fbpx

ออกแบบเคสนาฬิกาเอง!! ใช้งานเอง!! แบบง่ายๆ

ออกแบบเคสนาฬิกาเอง!! ใช้งานเอง!! แบบง่ายๆ

วันนี้เราจะมาว่าด้วยเรื่องของการออกแบบเคสนาฬิกาใช้งานเอง ซึ่งเอาจริงๆ เลยตอนแรกนั้นรุ่นน้องของผมเองที่ออฟฟิศใช้นาฬิกา รุ่น Xiaomi Amazfit GTS แล้วเกิดอยากได้เคสของนาฬิการุ่นนี้เพื่อไม่อยากให้ตัวเครื่องเป็นรอยก็ได้สั่งเคสจากใน shopee มาแต่ผลที่ได้คือเคสที่สั่งมานั้นใส่กับตัวของนาฬิกาไม่ได้ ก็เลยมีความคิดที่ว่าเราสามารถออกแบบตัวเคสเองได้นิเพราะ เรามีทั้งเครื่องสแกนเนอร์และเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ก็เลยลงมือทำเองซะเลย โดยหลักๆ แล้วการออกแบบนี้นั้นก็จะใช้สกิลและเครื่องมือพอสมควรอยู่นะครับ เดี๋ยวผมจะมาอธิบายการทำตั้งแต่เริ่มต้นกันเลยดีกว่า

ขั้นตอนของการสแกนนาฬิการต้นแบบ
เครื่องที่ผมเลือกใช้นั้นจะเหมาะกับงานที่มีขนาดเล็กเป็นหลัก และตัวเครื่องจะมีการทำงานที่ง่ายมากๆ คือเครื่อง Shining 3D AutoScan Inspec เราแค่คลิกเม้าส์ไม่กี่ครั้งก็ได้ตัวอย่างนาฬิกาที่จะไปทำเคสออกมาแล้ว ซึ่งตัวนาฬิกา Xiaomi Amazfit GTS นั้นจะเป็นสีดำจะทำให้เครื่องสแกนเนอร์ไม่สามารถสแกนได้ และหน้าจอเป็นกระจก ดังนั้นผมจึงใช้สเปรย์แป้งเพื่อให้ตัวนาฬิกามีสีที่สว่างและง่ายต่อการนำไปสแกนกับเครื่อง AutoScan Inspec เราก็แค่ใส่เข้าไปในแท่นจับของตัวเครื่องและก็กดสแกนตามปกติ เมื่อเราสแกนด้านที่ 1 ได้แล้วก้ให้พลิกตัวนาฬิกาขึ้นมาอีกด้านที่ยังไม่ได้สแกน จากนั้นโปรแกรมของเครื่องสแกนเนอร์จะทำการ align ตัวชิ้นงานให้เองอัตโนมัติ ซึี่งผมขออธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องสแกนเนอร์ตัวนี้หน่อยคือสามารถสแกนงานได้ขนาดใหญ่สุดที่ 10*10*7.5 cm ให้ความละเอียดที่ตัวชิ้นงานได้ที่ 10um (0.01 mm) มีระบบการทำงานแบบ 3 แกนที่จะมุนตัวชิ้นงานเองอัตโนมัติ และใช้แสงในการสแกนเป็นแบบ Blue Light ส่วนนามสกุลไฟล์ที่เราได้จากการสแกนเสร็จนั้นคือ .STL หรือสามารถดูรีวิวเกี่ยวกับตัวเครื่องเพิ่มเติมได้ ที่นี่

AutoScan-INspec Desktop 3D Inspection System
รายละเอียดเกี่ยวกับตัวเครื่อง Autoscan-Inspec
พ่ยสเปรย์แป้งเพื่อให้ตัวงานสแสกนได้งานขึ้น ถ้าเป็นสีดำ มันเงา หรือใสจะสแกนไม่ได้
เริ่มการสแกนโดยตัวเครื่องจะหมุนชิ้นงานให้เราเองอัติโนมัติ
เมื่อสแกนเสร็จเรียบร้อยจะได้ไฟล์นามสกุล .STL ลักษณะตามนี้

ขั้นตอนการแก้ไข Revers Engineer โดยใช้ Solid Edge Software
มาถึงขั้นตอนนี้จะค่อนข้างยากนิดหนึ่งแต่สำหรับผู้ที่มีความสามารถทางด้าน Software การเขียน CAD 3D อยู่แล้วก็จะง่ายมากๆ เลยละครับ แต่สำหรับผมเองก็พอทำได้บ้าง ซึ่งเจ้า Software Solid Edge อันนี้จะเป็นตัวที่จะมีพร้อมๆ กับเครื่องสแกนเนอร์อยู่แล้วการใช้งานก็จะคล้ายๆ กับ SolidWorks เลยแต่เครื่องมือจะไม่ได้เหมือนกัน ไฟล์ที่เรานำมาเปิดเพื่อทำการ Revers Engineer ผมจะลดขนาดจาก Software ของเครื่องสแกนเนอร์ก่อนจาก 70MB ให้เหลืออยู่ 30MB เพราะว่าอะไร ถ้าไฟล์งานที่นำมาทำงานมีขนาดใหญ่เกินไปแน่นอนว่ากระตุกแน่ๆ ใน Software Revers Engineer ผมเลยเลือกที่จะลดให้ไฟล์เล็กลงแต่ความละเอียดของตัวงานนั้นจะยังเป็นที่ยอมรับได้อยู่เพราะเคสของนาฬิกาก็จะมีขนาดใหญ่กว่าตัวเรือนอยู่แล้ว ผมจะตั้ง Offset ของผิวงานให้ออกมาจากไฟล์ 3D scan ประมาณ 0.2-0.5 mm เพื่อชดเชยเมื่อนำไฟล์ที่ได้จากการ Revers Engineer นั้นไปพิมพ์ขึ้นตัวชิ้นงานจริงจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติในขึ้นตอนถัดไป การออกแบบผมเลือกที่จะทำเป็นชิ้นด้านบน และด้านล่างแยกกัน เพื่อป้องกันได้ทั้งตัวเรือนของนาฬิกาเราไปดูการออกแบบกันเลยดีกว่าครับ

Software Solid Edge ใช้ในการ Revers Engineer
Software Solid Edge ใช้ในการ Revers Engineer
Software Solid Edge ใช้ในการ Revers Engineer
Software Solid Edge ใช้ในการ Revers Engineer
ไฟล์งานที่พร้อมจะนำไปพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ
ไฟล์งานที่พร้อมจะนำไปพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

ขั้นตอนการขึ้นรูปต้นแบบด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ
ในขั้นตอนนี้ผมจะใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติ ของค่าย Formlabs Form3 เป็นเครื่องที่ใช้ระบบ SLA ที่ให้ความละเอียดสูงที่ 25um(0.025mm) และมีน้ำยาให้เลือกหลากหลายในการใช้งานบางชนิดน้ำยาสามารถนำไปใช้งานได้จริงด้วยปต่ผมได้เลือกน้ำยาที่ใช้งานต้นแบบคือ Standard Clear ก็คือเรซิ่นชนิดธรรมดาแต่เป็นสีใส ก่อนอื่นเลยเมื่อเรานำไฟล์ที่ได้มานั้นมาจัดเรียกตำแหน่งที่เหมาะสม ผมจะเลือกเอียงงานให้จุดแรกที่ขึ้นตัวงานนั้นเป็นจุกที่เล็กทีสุดและด้านบนจะเป็นส่วนที่ผมจะไม่อยากให้ส่วนที่เรียกว่า Support ไปแตะโดนเพราะเวลาเราแกะ Support ออกนั้นจะต้องนำมาขัดออกเองก็เลยจะเลือกด้านที่เป็นจุดที่มีพื้นที่ผิวที่เยอะและเรียบไปสัมผัสกับส่วน Support ความละเอียดที่ผมเลือกคือ 100um (0.1 mm) ก็จะใช้เวลาในการพิมพ์ประมาณ 3-4 ชั่วโมง เมื่อเราพิมพ์เสร็จเรียบร้อยแล้วก็ต้องนำไปล้างด้วยน้ำยาล้าง IPA และผมจะรีบนำไปเป่าด้วยปั้มลมเพื่อให้ตัวงานไม่เกิดคราบจากการล้าง เมื่อแน่ใจว่าแห้งเรียบร้อยแล้วให้นำตัวชิ้นงานไปอบประมาณ 10-15 นาที อุณหภูมิ 50-60 องศา เพราะงานมีความบางแค่ 1 mm ความบางทีอบนานไปตัวงานจะหดตัวค่อนข้างเยอะและอาจจะกรอบแตกง่าย จากนั้นนำมาแกะ Support ออก ส่วนจุดที่เป็นลอยนู้นๆ จาก Support ผมจะใช้กระดาษทรายเบอร์ 250/400/1000 ในการขัดแต่ง และถ้าเราขัดเสร็จเรียบร้อยแล้วทุกคนจะสังเกตุเห็นว่าจะเป็นคราบขาวๆ ที่เกิดจากการขัดด้วยกระดาษทรายนั้นปมจะใช้น้ำมันหล่อลื่นทาที่ตัวงานแล้วนำไปอบแห้งอีกครั้งโดยใช้เวลา 10 นาที อุณหภูมิที่ 50 องศา ก็เพียงพอแล้ว

การจัดเรียงงานเพื่อนำไปพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ Form3
ชิ้นงานเมื่อพิมพ์เสร็จแล้ว นำไปเป่าด้วยปั้มลม
ชิ้นงานเมื่อพิมพ์เสร็จแล้ว นำไปเป่าด้วยปั้มลม
นำชิ้นงานมาขัดด้วยกระดาษทราย ลบลอย Support
นำชิ้นงานมาขัดด้วยกระดาษทราย ลบลอย Support
นำมาลองประกอบกับตัวเรือนนาฬิกาจริง
นำมาลองประกอบกับตัวเรือนนาฬิกาจริง
นำมาลองประกอบกับตัวเรือนนาฬิกาจริง

What can we do of FORM 3L

What can we do of FORM 3L

เราจะมีเครื่องพิมพ์เรซิ่นที่

ขนาดใหญ่ พิมพ์งานละเอียด มีน้ำยาเรซิ่นหลากหลายประเภทให้เลือกใช้มากมาย เป็นเครื่องที่เหมาะแก่การใช้งานผลิตโมเดลต้นแบบ และใช้งานจริงได้ในทุกวงการ อย่าง งานวิศวะกรรม ทันตกรรม สถาปัตยกรรม

และอีกๆหลายแห่งก็ใช้ได้ไปทำไมกันนะ????

เรามาทำความรู้จักกับ Form 3L คร่าวๆกันดีกว่า ว่าเค้ามีดียังไงบ้างหนอออออ….

เครื่องระบบเรซิ่นจาก Formlabs พัฒนาต่อมาจาก Form 2 ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก Form 3L (มีขนาดพิมพ์ 335 x 200 x 300 mm. ใหญ่กว่า Form 3 ประมาณห้าเท่า) มีระบบใหม่เข้ามาชื่อ Low Force Stereolithography (LFS) เป็นระบบที่ลดแรงดึงระหว่างชิ้นงานกับถาดพิมพ์ ทำให้ถาดพิมพ์ใช้งานได้นานขึ้น, พิมพ์ได้เร็วขึ้น (ไม่ต้องใช้ไม้ปาดเหมือน Form 2) และ พิมพ์ชิ้นงานได้สวยขึ้น อีกอย่างที่มีพิมพ์พัฒนาขึ้นมาเป็นระบบ Light Processing Unit(LPU) แบบใหม่ ทำให้แสงเลเซอร์ที่ตกกระทบกับเรซิ่นมีจุดที่เล็กลง แม่นยำมากขึ้นเป็น 85 ไมครอน ไม่ลดคุณภาพของแสงเลเซอร์ที่ขอบของจอ

โดยใน Form 3L จะมี LPU ให้มา 2 ชุด เลยทำให้ไม่ต้องกังวลปัญหาเรื่องการพิมพ์งานช้า มีสองหัวช่วยกันทำงาน ถาดเรซิ่นของ Form 3L ก็ต้องใช่สองขวดเลยโดยขวดเรซิ่นดังกล่าวยังสามารถใช้ร่วมกันได้ระหว่าง Form 2, Form 3, Form 3L

 

และก่อนที่เราจะได้เจอะเจอกับเครื่องของจริงที่กำลังจะวางตลาดเรามาดูกันดีกว่าว่ามันสามารถทำอะไรที่เราคิดไม่ถึงได้ในขนาดที่ใหญ่บิ๊กได้บ้าง

นี่คงเป็นความใฝ่ฝันของหลายๆคนที่ทำงานด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเวลาเรียนหรือทำงาน ตอนที่ต้องการชิ้นงานโมเดลต้นแบบ เราต้องมานั่งหล่อปูน ขัดโฟม เลเซอร์คัตแผ่นวัสดุเพื่อมาเชื่อมติดกันอีก และสิ่งที่ได้นอกจากชิ้นงานที่(อาจจะไม่)สมบูรณ์100% แล้ว เรายังได้ทั้งน้ำตาและหยาดเหงื่อที่ลงแรงกับงานชิ้นนั้นอีก ซึ่งทั้งหมดที่เสียไปนั้นจะได้งานเพียง 1 งานเท่านั้น และหากเป็นงานที่ต้องการจำนวนมากๆ ก็คูณความทรมานนั้นไปอีกสิครับ…..พูดแล้วเศร้า

แต่ปัญหาเหล่านั้นจะหมดไปหากได้รู้จักและทดลองใช้เครื่อง FORM 3L เครื่องพิมพ์เรซิ่นขนาดใหญ่ที่มี ขนาดการพิมพ์อยู่ที่ 335 x 200 x 300 mm. ความละเอียดสูง แทบจะไม่ต้องขัดแต่งอะไรเพิ่มเติม แถมยังมีความแข็งแรงพอที่จะนำไปทำแม่พิมพ์หล่อชิ้นงานอีกด้วย

ไม่ใช่แค่เหมาะกับโปรดักซ์ทั่วไปๆ ยังเหมาะกับงานประเภทที่ต้องการความแม่นยำสูงๆ และมีรายละเอียดที่ซับซ้อนจนยากที่จะขึ้นชิ้นงานด้วยมือหรือเครื่องจักรอื่นๆที่มีขีดจำกัดในการขึ้นงานบางมุม แต่ด้วยระบบ SLA ที่ทำงานเป็นเหมือนกับการแบ่งชิ้นงานเป็น Layer ที่สามารถแยกย่อยให้ได้มากขึ้ง 0.025 mm. หรือ 25 Micron ต่อ 1 Layer ทำให้การขึ้นชิ้นงานที่มีรายละเอียดสูงนั้นทำได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องกลัวว่ารายละเอียดไหนจะหลุดลอกหายไปได้ อีกทั้งสเกลยังแม่นยำ การหดตัวที่น้อยมากๆแทบจะไม่เห็นความต่างจากแบบจริง ถ้าหากคุณยังไม่อยากที่จะขึ้นงานต้นแบบโลหะ กัดแม่พิมพ์เพื่อแค่ลองเช็คแบบแล้วละก็ Form 3L ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆสำหรับงานทางวิศวกรรมแบบนี้…

เหมาะกับการใช้ในโรงงาน Workshop ห้องปฏิบัติงานทางวิศวกรรม และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

และด้วยความละเอียด และแม่นยำมากขนาดนี้ ทางFormLabได้รับความนิยมอย่างมากในงานของ Dental และทางการแพทย์ ตั้งแต่รุ่น Form 3  ซึ่งขายดิบขายดี ทันตแพทย์ให้ความสนใจในการทำโมเดลฟันอย่างมาก เพราะด้วยขนาดของฟันแต่ละซี่ที่เล็กและละเอียดต่างกันในแต่ละซี่ ซึ่งทาง Form 3L ก็สามารถลบจุดด้อยนั้นได้ด้วยการพัฒนาระบบเลเซอร์ให้มีความเล็กและละเอียดขึ้นถึง Laser Spot Size : 85 microns ฟันซี่เล็กๆหรือปลายฟันที่เป็นจุดเล็กก็สามารถขึ้นงานได้สบายมากและมาพร้อมกับฐานการพิมพ์ที่ใหญ่ถึง 335 x 200 mm. ทำให้การจัดวางของโมเดลนั้นมีจำนวนที่เยอะมาก ทำให้การทำงานสามารถทำงานได้รวดเร็วและขึ้นทีเดียวหลายคน แต่หากไม่ได้ใช้เครื่องพิมพ์3มิติแล้วการขึ้นต้นแบบนั้นจะใช้เวลาเยอะและลงแรงในการทำแต่ละซี่ค่อนข้างมาก และหากจ้างร้านข้างนอกทำราคาก็จะสูงมากๆพอกับซื้อเครื่องได้เลยละ…

เหมาะกับการทำงานในโรงพยาบาล คลินิก และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

และเอาใจสายโมเดล Figure และ Statue เพราะว่าคุณจะสามารถพิมพ์โมเดลขนาดใหญ่ได้ใน 1 ชิ้น ซึ่งแต่ก่อนเราจะต้องพิมพ์แยกส่วนเพื่อนำมาประกอบกันทีหลังทำให้โมเดลมีจุดรอยต่อของชิ้นส่วนทำให้ต้องมาเก็บชิ้นงานกันอีกรอบและเสียเวลาไปอีกมาก แต่หากคุณต้องการให้โมเดลออกมาเป็นชิ้นเดียวกันโดยไร้รอยต่อนั้น เครื่อง Form 3L ก็เหมาะแล้วที่จะทำความฝันให้เป็นจริงได้ไม่ยาก

 

ขนาดของตัวเครื่องจะอยู่ที่ กว้าง 775 x ยาว 520 x สูง 735 mm. จึงต้องการพื้นที่ในการวางเครื่องและสำหรับการพิมพ์อยู่เหมือนกัน ซึ่งก็ไม่มีปัญหาหากเป็นห้องแลปและพื้นที่ Workshop อยู่แล้วซึ่งเหมาะกับการทำงานมาก และเนื่องจากแท็งพิมพ์มีขนาดใหญ่ทำให้จุเรซิ่นได้เยอขึ้นกลิ่นก็จะตามมาเช่นกัน การมีพื้นที่โล่งซักหน่อย ให้ระบายกลิ่นได้ก็จะดีมากเลยครับ

เทียบขนาดของ Form 3B และ Form 3L

และนี่คือ สเปคเปรียบเทียบระหว่างเครื่อง Form 2 , Form 3 Form 3L

และในการทำงานในหลายๆประเภทนั้นเครื่อง Form สามารถทำงานได้ครอบคลุมแทบทุกวงการกันเลยทีเดียวเนื่องจาก วัถุดิบในการขึ้นชิ้นงานนั้นมีเรซิ่ให้เลือกหลากหลาย เช่น Standard Resin เน้นความสวยงาม และราคาประหยัด, Flexible Resin ชิ้นงานที่พิมพ์ออกมามีความยืดหยุ่น คล้ายยาง, Tough Resin ชิ้นงานที่ได้ออกมาจะมีความแข็งแรงสูง สามารถนำไปใช้งานเชิงกล เจาะสง่าน ขันสกูร ใช้งานเชิงกลได้, Wax Cast Resin เพื่อพิมพ์แล้วสามารถเอาไปหล่อโลหะได้ เหมาะกับการทำงานเครื่องประดับ Jewelry , Dental Model Resin เรซิ่นที่ไว้พิมพ์ชิ้นงานทางทันตกรรมได้ และอีกมากมายกว่า 20 ชนิดให้เลือกใช้งาน

Preview Form3L

เปิด Pro-Oder ลงทะเบียนแล้ววันนี้ แถมฟรี เครื่องอบ UV และ เครื่องสำรองไฟ UPS พร้อม

Package ประกอบด้วย
– เครื่อง Formlabs Form 3L
– แท่นพิมพ์ Build Plateform
– ถาดพิมพ์ พร้อมกล่องใส่ Resin tank
– ชุดเครื่องมือทำความสะอาด Finish Kit : Cleaning Tools
– ชุดเครื่องมือล้างชิ้นงาน Finish Kit : Rinse Bucket

พรีออเดอร์แล้วตอนนี้ คลิ๊ก!!
ลงทะเบียน >> https://forms.gle/1tbKcRafcVDviFSf7

สนใจเครื่องพิมพ์ Form3L :