fbpx

ลองทำเหยื่อปลอมสำหรับคนชอบตกปลาด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

ลองทำเหยื่อปลอมสำหรับคนชอบตกปลาด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

วันนี้เราจะมาทำเหยื่อตกปลาที่มีลักษณะคล้ายๆ ปลาจริงกัน ซึ่งนักตกปลามักจะใช้เหยื่อพวกนี้ตีล่อปลาที่อยู่ตามแหล่งน้ำต่างๆ อาจจะเป็นปลาช่อน ปลาชะโด ปลากระสูบ ปลายกราย ปลากระพงและอื่นๆ อีกมากมาย การตกปลานั้นจะมีปลายรูปแบบไม่ว่าจะใช้เหยื่อสด เช่น ไส้เดือน ไส้ เนื้อหมู กุ้ง ฯลฯ แบบใช้เหยื่อหมัก รำ ผลไม้ ขนมปัง และมีอีกเหยื่อเยอะมากมายที่นักตกปลาชอบใช้กันแล้วแต่ชนิดของปลาที่เลือกตก ส่วนเหยื่อปลอมที่เสมือนลูกปลาหรือปลาเล็กเป็นๆ นั้นจะนำมาตกปลาที่มีนิสัยเป็นนักปลาขนาดเล็ก โดยทั่งโลกนิยมเป็นอย่างมากที่เลือกตกปลาในรูแปบบนี้ถือว่าเป็นกีฬาชนิดหนึ่งเลย มีการจัดแข้งขันขึ้นด้วยทั้งในประเทศ และจ่างประเทศ ซึ่งเหยื่อปลอมนั้นปกติแล้วนักตกปลาจะใช่เป็นไม้กันซึ่งจะมีน้ำหนักที่เบาและแข็งแรง สามารถขัดแต่งได้ตามที่ตนเองต้องการบางชนิดก็เป็นยางที่เน้นความอ่อนไหว นิ่ม ดูพริวไหวระหว่างที่อยู่ในน้ำแต่ถ้านำเครื่องพิมพ์ 3 มิติเข้ามาช่วยทำล่ะจะได้ไหม!!  จะต้องมีความรู้อะไรเพิ่มเติมบ้างวันนี้เราจะมาอธิบายกัน และข้อแตกต่างของวัสดุทั้ง 2 ชนิดนี้แตกต่างกันไหม

เครื่องมือที่ต้องมีในการสร้างเหยื่อปลอม
1. เครื่องพิมพ์ 3 มิติ รุ่น Creator Pro 2
2. Fialment ABS
3. สีสเปร์ย (สีแล้วแต่ตามต้องการ)
4. Software 3D ออกแบบ
5. กระดาษ (เบอร์ 100, 400, 1000)
6. คีม
7. ตะกั่ว หรือลูกปืน
8. กาวร้อน
9. ลวด
10. ตะขอเบ็ด 3 ทาง

เริ่มขั้นตอนการออกแบบ
1. การออกแบบด้วย Software 3D หรือถ้าโดยปกติคือการเขียนวาดแบบด้วยดินสอหรือปากกา เพื่อนำไปทำชิ้นงานต่อ แต่อีกทางเลือกก็สามารถใช Software เข้ามาช่วยได้ซึ่งสำหารับหัวข้อนี้จะต้องทำการฝึกฝน แต่สำหรับคนที่เขียนแบบเป็นอยู่แล้วนั้นสบายมากๆ แต่คนที่ๆม่เคยก็ไม่ได้อยากมากให้เลือก Software สักตัวที่ตนเองถนัดนแล้วเริ่มการออกแบบได้เลย อาจจัทำการเขียนแบบขึ้นมาจากรูปภาพตัวอย่างหรือวาดลงบนกระดาษก่อนก็ได้ โดยที่ด้านในของเหยื่อปลอมนั้นจะต้องมีช่องที่ไว้ใส่ตะกั่วถ่วงน้ำหนักหรือสร้างเสียง และใส่ลวดเพื่อไว้แขวนตะขอเบ็ด 3 ทางการออกแบบนั้นจะต้องคำนึงถึงน้ำหนักที่ต้องการด้วยเพราะขนาดและน้ำหนักของเหยื่อปลอมนั้นมีผลต่อการล่อปลาให้มากินและสนใจ เมื่อเราออกแบบเสร็จแล้วนั้นจะต้องแบ่งให้เหยื่อปลอมนั้นออกเป็น 2 ส่วน ซ้ายและขวา ที่จริงนั้นเราจะใช้แค่ด้นาเดียวแต่ให้ง่ายต่อการออกแบบก็จะต้องออกแบบมาทั้ง 2 ด้านในครั้งเดียวแล้วนำมาตัดแบ่งครึ่งแทนส่วนแบบที่ผมนำมาทำนั้นจะดาวน์โหลดมาจากเว็ป www.thingiverse.com  ซึ่งเป็นเว็ปที่แจกไฟล์ 3 มิติแบบฟรีๆ ที่มีมากมายเลยทีเดียว

 

การออกแบบด้วย Software 3D ในการสร้างต้นแบบของเหยื่อ
การออกแบบด้วยการเขียนแบบลงบนกระดาษในการสร้างต้นแบบของเหยื่อ

2. การพิมพ์ชิ้นงานต้นแบบพลาสติก หรือถ้าโดยปกติแล้วจะทำโดยการตัด ขัด ไม้เพื่อให้เป็นรูปร่างชิ้นงานออกมาและนำไปตัดแบ่งครึ่ง แต่เมื่อเรานำเครื่องพิมพ์ 3 มิติ เข้ามาช่วยในการสร้างชิ้นงานแค่นำไฟล์ที่ได้จาก Software มาตั้งค่าการพิมพ์ วัสดุที่เลือกใช้งานจะเป็น ABS เพราะจะมีความแข็งแรงและทนความร้อนได้ดีกว่า PLA เพราะเมื่อเรานำเหยื่อปลอมได้่ใช้งานนั้นจะต้องโดนแดด มีทั้งความร้อน บางทีจะต้องทนต่อการกัดของปลาด้วยจะตั้งค่าการพิมพ์ที่ความละเอียด 0.2 mm/ชั้น ความเร็วที่ใช้พิมพ์ 50 mm/s ใช้เวลาในการพิมพ์อยู่ที่ประมาณ 1 ชั่วโมง วัสดุที่ใช้ยาว 6 เมตร น้ำหนัก 16 กรัม(รวมเนื้อ support ที่ต้องแกะทิ้ง) เครื่องที่เลือกใช้งานจะเป็น Flashforge Creator Pro 2 ซึ่งเป็นรุ่นใหม่มี 2 หัวฉีดที่ทำงานแยกกันหรือพูดง่ายๆ คือสามารถพิมพ์แบบ copy และ mirror กันได้นั้นเองช่วยลดเวลาในการพิมพ์ลงได้ในการพิมพ์งานที่มีรูปบบเหมือนกันเท่านั้นเพราะจะต้องขยับแกน y ในแนวเดียวกัน มีพื้นที่ในการพิมพ์อยู่ที่ 200*150*150 mm.

การสร้างชิ้นโดยใช้ไม้และร่างแบบบนกระดาษนำมาติดลงบนชิ้นไม้
วัสดุที่เลือกใช้พิมพ์เป็น ABS เพื่อเน้นแข็งแรง เวลาในการพิมพ์อยู่ที่ 1 ชั่วโมง
ขั้นตอนการสร้างชิ้นงานี้ด้วยเครื่องพิมพ์ Flashforge Creator Pro 2 พิมพ์แบบ Mirror สร้างชิ้นงาน 2 ชิ้น โดยใช้เวลาเท่าชิ้นเดียว

 

3. การประกอบ ขัด แต่งชิ้นงาน ก่อนทำการลงสี ในขั้นตอนนี้จะต้องใช้เครื่องมือค่อนข้างเยอะดัดลวดเพื่อจะใส่ไว้ในตัวของชิ้นงานโดยต้องสร้างห่วงไว้แขวนตัวเบ็ด จะเห็นได้ว่าที่ชิ้นงานระหว่างซ้านและขวาจะมีช่องว่างอันนี้ให้นำลูกปืน ลูกตะกั่วมาใส่ไว้เพื่อสร้างเสียงและถ่วงน้ำหนักให้กับตัวเหยื่อปลอม ส่วนเรื่องของการประกอบชิ้นงานด้านซ้ายและขวาจะใช้กาวร้อนในการติดชิ้นงานจากนั้นใช้ตัวหนีบขนาดใหญ่หน่อย เพื่อหนีบให้ชิ้นงานทั้ง 2 ด้านติดกันแน่นสนิทไม่มีช่องหรือรู ปล่อยไว้ให้แห้งและนำมาขัดผิวของชิ้นงานให้เรียบเพื่อให้ง่ายต่อการนำไปลงสีในขึ้นตอนต่อไป

การประกอบชิ้นงานด้านซ้าย และขวา ใส่ตะกั่วถ่วงน้ำหนัก
ขั้นตอนการขัดแต่งผิว และประกอบลวดตะขอสำหรับใส่ตัวเบ็ด

4. การลงสีรองพื้น และสีตัวงานจริง ในขั้นตอนนี้จะแล้วแต่ลวดลายของชิ้นงานที่ต้องการ สีที่ทางใช้จะเป็นสีกระป๋องแบบทั่วไปที่หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดร้านเครื่องมือช่าง โฮมโปร ไทวัสดุ เป็นต้น หรือถ้าจะให้ดีการลงสีได้ละเอียดมากยิ่งขึ้นแนะนำว่าหาเครื่องพ่น Airbrush ที่ต้องซื้อสีมาผสมและพ่นด้วยปั้มลมขนาดเล็กที่ให้การลงสีที่ละเอียดมากๆ ก่อนอื่นเลยหลังจากที่เราขัดผิวของชิ้นงานเรียบร้อยแล้วนั้นจะทำการลงสีรองพื้นก่อน 1-2 รอบ (ทางเราเลือกเป็นสีร้องพื้นพลาสติกใส) ต่อมาจะลงสีรองพื้นขาวหรือเทาเพื่อให้ง่ายต่อการลงสีอื่นๆ เช่น เหลือง เขียว ดำ เป็นต้น ตามลวดลายของเหยื่อที่ต้องการแต่อยากแนะนำว่าในการลงสีแต่ละกันนั้นอยากให้ลงสีรองพื้นเข้าไปด้วย เพราะจะทำให้สีของเหยื่อนั้นดูเป็นชั้นๆ แบบมีมิติมากยิ่งขึ้น เมื่อลงสีของเหยื่อนเรียบร้อยแล้วจะทำการเคลือบอีก 2-3 ชั้นเพื่อให้สีอยู่ทนมากยิ่งขึ้น

ขั้นตอนการลงสีให้กับตัวชิ้นงาน รองพื้น สีจริง และเคลือบ

5. การอบชิ้นงานให้แห้ง 100% ด้วยเครื่องอบ UV และ Temp การทำให้ชิ้นงานแห้งนั้นก็เป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างหนึ่งที่จะทำให้สีไม่เสียหายง่าย อาจจะนำไปตากแดดก็ได้เช่นกันแต่ทางเราจะใช่เครื่องอบชิ้นงานที่สามารถควบควมเรื่องของอุณหภูมิ และแสง UV ได้ โดยการตั้งเวลาในการอบก็จะทำให้สีแห้งได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

การอบชิ้นงานด้วยเครื่อง Cure ที่สามารถควบคุม UV, Temp และ Time ได้

6. การใส่ตะขอเบ็ด และทดลองใช้งาน การทดลองใช้งานนั้นก็ต้องนำไปทดสอบกันอีกทีนะครับ อันนี้ทางเรายังไม่ได้ไปทดสอบว่าเป็นยังไงแต่พอนำตัวเหยื่อยไปลองชั่งน้ำหนักดูจะอยู่ที่ 20g ฏ้จะเหมาะกับคันเบ็ดที่มีความเเข็งขึ้นมาให้อีกระดับหนึ่งแต่พอใส่ตัวเบ็ดแล้วน่าจะเพิ่มน้ำหนักขึ้นมาอีก 1-2 g

น้ำหนักที่ชั่งได้อยู่ที่ 18g แต่ถ้าารวมตัวเบ็ดแล้วจะแยู่ที่ประมาณ 20g
ตัวเหยื่อหลังจากการลงสีและอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ตัวเหยื่อหลังจากการลงสีและอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ตัวเหยื่อหลังจากการลงสีและอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ตัวเหยื่อหลังจากการลงสีและอบเสร็จ ใส่ตัวเบ็ด
ตัวเหยื่อหลังจากการลงสีและอบเสร็จ ใส่ตัวเบ็ด

วีดีโอขั้นตอนการทำทั้งหมด

เปรียบเทียบความสวย FDM vs SLA ต่างกันขนาดไหน

เปรียบเทียบความสวย FDM vs SLA ต่างกันขนาดไหน

บทความนี้เรามาเน้นเจาะลึกเปรียบเทียบคุณภาพงาน ความคมชัดจาก 3D Printer 2ระบบ คือ ระบบเส้นพลาสติก FDM และ ระบบน้ำเรซิ่น SLA เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าระบบเรซิ่นนั้นมีความละเอียด สวยกว่า เก็บ Detail ได้ดีกว่า สวยกว่าขนาดไหนเรามาดูกันด้านล่าง แต่เราจะไม่ได้อวยอย่างเดียว จะให้เห็นจุดด้อยของระบบนี้ด้วยเช่นกัน ที่ทิ้งรอย Support เป็นตุ่มเป็นหลุม โอกาสพิมพ์ให้สำเร็จยาก ต้องตั้งชิ้นงานและ Support ให้ดีๆ

ในมิติความสวยต้องยกให้ SLA แต่ระบบนี้ก็มีความยุ่งยาก และข้อด้อยอยู่เหมือนกันด้านการดูแลรักษา , สกปรกเลอะเทอะ, สารเคมี ระบบเรซิ่น SLA จึงไม่ได้เหมาะกับทุกคน หากเป็นมือใหม่หรือใช้งานทั่วๆไปอย่างไงก็แนะนำให้ใช้ระบบ FDM หรือระบบเส้น ดูแลรักษาและใช้ง่ายกว่า เหมาะกับทุกคน ดูจะปลอดภัยกว่า หากต้องการตัดสินในเลือกซื้อระหว่าง FDM และ SLA บทความนี้น่าจะช่วยให้เข้าใจได้มากขึ้น FDM vs SLA 3D Printer เลือกระบบไหนดี เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย (update 2021)

ชิ้นงานที่เอาเปรียบเทียบในบทความนี้ ทั้ง FDM และ SLA หากมองไกลๆก็สวยเหมือนๆกัน

คุณภาพงานพิมพ์

หากเปรียบเทียบคุณภาพงานพิมพ์แล้ว SLA มีความคมชัดกว่ามากทั้งในมิติของแกน XY และ แกน Z เหตุผลมาจากกลไกการสร้างโมเดลที่ต้องกันชัดเจน FDM จะทำการละลายรูปของหัวฉีดไม่สามารถทำให้เล็กมากๆได้โดยมากจะอยู่ที่ประมาณ 0.4mm @XY ลักษณะการตั้งค่าของการพิมพ์ความหนาของแต่ละเลเยอร์ก็เช่นกัน FDM จะนิยมตั้งกันประมาณ 0.15-0.25mm/layer @Z ระบเรซิ่นไม่ติดปัญหาเรื่องขนาดของหัวฉีดจึงสามารถสร้างความละเอียดได้สูง โดยทั่วไปมีขนาด จุดเลเซอร์/Pixel อยู่ที่ 0.05-0.1mm @XY และนิยมพิมพ์กันที่ 0.025-0.1mm/layer @Z

  • FDM ข้อจำกัดขนาดหัวฉีด ทำให้เล็กมากไม่ได้ ไม่งั้นฉีดพลาสติกเหลวไม่ออก
  • FDM มีขนาดหัวฉีด 0.4mm @XY นิยมพิมพ์กันที่ 0.15-0.25mm/layer @Z
  • SLA มีขนาด Pixel ทั่วไปอยู่ที่ 0.05mm @XY นิยมพิมพ์กันที่ 0.05-0.1mm/layer @Z
สองโมเดลพิมพ์จากไฟล์เดียวกันที่ความละเอียดเท่ากันที่ 0.05mm ด้านซ้ายพิมพ์ด้วยเครื่องระบบเส้นพลาสติก FDM จะเห็นชั้นของเลเยอร์ค่อนข้างชัดเจน เมื่อ Zoom เข้าจะเห็นเส้นพลาสติกย้อยหลายๆจุด ส่วนของ SLA มองดีๆจะเห็นชั้นของเลเยอร์เหมือนกันแต่ดูเชื่อมกันเป็นเนื้อเดียวมากกว่า และเห็นเป็นชั้นๆน้อยกว่า
รูปนี้จะเห็นได้ชัดเจน การเก็บรายละเอียดและเชื่อมเป็นเนื้อเดียวกัน ระบบ SLA ทำได้ดีกว่า
ซ้ายมีด้วยระบบ FDM ที่ความละเอียด 0.1mm/layer ด้านขวาพิมพ์ด้วยระบบเรซิ่น SLA 0.05mm/layer ถึงแม้ว่าพิมพ์ระบบเส้นที่ความละเอียดหยาบกว่า เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีนัก แต่จะเห็นว่าการเก็บรายละเอียดต่างกันอย่างมาก
ตัวอย่างนี้ทั้งสองพิมพ์ด้วยความละเอียดเท่ากันที่ 0.1mm/layer แต่จะสังเกตุเห็นว่าด้านซ้าย FDM จะเห็นเลเยอร์ขึ้นอย่ากชัดเจน ส่วนหากเป็นระบบ SLA งานจะดูกลืนกันมากเห็นเป็นเลเยอร์เช่นกันแต่ดูน้อยกว่า

โครงสร้าง และ Support

เนื่องจากทั้งสองระบบมีการทำงานที่แตกต่างกัน โครงสร้างของโมเดลและการตั้งค่าจึงแตกต่างกัน มีข้อจำกัดตามกัน ซึ่งส่งผลกับคุณภาพของงานต่างกัน เช่น FDM แกะ Support ออกมาจะเป็นขุ่ยๆ ส่วน SLA แกะ Support ออกมาจะเป็นตุ่มๆ

  • FDM Support จะมีลักษณะเป็นแท่งแผงพลาสติกทรงเหลี่ยม, โครงสร้างภายในสามารถเลือกได้เป็นแบบ รังผึ้ง หรือ อื่นๆได้มากมาย — แข็งแรงตกไม่แตก
  • SLA Support จะมีลักษณะเป็นเป็นเส้นถักกันคล้ายต้นไม้ หรือ รั่ว, โครงสร้างภายในมักเจาะให้กลวงและเจาะรูหลายรูให้น้ำไหลออก — สวยแต่ไม่แข็งแรง ตกแล้วแตก
FDM ระบบเส้น โครงสร้างภายในมีหลายแบบ ตย.นี้เป็นรังผึ้ง Support มีลักษณะเป็นแท่งตรง
SLA นิยมทำให้กลวง และเจาะ โครงสร้างภายในเป็น Support โมเดลที่ได้มีความเปราะบาง
โครงสร้างภายในของ FDM จะเป็นโครงสร้าง ในรูปเป็นโครงสร้าง Hexagon
SLA นิยมทำให้ชิ้นงานกลวง เพื่อประหยัดเรซิ่น และลดแรงดึงชิ้นงาน โครงสร้างภายในจึงเป็น Support แบบเดียวกับภายนอก โดยหลักการแล้ว SLA กลวงแบบนี้เปราะตกแล้วแตก ไม่เหมือน FDM
ชิ้นงานเมื่อแกะ Support ออกแล้ว FDM จะทิ้งร่องรอยเป็นขุ่ยๆ สากๆ ส่วน SLA จะทิ้งรอย Support เป็นตุ่มๆหลุมๆ และมีรูที่เราเจาะให้เรซิ่นออก

Note : สำหรับเทคนิคการตั้งค่า SLA ผ่าน ChituBox มีขั้นตอน 7 ขั้นง่ายๆดังนี้

การเสียรูป

ทั่งสองระบบหากตัวชิ้นงาน หรือ วาง Support ไม่ดีอาจทำให้ชิ้นงานเสียรูปได้ทั้งคู่ แต่ระดับความยากในการ Set และพิมพ์ให้สำเร็จระบบ SLA มีความยากและการ Setting ที่ลึกอยู่กว่า (ความคิดเห็นส่วนตัว)

SLA ยิ่งร่องรอยตุ่ม หลุม ดูไม่สวยเลย เราต้องเลี่ยงให้มากที่สุดโดยต้องเลือกด้านที่ติดกับ Support เป็นด้านที่ต้องทำใจกับรอย Support ที่ไม่สวย
SLA วาง Support ไม่ดี ชิ้นงานเมื่อพิมพ์ออกมาโก่งตัว ผิดรูปได้ ต้องวาง Support เยอะไม่ให้โก่ง แต่หากวาง Support เยอะก็จะทิ้งรอยไว้อีก เป็นสิ่งที่ต้องชั่งใจดู
FDM จะเห็นรอยสานกันขอเส้นพลาสติกชัดเจน บางส่วนของชิ้นงานผิดรูป ขึ้นมาไม่คม SLA ขึ้นงานคมก็จริงแต่อาจเจอชั้นเลเยอร์จากแรงตึงในการพิมพ์บ้าง

พิมพ์ 3 มิติระบบเส้น ขนาดเล็ก (Small)
เครื่องพิมพ์ 3มิติ สำหรับนักเรียน ใช้ในโรงเรียน STEM, งานอดิเรก, เครื่องสำเร็จใช้งานง่ายๆไม่ยุ่งยาก

พิมพ์ 3 มิติระบบเส้น ขนาดกลาง (Medium)
เครื่องพิมพ์ 3มิติ สำหรับใช้ในบริษัท มหาวิทยาลัย หวังผลได้ เครื่องมีความสเถียร แข็งแรง คุณภาพสูง แผนก R&D


พิมพ์ 3 มิติระบบเรซิ่น LCD / MSLA ราคาเอื้อมถึง
เครื่องพิมพ์ 3มิติ ความละเอียดสูง ขึ้นรูปด้วยเลเซอร์ มีวัสดุรองรับมากมาย

พิมพ์ 3 มิติระบบเรซิ่น SLA Prosumer – รองรับเรซิ่น วิศวกรรม, การแพทย์ กว่า 40ชนิด
เครื่องพิมพ์ 3มิติ ความละเอียดสูง ขึ้นรูปด้วยเลเซอร์ มีวัสดุรองรับมากมาย

การนำ Einscan Pro ไปใช้ในงานศิลปะฝาผนังถ้ำในโคลอมเบียโดย ATEgroup

การนำ Einscan Pro ไปใช้ในงานศิลปะฝาผนังถ้ำในโคลอมเบียโดย ATEgroup

การใช้เครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ ได้เมีการนำไปใช้งานในหลายๆ ด้านอย่างบทความนี้ก็เช่นกัน ซึ่งในโคลอมเบียได้มีสถานที่ที่เป็นสิ่งสวยงามตามธรรมชาติอยู่มากมาย พร้อมทั้งภูมิประเทศนั้นมีสถานที่น่าทึ่งมากมาย และในเขต Sonsón (Department of Antioquia) มีสถานที่สวยงามมากๆ เป็นพื้นที่ที่แถบจะไม่เหมือนใครเลยทีเดียว แถบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะเป็นสิ่งที่มีอยู่จริงมันเหมือนกับในนิยายเลย ซึ่งสิ่งนั้นก็คือ Karst belt ของ Sonsón

Karst belt คืออะไร?
Karst belt คือการก่อตัวขึ้นระหว่างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากน้ำที่เป็นกรดทำปฏิกิริยากับหินปูนสร้างสารโซเดียมไบคาร์บอเนตซึ่งละลายน้ำได้ เมื่อน้ำที่ชั้นผิวดินและพื้นดินมาปะทะกันในรอยแยกของหินจึงทำให้เกิดการละลายและเกิดเป็นรูปร่างขึ้นมา สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ผู้คนที่มาพบเห็นชื่นชอบเป็นอย่างมากและควรค่าแก่การให้เยี่ยมชมต่อโลกภายนอก แต่ความงดงามจริงๆ ของสิ่งเหล่านี้มักจะซ่อนอยู่ภายในของมัน เพราะเมื่อสั่งเกตุที่ชั้นของเนื้อหินจะสามารถพบเศษหิวอ่อนได้ไอย่างชัดเจน ซึ่งหินอ่อนจะเป็นหินที่เกิดขึ้นขึ้นเมื่อหินปูนที่อยู่ภายใต้อุณหภูมิที่สูงๆ รวมกับความกดอาการสูง สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดการตกผลึกขึ้นมาเป็นรูปร่าง ตามภาพสถานที่ใน Sonsón ยังมีความลับซ่อนอยู่อีกประการหนึ่งซึ่งภายในถ้ำจะมีกำผนังกำแพงที่ถูกปกคลุมไปด้วย Petroglyph ที่คนรุ่นก่อนๆ ได้สร้างขึ้นมาเมื่อหายพันปีก่อน

สถานที่ทำการศึกษาภาพวากผนังถ้ำ

Petroglyph หรือเรียกอีกอย่างว่า “ศิลปะบนหิน” ทำหน้าที่เมื่อเครื่องมืที่จะสื่อสารจากคนรุ่นก่อนเมื่อหลายพันปีก่อนหน้านี้ ซึ่งในช่วงนั้นจะยังไม่มีดินสอและกระดาษ ก่อนที่เทคโนโลยีการสื่อสารของสมัยใหม่จะถือกำเนิดขึ้นมา การสรา้งภาพวาดบนผาผนังถูกวาดด้วยสีหรือการแกะสลักเป็นแบบนูนต่ำด้วยเครื่องมือของยุคหิน ภาพวาดเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติและควรแก่การการอนุรักษ์เป็นอย่างมาก ต้องขอบคุณพวกเขาเป็นอย่างมากที่ทำให้เรารู้ว่าบรรพบุรุษมีการสื่อสารกันอย่างไรในสมัยก่อนหน้านี้ และการสื่อสารตั้งแต่สมัครก่อนนั้นมีการพัฒนาอย่างไรบ้าง ซึ่งพวกเขาทไให้ได้เห็นสิ่งเหลานี้ได้อย่างชัดเจน

Petroglyph “El Búho”

การที่ได้พบแร่ที่มีค่า เช่น ทองคำมรกตเพชรหรือหินอ่อน ในสถานที่เหล่านี้มันก็กลายเป็นแหล่งขุดค้นที่ทำกันอย่างรวดเร็วนั้นทำให้สิ่งเเหล่านี้อาจจะถูกทำลาย ดังนั้นจึงมีคำถามที่ถูตั้งขึ้นมาว่า Petroglyph จะต้องถูกเก็ยรักษาไว้อย่างไรนขณะที่มนุษย์สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้ไปพร้อมๆ กัน นอกจากนี้สิ่งที่มีผลต่อการเสียหายของ Petroglyph อีกอย่างก็คือสภาพอาการและภัยธรรมชาติทีมีผลต่อในระยะเวลาที่นานๆ วันเข้า สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ควรจะมองข้าม ปัญหาเหล่านี้พวกเขาจะแก้ไขมันอย่างไร เหล่านี้คือคำถามที่พวกเขาได้ไปพบเจอและคิดกันอยู่หลายวันเพื่อให้ได้ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับสิ่งที่ถือเป็นมรดกของมนุษยชาติ และสิ่งที่พวกเข้าคิดออกก็คือการนำเทคโนโลยีที่เรียกว่า 3D Scanner เข้ามาช่วยเกี่ยวกับปัญหาเหล่านี้
การใช้เครื่อง 3D Scanner เข้ามาช่วยแก้ปัญหาการเก็บรักษาสิ่งเห่านี้ได้อย่างไร
ปัจจุบันความลึก ความสูง และรูปร่าง และแม้กระทั้งแต่สีสามารถทำการเก็ยให้เป็นข้อมูลแบบดิจิตอลได้โดยใช้เทคโนโลยีการสแกน 3D การสแกน Petroglyph ให้ออกมาเป็นภาพ 3D เป็นวิธีที่ดีมากๆ สำหรับการรักษาศิลปะหิวพวกนี้ไว้และยังแบ่งปันข้อมูลให้ผู้อื่นได้แบบออนไลน์สำหรับการทำวิจัย อยู่ที่ไหนก็สามารถศึกษามันได้แต่ไม่ต้องมาที่สถานที่จริง เครื่องที่พวกเขานำมาให้เก็บข้อมูลแบบ 3D นั้นคือ Einscan Pro Plus เป็นเครื่องสแกนเนอร์ 3D จากค่าย Shining3d ที่ใช้แสงในการสแกนจับภาพให้ออกมาเป็นรูปทรงเรขาคณิตที่ซับซ้อน สามารถแสดงความลึกของวัตถุได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำและเสมือนจริงมากๆ

การใช้เครื่อง Einscan Pro Plus + color module
เครื่อง Einscan Pro Plus + color module

ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้เครื่อง Einscan Pro Plus นั้นออกมาได้ดีเป็นที่น่าพอใจอย่างมากซึี่งเมื่อทำการสแกนนั้น Software สามารถวิเคาระห์รายละเอียดและลักษณะเฉพาะจองการสแกน Petroglyph ได้อย่างละเอียด การนำเทคโนโลยีการสแกน 3D เข้ามาช่วยเก็บข้อมูลเหมือนกับกรทำสำเนาจากวัตถุงานจริงมาเป็นในรูปแบบข้อมูลดิจิตอลของ Petroglyph มันสามารถได้ทั้งความแม่นยำ และยังเป็นการปกป้องงานแกะสลักโบราณเหล่านี้ให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดจากการเข้าไปวิจัยของมนุษย์ เเละนอกจากนี้พวกเขายังอัพโหลดไฟล์ 3D ไปยังโลกออนไลน์ที่สามารถเข้าไปชมกันได้ สามารถดูตัวอย่างได้ที่นี่ : https://sketchfab.com/GRUTA

ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้เครื่อง Einscan Pro Plus + color module
ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้เครื่อง Einscan Pro Plus + color module
ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้เครื่อง Einscan Pro Plus + color module
ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้เครื่อง Einscan Pro Plus + color module

เกี่ยวกับ ATEgroup พวกเขามีประสบการณ์มากกว่า 20 ปีในด้านการใช้เทคโนโลยี 3D นำเสนอบริการจาการสแกน 3D เสมือนจริงทางด้านวิศวกรรมย้อนกลับและกาตรวจสอบทางมาตรวิทยาพวกเขาได้ทำงานให้กับลูกค้าและคู่ค้าทั้งในและนอกประเทศโคลอมเบีย บทความจาก SHINING 3D

The expedition team from ATEgroup

Laser Cutter & การออกแบบที่สวยงาม

Laser Cutter & การออกแบบที่สวยงาม

การออกแบบและคิดค้นสร้างผลงานต่างๆ มีความสำคัญเป็นอย่างมากถ้าสิ่งที่เราคิดค้นขึ้นมาได้เกิดเป็นชิ้นงานจริง วันนี้เรา Print3DD ขอนำเสนอผลงานจากระบบ Laser Cutter ที่จะช่วยให้ความคิดและคุณภาพในการออกแบบของคุณเกิดประโยชน์มากขึ้นให้ถึงที่สุด โดยการสร้างชิ้นงานในรูปแบบ 2 มิติ ตามการออกแบบที่สวยงามในด้านงานต่างๆ คุณก็สามารถสร้างมันขึ้นมาได้ตามความต้องการที่พอใจ หลังจากนี้ความคิดที่สร้างสรรค์ และงานศิลปะที่สวยงามของคุณก็จะมีมูลค่าทางความรู้สึกที่มากขึ้น


ขั้นตอนการออกแบบนั้นสิ่งที่สำคัญคือความพึงพอใจของเราเพราะทุกอย่างคือสิ่งสวยงามเสมอ


นำไฟล์ที่ออกแบบมาเข้าสู้โปรแกรมของตัวเครื่อง Laser เพื่อปรับแต่งเล็กน้อยให้ชิ้นงานดูสวยงามรวมไปถึงการปรับขนาด


ระยะเวลาในการทำชิ้นงานของเครื่องนั้นขึ้นอยู่กับรายละเอียดอยู่ตัวงานและขนาด

 

ชิ้นงานที่สวยงามจากแผ่นไม้ก็ดีนะ อิอิ

เสร็จเรียบร้อยแล้วววว!!! สวย!!!

Laser cut ผึ้งน้อยกลอยใจ จาก Ray6

Laser cut ผึ้งน้อยกลอยใจ จาก Ray6

ผึ้งน้อยกลอยใจ จากงาน Laser Cutting ที่เฉียบคมดั่งใบมีดโกน จากเครื่อง Ray6 เครื่อง Laser Cutting&Engraving ของทาง 3DD ทำโมเดลออกมาได้สวยงาม โดยใช้อะคลิลิกใสสีส้ม ทำให้การส่องของแสงสวยขึ้นไปอีก รอบนี้มาในหัวข้อโปรเจคสัตว์โลกน่ารัก ผึ้งน้อย เป็นไฟล์ที่โหลดมาได้ เห็นว่าน่าสนใจและน่าจะเป็นประโยชน์ เลยนำมาตัดให้ทุกท่านดูกัน!!!

เริ่มต้นจากไฟล์เส้น Vector สามารถหาโหลดฟรีได้จาก www.thingiverse.com และค้นหาคำว่า Laser cut ก็จะมีไฟล์มากมายให้เลือกโหลดมาลองใช้กัน

หน้าตาเว็บไซต์ Thingiverseโดยส่วนมากมักจะเป็นไฟล์ Ai. (ซึ่งต้องใช้กับโปรแกรม Adobe illustrator เท่านั้น) หรือ Svg. ซึ่งเป็นไฟล์เส้น Vector สามารภนำไปใช้งานได้เลยหรือเข้าโปรแกรมเพื่อปรับแต่งได้สบายๆ

ภาพ ไฟล์ที่โหลดมาแล้วเปิดใน Adobe Illustrator

โดยโปรเจคนี้เราเลือกตัวผึ้งมาเป็นงานเลเซอร์คัต ต่อประกอบ โดยไฟล์ที่ได้มามีการระบุจำแหน่งการต่อกันด้วยตัวเลข ทำให้การต่อชิ้นงานนั้นง่ายมากขึ้น

และรอบนี้เรายังคงใช้แผ่นอะคลิลิก ขนาด 3mm. ซึ่งพอดีกับไฟล์ที่ได้ในส่วนขอร่องต่อที่มีขนาด 3mm.เหมือนกัน ทำให้ไม่จำเป้นต้องแก้ไฟล์อีกรอบ^^

จากนั้นทำการเซฟไฟล์แล้วเอาเข้าโปรแกรม RD Work เพื่อทำการตั้งค่าการทำงาน

แล้วก็มาตั้งค่าความแรงของเลเซอณื และความเร็วในการเคลื่อนที่ยิงกันอีกที โดยควรตั้งค่าให้สัมพันธ์กันกับ Object นั้นๆ

 

แล้วลอง Preview เร่งเวลา เพื่อดูว่าเราตั้งค่าถูกมั้ย หรือลืมส่วนไหนไปหรือเปล่า

จากนั้นก็เริ่มทำการเลเซอร์ได้เลย……

Laser Cutting & Engraving โดยโปรเจคนี้ทางเราใช้เครื่อง เลเซอร์คัต ระบบ Co2 เคลื่อนแนว XY อย่าง Ray6 สินค้าตัวใหม่ล่าสุดจากทางร้าน 3DD ซึ่งเป็นเครื่องเลเซอร์ที่มีคุณภาพดีตัดเฉียบคมและยังมีหน้าจอ LCD ในการใช้งานได้ ทำให้การทำงานสะดวกสามารถทำงานผ่าน USB ได้สบายๆ

เมื่อเราทำการเลเซอณ์เสร็จเรียบร้อย ให้เอาชิ้นงานแต่ละส่วนมาวางเรียงกันก่อน เพื่อจัดให้เป็นระเบียบทำให้การต่อกันเป็นไปได้สะดวก และดูง่ายขึ้น และเป็นการเช็คอีกรอบว่าครบทุกชิ้นหรือไม่

จะเห็นได้ว่าตัวเลเซอณืนั้นสามารถตัดชิ้นส่วนได้ขนาดที่เล็กมากๆ สบายๆ ความซับซ้อนและรายละเอียดก็ไม่หายอีกด้วย

จากนั้นให้นำทุกส่วนมาต่อกันและเชื่อมกันด้วย น้ำยาเชื่อมอะคลิลิก ที่จะเป็นตัวละลายให้อะคลิลิกนั้นละลายและหลอมเข้าด้วยกัน

พยายามใช้พู่กันขนาดเล็กให้เหมาะกับขนาดโมเดลและหยดน้ำยาลงไปในปริมาณที่น้อย เนื่องจากตัสวน้ำยามีฤทธิ์กัดพลาสติก ซึ่งอาจจะทำให้บริเวณที่เราไม่ต้องการเชื่อม จะเกิดคราบเป็นฝ้าขึ้นได้ ซึ่งแก้ไขยากมาก

เสร็จเรียบร้อยแล้วววว!!! ได้ผึ้งสวยๆ มาหนึ่งตัว

 

 

การวิจัยเครื่องพิมพ์สามมิติความเร็วสูงด้วยการพิมพ์แบบอิสระ

การวิจัยเครื่องพิมพ์สามมิติความเร็วสูงด้วยการพิมพ์แบบอิสระ

นักวิจัยแห่งรัฐอิลลินอยส์ประสบความสำเร็จในการสร้างเครื่องพิมพ์สามมิติความเร็วสูง

ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์นในสหรัฐได้ทำการพัฒนาเครื่องพิมพ์สามมิติความเร็วสูงและความแม่นยำสูง โดยงานวิจัยนี้มีฐานมาจากเครื่องพิมพ์เรซิ่นทั่วไป ซึ่งจุดเด่นของเครื่องนี้ก็คือเการรวมกันระหว่างเครื่องพิมพ์น้ำยาเรซิ่นกับระบบแขนกล6แกน โดยให้มีการเคลื่อนที่อย่างอิสระ หมุน และปรับเปลี่ยนขนาดได้ในขณะที่กำลังพิมพ์ จึงทำให้การออกแบบชิ้นงานทำได้อย่างอิสระมากขึ้น

เป็นเครื่องพิมพ์ที่พัฒนาจากระบบDLPแบบเดิมผสานกับแขนกล6แกน

ในเครื่องพิมพ์สามมิติระบบดั้งเดิมที่เคยมีมาซอร์ฟแวร์จะทำการจำลองการทำงานเป็นระนาบแบนเป็นเลเยอร์ซ้อนกันหลายๆชั้นโดยจะอ้างอิงจากจุดของหัวพิมพ์แล้วสร้างแบบจำลองขึ้นมา แต่เครื่องของทางมหาลัยนอร์ทเวสเทิร์นจะสร้างแบบจำลองโดยอ้างอิงจากตัวชิ้นงานจึงทำให้การขึ้นรูปตัวงานทำอย่างอิสระและสามารถพิมพ์งานซับซ้อนได้

สรุปง่ายๆก็คือ การพิมพ์แบบดั้งเดิมที่ใช้กันอยู่ ณ ปัจจุบันนี้จะสร้างขึ้นทีละชั้นจากล่างขึ้นบนเป็นเส้นตรงตามแกนZของเครื่องพิมพ์ แต่ระบบนี้จะขึ้นรูปตามทิศทางของชิ้นงานโดยจะไม่อ้างอิงกับฐานพิมพ์เหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป

ความเร็วในการพิมพ์ของเครื่องนี้จะอยู่ที่2,000เลเยอร์/นาที ซึ่งทางทีมวิจัยได้ทำการทดสอบพิมพ์งานในหลากหลายรูปแบบเช่น หอไอเฟลเอน เกลียวคู่ เป็นต้น นอกจากนี้ยังรองรับการพิมพ์แบบหลากหลายวัสดุ(Multi materials)
การขึ้นรูปของเครื่องนั้นจะทำการสร้างแท่นจับแบบนิ่มขึ้นมาเชื่อมต่อกับฐานชิ้นงานที่แข็งแล้วทำการขึ้นชิ้นงานโดยจะมีกิ่งก้านแบบนิ่มมาคอยรองรับชิ้นงานเอาไว้

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของงานวิจัยเกี่ยวกับเครื่องพิมพ์สามมิติที่หวังว่าจะเปลี่ยนแปลงวงการนี้ไปในทางที่ดีขึ้น ก่อนที่จะมีเครื่องนี้จริงๆเราคงต้องรองานวิจัยนี้สำเร็จอย่างราบรื่นก่อนที่จะมีจะมีการเปิดเผยสู่สาธารณชนอย่างเป้นทางการ

เครื่องพิมพ์เรซิ่นคุณภาพสูงที่เหมาะกับงานทุกประเภทพร้อมให้ผู้ที่สนใจได้เป็นเจ้าของกันแล้ว!!!!!

เครื่องพิมพ์เรซิ่นคุณภาพดีที่เหมาะกับทุกงาน Formlabs

เครื่องพิมพ์เรซิ่นขนาดใหญ่สำหรับมืออาชีพ

Form 3L เครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบ SLA เรซิ่นหลากชนิด เหมาะกับงานทุกประเภท

Form 3L เครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบ SLA เรซิ่นหลากชนิด เหมาะกับงานทุกประเภท

Form 3L เครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบ SLA เรซิ่นหลากชนิด เหมาะกับงานทุกประเภท

👉เครื่องระบบเรซิ่นจาก Formlabs มีขนาดพิมพ์ 33.5 x 20 x 30 cm. ใหญ่กว่า Form 3 ประมาณห้าเท่า
👉มีระบบใหม่เข้ามาชื่อ Low Force Stereolithography (LFS) เป็นระบบที่ลดแรงดึงระหว่างชิ้นงานกับถาดพิมพ์ ทำให้ถาดพิมพ์ใช้งานได้นานขึ้น
👉พิมพ์ได้เร็วขึ้น (ไม่ต้องใช้ไม้ปาดเหมือน Form 2) และ พิมพ์ชิ้นงานได้สวยขึ้น
👉พัฒนาขึ้นมาเป็นระบบ Light Processing Unit(LPU) แบบใหม่ ทำให้แสงเลเซอร์ที่ตกกระทบกับเรซิ่นมีจุดที่เล็กลง แม่นยำมากขึ้นเป็น 85 ไมครอน
👉ไม่ลดคุณภาพของแสงเลเซอร์ที่ขอบของจอ

ทางร้านได้มีการนำตัวอย่างเครื่องพิมพ์ Form3 มาวางโชว์ตัวเด่นเป็นที่เรียบร้อย พร้อมให้ลูกค้าทุกท่านได้เข้ามาลองใช้งาน จับต้องของจริงกันเลย

 

อีกทั้งยังมีตัวอย่างชิ้นงานจริงที่พิมพ์ได้จกาเครื่อง Form3L

ตัวเครื่องพิมพ์แบรนด์ Formlabs มีเรซิ่นให้เลือกหลากหลายชนิด ครอบคลุมแทบจะทุกวงการ ทั้งทางทันตกรรม วิศวกรรม และอื่นๆ

ตัวแป้นพิมพ์และแทงค์เรซิ่นมีขนาดใหญ่กว่ารุ่นก่อนประมาณเกือบ 5เท่า

DEMO Form3L on 3DD Store

 

มีเรซิ่นให้เลือกหลากหลาย เช่น Standard Resin เน้นความสวยงาม และราคาประหยัด, Flexible Resin ชิ้นงานที่พิมพ์ออกมามีความยืดหยุ่น คล้ายยาง, Tough Resin ชิ้นงานที่ได้ออกมาจะมีความแข็งแรงสูง สามารถนำไปใช้งานเชิงกล เจาะสง่าน ขันสกูร ใช้งานเชิงกลได้, Wax Cast Resin เพื่อพิมพ์แล้วสามารถเอาไปหล่อโลหะได้ เหมาะกับการทำงานเครื่องประดับ Jewelry , Dental Model Resin เรซิ่นที่ไว้พิมพ์ชิ้นงานทางทันตกรรมได้

เครื่องเหมาะกับบุคคลทั่วไป, บริษัทออกแบบ, ศิลปินคนทำโมเดล พระพุทธรูป, นักออกแบบ-วิจัย, ทันตแพทย์ หรือ โรงพยาบาล

 

 

ทดลองพิมพ์งานรองเท้าขนาด 1:1
เทียบขนาด โมเดล 1:1
ภาพชิ้นงานที่พึ่งพิมพ์เสร็จสดๆ ร้อนๆ
ทำความสะอาดและแกะซัพพอร์ทเรียบร้อย
ภาพแสดงการเทียบขนาดของชิ้นงานที่ได้จากการพิมพ์ Form 3 และ Form 3L
เจ้าตัว Form3L นั้นมีขนาดการพิมพ์ที่ใหญ่ขึ้นจากตัวเก่าอย่าง Form3 มาก ซึ่งขนาดการพิมพ์ของตัว Form3L นั้นคือ 335 x 200 x 300 mm. แต่ตัว Form3 มีขนาดการพิมพ์อยู่ที่ 145 x 145 x 185 เท่านั้นเอง
สามารถพิมพ์ชิ้นงานทีเดียวได้หลายตัว และแต่ละขนาดขนาดใหญ่ๆ ทั้งนั้น

 

งานสวยๆจาก CO2 Laser

งานสวยๆจาก CO2 Laser

มาดูงานสวยจากเครื่อง Laser Cut/ Engrave กัน สามารถเอาไปประยุกต์ใช้ทั้งงานศิลปะ งานสินค้าเครื่องใช้ ใช้ห้องเรียน STEM และอื่นๆ วัสดุที่สามารถตัดและแกะสลักได้มีหลายชนิด (ไม่รวม วัสดุที่เป็นโลหะ) เช่น แผ่นพลาสติกชนิดต่างๆ เช่น Acrylic, PolyCarbonate, HIPS แผ่นไม้ชนิดต่างๆ, ไม้แท้, ไม้อัด, หนังแท้, หนังสังเคราะห์, แผ่นยาง

ตัดชิ้นส่วน 2 มิติ มาประกอบเป็นโมเดล 3มิติ
งาน Functional สามารถขยับกลไกได้
ตัดและ แกะสลัก Acrylic
Acrylic สามารถดัดงอเข้ารูปได้ โดยการตัดแซะร่อง
ทำงาน พ่วงกุญแจ
ทดสอบการตัด และ แกะสลัก ใน Condition ต่างๆ
วัสดุไม้ แผ่นอะครีลิก แผ่น Poly Carbonate, แผ่นไม้

ทำที่รองแก้วได้ง่ายๆ
ทำงานศิลปะสวยๆ
ใช้สร้างสรรค์งาน Display

งาน ฟันเฟือง งาน Functional อื่นๆ

Laser Cutter and Engraver – CO2 เครื่องตัดและแกะสลักเลเซอร์ชนิด CO2
เลเซอร์ที่นิยมใช้กันมากที่สุด ขนาดเริ่มต้น 40*30cm ถึง 250*130cm

ลูกค้า โรงกษาปณ์ Form3 งานพิมพ์ 3มิติ ความละเอียดสูง

ลูกค้า โรงกษาปณ์ Form3 งานพิมพ์ 3มิติ ความละเอียดสูง

งานราชงานหลวงก็มาครับ รอบนี้เป็นของทาง โรงกษาปณ์ ที่ได้ทำการสั่งเครื่องพิมพ์ 3มิติ ในการทำต้นแบบงานละเอียด

โดยทำการสั่ง Form3 เครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบ SLA งานละเอียดถึง 25ไมครอน หรือ 0.025 mm. กันเลยทีเดียว ใช้งานง่ายสะดวกรวดเร็ว ไม่ซับซ้อน

มีเรซิ่นให้เลือกหลากหลาย เช่น Standard Resin เน้นความสวยงาม และราคาประหยัด, Flexible Resin ชิ้นงานที่พิมพ์ออกมามีความยืดหยุ่น คล้ายยาง, Tough Resin ชิ้นงานที่ได้ออกมาจะมีความแข็งแรงสูง สามารถนำไปใช้งานเชิงกล เจาะสง่าน ขันสกูร ใช้งานเชิงกลได้, Wax Cast Resin เพื่อพิมพ์แล้วสามารถเอาไปหล่อโลหะได้ เหมาะกับการทำงานเครื่องประดับ Jewelry

เครื่องเหมาะกับบุคคลทั่วไป, บริษัทออกแบบ, ศิลปินคนทำโมเดล พระพุทธรูป, นักออกแบบ-วิจัย ( ทันตแพทย์ หรือ โรงพยาบาล ควรเลือกเป็น Form 3B )

ทางเรานำส่งและสอนการใช้งานอย่างละเอียดทั้งตัวเครื่องและโปรแกรมเตรียมพิมพ์ พร้อมทำงานทันที

Einscan H สวยสด ครบจัด ทุกเฉดสี

Einscan H สวยสด ครบจัด ทุกเฉดสี

Einscan H เป็นสแกนเนอร์ตัวใหม่จากทางShining3D ที่ออกมาเพื่องานทำAR/VRโดยเฉพาะ ที่เน้นการสแกนงานเพื่อต้องการไฟล์สามมิติที่มีสีสันลวดลายเหมือนจริงมากที่สุด แต่ก็ยังสามารถสแกนงานทั่วไปได้เหมือนสแกนเนอร์ทั่วไป
ความสามารถที่น่าสนใจมากของEinscan H ก็คือ ฟังก์ชั่นการสแกนบุคคลที่ให้ความสมจริงเป็นอย่างมากทั้งสี ริ้วรอย โครงสร้างของบุคคล รวมไปถึงเส้นผมก็ยังสามารถสแกนได้

หลอดอิฟราเรดจากด้านบน และWhite Light LEDจากด้านล่าง

Einscan H เป็นสแกนเนอร์ที่เป็นHybrid ที่ใช้แสงสองระบบร่วมกันจะเป็นระบบWhite Light LED ที่ใช้กับการสแกนงานทั่วไปได้ และมาพร้อมกับระบบ Infrared ที่ใช้กับการสแกนบุคคลโดยเฉพาะในระบบนี้สามารถสแกนคนได้โดยไม่จำเป็นต้องหลับตา

ระบบInfraredของEinscan Hจะเป็นการใช้คลื่นย่านInfraredที่เข้าใกล้กับย่านVisible Light ดังนั้นระหว่างสแกนจะมีแสงอยู่เล็กน้อยและแสงก็ไม่มีความเข้มมากจึงสามารถสแกนใบหน้าได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องหลับตา(แต่การมองแสงกระพริบนานๆก็ทำให้ดวงตาล้าได้เหมือนกันนะ)

ย่านของคลื่นแสงที่ใช้จะอยู่ประมาณIR ซึ่งปลอดภัยต่อคน
Einscan H มาพร้อมระบบHybrigที่สามารถทำให้สแกนงานได้หลากหลายมากขึ้น และยังมีความสามารถในการสแกนงานได้อย่างรวดเร็ว ด้วยความเร็วในการสแกนอยู่ที่1,200,000จุด/วินาที อีกทั้งฟังก์ชั่นการทำงานในโปรแกรมยังง่ายต่อการใช้งานอีกด้วย
ความละเอียดสูงถึง0.25mm ยังมาพร้อมความสามารถในการสแกนสีในตัว ที่ให้สีสดใสสมจริง และการเชื่อมต่อผิวงานด้วยพื้นผิวที่ยอดเยี่ยม
Body Scan ที่ใช้เพื่อสแกนคนโดยเฉพาะ ทำให้การสแกนบุคคลทำได้ง่ายมากขึ้น และยังใช้Infraredในการสแกน จึงปลอดภัยต่อตาของผู้ถูกสแกน
face Scanที่สามารถสแกนใบหน้าได้อย่างครบถ้วน และยังสามารถสแกนเส้นผมได้มากยิ่งขึ้น ทำให้เก็บรายละเอียดของบุคคลได้อย่างครบถ้วน

ภายนอก
Einscan H เป็นสแกนเนอร์ระบบHandheldที่ออกแบบมาให้การจับถนัดมือและน้ำหนักเบา ทำให้สามารถสแกนได้ต่อเนื่องโดยไม่เมื่อย

Einscan H มาพร้อมกับกล้องสี่ตัวช่วยเก็บรายละเอียดทุกมุม หลอดInfraredด้านบนเพื่อการสแกนเก็บสีและสแกนคนที่ยอดยี่ยม และ White light LEDด้านล่างที่สแกนงานได้หลากหลายได้สมจริง
ปุ่มปรับแสง(ซ้าย-ขวา) ปุ่มซูม(บน-ล่าง)และปุ่มเริ่มการสแกน ที่ใหญ่และกดง่าย เพื่อให้การใช้งานไม่ติดขัดสแกนได้อย่างต่อเนื่องกับงานทุกพื้นผิว

อุปกรณ์ที่มากับตัวเครื่อง

ตัวเครื่องEinscan H
แผ่นcalibrateกับแผ่นวางเทียบสำหรับใช้กาง
Markers ขนาด10mm (ใช้กับEinscanHและEinscanHX)
สายสัญญาณที่มาพร้อมกับสายไฟ สามารถเสียบและถอดได้ง่าย
สายสัญญาณที่ยาวถึง5เมตร ใหญ่แค่ไหนก็สแกนได้ไม่ติดขัด
อแดปเตอร์ที่สามารถเปลี่ยนหัวปลั๊กได้

โหมดการสแกน
Einscan H มีโหมดสำหรับการสแกนงานอยู่สามโหมดด้วยกัน ที่สามารถทำงานได้หลากหลายและยังออกแบบมาเพื่อสแกนคนได้ดียิ่งขึ้น
Standard Scan ใช้สำหรับการสแกนงานทั่วไป สแกนงานแบบเก็บรายละเอียดสี พื้นผิว หรือใช้งานสแกนงานที่จำเป็นต้องมีMarkers
Body Scan ใช้กับการสแกนร่ายกายโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นคนหรือคนที่ใส่ชุดเป็นตัวละครต่างๆได้ดี
Face Scan ใช้สำหรับการสแกนคนโดยเฉพาะ เน้นใบหน้าเป็นหลัก สแกนเส้นผมได้ดีและเลือกสลับไปใช้โหมดBody Scanได้ด้วย

Standard Scan
สำหรับโหมดนี้เป็นโหมดที่ใช้งานได้หลากหลายเพราะเป็นโหมดที่ใช้การสแกนทั่วไปโดยสามารถสแกนงานแบบทั่วไป สแกนสี สแกนเก็บพื้นผิว และก็ยังสามารถใช้งานกับMarkersได้ เรียกได้ว่าเป็นโหมดที่ครบจบในที่เดียว(แต่หากจะสแกนคนใช้โหมดBody Scan หรือ Face Scanจะดีกว่านะ) แต่งานหลักของโหมดนี้คือการสแกนสิ่งของเพื่อนำไปใช้กับงานVR/AR หรือด้านอื่นๆที่ต้องการไฟล์สามมิติที่มีสีสันสมจริง

ในครั้งนี้เราจะทำการสแกนโซฟาที่มีสิ่งของต่างๆวางอยู่ด้วย
ด้วยความสามารถในการเชื่อมต่อพื้นผิวที่ดีเยี่ยมจึงทำให้สแกนจุดต่างๆได้อย่างดี
ลวดลายบนสิ่งของก็เก็บได้นะ
แค่ปรับแสง ไม่ว่าอะไรก็สแกนได้

ผิวเรียบ ผิวขน ร่องเล็กน้อย ได้หมด

ผลการสแกนหลังจากGenerate point Cloud โดยที่ยังไม่ได้ปิดผิวแต่อย่างใด
ปิดผิวเสร็จก็สวยขึ้นไปอีก

ลวดลายที่ได้แทบไม่ต่างจากของจริงเลยล่ะ
สีสันสวยสดสะดุดตา

เนื้อผ้าที่เราแทบไม่สังเกตยังเก็บมาครบ

Body Scan/Face Scan
ในโหลดนี้จะเลือกเป็นFace Scanที่ใช้สแกนหน้าโดยเฉพาะที่จะสามารถเก้บรายละเอียดของใบหน้าได้อย่างครบถ้วน ทั้งรูปทรงของส่วนต่าง ผิว ริ้วรอยต่างๆ และเส้นผม และในโหมดนี้ยังจะสามารถสลับไปเป็นBody Scan ได้อัตโนมัติเมื่อเราเลื่อนไปสแกนร่างกายต่อได้ทันที ไม่จำเป็นต้องใช้สองโหมดเพื่อสแกนคนหนึ่งคน

ตัวอย่างการสแกน(ก่อนGenerate point cloud)
ตัวอย่างการสแกนหลังจากGenerate Point Cloudแล้ว

การสแกนครั้งนี้เราได้นางแบบสุดสวยพร้อมเสื้อผ้าสีสันฉูดฉาดพร้อมท้าทายความสามารถของEinscan H แบบจัดเต็มกันเลย

เริ่มจากหน้ามาก่อนเลย
เก็บบน-ล่างให้ครบ
สแกนส่วนอื่นๆต่อกันเลย
ลบส่วนเกินนิดหน่อยก็โอเคแล้ว
ผลจากการสแกนที่ยังไม่ได้ปิดผิว
ผลจากการสแกนที่่ปิดผิวแล้ว
เกือบครบทั้งตัว แต่สีครบ สมจริงสุด
เส้นผม ตัวหนังสือเล็กน้อยก็ยังเก็บได้
สีสันฉูดฉาดสะดุดตาจริงๆ

เป็นยังไงบ้างครับกับผลงานการสแกนด้วยEinscan H จะเห็นว่างานที่ได้จะเน้นไปทางงานที่ต้องการความสมจริง สีสันสดใส รายละเอียดต่างๆเพื่อนำไฟล์ที่ได้ไปใช้ต่อในด้านการแสดงผลแบบสมจริงและยังข้ามข้อจำกัดในการสแกกนคนที่มีความยากมากๆในการใช้สแกนเนอะรุ่นอื่นๆในการสแกนบุคคลEinscan Hถือว่าตอบโจทย์อย่างมาก หลังจากที่เราได้รีวิกันไปเรียบร้อยแล้วก็จะสรุปข้อดีและข้อสังเกตของ

จุดเด่นของEinscan H
-น้ำหนักเบา จับถือสะดวก ปุ่มกดง่าย
-สแกนได้เร็ว เชื่อมต่อจุดต่างๆด้วยพื้นผิวของตัวงานเองได้ยอดเยี่ยม จึงสแกนได้ต่อเนื่อง
-สีสันสวยสดใส สมจริงมาก รายละเอียดบนพื้นผิวก็เก็บได้หมด
-สแกนคน มาสคอสต่างๆได้อย่างดีเยี่ยม

ข้อสังเกต
-ไม่สามารถใช้โหมดFixed scanได้
-สแกนเนอร์เป็นระบบ White Light และ Infrared จึงไม่เหมาะกับการใช้งานภายนอกอาคาร

หากสนใจEinscan H สามารถเข้ามาทดลองใช้ที่หน้าร้านของเราได้นะครับ