครับ

จับดับตามแนวกรีดตามภาพเลย…^_^ เราก็จะได้แกนสำหรับกล่องของเราแล้ว!!!

เมื่อเราได้แกนกล่องเรียบร้อยแล้ว ก็เอามาจับใส่กล่องของเราให้เป็นขาตั้ง Filament กัน….

อย่างแรกก็ใส่ม้วนเส้น Filamentในกล่องไปก่อน

จากนั้นพับแกนฝากกล่องของเราแล้วสวมเข้าไปตามร่องที่เรากรีด

จนทะลุไปอีกด้านนึง โดยผ่านแกนของเส้น Filament ด้วย….

พยายามดันให้แกนอยู่กึ่งกลางของกล่องเพื่อความสวยงาม

จากนั้นก็จะได้ขาตั้งม้วน Filament สุดเท่ สุดEco มาได้1กล่องแล้วววว!!!

ดึงเส้นจากม้วนFilament ออกจากรูปที่มีไว้ไปโหลดเข้าเครื่องพิมพ์3มิติได้สบายๆ

วางไว้ข่างๆเกร๋ๆ ชิคๆ คูลๆ ดูEcoสุดๆ

นอกจากนี้เจ้าตัวโมเดลL นี้ยังมีอีกฟังก์ชันอีกอย่าง นั่นก็คือ การ…เซาะชิ้นงานออกจากแป้นพิมพ์หลังปริ้นเสร็จ!!!!ว้าวววววว

ใช้งานเสร็จก็เอาไปแขวนเก็บไว้สบายๆ

 

ลองทำตามนี้กันดูนะครับ…ขอให้นักประดิษฐ์ทุกท่านมีความสุขกับเครื่องพิมพ์3มิติ กันนะคร้าบบบ….

สวัสดีครับ….

3D printing กับความปลอดภัยต่อการสัมผัสอาหาร

3D printing กับความปลอดภัยต่อการสัมผัสอาหาร

แนวทางสำคัญในการพิมพ์สามมิติภาชนะใส่อาหาร: ข้อกำหนด เทคโนโลยี วัสดุ และอื่น ๆ

 

เครื่องพิมพ์สามมิติให้อิสระในการออกแบบสินค้าที่ผลิตตามความต้องการของลูกค้าแต่ละคน  งานที่มีความสลับซับซ้อน หรืองานที่มีรูปทรงแบบออแกนนิค ซึ่งอาจจะมีต้นทุนสูง หรืออาจจะไม่สามารถผลิตด้วยกรรมวิธีทั่วไปได้เลย

แต่ความอิสระนี้อาจจะถูกข้อบังคับด้านการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับอาหาร หากคุณต้องการพิมพ์งาน 3D ที่ต้องสัมผัสกับอาหาร คุณจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัย และกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อไม่ให้เกิดการสัมผัสกับสารพิษ หรือการสะสมแบคทีเรียที่เป็นอันตราย

การพิมพ์ 3D ที่ปลอดภัยกับอาหารเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ และวัสดุที่ได้รับอนุญาตให้ใช้กับอาหารก็มีมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ยังมีความเคลือบแคลงเกี่ยวกับวิธีการทำงาน และการหาข้อกำหนดที่ตรงตัวก็ยังเป็นเรื่องที่ท้าทาย

จากนี้จะขอแนะนำเกี่ยวกับความปลอยภัยด้านอาหาร ข้อควรคำนึงเรื่องการพิมพ์ 3D สำหรับอาหาร และประเภทของเครื่องพิมพ์ 3D ที่ใช้ผลิต ทั้งในเครื่องแบบ stereolithography (SLA), fused deposition modeling (FDM), และ selective laser sintering (SLS)

จริง ๆ แล้วความปลอดภัยกับอาหาร (Food Safe) หมายถึงอะไรกันแน่?

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกับคำศัพท์ต่อไปนี้เสียก่อน

  • Food gradeคำว่า “Food grade” คือส่วนประกอบแต่ละส่วนในความปลอดภัยของอาหารและยาต่อการบริโภคของมนุษย์ และสามารถใช้ได้โดยตรงกับผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับอาหาร ซึ่งใช้กันทั่วไปในการอธิบายเครื่องมือและอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ เพียงพอที่จะใช้สำหรับการผลิตอาหาร การจัดเก็บอาหาร หรือเพื่อเตรียมอาหาร นอกจากนี้ยังเป็นตัวบ่งชี้ที่มีความสำคัญด้านความปลอดภัยในทางปฏิบัติในหลายอุตสาหกรรม ที่จะทำให้ผู้บริโภครู้สึกปลอดภัย วางใจและยกระดับของสินค้าให้ก้าวสู้ระดับที่สูงขึ้น ตอบสนองลักษณะทางความนิยมทางสังคม และสิ่งแวดล้อม ดังนั้นวัสดุหรือบรรจุภัณฑ์ที่มีคำว่า ฟู้ดเกรด (Food Grade) จึงถือว่ามีความสะอาดและปลอดภัยต่อผู้บริโภค
  • Food safeหมายถึงการเลือกใช้วัสดุ Food grade ที่ปลอดภัยเหมาะสำหรับการใช้งานตามวัตถุประสงค์ และไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค สามารถนำมาบริโภคได้ โดยไม่เป็นอันตรายใด ๆ ต่อผู้บริโภค เพื่อให้ผู้บริโภคปลอดภัยจากอันตรายที่มาจากอาหารและยา เช่น อันตรายทางชีวภาพที่เกิดจากสิ่งมีชีวิตที่เป็นจุลินทรีย์ก่อโรค อันตรายทางเคมีที่เกิดจากสารเคมีที่มีอยู่ในวัตถุดิบ อันตรายทางกายภาพที่เกิดจากสิ่งแปลกปลอม ปนเปื้อนมากับอาหาร ได้แก่ อันตรายทางชีวภาพ อันตรายทางเคมี และอันตรายทางกายภาพ
  • Food contact surfaces (พื้นผิวที่สัมผัสอาหาร) หมายถึง พื้นผิวที่สัมผัสกับอาหาร และพื้นผิวที่ของเหลวไหลหยดลงบนอาหารโดยตรง หรือหยดบนพื้นผิวที่สัมผัสกับอาหาร ซึ่งเกิดขึ้นตามปกติของการ ผลิตอาหาร รวมถึงภาชนะและพื้นผิวของเครื่องมือที่สัมผัสกับอาหาร พื้นผิวที่สัมผัสอาหาร (food contact surfaces) ทำจากวัสดุที่ปลอดภัยต่ออาหารที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อทนต่อสภาพแวดล้อมที่จะนำมาใช้ ซึ่งรวมถึงการสัมผัสกับสารทำความสะอาด สารฆ่าเชื้อและขั้นตอนการทำความสะอาดต่าง ๆ

Food grading และ food safety จะให้ความสำคัญกับการบริโภคเข้าไป อนุภาคขนาดเล็กมาก ๆ ขนาดไม่กี่นาโนเมตร จนถึงขนาดหลายร้อยนาโนเมตรอาจถูกถ่ายทอดไปในแต่ละกระบวนการ ตัวอย่างเช่นจากวัตถุดิบไปยังชิ้นงานพิมพ์ และจากชิ้นงานไปยังอาหาร

เนื่องจากระดับการถ่ายทอดอนุภาคจะน้อยมากในการสัมผัสอาหารแบบชั่วครู่ ดังนั้น Food grade จึงจะให้ความสำคัญกับการสัมผัสกับอาหารเป็นระยะเวลานาน ๆ มากกว่า เช่นภาชนะใส่อาหาร หลอดดูด ช้อนส้อม จาน และแม่พิมพ์อาหาร การทดสอบจะเป็นไปตามข้อกำหนดของ อย. แต่ละประเทศ ในส่วนขอประเทศไทยจะพิจารณาถึง

  • วัสดุผ่านอุณหภูมิในช่วงแนะนำที่ปลอดภัย
  • วัสดุนั้นมีความปลอดภัยกับอาหารแต่ละชนิด (ปริมาณไขมัน, ความเป็นกรด, ความชื้น และอื่น ๆ )
  • วัสดุนี้จะคงสภาพแวดล้อมที่จะถูกนำไปใช้รวมถึงการทำความสะอาดและการฆ่าเชื้อ

สำหรับในสหรัฐฯ จะเป็นไปตาม FDA CFR 21 และด้านยุโรปจะมีข้อกำหนด 10/2011

มองหาสัญลักษณ์เหล่านี้ของ อย. แต่ละประเทศ โปรดระลึกไว้ว่าวัสดุนั้นเป็นไปตามข้อกำหนดเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่ามันได้รับอนุญาตให้ใช้โดยหน่วยงานนั้น ๆ ดังนั้นต้องตรวจสอบกับเอกสารข้อมูลด้านเทคนิคให้แน่ใจก่อน

มาตรฐานสากลในการพิจารณาจะเป็นไปตามรหัสอาหารของ อย. วัสดุที่ใช้จะต้องผ่านมาตรฐานดังต่อไปนี้

  • ไม่มีการแพร่วัตถุอันตราย
  • ไม่ส่งกลิ่น สี หรือรส
  • ปลอดภัยภายใต้การใช้งานปรกติ
  • ทนทาน ทนการกัดกร่อน และ ไม่ดูดซึม
  • มีน้ำหนักมากพอที่จะรองรับการล้างได้หลาย ๆ ครั้ง
  • ผิวเรียบ ทำความสะอาดได้ง่ายโดยไม่แตกหัก และไม่มีคม
  • ทนทาน ไม่เป็นรอย หลุม แตกลายงา รอยแยก รอยบาก การบิดเบี้ยว และย่อยสลาย
  • ตรวจสอบได้ง่าย

ข้อพิจารณาในด้านความปลอดภัยต่ออาหารของงานพิมพ์ 3D

การสะสมแบคทีเรีย

งานพิมพ์ 3D อาจจะกลายเป็นจานเพาะเชื้อแบคทีเรียได้ภายในเวลาแค่ไม่กี่สัปดาห์ ถึงแม้ว่าวัสดุบางชนิดจะเอาเข้าเครื่องล้างจานได้ แต่แบคทีเรียอันตรายบางชนิดเช่น E. coli และ salmonella ที่อาศัยในซอกเล็กซอกน้อยบนผิวงานก็อาจหลุดรอดไปได้ เชื้อราที่มีพิษบางชนิดก็สามารถเจริญเติบโตได้บนพลาสติกและยากที่จะกำจัด การใช้สารฟอกขาว หรือเอาเข้าเครื่องไมโครเวฟก็ไม่สามารถกำจัดมันได้

คงไม่มีปัญหาใด ๆ หากมันเป็นงานพิมพ์ที่ใช้แล้วทิ้ง แต่ถ้าคุณตั้งใจจะใช้มันถาวร ก็ขอแนะนำว่าให้เคลือบมันด้วยสารที่เป็น food safe

การเคลือบด้วยสารที่เป็น food safe และ น้ำยาผนึก

ทางเลือกที่ดีที่สุดในการลดอันตรายจากการสะสมของแบคทีเรีย และจากอนุภาคที่หลุดออกมา ทำได้โดยการจุ่มเคลือบงานพิมพ์สามมิตินั้นด้วย food grade epoxy หรือ polyurethane resin ตัวอย่างเช่น Masterbond’s EP42HT-2FG หรือ ArtResin หรือเทฟล่อน

อย่างไรก็ตามการเคลือบนั้นก็ไม่ได้รับประกันว่าจะใช้ได้อย่างปลอดภัยในระยะยาว เพราะสารเคลือบเหล่านี้ไม่ได้ทนต่อการล้างด้วยเครื่องล้างจาน และมันยังเสื่อมไปตามอายุด้วย ทำให้พื้นผิวเดิมเผยออกมา

ความปลอดภัยสำหรับเครื่องล้างจาน

โดยทั่วไปวัสดุที่ใช้พิมพ์สามมิติมักจะมีค่าการต้านทานความร้อนต่ำ ซึ่งหมายความว่ามันจะเกิดการเปราะ แตก หรือเสียรูปเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น หากคุณตั้งใจจะทำความสะอาดงานพิมพ์สามมิติด้วยเครื่องล้างจาน โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่ามันใช้วัสดุที่ปลอดภัยสำหรับใช้กับเครื่องล้างจาน และตรวจสอบอุณหภูมิด้วย

อุปกรณ์ที่ปลอดภัยกับอาหาร

เนื่องจากอนุภาคสามารถเคลื่อนย้ายจากตัวเครื่องพิมพ์สามมิติไปยังงานพิมพ์สามมิติได้ ดังนั้นมันจึงสำคัญมากที่ตัวเครื่องพิมพ์ อุปกรณ์ และเครื่องมือต่าง ๆ ที่สัมผัสกับวัสดุพิมพ์ และงานพิมพ์ จะต้องไม่มีส่วนประกอบของสารเคมีอันตรายด้วย

ทั้งนี้รวมไปถึงการใช้งานวัสดุหลายชนิดในเครื่องเดียวกัน ซึ่งวัสดุที่ใช้ก่อนหน้านี้อาจจะไม่เป็น food safe หรือมีสารพิษตกค้างอยู่ก็ได้

วัสดุพิมพ์ที่เป็น Food safe

วัสดุพิมพ์สามมิติหลาย ๆ ชนิดไม่เป็น food safe และอาจมีสารเคมีที่เป็นพิษปนเปื้อนอยู่ จงใช้แต่วัสดุพิมพ์ที่ทำมาเพื่อการใช้พิมพ์งานที่สัมผัสอาหารได้โดยเฉพาะเท่านั้น

ระยะเวลาที่สัมผัสอาหาร

อย่างที่ทราบแล้ว ความเสี่ยงที่จะเกิดการปนเปื้อนจะมากขึ้นเมื่อมีการยืดระยะเวลาที่งานพิมพ์สามมิติสัมผัสกับอาหารให้ยาวนานขึ้น ดังนั้นจึงควรจำกัดเวลาที่งานพิมพ์ต้องสัมผัสกับอาหารให้น้อยที่สุด

การใช้เครื่องพิมพ์สามมิติผลิตภาชนะบรรจุอาหาร

ลองถามตัวเองว่าทำไมจึงต้องพิมพ์งานที่สัมผัสอาหาร หากเป็นงานออกแบบ งานสร้างสรรค์ โดยทั่วไปแล้วมีวิธีทำโดยอ้อมในการผลิตเช่นการทำเป็นแม่พิมพ์ก่อน สามารถอ่านรายละเอียดในหัวข้อต่อไป

งานพิมพ์ระบบ Stereolithography (SLA) ที่เป็น Food Safe

งานพิมพ์ระบบ SLA จะขึ้นรูปวัตถุสามมิติด้วยการใช้แสงเลเซอร์ยิงไปยังเรซินเหลวไวแสง เพื่อให้เรซิน ณ จุดนั้นแข็งตัว

แล้วเรซินนั้นเป็นชนิดที่ปลอดภัยกับอาหารไหม? คำตอบคือ ไม่ เนื้อเรซินสามารถก่อเกิดอนุภาคได้ ทำให้เรซินทุกชนิด รวมถึงงานพิมพ์ไม่ปลอดภัยต่ออาหารด้วยตัวของวัสดุเอง แม้เรซินสำหรับงานทันตกรรม และทางการแพทย์จะได้รับการรับรองว่าเข้ากันได้กับร่างกาย แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่ามันปลอดภัยกับอาหาร วัสดุเหล่านี้ได้รับการรับรองให้ใช้เฉพาะเจาะจงกับงานบางชนิดเท่านั้น และไม่ควรสัมผัสอาหาร

งานพิมพ์จากเครื่องพิมพ์ระบบ SLA จะมีผิวที่เรียบกว่า จึงง่ายกว่าในการเคลือบผิวเพื่อป้องกันการก่อตัวของแบคทีเรีย ปัจจัยที่มีผลต่อความเรียบของผิวได้แก่ ชนิดของเรซิน ความหนาของเลเยอร์ ทิศทางการวาง จำนวนโครงตาข่ายของโมเดลงาน และการอบแสงยูวี งานพิมพ์ที่เสร็จแล้วจะต้องล้าง และอบยูวีตามขั้นตอนที่บริษัทผู้ผลิตแนะนำก่อนจะนำไปเคลือบ อย่างไรก็ตามการเคลือบก็ยังไม่ได้รับประกันว่าจะปลอดภัยกับอาหารเนื่องจากสารเคลือบอาจจะทำปฏิกิริยากับเรซิน หรือเสื่อมสภาพไปตามเวลา ทำให้ผิวเรซินเปิดเผยออกมา

แม่พิมพ์

การทำแม่พิมพ์ตามแบบเป็นวิธีการที่ใช้กันทั่วไปในการใช้ประโยชน์จากเครื่องพิมพ์ระบบ SLA โดยที่งานพิมพ์จาก SLA ไม่เหมาะที่จะสัมผัสอาหารโดยตรง แต่มันเหมาะมากที่จะใช้ทำแม่พิมพ์แล้วใช้การขึ้นรูปแบบสุญญากาศด้วยพลาสติกที่เป็น Food safe

การขึ้นรูปโดยใช้แม่พิมพ์นี้ง่าย และผลงานที่ได้ก็สวยงามมาก

งานแม่พิมพ์ 3D และใช้การขึ้นรูปแบบสุญญากาศ

การชุบโลหะด้วยไฟฟ้า (Electroplating)

กระบวนการผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปในสารละลายเกลือของโลหะ (Metallic salts) แล้วทำให้อิออนบวกวิ่งมารับประจุไฟฟ้าลบที่ชิ้นงาน ซึ่งทำหน้าที่เป็นขั้วลบ (Cathode) จึงทำให้เกิดเป็นชั้นผิวบางของโลหะมาเคลือบอยู่บนผิวด้านนอกของชิ้นงาน มักใช้เพื่อป้องกันการเกิดสนิมโลหะ หรือเพื่อให้พื้นผิวงานมีความคงทน

งานพิมพ์จากเครื่อง SLA เหมาะมากกับการชุบโลหะ เนื่องจากผิวที่เรียบ แต่พลาสติกไม่นำไฟฟ้า ดังนั้นจึงต้องเคลือบด้วยสารนำไฟฟ้าเช่นกราไฟท์ conductive lacquer, electroless plate, หรือ a vaporized coating

การเคลือบโลหะเพื่อให้ปลอดภัยต่ออาหารมีอยู่จริง แต่กระบวนการนั้นต้องผ่านสารเคมีจำนวนมาก ดังนั้นจึงต้องมั่นใจว่ากระบวนการผลิตมีความปลอดภัย และได้รับการรับรอง

เซรามิก

งานพิมพ์เซรามิกจากเครื่อง SLA สามารถผลิตงานเซรามิกได้จริง โดยการนำงานที่พิมพ์เสร็จแล้วไปเผาในเตาเผา มันจะทำให้เรซินไหม้หมดไป เหลือแต่เนื้อเซรามิกซึ่งมีความแข็งแรง และทนต่อสารเคมีส่วนใหญ่ได้ พื้นผิวของงานจะถูกเคลือบแก้วไปในตัวทำให้มีความปลอดภัยมากขึ้นด้วย

งานพิมพ์ 3D ด้วยวัสดุเซรามิก สามารถผลิตงานที่ยากจะทำด้วยมือ

งานพิมพ์ระบบ Fused Deposition Modeling (FDM) ที่เป็น Food Safe

FDM เป็นการพิมพ์สามมิติที่ขึ้นรูปงานด้วยการหลอมเส้นพลาสติกและฉีดออกมาเป็นเส้นเล็ก ๆ ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ จนเป็นรูปร่างที่ต้องการ

เส้นพลาสติกที่ถูกฉีดออกมาจะมีหน้าตัดเป็นวงกลม เมื่อวันซ้อนกันจะมีช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างเส้น และระหว่างชั้น ดังนั้นเราจึงแนะนำว่าให้พิมพ์ที่ความสูงระหว่างชั้นที่ต่ำที่สุดเท่าที่ทำได้เพื่อให้ปลอดภัยกับอาหาร

ดังนั้นสิ่งที่ท้าทายมากที่สุดของเครื่องพิมพ์ FDM คือการหลีกเลี่ยงการสะสมตัวของแบคทีเรียในช่องว่างนั้น ในการใช้งานที่สัมผัสอาหารในระยะยาว จำเป็นต้องมีการทำให้ผิวงานเรียบ โดยการใช้สารเคมีเช่น acetone, d-Limonene, หรือ ethyl acetate เพื่อกำจัดส่วนที่ไม่เรียบบนผิวงานออกไป แต่อย่างไรก็ตามการเคลือบผิวก็ยังจำเป็นอย่างมาก

ชั้นของเส้นพลาสติกของเครื่อง FDM (ซ้าย) เทียบกับเครื่อง SLA (ขวา)

เส้นพลาสติกชนิด Food grade จะไม่มีส่วนผสมที่ทำให้หัวพิมพ์สึกหรอ อย่างไรก็ตามควรหลีกเลี่ยงหัวพิมพ์ชนิดทองเหลืองผสมตะกั่ว ให้ใช้หัวพิมพ์แบบสเตนเลสสำหรับงานที่สัมผัสอาหาร

นอกจากนี้ต้องตรวจสอบเครื่องพิมพ์ว่าสามารถใช้งานร่วมกับเส้นพลาสติกได้ ตัวอย่างเช่นพลาสติก PEI มีคุณสมบัติที่เหมาะ และเป็นไปตามที่ อย. กำหนดแต่มันก็ต้องการความร้อนสูงกว่า 300 °C ซึ่งไม่ใช่จะทำความร้อนได้ขนาดนั้นทุกเครื่อง

เส้นพลาสติกชนิด Food grade

เส้นพลาสติกที่นิยมใช้กันทั่วไปกับเครื่องพิมพ์สามมิติคือ PLA และ ABS คำถามคือ PLA และ ABS เป็นพลาสติกที่ปลอดภัยกับอาหารหรือไม่? คำตอบคือ “อาจจะ” ทั้งนี้ขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง

เส้นพลาสติกชนิด Food safe จะมี PLA, PP, co-polyester, PET, PET-G, HIPS, nylon-6, ABS, ASA, และ PEI แต่ถ้าต้องเอาเข้าเครื่องล้างจานแล้วละก็ ให้หลีกเลี่ยง PET, nylon, และ PLA เนื่องจากมันจะอ่อนตัวเมื่อได้รับความร้อน และเสียรูปเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นถึง 60-70°C และหากต้องใช้กับของเหลวที่ร้อนควรใช้วัสดุ co-polyester, High Temperature PLA หรือ PEI จะเหมาะกว่า

แม้จะไม่อยู่ในข้อห้าม แต่มีการศึกษาบางฉบับอ้างว่า polystyrene อาจจะปลดปล่อยสาร styrene วัสดุ co-polyesters อาจมีผลกระทบกับสุขภาพ และเส้นพลาสติกที่เป็น Food grade อาจสูญเสียคุณสมบัตินั้นไปกับการเกิด oxidation หรือเสื่อมสภาพไประหว่างกระบวนการพิมพ์

FILAMENT BRAND FDA EU SMOOTHABLE DISHWASHER SAFE HOT LIQUIDS
ABS Adwire PRO Approved NA Yes, acetone Yes Yes
Innofil3D Approved except red, orange, and pink Approved except red, orange, and pink Yes, acetone Yes Yes
ASA Innofil3D NA Compliant Yes No
Bendlay Orbi-Tech NA Compliant Yes, brake cleaner No No
Biocompound Extrudr GreenTEC NA Compliant
Co-Polyester Colorfabb XT Approved Compliant No Yes Yes
HIPS Easyfil Compliant Compliant Yes, d-limonene Yes No
Fillamentum NA Compliant Yes, d-limonene Yes No
InnoFil3D Approved Approved Yes, d-limonene Yes No
Nylon Taulman Nylon 680 Compliant NA No No
PEI ULTEM® 1000 Compliant NA Yes Yes
PET InnoPet EPR Approved except red and orange Approved except red and orange Yes, ethyl acetate No No
Refil Approved NA Yes, ethyl acetate No No
Taulman T-Glase Approved NA Yes, ethyl acetate No No
Verbatim Compliant NA Yes, ethyl acetate No No
PET-G Extrudr MF NA Approved Yes, ethyl acetate No No
HDGlass Approved Approved Yes, ethyl acetate No No
PLA Filaments.ca TrueFS Approved NA No No No
Fillamentum NA Compliant No No No
Innofil3D Approved except red, orange, pink, apricot skin, grey, and magenta Approved except red, orange, pink, apricot skin, grey, and magenta No No No
Copper3D PLActive Antibacterial Approved Compliant No No No
Makergeeks Approved NA No No No
Purement Antibacterial Approved Approved No No No
PLA-HT Makergeeks Raptor Approved NA No Yes Yes
Makergeeks Raptor Approved NA No Yes Yes
PP Centaur Compliant Compliant No Yes Yes
InnoFil3D Approved Approved No Yes Yes
Nunus Compliant Compliant No Yes Yes
Verbatim Compliant NA No Yes Yes
SBS Filamentarno NA Approved only in Russia Yes, d-limonene Yes Yes

โปรดทราบ: ข้อมูลในตารางข้างต้นอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

งานพิมพ์ระบบ Selective Laser Sintering (SLS) ที่เป็น Food Safe

การพิมพ์ระบบ Selective Laser Sintering เป็นการยิงแสงเลเซอร์ไปยังผงโพลีเมอร์เพื่อหลอมละลาย วัสดุที่นิยมใช้คือ nylon ซึ่งมีคุณสมบัติทางวิศวกรรมที่ดีมาก

ผงโพลีเมอร์อาจจะเป็น Food grade แต่ผงบางส่วนที่อยู่บนผิวของงานอาจจะไม่ได้ถูกหลอมเหลวเพียงพอ ก่อให้เกิดรูพรุนเล็ก ๆ เป็นที่สะสมของแบคทีเรียได้ และถึงแม้ว่าวัสดุ Nylon 12 จะสามารถอบไอน้ำเพื่อทำความสะอาดได้ แต่ก็ควรจะมีการเคลือบผิวด้วยสารเคลือบชนิด Food grade อีกครั้งจะดีกว่า

ขั้นตอนหลังการพิมพ์ตามปรกติของงานพิมพ์ SLS คือการย้อมสี ซึ่งขั้นตอนนี้อาจจะทำให้สีย้อมซึมเข้าไปในเนื้องาน และทำให้งานพิมพ์นั้นไม่ปลอดภัยต่ออาหารก็ได้

สรุป

ความปลอดภัยต่ออาหารของงานพิมพ์สามมิติอาจจะไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด หรือไม่อาจฟันธงลงไปได้ว่าใช่ หรือไม่ การนำงานพิมพ์สามมิติไปสัมผัสอาหารมีข้อควรคำนึงถึงอย่างระมัดระวังก่อนนำไปใช้งานจริง หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม ขอแนะนำให้อ่านบทความต่อไปนี้:

 

เรซินใหม่ 6 ชนิดจาก Formlabs

เรซินใหม่ 6 ชนิดจาก Formlabs

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมานี้ Formlabs ได้เปิดตัวเรซินใหม่ 6 ตัว โดยเป็นแบบ Bio-Compatible ถึง 5 ตัว ดังนี้

  • เรซินทางวิศวกรรมและการดูแลสุขภาพ
    1. Flexible 80A Resin (ปรับปรุงสูตรจาก Flexible Resin, ไม่เป็น biocompatible)
    2. BioMed Amber Resin
    3. BioMed Clear Resin
  • เรซินในงานทันตกรรม
    1. Custom Tray Resin
    2. Temporary CB Resin
    3. Dental LT Clear Resin V2 (ปรับปรุงสูตรจาก Dental LT Clear Resin)

Flexible 80A Resin เป็นการปรับปรุงสูตร Flexible Resin เดิมให้มีความแข็งแรง และความทนทานต่อการฉีกขาดที่ดีขึ้นโดยที่ไม่ต้องยุ่งยาก Flexible 80A Resin เหมาะสำหรับชิ้นส่วนที่ต้องทนต่อการบิด ดัดงอ และการกดอัด ด้วยระดับความยืดหยุ่น Durometer 80A Shore มันสามารถจำลองความยืดหยุ่นเทียบเท่ายางหรือ TPU

Flexible และ Elastic Resins สามารถใช้ในการขึ้นรูปชิ้นส่วนซิลิโคน ยูรีเทน และยาง

 

BioMed Amber Resin เป็นวัสดุเกรดทางการแพทย์ที่มีความแกร่ง และแข็งแรงในทางการแพทย์สำหรับผลิตชิ้นส่วนที่ต้องสัมผัสกับผิว และเบื่อบุช่องปากในระยะสั้น ๆ เหมาะสำหรับการผลิตชิ้นส่วนที่แข็งแรงและมั่นคงเช่น เกลียวที่ใช้งานได้จริง BioMed Clear Resin เป็นวัสดุที่ได้รับการรับรองจาก USP Class VI สำหรับการใช้งานทางชีวภาพที่ต้องสัมผัสกับผิวหนัง หรือเยื่อบุในระยะยาว ชิ้นส่วนที่พิมพ์ในวัสดุนี้สามารถใช้วิธีการฆ่าเชื้อทั่วไปได้ และเหมาะสำหรับการผลิตชิ้นส่วนที่คงทน และมีการดูดซึมน้ำต่ำ

BioMed Resins จาก Formlabs เป็นวัสดุชีวภาพที่ได้มาตรฐาน ISO 13485

 

Custom Tray Resin จาก Formlabs Dental เป็นวัสดุที่เข้ากันได้ทางชีวภาพ ที่สามารถพิมพ์ได้อย่างรวดเร็ว ในการทำถาดพิมพ์ปาก โดยจะพิมพ์ที่ระดับความละเอียด 200 ไมครอน ซึ่งจะสามารถลดเวลา แรงงาน และได้ปริมาณงานที่สูงขึ้น

หากต้องการทำถาดพิมพ์ปากสำหรับรากฟันเทียม ครอบฟัน สะพานฟัน และอื่น ๆ Custom Tray Resin เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้

 

Temporary CB Resin เป็นเรซินชนิด Class IIa ที่พัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง @Formlabs Dental และ BEGO การใช้งานวัสดุนี้เหมาะสำหรับการพิมพ์สามมิติของครอบฟัน และสะพานฟันชนิดชั่วคราว การบูรณะฟันที่ผุ บิ่น หรือร้าวได้ทั้งแบบอินเลย์ และออนเลย์ และการทำฟันปลอมรูปแบบใหม่ (Veneer)

Temporary CB Resin จาก BEGO และ @Formlabs Dental สามารถทำสะพานฟันได้ถึงเจ็ดซี่ และมีให้เลือก 4 เฉดสี ตามระบบ VITA วัสดุนี้สามารถใช้งานได้นานถึง 12 เดือน Dental LT Clear Resin (V2) เป็นวัสดุที่เข้ากันได้ในทางชีวภาพในระยะยาว ที่ปรับปรุงสูตรขึ้นมาใหม่เป็นรุ่นที่สอง มีคุณสมบัติที่ดีและประหยัดในการทำเฝือกสบฟัน (Occlusal splint) และ occlusal guards ด้วยตัวเองทีมีความทนทาน และทนต่อการแตกหักได้ดี เรซินนี้มีสีใส และสามารถขัดให้ใสยิ่งขึ้นได้อีก มันยังมีความทนทานต่อการเปลี่ยนสีตามระยะเวลาอีกด้วย