ลูกค้า: บริษัท ซีเคซี จิวเวลรี่ จำกัด

ลูกค้า: บริษัท ซีเคซี จิวเวลรี่ จำกัด

ขอขอบคุณ บริษัท ซีเคซี จิวเวลรี่ จำกัด
ที่อุดหนุนเครื่องพิมพ์สามมิติ Form3 ครบชุดไปใช้ในการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น

3D Printer: Form3Form CureForm Wash

Removing support marks

Removing support marks

การลบรอย support ออกจากชิ้นงาน

**บทความนี้ใช้กับ Finishing, Form 1+, Form 2, Form 3, Form 3B

ส่วนสร้างเสริมหรือที่เรารู้จักกันว่า Support สำหรับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ แบบ PLA นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เลยที่จะทำให้งานที่เราสั่งพิมพ์นั้น ออกมาได้อย่างสมบูรณ์ตามแบบที่ได้ออกแบบไว้ ซึ่งการตักแต่งส่วน support นี้เหลือจากการตัดทิ้งนี้ถือว่าเป็นสิ่ที่ทำให้งานสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นถือว่าขั้นตอนนี้เป็นขึ้นตอนสุดท้านในการสร้างชิ้นงานของเราเอง

เคล็ดลับ : เพื่อลดระยะเวลาในการพิมพ์และง่ายต่อการเพื่อลดเวลาหลังการประมวลผลให้ปรับทิศทางโมเดลใน PreForm เพื่อรองรับเฉพาะพื้นผิวแบบสัมผัสเรียบหรือพื้นที่สัมผัสของแบบจำลองที่พื้นผิวมีความสำคัญน้อยกว่า

อุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้

-อุปกรณ์จาก Formlabs (Finish kit)

  1. คีมตัด
  2. แหนบคีบ
  3. ขวดฉีดน้ำยา (เพื่อชะล้างภายในรู และล้างชิ้นงานในขณะที่ทำการขัดผิว)

-อุปกรณ์อื่นๆ ที่หามาเอง

  1. ถุงมือ
  2. หน้ากากอนามัย
  3. แว่นตานิรภัย
  4. คีมตัด
  5. กระดาษทราย (หลากหลายความละเอียด 250, 400, 1000 อย่างน้อย)
  6. ผ้าไมโครไฟเบอร์
  7. มีดผ่าตัด หรือมีดปลายแหลม
  8. น้ำมันหล่อลื่น
  9. อุปกรณ์ทำเล็บ
  10. แปรงปลายอ่อน

ข้อควรระวัง : ในขระที่เราทำการตัดแต่ง ขัด รอยที่ผิวชิ้นงานอาจจะมีเศษเรซิ่นกระเด็นหรือบาดขาดที่ผิวหนังของเราได้ควรจะสวมแว่นและใส่ถุงมือเพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นทุกครั้ง

การตัดแต่ง ขัด ส่วนที่เป็นเสา support ออกจากงานที่มีขนาดเล็กที่มีความละเอียดสูงควรจะใช้แหนบปลายแหลมในการจับชิ้นงานเพื่อให้การขัดแต่งเราสะดวกมากยิ่งขึ้น และไม่ส่งผลเสียต่อผิวชิ้นงานของเรา

การขัดผิวชิ้นงานแบบแห้ง

การลบรอยจุดสัมผัสที่เเกิดจากเสา support นั้นบางที่อาจจะเกิดเป็นรอยจุดๆ บนผิวของชิ้นงาน บางที่อาจจะเกิดลึกเข้าไปในเนื้อของชิ้นงานได้ ดังวนั้นเราควรจะใช้กระดาษทราบในการขัดแต่งผิวของชิ้นงานเพราะลบรอยเหล่านี้ออกเพื่อให้ผิวของชิ้นงานในจุดนั้นๆ เรียบสวย

ข้อควรระวัง : ควรปฏิบัติตามข้อควรระวังเพื่อเพิ่มความปลอดภัยจากการขัดพลาสติก ดังนั้นควรจจะสวนหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันฝุ่นเข้าไปภายในร่างกาย และใส่ถุงมือเพื่อป้องกันเศษพลาสติกติดที่ซอกเล็บและนิ้วมือ หรือหลังจากการขัดแต่งชิ้นงานแล้วควรล้างมือให้สะอาดทุกควร แต่อยากจะแนะนำให้ขัดด้วยกระดาษทรายน้ำเพื่อหลีกเลี่ยงการฟุ้งกระจายของฝุ่นได้

การเริ่มต้นขัดแต่งชิ้นงานนั้น ควรจะเริ่มด้วยกระดาษทราบที่มีความหยาบมากที่สุดก่อน และค่อยๆ ไล่ไปหาละเอียดสุด อย่างเช่น กระดาษทรายเบอร์ ย 150, 220, 400, 800, 1000 และ 2000 ซึ่งถ้าใครที่หน้าเบอร์ตามนี้ไม่ได้ก็ให้เลือกใกล้เคียงซัก 3-4 ขนาด เช่น 220, 400, 1000 ก็ได้เช่นกัน แล้วแต่ความต้องการของแต่ละท่านจากนั้นให้ใช้แปลงปัดฝั่นที่เกาะอยู่บนชิ้นงานออก แต่ถ้าท่านใดใช้แบบกระดาษทราบน้ำก็จะไม่ต้องใช้แปลงมาคอยปัดฝุ่น อันนี้แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละท่าน

 

การขัดผิวชิ้นงานแบบเปียก

การขัดแบบเปียกจะช่วยลดฝุ่น และทำให้ขณะที่เราขัดอยู่นั้นสามารถเห็นส่วนที่ได้ขัดไปแล้วได้ชัดเจนมากกว่าการขัดแบบแห้งเพราะน้ำจะช่วยชะล้างเศษพลาสติกออกไปให้ทันที และไม่ทำให้เกิดฝั่นด้วย แต่ก็แนะนำให้ส่วมใส่หน้าจากอนามัยและถุงมือด้วยทุกครั้งที่ทำการขัดแต่งชิ้นงาน

ตัวเลือกหลังจาก Post-Processing

ในขั้นตอนนี้จะต้องพิจารณาว่าชิ้นงานที่จะใช้นั้นมีวัตถุประสงค์แบบใด จะเน้นให้ผิวเรียบธรรมดาหรือจะให้ผิวเรียบแบบมันเงา เพื่อเน้นความสวยงามของชิ้นงงาน ซึ่งในขัดตอนการขัดนั้นก็ต้องเลือกใช้กระดาษทราบที่มีความละเอียดสูง หรือจะใช้วิธีการพ่นสเปรย์สีใสที่ใช่ในการเคลือบพลาสติก รถยนต์ ก็จะสามาถช่วยให้ผิวของชิ้นงานเรียบเงาสวยได้เช่นกัน

การเสร็จสิ้นงานด้วยน้ำมัน

หลังจากที่เราได้ทำการขัดด้วยกระดาษทราบเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ และน้ำมันเพียงเล็กน้อย เพื่อเพิ่มความมันเงาที่ชิ้นงานและจะทำให้รอยด่างขาวที่เกิดจากการขัดด้วยกระดาษทรายนั้นหายไป

การเคลือบด้วยเรซิ่น

การเคลือบด้วยการทาน้ำยาเรซิ่นบาง ๆ บนพื้นผิวของชิ้นงาน แต่ไม่ควรจะทาให้หนาจนมากเกินไปเพราะจะทำให้ลายละเอียดของชิ้นงานไม่คมชัด จากนั้นให้นำชิ้นงานไปอบแห้งจากจะใช้เป็นเครื่อง Form Cure หรือด้วยแสง UV ตามปกตอก็ได้เช่นกัน

Guide SLA basic finishing steps

Guide SLA basic finishing steps

SLA basic finishing steps

**บทความนี้ใช้กับ Finishing, Form 1+, Form 2, Form 3, Form 3B

สำหรับเครื่องพิมพ์ Formlabs SLA จะมีการตัดแต่งชิ้นงานตามขั้นตอนต่อไปนี้ :

  1. การนำชิ้นงานออกจากแท่นพิมพ์ (Build Platform)
    2) การล้างชิ้นงาน ด้วย Finish Kit หรือ Form wash
    3) การอบชิ้นงาน
    4) Post-cutting (Form Cure หรือวิธี Cure แบบอื่นๆ)
    5) การถอดรองรับ

หากใช้ชุด Finish Kit ให้ทำตามขั้นตอนพื้นฐานของการล้างและการอบแห้งชิ้นงานตามน้ำยาเรซิ่นแต่ละชนิดให้ดีก่อน เพราะเรซิ่นแต่ละชนิดนั้นใช้เวลาในการล้างและอบแห้งต่างกันออกไปตามความเหมาะสม

หลังจากพิมพ์งานเสร็จ

  1. นำชิ้นงานที่ติดกับแท่นพิมพ์ออกจากตัวเครื่องพิมพ์

    *วิธีการล้างกระจกของเครื่อง Form 2

    *วิธีการล้างกระจกของเครื่อง Form 3 / Form 3B

    เมื่อนำชิ้นงานออกมาแล้วให้ปิดฝาครอบสีส้มทันทีหลังจากถอดแท่นออก

    เพื่อป้องกันไม่ให้แสงจากภายนอกตัวเครื่องเข้าไปโดนที่เรซินภายในถัง ซึ่งถ้ามีแสงจากภายนอกไปโดนเรซิ่นจะทำให้เรซิ่นแข็งได้ ถ้าหากล้างด้วยตนเองให้ทำการแกะชิ้นงานออกจากแท่นพิมพ์ก่อนทำการล้างด้วยชุด Finish Kit  แต่ถ้าล้างด้ายเครื่อง Form Wash ไม่จำเป็นจะต้องแกะชิ้นงานออกจากแท่นพิมพ์และให้อ่าน คู่มือการใช้งานตัวเครื่อง Form Wash 

  2. การนำแท่นพิมพ์ติดกับขาจับ
  3. การนำชิ้นงานออกจากแท่นพิมพ์

    นำเครื่องมือที่อยู๋ในกล่องของ Finish Kit มาสอดที่ข้างใต้ Raft ของชอิ้นงานตามมุมฐานขึ้นอยู่กับรูปร่างของชิ้นงานจากนั้นให้นำฝาที่อยู่ด้านบนของกล่อง Finish Kit มารองชิ้นงานที่จะหลุดออกจากแท่นพิมพ์เมื่อเราแกะออกเพื่อป้องกันรอยขีดข่วนที่จะเกิดขึ้นบนชิ้นงาน

    การทำความสะอาดแท่นพิมพ์ Build Platform

    ทำการเช็ดเรซินที่แข็งตัวแล้วหรือที่ติดอยู่บนแท่นพิมพ์ให้หลุดออกจากแท่นก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ แต่ถ้าหากการพิมพ์ครั้งต่อไปใช้เรซินชนิดเดียวกันไม่จำเป็นต้องทำความสะอาดเอาเรซิ่นเหลวออก ให้แกะชิ้นงานออกและสั่งเกตุดูว่ามีเศษที่แข็งตัวแล้วติดอยู่หรือเปล่าถ้าไม่มีให้นำกลับไปเสียบไว้ที่ตัวเครื่องพิมพ์ และสั่งการพิมพ์ต่อเนื่องได้เลยทันที แต่เมื่อไหร่ที่คุณไม่ใช้เรซิ่นชนิดเดิมหรือต้องการจะนำไปเก็บให้ทำความสะอาดโดยใช้ IPA ในการทำความสะอาดและใช้ผ้าขนหนูหรือกระดาษในการเช็ดแท่นพิมพ์ 

     

     

     

     

     

การล้างชิ้นงานด้วยตัวเอง

การล้างชิ้นงานจะต้องใช้ Isopropyl alcohol (IPA)  หรือ tripropylene glycol monomethyl ether (TPM) จะละลายเรซิ่นเหลวทำให้มีประสิทธิภาพการเกาะตัวกันน้อยลง สำหรับการล้างชิ้นงานที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์ SLA ของ Formlabs จะมีปัจจัยในการล้างให้ชิ้นงานออกมาดีที่สุดอยู่ประมาณ 2 ปัจจัยที่จะทำให้ชิ้นงานสะอาด คือ การละลาย และการกวน ซึ่งควจจะกวนให้น้ำยา IPA เข้าไปละลายเรซิ่นเหลวที่ติดอยู่ที่ชิ้นงานออกให้หมด จาดนั้นให้ทำการแช่ชิ้นงานโดยจะต้องใช้เวลาในการแช่ล้างชิ้นงานใน IPA ให้เหมาะสมกับเรซิ่นแต่ละชนิด  ถ้าขนาดของชิ้นงานเล็กลงก็ให้ลดระยะเวลาในการล้างน้อยลงเช่นเดียวกันด้วยตามความเหมาะสมเช่นกัน

  1. กวนชิ้นงานในตัวทำละลาย IPA

    เมื่อเปิดถังล้างแรกแล้วให้นำชิ้นงานมาวางลงบนตะแกรงที่ใช้วางชิ้นงานเพื่อเขย่าให้เรซิ่นละลายออกเป็นเวลา 30 วินาทีเป็นอย่างน้อย การกวนช่วยขจัดเรซิ่นเหลวออกจากพื้นผิวด้านนอกของชิ้นงาน

  2. แช่ชิ้นงานในตัวทำละลาย IPAปิดฝาถังล้างและปล่อยให้ชิ้นส่วนนั้นแช่ประมาณครึ่งหนึ่งของเวลาที่แนะนำทั้งหมด
  3. นำชิ้นงานมาแช่ในถังล้างที่ 2

ย้ายชิ้นงานในถังล้างที่ 1 ไปยังถังล้างที่ 2 จากนั้นทำซ้ำขั้นตอนที่ 1 และ 2 เพื่อกวนและแช่ชิ้นส่วนในเวลาที่เหลือเพิ่มเติม

 

การอบแห้ง

ในกรณีที่ใช้ IPA ในการล้างชิ้นงานเรซิ่นควรปล่อยทิ้งไว้ให้ชิ้นงานแห้งสนิทก่อนหลังจากการล้างเป็นเวลาประมาณ 30 นาทีเป็นอย่างน้อย แต่ถ้าหากใช้ TPM ให้ปล่อยชิ้นงานทิ้งไว้ให้แห้งและล้างต่อด้วยน้ำเปล่าจากนั้นค่อยนำชิ้นงานไปอบให้แห้งสนิทการจะอบด้วยวิธีของตนเอง หรือใช้เครื่อง Form Cure ก็ได้เช่นกัน แต่ควรจะศึกษาวิธีการอบชิ้นงานให้เหมาะสมกับเรซิ่นแต่ละชนิด

 

Post-Curing

การอบชิ้นงานจะมีปัจจัยที่สำคัญอยู่ 2 อย่าง คือ การเลือกใช้ระยะเวลาในการอบและอุณหภูมิ เพราะเรซิ่นของ Formlabs มีหลากลายชนิดแต่ละชนิดจะใช้ความยาวของค่าแสงในการอบอยู่ที่ 405 นาโนเมตร ซึ่งสามารถเลือกใช้ค่าต่างๆ นี้ได้ตามข้อมูลเอกสารของการเลือกใช้เวลาและอุณหภูมิในการอบชิ้นงาน และการใช้งานเครื่อง Form Cure ซึ่งสำหรับผู้ใช้งานที่ไม่ได้มีเครื่อง Form Cure ก็สามารถอบด้วยวิธีของตัวเองได้

เคล็ดลับ : แนะนำให้แกะซัพพลอตออกหลังจากการอบชิ้นงานให้แห้งแล้วเท่านั้นเพราะ ชิ้นงานจะได้ไม่เสียรูปทรงเดิมเนื่อวจากถ้าแกะซัพพลอตออกก่อนการอบ ชิ้นงานนั้นจะยังมีเนื้อผิวที่อ่อนตัวอยู่ขณะที่ตัดซัพพลอตอาจจะสงผลให้ชอ้นงานเสียรูปได้

 

การแกะซัพพลอต

การแกะ ตัดซัพพลอตออกจากชิ้นงานให้ใช้คีมตัดที่มีไปให้ในชุดล้าง Finish Kit เพื่อช่วยตัดส่วนซัพพลอตออก การตัดนั้นให้ตัดห่างจากชิ้นงานเล็กน้อยเพื่อป้องกันไม่ให้โดนผิวของชิ้นงานเข้าไปนอกจากนี้คุณยังสามารถใช้มีดคัตเตอร์ตัดแต่งรอยซัพพลอตได้เพื่อลบรอยซัพพลอตที่เหลือจากการตัด หรืออาจจะใช้กระดาษทราบก็ได้เช่นกัน

ข้อควรระวัง : สวมแว่นตานิรภัยเพื่อป้องกันดวงตาจากชิ้นส่วนเรซิ่นที่หลุดออกมา

 

Form Wash

การใช้งานเครื่อง Form Wash

**บทความนี้ใช้กับ Finishing, Form 1+, Form 2, Form 3, Form 3B**

        Form Wash มีหน้าที่ไว้ใช้งานล้างทำความสะอาดเรซิ่นเหลวที่ติดกับตัวชิ้นงานที่เสร็จสิ้นจากการพิมพ์จากเครื่อง Form 2, Form 3 และ Form 3B ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรจะให้การดูแลและปฏิบัติตามคำแนะนำเป็นพิเศษนี้เพื่อให้แน่ใจว่าเกิดความปลอดภัยกับการทำงานของตัวเครื่อง และให้เครื่องมีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากขึ้น

ข้อควรระวังเกี่ยวกับเครื่อง Form Washการตั้งค่าหลังจากได้รับเครื่องการใช้งานเบื้องต้นการวัดความเข้มข้นของ IPAการเปลี่ยนถ่าย IPA

ข้อควรระวังเกี่ยวกับเครื่อง Form Wash

1.ห้ามทำการแก้ไข และดัดแปลง

        เครื่อง Form Wash ควรจะใช้งานงานตามที่กำหนดไว้เท่านั้น ห้ามทำการดัดแปลงตังเครื่อง Form Wash โดยไม่ได้รับการอนุญาติจากผู้ผลิตอย่างชัดเจน และไม่ได้รับคำแนะนำจาก Formlabs ซึ่งถ้ามีการนำไปดัดแปลงจะทำให้ตัวเครื่องนั้นถูกยกเลิกการรับประกันทันที และอย่าถอดแผงวงจรด้านล่างของตัวเครื่องออกเพราะจะอาจทำให้ตัวเครื่องเสียหายได้

2.ไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ (IPA)

        ควรจะทำการศึกษาเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัย (SDS) จากผู้จำหน่ายสาร Isopropyl Alcohol (IPA) เสมอว่าควรจะมีการดูแลรักษา หรือการจักเก็บสารนี้อย่างไรเพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด

ก่อนการใช้งาน IPA ควรสวมถุงมือ และใช้ IPA ในบริเวณที่มีการระบายอากาศได้ดีซึ่งจะทำให้ IPA ระเหยอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเมื่อนำมาใช้งานเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ปิดฝาทุกครั้งหลังจากใช้งานแล้ว ให้ใช้ปั๊มกาลักน้ำที่แถมมาให้เพื่อหลีกเลี่ยงการหกหรือล้นของ IPA จากการนำสารออกมาใช้งานล้างกับเครื่อง Form Wash และจะทำให้ง่ายขึ้นในการเช็ดระดับการเติมสาร IPA กับเครื่อง Form Wash เมื่อมีการเคลื่อนย้ายตัวเครื่อง Form Wash ควรจะนำสาร IPA ออกจากตัวเครื่องทุกครั้ง

3.เรซิ่น (Resin)

        ปฏิบัติตามขั้นตอนความปลอดภัยทางเคมีมาตรฐานและคำแนะนำในการจัดการเรซินของ Formlabs ควรจะสวมถุงมือทุกครั้งที่มีการใช้งานเรซิ่น (Resin) หรือไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ (IPA) ในกรณีที่เรซินสัมผัสกับผิวหนังให้ล้างด้วยสบู่และน้ำ 

ควรจะศึกษาเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (SDS) ก่อนการใช้งานทุกครั้งเสมอเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับความปลอดภัยและการจัดการวัสดุของ Formlabs การผสมกันของเรซิ่นและ IPA ควรได้รับการจัดการตามข้อ กำหนดที่ถูกต้องของสารทั้ง 2 อย่าง

4. คำเตือนเพิ่มเติม

        Form Wash เป็นอุปกรณ์ที่มีส่วนประกอบทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่นเดียวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วๆ ไป ดังนั้นควรจะมีการใช้งานอย่างระมัดระวัง

-อย่าใช้งาน Form Wash เมื่อสายไฟหรือปลั๊กเสียหาย
-ควรจะถอดปลั๊กไฟก่อนทำความสะอาดัวเครื่อง Form Wash ทุกครั้ง
-ใช้อุปกรณ์ในบำรุงรักษาตัวเครื่องให้เหมาะสม ต่อการทำความสะอาด
-เมื่อเปิดใช้งานตัวเครื่อง Form Wash ควรจะตั้งตัวเครื่องลงบนพื้นที่มีความเรียบและได้ระดับเท่านั้น *ห้ามใช้งานบนพื้นที่เอียง

 

การตั้งค่าหลังจากได้รับเครื่อง

หลังจากได้รับตัวเครื่อง Form Wash เรียบร้อยแล้วให้นำมาตั้งไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสมเป็นระนาบที่เรียบเพื่อป้องกันการล้นและหกของน้ำยาล้าง IPA ภายในตัวเครื่อง เมื่อเปิดออกจากกล่องมาในถังของตัวเครื่องสามรถใส่ IPA ได้ 8 ลิตรโดยประมาณหรือเตรียมไว้ 10 ลิตร 

 

เครื่อง Form Wash มีขนาด 26.2 ซม. × 29.3 ซม. × 34.0 ซม. (10.3 นิ้ว × 11.5 นิ้ว × 13.4 นิ้ว) พื้นที่ในการจัดวางตัวเครื่องควรจะมีพื้นที่ด้านไว้เผื่อไว้ 30 ซม.(12 นิ้ว) เพราะว่าตัวแท่นและตะแกรงในการล้างงานจะยกตัวขึ้นมาด้านบน ห้องที่ตั้งเครื่อง Form Wash ไว้ควรจะมีการระบายอากาศที่ดีมีอุณมิระหว่าง 18- 28° C (64–82 ° F)

 

การแกะกล่องเครื่อง Form Wash

Form Wash ถูกแพ็คมาอย่างดีภายในกล่องจะมีโฟมกันกระแทกที่ด้านบน และด้านล่างของตังเครื่องที่โฟมด้านบนจะมีอุปกรณ์เสริมที่จะใช้เกี่ยวกับการล้างมาให้ด้วย การยกออกจากกล่องให้สอดมือเข้าไปภายในกล่องที่ด้านล่างเพื่อจับและยกตัวเครื่องขึ้นมาจากกล่องให้ทำการตรวจสอบการรัดสายล็อคตะแกรงว่าถูกตัดออกหรือยังก่อนการเปิดเครื่องใช้งาน ให้เก็บอุปกรณ์เสริมที่แถมมาไว้ที่ด้านข้างของตัวเครื่องที่อยู่ด้านหลัง เพื่อความสะดวกสบายต่อการใช้งานของตัวท่านเอง

 

  1. Platform Mount : แท่นพิมพ์
  2. Basket : ตะแกรงสำหรับไว้ล้างชิ้นงาน
  3. Basket Mount : ตะขอที่ไว้จับยึดตะแกรง
  4. Outer Lid: ฝาปิดด้านบน เพื่อป้องกันการระเหยของ IPA ภายในถังล้าง
  5. Inner Lid : ฝาปิดด้านบนที่อยู่ด้านในของเบอร์ 4 เพื่อป้องกันการระเหยของ IPA ภายในถัง เมื่อชิ้นงานล้างเสร็จแล้วและตะแกรงถูกยกให้ลอยขึ้นมาอยู่ด้านบนของตัวเครื่อง
  6. Wash Bucket : ภาชนะบรรจุ IPA ซึ่งสามารถบรรจุได้สูงสุด 8.6 ลิตร และมีใบพัดค่อยหมุนทำให้ IPA ชะล้างชิ้นงานได้ดีมากยิ่งขึ้น และตัวถังบรรจุสามารถถอดออกได้
  7. Display : แสดงสถานะเวลา และตัวเลือกสำหรับการกำหนดค่าการล้างของ Firm Wash
  8. Knob : ปุ่มที่สามารถหมุนหรือกด เพื่อปรับเวลาและเพื่อเริ่ม หยุดชั่วคราว หรือสิ้นสุดรอบการล้าง
  9. Tool Storage : ทั้งด้านซ้ายและด้านขวาจะมีพื้นที่สำหรับการจัดเก็บเครื่องมือเสริมมาไว้ให้
  10. Power Supply : ตัวเเปลงจ่ายไฟให้กับเครื่อง Form Wash ใช้แรงดันไฟ 24 V, 2 A
  11. Isopropyl Alcohol (IPA) : สิ่งนี้จะไม่รวมใน set ของตัวเครื่องจะต้องหาซื้อเอง โดยสารตัวนี้จะใช้ล้างเรซิ่นออกจากชิ้นงานถ้าจะซื้อให้เริ่มที่อย่างน้อยที่ 10 ลิตร ความเข้มข้นจะต้อง 90% หรือสูงกว่า

เครื่องมือที่มีให้ภายในกล่อง

  1. Flush Cutters (A): ใช้เพื่อตัดเสา support ออกจากชิ้นงาน
  2. Removal Tool (B): ใช้เพื่อแกะชิ้นงานออกจากแท่นพิมพ์
  3. Hydrometer (C): ลูกลอยที่ใช้วัดระดับความเข้มข้นของสารปนเปื้อนใน IPA จะได้รู้ว่าควรจะเปลี่ยน IPA เมื่อใด
  4. Scraper (D) : ใช้ปาดและนำชิ้นงานออกจาก resin tank และ แท่นพิมพ์เมื่อมีชิ้นงานติดหรือเสียหายจากการพิมพ์
  5. Tweezers (E) : ใช้เพื่อจับชิ้นงานที่มีขนาดเล็กหรือมีความละเอียดสูงเพื่อจะตัด support ออกได้อย่างเหมาะสม
  6. Siphon Pump (F) : ใช้เพื่อถ่ายโอนสาร IPA ระหว่างถังล้าง และภาชนะที่ใช้เก็บสารIPA

พื้นที่ในการจัดเก็บเครื่องมือ และอุปกรณ์เสริม จะอยู่ที่ด้านข้างทั้ง 2 ด้านของตัวเครือง Form Wash เพื่อให้จัดเก็บอุปกรณ์นั้นเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้นต่อการนำไปใช้งาน ซึ้งสามารถเก็บอุปกรณ์ได้ดังต่อไปนี้ :

  • Powder-free disposable gloves
  • Sandpaper
  • Mineral oil
  • Primer and paints

 

Serial name ของตัวเครื่อง

เครื่องของ Formlabs ทั้งหมดมี serial name เป็นชื่อแทนหมายเลขประจำเครื่องซึ่งใช้เพื่อติดตามการผลิต และการขายโดยจะแสดงประวัติการซ่อมหรือปัญหาต่าง สามรถทำการแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดบนตัวเครื่องได้หรือการอัพเดท firmware โดยการเชื่อมต่อผ่านเครือข่าย จะทำให้สามารถเข้าถึงตัวเครื่อง Form Wash หรือ Form Cure สามารถทำได้ดังต่อนี้ :

  1. ถอดสายไฟออก
  2. เชื่อมต่อสายไฟอีกครั้ง
  3. เมื่อหน้าจอแสดง “Formlabs” ให้กดปุ่มค้างไว้ทันที หน้าจอแสดงชื่อตัวเครื่อง และ firmware ปัจจุบันของเครื่อง

 

การตั้งค่าตัวเครื่อง Form Wash

อันตราย : สาร Isopropyl Alcohol (IPA) เป็นวัตถุไวไฟควรปิดฝาและเก็บให้พ้นจากมือเด็กเล็ก

  • เติมสาร IPA ลงในถังโดยการเปิดฝาด้านนอกของเครื่อง Form Wash จากนั้นนำสาร IPA เติมลงไปในถังให้ถึงระดับระหว่างเส้นเติมต่ำสุดอยู่ที่ (7.8 L) และสูงที่สุด (8.6 L) สำหรับการเติมสาร IPA ที่ถูกต้องควรจะใช้ Siphon Pumpเข้ามาช่วยในการดูดสาร IPA จากถังเก็บไปยังถังของเครื่อง Form Wash เพื่อไม่ให้ IPA กระเด็นได้ขณะเติม
  • เชื่อมต่อแหล่งจ่ายไฟเข้าที่ด้านหลังของตัวเครื่อง เสียบสายไฟจากอะแดปเตอร์จ่ายไฟที่มีมาให้ภายในกล่องของตัวเครื่อง Form Wash ช่องเสียบแหล่งจ่ายไฟจะอยู่ใกล้กับช่อง USB
  • คาริเบทโดยใช้เครื่องมือ Hydrometer ส่วนประกอบของ Hydrometer มีดังต่อไปนี้ :– O-ring (A) :โอ-ริง วัดค่าความเข้มข้น
    – Float (B) : ลูกลอย
    – Handle (C) : ด้ามจับ
    – Tall Wings (D) : ขีดวัดระดับขีดสูง
    – Short Wings (E): ขีดวัดระดับขีดต่ำ
    – Weight (F) : ลูกน้ำหนักถ่วง

      การใช้ Hydrometer ใช้มือจับที่ด้านบนตรง Handle (C) นำไปใส่ในถังล้างที่มีได้เติมสาร IPA เรียบร้อยแล้ว เมื่อนำ Hydrometer ใส่ลงไปในถังเรียบร้อยแล้วให้เลื่อน O-ring ขึ้นลงให้ตรงกับระดับขีด Short Wings (E) เมื่อตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้วให้นำไปเก็บไว้ในพื้นที่จัดเก็บด้านข้างของตัวเครื่อง Form Wash (เมื่อปรับระดับ O-ring ได้แล้วห้ามเลื่อนอีกเด็ดขาด นอกจากจะทำการเปลี่ยนสาร IPA ใหม่) เมื่อใช้เครื่อง Form Wash ไปในสักระยะหนึ่งแล้วต้องการจะทราบว่าสาร IPA อยู๋อยู่ภายในเครื่อง Form Wash นั้นควรจะใช้ต่อไหมเพราะเมื่อมีการล้างชิ้นงนเรซิ่นที่ติดอยู่กับชิ้นงานของเราจะปะปนลงไปในสาร IPA ในถังเรื่อยๆ จนสาร IPA ในถังนั้นมีความเข้มข้นของสิ่งเจือบนมากเกินไป ซึ่งจะไม่เหมาะสมต่อการล้างชิ้นงานแล้วถ้าใช้ล้างต่อชิ้นงานก็จะไม่สะอาด ดังนั้นควรจะทำการวัดอีกครั้งโดยนำ Hydrometer ที่ได้ปรับ O-ring ตั้งแต่ครั้งแรกแล้วไว้นั้นมาจุ่มลงไปในถังอีกครั้งและอ่านค่าที่ได้ โดยการสั่งเกตุดังนี้ ถ้า O-ring ลอยขึ้นมาอยู่ระหว่าง Tall Wings (D) กับ Short Wings (E) แสดงว่าสาร IPA ภายในถังล้างนั้นยังสามารถใช้ล้างชิ้นงานต่อไปได้ แต่ถ้าเมื่อใด O-ring ลอยขึ้นมาเหนือ Tall Wings (D) แสดงว่าสาร IPA ในถังล้างนั้นมีสิ่งเจือปนมากไม่เหมาะสมที่จะใช้สาร IPA ภายในถังล้างแล้วควรจะเปลี่ยนสาร IPA ใหม่ทันที 

 

การใช้งานเบื้องต้น

     เครื่อง Form Wash ที่พร้อมใช้งานั้นจะต้องเติมสาร IPA ลงไปในถังล้างก่อนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมตามด้านข้างของตัวเครื่อง และดังนั้นก็ทำการคาริเบทโดยใช้ Hydrometer ไม่ว่าจะล้างแบบที่ชิ้นงานติดกับแท่นพิมพ์ และแกะชิ้นงานออกจากแท่นพิมพ์ไปไว้ในตะแกรงล้าง โดยชิ้นงานที่เครื่อง Form Wash สามารถใส่เข้าไปล้างภายในตัวเครื่องได้มีขนาดเท่ากับ 14.5 × 14.5 × 17.5 ซม. (5.7 × 5.7 × 6.9 นิ้ว)

หมายเหตุ : สวมถุงมือเมื่อหยิบจับส่วนที่ปนเปื้อนด้วยสาร IPA หรือเรซิ่นเหลวเพื่อป้องกันการสัมผัสผิวหนังที่จะทำให้เกิดอันตรายได้

การควบคุม Form Wash

การควคุมเครื่อง Form Wash นั้นสามารถควบคุมผ่านปุ่มที่อยู่ด้านหน้าของตัวเครื่องใกล้ๆ กับหน้าจอได้เลย โดยการหมุนและกด หน้าจอจะแสดงรายละเอียดการควบคุม เช่น การตั้งเวลาในการล้าง การเริ่ม-หยุดการทำงาน การเปิดฝา-ปิดฝา

  • Start : การเลื่อนรางสไลด์ที่มีชิ้นงานที่ติดอยู่กับแท่นพิมพ์ หรือในตะแกรงล้างลงมาในถังล้างและปิดฝา จากนั้นจะเริ่มการล้างทันที
  • Open : การเลื่อนรางสไลด์ที่มีตะแกรงล้างขึ้นมาจากถังล้าง
  • Sleep : การเลื่อนรางสไลด์ที่มีตะแกลงล้างลงมายังถังล้าง จากนั้นเลือกและกด Start เพื่อเริ่มการล้าง
  • Time : การตั้งค่าเวลาที่ใช้ในการล้างชิ้นงาน
  • Pause : การหยุดการล้างชั่วขณะ และเวลาก็ยังคงค้างอยู่เท่าเดิมเพื่อทำการล้างต่อได้
  • End : การเสร็จสิ้นการล้างทันที่

1.ใส่ชิ้นงานเพื่อล้าง

การใส่ชิ้นงานเพื่อทำการล้างนั้น จะต้องยกรางสไลด์ที่อยู่ภายในถังล้างขึ้นมาก่อน โดยการใช้ปุ่มควบคุมกดที่ Open

เพื่อให้การล้างนั้นง่ายขึ้นสามารถนำงานที่ติดกับแท่นพิมพ์มาเสียบเข้าไปที่ขายึบจับที่อยู่ด้านบนของตะแกรงได้เลยโดยให้หมุนชิ้นงานคว่ำลงและเสียบเข้าไป

ข้อควรระวัง : ห้ามทำการล้างชิ้นงานโดยที่ไม่มีตะแกรงล้างอยู่ภายในเครื่อง เพราะขณะที่ทำการล้างอยู่นั้นชิ้นงานอาจจะหลุดออกมาจากแท่นพิมพ์ได้ เมื่อหลุดออกมาแล้วถ้าไม่มีตแกรงรองอยู่ที่ด้านล่างจะทไให้ชิ้นงานได้โดนกับใบพัดที่อยู่ด้านล่างถังล้างและทำให้เกิดความเสียหายได้

ล้างชิ้นงานขนาดใหญ่

         การล้างชิ้นงานที่มีขนาดใหญ่กับเครื่อง Form Wash ควรจะสังเกตุให้แน่ใจว่าเมื่อนำชิ้นงานลงไปในถังล้างแล้วนั้นจะไม่ได้กีดขวางการวนของ IPA ตะแกรงล้าง ด้านข้างของถังล้าง ฝาปิดภายใน เพื่อป้องกันการเกิดความเสียหายได้ 

ล้างชิ้นงานที่มีผิวแบบโค้งเว้าขณะที่ติดอยู่กับแท่นพิมพ์

         ชิ้นงานบางชิ้นให้สังเกตุดูว่ามีส่วนที่โค้งเว้า หรือเป็นแอ่งหรือเปล่า เพราะขณะที่ล้างโดยการใส่ไปกับแท่นพิมพ์นั้นผิวที่มีความโค้งเว้านั้นจะเป็นพื้นที่กักเก็บตะกอนของเรซิ่นและฝุ่นที่ได้ทำการล้างออกไปตกค้างอยู่ในพื้นผิวส่วนนั้นได้ ดังนั้นควรจะทำการล้างซ้ำครั้งที่ 2 เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีตะกอนเหล่านั้นตกค้างเหลืออยู่ที่ชิ้นงาน 

 

2.การตั้งค่าเวลาในการล้าง

การตั้งค่าเวลาในการล้างโดยการใช่ปุ่มที่หน้าเครื่อง Form Wash โดยการเลือกเวลานั้นสามารถเลือกใช้ได้ตาม คู่มือการตั้งค่าเวลาล้างชิ้นงาน  เมื่อเลือกเวลาที่ใช้ล้างได้แล้วนั้นให้กดปุ่นเพื่อเริ่มการล้าง เมื่อชิ้นงานถูกเลื่อนลงไปในถังล้างเรียบร้อยแล้วควรจะสังเกตุว่าฝาด้านบนสุดได้ปิด และถ้าต้องการหยุดการทำงานให้หมุนเลือกที่ Pause เพื่อหยุดเพื่อยกรางสไลด์และตะแกรงล้างขึ้นมาทำการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น จากนั้นค่อยเริ่มล้างชิ้นงานต่อ

3.ทำให้ชิ้นงานแห้งหลังจากการล้าง

        เมื่อเครื่อง Form Wash ทำการล้างเสร็จสิ้นแล้ว รางสไลด์พร้อมตะแกรงจะยกขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ซึ่งสาร IPA จะหยดลงบนฝาปิดด้านในและชิ้นงานจะเริ่มแห้งจากการล้าง ควรจะตรวจสอบให้แน่ใจถ้าชิ้นนั้นมีส่วนที่เป็นผิวโค้งเว้า กลวง ว่ามีตะกอนของเรซิ่นตกค้างอยู่หรือไหม โดยควรปล่อยให้แห้งเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 30 นาที หลังจากการล้าง เมื่อชิ้นงานแห้งแล้วแต่ผิวของชิ้นงานจะยังไม่แข็งอย่างสมบูรณ์ควรจะทำการแกะชิ้นงานออกจากแท่นอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ

4.การเสร็จสิ้นการล้าง

  นำแท่นพิมพ์ออกจากขายึดจับจากตัวเครื่อง Form Wash เมื่อล้างและปล่อยชิ้นงานแห้งเรียบร้อยแล้ว

การบำรุงรักษา

        ความเข้มข้นของ IPA จะเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีส่วนของเรซินที่ละลายผสมกันอยู่ในแต่ละการล้างทุกๆ ครั้ง เพื่อให้การล้างมีประสิทธิภาพสูงที่สุดควรจะทำตามขั้นตอนดังนี้ :

  • ใช้ Hydrometer เพื่อตรวจสอบความเข้มข้นเรซินของ IPA ในถังล้าง ควรจะตวจสอบทุกครั้งที่ทำการล้างชิ้นงาน
  • แทนที่ตัวทำละลายของคุณตามต้องการสำหรับการล้างชิ้นแล้วแต่การเลือกใช้งาน (IPA และ TPM)
  • การเติมสารละลาย IPA หรือ TMP ตามปริมาณที่เหมาะสมต่อการล้างควรจะอยู่ระหว่างขีดบอกระดับ Max และ Min
  • ควรเลือกล้างชิ้นงานที่ใช้เรซิ่นชนิดใกล้เคียงกัน หรือให้สังเกตุจากสีของชิ้นงาน เพื่อให้การล้างมีประสิทธิภาพได้สูงสุด
  • หากทำการล้างชิ้นงานที่เป็นเรซิ่นหลายๆ ชนิดปะปนกันควรจะเปลี่ยน IPA หรือ TPM ให้บ่อยขึ้น เพื่อให้การล้างมีประสิทธิภาพได้สูงสุด และผิวของชิ้นงานออกมาดีที่สุด
  • เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านทางชีวภาพในการล้างเรซิ่นโดยการใช้ IPA ที่มีความเข้มข้น 96% หรือสูงกว่า
  • ปล่อยให้ชิ้นงานแห้งก่อนทำการอบแห้ง Cure

การวัดความเข้มข้นของ IPA

         เมื่อเวลาผ่านไป IPA ในถังล้างจะเข้มข้นขึ้นด้วยเรซิ่นเหลวที่หลุดมาจากการล้างชิ้นงาน ทำให้ลดประสิทธิภาพของการล้างลง มีวิธีการวัดโดยใช้ Hydrometer ที่มาพร้อมกับ Form Wash เพื่อตรวจสอบความเข้มข้นของ IPA ระหว่างการล้างใยแต่ละครั้ง เพื่อช่วยพิจารณาว่าเมื่อใดควรจะเปลี่ยนสาร IPA เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการล้าง

ข้อควรระวัง : ควรสวมถุงมือทุกครั้งที่หยิบจับชิ้นงาน หรือล้างชิ้นงาน

การใช้เครื่องล้าง Form Wash นั้นสร้างล้างชิ้นงานได้ประมาณ 200 ชิ้นต่อการเติม IPA ใหม่ 1 ถัง หรือถ้าไม่ต้องการเปลี่ยนสาร IPA ใหม่ทั้งหมดสารสามารถเปลี่ยนของใหม่เข้าแทนได้ในสัดส่วนเพียงเล็กน้อย หรือประมาณ 5-10% ของ IPA ทั้งหมดภายในถังล้าง ให้พิจารณาตามความเหมาะสมโดยใช้ Htdrometer วัดค่าความเข้มเข้นของ IPA ก่อนใช้ 

  1. นำ Hydrometer ที่เก็บไว้ด้านหลังของเครื่องออกมา
  2. นำ Hydrometer จุ่มลงไปในถังล้างเรซิ่นที่ต้องการวัด IPA
  3. เมื่อ Hydrometer ลอยอยู่ในถังล้างให้สังเกตุที่ O-ring ว่าอยู่ที่ระดับใด อยู่ระหว่าง Tall Wings  กับ Short Wings หรือสูงกว่า

ความเข้มข้นของ IPA จะเปลี่ยนไปมากขึ้นเมื่อล้างชิ้นงานจำนวนมากๆ เพราะมีสิ่งเจือปนรวมอยู่ในสาร IPA เยอะจะทำให้ลูกลอยของ Hydrometer นั้นลอยสูงขึ้น O-ring mี่ตั้งไว้ตั้งแต่แรกก็จะลอยสูงขึ้นถ้าเกินขีด Tall Wings ให้ทำการเปลี่ยน IPA ใหม่หรือถ่ายออกแค่ 5-10% ตามความเหมาะสมและวัดด้วย Hydrometer อีกครั้ง

การเปลี่ยนถ่าย IPA

   การตรวจสอบความเข้มข้น IPA ต้องใช้ Hydrometer และทำการเปลี่ยน IPA ตามต้องการจะใช้ล้างชิ้นงานให้สะอาดมากที่สุด ซึ่งการเปลี่ยน IPA นั้นจำเป็นที่ต้องใช้อุปกรณ์เพิ่มเติม โดยมีขั้นตอนดังนี้ :

  • ใช้ Siphon pump เพื่อถ่าย IPA จากถังเก็บไปยังเครื่อง Form Wash
  • ถังที่ใช้บรรจุ IPA สามารถใส่ IPA ได้ปริมาณ 8.6 L
  • เติม IPA บริสุทธิ์ 8.6 L

Siphon pump

        ปั๊มกาลักน้ำใช้แรงโน้มถ่วงในการถ่ายโอนของเหลวระหว่างภาชนะ ปั๊มกาลักน้ำถูกออกแบบมาเพื่อถ่ายโอนของเหลวโดยไม่ต้องใช่การฉีดแบบสายยาง ใช้ปั๊มกาลักน้ำเพื่อหลีกเลี่ยงการเติม IPA มากจนเกินไปหรือการหกออกนอกถังล้างระหว่างเติมหรือนำออก ในการประกอบปั๊มกาลักน้ำให้หมุนด้ามจับ (A) เข้ากับหลอดแข็ง (B) ของปั๊มกาลักน้ำ ตามภาพ

การเปลี่ยน IPA

         ทำตามขั้นตอนเหล่านี้เพื่อถ่ายโอน IPA จาก Form Wash ไปยังภาชนะบรรจุที่ทนต่อสารเคมีซึ่งกำหนดไว้อย่างปลอดภัยสำหรับ IPA ที่มีความเข้มข้นสูง และทำการเติม IPA ใหม่ลงใน Form Wash เริ่มต้นด้วยการเปิดฝาด้านนอกเปิดฐานยกขึ้นแล้วถอดตะกร้าออก หรือทำตามขั้นตอนเหล่านี้ :

  • นำถังล้างและฝาปิดออก

ยกถังล้างออกทางข้างหน้าตัวเครื่อง และยกขึ้นเล็กน้อย วางถังล้างลงบนพื้นผิวที่สะอาดมั่นคงจากนั้นยกฝาด้านในออก

  • ใช้ Siphon pump

ยกถังล้างขึ้นให้เหนือภาชนะเก็บ IPA ให้นำท่อปลายด้านที่แข็งใส่ลงไปในถังล้าง และอีกท่ออีกด้านที่สามารถงอได้ใส่ไปที่ภาชนะเก็บ IPA จากนั้นให้บีบพลาสติกสีแดงให้น้ำไหลออกจากด้านที่ 1 ไปด้านที่ 2 เมื่อไหล่คงที่แล้วให้เลิกบีบแล้วปล่อยได้ตามปกติ  เพราะ IPA จะไหลเองแแบอัตโนมัติ

  • ทำความสะอาดถังล้าง

สำหรับการล้างที่สะอาดที่สุดให้ล้างถังด้วย IPA แล้วเช็ดด้วยกระดาษชำระหากจำเป็น

  • เติม IPA ใหม่เข้าไปในถังเหมือนเดิม

ใช้ปั๊มกาลักน้ำเพื่อเติม IPA ลงในถังล้างระหว่างเส้นต่ำสุดและสูงสุด

  • นำฝามาปิดที่ด้านบนถังล้าง

จัดแนวขอบด้านหน้าของฝาปิดด้านในให้ตรงกับขอบของถังล้างแล้ววางฝาลงตรงด้านบนของถัง

  • นำถังล้างกลับเข้าไปในตัวเครื่อง Form Wash

 

 

ลูกค้า: บริษัท สวารอฟสกี้ เจมสโตนส์ (ประเทศไทย) จำกัด

ลูกค้า: บริษัท สวารอฟสกี้ เจมสโตนส์ (ประเทศไทย) จำกัด

ขอขอบคุณ บริษัท วารอกี้ เจมโตน์ (ประเทศไทย) จำกัด
ที่อุดหนุนเครื่องพิมพ์สามมิติ Form2 ครบชุดไปใช้ในการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพดียิ่่งขึ้น

3D Printer: Form2Form CureForm Wash

Bangkok Gems&Jewelry Fair 2019 at Impact Challenger Hall 1-3

Bangkok Gems&Jewelry Fair 2019 at Impact Challenger Hall 1-3

     เตรียมพบกับเราภายในงาน ” Bangkok Gems&Jewelry Fair 2019 ”  ในวันที่ 20-24 กุมภาพันธ์ 2562  ณ อิมแพคเมืองทองธานี Challenger Hall 1-3 โดยภายในงานจะนำเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ไปโชว์พร้อมกับข้อเสนอพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องราคาย่อมเยาสำหรับผู้เริ่มต้นใช้งาน หรือจะเป็นเครื่องราคาสูงที่เหมาะสำหรับผู้พัฒนาที่ชอบงานขนาดใหญ่ และที่สำคัญเราจะนำเครื่องที่ใช้ทำงานทางด้าน Jewelry โดยเฉพาะไปโชว์ที่สามารถทำงานขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ดี โดยใช้เรซิ่นหล่อในการขึ้นรูปชิ้นงาน ส่วนใครที่ยังลังเลอยู่อยากได้เครื่องพิมพ์หรือเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ ที่ถูกใจสักเครื่องไว้ใช้งานสามารถเดินเข้ามาฟังข้อเสนอ และสินค้าได้ที่ Booth WW56 งานจะเริ่มเวลา 10.00-18.00 น. ส่วนวันสุดท้านวันที่ 24 จะเริ่มเวลา 10.00-17.00 น. ท่านใดมาก่อนได้รับข้อเสนอก่อน ทางเราจะมีทีมงานคอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับตัวเครื่องที่เหมาะสมต่อการใช้งานกับท่าน 

 

 

แผนผังภายในงานครับ!!

 

ลูกค้า: บริษัท พลาสติค และหีบห่อไทย จำกัด(มหาชน)

ลูกค้า: บริษัท พลาสติค และหีบห่อไทย จำกัด(มหาชน)

ขอขอบคุณ บริษัท พลาสติค และหีบห่อไทย จำกัด(มหาชน)
ที่อุดหนุนเครื่องพิมพ์สามมิติ Form2 ครบชุดไปใช้ในการผลิตสินค้าเพื่อผู้บริโภคให้มีคุณภาพดียิ่่งขึ้น

3D Printer: Form2, Form Cure, Form Wash

ลูกค้า: กรมวิทยาศาสตร์บริการ

ลูกค้า: กรมวิทยาศาสตร์บริการ

ขอขอบคุณ กรมวิทยาศาสตร์บริการ
ที่อุดหนุนเครื่องพิมพ์สามมิติ Form2 ครบชุด และเครื่องสแกนสามมิติ Einscan Pro ไปใช้ในการกิจการของหน่วยงาน

3D Printer: Form2Form CureForm Wash

3D Scanner : Einscan Pro

ลูกค้า: บริษัท ธัญญ่าแจ่มจ้า จำกัด

ลูกค้า: บริษัท ธัญญ่าแจ่มจ้า จำกัด

ขอขอบคุณ บริษัท ธัญญ่าแจ่มจ้า จำกัด
ที่อุดหนุนเครื่องพิมพ์สามมิติ Form2 ครบชุดไปใช้ในการผลิตป้ายโฆษณาให้มีคุณภาพดียิ่่งขึ้น

3D Printer: Form2Form CureForm Wash

Form Cure มินิรีวิว เครื่องอบ UV อัตโนมัติ

Form Cure มินิรีวิว เครื่องอบ UV อัตโนมัติ

จากบทความที่แล้วที่เราพูดถึง แกะกล่องและรีวิว Form2
เรามาต่อกันที่ Form Cure เป็น Process สุดท้ายของระบบเรซิ่น ตามหลักแล้วชิ้นงานที่ขึ้นจากเครื่องพิมพ์ระบบ SLA/DLP นั้นโมเดลที่ได้จะยังไม่แข็งแรง 100% พันธะของโพลิเมอร์จะถูกสร้างประมาณ 50-70% (ขอพูดว่า Bond แล้วกันนะครับ) เวลาพิมพ์เสร็จหรือล้างเสร็จหากใครเคยใช้ จะรู้ว่างานยังนิ่มๆ+เหนียวๆอยู่ เหมือนดินเหนียวแห้งๆ หากต้องการให้ Bond แข็งแรงขึ้นก็ต้องอบ UV (หรือตากแดดเลยก็ได้ เพราะในแดดก็มี UV เหมือนกัน) ชิ้นงานที่อบ UV เสร็จจะสร้าง Bond สมบูรณ์ขึ้น แข็งแรงขึ้น

หมายเหตุ  Form Cure ต้องซื้อเพิ่ม หากไม่ซื้อก็ไม่เป็นไรสามารถใช้ Form2 ไปตามปกติ // กรณีหลังจากล้างชิ้นงานเสร็จ ชิ้นงานแห้งดีแล้ว เราสามารถเอาไปตากแดดก็ได้ หรือ หาหลอดไฟ UV เปิดส่องชิ้นงานก็ได้ หาซื้อได้ทั่วไป อีกอันที่คนนิยมใช้คือเครื่องอบเล็บ (เวลาสาวๆไปทำเล็บ จะมีเครื่องฉาย UV ให้เล็บแห้ง)

Set Up เบื้องต้น
การติดตั้งเบื้องต้นของเครื่องนี้ง่ายครับ แกะกล่อง เอาจานหมุนใส่ในเครื่อง เสียบปลั๊กและใช้ได้เลย หลักการทำงานของเครื่องมีอยู่ด้วยกัน 3ส่วน อุ่น-ฉาย-หมุน คือ เครื่องสามารถทำความร้อนได้ เมื่อความร้อนถึงระดับเครื่องจะเริ่มทำงาน โดยจะหมุนชิ้นงานเราไปเรื่อยๆบนถาดหมุน โดยในตัวเครื่องจะ LED UV 405nm อยู่ 13 ตำแหน่ง ชิ้นงานก็จะถูกส่องแสงไปเรื่อยๆทำให้ชิ้นงานสร้าง Bond ได้เต็มที่

ตั้งอุณหภูมิ และ เวลา
เรซิ่นแต่ละชนิดใช้เวลาในการสร้าง Bond ไม่เหมือนกันโดยเราสามารถ Set ค่าดังกล่าวได้ที่เครื่อง Form Cure โดยเวลาสามารถตั้งได้ระหว่าง 1-990นาที ส่วนอุณหภูมิสามารถตั้งได้ระหว่าง 35-80c เช่น Resin Standard Grey ควรใช้เวลา 30นาที ด้วยอุณหภูมิ 60c เป็นต้น
การตั้งค่า เวลา และ อุณหภูมิสำหรับเรซิ่นชนิดต่างๆ สามารถดูข้อมูลโดยตรงได้จากทาง Formlabs หรือ จาก >>Guide Line การตั้งอุณหภูมิ และ เวลา<< 

Form Cure Specification

Dimensions
26.2 x 26.2 x 34.0 cm
10.3 x 10.3 x 13.4 in
Height when open: 64 cm (25.2 in)
Weight
5.6 kg
12.4 lbs
Turntable Diameter
19.3 cm
7.6 in
Maximum Part Height
18.5 cm (7.28 in)
Operating Temperature
Suggested 18—28 °C
Suggested 64—82 °F
Maximum Cure Chamber Temperature
80 °C
176 °F
Light Source
13 multi-directional LEDs
LED Power
LED Radiant Power
39 W
9.1 W
LED Wavelength
405 nm
Power Requirements
90–240 V
6.0 A 50/60 Hz
144 W

อ่านเพิ่มเติม
แกะกล่อง+รีวิว Form2
มินิรีวิว Form Wash