พิมพ์ชิ้นงานที่มีทั้งความแข็งและยืดหยุ่นได้ด้วย Tough 1500 Resin

พิมพ์ชิ้นงานที่มีทั้งความแข็งและยืดหยุ่นได้ด้วย Tough 1500 Resin

Formlabs ได้เปิดตัวเรซินชนิดใหม่ Tough 1500 Resin สำหรับเครื่อง SLA Form 3 และ Form 2

Tough 1500 เป็นเรซินที่ให้ความแกร่ง และมีความยืดหยุ่นเมื่อดัดงอ และจะดีดกลับได้อย่างรวดเร็ว และทำซ้ำ ๆ ได้ด้วย เหมาะสำหรับต้นแบบที่ทำงานได้เหมือนจริง จิ๊กและฟิกเจอร์ และข้อต่อต่าง ๆ มันยังมีคุณสมบัติเหมือน polypropylene ในแง่ของความแกร่ง และความแข็งแรงอีกด้วย

Tough 1500 Resin เป็นเรซินที่มีความยืดหยุ่นมากที่สุดในกลุ่ม Tough และ Durable ซึ่งไม่แตกต่างกันมากภายใต้การรับแรง แต่จะแตกต่างกันชัดเจนในแง่ของ stiffness และ elongation

จะเลือกใช้ Tough 1500 ในกรณีใดบ้าง

Tough 1500 Resin ใช้งานได้ดีกับงานที่เป็นต้นแบบ และข้อต่อที่มีการบิดตัวแล้วดีดกลับบ่อย เช่นสปริง การประกบงานแบบ snap fits หรือ press fits และบานพับ

Tough 1500 Resin ยังเหมาะกับงานจิ๊กและฟิกเจอร์ ที่ต้องใช้งานอยู่ตลอดเวลา และซับแรงกระแทกได้ด้วย ด้วยคุณสมบัติที่มีความแกร่ง ความแข็งแรง และการรับแรงกระแทก ทำให้ Tough 1500 เป็นเรซินที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับแทบทุกอุตสาหกรรมการผลิต

การทำต้นแบบงาน Polypropylene ด้วย Tough 1500 Resin

Polypropylene เป็นเทอร์โมพลาสติกที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในสินค้าอุปโภคแทบทุกชนิด คุณสามารถใช้ Tough 1500 Resin จำลองความแข็งแรงของสินค้าที่จะผลิตด้วย polypropylene

ข้อมูลเชิงลึกทางเทคนิคของ Tough 1500 Resin

การประเมินลักษณะที่ดีของวัสดุ เราต้องดูที่คุณสมบัติทางด้านเทคนิคของมัน Tough 1500 Resin มีความสมดุลย์ทั้งด้าน elongation และ modulus ทำให้มันมีความยืดหยุ่นสูง และสามารถสปริงกลับไปยังตำแหน่งเดิมได้อย่างรวดเร็ว

  • Elongation เป็นการวัดว่าวัสดุนั้นสามารถดึงยืด หรือดัดงอไปได้ไกลแค่ไหน
  • Modulus เป็นการวัดความแกร่งของวัสดุว่าจะบิดงอ หรือยืดได้ง่ายแค่ไหน 

ชิ้นงานที่พิมพ์ด้วยวัสดุนี้สามารถดัดงอไปได้มาก และดีดกลับมาอยู่ในรูปเดิมได้อย่างรวดเร็ว

ข้อมูลทางเทคนิคของ Tough 1500 Resin หลังจากอบแล้ว

Ultimate Tensile Strength Tensile Modulus Elongation at Break Flexural Modulus Notched Izod
33 MPa 1500 MPa 51% 1400 MPa 67 J/m

Data was obtained from parts printed using Form 2, 100 μm and post-cured with a Form Cure for 60 minutes at 70 C.

ดาวน์โหลด Technical Data Sheet ที่นี่

 ตัวเลข 1500 ที่อยู่ในชื่อของ Tough 1500 Resin มาจากค่าของ tensile modulus (หน่วย MPa) ซึ่งจากนี้ไปหากมีการพัฒนาสูตรเรซินใหม่ ๆ Formlabs จะใช้ตัวเลขต่อจากชื่อชนิดของเรซิน ซึ่งจะช่วยให้คุณเลือกใช้วัสดุที่มีความแกร่งตามความต้องการได้ง่ายขึ้น

 

ตัวอย่างการใช้งาน Tough 1500 Resin – ตัวยึดเซ็นเซอร์ของรถเทสลา

บริบัท Unplugged Performance เป็นผู้ผลิตรถยนต์ให้เทสลา แต่เดิมพนักงานจะต้องย้ายหัวเซ็นเซอร์ในส่วนกันชน ของรถยนต์เทสลาซึ่งมีทั้งหมด 6 จุดในรถหนึ่งคัน โดนแกะจากอันเดิมซึ่งใช้เวลาประมาณ 45 นาที แล้วไปใส่อันใหม่ซึ่งใช้เวลาอีก 10 นาที เป็นการอัพเกรดรถให้ลูกค้า ทำให้การเปลี่ยนเซ็นเซอร์ของรถแต่ละคันใช้เวลาถึงหนึ่งวันครึ่ง

ตอนนี้ได้มีการใช้เครื่องพิมพ์ของ Formlabs ในการพิมพ์ตัวยึดเซ็นเซอร์ครั้งละ 30 ชิ้น ทำให้การถอด และใส่เหลือเพียงขั้นตอนเดียว ช่วยให้ทำเสร็จได้ถึงสามคันต่อวัน

Unplugged Performance ใช้ Tough 1500 Resin ในการพิมพ์ตัวจับยึดเนื่องจากมีคุณสมบัติที่เหมาะสม สามารถติดตั้งได้อย่างมั่นคง และใช้ได้กับเซ็นเซอร์หลายรุ่น และ Tough 1500 Resin ก็ยังมี impact strength สูงเหมาะจะใช้กับกันชนอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ Tough 1500 Resin ยังมีสีเทา สามารถทำชิ้นส่วนที่มองเห็นได้โดยมันจะดูกลมกลืนกับห้องโดยสารอีกด้วย

 

ป้องกัน PM 2.5 เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

ป้องกัน PM 2.5 เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

 

                    ปัจจุบันปัญหาเรื่องมลพิษเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน อากาศที่เราหายใจเข้าไปไม่ใช่อากาศที่บริสุทธิ์ เพราะมีฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่าง PM2.5 ปัญหาเรื่องนี้มีผลเสียต่อสุขภาพและมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ PM 2.5 เทียบได้ว่ามีขนาดประมาณ 1 ใน 25 ส่วนของเส้นผ่านศูนย์กลางเส้นผมมนุษย์ เล็กจนขนจมูกของมนุษย์ไม่สามารถทำหน้าที่ในการกรองฝุ่นนั้นได้ จึงแพร่กระจายเข้าสู่ทางเดินหายใจ กระแสเลือด และเข้าสู่อวัยวะอื่นๆในร่างกายได้ ตัวฝุ่นเป็นพาหะนำสารอื่นเข้ามาด้วย เช่น แคดเมียม ปรอท โลหะหนัก และสารก่อมะเร็งอื่นๆ

แนวทางการป้องกันฝุ่น PM2.5

                    การสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น โดยหน้ากากที่สามารถป้องกันฝุ่น PM2.5ได้ดีและมีประสิทธิภาพจะต้องมีลักษณะคล้ายวาล์วที่สามารถกรองอากาศซึ่งจะติดอยู่บริเวณหน้ากาก ชิ้นงานนี้เป็นวัสดุที่เป็นพลาสติกสามารถขึ้นรูปได้ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ในระบบที่เป็น SLA และ FDM

                   

 

 

 

 

 

                   ชิ้นงานประกอบด้วย 2 ส่วน ซึ่งวาดจาก Solidedge 2020 software จากนั้นทำการพิมพ์ชิ้นงานด้วยเครื่องพิมพ์ระบบ SLA ชื่อรุ่น FORM3 ซึ่งชิ้นงานเมื่อทำการตัด Support ออกแล้วก็สามารถนำมาใช้งานได้เลย

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://www.daikin.co.th/service-knowledge/pm-2-5/

 

 

 

ลูกค้า: บริษัท ซีเคซี จิวเวลรี่ จำกัด

ลูกค้า: บริษัท ซีเคซี จิวเวลรี่ จำกัด

ขอขอบคุณ บริษัท ซีเคซี จิวเวลรี่ จำกัด
ที่อุดหนุนเครื่องพิมพ์สามมิติ Form3 ครบชุดไปใช้ในการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น

3D Printer: Form3Form CureForm Wash

ความแตกต่างระหว่างเครื่อง SLA & DLP ในปี 2020

ความแตกต่างระหว่างเครื่อง SLA & DLP ในปี 2020

                    ในตลาดมีเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติหลายระบบ ทำความคุ้นเคยเกี่ยวกับความแตกต่างของแต่ละระบบเพื่ออธิบายว่าคุณคาดหวังอะไรจากการพิมพ์ซึ่งเป็นการตัดสินใจครั้งสุดท้ายกับเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับแอปพลิเคชั่นของคุณSLA (Stereolithography) และ DLP (Digital light processing) การพิมพ์ใน 2 รูปแบบนี้เป็นการพิมพ์ที่เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปสำหรับการพิมพ์เรซิ่น การพิมพ์เรซิ่นเป็นที่นิยมในการผลิตชิ้นงานที่มีความแม่นยำสูงแบบ ISOTROPIC และต้นแบบที่เป็นรูปแบบตัน และชิ้นส่วนของหลายๆวัสดุกับงานที่อาศัยความละเอียดและพื้นผิวที่เรียบในขณะที่เทคโนโลยีเหล่านี้เคยมีความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายที่สูง แต่ในปัจจุบันรูปแบบของเครื่อง SLA และ DLP ขนาดเล็ก ที่สามารถผลิตชิ้นส่วนที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรมซึ่งอยู่ในราคาที่สามารถจับต้องได้และกับความสามารถรอบด้านที่ไม่มีใครเทียบได้ด้วยวัสดุการพิมพ์ที่หลากหลายการทำงานทั้ง 2 ระบบ โดยอาศัยแหล่งกำเนิดของแสง SLA ใช้แสงเลเซอร์และ DLP ใช้โปรเจคเตอร์ สำหรับวัตถุที่มีความหนาของแต่ละชั้นบางซ้อนกันเพื่อสร้างเป็นของแข็ง ในหลักการใกล้เคียงกันมาก และ 2 เทคโนโลยีให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันในคำแนะนำนี้ จะพูดถึงรายละเอียดและเปรียบเทียบในรูปแบบของความละเอียด ความแม่นยำ ขนาดของชิ้นงานที่พิมพ์ได้ ความเร็วในการพิมพ์ ขั้นตอนในการทำงานและอีกมากมาย

SLA Printer ทำงานอย่างไร

เครื่องพิมพ์ของ SLA ประกอบด้วยถาดเรซิ่นกับฐานที่โปร่งใสและพื้นผิวที่ไม่ติด ซึ่งทำหน้าที่เป็นพื้นผิวแยกสำหรับรองรับเรซิ่นเหลวเพื่อให้ขณะพิมพ์สามารถแยกชั้นที่เกิดขึ้นใหม่ได้อย่างอ่อนโยน

                    กระบวนการการพิมพ์เริ่มจากแท่นพิมพ์ชิ้นงาน(4) เคลื่อนลงมาใกล้ถาดเรซิ่น(9) และมีระยะห่างระหว่างแท่นพิมพ์ชิ้นงานกับถาดเรซิ่นเท่ากับ Layer Height หรือที่เรียกกันว่าความละเอียดของชิ้นงาน           และด่านล่างของถาดเรซิ่น เลเซอร์จะยิงไปที่กระจก 2 บาน กัลวานอมิเตอร์กำหนดพิกัดของแสงให้ถูกต้องบนกระจก แสงส่องผ่านด้านล่างของถาดเรซิ่นและทำให้เรซิ่นชั้นนั้นๆแข็งตัวชั้นที่ถูกทำให้แข็งตัวแล้วจะแยกออกจากด้านล่างของถาดน้ำยาเรซิ่นและแท่นพิมพ์เคลื่อนที่ขึ้นเพื่อให้เรซิ่นที่เกาะอยู่ที่ตัวงานไหลลงไปที่ถาดเรซิ่นด้านล่าง การทำงานจะเป็นในลักษณะนี้จนกว่าจะปริ้นงานเสร็จ LFS (Low Force Stereolithography) เทคโนโลยี สามารถใช้งานได้ใน Form3 และ Form3L นี่คือเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติในรุ่นต่อๆไปในเครื่องพิมพ์ 3 มิติที่เป็นเทคโนโลยี LFS ในส่วนของเลนส์ประกอบไปด้วย LPU(Light Processing Unit) ภายใน LPU ตำแหน่งของกัลวานอมิเตอร์มีความหนาแน่นของเลเซอร์สูงในแกน Y ผ่านทะลุไปยังตัวกรอง และพุ่งไปยังกระจกพับได้และกระจกที่เป็นพาราโบลิกเพื่อความสม่ำเสมอในการรับแสงที่ตั้งฉากกับระนาบที่ใช้ในการสร้างงานและทำให้มั่นใจในเรื่องของความแม่นยำ การเคลื่อนที่ของ LPU ในแกน x ชิ้นงานที่ถูกพิมพ์จะหลุดออกมาจากด้านล่างของถาดเรซิ่นในส่วนที่มีความยืดหยุ่นซึ่งลดแรงอย่างมากระหว่างกระบวนการการพิมพ์

 

                    เทคโนโลยีการพิมพ์ LFS ที่ใช้แรงน้อยมากในระหว่างการพิมพ์ การใช้ถาดเรซิ่นที่มีความยืดหยุ่นและการยิงแสงที่ลักษณะเป็นเส้นตรงมีผลทำให้ได้ผิวชิ้นงานที่มีคุณภาพและความแม่นยำในการพิมพ์ นี่คือพัฒนาการของเครื่องพิมพ์ระบบ SLA ในด้านของคุณภาพพื้นผิวและความแม่นยำในการพิมพ์ แรงที่ใช้น้อยลงในการพิมพ์ทำให้ Support ของชิ้นงานแกะออกได้ง่าย และกระบวนการนี้เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการขยายความเป็นไปได้เกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้มากขึ้นสำหรับอนาคต

DLP ทำงานอย่างไร

                    การทำงานเหมือนกับ SLA  เครื่องพิมพ์ 3 มิติระบบ DLP ชิ้นงานจะถูกสร้างขึ้นรอบๆถาดเรซิ่นกับด้านล่างของถาดที่โปร่งแสงและแท่นพิมพ์ชิ้นงานเคลื่อนลงมาใกล้กับถาดเรซิ่นเพื่อสร้างชิ้นงานที่กลับหัว การทำงานของเครื่องเป็นชั้นต่อชั้นความแตกต่างระหว่างแสงที่ใช้งาน เครื่องพิมพ์ระบบ DLP ใช้โปรเจคเตอร์ในการฉายเพื่อทำให้ชิ้นงานในชั้นนั้นแข็งตัวทั้งหน้าตัดของชิ้นงาน

 

                    การประมวลผลด้วยแสง ประกอบด้วยกระจกขนาดเล็กวางลงบนชิบเซมิคอนดักเตอร์ การสลับระหว่างกระจกชิ้นเล็กๆและเลนส์ที่แสงส่องโดยตรงไปยังด้านล่างของถาดเรซิ่นหรือแผ่นระบายความร้อนกำหนดแกนที่น้ำยาเรซิ่นถูกทำให้แข็งภายในชั้นนั้นๆเพราะว่าโปรเจคเตอร์คือหน้าจอประมวลผลด้วยดิจิตอล ภาพในแต่ละชั้นประกอบด้วยหลาย pixel ผลลัพธ์ใน 3 มิติ การขึ้นรูปแต่ละชั้นจากลูกบาศก์ถูกเรียกว่า Voxel (ปริมาตรที่เล็กที่สุดที่รวมตัวกันเป็นภาพสามมิติ)

SLA VS DLP

ความละเอียด

                   ความละเอียดมีหลายค่าให้เลือกใช้มากกว่าใน spec sheet ซึ่งหน่วยพื้นฐานของ SLA และ DLP จะแตกต่างในด้านของรูปทรง สามารถทำงานที่ยากเมื่อเปรียบเทียบกับความแตกต่างของเครื่องโดยเฉพาะค่าบางค่า ในการพิมพ์งาน 3 มิติ จะมี 3 มิติให้พิจารณาเป็นหลัก 2 ระนาบ(X และ Y) และแกน Z ซึ่งจะเป็นแกนในแนวตั้งความละเอียดในแกน Z ถูกนิยามว่าเป็นความหนาของแต่ละชั้นที่ปริ้นเตอร์สามารถทำได้ เครื่องพิมพ์ 3 มิติ ระบบ SLA และ DLP สามารถทำให้ความละเอียดในแกน z มันบางลงได้มากขึ้นและผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้งานความละเอียดได้ตั้งแต่ 25-300 ไมครอน ช่วยให้นักออกแบบปรับสมดุลระหว่างรายละเอียดและความเร็วได้

 

                    ในการพิมพ์ระบบ DLP แกน XY จะถูกกำหนดด้วยขนาดของ pixel ซึ่งเป็นลักษณะเล็กมากๆที่โปรเจคเตอร์สามารถทำได้ภายในหนึ่งชั้น สิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับความละเอียดของโปรเจคเตอร์ ส่วนใหญ่จะเลือกใช้เป็น HP(1080P) สรุปว่า เครื่องพิมพ์ระบบ DLP ได้มีการแก้ไขความละเอียด XY ซึ่งโดยปกติอยู่ในช่วง 35-100 ไมครอนสำหรับ เครื่องพิมพ์ระบบ SLA ความละเอียดแกน XY จะถูกรวมเข้าด้วยกันโดยดูจากขนาดจุดของเลซอร์ที่ยิงออกมา  และการเพิ่มขึ้นจะถูกควบคุมจากแสงเลเซอร์ เช่น Form3 มีขนาดของเลเซอร์เท่ากับ 85 แต่เป็นเพราะว่าเลเซอร์มีการทำงานที่เป็นเส้นตรงและเลเซอร์สามารถเคลื่อนที่ได้ทำให้ เครื่องพิมพ์สามารถที่จะพิมพ์ชิ้นงานได้ต่อเนื่องเท่าๆกันตลอดชิ้นที่ความละเอียด 25 ไมครอนในแกน XY อย่างไรก็ตาม ความละเอียดในตัวมันเองเป็นการวัดแบบกลวงๆ มันมีข้อบ่งชี้บางอย่าง แต่ไม่ได้จำเป็นสำหรับการเทียบเคียงโดยตรงกับความเที่ยงตรง ความแม่นยำ และคุณภาพการพิมพ์ 

ความเที่ยงตรงและความแม่นยำ

                    กระบวนการเติมแต่งในการพิมพ์ 3 มิติ แต่ละชั้นมีโอกาสที่จะเกิดความไม่แม่นยำ และกระบวนการขึ้นแต่ละชั้นจะส่งผลต่อความแม่นยำ ชิ้นงานถูกกำหนดให้แต่ละชั้นมีความแม่นยำและความเที่ยงตรงที่เท่ากันและความแม่นยำขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย กระบวนการพิมพ์ชิ้นงาน วัสดุ การตั้งค่าโปรแกรม ขั้นตอนสุดท้ายในกระบวนการ และอื่นๆโดยทั่วไป ทั้ง SLA และ DLP มีความแม่นยำมาก ความแตกต่างในความแม่นยำและความเที่ยงตรงดีขึ้นมากโดยที่ความแตกต่างของเครื่องพิมพ์จากหลากหลายผู้ผลิตมากกว่าความแตกต่างระหว่างเทคโนโลยีของพวกเขาในกรณีที่เพิ่งเริ่มใช้เครื่องพิมพ์ทั้ง SLA และ DLP จะใช้โปรเจคเตอร์ เลเซอร์ หรือกัลวานอมิเตอร์ และทางผู้ผลิตหลายเจ้าพยายามที่ให้ผู้ใช้งานได้รับประสิทธิภาพสูงสุดออกจากสิ่งเหล่านี้  เครื่องพิมพ์ 3 มิติระบบมืออาชีพทั้งระบบ SLA และ DLP เหมือนกับเครื่องพิมพ์ Formlabs Form3 คุณสมบัติของระบบถูกปรับตามความต้องการของลูกค้าเพื่อความมืออาชีพ

ความเที่ยงตรงและความแม่นยำ มีความสำคัญสำหรับชิ้นงาน dental splints และ surgical guides

 

                   การคาริเบทก็สำคัญเช่นเดียวกัน เกี่ยวกับโปรเจคเตอร์ DLP การผลิตจำเป็นต้องจัดการกับการกระจายของแสงที่ไม่สม่ำเสมอบนระนาบชิ้นงานและการบิดเบือนของเลนส์ พิกเซลที่อยู่ตรงกลางขนาดมีขนาดและรูปร่างไม่เท่ากับพิกเซลที่อยู่ที่ขอบ เครื่องพิมพ์ SLA ใช้แสงชนิดเดียวกับกับทุกชิ้นงานที่พิมพ์ ซึ่งหมายความว่าเหมือนตามคำจำกัดความแต่ยังคงทำการคาริเบทเพื่อตรวจสอบความผิดเพี้ยนถึงแม้ว่าเครื่องพิมพ์ 3 มิติที่คุณภาพในการพิมพ์ที่สูงและองศาของการคาริเบททำให้ผลลัพธ์แตกต่างกันอย่างกว้างขวางขึ้นอยู่กับวัสดุ น้ำยาเรซิ่นมีความแตกต่างกันซึ่งต้องปรับค่าให้เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งใช้งานได้กับบางวัสดุหรือน้ำยาเรซิ่นที่สามารถใช้งานได้กับแค่บางรุ่นเครื่องพิมพ์ความเที่ยงตรงและความแม่นยำแทบจะเป็นไปไม่ได้ในทางเทคนิคเท่านั้น ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการประเมินเครื่องพิมพ์ 3 มิติ คือการวัดขนาดชิ้นงานจริงหรือผู้ผลิตสามารถสร้างสรรค์ชิ้นงานตามความต้องการของเขาเอง

ขนาดของชิ้นงานที่ผลิตได้

                    เครื่องพิมพ์ 3 มิติระบบ DLP มีควาสัมพันธ์ระหว่างความละเอียดกับปริมาตรของชิ้นงาน ความละเอียดขึ้นอยู่กับโปรเจคเตอร์ ซึ่งสามารถกำหนดขนาดของ pixel ได้ ถ้าเคลื่อนที่โปรเจคเตอร์ให้ใกล้กับกระจกมากขึ้น pixel จะลดลงและสามารถเพิ่มความละเอียดได้แต่ขนาดของพื้นที่ชิ้นงานก็จะเล็กลงสำหรับบางผู้ผลิตวางโปรเจคเตอร์หลายๆตัวข้างๆกันหรือใช้โปรเจคเตอร์ที่มีความละเอียดสูงมาก 4K เพื่อเพิ่มปริมาตรของชิ้นงานซึ่งนำไปสู่ราคาที่สูงมากกว่าราคาเครื่องพิมพ์ที่เป็นเครื่องพิมพ์ขนาดเล็กสรุปว่าเครื่องพิมพ์ 3 มิติระบบ DLP เหมาะสำหรับการใช้งานสำหรับบางรุ่นมีขนาดที่เล็กกว่าและสามารถสร้างงานที่มีขนาดเล็กเช่นรายละเอียดของจิวเวลรี่ ในขณะที่สามารถผลิตชิ้นงานที่ใหญ่จะส่งผลในเรื่องความละเอียดที่น้อยกว่ากระบวนการพิมพ์ระบบ SLA สามารถกำหนดขนาดได้ ขนาดของชิ้นงานที่พิมพ์ได้ของ SLA Printer สามารถเลือกความละเอียดได้มากมาย ในการพิมพ์ชิ้นงานสามารถพิมพ์ชิ้นงานขนาดเท่าไรก็ได้และความะเอียดเท่าไรก็ได้และบริเวณใดก็ได้ในแท่นพิมพ์ชิ้นงาน สามารถพิมพ์ชิ้นงานที่ใหญ่และมีความละเอียดสูงหรือพิมพ์ชิ้นงานขนาดเล็กมากในจำนวนที่มากในเครื่องพิมพ์เดียวกันอุปสรรคหลักๆในการในการเพิ่มปริมาตรของชิ้นงานทั้งเครื่องพิมพ์ 3 มิติ SLA และ DLP คือแรงที่ใช้ในการดึงตัวงานออกจากฟิล์ม ในขณะที่พิมพ์ชิ้นงานที่มีขนาดใหญ่จะใช้แรงในการดึงชั้นที่แข็งตัวออกจากฟิล์มมากเทคโนโลยีการพิมพ์แบบ LFS ฟิล์มที่ยืดหยุ่นที่ถาดของเรซิ่นและลอกออกจากแท่นพิมพ์ในขณะแท่นพิมพ์เคลื่อนที่ขึ้น ซึ่งเห็นได้ชัดเลยว่าความเครียดของชิ้นงานลดลง หมายความว่าแรงที่ใช้ในการดึงชิ้นงานออกจากฟิล์มใช้น้อยลง คุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์นี้ทำให้สามารถเพิ่มปริมาตรของการพิมพ์ให้ใหญ่ขึ้นได้โดยใช้เครื่องพิมพ์ SLA (FORM3L)

 

พื้นผิวสมบูรณ์

                    เครื่องพิมพ์ระบบ SLA และ DLP ต่างสามารถสร้างชิ้นงานที่มีความเรียบของผิวชิ้นงานมากกว่าระบบการพิมพ์อื่นๆ เมื่อเราพูดถึงความแตกต่าง สามารถดูรายละเอียดจากชิ้นงานขนาดเล็กวัตถุจะสร้างชั้นจาการพิมพ์ เครื่องพิมพ์ 3 มิติสามารถพิมพ์ชิ้นงานในลักษณะชั้นที่เป็นแนวนอน อย่างไรก็ตามเพราะว่า DLP เป็นการประมวลผลแบบรูปภาพโดยการใช้ Voxel ซึ่งส่งผลกระทบกับVoxel ในแนวตั้งด้วย

เนื่องจากหน่วยเป็นสี่เหลี่ยม(Pixel) voxel มีผลกระทบต่อความโค้งของขอบ ลักษณะคล้ายคลึงกับสร้างรูปร่างคล้ายกับ lego
รูปร่างของ Voxel ที่เป็นสี่เหลี่ยมทำให้เห็นขอบที่มีความโค้ง การลบลักษณะของ voxel เมื่อปริ้นชิ้นงานออกมาเรียบร้อยแล้วต้องใช้กระดาษทรายในการขัด

 

 

   ในการพิมพ์แบบ LFS แต่ละชั้นจะชิดกันมากขึ้น ความหยาบของพื้นผิวจะลดลงทำให้พื้นผิวงานเรียบมากและชิ้นงานมีความโปร่งใสในกรณีใช้เรซิ่นชนิดใส

 

ความเร็วและผลผลิต

                    เมื่อเรานึกถึงความเร็วในการพิมพ์ เป็นสิ่งที่สำคัญมากในการพิจารณาความเร็ว ยังรวมไปถึงปริมาณงานด้วยความเร็วในการพิมพ์สำหรับระบบ SLA และ DLP ในการเปรียบเทียบทั่วไป โปรเจคเตอร์จะขึ้นรูปทั้งชั้นภายในครั้งเดียว ความเร็วในการพิมพ์ระบบ DLP นั้นเท่ากันและขึ้นอยู่กับความสูงของชิ้นงานนั้นในขณะที่เครื่องพิมพ์ SLA ใช้เลเซอร์ในการยิงลักษณะเหมือนการวาดตามรูปแบบของไฟล์งานในแต่ละชั้น ข้อดีของการพิมพ์ด้วยเครื่อง SLA เปรียบเทียบกับ DLP ความเร็วในการพิมพ์ขนาดเล็กหรืองานที่มีขนาดไม่ใหญ่มากใช้เวลาในการพิมพ์น้อยกว่า ขณะที่เครื่องพิมพ์ DLP จะพิมพ์ชิ้นงานใหญ่ได้ไวกว่า การพิมพ์ชิ้นงานตันหรือพิมพ์ชิ้นงานเต็มพื้นที่ในการพิมพ์แต่บางครั้งการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนระหว่างความละเอียดและปริมาตรงานที่พิมพ์ได้สำหรับเครื่องปริ้นระบบ DLP สำหรับเครื่องปริ้นขนาดเล็กสามารถปริ้นงานเล็กๆได้อย่างรวดเร็ว ความละเอียดสูง แต่ขนาดของชิ้นงานมีข้อจำกัด ความแตกต่างระหว่างเครื่องที่สามารถพิมพ์งานได้ขนาดใหญ่หรือปริ้นงานขนาดเล็กแต่ความละเอียดจะน้อยกว่าระบบ SLAเครื่องพิมพ์ระบบ SLA สามารถผลิตชิ้นงานจบภายในเครื่องเดียวและให้ผู้ใช้ได้มีอำนาจในการตัดสินใจในเรื่องความละเอียด ความเร็ว หรือปริมาณงาน

เครื่องพิมพ์ระบบ SLA สามารถผลิตชิ้นงานข้ามคืนได้ในกรณีการพิมพ์ชิ้นงานที่เยอะ

ขั้นตอนการทำงานและวัสดุ

                    ความเที่ยงตรงและความแม่นยำ ขั้นตอนการทำงานและวัสดุที่สามารถใช้งานได้ ส่วนใหญ่เครื่องพิมพ์ระบบ SLA และ DLP เป็นแบบเสียบแล้วสามารถใช้งานได้เลยสะดวกต่อการใส่แท่นพิมพ์และถาดเรซิ่น สำหรับบางรุ่นเรซิ่นจะไหลลงมาที่แท้งโดยอัตโนมัติ ซึ่งมีความต้องการน้อยและสะดวกสำหรับการพิมพ์ค้างคืนบางเครื่องพิมพ์มีโปรแกรมสำหรับใช้งานได้สำหรับการพิมพ์ เช่น Preform สำหรับเครื่องพิมพ์ Formlab ในขณะที่ผู้ผลิตเจ้าอื่นไม่ได้ใช้วิธีนี้ ลักษณะภายนอกแตกต่างโดยเครื่องมือภายในซอฟแวร์ ยกตัวอย่างเช่น Preform จะมีคำสั่ง One-click print ซึ่งถ้าใช้คำสั่งนี้แล้วโปรแกรมจะสามารถสร้าง Support และรูปแบบการวางอัตโนมัติ โดยฟังก์ชันนี้จะช่วยประหยัดวัสดุและเวลา โชคดีที่โปรแกรมสามารถดาวน์โหลดมาลองใช้งานฟรีก่อนที่จะซื้อเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

เรซิ่นมีมากมายหลายชนิดให้เลือกใช้

                    หนึ่งในประโยชน์ของการพิมพ์ 3 มิติระบบเรซิ่นคือความหลากหลายของวัสดุในการพิมพ์ซึ่งสามารถสร้างชิ้นงานที่มีความหลากหลายได้ เรซิ่นมีมากมายหลายสูตร วัสดุมีทั้งชนิดแข็งและนิ่ม เต็มไปด้วยวัสดุอย่างเช่นแก้วและเซรามิค หรือคุณสมบัติในด้านของการทนต่ออุณหภูมิสูงหรือทนต่อแรงกระแทกได้ดีอย่างไรก็ตาม ความแตกต่างของวัสดุขึ้นอยู่กับโมเดลที่ต้องการพิมพ์ ดังนั้นเราแนะนำว่าให้ถามกับทางผู้ผลิตก่อนที่จะมีการซื้อชิ้นงานที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์ทั้งระบบ SLA และ DLPสิ่งที่ต้องทำต่อเนื่องหลังการพิมพ์อันดับแรกชิ้นงานต้องทำการล้างโดยใช้น้ำยา IPA สำหรับการใช้งานของวัสดุไม่ว่าจะในด้านวิศวกรรมหรือชิ้นส่วนทางชีวภาพต่างก็ต้องทำการอบชิ้นงาน Formlabs ได้เสนอแนวทางแก้ไขเหล่านี้เพื่อทำให้ประหยัดเวลาในการพิมพ์สุดท้ายนี้การพิมพ์ชิ้นงานบนตัวค้ำพยุงชิ้นงานสุดท้ายและก็ต้องแกะออกจากตัวงาน เป็นขั้นตอนที่เหมือนกันทั้งระบบ SLA และ DLP เทคโนโลยีการพิมพ์ LFS 3D ช่วยลดความยุ่งยากในขั้นตอนนี้โดยที่โครงสร้างที่ใช้ในการค้ำพยุงชิ้นงานมีจุดสัมผัสของชิ้นงานค่อนข้างเล็กทำให้ง่ายต่อการแกะออกจากตัวโมเดล

ขอขอบคุณบทความจาก www.formlabs.com

 

                                                             

 

 

 

 

 

 

 

Removing support marks

Removing support marks

การลบรอย support ออกจากชิ้นงาน

**บทความนี้ใช้กับ Finishing, Form 1+, Form 2, Form 3, Form 3B

ส่วนสร้างเสริมหรือที่เรารู้จักกันว่า Support สำหรับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ แบบ PLA นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เลยที่จะทำให้งานที่เราสั่งพิมพ์นั้น ออกมาได้อย่างสมบูรณ์ตามแบบที่ได้ออกแบบไว้ ซึ่งการตักแต่งส่วน support นี้เหลือจากการตัดทิ้งนี้ถือว่าเป็นสิ่ที่ทำให้งานสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นถือว่าขั้นตอนนี้เป็นขึ้นตอนสุดท้านในการสร้างชิ้นงานของเราเอง

เคล็ดลับ : เพื่อลดระยะเวลาในการพิมพ์และง่ายต่อการเพื่อลดเวลาหลังการประมวลผลให้ปรับทิศทางโมเดลใน PreForm เพื่อรองรับเฉพาะพื้นผิวแบบสัมผัสเรียบหรือพื้นที่สัมผัสของแบบจำลองที่พื้นผิวมีความสำคัญน้อยกว่า

อุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้

-อุปกรณ์จาก Formlabs (Finish kit)

  1. คีมตัด
  2. แหนบคีบ
  3. ขวดฉีดน้ำยา (เพื่อชะล้างภายในรู และล้างชิ้นงานในขณะที่ทำการขัดผิว)

-อุปกรณ์อื่นๆ ที่หามาเอง

  1. ถุงมือ
  2. หน้ากากอนามัย
  3. แว่นตานิรภัย
  4. คีมตัด
  5. กระดาษทราย (หลากหลายความละเอียด 250, 400, 1000 อย่างน้อย)
  6. ผ้าไมโครไฟเบอร์
  7. มีดผ่าตัด หรือมีดปลายแหลม
  8. น้ำมันหล่อลื่น
  9. อุปกรณ์ทำเล็บ
  10. แปรงปลายอ่อน

ข้อควรระวัง : ในขระที่เราทำการตัดแต่ง ขัด รอยที่ผิวชิ้นงานอาจจะมีเศษเรซิ่นกระเด็นหรือบาดขาดที่ผิวหนังของเราได้ควรจะสวมแว่นและใส่ถุงมือเพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นทุกครั้ง

การตัดแต่ง ขัด ส่วนที่เป็นเสา support ออกจากงานที่มีขนาดเล็กที่มีความละเอียดสูงควรจะใช้แหนบปลายแหลมในการจับชิ้นงานเพื่อให้การขัดแต่งเราสะดวกมากยิ่งขึ้น และไม่ส่งผลเสียต่อผิวชิ้นงานของเรา

การขัดผิวชิ้นงานแบบแห้ง

การลบรอยจุดสัมผัสที่เเกิดจากเสา support นั้นบางที่อาจจะเกิดเป็นรอยจุดๆ บนผิวของชิ้นงาน บางที่อาจจะเกิดลึกเข้าไปในเนื้อของชิ้นงานได้ ดังวนั้นเราควรจะใช้กระดาษทราบในการขัดแต่งผิวของชิ้นงานเพราะลบรอยเหล่านี้ออกเพื่อให้ผิวของชิ้นงานในจุดนั้นๆ เรียบสวย

ข้อควรระวัง : ควรปฏิบัติตามข้อควรระวังเพื่อเพิ่มความปลอดภัยจากการขัดพลาสติก ดังนั้นควรจจะสวนหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันฝุ่นเข้าไปภายในร่างกาย และใส่ถุงมือเพื่อป้องกันเศษพลาสติกติดที่ซอกเล็บและนิ้วมือ หรือหลังจากการขัดแต่งชิ้นงานแล้วควรล้างมือให้สะอาดทุกควร แต่อยากจะแนะนำให้ขัดด้วยกระดาษทรายน้ำเพื่อหลีกเลี่ยงการฟุ้งกระจายของฝุ่นได้

การเริ่มต้นขัดแต่งชิ้นงานนั้น ควรจะเริ่มด้วยกระดาษทราบที่มีความหยาบมากที่สุดก่อน และค่อยๆ ไล่ไปหาละเอียดสุด อย่างเช่น กระดาษทรายเบอร์ ย 150, 220, 400, 800, 1000 และ 2000 ซึ่งถ้าใครที่หน้าเบอร์ตามนี้ไม่ได้ก็ให้เลือกใกล้เคียงซัก 3-4 ขนาด เช่น 220, 400, 1000 ก็ได้เช่นกัน แล้วแต่ความต้องการของแต่ละท่านจากนั้นให้ใช้แปลงปัดฝั่นที่เกาะอยู่บนชิ้นงานออก แต่ถ้าท่านใดใช้แบบกระดาษทราบน้ำก็จะไม่ต้องใช้แปลงมาคอยปัดฝุ่น อันนี้แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละท่าน

 

การขัดผิวชิ้นงานแบบเปียก

การขัดแบบเปียกจะช่วยลดฝุ่น และทำให้ขณะที่เราขัดอยู่นั้นสามารถเห็นส่วนที่ได้ขัดไปแล้วได้ชัดเจนมากกว่าการขัดแบบแห้งเพราะน้ำจะช่วยชะล้างเศษพลาสติกออกไปให้ทันที และไม่ทำให้เกิดฝั่นด้วย แต่ก็แนะนำให้ส่วมใส่หน้าจากอนามัยและถุงมือด้วยทุกครั้งที่ทำการขัดแต่งชิ้นงาน

ตัวเลือกหลังจาก Post-Processing

ในขั้นตอนนี้จะต้องพิจารณาว่าชิ้นงานที่จะใช้นั้นมีวัตถุประสงค์แบบใด จะเน้นให้ผิวเรียบธรรมดาหรือจะให้ผิวเรียบแบบมันเงา เพื่อเน้นความสวยงามของชิ้นงงาน ซึ่งในขัดตอนการขัดนั้นก็ต้องเลือกใช้กระดาษทราบที่มีความละเอียดสูง หรือจะใช้วิธีการพ่นสเปรย์สีใสที่ใช่ในการเคลือบพลาสติก รถยนต์ ก็จะสามาถช่วยให้ผิวของชิ้นงานเรียบเงาสวยได้เช่นกัน

การเสร็จสิ้นงานด้วยน้ำมัน

หลังจากที่เราได้ทำการขัดด้วยกระดาษทราบเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ และน้ำมันเพียงเล็กน้อย เพื่อเพิ่มความมันเงาที่ชิ้นงานและจะทำให้รอยด่างขาวที่เกิดจากการขัดด้วยกระดาษทรายนั้นหายไป

การเคลือบด้วยเรซิ่น

การเคลือบด้วยการทาน้ำยาเรซิ่นบาง ๆ บนพื้นผิวของชิ้นงาน แต่ไม่ควรจะทาให้หนาจนมากเกินไปเพราะจะทำให้ลายละเอียดของชิ้นงานไม่คมชัด จากนั้นให้นำชิ้นงานไปอบแห้งจากจะใช้เป็นเครื่อง Form Cure หรือด้วยแสง UV ตามปกตอก็ได้เช่นกัน

Guide SLA basic finishing steps

Guide SLA basic finishing steps

SLA basic finishing steps

**บทความนี้ใช้กับ Finishing, Form 1+, Form 2, Form 3, Form 3B

สำหรับเครื่องพิมพ์ Formlabs SLA จะมีการตัดแต่งชิ้นงานตามขั้นตอนต่อไปนี้ :

  1. การนำชิ้นงานออกจากแท่นพิมพ์ (Build Platform)
    2) การล้างชิ้นงาน ด้วย Finish Kit หรือ Form wash
    3) การอบชิ้นงาน
    4) Post-cutting (Form Cure หรือวิธี Cure แบบอื่นๆ)
    5) การถอดรองรับ

หากใช้ชุด Finish Kit ให้ทำตามขั้นตอนพื้นฐานของการล้างและการอบแห้งชิ้นงานตามน้ำยาเรซิ่นแต่ละชนิดให้ดีก่อน เพราะเรซิ่นแต่ละชนิดนั้นใช้เวลาในการล้างและอบแห้งต่างกันออกไปตามความเหมาะสม

หลังจากพิมพ์งานเสร็จ

  1. นำชิ้นงานที่ติดกับแท่นพิมพ์ออกจากตัวเครื่องพิมพ์

    *วิธีการล้างกระจกของเครื่อง Form 2

    *วิธีการล้างกระจกของเครื่อง Form 3 / Form 3B

    เมื่อนำชิ้นงานออกมาแล้วให้ปิดฝาครอบสีส้มทันทีหลังจากถอดแท่นออก

    เพื่อป้องกันไม่ให้แสงจากภายนอกตัวเครื่องเข้าไปโดนที่เรซินภายในถัง ซึ่งถ้ามีแสงจากภายนอกไปโดนเรซิ่นจะทำให้เรซิ่นแข็งได้ ถ้าหากล้างด้วยตนเองให้ทำการแกะชิ้นงานออกจากแท่นพิมพ์ก่อนทำการล้างด้วยชุด Finish Kit  แต่ถ้าล้างด้ายเครื่อง Form Wash ไม่จำเป็นจะต้องแกะชิ้นงานออกจากแท่นพิมพ์และให้อ่าน คู่มือการใช้งานตัวเครื่อง Form Wash 

  2. การนำแท่นพิมพ์ติดกับขาจับ
  3. การนำชิ้นงานออกจากแท่นพิมพ์

    นำเครื่องมือที่อยู๋ในกล่องของ Finish Kit มาสอดที่ข้างใต้ Raft ของชอิ้นงานตามมุมฐานขึ้นอยู่กับรูปร่างของชิ้นงานจากนั้นให้นำฝาที่อยู่ด้านบนของกล่อง Finish Kit มารองชิ้นงานที่จะหลุดออกจากแท่นพิมพ์เมื่อเราแกะออกเพื่อป้องกันรอยขีดข่วนที่จะเกิดขึ้นบนชิ้นงาน

    การทำความสะอาดแท่นพิมพ์ Build Platform

    ทำการเช็ดเรซินที่แข็งตัวแล้วหรือที่ติดอยู่บนแท่นพิมพ์ให้หลุดออกจากแท่นก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ แต่ถ้าหากการพิมพ์ครั้งต่อไปใช้เรซินชนิดเดียวกันไม่จำเป็นต้องทำความสะอาดเอาเรซิ่นเหลวออก ให้แกะชิ้นงานออกและสั่งเกตุดูว่ามีเศษที่แข็งตัวแล้วติดอยู่หรือเปล่าถ้าไม่มีให้นำกลับไปเสียบไว้ที่ตัวเครื่องพิมพ์ และสั่งการพิมพ์ต่อเนื่องได้เลยทันที แต่เมื่อไหร่ที่คุณไม่ใช้เรซิ่นชนิดเดิมหรือต้องการจะนำไปเก็บให้ทำความสะอาดโดยใช้ IPA ในการทำความสะอาดและใช้ผ้าขนหนูหรือกระดาษในการเช็ดแท่นพิมพ์ 

     

     

     

     

     

การล้างชิ้นงานด้วยตัวเอง

การล้างชิ้นงานจะต้องใช้ Isopropyl alcohol (IPA)  หรือ tripropylene glycol monomethyl ether (TPM) จะละลายเรซิ่นเหลวทำให้มีประสิทธิภาพการเกาะตัวกันน้อยลง สำหรับการล้างชิ้นงานที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์ SLA ของ Formlabs จะมีปัจจัยในการล้างให้ชิ้นงานออกมาดีที่สุดอยู่ประมาณ 2 ปัจจัยที่จะทำให้ชิ้นงานสะอาด คือ การละลาย และการกวน ซึ่งควจจะกวนให้น้ำยา IPA เข้าไปละลายเรซิ่นเหลวที่ติดอยู่ที่ชิ้นงานออกให้หมด จาดนั้นให้ทำการแช่ชิ้นงานโดยจะต้องใช้เวลาในการแช่ล้างชิ้นงานใน IPA ให้เหมาะสมกับเรซิ่นแต่ละชนิด  ถ้าขนาดของชิ้นงานเล็กลงก็ให้ลดระยะเวลาในการล้างน้อยลงเช่นเดียวกันด้วยตามความเหมาะสมเช่นกัน

  1. กวนชิ้นงานในตัวทำละลาย IPA

    เมื่อเปิดถังล้างแรกแล้วให้นำชิ้นงานมาวางลงบนตะแกรงที่ใช้วางชิ้นงานเพื่อเขย่าให้เรซิ่นละลายออกเป็นเวลา 30 วินาทีเป็นอย่างน้อย การกวนช่วยขจัดเรซิ่นเหลวออกจากพื้นผิวด้านนอกของชิ้นงาน

  2. แช่ชิ้นงานในตัวทำละลาย IPAปิดฝาถังล้างและปล่อยให้ชิ้นส่วนนั้นแช่ประมาณครึ่งหนึ่งของเวลาที่แนะนำทั้งหมด
  3. นำชิ้นงานมาแช่ในถังล้างที่ 2

ย้ายชิ้นงานในถังล้างที่ 1 ไปยังถังล้างที่ 2 จากนั้นทำซ้ำขั้นตอนที่ 1 และ 2 เพื่อกวนและแช่ชิ้นส่วนในเวลาที่เหลือเพิ่มเติม

 

การอบแห้ง

ในกรณีที่ใช้ IPA ในการล้างชิ้นงานเรซิ่นควรปล่อยทิ้งไว้ให้ชิ้นงานแห้งสนิทก่อนหลังจากการล้างเป็นเวลาประมาณ 30 นาทีเป็นอย่างน้อย แต่ถ้าหากใช้ TPM ให้ปล่อยชิ้นงานทิ้งไว้ให้แห้งและล้างต่อด้วยน้ำเปล่าจากนั้นค่อยนำชิ้นงานไปอบให้แห้งสนิทการจะอบด้วยวิธีของตนเอง หรือใช้เครื่อง Form Cure ก็ได้เช่นกัน แต่ควรจะศึกษาวิธีการอบชิ้นงานให้เหมาะสมกับเรซิ่นแต่ละชนิด

 

Post-Curing

การอบชิ้นงานจะมีปัจจัยที่สำคัญอยู่ 2 อย่าง คือ การเลือกใช้ระยะเวลาในการอบและอุณหภูมิ เพราะเรซิ่นของ Formlabs มีหลากลายชนิดแต่ละชนิดจะใช้ความยาวของค่าแสงในการอบอยู่ที่ 405 นาโนเมตร ซึ่งสามารถเลือกใช้ค่าต่างๆ นี้ได้ตามข้อมูลเอกสารของการเลือกใช้เวลาและอุณหภูมิในการอบชิ้นงาน และการใช้งานเครื่อง Form Cure ซึ่งสำหรับผู้ใช้งานที่ไม่ได้มีเครื่อง Form Cure ก็สามารถอบด้วยวิธีของตัวเองได้

เคล็ดลับ : แนะนำให้แกะซัพพลอตออกหลังจากการอบชิ้นงานให้แห้งแล้วเท่านั้นเพราะ ชิ้นงานจะได้ไม่เสียรูปทรงเดิมเนื่อวจากถ้าแกะซัพพลอตออกก่อนการอบ ชิ้นงานนั้นจะยังมีเนื้อผิวที่อ่อนตัวอยู่ขณะที่ตัดซัพพลอตอาจจะสงผลให้ชอ้นงานเสียรูปได้

 

การแกะซัพพลอต

การแกะ ตัดซัพพลอตออกจากชิ้นงานให้ใช้คีมตัดที่มีไปให้ในชุดล้าง Finish Kit เพื่อช่วยตัดส่วนซัพพลอตออก การตัดนั้นให้ตัดห่างจากชิ้นงานเล็กน้อยเพื่อป้องกันไม่ให้โดนผิวของชิ้นงานเข้าไปนอกจากนี้คุณยังสามารถใช้มีดคัตเตอร์ตัดแต่งรอยซัพพลอตได้เพื่อลบรอยซัพพลอตที่เหลือจากการตัด หรืออาจจะใช้กระดาษทราบก็ได้เช่นกัน

ข้อควรระวัง : สวมแว่นตานิรภัยเพื่อป้องกันดวงตาจากชิ้นส่วนเรซิ่นที่หลุดออกมา

 

Form Wash

การใช้งานเครื่อง Form Wash

**บทความนี้ใช้กับ Finishing, Form 1+, Form 2, Form 3, Form 3B**

        Form Wash มีหน้าที่ไว้ใช้งานล้างทำความสะอาดเรซิ่นเหลวที่ติดกับตัวชิ้นงานที่เสร็จสิ้นจากการพิมพ์จากเครื่อง Form 2, Form 3 และ Form 3B ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรจะให้การดูแลและปฏิบัติตามคำแนะนำเป็นพิเศษนี้เพื่อให้แน่ใจว่าเกิดความปลอดภัยกับการทำงานของตัวเครื่อง และให้เครื่องมีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากขึ้น

ข้อควรระวังเกี่ยวกับเครื่อง Form Washการตั้งค่าหลังจากได้รับเครื่องการใช้งานเบื้องต้นการวัดความเข้มข้นของ IPAการเปลี่ยนถ่าย IPA

ข้อควรระวังเกี่ยวกับเครื่อง Form Wash

1.ห้ามทำการแก้ไข และดัดแปลง

        เครื่อง Form Wash ควรจะใช้งานงานตามที่กำหนดไว้เท่านั้น ห้ามทำการดัดแปลงตังเครื่อง Form Wash โดยไม่ได้รับการอนุญาติจากผู้ผลิตอย่างชัดเจน และไม่ได้รับคำแนะนำจาก Formlabs ซึ่งถ้ามีการนำไปดัดแปลงจะทำให้ตัวเครื่องนั้นถูกยกเลิกการรับประกันทันที และอย่าถอดแผงวงจรด้านล่างของตัวเครื่องออกเพราะจะอาจทำให้ตัวเครื่องเสียหายได้

2.ไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ (IPA)

        ควรจะทำการศึกษาเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัย (SDS) จากผู้จำหน่ายสาร Isopropyl Alcohol (IPA) เสมอว่าควรจะมีการดูแลรักษา หรือการจักเก็บสารนี้อย่างไรเพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด

ก่อนการใช้งาน IPA ควรสวมถุงมือ และใช้ IPA ในบริเวณที่มีการระบายอากาศได้ดีซึ่งจะทำให้ IPA ระเหยอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเมื่อนำมาใช้งานเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ปิดฝาทุกครั้งหลังจากใช้งานแล้ว ให้ใช้ปั๊มกาลักน้ำที่แถมมาให้เพื่อหลีกเลี่ยงการหกหรือล้นของ IPA จากการนำสารออกมาใช้งานล้างกับเครื่อง Form Wash และจะทำให้ง่ายขึ้นในการเช็ดระดับการเติมสาร IPA กับเครื่อง Form Wash เมื่อมีการเคลื่อนย้ายตัวเครื่อง Form Wash ควรจะนำสาร IPA ออกจากตัวเครื่องทุกครั้ง

3.เรซิ่น (Resin)

        ปฏิบัติตามขั้นตอนความปลอดภัยทางเคมีมาตรฐานและคำแนะนำในการจัดการเรซินของ Formlabs ควรจะสวมถุงมือทุกครั้งที่มีการใช้งานเรซิ่น (Resin) หรือไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ (IPA) ในกรณีที่เรซินสัมผัสกับผิวหนังให้ล้างด้วยสบู่และน้ำ 

ควรจะศึกษาเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (SDS) ก่อนการใช้งานทุกครั้งเสมอเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับความปลอดภัยและการจัดการวัสดุของ Formlabs การผสมกันของเรซิ่นและ IPA ควรได้รับการจัดการตามข้อ กำหนดที่ถูกต้องของสารทั้ง 2 อย่าง

4. คำเตือนเพิ่มเติม

        Form Wash เป็นอุปกรณ์ที่มีส่วนประกอบทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่นเดียวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วๆ ไป ดังนั้นควรจะมีการใช้งานอย่างระมัดระวัง

-อย่าใช้งาน Form Wash เมื่อสายไฟหรือปลั๊กเสียหาย
-ควรจะถอดปลั๊กไฟก่อนทำความสะอาดัวเครื่อง Form Wash ทุกครั้ง
-ใช้อุปกรณ์ในบำรุงรักษาตัวเครื่องให้เหมาะสม ต่อการทำความสะอาด
-เมื่อเปิดใช้งานตัวเครื่อง Form Wash ควรจะตั้งตัวเครื่องลงบนพื้นที่มีความเรียบและได้ระดับเท่านั้น *ห้ามใช้งานบนพื้นที่เอียง

 

การตั้งค่าหลังจากได้รับเครื่อง

หลังจากได้รับตัวเครื่อง Form Wash เรียบร้อยแล้วให้นำมาตั้งไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสมเป็นระนาบที่เรียบเพื่อป้องกันการล้นและหกของน้ำยาล้าง IPA ภายในตัวเครื่อง เมื่อเปิดออกจากกล่องมาในถังของตัวเครื่องสามรถใส่ IPA ได้ 8 ลิตรโดยประมาณหรือเตรียมไว้ 10 ลิตร 

 

เครื่อง Form Wash มีขนาด 26.2 ซม. × 29.3 ซม. × 34.0 ซม. (10.3 นิ้ว × 11.5 นิ้ว × 13.4 นิ้ว) พื้นที่ในการจัดวางตัวเครื่องควรจะมีพื้นที่ด้านไว้เผื่อไว้ 30 ซม.(12 นิ้ว) เพราะว่าตัวแท่นและตะแกรงในการล้างงานจะยกตัวขึ้นมาด้านบน ห้องที่ตั้งเครื่อง Form Wash ไว้ควรจะมีการระบายอากาศที่ดีมีอุณมิระหว่าง 18- 28° C (64–82 ° F)

 

การแกะกล่องเครื่อง Form Wash

Form Wash ถูกแพ็คมาอย่างดีภายในกล่องจะมีโฟมกันกระแทกที่ด้านบน และด้านล่างของตังเครื่องที่โฟมด้านบนจะมีอุปกรณ์เสริมที่จะใช้เกี่ยวกับการล้างมาให้ด้วย การยกออกจากกล่องให้สอดมือเข้าไปภายในกล่องที่ด้านล่างเพื่อจับและยกตัวเครื่องขึ้นมาจากกล่องให้ทำการตรวจสอบการรัดสายล็อคตะแกรงว่าถูกตัดออกหรือยังก่อนการเปิดเครื่องใช้งาน ให้เก็บอุปกรณ์เสริมที่แถมมาไว้ที่ด้านข้างของตัวเครื่องที่อยู่ด้านหลัง เพื่อความสะดวกสบายต่อการใช้งานของตัวท่านเอง

 

  1. Platform Mount : แท่นพิมพ์
  2. Basket : ตะแกรงสำหรับไว้ล้างชิ้นงาน
  3. Basket Mount : ตะขอที่ไว้จับยึดตะแกรง
  4. Outer Lid: ฝาปิดด้านบน เพื่อป้องกันการระเหยของ IPA ภายในถังล้าง
  5. Inner Lid : ฝาปิดด้านบนที่อยู่ด้านในของเบอร์ 4 เพื่อป้องกันการระเหยของ IPA ภายในถัง เมื่อชิ้นงานล้างเสร็จแล้วและตะแกรงถูกยกให้ลอยขึ้นมาอยู่ด้านบนของตัวเครื่อง
  6. Wash Bucket : ภาชนะบรรจุ IPA ซึ่งสามารถบรรจุได้สูงสุด 8.6 ลิตร และมีใบพัดค่อยหมุนทำให้ IPA ชะล้างชิ้นงานได้ดีมากยิ่งขึ้น และตัวถังบรรจุสามารถถอดออกได้
  7. Display : แสดงสถานะเวลา และตัวเลือกสำหรับการกำหนดค่าการล้างของ Firm Wash
  8. Knob : ปุ่มที่สามารถหมุนหรือกด เพื่อปรับเวลาและเพื่อเริ่ม หยุดชั่วคราว หรือสิ้นสุดรอบการล้าง
  9. Tool Storage : ทั้งด้านซ้ายและด้านขวาจะมีพื้นที่สำหรับการจัดเก็บเครื่องมือเสริมมาไว้ให้
  10. Power Supply : ตัวเเปลงจ่ายไฟให้กับเครื่อง Form Wash ใช้แรงดันไฟ 24 V, 2 A
  11. Isopropyl Alcohol (IPA) : สิ่งนี้จะไม่รวมใน set ของตัวเครื่องจะต้องหาซื้อเอง โดยสารตัวนี้จะใช้ล้างเรซิ่นออกจากชิ้นงานถ้าจะซื้อให้เริ่มที่อย่างน้อยที่ 10 ลิตร ความเข้มข้นจะต้อง 90% หรือสูงกว่า

เครื่องมือที่มีให้ภายในกล่อง

  1. Flush Cutters (A): ใช้เพื่อตัดเสา support ออกจากชิ้นงาน
  2. Removal Tool (B): ใช้เพื่อแกะชิ้นงานออกจากแท่นพิมพ์
  3. Hydrometer (C): ลูกลอยที่ใช้วัดระดับความเข้มข้นของสารปนเปื้อนใน IPA จะได้รู้ว่าควรจะเปลี่ยน IPA เมื่อใด
  4. Scraper (D) : ใช้ปาดและนำชิ้นงานออกจาก resin tank และ แท่นพิมพ์เมื่อมีชิ้นงานติดหรือเสียหายจากการพิมพ์
  5. Tweezers (E) : ใช้เพื่อจับชิ้นงานที่มีขนาดเล็กหรือมีความละเอียดสูงเพื่อจะตัด support ออกได้อย่างเหมาะสม
  6. Siphon Pump (F) : ใช้เพื่อถ่ายโอนสาร IPA ระหว่างถังล้าง และภาชนะที่ใช้เก็บสารIPA

พื้นที่ในการจัดเก็บเครื่องมือ และอุปกรณ์เสริม จะอยู่ที่ด้านข้างทั้ง 2 ด้านของตัวเครือง Form Wash เพื่อให้จัดเก็บอุปกรณ์นั้นเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้นต่อการนำไปใช้งาน ซึ้งสามารถเก็บอุปกรณ์ได้ดังต่อไปนี้ :

  • Powder-free disposable gloves
  • Sandpaper
  • Mineral oil
  • Primer and paints

 

Serial name ของตัวเครื่อง

เครื่องของ Formlabs ทั้งหมดมี serial name เป็นชื่อแทนหมายเลขประจำเครื่องซึ่งใช้เพื่อติดตามการผลิต และการขายโดยจะแสดงประวัติการซ่อมหรือปัญหาต่าง สามรถทำการแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดบนตัวเครื่องได้หรือการอัพเดท firmware โดยการเชื่อมต่อผ่านเครือข่าย จะทำให้สามารถเข้าถึงตัวเครื่อง Form Wash หรือ Form Cure สามารถทำได้ดังต่อนี้ :

  1. ถอดสายไฟออก
  2. เชื่อมต่อสายไฟอีกครั้ง
  3. เมื่อหน้าจอแสดง “Formlabs” ให้กดปุ่มค้างไว้ทันที หน้าจอแสดงชื่อตัวเครื่อง และ firmware ปัจจุบันของเครื่อง

 

การตั้งค่าตัวเครื่อง Form Wash

อันตราย : สาร Isopropyl Alcohol (IPA) เป็นวัตถุไวไฟควรปิดฝาและเก็บให้พ้นจากมือเด็กเล็ก

  • เติมสาร IPA ลงในถังโดยการเปิดฝาด้านนอกของเครื่อง Form Wash จากนั้นนำสาร IPA เติมลงไปในถังให้ถึงระดับระหว่างเส้นเติมต่ำสุดอยู่ที่ (7.8 L) และสูงที่สุด (8.6 L) สำหรับการเติมสาร IPA ที่ถูกต้องควรจะใช้ Siphon Pumpเข้ามาช่วยในการดูดสาร IPA จากถังเก็บไปยังถังของเครื่อง Form Wash เพื่อไม่ให้ IPA กระเด็นได้ขณะเติม
  • เชื่อมต่อแหล่งจ่ายไฟเข้าที่ด้านหลังของตัวเครื่อง เสียบสายไฟจากอะแดปเตอร์จ่ายไฟที่มีมาให้ภายในกล่องของตัวเครื่อง Form Wash ช่องเสียบแหล่งจ่ายไฟจะอยู่ใกล้กับช่อง USB
  • คาริเบทโดยใช้เครื่องมือ Hydrometer ส่วนประกอบของ Hydrometer มีดังต่อไปนี้ :– O-ring (A) :โอ-ริง วัดค่าความเข้มข้น
    – Float (B) : ลูกลอย
    – Handle (C) : ด้ามจับ
    – Tall Wings (D) : ขีดวัดระดับขีดสูง
    – Short Wings (E): ขีดวัดระดับขีดต่ำ
    – Weight (F) : ลูกน้ำหนักถ่วง

      การใช้ Hydrometer ใช้มือจับที่ด้านบนตรง Handle (C) นำไปใส่ในถังล้างที่มีได้เติมสาร IPA เรียบร้อยแล้ว เมื่อนำ Hydrometer ใส่ลงไปในถังเรียบร้อยแล้วให้เลื่อน O-ring ขึ้นลงให้ตรงกับระดับขีด Short Wings (E) เมื่อตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้วให้นำไปเก็บไว้ในพื้นที่จัดเก็บด้านข้างของตัวเครื่อง Form Wash (เมื่อปรับระดับ O-ring ได้แล้วห้ามเลื่อนอีกเด็ดขาด นอกจากจะทำการเปลี่ยนสาร IPA ใหม่) เมื่อใช้เครื่อง Form Wash ไปในสักระยะหนึ่งแล้วต้องการจะทราบว่าสาร IPA อยู๋อยู่ภายในเครื่อง Form Wash นั้นควรจะใช้ต่อไหมเพราะเมื่อมีการล้างชิ้นงนเรซิ่นที่ติดอยู่กับชิ้นงานของเราจะปะปนลงไปในสาร IPA ในถังเรื่อยๆ จนสาร IPA ในถังนั้นมีความเข้มข้นของสิ่งเจือบนมากเกินไป ซึ่งจะไม่เหมาะสมต่อการล้างชิ้นงานแล้วถ้าใช้ล้างต่อชิ้นงานก็จะไม่สะอาด ดังนั้นควรจะทำการวัดอีกครั้งโดยนำ Hydrometer ที่ได้ปรับ O-ring ตั้งแต่ครั้งแรกแล้วไว้นั้นมาจุ่มลงไปในถังอีกครั้งและอ่านค่าที่ได้ โดยการสั่งเกตุดังนี้ ถ้า O-ring ลอยขึ้นมาอยู่ระหว่าง Tall Wings (D) กับ Short Wings (E) แสดงว่าสาร IPA ภายในถังล้างนั้นยังสามารถใช้ล้างชิ้นงานต่อไปได้ แต่ถ้าเมื่อใด O-ring ลอยขึ้นมาเหนือ Tall Wings (D) แสดงว่าสาร IPA ในถังล้างนั้นมีสิ่งเจือปนมากไม่เหมาะสมที่จะใช้สาร IPA ภายในถังล้างแล้วควรจะเปลี่ยนสาร IPA ใหม่ทันที 

 

การใช้งานเบื้องต้น

     เครื่อง Form Wash ที่พร้อมใช้งานั้นจะต้องเติมสาร IPA ลงไปในถังล้างก่อนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมตามด้านข้างของตัวเครื่อง และดังนั้นก็ทำการคาริเบทโดยใช้ Hydrometer ไม่ว่าจะล้างแบบที่ชิ้นงานติดกับแท่นพิมพ์ และแกะชิ้นงานออกจากแท่นพิมพ์ไปไว้ในตะแกรงล้าง โดยชิ้นงานที่เครื่อง Form Wash สามารถใส่เข้าไปล้างภายในตัวเครื่องได้มีขนาดเท่ากับ 14.5 × 14.5 × 17.5 ซม. (5.7 × 5.7 × 6.9 นิ้ว)

หมายเหตุ : สวมถุงมือเมื่อหยิบจับส่วนที่ปนเปื้อนด้วยสาร IPA หรือเรซิ่นเหลวเพื่อป้องกันการสัมผัสผิวหนังที่จะทำให้เกิดอันตรายได้

การควบคุม Form Wash

การควคุมเครื่อง Form Wash นั้นสามารถควบคุมผ่านปุ่มที่อยู่ด้านหน้าของตัวเครื่องใกล้ๆ กับหน้าจอได้เลย โดยการหมุนและกด หน้าจอจะแสดงรายละเอียดการควบคุม เช่น การตั้งเวลาในการล้าง การเริ่ม-หยุดการทำงาน การเปิดฝา-ปิดฝา

  • Start : การเลื่อนรางสไลด์ที่มีชิ้นงานที่ติดอยู่กับแท่นพิมพ์ หรือในตะแกรงล้างลงมาในถังล้างและปิดฝา จากนั้นจะเริ่มการล้างทันที
  • Open : การเลื่อนรางสไลด์ที่มีตะแกรงล้างขึ้นมาจากถังล้าง
  • Sleep : การเลื่อนรางสไลด์ที่มีตะแกลงล้างลงมายังถังล้าง จากนั้นเลือกและกด Start เพื่อเริ่มการล้าง
  • Time : การตั้งค่าเวลาที่ใช้ในการล้างชิ้นงาน
  • Pause : การหยุดการล้างชั่วขณะ และเวลาก็ยังคงค้างอยู่เท่าเดิมเพื่อทำการล้างต่อได้
  • End : การเสร็จสิ้นการล้างทันที่

1.ใส่ชิ้นงานเพื่อล้าง

การใส่ชิ้นงานเพื่อทำการล้างนั้น จะต้องยกรางสไลด์ที่อยู่ภายในถังล้างขึ้นมาก่อน โดยการใช้ปุ่มควบคุมกดที่ Open

เพื่อให้การล้างนั้นง่ายขึ้นสามารถนำงานที่ติดกับแท่นพิมพ์มาเสียบเข้าไปที่ขายึบจับที่อยู่ด้านบนของตะแกรงได้เลยโดยให้หมุนชิ้นงานคว่ำลงและเสียบเข้าไป

ข้อควรระวัง : ห้ามทำการล้างชิ้นงานโดยที่ไม่มีตะแกรงล้างอยู่ภายในเครื่อง เพราะขณะที่ทำการล้างอยู่นั้นชิ้นงานอาจจะหลุดออกมาจากแท่นพิมพ์ได้ เมื่อหลุดออกมาแล้วถ้าไม่มีตแกรงรองอยู่ที่ด้านล่างจะทไให้ชิ้นงานได้โดนกับใบพัดที่อยู่ด้านล่างถังล้างและทำให้เกิดความเสียหายได้

ล้างชิ้นงานขนาดใหญ่

         การล้างชิ้นงานที่มีขนาดใหญ่กับเครื่อง Form Wash ควรจะสังเกตุให้แน่ใจว่าเมื่อนำชิ้นงานลงไปในถังล้างแล้วนั้นจะไม่ได้กีดขวางการวนของ IPA ตะแกรงล้าง ด้านข้างของถังล้าง ฝาปิดภายใน เพื่อป้องกันการเกิดความเสียหายได้ 

ล้างชิ้นงานที่มีผิวแบบโค้งเว้าขณะที่ติดอยู่กับแท่นพิมพ์

         ชิ้นงานบางชิ้นให้สังเกตุดูว่ามีส่วนที่โค้งเว้า หรือเป็นแอ่งหรือเปล่า เพราะขณะที่ล้างโดยการใส่ไปกับแท่นพิมพ์นั้นผิวที่มีความโค้งเว้านั้นจะเป็นพื้นที่กักเก็บตะกอนของเรซิ่นและฝุ่นที่ได้ทำการล้างออกไปตกค้างอยู่ในพื้นผิวส่วนนั้นได้ ดังนั้นควรจะทำการล้างซ้ำครั้งที่ 2 เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีตะกอนเหล่านั้นตกค้างเหลืออยู่ที่ชิ้นงาน 

 

2.การตั้งค่าเวลาในการล้าง

การตั้งค่าเวลาในการล้างโดยการใช่ปุ่มที่หน้าเครื่อง Form Wash โดยการเลือกเวลานั้นสามารถเลือกใช้ได้ตาม คู่มือการตั้งค่าเวลาล้างชิ้นงาน  เมื่อเลือกเวลาที่ใช้ล้างได้แล้วนั้นให้กดปุ่นเพื่อเริ่มการล้าง เมื่อชิ้นงานถูกเลื่อนลงไปในถังล้างเรียบร้อยแล้วควรจะสังเกตุว่าฝาด้านบนสุดได้ปิด และถ้าต้องการหยุดการทำงานให้หมุนเลือกที่ Pause เพื่อหยุดเพื่อยกรางสไลด์และตะแกรงล้างขึ้นมาทำการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น จากนั้นค่อยเริ่มล้างชิ้นงานต่อ

3.ทำให้ชิ้นงานแห้งหลังจากการล้าง

        เมื่อเครื่อง Form Wash ทำการล้างเสร็จสิ้นแล้ว รางสไลด์พร้อมตะแกรงจะยกขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ซึ่งสาร IPA จะหยดลงบนฝาปิดด้านในและชิ้นงานจะเริ่มแห้งจากการล้าง ควรจะตรวจสอบให้แน่ใจถ้าชิ้นนั้นมีส่วนที่เป็นผิวโค้งเว้า กลวง ว่ามีตะกอนของเรซิ่นตกค้างอยู่หรือไหม โดยควรปล่อยให้แห้งเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 30 นาที หลังจากการล้าง เมื่อชิ้นงานแห้งแล้วแต่ผิวของชิ้นงานจะยังไม่แข็งอย่างสมบูรณ์ควรจะทำการแกะชิ้นงานออกจากแท่นอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ

4.การเสร็จสิ้นการล้าง

  นำแท่นพิมพ์ออกจากขายึดจับจากตัวเครื่อง Form Wash เมื่อล้างและปล่อยชิ้นงานแห้งเรียบร้อยแล้ว

การบำรุงรักษา

        ความเข้มข้นของ IPA จะเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีส่วนของเรซินที่ละลายผสมกันอยู่ในแต่ละการล้างทุกๆ ครั้ง เพื่อให้การล้างมีประสิทธิภาพสูงที่สุดควรจะทำตามขั้นตอนดังนี้ :

  • ใช้ Hydrometer เพื่อตรวจสอบความเข้มข้นเรซินของ IPA ในถังล้าง ควรจะตวจสอบทุกครั้งที่ทำการล้างชิ้นงาน
  • แทนที่ตัวทำละลายของคุณตามต้องการสำหรับการล้างชิ้นแล้วแต่การเลือกใช้งาน (IPA และ TPM)
  • การเติมสารละลาย IPA หรือ TMP ตามปริมาณที่เหมาะสมต่อการล้างควรจะอยู่ระหว่างขีดบอกระดับ Max และ Min
  • ควรเลือกล้างชิ้นงานที่ใช้เรซิ่นชนิดใกล้เคียงกัน หรือให้สังเกตุจากสีของชิ้นงาน เพื่อให้การล้างมีประสิทธิภาพได้สูงสุด
  • หากทำการล้างชิ้นงานที่เป็นเรซิ่นหลายๆ ชนิดปะปนกันควรจะเปลี่ยน IPA หรือ TPM ให้บ่อยขึ้น เพื่อให้การล้างมีประสิทธิภาพได้สูงสุด และผิวของชิ้นงานออกมาดีที่สุด
  • เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านทางชีวภาพในการล้างเรซิ่นโดยการใช้ IPA ที่มีความเข้มข้น 96% หรือสูงกว่า
  • ปล่อยให้ชิ้นงานแห้งก่อนทำการอบแห้ง Cure

การวัดความเข้มข้นของ IPA

         เมื่อเวลาผ่านไป IPA ในถังล้างจะเข้มข้นขึ้นด้วยเรซิ่นเหลวที่หลุดมาจากการล้างชิ้นงาน ทำให้ลดประสิทธิภาพของการล้างลง มีวิธีการวัดโดยใช้ Hydrometer ที่มาพร้อมกับ Form Wash เพื่อตรวจสอบความเข้มข้นของ IPA ระหว่างการล้างใยแต่ละครั้ง เพื่อช่วยพิจารณาว่าเมื่อใดควรจะเปลี่ยนสาร IPA เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการล้าง

ข้อควรระวัง : ควรสวมถุงมือทุกครั้งที่หยิบจับชิ้นงาน หรือล้างชิ้นงาน

การใช้เครื่องล้าง Form Wash นั้นสร้างล้างชิ้นงานได้ประมาณ 200 ชิ้นต่อการเติม IPA ใหม่ 1 ถัง หรือถ้าไม่ต้องการเปลี่ยนสาร IPA ใหม่ทั้งหมดสารสามารถเปลี่ยนของใหม่เข้าแทนได้ในสัดส่วนเพียงเล็กน้อย หรือประมาณ 5-10% ของ IPA ทั้งหมดภายในถังล้าง ให้พิจารณาตามความเหมาะสมโดยใช้ Htdrometer วัดค่าความเข้มเข้นของ IPA ก่อนใช้ 

  1. นำ Hydrometer ที่เก็บไว้ด้านหลังของเครื่องออกมา
  2. นำ Hydrometer จุ่มลงไปในถังล้างเรซิ่นที่ต้องการวัด IPA
  3. เมื่อ Hydrometer ลอยอยู่ในถังล้างให้สังเกตุที่ O-ring ว่าอยู่ที่ระดับใด อยู่ระหว่าง Tall Wings  กับ Short Wings หรือสูงกว่า

ความเข้มข้นของ IPA จะเปลี่ยนไปมากขึ้นเมื่อล้างชิ้นงานจำนวนมากๆ เพราะมีสิ่งเจือปนรวมอยู่ในสาร IPA เยอะจะทำให้ลูกลอยของ Hydrometer นั้นลอยสูงขึ้น O-ring mี่ตั้งไว้ตั้งแต่แรกก็จะลอยสูงขึ้นถ้าเกินขีด Tall Wings ให้ทำการเปลี่ยน IPA ใหม่หรือถ่ายออกแค่ 5-10% ตามความเหมาะสมและวัดด้วย Hydrometer อีกครั้ง

การเปลี่ยนถ่าย IPA

   การตรวจสอบความเข้มข้น IPA ต้องใช้ Hydrometer และทำการเปลี่ยน IPA ตามต้องการจะใช้ล้างชิ้นงานให้สะอาดมากที่สุด ซึ่งการเปลี่ยน IPA นั้นจำเป็นที่ต้องใช้อุปกรณ์เพิ่มเติม โดยมีขั้นตอนดังนี้ :

  • ใช้ Siphon pump เพื่อถ่าย IPA จากถังเก็บไปยังเครื่อง Form Wash
  • ถังที่ใช้บรรจุ IPA สามารถใส่ IPA ได้ปริมาณ 8.6 L
  • เติม IPA บริสุทธิ์ 8.6 L

Siphon pump

        ปั๊มกาลักน้ำใช้แรงโน้มถ่วงในการถ่ายโอนของเหลวระหว่างภาชนะ ปั๊มกาลักน้ำถูกออกแบบมาเพื่อถ่ายโอนของเหลวโดยไม่ต้องใช่การฉีดแบบสายยาง ใช้ปั๊มกาลักน้ำเพื่อหลีกเลี่ยงการเติม IPA มากจนเกินไปหรือการหกออกนอกถังล้างระหว่างเติมหรือนำออก ในการประกอบปั๊มกาลักน้ำให้หมุนด้ามจับ (A) เข้ากับหลอดแข็ง (B) ของปั๊มกาลักน้ำ ตามภาพ

การเปลี่ยน IPA

         ทำตามขั้นตอนเหล่านี้เพื่อถ่ายโอน IPA จาก Form Wash ไปยังภาชนะบรรจุที่ทนต่อสารเคมีซึ่งกำหนดไว้อย่างปลอดภัยสำหรับ IPA ที่มีความเข้มข้นสูง และทำการเติม IPA ใหม่ลงใน Form Wash เริ่มต้นด้วยการเปิดฝาด้านนอกเปิดฐานยกขึ้นแล้วถอดตะกร้าออก หรือทำตามขั้นตอนเหล่านี้ :

  • นำถังล้างและฝาปิดออก

ยกถังล้างออกทางข้างหน้าตัวเครื่อง และยกขึ้นเล็กน้อย วางถังล้างลงบนพื้นผิวที่สะอาดมั่นคงจากนั้นยกฝาด้านในออก

  • ใช้ Siphon pump

ยกถังล้างขึ้นให้เหนือภาชนะเก็บ IPA ให้นำท่อปลายด้านที่แข็งใส่ลงไปในถังล้าง และอีกท่ออีกด้านที่สามารถงอได้ใส่ไปที่ภาชนะเก็บ IPA จากนั้นให้บีบพลาสติกสีแดงให้น้ำไหลออกจากด้านที่ 1 ไปด้านที่ 2 เมื่อไหล่คงที่แล้วให้เลิกบีบแล้วปล่อยได้ตามปกติ  เพราะ IPA จะไหลเองแแบอัตโนมัติ

  • ทำความสะอาดถังล้าง

สำหรับการล้างที่สะอาดที่สุดให้ล้างถังด้วย IPA แล้วเช็ดด้วยกระดาษชำระหากจำเป็น

  • เติม IPA ใหม่เข้าไปในถังเหมือนเดิม

ใช้ปั๊มกาลักน้ำเพื่อเติม IPA ลงในถังล้างระหว่างเส้นต่ำสุดและสูงสุด

  • นำฝามาปิดที่ด้านบนถังล้าง

จัดแนวขอบด้านหน้าของฝาปิดด้านในให้ตรงกับขอบของถังล้างแล้ววางฝาลงตรงด้านบนของถัง

  • นำถังล้างกลับเข้าไปในตัวเครื่อง Form Wash

 

 

Quick Start Guide Form2

Quick Start Guide Form2

Quick Start Guide (Form 2)

บทความนี้ใช้กับเครื่อง Form 2.

  เมื่อคุณได้รับเครื่องพิมพ์ Form 2 มาแล้ว จะมีคู่มือบอกวิธีการตั้งค่าการใช้งานก่อนการพิมพ์ครั้งแรกของคุณ และการใช้ Finishing kit เมื่อพิมพ์เสร็จ

Printer components

  1. Cartridge
  2. Cover
  3. Build Platform
  4. Resin Tank
  5. Wiper
  6. Touchscreen
  7. Button
  8. Leveling Tool

Prepare

    1. การเชื่อมต่อสายเคเบิลเชื่อมต่อสายไฟเข้ากับเครื่องพิมพ์ และแหล่งจ่ายไฟหลัก สามารถอัปโหลดไฟล์งานเพื่อพิมพ์ผ่าน USB, Wi-Fi หรือ Ethernet
    2. การเชื่อมต่อ Wi-Fi (optional)การเชื่อมต่อกับ Wi-Fi ให้แตะที่ “ Wi-Fi” บนแท็บการตั้งค่าบนหน้าจอจากนั้นเลือกชื่อเครือข่ายที่คุณต้องการเชื่อมต่อ และป้อนรหัสผ่านสำหรับเครือข่าย Wi-Fi
    3. การปรับระดับเครื่องพิมพ์ หากที่หน้าจอมีการแจ้งเตือนให้หมุนโดยใช้แผ่นเครื่องมือปรับระดับเพื่อยก หรือลดขาของเครื่องพิมพ์แต่ละข้างในได้ระดับทั้ง 4 ขา หมุนปรับจนกระทั่งวงกลมอยู่ในแนวเดียวกันบนหน้าจอจะแสดงเป็นสีฟ้า เพื่อป้องกันไม่ให้เรซิ่นที่อยู่ในเครื่องพิมพ์ไม่หกออกจาก Tank resin ของตัวเครื่องพิมพ์
    4. ใส่ถังเรซิ่น (Tank resin) และไม้ปาดเรซิ่น (Wiper)
      เปิดฝาเครื่องพิมพ์ (สีส้ม) และจัดขาทั้งสี่ของถังเรซิ่น (Tank resin) ให้ตรงกับรูที่อยู่กับตัวเครื่องพิมพ์ เมื่อเสียบขาถังเรซิ่น (Tank resin) ตรงรูแล้วให้ดันไปข้างหน้า
    5. ล็อคไม้ปาดเรซิ่น (Wiper)
      ตรวจสอบให้แน่ใจว่าที่ปัดน้ำฝนอยู่ในแนวตรงจัดวางเท้าของที่ปัดน้ำฝนให้ตรงกับช่องที่สอดคล้องกันแล้วดันไปข้างหน้าแล้วจับเข้าที่
    6. ใส่แท่นพิมพ์ (ฺBuild platform)เปิดฝาเครื่องพิมพ์ (สีส้ม) จากนั้นให้ยกที่ล็อคแท่นพิมพ์ขึ้นแล้วนำแท่นพิมพ์เสียบเข้าไปที่ด้านบนตามรูของขาจับแท่นพิมพ์ จากนั้นกดขาล็อคแท่นพิมพ์ลงเหมือนเดิม 
    7. ใส่ตลับเรซิ่น (cartridge)
      นำฝาครอบพลาสติกสีส้มออกจากด้านล่างของตลับเซิ่น บีบที่จุดยางสีดำที่ฝาครอบสีส้มครอบให้รูเปิดยางแยกออกจากกัน ใสตลับเรซิ่นเข้าที่ด้านหลังของตัวเครื่องให้ถูกต้องตามลักษณะของตลับเรซิ่นกดลงให้แน่นและสังเกตุที่หน้าเครื่องพิมพ์จะแสดงว่า Inserted cartridge resin และกดเปิดฝาที่ด้านบนของตลับเรซิ่นเพื่อระบายให้เรซิ่นไหลออกไปเติมที่ถังใส่เรซิ่น ถ้าไม่กดเปิดน้ำยาเรซิ่นจะไม่ไหลออกมาเติมลงบนถังใส่เรซิ่นให้

 

Print

  1. ติดตั้งโปรแกรม PreForm และลงทะเบียน Dashboardเข้าไปที่ formlabs.com/tools/preform เพื่อดาวน์โหลด PreForm เวอร์ชันล่าสุด เปิด PreForm ขึ้นมาเพื่อดูจัดวางชิ้นงานในการสั่งพิมพ์ โดยใช้เครื่องมือใน PreForm  ส่วนการลงทะเบียน Form 2 เพื่อใช้งาน Dashboard จะเป็นการเก็บข้อมูลในการสั่งพิมพ์งานของเราเอง รายงานผมการพิมพ์งานทั้งหมดที่เราเคยสั่งพิมพ์และอื่นๆ สามารถลงทะเบียนได้ที่ : formlabs.com/dashboard
  2. การเตรียมไฟล์งานสำหรับสั่งพิมพ์
    เปิดไฟล์ STL หรือ OBJ จาก “File > Open” การพิมพ์งานจะให้ได้ดีนั้นควรจะวางชิ้นงานของคุณให้เหมาะสมโดยการเอียง สำหรับการตั้งค่าให้ใช้เครื่องมือใน PreForm เหล่านี้ “orient all” “generate all” และ ” layout all ” ควรจะทำตามขึ้นตอนทั้งหมดนี้ก่อนสั่งพิมพ์งาน หรือจะให้โปรแกรมทำให้แบบอัตโนมัติให้คุณเลือกคลิกที่ “One-Click Print” โปรแกรม FreForm จะทำทุกอย่างให้คุณเองแบบอัตโนมัติ จากนั้นให้คุณเลือกวัสดุที่จะใช้ และความละเอียดของตัวงานที่ต้องการ โดยคลิกที่ไอคอนเครื่องพิมพ์สีส้ม เลือกชื่อเครื่องพิมพ์ที่จะอัปโหลดไฟล์เมื่ออัพโหลดไปแล้วจะมีการเด้งแจ้งที่หน้าจอเครื่องพิมพ์
  3. ยืนยันการสั่งพิมพ์
    เมื่อคุณอัพโหลดไฟล์ที่จะสั่งพิมพ์มาเรียบร้อยแล้ว จะถูกส่งไปยังคิวการพิมพ์บนหน้าจอของเครื่องพิมพ์ให้เลือกชื่อไฟล์ และยืนยันการพิมพ์โดยกดปุ่ม “Print” บนเครื่องพิมพ์
  4. การตรวจสอบก่อนพิมพ์
    ก่อนทำการพิมพ์ถังเรซิ่น “Tank resin” จะเติมพร้อมทั้งทำร้อนประมาณ  35 ° C  เมื่อทำทั้ง 2 อย่างนี้เรียบร้อยแล้วเครื่องพิมพ์จะเริ่มต้นการพิพม์งานโดยอัตโนมัติ

Finish

  1. นำแท่นพิมพ์ออกจากเครื่องพิมพ์
    เมื่อพิมพ์เสร็จให้สวมถุงมือเพื่อจะนำแท่นพิมพ์ที่มีชิ้นงานติดอยู่ออกมาจากภายในตัวเครื่องพิมพ์ เมื่อดึงแท่นพิมพ์ออกมาพ้นขาล็อคแล้วให้พลิกแท่นเพื่อป้องกันการหยดลงไปโดนชุดอุปกรณ์ เช่น หน้าจอ และเมื่อดึกออกมาเรียบร้อยแล้วให้ปิดฝาครอบเครื่องพิมพ์ลงเหมือนเดิม
  2. นำชิ้นงานออกจากแท่นพิมพ์
    เสียบแท่นพิมพ์เข้ากับขาจับ แจากนั้นใช้เครื่องมือถที่แถมไปให้งัดชิ้นงานออกโดยสอดเข้าไปที่ Raft ของชิ้นงานเพื่อให้แกะออกจากแท่นพิมพ์ได้ง่ายขึ้น และทำความสะอาดแท่นพิ่มเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการพิมพ์ครั้งต่อไป
  3. ล้างชิ้นงาน
  4. แกะ Support และแต่งผิวชิ้นงาน

Updating firmware for Formlabs SLA printers

Updating firmware for Formlabs SLA printers

Updating firmware for Formlabs SLA printers

     Formlabs ปล่อยเฟิร์มแวร์ให้อัปเดตเป็นประจำเพื่อแก้ไขข้อบกพร่อง และปรับปรุงการทำงานของตัวเครื่อง สามารถตรวจสอบเฟิร์มแวร์เครื่องพิมพ์ของคุณเพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้อัพเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดแล้ว

Updating firmware

     ดาวน์โหลดเวอร์ชั่นเฟิร์มแวร์ล่าสุดสำหรับเครื่องพิมพ์ Formlabs SLA ได้ที่ PreForm จากนั้นให้ทำการอัพโหลด และติดตั้งไฟล์เฟิร์มแวร์บนเครื่องพิมพ์ผ่านโปรแกรม FreForm สามารถทำตามขั้นตอนข้างล่างนี้

  1. เปิดโปรแกรม PreForm 
  2. เชื่อมต่อเครื่องพิมพ์เข้ากับคอมพิวเตอร์ผ่าน USB หรือเชื่อมต่อผ่าย LAN และ WIFI เข้ากับตัวเครื่องพิมพ์
  3. คลิกปุ่ม < กล่อง Job Info จะเปิดขึ้นมา
  4. คลิกที่ชื่อเครื่องพิมพ์ แล้วหน้า Job setup จะเปิดขึ้น
  5. คลิก Select Printer หน้าต่าง Printer List จะเปิดขึ้น
  6. คลิกที่ชื่อเครื่องพิมพ์ที่คุณต้องการเลือกเชื่อมต่อ หน้าต่าง Printer Details จะเปิดขึ้น
  7. คลิก Update firmware ที่มุมบนขวาของหน้าต่าง Printer Details หน้าต่างอัพเดตเฟิร์มแวร์จะเปิดขึ้น
  8. จากนั้นให้ทำตามคำที่แสดงบนหน้าจอเพื่อดาวน์โหลดเฟิร์มแวร์ล่าสุดจากนั้นอัปโหลดไฟล์ไปยังเครื่องพิมพ์ ในการอัพโหลดเฟิร์มแวร์เครื่องพิมพ์จะต้องเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผ่าน USB หรือเชื่อมต่อผ่าย LAN และ WIFI เข้ากับตัวเครื่องพิมพ์
  9. เครื่องพิมพ์จะรู้โดยทันทีเมื่อคุณได้ส่งอัพเดตเฟิร์มแวร์มายังตัวเครื่องพิมพ์ จากในจะโชว์ขึ้นที่หน้าจอของเครื่องพิมพ์ให้แตะดำเนินการต่อบนหน้าจอสัมผัสของเครื่องพิมพ์เพื่อทำการติดตั้ง
  10. ถ้าหากยังไม่ได้รับแจ้งให้ดำเนินการต่อที่หน้าจอของเครื่องพิมพ์ คุณจะต้องทำการอัพเดตเฟิร์มแวร์ต่อไปด้วยตนเอง โดยวิธีการดังนี้
    -Form 2 : เปิดแท็บการ Setting บนหน้าจอสัมผัสของเครื่องพิมพ์ และเลือก Firmware Update
    -Form 3 /Form 3B : เปิดแท็บการ Setting บนหน้าจอของเครื่องพิมพ์เลือก System และเลือก Firmware Update
  11. หลังจากติดตั้งการอัพเดตเฟิร์มแวร์เสร็จแล้วให้ทำการยืนยันการรีสตาร์ทระบบที่หน้าจอสัมผัส หรือรอ 30 วินาทีเพื่อให้การรีสตาร์ทแบบอัตโนมัติ

Touchscreen freezes during or after firmware update

     หากหน้าจอสัมผัสค้างระหว่าง หรือหลังจากการอัปเดตเฟิร์มแวร์ให้ทำการรีสตาร์ทเครื่องพิมพ์ เปิดปิดเครื่องพิมพ์ใหม่โดยการ

  1. ถอดปลั๊กไฟออกจากเครื่องพิมพ์
  2. จากนั้นรออย่างน้อย 30 วินาที เพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องพิมพ์ถูกตัดพลังงานออกจากตัวเครื่องอย่างสมบูรณ์แล้ว
  3. เชื่อมต่อสายไฟเข้ากับตัวเครื่องอีกครั้งเพื่อเปิดเครื่องพิมพ์

 

Not enough space error

หากเครื่องพิมพ์มีพื้นที่ไม่เพียงพอที่จะติดตั้งอัพเดตเฟิร์มแวร์ให้เลือกลบงานที่เราเคยสั่งพิมพ์ไปแล้วออกอย่างน้อยหนึ่ง หากต้องการลบงานพิมพ์ทั้งหมดบนเครื่องพิมพ์ ให้ทำตามขั้นตอนนี้ 

  1.  Form 2 : เปิดเมนู Setting ของหน้าจอสัมผัสแล้วเลือก Storage
  2. Form 3 / Form 3B: เปิดเมนู Setting ของหน้าจอสัมผัส >เลือก System > เลือก Printer Details และจากนั้นเลือก Storage

Decryption error / unable to update firmware

หากเครื่องพิมพ์ไม่สามารถทำการอัพเดตเฟิร์มแวร์อัตโนมัติ  และแสดงข้อความแจ้งเตือน “Decryption failed”  ให้ทำการอัพเดตเฟิร์มแวร์ด้วยตนเองโดยใช้ PreForm

  1. ดาวน์โหลดไฟล์เฟิร์มแวร์ และบันทึกไว้ในที่ที่สามารถพบได้ง่าย
  2. เชื่อมต่อเครื่องพิมพ์เข้ากับคอมพิวเตอร์ผ่าน USB หรือเชื่อมต่อผ่าย LAN และ WIFI เข้ากับตัวเครื่องพิมพ์
  3. เปิดโปรแกรม PreForm 
  4. คลิกปุ่ม < กล่อง Job Info จะเปิดขึ้นมา
  5. คลิกที่ชื่อเครื่องพิมพ์ แล้วหน้า Job setup จะเปิดขึ้น
  6. คลิก Select Printer หน้าต่าง Printer List จะเปิดขึ้น
  7. คลิกที่ชื่อเครื่องพิมพ์ที่คุณต้องการเลือกเชื่อมต่อ หน้าต่าง Printer Details จะเปิดขึ้น
  8. คลิก Update firmware ที่มุมบนขวาของหน้าต่าง Printer Details หน้าต่างอัพเดตเฟิร์มแวร์จะเปิดขึ้น
  9. จากนั้นให้ทำตามคำที่แสดงบนหน้าจอเพื่อดาวน์โหลดเฟิร์มแวร์ล่าสุดจากนั้นอัปโหลดไฟล์ไปยังเครื่องพิมพ์ ในการอัพโหลดเฟิร์มแวร์เครื่องพิมพ์จะต้องเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผ่าน USB หรือเชื่อมต่อผ่าย LAN และ WIFI เข้ากับตัวเครื่องพิมพ์
  10. เครื่องพิมพ์จะรู้โดยทันทีเมื่อคุณได้ส่งอัพเดตเฟิร์มแวร์มายังตัวเครื่องพิมพ์ จากในจะโชว์ขึ้นที่หน้าจอของเครื่องพิมพ์ให้แตะดำเนินการต่อบนหน้าจอสัมผัสของเครื่องพิมพ์เพื่อทำการติดตั้ง
  11. แตะดำเนินการต่อบนหน้าจอสัมผัสของเครื่องพิมพ์เพื่อสิ้นสุดการติดตั้ง
  12. ถ้าหากยังไม่ได้รับแจ้งให้ดำเนินการต่อที่หน้าจอของเครื่องพิมพ์ คุณจะต้องทำการอัพเดตเฟิร์มแวร์ต่อไปด้วยตนเอง โดยวิธีการดังนี้
    -Form 2 : เปิดแท็บการ Setting บนหน้าจอสัมผัสของเครื่องพิมพ์ และเลือก Firmware Update
    -Form 3 /Form 3B : เปิดแท็บการ Setting บนหน้าจอของเครื่องพิมพ์เลือก System และเลือก Firmware Update
  13. หลังจากติดตั้งการอัพเดตเฟิร์มแวร์เสร็จแล้วให้ทำการยืนยันการรีสตาร์ทระบบที่หน้าจอสัมผัส หรือรอ 30 วินาทีเพื่อให้การรีสตาร์ทแบบอัตโนมัติ

 

Quick Start Guide Form3

Quick Start Guide Form3

Quick Start Guide (Form 3/Form 3B)

บทความนี้ใช้กับเครื่อง Form 3, Form 3B.

    คู่มือนี้จะแสดงส่วนประกอบต่างๆ ของเครื่องพิมพ์ เช่น การตั้งค่าเริ่มต้นและวิธีการเริ่มสั่งพิมพ์งาน ส่วนข้อมูลเพิ่มเติมโปรดศึกษาคู่มือ Form 3 / Form 3B และเอกสารเกี่ยวกับความปลอดภัย

 

Printer components

  1. Resin Cartridge
  2. Status light
  3. Cover
  4. Build Platform
  5. Resin Tank
  6. Touchscreen
  7. Status light
  8. Leveling disc

Unlock

การนำสลักยึดตรง Light Processing Unit (LPU) ภายในเครื่องพิมพ์ระหว่างการขนส่ง

1.การถอดตัว (LPU) ออกจากต่ำแหน่ง (A) ที่มาจากการขนส่ง ซึ่งตัว Lock จะอยู่ด้านในตัวเครื่องจะติดกับชุด LPU Housing

2. คลายและถอด โดยการหมุนสกรู (B) และดึงสลักที่ LPU ออก

3. เมื่อถอดสกรูและสลักออกแล้วให้เก็บไว้อย่างดี เมื่อมีการขนส่งไปสถานที่ต่างๆ จะได้มีไว้ล็อคชุด LPU Housing เพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบจากการเคลื่อนย้ายตัวเครื่องพิมพ์ หรือขนส่งนั้นๆ 

Power on

วางเครื่องพิมพ์ลงบนพื้นที่เรียบ จากนั้นให้เชื่อมต่อสายไฟเข้ากับตัวเครื่องและปลั๊กไฟหลัก 220VAC โดยรูเสียบสายไฟ LAN และช่องเสียบ USB จะอยู่ด้านหลังของตัวเครื่องพิมพ์

 

Set up

การตั้งค่าต่างๆ ให้ทำตามคำแนะนำที่หน้าจอตัวเครื่องแสดง และกดสัมผัสที่หน้าจอเพื่อดูขั้นตอนการตั้งค่าอื่นๆ จนเสร็จสิ้นขั้นตอนทั้งหมด

  1. Leveling the printer

เครื่องพิมพ์จะต้องอยู่ในระดับสมบูรณ์ก่อนที่จะเริ่มการพิมพ์ เมื่อทำการเชื่อมต่อเครื่องพิมพ์เข้ากับเต้าเสียบที่ผนังเพื่อเปิดเครื่อง ถ้าระดับของเครื่องพิมพ์ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องเครื่องพิมพ์จะแจ้งเตือนและจะให้เราทำการปรับขาของเครื่องพิมพ์ ทั้ง 4 จุดที่อยู่ด้านล่างตัวเครื่อง (จอภาพแสดงเป็นสีแดง)

ทำตามคำแนะนำบนหน้าจอเพื่อปรับขาที่อยู่ใต้เครื่องพิมพ์ โดยสอดเครื่องมือปรับระดับเข้าไปที่ขาของตัวเครื่อง ซึ่งการหมุนเตามเข็มนาฬิกาเพื่อทำการยกขึ้นและทวนเข็มนาฬิกาเพื่อลดความสูงของเครื่องพิมพ์ลง เมื่อระดับของความสูงต่ำได้แล้วจะเป็นตามภาพ (จอภาพแสดงเป็นสีฟ้า)