fbpx

Preview WaxJet400/410 มาดูเครื่องฉีดเทียน 3มิติ ความละเอียดสูง

Preview WaxJet400/410 มาดูเครื่องฉีดเทียน 3มิติ ความละเอียดสูง

ก่อนอื่นบทความนี้เป็นการถอด Video แสดงขั้นตอนการทำงานของเครื่องให้เห็น Process ทั้งหมดเลยก็ว่าได้

Pre-Printing Process

ขั้นแรกออกแบบชิ้นงานที่ต้องการโดยใช้ CAD ในที่นี้เป็นแหวนใช้ Rhino, กรณีเป็นใบพัด ส่วนประกอบเครื่องจักร อาจจะใช้ Solid Work — แล้วแต่ความถนัดของแต่ละบริษัท
Export หรือ Save งานเป็นไฟล์ STL ไฟล์มาตรฐานในการพิมพ์ 3มิติ
Flashforge มี Software Slicer ของตัวเองชื่อ WaxJet สามารถกำหนด Parameter ต่างๆเองได้
import ไฟล์ของเราเข้า เราจะ import กี่ไฟล์ก็ได้ จะพิมพ์ทีเดียว 50 แบบไม่เหมือนกันก็ได้
ในตัวอย่างเป็นการพิมพ์ชิ้นงานเดี๋ยวกัน จำนวนมาก สามารถใส่เพิ่มจำนวนในนี้เลยก็ได้ ในตย. เป็นการ Duplicate ชิ้นงาน 10*11 ทั้งหมด 110 ชิ้น
เครื่องทำการเว้นระยะให้เอง ได้จำนวน 110ชิ้น สามารถกด Submit เข้าสู่กระบวนการพิมพ์ได้เลย (ต่อสายเข้ากับ PC โดยตรง หรือเอา USB ไปเสียบก็ได้)
ไม่จำเป็นต้องพิมพ์งานแบบเดียวกัน แบบละอย่างเลยก็ได้

Printing Process

(ช้าย)เครื่อง WaxJet ฐานพิมพ์จะเคลื่อนที่ซ้ายขวา (ขวา)เครื่องที่คล้ายกัน จะเคลื่อนฐานจะอยู่นิ่ง หัวฉีด Jet จะเคลื่อนที่
พิมพ์ไฟล์เดียวกันขนาดเท่ากัน ความละเอียดเท่ากัน จะเห็นว่า WaxJet สามารถทำงานได้เร็วกว่ามาก
เปรียบเทียบเมื่อพิมพ์เสร็จ
ระบบ SLA พิมพ์ได้เช่นกันแต่ใช้เวลาที่นานกว่า และต้องแกะ Support เมื่อหล่อเสร็จจึงต้องมี Process เก็บงาน

Post-Printing Process

พิมพ์ออกมาเสร็จ แกะออกจากฐานโดยเครื่องทำความร้อนละลายให้ Wax สีขาวนิ่ม จะเห็นว่าเอาออกง่ายมาก (ถ้าเป็นเมื่อไทยใช้ เตาปิ้งลูกชิ้นก็ได้คับ)
หลุดออกที่ละแถว (Wax สีขาวจะมี Glass Transition Temp ช่วย 42-45c)
จัดเรียงใช้ตระเกียงพร้อมต้ม
เตรียมอ่างไว้ 3หลุม เหมือนซักผ้าหลุมแรกสกปรก น้ำกลาง และ น้ำใสสุดท้าย อุณหภูมิที่ใช้ไม่สูงมาก ช่วง 42-45c ค่อนข้างปลอดภัย
ใช้ปั้มลมเติมอากาศ เพื่อให้เกิดการไหลของกระแสน้ำกวนชิ้นงานไปมา ช่วยให้การละลายทำได้เร็วขึ้น
เมื่อล้างเอาส่วน Wax Support สีขาวออกแล้ว ผึ่งให้แห้งและ เข้าขั้นตอนติดก้านเทียน
เอาไปติดต้นเทียนเลย
เตรียมเทปูน ทำเหมือนขั้นตอนปกติเลย จะเห็นว่าโรงงานที่ทำงานกันอยู่ไม่ต้องเปลี่ยนขั้นตอนการทำงานเลย แทนที่จะฉีดเทียนตามโมล เรา Direct Print เลยไม่เปลื้องโมล เปลื้องแบบ ไม่มี Fixed Cost สามารถทำงานได้หลากหลาย
หลังดูดสูญญากาศ ปลอดให้ปูนแห้งกัน
เอาเข้าเตาเผา เพื่อให้เทียน Evaporate ระเหยออกไป เพื่อให้เกิดช่องว่างในกระบวนการเทโลหะมีค่าต่อๆไป
เทโลหะหลอมเหลวลงไปในปูน
รอให้โลหะเย็นตัว
ล้างปูนออก
ทำความสะอาดด้วยน้ำ (ใช้เครื่องฉีดน้ำอัดแรงดัน ระวังส่วนที่เปราะด้วยนะครับ)
มาตากงานให้แห้งเพื่อเตรียมใน Process Finishing ต่อไป
Polishing ด้วยเครื่องมือต่างๆ อันนี้แล้วแต่โปรเซสของแต่ละที่ หากเป็นงานแบบวิศวะก็แต่ลบคมทำให้เรียบ หากเป็นงานเครื่องประดับก็ทำให้มันวาว
Final Product ใช้เวลาตั้งแต่การพิมพ์อยู่ราวๆ วันครึ่ง

สนใจเครื่อง WaxJet400/410 โปรดติดต่อ 096-140-0420

Light-Touch Supports: ซัพพอร์ตรุ่นใหม่สำหรับงานจิวเวลรี่

Light-Touch Supports: ซัพพอร์ตรุ่นใหม่สำหรับงานจิวเวลรี่

ซัพพอร์ตแบบจุดสัมผัสเล็ก ใน PreForm 3.4.6

Formlabs ได้เผยแพร่โปรแกรม PreForm 3.4.6 ที่มีคำสั่งใหม่ในการสร้างซัพพอร์ตที่เล็กมาก สำหรับเรซินชนิด Castable Wax Resin ช่วยให้การซัพพอร์ตรายละเอียดเล็ก ๆ ทำได้ดีมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะลวดลายแบบเส้นลวด นอกจากนี้การตัดออกก็ง่ายขึ้นมาก แทบจะไม่ต้องตกแต่งเพิ่มเลย

โดยทั่วไปช่างหล่อ และ นักออกแบบเครื่องประดับจะทำงานกับส่วนเล็ก ๆ และมีรายละเอียดมาก ๆ อย่างระมัดระวัง แม้การกำหนดซัพพอร์ตสำหรับงานที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติก็จะต้องกำหนดเอง มากกว่าที่จะให้โปรแกรมสร้างให้ แต่ในโปรแกรม PreForm 3.4.6 มีการปรับปรุงการสร้างซัพพอร์ตอัตโนมัติ ให้มีปลายที่ติดกับเนื้องานขนาดเล็กมาก ซึ่งออกแบบให้เหมาะกับงานจิวเวลรี่โดยเฉพาะ ช่วยให้งานหลังพิมพ์ง่าย และใช้เวลาน้อยลงอย่างมาก

ในงานจิวเวลรี่ที่การใช้ซัพพอร์ตไม่ใช่เพื่อการรับแรงดึงจากเครื่อง เพราะเครื่อง Form 3 มีระบบแรงดึงต่ำอยู่แล้ว การสร้างซัพพอร์ตก็เพื่อประคองในส่วนที่ลอยอยู่เท่านั้น ซัพพอร์ตรุ่นใหม่นี้จึงมีขนาดเล็กลง และไม่จำเป็นต้องมีการทำคานเชื่อมระหว่างเสา ทำให้ลดเวลา และเรซินที่ซึ่งเป็นต้นทุนในการทำงานลงไปได้มาก มื่อพิมพ์เสร็จแล้วคุณสามารถดึงงานออกจากซัพพอร์ตได้เลย หรืออาจจะตัดทีละเสาในกรณีที่งานทีรายละเอียดเล็กมาก

จุดสัมผัสของซัพพอร์ตแบบทั่วๆ ไปจะทำให้เกิดหลุมบนผิวงานซึ่งทำให้งานเสียหาย และการซ่อมแซมก็ทำได้ยาก แต่จุดสัมผัสของซัพพอร์ตแบบใหม่นี้จะเหลือเป็นตุ่มเล็กๆ ช่วยให้การตกแต่งง่ายขึ้นมาก และจุดสัมผัสเล็กนี้ยังทำให้การพิมพ์หนามเตย หรือตัวอักษรง่าย และมีคุณภาพมากขึ้นด้วย

ลองใช้กันดูได้เลย โดยดาวน์โหลดฟรีจากที่นี่

 

 

 

 

IPA ขาดตลาด ทำไงดี

IPA ขาดตลาด ทำไงดี

ในปัจจุบันที่สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 กำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลก ทำให้หลายอย่างขาดตลาด เช่นหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ เป็นต้น ซึ่งเจลล้างมือ และแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อโรคก็เป็นที่ต้องการอย่างมากทั้งในการแพทย์และประชาชนทั่วไป

IPA หรือ Isopropyl Alcohol ซึ่งใช้ซ่าเชื้อโรคในเครื่องมือแพทย์เป็นหลักมีการใช้งานในปริมาณที่สูงขึ้นจนแทบหมดไปจากตลาด ทำให้ผู้ใช้งานเครื่องพิมพ์สามมิติชนิด SLA / DLP ได้รับผลกระทบ ไม่สามารถหาซื้อมาใช้เพื่อล้างชิ้นงานหลังจากพิมพ์เสร็จแล้วได้

อันที่จริงเรายังสามารถใช้สารเคมีตัวอื่นทดแทนการใช้ IPA ได้ นั่นคือ  Tripropylene glycol monomethyl ether (TPM) มันสามารถล้างเรซินออกจากชิ้นงานได้ดี และมีข้อดีอีกหลายอย่างดังนี้

  • ไม่มีกลิ่นเหม็น
  • ไม่ติดไฟ และไม่เป็นพิษ
  • อัตราการระเหยต่ำมาก
  • สามารถใช้งานได้นานกว่า IPA ราว 3 เท่า ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย
  • มีจำหน่ายทั่วโลก
  • การซึมผ่านเข้าในเนื้องานต่ำกว่า IPA มาก ทำให้งานบิดเบี้ยวน้อยลง และไม่ทำให้งานเสียหายหากลืมแช่ทิ้งไว้เป็นเวลานาน

ส่วนข้อด้อยของ TPM ในการใช้งานกับเรซินมีดังนี้

  • TPM ระเหยช้ามาก จะต้องล้างซ้ำด้วยน้ำเปล่าอีกครั้งหนึ่ง เรซินบางชนิดเช่น Clear resin หรือ Tough 1500 resin อาจจะเกิดฝ้าขาวที่ผิวงาน แต่มันจะหายไปเมื่อแห้งดีแล้ว
  • การล้างด้วย TPM อาจจะเกิดไขบางๆ บนผิวงานในเรซินบางชนิด การอบด้วยแสงยูวีจะกำจัดมันออกไปได้
  • ใช้เวลาทำให้แห้งนานกว่า IPA
  • มักจะจัดจำหน่ายโดยผู้ขายรายใหญ่มากกว่าร้านเล็กๆ
  • โดยทั่วไป TPM ราคาสูงกว่า IPA
  • การใช้ TPM ยังไม่ได้รับการรับรองในการใช้กับงานที่เป็น Biocompatible

จงเลือกใช้ TPM

  • เมื่อมีปัญหากับเรื่องความไวไฟของ IPA
  • เมื่อคุณหาซื้อ IPA ไม่ได้
  • เมื่อคุณต้องการน้ำยาล้างที่ประหยัดเงินกว่า
  • เมื่อคุณไม่ได้พิมพ์งานบ่อย ๆ และ IPA ก็สูญเสียจากการระเหยไปเป็นจำนวนมาก
  • เมื่อคุณมีความรู้สึกไว และได้รับผลกระทบจาก IPA

จงเลือกใช้ IPA

  • เมื่อคุณต้องการให้งานแห้งเร็ว ๆ หลังจากล้างเสร็จ
  • เมื่อคุณสามารถเก็บ IPA ได้อย่างปลอดภัย ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องวัตถุไวไฟ
  • เมื่อคุณพอใจกับการใช้ IPA อยู่แล้ว
  • เมื่อใช้ TPM แล้วเกิดไขที่ผิวเป็นปัญหากับกระบวนการทำงานของคุณ
    *ไขบนผิวงานอาจแก้ไขได้โดยการล้างด้วย IPA อีกครั้ง

 

นอกจากนี้ยังมี Maker อีกหลายคนที่แนะนำน้ำยาล้างเรซินชนิดอื่น ๆ เช่น

น้ำยาขจัดคราบไขมันในครัวเรือน น้ำยาล้างห้องน้ำ และอื่น ๆ ลองดูวิดีโอนี้ประกอบได้เลยครับ

UMass Lowell ผสมผสานศิลปะกับเทคโนโลยีได้อย่างไร

UMass Lowell ผสมผสานศิลปะกับเทคโนโลยีได้อย่างไร

Yuko Oda มีพื้นฐานในด้านวิจิตรศิลป์ เธอได้รับวุฒิปริญญาโทด้านประติมากรรมจาก Rhode Island School of Design จากนั้นเธอก็ไปทำงานในนิวยอร์คกับสถาบัน New York Institute of Technology (NYIT) ที่นั่นทำให้เธอได้ใช้เครื่องพิมพ์สามมิติเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นระบบเส้นพลาสติก (FFF) และเครื่องระบบ Stereolithography (SLA) ก่อนที่จะร่วมงานกับมหาวิทยาลัย Massachusetts Lowell (UMass Lowell) ในปี 2017 ทุกวันนี้วิทยาลัยต่าง ๆ มีการนำการพิมพ์สามมิติมาใช้ในการเรียนมากขึ้น ตั้งแต่การออกแบบ ไปจนถึงงานแอนนิเมชั่น และการปั้น เป็นการส่งเสริมนักเรียน และปรับปรุงหลักสูตรให้ทันกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่กำลังเปลี่ยนไปจากการปฏิบัติแบบเดิมๆ

เทคโนโลยี และศิลปะที่ UMass Lowell

Yuko and students print projects on Form 2. Photo Credit: Jim Higgins

เครื่องพิมพ์สามมิติเริ่มเป็นสิ่งที่เห็นได้ทั่วไปในวิทยาลัย และโรงเรียนเทคนิคต่าง ๆ ทั่วโลก และนักศึกษาจำนวนมากได้ผสมผสานเทคโนโลยีนี้เข้ากับแผนการศึกษาของพวกเขา ขณะนี้การมีเครื่องพิมพ์สามมิติในที่ทำงานเป็นเรื่องปรกติแล้ว ดังนั้นสถานศึกษาก็จะต้องเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาสำหรับการเริ่มงานในอนาคตซึ่ง UMass Lowell มีความตั้งใจจะให้การปั้น และการออกแบบสามมิติมีความทันสมัยกับศตวรรษที่ 21 เมื่อ Yuko เข้ามาทำงาน เธอเริ่มสั่งซื้อเครื่องพิมพ์สามมิติชนิดต่างๆ เข้ามาใช้งาน

Yuko ได้นำเอาความหลงไหลในศิลปะ และเทคโนโลยีเข้ามาในห้องเรียนที่เธอสอนด้านประติมากรรม การขึ้นรูปสามมิติและแอนนิเมชั่น และสื่อเชิงโต้ตอบ นักศึกษารู้ดีว่าพวกเขาต้องเรียนรู้และเข้าใจ แอนนิเมชั่นสามมิติ และการขึ้นรูปสามมิติ เพื่อการทำงานในหลากหลายสาขาอาชีพ รวมถึงการออกแบบในภาพยนตร์ ซึ่งความสามารถด้านการขึ้นรูปสามมิติเป็นสิ่งที่จำเป็นมากในทุกสตูดิโอ

UMass Lowell ต้องการติดปีกให้กับนักศึกษาด้วยทักษะความชำนาญที่จำเป็นเพื่อเป็นการนำตลาดแรงงานไปสู่การใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ด้วยการแนะนำของ Yuko นักศึกษาก็เริ่มเห็นว่าปัจจุบันมีความต้องการทักษะด้าน 3D เพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่น การตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภคมีอิทธิพลจากการออกแบบบรรจุภัณฑ์ และการพิมพ์สามมิติช่วยให้ได้งานต้นแบบเหมือนจริงเร็วขึ้น ลดเวลาการวางตลาด และเพิ่มยอดขาย

โครงงาน Sculpture I VR โดย UML Art และ Cecilia Chi นักศึกษาผู้ออกแบบ 

เครื่องพิมพ์ของ Formlabs ให้งานพิมพ์ที่มีคุณภาพสูง ผิวเรียบ มีความขนาดที่ถูกต้อง ทำให้การทำงานขั้นต่อไปง่ายขึ้นมาก ทำให้นักศึกษามีประสบการณ์กับเครื่องพิมพ์ชนิดนี้ซึ่งมีใช้อยู่ในบริษัทชั้นนำเช่น New Balance และ Ashley Furniture

 

นักศึกษาสามารถสร้างสรรค์งานที่วิจิตรอย่าเหลือเชื่อนี้ได้ด้วยการใช้เครื่องพิมพ์ของ Formlabs นักศึกษาผู้ออกแบบ Alex Twyman 

Organic and Synthetic Collide

Yuko ยังคงสร้างงานศิลปะของเธอแม้กระทั่งนอกเวลางาน เธอสร้างสรรค์งานหลากหลายแบบ ทั้งในรูปทรงแบบออแกนนิค และอินออแกนนิค ซึ่งสะท้อนถึงสิ่งที่มนุษย์ทำขึ้น (เช่นขยะ) ทำร้ายโลกของเรา เธอยังศึกษาถึงสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นและธรรมชาติจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร

 

รูปด้านบนเป็นโครงงานที่เธอให้ชื่อว่า Darkness Meets Light ฐานสีขาวหมายถึงรังไหมเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตทำจากปูน ในขณะที่ชิ้นสีดำซึ่งหมายถึงปีกผีเสื้อพิมพ์ด้วยเรซินสีดำ

อีกหนึ่งผลงานของเธอให้ชื่อว่า หยาดน้ำค้างยามเช้า – Morning Dew เป็นส่วนผสมระหว่างใบไม้ธรรมชาติ กับหยดน้ำค้างที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์สามมิติ 

ผลงานนี้เกิดจากการที่เธอเดินออกมานอกบ้านในเช้าวันหนึ่ง และเห็นหยดน้ำค้างบนใบไม้ จึงเกิดแรงบันดาลใจจากความสวยงามที่เรียบง่ายของธรรมชาติ 

โปรแกรมสร้างโมเดล เพื่อการพิมพ์สามมิติ

โปรแกรมสร้างโมเดล เพื่อการพิมพ์สามมิติ

สำหรับผู้ที่เริ่มก้าวเข้ามาในวงการพิมพ์สามมิติ อาจจะสนุกไปกับการโหลดโมเดลที่ถูกใจมาพิมพ์ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งโมเดลสำเร็จรูปนั้นอาจจะไม่ตอบโจทย์ความต้องการหลายๆ ด้าน ไม่ว่างาน หรือเรื่องส่วนตัว ดังนั้นการที่เราสามารถออกแบบ และสร้างโมเดลของเราเองได้ก็เป็นสิ่งที่ควรจะพิจารณา

ในปัจจุบันมีโปรแกรม 3D อยู่มากมายจนน่าเวียนหัว เราได้จัดประเภทของโปรแกรมมาให้ดูแบบง่าย ๆ คุณสามารถเลือกแบบที่ตัวเองชอบ และถนัดเพื่อสร้างสรรค์ผลงานของตัวเอง และยังอาจจะใช้เป็นช่องทางทำเงินได้อีกด้วย

รายการข้างต้นเป็นเพียงทางเลือกที่คนทั่วไปนิยม และเราเห็นว่าเป็นโปรแกรมที่ผู้ใช้งานเริ่มต้นเรียนรู้ได้ง่าย และเร็วที่สุด อย่างไรก็ตามยังมีรายละเอียดเพิ่มเติมที่ต้องพิจารณาในการเลือกโปรแกรมอีกเพื่อให้เข้ากับความถนัดส่วนตัว หากต้องการทราบรายละเอียดมากกว่านี้โปรดเข้าไปดูได้ที่ reddit.com/r/3Dprinting/wiki/makingmodels

การปรับระดับแท่นพิมพ์

การปรับระดับแท่นพิมพ์

การปรับระดับแท่นพิมพ์ เป็นเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญมาก เทียบเท่ากับฐานรากของอาคารเลยทีเดียว แต่ก็เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่มักจะละเลยขั้นตอนนี้ไป ลองกลับมาใส่ใจกับการปรับระดับแท่นพิมพ์เพื่องานที่มีคุณภาพดีกว่ากันเถอะ

เคล็ดลับการออกแบบเพื่อการพิมพ์สามมิติ

เคล็ดลับการออกแบบเพื่อการพิมพ์สามมิติ

ในการออกแบบเพื่อการพิมพ์สามมิติ จะมีข้อควรระวัง และข้องแนะนำอย่างไรบ้าง เรารวบรวมมาให้แล้วครับ

ลูกค้า: บริษัท ซีเคซี จิวเวลรี่ จำกัด

ลูกค้า: บริษัท ซีเคซี จิวเวลรี่ จำกัด

ขอขอบคุณ บริษัท ซีเคซี จิวเวลรี่ จำกัด
ที่อุดหนุนเครื่องพิมพ์สามมิติ Form3 ครบชุดไปใช้ในการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น

3D Printer: Form3Form CureForm Wash

ความแตกต่างระหว่างเครื่อง SLA & DLP ในปี 2020

ความแตกต่างระหว่างเครื่อง SLA & DLP ในปี 2020

                    ในตลาดมีเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติหลายระบบ ทำความคุ้นเคยเกี่ยวกับความแตกต่างของแต่ละระบบเพื่ออธิบายว่าคุณคาดหวังอะไรจากการพิมพ์ซึ่งเป็นการตัดสินใจครั้งสุดท้ายกับเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับแอปพลิเคชั่นของคุณSLA (Stereolithography) และ DLP (Digital light processing) การพิมพ์ใน 2 รูปแบบนี้เป็นการพิมพ์ที่เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปสำหรับการพิมพ์เรซิ่น การพิมพ์เรซิ่นเป็นที่นิยมในการผลิตชิ้นงานที่มีความแม่นยำสูงแบบ ISOTROPIC และต้นแบบที่เป็นรูปแบบตัน และชิ้นส่วนของหลายๆวัสดุกับงานที่อาศัยความละเอียดและพื้นผิวที่เรียบในขณะที่เทคโนโลยีเหล่านี้เคยมีความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายที่สูง แต่ในปัจจุบันรูปแบบของเครื่อง SLA และ DLP ขนาดเล็ก ที่สามารถผลิตชิ้นส่วนที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรมซึ่งอยู่ในราคาที่สามารถจับต้องได้และกับความสามารถรอบด้านที่ไม่มีใครเทียบได้ด้วยวัสดุการพิมพ์ที่หลากหลายการทำงานทั้ง 2 ระบบ โดยอาศัยแหล่งกำเนิดของแสง SLA ใช้แสงเลเซอร์และ DLP ใช้โปรเจคเตอร์ สำหรับวัตถุที่มีความหนาของแต่ละชั้นบางซ้อนกันเพื่อสร้างเป็นของแข็ง ในหลักการใกล้เคียงกันมาก และ 2 เทคโนโลยีให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันในคำแนะนำนี้ จะพูดถึงรายละเอียดและเปรียบเทียบในรูปแบบของความละเอียด ความแม่นยำ ขนาดของชิ้นงานที่พิมพ์ได้ ความเร็วในการพิมพ์ ขั้นตอนในการทำงานและอีกมากมาย

SLA Printer ทำงานอย่างไร

เครื่องพิมพ์ของ SLA ประกอบด้วยถาดเรซิ่นกับฐานที่โปร่งใสและพื้นผิวที่ไม่ติด ซึ่งทำหน้าที่เป็นพื้นผิวแยกสำหรับรองรับเรซิ่นเหลวเพื่อให้ขณะพิมพ์สามารถแยกชั้นที่เกิดขึ้นใหม่ได้อย่างอ่อนโยน

                    กระบวนการการพิมพ์เริ่มจากแท่นพิมพ์ชิ้นงาน(4) เคลื่อนลงมาใกล้ถาดเรซิ่น(9) และมีระยะห่างระหว่างแท่นพิมพ์ชิ้นงานกับถาดเรซิ่นเท่ากับ Layer Height หรือที่เรียกกันว่าความละเอียดของชิ้นงาน           และด่านล่างของถาดเรซิ่น เลเซอร์จะยิงไปที่กระจก 2 บาน กัลวานอมิเตอร์กำหนดพิกัดของแสงให้ถูกต้องบนกระจก แสงส่องผ่านด้านล่างของถาดเรซิ่นและทำให้เรซิ่นชั้นนั้นๆแข็งตัวชั้นที่ถูกทำให้แข็งตัวแล้วจะแยกออกจากด้านล่างของถาดน้ำยาเรซิ่นและแท่นพิมพ์เคลื่อนที่ขึ้นเพื่อให้เรซิ่นที่เกาะอยู่ที่ตัวงานไหลลงไปที่ถาดเรซิ่นด้านล่าง การทำงานจะเป็นในลักษณะนี้จนกว่าจะปริ้นงานเสร็จ LFS (Low Force Stereolithography) เทคโนโลยี สามารถใช้งานได้ใน Form3 และ Form3L นี่คือเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติในรุ่นต่อๆไปในเครื่องพิมพ์ 3 มิติที่เป็นเทคโนโลยี LFS ในส่วนของเลนส์ประกอบไปด้วย LPU(Light Processing Unit) ภายใน LPU ตำแหน่งของกัลวานอมิเตอร์มีความหนาแน่นของเลเซอร์สูงในแกน Y ผ่านทะลุไปยังตัวกรอง และพุ่งไปยังกระจกพับได้และกระจกที่เป็นพาราโบลิกเพื่อความสม่ำเสมอในการรับแสงที่ตั้งฉากกับระนาบที่ใช้ในการสร้างงานและทำให้มั่นใจในเรื่องของความแม่นยำ การเคลื่อนที่ของ LPU ในแกน x ชิ้นงานที่ถูกพิมพ์จะหลุดออกมาจากด้านล่างของถาดเรซิ่นในส่วนที่มีความยืดหยุ่นซึ่งลดแรงอย่างมากระหว่างกระบวนการการพิมพ์

 

                    เทคโนโลยีการพิมพ์ LFS ที่ใช้แรงน้อยมากในระหว่างการพิมพ์ การใช้ถาดเรซิ่นที่มีความยืดหยุ่นและการยิงแสงที่ลักษณะเป็นเส้นตรงมีผลทำให้ได้ผิวชิ้นงานที่มีคุณภาพและความแม่นยำในการพิมพ์ นี่คือพัฒนาการของเครื่องพิมพ์ระบบ SLA ในด้านของคุณภาพพื้นผิวและความแม่นยำในการพิมพ์ แรงที่ใช้น้อยลงในการพิมพ์ทำให้ Support ของชิ้นงานแกะออกได้ง่าย และกระบวนการนี้เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการขยายความเป็นไปได้เกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้มากขึ้นสำหรับอนาคต

DLP ทำงานอย่างไร

                    การทำงานเหมือนกับ SLA  เครื่องพิมพ์ 3 มิติระบบ DLP ชิ้นงานจะถูกสร้างขึ้นรอบๆถาดเรซิ่นกับด้านล่างของถาดที่โปร่งแสงและแท่นพิมพ์ชิ้นงานเคลื่อนลงมาใกล้กับถาดเรซิ่นเพื่อสร้างชิ้นงานที่กลับหัว การทำงานของเครื่องเป็นชั้นต่อชั้นความแตกต่างระหว่างแสงที่ใช้งาน เครื่องพิมพ์ระบบ DLP ใช้โปรเจคเตอร์ในการฉายเพื่อทำให้ชิ้นงานในชั้นนั้นแข็งตัวทั้งหน้าตัดของชิ้นงาน

 

                    การประมวลผลด้วยแสง ประกอบด้วยกระจกขนาดเล็กวางลงบนชิบเซมิคอนดักเตอร์ การสลับระหว่างกระจกชิ้นเล็กๆและเลนส์ที่แสงส่องโดยตรงไปยังด้านล่างของถาดเรซิ่นหรือแผ่นระบายความร้อนกำหนดแกนที่น้ำยาเรซิ่นถูกทำให้แข็งภายในชั้นนั้นๆเพราะว่าโปรเจคเตอร์คือหน้าจอประมวลผลด้วยดิจิตอล ภาพในแต่ละชั้นประกอบด้วยหลาย pixel ผลลัพธ์ใน 3 มิติ การขึ้นรูปแต่ละชั้นจากลูกบาศก์ถูกเรียกว่า Voxel (ปริมาตรที่เล็กที่สุดที่รวมตัวกันเป็นภาพสามมิติ)

SLA VS DLP

ความละเอียด

                   ความละเอียดมีหลายค่าให้เลือกใช้มากกว่าใน spec sheet ซึ่งหน่วยพื้นฐานของ SLA และ DLP จะแตกต่างในด้านของรูปทรง สามารถทำงานที่ยากเมื่อเปรียบเทียบกับความแตกต่างของเครื่องโดยเฉพาะค่าบางค่า ในการพิมพ์งาน 3 มิติ จะมี 3 มิติให้พิจารณาเป็นหลัก 2 ระนาบ(X และ Y) และแกน Z ซึ่งจะเป็นแกนในแนวตั้งความละเอียดในแกน Z ถูกนิยามว่าเป็นความหนาของแต่ละชั้นที่ปริ้นเตอร์สามารถทำได้ เครื่องพิมพ์ 3 มิติ ระบบ SLA และ DLP สามารถทำให้ความละเอียดในแกน z มันบางลงได้มากขึ้นและผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้งานความละเอียดได้ตั้งแต่ 25-300 ไมครอน ช่วยให้นักออกแบบปรับสมดุลระหว่างรายละเอียดและความเร็วได้

 

                    ในการพิมพ์ระบบ DLP แกน XY จะถูกกำหนดด้วยขนาดของ pixel ซึ่งเป็นลักษณะเล็กมากๆที่โปรเจคเตอร์สามารถทำได้ภายในหนึ่งชั้น สิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับความละเอียดของโปรเจคเตอร์ ส่วนใหญ่จะเลือกใช้เป็น HP(1080P) สรุปว่า เครื่องพิมพ์ระบบ DLP ได้มีการแก้ไขความละเอียด XY ซึ่งโดยปกติอยู่ในช่วง 35-100 ไมครอนสำหรับ เครื่องพิมพ์ระบบ SLA ความละเอียดแกน XY จะถูกรวมเข้าด้วยกันโดยดูจากขนาดจุดของเลซอร์ที่ยิงออกมา  และการเพิ่มขึ้นจะถูกควบคุมจากแสงเลเซอร์ เช่น Form3 มีขนาดของเลเซอร์เท่ากับ 85 แต่เป็นเพราะว่าเลเซอร์มีการทำงานที่เป็นเส้นตรงและเลเซอร์สามารถเคลื่อนที่ได้ทำให้ เครื่องพิมพ์สามารถที่จะพิมพ์ชิ้นงานได้ต่อเนื่องเท่าๆกันตลอดชิ้นที่ความละเอียด 25 ไมครอนในแกน XY อย่างไรก็ตาม ความละเอียดในตัวมันเองเป็นการวัดแบบกลวงๆ มันมีข้อบ่งชี้บางอย่าง แต่ไม่ได้จำเป็นสำหรับการเทียบเคียงโดยตรงกับความเที่ยงตรง ความแม่นยำ และคุณภาพการพิมพ์ 

ความเที่ยงตรงและความแม่นยำ

                    กระบวนการเติมแต่งในการพิมพ์ 3 มิติ แต่ละชั้นมีโอกาสที่จะเกิดความไม่แม่นยำ และกระบวนการขึ้นแต่ละชั้นจะส่งผลต่อความแม่นยำ ชิ้นงานถูกกำหนดให้แต่ละชั้นมีความแม่นยำและความเที่ยงตรงที่เท่ากันและความแม่นยำขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย กระบวนการพิมพ์ชิ้นงาน วัสดุ การตั้งค่าโปรแกรม ขั้นตอนสุดท้ายในกระบวนการ และอื่นๆโดยทั่วไป ทั้ง SLA และ DLP มีความแม่นยำมาก ความแตกต่างในความแม่นยำและความเที่ยงตรงดีขึ้นมากโดยที่ความแตกต่างของเครื่องพิมพ์จากหลากหลายผู้ผลิตมากกว่าความแตกต่างระหว่างเทคโนโลยีของพวกเขาในกรณีที่เพิ่งเริ่มใช้เครื่องพิมพ์ทั้ง SLA และ DLP จะใช้โปรเจคเตอร์ เลเซอร์ หรือกัลวานอมิเตอร์ และทางผู้ผลิตหลายเจ้าพยายามที่ให้ผู้ใช้งานได้รับประสิทธิภาพสูงสุดออกจากสิ่งเหล่านี้  เครื่องพิมพ์ 3 มิติระบบมืออาชีพทั้งระบบ SLA และ DLP เหมือนกับเครื่องพิมพ์ Formlabs Form3 คุณสมบัติของระบบถูกปรับตามความต้องการของลูกค้าเพื่อความมืออาชีพ

ความเที่ยงตรงและความแม่นยำ มีความสำคัญสำหรับชิ้นงาน dental splints และ surgical guides

 

                   การคาริเบทก็สำคัญเช่นเดียวกัน เกี่ยวกับโปรเจคเตอร์ DLP การผลิตจำเป็นต้องจัดการกับการกระจายของแสงที่ไม่สม่ำเสมอบนระนาบชิ้นงานและการบิดเบือนของเลนส์ พิกเซลที่อยู่ตรงกลางขนาดมีขนาดและรูปร่างไม่เท่ากับพิกเซลที่อยู่ที่ขอบ เครื่องพิมพ์ SLA ใช้แสงชนิดเดียวกับกับทุกชิ้นงานที่พิมพ์ ซึ่งหมายความว่าเหมือนตามคำจำกัดความแต่ยังคงทำการคาริเบทเพื่อตรวจสอบความผิดเพี้ยนถึงแม้ว่าเครื่องพิมพ์ 3 มิติที่คุณภาพในการพิมพ์ที่สูงและองศาของการคาริเบททำให้ผลลัพธ์แตกต่างกันอย่างกว้างขวางขึ้นอยู่กับวัสดุ น้ำยาเรซิ่นมีความแตกต่างกันซึ่งต้องปรับค่าให้เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งใช้งานได้กับบางวัสดุหรือน้ำยาเรซิ่นที่สามารถใช้งานได้กับแค่บางรุ่นเครื่องพิมพ์ความเที่ยงตรงและความแม่นยำแทบจะเป็นไปไม่ได้ในทางเทคนิคเท่านั้น ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการประเมินเครื่องพิมพ์ 3 มิติ คือการวัดขนาดชิ้นงานจริงหรือผู้ผลิตสามารถสร้างสรรค์ชิ้นงานตามความต้องการของเขาเอง

ขนาดของชิ้นงานที่ผลิตได้

                    เครื่องพิมพ์ 3 มิติระบบ DLP มีควาสัมพันธ์ระหว่างความละเอียดกับปริมาตรของชิ้นงาน ความละเอียดขึ้นอยู่กับโปรเจคเตอร์ ซึ่งสามารถกำหนดขนาดของ pixel ได้ ถ้าเคลื่อนที่โปรเจคเตอร์ให้ใกล้กับกระจกมากขึ้น pixel จะลดลงและสามารถเพิ่มความละเอียดได้แต่ขนาดของพื้นที่ชิ้นงานก็จะเล็กลงสำหรับบางผู้ผลิตวางโปรเจคเตอร์หลายๆตัวข้างๆกันหรือใช้โปรเจคเตอร์ที่มีความละเอียดสูงมาก 4K เพื่อเพิ่มปริมาตรของชิ้นงานซึ่งนำไปสู่ราคาที่สูงมากกว่าราคาเครื่องพิมพ์ที่เป็นเครื่องพิมพ์ขนาดเล็กสรุปว่าเครื่องพิมพ์ 3 มิติระบบ DLP เหมาะสำหรับการใช้งานสำหรับบางรุ่นมีขนาดที่เล็กกว่าและสามารถสร้างงานที่มีขนาดเล็กเช่นรายละเอียดของจิวเวลรี่ ในขณะที่สามารถผลิตชิ้นงานที่ใหญ่จะส่งผลในเรื่องความละเอียดที่น้อยกว่ากระบวนการพิมพ์ระบบ SLA สามารถกำหนดขนาดได้ ขนาดของชิ้นงานที่พิมพ์ได้ของ SLA Printer สามารถเลือกความละเอียดได้มากมาย ในการพิมพ์ชิ้นงานสามารถพิมพ์ชิ้นงานขนาดเท่าไรก็ได้และความะเอียดเท่าไรก็ได้และบริเวณใดก็ได้ในแท่นพิมพ์ชิ้นงาน สามารถพิมพ์ชิ้นงานที่ใหญ่และมีความละเอียดสูงหรือพิมพ์ชิ้นงานขนาดเล็กมากในจำนวนที่มากในเครื่องพิมพ์เดียวกันอุปสรรคหลักๆในการในการเพิ่มปริมาตรของชิ้นงานทั้งเครื่องพิมพ์ 3 มิติ SLA และ DLP คือแรงที่ใช้ในการดึงตัวงานออกจากฟิล์ม ในขณะที่พิมพ์ชิ้นงานที่มีขนาดใหญ่จะใช้แรงในการดึงชั้นที่แข็งตัวออกจากฟิล์มมากเทคโนโลยีการพิมพ์แบบ LFS ฟิล์มที่ยืดหยุ่นที่ถาดของเรซิ่นและลอกออกจากแท่นพิมพ์ในขณะแท่นพิมพ์เคลื่อนที่ขึ้น ซึ่งเห็นได้ชัดเลยว่าความเครียดของชิ้นงานลดลง หมายความว่าแรงที่ใช้ในการดึงชิ้นงานออกจากฟิล์มใช้น้อยลง คุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์นี้ทำให้สามารถเพิ่มปริมาตรของการพิมพ์ให้ใหญ่ขึ้นได้โดยใช้เครื่องพิมพ์ SLA (FORM3L)

 

พื้นผิวสมบูรณ์

                    เครื่องพิมพ์ระบบ SLA และ DLP ต่างสามารถสร้างชิ้นงานที่มีความเรียบของผิวชิ้นงานมากกว่าระบบการพิมพ์อื่นๆ เมื่อเราพูดถึงความแตกต่าง สามารถดูรายละเอียดจากชิ้นงานขนาดเล็กวัตถุจะสร้างชั้นจาการพิมพ์ เครื่องพิมพ์ 3 มิติสามารถพิมพ์ชิ้นงานในลักษณะชั้นที่เป็นแนวนอน อย่างไรก็ตามเพราะว่า DLP เป็นการประมวลผลแบบรูปภาพโดยการใช้ Voxel ซึ่งส่งผลกระทบกับVoxel ในแนวตั้งด้วย

เนื่องจากหน่วยเป็นสี่เหลี่ยม(Pixel) voxel มีผลกระทบต่อความโค้งของขอบ ลักษณะคล้ายคลึงกับสร้างรูปร่างคล้ายกับ lego
รูปร่างของ Voxel ที่เป็นสี่เหลี่ยมทำให้เห็นขอบที่มีความโค้ง การลบลักษณะของ voxel เมื่อปริ้นชิ้นงานออกมาเรียบร้อยแล้วต้องใช้กระดาษทรายในการขัด

 

 

   ในการพิมพ์แบบ LFS แต่ละชั้นจะชิดกันมากขึ้น ความหยาบของพื้นผิวจะลดลงทำให้พื้นผิวงานเรียบมากและชิ้นงานมีความโปร่งใสในกรณีใช้เรซิ่นชนิดใส

 

ความเร็วและผลผลิต

                    เมื่อเรานึกถึงความเร็วในการพิมพ์ เป็นสิ่งที่สำคัญมากในการพิจารณาความเร็ว ยังรวมไปถึงปริมาณงานด้วยความเร็วในการพิมพ์สำหรับระบบ SLA และ DLP ในการเปรียบเทียบทั่วไป โปรเจคเตอร์จะขึ้นรูปทั้งชั้นภายในครั้งเดียว ความเร็วในการพิมพ์ระบบ DLP นั้นเท่ากันและขึ้นอยู่กับความสูงของชิ้นงานนั้นในขณะที่เครื่องพิมพ์ SLA ใช้เลเซอร์ในการยิงลักษณะเหมือนการวาดตามรูปแบบของไฟล์งานในแต่ละชั้น ข้อดีของการพิมพ์ด้วยเครื่อง SLA เปรียบเทียบกับ DLP ความเร็วในการพิมพ์ขนาดเล็กหรืองานที่มีขนาดไม่ใหญ่มากใช้เวลาในการพิมพ์น้อยกว่า ขณะที่เครื่องพิมพ์ DLP จะพิมพ์ชิ้นงานใหญ่ได้ไวกว่า การพิมพ์ชิ้นงานตันหรือพิมพ์ชิ้นงานเต็มพื้นที่ในการพิมพ์แต่บางครั้งการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนระหว่างความละเอียดและปริมาตรงานที่พิมพ์ได้สำหรับเครื่องปริ้นระบบ DLP สำหรับเครื่องปริ้นขนาดเล็กสามารถปริ้นงานเล็กๆได้อย่างรวดเร็ว ความละเอียดสูง แต่ขนาดของชิ้นงานมีข้อจำกัด ความแตกต่างระหว่างเครื่องที่สามารถพิมพ์งานได้ขนาดใหญ่หรือปริ้นงานขนาดเล็กแต่ความละเอียดจะน้อยกว่าระบบ SLAเครื่องพิมพ์ระบบ SLA สามารถผลิตชิ้นงานจบภายในเครื่องเดียวและให้ผู้ใช้ได้มีอำนาจในการตัดสินใจในเรื่องความละเอียด ความเร็ว หรือปริมาณงาน

เครื่องพิมพ์ระบบ SLA สามารถผลิตชิ้นงานข้ามคืนได้ในกรณีการพิมพ์ชิ้นงานที่เยอะ

ขั้นตอนการทำงานและวัสดุ

                    ความเที่ยงตรงและความแม่นยำ ขั้นตอนการทำงานและวัสดุที่สามารถใช้งานได้ ส่วนใหญ่เครื่องพิมพ์ระบบ SLA และ DLP เป็นแบบเสียบแล้วสามารถใช้งานได้เลยสะดวกต่อการใส่แท่นพิมพ์และถาดเรซิ่น สำหรับบางรุ่นเรซิ่นจะไหลลงมาที่แท้งโดยอัตโนมัติ ซึ่งมีความต้องการน้อยและสะดวกสำหรับการพิมพ์ค้างคืนบางเครื่องพิมพ์มีโปรแกรมสำหรับใช้งานได้สำหรับการพิมพ์ เช่น Preform สำหรับเครื่องพิมพ์ Formlab ในขณะที่ผู้ผลิตเจ้าอื่นไม่ได้ใช้วิธีนี้ ลักษณะภายนอกแตกต่างโดยเครื่องมือภายในซอฟแวร์ ยกตัวอย่างเช่น Preform จะมีคำสั่ง One-click print ซึ่งถ้าใช้คำสั่งนี้แล้วโปรแกรมจะสามารถสร้าง Support และรูปแบบการวางอัตโนมัติ โดยฟังก์ชันนี้จะช่วยประหยัดวัสดุและเวลา โชคดีที่โปรแกรมสามารถดาวน์โหลดมาลองใช้งานฟรีก่อนที่จะซื้อเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

เรซิ่นมีมากมายหลายชนิดให้เลือกใช้

                    หนึ่งในประโยชน์ของการพิมพ์ 3 มิติระบบเรซิ่นคือความหลากหลายของวัสดุในการพิมพ์ซึ่งสามารถสร้างชิ้นงานที่มีความหลากหลายได้ เรซิ่นมีมากมายหลายสูตร วัสดุมีทั้งชนิดแข็งและนิ่ม เต็มไปด้วยวัสดุอย่างเช่นแก้วและเซรามิค หรือคุณสมบัติในด้านของการทนต่ออุณหภูมิสูงหรือทนต่อแรงกระแทกได้ดีอย่างไรก็ตาม ความแตกต่างของวัสดุขึ้นอยู่กับโมเดลที่ต้องการพิมพ์ ดังนั้นเราแนะนำว่าให้ถามกับทางผู้ผลิตก่อนที่จะมีการซื้อชิ้นงานที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์ทั้งระบบ SLA และ DLPสิ่งที่ต้องทำต่อเนื่องหลังการพิมพ์อันดับแรกชิ้นงานต้องทำการล้างโดยใช้น้ำยา IPA สำหรับการใช้งานของวัสดุไม่ว่าจะในด้านวิศวกรรมหรือชิ้นส่วนทางชีวภาพต่างก็ต้องทำการอบชิ้นงาน Formlabs ได้เสนอแนวทางแก้ไขเหล่านี้เพื่อทำให้ประหยัดเวลาในการพิมพ์สุดท้ายนี้การพิมพ์ชิ้นงานบนตัวค้ำพยุงชิ้นงานสุดท้ายและก็ต้องแกะออกจากตัวงาน เป็นขั้นตอนที่เหมือนกันทั้งระบบ SLA และ DLP เทคโนโลยีการพิมพ์ LFS 3D ช่วยลดความยุ่งยากในขั้นตอนนี้โดยที่โครงสร้างที่ใช้ในการค้ำพยุงชิ้นงานมีจุดสัมผัสของชิ้นงานค่อนข้างเล็กทำให้ง่ายต่อการแกะออกจากตัวโมเดล

ขอขอบคุณบทความจาก www.formlabs.com

 

                                                             

 

 

 

 

 

 

 

เปลี่ยนธรรมชาติที่มีอยู่ให้เป็นเครื่องประดับได้โดยใช้ EinScan Pro2X Series

เปลี่ยนธรรมชาติที่มีอยู่ให้เป็นเครื่องประดับได้โดยใช้ EinScan Pro2X Series

เมื่อพูดถึงการสแกน 3 มิติผู้คนส่วนใหญ่จะคิดถึงการสแกนงานด้านอุตสาหกรรมการวัดขนาดหรือแม้กระทั่งการทำวิศวกรรมย้อนกลับขั้นสูง ซึ่งการทำงานนั้นเป็นการทำงานทั่วไปที่สามารถทำได้อยู่แล้วปัจจุบันนี้เครื่องสแกนเนอร์ 3 มิตินั้นทันสมัยเป็นอย่างมากเช่น EinScan Pro 2X Series ได้แสดงให้เห็นว่าสามารถทำงานได้ตั้งแต่วิศวกรรมขั้นสูงวิศวกรรมย้อนกลับและไปจนถึงงานอดิเรกทั่วไปซึ่งช่วยในการทำงานและลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลงได้อย่างมหาศาล ด้วยเหตุนี้เราจึงเห็นผู้ใช้หน้าใหม่ที่นำเครื่องสแกนเนอร์ไปใช้ในหลากหลายงานและความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ ในที่นี้เราจะมานำเสนอบริษัท Schnider & Hammer AG ได้นำเครื่องสแกนเนอร์ EinScan Pro 2X มาปรับปรุงงานฝีมือของพวกเขาแบบดั้งเดิมที่เคยออกแบบด้วยจินตนาการซึ่งนำเทคโนโลยีนี้มาช่วยในความเสมือนจริงและอ้างอิงได้มากยิ่งขึ้น พวกเขาได้มาแบ่งปันกับเราถึงโครงการที่น่าสนใจที่พวกเขาสามารถรับมือกับการใช้ EinScan Pro 2X

– บริษัท Schnider & Hammer AG ก่อตั้งขึ้นในปีพ. ศ. 2536 Schnider & Hammer มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการออกแบบเครื่องประดับแบบดั้งเดิมมานานกว่า 25 ปี ซึ่งมีความสนใจในการเปลี่ยนแปลงงานฝีมือแบบใหม่ๆ ตั้งแต่เริ่มต้นพวกเขาได้ทำงานกับการออกแบบ 3D และเครื่องมือการผลิตที่รวดเร็ว เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพให้กับลูกค้าของพวกเขา พวกเขาสร้างชิ้นงานอัญมณีที่แสดงออกอย่างน่าอัศจรรย์เช่นคอลเลคชั่น Weissenstein ซึ่งเป็นที่น่าประทับใจ แต่ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ทำให้พวกเขาเปลี่ยนแปลงวิธีการเดิมในการค้นหาบางสิ่งเพิ่มเติม หนึ่งในความฝันของพวกเขาคือการสร้างเครื่องประดับที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นพื้นผิวของต้นไม้ รูปร่างที่จับต้องได้และอื่น ๆ ธรรมชาติที่มีอยู่จะทำให้ทำเกิดชิ้นงานที่แปลกๆใหม่ๆ ไม่ซ้ำกันแต่การใช้การออกแบบเหล่าสิ่งเหล่านี้โดยใช้วิธีการแบบดั้งเดิมพิสูจน์แล้วว่าเป็นเรื่องที่ยากเกินไป พูดง่ายๆคือสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาตินั้นยากเกินกว่าจะทำการสร้างขึ้นมาโดยการ CAD ใหม่

– การเลือกเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ หลังจากไตร่ตรองอย่างรอบคอบแล้ว Schnider & Hammer ได้ตัดสินใจซื้อเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ EinScan Pro 2X พวกเขารู้สึกทึ่งกับเทคโนโลยีและรู้ว่า EinScan Pro 2X จะสามารถเชื่อมช่องว่างและเติมแต่งการออกแบบที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันมีสแกนเนอร์ 3 มิติจำนวนมากในท้องตลาดแต่พวกเขาต้องการเครื่องสแกนเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะทางของพวกเขา EinScan Pro 2X เป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการอย่างแท้จริง สแกนเนอร์ 3 มิติระดับมืออาชีพมาพร้อมกับราคาที่น่าสนใจ ยิ่งไปกว่านั้น EinScan Pro 2X สามารถใช้งานได้ง่ายและเป็นมิตรกับผู้ใช้มากตอบโจทย์สำหรับการใช้งานที่หลากหลายเนื่องจากลักษณะมัลติฟังก์ชั่น เป็นเครื่องมือที่สมบูรณ์แบบที่มาช่วยให้การออกแบบได้ง่ายและยังลดเวลาให้การทำงานลงได้อย่างดี

– การใช้งาน EinScan Pro 2X ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเขาในการใช้ EinScan Pro 2X คือการสแกนที่ต้องการธรรมชาติมาเป็นเครื่องประดับซึ่งหมายถึงพวกเขาจะต้องอยู่สถานที่กลางแจ้ง สแกนเนอร์ 3 มิติทั้งหมดใช้แสงเป็นแหล่งกำเนิดภาพ การสแกนกลางแจ้งเป็นสิ่งที่ท้าทายอย่างมากไม่ว่าจะใช้สแกนเนอร์ในที่โล่งแจ้งเพราะจะต้องควบคุมแสงให้ดีไม่เช่นนั้นการสแกนจะไม่เกิดประสิทธิภาพเท่าที่ควร คู่กับแล็ปท็อปที่จะต้องเดินสายไฟออกมาภายนอก เครื่องสแกนจะรวบรวมข้อมูลอย่างรวดเร็วและภายในไม่กี่นาทีไฟล์ก็สามารถนำออกจากซอฟต์แวร์ EXScan ไปใช้ได้และส่งต่อไปยังซอฟต์แวร์สร้างแบบจำลอง 3 มิติที่ผู้ใช้ถนัดและต้องการได้ การสแกนนั้นมีรายละเอียดมากมายแม้แต่รอยที่เล็กที่สุดของเปลือกไม้ รายละเอียดระดับนี้สามารถสร้างขึ้นได้โดยธรรมชาติเท่านั้นและยังเป็นสิ่งที่ Schnider & Hammer มองชิ้นงานนี้เป็นจุดเด่นและจะรวมไว้ในคอลเลกชันเครื่องประดับของพวกเขา วัตถุที่สแกนจะถูกเก็บไว้ทั้งหมดไว้และสามารถนำมาปรับแต่งได้โดยซอฟต์แวร์การออกแบบที่ต้องการ สิ่งที่ถูกนำมาสร้างขึ้นใหม่ที่ได้จากธรรมชาติคุณสมบัติที่กำหนดไว้ การสแกน 3 มิติเป็นวิธีที่ไม่ต้องทำลายธรรมชาติเพื่อสร้างสิ่งของต่างๆรวมถึงเครื่องประดับ แถมยังสร้างโลกดิจิตอลให้กับรอบตัวเรา สแกนเนอร์ 3 มิติอเนกประสงค์เช่น EinScan Pro 2X Series ยกระดับงานธรรมดาให้มีคุณค่ามากยิ่งขึ้น

– โมเดล 3 มิติที่ผ่านกระบวนการตกแต่งมา สอดคล้องกับรูปร่างที่ต้องการของโครงการที่วางไว้ พวกเขาใส่เปลือกต้นไม้ลงในแหวน แต่แบบจำลองสามารถปรับให้พอดีกับรูปร่างและขนาดที่แตกต่างกันทั้งหมด ชิ้นส่วนที่สมบูรณ์แล้วสามารถผลิตได้โดยใช้วิธีการดั้งเดิมซึ่งช่วยให้ความรู้สึกที่มีคุณภาพสูง

ที่มา : https://www.einscan.com/applications/converting-nature-into-jewellery-with-3d-scanning/