พิมพ์ชิ้นงานที่มีทั้งความแข็งและยืดหยุ่นได้ด้วย Tough 1500 Resin

พิมพ์ชิ้นงานที่มีทั้งความแข็งและยืดหยุ่นได้ด้วย Tough 1500 Resin

Formlabs ได้เปิดตัวเรซินชนิดใหม่ Tough 1500 Resin สำหรับเครื่อง SLA Form 3 และ Form 2

Tough 1500 เป็นเรซินที่ให้ความแกร่ง และมีความยืดหยุ่นเมื่อดัดงอ และจะดีดกลับได้อย่างรวดเร็ว และทำซ้ำ ๆ ได้ด้วย เหมาะสำหรับต้นแบบที่ทำงานได้เหมือนจริง จิ๊กและฟิกเจอร์ และข้อต่อต่าง ๆ มันยังมีคุณสมบัติเหมือน polypropylene ในแง่ของความแกร่ง และความแข็งแรงอีกด้วย

Tough 1500 Resin เป็นเรซินที่มีความยืดหยุ่นมากที่สุดในกลุ่ม Tough และ Durable ซึ่งไม่แตกต่างกันมากภายใต้การรับแรง แต่จะแตกต่างกันชัดเจนในแง่ของ stiffness และ elongation

จะเลือกใช้ Tough 1500 ในกรณีใดบ้าง

Tough 1500 Resin ใช้งานได้ดีกับงานที่เป็นต้นแบบ และข้อต่อที่มีการบิดตัวแล้วดีดกลับบ่อย เช่นสปริง การประกบงานแบบ snap fits หรือ press fits และบานพับ

Tough 1500 Resin ยังเหมาะกับงานจิ๊กและฟิกเจอร์ ที่ต้องใช้งานอยู่ตลอดเวลา และซับแรงกระแทกได้ด้วย ด้วยคุณสมบัติที่มีความแกร่ง ความแข็งแรง และการรับแรงกระแทก ทำให้ Tough 1500 เป็นเรซินที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับแทบทุกอุตสาหกรรมการผลิต

การทำต้นแบบงาน Polypropylene ด้วย Tough 1500 Resin

Polypropylene เป็นเทอร์โมพลาสติกที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในสินค้าอุปโภคแทบทุกชนิด คุณสามารถใช้ Tough 1500 Resin จำลองความแข็งแรงของสินค้าที่จะผลิตด้วย polypropylene

ข้อมูลเชิงลึกทางเทคนิคของ Tough 1500 Resin

การประเมินลักษณะที่ดีของวัสดุ เราต้องดูที่คุณสมบัติทางด้านเทคนิคของมัน Tough 1500 Resin มีความสมดุลย์ทั้งด้าน elongation และ modulus ทำให้มันมีความยืดหยุ่นสูง และสามารถสปริงกลับไปยังตำแหน่งเดิมได้อย่างรวดเร็ว

  • Elongation เป็นการวัดว่าวัสดุนั้นสามารถดึงยืด หรือดัดงอไปได้ไกลแค่ไหน
  • Modulus เป็นการวัดความแกร่งของวัสดุว่าจะบิดงอ หรือยืดได้ง่ายแค่ไหน 

ชิ้นงานที่พิมพ์ด้วยวัสดุนี้สามารถดัดงอไปได้มาก และดีดกลับมาอยู่ในรูปเดิมได้อย่างรวดเร็ว

ข้อมูลทางเทคนิคของ Tough 1500 Resin หลังจากอบแล้ว

Ultimate Tensile Strength Tensile Modulus Elongation at Break Flexural Modulus Notched Izod
33 MPa 1500 MPa 51% 1400 MPa 67 J/m

Data was obtained from parts printed using Form 2, 100 μm and post-cured with a Form Cure for 60 minutes at 70 C.

ดาวน์โหลด Technical Data Sheet ที่นี่

 ตัวเลข 1500 ที่อยู่ในชื่อของ Tough 1500 Resin มาจากค่าของ tensile modulus (หน่วย MPa) ซึ่งจากนี้ไปหากมีการพัฒนาสูตรเรซินใหม่ ๆ Formlabs จะใช้ตัวเลขต่อจากชื่อชนิดของเรซิน ซึ่งจะช่วยให้คุณเลือกใช้วัสดุที่มีความแกร่งตามความต้องการได้ง่ายขึ้น

 

ตัวอย่างการใช้งาน Tough 1500 Resin – ตัวยึดเซ็นเซอร์ของรถเทสลา

บริบัท Unplugged Performance เป็นผู้ผลิตรถยนต์ให้เทสลา แต่เดิมพนักงานจะต้องย้ายหัวเซ็นเซอร์ในส่วนกันชน ของรถยนต์เทสลาซึ่งมีทั้งหมด 6 จุดในรถหนึ่งคัน โดนแกะจากอันเดิมซึ่งใช้เวลาประมาณ 45 นาที แล้วไปใส่อันใหม่ซึ่งใช้เวลาอีก 10 นาที เป็นการอัพเกรดรถให้ลูกค้า ทำให้การเปลี่ยนเซ็นเซอร์ของรถแต่ละคันใช้เวลาถึงหนึ่งวันครึ่ง

ตอนนี้ได้มีการใช้เครื่องพิมพ์ของ Formlabs ในการพิมพ์ตัวยึดเซ็นเซอร์ครั้งละ 30 ชิ้น ทำให้การถอด และใส่เหลือเพียงขั้นตอนเดียว ช่วยให้ทำเสร็จได้ถึงสามคันต่อวัน

Unplugged Performance ใช้ Tough 1500 Resin ในการพิมพ์ตัวจับยึดเนื่องจากมีคุณสมบัติที่เหมาะสม สามารถติดตั้งได้อย่างมั่นคง และใช้ได้กับเซ็นเซอร์หลายรุ่น และ Tough 1500 Resin ก็ยังมี impact strength สูงเหมาะจะใช้กับกันชนอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ Tough 1500 Resin ยังมีสีเทา สามารถทำชิ้นส่วนที่มองเห็นได้โดยมันจะดูกลมกลืนกับห้องโดยสารอีกด้วย

 

Priming a printer and starting a remote print (Form 3/Form 3B)

เริ่มใช้งานการพิมพ์แบบ remote (Form 3/Form 3B)

This article applies to Form 3, Form 3B

คุณสามารถสั่งพิมพ์งานได้แม้จะมีงานยุ่ง หรือออกข้างนอก แค่เตรียมเครื่องให้พร้อม(Prime) ส่งไฟล์ไปรอ แล้วสั่งพิมพ์จากสถานที่ใดๆ ในโลกก็ได้

ข้อสังเกต:

การพิมพ์แบบรีโมทต้องใช้บัญชี Dashboard และเครื่องพิมพ์ของคุณจะต้องเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตอยู่

การเตรียมเครื่องพิมพ์ (Prime)

ถ้าหากคุณได้ทำการเตรียมเครื่องพิมพ์ของคุณล่วงหน้าแล้ว คุณสามารถส่งไฟล์ไปเข้าคิวรอ และเริ่มพิมพ์โดยอัตโนมัติแม้เครื่องจะอยู่ห่างออกไปไกลๆ 

  1. ที่หน้าจอเริ่มต้นของเครื่องพิมพ์ แตะที่ปุ่ม Prime จากนั้นที่หน้าจอ และสถานะของ PreForm ของคุณจะแสดงคำว่า Primed.
  2. เปิดโปรแกรม Preform.
  3. Add หรือ select เครื่องพิมพ์ของคุณที่ primed แล้วจาก Printer List.
  4. เลือกชนิดของวัสดุพิมพ์ในโปรแกรม ให้ตรงกับวัสดุในเครื่องพิมพ์ 
  5. Open, orient, และ support โมเดลของคุณ
  6. Name your print job. ตั้งชื่องานของคุณ
  7. ส่งงานไปยังเครื่องพิมพ์ของคุณ:
    • เชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์กับเครื่องพิมพ์โดยใช้ USB 
    • เชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์กับเครือข่าย Local Area Network (LAN) โดยใช้สาย Ethernet
    • เชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์กับเครือข่าย Wi-Fi 
  8. ตรวจสอบความคืบหน้าของงานผ่าทาง Dashboard.

ข้อสังเกต:

หากคุณอยู่นอกสถานที่ หรือเครื่องพิมพ์ไม่ได้ต่อกับเน็ตเวิร์คเดียวกัน ดังนั้นใน PreForm จะมองไม่เห็นเครื่องพิมพ์ และไม่สามารถส่งไฟล์งานไปพิมพ์ได้ คุฯสามารถเปิดคำสั่ง Remote Printing เพื่อพิมพ์งานจากต่างเน็ตเวิร์คได้

การตั้งค่าสำหรับ remote printing

เมื่อ Remote Printing ถูกเปิดใช้งาน เครื่องพิมพ์จะไม่ได้ถูกควบคุมจากโปรแกรม PreForm โดยตรง ทั้งเครื่องพิมพ์ และโปรแกรม PreForm จะส่งข้อมูลทั้งหมดไปยัง Dashboard และ Dashboard จะแชร์ข้อมูลกลับไปยังสองส่วนข้างต้น

โปรดแน่ใจว่าได้ตั้งค่าให้เรียบร้อยก่อนส่งงานไปยังเครื่องพิมพ์

  1. เริ่มต้นจากล็อกอินในบัญชี Dashboard account 
  2. ลงทะเบียนเครื่องพิมพ์ของคุณโดยแตะที่หน้าจอ Settings > Connectivity > Register to Dashboard 
  3. ที่หน้าจอสัมผัสของเครื่องพิมพ์แตะที่ Settings > Connectivity > Remote Printing เพื่อเปิดใช้งาน
  4. ติดตั้งถาดเรซิน ขวดเรซิน และแท่นพิมพ์เข้าในเครื่องพิมพ์
  5. ที่หน้าแรกของจอสัมผัสให้แตะที่ Prime จะเห็นว่าบนหน้าจอสัมผัส ในโปรแกรม PreForm และ ใน Dashboard จะแสดงสถานะ Primed
  6. เปิดโปรแกรม PreForm แล้วคลิกที่ Account เพื่อล็อกอินเข้าบัญชี Dashboard ของคุณ
  7. เพิ่ม หรือเลือกเครื่องพิมพ์ที่ได้ Prime แล้วจากรายการเครื่องพิมพ์
  8. เลือกชนิดของเรซินให้ตรงกับที่ใส่ไว้ในเครื่อง 
  9. เปิดไฟล์งาน ปรับทิศทาง และใส่ซัพพอร์ต ให้กับโมเดลของคุณ
  10. ตั้งชื่อไฟล์งาน แล้วส่งไปเข้าคิวรอพิมพ์ การส่งไฟล์ไปยังเข้าคิวอาจใช้เวลาหลายนาที ขึ้นอยู่กับขนาดของงาน สถานะของเครื่องพิมพ์จะถูกเปลี่ยนเป็น Preparing to Print เมื่อไฟล์งานถูกส่งไปเรียบร้อยแล้ว
  11. ตรวจสอบความคืบหน้าของงานได้ใน Dashboard

ข้อสังเกต:

คุณจะต้องล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้งานเดียวกันทั้งใน PreForm และใน Dashboard เพื่อจะได้มองเห็นเครื่องพิมพ์ที่ prime แล้วของคุณ

ทำให้ remote printing เป็นส่วนหนึ่งในระบบงานของคุณ

การส่งไฟล์งานไปเครื่องพิมพ์โดยใช้ Remote Printing ช่วยเพิ่มไฟล์งานของคุณเข้าไปในคิว หากชนิดของเรซินในเครื่องตรงกับที่เลือกไว้ในไฟล์งานเครื่องก็จะพิมพ์งานตามคิวที่เรียงไว้ หากเรซินที่ใส่ไว้ไม่ตรงกัน เครื่องพิมพ์จะไม่พิมพ์ให้ คุณจะต้องอัพโหลดงานใหม่โดยให้มีเรซินตรงกับในเครื่อง

ในการสั่งพิมพ์โดยใช้ Remote Printing:

  1. นำงานที่พิมพ์เสร็จก่อนหน้าออกจากเครื่องพิมพ์ แล้วใส่แท่นพิมพ์อันใหม่เข้าไปในเครื่อง
  2. ตรวจสอบว่าที่เครื่องพิมพ์ได้เปิดการใช้งาน remote printing โดยแตะที่หน้าจอสัมผัส Remote Printing
  3. ตรวจสอบว่าสถานะของเครื่องพิมพ์เป็น Primed โดยแตะที่ Prime ที่หน้าแรกของเมนู
  4. ใช้ชื่อผู้ใช้งาน Dashboard เดียวกันกับที่ใช้ใน PreForm
  5. Add หรือ select เครื่องพิมพ์ของคุณที่ primed แล้วจาก Printer List.
  6. เลือกชนิดของเรซินให้ตรงกับที่ใส่ไว้ในเครื่องพิมพ์
  7. สร้างไฟล์งานใน PreForm
  8. ส่งไฟล์งานไปยังเครื่องพิมพ์
  9. ติดตามความคืบหน้าของงานพิมพ์จาก Dashboard

ข้อสังเกต:

ป้องกันการใช้ remote printing แบบต่อเนื่องโดยการแตะที่ Unprime บนหน้าจอสัมผัส

UMass Lowell ผสมผสานศิลปะกับเทคโนโลยีได้อย่างไร

UMass Lowell ผสมผสานศิลปะกับเทคโนโลยีได้อย่างไร

Yuko Oda มีพื้นฐานในด้านวิจิตรศิลป์ เธอได้รับวุฒิปริญญาโทด้านประติมากรรมจาก Rhode Island School of Design จากนั้นเธอก็ไปทำงานในนิวยอร์คกับสถาบัน New York Institute of Technology (NYIT) ที่นั่นทำให้เธอได้ใช้เครื่องพิมพ์สามมิติเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นระบบเส้นพลาสติก (FFF) และเครื่องระบบ Stereolithography (SLA) ก่อนที่จะร่วมงานกับมหาวิทยาลัย Massachusetts Lowell (UMass Lowell) ในปี 2017 ทุกวันนี้วิทยาลัยต่าง ๆ มีการนำการพิมพ์สามมิติมาใช้ในการเรียนมากขึ้น ตั้งแต่การออกแบบ ไปจนถึงงานแอนนิเมชั่น และการปั้น เป็นการส่งเสริมนักเรียน และปรับปรุงหลักสูตรให้ทันกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่กำลังเปลี่ยนไปจากการปฏิบัติแบบเดิมๆ

เทคโนโลยี และศิลปะที่ UMass Lowell

Yuko and students print projects on Form 2. Photo Credit: Jim Higgins

เครื่องพิมพ์สามมิติเริ่มเป็นสิ่งที่เห็นได้ทั่วไปในวิทยาลัย และโรงเรียนเทคนิคต่าง ๆ ทั่วโลก และนักศึกษาจำนวนมากได้ผสมผสานเทคโนโลยีนี้เข้ากับแผนการศึกษาของพวกเขา ขณะนี้การมีเครื่องพิมพ์สามมิติในที่ทำงานเป็นเรื่องปรกติแล้ว ดังนั้นสถานศึกษาก็จะต้องเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาสำหรับการเริ่มงานในอนาคตซึ่ง UMass Lowell มีความตั้งใจจะให้การปั้น และการออกแบบสามมิติมีความทันสมัยกับศตวรรษที่ 21 เมื่อ Yuko เข้ามาทำงาน เธอเริ่มสั่งซื้อเครื่องพิมพ์สามมิติชนิดต่างๆ เข้ามาใช้งาน

Yuko ได้นำเอาความหลงไหลในศิลปะ และเทคโนโลยีเข้ามาในห้องเรียนที่เธอสอนด้านประติมากรรม การขึ้นรูปสามมิติและแอนนิเมชั่น และสื่อเชิงโต้ตอบ นักศึกษารู้ดีว่าพวกเขาต้องเรียนรู้และเข้าใจ แอนนิเมชั่นสามมิติ และการขึ้นรูปสามมิติ เพื่อการทำงานในหลากหลายสาขาอาชีพ รวมถึงการออกแบบในภาพยนตร์ ซึ่งความสามารถด้านการขึ้นรูปสามมิติเป็นสิ่งที่จำเป็นมากในทุกสตูดิโอ

UMass Lowell ต้องการติดปีกให้กับนักศึกษาด้วยทักษะความชำนาญที่จำเป็นเพื่อเป็นการนำตลาดแรงงานไปสู่การใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ด้วยการแนะนำของ Yuko นักศึกษาก็เริ่มเห็นว่าปัจจุบันมีความต้องการทักษะด้าน 3D เพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่น การตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภคมีอิทธิพลจากการออกแบบบรรจุภัณฑ์ และการพิมพ์สามมิติช่วยให้ได้งานต้นแบบเหมือนจริงเร็วขึ้น ลดเวลาการวางตลาด และเพิ่มยอดขาย

โครงงาน Sculpture I VR โดย UML Art และ Cecilia Chi นักศึกษาผู้ออกแบบ 

เครื่องพิมพ์ของ Formlabs ให้งานพิมพ์ที่มีคุณภาพสูง ผิวเรียบ มีความขนาดที่ถูกต้อง ทำให้การทำงานขั้นต่อไปง่ายขึ้นมาก ทำให้นักศึกษามีประสบการณ์กับเครื่องพิมพ์ชนิดนี้ซึ่งมีใช้อยู่ในบริษัทชั้นนำเช่น New Balance และ Ashley Furniture

 

นักศึกษาสามารถสร้างสรรค์งานที่วิจิตรอย่าเหลือเชื่อนี้ได้ด้วยการใช้เครื่องพิมพ์ของ Formlabs นักศึกษาผู้ออกแบบ Alex Twyman 

Organic and Synthetic Collide

Yuko ยังคงสร้างงานศิลปะของเธอแม้กระทั่งนอกเวลางาน เธอสร้างสรรค์งานหลากหลายแบบ ทั้งในรูปทรงแบบออแกนนิค และอินออแกนนิค ซึ่งสะท้อนถึงสิ่งที่มนุษย์ทำขึ้น (เช่นขยะ) ทำร้ายโลกของเรา เธอยังศึกษาถึงสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นและธรรมชาติจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร

 

รูปด้านบนเป็นโครงงานที่เธอให้ชื่อว่า Darkness Meets Light ฐานสีขาวหมายถึงรังไหมเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตทำจากปูน ในขณะที่ชิ้นสีดำซึ่งหมายถึงปีกผีเสื้อพิมพ์ด้วยเรซินสีดำ

อีกหนึ่งผลงานของเธอให้ชื่อว่า หยาดน้ำค้างยามเช้า – Morning Dew เป็นส่วนผสมระหว่างใบไม้ธรรมชาติ กับหยดน้ำค้างที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์สามมิติ 

ผลงานนี้เกิดจากการที่เธอเดินออกมานอกบ้านในเช้าวันหนึ่ง และเห็นหยดน้ำค้างบนใบไม้ จึงเกิดแรงบันดาลใจจากความสวยงามที่เรียบง่ายของธรรมชาติ 

ระบบจ่ายเรซิน

ระบบจ่ายเรซิน

This article applies to Form 2, Form 3, Form 3B

เครื่องพิมพ์ SLA ของ Formlabs มีระบบจ่ายเรซินอัตโนมัติในระหว่างที่เครื่องกำลังพิมพ์อยู่ โดยระบบจะตรวจสอบว่ามีการใช้เรซินไปเท่าไหร่แล้ว เมื่อเริ่มต้นพิมพ์เครื่องพิมพ์จะตรวจสอบชนิดของเรซินในขวด และในถาดให้ตรงกัน และต้องตรงกับที่กำหนดไว้ในโปรแกรม PreForm อีกด้วย เครื่องจะตรวจสอบอีกว่าเรซินที่มีอยู่เพียงพอกับการพิมพ์งานนั้นๆ หรือไม่ ทั้งหมดนี้ช่วยให้กระบวนการพิมพ์มีความสม่ำเสมอ สะอาด และลดโอกาสความผิดพลาดได้มากกว่าการเติมเรซินด้วยมือ

ขวดเรซิน (Resin cartridges)

เรซินของ Formlabs จะบรรจุมาในขวดซึ่งจะช่วยในการตรวจสอบ และจ่ายเรซินในระหว่างการพิมพ์เป็นไปโดยไม่ต้องมาคอยตรวจสอบด้วยตัวเอง

ที่ใต้ขวดเรซินจะมี ID chip ซึ่งจะมีลักษณะเป็นแผ่นสีเงินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสองแผ่น ID chip นี้จะถูกโปรแกรมด้วยชนิดของเรซิน และสามารถบอกปริมาตรของเรซินที่เหลืออยู่ในขวด 

เมื่อใส่ขวดเรซินลงไปในช่องหลังเครื่องพิมพ์ และกดปุ่มเริ่มพิมพ์ เครื่องพิมพ์จะอ่าน ID chip นั้นว่าเรซินในขวดตรงกับถาดเรซินที่ใส่อยู่ และข้อมูลในไฟล์ .FORM หรือไม่

ในระหว่างพิมพ์ ระบบจ่ายเรซินจะบันทึกปริมาณของเรซินที่ใช้ไปลงใน ID chip ช่วยให้เครื่องพิมพ์รู้ว่ายังมีเรซินเหลือในขวดเท่าไหร่ และพอที่จะใช้ในการพิมพ์งานนั้นๆ หรือไม่

ข้างๆ ID chip คือ bite valve หรือหัวจ่ายเรซินมีลักษณะเป็นยาง เมื่อมันถูกกดช่องจ่ายเรซินจะเปิดออกเล็กน้อย และเมื่อฝาปิดด้านบนถูกเปิดออก จะมีเรซินไหลออกมาจากช่องนี้ไปยังถาดเรซิน

โปรดดูแลรักษา ID chip และ bite valve ให้สะอาด เพื่อให้การจ่ายเรซินเป็นไปอย่างถูกต้องตลอดอายุการใช้งาน

ถาดเรซิน

ถาดเรซิน หรือ Resin tanks จะทำหน้าที่เป็นภาชนะรองรับเรซินในระหว่างการพิมพ์ เรซินในถาดจะถูกใช้ไปในทุกๆ ชั้นที่พิมพ์เสร็จ เครื่องพิมพ์จะทำการเติมเรซินจากขวดลงในถาดให้พร้อมใช้อยู่เสมอ

ถาดเรซินจะมี ID chip เช่นเดียวกับขวดเรซิน มันจะเก็บข้อมูลว่าถาดนั้นใช้กับเรซินชนิดใด (ในกรณีที่ถาดนั้นถูกใช้งานไปแล้ว) รวมถึงประวัติการใช้งาน หากถาดนั้นยังไม่เคยถูกใช้งาน ข้อมูลจะถูกบันทึกลงไปเมื่อมีการใช้งานครั้งแรก

ID chip ในถาดเรซินแบบมาตรฐานของเครื่อง Form 2
ID chip ในถาดเรซินแบบมาตรฐานของเครื่อง Form 2
ID chip ในถาดเรซินของเครื่อง Form 3/Form 3B
ID chip ในถาดเรซินของเครื่อง Form 3/Form 3B

โปรดดูแลรักษา ID chip (ของ Form 2 standard resin tank, Form 2 Resin Tank LT, หรือ Form 3/Form 3B resin tank) ให้สะอาด เพื่อให้เครื่องพิมพ์สามารถอ่านข้อมูลใน ID chip และทำงานได้อย่างสมบูรณ์

การตรวจสอบเรซิน

เครื่องพิมพ์ SLA ของ Formlabs มีอุปกรณ์ในการตรวจสอบระดับของเรซิน (เรียกว่า LevelSense) ซึ่งจะวัดปริมาณของเรซินในขณะที่พิมพ์ เมื่อระดับของเรซินลดต่ำลง เครื่องพิมพ์จะทำการเติมเรซินลงในถาดโดยอัตโนมัติ ตราบใดที่เรซินไม่หมดไปจากขวด เครื่องพิมพ์จะไม่มีการหยุดรอ หรือเกิดความเสียหายกับงานพิมพ์เพราะเรซินไม่เพียงพอ

FORM 2 FORM 3/FORM 3B
แผงวงจร LevelSense ในเครื่องรุ่น Form 2 จะอยู่ด้านหลังถาดเรซิน บริเวณฐานของเสาแกน Z ทำหน้าที่วัดระดับของเรซินในถาด แผงวงจร LevelSense ในเครื่องรุ่น Form 3/Form 3B จะอยู่ด้านหลังถาดเรซิน บริเวณมุมซ้ายล่างของเครื่องพิมพ์

แผงวงจร LevelSense ตรวจสอบระดับของเรซินโดยใช้ลูกลอย ซึ่งอยู่ช่องด้านซ้ายของถาดเรซิน

การจ่ายเรซิน

ที่พื้นของช่องรับขวดเรซินจะมีตัวอ่านข้อมูลจาก ID chip ของขวดเรซิน และก้านกดสปริงขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์

ก้านกด และชุดจ่ายเรซินที่พื้นของช่องรับขวดเรซินของเครื่อง Form 2 –รูปเล็ก: ตัวอ่านข้อมูลจาก ID chip

เมื่อเครื่องพิมพ์รัข้อมูลจาก LevelSense แล้วเห็นว่าต้องเติมเรซินในถาดแล้ว มันจะส่งสัญญาณไปยังก้านกดให้ไปดันหัวจ่ายเรซินที่อยู่ใต้ขวดเรซิน เมื่อเรซินไหลลงในถาดจนพอแล้ว ก้านกดก็จะดีดกลับ ปิดช่องจ่ายเรซินก็จะไม่มีเรซินไหลออกมาโดยไม่ตั้งใจ

ป้องกัน PM 2.5 เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

ป้องกัน PM 2.5 เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

 

                    ปัจจุบันปัญหาเรื่องมลพิษเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน อากาศที่เราหายใจเข้าไปไม่ใช่อากาศที่บริสุทธิ์ เพราะมีฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่าง PM2.5 ปัญหาเรื่องนี้มีผลเสียต่อสุขภาพและมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ PM 2.5 เทียบได้ว่ามีขนาดประมาณ 1 ใน 25 ส่วนของเส้นผ่านศูนย์กลางเส้นผมมนุษย์ เล็กจนขนจมูกของมนุษย์ไม่สามารถทำหน้าที่ในการกรองฝุ่นนั้นได้ จึงแพร่กระจายเข้าสู่ทางเดินหายใจ กระแสเลือด และเข้าสู่อวัยวะอื่นๆในร่างกายได้ ตัวฝุ่นเป็นพาหะนำสารอื่นเข้ามาด้วย เช่น แคดเมียม ปรอท โลหะหนัก และสารก่อมะเร็งอื่นๆ

แนวทางการป้องกันฝุ่น PM2.5

                    การสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น โดยหน้ากากที่สามารถป้องกันฝุ่น PM2.5ได้ดีและมีประสิทธิภาพจะต้องมีลักษณะคล้ายวาล์วที่สามารถกรองอากาศซึ่งจะติดอยู่บริเวณหน้ากาก ชิ้นงานนี้เป็นวัสดุที่เป็นพลาสติกสามารถขึ้นรูปได้ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ในระบบที่เป็น SLA และ FDM

                   

 

 

 

 

 

                   ชิ้นงานประกอบด้วย 2 ส่วน ซึ่งวาดจาก Solidedge 2020 software จากนั้นทำการพิมพ์ชิ้นงานด้วยเครื่องพิมพ์ระบบ SLA ชื่อรุ่น FORM3 ซึ่งชิ้นงานเมื่อทำการตัด Support ออกแล้วก็สามารถนำมาใช้งานได้เลย

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://www.daikin.co.th/service-knowledge/pm-2-5/

 

 

 

Maintaining resin temperature

การรักษาอุณหภูมิของเรซิน

This article applies to Form 2, Form 3, Form 3B

 

เครื่องพิมพ์ SLA ของ Formlabs (เริ่มตั้งแต่รุ่น Form 2) จะมีการอุ่นเรซินให้ถึงอุณหภูมิที่ตั้งไว้ก่อนเริ่มการพิมพ์ เมื่อความร้อนสูงขึ้นถึงอุณหภูมิที่ตั้งไว้ของวุสดุแต่ละชนิด เครื่องพิมพ์ก็จะเริ่มทำการพิมพ์ เครื่องพิมพ์อาจจะหยุดพิมพ์บางขณะเพื่อตรวจสอบ และปรับอุณหภูมิให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม

FORM 2 FORM 3/FORM 3B
เครื่อง Form 2 จะมีแคร่โลหะรองรับถาดเรซิน ซึ่งจะทำความร้อนให้เรซิน และจะมีเซนเซอร์แบบอินฟาเรดที่ด้านด้านหลังถาดในตรวจจับอุณหภูมิ เครื่อง Form 3 จะมีท่อเป่าลมร้อนด้านในเครื่องซึ่งจะเป่าไปยังถาดเรซินเพื่ออุ่นเรซิน ตัวตรวจวัดอุณหภูมิจะอยู่ภายในท่อ

ข้อสังเกต:

เมื่อเปิดใช้งาน Open Mode ในเครื่อง Form 2 จะปิดการทำงานของตัวทำความร้อน ใบปาด และระบบตรวจวัดเรซิน

การทำความร้อนล่วงหน้า

เมื่อยืนยันการสั่งพิมพ์แล้ว เครื่องพิมพ์จะเข้าสู่สถาะเตรียมพิมพ์ และจะอุ่นเรซินให้ร้อนจนถึงอุณหภูมิที่กำหนดไว้ เรซินแต่ละชนิดจะอุ่นที่อุณหภูมิต่างกัน โปรดปิดฝาครอบไว้เสมอมิฉะนั้นเครื่องพิมพ์จะไม่ทำงาน

ข้อสังเกต:

การทำความร้อนล่วงหน้าอาจะใช้เวลาถึง 15 นาที

อุณหภูมิที่เริ่มพิมพ์

เมื่ออุณหภูมิสูงถึงจุดที่กำหนดแล้ว (ประมาณ 30°C) แท่นพิมพ์จะเลื่อนต่ำลงมา หากแตะที่ปุ่ม Start Now ในขณะที่อุณหภูมิยังไม่ถึงจุดที่กำหนด (ต่ำกว่า 30°C) อาจจะทำให้เกิดปัญหางานหลุดจากแท่นพิมพ์ได้

เคล็ดลับ:

ครวจสอบอุณหภูมิของเรซินได้โดยแตะที่ปุ่ม Home

การเริ่มต้น และสิ้นสุดการพิมพ์

ในขณะที่พิมพ์งานอยู่ เครื่องพิมพ์จะคงอุณหภูมิของเรซินไว้ที่ประมาณ 35°C และเมื่อพิมพ์งานเสร็จแล้ว เครื่องพิมพ์จะยังคงรักษาอุณหภูมินั้นไว้อีกประมาณ 30 นาที ทั้งนี้เพื่อช่วยให้การพิมพ์งานต่อไปได้ทันที เมื่อพ้น 30 นาทีไปแล้วการทำความร้อนจะหยุดลง แต่ถาดเรซินยังคงอุ่นอยู่

ระวัง:

ในเครื่อง Form 2 แคร่เหล็กที่อยู่ใต้ถาดเรซิ่นอาจจะร้อนมาก ห้ามสัมผัสแคร่เหล็กเมื่อทำการถอดถาดเรซินออกมา

 

Setting up your Form 3/Form 3B

เตรียมเครื่องพิมพ์ Form 3/Form 3B ของคุณ

This article applies to Form 3, Form 3B

 

เตรียมตัวให้พร้อมกับการพิมพ์งานด้วยเครื่องพิมพ์ Form 3/Form 3B เรียนรู้วิธีการทำงานที่ถูกต้องในการเตรียมใช้งานเครื่องพิมพ์ รวมถึงถาดเรซิน แท่นพิมพ์ และระบบจ่ายเรซิน

 

เริ่มต้นการใช้งาน

ปลดล็อกชุด Light Processing Unit (LPU)

ข้อสังเกต:

ปลดตัวล็อกออกก่อนที่จะต่อสายไฟฟ้าเข้ากับเครื่องพิมพ์

ตัวล็อกมีลักษณะเป็นเดือยกั้นอยู่ในเครื่อง ทำหน้าที่ยึด Light Processing Unit (LPU) ให้นิ่งขณะขนส่ง ในการปลดล็อกให้ทำดังนี้:

  1. มองหาเดือยเหล็ก (A) ที่อยู่ติดกับชุด LPU

  2. คลายเกลียว (B) และนำทั้งหมดออกจากตัวเครื่อง

  3. เก็บสกรูหางปลาและเดือยเหล็กไว้กับบรรจุภัณฑ์ของเครื่องพิมพ์ อย่าทำหาย เมื่อจะมีการเคลื่อนย้ายเครื่องพิมพ์จะต้องนำกลับไปยึด LPU เพื่อความปลอดภัย

เปิดเครื่อง

วางเครื่องพิมพ์ลงบนพื้นที่เรียบได้ระดับ ต่อสายไฟฟ้าเข้ากับเครื่องพิมพ์ที่ช่องเสียบด้านหลังเครื่อง

ติดตั้ง

ทำตามคำแนะนำแต่ละขั้นตอนที่แสดงอยู่บนหน้าจอสัมผัสจนจบ:

  1. Level your printer.- ปรับระดับเครื่องพิมพ์
  2. Set up a network connection.- เชื่อมต่อกับระบบเครือข่าย
  3. Insert consumables: the resin cartridge, resin tank, and build platform.- ใส่วัสดุพิมพ์ ขวดเรซิน ถาดเรซิน และแท่นพิมพ์

การใส่ถาดเรซินเข้าในเครื่อง

คำเตือน:

เรซินอาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนัง และอาจมีอาการแพ้ตามมา ให้สวมใส่ถุงมือทุกครั้งเมื่อต้องทำงานกับเรซิน หรือพื้นผิวที่มีเรซินเกาะอยู่ หากสัมผัสให้ล้างด้วยน้ำและสบู่มากๆ

ถาดเรซินทำหน้าที่รองรับเรซินที่ไหลออกจากขวดเรซิน แสงเลเซอร์จะส่องผ่านก้นถาดทำให้เรซินแข็งตัวติดกับแท่นพิมพ์ ในการใส่ถาดเรซิน:

  1. ยกฝาครอบเครื่องขึ้น แล้วแกะถาดเรซินออกจากกล่อง 
  2. วางถาดเรซินให้พอดีกับขอบด้านซ้าย และขวาของช่องใส่ถาด ด้านหน้าและด้านหลังของถาดควรจะลอยอยู่บรงรางรับถาด และจุดที่รองรับเรซินควรจะพอดีกับช่องข้างๆ แกน Z ที่เรซินจะไหลลงมาใส่ถาด ถาดเรซินจะยังไม่ถูกล็อกเข้ากับเครื่อง ณ ขณะนี้ แต่ควรจะวางได้เป็นแนวราบ และได้ระดับ

  1. จับขอบถาดทั้งสองด้าน ค่อยๆ ดันเข้าไปข้างหน้าจนมันล็อกและแนบกับตัวเครื่อง ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องใช้แรงมากๆ เครื่องพิมพ์จะไม่ตรวจสอบถาดเรซินจนกว่ามันจะถูกดันจนเข้าที่แล้ว 
    • หากเปิดเครื่องแล้วจะมีข้อความแจ้งบนหน้าจอสัมผัส พร้อมกับมีเสียงเตือน เมื่อเครื่องพิมพ์รับรู้ว่าใส่ถาดพิมพ์เรียบร้อยแล้ว

ใส่ใบปาด (mixer)

ถาดเรซินแตต่ละถาดจะมีใบปาดมาให้ด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการพิมพ์ให้มีความสม่ำเสมอ โดยการปาดก้นถาดให้สะอาด และช่วยให้เรซินในถาดหมุนเวียน ขอบด้านบนและด้านล่างของใบปาดจะทำความสะอาดก้นถาด และผิวแท่นพิมพ์ ในการใส่ใบปาด:

  1. หันด้านที่มีก้านยื่นออกมาขึ้นด้านบน และดันไปทางด้านซ้ายของถาดพิมพ์ ด้านที่มีแม่เหล็กจะต้องหันลงเข้าหาก้นถาด
  2. เลื่อนใบปาดไปทางซ้ายเข้าไปในช่องจนสุด จนก้านที่ยื่นออกมาล็อกเข้ากับถาด

การติดตั้งแท่นพิมพ์

แท่นพิมพ์เป็นพื้นผิวที่ชิ้นงานจะยึดเกาะในระหว่างการพิมพ์ ในการติดตั้งแท่นพิมพ์:

  1. ยกก้านยึดแท่นพิมพ์ขึ้น
  2. ตั้งรูที่แท่นพิมพ์ให้ตรงกับแกน แล้วดันให้เข้าที่
  3. ล็อกแท่นพิมพ์โดยกดก้านยึดลง

การเตรียมขวดเรซิน

ขวดเรซินจะเก็บเรซิน แล้วจ่ายลงมายังถาดเรซิน ในการติดตั้งขวดเรซิน:

  1. เขย่าขวดเรซินเพื่อให้แน่ใจว่าเรซินในขวดผสมกันได้ดี
    • เขย่าขวดเรซินเป็นประจำทุก ๆ สองสัปดาห์ เพื่อให้เรซินเข้ากันได้ดีอยู่ตลอดเวลา เพื่องานพิมพ์ที่มีคุณภาพดีสม่ำเสมอ
  1. แกะฝาปิดช่องจ่ายเรซินที่อยู่ด้านใต้ขวดออก
    • เก็บรักษาฝาปิดนี้ และปิดช่องจ่ายเรซินไว้เมื่อไม่ได้ใช้งาน

ข้อสังเกต:

ห้ามแกะวาล์วยางสีดำที่ใต้ขวดออกมา วาล์วตัวนี้จะควบคุมการไหลของเรซินลงในถาด หากแกะออกจะทำให้เรซินไหลไม่หยุด และล้นเครื่องได้ และอาจทำความเสียหายอย่างรุนแรงกับเครื่องพิมพ์ ซึ่งจะไม่อยู่ในการรับประกัน

การติดตั้งขวดเรซิน

  1. วางขวดให้ตรงกับช่องรับด้านบนของเครื่องพิมพ์
  2. สอดขวดเรซินเข้าไปในช่องจนสุด 
    • หากเครื่องพิมพ์เปิดอยู่ มันจะแสดงข้อความจนจอสัมผัส และมีเสียงเตือนเมื่อเครื่องพิมพ์รับรู้ว่ามีขวดเรซินติดตั้งเรียบร้อยแล้ว และจะมีไฟแสดงอยู่ด้านบนของเครื่องพิมพ์

  1. กดปุ่มเปิดช่องระบายอากาศก่อนเริ่มพิมพ์ เพื่อให้เรซินสามารถไหลลงไปยังยังถาดเรซินได้อย่างถูกต้อง

เคล็ดลับ:

ต้องแน่ใจว่าชนิดของเรซินในขวด ตรงกับชนิดของถาดเรซินที่ติดตั้งไว้

เริ่มทำการพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ Form 3/Form 3B

ตอนนี้เครื่องพิมพ์ของคุณก็พร้อมจะเริ่มพิมพ์งานแล้ว:

 

Uploading and confirming a print

ส่งไฟล์ไปพิมพ์ และยืนยันการพิมพ์

This article applies to Form 2, Form 3, Form 3B

PreForm เป็นโปรแกรมที่ใช้เตรียมงานที่จะพิมพ์ของคุณแล้วส่งไปพิมพ์ยังเครื่องพิมพ์ SLA ของ Formlabs เมื่อไฟล์ถูกส่งไปแล้วมันจะไปเข้าคิวอยู่ในเครื่องพิมพ์และจะต้องแตะที่หน้าจอแสดงผลเพื่อยืนยันก่อนจึงจะเริ่มพิมพ์

เคล็ดลับ:

หากคุณเตรียมเครื่องพิมพ์ของคุณล่วงหน้าก่อนส่งไฟล์มาพิมพ์ ก็ไม่จำเป็นต้องแตะยืนยัน เครื่องพิมพ์จะเริ่มพิมพ์โดยอัตโนมัติ

การส่งงานพิมพ์จาก PreForm ไปยังเครื่องพิมพ์ของคุณ

ก่อนที่จะส่งไฟล์ ให้เชื่อมต่อเครื่องพิมพ์เข้ากับโปรแกรม PreForm ก่อนผ่านเครือข่าย Wi-Fi, USB, หรือ Local Area Network (LAN)

การเชื่อมต่อเครื่องพิมพ์กับ PreForm ด้วย Wi-Fi

Formlabs แนะนำให้เชื่อมต่อเครื่องพิมพ์ผ่าน Wi-Fi เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ และติดตามการพิมพ์ผ่าน Dashboard หากปุ่ม Upload Job สีส้มไม่สามารถกดได้ให้ตรวจสอบเครื่องพิมพ์ และเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณว่าอยู่ในเครือข่ายเดียวกันหรือเปล่า:

  1. ตรวจสอบว่าไม่มีการเปิดโปรแกรม PreForm ซ้ำซ้อนในเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ
  2. ตรวจสอบเครื่องพิมพ์ และเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณว่าอยู่ในเครือข่ายเดียวกัน
  3. หากเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณไม่อยู่ในเครือข่ายเดียวกันกับเครื่องพิมพ์ ให้บันทึกงานของคุณก่อน แล้วปิดโปรแกรม PreForm
  4. เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ของคุณเข้ากับเครือข่ายเดียวกันกับเครื่องพิมพ์ เปิดโปรแกรม PreForm อีกครั้ง แล้วเชื่อมต่อกับเครื่องพิมพ์

ส่งไฟล์งานพิมพ์ไปยังเครื่องพิมพ์

หลังจากที่สร้าง support และ หันทิศทางของโมเดลในโปรแกรม PreForm เรียบร้อยแล้ว คลิกที่ปุ่มสีส้ม Start a print ที่แถบเครื่องด้านซ้าย

ข้อสังเกต:

อย่าตัดการเชื่อมต่อเครื่องพิมพ์ระหว่างที่กำลังส่งไฟล์

ดูชนิดของวัสดุที่จะพิมพ์ให้ตรงกัน

เครื่องพิมพ์จะแจ้งเตือนเมื่อวัสดุที่กำหนดในโปรแกรม กับวัสดุจริงที่ใส่อยู่ในเครื่องพิมพ์ไม่ตรงกัน ให้ปฏิบัติตามข้อความที่แจ้งบนหน้าจอสัมผัสในการยืนยันชนิดของเรซิน และถาดเรซินให้ตรงกับที่กำหนดใน PreForm

เคล็ดลับ:

เพื่อให้ได้ผลงานที่ดีที่สุด โปรดเขย่าขวดเรซินทุกๆ สองสัปดาห์เพื่อให้เนื้อเรซินเข้ากันได้ดี

ยืนยันงานพิมพ์บนหน้าจอสัมผัสของเครื่องพิมพ์

ในหน้าแรกของจอสัมผัสของเครื่องพิมพ์จะแสดงว่าไฟล์ FORM กำลังถูกส่งมา เมื่อส่งเสร็จเรียบร้อยคุณจะสามารถเลือกไฟล์ที่จะพิมพ์ได้จาก Queue

ในการยืนยันการพิมพ์บนหน้าจอสัมผัส:

  • สำหรับเครื่อง Form 2 เลือกงานที่จะพิมพ์จากหน้าจอเริ่มต้น หรือ Queue จากนั้นกดปุ่มบนเครื่องเพื่อยืนยัน
  • สำหรับเครื่อง Form 3/Form 3B แต่ที่ปุ่ม Print บนหน้าจอเริ่มต้นหลังจากที่เลือกงานที่จะพิมพ์จาก Queue แล้ว

การจัดการงานที่ส่งไปแล้ว

เครื่องพิมพ์จะบันทึกไฟล์ในรูปแบบของ FORM ที่ส่งไปยังเครื่องพิมพ์แล้วใน Queue เพื่อนำไปพิมพ์ได้ในภายหลัง

การสั่งพิมพ์งานที่เคยพิมพ์ไปแล้ว

การสั่งพิมพ์งานที่บันทึกอยู่เครื่อง:

  1. ตรวจสอบเรซิน และถาดเรซิน ให้ตรงกับที่ตั้งไว้ในไฟล์งาน
  2. เลือกชื่อไฟล์งานที่ต้องการพิมพ์ใน Queue บนหน้าจอสัมผัส
  3. ยืนยันการสั่งพิมพ์

 การลบไฟล์งาน

ในการลบไฟล์งาน:

  1. แตะที่ Queue บนหน้าจอสัมผัส
  2. เลือกชื่อไฟล์ที่จะลบใน Queue.
  3. แตะที่ Delete.

 การจัดการเครื่องพิมพ์ระหว่างงานพิมพ์

เครื่องพิมพ์ SLA ของ Formlabs ถูกออกแบบให้เปิดใช้งานตลอดเวลาแม้ไม่ได้พิมพ์งาน หากต้องการปิดเครื่องให้ถอดสายไฟฟ้าออกจากเครื่อง

โหมดพักเครื่อง (รุ่น Form 2 เท่านั้น)

การพักเครื่องจะเป็นการปิดหน้าจอสัมผัสเมื่อเครื่องไม่ได้ถูกใช้งาน วิธีพักเครื่องชั่วคราว:

  1. กดปุ่มบนเครื่องค้างไว้ประมาณ 10 วินาที จอภาพจะดับไป
  2. กดปุ่มบนเครื่องอีกครั้งหนึ่งเพื่อเรียกกลับมาในโหมดปรกติ

 

ความแตกต่างระหว่างเครื่อง SLA & DLP ในปี 2020

ความแตกต่างระหว่างเครื่อง SLA & DLP ในปี 2020

                    ในตลาดมีเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติหลายระบบ ทำความคุ้นเคยเกี่ยวกับความแตกต่างของแต่ละระบบเพื่ออธิบายว่าคุณคาดหวังอะไรจากการพิมพ์ซึ่งเป็นการตัดสินใจครั้งสุดท้ายกับเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับแอปพลิเคชั่นของคุณSLA (Stereolithography) และ DLP (Digital light processing) การพิมพ์ใน 2 รูปแบบนี้เป็นการพิมพ์ที่เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปสำหรับการพิมพ์เรซิ่น การพิมพ์เรซิ่นเป็นที่นิยมในการผลิตชิ้นงานที่มีความแม่นยำสูงแบบ ISOTROPIC และต้นแบบที่เป็นรูปแบบตัน และชิ้นส่วนของหลายๆวัสดุกับงานที่อาศัยความละเอียดและพื้นผิวที่เรียบในขณะที่เทคโนโลยีเหล่านี้เคยมีความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายที่สูง แต่ในปัจจุบันรูปแบบของเครื่อง SLA และ DLP ขนาดเล็ก ที่สามารถผลิตชิ้นส่วนที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรมซึ่งอยู่ในราคาที่สามารถจับต้องได้และกับความสามารถรอบด้านที่ไม่มีใครเทียบได้ด้วยวัสดุการพิมพ์ที่หลากหลายการทำงานทั้ง 2 ระบบ โดยอาศัยแหล่งกำเนิดของแสง SLA ใช้แสงเลเซอร์และ DLP ใช้โปรเจคเตอร์ สำหรับวัตถุที่มีความหนาของแต่ละชั้นบางซ้อนกันเพื่อสร้างเป็นของแข็ง ในหลักการใกล้เคียงกันมาก และ 2 เทคโนโลยีให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันในคำแนะนำนี้ จะพูดถึงรายละเอียดและเปรียบเทียบในรูปแบบของความละเอียด ความแม่นยำ ขนาดของชิ้นงานที่พิมพ์ได้ ความเร็วในการพิมพ์ ขั้นตอนในการทำงานและอีกมากมาย

SLA Printer ทำงานอย่างไร

เครื่องพิมพ์ของ SLA ประกอบด้วยถาดเรซิ่นกับฐานที่โปร่งใสและพื้นผิวที่ไม่ติด ซึ่งทำหน้าที่เป็นพื้นผิวแยกสำหรับรองรับเรซิ่นเหลวเพื่อให้ขณะพิมพ์สามารถแยกชั้นที่เกิดขึ้นใหม่ได้อย่างอ่อนโยน

                    กระบวนการการพิมพ์เริ่มจากแท่นพิมพ์ชิ้นงาน(4) เคลื่อนลงมาใกล้ถาดเรซิ่น(9) และมีระยะห่างระหว่างแท่นพิมพ์ชิ้นงานกับถาดเรซิ่นเท่ากับ Layer Height หรือที่เรียกกันว่าความละเอียดของชิ้นงาน           และด่านล่างของถาดเรซิ่น เลเซอร์จะยิงไปที่กระจก 2 บาน กัลวานอมิเตอร์กำหนดพิกัดของแสงให้ถูกต้องบนกระจก แสงส่องผ่านด้านล่างของถาดเรซิ่นและทำให้เรซิ่นชั้นนั้นๆแข็งตัวชั้นที่ถูกทำให้แข็งตัวแล้วจะแยกออกจากด้านล่างของถาดน้ำยาเรซิ่นและแท่นพิมพ์เคลื่อนที่ขึ้นเพื่อให้เรซิ่นที่เกาะอยู่ที่ตัวงานไหลลงไปที่ถาดเรซิ่นด้านล่าง การทำงานจะเป็นในลักษณะนี้จนกว่าจะปริ้นงานเสร็จ LFS (Low Force Stereolithography) เทคโนโลยี สามารถใช้งานได้ใน Form3 และ Form3L นี่คือเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติในรุ่นต่อๆไปในเครื่องพิมพ์ 3 มิติที่เป็นเทคโนโลยี LFS ในส่วนของเลนส์ประกอบไปด้วย LPU(Light Processing Unit) ภายใน LPU ตำแหน่งของกัลวานอมิเตอร์มีความหนาแน่นของเลเซอร์สูงในแกน Y ผ่านทะลุไปยังตัวกรอง และพุ่งไปยังกระจกพับได้และกระจกที่เป็นพาราโบลิกเพื่อความสม่ำเสมอในการรับแสงที่ตั้งฉากกับระนาบที่ใช้ในการสร้างงานและทำให้มั่นใจในเรื่องของความแม่นยำ การเคลื่อนที่ของ LPU ในแกน x ชิ้นงานที่ถูกพิมพ์จะหลุดออกมาจากด้านล่างของถาดเรซิ่นในส่วนที่มีความยืดหยุ่นซึ่งลดแรงอย่างมากระหว่างกระบวนการการพิมพ์

 

                    เทคโนโลยีการพิมพ์ LFS ที่ใช้แรงน้อยมากในระหว่างการพิมพ์ การใช้ถาดเรซิ่นที่มีความยืดหยุ่นและการยิงแสงที่ลักษณะเป็นเส้นตรงมีผลทำให้ได้ผิวชิ้นงานที่มีคุณภาพและความแม่นยำในการพิมพ์ นี่คือพัฒนาการของเครื่องพิมพ์ระบบ SLA ในด้านของคุณภาพพื้นผิวและความแม่นยำในการพิมพ์ แรงที่ใช้น้อยลงในการพิมพ์ทำให้ Support ของชิ้นงานแกะออกได้ง่าย และกระบวนการนี้เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการขยายความเป็นไปได้เกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้มากขึ้นสำหรับอนาคต

DLP ทำงานอย่างไร

                    การทำงานเหมือนกับ SLA  เครื่องพิมพ์ 3 มิติระบบ DLP ชิ้นงานจะถูกสร้างขึ้นรอบๆถาดเรซิ่นกับด้านล่างของถาดที่โปร่งแสงและแท่นพิมพ์ชิ้นงานเคลื่อนลงมาใกล้กับถาดเรซิ่นเพื่อสร้างชิ้นงานที่กลับหัว การทำงานของเครื่องเป็นชั้นต่อชั้นความแตกต่างระหว่างแสงที่ใช้งาน เครื่องพิมพ์ระบบ DLP ใช้โปรเจคเตอร์ในการฉายเพื่อทำให้ชิ้นงานในชั้นนั้นแข็งตัวทั้งหน้าตัดของชิ้นงาน

 

                    การประมวลผลด้วยแสง ประกอบด้วยกระจกขนาดเล็กวางลงบนชิบเซมิคอนดักเตอร์ การสลับระหว่างกระจกชิ้นเล็กๆและเลนส์ที่แสงส่องโดยตรงไปยังด้านล่างของถาดเรซิ่นหรือแผ่นระบายความร้อนกำหนดแกนที่น้ำยาเรซิ่นถูกทำให้แข็งภายในชั้นนั้นๆเพราะว่าโปรเจคเตอร์คือหน้าจอประมวลผลด้วยดิจิตอล ภาพในแต่ละชั้นประกอบด้วยหลาย pixel ผลลัพธ์ใน 3 มิติ การขึ้นรูปแต่ละชั้นจากลูกบาศก์ถูกเรียกว่า Voxel (ปริมาตรที่เล็กที่สุดที่รวมตัวกันเป็นภาพสามมิติ)

SLA VS DLP

ความละเอียด

                   ความละเอียดมีหลายค่าให้เลือกใช้มากกว่าใน spec sheet ซึ่งหน่วยพื้นฐานของ SLA และ DLP จะแตกต่างในด้านของรูปทรง สามารถทำงานที่ยากเมื่อเปรียบเทียบกับความแตกต่างของเครื่องโดยเฉพาะค่าบางค่า ในการพิมพ์งาน 3 มิติ จะมี 3 มิติให้พิจารณาเป็นหลัก 2 ระนาบ(X และ Y) และแกน Z ซึ่งจะเป็นแกนในแนวตั้งความละเอียดในแกน Z ถูกนิยามว่าเป็นความหนาของแต่ละชั้นที่ปริ้นเตอร์สามารถทำได้ เครื่องพิมพ์ 3 มิติ ระบบ SLA และ DLP สามารถทำให้ความละเอียดในแกน z มันบางลงได้มากขึ้นและผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้งานความละเอียดได้ตั้งแต่ 25-300 ไมครอน ช่วยให้นักออกแบบปรับสมดุลระหว่างรายละเอียดและความเร็วได้

 

                    ในการพิมพ์ระบบ DLP แกน XY จะถูกกำหนดด้วยขนาดของ pixel ซึ่งเป็นลักษณะเล็กมากๆที่โปรเจคเตอร์สามารถทำได้ภายในหนึ่งชั้น สิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับความละเอียดของโปรเจคเตอร์ ส่วนใหญ่จะเลือกใช้เป็น HP(1080P) สรุปว่า เครื่องพิมพ์ระบบ DLP ได้มีการแก้ไขความละเอียด XY ซึ่งโดยปกติอยู่ในช่วง 35-100 ไมครอนสำหรับ เครื่องพิมพ์ระบบ SLA ความละเอียดแกน XY จะถูกรวมเข้าด้วยกันโดยดูจากขนาดจุดของเลซอร์ที่ยิงออกมา  และการเพิ่มขึ้นจะถูกควบคุมจากแสงเลเซอร์ เช่น Form3 มีขนาดของเลเซอร์เท่ากับ 85 แต่เป็นเพราะว่าเลเซอร์มีการทำงานที่เป็นเส้นตรงและเลเซอร์สามารถเคลื่อนที่ได้ทำให้ เครื่องพิมพ์สามารถที่จะพิมพ์ชิ้นงานได้ต่อเนื่องเท่าๆกันตลอดชิ้นที่ความละเอียด 25 ไมครอนในแกน XY อย่างไรก็ตาม ความละเอียดในตัวมันเองเป็นการวัดแบบกลวงๆ มันมีข้อบ่งชี้บางอย่าง แต่ไม่ได้จำเป็นสำหรับการเทียบเคียงโดยตรงกับความเที่ยงตรง ความแม่นยำ และคุณภาพการพิมพ์ 

ความเที่ยงตรงและความแม่นยำ

                    กระบวนการเติมแต่งในการพิมพ์ 3 มิติ แต่ละชั้นมีโอกาสที่จะเกิดความไม่แม่นยำ และกระบวนการขึ้นแต่ละชั้นจะส่งผลต่อความแม่นยำ ชิ้นงานถูกกำหนดให้แต่ละชั้นมีความแม่นยำและความเที่ยงตรงที่เท่ากันและความแม่นยำขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย กระบวนการพิมพ์ชิ้นงาน วัสดุ การตั้งค่าโปรแกรม ขั้นตอนสุดท้ายในกระบวนการ และอื่นๆโดยทั่วไป ทั้ง SLA และ DLP มีความแม่นยำมาก ความแตกต่างในความแม่นยำและความเที่ยงตรงดีขึ้นมากโดยที่ความแตกต่างของเครื่องพิมพ์จากหลากหลายผู้ผลิตมากกว่าความแตกต่างระหว่างเทคโนโลยีของพวกเขาในกรณีที่เพิ่งเริ่มใช้เครื่องพิมพ์ทั้ง SLA และ DLP จะใช้โปรเจคเตอร์ เลเซอร์ หรือกัลวานอมิเตอร์ และทางผู้ผลิตหลายเจ้าพยายามที่ให้ผู้ใช้งานได้รับประสิทธิภาพสูงสุดออกจากสิ่งเหล่านี้  เครื่องพิมพ์ 3 มิติระบบมืออาชีพทั้งระบบ SLA และ DLP เหมือนกับเครื่องพิมพ์ Formlabs Form3 คุณสมบัติของระบบถูกปรับตามความต้องการของลูกค้าเพื่อความมืออาชีพ

ความเที่ยงตรงและความแม่นยำ มีความสำคัญสำหรับชิ้นงาน dental splints และ surgical guides

 

                   การคาริเบทก็สำคัญเช่นเดียวกัน เกี่ยวกับโปรเจคเตอร์ DLP การผลิตจำเป็นต้องจัดการกับการกระจายของแสงที่ไม่สม่ำเสมอบนระนาบชิ้นงานและการบิดเบือนของเลนส์ พิกเซลที่อยู่ตรงกลางขนาดมีขนาดและรูปร่างไม่เท่ากับพิกเซลที่อยู่ที่ขอบ เครื่องพิมพ์ SLA ใช้แสงชนิดเดียวกับกับทุกชิ้นงานที่พิมพ์ ซึ่งหมายความว่าเหมือนตามคำจำกัดความแต่ยังคงทำการคาริเบทเพื่อตรวจสอบความผิดเพี้ยนถึงแม้ว่าเครื่องพิมพ์ 3 มิติที่คุณภาพในการพิมพ์ที่สูงและองศาของการคาริเบททำให้ผลลัพธ์แตกต่างกันอย่างกว้างขวางขึ้นอยู่กับวัสดุ น้ำยาเรซิ่นมีความแตกต่างกันซึ่งต้องปรับค่าให้เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งใช้งานได้กับบางวัสดุหรือน้ำยาเรซิ่นที่สามารถใช้งานได้กับแค่บางรุ่นเครื่องพิมพ์ความเที่ยงตรงและความแม่นยำแทบจะเป็นไปไม่ได้ในทางเทคนิคเท่านั้น ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการประเมินเครื่องพิมพ์ 3 มิติ คือการวัดขนาดชิ้นงานจริงหรือผู้ผลิตสามารถสร้างสรรค์ชิ้นงานตามความต้องการของเขาเอง

ขนาดของชิ้นงานที่ผลิตได้

                    เครื่องพิมพ์ 3 มิติระบบ DLP มีควาสัมพันธ์ระหว่างความละเอียดกับปริมาตรของชิ้นงาน ความละเอียดขึ้นอยู่กับโปรเจคเตอร์ ซึ่งสามารถกำหนดขนาดของ pixel ได้ ถ้าเคลื่อนที่โปรเจคเตอร์ให้ใกล้กับกระจกมากขึ้น pixel จะลดลงและสามารถเพิ่มความละเอียดได้แต่ขนาดของพื้นที่ชิ้นงานก็จะเล็กลงสำหรับบางผู้ผลิตวางโปรเจคเตอร์หลายๆตัวข้างๆกันหรือใช้โปรเจคเตอร์ที่มีความละเอียดสูงมาก 4K เพื่อเพิ่มปริมาตรของชิ้นงานซึ่งนำไปสู่ราคาที่สูงมากกว่าราคาเครื่องพิมพ์ที่เป็นเครื่องพิมพ์ขนาดเล็กสรุปว่าเครื่องพิมพ์ 3 มิติระบบ DLP เหมาะสำหรับการใช้งานสำหรับบางรุ่นมีขนาดที่เล็กกว่าและสามารถสร้างงานที่มีขนาดเล็กเช่นรายละเอียดของจิวเวลรี่ ในขณะที่สามารถผลิตชิ้นงานที่ใหญ่จะส่งผลในเรื่องความละเอียดที่น้อยกว่ากระบวนการพิมพ์ระบบ SLA สามารถกำหนดขนาดได้ ขนาดของชิ้นงานที่พิมพ์ได้ของ SLA Printer สามารถเลือกความละเอียดได้มากมาย ในการพิมพ์ชิ้นงานสามารถพิมพ์ชิ้นงานขนาดเท่าไรก็ได้และความะเอียดเท่าไรก็ได้และบริเวณใดก็ได้ในแท่นพิมพ์ชิ้นงาน สามารถพิมพ์ชิ้นงานที่ใหญ่และมีความละเอียดสูงหรือพิมพ์ชิ้นงานขนาดเล็กมากในจำนวนที่มากในเครื่องพิมพ์เดียวกันอุปสรรคหลักๆในการในการเพิ่มปริมาตรของชิ้นงานทั้งเครื่องพิมพ์ 3 มิติ SLA และ DLP คือแรงที่ใช้ในการดึงตัวงานออกจากฟิล์ม ในขณะที่พิมพ์ชิ้นงานที่มีขนาดใหญ่จะใช้แรงในการดึงชั้นที่แข็งตัวออกจากฟิล์มมากเทคโนโลยีการพิมพ์แบบ LFS ฟิล์มที่ยืดหยุ่นที่ถาดของเรซิ่นและลอกออกจากแท่นพิมพ์ในขณะแท่นพิมพ์เคลื่อนที่ขึ้น ซึ่งเห็นได้ชัดเลยว่าความเครียดของชิ้นงานลดลง หมายความว่าแรงที่ใช้ในการดึงชิ้นงานออกจากฟิล์มใช้น้อยลง คุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์นี้ทำให้สามารถเพิ่มปริมาตรของการพิมพ์ให้ใหญ่ขึ้นได้โดยใช้เครื่องพิมพ์ SLA (FORM3L)

 

พื้นผิวสมบูรณ์

                    เครื่องพิมพ์ระบบ SLA และ DLP ต่างสามารถสร้างชิ้นงานที่มีความเรียบของผิวชิ้นงานมากกว่าระบบการพิมพ์อื่นๆ เมื่อเราพูดถึงความแตกต่าง สามารถดูรายละเอียดจากชิ้นงานขนาดเล็กวัตถุจะสร้างชั้นจาการพิมพ์ เครื่องพิมพ์ 3 มิติสามารถพิมพ์ชิ้นงานในลักษณะชั้นที่เป็นแนวนอน อย่างไรก็ตามเพราะว่า DLP เป็นการประมวลผลแบบรูปภาพโดยการใช้ Voxel ซึ่งส่งผลกระทบกับVoxel ในแนวตั้งด้วย

เนื่องจากหน่วยเป็นสี่เหลี่ยม(Pixel) voxel มีผลกระทบต่อความโค้งของขอบ ลักษณะคล้ายคลึงกับสร้างรูปร่างคล้ายกับ lego
รูปร่างของ Voxel ที่เป็นสี่เหลี่ยมทำให้เห็นขอบที่มีความโค้ง การลบลักษณะของ voxel เมื่อปริ้นชิ้นงานออกมาเรียบร้อยแล้วต้องใช้กระดาษทรายในการขัด

 

 

   ในการพิมพ์แบบ LFS แต่ละชั้นจะชิดกันมากขึ้น ความหยาบของพื้นผิวจะลดลงทำให้พื้นผิวงานเรียบมากและชิ้นงานมีความโปร่งใสในกรณีใช้เรซิ่นชนิดใส

 

ความเร็วและผลผลิต

                    เมื่อเรานึกถึงความเร็วในการพิมพ์ เป็นสิ่งที่สำคัญมากในการพิจารณาความเร็ว ยังรวมไปถึงปริมาณงานด้วยความเร็วในการพิมพ์สำหรับระบบ SLA และ DLP ในการเปรียบเทียบทั่วไป โปรเจคเตอร์จะขึ้นรูปทั้งชั้นภายในครั้งเดียว ความเร็วในการพิมพ์ระบบ DLP นั้นเท่ากันและขึ้นอยู่กับความสูงของชิ้นงานนั้นในขณะที่เครื่องพิมพ์ SLA ใช้เลเซอร์ในการยิงลักษณะเหมือนการวาดตามรูปแบบของไฟล์งานในแต่ละชั้น ข้อดีของการพิมพ์ด้วยเครื่อง SLA เปรียบเทียบกับ DLP ความเร็วในการพิมพ์ขนาดเล็กหรืองานที่มีขนาดไม่ใหญ่มากใช้เวลาในการพิมพ์น้อยกว่า ขณะที่เครื่องพิมพ์ DLP จะพิมพ์ชิ้นงานใหญ่ได้ไวกว่า การพิมพ์ชิ้นงานตันหรือพิมพ์ชิ้นงานเต็มพื้นที่ในการพิมพ์แต่บางครั้งการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนระหว่างความละเอียดและปริมาตรงานที่พิมพ์ได้สำหรับเครื่องปริ้นระบบ DLP สำหรับเครื่องปริ้นขนาดเล็กสามารถปริ้นงานเล็กๆได้อย่างรวดเร็ว ความละเอียดสูง แต่ขนาดของชิ้นงานมีข้อจำกัด ความแตกต่างระหว่างเครื่องที่สามารถพิมพ์งานได้ขนาดใหญ่หรือปริ้นงานขนาดเล็กแต่ความละเอียดจะน้อยกว่าระบบ SLAเครื่องพิมพ์ระบบ SLA สามารถผลิตชิ้นงานจบภายในเครื่องเดียวและให้ผู้ใช้ได้มีอำนาจในการตัดสินใจในเรื่องความละเอียด ความเร็ว หรือปริมาณงาน

เครื่องพิมพ์ระบบ SLA สามารถผลิตชิ้นงานข้ามคืนได้ในกรณีการพิมพ์ชิ้นงานที่เยอะ

ขั้นตอนการทำงานและวัสดุ

                    ความเที่ยงตรงและความแม่นยำ ขั้นตอนการทำงานและวัสดุที่สามารถใช้งานได้ ส่วนใหญ่เครื่องพิมพ์ระบบ SLA และ DLP เป็นแบบเสียบแล้วสามารถใช้งานได้เลยสะดวกต่อการใส่แท่นพิมพ์และถาดเรซิ่น สำหรับบางรุ่นเรซิ่นจะไหลลงมาที่แท้งโดยอัตโนมัติ ซึ่งมีความต้องการน้อยและสะดวกสำหรับการพิมพ์ค้างคืนบางเครื่องพิมพ์มีโปรแกรมสำหรับใช้งานได้สำหรับการพิมพ์ เช่น Preform สำหรับเครื่องพิมพ์ Formlab ในขณะที่ผู้ผลิตเจ้าอื่นไม่ได้ใช้วิธีนี้ ลักษณะภายนอกแตกต่างโดยเครื่องมือภายในซอฟแวร์ ยกตัวอย่างเช่น Preform จะมีคำสั่ง One-click print ซึ่งถ้าใช้คำสั่งนี้แล้วโปรแกรมจะสามารถสร้าง Support และรูปแบบการวางอัตโนมัติ โดยฟังก์ชันนี้จะช่วยประหยัดวัสดุและเวลา โชคดีที่โปรแกรมสามารถดาวน์โหลดมาลองใช้งานฟรีก่อนที่จะซื้อเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

เรซิ่นมีมากมายหลายชนิดให้เลือกใช้

                    หนึ่งในประโยชน์ของการพิมพ์ 3 มิติระบบเรซิ่นคือความหลากหลายของวัสดุในการพิมพ์ซึ่งสามารถสร้างชิ้นงานที่มีความหลากหลายได้ เรซิ่นมีมากมายหลายสูตร วัสดุมีทั้งชนิดแข็งและนิ่ม เต็มไปด้วยวัสดุอย่างเช่นแก้วและเซรามิค หรือคุณสมบัติในด้านของการทนต่ออุณหภูมิสูงหรือทนต่อแรงกระแทกได้ดีอย่างไรก็ตาม ความแตกต่างของวัสดุขึ้นอยู่กับโมเดลที่ต้องการพิมพ์ ดังนั้นเราแนะนำว่าให้ถามกับทางผู้ผลิตก่อนที่จะมีการซื้อชิ้นงานที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์ทั้งระบบ SLA และ DLPสิ่งที่ต้องทำต่อเนื่องหลังการพิมพ์อันดับแรกชิ้นงานต้องทำการล้างโดยใช้น้ำยา IPA สำหรับการใช้งานของวัสดุไม่ว่าจะในด้านวิศวกรรมหรือชิ้นส่วนทางชีวภาพต่างก็ต้องทำการอบชิ้นงาน Formlabs ได้เสนอแนวทางแก้ไขเหล่านี้เพื่อทำให้ประหยัดเวลาในการพิมพ์สุดท้ายนี้การพิมพ์ชิ้นงานบนตัวค้ำพยุงชิ้นงานสุดท้ายและก็ต้องแกะออกจากตัวงาน เป็นขั้นตอนที่เหมือนกันทั้งระบบ SLA และ DLP เทคโนโลยีการพิมพ์ LFS 3D ช่วยลดความยุ่งยากในขั้นตอนนี้โดยที่โครงสร้างที่ใช้ในการค้ำพยุงชิ้นงานมีจุดสัมผัสของชิ้นงานค่อนข้างเล็กทำให้ง่ายต่อการแกะออกจากตัวโมเดล

ขอขอบคุณบทความจาก www.formlabs.com

 

                                                             

 

 

 

 

 

 

 

Receiving and unboxing your Form 3/Form 3B

การติดตั้ง และการแกะกล่อง Form 3/Form 3B ของคุณ

This article applies to Form 3, Form 3B

 

ทำความรู้จักกับเครื่องพิมพ์ Form 3/Form 3B ของคุณ ข้อมูลการแกะกล่อง ติดตั้ง และอุปกรณ์ต่างๆ ที่คุณจะได้รับแสดงไว้ที่นี่แล้ว

Form 3 Unboxing – Let’s Begin

ชุด Form 3/Form 3B ประกอบด้วย:

ในชุดมาตรฐานของ Form 3/Form 3B จะถูกส่งมาหลายกล่อง ประกอบด้วย: Printer-เครื่องพิมพ์, Finish Kit-ชุดล้าง, Resin Tank-ถาดเรซิน, และ Build Platform-แท่นพิมพ์. ซึ่ง Resin Tank, Build Platform, และ อุปกรณ์เพิ่มเติมจะถูกแยกส่งเป็นกล่องต่างหากจากเครื่องพิมพ์

From left, the three standard shipment boxes: Resin Cartridge, Printer, and Finish Kit.

ขนาด และน้ำหนักของบรรจุภัณฑ์ต่างๆ:

FORM 3/FORM 3B PRINTER FORM 3/FORM 3B FINISH KIT RESIN CARTRIDGE FORM 3/FORM 3B RESIN TANK FORM 3/FORM 3B BUILD PLATFORM
Dimensions 22.5 × 20 × 27 in

(57 × 51 × 69 cm)

8 × 8 × 9 in

(46 × 23 × 23 cm)

9.5 × 8 × 3 in

(24 × 20 × 8 cm)

14 × 11.8 × 3.3 in

(35 × 30 × 8 cm)

7 × 6.75 × 3 in

(18 × 17 × 8 cm)

Weight 50 lb

(22.7 kg)

6.6 lb

(3 kg)

3.3 lb

(1.5 kg)

3.1 lb

(1.4 kg)

1.5 lb

(0.67 kg)

Contents Form 3/Form 3B printer see Finish Kits single cartridge single resin tank single build platform

ข้อสังเกต: สายไฟฟ้าของเครื่องพิมพ์ และสาย USB จะอยู่ที่ฝาครอบโฟมภายในเครื่องพิมพ์ Form 3/Form 3B

ก่อนทำการติดตั้งเครื่อง Form 3/Form 3B ของคุณ

เตรียมพื้นที่ที่จะวางเครื่องพิมพ์ Form 3/Form 3B ของคุณ พร้อมกับอุปกรณ์ที่จำเป็น

  1. เลือกสถานที่ที่มั่นคง ผิวเรียบได้ระดับเพื่อวางเครื่อง Form 3/Form 3B เผื่อพื้นที่อย่างน้อย กว้าง 16 นิ้ว (41 ซม.) ลึก 21 นิ้ว (53 ซม.) และสูง 31 นิ้ว (79 ซม.) เพื่อความสะดวกในการทำงาน และเผื่อพื้นที่เพิ่มเติมเพื่อวางชุดล้างด้วย
  2. ดาวน์โหลด และติดตั้งโปรแกรม PreForm
  3. จัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติมเช่น:
    • กระดาษทิชชู่
    • แอลกอฮอล์ชนิด Isopropyl alcohol (ความเข้มข้น 90% หรือสูงกว่า)
  4. เตรียมพื้นที่ที่สะอาด แห้ง และห่างจากแสงแดดส่องถึง เพื่อเก็บถาดเรซิน และขวดเรซิน

Isopropyl alcohol เป็นสารที่แนะนำให้ใช้ในการล้างงานพิมพ์ และทำความสะอาดเรซินเหลวหลังจากที่พิมพ์เสร็จแล้ว ควรมีกระดาษทิชชู่ไว้เสมอเพื่อใช้ทำความสะอาดสถานที่ทำงาน และในการพิมพ์

การแกะกล่องเครื่อง Form 3/Form 3B ของคุณ

บรรจุภัณฑ์ของ Form 3/Form 3B ถูกออกแบบให้สามารถปกป้องเครื่องพิพม์ของคุณในระหว่างการขนส่ง

เคล็ดลับ:

โปรดเก็บบรรจุภัณฑ์ของเครื่องพิมพ์ไว้เพื่อการขนย้ายเครื่องพิมพ์ของคุณ การรับการบริการในช่วงรับประกันจำเป็นต้องใช้กล่องเดิมเครื่องพิมพ์นั้นด้วย

  1. เปิดกล่องจากด้านบน
  2. นำโฟมด้านบนออก จะมีคู่มือฉบับย่อ และข้อมูลความปลอดภัย

      3.ใช้มือจับช่องที่เตรียมไว้แล้วยกเครื่องพิมพ์ออกจากกล่อง

       4. นำเครื่องพิมพ์ออกจากถาดรอง แล้ววางลงบนพื้นที่ๆ เตรียมไว้

       5. แกะพลาสติกที่หุ้มตัวเครื่องออก

       6. เปิดฝาครอบด้านบนของเครื่องพิมพ์

       7. ภายในเครื่อง Form 3/Form 3B จะมีเดือยที่ทำหน้าที่ยึดชุด Light Processing Unit หรือ LPU ให้อยู่กับที่ในระหว่างการขนส่ง ตัวถังของ LPU จะอยู่ในตัวเครื่องชิดกับด้านขวาของเครื่อง ให้มองหาเดือยสีฟ้าที่อยู่ ติดกับตัวถังของ LPU

        8. อ่านข้อความบนสติกเกอร์ที่ปิดทับ LPU แล้วแกะสติกเกอร์ออกได้

        9. คลายเกลียวของ thumb screws ทั้งสองอัน และนำเดือยสีฟ้านั้นออกมา เก็บ thumb screws และเดือยไว้กับบรรจุภัณฑ์ของเครื่องพิมพ์

      10. เชื่อมต่อสายไฟฟ้าเข้ากับปลั๊กไฟในบ้าน เครื่องพิมพ์จะเปิดโดยอัตโนมัติ

ปฏิบัติตามข้อความที่ปรากฎบนหน้าจอแสดงผล เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ติดตั้งชุดล้าง และเชื่อมต่อเครื่องพิมพ์เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ

 

ชื่อประจำเครื่อง

เครื่องพิมพ์ของ Formlabs ทุกเครื่องจะมีชื่อประจำเครื่องแทนที่จะเป็นหมายเลขประจำเครื่อง ชื่อประจำเครื่องนี้จะใช้ในการระบุตัวเครื่อง และใช้ตรวจสอบประวัติการใช้งาน การขาย การซ่อม และช่วยแยกแยะในกรณีที่มีเครื่องพิมพ์หลายเครื่องในเครือข่ายขององค์กร ชื่อประจำเครื่องจะอยู่ด้านหลังของตัวเครื่องโดยมีรูปแบบดังนี้ “AdjectiveAnimal.”

สำหรับเครื่อง Form 3/Form 3B จะแสดงที่จอแสดงผลด้วย วิธีการเปิดดูโดยแตะที่รูปเครื่องพิมพ์ แล้วเลือก Your Printer ชื่อประจำเครื่องจะแสดงที่มุมบนขวาของจอแสดงผล