fbpx

ลูกค้า: กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย จัดไป 5 เครื่อง Adventurer3 เพื่อเป็นสื่อการเรียนการสอน❤️

ลูกค้า: กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย จัดไป 5 เครื่อง Adventurer3 เพื่อเป็นสื่อการเรียนการสอน❤️

ต้อนรับเข้าสู่ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย
รางวัลเชิดชูเกียรติมากมายสมคำร่ำลือ เข้ามาสู่ห้องที่กำลังเตรียมการเป็น Fablab เป็นห้องปฏิบัติการสำหรับการเรียนรู้วิศวกรรมและสื่อการเรียนการสอนต่างๆทางบริษัทของเราได้นำตัวอย่างมากมายที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์3มิติ มีหลากหลายให้เห็นว่าสามารถนำไปใช้กับงานวิชาการอะไรได้บ้าง อย่างเช่น วิทยาศาสตร์หรือทางวิศวกรรมเบื้องต้นได้

ได้ทดลองจับชิ้นงานจริง
เรียนรู้สิ่งใหม่ๆที่สามารถนำไปปรับมใช้กับการศึกษาได้

สอนการติดตั้งเครื่องและส่วนประกอบต่างๆของเครื่องพิมพ์

ให้นักเรียนได้ลองติดตั้งและเรียนรู้ด้วยตัวเองหลังจากากรสอนโดยทางโรงเรีรยนได้จัดซื้อ Adventurer3 ไป 5 เครื่องเพื่อให้เพียพอต่อการเรียนการสอนให้กับนักเรียนจำนวนมากได้

สอนการใช้โปรแกรม Flashprint ในการเตรียมพิมพ์อย่างละเอียด

 

What can we do of FORM 3L

What can we do of FORM 3L

เราจะมีเครื่องพิมพ์เรซิ่นที่

ขนาดใหญ่ พิมพ์งานละเอียด มีน้ำยาเรซิ่นหลากหลายประเภทให้เลือกใช้มากมาย เป็นเครื่องที่เหมาะแก่การใช้งานผลิตโมเดลต้นแบบ และใช้งานจริงได้ในทุกวงการ อย่าง งานวิศวะกรรม ทันตกรรม สถาปัตยกรรม

และอีกๆหลายแห่งก็ใช้ได้ไปทำไมกันนะ????

เรามาทำความรู้จักกับ Form 3L คร่าวๆกันดีกว่า ว่าเค้ามีดียังไงบ้างหนอออออ….

เครื่องระบบเรซิ่นจาก Formlabs พัฒนาต่อมาจาก Form 2 ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก Form 3L (มีขนาดพิมพ์ 335 x 200 x 300 mm. ใหญ่กว่า Form 3 ประมาณห้าเท่า) มีระบบใหม่เข้ามาชื่อ Low Force Stereolithography (LFS) เป็นระบบที่ลดแรงดึงระหว่างชิ้นงานกับถาดพิมพ์ ทำให้ถาดพิมพ์ใช้งานได้นานขึ้น, พิมพ์ได้เร็วขึ้น (ไม่ต้องใช้ไม้ปาดเหมือน Form 2) และ พิมพ์ชิ้นงานได้สวยขึ้น อีกอย่างที่มีพิมพ์พัฒนาขึ้นมาเป็นระบบ Light Processing Unit(LPU) แบบใหม่ ทำให้แสงเลเซอร์ที่ตกกระทบกับเรซิ่นมีจุดที่เล็กลง แม่นยำมากขึ้นเป็น 85 ไมครอน ไม่ลดคุณภาพของแสงเลเซอร์ที่ขอบของจอ

โดยใน Form 3L จะมี LPU ให้มา 2 ชุด เลยทำให้ไม่ต้องกังวลปัญหาเรื่องการพิมพ์งานช้า มีสองหัวช่วยกันทำงาน ถาดเรซิ่นของ Form 3L ก็ต้องใช่สองขวดเลยโดยขวดเรซิ่นดังกล่าวยังสามารถใช้ร่วมกันได้ระหว่าง Form 2, Form 3, Form 3L

 

และก่อนที่เราจะได้เจอะเจอกับเครื่องของจริงที่กำลังจะวางตลาดเรามาดูกันดีกว่าว่ามันสามารถทำอะไรที่เราคิดไม่ถึงได้ในขนาดที่ใหญ่บิ๊กได้บ้าง

นี่คงเป็นความใฝ่ฝันของหลายๆคนที่ทำงานด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเวลาเรียนหรือทำงาน ตอนที่ต้องการชิ้นงานโมเดลต้นแบบ เราต้องมานั่งหล่อปูน ขัดโฟม เลเซอร์คัตแผ่นวัสดุเพื่อมาเชื่อมติดกันอีก และสิ่งที่ได้นอกจากชิ้นงานที่(อาจจะไม่)สมบูรณ์100% แล้ว เรายังได้ทั้งน้ำตาและหยาดเหงื่อที่ลงแรงกับงานชิ้นนั้นอีก ซึ่งทั้งหมดที่เสียไปนั้นจะได้งานเพียง 1 งานเท่านั้น และหากเป็นงานที่ต้องการจำนวนมากๆ ก็คูณความทรมานนั้นไปอีกสิครับ…..พูดแล้วเศร้า

แต่ปัญหาเหล่านั้นจะหมดไปหากได้รู้จักและทดลองใช้เครื่อง FORM 3L เครื่องพิมพ์เรซิ่นขนาดใหญ่ที่มี ขนาดการพิมพ์อยู่ที่ 335 x 200 x 300 mm. ความละเอียดสูง แทบจะไม่ต้องขัดแต่งอะไรเพิ่มเติม แถมยังมีความแข็งแรงพอที่จะนำไปทำแม่พิมพ์หล่อชิ้นงานอีกด้วย

ไม่ใช่แค่เหมาะกับโปรดักซ์ทั่วไปๆ ยังเหมาะกับงานประเภทที่ต้องการความแม่นยำสูงๆ และมีรายละเอียดที่ซับซ้อนจนยากที่จะขึ้นชิ้นงานด้วยมือหรือเครื่องจักรอื่นๆที่มีขีดจำกัดในการขึ้นงานบางมุม แต่ด้วยระบบ SLA ที่ทำงานเป็นเหมือนกับการแบ่งชิ้นงานเป็น Layer ที่สามารถแยกย่อยให้ได้มากขึ้ง 0.025 mm. หรือ 25 Micron ต่อ 1 Layer ทำให้การขึ้นชิ้นงานที่มีรายละเอียดสูงนั้นทำได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องกลัวว่ารายละเอียดไหนจะหลุดลอกหายไปได้ อีกทั้งสเกลยังแม่นยำ การหดตัวที่น้อยมากๆแทบจะไม่เห็นความต่างจากแบบจริง ถ้าหากคุณยังไม่อยากที่จะขึ้นงานต้นแบบโลหะ กัดแม่พิมพ์เพื่อแค่ลองเช็คแบบแล้วละก็ Form 3L ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆสำหรับงานทางวิศวกรรมแบบนี้…

เหมาะกับการใช้ในโรงงาน Workshop ห้องปฏิบัติงานทางวิศวกรรม และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

และด้วยความละเอียด และแม่นยำมากขนาดนี้ ทางFormLabได้รับความนิยมอย่างมากในงานของ Dental และทางการแพทย์ ตั้งแต่รุ่น Form 3  ซึ่งขายดิบขายดี ทันตแพทย์ให้ความสนใจในการทำโมเดลฟันอย่างมาก เพราะด้วยขนาดของฟันแต่ละซี่ที่เล็กและละเอียดต่างกันในแต่ละซี่ ซึ่งทาง Form 3L ก็สามารถลบจุดด้อยนั้นได้ด้วยการพัฒนาระบบเลเซอร์ให้มีความเล็กและละเอียดขึ้นถึง Laser Spot Size : 85 microns ฟันซี่เล็กๆหรือปลายฟันที่เป็นจุดเล็กก็สามารถขึ้นงานได้สบายมากและมาพร้อมกับฐานการพิมพ์ที่ใหญ่ถึง 335 x 200 mm. ทำให้การจัดวางของโมเดลนั้นมีจำนวนที่เยอะมาก ทำให้การทำงานสามารถทำงานได้รวดเร็วและขึ้นทีเดียวหลายคน แต่หากไม่ได้ใช้เครื่องพิมพ์3มิติแล้วการขึ้นต้นแบบนั้นจะใช้เวลาเยอะและลงแรงในการทำแต่ละซี่ค่อนข้างมาก และหากจ้างร้านข้างนอกทำราคาก็จะสูงมากๆพอกับซื้อเครื่องได้เลยละ…

เหมาะกับการทำงานในโรงพยาบาล คลินิก และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

และเอาใจสายโมเดล Figure และ Statue เพราะว่าคุณจะสามารถพิมพ์โมเดลขนาดใหญ่ได้ใน 1 ชิ้น ซึ่งแต่ก่อนเราจะต้องพิมพ์แยกส่วนเพื่อนำมาประกอบกันทีหลังทำให้โมเดลมีจุดรอยต่อของชิ้นส่วนทำให้ต้องมาเก็บชิ้นงานกันอีกรอบและเสียเวลาไปอีกมาก แต่หากคุณต้องการให้โมเดลออกมาเป็นชิ้นเดียวกันโดยไร้รอยต่อนั้น เครื่อง Form 3L ก็เหมาะแล้วที่จะทำความฝันให้เป็นจริงได้ไม่ยาก

 

ขนาดของตัวเครื่องจะอยู่ที่ กว้าง 775 x ยาว 520 x สูง 735 mm. จึงต้องการพื้นที่ในการวางเครื่องและสำหรับการพิมพ์อยู่เหมือนกัน ซึ่งก็ไม่มีปัญหาหากเป็นห้องแลปและพื้นที่ Workshop อยู่แล้วซึ่งเหมาะกับการทำงานมาก และเนื่องจากแท็งพิมพ์มีขนาดใหญ่ทำให้จุเรซิ่นได้เยอขึ้นกลิ่นก็จะตามมาเช่นกัน การมีพื้นที่โล่งซักหน่อย ให้ระบายกลิ่นได้ก็จะดีมากเลยครับ

เทียบขนาดของ Form 3B และ Form 3L

และนี่คือ สเปคเปรียบเทียบระหว่างเครื่อง Form 2 , Form 3 Form 3L

และในการทำงานในหลายๆประเภทนั้นเครื่อง Form สามารถทำงานได้ครอบคลุมแทบทุกวงการกันเลยทีเดียวเนื่องจาก วัถุดิบในการขึ้นชิ้นงานนั้นมีเรซิ่ให้เลือกหลากหลาย เช่น Standard Resin เน้นความสวยงาม และราคาประหยัด, Flexible Resin ชิ้นงานที่พิมพ์ออกมามีความยืดหยุ่น คล้ายยาง, Tough Resin ชิ้นงานที่ได้ออกมาจะมีความแข็งแรงสูง สามารถนำไปใช้งานเชิงกล เจาะสง่าน ขันสกูร ใช้งานเชิงกลได้, Wax Cast Resin เพื่อพิมพ์แล้วสามารถเอาไปหล่อโลหะได้ เหมาะกับการทำงานเครื่องประดับ Jewelry , Dental Model Resin เรซิ่นที่ไว้พิมพ์ชิ้นงานทางทันตกรรมได้ และอีกมากมายกว่า 20 ชนิดให้เลือกใช้งาน

Preview Form3L

เปิด Pro-Oder ลงทะเบียนแล้ววันนี้ แถมฟรี เครื่องอบ UV และ เครื่องสำรองไฟ UPS พร้อม

Package ประกอบด้วย
– เครื่อง Formlabs Form 3L
– แท่นพิมพ์ Build Plateform
– ถาดพิมพ์ พร้อมกล่องใส่ Resin tank
– ชุดเครื่องมือทำความสะอาด Finish Kit : Cleaning Tools
– ชุดเครื่องมือล้างชิ้นงาน Finish Kit : Rinse Bucket

พรีออเดอร์แล้วตอนนี้ คลิ๊ก!!
ลงทะเบียน >> https://forms.gle/1tbKcRafcVDviFSf7

สนใจเครื่องพิมพ์ Form3L :

 

 

เสริมกำลังให้กับ เบิ้มปั้นดาว ด้วยเครื่อง Full Scale Max 1,000 

เสริมกำลังให้กับ เบิ้มปั้นดาว ด้วยเครื่อง Full Scale Max 1,000 

เสริมกำลังให้กับ เบิ้มปั้นดาว ด้วยเครื่อง Full Scale Max 1,000 

บริษัท เบิ้มปั้นดาวนั้นเป็นบริษัทที่รับทำม็อคอัพ แกะโฟม ปั้น หล่อ ทุกชนิด เป็นโรงงานผลิตต้นแบบและโมเดลสแตนดี้ขนาดใหญ่ยักษ์ ทำต้นแบบกันเป็นเมตรๆ!!!

ตัวอย่างงานของ เบิ้มปั้นดาว
ตัวอย่างงานของ เบิ้มปั้นดาว
ตัวอย่างงานของ เบิ้มปั้นดาว

ลักษณะงานโดยส่วนใหญ่เป็นงานที่มีขนาดใหญ่และปัจจุบันยังใช้แรงงานคนในการทำงานเป็นหลักอยู่ ทางโรงงานจึงเล็งเห็นการนำเทคโนโลยีเครื่องพิมพ3มิติเข้ามาช่วยในการทำต้นแบบก่อนที่จะนำไปทำพิมพ์หรือลงสีต่อไป เป็นการช่วยลดเวลาในการทำงานและช่วยให้ชิ้นงานขึ้นรูปทรงที่ซับซ้อนได้ง่ายมากขึ้น และพร้อมนำไปขัดแต่งทำสีต่อได้ทันที ทาง Print3DDเลยต้องจัดเสริมทัพด้วยเครื่องใหญ่เบิ้มอย่าง 💥Full Scale Max 1,000💥 เครื่องพิมพ์ Filament ที่มีขนาดการพิมพ์ 1000 x 1000 mm. หรือ 1 x 1 เมตร

ภาพ การลงเครื่องที่ เบิ่มปั้นดาว
ภาพ การลงเครื่องที่ เบิ่มปั้นดาว

มาพร้อมกับช่าง มาพร้อมติดตั้งและเดินสายไฟให้พร้อมทำงานทันที

บริการติดตั้งครบถ้วนสมบูรณ์
บริการสอนการใช้งานอย่างละเอียด
บริการสอนการใช้งานอย่างละเอียด

อธิบายส่วนต่างๆของเครื่องพิมพ์อย่างละเอียด และเข้าใจง่าย โดยผู้มีประสบการณ์

บริการสอนการใช้งานอย่างละเอียด

สอนการใช้งานโปรแกรมที่มาพร้อมกับเครื่องพิมพ์ อย่างละเอียด ตอบทุกข้อสงสัยได้ทันที

บริการสอนการใช้งานโปรแกรมสำหรับการพิมพ์อย่างละเอียด

เมื่อได้รับเครื่องเสร็จเรียบร้อย ทางเบื้มปั้นดาว ก็ทดลองใช้งานเลย ถ่ายภาพผลงานที่ทดลองมาให้ชมด้วยครับ😁

โดยทดลองพิมพ์ที่ความละเอียดต่ำ และ Infill น้อยเนื่องจากต้องการเพียงแค่เช็คขนาดว่าสามารถทำการพิมพ์ขนาดใหญ่ได้ดีแค่ไหนครับ..

ขนาดการพิมพ์ 300x300x100 mm.

ถือว่าเครื่องพิมพ์สามารถพิมพ์งานชิ้นเล็กได้เหมือนกัน รายละเอียดยิบย่อยตัวเครื่องสามารถเก็บได้หมด….

TimeLab Preview

หากสนใจเครื่องพิมพ์ Full Scale Max 1,000 ติดต่อมาได้โดยตรง…

 

CreatorPro2 Reviewละเอียดยิบ ของมันต้องมี🔥🔥

CreatorPro2 Reviewละเอียดยิบ ของมันต้องมี🔥🔥
CreatorPro2 Reviewละเอียดยิบ ของมันต้องมี🔥🔥
เรามาทำความรู้จักเบื้องลึกกับเครื่องพิมพ์3มิติ CreatorPro2  รุ่นที่ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เนื่องจากเป็นตัวที่ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก มีหัวพิมพ์อิสระ 2 หัว ที่จะช่วยให้คุณสามารถทำงานได้เร็วขึ้น งานหลากหลายมากขึ้น สามารถทำ2สีได้ในตัวเดียวกัน
แต่ก่อนหน้าเรามาทำความรู้จัก CreatorPro รุ่นก่อนๆ กันดีกว่าว่าเป็นยังไงคร่าวๆกันครับเพื่อให้เห็นข้อแตกต่างของตัวรุ่น Pro2 ได้อย่างชัดเจน
Creator Pro 2016
Flashforge Creator Pro รุ่นเก่า
Flashforge Creator Pro เป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดของ Flashforge และของร้าน Print3DD เราเลยก็ว่าได้ หรือจะเรียกได้ว่าเป็น Flagship ของยี่ห้อ Flashforge เลยครับ
เป็นเครื่องพิมพ์สามมิติรุ่นใหม่ที่พัฒนามาจาก Flashforge Creator การทำงานของมันคล้ายกับเครื่องรุ่นก่อนหน้า 
มีการออกแบบโครงโลหะให้หนาขึ้น เพิ่มแผ่นโลหะป้องกัน MainBoard และ หน้าต่างอะคริลิก สำหรับเปิด-ปิด รวมถึงหลังคา เพื่อป้องกันเสียง/กลิ่น และรักษาอุณหภูมิภายในให้คงที่มากขึ้น ดังนั้นเครื่องจึงมีน้ำหนักค่อนข้างมาก
ซึ่งเป็นต้นแบบของเครื่องพิมพ์รุ่นต่อๆมาของ Flashforge 
ข้อสังเกตของรุ่นนี้
คือ 📌 Interface ยังเป็นระบบ “กดปุ่ม” ธรรมดา หากตัวกดพัง อาจจะต้องแงะออกมาซ่อม ซึ่งเสี่ยงในหลายๆอย่าง และหน้าจอ ยังมีแค่เพียง Text อยู่
ปุ่มทิศทางในการเลือกคำสั่งของเครื่องพิมพ์
📌 ถึงจะเป็นเครื่องพิมพ์ที่มี 2 หัว แต่เป็น 2 หัวที่ติดกัน ทำให้ยังคงพิมพ์ได้แค่ทีละโมเดลอยู่ และถ้าหากตัวหัวพิมพ์เสียอาจจะลามไปอีกหัวได้ ซึ่งจะเป็นเรื่องใหญ่ในการซ่อมแซมอีกด้วย😨😨😨
หัวฉีด 2 หัวแบบติดกัน
📌 เรื่องกวนใจของผู้ใช้งานหลายๆท่านที่ FeddBack กลับมาคือเสียงที่ค่อนข้างดังไปสักนิด ซึ่งอาจจะไม่เหมาะกับการใช้ในบ้านหรือ สำนักงานเท่าไหร่
📌 ขนาดชิ้นงานที่ทำได้ถือว่าเป็นมาตรฐาน Creator Pro มีบางจุดที่ต้องการการปรับแต่งอย่างละเอียด เพื่อใช้งานมันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
จากที่กล่าวมาข้างต้น ด้วยข้อด้อยที่เห็นนั้นทำให้ผู้พัฒนา Flashforge ได้ปรับปรุงแก้ไขตัวเครื่องและซอฟแวร์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นจากตัวเดิม จนออกมาเป็น
💥💥CREATOR PRO2💥💥
ผู้ช่วยที่จะทำให้งานของคุณมีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ในแบบที่ ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม
CreatorPro2 รุ่นใหม่ล่าสุด
มาใหม่รุ่นล่าสุด ปี 2020 มาพร้อมกับระบบ 2 หัวฉีดอิสระในราคาเท่าเดิม…
หลายๆอย่างถูกเพิ่มเติมเข้ามา ทั้งด้านการใช้งานและด้านการออกแบบ ซึ่งเราจะมาว่ากันที่ตัวโครงสร้างภายนอกก่อนจะดีกว่า ว่ามันแตกต่างและดีกว่ายังไงบ้าง
👉อย่างแรกที่เห็นคือการออกแบบที่ยังคงความเป็นรุ่น Creator Pro อยู่ เปลี่ยนสีนิดหน่อยจากดำล้วนเป็นเทาเข้ม ตัดกับส่วนบนที่เป็นสีดำ ทำให้ดูทันสมัยมากขึ้น
โครงสร้างหลักเป็นโลหะ มีความแข็งแรง ทำให้ค่อนข้างมีน้ำหนัก แต่ก็ยังหนักไม่ต่างกับตัวเก่าอยู่ ซึ่งน้ำหนักนี้มีผลดีตรงที่เวลาเครื่องพิมพ์งานอยู่ตัวเครื่องจะไม่ได้โครงเครงไปซึ่งจะทำให้การพิมพ์เสียหายได้
ภาพการเทียบสีของทั้ง2รุ่น

มาพร้อมหูจับที่สะดวกสบายเหมือนกับรุ่นก่อนเลยครับ…

พื้นที่การจับมีมากพอให้จับถนัดมือ

และที่แตกต่างจากตัวรุ่นก่อนที่เห็นได้ชัดจากภายนอกเลยคือ!!! หน้าจอ LCD TouchScreen ซึ่งทำให้เราไม่ต้องมานั่งกดปุ่มจนหัวร้อนอีกต่อไป ทำให้เกิดความสะดวกสบาย ใช้งานง่าย หน้าจอ Interface ที่ดูไม่ยาก สัญลักษณ์ที่เข้าใจง่าย

โดยตัวฟังก์ชันบนหน้าจอเครื่องพิมพ์ จะปรับให้เหมือนกับตัวเครื่องรุ่นใหญ่ๆรุ่นอื่น ทั้งการเลือก การปรับ Auto level เปลี่ยนFolament ปรับอุณหภูมิที่หัวซ้าย-ขวา และสถานะอื่นๆของเครื่องได้
LCD TouchScreen
4.และนี่เป็นอย่างหนึ่งที่ค่อนข้างน่าเสียดายมากเกี่ยวกับเครื่องรุ่นใหม่นี้ คือ รุ่นใหม่นี้ยังคงใช้การเสียบ SD Gard ในการป้อนข้อมูลการพิมพ์อยู่ โดยตัวรุ่นใหญ่อื่นๆเขาใช้การสั่งงานออนไลน์กันหมดแล้ว โดยตัวใหม่นี้ได้ทำการย้ายช่องเสียบ SD Gard มาไว้ข้างขวาภายนอกเครื่อง ต่างกับเครื่องรุ่นก่อนที่ไว้ข้างใน ซึ่งก็จะช่วยปรับปรุงในเรื่องการรักษาตัว SD Gard เนื่องจากรุ่นก่อนเสียบไว้ข้างใน ซึ่งอาจจะทำให้ตัว SD Gard เสื่อมสภาพได้เร็วหากทำการพิมพ์งานด้วยอุณหภูมิสูงเป็นเวลานานๆ
4.1ซึ่งการเสียบ SD Gard แบบนี้ จะทำให้ตัวเครื่องไม่สามารถเก็บข้อมูลไฟล์งาน เพื่อใช้ในการพิมพ์ซ้ำแบบไม่ได้เสียบ SD Gard เหมือนกับเครื่องที่พิมพ์ออนไลน์ได้ แต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรมากนักเพราะเครื่องสามารถเสียบ SD Gard คาไว้ได้ตลอดเวลา
ภาพการเปรียบเทียบช่องเสียบ SD Gard

มาดูที่ด้านหลังกันบ้าง ตัวใหม่นี้ก็ยังคงมี Spool 2 ข้าง ถอด/ใส่ ง่ายสบายๆแค่บีบหัว>ใส่ม้วนแกน แล้วตัวมันจะล็อกไม่ให้ม้วน Filament ไหลออกมาระหว่างการพิมพ์แน่นอน!!!

Spool คู่
ขออนุญาตแวะมาขายของสักนิด กับFilament แบรนด์คนไทย ไทยทำไทยใช้ กับ 3DD Brand
5.ฝาบนที่มีไว้เพื่อควบคุมอุณหภูมิ หากต้องการพิมพ์งานที่ใช้ Filament ในการพิมพ์อุณหภูมิสูงๆ อย่าง ABS
ฝาบน ใส แข็งแรง เก็บความร้อนได้ดี
คราวนี้เรามาดูภาพในกันบ้าง
1.อย่างแรกเลยจุดเด่นที่เห็นได้ชัดและเป็นตัวชูโรงของตัวรุ่นใหม่ก็คือ 2 หัวฉีด แบบอิสระ แยกออกจากกัน (IDEX : Independent Extruders)
ทำไมมันถึงโดดเด่นเด้งดึ๋งขนาดนี้นะ….นั่นก็เพราะว่าตัวหัวฉีดที่แยกกันแบบนี้มีประโยชน์มากในเรื่องของการพิมพ์ในรูปแบบ Mass หรือพิมพ์งานจำนวนเยอะในเวลาที่เร็วขึ้น การพิมพ์แบบ Mirror และอื่นๆอีกมากมาย เดี๋ยวเราจะมาเหลาให้ฟังว่ามีฟังก์ชันที่น่าสนใจอะไรบ้าง….
แบบพิมพ์ Duplicate สองชิ้นพร้อมกันมีประโยชน์ในเรื่องของการพิมพ์โมเดลในการทำซ้ำ หลายชุด ซึ่งสามารถลดการทำงานได้ถึง50% เช่น ชิ้นงานนึงพิมพ์3ชั่วโมง ต้องการ10ชิ้น ก็จะกลายเป็น 30ชั่วโมงในการพิมพ์งานชุดนี้ แต่หากเป็นสองหัว ตัวหัวจะแยกฝั่งและพิมพ์ขึ้นมาพร้อมกันทีเดียวเลย นั่นก็จะกลายเป็นว่าทำการพิมพ์ 10 ชิ้นใช้เวลา 30หาร2 เท่ากับ 15 ชั่วโมงเท่านั้น ทำให้ให้ได้ชิ้นงานที่มีคุณภาพ รวดเร็ว และยังสามาถแยกสีได้อีกด้วย

การพิมพ์แบบ Mirror คือการพิมพ์2ชิ้น สลับด้านเข้าหากัน ซึ่งมีประโยชน์หากต้องการชิ้นงานที่สลับด้านกัน เพียงแค่เราขึ้นไฟล์งาน3D ชิ้นเดียว ก็เอาเข้า Flashprint และพิมพ์ Mirrorกันได้เลย รวดเร็วและสะดวกไม่ต้องมานั่งทำMirrorในโปรแกรม3Dเอง เพราะบางทีถ้าเราทำไฟล์3D แบบMirrorกัน2ชิ้น ไฟล์จะหนักกว่าทำชิ้นเดียวแน่นอน

การพิมพ์แบบ 2 Colour เหมือนกับ CreatorProรุ่น ก่อน แต่เนื่องจากมีหัว 2 หัวแยกจากกัน ทำให้หากเกิดอะไรเสียหายที่หัวนึง อีกหัวนึงก็ยังไม่เป็นอะไร ต่างจากรุ่นก่อนที่หัวติดกันเลย ถ้าเกิดปัญหาอาจจะต้องเปลี่ยนทั้ง 2 หัว
**ข้อสังเกตของฟังก์ชันนี้คือเนื่องจากรุ่นใหม่นี้หัวแยกจากกัน ทำให้การทำงานจะใช้เวลาช้ากว่าหัวที่อยู่ติดกันนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรในการพิมพ์มากมายนัก
**ตัวโมเดลที่จะนำมาพิมพ์ต้องเป็นโมเดล 2 ชิ้นที่แยกออกจากกัน เพื่อแบ่งสีของหัวซ้าย-ขวา โปรโกรมFlashPrint ไม่สามารถแก้ไขตัวโมเดลได้

การพิมพ์ Support PVA ประโยชน์อีกอย่างของการพิมพ์ 2 หัวได้ ก็คือสามารถเลือกใช้ตัว PVA เส้น Filament ที่มีคุณสมบัติในการละลายน้ำได้ เนื่องจากละลายน้ำได้ทำให้เราไม่จำเป้นต้องแกะซับพอตด้วยตัวเอง เพียงแค่พิมพ์เสร็จแล้วนำไปแช่น้ำทิ้งไว้ให้ตัว PVA ละลายตกตะกอนไปเอง เหมาะกับงานที่มีความซับซ้อนมากๆ ซึ่งหากเป็นซัพพอร์ตเส้น Filament ทั่วไปจะทำให้แกะออกค่อนข้างยาก และอาจะทำให้ตัวงานเสียหายได้

แช่น้ำเสร็จก็เช็ดทำความสะอาดได้ง่ายๆ

แต่หากเป็นงานที่เป็นชิ้นเดียวที่วางไว้ตรงกลางสีเดียวแบบพิมพ์ Support PVA หรือ สองสีในตัวเดียวกัน ส่วนหัวฉีดแต่ละหัวจะสามารถเลื่อนมาพิมพ์บริเวณตรงกลางได้ทั้งคู่ ทำให้ไม่เกิดช่องว่าง (Gap) ของการพิมพ์
หัวฉีดทั้งสองตัว สามารถพิมพ์ตรงกลางได้ไม่เกิดGap
อีกอย่างหนึ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาใหม่ก็ตือ แผ่น Aluminium ที่พักหัวฉีด หลายคนคงจะสงสัยว่ามีไว้ทำไม จริงๆแล้วค่อนข้างมีประโยชน์มากๆ เป็นพาร์ทเสริมที่เอาไว้ขณะที่พิมพ์หัวนึงอยู่อีกหัวจะเคลื่อนมาเข้าที่แผ่นพักไว้ทำให้เส้นพลา่สติกที่กำลังร้อนอยู่ไม่เกิดการย้อยลงมา อีกทั้งยังเป็นการล้างรูปหัวฉีดอีกด้วย ทำให้ลดการเกิดเส้นใยขึ้นที่ตัวชิ้นงาน😋 (เครื่องรุ่นใหม่ๆก็เริ่มติดตั้งกันหมดแล้ว)
และจะสังเกตเห็นได้ว่าตัวหัวฉีดนั้น Motor Feed แบบ Direct Drive สามารถใช้งานร่วมกับพลาสติกที่อ่อนได้ เช่น เส้น Flex
2.ส่วนของฐานพิมพ์ (Platform) จะสามารถพิมพ์ได้ที่นาด 200x150x150 mm. และขนาดการพิมพ์แบบ Duplicateและ Mirror อยู่ที่ 80x148x150 mm. เพื่อรองรับการพิมพ์ 2 ชิ้นพร้อมกัน
3.สามารถทำความละเอียดในการพิมพ์แต่ละชั้นได้สูงถึง 50 Micron หรือประมาณ 0.05 mm. ซึ่งถือว่าละเอียดกว่ารุ่นก่อนที่อยู่ที่ 100 Micron หรือ 0.1 mm.
4.ในด้านตัว Soft Ware จะรองรับไฟล์ STL, OBJ, X3G, FPP และอื่นๆ มาพร้อมกับซอฟแวร์ที่แถมมากับเครื่องอย่าง FlashPrint เป็นโปรแกรมตั้งค่าสำหรับการพิมพ์เครื่อ Flashforge โดยฉะเพาะ ซึ่งในโปรแกรมสามารถหด/ขยาย ตัดแบ่ง ตัวโมเดลก่อนพิมพ์ได้
สเปคเครื่องพิมพ์คร่าวๆ
🧏‍♂️จากที่ได้ลองใช้งานมาได้สักพัก ค้นพบว่าการที่หัวฉีดแยกกันอย่างอิสระทำให้ทำงานง่ายขึ้นทั้งด้านการพิมพ์ที่ออกมาเรียบเนียนสวยงาม เหมาะกับการพิมพ์งานจำนวนมากๆ ไม่มีหัวฉีดข้างๆมาเกะกะทำเส้นใยพลาสติกย้อยไปมาเหมือนกับรุ่นก่อน
การใช้หน้าจอ TouchScreen และ Interface ที่ใช้ง่ายมากกว่าการกดปุ่ม ที่สำคัญด้านการซ่อมแซ่มที่สามารถทำได้ง่ายและหากเกิดความเสียหายสักหัวนึงเราก็ยังสามารถใช้อีกหัวนึงพิมพ์งานไปก่อนได้หากมีงานเร่งรีบที่ต้องทำ เมื่อเสร็จงานค่อยมาซ่อมอีกหัวนึงก็ยังได้
แถมด้วยราคาใกล้เคียงกับรุ่นก่อนด้วย คุ้มส้ะยิ่งกว่าคุ้ม!!!
👉สรุปจุดสังเกตของเครื่อง Creator Pro 2👈
1. ความน่าเสียดายของตัว Creator Pro 2 คือยังคงใช้ SD Gard ในการนำไฟล์เข้ามาพิมพ์อยู่ ซึ่งเครื่องรุ่นๆอื่นเป็นการสั่งงานออนไลน์หมดแล้ว
2.ตัวแกนZ ไม่ได้ล็อกให้อยู่กับที่ สามารถขยับขึ้นลงได้ หากขยับขึ้นPlatformจะเลื่อนลงมาเอง แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาแต่อย่างใด
3.ไม่รู้ว่าเป็นข้อเสียหรือข้อดีหรือไม่ เวลาพิมพ์งานเสร็จแล้วเวลาแกะโมเดลออกจะค่อนข้างแกะออกจากฐานพิมพ์ยาก เพราะติดกับฐานพิมพ์แน่นมากกก ซึ่งก็เป็นผลดีเพราะเวลาพิมพ์งานจะไม่ล้มแน่นอน
***ข้อแนะนำคือใช้เกรียงแซะข้างๆให้ได้ก่อนแล้วจึงค่อยแซะดันข้าไปจนโมเดลหลุดออกมา
4.ในด้านการพิมพ์ 2 สีในหนึ่งโมเดล เนื่องจากรุ่นใหม่นี้หัวแยกจากกัน ทำให้การทำงานจะใช้เวลาช้ากว่าหัวที่อยู่ติดกันเหมือนรุ่นก่อนนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรในการพิมพ์มากมายนัก
ตัวอย่างผลงานที่พิมด้วยเครื่อง CreatorPro2
ตัวอย่างงานโมเดลพิมพ์2สี
การพิมพ์ Duplicate ในจำนวนเยอะๆ
การพิมพ์Mirror แล้วนำมาต่อติดกัน ลดเวลาการพิมพ์งานจริง 50%

 

มาดูรีวิวแบบวิดิโอได้เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นครับ….
จากนี้ก็ของขายของอย่างมีสเตปหน่อยนะฮะ!!
สินค้าประกอบด้วย
_เครื่องพิมพ์ Flashforge Creator Pro2
_PLA Filament 1000g จำนวน 2ม้วน
_SD Card
_หนังสือคู่มือ
_อบรมสอนการใช้เครื่องฟรี
**สินค้าประกัน 1 ปี**

INFILL แบบต่างๆ ของ 3D Print มีอะไรบ้างนะ???

INFILL แบบต่างๆ ของ 3D Print มีอะไรบ้างนะ???

ในการพิมพ์งาน3มิติทั่วโลกนั้น มีขั้นตอนมากมายในการตั้งค่าก่อนการพิมพ์เพื่อให้ชิ้นงานแต่ละชิ้นนั้น พิมพ์ออกมาได้สวยงามและสมบูรณ์แบบมากที่สุด

งานแต่ละชิ้นต้องการการตั้งค่าที่แตกต่างกัน ความเร็วในการพิมพ์ ความละเอียด อุณหภูมิที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ กางจัดวางซัพพอร์ตที่ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป มุมองศาที่ควรจะเป็นเพื่อให้ขึ้นงานได้ไม่เป็นฝอย และอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญนั่นก็คือ………..

🔥🔥🔥INFILL เป็นอีกส่วนสำคัญที่จะกำหนดว่าโมเดลของคุณจะอยู่หรือไป🔥🔥🔥

What the INFILL…??

INFILL แปลตรงตัวคือ “การเติม” หรือภาษาที่นักพิมพ์3มิติคุยกันคือ “เนื้อใน”

เป็นส่วนของการตั้งค่าที่ “ควรจะมี” หรือจะ “ไม่มี” ก็ได้ขึ้นอยู่กับงานที่ต้องการจะพิมพ์และจุดประสงค์ของชิ้นงานนั้นๆว่าจะเอาไปทำอะไรต่อ

โดยค่าความหนาแน่นของ Infill จะคิดเป็น % มีตั้งแต่ 0-100 ซึ่งตัว Infill มีผลต่อความแข็งแรงของชิ้นงาน ยิ่งถ้า %Infill เยอะ งานก็ยิ่งแน่นและแข็งแรงมากขึ้นตาม

_อย่างเช่นหากต้องการชิ้นงานที่จะเอามาใช้งานเลย เน้นใช้รับแรง รับน้ำหนัก ก็ควรตั้งค่าให้ % สูงๆเข้าไว้

_งานที่เป็นเพียงโมเดลต้นแบบหรือเป็นโมเดลย่อส่วนเพื่อเช็ครูปร่าง หรือจะเป็นงานที่ทำออกมาเพื่อตั้งโชว์ ก็ใช้ % กลางๆ เพื่อให้รูปทรงคงอยู่ได้นาน แข็งแรงพอ

_และหากเป็นงานที่ต้องการนำมาทำพิมพ์ต่อ ชิ้นงานก็ไม่จำเป็นต้องแข็งแรงมาก ก็สามารถใช้ % น้อยๆ เพื่อประหยัดเวลาและเส้นพลาสติกไปด้วย

ด้วยอีกส่วนหนึ่ง

_บางครั้งงานที่ไม่ต้องใช้Infill ส่วนมากมักจะเป็นงานประเภทบรรจุภัณฑ์อย่างเช่น ขวดน้ำต่างๆ ตัวงานก็จะกลวง ซึ่งหากเราไม่ใช้Infill เราควรที่จะเพิ่มความหนาของผนังชิ้นงานเพื่อให้ตัวโครงสร้างมีความแข็งแรงมากพอที่จะนำไปใช้ต่อได้ หากหนังบางตัวงานจะแตกและพังได้ง่าย

ตัวอย่างานที่ไม่มี Infill และตั้งค่าผนังบางเกินไป

แต่ก็จะมีวิธีแก้ทางได้อีกก็คือสร้างผนังชั้นที่2ขึ้นมาแล้วใส่Infill น้อยๆที่เหมาะสม ก็จะสามารถขึ้นชิ้นงานกลวง ได้

โมเดลที่สร้างผนัง 2 ชั้น และใส่ Infill เล็กน้อย
ชิ้นงานที่ไม่มี Infill แต่ตั้งค่าให้ผนังชิ้นงานหนาพอที่จะคงรูปและแข็งแรงต่อการใช้งาน

แต่ทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับรายละเอียดของชิ้นงานหากชิ้นงานรายละเอียดมาก Infillก็เป็นส่วนที่ช่วยให้ขึ้นงานละเอียดๆได้

ตัวอย่างงานที่ใช้Infill แต่รายละเอียดงานเยอะ

ประโยชน์ของInfillยังมีอีกหลายอย่างที่หลายคนยังไม่รู้ มันสามารถสร้างชิ้นงานที่ทำมาจากสเน้พลาสติกแข็งๆให้มีออกมาเป็นโมเดลที่ดูยืดหยุ่นได้ด้วยการตั้งค่า

โดยบริเวณที่ Infill น้อย บริเวณนั้นจะมีช่องว่างมากทำให้สามารถบิดไปมาได้ ส่วนที่ Infill เยอะ ส่วนนั้นก็จะแข็งยืดหยุ่นไม่ได้

บอกกล่าวเผื่อไว้เผื่อผู้ใช้บางท่าน สามารถนำไปปรับใช้กับงานอื่นๆได้ 😁

 

อีกอย่างตัว Infill นั้นมีหลากหลายรูปแบบมาก มีให้เลือกเยอะเพื่อให้เหมาะสมกับประเภทของโมเดลในหลายๆแบบ บางตัวช่วยลดเวลาในการพิมพ์ได้และยังคงความแข็งแรงเท่าเดิม หรือบางตัวใช้ %น้อย แต่แข็งแรงมาก ซึ่งก็แลกกับเวลาเช่นกัน

เรามาดูกันดีกว่าว่า INFILL มีแบบไหนกันบ้างและควรใช้กับโมเดลแบบใด

โดยสามารถสังเกตได้ออกเป้นสองแบบใหญ่ๆคือแบบผนังแนวตั้งที่เวลาขึ้น Infill จะพิมพ์เป็นแนวตั้งฉาก ทำให่สามารถรับแรงได้จากมุมแนวดิ่งและแนวราบของจุดที่เส้นสมัผัส

และอีกอย่างคือแบบ Slope ที่จะพิมพ์ข้างล่างและค่อยๆ Slopeขึ้นมาเข้าหากัน เพื่อสร้างความแข็งแรงในมุมองศาที่มากขึ้น

เรามาดูแบบแรกกันก่อนว่ามีอะไรบ้าง…

แบบ Grid นั้นลักษณะจะเป็นแบบตารางช่องสี่เหลี่ยม มีความแข็งแรงมาก รับได้ทั้งแรงแนวราบและแนวดิ่ง เป็นที่นิยมอันดับต้นๆเนื่องจากเป้นค่ามาตรฐานอยู่แล้ว เหมาะกับงานทุกประเภท

ต่อมาเป้นแบบ Line หรือเส้นที่ไขว้ไปมาเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัสตุรับ แต่จะมีความถี่มากกว่าตัว Grid ซึ่งหากเราตั้งแค่ Infill อยู่ที่ 10% ตัวLine จะมีความหนาแน่นและความถี่มากกว่าตัวของ Grid เหมาะกับชิ้นงานที่ต้องการเนื้อข้านในเยอะ ความแข็งแรงสูง และเป้นชิ้นงานที่มีความซับซ้อนของโครงสร้างมาก เพื่อให้ความถี่ของเส้นนั้นเข้าถึงในส่วนเล็กๆของโครงสร้างนั้น

แบบ Triangle เป็นแบบสามเหลี่ยมต่อหากัน ซึ่งโครงสร้างสามเหลี่ยมนั้นมีความแข็งแรงมากกว่าแบบสี่เหลี่ยม ทำให้สัดส่วนตัว Infill ใน%ที่เท่ากันตัวสามเหลี่ยมจะแข็งแรงมากกว่าสี่เหลี่ยมแต่จะใช้ปริมาณเส้นที่มากกว่า เนื่องจากตัวสามเหลี่ยมเมื่อนำมาต่อกันแล้วจะสามารถรับแรงได้หลายทิศทางมากกว่าตัวสี่เหลี่ยม ซึ่งเป็นประเภทที่ได้รับความนิยมได้เท่าๆกับ Grid

Tri-Hexagon เป็นรูปทรงหกเหลี่ยมและสามเหลี่ยมมาเข้าคู่กัน เป็นประเภทที่มีความแข็งแรงมาก เนื่องจากมีความเป็นหกเหลี่ยมที่สามารถรับแรงได้จากหลายทิศทางจากความที่มีเหลี่ยมเยอะด้วยและความหนาแน่นที่เยอะกว่าด้วย

Concentric เป็นแบบที่มีความแข็งแรงน้อยในแนวราบ มักจะใช้กับงานที่ต้องการรับแรงแค่แนวดิ่ง ซึ่งมันสามารถประหยัดเวลาและเส้นพลาสติกได้ค่อนข้างมากทีเดียว แต่ก็ต้องใช้งานให้เหมาะกับโมเดลนั้นๆ

ช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้ชิ้นงานได้

Cross เป็นแบบที่ทำออกมาเพื่อความสวยงามแต่ก็มีความแข็งแรงและยืดหยุ่นได้บ้างเล็กน้อยเนื่องจากมีส่วนที่ไม่ติดกับผนังทำให้มีช่องว่างพอที่จะขยับได้ เหมาะกับงานประเภทที่ต้องการความแข็งแรงแต่ก็สามารถยืดหยุ่นได้บ้างเพื่อไม่ให้ชิ้นงานเกิดการแตกร้าว

Gyroid เป็นประเภทที่แน่นที่สุดในบรรดา Infill ผนังแนวตั้งทั้งหมดที่กล่าวมา เนื่องจากเป็นแบบเส้นคลื่น และขึ้นแบบสลับตัดกันต่อชั้น ทำให้สามารถรับแรงได้รอบด้าน แต่ก็ต้องแลกมากับเส้นพลาสติกที่เสียไปเยอะและเวลาขึ้นที่เยอะตามไปด้วย

นี่แค่แบบผนังแนวตั้ง ยังมีให้เลิกเยอะเลือกไม่ถูกขนาดนี้แล้ว….😰

 

ขออนุญาตแวะมาขายของสักนิด กับFilament แบรนด์คนไทย ไทยทำไทยใช้ กับ 3DD Brand

 

เรามาต่อกับประเภท Infill Slope กันครับ เป้นประเภทที่มีความแข็งแรงมากๆเพราะขึ้นแบบ Slop ซึ่งสามารถรับแรงได้แทบทุกทิศทาง

เป็น Infill ที่ขึ้นส่วนฐานกว้างและค่อย Slope ขึ้นจนเต็มและขยายออกไป สลับไปมา เป็นแบบประเภทพื้นฐานที่ใช้กันทั่วไป มีความแข็งแรงมากเหมาะกับงานทุกชนิด

จะเป็นเหมือนกับ Cubic แต่เพิ่มเติมคือตัวของ Cubic Subdivision นั้น ใส่วนที่มีพื้นที่กว้างและไม่ได้ติดกับผนังของโมเดล ตัว Infill จะขยายใหญ่ และ ส่วนที่ใกล้กับผนังโมเดล Infill จะมีขนาดแคบ เป็นเพราะจะช่วยลดเวลา และเส้นในการพิมพ์ในพื้นที่ที่ไม่จำเป็นในการรับแรงได้ แต่ยังคงความแข็งแรงของของชิ้นงานอยู่ ซึ่งหากเป็นงานที่มีขนาดใหญ่แต่ไมไ่ด้เน้นรับแรงก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมในการใช้ Infill นี้มากๆ

 

แบบ Octet เป็นการ Slope ตัว Infill ให้ทั่วชิ้นงาน ในลักษณะของช่องสี่เหลี่ยม มีความแข็งแรงมากขึ้น มากกว่าตัว Gird ใน % ที่เท่าๆกัน แต่จะใช้เวลานานกว่าไม่มาก เหมาะกับงานทุกประเภท

และสุดท้าย….ท้ายสุด

Cross 3D พัฒนามาจาก Cross ผนังแนวตั้ง ให้เป็นแบบ 3มิต คือ Slope แบบโค้ง ทำให้มีความแข็งแรงมากกว่าCross แต่ความยืดหยุ่นจะน้อยกว่าแบบธรรมดา แต่ก็ยังยืดหยุ่นอยู่

 

ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นจะเห้นได้ว่า Infill ค่อนข้างมีผลต่อการขึ้นชิ้นงานพอๆกับความละเอียด และอุณหภูมิเลยก็ว่าได้ ซึ่งต้องให้ผู้ใช้งานพิจารณาว่าแบบใดเหมาะสมกับงานของท่าน

ซึ่งหากมีเวลามากพอ  ก่อนที่จะพิมพ์ชิ้นงานจริงควรทดลอง Test ว่า Infill แบบไหนเหมาะกับงานเรามากที่สุดโดยทำการพิมพ์หยาบเพื่อเช็คดู เพื่อไม่ให้ชิ้นงานออกมาผิดพลาดไปจากที่คิดไว้แต่แรก ทั้งด้านความสวยงามและความแข็งแรง

และอย่าลืมที่จะเช็คการตั้งค่าก่อนพิมพ์ทุกครั้งเพราะหากตั้งค่าผิดก็จะเสียเส้นพลาสติกและเวลาไปฟรีๆ

 

แถม!! จะเห็นได้ Infill บางตัวมีลวดลายที่สวยงาม หากนำมาใช้กับงานที่มีผนังบางหน่อย ที่สามารถให้แสงผ่านได้ก็จะเห็นลวดลายบนงานนั้นๆ ก็สวยไปอีกแบบครับ…

🤩🤩🤩ขอให้มีความสุขกับการพิมพ์นะคร้าบบบ🤩🤩🤩

ขอแนะนำเครื่องพิมพ์3มิติใหม่ล่าสุด ที่มาแรงแซงทุกโค้ง เหมาะกับมือใหม่และงานต้นแบบ ในราคาที่เอื้อมถึง!!!!

 

 

CCM Super Tacks X Helmet หมวกกันกระแทกจาก 3D Printing

CCM Super Tacks X Helmet หมวกกันกระแทกจาก 3D Printing
กีฬาฮ็อกกี้เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมสูงในต่างประเทศเทียบเท่ากับบาสเก็ตบอล อเมริกันฟุตบอล หรือแม้แต่ฟุตบอลเป็นอีกหนึ่งกีฬาที่มีความทรหด และรุนแรง เกิดการปะทะระหว่างแข่งขันเป็นประจำเสมอ เห็นจนชินตา
ทำให้นักฬาหลายต่อหลายคนได้รับอาการบาดเจ็บมากมายตามจุดสำคัญต่างๆ หลายๆต่อหลายบริษัทที่เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬาต่างวิจัยและพัฒนาอุปกรณืกีฬาให้มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยมากขึ้น
จนกระทั่งล่าสุดบริษัท Carbon3D หนึ่งในบริษัทชั้นนำในด้าน 3D Printing ที่ทำงานร่วมกันกับ Adidas ในการคิดค้น3D Printer Sneaker หรือจะเป็น Specialized ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ bicycle saddles ด้วย 3D printing และอื่นๆอีกหลายบริษัท
ได้วิจัยและพัฒนาหมวกกันกระแทกสำหรับกีฬาฮ็อกกี้ โดยออกแบบส่วนของ inner lining for protective gear ที่เป็นชิ้นส่วนรองรับแรงกระแทกภายในหมวกชั้นใน มีความยืดหยุ่น เหนียวและแข็งแรงในเวลาเดียวกัน เพื่อป้องกันและลดแรงกระแทกได้มากกว่าวัสดุฟองน้ำหรือแผ่นรองแรงกระแทกอื่นๆ
โดยมีชื่อว่า
CCM Super Tacks X Helmet
ใช้เทคโนโลยี 3D Printing ในการสร้างโครงสร้างที่ซับซ้อน มีรูปพรุ่นเพื่อให้เกิดช่องว่าง สร้างความยืดหยุ่น ดูดซับแรงกระแทกได้อย่างมาก
.
.
ทางCarbon3D มีแพลนที่จะผลิตเพื่อให้นักกีฬาได้ใช้ในฤดูการแข่งขัน2021 ของ NHL และจะปล่อยลงสู่ตลาดขายให้บุคลทั่วไปที่ชื่นชอบกีฬาฮ็อกกี้ได้ไปจับจองใช้กัน!!!
จะเห็นได้ว่าหลายๆบริษัทและวงการกีฬานั้นให้ความสนใจกับเทคโนโลยี3D Printingกันมากขึ้น หลังจากที่ตลาดเริ่มใหญ่และเข้าถึงบุคลทั่วไป เล็งเห็นข้อดีในการพิมพ์ชิ้นงานที่มีความซับซ้อนและใช้เวลาไม่นาน ทำให้ลดต้นทุนการผลิตได้มากขึ้น เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆและเป็นแรงบันดาลใจให้กับบริษัทใหญ่ๆในการนำมาปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัย  3D Printingจึงเป็นทางเลือกที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน…

ลดเวลาการพิมพ์50%ด้วยCreatorPro2⏰

ลดเวลาการพิมพ์50%ด้วยCreatorPro2⏰

เบื่อมั้ยกับการที่ต้องมานั่งรอพิมพ์ชิ้นงานหลายๆชั่วโมงทั้งที่โมเดลไม่ได้ซับซ้อนอะไร และต้องมาคอยเสียซัพพอร์ตไปฟรีๆอีก

ถ้าคุณได้ลอง Creator Pro 2 รุ่นใหม่แกะกล่องที่จะทำให้คุณสามารถพิมพ์ชิ้นงานได้เร็วขึ้น50% ด้วยระบบ 2 หัวฉีดอิสระ

แล้วชีวิตการพิมพ์จะปลดล็อก300%

 

อย่างแรก___

เริ่มจากนำโมเดลใส่ในโปรแกรมFlashprint > ผ่าโมเดลให้เป็น2ส่วนด้วย Cut > เลือก Extruder > เลือกฟังก์ชั่น Mirror

นำโมเดลใส่ในโปรแกรมFlashforge > ผ่าโมเดลให้เป็น2ส่วนด้วย Cut > เลือก Extruder > เลือกฟังก์ชั่น Mirror

จากที่ใช้เวลาในการพิมพ์ปกติ 3 ชั่วโมง >> กลายเป็น 1 ชั่วโมงครึ่ง (แบ่งพิมพ์สองหัว)

เครื่องพิมพ์2หัว ซ้าย/ขวา

 

สามารถเลือกใช้สีเดียวกันหรือสองสีตามใจชอบ

ได้ชิ้นงานที่Mirrorกัน อย่างกับแฝด

 

 

ชิ้นงานที่พิมพ์เสร็จสมบูรณ์
พร้อมนำไปเชื่อมต่อกัน

เราจะเชื่อมต่อกันด้วย “น้ำยาเชื่อมพลาสติกอะคลิลิก” มีคุณสมบัติในการกัดให้พลาสติกละลาย แล้วนำมาต่อให้ละลายเข้าหากัน เป็นการเชื่อมที่ง่าย

🔺***เนื่องจาก น้ำยาเชื่อมพลาสติกอะคลิลิก มีคุณสมบัติเป็นสารเคมีอันตราย เวลาใช้งานไม่ควรโดนผิวหนังและสูดดม หากโดนให้รีบล้างออกทันที**** 🔺

จุ่มพู่กันพอประมาณ

เลือก 1 ส่วนทาน้ำยาให้ทั่วและรวดเร็ว เนื่องจากเป็นสารเคมีที่ระเหยได้เร็ว

เมื่อทาแล้วนำมาติดกับอีกส่วนทันที กดให้แน่นเข้าไว้ด้วยกัน ทิ้งไว้สักครู่

กดให้น้ำยาละลายพลาสติกอีกชิ้นหนึ่งเพื่อให้แนบติดกัน

เมื่อเริ่มติดกัน ให้ทาซ้ำไปที่ร่องระหว่างชิ้นงาน แนะนำให้จุ่มน้ำยาเยอะสักหน่อย จิ้มลงไปเพื่อให้หยดน้ำยาไหลวิ่งไปตามร่อง

หาของหนักๆใกล้ตัววางทับบนชิ้นงานทิ้งไว้เพื่อให้พลาสติกติดแน่นขึ้น และรอให้น้ำยาแห้ง

ขอใกล้ตัวหนักๆและสามารถวางบนงานได้พอดี

เรียบร้อยยยยย!!!! แท่นตากแก้วไซด์มินิ เกร๋ๆไป1ที

” พวกผมใช้แล้ว คุณละลองรึยัง “

Creator Pro 2

คุณก็เป็นได้นะ…..นักพิมพ์3มิติน่ะ

อนาคตของวงการเซรามิกส์ที่กำลังเดินหน้าอย่างก้าวกระโดด

อนาคตของวงการเซรามิกส์ที่กำลังเดินหน้าอย่างก้าวกระโดด
อนาคตของวงการเซรามิกส์ที่กำลังเดินหน้าอย่างก้าวกระโดด ผสมผสานกับเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์3มิติ เกิดเป็นINOVATIONอย่างไม่สิ้นสุด ทั้งด้านวิศวกรรม ศิลปกรรมและวิทยาศาสตร์
จากอดีตจนถึงปัจจุบันเซรามิกเป็นอีกหนึ่งวัสดุและผลิตภัณฑ์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ เนื่องจากเป็นวัสดุธรรมชาติที่หาได้ทั่วไป และสามารถเข้าถึงได้ไม่ยาก
เม็ดเงินหลายล้านสะพัดอยู่ในวงการเซรามิกส์มากมายในวงการวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้าน ไม่ว่าจะเป็นกระเบื้องปูพื้น บุผนัง ถ้วยชามต่างๆ

คุณสมบัติที่โดดเด่นทั้งเรื่องความแข็งแรง วัสดุที่ไม่นำไฟฟ้า ทนความร้อนสูงได้มากกว่า1,000องศา จึงไม่แปลกใจเลยที่เซรามิกจะได้ก้าวเข้าสู่วงการวิทยาศาสตร์และอวกาศ

เครื่องครัวเซรามิก
กระเบื้องเซรามิก

ตั้งแต่หลายสิบปีที่แล้ว เครื่องพิมพ์3มิติเซริมิกนั้นเริ่มต้นจากการดัดแปลงเครื่องพิมพ์3มิติแบบFDM เป็นกระบวนการฉีดเส้นพลาสติกให้แปลงมาเป็นการฉีดเส้นเซรามิก

เ
เครื่องพิมพ์3มิตเซรามิก
โดยการทำแท็งสำหรับใส่ดินเหนียวและใช้แรงดันให้ดินเหนียวเข้าไปทางสายยางและออกมาจากปลายเข็มเป็นเส้น ทำให้เกิดรูปร่างขึ้นมาคล้ายกับการพิมพ์เส้นพลาสติก
ดันเนื้อดินเหนียวออกมาฉีกเป็นเส้น

เพียงแต่จะไม่สามารถทำซัพพอร์ตได้ทำให้รูปร่างที่สามารถพิมพ์ออกมาได้นั้นค่อนข้างจำกัดอย่างมาก

แก้วที่ได้จากการพิมพ์3มิติเซรามิก
รูปร่างงานเซรามิกที่แปลกตาและมีเอกลักษณ์เฉพาะจากเครื่องพิมพ์3มิติเซรามิก
และหลังจากนั้นวงการพิมพ์3มิติได้มีการผลักดันเกี่ยวกับการพิมพ์เซรามิกมากขึ้นจนพัฒนาให้เข้ากับเครื่องพิมพ์แบบเรซิ่นขึ้น จนออกมาเป็นCeramic resin โดยใ้ชการพิมพ์แบบSLA เพื่อให้เนื้อดินเนหียวแข็งตัวเป็นรูปร่างในระดับหนึ่งก่อนนำไปเผาจริง

ทำให้ทำลายข้อจำกัดในการออกแบบโครงสร้างเพื่อการพิมพ์ได้มากยิ่งขึ้น ดัดแปลงให้เข้ากับงานวิศกรรมที่ต้องการชิ้นส่วนที่แข็งแรงและสามารถทนความร้อนได้มากกว่า1,000องศาได้ โดยส่วนมากมักจะอยู่ในวิศวกรรมยานยนต์ เครื่องบน และอวกาศ

ชิ้นเซรามิกจากการพิมพ์ที่ซัพซ้อนมากขึ้น
คุณสมบัติทนความร้อนสูง
แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติได้ปรับให้เข้ากับงานเซรามิกให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ในตอนนี้หลายภาคส่วนเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับความสามารถใหม่ ๆ เพื่อที่จะลงทุนในเทคโนโลยีนี้สำหรับการผลิตส่วนประกอบการบิน อวกาศ การแพทย์และยานยนต์ในอนาคตอันใกล้
ตลาดการพิมพ์ 3 มิติเซรามิกจึงกำลังเติบโตและคาดว่าจะสูงถึง 3.6 พันล้านดอลลาร์ในปี 2571!!!
จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าmew,เทคโนโลยีเครื่องพิมพ์3มิตินั้นเข้ามาอยู่ในระบบเศษฐกิจแทบจะทุกธุรกิจที่เลยก็ว่าได้ เราจึงควรที่จะคอยอัพเดตข่าสสารและปรับตัวให้เท่าทันกับโลกที่กำลังวิ่งไปข้างหน้าตลอดเวลา และลองหันกลับมามองธุรกิจของเราว่าต้องเปลี่ยนแปลงแล้วหรือไม่เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยปลาเร็วกินปลาช้า
อดีต: ปลาใหญ่กินปลาเล็ก
ปัจจุบัน: ปลาเร็วกินปลาช้า

รีวิว Fullscale Max 1000

รีวิว Fullscale Max 1000

เครื่องพิมพ์สามมิติในปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ วันนี้เรามีเครื่องพิมพ์ 3D Fullscale Max 1000 ที่มีขนาด 1 ลูกบาศก์เมตร (1.00×1.00×1.00 เมตร)

Fullscale Max 1000 เป็นเครื่องพิมพ์ 3D ระดับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ตัวเครื่องเป็นระบบ FFF (Fused Filament Fabrication) มี 2 หัวพิมพ์สามารถพิมพ์งาน 2 สี หรือ 2 วัสดุได้พร้อมกัน

จุดเด่นของเครื่องนี้

  • ตัวเครื่องปิดมิดชิด ทำความร้อนในห้องพิมพ์ได้ถึง 70°C
  • ห้องเก็บม้วนพลาสติกทำความร้อนได้สองระดับ (45°C or 65°C) เพื่อรักษาคุณภาพของเส้นพลาสติก และใส่ได้ 2 ม้วน
  • มี 2 หัวพิมพ์
  • ปรับระดับแท่นพิมพ์อัตโนมัติ
  • จอภาพ LCD สีขนาดใหญ่ 9.7 นิ้ว

จากที่ได้ทดสอบพิมพ์ไปหลายงานพอจะสรุปได้ดังนี้

ขนาดงานพิมพ์ 1 ลูกบาศก์เมตร

ด้วยขนาดแท่นพิมพ์ที่ใหญ่ถึง 1.00 x 1.00 x 1.00 เมตร ทำให้การพิมพ์งานชิ้นใหญ่ในครั้งเดียวโดยไม่ต้องต่อเป็นไปได้อย่างง่ายดาย เราไม่จำเป็นต้องย่องานให้เล็กลงเพื่อให้เข้ากับขนาดแท่นพิมพ์ที่เล็ก ๆ หรือแบ่งงานออกเป็นส่วน ๆ แล้วพิมพ์ทีละชิ้น ขนาด 1 ลบ.ม. ช่วยให้พิมพ์ได้ต่อเนื่องกว่า

ระบบทำความร้อนในห้องพิมพ์/ห้องเก็บเส้น

ในการพิมพ์พลาสติกประเภท ABS, PETG, Nylon, และพลาสติกวิศวกรรมอื่น ๆ จำเป็นต้องมีการรักษาอุณหภูมิระหว่างพิมพ์ให้คงที่ จะช่วยป้องกันการบิดตัว และการแยกชั้นได้ เครื่องพิมพ์ Fullscale Max 1000 มาพร้อมกับเครื่องทำลมร้อนที่สามารถปรับลมร้อนได้ถึง 70 องศาเซลเซียส รองรับการพิมพ์พลาสติกวิศวกรรมได้เป็นอย่างดี และตัวเครื่องที่ปิดสนิททำให้ความร้อนไม่รั่วไหล และไม่มีอากาศภายนอกมารบกวน

เครื่องเป่าลมร้อนภายในห้องพิมพ์
เครื่องเป่าลมร้อนภายในห้องพิมพ์
ปุ่มเปิดลมร้อนในห้องเก็บเส้น เลือกอุณหภูมิได้ตามชนิดของเส้นพลาสติก
ปุ่มเปิดลมร้อนในห้องเก็บเส้น เลือกอุณหภูมิได้ตามชนิดของเส้นพลาสติก
เครื่องเป่าลมร้อนในห้องเก็นเส้น
เครื่องเป่าลมร้อนในห้องเก็นเส้น

หัวพิมพ์คู่ที่สามารถทำความร้อนได้ถึง 420°C

ระบบสองหัวพิมพ์ช่วยให้พิมพ์งานสองสี หรือสองวัสดุได้พร้อมกัน และหัวพิมพ์ที่ให้มาจะมีสองแบบ แบบหนึ่งทำความร้อนได้ 260°C มีท่อเทฟล่อน เหมาะสำหรับใช้พิมพ์ PLA โดยเฉพาะ อีกแบบหนึ่งจะทำความร้อนได้ 420°C สำหรับพลาสติกนอกเหนือจาก PLA ซึ่งหัวพิมพ์ที่มีมาให้นอกจากที่ติดกับชุดหัวพิมพ์แล้วยังมีสำรองเป็นหัวพิมพ์ขนาดรูต่าง ๆ ได้แก่ 0.4, 0.6, 0.8, 1.0 และมีแบบ 420°C มาให้ด้วย นอกจากนี้ Fullscale Max 1000 จะมีอะไหล่ และเครื่องมือมาให้จำนวนมาก ทำให้ไม่ต้องกังวลเวลาเกิดการเสียหาย

หัวพิมพ์คู่
หัวพิมพ์คู่
อะไหล่หัวพิมพ์ขนาดต่าง ๆ ที่มีมาให้ในชุด
อะไหล่หัวพิมพ์ขนาดต่าง ๆ ที่มีมาให้ในชุด
อะไหล่เครื่องพิมพ์ให้มามากมาย
อะไหล่เครื่องพิมพ์ให้มามากมาย
อะไหล่ BL-Touch ก็ให้มาด้วย
อะไหล่ BL-Touch ก็ให้มาด้วย

ปรับระดับแท่นพิมพ์อัตโนมัติ 64 จุด

การปรับระดับแท่นมีความแม่นยำสูง โดยใช้ BL-Touch Probe วัดระยะเต็มพื้นที่ของแท่นพิมพ์มากถึง 64 จุด แล้วคำนวณชดเชยให้อัตโนมัติในระหว่างการพิมพ์ ทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีปัญหาในการพิมพ์อย่างแน่นอน

BL-Touch ช่วยให้การตั้งระดับแท่นพิมพ์ง่ายขึ้นเยอะ
BL-Touch ช่วยให้การตั้งระดับแท่นพิมพ์ง่ายขึ้นเยอะ

Linear Guide Rail คุณภาพสูง

Linear Guide Rail ดูแข็งแรงมั่นคงมาก
Linear Guide Rail ดูแข็งแรงมั่นคงมาก

Linear Guide Rail ส่วนมากจะมีใช้ในเครื่องจักรขนาดใหญ่ ที่ต้องการความแม่นยำในการทำงานสูง ในเครื่องพิมพ์ Fullscale Max 1000 ก็นำมาใช้เหมือนกัน ทำให้เหมาะกับการพิมพ์งานขนาดใหญ่ช่วยให้การพิมพ์แทบไม่มีความคลาดเคลื่อนเลย

อื่น ๆ

ระบบบันทึกตำแหน่งงาน เมื่อเกิดไฟฟ้าขัดข้อง เครื่องจะจำตำแหน่งที่พิมพ์ล่าสุดไว้ และหลังจากไฟฟ้ากลับมาใช้งานได้ปรกติ เมื่อเปิดเครื่องอีกครั้งเราสามารถสั่งให้เครื่องพิมพ์ต่อจากจุดสุดท้ายได้อย่างต่อเนื่อง หมดปัญหาว่างานจะเสียหาย ไม่ต้องพิมพ์ใหม่ตั้งแต่ต้น และเมื่อเส้นพลาสติกหมดระหว่างพิมพ์ เครื่องจะหยุดพิมพ์ชั่วคราว เมื่อเราเปลี่ยนเส้นพลาสติกม้วนใหม่เข้าไปแล้วเครื่องก็จะทำงานต่อโดยอัตโนมัติ เส้นพลาสติกที่ให้มาพร้อมเครื่องจะเป็นม้วนขนาด 3 กก. จำนวน 2 ม้วน

ระหว่างพิมพ์งานนับว่าเสียงเงียบพอสมควร ลองใช้แอปวัดดูจะอยู่ที่ประมาณ 50 DBA เสียงดังที่สุดตอนเครื่องขยับแกน Z

สรุปของสรุป

การพิมพ์ชิ้นงานขนาดใหญ่ด้วยหัวพิมพ์ 1 มม. จะต้องปรับค่าการพิมพ์ใหม่ ซึ่งจะแตกต่างจากการตั้งค่าการพิมพ์ในเครื่องขนาดเล็กที่ใช้หัวพิมพ์ขนาดมาตรฐาน 0.4 มม. ในการพิมพ์งานชิ้นใหญ่จะใช้เวลานาน ดังนั้นจึงไม่นิยมพิมพ์ที่ความละเอียดสูง สำหรับหัวพิมพ์ขนาด 1.0 มม. เราขอแนะนำให้ใช้ layer height ที่ 0.50-0.75 มม. (การที่ใช้ layer height จะมีผลให้ต้องใช้ support มากกว่าปรกติอยู่บ้าง) ส่วน infill ใช้แค่ 5% ก็พอ งานที่ได้มีความแข็งแรงมาก ลองดูตัวอย่างการตั้งค่างานพิมพ์จากทางผู้ผลิตได้

เราได้ทดสอบเรื่องไฟดับแล้วพิมพ์ต่อ และเส้นหมดแล้วพิมพ์ต่อ ทั้งสองฟังก์ชั่นทำงานปรกติ แทบไม่มีรอยต่อเลย นับว่าเครื่องพิมพ์ Fullscale Max 1000 เป็นเครื่องพิมพ์สามมิติระดับอุตสาหกรรมที่ไว้ใจได้ ในราคาที่จับต้องได้ ณ วันที่รีวิวนี้ราคาประมาณ 1 ล้านบาทเศษ ซึ่งเมื่อเทียบกับเครื่องขนาดใกล้เคียงกันของยี่ห้ออื่นเรียกได้ว่าราคาถูกกว่าครึ่งเลยทีเดียว นับว่าเป็นเครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่ที่คุณภาพสูงและราคาประหยัดสำหรับยุคนี้

ดาวโหลด โปรชัว ใบเสนอราคา / Demo

Specification

Printing
Print Technology Fused Filament Fabrication
Build Volume 1000*1000*1000mm
Number of Nozzles Double
Resolution 0.1 mm
Layer Resolution 0.05 mm
Filament Diameter 1.75 mm
Filament Compatibility ABS,PLA,Carbon Fiber,PETG,Nylon,PC,etc.
Nozzle Diameter 1.0 mm(0.4~1.5 mm)
Print File Type STL, OBJ, AMF, Gcode

 

Temperature
Max. Nozzle Temperature 420 ℃
Max. Bed Temperature 100 ℃
Hot Chamber Temperature 60 ℃
Filament Dry Room Temperature 45 ℃/65 ℃

 

Mechanical
Construction Power-Coated Steel, Aluminum Casting for Motion Components, POM
Build Plate Glass Ceramic Panel
Build Plate Leveling Automatic
Extruder Smart Dual Extruders
Stepper Motors 1.8° Step Angle with 1/16 Micro-stepping
X Y Positioning Precision 0.011 mm
Z Positioning Precision 0.002 5 mm
Software
Software Bundle CreatWare, Simplify 3D, Cura, Slice 3r, etc
Supported File Types STL,OBJ,Gcode,AMF
Operating Systems Win7/8/10, MacOS

 

Special Function
Outage Restored Save data when power is off
Filament Detection Pause printing when filament run out
Automatic Shut-down Turn off the power automatically when printing is complete
Camera control Camera remote monitoring and real-time control of the printing process

 

Speed
Best Printing speed 60 mm/s
Max. Printing speed 120 mm/s

 

Electrical
Power Requirements 220~240 V, 50~60 Hz
Screen 9.7-inch full color touch screen independent operating system (multi-language)
Max. Power 4000W
Storage Media U Disk
Connectivity USB

 

Size & Weight
Product Dimensions & Weight 1740*1300*1920mm 550kg
Packing Size & Weight 1910*1510*2205mm 640kg

 

รีวิว FlashForge Adventurer 3 Lite

รีวิว FlashForge Adventurer 3 Lite

รีวิว FlashForge Adventurer 3 Lite

FlashForge Adventurer 3 Lite เป็นเครื่องพิมพ์ 3D ที่เกิดขึ้นมาจากความสำเร็จของรุ่นพี่อย่าง FlashForge Adventurer 3 โดยทาง FlashForge ต้องการขยายฐานลูกค้าที่ต้องการใช้เครื่อง Adventurer 3 โดยปรับลดราคาลง ทั้งนี้ก็ได้ตัดคุณสมบัติที่ไม่จำเป็นออกไป 2 อย่างคือกล้อง และเซ็นเซอร์เช็คเส้น ส่วนคุณสมบัติอื่น ๆ ยังคงคุณภาพเหมือนเดิมทุกประการ

คงไม่ต้องพูดกันมากเกี่ยวกับคุณภาพการพิมพ์ของเครื่องรุ่น Adventurer 3 ที่เป็นที่ยอมรับกันในหมู่นักประดิษฐ์ และผู้ใช้งานโดยทั่วไป ทั้งในด้านการใช้งานที่ง่าย เงียบ พิมพ์วัสดุได้หลากหลาย และผิวงานที่สวยเนียน เป็นต้น

ความแตกต่าง

อย่างที่ได้กล่าวแล้วว่าความแตกต่างในสองรุ่นนี้มีน้อยมาก และนี่คือความแตกต่างที่มองเห็นได้

คุณภาพงาน

เมื่อทดสอบพิมพ์กับ FlashForge Adventurer 3 แล้วจะเห็นได้ว่าผลงานมีความสวยงามไม่ต่างกันเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้เส้น Filament PLA Pro ของ Print3Dd

ผลงานจากผู้ใช้งานในต่างประเทศ

สรุปว่า FlashForge Adventurer 3 Lite เป็นเครื่องพิมพ์ 3D คุณภาพสูงที่ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าเงินอย่างมาก ผลงานที่ได้ก็เรียกว่าประทับใจผู้ใช้งานจำนวนมาก ผู้ที่มองหาเครื่องพิมพ์ 3D คุณภาพสูง ราคาประหยัดไม่ควรพลาดครับ