คุณพ่อช่วยลูกชายที่สมองพิการให้เดินได้ด้วย 3D Printer

คุณพ่อช่วยลูกชายที่สมองพิการให้เดินได้ด้วย 3D Printer

มีเด็กกว่า 17 ล้านคนบนโลกใบนี้ได้รับผลกระทบจากโรคสมองพิการแต่กำเนิด มันเป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับพ่อแม่มือใหม่ ด้วยกลัวว่าลูกของตนจะมีปัญหาจากโรคนี้ซึ่งทำให้ไม่สามารถนั่ง ยืน เดิน ใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปรกติ

ในการแก้ปัญหาเหล่านี้ให้เด็กสามารถเดินได้ คุณหมอจะใช้วิธีจัดกระดูก หรือใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือซึ่งเริ่มผลิตมาตั้งแต่ช่วงปี 1950 ซึ่งจะทำเป็นรูปร่างมาตรฐาน สวมใส่ไม่พอดี ใส่แล้วไม่สบายตัว ส่วนที่ทำแบบเข้ารูปก็มีราคาแพง อีกทั้งยังใช้เวลานับเดือนในการผลิต

Orthoses on the market today are generally uncomfortable to wear and only high-end, expensive models offer a custom-fit. Custom devices can cost thousands of dollars and take weeks for patients to receive.

เมื่อ 7 ปีที่แล้ว Nik บุตรชายของ Matej คลอดก่อนกำหนด 1 เดือน และเกิดปัญหาระหว่างคลอด ทำให้สมองของ Nik ถูกทำลายบางส่วน ทำให้กลายเป็นสมองพิการ เขาไม่สามารถยืนหรือเดินได้

With Matej’s workflow, the patient’s feet are placed on a vacuum bag in the corrected position and 3D scanned.

Matej ตั้งปณิธานว่าจะช่วยให้ลูกชายของเขาเดินได้ หลังจากค้นคว้าอยู่นานหลายเดือน เขาใช้เครื่องพิมพ์สามมิติมาช่วยผลิตอุปกรณ์ในการช่วยเดิน ในที่สุด Nik ก็สามารถเดินก้าวแรกได้ด้วยตัวเอง

Nik’s orthosis is barely visible from the outside and fits inside his regular shoes.

หลังจากที่มีคนเห็นการเปลี่ยนแปลงของ Nik บรรดาผู้ปกครองต่างก็รวมตัวกันเพื่อช่วยกันปรับปรุงคุณภาพของอุปกรณ์ช่วยเหลือนั้น เพื่อให้เด็กคนอื่นๆ ได้ประโยชน์ด้วย

Custom-made orthoses for multiple patients. 3D printing offers the design freedom to create orthotics with different thicknesses in different areas to more appropriately support each unique patient.

Matej ลาออกจากงานและตั้งบริษัทชื่อ aNImaKe ตามชื่อ Nik ลูกชายของเขา ในอนาคตเขาจะขยายไยังอวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย โดยที่เริ่มทดสอบไปแล้วก็มีอุปกรณ์ประคองแขน และตัวช่วยให้ขยับนิ้วมือได้ เพื่อให้เด็กๆ สามารถหยิบจับสิ่งของได้

อ่านรายละเอียดการทำงานของ Matej ได้ที่ https://formlabs.com/blog/father-helps-son-with-cerebral-palsy-walk-with-custom-3d-printed-orthosis

ใหม่! Form 3 และ Form 3L

ใหม่! Form 3 และ Form 3L

Formlabs นำเสนอเครื่องพิมพ์ Form 3 และ Form 3L ที่ใช้ระบบแรงดึงต่ำ (LFS™)

Formlabs ผู้นำวงการเครื่องพิมพ์ระบบ SLA ได้เปิดตัวเครื่องพิมพ์ 2 รุ่นที่จะปฏิวัติงานพิมพ์ระดับอุตสาหกรรม โดยมี Form 3 เครื่องพิมพ์มืออาชีพแบบตั้งโต๊ะรุ่นล่าสุด และ Form 3L เครื่องพิมพ์ระบบ SLA ขนาดใหญ่ในราคาที่คุณเอื้อมถึง

ทั้งสองรุ่นจะมาพร้อมเทคนิคการพิมพ์แบบแรงดึงต่ำ (Low Force Stereolithography-LFS™) ซึ่งจะช่วยให้งานพิมพ์มีคุณภาพสูงมาก ใช้ support น้อยลง และมีแท่นพิมพ์ที่สนับสนุนเรซิ่นที่หลากหลายมากขึ้น

ซอฟแวร์รุ่นใหม่ช่วยให้ส่งไฟล์ไปพิมพ์จากระยะไกล และยังสามารถจัดลำดับคิวงานที่จะพิมพ์ได้ด้วย ช่วยให้การทำงานเป็นทีมมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยลดระยะเวลาที่ต้องหยุดเครื่อง ทำให้ทำงานได้จำนวนมากขึ้น และต่อเนื่อง นอกจากนั้นยังปรับปรุงระบบตรวจสอบ และแจ้งเตือนต่างๆ การออกแบบเครื่องที่ผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆ ได้เอง และระบบ LFS ที่ช่วยให้พิมพ์งานที่ใหญ่ขึ้นถึง 5 เท่าในรุ่น Form 3L

ระบบ LFS เป็นอย่างไรกันแน่

Form 3 และ Form 3L ถูกพัฒนาและออกแบบใหม่ทั้งหมดเพื่อให้ลดแรงดึงในขณะพิมพ์ลงไปอย่างมาก ระบบ LFS จะใช้ถาดพิมพ์แบบอ่อนตัวได้ และระบบยิงแสงแนวเดียวที่ให้ความเที่ยงตรง และแม่นยำสูงมาก การมีแรงดึงต่ำทำให้ช่วยให้ใช้ support ที่เล็กลง แกะออกได้ง่าย นอกจากนี้ระบบ LFS ยังเปิดโอกาสให้การพัฒนาวัสดุพิมพ์และวิธีการผลิตต่างๆ ในอนาคตเป็นไปได้เร็วขึ้น

ระบบกลไกแสงภายในเครื่อง Form 3 และ Form 3L ถูกออกแบบใหม่ทั้งหมดโดยแหล่งกำเนิดแสง (Light Processing Unit-LPU) ซึ่งประกอบด้วยเลนส์ และกระจกสะท้อนแสงช่วยให้การยิงแสงมีความแม่นยำสูง การทำงานจะเริ่มจากแหล่งกำเนิดแสงจะยิงแสงเลเซอร์ไปยัง Galvanometer ในแนวแกน Y จากนั้นจะผ่าน Spatial Filter เพื่อให้จุดแสงมีความคมชัดมากขึ้นแล้วไปสะท้อนกับกระจกเงา และกระจกเงารูปพาราโบลา ทำให้แสงตั้งฉากกับชิ้นงานที่พิมพ์อยู่เสมอ

มาตรฐานใหม่ของเครื่องพิมพ์ 3D ระดับอุตสาหกรรม

เมื่อมีปัญหาใดๆ เกิดขึ้นกับเครื่องพิมพ์ ระบบที่ถูกออกแบบมาให้บำรุงรักษาได้ง่าย จะมีการแจ้งเตือน โดยผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนชิ้นส่วนอะไหล่ได้เอง เช่นชุดกำเนิดแสง ถาดเรซิ่น ลูกปืน หน้าต่างรับแสง โดยไม่ต้องส่งเครื่องกลับไปที่ศูนย์ ระบบการตรวจสอบตัวเองของเครื่องช่วยให้คุณมั่นใจได้

การออกแบบเครื่องให้ใช้งานได้ง่าย มีตัวช่วยเช่นซอฟแวร์ การทำงานผ่าน cloud จอภาพระบบสัมผัส ทำให้ใครๆ ก็ใช้งานเครื่องนี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่านการอบรมเป็นพิเศษ

ซอฟแวร์รุ่นล่าสุดซึ่งฟรี และมีความสามารถสูงช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น สั่งพิมพ์จากระยะไกลได้ จัดคิวงานได้ และสามารถจัดการ และอนุมัติการพิมพ์ผ่าน Dashboard ได้ด้วย

ระบบที่สร้างเพื่อพิมพ์งานใหญ่ๆ

ระบบ LFS ระบบ LPU และระบบยิงแสงระนาบเดี่ยว ผสานกันเพื่อให้สามารถพิมพ์งานที่ใหญ่ขึ้น Form 3L เป็นเครื่องแรกที่ใช้ระบบเหล่านี้เพื่อการผลิตงานขนาดใหญ่ โดยมี ชุดกำเนิดแสงถึงสองชุดทำงานร่วมกันอย่างกลมกลืน

นับเป็นครั้งแรกที่คุณจะสามารถผลิตงานขนาดใหญ่ได้ภายในหน่วยงานของคุณเอง ด้วยต้นทุนที่ต่ำ และรวดเร็ว ส่วนการผลิตจำนวนมาก Form 3L สามารถพิมพ์งานจำนวนมากในครั้งเดียว เช่นงานเครื่องประดับสามารถพิมพ์แหวน 150 วงในถาดเดียว หรือแล็บทันตกรรมสามารถพิมพ์ฟันปลอมได้ถึง 40 ชิ้นในครั้งเดียว

Form 3 และ Form 3L ใช้ขวดน้ำยาเดียวกับ Form 2 โดย Form 3L ใส่ได้พร้อมกัน 2 ขวด ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำยาหมดระหว่างพิมพ์งานขนาดใหญ่

เปรียบเทียบ Form ทั้ง 3 รุ่น (ดูการเปรียบเทียบแบบละเอียด ที่นี่ )

FORM 3 FORM 3L FORM 2
Technology Low Force Stereolithography (LFS) Low Force Stereolithography (LFS) Stereolithography (SLA)
Build Volume (W × D × H) 14.5 × 14.5 × 18.5 cm

5.7 × 5.7 × 7.3 in

33.5 × 20 × 30 cm

13.2 × 7.9 × 11.8 in

14.5 × 14.5 × 17.5 cm

5.7 × 5.7 × 6.9 in

Layer Thickness (Axis Resolution) 25 – 300 microns

.001 – .012 in

*25 – 300 microns

*.001 – .012 in

25 – 300 microns

.001 – .012 in

XY Resolution 25 microns

0.001 in

25 microns

0.001 in

n/a
Laser Spot Size 85 microns

0.0033 in

85 microns

0.0033 in

140 microns

0.0055 inches

Resin Cartridges 1 2 1

งานทันตกรรม กับ 3D Printer/ 3D Scanner Digital Dentistry

งานทันตกรรม กับ 3D Printer/ 3D Scanner Digital Dentistry

ทันตกรรมแบบ Digital Dentistry เป็นเทรนใหม่ทั่วโลกที่จะแทนที่การทำงานทันตกรรมแบบเดิมๆ เรื่องจากลดต้นทุน ลดเวลา เพิ่มความแม่นยำ โดยเราจะสรุปรวมแบบง่ายๆเป็นสองส่วนนะครับ 3D Scanner (เอาไว้สแกนฟัน) และส่วน 3D Printer (เอาไว้พิมพ์งานทันตกรรม)

3D Scanner
เครื่องสแกน 3มิติ หรือ 3D Scanner เป็นเครื่องมือเก็บ Mesh 3D หรือพื้นผิว 3มิติในรูปแบบไฟล์ 3มิติ สามารถไปประยุกต์ใช้กับงานได้หลากหลาย เช่น งานทางวิศวกรรมย้อนรอย(Reverse Engineering), Art/Animation, งานทางการแพทย์, งานทันตกรรม หลักการทำงานง่ายๆคือจะมีการส่องแสงไปยังวัตถุที่ต้องการสแกนเป็น Pattern และมีกล้องจับภาพ Pattern เหล่านั้นมาประมวลผลเป็นไฟล์ 3มิติ

ในด้านทันตกรรมการใช้ 3D Scanner นั้นมีทั้งแบบใช้ในช่องปากโดยตรง Intra-Oral 3D Scanner ใช้การสแกนฟันของคนไข้โดยเฉพาะ และ สแกนนอกช่องปากทั่วๆไป (สามารถจะสแกนอย่างอื่นก็ได้น้อกจากฟัน)

ไฟล์ที่ได้จากการสแกนส่วนมากทีนำไปใช้ต่อเป็น File STL ไฟล์มาตรฐานของเครื่องพิมพ์ 3มิติ โดยจะมี Software 3rd Party ที่จัดการไฟล์ จัดเรียงฟัน ดูเรื่องการสบฟัน ทำครอบฟัน สะพานฟัน ทำ simulation ต่างๆ เช่น exocad จากนั้นนำไฟล์มาพิมพ์ด้วย 3D Printer เช่น สแกนฟันคนไข้ ได้ไฟล์มามาทำ Splints ในซอฟแวร์แล้ว Splints ดังกล่าวมาพิมพ์ จะเห็นว่าไม่ต้องทำพิมพ์ฟันใดๆเลย

หรือตัวอย่างเช่น สแกนตัวในปากคนไข้ สแกนหน้าคนไข้ มาทำ Simulation ออกแบบใบหน้าโดยการจัดฟัน Facial Design

เครื่องสแกนเนอร์ในช่องปาก (Intra-Oral 3D Scanner)
มีลักษณเหมือนแท่งปากกาโดยที่ปลายเป็นกล้องที่ใช้ในการสแกน สามารถสแกนได้ทั้งฟันบนฟันล่าง โดยทันตแพทย์จะจับสแกนเนอร์วาดเก็บไฟล์ 3มิติของฟันทุกซีก

เครื่องสแกนเนอร์นอกช่องปาก (Facial / Dental 3D Scanner)
มีทั้งแบบมือจับสแกน (Handheld 3D Scanner) และ แบบเครื่องสแกนเนอร์ตั้งโต๊ะ ใช้หลักการแหล่งกำเนิดแสงส่งไปยังชิ้นงานทีต้องการสแกน โดยสแกนที่ออกมาเป็นแบบ Pattern มีกล้องเก็บแสงเหล่านั้นออกมาประมวลผลเป็นไฟล์ 3มิติ
ตัวอย่าง 3D Scanner นอกช่องปาก หรือ สแกนเนอร์ 3มิติเอนกประสงค์
EinScan Pro 2X / 2X+
HP / David 3D Scanner

ประโยชน์ของการใช้ 3D Scanner กับงานทันตกรรม
1. ลดต้นทุน เป็นการลดขั้นตอนในการทำพิมพ์ปูน ลดการพึงพา พิมพ์ฟันแบบเดิมๆ (ให้หลายกรณีลูกค้าอยู่ต่างประเทศ ส่งไฟล์ Digital ง่ายกว่า มาส่งพิมพ์ปูน) โดยไฟล์ที่ได้เป็นไฟล์ Digital 3D สามารถใช้ Software เฉพาะทางในการ Simulate ฟัน ช่วยในการออกแบบฟัน สร้างโมเดลฟัน ต่อไป
2. ลดเวลา จากข้อแรกเป็นการลดเวลาในการทำงาน ให้สั้นขึ้นมาก เช่นเราสแกน intra-oral ในปากลูกค้าในเวลาไม่กี่นาที สามารถนำไฟล์นั้นๆมาวางแผนการผ่าตัด / ทำครอบฟัน / ทำ Splints / Guard / Retainer ได้โดย Software เฉพาะทางสามารถสร้างโมเดลพวกนี้ได้ แล้วพิมพ์ออกมาโดยใช้ 3D Printer
3. เพิ่มความแม่นยำ Technology 3D Scanner / Printer ในปัจจุบันมีความแม่นยำมากๆในหน่วยไมครอน
4. สามารถ Simulate ให้คนไข้ดูภาพเสมือนจริง พร้อมการวินิจฉัยได้

3D Printer
ก่อนหน้าหลายสิบปีมานี้จะคุ้นเคยกับ CNC ในการกัด Wax หรือ โลหะ หรือ เซรามิค เครื่อง CNC ยังติดกับข้อจำกัดเรื่องวัสดุที่ใช้มีให้เลือกไม่มากมายนัก / ทำโมเดลที่ซับซ้อนไม่ได้ ปัจจุบันเครื่องพิมพ์ 3มิติ มีราคาถูกลง อีกทั้งยังมีวัสดุให้เลือกหลากหลาย กับงานทันตกรรม เช่น เรซิ่น Wax สำหรับงานหล่อ เรซิ่นทำโมเดลฟัน เรซิ่นใสที่สามารถมาใส่ในปากคนไข้ เรซิ่นที่ให้ทำฟันปลอมสามารถมาใส่ในปากได้เลย ทำให้ 3D Printer ในงานทันตกรรมกำลังได้รับความนิยม ตัวอย่างการใช้เครื่องพิมพ์กับงานทันตกรรม

ตัวอย่าง 3D Printer เพื่องานทันตกรรม
Formlabs Form2
MiiCraft125

โมเดลทันตกรรม Dental Model
นำไฟล์จากเครื่อง 3D Scanner หรือ ไฟล์ที่ได้จาก Dental CAD มาพิมพ์ สามารถนำชิ้นงานที่พิมพ์ออกมาไปใช้ ลักษณะการทำงานเหมือนพิมพ์ฟัน

ตัวอย่างโมเดลทันตกรรมที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์ 3มิติ

Crown – Bride
สามารถพิมพ์ด้วยเรซิ่นแบบ Wax โดยนำโมเดลที่ได้ไปหล่อเป็นโลหะมีต่อไป

พิมพ์ส่วนที่เป็น Wax (สีม่วง) สามารถนำไปหล่อแบบเหวี่ยง ขึ้นรูปเป็นโลหะต่อไป

SG Surgical Guides
เรซิ่นพิเศษสำหรับทำ Surgical Guide
ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.print3dd.com/product/resin-dental-sg-1l/

ตัวอย่าง Surgical Guide ที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์ 3มิติ

Clear Splints / Guard
เรซิ่นพิเศษใส เมื่อพิมพ์เสร็จอบ UV แล้วสามารถใช้ในช่องปากได้
ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.print3dd.com/product/resin-dental-lt-clear-1l/

Dentures
เรซิ่นพิเศษสำหรับทำฟันปลอม

เรซิ่นพิมพ์ เมื่อพิมพ์เสร็จสามารถนำไปใช้เป็นฟันปลอมได้เลย

ประโยชน์ของการใช้ 3D Printer กับงานทันตกรรม
1. ลดต้นทุน พิมพ์ชิ้นงานเท่าใช้ ไม่จำเป็นต้องเปิดพิมพ์ฟัน หรือทำพิมพ์ฟันหลายๆครั้ง ใช้ไฟล์ที่ในจากการสแกนมาทำงานต่อ
2. ลดเวลาลดการใช้แรงงานคน เนื่องการทำโมเดล สามารถทำใน Software Dental CAD สามารถลดเวลาของการทำมือ เมื่อได้ชิ้นงานที่ต้องการเช่น คลอบฟัน ก็พิมพ์เฉพาะคลอบฟันออกมาแล้วไปหล่อ
3. เพิ่มความแม่นยำ Technology 3D Scanner / Printer ในปัจจุบันมีความแม่นยำมากๆในหน่วยไมครอน
4. วัสดุหลากหลาย จากที่ยกต้องอย่างเครื่องพิมพ์สามารถพิมพ์ด้วยวัสดุที่หลากหลาย

ลูกค้า: บริษัท ธัญญ่าแจ่มจ้า จำกัด

ลูกค้า: บริษัท ธัญญ่าแจ่มจ้า จำกัด

ขอขอบคุณ บริษัท ธัญญ่าแจ่มจ้า จำกัด
ที่อุดหนุนเครื่องพิมพ์สามมิติ Form2 ครบชุดไปใช้ในการผลิตป้ายโฆษณาให้มีคุณภาพดียิ่่งขึ้น

3D Printer: Form2Form CureForm Wash

FastFabb ที่หนึ่งคุณภาพงานพิมพ์ 3D

FastFabb ที่หนึ่งคุณภาพงานพิมพ์ 3D

ขอแนะนำบริการพิมพ์ 3มิติครบวงจร ของ FastFabb โดยบริษัทรับทำตั้งแต่สร้างไฟล์ 3มิติ หรือ สแกนงาน 3มิติ / พิมพ์ชิ้นงาน 3มิติ / ขัดแต่งชิ้นงาน เก็บความเรียบร้อย โดยเครื่องพิมพ์ที่เลือกใช้จะเป็นระบบเรซิ่น SLA/DLP มีทีมงานที่เชี่ยวชาญเรื่องไฟล์ 3มิติ
– สร้างไฟล์ 3มิติ หรือ สแกนงาน 3มิติ
– พิมพ์ชิ้นงาน 3มิติ
– ขัดแต่งชิ้นงาน เก็บความเรียบร้อย
– พิมพ์ชิ้นเดียว หรือ สั่งผลิตแบบมีจำนวนได้
– มีบริการลงสี

เครื่องที่บริษัทใช้
DWS — เครื่องเกรดอุตสาหกรรมจาก Italy
Kings SLA 600Pro — เครื่องพิมพ์ SLA ขนาดใหญ่ 600*600*400mm
Form2 — เครื่องพิมพ์ยอดนิยมจาก USA
Milkshake 3D — เครื่องพิมพ์ DLP คุณภาพดี ในราคาประหยัด
EinScan Pro+ — เครื่องสแกน 3มิติ

ช่องทางติดต่อ
website : http://www.fastfabb.com
Facebook : http://www.facebook.com/fastfabb
Instagram : @Fastfabb
Email : sales@fastfabb.com
Tel : 086-774-4662

การอบรม Formlabs Partner Certification Program

การอบรม Formlabs Partner Certification Program

เพื่อเป็นการเพิ่มความสามารถในการบริการ และให้ความรู้แก่ลูกค้าอย่างเต็มที่  Print3dd เราได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปฝึกอบรมเทคนิคต่าง ๆ ในการใช้งานเครื่อง Form2 ทั้งตัวเครื่อง ซอฟแวร์ วัสดุพิมพ์ รวมถึงการซ่อมบำรุง ณ สำนักงาน Formlabs ในเมือง Shenzhen ประเทศจีน เป็นเวลา 2 วัน โดยเจ้าหน้าที่จะได้นำความรู้มาช่วยเหลือลูกค้าให้สามารถผลิตงานออกมาให้ได้สมบูรณ์ที่สุด  คุ้มค่าการลงทุนที่สุด

Form Cure มินิรีวิว เครื่องอบ UV อัตโนมัติ

Form Cure มินิรีวิว เครื่องอบ UV อัตโนมัติ

จากบทความที่แล้วที่เราพูดถึง แกะกล่องและรีวิว Form2
เรามาต่อกันที่ Form Cure เป็น Process สุดท้ายของระบบเรซิ่น ตามหลักแล้วชิ้นงานที่ขึ้นจากเครื่องพิมพ์ระบบ SLA/DLP นั้นโมเดลที่ได้จะยังไม่แข็งแรง 100% พันธะของโพลิเมอร์จะถูกสร้างประมาณ 50-70% (ขอพูดว่า Bond แล้วกันนะครับ) เวลาพิมพ์เสร็จหรือล้างเสร็จหากใครเคยใช้ จะรู้ว่างานยังนิ่มๆ+เหนียวๆอยู่ เหมือนดินเหนียวแห้งๆ หากต้องการให้ Bond แข็งแรงขึ้นก็ต้องอบ UV (หรือตากแดดเลยก็ได้ เพราะในแดดก็มี UV เหมือนกัน) ชิ้นงานที่อบ UV เสร็จจะสร้าง Bond สมบูรณ์ขึ้น แข็งแรงขึ้น

หมายเหตุ  Form Cure ต้องซื้อเพิ่ม หากไม่ซื้อก็ไม่เป็นไรสามารถใช้ Form2 ไปตามปกติ // กรณีหลังจากล้างชิ้นงานเสร็จ ชิ้นงานแห้งดีแล้ว เราสามารถเอาไปตากแดดก็ได้ หรือ หาหลอดไฟ UV เปิดส่องชิ้นงานก็ได้ หาซื้อได้ทั่วไป อีกอันที่คนนิยมใช้คือเครื่องอบเล็บ (เวลาสาวๆไปทำเล็บ จะมีเครื่องฉาย UV ให้เล็บแห้ง)

Set Up เบื้องต้น
การติดตั้งเบื้องต้นของเครื่องนี้ง่ายครับ แกะกล่อง เอาจานหมุนใส่ในเครื่อง เสียบปลั๊กและใช้ได้เลย หลักการทำงานของเครื่องมีอยู่ด้วยกัน 3ส่วน อุ่น-ฉาย-หมุน คือ เครื่องสามารถทำความร้อนได้ เมื่อความร้อนถึงระดับเครื่องจะเริ่มทำงาน โดยจะหมุนชิ้นงานเราไปเรื่อยๆบนถาดหมุน โดยในตัวเครื่องจะ LED UV 405nm อยู่ 13 ตำแหน่ง ชิ้นงานก็จะถูกส่องแสงไปเรื่อยๆทำให้ชิ้นงานสร้าง Bond ได้เต็มที่

ตั้งอุณหภูมิ และ เวลา
เรซิ่นแต่ละชนิดใช้เวลาในการสร้าง Bond ไม่เหมือนกันโดยเราสามารถ Set ค่าดังกล่าวได้ที่เครื่อง Form Cure โดยเวลาสามารถตั้งได้ระหว่าง 1-990นาที ส่วนอุณหภูมิสามารถตั้งได้ระหว่าง 35-80c เช่น Resin Standard Grey ควรใช้เวลา 30นาที ด้วยอุณหภูมิ 60c เป็นต้น
การตั้งค่า เวลา และ อุณหภูมิสำหรับเรซิ่นชนิดต่างๆ สามารถดูข้อมูลโดยตรงได้จากทาง Formlabs หรือ จาก >>Guide Line การตั้งอุณหภูมิ และ เวลา<< 

Form Cure Specification

Dimensions
26.2 x 26.2 x 34.0 cm
10.3 x 10.3 x 13.4 in
Height when open: 64 cm (25.2 in)
Weight
5.6 kg
12.4 lbs
Turntable Diameter
19.3 cm
7.6 in
Maximum Part Height
18.5 cm (7.28 in)
Operating Temperature
Suggested 18—28 °C
Suggested 64—82 °F
Maximum Cure Chamber Temperature
80 °C
176 °F
Light Source
13 multi-directional LEDs
LED Power
LED Radiant Power
39 W
9.1 W
LED Wavelength
405 nm
Power Requirements
90–240 V
6.0 A 50/60 Hz
144 W

อ่านเพิ่มเติม
แกะกล่อง+รีวิว Form2
มินิรีวิว Form Wash

ประติมากรรม 4.0 กับ เทคโนโลยี 3D Scanner/Printer ตอน2/2 เครื่องพิมพ์3มิติ

ประติมากรรม 4.0 กับ เทคโนโลยี 3D Scanner/Printer ตอน2/2 เครื่องพิมพ์3มิติ
ประติมากรรม 4.0 กับ เทคโนโลยี 3D Scanner/Printer ตอน1/2 เครื่องสแกน 3มิติ
ประติมากรรม 4.0 กับ เทคโนโลยี 3D Scanner/Printer ตอน2/2 เครื่องพิมพ์ 3มิติ

จากความเดิมตอนที่แล้วเราว่ากันเรื่องการสแกนเนอร์ 3มิติ คราวนี้เรามาต่อกันในส่วนที่สอง เมื่อเราได้ไฟล์ที่สแกนแล้วเราสามารถนำมาพิมพ์ต่อด้วยเครื่อง 3D Printer โดยการใช้ 3D Printer นั้นช่วยลดเวลาในการผลิตชิ้นงาน

ข้อดีของการประยุกต์ 3D Printer กับงานประติมากรรม 4.0
1. สร้างชิ้นงานได้หลากหลาย ในต้นทุนที่ต่ำกว่า ไม่มีจำนวนขั้นต่ำในการผลิต
2. นำมาใช้รวมกับเครื่องสแกน 3มิติ (3D Scanner ถอดแบบ >> พิมพ์ขนาดใหญ่ขึ้น หรือ เล็กลงได้)
3. สามารถพิมพ์ชิ้นงานเล็กมากๆ หรือ ใหญ่มากๆ ได้
4. งานที่ได้มีความสมมาตร ได้สัดส่วน แน่นอนมากกว่าการปั้นมือ

สร้างชิ้นงานได้หลากหลาย ทุนต่ำ ไม่ต้องมีการผลิตขั้นต่ำ
เนื่องการสร้างชิ้นงาน จาก 3D Printer ไม่ต้องสร้างโมลฉีด จึงไม่ต้องมีต้นทุนในการสร้างโมล ชิ้นงานที่พิมพ์ออกมานั้นไม่จำเป็นต้องเป็นแบบเดียวกัน สร้างอิสระในการออกแบบชิ้นงานได้ อีกทั้งสามารถสร้างชิ้นงานที่มีความสลับซับซ้อนมากได้ (มีส่วน undercut) ต้นทุนในการพิมพ์เฉลียของระบบเส้นอยู่ที่ 0.7-1บาท/กรัม และระบบเรซิ่นอยู่ที่ 3-10บาท/กรัม เช่นการพิมพ์ชิ้นงาน สูง 15cm มีต้นทุนในการพิมพ์ไม่เกิน 200บาท เป็นต้น

ใช้งานร่วมกับ 3D Scanner ได้ดี
หากเปรียบแล้วเครื่อง 3D Scanner เปรียบเหมือนกล้องถ่ายภาพ เครื่อง 3D Printer เหมือนเครื่องพิมพ์ การสแกนเป็นการถอดแบบออกมาในรูปแบบ Digital ไฟล์ที่ได้สามารถนำไปแต่งต่อ หรือ เอาไปพิมพ์เลยก็ได้

สแกนแล้วพิมพ์ องค์ใหญ่สุดเป็นแบบจากการปั้นมือ ชิ้นสีขายเป็นการพิมพ์จากเครื่องระบบเส้น (FDM/FFF) องค์เล็กเป็นการพิมพ์จากระบบเรซิ่น (DLP/SLA)
ตัวอย่างแสดงภาพรวมการย่องาน ประยุกต์ 3D Printer กับ 3D Scanner 1.ชิ้นงานจริงขนาด 80cm 2. พ่นสเปร์ยแป้งเพื่อให้ได้งานสแกนที่ดีขึ้น 3.ไฟล์ที่ได้จากการสแกน 4. เอาไฟล์ที่ได้มาพิมพ์ให้เล็กลง

เครื่อง 3D Printer มีความหลากหลาย
– SLA 3D Printer ไว้พิมพ์งานเล็กๆ 1-15cm   ระบบนี้จะละเอียดที่สุดงานดีสุด (Industrial SLA ที่พิมพ์ได้ขนาดใหญ่ๆ ถึง 100cm สามารถดูได้ที่นี่)
หมายเหตุ เครื่องที่ใช้ใน Video เป็นรุ่น Formlabs Form2

– 3D Pritner FFF/FDM ระบบเส้น
หมายเหตุ เครื่องที่ใช้ใน Video เป็นรุ่น Flashforge Guider2
– CNC กัดโฟม

นำไฟล์ที่สแกน ไปกัด CNC สามารถสร้างชิ้นงานขนาดใหญ่ได้ ( Credit mgronline.com)

Form Wash มินิรีวิว เครื่องล้างเรซิ่นอัตโนมัติ

Form Wash มินิรีวิว เครื่องล้างเรซิ่นอัตโนมัติ

จากบทความที่แล้วที่เราพูดถึง แกะกล่องและรีวิว Form2
คราวนี้เรามาดูเฉพาะ Form Wash กันบ้างครับ Form Wash เครื่องช่วยล้างชิ้นงานอัตโนมัติ การทำงานหลักๆคือ ตั้งเวลาปั่นน้ำแอลกอฮอล์(IPA)ที่ใช้ล้าง และ ยก-จุ่มชิ้นงานลงในเครื่องอัตโนมัติ เมื่อใส่ชิ้นงานลงไปในเครื่อง เครื่องจะปั่นแอลกอฮอล์ล้างเรซิ่นส่วนที่เหลือ เมื่อปั่นเสร็จ เครื่องจะยกชิ้นงานขี้นมาเองอัตโนมัติ เป็นการตากชิ้นงานให้ IPA หยดและระเหยออกไป หลังล้างเสร็จควรทิ้งชิ้นงานให้แห้งขั้นต่ำ 30 นาที
หมายเหตุ Form Wash ขายแยกกับ Form2 // สำหรับคนที่ซื้อเฉพาะ Form2 สามารถใช้ได้ปกติเลย สามารถล้างได้ด้วย Finish Kit ที่แถมมากับตัวเครื่อง Form2

Setup เบื้องต้น
แกะเครื่องออกจากกล่อง เติ่ม ISOPROPYL ALCOHOL(IPA)-ไอโซโพรพิล แอลกอฮอล์ ลงในถังโดยจะใช้ไซฟ่อนที่แถมมากับเครื่องก็ได้ จะมีขีดบอกอยู่ว่าเราควรเพิ่ม IPA ถึงระดับไหน ปริมาตรเรซิ่นที่ใช้เติมประมาณ 8 ลิตร ตัวเครื่องจะมาพร้อม Hydrometer, แหนบ, ตัวแซะชิ้นงาน, คีมตัดชิ้นงาน, ไซฟ่อน, คู่มือการใช้งานเครื่อง
>>สามารถอ่านรายละเอียดการใช้งาน Form Wash ได้ที่นี่<< 

หมายเหตุ IPA สามารถหาซื้อได้ทั่วไป เป็นแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่ง / เคยลองใช้เมทิลแอลกอฮอล์ปรากฏว่าล้างได้ไม่ดีเท่า IPA

ในภาพเป็นการเท IPA ลงในเครื่องโดยตรง จริงๆใช่ไซฟ่อนที่แถมมาก็สะดวกดี

ตั้งเวลาปั้น IPA
เรซิ่นแต่ละตัวใช้เวลาล้างไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับชนิด,ขนาด และความซับซ้อนของชิ้นงาน โดยเครื่องสามารถตั้งเวลาในการล้างได้ตั้งแต่ 1-180นาที (ส่วนตัวที่ใช้จะตั้งเวลาที่ 15นาทีตลอด หากดูแล้วยังไม่สะอาดพอ ผมก็จะล้างเพิ่มอีกรอบ 15นาที) สามารถดูระยะเวลาในการปั่น IPA >>ตาม Guideline นี้ครับ<<

ยก-จุ่มชิ้นงานลงเครื่องอัตโนมัติ
เมื่อตั้งเวลาเสร็จแล้วกดเริ่มทำงาน เครื่องจะยกตะแกรงล้างขี้นมาให้อัตโนมัติ เราสามารถใส่ชิ้นงานที่เพิ่งพิมพ์เสร็จลงในตะแกรง หรือ หากชิ้นงานยังอยู่ที่ Build Platform เราสามารถล้างตั้ง Build Platform ได้เลย (เหมือนใน Video เป็นการพิมพ์ขนาดใหญ่ที่สุดของเครื่อง) กด “Start” เครื่องจะนำชิ้นงานจุ่มลงในเครื่อง และปั่นให้อัตโนมัติตามเวลาที่เราตั้งไว้ เมื่อปั่นจนเสร็จเครื่องจะยกชิ้นงานขึ้นมาให้อัตโนมัติ (เราไม่ต้องเลอะเทอะกับ IPA เลย)

เมื่อพิมพ์ออกมา ชิ้นงานจะยังเปื้อนน้ำเรซิ่นอยู่ ต้องทำการล้างออก
ล้างเรซิ่นออกชิ้นงานจะเป็นสวยอย่างงี้
งานที่เพิ่งพิมพ์เสร็จ
งานที่ล้างเสร็จแล้ว

Form Wash Specification
Dimensions 26.2 x 29.3 x 34.0 cm
10.3 x 11.5 x 13.4 in
Height when open: 64 cm (25.2 in)

Weight 6.7 kg
14.5 lbs

Bucket Volume 8.6 L of IPA to fill bucket
Maximum Part Size 14.5 × 14.5 × 17.5 cm
5.7 x 5.7 x 6.9 in
Suggested Operating Environment Suggested 18—28 °C
Suggested 64—82 °F
Agitation Method Magnetically coupled impeller
Included Accessories
Wash Bucket
Wash Basket
Hydrometer
Siphon Pump
Part Removal Tool
Scraper
Tweezers
Flush Cutters
Power Requirements 90–240 V
2.0 A 50/60 Hz
50 W

อ่านเพิ่มเติม
แกะกล่อง+รีวิว Form2
มินิรีวิว Form Cure

แกะกล่อง+รีวิว Form2 / Form Wash / Form Cure

แกะกล่อง+รีวิว  Form2 / Form Wash / Form Cure

หากถามถึงเครื่องพิมพ์ ระบบเรซิ่น น้อยคนจะไม่รู้จักเครื่อง Form2 จาก Formlabs บทความนี้เราจะมาแกะกล่องเครื่อง Form2 เครื่องพิมพ์ 3มิติขึ้นรูปจากน้ำเรซิ่น SLA, Form Wash เครื่องล้างชิ้นงานที่พิมพ์เสร็จ, Form Cure เครื่องอบชิ้นงานด้วยแสง UV ทำให้ชิ้นงานแข็งแรง คงรูป

สรุปเครื่องอย่างง่ายๆ

Form2 เครื่องพิมพ์ ขึ้นรูปชิ้นงานด้วยการกวาดเลเซอร์ ลงบนน้ำยาเรซิ่น ทำให้ชิ้นงานที่ออกสวย ละเอียด (เนื่องจากจุดของแสงเลเซอร์เล็กมาก) ที่สำคัญที่สุดเครื่องนี้มีเรซิ่นให้เลือกหลากหลาย เช่น Standard Resin เน้นความสวยงาม และราคาประหยัด, Flexible Resin ชิ้นงานที่พิมพ์ออกมามีความยืดหยุ่น คล้ายยาง, Tough Resin ชิ้นงานที่ได้ออกมาจะมีความแข็งแรงสูง สามารถนำไปใช้งานเชิงกล เจาะสง่าน ขันสกูร ใช้งานเชิงกลได้, Wax Cast Resin เพื่อพิมพ์แล้วสามารถเอาไปหล่อโลหะได้ เหมาะกับการทำงานเครื่องประดับ Jewelry , Dental Model Resin เรซิ่นที่ไว้พิมพ์ชิ้นงานทางทันตกรรมได้

Form Wash (ซื้อเพิ่ม) เครื่องล้างทำความสะอาดชิ้นงานอัตโนมัติ สามารถตั้งเวลาได้ ทำงานโดยเราใส่ ไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ (IPA) ลงในเครื่อง แล้วตั้งเวลาการทำงาน เครื่องจะจุ่มชิ้นงานลงใน IPA และจะมีมอเตอร์ปั่นให้แอลกอฮอล์ล้างชิ้นงานอัตโนมัติ เมื่อล้างเสร็จเครื่องดึงชิ้นงานมาสะเด็ดน้ำ IPA อัตโนมิต ลดเวลาการทำงานและความสกปรก เลอะเทอะ

Form Cure (ซื้อเพิ่ม) เครื่องอบ UV สามารถตั้งเวลาและอุณหภูมิได้ เมื่อล้างชิ้นงานเสร็จ สามารถเอาชิ้นงานเข้ามาในเครื่องอบ UV นี้ ทำให้ชิ้นงานแข็งแรงและสร้าง Bond สมบูรณ์ขึ้น (เมื่อพิมพ์เสร็จชิ้นงานที่ขึ้นรูปจากแสงเลเซอร์จะคงตัวหรือมีพันธะที่ 50-70% จึงควรเอามาอบ UV ให้ชิ้นงานสร้าง Bond เต็มที)

รูปแสดง Form2, Form Wash, Form Cure ตามลำดับ

จำเป็นต้องมี Form Wash กับ Form Cure หรือไม่?
ตอบว่าไม่จำเป็นต้องซื้อ Form Wash หรือ Form Cure ก็สามารถทำงานได้ปกติ การซื้อมีสองเครื่องดังกล่าวจะช่วยทุ่นแรง และ ทำให้การทำงานง่ายขึ้น // หากไม่มี Wash และ Cure เราก็สามารถใช้ชุด Finish Kit ที่แถมมากับเครื่องได้ เมื่อล้างเสร็จก็สามารถใช้หลอด UV ทั่วไปในการอบชิ้นงานได้เช่นกัน

แกะกล่อง
เครื่อง Form 2, Wash, Cure แพคมาค่อนข้างดีมีโฟมปิดหัว-ท้าย เครื่องมีนน.ไม่มากนักหากเทียบกับเครื่องยี่ห้ออื่นๆ
Form2 ในกล่องประกอบด้วย Quick Guide, สายไฟ, Resin Tank, Build Platform, สาย USB, แหวนปรับระดับฐาน 2 แผ่น (Finish แยกกล่องมาต่างหาก)
Form Wash ในกล่องประกอบด้วย Quick Guider, สายไฟ+ Adapter , ลูกลอยวัดความเข้มข้น IPA, เกรียง, ตัวแซะชิ้นงาน, แหนบ และ คีมตัดชิ้นงาน
Form Cure ในกล่องประกอบด้วย Quick Guider, สายไฟ+ Adapter , จานหมุน

ติดตั้งเครื่อง Form 2 ปรับระดับ การติดตั้งการใช้งานเบื้องต้น

เมื่อแกะออกจากกล่อง ควรตั้งเครื่องบนโต๊ะหรือชั้นที่แข็งแรงไม่โยกเยก เมื่อวางในตำแหน่งที่ใช้งาน ให้เราเปิดฝาเครื่อง(ส่วนที่เป็นอะคลีลิกสีส้ม) บนนั้นจะมีถาดพลาสติกสีดำปิดส่วนกระจกหน้าต่างอยู่ ให้เอาถาดสีดำดังกล่าวออกก่อนเสียบปลั๊กไฟ (หากไม่เอาออก มอเตอร์จะชน ถาดสีดำส่วนนี้) ส่วนนี้มีจุดที่ต้องระวังคือ กระจกด้านใต้ถาดดำ ส่วนนี้สำคัญมากพยายามอย่าให้มีฝุ่นลง หรือเอานิ้วไปสัมผัส เพราะเป็นส่วนที่แสงเลเซอร์จะยิ่งขึ้นมาที่จุดนี้ หากกระจกดังกล่าวมัวด้วยสาเหตุใดก็ตาม จะทำให้ชิ้นงานไม่สวยตามไปด้วย จากนั้นเสียบปลั๊กไฟ เครื่องจะทำการบูตขึ้นเองอัตโนมัติ ที่หน้าจอสัมผัส ให้กดไปที่ icon รูปตัวเครื่องจะแสดงสถานะของเครื่อง ว่าใช้ถาดเรซิ่นอะไรอยู่, ใช้น้ำยาเรซิ่นตัวไหนอยู่ (ซึ่งขณะนี้เราเพิ่งเปิดใช้งาน ส่วนนี้จึงขี้นสถานะว่าไม่มีถาด ไม่มีเรซิ่น)

Printer leveling บอกระดับน้ำของเครื่อง
4 จุดใต้เครื่องสำหรับปรับระดับน้ำ

ให้เรากดไปยังเมนู Printer Leveling เมื่อกด จะมีกราฟิกแสดงระดับของเครื่องพิมพ์คล้ายระดับน้ำ ให้เราใช้แผ่นแหวนปรับระดับ หมุนฐานให้ได้ระดับ ดังใน Video ระดับน้ำมีความสำคัญมากกับเครื่องระบบ SLA ครับเนื่องจากสารตั้งต้นเป็นของเหลวหากระดับไม่ได้ จะทำให้ Sensor วัดระดับเรซิ่นทำงานผิดปกติ และ อาจจะส่งผลกับงานพิมพ์ที่ได้ออกมา ดังนั้นหากมีการเปลี่ยนตำแหน่งที่ตั้งของเครื่องควรจะปรับระดับ Printer leveling ใหม่อีกครั้ง 🙂
หมายเหตุ การเปิดเครื่องใช้ครั้งแรก หรือ พิมพ์ชิ้นงานครั้งแรก Software อาจจะแจ้งเตือนให้เรา update firmware เป็นตัวใหม่ล่าสุด

ใส่ถาดเรซิ่น (Resin Tank)

เมื่อปรับระดับฐานเสร็จ มาถึงการใช้ถาดน้ำยาเรซิ่น Resin Tank ถาดใส่เรซิ่นถูกออกแบบมาให้ใช้กับเรซิ่นหนึ่งๆเท่านั้น โดยเรซิ่นแต่ละอันจะมี Chip เป็นของตัวเอง เช่น หากเราใช้ Resin Tank กับน้ำยา Resin Standard Grey แล้วถาดนั้นๆจะถูกบันทึกลงไปใน Chip ว่าถาดเรซิ่นนี้ได้ใส่เรซิ่นสีเทาลงไปแล้ว ซึ่งก็เป็นข้อดีและข้อเสียในเวลาเดียวกัน ข้อดีคือ เรซิ่นใครก็ถาดของเรซิ่นนั้นๆไปเลย ง่ายต่อการจัดการ ไม่ปะปน ข้อเสียคือ จะเปลืองถาดเรซิ่น หากใช้น้ำยาเรซิ่นหลายตัว (ตัวอย่างที่เราเทส เราใช้ Standard Clear, Standard Grey, Wax Cast และ Flexible จึงต้องใช้ถาดน้ำยาจำนวน 4 ถาด)

เมื่อแกะกล่องถาดน้ำยา Resin Tank ออกมา แกะซีลพลาสติกออก ถาดจะแบ่งเป็น 3 ส่วนประกอบสำคัญ คือ ตัวถาดเองพื้นเป็นอะคลีลิกใส ขอบทุกด้านเป็นสีส้มกันแสง UV, ส่วนที่เป็นไม้ปาดเรซิ่น และส่วนสุดท้ายคือฝาปิดสีดำ ข้อระวังมีดังนี้เมื่อแกะซีลพลาสติกออก ให้ระวังอย่าเอานิ้วไปสัมผัสส่วนก้นถาด ก้นถาดเป็นส่วนให้เลเซอร์วิ่งผ่าน ไม่ควรให้มัวด้วยประการใดทั้งปวง อีกข้อคือให้เก็บฝาปิดสีดำไว้อย่าทิ้งเพราะจะได้ใช้อีกเวลาเก็บถาดเรซิ่น ใช้ปิดฝาถาดนั้นๆ (สามารถวางต่อกันเป็นชั้นๆได้)

ระวังอย่างลืมใส่ ไม้ปาดเรซิ่น
ฝาของเครื่องอย่าทิ้ง ใช้เอามาปิดและเก็บถาดเรซิ่นเป็นชั้นๆ

เวลาใส่ Resin Tank ให้มั่นใจว่าได้ใส่ถูกข้าง ใส่ให้ตรงร่องสี่ร่อง และดันเข้าไปในตัวเครื่องจะได้ยินเสียงกึก เข้าที่ อย่าลืมใส่ไม้ปาดเรซิ่น ใส่ให้ตรงร่องเช่นกัน และดันเข้าตัวเครื่อง // เครื่องจะขึ้นสถานะ “Resin Tank Inserted” เครืองจะเริ่มทำความร้อนที่ถาดให้ได้อุณหภูมิ 30-35c อัตโนมัติ (อุณหภูมิที่เหมาะในการพิมพ์)

ใส่ขวดเรซิ่น (Resin Cartridge)

เมื่อติดตั้งเครื่อง Formlabs Form2 พร้อมใส่ถาดเรซิ่นแล้ว ขั้นตอนต่อมาเป็นการใส่ขวดน้ำยา ตัวขวดจะมีลักษระเป็นทรงเหลี่ยมมีระบุว่าเป็นเรซิ่นชนิดใด lot ที่เท่าไหร่ ด้านบนมีฝาขวด ให้เปิดต่อเมื่อจะสั่งพิมพ์ ให้ปิดเมื่อต้องการเก็บ/ไม่ได้ใช้เรซิ่น(เปิดไว้แต่ไม่ใช้ จะทำให้เรซิ่นสัมผัสอากาศทำให้อายุการเก็บน้อยลง) ด้านล่างของขวดเรซิ่นจะมีพลาสติกสีเหลืองปิดช่องไหลออกของน้ำเรซิ่น ให้เอาออก จะสั่งเกตุที่ใกล้ๆกันจะมี Chip อยู่โดย Chip นี้จะถูกอ่านโดยเครื่องทำให้เครื่อง Form2 รู้ว่าเรซิ่นในขวดดังกล่าวคืออะไร เครื่องยังรู้อีกว่าเหลือเรซิ่นอยู่จำนวนเท่าไหร่

เมื่อเปิดกล่องแกะซีลออก ให้เขย่าขวดเรซิ่นก่อน ส่วนตัวเขย่าประมาณ 2-3 นาที (ไม่ได้มีเขียนไว้ให้เขย่านานเท่าไหร่) จากนั้นให้ดึงแถบพลาสติกสีเหลืองใต้ขวดพลาสติกออก เสียบขวดพลาสติกที่หลังเครื่อง และกดเปิดฝาขวดพลาสติก เมื่อใส่ขวดพลาสติกเรียบร้อย เครื่องจะรู้ว่าเราใส่เรซิ่นชนิดไหนเข้าไป

ใส่ขวดเรซิ่นที่ด้านหลังของเครื่อง
เมื่อใส่ขวดเรซิ่นเครื่อง จะแสดงสถานะ ชนิดของเรซิ่นบนเครื่อง

หมายเหตุ เครื่องอาจจะ Detect ไม่เจอขวดเรซิ่นของเรา ให้ลองถูๆ โดยใช้ยางลบ หรือ กระดาษทราบละเอียด ถูๆที่ Chip ของขวดเรซิ่น

การใช้งาน Software Preform

Software ที่ให้มากับเครื่องชื่อ Preform ทำมาค่อนข้างดี User Friendly คือเรียบง่ายมีปุ่มให้เลือกไม่มากนัก แต่ยังพอสามารถให้เราปรับแต่งได้บ้างโดยเฉพาะในส่วน Support
โดยฟังก์ชั่นการทำงานหลักๆมีดังนี้
Size ไอคอนบนสุดซ้ายมือ เป็นเครื่องมือในการปรับขนาดของชิ้นงาน เราสามารถปรับโดยลางเมาส์ หรือ พิมพ์เป็นตัวเลขใส่ลงไปก็ได้

Size เป็นเครื่องในการปรับขนาด ชิ้นงานที่พิมพ์

One Click Print ไอคอนที่สองซ้ายมือ กดคลิ๊กเดี่ยวจัดการไฟล์ให้พร้อมพิมพ์ Auto ให้ทั้งการจัด Orientation และ Support

Orientation ไอคอนทีสามซ้ายมือ เป็นเครื่องมือไว้หมุนชิ้นงานในแกนต่างๆ เลือกระนาบในการพิมพ์ชิ้นงาน

Orientation เป็นเครื่องมือในการหมุนชิ้นงาน

Support ไอคอนทีสี่ซ้ายมือ เป็นเครื่องมือที่ต้องใช้บ่อยที่สุด เป็นหัวใจการพิมพ์ชิ้นงานให้สวย ประหยัด และให้แกะง่าย สามารถให้เครื่องสร้าง Auto ได้ แต่หากจะให้ดีจริงเราควรปรับแต่งเองบ้าง (การปรับแต่งเป็นศาสตร์และศิลป์อย่างหนึ่ง ไม่มีหลักตายตัว บางคนชอบ Support เล็กๆถี่ บางคนชอบ Support ใหญ่หน่อยแต่ถี่น้อยกว่า)

Support หัวใจสำคัญของ Preform เป็นเครืองมือในการสร้าง โครงสร้าง Support สามารถปรับแต่งได้ตามต้องการ

Layout ไอคอนที่ห้าซ้ายมือ เป็นเครื่องมือจัดการ Layout โดยเมื่อ Click Software จะทำการเรียงงานพิมพ์ให้อัตโนมัติ รวมถึงมีเครื่องเพิ่มชิ้นงที่เราจะพิมพ์ เช่นอยากจะพิมพ์งานชิ้นนี้จำนวน 3 ชิ้น ก็สามารถทำได้

Layout เป็นเครื่องมือในการ จัดวางชิ้นงาน เพิ่มจำนวนในการพิมพ์ชิ้นงาน (Duplicate)

Start a Print ไอคอนสุดท้าย ให้เราเลือกเครื่อง และ upload ไฟล์ เพื่อเริ่มพิมพ์

Start a print เป็นคำสั่งในการเลือกเครื่อง และ upload ไฟล์ไปยังเครื่อง

หมายเหตุ สำหรับการพิมพ์งานโมเดลใหญ่ๆ ควรจะทำให้กลวง และเจาะรู เพื่อประหยัด ไม่ต้องใช้น้ำยาเรซิ่นเยอะ อาจจะดูบทความนี้เพื่อประโยชน์ของท่านเอง >>เทคนิคประหยัดเรซิ่นกว่า 50% ในการพิมพ์ DLP/SLA 3D Printer<<

งานที่ได้จากการพิมพ์

งานที่ได้จากการพิมพ์ พูดได้ว่าน่าประทับใจ แม้จะไม่ได้สวยกริบเหมือนเครื่องระดับอุตสาหกรรม งานที่ได้จาก Form2 ก็ถือว่าสวยเนียน ที่สำคัญมากที่สุดคือ งานที่พิมพ์แทบจะไม่เคยเสียเลย หากไม่ได้เกิดจากการ Set ค่าผิดหรือตั้ง Support น้อยเกินไป เครื่องสร้างออกมาได้ดี Software ฉลาด User Friendly

จะสังเกตุว่าประมาณ 15-20 ชั้นแรกเครื่องจะพิมพ์ช้า-ช้ามากๆ (เข้าใจว่าเป็นความตั้งใจต้องการให้งานติดกับฐานพิมพ์ เลยยิ่งเลเซอร์หลายรอบมากๆ) หลังจากพิมพ์ 15-20 ชั้นแรกเสร็จก็จะเริ่มพิมพ์ปกติแล้ว ระหว่างพิมพ์เครื่องจะมีการเติมเรซิ่นไปเรื่อยๆ จากการทดลองของเราพิมพ์ชิ้นงานเป็นสิบๆครั้ง พบว่าเวลาที่คำนวนกับเวลาที่พิมพ์จริงไม่ตรงกัน มีบวกลบเป็นหลัก ชม.

เมื่อพิมพ์ออกมา ชิ้นงานจะยังเปื้อนน้ำเรซิ่นอยู่ ต้องทำการล้างออก

เมื่อพิมพ์เสร็จ นำชิ้นงานออกจากเครื่อง เราเอาไปทำความสะอาดต่อใน Isopropyl Alcohol หรือ IPA หากใครซื้อ Form Wash เพิ่มก็สามารถใช้ได้เลย หากใครซื้อเครื่อง Form2 เฉยๆก็ใช้ Finish Kit ที่แถมมาให้กับเครื่องทำความสะอาดชิ้นงาน

 

สรุป

หากใครกำลังมองหาเครื่องพิมพ์ ระดับ Pro-sumer (ระดับระหว่าง Professional กับ Consumer) Form2 จาก Formlabs เป็นเครื่องหนึ่งที่น่าสนใจ เป็นอันดับต้นๆ เครื่องออกแบบมาดี ใช้งานง่าย คิดเผื่อให้ทุกคนใช้ได้ไม่ต้องเรียนรู้อะไรมากนัก Software ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย รวมถึงยังสามารถปรับแต่งค่าการพิมพ์ได้ เครื่องมีการน่าเชื่อถือสูง อัตราการพิมพ์สำเร็จสูง เครื่องนี้จึงเหมาะกับบุคคลธรรมดา ศิลปิน นักวิจัย และร้านที่รับจ้างพิมพ์ชิ้นงาน แม้ว่าจะราคาสูงกว่าเจ้าอื่นๆในท้องตลาด แต่คุณภาพที่ได้ถือว่าค่อนข้างคุ้มค่า

เรื่องระยะยาว Formlabs ได้วิจัยและพัฒนาเรซิ่น มีการปรับปรุงคุณภาพขึ้นมาเรื่อยๆจากไม่กี่ชนิดตอนเริ่มต้น ปัจจุบันมีมากกว่า 10 กว่าชนิด ครอบคลุมในการใช้งาน ด้านศิลปะ วิศวะกรรม ทางการแพทย์ ทางทันตกรรม ทาง Jewelry

ตัวอย่างในภาพ จะเป็นงานพิมพ์ด้วยเรซิ่นใส และ เรซิ่นยืดหยุ่น

ข้อดี
1. เครื่องสวยออกแบบมาดี ใช้งานง่าย
2. พิมพ์ได้ใหญ่ 145x145x175mm
3. โอกาสการพิมพ์สำเร็จสูง แม้ไม่เคยใช้งานมากก่อน
4. เรซิ่นให้เลือกมากมาย ครอบคลุมการใช้งานหลากหลาย
5. มีระบบเติมน้ำเรซิ่น

ข้อด้อย
1. ใช้เวลาในการพิมพ์นาน กว่าระบบ DLP

ข้อมูลอื่นๆ

มินิรีวิว Form Wash
มินิรีวิว Form Cure