fbpx

Form 3L เครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบ SLA เรซิ่นหลากชนิด เหมาะกับงานทุกประเภท

Form 3L เครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบ SLA เรซิ่นหลากชนิด เหมาะกับงานทุกประเภท

Form 3L เครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบ SLA เรซิ่นหลากชนิด เหมาะกับงานทุกประเภท

👉เครื่องระบบเรซิ่นจาก Formlabs มีขนาดพิมพ์ 33.5 x 20 x 30 cm. ใหญ่กว่า Form 3 ประมาณห้าเท่า
👉มีระบบใหม่เข้ามาชื่อ Low Force Stereolithography (LFS) เป็นระบบที่ลดแรงดึงระหว่างชิ้นงานกับถาดพิมพ์ ทำให้ถาดพิมพ์ใช้งานได้นานขึ้น
👉พิมพ์ได้เร็วขึ้น (ไม่ต้องใช้ไม้ปาดเหมือน Form 2) และ พิมพ์ชิ้นงานได้สวยขึ้น
👉พัฒนาขึ้นมาเป็นระบบ Light Processing Unit(LPU) แบบใหม่ ทำให้แสงเลเซอร์ที่ตกกระทบกับเรซิ่นมีจุดที่เล็กลง แม่นยำมากขึ้นเป็น 85 ไมครอน
👉ไม่ลดคุณภาพของแสงเลเซอร์ที่ขอบของจอ

ทางร้านได้มีการนำตัวอย่างเครื่องพิมพ์ Form3 มาวางโชว์ตัวเด่นเป็นที่เรียบร้อย พร้อมให้ลูกค้าทุกท่านได้เข้ามาลองใช้งาน จับต้องของจริงกันเลย

 

อีกทั้งยังมีตัวอย่างชิ้นงานจริงที่พิมพ์ได้จกาเครื่อง Form3L

ตัวเครื่องพิมพ์แบรนด์ Formlabs มีเรซิ่นให้เลือกหลากหลายชนิด ครอบคลุมแทบจะทุกวงการ ทั้งทางทันตกรรม วิศวกรรม และอื่นๆ

ตัวแป้นพิมพ์และแทงค์เรซิ่นมีขนาดใหญ่กว่ารุ่นก่อนประมาณเกือบ 5เท่า

DEMO Form3L on 3DD Store

 

มีเรซิ่นให้เลือกหลากหลาย เช่น Standard Resin เน้นความสวยงาม และราคาประหยัด, Flexible Resin ชิ้นงานที่พิมพ์ออกมามีความยืดหยุ่น คล้ายยาง, Tough Resin ชิ้นงานที่ได้ออกมาจะมีความแข็งแรงสูง สามารถนำไปใช้งานเชิงกล เจาะสง่าน ขันสกูร ใช้งานเชิงกลได้, Wax Cast Resin เพื่อพิมพ์แล้วสามารถเอาไปหล่อโลหะได้ เหมาะกับการทำงานเครื่องประดับ Jewelry , Dental Model Resin เรซิ่นที่ไว้พิมพ์ชิ้นงานทางทันตกรรมได้

เครื่องเหมาะกับบุคคลทั่วไป, บริษัทออกแบบ, ศิลปินคนทำโมเดล พระพุทธรูป, นักออกแบบ-วิจัย, ทันตแพทย์ หรือ โรงพยาบาล

 

 

ทดลองพิมพ์งานรองเท้าขนาด 1:1
เทียบขนาด โมเดล 1:1
ภาพชิ้นงานที่พึ่งพิมพ์เสร็จสดๆ ร้อนๆ
ทำความสะอาดและแกะซัพพอร์ทเรียบร้อย
ภาพแสดงการเทียบขนาดของชิ้นงานที่ได้จากการพิมพ์ Form 3 และ Form 3L
เจ้าตัว Form3L นั้นมีขนาดการพิมพ์ที่ใหญ่ขึ้นจากตัวเก่าอย่าง Form3 มาก ซึ่งขนาดการพิมพ์ของตัว Form3L นั้นคือ 335 x 200 x 300 mm. แต่ตัว Form3 มีขนาดการพิมพ์อยู่ที่ 145 x 145 x 185 เท่านั้นเอง
สามารถพิมพ์ชิ้นงานทีเดียวได้หลายตัว และแต่ละขนาดขนาดใหญ่ๆ ทั้งนั้น

 

3D Scanner เลือกอย่างไง? ให้เหมาะกับคุณ (Update 2021)

3D Scanner เลือกอย่างไง? ให้เหมาะกับคุณ (Update 2021)

ปัจจุบันมีเครื่อง 3D Scanner ให้เลือกใช้หลากหลาย มีทั้งแบบราคาหลักหมื่น หลักแสน หลักล้าน เหมาะกับการใช้งานแตกต่างกัน โดยหลักๆในบทความนี้จะเป็นเครื่องสแกนเนอร์แบบ Structure Light/LED , Laser Scanner, Infrared ที่เป็นสินค้าหลักของ 3DD เป็นที่นิยมใช้กับทั่วโลก (เครื่อง Scanner แบบอื่นๆ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ “รู้จัก 3D Scanner คืออะไร”)

โดยเราสรุปการเลือกเครื่อง 3D Scanner จากหลายๆปัจจัย เช่น ขนาดของวัตถุที่เราต้องการสแกน, ชนิดของเครื่องสแกน, ความละเอียดของไฟล์สแกน และเรื่องสุดท้ายคือ ราคา ผู้ซื้อต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าต้องการนำไปสแกนอะไร เช่น สแกนคนไข้, สแกนรถยนต์, สแกนรูปปั้น ต้องการคุณภาพงานระดับไหน เครื่องแพงไม่ได้ดีที่สุด, เครื่องถูกหากใช้งานไม่ได้ก็ไม่เหมาะเหมือนกัน

Note : กรณีอยากทำความรู้จักเครื่อง 3D Scanner ว่าคืออะไร มีกี่ประเภท ประโยชน์คืออะไร สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บทความ “รู้จัก 3D Scanner คืออะไร”


เลือก 3D Scanner จาก 5 ปัจจัย

1. ขนาดของวัตถูที่ต้องการสแกน 

เครื่อง 3D Scanner ที่ใช้กันโดยทั่วไปมักจะรองรับกับชิ้นงานกว้าง 10cm-100cm (ขนาดกลาง) เครื่องที่สแกนของชิ้นเล็กๆ โดยเฉพาะเล็กกว่า 5cm ลงมาจะราคาสูง (เลนส์ของเครื่องสแกนจะใช้เป็นแบบ Macro) ส่วนเครื่องสแกนที่สแกนงานขนาดใหญ่ไปเลยเกินกว่า 1เมตร-รถยนต์ทั้งคัน หรือไปถึง 10เมตร ก็จะมีราคาสูงไปเลยเช่น เครื่องสแกนชิ้นงานขนาดกลางมีให้เลือกมากสุดราคาถูกสุด

Note : เครื่องสแกนของขนาดเล็กไปเลย หรือ ใหญ่ไปเลย ราคาจะสูงครับ / ของขนาดกลาง จะมีหลายรุ่นให้เลือก ราคาถูกกว่า

ขนาดกลาง หากงานที่ต้องการสแกน ขนาดความกว้างอยู่ในช่วง 10cm – 100cm จะมีเครื่องให้เลือกอยู่หลายรุ่น เกินครึ่งของผู้ใช้งานจะสแกนในช่วงนี้ ตัวอย่างชิ้นงานจำพวก ชิ้นส่วนเครื่องจักร, รูปปั้น, โมเดลทางการแพทย์, สินค้าทั่วไป ภาชนะต่างๆ หรือ เทวรูป ราคาเครื่องในรุ่นนี้มีหลายระดับราคา ตามแต่ความละเอียดของกล้อง หรือ ฟังก์ชั่นต่างๆ

ระบบที่แนะนำ : ได้ทั้งหมด Fix Scan, Hybrid และ Hanheld

รุ่นที่แนะนำ EinScan SE(Accuracy 100Micron), EinScan Pro 2X (40-50Micron) , EinScan Pro HD (40-50Micron)

ขนาดเล็ก ชิ้นงานจำพวกแหวน Jewelry งาน Restoration (สร้างเครื่องประดับซ้ำ หรือ ลอกแบบ), งานทางด้านทันตกรรม สแกนปูนพิมพ์ฟัน หรือ แม้กระทั่ววัตถุมงคล พระเครื่องที่มีขนาดเล็ก โดยผู้เขียนขอใช้คำว่าเล็ก กับชิ้นงานขนาดกว้างน้อยกว่า 5cm ลงมา เครื่องที่สามารถสแกนชิ้นงานขนาดเล็ก 3D Scanner นั้นจะใช้เลนส์ Macro โปรเจคเตอร์ หรือ LED ก็จะต้องมีความละเอียดระดับ Macro ราคาเครื่องจะค่อนข้างสูง

ระบบที่แนะนำ : ต้องเป็น Fix Scan เท่านั้น โดยระบบจะมี Automatic Turntable มาให้ด้วย

รุ่นที่แนะนำ : AutoScan Inspec  (10Micron)

ขนาดใหญ่  ชิ้นงานขนาดใหญ่ ในที่นี่หมายถึงงานขนาด 100cm ขึ้นไป เครื่องที่เหมาะสมกับระบบนี้ ควรจะสามารถถือสแกนได้ Handheld ชิ้นงานจำพวก รถยนต์, ยานพาหนะ, เครื่องจักรขนาดใหญ่, รูปปั้น, งานศิลปะ, รวมร่างกายมนุษย์ หรือ ส่วนของร่างกาย งานขนาดใหญ่ล้วนต้องการ Function การถือสแกน โดย Handheld ก็มีให้เลือกหลากหลายแบบตาม ความละเอียดของกล้อง หรือ เทคโนโลยีที่เอาเข้ามาเสริม เช่น บวก Laser Scan หรือ Infrared เข้ามาด้วย

เมื่อพูดถึง 3D Scanner แบบ Handheld สิ่งที่ต้องมาคำนึงคือ ความละเอียด และขนาดที่สแกนได้ต่อ Shot ยิ่งสามารถสแกนต่อ Shot ได้ใหญ่จะสามารถเก็บงานได้เร็วเท่านั้น ดังจะเห็นได้จาก รูปด้านล่างนี้

แสดงให้เห็นการ Scan Single Shot แต่ละรุ่นจะเก็บ Detail ได้ขนาดไม่เท่ากัน EinScan Pro 2X ได้เล็กสุดในกลุ่ม Handheld ในขณะที่ EinScan H กับ HX ทำได้ใหญ่ ใช้เวลาในการสแกนเก็บเร็วกว่า
เปรียบเทียบ Scan Area ในหนึ่ง Shot
จำลองให้ดูง่ายๆว่า ความเร็วในการทำงานแตกต่างกันอย่างไร

ระบบที่แนะนำ : Handheld มือถือ สแกนซึ่งสามารถทำงานได้เร็วกว่า

รุ่นที่แนะนำ : EinScan Pro 2X/2XP, EinScan Pro HD, EinScan H (มี Infrared), EinScan HX (มี 3D Laser Scan)

Note :  Laser Scan มีข้อดีสามารถสแกนวัตถุโลหะ รถยนต์ วัตถุสีเข้ม หรือ สะท้อนแสงได้, ส่วน Infrared จะมีความสามารถในการสแกนเส้นผม (สแกนได้ดีขึ้น แต่ไม่ทั้งหมดอยู่ดี)

2. Handheld & Fix Scanner

Fix Scan  การสแกนแบบ Fix Scan คือ “ขณะสแกนใน Shot นั้นๆ เครื่องสแกนต้องอยู่นิ่ง” อาจจะอยู่บนขาตั้งกล้อง หรือ แท่นจับ ก็ได้ เวลาในการสแกนแต่ละช็อตเกินวินาที-หลายวินาที ข้อดีของระบบนี้คือ สามารถเก็บงานได้ละเอียดกว่า ข้อเสียคือใช้เวลาในการสแกนนานกว่า

  • เวลาสแกนเครื่อง 3D Scanner ต้องอยู่นิ่งบนขาตั้งกล้อง สแกนจบค่อยย้ายไป Shot ต่อไป (แนะนำให้เลื่อมกับจุดเดิม 30% ขึ้นไป Software จึงจะต่อไฟล์ให้เองอัตโนมัติ)
  • ข้อดีของแบบนี้คือ สามารถเก็บรายละเอียดได้ดีกว่า ไฟล์คมชัดกว่า (เหมือนใช้ขาตั้งกล้องถ่ายรูป เทียบกับเราเอามือถือกล้องถ่าย)
  • ข้อเสียของระบบนี้ คือ ใช้เวลาในการสแกนนานกว่าแบบ Handheld โดยเฉพาะงานชิ้นใหญ่ๆเกิน 50cm ขึ้นไป
  • ระบบนี้สามารถทำงานร่วมกัน Automatic Turntable ได้ (3D Scanner อยู่บนขาตั้งกล้อง ชิ้นงานสแกนอยู่บนแท่นหมุนอัตโนมัติ เมื่อสแกน Shot หนึ่งเสร็จแท่นจะหมุนอัตโนมัติ ในองศาที่กำหนด เช่น 45องศา และ สแกนใน Shot ต่อไป สแกน 8 ครั้งจะได้ครบ 360องศา
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็น Fix Scan ล้วนๆ EinScan SE, AutoScan InspecDS-EX Pro

Handheld การสแกนแบบ Handheld จะเป็นเทคโนโลยีที่มาใหม่ พัฒนาต่อมาจาก Fix Scan สืบเนื่องจากคอมพิวเตอร์พัฒนาประมวลผลได้เร็ว ทั้งกราฟิกและการเขียนอ่านข้อมูล จึงสามารถเก็บ Shot ได้เร็วขึ้น เครื่อง Handheld จึงถือกำเนิด เครื่องใหม่จะเก็บ shot ได้ 15-30 fps หรือ 15-30 shot ในเวลาหนึ่งวินาที ทำให้ถือสแกน ลากเก็บภาพ 3มิติไปเรื่อยๆได

  • เวลาสแกนสามารถใช้มือถือสแกนชิ้นงานไปเรื่อยๆได้ ลากช้าหรือเร็วขึ้นกับ Spec ของเครื่องสแกนและความแรงของคอมพิวเตอร์ประมวลผล
  • ข้อดีคือ สแกนได้รวดเร็ว สะดวก เหมาะกับความชิ้นใหญ่
  • ข้อเสีย หากให้เทียบจริงๆแล้วคุณภาพงานสแกนสู้แบบ Fix ไม่ได้
  • สามารถสแกนคนหรือสัตว์ได้ (อย่างไรก็ตามคน ควรจะอยู่นิ่ง ยืนเฉย หรือ นั่งเฉยๆ)
  • เหมาะกับการสแกนของชิ้นใหญ่, ของที่เคลื่อนย้ายไม่ได้, คน หรือ สัตว์
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็น Handheld ล้วนๆ EinScan Pro 2X/2XP,EinScan Pro HD,EinScan H,EinScan HX, AoralScan Intra-Oral Scanner

Hybrid เครื่องสแกนที่รวมเอาสองความสามารถนี้เข้าด้วยกัน คือจะใช้ขาตั้งกล้องก็ได้ หรือ มือถือสแกนก็ได้ จะมาเสริมจุดเสียของ Fix Scan ที่เก็บงานได้ละเอียดแต่ช้ามีข้อจำกัด กับ Handheld Scan ที่เก็บงานได้เร็วคล่องตัว ละเอียดจะเก็บได้น้อยลง

  • เวลาที่ต้องการงานละเอียด ชิ้นงานเล็กใช้ โหมด Fix Scan
  • เวลาสแกนคน, ของชิ้นใหญ่ ของที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ ใช้โหมด Handheld Scan
  • เครื่องแบบ Hybrid จะครอบคลุมการทำงานหลาก สแกนได้ทั้งของชิ้นกลาง-ใหญ่
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็นแบบ Hybrid  EinScan Pro 2X/2XPEinScan Pro HD

Note : ถ้ามองในแง่การใช้งานที่หลากหลาย แนะนำให้ซื้อเป็นแบบ Hybrid เนื่องจากตอบโจทย์ขนาดการสแกนได้ตั้งแต่เล็กถึงใหญ่ สแกนของได้ครอบคลุมมากกว่า ทำงานคล่องตัว และ flexible กว่าที่สำคัญราคาไม่แพงมาก มีให้เลือกหลากหลายรุ่น EinScan Pro 2X/2XP EinScan Pro HD

3. ความละเอียดในการ

ความละเอียดในการสแกนเป็นเหตุผลสำคัญในการเลือกเครื่อง 3D Scanner แต่ละคนคาดหวังความละเอียดในการสแกนไม่เท่ากัน โดยมากเครื่องสแกนเนอร์ที่ละเอียดสูงราคาจะสูงตาม แต่ไม่ใช่ความละเอียดสูงจะดีทั้งหมด หากไฟล์ละเอียดมากไปก็จะกินความจุเยอะ ทำไป Process ต่อได้ยากทำงานได้ช้า เช่น บริษัททำ Packaging ต้องการสแกนสินค้ารูปทรงต่างๆเพื่อผลิตบรรจุภัณฑ์ ไฟล์ที่ต้องการเพียงแค่รูปร่าง เพื่อไปทำเป็น Outline กล่องสินค้าหรือ Thermoforming ก็ไม่ต้องเลือกรุ่นที่ละเอียดที่สุด กลับกัน กลุ่มธุรกิจที่ต้องการสแกนงานศิลปะรูปปั้น ต้องการรายละเอียดที่สูงให้มี Detail ใกล้เคียงกับงานต้นฉบับที่สุด เพื่อเวลาไปทำงานแต่ไฟล์ 3D ต่อสามารถทำได้น้อยที่สุด ก็ความเลือกเครื่องที่สแกนได้สูง

ละเอียดต่ำ (Accuracy >100Micron) กรณีไม่ต้องการความละเอียดในการสแกนสูงนัก เช่น ต้องการเพียงรูปร่าง ไม่ได้สนใจความพื้นผิวมากนัก หรือ การสแกนสิ่งของเครื่องการ Scale Down สแกนใหญ่ เอาไปพิมพ์ออกมาเล็กลง เช่นการปั้นดิน Model ขนาด 10 นิ้ว และพิมพ์ 3มิติ ย่อลงมาเหลือ 2 นิ้ว 1:5 เครื่องระดับนี้ก็ตอบโจทย์ได้ แถมราคาไม่แพง

รุ่นที่แนะนำ : EinScan Pro 2X/2XP, EinScan Pro HD, EinScan H (มี Infrared), EinScan HX (มี 3D Laser Scan)

ละเอียดกลาง (Accuracy 40-60Micron) กรณีหวังผลในการใช้งานทางธุรกิจเชิง Engineer, งานทางการแพทย์, งานทางศิลปะ แนะนำให้ดูความละเอียด ระดับ 50micron ไว้ สามารถไปทำงานต่อในด้าน Reverse Engineer, Inspection, งานปฏิมากรรม ความละเอียดระดับกลางนี้เป็นตลาดที่ใหญ่สุดเมื่อเทียบกับระดับต่ำ และสูง

รุ่นที่แนะนำ : EinScan Pro 2X/2XP, EinScan Pro HD, EinScan H (มี Infrared), EinScan HX (มี 3D Laser Scan)

ละเอียดสูง (Accuracy <20Micron) ส่วนมาเป็นเครื่องสแกนเฉพาะทาง เช่น เครื่องสแกนงานทางทันตกรรม, งานเครื่องประดับ Jewelry, งาน Metrology  เครื่องสแกนในระดับจะมีราคาค่อนข้างสูง แต่ได้ความแม่นยำสูงเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน

รุ่นที่แนะนำ : AutoScan Inspec (ความละเอียดที่ 10Micron), DS-EX Pro (เครื่องสแกนโมเดลฟัน), AoralScan Intra-Oral Scanner (เครื่องสแกน 3มิติในช่องปาก)

4. ลักษณะวัตถุที่ต้องการสแกน

  • ชิ้นงานสีดำ หากเป็นเครื่องสแกนปกติ จะต้องเตรียมพื้นผิวชิ้นงานก่อน เช่น พ่นสเปร์แป้ง กรณีที่พ่นสเปร์แป้งไม่ได้จริงๆ แนะนำเครื่องสแกนที่มี Function Laser Scan เข้าไปด้วย เช่นรุ่น EinScan HX
  • ชิ้นงานมันเงา วาว สะท้อนแสง จะต้องเตรียมผิวชิ้นงานก่อนเช่นกัน โดยมากจะพ่นสเปร์แป้ง Powder Spray หากไม่สามารถพ่นได้ หรือ ชิ้นงานพื้นผิว โลหะเป็นจำนวนมาก แนะนำสินค้าเป็น Laser 3D Scanner
  • Dental
  • Jewelry สแกนของชิ้นเล็กๆ
  • Autopart
  • Medical
  • ทั่วๆไป

ตย. การจับคู่เครื่องสแกนเนอร์ที่เหมาะสม

5. ราคา 

เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด แต่แน่หล่ะ เครื่องดีกว่า ราคาย่อมแนวโน้มแพงกว่า ในที่นี้อาจจะกล่าว เครื่องสแกนที่แนะนำในบทความนี้ราคาหลักหมื่น ถึงหลักแสน บางคนตกใจกับราคา เราท้าวความไปก่อนหน้านี้จัด 8 ปีเครื่อง 3D Scanner ใช้ในอุตสหกรรมจะราคาเกินล้านทั้งหมด มาถึง 2021 เครื่องราคาลงมาก และคุณภาพงานสแกนดีกว่าเดิม การใช้งาน User Friendly มากกว่า, ผนวกกับปัจจุบัน คอมพิวเตอร์มีความเร็วในการประมวลผลมากขึ้นมั้ง CPU เร็ว, SSD บันทึกเร็วขึ้น, การ์ดจอเร็วขึ้นมาก เป็นที่รู้กันว่า 3D Scanner เป็นอะไรที่กิน Spec เครื่องคอมมากๆ

หากการสแกนไม่ได้หวังผล ไม่ต้องการความละเอียด ลองเลือกไปทางเครื่อง Scanner จาก Iphone/Ipad Pro ที่มี Lidar (300-3000um accuracy) หรือเครื่องสแกน Low-end จาก XYZ เป็นต้น หากมองเครื่องสแกนที่ดีขึ้นมาเอามาใช้ในงาน >

หากต้องใช้เพื่อเป็นงานอดิเรก หรือ หวังผลทางธุรกิจ-ระดับอุตสาหกกรรม อาจจะพิจารณาจากข้างล่างนี้ครับ > 3D Scanner

  • ROI (Return on Investment) ราคาไม่สำคัญ เท่ากับจะคืนทุนเมื่อไหร่ มีหลายคนที่ซื้อไปสามารถคืนทุนภายใน 6เดือน – 1ปี ในขณะที่บางคนซื้อเครื่องไม่ตรงจุดประสงค์ราคาถูกกว่าแต่ใช่ไม่ได้จริง สรุปไม่คืนทุนก็มี
  • หากเปรียบเทียบรุ่นที่เราขายแล้ว Shining3D เป็นแบรนด์จากจีน และอยู่ในตลาดหลักทรัพย์เป็นตัวที่รัฐบาลจีนถือหุ้นอยู่ (เหมือนกรณี Hauwei) เป็นอันดับหนึ่ง หากเทียบกับแบรนด์ US, ยุโรป เลยตัวนี้ถือว่าได้เปรียบมากๆเรื่องราคาเพราะถูกกว่าเกิน 50% ปัจจุบัน Brand Shining3D ครองส่วนแบ่งตลาดเครื่องสแกน 3มิติ มากเป็นอันดับต้นแซงหลายแบรนด์เก่าในยุโรป มี Head Quarter ที่เยอรมัน และ อเมริกา / เครื่อง Zone ยุโรป และ อเมริกา จะดีตรงที่มีชื่อมากกว่าเป็นแบรนด์ที่มีมานาน แต่มีข้อเสียเรื่องราคา ต้องต่ออายุไลเซนรายปี และความซ่อมที่แพงมหาศาล ส่วนเครื่องจาก Shining3D มา Disrupt อีกทีหนึ่ง
  • แต่หากให้เทียบกับแบรนด์จากจีนด้วยกัน Shining3D อาจจะแพงกว่านิดหน่อย แต่แบรนด์ดูมีภาษีดีกว่าจากเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์และรัฐบาลถือหุ้น

สรุป

  • เราต้องรู้ว่าต้องการนำไปสแกนอะไรเป็นหลัก งานของเรามีขนาดใหญ่ หรือเล็กเพียงใด ส่วนใหญ่งานเกือบทั้งหมดเป็นขนาดกลาง 10-100cm
  • ระบบการสแกนหลักๆมี 3 แบบคือ Fix Scan ตั้งนิ่งเพื่อสแกน สแกนได้เก็บรายละเอียดได้ดีกว่า , Handheld ถือสแกน สแกนได้เร็ว สแกนได้ใหญ่, Hybrid คือเครื่องที่สามารถสแกนได้ทั้ง Fix+Handheld แบบ Hybrid สามารถทำงานได้หลายหลายเอาข้อดีของทั้งสองมาประยุกต์
  • ความละเอียดในการสแกนสูง ใช่ว่าจะดี เพื่อไฟล์หนัก กิน spec คอมสูง เลือกความละเอียดให้เหมาะสมกันงาน ช่วงประมาณ 50Micron เป็นช่วงที่นิยมสุด
  • ชิ้นงานบางอย่างเหมาะกันสแกนเนอร์เจาะจง เช่นเครื่องสแกนเนอร์ในช่องปาก, เครื่องสแกนเนอร์สำหรับ งานเล็กงาน Jewelry เครื่องสแกนเฉพาะเจาะจงส่วนมากจะราคาสูง เพราะทำ Software มาให้เฉพาะกับอุตสหากรรมนั้นๆ
  • ราคาเป็นเรื่องที่ต้องคำนึงเป็นหลัก หากหวังผลทางธุรกิจแล้วไม่แนะนำเครื่องสแกนราคาถูก/ iphone/ xyz Scanner (เหมาะกันใช้งานเล่นๆมากกว่า) — หากจะหวังผลแนะนำต้องแต่พวกรุ่น EinScan SE ขึ้นไปเลย แนะนำรุ่นที่เหมาะซื้อถูกไป งานไม่ได้ก็ไม่ดี ซื้อแพงไปใช้ไม่ถึงก็ไม่ดี
  • หากคิดอะไรไม่ออกรุ่นที่แนะนำ ใช้ได้หลายหลายสุดคือเครื่องแบบ Hybrid ใช้ได้เกือบทุก Category ราคาอยู่ในระดับกลางๆ ใช้ได้งานได้ถึงระดับอุตสาหกรรม EinScan Pro 2X/2XP EinScan Pro HD

คำแนะนำ

  • หากการสแกนของท่านครอบคลุมวัตถุหลายขนาดทั้งขนาดเล็ก-กลาง-ใหญ่ อยากให้แนะนำให้เลือก Scanner ที่สามารถสแกนแบบ Hybrid คือสแกนได้ทั้ง Handheld เพื่อสแกนของชิ้นใหญ่หน่อย วัตถุที่เคลื่อนย้ายลำบาก และ Fixed Scan โดยใช้ขาตั้งกล้องสแกนเป็นช็อตๆไปเรื่อยๆเพื่อเก็บรายละเอียดและความสวยงาย พวกนี้จะเป็นรุ่น EinScan Pro 2X/2XP, EinScan Pro HD
  • หากเจาะจงต้องสแกนวัตถุสีดำ หรือสแกนในที่จ้า แสง Backgroud เยอะหรือจ้าให้ลองเลือกรุ่น  EinScan Pro HD เพราะทำมาให้ยิงแสง LED ได้แรงขึ้นกว่ารุ่นอื่น ในกรณีที่ทั้งต้องการสแกนวัตถุสีดำ, วัตถุสะท้อนแสง, แสงพื้นหลังไม่สามารถควบคุมได้ แนะนำเป็นรุ่น EinScan HX เนื่องจากใช้ Blue Laser ในการสแกน Blue Laser จะมีความเข้มของแสงมากกว่า
  • EinScan HX เป็นเครื่องสแกนใหม่ที่ความสามารถของ Laser Scan (สแกนงานสีเข้ม, ผิวโลหะ, ผิวแวววาวได้) และ LED ซึ่งสามารถสแกนเก็บไฟล์สี ไม่ต้อง ติด Marker ได้ด้วย

ถามตอบ

Q : อยากได้เครื่องเดียวจบ สแกนงานได้หลายๆอย่าง ?

A : ไม่มีเครื่อง 3D Printer ไหนที่ครอบจักรวาล ขึ้นอยู่กับว่าต้องการสแกนวัสดุขนาดเท่าไหร่, ความละเอียดที่ต้องการ, และลักษณะพื้นผิว เช่น เครื่องสแกนแบบ Macro AutoScan Inspec สามารถสแกนได้ละเอียดมาก 10um แต่ขนาดใหญ่สุดที่เครื่องสแกนได้แค่ 12cm เนื่องจากการตั้งเลนส์โฟกัสไปยังชิ้นงานเป็นเลนส์ Macro อันนี้ได้ความละเอียดแต่สแกนได้แต่ชิ้นเล็กๆ

ถ้าจะให้แนะนำ รุ่นที่สแกนได้กว้างและหลากหลายที่สุด ให้มองจำพวกเครื่อง Hybrid ที่สแกนได้ทั้ง Handheld และ Fix Scan เนื่องจากสามารถรองรับงานได้ตั้งแต่ 10cm ถึง 2-3เมตร ในช่วง 10-60cm เก็บรายละเอียดได้ดีจากการ Fix Scan แต่หากชิ้นงานใหญ่กว่า 60cm หรือ สแกนคนสามารถสแกนได้ด้วยโหมด Handheld เครื่องสแกนเนอร์จำพวกนี้ได้แก่ EinScan Pro 2X/2XP, EinScan Pro HD

Q : งานที่ต้องการสแกนพ่นสเปร์ยแป้งไม่ได้ ควรจะเลือกรุ่น ?

A : ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า เครื่อง 3D Scanner ระบบ LED (ไม่ว่าแสงขาวหรือแสงน้ำเงิน) แพงทางวัสดุสีเข้มและมันวาวสะท้อนแสง ต้องเป็นเครื่อง LED ที่ยิงแสงน้ำเงิน-ม่วงเข้มมากๆถึงจะสแกนวัสดุเข้มหรือมันวาวได้ ดังนั้นหากเจอพื้นผิวดังกล่าวนิยมให้พ่นสเปร์ยแป้ง เตรียมผิวให้พร้อมสแกนเป็นสีขาวด้าน สเปร์ยแป้งมี Base เป็น Alcohol ไม่มีฤทธิ์กัดสีนัก แต่หลายๆครั้งวัตถุที่มาสแกนไม่สามารถพ่นสเปร์ยแป้งได้ เช่น เป็นวัตถุโบราณมีความสำคัญมาก, เครื่องยนต์เครื่องจักร

Q : งบจำกัด ในท้องตลาดมีหลายตัวเห็นบางตัวราคาหลักพัน ใช้ได้ไหม?

A : อยู่ที่ความคาดหวังของงานสแกนครับ ปัจจุบัน 3D Scanner ราคาหลักพันยังใช้งานได้ไม่ดีนัก เช่นตัวที่ในท้องตลาด Sense หรือ XYZ Scanner ใช้หลักการเป็นแสง infrared ค่าที่ได้ไม่แม่นยำเท่าใดนัก งานที่ได้พอดูรู้ว่าเป็นอะไรแต่ไม่เห็นรายละเอียด หากมองสแกนเนอร์เพื่อหวังผลการใช้งานควรเริ่มจาก LED Light หรือ Structure Light (สิ่ง Pattern แสง ใช้กล้อง 2 เก็บ Pattern แสงที่ได้) เช่น รุ่น EinScan SE เป็นต้นไป

Q : iPhone รุ่นไหม หรือ iPad Pro มีเทคโนโลยี Lidar ทำไมต้องซื้อ 3D Scanner?

A : Lidar ของ Iphone หรือ Ipad Pro นั้นเหมาะกับการสแกน หรือ Sensor เชิง Landscape มากกว่า เช่นการตรวจวัดระยะ หากสิ่งกีดขวาง การ Mapping AR มี App ที่นำเอาความสามารถนี้มาทำเป็น 3D Scanner แต่ทำได้ยังไม่ดีนัก Software ยังมี bug อยู่ ใครสนใจไปทดลองกันกับเครื่องตัวเองได้ครับ

Q : 3D Laser Scanner จำเป็นไหม? ทำไมแพงกว่ารุ่นอื่นๆ?

A : ปกติ Laser Scanner จะแพงนิยมใช้ในธุรกิจที่ต้องการความแม่นตรง(Precision) และ แม่นยำ(Accuracy) สูง ข้อดีของระบบ Laser นั้นคือสแกนชิ้นงานผิวต่างๆได้หลายหลาย ผิวโลหะ ผิวมันเงา ผิวด้าน แม้มีหลายพื้นๆผิวในชิ้นงานเดียวกันก็สามารถสแกนได้ ส่วนเครื่อง 3D Scanner แบบ LED/Structure Light ต้องเตรียวพื้นผิวชิ้นงานหน่อยสำหรับ ผิวโลหะ ผิวดำ มันวาว ต้องพ่นสเปร์แป้งรองผิวก่อน ถ้าไม่ได้ติดเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่อง Laser สแกน


อ่านเพิ่มเติม 

ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่นี่


อ่าน Review เพิ่มเติมตามแต่ละรุ่นไปที่นี่

What can we do of FORM 3L

What can we do of FORM 3L

เราจะมีเครื่องพิมพ์เรซิ่นที่

ขนาดใหญ่ พิมพ์งานละเอียด มีน้ำยาเรซิ่นหลากหลายประเภทให้เลือกใช้มากมาย เป็นเครื่องที่เหมาะแก่การใช้งานผลิตโมเดลต้นแบบ และใช้งานจริงได้ในทุกวงการ อย่าง งานวิศวะกรรม ทันตกรรม สถาปัตยกรรม

และอีกๆหลายแห่งก็ใช้ได้ไปทำไมกันนะ????

เรามาทำความรู้จักกับ Form 3L คร่าวๆกันดีกว่า ว่าเค้ามีดียังไงบ้างหนอออออ….

เครื่องระบบเรซิ่นจาก Formlabs พัฒนาต่อมาจาก Form 2 ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก Form 3L (มีขนาดพิมพ์ 335 x 200 x 300 mm. ใหญ่กว่า Form 3 ประมาณห้าเท่า) มีระบบใหม่เข้ามาชื่อ Low Force Stereolithography (LFS) เป็นระบบที่ลดแรงดึงระหว่างชิ้นงานกับถาดพิมพ์ ทำให้ถาดพิมพ์ใช้งานได้นานขึ้น, พิมพ์ได้เร็วขึ้น (ไม่ต้องใช้ไม้ปาดเหมือน Form 2) และ พิมพ์ชิ้นงานได้สวยขึ้น อีกอย่างที่มีพิมพ์พัฒนาขึ้นมาเป็นระบบ Light Processing Unit(LPU) แบบใหม่ ทำให้แสงเลเซอร์ที่ตกกระทบกับเรซิ่นมีจุดที่เล็กลง แม่นยำมากขึ้นเป็น 85 ไมครอน ไม่ลดคุณภาพของแสงเลเซอร์ที่ขอบของจอ

โดยใน Form 3L จะมี LPU ให้มา 2 ชุด เลยทำให้ไม่ต้องกังวลปัญหาเรื่องการพิมพ์งานช้า มีสองหัวช่วยกันทำงาน ถาดเรซิ่นของ Form 3L ก็ต้องใช่สองขวดเลยโดยขวดเรซิ่นดังกล่าวยังสามารถใช้ร่วมกันได้ระหว่าง Form 2, Form 3, Form 3L

 

และก่อนที่เราจะได้เจอะเจอกับเครื่องของจริงที่กำลังจะวางตลาดเรามาดูกันดีกว่าว่ามันสามารถทำอะไรที่เราคิดไม่ถึงได้ในขนาดที่ใหญ่บิ๊กได้บ้าง

นี่คงเป็นความใฝ่ฝันของหลายๆคนที่ทำงานด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเวลาเรียนหรือทำงาน ตอนที่ต้องการชิ้นงานโมเดลต้นแบบ เราต้องมานั่งหล่อปูน ขัดโฟม เลเซอร์คัตแผ่นวัสดุเพื่อมาเชื่อมติดกันอีก และสิ่งที่ได้นอกจากชิ้นงานที่(อาจจะไม่)สมบูรณ์100% แล้ว เรายังได้ทั้งน้ำตาและหยาดเหงื่อที่ลงแรงกับงานชิ้นนั้นอีก ซึ่งทั้งหมดที่เสียไปนั้นจะได้งานเพียง 1 งานเท่านั้น และหากเป็นงานที่ต้องการจำนวนมากๆ ก็คูณความทรมานนั้นไปอีกสิครับ…..พูดแล้วเศร้า

แต่ปัญหาเหล่านั้นจะหมดไปหากได้รู้จักและทดลองใช้เครื่อง FORM 3L เครื่องพิมพ์เรซิ่นขนาดใหญ่ที่มี ขนาดการพิมพ์อยู่ที่ 335 x 200 x 300 mm. ความละเอียดสูง แทบจะไม่ต้องขัดแต่งอะไรเพิ่มเติม แถมยังมีความแข็งแรงพอที่จะนำไปทำแม่พิมพ์หล่อชิ้นงานอีกด้วย

ไม่ใช่แค่เหมาะกับโปรดักซ์ทั่วไปๆ ยังเหมาะกับงานประเภทที่ต้องการความแม่นยำสูงๆ และมีรายละเอียดที่ซับซ้อนจนยากที่จะขึ้นชิ้นงานด้วยมือหรือเครื่องจักรอื่นๆที่มีขีดจำกัดในการขึ้นงานบางมุม แต่ด้วยระบบ SLA ที่ทำงานเป็นเหมือนกับการแบ่งชิ้นงานเป็น Layer ที่สามารถแยกย่อยให้ได้มากขึ้ง 0.025 mm. หรือ 25 Micron ต่อ 1 Layer ทำให้การขึ้นชิ้นงานที่มีรายละเอียดสูงนั้นทำได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องกลัวว่ารายละเอียดไหนจะหลุดลอกหายไปได้ อีกทั้งสเกลยังแม่นยำ การหดตัวที่น้อยมากๆแทบจะไม่เห็นความต่างจากแบบจริง ถ้าหากคุณยังไม่อยากที่จะขึ้นงานต้นแบบโลหะ กัดแม่พิมพ์เพื่อแค่ลองเช็คแบบแล้วละก็ Form 3L ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆสำหรับงานทางวิศวกรรมแบบนี้…

เหมาะกับการใช้ในโรงงาน Workshop ห้องปฏิบัติงานทางวิศวกรรม และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

และด้วยความละเอียด และแม่นยำมากขนาดนี้ ทางFormLabได้รับความนิยมอย่างมากในงานของ Dental และทางการแพทย์ ตั้งแต่รุ่น Form 3  ซึ่งขายดิบขายดี ทันตแพทย์ให้ความสนใจในการทำโมเดลฟันอย่างมาก เพราะด้วยขนาดของฟันแต่ละซี่ที่เล็กและละเอียดต่างกันในแต่ละซี่ ซึ่งทาง Form 3L ก็สามารถลบจุดด้อยนั้นได้ด้วยการพัฒนาระบบเลเซอร์ให้มีความเล็กและละเอียดขึ้นถึง Laser Spot Size : 85 microns ฟันซี่เล็กๆหรือปลายฟันที่เป็นจุดเล็กก็สามารถขึ้นงานได้สบายมากและมาพร้อมกับฐานการพิมพ์ที่ใหญ่ถึง 335 x 200 mm. ทำให้การจัดวางของโมเดลนั้นมีจำนวนที่เยอะมาก ทำให้การทำงานสามารถทำงานได้รวดเร็วและขึ้นทีเดียวหลายคน แต่หากไม่ได้ใช้เครื่องพิมพ์3มิติแล้วการขึ้นต้นแบบนั้นจะใช้เวลาเยอะและลงแรงในการทำแต่ละซี่ค่อนข้างมาก และหากจ้างร้านข้างนอกทำราคาก็จะสูงมากๆพอกับซื้อเครื่องได้เลยละ…

เหมาะกับการทำงานในโรงพยาบาล คลินิก และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

และเอาใจสายโมเดล Figure และ Statue เพราะว่าคุณจะสามารถพิมพ์โมเดลขนาดใหญ่ได้ใน 1 ชิ้น ซึ่งแต่ก่อนเราจะต้องพิมพ์แยกส่วนเพื่อนำมาประกอบกันทีหลังทำให้โมเดลมีจุดรอยต่อของชิ้นส่วนทำให้ต้องมาเก็บชิ้นงานกันอีกรอบและเสียเวลาไปอีกมาก แต่หากคุณต้องการให้โมเดลออกมาเป็นชิ้นเดียวกันโดยไร้รอยต่อนั้น เครื่อง Form 3L ก็เหมาะแล้วที่จะทำความฝันให้เป็นจริงได้ไม่ยาก

 

ขนาดของตัวเครื่องจะอยู่ที่ กว้าง 775 x ยาว 520 x สูง 735 mm. จึงต้องการพื้นที่ในการวางเครื่องและสำหรับการพิมพ์อยู่เหมือนกัน ซึ่งก็ไม่มีปัญหาหากเป็นห้องแลปและพื้นที่ Workshop อยู่แล้วซึ่งเหมาะกับการทำงานมาก และเนื่องจากแท็งพิมพ์มีขนาดใหญ่ทำให้จุเรซิ่นได้เยอขึ้นกลิ่นก็จะตามมาเช่นกัน การมีพื้นที่โล่งซักหน่อย ให้ระบายกลิ่นได้ก็จะดีมากเลยครับ

เทียบขนาดของ Form 3B และ Form 3L

และนี่คือ สเปคเปรียบเทียบระหว่างเครื่อง Form 2 , Form 3 Form 3L

และในการทำงานในหลายๆประเภทนั้นเครื่อง Form สามารถทำงานได้ครอบคลุมแทบทุกวงการกันเลยทีเดียวเนื่องจาก วัถุดิบในการขึ้นชิ้นงานนั้นมีเรซิ่ให้เลือกหลากหลาย เช่น Standard Resin เน้นความสวยงาม และราคาประหยัด, Flexible Resin ชิ้นงานที่พิมพ์ออกมามีความยืดหยุ่น คล้ายยาง, Tough Resin ชิ้นงานที่ได้ออกมาจะมีความแข็งแรงสูง สามารถนำไปใช้งานเชิงกล เจาะสง่าน ขันสกูร ใช้งานเชิงกลได้, Wax Cast Resin เพื่อพิมพ์แล้วสามารถเอาไปหล่อโลหะได้ เหมาะกับการทำงานเครื่องประดับ Jewelry , Dental Model Resin เรซิ่นที่ไว้พิมพ์ชิ้นงานทางทันตกรรมได้ และอีกมากมายกว่า 20 ชนิดให้เลือกใช้งาน

Preview Form3L

เปิด Pro-Oder ลงทะเบียนแล้ววันนี้ แถมฟรี เครื่องอบ UV และ เครื่องสำรองไฟ UPS พร้อม

Package ประกอบด้วย
– เครื่อง Formlabs Form 3L
– แท่นพิมพ์ Build Plateform
– ถาดพิมพ์ พร้อมกล่องใส่ Resin tank
– ชุดเครื่องมือทำความสะอาด Finish Kit : Cleaning Tools
– ชุดเครื่องมือล้างชิ้นงาน Finish Kit : Rinse Bucket

พรีออเดอร์แล้วตอนนี้ คลิ๊ก!!
ลงทะเบียน >> https://forms.gle/1tbKcRafcVDviFSf7

สนใจเครื่องพิมพ์ Form3L :

 

 

รีวิว Autoscan-Inspec เครื่องสแกนเนอร์ความละเอียดสูง สำหรับงานเฉพาะด้าน

รีวิว Autoscan-Inspec เครื่องสแกนเนอร์ความละเอียดสูง สำหรับงานเฉพาะด้าน

จากการที่ได้ทดลองใช้งานเครื่องสแกนรุ่นใหม่อย่าง AutoScan-Inspec แล้วนั้นถือได้ว่างานออกมามีคุณภาพที่ดีเลยนะครับ แม้ว่าบางงานที่รายละเอียดเล็กมาก ๆ เกินไปอาจจะยังไม่เหมาะสมแต่ก็สามารถนำงานที่สแกนมานั้นไปแก้ไขต่อได้โดยอาจจะใช้โปรแกรม ZBrush, Mashmixer หรือ CAD 3D งานที่สามารถรองรับการสแกนได้นั้นจะ maximum อยู่ที่ 100*100*75 mm และงานขนาดเล็กที่สามารถสแกนได้นั้นจะประมาณปลายดินสอ หรือปากกา บอกแบบนี้น่าจะเห็นภาพได้ง่ายขึ้น เดี๋ยวเราขอมาพูดถึงรายละเอียดของตัวเครื่องก่อนละกันนะครับ

Technical Specfications Autoscan-Inspec นั้นเป็นชื่อรุ่นโดยทางการของเครื่องสแกนเนอร์ตัวนี้ โดยจะมีการทำงานแบบสแกนอัตโนมัติมีแท่นหมุนมาให้ให้ตัวพร้อมกับกล้องสแกน specifications นั้นจะมีรายละเอียดดังนี้

  1. พื้นที่ในการสแกน : 100*100*75 mm
  2. ระบบโครงสร้างในการสแกนของเครื่อง : Structureding light 3D scanning ใช้ Source เป็น “Blue Light”
  3. ความละเอียด : น้อยกว่าหรือเท่ากับ 10ไมครารอน
  4. ระบบแกนการทำงาน : 3 แกน
  5. ความละเอียดของกล้อง : 5 MP
  6. น้ำหนักตัวเครื่อง : 7.50 Kg.
  7. ใช้ไฟ : DC24V
  8. ไฟล์ที่ได้ : .STL
  9. ระบบปฏิบัติการ : Windows10 /64 Bits

 

Spec ของเครื่อสแกนเนอร์ Autoscan-Inspec

เมื่อทำการแกะเครื่องออกจากตัวกล่องมานั้นจะพบกับอุปกรณ์มากมากที่มีมาให้ เพื่อให้ง่ายต่อการนำไปใช้กับงานได้ทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นงานทางด้าน Jewelry, เหรียญพระ, พระองค์ขนาดเล็ก, Finger model, วิศวกรรม และงานอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ข้อจำกัดที่ยังหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ ชิ้นงานใส ชิ้นงานมีความเงา ชิ้นงานสีดำเข้ม พวกนี้จะต้องทำการพ่นด้วย Powder spray ทำไมถึงสแกนงานขนาดเล็กได้ดีเพราะตัวเครื่องทำงานด้วยกล้องที่ให้ความละเอียดมากถึง 5.0 MP จำนวน 2 ตัว ทำให้สแกนงานได้เร็วและละเอียดมากยิ่งขึ้น เมื่อสแกนต่อ shot แล้วเครื่องสแกนแบบ 2 กล้องจะได้มุมที่กว้างกว่าเครื่องแบบมีกล้องตัวเดียว ทั้งนี้ Autoscan-Inspec ยังมีการทำงานที่รวดเร็ว และมาพร้อมโปรแกรมในการสแกนงานอีกด้วย  แถมยังสแกนงานได้ง่ายขึ้นแบบแค่คลิกเดียวก็สามารถสแกนงานได้จนเสร็จ เพราะมีแท่นหมุนแบบอัตโนมัติที่ทำงานร่วมกับตัว camera ทำให้มีการทำงานทั้งหมด 3-axis (x, y, z) พูดได้เลยว่าสะดวกมากจริง ๆ ไม่ต้องมาจับหมุนเอง

ที่ตัวเครื่องมีไฟบอกสถวานะการทำงานของตัวเครื่องอยู่ที่ด้านบนและด้านข้าง
มี Camera มาให้ 2 ตัวที่ความละเอียด 5MP และมีกระจกคอยหมุนเพื่อเปลี่ยนองศาของแสงสะท้อน
Turntable ที่ทำงานหมุนแบบ 2 แกน ทำให้ไม่ต้องมาค่อยหมุนชิ้นงานเอง

 

มาดูทางด้านของ Software กันบ้างดีกว่าว่ามีหน้าตาเป็นอย่างไรกันบ้าง ต้องขอบอกก่อนเลย Auroscan-Inspec จะต้องใช้ Dongle License ในการเปิด Software ซึ่งหน้าตาจะคล้ายๆ กับเครื่องสแกน รุ่น Einscan Pro Series เลย แต่เครื่องมือด้านบนเมื่อเข้าไปหน้าแรกนั้นจะมีแค่ 3 อันคือ

  • Ispec(1) เป็นการดำเนินการก่อนทำการเริ่มสแกนงาน เช่น การคาริเบท(2) การสร้างไฟล์งาน(3) หรือโหลดงานที่เคยสแกนมาแล้วนั้นนำมาทำงานต่อ(2)
  • Scan(7) เป็นหน้าต่างที่ใช้ในการควบคุมการสแกน สามาถปรับองศาของตัว camera ความสว่าง การเริ่มหรือหยุดสแกนงาน เมื่อทำการสแกนงานเสร็จแล้วจะมีเครื่องมือเด้งขึ้นมาเพิ่มเติมให้จะอยู่ด้านขวาคือการลบส่วนเกิน(8) การซูม และส่วนด้านล่างนั้นจะมี Rescan (สแกนงานใหม่อีกครั้ง)(5), Flip scan (สแกนงานในด้านอื่น ๆ )(8) และ Data wrap (ปิดผิวชิ้นงานเพื่อทำการ save file )(6) ส่วนการเชื่อมต่องานโปรแกรมจะทำการ Alignment(9) ให้แบบอัตโนมัติเมื่อทำการ Flip scan เสร็จให้กดที่ Alignment เมื่อเราทำการกดที่ Data wrap โปรแกรมจะทำการ Save แบบอัติโนมัติให้ทันที่เป็น .stl ทันที แต่เราต้องเลือกว่าจะให้ปิดผิวงานเป็นแบบ Watertight (แบบตัน) และ Unwatertight (แบบกลวง)(10)
  • Process เป็นการตรวจสอบงานที่ได้ปิดผิวเสร็จเรียบร้อยแล้ว และสามารถกลับไปสแกนซ่อมแซมงานได้ โดยให้กดที่ Next จะกลับไปสู่หน้าต่างของ Scan ถ้างานที่ปิดผิวเรียบร้อยแล้วต้องการจะออกให้กดที่ Conplete เสร็จสิ้นการสแกนงาน

และขอเสริมอีกนิดคือในส่วนของหน้าต่าง Process นั้นด้านซ้ายมือจะมีแถบเมนู Model list(11) คือจะแสดงจำนวนไฟล์ชิ้นงานที่สแกนอยู่ทั้งหมดสามารถเปิด/ปิด ดูแต่ละชิ้นงานได้ครับ เมื่อสแกนงานเสร็จแล้วได้ลองนำชิ้นงานได้เปิดในโปรแรกม ZBrush เพื่อดูผิวของงาน และจำนวน Polygon ของไฟล์งานเวลาออกมาดีไหม ถ้าว่าดีมากเลย Polygon ละเอียดมากทำให้ง่ายต่อการแก้ไขงานต่อ

หน้าต่างแรกของการเข้า Software scan             
การ Calibration เครื่องสแกนเนอร์

 

วิธีการใช้งานตัวเครื่อง  Autoscan-Inspec

  1. ทำการเชื่อมต่อสาย USB เข้าที่ตัวเครื่องสแกนเนอร์ กับ Computer และเสียบสาย Power เข้าที่ตัวเครื่องสแกนเนอร์
  2. เสียบ USB Dongle และ USB Drive software เพื่อทำการลงโปรแกรม
  3. เปิดสวิตท์ที่อยู่ด้านหลังเครื่อง ไฟสถานะของเครื่องสแกนเนอร์จะติดขึ้นมาเป็นสีฟ้าๆ ที่ด้านบนและด้านข้างของตัวเครื่อง
  4. จากนั้นให้ทำการติดตั้งโปรแกรมที่อยู่ใน USB Drive พร้อมทั้ง Activation license แบบ Online
  5. เมื่อทำการติดตั้งโปรแกรมเสร็จเรียบร้อยแล้วให้เปิดโปรแกรมขึ้นมา และ Calibration (2) โดยจะใช้แผ่น Calibrate ที่มีมาให้จะอยู่ให้กล่องอุปกรณ์
  6. เริ่มทำการสแกนให้คลิกที่ New project > เลือกที่เก็บไฟล์ > ตั้งชื่องาน(แนะนำภาษาอังกฤษ)
  7. หน้าต่างของการสแกน Scan ด้านซ้ายมือจะเป็นการปรับแสงที่ส่องไปกระทบชิ้นงาน สามารถเลือก Auto ได้
  8. กด Scan เพื่อเริ่มการสแกนชิ้นงาน
  9. เมื่อการสแกนเสร็จสิ้นจะมีเครื่องมือในหารรบส่วนเกินที่ไม่เกี่ยวกับชิ้นงานจะอยู่ด้านขวามือ (8) ให้กดเลือกเครื่องมือจากนั้นกด shift ค้างไว้และลากเม้าส์คลิกซ้ายครอบจุดที่ต้องการลบและกด delete
  10. ถ้าต้องการสแกนชิ้นงานส่วนที่ยังไม่ได้สแกนให้กดที่ Flip scan และทำการจับชิ้นงานพลิกไปอีกด้านที่ต้องการสแกนเพิ่ม
  11. เมื่อสแกนงานเสร็จเรียบร้อยแล้วต้องการจะ save ให้กดที่ data wrap ซึ่งจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ Watertight (แบบตัน) และ Unwatertight (แบบกลวง)(10)
  12. จากนั้นโปรแกรมจะทำการ save auto ให้ทันทีใน folder ที่เลือก save ตั้งแต่แรก โดยไฟล์ที่ได้คือ .stl

 

หน้าต่างการสแกนงาน
การ Edit งานสแกนส่วนที่เกินจากชิ้นงานจริง
การ Flip งานที่สแกนเพื่อเก็บด้านที่ยังสแกนไม่ได้
การ Wrap งานสแกนมีทั้งแบบ Watertiht(ตัน) และ Unwatertight(กลวง)
หน้าต่าง Process หลังจากที่ Wrap data เรียบร้อยแล้ว

 

หน้าต่าง Process หลังจากที่ Wrap data เรียบร้อยแล้ว
หน้าต่าง Process หลังจากที่ Wrap data เรียบร้อยแล้ว

 

จุดเด่น
– ความละเอียดในการสแกนระดับ 10ไมครอน (0.001mm)
– ระบบแสงฟ้า Structured Light Scanning process (แสงฟ้าเก็บรายละเอียดได้ดีกว่าแสงขาวมาก แต่สีที่ได้เป็น Grey Scale)
– Metrology Grade เป็นเครื่องระดับมาตรวิทยา เพื่อการสอบเทียบ
– มาพร้อมกล้องละเอียดสูงระดับ 5.0 MegaPixel จำนวน 2 ตัว
– ระบบการสแกน 3แกน 3-Axis Scanner ทำให้สแกนได้เร็วกว่า และ ทำงานกับชิ้นงานที่ซับซ้อนได้มากกว่า
– มาพร้อมแท่นจับ แทนวางชิ้นงานหลายแบบ ทำงานร่วมกับชิ้นงานได้หลากหลาย เช่นงาน Jewelry, งานทันตกรรม, งานศิลปะ-วัตถุมงคล
– ไฟล์ที่ได้เป็น STL, OBJ, PLY เป็นไฟล์กลาง สามารถไปทำงานต่อได้กับ Software ทั่วไปในท้องตลาด
– ไม่มีค่า Subscription รายปี สินค้าเป็นการซื้อขาด จบในตัวเอง

 

 

 

สุดยอดโปรแกรม 3D ฟรี 2020

สุดยอดโปรแกรม 3D ฟรี 2020

ทุกวันนี้การเทคโนโลยีสามมิติมีบทบาทมากขึ้นในชีวิตของเราทุกคน และจะมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นวันนี้ยังไม่สายเกินไปที่จะเริ่มเรียนรู้ และใช้งานเทคโนโลยีนี้ ซึ่งในปัจจุบันมันไม่ได้ใช้งานยากเหมือนเมื่อก่อน และสำหรับผู้เริ่มต้น เรามีโปรแกรม 3D ที่ใช้งานง่าย และที่สำคัญคือใช้งานได้ฟรี มีทั้งแบบโปรแกรมเดี่ยว และทำงานผ่านเวบเบราส์เซอร์ เรามาดูกันเลยดีกว่าว่ามีโปรแกรมตัวไหนน่าสนใจบ้าง

1. 3D Slash

ชื่อ 3D Slash
ระบบปฏิบัติการ Windows, Mac, Linux, Raspberry Pi or Browser
ระดับผู้ใช้งาน เริ่มต้น/มือใหม่ งานอดิเรกที่ต้องการความสนุกสนานในการสร้างโมเดล
ราคา ฟรี / หรือสมัครใช้งานแบบพรีเมี่ยม $2-20 ต่อเดือน
รูปแบบไฟล์ 3dslash, obj, stl
ดาวน์โหลด 3D Slash

3D Slash เป็นโปรแกรมที่ใช้งานง่าย สร้างโมเดลสามมิติจากบล็อกเล็ก ๆ เหมือนกับเกมส์ Minecraft โดยคุณจะทำงานกับบล็อกลูกบาศก์ ใช้เครื่องมือต่าง ๆ เช่น พลั่ว ค้อน สิ่ว สว่าน เป็นต้น ในการตกแต่งลูกบาศก์นั้นให้เป็นรูปร่างอย่างที่ต้องการ หรือใช้เกรียง เพื่อเพิ่มเนื้องาน

3D Slash เป็นโปรแกรมที่ใช้งานง่าย เหมาะกับผู้เริ่มใช้โปรแกรม 3D ด้วยคำแนะนำเพียงเล็กน้อยคุณก็สามารถสร้างสรรค์งานได้อย่างหรูแล้ว ลองดูตัวอย่างการใช้งานใน YouTube ได้ https://www.youtube.com/watch?v=iGj1-h8k950&t=57s นอกจากนี้คุณยังสามารถนำไฟล์งานจากที่อื่นเข้ามาดัดแปลงแก้ไขได้อีกด้วย

เวอร์ชั่นฟรีจะมีข้อจำกัดในเครื่องมือ และความสามารถแต่ถ้าคุณยอมจ่ายเพียง $2 ก็จะปลดล็อกคำสั่ง และเครื่องมือต่าง ๆ ทั้งหมด โปรแกรมนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้งานโปรแกรม 3D ไม่บ่อยมาก และไม่ต้องการเรียนรู้คำสั่งที่วุ่นวายในโปรแกรม 3D ทั่วไป

Review: 3D Slash Review: 3D Modeling Made Super Easy

Tutorial: 3D Slash Tutorial for Beginners: How to Use 3D Slash

2. Clara.io

ชื่อ Clara.io
ระบบปฏิบัติการ ทำงานผ่านเบราส์เซอร์
ระดับผู้ใช้งาน มือใหม่-ระดับกลาง ผู้มีความมุ่งมั่นเรียนรู้
ราคา ฟรี / หรือสมัครใช้งานแบบพรีเมี่ยม $10-100 ต่อเดือน
รูปแบบไฟล์ 3dm, 3ds, cd, dae, dgn, dwg, emf, fbx, gf, gdf, gts, igs, kmz, lwo, rws, obj, off, ply, pm, sat, scn, skp, slc, sldprt, stp, stl, x3dv, xaml, vda, vrml, x_t, x, xgl, zpr
ดาวน์โหลด Clara.io

Clara.io เป็นโปรแกรมฟรีที่ใช้งานบนเบราส์เซอร์ เมื่อเห็นครั้งแรก โปรแกรมนี้จะมีหน้าตาคลาสิคตามแบบฉบับโปรแกรม 3D โดยใช้รูปหลายเหลี่ยม แต่มันมีคุณสมบัติมากกว่าที่เราคาดหวังจากโปรแกรมบนเวบเบราส์เซอร์ ตัวอย่างเช่น การเรนเดอร์ที่มีคุณภาพเทียบเท่าโปรแกรมราคาแพง ยังมี V-ray ที่สามารถเพิ่มแสงให้กับโมเดลโดยใช้รูปภาพ HDR และคำสั่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะทำให้คุณประทับใจ นอกจากนี้มันยังทำแอนนิเมชั่นแบบง่ายๆ ได้อีกด้วย

นอกจากนี้ Clara.io ยังสามารถใช้ร่วมกันกับผู้ใช้งานหลายคนได้ด้วย โดยเพิ่มผู้ใช้งานในไฟล์ที่ทำอยู่ และการเปลี่ยนแปลงนั้นจะถูกเชื่อมเข้าด้วยกันโดยอัตโนมัติ

เวอร์ชั่นฟรีของ Clara.io ให้พื้นที่ในการจัดเก็บไฟล์ในคลาวด์จำนวน 2 GB ส่วนเวอร์ชั่นเสียเงินจะได้พื้นที่จัดเก็บมากขึ้น ซีนสาธารณะที่ไม่จำกัด เป็นโปรแกรมบนเวบที่น่าสนใจตัวหนึ่ง

Moment of Inspiration (MoI)

Image: Moment of Inspiration
ชื่อ Moment of Inspiration (MoI)
ระบบปฏิบัติการ Windows และ Mac
ระดับผู้ใช้งาน มือใหม่-นักออกแบบ 3D ที่ชอบ NURBS แต่ไม่อยากยุ่งยากด้านเทคนิค
ราคา ฟรี / หรือ $295 สำหรับเวอร์ชั่นเต็ม
รูปแบบไฟล์ 3ds, 3dm, dxf, fbx, igs, lwo, obj, skp, stl, stp and sat
ดาวน์โหลด Moment of Inspiration (MoI)

MoI (ย่อมาจาก “Moment of Inspiration”) เป็นโปรแกรมทีทำมาเพื่อศิลปิน และนักออกแบบโดยเฉพาะ ผู้พัฒนาได้ใส่ความสามารถของการสร้างไฟล์สามมิติมาให้อย่างเต็มรูปแบบ แต่ได้ตัดความยุ่งยากซับซ้อนทางด้านเทคนิคออกไป ทำให้ผู้ใช้งานทำงานได้อย่างอิสระ และสามารถจดจ่ออยู่กับการสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่

ในขณะที่โปรแกรม 3D อื่น ๆ ต้องมีการกดเมาส์ปุ่มขวาบ่อยมากถึงมากที่สุด MoI กลับใช้การเชื่อมต่อกับผู้ใช้งานแบบเรียบง่าย มันสามารถใช้งานกับเมาส์ปากกาได้อย่างลงตัว จนคุณสามารถใช้งานโปรแกรมได้โดยไม่ต้องแตะคีย์บอร์ดเลย

ที่ด้านขวามือของจอภาพจะมีเมนูให้เลือกว่าจะเขียนเป็นเส้น หรือเป็นรูปทรงสามมิติ มีคำสั่งแบบ 3D เช่น ดึงยืด ตัดมุม มนมุม ออฟเซ็ท ฯลฯ และมีคำสั่งดัดแปลงเช่น หมุน ย่อ-ขยาย จัดเรียง เปลี่ยนรูปทรง ฯลฯ และยังสามารถกำหนดขนาดที่แน่นอนได้ด้วย MoI สามารถใช้สคริปได้ด้วย

MoI สามารถเรียนรู้ได้ในเวลาอันสั้น โดยผู้ใช้งานไม่ต้องมีพื้นฐานด้านสามมิติมาก่อน ก็สามารถสร้างสรรค์โมเดลได้อย่างรวดเร็ว

หากคุณต้องการทำงานกับ NURBS ให้ลึกกว่านี้เราขอแนะนำโปรแกรม Rhino3D

4. SelfCAD

ชื่อ SelfCAD
ระบบปฏิบัติการ ทำงานผ่านเบราส์เซอร์
ระดับผู้ใช้งาน มือใหม่-นักออกแบบ 3D ที่ชอบ NURBS แต่ไม่อยากยุ่งยากด้านเทคนิค
ราคา ทดลองใช้ฟรี 10 วัน / หรือ $14.99 ต่อเดือน
รูปแบบไฟล์ stl, obj, mtl, ply, png, dae, svg
ดาวน์โหลด SelfCAD

SelfCAD เป็นโปรแกรมที่ทำได้ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการพิมพ์สามมิติเลยทีเดียว มันมีความสามารถในการสร้างโมเดลสามมิติที่ซับซ้อนได้

ด้วยหน้าจอการทำงานที่ไหลลื่น มีความเรียบง่าย ทำให้มือใหม่สามารถเริ่มสร้างสรรค์งานได้ทันที คุณยังสามารถโหลดรูป 2D มาเป็นแบบในการอ้างอิงได้ด้วย

ข้อหนึ่งที่ทำให้โปรแกรมนี้น่าสนใจคือมันสามารถซ่อมไฟล์ที่เสียได้ พร้อมทั้งเตรียมไฟล์เพื่อส่งไปยังเครื่องพิมพ์ได้อีกด้วย มีรายชื่อเครื่องพิมพ์มาตรฐานให้เลือกมากมาย หรือคุณจะกำหนดคุณลักษณะของเครื่องพิมพ์เองก็ได้อีก

5.SketchUp

A render from SketchUp 2019. (Source: SketchUp)
ชื่อ SketchUp
ระบบปฏิบัติการ Windows and Mac
ระดับผู้ใช้งาน มือใหม่-นักออกแบบ 3D กราฟฟิกดีไซน์เนอร์
ราคา ฟรี
รูปแบบไฟล์ dwg, dxf, 3ds, dae, dem, def, ifc, kmz, stl
ดาวน์โหลด SketchUp

SketchUp เป็นที่นิยมในวงการสถาปัตยกรรม การตกแต่งภายใน วิศวกรรม และการก่อสร้าง สิ่งที่ถูกใจผู้ใช้งานคือการใช้งานที่ง่าย มันช่วยให้สร้างไฟล์สามมิติได้โดยหัดใช้งานเพียงไม่กี่ชั่วโมง

นอกจากการใช้งานที่ง่ายแล้วยังมีกลุ่มสังคมออนไลน์ที่ช่วยกันพัฒนาส่วนเสริมให้กับโปรแกรมนี้ด้วย ซึ่งส่วนมากจะใช้ได้โดยไม่ค่าใช้จ่าย

ในเวอร์ชั่นที่ทำงานบนเว็บจะใช้งานได้ฟรี แถมให้พื้นที่จัดเก็บ 10 GB ด้วย แต่ถ้าใช้งานแบบมืออาชีพจะมีค่าใช้จ่าย 1199 เหรียญต่อปี และสามารถใช้งานในแบบเดสท็อปได้ด้วย มีพื้นที่จัดเก็บแบบไม่จำกัด พร้อมทั้งฟีเจอร์ใหม่ๆ อีกเพียบ

นอกจากนี้ SketchUp ยังมีส่วนเพิ่มเติมดี ๆ ให้ใช้งานฟรี เช่น

Tutorials:

6. Tinkercad

ชื่อ Tinkercad
ระบบปฏิบัติการ ทำงานผ่านเบราส์เซอร์
ระดับผู้ใช้งาน มือใหม่
ราคา ฟรี
รูปแบบไฟล์ 123dx, 3ds, c4d, mb, obj, svg, stl
ดาวน์โหลด TinkerCAD

อย่าให้หน้าตาของซอฟแวร์หลอกคุณ มันไม่ได้เป็นโปรแกรมสำหรับเด็กอนุบาลนะ Tinkercad ช่วยให้คุณรวมรูปทรงสามมิติ ด้วยการเชื่อมต่อ เจาะ ตัดออก ได้อย่างง่ายดาย ทำให้มือใหม่ในเรื่อง 3D ก็สามารถสร้างงานที่น่าประทับใจได้ ลองดูตัวอย่างผลงานในชุมชนผู้ใช้งานของ Tinkercad ได้เลย

หากคุณต้องการเริ่มต้นกับปีแกรม 3D สักตัว Tinkercad เป็นตัวเลือกที่ดี แล้วคุณจะรักมัน

 

โปรแกรมสำหรับผู้ใช้งานระดับกลางขึ้นไป

7. Blender

ชื่อ Blender
ระบบปฏิบัติการ Windows, Mac, Linux
ระดับผู้ใช้งาน ระดับกลาง – นักออกแบบ 3D มืออาชีพ นักพัฒนาเกมส์
ราคา ฟรี
รูปแบบไฟล์ 3ds, dae, fbx, dxf, obj, x, lwo, svg, ply, stl, vrml, vrml97, x3d
ดาวน์โหลด Blender

Blender เป็นโปรแกรมสำหรับผู้ใช้งานระดับกลางถึงมืออาชีพ เป็นโปแกรมแบบ open-source ที่สามารถสร้างงานแอนนิเมชั่น visual effects, art, interactive applications, video games, และ โมเดล 3D ที่ใช้เพื่อการพิมพ์ Blender มีคำสั่งมากมายในการสร้าง 3D modeling, texturing, raster graphics editing, fluid, particle and smoke simulation, sculpting, animating, match moving, camera tracking, rendering, video editing, และ compositing นอกจากนี้มันยังเป็นโปรแกรมฟรีที่ใช้การประมวลผลแบบเกมมิ่งด้วย

Blender ยังสามารถปั้นงานในลักษณะเดียวกับ Mudbox หรือ ZBrush อีกด้วย และยังมีคำสั่ง เครื่องมือ ในการสร้างโมเดลแบบโครงข่ายเพื่อนำไปพิมพ์ และสามารถซ่อมโมเดลได้ด้วย

เป็นที่แน่นอนว่าเครื่องมือจำนวนมาก ย่อมมาพร้อม “ราคา” ถึงแม้มันจะเป็นโปรแกรมฟรี แต่การใช้งานให้คล่องก็ไม่ได้ง่ายเลย มันไม่เหมาะกับมือใหม่อย่างยิ่ง แต่ถ้าคุณรับได้กับการที่ต้องใช้เวลาเรียนรู้มันอย่างมาก Blender จะเป็นสารพัดประโยชน์มากที่สุดเท่าที่คุณจะหาได้

Tutorial: How to 3D Print Text Using Blender

8. DesignSpark Mechanical

ชื่อ DesignSpark Mechanical
ระบบปฏิบัติการ Windows
ระดับผู้ใช้งาน ระดับมืออาชีพ ที่ต้องการตัวเลือกอื่นแทน AutoCAD
ราคา ฟรี (835USD สำหรับ add-ons ทั้งหมด)
รูปแบบไฟล์ rsdoc, dxf, ecad, idf, idb, emn, obj, skp, STL, iges, step
ดาวน์โหลด DesignSpark

DesignSpark Mechanical เป็นโปรแกรมที่มีคำสั่งคล้ายกับโปรแกรม CAD ทั่วๆ ไป การทำงานก็เป็นแบบธรรมดา หน้าตาของโปรแกรมจะดูคล้ายกับ AutoCAD อย่างมาก ดังนั้นหากต้องการโปรแกรมทางเลือก DesignSpark Mechanical ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าพิจารณา

โดยที่โปรแกรมหลักจะสามารถใช้งานได้ฟรี แต่ผู้พัฒนาจะคิดเงินสำหรับฟังก์ชั่นเสริมเช่น เพิ่มตัวเลือกในการ import/export และ rendering ซึ่งจะต้องเชื่อมต่อแบบออนไลน์

 

9. FreeCAD

ชื่อ FreeCAD
ระบบปฏิบัติการ Windows, Mac, Linux
ระดับผู้ใช้งาน ระดับกลางที่ต้องการลงลึกถึงความสามารถของมัน
ราคา ฟรี
รูปแบบไฟล์ step, iges, obj, stl, dxf, svg, dae, ifc, off, nastran, Fcstd
ดาวน์โหลด FreeCAD


FreeCAD
เป็นโปรแกรม 3D ประเภท parametric ที่สามารถสร้างงานได้ทุกขนาด ระบบ parametric ช่วยให้คุณกลับไปแก้ไขรูปร่างของโมเดลโดยการเปลี่ยนตัวแปรต่าง ๆ ได้ตลอดเวลาอย่างง่ายดาย

FreeCAD เป็นโปรแกรม open source และมีความสามารถสูงในการปรับเปลี่ยน การสร้างสคริปต์ และการเพิ่มส่วนขยาย มันใช้บางส่วนของ Python ดังนั้นคุณจึงสามารถใช้ภาษาโปรแกรมเพื่อสร้างฟีเจอร์ใหม่ให้กับ FreeCAD ได้

เนื่องจาก FreeCAD เป็น open source จึงมีชุมชนผู้ใช้งาน CAD จำนวนมาก จึงอาจจะต้องเตรียมใจไว้กับความยุ่งยากในการใช้งานช่วงแรก ๆ แต่หากลงลึกไปในโปรแกรมแล้วจะพบว่ามันมีฟีเจอร์ดี ๆ ให้ใช้เป็นรางวัล

FreeCAD มีโครงสร้างแบบโมดูล่า ทำให้เราสามารถติดตั้งมันเข้ากับโปรแกรมหลักได้เรื่อย ๆ

Tutorial: FreeCAD Tutorial for 3D Printing

 

 10. LibreCAD

ชื่อ LibreCAD
ระบบปฏิบัติการ Windows, Mac, Linux
ระดับผู้ใช้งาน ระดับกลางที่ต้องการลงลึกถึงความสามารถของมัน
ราคา ฟรี
รูปแบบไฟล์ dxf, dwg
ดาวน์โหลด LibreCAD

LibreCAD เป็นโปรแกรมแบบ open source มีความเรียบง่าย เครื่องมือพื้นฐานที่เพียงพอในการสร้าง และแก้ไขโมเดล มันแสดงผลเป็นแบบ 2D ทำให้โปรแกรมมีขนาดเล็กเพียง 30MB แต่ไม่ต้องเป็นห่วงมันแสดงผลเป็นแบบ isometric ได้ด้วย

หน้าจอของ LibreCAD เป็นระเบียบดี เหมาะกับผู้เริ่มต้นใช้งาน เมื่อเริ่มใช้งานมันคล่องขึ้นคุณอาจจะอยากใช้งานมันให้เร็วขึ้นด้วยการพิมพ์คำสั่งที่ด้านล่าง

 

11. MakeHuman

ชื่อ MakeHuman
ระบบปฏิบัติการ Windows, Mac, Linux
ระดับผู้ใช้งาน ระดับกลาง
ราคา ฟรี
รูปแบบไฟล์ dae, fbx, obj, STL
ดาวน์โหลด MakeHuman


MakeHuman
เป็นโปรแกรมที่เอาไว้สร้างรูปคน มันเคยเป็น plugin ใน Blender แต่ตอนนี้เป็นโปรแกรมเฉพาะทางแล้ว

MakeHuman มีลักษณะเหมือนโปรแกรมเด็กเล่นที่ประกอบร่างกายมนุษย์ที่ดูเหมือนจริง และมีเอกลักษณ์ขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว โดยอาศัยการเลื่อนหาตัวเลือกของเพศ ใบหน้า ลำตัว แขน และขา มีตัวเลือกย่อยอีกมากมาย คุณสามารถปรับเปลี่ยนได้จนถึงปลายผมเลยทีเดียว

เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณก็ยังเลือกเสื้อผ้าใส่ให้กับโมเดลของคุณได้อีกหลายแบบตั้งแต่แบบสบาย ๆ ถึงแบ ชิค ๆ มันยังปรับรูปหน้าเพื่อแสดงอารมณ์ได้อีกด้วย MakeHuman ยังสร้างโครงตาข่ายเพื่อไปปรับแต่งแบบละเอียดในโปรแกรมปั้น 3D แบบ ZBrush ได้ สำหรับผู้ใช้งาน Blender ก็สามารถโอนถ่ายงานไปมาระหว่างสองโปรแกรมได้อีก นับว่าเป็นโปรแกรมที่ดีมากสำหรับการสร้างโมเดลคน

12. Meshmixer

ชื่อ Meshmixer
ระบบปฏิบัติการ Windows, Mac
ระดับผู้ใช้งาน ระดับกลางที่ต้องการตรวจสอบ ซ่อมแซมไฟล์
ราคา ฟรี
รูปแบบไฟล์ amf, mix, obj, off, stl
ดาวน์โหลด Meshmixer

Meshmixer เป็นเสมือนเครื่องมืออเนกประสงค์ในด้าน 3D modeling อย่างชัดเจน Meshmixer ถูกออกแบบมาให้ใช้งานในแบบโครงตาข่ายด้วยวิธีที่ง่ายที่สุด ตัวอย่างเช่น คุณสามารถใช้งาน Meshmixer ในการทำโมเดลสำหรับอวัยวะเทียม ในส่วนที่เป็นกลไก และส่วนที่เป็นข้อมูลจากการสแกนเพื่อให้สวมใส่ได้สบาย นอกจากนี้ใน Meshmixer ยังมีคำสั่งที่ช่วยปรับแต่งโมเดลที่มักจะมีอยู่ในโปรแกรมราคาแพงระดับอุตสาหกรรมมาให้ด้วย คุณยังสามารถลดส่วนที่ไม่จำเป็นเพื่อลดเวลาการพิมพ์ไปได้ด้วย มันยังสร้างข้อต่อให้อัตโนมัติเพื่อเชื่อมต่องานสองชิ้นเข้าด้วยกัน

สุดท้าย Meshmixer มีความสามารถในการซ่อมแซมไฟล์ที่มีปัญหา ทำโมเดลให้กลวง ลดจำนวนโครงตาข่าย ทำให้มันเป็นโปรแกรมที่สุดยอดโปรแกรมหนึ่งสำหรับ 3D printing.

Tutorial: MeshMixer Tutorial for 3D Printing Beginners

13. NanoCAD

ชื่อ NanoCAD
ระบบปฏิบัติการ Windows
ระดับผู้ใช้งาน ระดับสูงที่ต้องการโปรแกรมทดแทน AutoCAD
ราคา ฟรี
รูปแบบไฟล์ sat, step, igs, iges, sldprt, STL, 3dm, dae, dfx, dwg, dwt, pdf, x_t, x_b, xxm_txt, ssm_bin
ดาวน์โหลด nanoCAD

ในรุ่นพื้นฐานของ NanoCAD สามารถใช้งานได้ฟรี ระบบติดต่อกับผู้ใช้งานจะเหมือนโปรแกรม AutoCAD ดังนั้นการเปลี่ยนไปมาระหว่างโปรแกรมทำได้ราบรื่นมาก

NanoCAD เป็นใช้การขึ้นรูปแบบ parametric ทำให้การกลับไปแก้ไขดัดแปลงงานเก่าทำได้โดยไม่ต้องยุ่งยาก นอกจากนี้มันยังมีระบบอัตโนมัติสำหรับงานที่ทำเป็นประจำ ตัวโปรแกรมใช้งานง่าย เมนูเข้าถึงได้ง่ายไม่ว่าคุณจะเล่นเป็นงานอดิเรก หรือมืออาชีพ

หากคุณต้องการเพิ่มเติมความสามารถของ NanoCAD มันก็มี plugins ให้ใช้มากมาย แต่ถ้าโปรเจคของคุณต้องการมากกว่านั้น คุณอาจจะลองมองไปที่รุ่น Plus หรือ Pro แทน

14. OpenSCAD

ชื่อ OpenSCAD
ระบบปฏิบัติการ Windows, Mac, Linux
ระดับผู้ใช้งาน ระดับกลาง ผู้รักในการเขียนโค๊ด
ราคา ฟรี
รูปแบบไฟล์ dxf, off, stl
ดาวน์โหลด OpenSCAD

อีกโปรแกรม 3D ฟรีที่น่าสนใจคือ OpenSCAD มันไม่ได้เป็นโปรแกรมประเภท interactive แต่เป็นแบบใช้การพิมพ์คำสั่งด้วยแป้นพิมพ์ ซึ่งการขึ้นรูปโมเดล 3D จะใช้การเขียนโค๊ดกำหนดค่าต่าง ๆ แล้วโปรแกรมจะสร้างเป็นโมเดล 3D ให้

OpenSCAD อาจจะไม่ใช่โปรแกรมสำหรับทุกคน แต่มันเป็นสุดยอดโปรแกรมสำหรับผู้ที่ชอบเขียนโค๊ด เขียนสูตร และต้องการเห็นสูตรที่เขียนขึ้นมาแปลงไปเป็นรูปทรงสามมิติ

15. Sculptris

ชื่อ Sculptris
ระบบปฏิบัติการ Windows, Mac
ระดับผู้ใช้งาน ระดับกลาง ผู้ที่ต้องการปั้นงานแต่ไม่อยากใช้ ZBrush หรือ Mudbox
ราคา ฟรี
รูปแบบไฟล์ obj, goz
ดาวน์โหลด Sculptris

Sculptris มีผู้พัฒนาโปรแกรมเดียวกันกับ ZBrush มันดูเหมือนกันแต่มีคำสั่ง และเครื่องมือน้อยกว่า ช่วยให้มือใหม่สามารถใช้งาน และสร้างโมเดลที่นำไปพิมพ์ได้อย่างรวดเร็ว

เนื่องจากมันมีเครื่องมือปั้นงานที่ละเอียดอ่อน หลักการสำคัญของโปรแกรมนี้คือ อย่าพยายามสร้างงานที่มีความละเอียดสูง ๆ ในช่วงแรกที่เริ่มใช้งาน ให้ค่อย ๆ เพิ่มไปทีละขั้นเมื่อเรียนรู้มากขึ้น ในช่วงแรกควรใช้รูปทรงที่เตรียมไว้ให้ก่อน และการใช้แปรงให้ใช้ที่ขนาดใหญ่ก่อน จนกว่าได้รูปร่างที่ต้องการแล้วจึงใช้แปรงขนาดเล็กลง เพื่อทำงานที่มีรายละเอียดมากขึ้น

หากคุณต้องการหัดปั้นงานแบบดิจิตอล Sculptris เป็นโปรแกรมที่เหมาะในการเริ่มเรียนรู้ แต่ถ้าต้องการเจาะลึกลงไปอีก เราขอแนะนำ ZBrush หรือ Mudbox

ทั้งหมดนี้คงจะมีโปรแกรมที่คุณเลือกใช้เป็นอันแรกสักโปรแกรมหนึ่งนะครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย และหวังว่าคุณจะเป็นมืออาชีพในด้าน 3D ในเร็ววัน

Light-Touch Supports: ซัพพอร์ตรุ่นใหม่สำหรับงานจิวเวลรี่

Light-Touch Supports: ซัพพอร์ตรุ่นใหม่สำหรับงานจิวเวลรี่

ซัพพอร์ตแบบจุดสัมผัสเล็ก ใน PreForm 3.4.6

Formlabs ได้เผยแพร่โปรแกรม PreForm 3.4.6 ที่มีคำสั่งใหม่ในการสร้างซัพพอร์ตที่เล็กมาก สำหรับเรซินชนิด Castable Wax Resin ช่วยให้การซัพพอร์ตรายละเอียดเล็ก ๆ ทำได้ดีมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะลวดลายแบบเส้นลวด นอกจากนี้การตัดออกก็ง่ายขึ้นมาก แทบจะไม่ต้องตกแต่งเพิ่มเลย

โดยทั่วไปช่างหล่อ และ นักออกแบบเครื่องประดับจะทำงานกับส่วนเล็ก ๆ และมีรายละเอียดมาก ๆ อย่างระมัดระวัง แม้การกำหนดซัพพอร์ตสำหรับงานที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติก็จะต้องกำหนดเอง มากกว่าที่จะให้โปรแกรมสร้างให้ แต่ในโปรแกรม PreForm 3.4.6 มีการปรับปรุงการสร้างซัพพอร์ตอัตโนมัติ ให้มีปลายที่ติดกับเนื้องานขนาดเล็กมาก ซึ่งออกแบบให้เหมาะกับงานจิวเวลรี่โดยเฉพาะ ช่วยให้งานหลังพิมพ์ง่าย และใช้เวลาน้อยลงอย่างมาก

ในงานจิวเวลรี่ที่การใช้ซัพพอร์ตไม่ใช่เพื่อการรับแรงดึงจากเครื่อง เพราะเครื่อง Form 3 มีระบบแรงดึงต่ำอยู่แล้ว การสร้างซัพพอร์ตก็เพื่อประคองในส่วนที่ลอยอยู่เท่านั้น ซัพพอร์ตรุ่นใหม่นี้จึงมีขนาดเล็กลง และไม่จำเป็นต้องมีการทำคานเชื่อมระหว่างเสา ทำให้ลดเวลา และเรซินที่ซึ่งเป็นต้นทุนในการทำงานลงไปได้มาก มื่อพิมพ์เสร็จแล้วคุณสามารถดึงงานออกจากซัพพอร์ตได้เลย หรืออาจจะตัดทีละเสาในกรณีที่งานทีรายละเอียดเล็กมาก

จุดสัมผัสของซัพพอร์ตแบบทั่วๆ ไปจะทำให้เกิดหลุมบนผิวงานซึ่งทำให้งานเสียหาย และการซ่อมแซมก็ทำได้ยาก แต่จุดสัมผัสของซัพพอร์ตแบบใหม่นี้จะเหลือเป็นตุ่มเล็กๆ ช่วยให้การตกแต่งง่ายขึ้นมาก และจุดสัมผัสเล็กนี้ยังทำให้การพิมพ์หนามเตย หรือตัวอักษรง่าย และมีคุณภาพมากขึ้นด้วย

ลองใช้กันดูได้เลย โดยดาวน์โหลดฟรีจากที่นี่

 

 

 

 

IPA ขาดตลาด ทำไงดี

IPA ขาดตลาด ทำไงดี

ในปัจจุบันที่สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 กำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลก ทำให้หลายอย่างขาดตลาด เช่นหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ เป็นต้น ซึ่งเจลล้างมือ และแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อโรคก็เป็นที่ต้องการอย่างมากทั้งในการแพทย์และประชาชนทั่วไป

IPA หรือ Isopropyl Alcohol ซึ่งใช้ซ่าเชื้อโรคในเครื่องมือแพทย์เป็นหลักมีการใช้งานในปริมาณที่สูงขึ้นจนแทบหมดไปจากตลาด ทำให้ผู้ใช้งานเครื่องพิมพ์สามมิติชนิด SLA / DLP ได้รับผลกระทบ ไม่สามารถหาซื้อมาใช้เพื่อล้างชิ้นงานหลังจากพิมพ์เสร็จแล้วได้

อันที่จริงเรายังสามารถใช้สารเคมีตัวอื่นทดแทนการใช้ IPA ได้ นั่นคือ  Tripropylene glycol monomethyl ether (TPM) มันสามารถล้างเรซินออกจากชิ้นงานได้ดี และมีข้อดีอีกหลายอย่างดังนี้

  • ไม่มีกลิ่นเหม็น
  • ไม่ติดไฟ และไม่เป็นพิษ
  • อัตราการระเหยต่ำมาก
  • สามารถใช้งานได้นานกว่า IPA ราว 3 เท่า ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย
  • มีจำหน่ายทั่วโลก
  • การซึมผ่านเข้าในเนื้องานต่ำกว่า IPA มาก ทำให้งานบิดเบี้ยวน้อยลง และไม่ทำให้งานเสียหายหากลืมแช่ทิ้งไว้เป็นเวลานาน

ส่วนข้อด้อยของ TPM ในการใช้งานกับเรซินมีดังนี้

  • TPM ระเหยช้ามาก จะต้องล้างซ้ำด้วยน้ำเปล่าอีกครั้งหนึ่ง เรซินบางชนิดเช่น Clear resin หรือ Tough 1500 resin อาจจะเกิดฝ้าขาวที่ผิวงาน แต่มันจะหายไปเมื่อแห้งดีแล้ว
  • การล้างด้วย TPM อาจจะเกิดไขบางๆ บนผิวงานในเรซินบางชนิด การอบด้วยแสงยูวีจะกำจัดมันออกไปได้
  • ใช้เวลาทำให้แห้งนานกว่า IPA
  • มักจะจัดจำหน่ายโดยผู้ขายรายใหญ่มากกว่าร้านเล็กๆ
  • โดยทั่วไป TPM ราคาสูงกว่า IPA
  • การใช้ TPM ยังไม่ได้รับการรับรองในการใช้กับงานที่เป็น Biocompatible

จงเลือกใช้ TPM

  • เมื่อมีปัญหากับเรื่องความไวไฟของ IPA
  • เมื่อคุณหาซื้อ IPA ไม่ได้
  • เมื่อคุณต้องการน้ำยาล้างที่ประหยัดเงินกว่า
  • เมื่อคุณไม่ได้พิมพ์งานบ่อย ๆ และ IPA ก็สูญเสียจากการระเหยไปเป็นจำนวนมาก
  • เมื่อคุณมีความรู้สึกไว และได้รับผลกระทบจาก IPA

จงเลือกใช้ IPA

  • เมื่อคุณต้องการให้งานแห้งเร็ว ๆ หลังจากล้างเสร็จ
  • เมื่อคุณสามารถเก็บ IPA ได้อย่างปลอดภัย ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องวัตถุไวไฟ
  • เมื่อคุณพอใจกับการใช้ IPA อยู่แล้ว
  • เมื่อใช้ TPM แล้วเกิดไขที่ผิวเป็นปัญหากับกระบวนการทำงานของคุณ
    *ไขบนผิวงานอาจแก้ไขได้โดยการล้างด้วย IPA อีกครั้ง

 

นอกจากนี้ยังมี Maker อีกหลายคนที่แนะนำน้ำยาล้างเรซินชนิดอื่น ๆ เช่น

น้ำยาขจัดคราบไขมันในครัวเรือน น้ำยาล้างห้องน้ำ และอื่น ๆ ลองดูวิดีโอนี้ประกอบได้เลยครับ

UMass Lowell ผสมผสานศิลปะกับเทคโนโลยีได้อย่างไร

UMass Lowell ผสมผสานศิลปะกับเทคโนโลยีได้อย่างไร

Yuko Oda มีพื้นฐานในด้านวิจิตรศิลป์ เธอได้รับวุฒิปริญญาโทด้านประติมากรรมจาก Rhode Island School of Design จากนั้นเธอก็ไปทำงานในนิวยอร์คกับสถาบัน New York Institute of Technology (NYIT) ที่นั่นทำให้เธอได้ใช้เครื่องพิมพ์สามมิติเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นระบบเส้นพลาสติก (FFF) และเครื่องระบบ Stereolithography (SLA) ก่อนที่จะร่วมงานกับมหาวิทยาลัย Massachusetts Lowell (UMass Lowell) ในปี 2017 ทุกวันนี้วิทยาลัยต่าง ๆ มีการนำการพิมพ์สามมิติมาใช้ในการเรียนมากขึ้น ตั้งแต่การออกแบบ ไปจนถึงงานแอนนิเมชั่น และการปั้น เป็นการส่งเสริมนักเรียน และปรับปรุงหลักสูตรให้ทันกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่กำลังเปลี่ยนไปจากการปฏิบัติแบบเดิมๆ

เทคโนโลยี และศิลปะที่ UMass Lowell

Yuko and students print projects on Form 2. Photo Credit: Jim Higgins

เครื่องพิมพ์สามมิติเริ่มเป็นสิ่งที่เห็นได้ทั่วไปในวิทยาลัย และโรงเรียนเทคนิคต่าง ๆ ทั่วโลก และนักศึกษาจำนวนมากได้ผสมผสานเทคโนโลยีนี้เข้ากับแผนการศึกษาของพวกเขา ขณะนี้การมีเครื่องพิมพ์สามมิติในที่ทำงานเป็นเรื่องปรกติแล้ว ดังนั้นสถานศึกษาก็จะต้องเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาสำหรับการเริ่มงานในอนาคตซึ่ง UMass Lowell มีความตั้งใจจะให้การปั้น และการออกแบบสามมิติมีความทันสมัยกับศตวรรษที่ 21 เมื่อ Yuko เข้ามาทำงาน เธอเริ่มสั่งซื้อเครื่องพิมพ์สามมิติชนิดต่างๆ เข้ามาใช้งาน

Yuko ได้นำเอาความหลงไหลในศิลปะ และเทคโนโลยีเข้ามาในห้องเรียนที่เธอสอนด้านประติมากรรม การขึ้นรูปสามมิติและแอนนิเมชั่น และสื่อเชิงโต้ตอบ นักศึกษารู้ดีว่าพวกเขาต้องเรียนรู้และเข้าใจ แอนนิเมชั่นสามมิติ และการขึ้นรูปสามมิติ เพื่อการทำงานในหลากหลายสาขาอาชีพ รวมถึงการออกแบบในภาพยนตร์ ซึ่งความสามารถด้านการขึ้นรูปสามมิติเป็นสิ่งที่จำเป็นมากในทุกสตูดิโอ

UMass Lowell ต้องการติดปีกให้กับนักศึกษาด้วยทักษะความชำนาญที่จำเป็นเพื่อเป็นการนำตลาดแรงงานไปสู่การใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ด้วยการแนะนำของ Yuko นักศึกษาก็เริ่มเห็นว่าปัจจุบันมีความต้องการทักษะด้าน 3D เพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่น การตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภคมีอิทธิพลจากการออกแบบบรรจุภัณฑ์ และการพิมพ์สามมิติช่วยให้ได้งานต้นแบบเหมือนจริงเร็วขึ้น ลดเวลาการวางตลาด และเพิ่มยอดขาย

โครงงาน Sculpture I VR โดย UML Art และ Cecilia Chi นักศึกษาผู้ออกแบบ 

เครื่องพิมพ์ของ Formlabs ให้งานพิมพ์ที่มีคุณภาพสูง ผิวเรียบ มีความขนาดที่ถูกต้อง ทำให้การทำงานขั้นต่อไปง่ายขึ้นมาก ทำให้นักศึกษามีประสบการณ์กับเครื่องพิมพ์ชนิดนี้ซึ่งมีใช้อยู่ในบริษัทชั้นนำเช่น New Balance และ Ashley Furniture

 

นักศึกษาสามารถสร้างสรรค์งานที่วิจิตรอย่าเหลือเชื่อนี้ได้ด้วยการใช้เครื่องพิมพ์ของ Formlabs นักศึกษาผู้ออกแบบ Alex Twyman 

Organic and Synthetic Collide

Yuko ยังคงสร้างงานศิลปะของเธอแม้กระทั่งนอกเวลางาน เธอสร้างสรรค์งานหลากหลายแบบ ทั้งในรูปทรงแบบออแกนนิค และอินออแกนนิค ซึ่งสะท้อนถึงสิ่งที่มนุษย์ทำขึ้น (เช่นขยะ) ทำร้ายโลกของเรา เธอยังศึกษาถึงสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นและธรรมชาติจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร

 

รูปด้านบนเป็นโครงงานที่เธอให้ชื่อว่า Darkness Meets Light ฐานสีขาวหมายถึงรังไหมเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตทำจากปูน ในขณะที่ชิ้นสีดำซึ่งหมายถึงปีกผีเสื้อพิมพ์ด้วยเรซินสีดำ

อีกหนึ่งผลงานของเธอให้ชื่อว่า หยาดน้ำค้างยามเช้า – Morning Dew เป็นส่วนผสมระหว่างใบไม้ธรรมชาติ กับหยดน้ำค้างที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์สามมิติ 

ผลงานนี้เกิดจากการที่เธอเดินออกมานอกบ้านในเช้าวันหนึ่ง และเห็นหยดน้ำค้างบนใบไม้ จึงเกิดแรงบันดาลใจจากความสวยงามที่เรียบง่ายของธรรมชาติ 

โปรแกรมสร้างโมเดล เพื่อการพิมพ์สามมิติ

โปรแกรมสร้างโมเดล เพื่อการพิมพ์สามมิติ

สำหรับผู้ที่เริ่มก้าวเข้ามาในวงการพิมพ์สามมิติ อาจจะสนุกไปกับการโหลดโมเดลที่ถูกใจมาพิมพ์ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งโมเดลสำเร็จรูปนั้นอาจจะไม่ตอบโจทย์ความต้องการหลายๆ ด้าน ไม่ว่างาน หรือเรื่องส่วนตัว ดังนั้นการที่เราสามารถออกแบบ และสร้างโมเดลของเราเองได้ก็เป็นสิ่งที่ควรจะพิจารณา

ในปัจจุบันมีโปรแกรม 3D อยู่มากมายจนน่าเวียนหัว เราได้จัดประเภทของโปรแกรมมาให้ดูแบบง่าย ๆ คุณสามารถเลือกแบบที่ตัวเองชอบ และถนัดเพื่อสร้างสรรค์ผลงานของตัวเอง และยังอาจจะใช้เป็นช่องทางทำเงินได้อีกด้วย

รายการข้างต้นเป็นเพียงทางเลือกที่คนทั่วไปนิยม และเราเห็นว่าเป็นโปรแกรมที่ผู้ใช้งานเริ่มต้นเรียนรู้ได้ง่าย และเร็วที่สุด อย่างไรก็ตามยังมีรายละเอียดเพิ่มเติมที่ต้องพิจารณาในการเลือกโปรแกรมอีกเพื่อให้เข้ากับความถนัดส่วนตัว หากต้องการทราบรายละเอียดมากกว่านี้โปรดเข้าไปดูได้ที่ reddit.com/r/3Dprinting/wiki/makingmodels

การปรับระดับแท่นพิมพ์

การปรับระดับแท่นพิมพ์

การปรับระดับแท่นพิมพ์ เป็นเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญมาก เทียบเท่ากับฐานรากของอาคารเลยทีเดียว แต่ก็เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่มักจะละเลยขั้นตอนนี้ไป ลองกลับมาใส่ใจกับการปรับระดับแท่นพิมพ์เพื่องานที่มีคุณภาพดีกว่ากันเถอะ