fbpx

วัสดุ 3D Printing ทดแทนจากถั่วเหลือง

วัสดุ 3D Printing ทดแทนจากถั่วเหลือง

ที่ University of Louisville (UofL) Conn Center for Renewable Energy Research และ Department of Mechanical Engineering ทีมนักวิจัยได้เปลี่ยนเปลือกถั่วเหลืองให้เป็นวัสดุ ในงาน 3D Printing โดยมีแนวคิด การใช้ของเหลือทิ้งจากการแปรรูปถั่วเหลือง ทีมนักวิจัยสามารถกู้คืนเส้นใยธรรมชาติจากตัวเปลือก และนำมาพัฒนาในด้านวัสดุการพิมพ์คอมโพสิตสำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ

ซึ่งโครงการวิจัยนี้ซึ่งได้รับเงินทุน 350,000 ดอลลาร์จาก United Soybean Board จึงสามารถสร้างผลงานให้กับหนึ่งในเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการเพาะปลูกมากที่สุดในโลกโดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา

ตลาดถั่วเหลืองส่วนใหญ่สัดส่วนการตลาดโดยสหรัฐอเมริกาบราซิลและอาร์เจนตินา เมื่อรวมกันแล้วทั้งสามประเทศนี้ผลิตถั่วเหลืองได้เกือบ 80% ของโลก นั่นก็คือมากกว่า 215 ล้านตันต่อปี ถั่วเหลืองถูกแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ซึ่งก่อให้เกิดของเสียอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นเปลือกหรือส่วนอื่นๆ

ในสหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียวมีการทิ้งถั่วเหลือง 8 ล้านชิ้นทุกปี นั่นคือจุดที่ทีมนักวิจัยของเราที่ University of Louisville เข้ามาพัฒนาและวิจัยหาวิธีการนำเปลือกเหล่านี้กลับมาใช้ใหม่ ซึ่งจะสามารถช่วยกู้ปัญหาขยะและส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งเศรษฐกิจหมุนเวียนกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในงานพิมพ์ 3 มิติ เนื่องจาก บริษัท จำนวนมากมองหาวิธีอื่น ๆ ในการปรับปรุงการทิ้งของเสียต่างๆ ให้ลดลง และนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น

ในแง่ที่เป็นรูปธรรมนักวิทยาศาสตร์จะเปลี่ยนชีวมวลของเปลือกถั่วเหลืองให้เป็นไซโลสซึ่งเป็นน้ำตาลแคลอรี่ต่ำที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

โครงสร้ำงของ Xylose

เมื่อสารนี้ถูกแยกออก จะสามารถกู้คืนเส้นใยธรรมชาติที่จะใช้ในการพัฒนาวัสดุการพิมพ์คอมโพสิต 3มิติ เส้นใยเหล่านี้จะเป็นตัวแทนประมาณ 80% ของมวลชีวภาพเริ่มต้น

Mahendra Sunkara ผู้อำนวยการ Conn Center อธิบายว่า “ การเกษตรและการแปรรูปทางการเกษตรเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและการจ้างงานในสหรัฐฯ การแยกไซโลสและการใช้เส้นใยเปลือกถั่วเหลืองสำหรับคอมโพสิตเส้นใยธรรมชาติเป็นโอกาสที่ดีในการจัดการกับปัญหาเศรษฐกิจการเกษตร ปัญหาโภชนาการและความต้องการวัสดุทดแทนจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนทั่วโลก”

ทีมวิจัยจึงคาดหวังที่จะพัฒนาวิธีการที่เป็นไปได้ในการกู้คืนเส้นใยรวมเข้ากับเมทริกซ์โพลีเมอร์อย่างมีประสิทธิภาพและผลิตเส้นใยการพิมพ์ 3 มิติ

การออกแบบอวัยวะเทียมสำหรับสัตว์โดยใช้ nTopology 

การออกแบบอวัยวะเทียมสำหรับสัตว์โดยใช้ nTopology 
ขาเทียมออกแบบโดย Derrick จาก Bionic Pets
ขาเทียมพร้อมเสื้อกั๊กสำหรับสุนัขขนาดเล็ก

บริษัท DiveDesign และ องค์กร Bionic Pets ใช้ประโยชน์จาก nTopology ในการออกแบบชิ้นส่วนสามมิติที่ไม่จำเป็นต้องผลิตทีละมาก ๆ แต่กลับได้ประโยชน์มากกว่าเมื่อผลิตทีละน้อย ๆ
การทำอวัยวะเทียมเป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มผู้ใช้งานเครื่องพิมพ์สามมิติทั่วโลก แต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่ยังไม่เป็นที่แพร่หลายแต่ก็เป็นการใช้งานในสิ่งที่สำคัญ นั่นคืออวัยวะเทียมสำหรับสัตว์
องค์กร Bionic Pets เป็นผู้นำในการผลิตอวัยวะเทียมสำหรับสัตว์ทุกชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุนัข Derrick Campana ผู้ก่อตั้ง Bionic Pets ได้ช่วยเหลือสัตว์ต่าง ๆ ตั้งแต่นกจนถึงช้าง เขามีฝีมือดีเยี่ยม ทำทุกอย่างอย่างประณีตด้วยมือล้วน ๆ

แม้ว่าเขาจะมีฝีมือดีและงานที่ประณีต แต่อวัยวะเทียมแต่ละชิ้นต้องใช้เวลานาน บางชิ้นอาจจะนานถึง 15 ชั่วโมงเลย มันจึงเป็นความท้าทายอย่างมากที่ต้องทำอวัยวะเทียมให้มากพอกับความต้องการให้เร็วที่สุด ทั้งนี้มีสุนัขที่ต้องถูกตัดขานับพันตัวต่อปี หากยิ่งรอนานขาที่เหลือก็จะยิ่งเสียหายไปเรื่อย ๆ เนื่องจากการทิ้งน้ำหนักที่ไม่สมดุล สัตว์พิการส่วนใหญ่ที่ไม่สามารถเคลื่อนที่ไปไหนมาไหนได้มักจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน
Derrick ได้รับความช่วยเหลือจาก Dive Design โดยการใช้เครื่องสแกนสามมิติ โปรแกรมออกแบบสามมิติ และเครื่องพิมพ์สามมิติ ช่วยให้การทำงานเร็วขึ้น ง่ายขึ้น และประหยัดต้นทุนได้มาก และยังทำให้การปรับเปลี่ยนอวัยวะเทียมให้เหาะกับสัตว์แต่ละตัวได้ดีขึ้น แข็งแรงขึ้น และทนทานมากขึ้นด้วย แต่ทั้งหมดนั้นก็ยังทำให้มันห่างไกลจากความสมบูรณ์แบบที่ควรจะเป็น เพราะในส่วนของเท้ายังต้องใช้วิธีการดั้งเดิมโดยการดัดพลาสติกและยาง ทำให้ยังใช้เวลาในการทำมากอยู่ และยังไม่คงทนอีกด้วย

ทาง Dive Design ได้นำเอาเทคโนโลยี nTopology ที่ใช้ในการออกแบบขาเทียมที่ใช้สำหรับนักปีนเขาขาพิการ โดยการนำโครงสร้างแบบตารางมาช่วย ทำให้สามารถทำเท้าเทียมให้กับสุนัขได้ และยังช่วยให้การออกแบบส่วนที่เหลือได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังทำชิ้นส่วนที่เปลี่ยนได้เร็วที่ใช้วัสดุ TPC – Thermoplastic copolyester (เป็นชนิดหนึ่งของ TPE) เพื่อช่วยให้การคืนตัวทำได้ดียิ่งขึ้น

การออกแบบอุ้งเท้าเทียมโดยใช้ nTop technology

ด้วยความรวดเร็วในการทำงาน และความสามารถที่หลากหลายของเครื่องพิมพ์ 3D ระบบ FFF เข้ากันได้ดีกับงานที่ต้องทำซ้ำ ๆ และแผนงานที่นำกลับมาใช้อีกได้ง่าย รวมถึงการออกแบบ การทดสอบ การขนส่ง ซึ่งหากใช้วิธีการเดิม ทั้งหมดอาจใช้เวลานานถึงหนึ่งเดือน

อ่านรายละเอีดสินค้าเพิ่มเติม :


ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น สิ่งสำคัญที่เราได้เรียนรู้คือความคิดสร้างสรรค์สามารถไปได้ไกลกว่าที่ควรจะเป็น อย่างเช่นในกรณีนี้ ความรู้ในการทำอวัยวะเทียมของสัตว์สามารถแบ่งปันให้ผู้อื่นเพื่อการต่อยอดความรู้นั้น และทำให้พลิกชีวิตได้ ไอเดียบางอย่างที่คิดขึ้นมาเพื่อช่วยมนุษย์ก็นำไปใช้กับสัตว์ได้ด้วย และเมื่อมีการพัฒนาต่อไปอีกมันก็สามารถนำกลับมาใช้ในมนุษย์อีกได้เช่นกัน ซึ่งจุดหมายของมันก็คือช่วยให้การผลิตให้เฉพาะบุคคล งานที่มีคุณภาพ มีราคาที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้

พิมพ์กระเพาะหมูนุ่มนิ่มด้วย Flexible Filament

พิมพ์กระเพาะหมูนุ่มนิ่มด้วย Flexible Filament

ในสายงาน 3D Print1 นั้นมีหลากหลายวัสดุ Filament ให้เลือกใช้กันมาก ถ้าจะให้พูดถึงทั่วไปคงหนีไม่พ้น PLA ABS ซึ่งเป็น Filament พื้นฐาน แต่ก็ยังมีอีกหลายอย่างแยกย่อยไปอีก เช่น พิมพ์โลหะ ฯลฯ

และยังมีอีกชนิดหนึ่งที่ค่อนข้างได้รับความนิยมและใช้งานในเฉพาะด้านอย่างเส้น Flexible

ที่มีคุณสมบัติเด่นเลยคือ ความยืดหยุ่น ที่มีมากตามชื่อ Flexible ซึ่งเส้นชนิดนี้มัดจะใช้ในงานจำพวกของเล่นที่ต้องการความนุ่มนิ่ม เพื่อป้องกันอันตลาดจากของแข็ง เคสโทรศัทพ์ เครื่องมือต่างๆ ที่ช่วยห่อหุ้มป้องกันการกระแทกได้เป็นอย่างดี และอีกงานหนึ่งที่เป้นงานเฉพาะด้าน อย่าง โมเดลทางการแพทย์

โมเดลทางการแพทย์คืออะไร มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร แล้วจะเอาไปพิมพ์เป็นอะไร…???

คำตอบนั้นง่ายมาก นั่นก็คือ อวัยวะสิ่งมีชีวิต เนื่องจากอวัยวะมีลักษณะที่ Freeform และคุณลักษณnความนุ่มนิ่มเมื่อบีบจับ เนื่องจากเป็นอวัยวะเป็นสิ่งธรรมชาติมีการยืดหดขยายตามธรรมชาติ การใช้เส้น Flexible ในการพิมพ์โมเดลอวัยวะสิ่งมีชีวิต จึงเป็นงานที่ตอบโจทย์เอามากๆ ซึ่งสามารถนำไปใช้ในด้านการศึกษา วิจัยและพัฒนางานต่างๆด้านการแพทย์ นำมาใช้ทดลองการบิดตัวหรือโครงสร้างต่างๆ ของอวัยวะ ซึ่งมีความคล้ายคลึงกัน ทำให้การศึกษาสามารถเข้าถึงได้ง่ายด้วยต้นทุนที่ถูกกว่าโมเดลจริง และเรื่องวระยะเวลาที่ใช้เวลาในการขึ้นงานไม่นาน และเหมาะกับอวัยวะที่มีความซับซ้อนด้านโครงสร้างมากๆ เพราะจุดเด่นของเครื่องพิมพ์ 3มิติ นั้นสามารถสร้างโมเดลที่ซับซ้อนขึ้นได้ไม่ยาก

ซึ่งเราได้ลองพิมพ์อวัยวะ กระเพาะหมู โดยใช้เส้น Flexible พิมพ์ ขึ้นงานกลวงและขยายขนาดประมาณ20% เพื่อนำมาเป็นตัวอย่างและศึกษาได้ชัดเจน

จะเห็นได้ว่ารูปทรงค่อนข้างตรงกับของจริงเลย

กระเพาะหมูของจริง
โมเดลกระเพาะหมูจากเส้น Flexible

เนื่องจากข้างในเราตั้งค่าการพิมพ์กลวงหรือ Infill 0% และตั้งค่าความแข็งแรงด้วยผนังให้มีความหนาขึ้นมาหน่อยทำให้อยู่ทรงได้

(วิธีตั้งค่าการพิมพ์เส้น Flexible :https://www.print3dd.com/flexible-on-adventurer3/)

ทำให้การบีบ จับนั้นมีความยืดหยุ่นมาก บีบติดกันยังไหว

หรือจะหักงอบริเวณปลายก็ยังสามารถทำได้ไม่ยาก

เมื่อเรามีสิ่งนี้และเราก็สามารถนำไปทำวิจัยอะไรต่อได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ของจริงตลอดเวลา และยังสามารถหั่นแบ่งหรือย่อขยายได้อีกด้วย

แต่ก่อนที่จะพิมพ์งานออกมาได้นั้นจำเป็นต้องมีไฟล์งานที่สมบูรณ์แบบเสียก่อนโดยงานนี้เราเริ่มจากการ Scan โมเดลตันที่ขึ้นด้วยมือจากวัสดุดินน้ำมัน

และได้ออกมาเป็นไฟล์ 3มิติ นำมาปรับเปลี่ยนให้พร้อมพิมพ์อีกรอบหนึ่ง

 

จากน้ำทำการปั้นเพิม่เป็นการต่อท่อขึ้นมาเพิ่มและขยายขนาด 20%

นำเข้าโปรแกรมเพื่อทำให้โมเดลกลวง และทำการเตรียมพิมพ์

เข้าโปรแกรมเพื่อทำให้โมเดลกลวงข้างใน
เข้าโปรแกรม FlashPrint เพื่อตั้งค่าการพิมพ์
ได้โมเดลตามต้องการ

ข้อแนะนำในการใช้งานเส้น Flexible

– เครื่องที่ใช้ควรเป็นแบบ Direct Drive หรือ ชุดเฟืองขับเส้นติดกับหัวฉีด เช่น Flashforge DreamerFlashforge Creator Pro2 , Flashforge Guider2s


– อุณหภูมิในการพิมพ์ 190-220 องศา
– ไม่จำเป็นต้องเปิดฐานทำความร้อน
– ความเร็วในการพิมพ์ ควรน้อยกว่า 40 mm/sec

จะเห็นได้ว่าการพิมพ์ 3มิติ นั้นมีความเป็นได้กว้างมาก หากเลือกวัสที่เข้ากับการทำงานของเรา เราก็จะสามารถทำชิ้นงานต้นแบบหรือตัวทดลองนำไปใช้เพื่อทดสอบและพัฒนาต่อในอนาคตได้อีกด้วย

SafeKey from Copper 3D Printing Filament ทองแดงช่วยเราได้

SafeKey from Copper 3D Printing Filament ทองแดงช่วยเราได้

สถานการณืโควิด-19ในปัจจุบันภายในประเทศเริ่มมีความปลอดภัยมากขึ้นแต่กลับกันต่างประเทศมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆและดูเหมือนจะยาวนานกว่าที่คิดไว้ การดูแลตัวเองนั้นขึงเป็นสิ่งสำคัญมากๆเพื่อให้ลดการติดเชื้อ ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มากมายเพื่อรับกับสถานการณ์ในปัจจุบันได้🤟

ตัวอย่างที่เป็นเหมือนผลิตภัณฑ์ใหม่และแพร่หลายมากขึ้นที่เกิดมาเพื่อลดการสัมผัสสิ่งรอบตัวอย่าง SafeKey

อุปกรณ์ชิ้นเล้กๆแบบพกพาที่ช่วยให้การใช้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง โดยมีหน้าที่หลายๆ หน้าที่ซึ่งแล้วแต่คนออกแบบจะใส่ฟังก์ชันลงไป ซึ่งหลักๆ ที่คนเรามักจะสัมผัสกันประจำอย่างลูกบิดประตู การกดลิฟต์ หรืออื่นๆที่ใช้มือสัมผัส ตัว SafeKey เป็นเหมือนตัวเสริมมือเราให้ตัว SafeKey นั้นสัมผัสแทนนิ้วหรือมือเรานั่นเอง

แต่เนื่องจาก SafeKey ที่มีอยู่ทั่วไปนั้นเป็นพลาสติก เพราะต้นทุนต่ำและหาได้ง่าย แต่ก็ยังเสี่ยงที่เชื้อขะติด SafeKey ไปด้วยแล้วเราก็สัมผัส SafeKey อีกต่อหนึ่ง มันจึงกลายเราคิดว่าปลอดภัยกลับไม่ปลอดภัย 100%

ทำให้ผู้คนมากมายหาวิธีการต่างๆในการพัฒนาตัว SafeKey นั้นให้ปลอดภัยมากขึ้น ตัวอย่างเช่น การนำ Copper มาใช้เป็นวัสดุในการทำ SafeKey แต่การจำหล่อทองแดงให้ออกมาเป็นชิ้นงานนั้นต้นทุนค่อนข้างสูงและบุคคลทั่วไปไม่อาจจะทำได้ง่าย ต้องมีอุปกรณ์และพื้นพี่แถมยังเสี่ยงอันตรายในการหล่อหากผู้ทำนั้นไม่มีความชำนานมากพอ ทำให้มีผู้คิดค้นและพัฒนานำการพิมพ์3มิติเข้ามาใช้ เป็นพิมพ์ SafeKey จาก Copper 3D Printing Filament

คิดค้นและออกแบบ3D พร้อมกับพิมพ์ออกมาจนได้รับรางวัลกันเลียทีเดียว โดยฟังก์ชันของเจ้าตัวนี้มีดีดังนี้

การใช้ ทองแดง เป็นวัสดุการพิมพ์นั้นช่วยให้ลดการจิดเชื้อได้มากขึ้นเลยทีเดียว

ซึ่งอันที่จริงแล้ววัสดุ Copper Filament นี้มีมานานมากแล้ว เนื่องจากคุณสมบัติต่างๆ ไม่ว่าจะนำไฟฟ้าหรือความร้อน ก็เอามาปรับใช้ในการพิมพ์อะไหล่เครื่องจักรได้ แต่ว่าพึ่งได้นำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในระดับครัวเรือนเมื่อไม่นานมานี้ จากงานวิจัยเกี่ยวกับทองแดงที่มีผลต่อการฆ่าเชื้อนั้น ทำให้ผู้คนต่างๆนำทองแดงไปปรับใช้กันอย่างแพร่หลายมากขึ้นปัจจุบัน

 

แต่ท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าอุปกรณ์ของเราจะดีแค่ไหน ยังไงเราก็ต้องหมั่นดูแลตัวเอง ล้างมือบ่อยๆ สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกข้างนอกเป็นประจำเสมอ ลดการสัมผัสและพูดคุยซึ่งหน้า เพื่อเป็นการเลี่ยงการติดเชื้อที่ดีที่สุด🥰

ดูแลสุขภาพและพิมพ์งาน 3D ให้สนุกนะครับบบบ

 

 

บทสัมภาษณ์ Hayco: การใช้เครื่องพิมพ์ 3D ในการพัฒนาสินค้า

บทสัมภาษณ์ Hayco: การใช้เครื่องพิมพ์ 3D ในการพัฒนาสินค้า

ในปี 1892 นาย William E Hay ได้ก่อตั้งโรงงาน South Australian Brush Company ในออสเตรเลียทำแปรงชนิดต่าง ๆ ที่ใช้ในบ้านจนเป็นที่นิยมเรียกกันติดปาก จากนั้นในปี 1983 หลานของนาย William ชื่อ Donald Hay เห็นว่าตลาดในเอเชียกำลังเจริญเติบโต จึงได้เปิดบริษัทใหม่ในฮ่องกงชื่อว่า Hayco

โดยที่ธุรกิจดั้งเดิมของครอบครัวเริ่มจากการทำแปรง Hayco ได้เปิดโรงงานฉีดพลาสติกขึ้นในเมืองเสิ่นเจิ้น ประเทศจีน ได้ประสบความสำเร็จ มีความเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว มีพนักงานกว่า 6,000 คนและเปิดอีกหลายโรงงานทั้งในจีน และสาธารณรัฐโดมินิกัน

นับแต่เปิดบริษัทมา Hayco ได้ผลิตสินค้าเกี่ยวกับการทำความสะอาดบ้านที่มีชื่อเสียงมากมาย หลายยี่ห้อ และมีโรงงานพลาสติกของตัวเอง Hayco ได้รับจ้างออกแบบ และผลิตแปรงสีฟันไฟฟ้าระดับพรีเมี่ยมให้กับผู้นำตลาดด้านการดูแลสุขภาพในช่องปาก หลายยี่ห้อรวมถึง Philips และ Church & Dwight มานานกว่า 18 ปี และส่งออกแปรงสีฟันไฟฟ้าไปทั่วโลกกว่า 20 ล้านด้ามต่อปี

เราจะมาเรียนรู้ว่าทีมวิศการของ  Hayco ใช้ประโยชน์จากเครื่องพิมพ์สามมิติในการพัฒนาสินค้า และทำต้นแบบที่มีความละเอียด อีกทั้งยังเข้ากันได้กับร่างกายมนุษย์ เพื่อใช้ในการทดสอบก่อนเริ่มผลิตจริง ได้อย่างไร

โรงงานของ Hayco ในเมืองเสิ่นเจิ้น ประเทศจีน

ผู้บุกเบิกการใช้เครื่องพิมพ์สามมิติ

ด้วยความเป็นผู้ผลิตที่ประวัติอันยาวนาน และมีนวัตกรรมการออกแบบที่เป็นหนึ่ง Hayco ได้เริ่มนำเครื่องพิมพ์สามมิติมาช่วยในการผลิตมาตั้งแต่ปลายยุค 90 ซึ่งมีทั้งเครื่องพิมพ์ชนิด fused deposition modeling (FDM) และ selective laser sintering (SLS) โดยมีนาย Hoss Vong ซึ่งขณะนี้เป็นผู้จัดการอาวุโสเป็นผู้ริเริ่ม

“ตอนนั้นเครื่องพิมพ์สามมิติมีความแตกต่างกันมากกับเครื่องพิมพ์สามมิติในปัจจุบันนี้ เครื่องที่เรามีเป็นเครื่องระดับอุตสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่ ต้องมีการอบรมการใช้งานมาก และราคายังแพงมาก ๆ ทั้งตัวเครื่อง และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา” นาย Vong กล่าว

การหาวัสดุที่เหมาะสมสำหรับส่วนประกอบต่าง ๆ

ในการออกแบบแปรงสีฟันใหม่สักอันหนึ่ง ส่วนประกอบต่าง ๆ ของมันจะต้องมีคุณสมบัติเฉพาะทำให้มีผลกระทบกับการหาวัสดุที่จะมาทำต้นแบบ ยกตัวอย่างเช่นตัวถังด้านนอกต้องเรียบเนียน และทนทาน ส่วนโครงด้านในต้องแข็งและเที่ยงตรงเพื่อให้ใส่อุกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้พอดี และที่สำคัญที่สุดหัวแปรงต้องเป็นวัสดุที่เข้ากันได้กับร่างกายมนุษย์ เพื่อให้สามารถทดสอบการใช้งานจริงได้ด้วย

วัสดุที่นำมาใช้มีความสำคัญที่สุดต่อการประเมินการสั่นสะเทือน และความไม่แน่นอนในการใช้งานของสินค้า ความแกร่ง และความหนาแน่นของมันก็จะต้องใกล้เคียงกับสินค้าจริง ๆ ที่จะถูกผลิตออกมาให้มากที่สุดด้วย

“เราประสบความสำเร็จมากในการใช้สินค้าของ Formlabs วัสดุเรซินมีความใกล้เคียงกับสินค้าที่เราผลิตอย่างมาก” นาย Vong กล่าว

นาย Vong กำลังทดสอบต้นแบบแปรงสีฟัน ที่หัวแปรงเป็นงานพิมพ์จากเครื่องพิมพ์สามมิติ

ด้วยประสบการณ์ของนาย Vong เขารู้ดีว่าเครื่องพิมพ์ SLA เป็นระบบที่เหมาะสมกับสินค้าของเขาที่สุด แม้ว่าในตลาดมีเรซินอยู่มากมายให้เลือกใช้ อีกทั้งราคายังถูกกว่า แต่เราไม่ยอมใช้มันด้วยเหตุผลของความปลอดภัย และคุณภาพ เขาใช้เรซินหลายชนิดของ Formlabs ในการทำการทดสอบสินค้า เขาเลือกใช้ Dental SG Resin ซึ่งเป็นเรซินที่เป็น biocompatible และให้รายละเอียดได้ดี

ติดปีกให้วิศวกรทุกคนด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติ

“มีคนรีวิวเครื่อง Form 2 ว่าเป็นเครื่องที่ดี ผมก็ได้อ่านมัน แล้วก็ทดลองซื้อมาใช้เครื่องหนึ่ง มันก็พิสูจน์ให้เห็นว่าผมสามารถไว้ใจมันได้ ทั้งตัวเครื่อง และเรซิน และตัวเครื่องเองไม่จำเป็นต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นมาใช้งาน ตอนนี้ทุกคนในบริษัทสามารถใช้งานมันกับโปรเจคของแต่ละคนได้เลย พอเครื่อง Form 3 ออกมาเราก็สั่งซื้อล่วงหน้าสองเครื่องเลย เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการ ตอนนี้เรามีทั้งหมด 6 เครื่องแล้ว” นาย Vong กล่าว

ปัจจุบัน Hayco มีเครื่องพิมพ์สามมิติ 6 เครื่องเนื่องจากมันใช้งานง่าย ทุกคนใช้ได้โดยไม่ต้องเรียนรู้มากนัก

การนำเครื่องพิมพ์สามมิติมาใช้งานทำให้นาย Vong ลดต้นทุนให้บริษัทไปได้ถึง 35% เมื่อเทียบกับการใช้ทำต้นแบบด้วยวิธีอื่น

โครงสร้างภายในของต้นแบบแปรงสีฟันไฟฟ้า พิมพ์ด้วยเรซินสีขาวของ Form 3
โครงสร้างภายในของต้นแบบแปรงสีฟันไฟฟ้าจะต้องแข็งแรง และมีความเที่ยงตรงสูงเพื่อการประกอบเข้ากับชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ได้พอดี

 

การทดสอบงานต้นแบบโดยไม่ต้องมีแม่พิมพ์

“ยกตัวอย่างการพัฒนาปุ่มกดของแปรงสีฟันไฟฟ้าเมื่อหลายปีก่อน เราต้องทำแม่พิมพ์เพื่อฉีดพลาสติกที่ใช้งานจริง ไม่อย่างนั้นเราไม่สามารถรับประกันได้เลยว่ามันจะใช้งานได้” นาย Vong กล่าว

ต้นแบบแปรงสีฟันไฟฟ้าพิมพ์ด้วยเครื่อง Form 3 (ล่าง) และ สินค้าที่ผลิตจริงจากแม่พิมพ์ฉีด (บน)

“ตอนนี้เราใช้เครื่อง Form 3 และเรซิน Tough 2000 กับงานต้นแบบของเรา งานพิมพ์ดูเหมือนงานที่ออกจากเครื่องฉีดพลาสติกมาก ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิตินี้เราสามารถทำต้นแบบสำหรับการนำเสนอ การทดสอบต้นแบบหลาย ๆ รูปแบบ เปรียบเทียบการใช้งาน และปรับเปลี่ยนขนาดได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง” นาย Vong กล่าว

โครงสร้างภายในของต้นแบบแปรงสีฟันไฟฟ้าพิมพ์ด้วยเรซินวิศวกรรม Tough 2000

ก้าวต่อไปของ Hayco

ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพในช่องปากเป็นแผนกที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว

“เราจะลงทุนกับเครื่องพิมพ์สามมิติต่อไป เหมือนกับที่เราใช้เครื่องพิมพ์สามมิติมากว่า 20 ปีแล้ว ตอนนี้เรากำลังศึกษาเกี่ยวกับการพิมพ์โลหะด้วยเลเซอร์เพื่อใช้ในแผนกทำแม่พิมพ์ของเรา นาย Vong กล่าว

CreatorPro2 Reviewละเอียดยิบ ของมันต้องมี🔥🔥

CreatorPro2 Reviewละเอียดยิบ ของมันต้องมี🔥🔥
CreatorPro2 Reviewละเอียดยิบ ของมันต้องมี🔥🔥
เรามาทำความรู้จักเบื้องลึกกับเครื่องพิมพ์3มิติ CreatorPro2  รุ่นที่ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เนื่องจากเป็นตัวที่ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก มีหัวพิมพ์อิสระ 2 หัว ที่จะช่วยให้คุณสามารถทำงานได้เร็วขึ้น งานหลากหลายมากขึ้น สามารถทำ2สีได้ในตัวเดียวกัน
แต่ก่อนหน้าเรามาทำความรู้จัก CreatorPro รุ่นก่อนๆ กันดีกว่าว่าเป็นยังไงคร่าวๆกันครับเพื่อให้เห็นข้อแตกต่างของตัวรุ่น Pro2 ได้อย่างชัดเจน
Creator Pro 2016
Flashforge Creator Pro รุ่นเก่า
Flashforge Creator Pro เป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดของ Flashforge และของร้าน Print3DD เราเลยก็ว่าได้ หรือจะเรียกได้ว่าเป็น Flagship ของยี่ห้อ Flashforge เลยครับ
เป็นเครื่องพิมพ์สามมิติรุ่นใหม่ที่พัฒนามาจาก Flashforge Creator การทำงานของมันคล้ายกับเครื่องรุ่นก่อนหน้า 
มีการออกแบบโครงโลหะให้หนาขึ้น เพิ่มแผ่นโลหะป้องกัน MainBoard และ หน้าต่างอะคริลิก สำหรับเปิด-ปิด รวมถึงหลังคา เพื่อป้องกันเสียง/กลิ่น และรักษาอุณหภูมิภายในให้คงที่มากขึ้น ดังนั้นเครื่องจึงมีน้ำหนักค่อนข้างมาก
ซึ่งเป็นต้นแบบของเครื่องพิมพ์รุ่นต่อๆมาของ Flashforge 
ข้อสังเกตของรุ่นนี้
คือ 📌 Interface ยังเป็นระบบ “กดปุ่ม” ธรรมดา หากตัวกดพัง อาจจะต้องแงะออกมาซ่อม ซึ่งเสี่ยงในหลายๆอย่าง และหน้าจอ ยังมีแค่เพียง Text อยู่
ปุ่มทิศทางในการเลือกคำสั่งของเครื่องพิมพ์
📌 ถึงจะเป็นเครื่องพิมพ์ที่มี 2 หัว แต่เป็น 2 หัวที่ติดกัน ทำให้ยังคงพิมพ์ได้แค่ทีละโมเดลอยู่ และถ้าหากตัวหัวพิมพ์เสียอาจจะลามไปอีกหัวได้ ซึ่งจะเป็นเรื่องใหญ่ในการซ่อมแซมอีกด้วย😨😨😨
หัวฉีด 2 หัวแบบติดกัน
📌 เรื่องกวนใจของผู้ใช้งานหลายๆท่านที่ FeddBack กลับมาคือเสียงที่ค่อนข้างดังไปสักนิด ซึ่งอาจจะไม่เหมาะกับการใช้ในบ้านหรือ สำนักงานเท่าไหร่
📌 ขนาดชิ้นงานที่ทำได้ถือว่าเป็นมาตรฐาน Creator Pro มีบางจุดที่ต้องการการปรับแต่งอย่างละเอียด เพื่อใช้งานมันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
จากที่กล่าวมาข้างต้น ด้วยข้อด้อยที่เห็นนั้นทำให้ผู้พัฒนา Flashforge ได้ปรับปรุงแก้ไขตัวเครื่องและซอฟแวร์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นจากตัวเดิม จนออกมาเป็น
💥💥CREATOR PRO2💥💥
ผู้ช่วยที่จะทำให้งานของคุณมีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ในแบบที่ ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม
CreatorPro2 รุ่นใหม่ล่าสุด
มาใหม่รุ่นล่าสุด ปี 2020 มาพร้อมกับระบบ 2 หัวฉีดอิสระในราคาเท่าเดิม…
หลายๆอย่างถูกเพิ่มเติมเข้ามา ทั้งด้านการใช้งานและด้านการออกแบบ ซึ่งเราจะมาว่ากันที่ตัวโครงสร้างภายนอกก่อนจะดีกว่า ว่ามันแตกต่างและดีกว่ายังไงบ้าง
👉อย่างแรกที่เห็นคือการออกแบบที่ยังคงความเป็นรุ่น Creator Pro อยู่ เปลี่ยนสีนิดหน่อยจากดำล้วนเป็นเทาเข้ม ตัดกับส่วนบนที่เป็นสีดำ ทำให้ดูทันสมัยมากขึ้น
โครงสร้างหลักเป็นโลหะ มีความแข็งแรง ทำให้ค่อนข้างมีน้ำหนัก แต่ก็ยังหนักไม่ต่างกับตัวเก่าอยู่ ซึ่งน้ำหนักนี้มีผลดีตรงที่เวลาเครื่องพิมพ์งานอยู่ตัวเครื่องจะไม่ได้โครงเครงไปซึ่งจะทำให้การพิมพ์เสียหายได้
ภาพการเทียบสีของทั้ง2รุ่น

มาพร้อมหูจับที่สะดวกสบายเหมือนกับรุ่นก่อนเลยครับ…

พื้นที่การจับมีมากพอให้จับถนัดมือ

และที่แตกต่างจากตัวรุ่นก่อนที่เห็นได้ชัดจากภายนอกเลยคือ!!! หน้าจอ LCD TouchScreen ซึ่งทำให้เราไม่ต้องมานั่งกดปุ่มจนหัวร้อนอีกต่อไป ทำให้เกิดความสะดวกสบาย ใช้งานง่าย หน้าจอ Interface ที่ดูไม่ยาก สัญลักษณ์ที่เข้าใจง่าย

โดยตัวฟังก์ชันบนหน้าจอเครื่องพิมพ์ จะปรับให้เหมือนกับตัวเครื่องรุ่นใหญ่ๆรุ่นอื่น ทั้งการเลือก การปรับ Auto level เปลี่ยนFolament ปรับอุณหภูมิที่หัวซ้าย-ขวา และสถานะอื่นๆของเครื่องได้
LCD TouchScreen
4.และนี่เป็นอย่างหนึ่งที่ค่อนข้างน่าเสียดายมากเกี่ยวกับเครื่องรุ่นใหม่นี้ คือ รุ่นใหม่นี้ยังคงใช้การเสียบ SD Gard ในการป้อนข้อมูลการพิมพ์อยู่ โดยตัวรุ่นใหญ่อื่นๆเขาใช้การสั่งงานออนไลน์กันหมดแล้ว โดยตัวใหม่นี้ได้ทำการย้ายช่องเสียบ SD Gard มาไว้ข้างขวาภายนอกเครื่อง ต่างกับเครื่องรุ่นก่อนที่ไว้ข้างใน ซึ่งก็จะช่วยปรับปรุงในเรื่องการรักษาตัว SD Gard เนื่องจากรุ่นก่อนเสียบไว้ข้างใน ซึ่งอาจจะทำให้ตัว SD Gard เสื่อมสภาพได้เร็วหากทำการพิมพ์งานด้วยอุณหภูมิสูงเป็นเวลานานๆ
4.1ซึ่งการเสียบ SD Gard แบบนี้ จะทำให้ตัวเครื่องไม่สามารถเก็บข้อมูลไฟล์งาน เพื่อใช้ในการพิมพ์ซ้ำแบบไม่ได้เสียบ SD Gard เหมือนกับเครื่องที่พิมพ์ออนไลน์ได้ แต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรมากนักเพราะเครื่องสามารถเสียบ SD Gard คาไว้ได้ตลอดเวลา
ภาพการเปรียบเทียบช่องเสียบ SD Gard

มาดูที่ด้านหลังกันบ้าง ตัวใหม่นี้ก็ยังคงมี Spool 2 ข้าง ถอด/ใส่ ง่ายสบายๆแค่บีบหัว>ใส่ม้วนแกน แล้วตัวมันจะล็อกไม่ให้ม้วน Filament ไหลออกมาระหว่างการพิมพ์แน่นอน!!!

Spool คู่
ขออนุญาตแวะมาขายของสักนิด กับFilament แบรนด์คนไทย ไทยทำไทยใช้ กับ 3DD Brand
5.ฝาบนที่มีไว้เพื่อควบคุมอุณหภูมิ หากต้องการพิมพ์งานที่ใช้ Filament ในการพิมพ์อุณหภูมิสูงๆ อย่าง ABS
ฝาบน ใส แข็งแรง เก็บความร้อนได้ดี
คราวนี้เรามาดูภาพในกันบ้าง
1.อย่างแรกเลยจุดเด่นที่เห็นได้ชัดและเป็นตัวชูโรงของตัวรุ่นใหม่ก็คือ 2 หัวฉีด แบบอิสระ แยกออกจากกัน (IDEX : Independent Extruders)
ทำไมมันถึงโดดเด่นเด้งดึ๋งขนาดนี้นะ….นั่นก็เพราะว่าตัวหัวฉีดที่แยกกันแบบนี้มีประโยชน์มากในเรื่องของการพิมพ์ในรูปแบบ Mass หรือพิมพ์งานจำนวนเยอะในเวลาที่เร็วขึ้น การพิมพ์แบบ Mirror และอื่นๆอีกมากมาย เดี๋ยวเราจะมาเหลาให้ฟังว่ามีฟังก์ชันที่น่าสนใจอะไรบ้าง….
แบบพิมพ์ Duplicate สองชิ้นพร้อมกันมีประโยชน์ในเรื่องของการพิมพ์โมเดลในการทำซ้ำ หลายชุด ซึ่งสามารถลดการทำงานได้ถึง50% เช่น ชิ้นงานนึงพิมพ์3ชั่วโมง ต้องการ10ชิ้น ก็จะกลายเป็น 30ชั่วโมงในการพิมพ์งานชุดนี้ แต่หากเป็นสองหัว ตัวหัวจะแยกฝั่งและพิมพ์ขึ้นมาพร้อมกันทีเดียวเลย นั่นก็จะกลายเป็นว่าทำการพิมพ์ 10 ชิ้นใช้เวลา 30หาร2 เท่ากับ 15 ชั่วโมงเท่านั้น ทำให้ให้ได้ชิ้นงานที่มีคุณภาพ รวดเร็ว และยังสามาถแยกสีได้อีกด้วย

การพิมพ์แบบ Mirror คือการพิมพ์2ชิ้น สลับด้านเข้าหากัน ซึ่งมีประโยชน์หากต้องการชิ้นงานที่สลับด้านกัน เพียงแค่เราขึ้นไฟล์งาน3D ชิ้นเดียว ก็เอาเข้า Flashprint และพิมพ์ Mirrorกันได้เลย รวดเร็วและสะดวกไม่ต้องมานั่งทำMirrorในโปรแกรม3Dเอง เพราะบางทีถ้าเราทำไฟล์3D แบบMirrorกัน2ชิ้น ไฟล์จะหนักกว่าทำชิ้นเดียวแน่นอน

การพิมพ์แบบ 2 Colour เหมือนกับ CreatorProรุ่น ก่อน แต่เนื่องจากมีหัว 2 หัวแยกจากกัน ทำให้หากเกิดอะไรเสียหายที่หัวนึง อีกหัวนึงก็ยังไม่เป็นอะไร ต่างจากรุ่นก่อนที่หัวติดกันเลย ถ้าเกิดปัญหาอาจจะต้องเปลี่ยนทั้ง 2 หัว
**ข้อสังเกตของฟังก์ชันนี้คือเนื่องจากรุ่นใหม่นี้หัวแยกจากกัน ทำให้การทำงานจะใช้เวลาช้ากว่าหัวที่อยู่ติดกันนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรในการพิมพ์มากมายนัก
**ตัวโมเดลที่จะนำมาพิมพ์ต้องเป็นโมเดล 2 ชิ้นที่แยกออกจากกัน เพื่อแบ่งสีของหัวซ้าย-ขวา โปรโกรมFlashPrint ไม่สามารถแก้ไขตัวโมเดลได้

การพิมพ์ Support PVA ประโยชน์อีกอย่างของการพิมพ์ 2 หัวได้ ก็คือสามารถเลือกใช้ตัว PVA เส้น Filament ที่มีคุณสมบัติในการละลายน้ำได้ เนื่องจากละลายน้ำได้ทำให้เราไม่จำเป้นต้องแกะซับพอตด้วยตัวเอง เพียงแค่พิมพ์เสร็จแล้วนำไปแช่น้ำทิ้งไว้ให้ตัว PVA ละลายตกตะกอนไปเอง เหมาะกับงานที่มีความซับซ้อนมากๆ ซึ่งหากเป็นซัพพอร์ตเส้น Filament ทั่วไปจะทำให้แกะออกค่อนข้างยาก และอาจะทำให้ตัวงานเสียหายได้

แช่น้ำเสร็จก็เช็ดทำความสะอาดได้ง่ายๆ

แต่หากเป็นงานที่เป็นชิ้นเดียวที่วางไว้ตรงกลางสีเดียวแบบพิมพ์ Support PVA หรือ สองสีในตัวเดียวกัน ส่วนหัวฉีดแต่ละหัวจะสามารถเลื่อนมาพิมพ์บริเวณตรงกลางได้ทั้งคู่ ทำให้ไม่เกิดช่องว่าง (Gap) ของการพิมพ์
หัวฉีดทั้งสองตัว สามารถพิมพ์ตรงกลางได้ไม่เกิดGap
อีกอย่างหนึ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาใหม่ก็ตือ แผ่น Aluminium ที่พักหัวฉีด หลายคนคงจะสงสัยว่ามีไว้ทำไม จริงๆแล้วค่อนข้างมีประโยชน์มากๆ เป็นพาร์ทเสริมที่เอาไว้ขณะที่พิมพ์หัวนึงอยู่อีกหัวจะเคลื่อนมาเข้าที่แผ่นพักไว้ทำให้เส้นพลา่สติกที่กำลังร้อนอยู่ไม่เกิดการย้อยลงมา อีกทั้งยังเป็นการล้างรูปหัวฉีดอีกด้วย ทำให้ลดการเกิดเส้นใยขึ้นที่ตัวชิ้นงาน😋 (เครื่องรุ่นใหม่ๆก็เริ่มติดตั้งกันหมดแล้ว)
และจะสังเกตเห็นได้ว่าตัวหัวฉีดนั้น Motor Feed แบบ Direct Drive สามารถใช้งานร่วมกับพลาสติกที่อ่อนได้ เช่น เส้น Flex
2.ส่วนของฐานพิมพ์ (Platform) จะสามารถพิมพ์ได้ที่นาด 200x150x150 mm. และขนาดการพิมพ์แบบ Duplicateและ Mirror อยู่ที่ 80x148x150 mm. เพื่อรองรับการพิมพ์ 2 ชิ้นพร้อมกัน
3.สามารถทำความละเอียดในการพิมพ์แต่ละชั้นได้สูงถึง 50 Micron หรือประมาณ 0.05 mm. ซึ่งถือว่าละเอียดกว่ารุ่นก่อนที่อยู่ที่ 100 Micron หรือ 0.1 mm.
4.ในด้านตัว Soft Ware จะรองรับไฟล์ STL, OBJ, X3G, FPP และอื่นๆ มาพร้อมกับซอฟแวร์ที่แถมมากับเครื่องอย่าง FlashPrint เป็นโปรแกรมตั้งค่าสำหรับการพิมพ์เครื่อ Flashforge โดยฉะเพาะ ซึ่งในโปรแกรมสามารถหด/ขยาย ตัดแบ่ง ตัวโมเดลก่อนพิมพ์ได้
สเปคเครื่องพิมพ์คร่าวๆ
🧏‍♂️จากที่ได้ลองใช้งานมาได้สักพัก ค้นพบว่าการที่หัวฉีดแยกกันอย่างอิสระทำให้ทำงานง่ายขึ้นทั้งด้านการพิมพ์ที่ออกมาเรียบเนียนสวยงาม เหมาะกับการพิมพ์งานจำนวนมากๆ ไม่มีหัวฉีดข้างๆมาเกะกะทำเส้นใยพลาสติกย้อยไปมาเหมือนกับรุ่นก่อน
การใช้หน้าจอ TouchScreen และ Interface ที่ใช้ง่ายมากกว่าการกดปุ่ม ที่สำคัญด้านการซ่อมแซ่มที่สามารถทำได้ง่ายและหากเกิดความเสียหายสักหัวนึงเราก็ยังสามารถใช้อีกหัวนึงพิมพ์งานไปก่อนได้หากมีงานเร่งรีบที่ต้องทำ เมื่อเสร็จงานค่อยมาซ่อมอีกหัวนึงก็ยังได้
แถมด้วยราคาใกล้เคียงกับรุ่นก่อนด้วย คุ้มส้ะยิ่งกว่าคุ้ม!!!
👉สรุปจุดสังเกตของเครื่อง Creator Pro 2👈
1. ความน่าเสียดายของตัว Creator Pro 2 คือยังคงใช้ SD Gard ในการนำไฟล์เข้ามาพิมพ์อยู่ ซึ่งเครื่องรุ่นๆอื่นเป็นการสั่งงานออนไลน์หมดแล้ว
2.ตัวแกนZ ไม่ได้ล็อกให้อยู่กับที่ สามารถขยับขึ้นลงได้ หากขยับขึ้นPlatformจะเลื่อนลงมาเอง แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาแต่อย่างใด
3.ไม่รู้ว่าเป็นข้อเสียหรือข้อดีหรือไม่ เวลาพิมพ์งานเสร็จแล้วเวลาแกะโมเดลออกจะค่อนข้างแกะออกจากฐานพิมพ์ยาก เพราะติดกับฐานพิมพ์แน่นมากกก ซึ่งก็เป็นผลดีเพราะเวลาพิมพ์งานจะไม่ล้มแน่นอน
***ข้อแนะนำคือใช้เกรียงแซะข้างๆให้ได้ก่อนแล้วจึงค่อยแซะดันข้าไปจนโมเดลหลุดออกมา
4.ในด้านการพิมพ์ 2 สีในหนึ่งโมเดล เนื่องจากรุ่นใหม่นี้หัวแยกจากกัน ทำให้การทำงานจะใช้เวลาช้ากว่าหัวที่อยู่ติดกันเหมือนรุ่นก่อนนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรในการพิมพ์มากมายนัก
ตัวอย่างผลงานที่พิมด้วยเครื่อง CreatorPro2
ตัวอย่างงานโมเดลพิมพ์2สี
การพิมพ์ Duplicate ในจำนวนเยอะๆ
การพิมพ์Mirror แล้วนำมาต่อติดกัน ลดเวลาการพิมพ์งานจริง 50%

 

มาดูรีวิวแบบวิดิโอได้เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นครับ….
จากนี้ก็ของขายของอย่างมีสเตปหน่อยนะฮะ!!
สินค้าประกอบด้วย
_เครื่องพิมพ์ Flashforge Creator Pro2
_PLA Filament 1000g จำนวน 2ม้วน
_SD Card
_หนังสือคู่มือ
_อบรมสอนการใช้เครื่องฟรี
**สินค้าประกัน 1 ปี**

Taylormade Hole In One! ด้วยเครื่องพิมพ์ 3D

Taylormade Hole In One! ด้วยเครื่องพิมพ์ 3D

TaylorMade ไม่เพียง แต่เป็นหนึ่งในชื่อที่ได้รับการยอมรับและเป็นที่รู้จักมากที่สุดในวงการกอล์ฟ แต่ยังเป็นหนึ่งในผู้นำนวัตกรรมที่ทันสมัยที่สุด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Creating the Best Bag in Golf

กว่า 40 ปีที่ TaylorMade เป็นหนึ่งในใจของนักกอล์ฟทุกระดับ ด้วยสินค้าที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในโลก มีสินค้าที่เหมาะกับนักกอล์ฟมือใหม่ที่ต้องการพัฒนาฝีมือในการเล่น ไปจนถึงนักกีฬากอล์ฟมืออาชีพในการแข่งขัน PGA Tour ที่ต้องการทำลายขีดจำกัดของตนเอง TaylorMade เติบโตด้วยสินค้าที่เป็นนวัตกรรม ช่วยให้นักกอล์ฟทำผลงานได้ดีขึ้น และคงเห็นแล้วว่า TaylorMade เป็นไม้กอล์ฟที่ดีที่สุดในตลาด

 

 

“Tiger Woods วางมาตรฐานไว้สูงมาก เขาเป็นนักกอล์ฟที่เข้มงวดมากเช่นเดียวกัน เขาจะตรวจสอบไม้กลอ์ฟของเขาแทบทุกกระเบียดนิ้ว การที่ไม้กอล์ฟ TaylorMade ได้อยู่ในถุงกอล์ฟของ

Chris Rollins วิศวกรพัฒนาสินค้ากล่าวไว้เขานับว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่ง”

40 ปีแห่งการการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ

มันเริ่มจากไม้กอล์ฟอันแรกในปี 1979 โดยไม้กอล์ฟ TaylorMade Pittsburgh ที่หัวไม้ทำจากโลหะและไม้ผสมกัน หรือที่เรียกว่า metalwood ได้เปิดมิติใหม่ของการเล่นกอล์ฟ จากนั้นมีการใช้โลหะมาทำหัวไม้หนึ่งกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งมันช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการตีได้มากกว่าไม้ล้วน ๆ และยังช่วยให้ตีได้ไกลขึ้นมาก สินค้าตัวนี้ช่วยให้ TaylorMade เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง แต่การจะยืนหยัดอยู่ให้ได้จำเป็นต้องทุ่มเทพัฒนาสินค้าด้วยนวัตกรรมที่ช่วยให้นักกอล์ฟตีลูกได้ดียิ่งขึ้น และ 40 ปีให้หลังเมื่อนักกอล์ฟเห็นตรา TaylorMade บนไม้กอล์ฟ พวกเขาจะรู้ได้ทันทีว่าเสน่ห์ของ metalwood ดั้งเดิมจะยังคงซึมซาบอยู่ในไม้รุ่นใหม่ ๆ เสมอ

ความเร็ว และความนิ่ง

ไม้กอล์ฟรุ่น The SIM Fairway เป็นหนึ่งในรุ่นที่ดีที่สุดของ TaylorMade ไม้รุ่นนี้ช่วยเพิ่มความเร็วลูกกอล์ฟ ตีได้สูงขึ้น และที่สำคัญที่สุดช่วยลดความผิดพลาดในการตีให้กับนักกอล์ฟทุกระดับ

ในการออกแบบหัวไม้กอล์ฟแบบใหม่ ๆ จะเริ่มจากการระดมสมองของทีมงานงานวิจัย และ นวัตกรรม ต้องคิดว่าการออกแบบใหม่นั้นจะช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง เมื่อตอนที่ทีมงานได้เริ่มออกแบบ แนวทางของบริษัทต้องการจะลดจุดศูนย์ถ่วงของหัวไม้ให้ต่ำลง ปรับปรุง turf interaction และขยายพื้นที่ในการตีเพื่อลดความผิดพลาด วิศวกรเริ่มการออกแบบในแบบสองมิติ และทำการวิเคราะห์ เป้าหมายคือศึกษาว่าจะต้องใส่น้ำหนักเท่าไหร่ลงไปที่หัวไม้กอล์ฟ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการสวิงแต่ละครั้ง ทีมงานใช้เครื่องพิมพ์สามมิติในการสร้างต้นแบบจากไฟล์ CAD ให้เป็นตัวอย่างงานที่จับต้องได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย การทำงานในระบบสามมิติช่วยให้ TaylorMade ได้สัมผัส เห็นความแตกต่างของการกระจายน้ำหนัก และเข้าถึงความรู้สึกในวงสวิงของหัวไม้แต่ละแบบที่พวกเขาดีไซน์ขึ้นมา ทำให้การปรับปรุงการออกแบบหัวไม้กอล์ฟทำได้ง่าย และตรงจุดมากขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในไม้รุ่น The SIM Fairway ก็เป็นผลมาจากกระบวนการออกแบบข้างต้น

ทีมงานออกแบบได้ใช้เรซิน Draft ในการพิมพ์ตัวอย่างที่ต้องการความรวดเร็ว และมันก็เสร็จในเวลาไม่กี่ชั่วโมง จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นเรซินชนิด Grey เพื่อให้มันดูเหมือนของจริงมากยิ่งขึ้น และฟีเจอร์ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของ Grey Resin คือการประกบงานได้แม่นยำ ทำให้วิศวกรออกแบบสามารถสลับแผ่นน้ำหนักที่ใช้ถ่วงได้หลายระดับ และหลายลักษณะในการทดสอบ

“การประกบกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ รวมถึงความละเอียดของชิ้นงานเป็นอะไรที่เราไม่สามารถหาได้จากเครื่องพิมพ์ตัวอื่นใด เราได้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมโดยการพิมพ์ทีละชิ้นแล้วนำมาประกอบกัน”

TaylorMade มีเป้าหมายอันชัดเจนที่จะสร้างสรรค์ไม้กอล์ฟที่ดีที่สุดในโลกเพื่อให้คุณเป็นนักกอล์ฟที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งหมายความว่าหัวไม้กอล์ฟที่มีประสิทธิภาพสูง พร้อมด้วยรูปร่างหน้าตาที่สร้างแรงบันดาลใจจะช่วยให้ตีลูกได้ไกลขึ้น แม่นยำขึ้น และผิดพลาดน้อยลง

เมื่อนักกอล์ฟดึงไม้ TaylorMade ออกจากถุงกอล์ฟ พวกเขาจะมั่นใจได้ว่าสิบแปดหลุมข้างหน้าจะเป็นต้องเป็นสิบแปดหลุมที่ดีที่สุดของเขา

บทสัมภาษณ์วิศวกรพัฒนาผลิตภัณฑ์: Chris Rollins

Q: คุณจะใช้เครื่องพิมพ์สามมิติในโปรเจคต่อไปไหม?

A: แน่นอนที่สุด มันทำงานเร็ว ประหยัด และมันช่วยให้เราเข้าถึงรายละเอียดอย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน เรามีโปรเจคที่ล้ำหน้ามาก ๆ โดยมีเครื่องพิมพ์สามมิติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง และนักกอล์ฟจะต้องชอบมันมาก

   

เครื่องมือที่ TaylorMade ใช้

INFILL แบบต่างๆ ของ 3D Print มีอะไรบ้างนะ???

INFILL แบบต่างๆ ของ 3D Print มีอะไรบ้างนะ???

ในการพิมพ์งาน3มิติทั่วโลกนั้น มีขั้นตอนมากมายในการตั้งค่าก่อนการพิมพ์เพื่อให้ชิ้นงานแต่ละชิ้นนั้น พิมพ์ออกมาได้สวยงามและสมบูรณ์แบบมากที่สุด

งานแต่ละชิ้นต้องการการตั้งค่าที่แตกต่างกัน ความเร็วในการพิมพ์ ความละเอียด อุณหภูมิที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ กางจัดวางซัพพอร์ตที่ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป มุมองศาที่ควรจะเป็นเพื่อให้ขึ้นงานได้ไม่เป็นฝอย และอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญนั่นก็คือ………..

🔥🔥🔥INFILL เป็นอีกส่วนสำคัญที่จะกำหนดว่าโมเดลของคุณจะอยู่หรือไป🔥🔥🔥

What the INFILL…??

INFILL แปลตรงตัวคือ “การเติม” หรือภาษาที่นักพิมพ์3มิติคุยกันคือ “เนื้อใน”

เป็นส่วนของการตั้งค่าที่ “ควรจะมี” หรือจะ “ไม่มี” ก็ได้ขึ้นอยู่กับงานที่ต้องการจะพิมพ์และจุดประสงค์ของชิ้นงานนั้นๆว่าจะเอาไปทำอะไรต่อ

โดยค่าความหนาแน่นของ Infill จะคิดเป็น % มีตั้งแต่ 0-100 ซึ่งตัว Infill มีผลต่อความแข็งแรงของชิ้นงาน ยิ่งถ้า %Infill เยอะ งานก็ยิ่งแน่นและแข็งแรงมากขึ้นตาม

_อย่างเช่นหากต้องการชิ้นงานที่จะเอามาใช้งานเลย เน้นใช้รับแรง รับน้ำหนัก ก็ควรตั้งค่าให้ % สูงๆเข้าไว้

_งานที่เป็นเพียงโมเดลต้นแบบหรือเป็นโมเดลย่อส่วนเพื่อเช็ครูปร่าง หรือจะเป็นงานที่ทำออกมาเพื่อตั้งโชว์ ก็ใช้ % กลางๆ เพื่อให้รูปทรงคงอยู่ได้นาน แข็งแรงพอ

_และหากเป็นงานที่ต้องการนำมาทำพิมพ์ต่อ ชิ้นงานก็ไม่จำเป็นต้องแข็งแรงมาก ก็สามารถใช้ % น้อยๆ เพื่อประหยัดเวลาและเส้นพลาสติกไปด้วย

ด้วยอีกส่วนหนึ่ง

_บางครั้งงานที่ไม่ต้องใช้Infill ส่วนมากมักจะเป็นงานประเภทบรรจุภัณฑ์อย่างเช่น ขวดน้ำต่างๆ ตัวงานก็จะกลวง ซึ่งหากเราไม่ใช้Infill เราควรที่จะเพิ่มความหนาของผนังชิ้นงานเพื่อให้ตัวโครงสร้างมีความแข็งแรงมากพอที่จะนำไปใช้ต่อได้ หากหนังบางตัวงานจะแตกและพังได้ง่าย

ตัวอย่างานที่ไม่มี Infill และตั้งค่าผนังบางเกินไป

แต่ก็จะมีวิธีแก้ทางได้อีกก็คือสร้างผนังชั้นที่2ขึ้นมาแล้วใส่Infill น้อยๆที่เหมาะสม ก็จะสามารถขึ้นชิ้นงานกลวง ได้

โมเดลที่สร้างผนัง 2 ชั้น และใส่ Infill เล็กน้อย
ชิ้นงานที่ไม่มี Infill แต่ตั้งค่าให้ผนังชิ้นงานหนาพอที่จะคงรูปและแข็งแรงต่อการใช้งาน

แต่ทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับรายละเอียดของชิ้นงานหากชิ้นงานรายละเอียดมาก Infillก็เป็นส่วนที่ช่วยให้ขึ้นงานละเอียดๆได้

ตัวอย่างงานที่ใช้Infill แต่รายละเอียดงานเยอะ

ประโยชน์ของInfillยังมีอีกหลายอย่างที่หลายคนยังไม่รู้ มันสามารถสร้างชิ้นงานที่ทำมาจากสเน้พลาสติกแข็งๆให้มีออกมาเป็นโมเดลที่ดูยืดหยุ่นได้ด้วยการตั้งค่า

โดยบริเวณที่ Infill น้อย บริเวณนั้นจะมีช่องว่างมากทำให้สามารถบิดไปมาได้ ส่วนที่ Infill เยอะ ส่วนนั้นก็จะแข็งยืดหยุ่นไม่ได้

บอกกล่าวเผื่อไว้เผื่อผู้ใช้บางท่าน สามารถนำไปปรับใช้กับงานอื่นๆได้ 😁

 

อีกอย่างตัว Infill นั้นมีหลากหลายรูปแบบมาก มีให้เลือกเยอะเพื่อให้เหมาะสมกับประเภทของโมเดลในหลายๆแบบ บางตัวช่วยลดเวลาในการพิมพ์ได้และยังคงความแข็งแรงเท่าเดิม หรือบางตัวใช้ %น้อย แต่แข็งแรงมาก ซึ่งก็แลกกับเวลาเช่นกัน

เรามาดูกันดีกว่าว่า INFILL มีแบบไหนกันบ้างและควรใช้กับโมเดลแบบใด

โดยสามารถสังเกตได้ออกเป้นสองแบบใหญ่ๆคือแบบผนังแนวตั้งที่เวลาขึ้น Infill จะพิมพ์เป็นแนวตั้งฉาก ทำให่สามารถรับแรงได้จากมุมแนวดิ่งและแนวราบของจุดที่เส้นสมัผัส

และอีกอย่างคือแบบ Slope ที่จะพิมพ์ข้างล่างและค่อยๆ Slopeขึ้นมาเข้าหากัน เพื่อสร้างความแข็งแรงในมุมองศาที่มากขึ้น

เรามาดูแบบแรกกันก่อนว่ามีอะไรบ้าง…

แบบ Grid นั้นลักษณะจะเป็นแบบตารางช่องสี่เหลี่ยม มีความแข็งแรงมาก รับได้ทั้งแรงแนวราบและแนวดิ่ง เป็นที่นิยมอันดับต้นๆเนื่องจากเป้นค่ามาตรฐานอยู่แล้ว เหมาะกับงานทุกประเภท

ต่อมาเป้นแบบ Line หรือเส้นที่ไขว้ไปมาเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัสตุรับ แต่จะมีความถี่มากกว่าตัว Grid ซึ่งหากเราตั้งแค่ Infill อยู่ที่ 10% ตัวLine จะมีความหนาแน่นและความถี่มากกว่าตัวของ Grid เหมาะกับชิ้นงานที่ต้องการเนื้อข้านในเยอะ ความแข็งแรงสูง และเป้นชิ้นงานที่มีความซับซ้อนของโครงสร้างมาก เพื่อให้ความถี่ของเส้นนั้นเข้าถึงในส่วนเล็กๆของโครงสร้างนั้น

แบบ Triangle เป็นแบบสามเหลี่ยมต่อหากัน ซึ่งโครงสร้างสามเหลี่ยมนั้นมีความแข็งแรงมากกว่าแบบสี่เหลี่ยม ทำให้สัดส่วนตัว Infill ใน%ที่เท่ากันตัวสามเหลี่ยมจะแข็งแรงมากกว่าสี่เหลี่ยมแต่จะใช้ปริมาณเส้นที่มากกว่า เนื่องจากตัวสามเหลี่ยมเมื่อนำมาต่อกันแล้วจะสามารถรับแรงได้หลายทิศทางมากกว่าตัวสี่เหลี่ยม ซึ่งเป็นประเภทที่ได้รับความนิยมได้เท่าๆกับ Grid

Tri-Hexagon เป็นรูปทรงหกเหลี่ยมและสามเหลี่ยมมาเข้าคู่กัน เป็นประเภทที่มีความแข็งแรงมาก เนื่องจากมีความเป็นหกเหลี่ยมที่สามารถรับแรงได้จากหลายทิศทางจากความที่มีเหลี่ยมเยอะด้วยและความหนาแน่นที่เยอะกว่าด้วย

Concentric เป็นแบบที่มีความแข็งแรงน้อยในแนวราบ มักจะใช้กับงานที่ต้องการรับแรงแค่แนวดิ่ง ซึ่งมันสามารถประหยัดเวลาและเส้นพลาสติกได้ค่อนข้างมากทีเดียว แต่ก็ต้องใช้งานให้เหมาะกับโมเดลนั้นๆ

ช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้ชิ้นงานได้

Cross เป็นแบบที่ทำออกมาเพื่อความสวยงามแต่ก็มีความแข็งแรงและยืดหยุ่นได้บ้างเล็กน้อยเนื่องจากมีส่วนที่ไม่ติดกับผนังทำให้มีช่องว่างพอที่จะขยับได้ เหมาะกับงานประเภทที่ต้องการความแข็งแรงแต่ก็สามารถยืดหยุ่นได้บ้างเพื่อไม่ให้ชิ้นงานเกิดการแตกร้าว

Gyroid เป็นประเภทที่แน่นที่สุดในบรรดา Infill ผนังแนวตั้งทั้งหมดที่กล่าวมา เนื่องจากเป็นแบบเส้นคลื่น และขึ้นแบบสลับตัดกันต่อชั้น ทำให้สามารถรับแรงได้รอบด้าน แต่ก็ต้องแลกมากับเส้นพลาสติกที่เสียไปเยอะและเวลาขึ้นที่เยอะตามไปด้วย

นี่แค่แบบผนังแนวตั้ง ยังมีให้เลิกเยอะเลือกไม่ถูกขนาดนี้แล้ว….😰

 

ขออนุญาตแวะมาขายของสักนิด กับFilament แบรนด์คนไทย ไทยทำไทยใช้ กับ 3DD Brand

 

เรามาต่อกับประเภท Infill Slope กันครับ เป้นประเภทที่มีความแข็งแรงมากๆเพราะขึ้นแบบ Slop ซึ่งสามารถรับแรงได้แทบทุกทิศทาง

เป็น Infill ที่ขึ้นส่วนฐานกว้างและค่อย Slope ขึ้นจนเต็มและขยายออกไป สลับไปมา เป็นแบบประเภทพื้นฐานที่ใช้กันทั่วไป มีความแข็งแรงมากเหมาะกับงานทุกชนิด

จะเป็นเหมือนกับ Cubic แต่เพิ่มเติมคือตัวของ Cubic Subdivision นั้น ใส่วนที่มีพื้นที่กว้างและไม่ได้ติดกับผนังของโมเดล ตัว Infill จะขยายใหญ่ และ ส่วนที่ใกล้กับผนังโมเดล Infill จะมีขนาดแคบ เป็นเพราะจะช่วยลดเวลา และเส้นในการพิมพ์ในพื้นที่ที่ไม่จำเป็นในการรับแรงได้ แต่ยังคงความแข็งแรงของของชิ้นงานอยู่ ซึ่งหากเป็นงานที่มีขนาดใหญ่แต่ไมไ่ด้เน้นรับแรงก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมในการใช้ Infill นี้มากๆ

 

แบบ Octet เป็นการ Slope ตัว Infill ให้ทั่วชิ้นงาน ในลักษณะของช่องสี่เหลี่ยม มีความแข็งแรงมากขึ้น มากกว่าตัว Gird ใน % ที่เท่าๆกัน แต่จะใช้เวลานานกว่าไม่มาก เหมาะกับงานทุกประเภท

และสุดท้าย….ท้ายสุด

Cross 3D พัฒนามาจาก Cross ผนังแนวตั้ง ให้เป็นแบบ 3มิต คือ Slope แบบโค้ง ทำให้มีความแข็งแรงมากกว่าCross แต่ความยืดหยุ่นจะน้อยกว่าแบบธรรมดา แต่ก็ยังยืดหยุ่นอยู่

 

ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นจะเห้นได้ว่า Infill ค่อนข้างมีผลต่อการขึ้นชิ้นงานพอๆกับความละเอียด และอุณหภูมิเลยก็ว่าได้ ซึ่งต้องให้ผู้ใช้งานพิจารณาว่าแบบใดเหมาะสมกับงานของท่าน

ซึ่งหากมีเวลามากพอ  ก่อนที่จะพิมพ์ชิ้นงานจริงควรทดลอง Test ว่า Infill แบบไหนเหมาะกับงานเรามากที่สุดโดยทำการพิมพ์หยาบเพื่อเช็คดู เพื่อไม่ให้ชิ้นงานออกมาผิดพลาดไปจากที่คิดไว้แต่แรก ทั้งด้านความสวยงามและความแข็งแรง

และอย่าลืมที่จะเช็คการตั้งค่าก่อนพิมพ์ทุกครั้งเพราะหากตั้งค่าผิดก็จะเสียเส้นพลาสติกและเวลาไปฟรีๆ

 

แถม!! จะเห็นได้ Infill บางตัวมีลวดลายที่สวยงาม หากนำมาใช้กับงานที่มีผนังบางหน่อย ที่สามารถให้แสงผ่านได้ก็จะเห็นลวดลายบนงานนั้นๆ ก็สวยไปอีกแบบครับ…

🤩🤩🤩ขอให้มีความสุขกับการพิมพ์นะคร้าบบบ🤩🤩🤩

ขอแนะนำเครื่องพิมพ์3มิติใหม่ล่าสุด ที่มาแรงแซงทุกโค้ง เหมาะกับมือใหม่และงานต้นแบบ ในราคาที่เอื้อมถึง!!!!

 

 

อนาคตของวงการเซรามิกส์ที่กำลังเดินหน้าอย่างก้าวกระโดด

อนาคตของวงการเซรามิกส์ที่กำลังเดินหน้าอย่างก้าวกระโดด
อนาคตของวงการเซรามิกส์ที่กำลังเดินหน้าอย่างก้าวกระโดด ผสมผสานกับเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์3มิติ เกิดเป็นINOVATIONอย่างไม่สิ้นสุด ทั้งด้านวิศวกรรม ศิลปกรรมและวิทยาศาสตร์
จากอดีตจนถึงปัจจุบันเซรามิกเป็นอีกหนึ่งวัสดุและผลิตภัณฑ์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ เนื่องจากเป็นวัสดุธรรมชาติที่หาได้ทั่วไป และสามารถเข้าถึงได้ไม่ยาก
เม็ดเงินหลายล้านสะพัดอยู่ในวงการเซรามิกส์มากมายในวงการวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้าน ไม่ว่าจะเป็นกระเบื้องปูพื้น บุผนัง ถ้วยชามต่างๆ

คุณสมบัติที่โดดเด่นทั้งเรื่องความแข็งแรง วัสดุที่ไม่นำไฟฟ้า ทนความร้อนสูงได้มากกว่า1,000องศา จึงไม่แปลกใจเลยที่เซรามิกจะได้ก้าวเข้าสู่วงการวิทยาศาสตร์และอวกาศ

เครื่องครัวเซรามิก
กระเบื้องเซรามิก

ตั้งแต่หลายสิบปีที่แล้ว เครื่องพิมพ์3มิติเซริมิกนั้นเริ่มต้นจากการดัดแปลงเครื่องพิมพ์3มิติแบบFDM เป็นกระบวนการฉีดเส้นพลาสติกให้แปลงมาเป็นการฉีดเส้นเซรามิก

เ
เครื่องพิมพ์3มิตเซรามิก
โดยการทำแท็งสำหรับใส่ดินเหนียวและใช้แรงดันให้ดินเหนียวเข้าไปทางสายยางและออกมาจากปลายเข็มเป็นเส้น ทำให้เกิดรูปร่างขึ้นมาคล้ายกับการพิมพ์เส้นพลาสติก
ดันเนื้อดินเหนียวออกมาฉีกเป็นเส้น

เพียงแต่จะไม่สามารถทำซัพพอร์ตได้ทำให้รูปร่างที่สามารถพิมพ์ออกมาได้นั้นค่อนข้างจำกัดอย่างมาก

แก้วที่ได้จากการพิมพ์3มิติเซรามิก
รูปร่างงานเซรามิกที่แปลกตาและมีเอกลักษณ์เฉพาะจากเครื่องพิมพ์3มิติเซรามิก
และหลังจากนั้นวงการพิมพ์3มิติได้มีการผลักดันเกี่ยวกับการพิมพ์เซรามิกมากขึ้นจนพัฒนาให้เข้ากับเครื่องพิมพ์แบบเรซิ่นขึ้น จนออกมาเป็นCeramic resin โดยใ้ชการพิมพ์แบบSLA เพื่อให้เนื้อดินเนหียวแข็งตัวเป็นรูปร่างในระดับหนึ่งก่อนนำไปเผาจริง

ทำให้ทำลายข้อจำกัดในการออกแบบโครงสร้างเพื่อการพิมพ์ได้มากยิ่งขึ้น ดัดแปลงให้เข้ากับงานวิศกรรมที่ต้องการชิ้นส่วนที่แข็งแรงและสามารถทนความร้อนได้มากกว่า1,000องศาได้ โดยส่วนมากมักจะอยู่ในวิศวกรรมยานยนต์ เครื่องบน และอวกาศ

ชิ้นเซรามิกจากการพิมพ์ที่ซัพซ้อนมากขึ้น
คุณสมบัติทนความร้อนสูง
แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติได้ปรับให้เข้ากับงานเซรามิกให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ในตอนนี้หลายภาคส่วนเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับความสามารถใหม่ ๆ เพื่อที่จะลงทุนในเทคโนโลยีนี้สำหรับการผลิตส่วนประกอบการบิน อวกาศ การแพทย์และยานยนต์ในอนาคตอันใกล้
ตลาดการพิมพ์ 3 มิติเซรามิกจึงกำลังเติบโตและคาดว่าจะสูงถึง 3.6 พันล้านดอลลาร์ในปี 2571!!!
จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าmew,เทคโนโลยีเครื่องพิมพ์3มิตินั้นเข้ามาอยู่ในระบบเศษฐกิจแทบจะทุกธุรกิจที่เลยก็ว่าได้ เราจึงควรที่จะคอยอัพเดตข่าสสารและปรับตัวให้เท่าทันกับโลกที่กำลังวิ่งไปข้างหน้าตลอดเวลา และลองหันกลับมามองธุรกิจของเราว่าต้องเปลี่ยนแปลงแล้วหรือไม่เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยปลาเร็วกินปลาช้า
อดีต: ปลาใหญ่กินปลาเล็ก
ปัจจุบัน: ปลาเร็วกินปลาช้า

สุดเจ๋ง แบรนด์เส้นพลาสติกที่มาแรงในเวลานี้ 3DD PLA PRO/ ABS PRO Filament แบรนด์คนไทยที่ทำมาเพื่อคนไทย

สุดเจ๋ง แบรนด์เส้นพลาสติกที่มาแรงในเวลานี้  3DD PLA PRO/ ABS PRO Filament แบรนด์คนไทยที่ทำมาเพื่อคนไทย

FILAMENT THAI BRAND NEW :: 3DD Filament PLA PRO / ABS PRO

Filament แบรนด์ใหม่มาแรงแซงทุกโค้ง เป็นของเส้นพลาสติกแบรนด์คนไทยที่ทำมาเพื่อคนไทยทุกคน….

อย่างแรกที่ทุกท่านควรรู้ คุณสมบัติที่แตกต่างจาก PLA และ ABS ทั่วๆไปเลยก็คือ…

 

🔺 ผลิตจากเส้นใยคุณภาพสูง เหนียวทนทาน มีความยืดหยุ่นสูง พิมพ์งานง่ายขึ้น
🔺 สีสันสดใส เจิดจ้าที่มาพร้อมกันถึง  11 สีด้วยกัน
ตัวอย่างความสดสวยงามของเส้นที่โดดเด่น เปลี่ยนงานโทนหม่นๆให้หวานๆด้วยสีชมพูวววว
🔺 ม้วนพลาสติกใส ทำให้สามารถมองเห็นปริมาณเส้นพลาสที่เหลืออยู่ได้
🔺 เส้นมีกลิ่นน้อย ลดสารก่อมะเร็งจากการสูดดม ไม่มีกลิ่นมารบกวนจิตใจในการทำงานอีกต่อไปปปป
🔺 ABS เติมสารลดการหดตัวเมื่อพิมพ์ (หดตัวน้อยกว่า ABS เดิมมาก) เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำสูง อย่าง วิศวะกรรม สถาปัตยกรรม พาร์ทเครื่องจักรต่างๆ
🔺 เงางามเมื่อแสงตกต้องชิ้นงาน เงาวิ้บวับๆ สามารถขัดแต่งชิ้นงานได้ง่าย ไม่บุบสลายคามือระหว่างการขัดแน่นอน!!!!
ผลงานที่ได้จากเส้น 3DD Filament
👉แนะนำเครื่องพิมพ์3มิติสำหรับผู้ที่สนใจเริ่มต้นใช้งานเครื่องพิมพ์3มิติ ใช้ง่าย สะดวก กระทัดรัด👈

และใหม่ล่าสุดจาก Flashforge Creator Pro2 //

🤟คืนชีพใหม่ ไฉไลกว่าเดิม มาพร้อมหัวฉีด 2 หัวอิสระ 🤟
_มาในโหมดต่างๆทั้ง 2Colour / Mirror / 1 Object 1 Support / MassProduce
_หน้าจอทัชสกรีน สะดวกสบาย
❤️❤️” สเปคสูงขึ้น แต่ราคาเท่าเดิม คุ้มสุดคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม “❤️❤️