fbpx

SLA 3D Printer ระบบเรซิ่น คืออะไร มีกี่ชนิด??

SLA 3D Printer ระบบเรซิ่น คืออะไร มีกี่ชนิด??

บทความนี้เราจะมาทำความรู้จัก SLA Printer – เครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบเรซิ่น Stereolithography ระบบนี้จะขึ้นรูปด้วยน้ำเรซิ่นไวแสงโดนแสง UV ตรงจุดไหนก็แข็ง ระบบนี้จัดว่าเป็นระบบที่มีความละเอียดมากที่สุด แต่ก็มีความยุ่งยากในการทำงานเหมือนกันเพราะสารตั้งต้นเป็นของเหลว งานที่ออกมาต้องล้างทำความสะอาดกัน ระบบนี้แบ่งได้หลายประเภทเช่น ขึ้นรูปด้วยเลเซอร์UV (เรียก SLA), ขี้นรูปด้วยแสงโปรเจคเตอร์เรียก (เรียก DLP), ขึ้นรูปผ่านหน้าจอ LCD (เรียก MSLA – Masked Stereolithography)

พิมพ์งานได้รายละเอียดสวยงาม, ขึ้นรูปด้วยแสง UV, วัสดุตั้งต้นเป็นของเหลว PhotoResin

ประวัติคร่าวๆ SLA ถือว่าเป็นจุดกำเนิดของ 3D Printer เลยก็ว่าได้มีมาก่อนระบบเส้น FFF เสียอีก โดยจุดกำเนิดเกิดจากงานวิจัยของคุณ Hideo Kodama ที่นาโกย่าประเทศญี่ปุ่นในปี 1980 หลักการคือการทำให้เรซิ่นไวแสงแข็งเป็นชั้นๆ ซ้อนทับกันทำให้เกิดเป็นรูปร่าง 3มิติ ต่อมามีผู้เริ่มเอาความคิดดังกล่างจากเป็นเครื่องพิมพ์ 3มิติ (สมัยนั้นเรียก RP Rapid Prototype) มาขายจริงจังด้วย Brand 3D Systems ในปี 1984 โดยแรกใช้ในการวงการจากต้นแบบผลิตภัณฑ์ ระบบนี้พัฒนาต่อมาเรื่อยๆเป็นเวลา 30ปี เมื่อสิทธิบัตรหมดลงทำให้การพัฒนาเพิ่ม และราคาถูกลง แตกแขนงเป็นระบบ DLP จากขึ้นรูปด้วยเลเซอร์เป็นโปรเจคเตอร์ และน่าล่าสุดในปี 2018 มีการใช้จอ LCD ในการขึ้นรูปร่าง 3มิติ

คุณ Hideo Kodama นักวิจัยผู้ให้กำเนิด หลักการ SLA ปี1980
ผลงานวิจัยของคุณ Hideo Kodama / ถือได้ว่าเป็น 3D Model ชิ้นแรกๆของโลก
3D Printer เชิงพาณิชย์เครื่องแรกๆของโลก 3D Systems พิมพ์ล้อแมครถยนต์ ปี 1984

ระบบนี้มีเรซิ่นให้เลือกหลากหลาย บริษัทใหญ่ๆอย่าง Formlabs, 3D Systems, Envisiontec จะมีเรซิ่นหลายหมวดตั้งแต่ วิศวกรรม, การแพทย์, Jewelry โดยเปลี่ยนสารเคมีในสารเหลวตั้งต้น (monomer) เนื่องจากเรซิ่นเป็นของเหลว และการควบคุมจุดยิงแสงเลเซอร์ได้เล็กมากเช่น 20micron ทำให้การขึ้นรูปด้วยระบบนี้มีความละเอียดสูงมาก

หลักการทำงานของ ระบบ SLA

เช่นเดียวกับ เครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบอื่นๆหลักการทำงานคือการพิมพ์ชิ้นงานทีละชั้นไปเรื่อยๆ (Layer by Layer) โดยวัสดุตั้งต้นของระบบนี้คือเรซิ่น ที่มีส่วนผสมระหว่าง Monomer และ Photoinitiator สารที่ถูกแสง UV จะเชื่อม Monomer เป็น Polymer พลาสติกนั้นเอง เมื่อฉายแสง UV เฉพาะเจาะจงตามลวดลายที่ต้องการสามารถทำให้เกินแผ่นพลาสติกแข็งเป็นชั้น หลายๆชั้นต่อกันออกมาเป็นรูปร่าง 3มิติ โดยหลักๆแล้วเครื่องสามารถแบ่งได้ตามแหล่งกำเนิดแสง เช่นจากเลเซอร์เรียก SLA, จาก Projector เรียก DLP, ผ่านหน้าจอ LCD เรียก MSLA เป็นต้น สามารถแบ่งตามทิศทางการขึ้นรูป เช่น แสงอยู่ด้านบน จุ่มงานลงด้านล่าง เรียก Top Down SLA, แสงอยู่ด้านล่าง ดึงชิ้นงานขึ้นเรียก Bottom Up SLA เป็นต้น

เครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบ SLA ขนาดใหญ่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์, ชิ้นส่วนเครื่องจักร, โมเดล

SLA เครื่องมีกี่ประเภท

  • Top Down SLA เป็นเครื่องพิมพ์ 3มิติระบบแรกที่ถือกำเนิด และ ยังนิยมใช้ถึงปัจจุบัน ระบบนี้จะขึ้นรูปด้วยเลเซอร์ UV ด้านบนยิงลงมาบนถังเรซิ่นด้านล่าง (ถังเรซิ่นจะจุเรซิ่นอยู่เต็ม 250Kg+ ขึ้นไป) เมื่อพิมพ์แต่ละชั้นเสร็จฐานพิมพ์จะจุ่มลงไปในไปถังลึกขึ้นเรื่อยๆ ชิ้นงานจะจมอยู่ในถังพิมพ์ จึงเรียกระบบนี้ว่า Top Down SLA ระบบนี้ให้คุณภาพงานสูงสุด พิมพ์งานได้ขนาดใหญ่ นิยมใช้ในอุตสาหกรรม ข้อเสียคือเครื่องใหญ่(ต้องมีถังใส่เรซิ่น) มีราคาสูง ราคาหลักล้านขึ้นไป หากมาหางานพิมพ์เกิน 60cm+ ขึ้นไปต้องเป็นระบบนี้ตัวเดียวจบ ระบบนี้พิมพ์ได้ใหญ่สุด คุณภาพดีสุด Support น้อย แต่เครื่องใหญ่ และราคาสูง
SLA Top Down จะมีถังน้ำเรซิ่นขนาดใหญ่ เลเซอร์จะยิงชิ้นงานให้แข็งที่ละชั้นๆ เมื่อพิมพ์เสร็จเครื่องจะจุ่มลึกลงไปในถังเรซิ่นเพื่อพิมพ์ชั้้นต่อไป

  • Bottom Up SLA เป็นเครื่องพิมพ์ ที่พัฒนาต่อมาจาก Top Down ซึ่งต้องการให้เครื่องมีขนาดเล็กลง ระบบนี้จะยิงแสงเลเซอร์ จากด้านล่าง ผ่านถาดพิมพ์ที่ด้านล่างใสให้แสงลดผ่าน ฐานพิมพ์จะดึงชิ้นงานขึ้นไปเรื่อยๆ ระบบนี้เป็นที่นิยมเพราะว่าเครื่องมีขนาดเล็กลง แต่ยังติดที่ข้อจำกัดที่ไม่สามารถพิมพ์ขนาดใหญ่ๆได้ (เช่น เกิน 30cm)ต้องสร้าง Support ขนาดใหญ่เพื่อรองรับนน.ชิ้นงาน และแรงดึงให้หลุดออกจากถาด วัสดุชิ้นเปลื้องของระบบนี้คือถาดพิมพ์ด้วย เพราะทุกครั้งที่ดึงชิ้นงานออกจากถาดจะเกิดการเสียดสี ถาดจะขุ่นขึ้นเรื่อยๆทุกครั้งที่ใช้งาน จึงต้องเปลี่ยนตามอายุการใช้งาน
SLA Bottom Up ขึ้นรูปด้วยเลเซอร์ แต่เครื่องมีขนาดเล็กลง ถาดใส่เรซิ่นไม่ต้องเต็ม แต่มีข้อจำกัดเมื่อพิมพ์ชิ้นงานใหญ่เกิน 30cm

  • DLP เป็นเครื่องระบบเรซิ่น ฉายแสงโดยเครื่องโปรเจคเตอร์ UV เวลาฉายแสงจะฉายทีละระนาบภาพตัดขวาง หรือ Cross Section ระบบนี้นิยมใช้กันช่วงหนึ่ง ก่อนที่จะมาพัฒนาต่อเป็นแบบ LCD ซึ่งเป็นแผ่นบางๆ และราคาถูกกว่า Projector  ระบบ DLP มีความเร็วในการพิมพ์สูงกว่า SLA ทั่วๆไปเนื่องจากฉายภาพทีละระนาบแทนการยิงลากแสงเลเซอร์

  • LCD / MSLA เป็นระบบที่มีการพัฒนาต่อมาจาก DLP โดยเปลี่ยนจากการฉาย Projector มาเป็นการเปิด-ปิดให้แสง UV ลอดผ่านโดยใช้หน้าจอ LCD แสง UV จะลอดผ่าน เริ่มแรกที่ใช้กันจะใช้ LCD ธรรมดา RGB ที่ใช้กันในวงการหน้าจอสี ที่มีปัญหาคือดำ/ขาวไม่สนิทอายุการใช้งานน้อย ต่อมาพัฒนามาใช้ LCD แบบ Mono ขาว-ดำ การใช้งานยาวนานและการพิมพ์เร็วขี้น แต่ยังติดข้อจำกัดขนาดของการพิมพ์เช่นกันกับระบบ Bottom Up อื่นๆ ยากที่จะพิมพ์ใหญ่กว่า 30cm+ เพราะติดเรื่องน้ำหนักชิ้นเมื่อดึงขึ้น

วัสดุตั้งต้นเรซิ่น มีหลายประเภท มีอะไรน่าสนใจ

  • เรซิ่นไวแสงแต่ละระบบอาจจะไม่เหมือนกันหลักๆมี  UV 405nm – ใช้เครื่องทั่วๆไป , UV 355nm ส่วนมากจะใช้กับ SLA แบบ Top down กรุณาเลือกเรซิ่นให้ถูกกับความยาวคลื่นของเครื่องด้วยครับ
  • เจ้าใหญ่ๆดีๆ จะมีเรซิ่นหลากหลาย เค้ามีทีมพัฒนาวัสดุศาสตร์ของตัวเองเลย ตัวเครื่องจึงแพงกว่าเจ้าที่พิมพ์เรซิ่นธรรมดา เช่น Formlabs
  • ทั้งแบบ Engineer (จาก Formlabs) – Rigid 10K แข็งพิเศษ, Tough เหนียวพิเศษ, High Temp ทนความร้อนสูง, Flexible วัสดุที่มีความยืดหยุ่น
  • เรซิ่นทางการแพทย์ Medical (จาก Formlabs) – Surgical Guide เรซิ่นสำหรับผ่าตัด, LT Clear เรซิ่นทางทันตกรรมในช่องปาก
  • มีเรซิ่นแปลกๆมีมากมาย เช่น Resin Ceramic เพื่อพิมพ์เสร็จเอาไปเข้าเตาอบความร้อนสูง เผาออกมาเป็นภาชนะ หรือ รูปทรงเซรามิกได้
  • เรซิ่นอีกตัวที่นิยมกันมากคือ Wax Resin ในใช้วงการ Jewelry เมื่อพิมพ์เสร็จออกมา นำชิ้นงานที่ได้ไปหล่อเป็น Lost Wax แทนที่ด้วยโลหะมีค่า เช่น เงิน ทองคำเป็นต้น

สรุป

  • SLA หรือเครื่องพิมพ์ระบบเรซิ่น เป็นระบบที่พิมพ์แล้วสวยที่สุด มีวัสดุให้เลือกหลากหลายที่สุด
  • การใช้งานเลอะเทอะ เนื่องจากวัสดุตั้งต้นเป็นของเหลว เหนียวและเป็นสารเคมี แบรนด์ดีๆทำมาให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น เช่น Formlabs แต่ก็ยังใช้งานยากอยู่ดี
  • แม้เป็นระบบที่เก่าแก่ที่สุด ปัจจุบันนิยมใช้กันอยู่
  • LCD Printer หรือ MLCD เริ่มเป็นที่นิยม เพราะมีราคาถูก เอื้อมถึง คุณภาพโอเค แต่ยังมีข้อจำกัดเรื่องขนาดในการพิมพ์ ได้ใหญ่ประมาณ 30cm (ทั้งความละเอียดของหน้าจอ, Bottom Up ถ้าเครื่องขนาดใหญ่ไป จะสู้แรงตึงผิว น้ำหนักชิ้นงาน ไม่ได้)
  • SLA ขนาดใหญ่ 60cm+ จะมีแต่ในระบบ SLA Top Down นิยมใช้ในการทำชิ้นส่วนรถยนต์ เครื่องบิน ออกแบบผลิตภัณฑ์ งานพุทธศิลป์ งาน Event

แนะนำ เลือกซื้อ

  • ถ้าต้องการพิมพ์ 3D Printer ทั่วไปๆ หาไว้ใช้งาน ดูแลรักษาง่าย ปลอดภัยกว่า ไม่แนะนำ SLA Printer ให้เลือก FFF Printer เครื่องพิมพ์ระบบเส้นแทน
  • ถ้าคำนึงคุณภาพงาน ความเรียบความสวยงามเป็นหลัก เลือก SLA Printer
  • ถ้าต้องพิมพ์ชิ้นงานขนาดต่อชิ้นใหญกว่า 60cm+ แนะนำ SLA Printer Professional แพงหลักล้าน แต่งานจบ

พิมพ์ 3 มิติระบบเรซิ่น LCD / MSLA ราคาเอื้อมถึง
เครื่องพิมพ์ 3มิติ ความละเอียดสูง ขึ้นรูปด้วยเลเซอร์ มีวัสดุรองรับมากมาย


พิมพ์ 3 มิติระบบเรซิ่น SLA Prosumer – รองรับเรซิ่น วิศวกรรม, การแพทย์ กว่า 40ชนิด
เครื่องพิมพ์ 3มิติ ความละเอียดสูง ขึ้นรูปด้วยเลเซอร์ มีวัสดุรองรับมากมาย


พิมพ์ 3 มิติระบบเรซิ่น ขนาดใหญ่ Kings SLA Pro ถึง 1.7เมตร
เครื่องพิมพ์ 3มิติ เกรดอุตสาหกรรม ได้ทั้งความละเอียดสูง พิมพ์ได้ใหญ่ 600-1700mm สำหรับงานชิ้นส่วนรถยนต์, งานศิลปกรรม, งานประติมากรรม

ออกแบบเคสนาฬิกาเอง!! ใช้งานเอง!! แบบง่ายๆ

ออกแบบเคสนาฬิกาเอง!! ใช้งานเอง!! แบบง่ายๆ

วันนี้เราจะมาว่าด้วยเรื่องของการออกแบบเคสนาฬิกาใช้งานเอง ซึ่งเอาจริงๆ เลยตอนแรกนั้นรุ่นน้องของผมเองที่ออฟฟิศใช้นาฬิกา รุ่น Xiaomi Amazfit GTS แล้วเกิดอยากได้เคสของนาฬิการุ่นนี้เพื่อไม่อยากให้ตัวเครื่องเป็นรอยก็ได้สั่งเคสจากใน shopee มาแต่ผลที่ได้คือเคสที่สั่งมานั้นใส่กับตัวของนาฬิกาไม่ได้ ก็เลยมีความคิดที่ว่าเราสามารถออกแบบตัวเคสเองได้นิเพราะ เรามีทั้งเครื่องสแกนเนอร์และเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ก็เลยลงมือทำเองซะเลย โดยหลักๆ แล้วการออกแบบนี้นั้นก็จะใช้สกิลและเครื่องมือพอสมควรอยู่นะครับ เดี๋ยวผมจะมาอธิบายการทำตั้งแต่เริ่มต้นกันเลยดีกว่า

ขั้นตอนของการสแกนนาฬิการต้นแบบ
เครื่องที่ผมเลือกใช้นั้นจะเหมาะกับงานที่มีขนาดเล็กเป็นหลัก และตัวเครื่องจะมีการทำงานที่ง่ายมากๆ คือเครื่อง Shining 3D AutoScan Inspec เราแค่คลิกเม้าส์ไม่กี่ครั้งก็ได้ตัวอย่างนาฬิกาที่จะไปทำเคสออกมาแล้ว ซึ่งตัวนาฬิกา Xiaomi Amazfit GTS นั้นจะเป็นสีดำจะทำให้เครื่องสแกนเนอร์ไม่สามารถสแกนได้ และหน้าจอเป็นกระจก ดังนั้นผมจึงใช้สเปรย์แป้งเพื่อให้ตัวนาฬิกามีสีที่สว่างและง่ายต่อการนำไปสแกนกับเครื่อง AutoScan Inspec เราก็แค่ใส่เข้าไปในแท่นจับของตัวเครื่องและก็กดสแกนตามปกติ เมื่อเราสแกนด้านที่ 1 ได้แล้วก้ให้พลิกตัวนาฬิกาขึ้นมาอีกด้านที่ยังไม่ได้สแกน จากนั้นโปรแกรมของเครื่องสแกนเนอร์จะทำการ align ตัวชิ้นงานให้เองอัตโนมัติ ซึี่งผมขออธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องสแกนเนอร์ตัวนี้หน่อยคือสามารถสแกนงานได้ขนาดใหญ่สุดที่ 10*10*7.5 cm ให้ความละเอียดที่ตัวชิ้นงานได้ที่ 10um (0.01 mm) มีระบบการทำงานแบบ 3 แกนที่จะมุนตัวชิ้นงานเองอัตโนมัติ และใช้แสงในการสแกนเป็นแบบ Blue Light ส่วนนามสกุลไฟล์ที่เราได้จากการสแกนเสร็จนั้นคือ .STL หรือสามารถดูรีวิวเกี่ยวกับตัวเครื่องเพิ่มเติมได้ ที่นี่

AutoScan-INspec Desktop 3D Inspection System
รายละเอียดเกี่ยวกับตัวเครื่อง Autoscan-Inspec
พ่ยสเปรย์แป้งเพื่อให้ตัวงานสแสกนได้งานขึ้น ถ้าเป็นสีดำ มันเงา หรือใสจะสแกนไม่ได้
เริ่มการสแกนโดยตัวเครื่องจะหมุนชิ้นงานให้เราเองอัติโนมัติ
เมื่อสแกนเสร็จเรียบร้อยจะได้ไฟล์นามสกุล .STL ลักษณะตามนี้

ขั้นตอนการแก้ไข Revers Engineer โดยใช้ Solid Edge Software
มาถึงขั้นตอนนี้จะค่อนข้างยากนิดหนึ่งแต่สำหรับผู้ที่มีความสามารถทางด้าน Software การเขียน CAD 3D อยู่แล้วก็จะง่ายมากๆ เลยละครับ แต่สำหรับผมเองก็พอทำได้บ้าง ซึ่งเจ้า Software Solid Edge อันนี้จะเป็นตัวที่จะมีพร้อมๆ กับเครื่องสแกนเนอร์อยู่แล้วการใช้งานก็จะคล้ายๆ กับ SolidWorks เลยแต่เครื่องมือจะไม่ได้เหมือนกัน ไฟล์ที่เรานำมาเปิดเพื่อทำการ Revers Engineer ผมจะลดขนาดจาก Software ของเครื่องสแกนเนอร์ก่อนจาก 70MB ให้เหลืออยู่ 30MB เพราะว่าอะไร ถ้าไฟล์งานที่นำมาทำงานมีขนาดใหญ่เกินไปแน่นอนว่ากระตุกแน่ๆ ใน Software Revers Engineer ผมเลยเลือกที่จะลดให้ไฟล์เล็กลงแต่ความละเอียดของตัวงานนั้นจะยังเป็นที่ยอมรับได้อยู่เพราะเคสของนาฬิกาก็จะมีขนาดใหญ่กว่าตัวเรือนอยู่แล้ว ผมจะตั้ง Offset ของผิวงานให้ออกมาจากไฟล์ 3D scan ประมาณ 0.2-0.5 mm เพื่อชดเชยเมื่อนำไฟล์ที่ได้จากการ Revers Engineer นั้นไปพิมพ์ขึ้นตัวชิ้นงานจริงจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติในขึ้นตอนถัดไป การออกแบบผมเลือกที่จะทำเป็นชิ้นด้านบน และด้านล่างแยกกัน เพื่อป้องกันได้ทั้งตัวเรือนของนาฬิกาเราไปดูการออกแบบกันเลยดีกว่าครับ

Software Solid Edge ใช้ในการ Revers Engineer
Software Solid Edge ใช้ในการ Revers Engineer
Software Solid Edge ใช้ในการ Revers Engineer
Software Solid Edge ใช้ในการ Revers Engineer
ไฟล์งานที่พร้อมจะนำไปพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ
ไฟล์งานที่พร้อมจะนำไปพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

ขั้นตอนการขึ้นรูปต้นแบบด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ
ในขั้นตอนนี้ผมจะใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติ ของค่าย Formlabs Form3 เป็นเครื่องที่ใช้ระบบ SLA ที่ให้ความละเอียดสูงที่ 25um(0.025mm) และมีน้ำยาให้เลือกหลากหลายในการใช้งานบางชนิดน้ำยาสามารถนำไปใช้งานได้จริงด้วยปต่ผมได้เลือกน้ำยาที่ใช้งานต้นแบบคือ Standard Clear ก็คือเรซิ่นชนิดธรรมดาแต่เป็นสีใส ก่อนอื่นเลยเมื่อเรานำไฟล์ที่ได้มานั้นมาจัดเรียกตำแหน่งที่เหมาะสม ผมจะเลือกเอียงงานให้จุดแรกที่ขึ้นตัวงานนั้นเป็นจุกที่เล็กทีสุดและด้านบนจะเป็นส่วนที่ผมจะไม่อยากให้ส่วนที่เรียกว่า Support ไปแตะโดนเพราะเวลาเราแกะ Support ออกนั้นจะต้องนำมาขัดออกเองก็เลยจะเลือกด้านที่เป็นจุดที่มีพื้นที่ผิวที่เยอะและเรียบไปสัมผัสกับส่วน Support ความละเอียดที่ผมเลือกคือ 100um (0.1 mm) ก็จะใช้เวลาในการพิมพ์ประมาณ 3-4 ชั่วโมง เมื่อเราพิมพ์เสร็จเรียบร้อยแล้วก็ต้องนำไปล้างด้วยน้ำยาล้าง IPA และผมจะรีบนำไปเป่าด้วยปั้มลมเพื่อให้ตัวงานไม่เกิดคราบจากการล้าง เมื่อแน่ใจว่าแห้งเรียบร้อยแล้วให้นำตัวชิ้นงานไปอบประมาณ 10-15 นาที อุณหภูมิ 50-60 องศา เพราะงานมีความบางแค่ 1 mm ความบางทีอบนานไปตัวงานจะหดตัวค่อนข้างเยอะและอาจจะกรอบแตกง่าย จากนั้นนำมาแกะ Support ออก ส่วนจุดที่เป็นลอยนู้นๆ จาก Support ผมจะใช้กระดาษทรายเบอร์ 250/400/1000 ในการขัดแต่ง และถ้าเราขัดเสร็จเรียบร้อยแล้วทุกคนจะสังเกตุเห็นว่าจะเป็นคราบขาวๆ ที่เกิดจากการขัดด้วยกระดาษทรายนั้นปมจะใช้น้ำมันหล่อลื่นทาที่ตัวงานแล้วนำไปอบแห้งอีกครั้งโดยใช้เวลา 10 นาที อุณหภูมิที่ 50 องศา ก็เพียงพอแล้ว

การจัดเรียงงานเพื่อนำไปพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ Form3
ชิ้นงานเมื่อพิมพ์เสร็จแล้ว นำไปเป่าด้วยปั้มลม
ชิ้นงานเมื่อพิมพ์เสร็จแล้ว นำไปเป่าด้วยปั้มลม
นำชิ้นงานมาขัดด้วยกระดาษทราย ลบลอย Support
นำชิ้นงานมาขัดด้วยกระดาษทราย ลบลอย Support
นำมาลองประกอบกับตัวเรือนนาฬิกาจริง
นำมาลองประกอบกับตัวเรือนนาฬิกาจริง
นำมาลองประกอบกับตัวเรือนนาฬิกาจริง

3D Printer SLA + ความคิดสร้างสรรค และงานศิลปะ

3D Printer SLA + ความคิดสร้างสรรค และงานศิลปะ

หลายๆ คนต้องการหาสิ่งต่างๆ มากมายเพื่อมาทำให้ความรู้สึกที่เเหนื่อยล้าในการใช้ชีวีตแต่ละวันให้มีชีวิตชีวา และมีสีสันที่สดใส่มากขึ้น วันนี้เรา PRINT3DD ขอนำเสนอการเริ่มปรับเปลี่ยนสิ่งต่างๆ ใกล้ตัวหรือจะเป็นสิ่งที่เราอาจมองข้างมันไปทั้งๆที่เราใช้เวลากับมันนานมากในแต่ละวันเราขอเรียกมันว่า Keyboard Art ทุกความสร้างสรรคที่ไม่มีวันสิ้นสุดมักต้องมีการเริ่นต้นที่สวยงามอยู่เสมอ ผลงานชิ้นนี้เป็นการนำเอาชิ้นงาน 3D Printer SLA จากเครื่อง Formlabs Form 3 มาสร้างงานศิลปะขนาดเล็ก แต่ช่วยทำให้ความรู้สึกของผู้ที่มาพบเห็นมีรอยยิ้ม และสร้างความตื่นเต้นได้มากมาย อีกทั้งยังช่วยสร้างพลังบวกในด้านแนวความคิดในสิ่งต่างๆ ได้มากกว่าที่ตัวเราคิดอีกด้วย ทั้งนี้สิ่งที่เราได้สร้างขึ้นนั้นไม่ใช่แค่ปุ่มๆ หนึ่ง แต่มันคือความรู้สึกที่พวกเราทุกคนต้องได้รับมันในทุกๆ วันเพื่อมีความสุขในการใช้ชีวิตในวันต่อๆ ไป

3D Printing กับ วงการแพทย์ และกระดูกก้นกบ

3D Printing กับ วงการแพทย์ และกระดูกก้นกบ

สวัสดีครับนัก 3D print ทุกท่าน^^ วันนี้เรามีบทความและตัวอย่างชิ้นงาน 3D Printing ที่น่าสนใจมาฝากกันครับ…

คือต้องเกริ่นก่อนว่า หลายๆ งานที่ได้ทดลองการพิมพ์และนำมาลงทำบทความนั้นเกิดจากความสนใจและคิดว่าน่าจะนำมาเป็นประโยชน์ให้แก่ผู้ใช้เครื่องพิมพ์ 3มิติ ได้ไม่มากก็น้อย ซึ่งแต่ละอันอาจจะนำไปต่อยอดผลงานของแต่ละคนได้ หรือเป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในการใช้เครื่องพิมพ์ 3มิติ ได้อย่างมืออาชีพมากขึ้น โดยก็หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์อีกสักบทความหนึ่งแก่ทุกท่านครับ โดยเฉพาะทางด้านการแพทย์

จบท้ายคำเกริ่นมาขนาดนี้แล้ว “การแพทย์” คงไม่ต้องสงสัยแล้วละนะครับว่าบทความนี้กำลังพูดถึงอะไร (แต่เอาจริงๆแล้วก็น่าจะรู้ตั้งแต่ชื่อหัวข้อแล้วละนะครับ555) แต่ก่อนอื่นเลย ต้องขอบอกก่อนว่าหลังจากที่เราได้ทำบทความลงเว็บไซต์ของเราและช่องทางต่างๆ ตามโซเชียลมีเดียแล้ว ก็ได้ผลตอบรับที่ค่อนข้างดีและเรารู้สึกชื่นใจที่ใครหลายๆ คนได้นำบทความของเราไปใช้ในการทำงาน 3D Printing กันนะครับ แต่โดยส่วนมากนั้นที่เราลงมักจะเป็นบทความทางด้านงาน “วิศวกรรม” ซะส่วนใหญ่ ทั้งเทคนิกการพิมพ์ อะไหล่ต่างๆ การบำรุงรักษา ข่าวสารที่เกี่ยวกับงานวิศวกรรม การทดลองพิมพ์ชิ้นงานด้านวิศวะกรรมมากมายเหลือล้นแล้วละตอนนี้…

ตัวอย่างการพิมพ์ชิ้นงานรถยนต์ทั้งคัน

ทำให้ต้องกลับมามองว่าเครื่องพิมพ์ 3มิติ นี้สามารถใช้งานทางด้านวงการอื่นอีกมั้ย…วงการไหนที่ต้องการความแม่นยำและจำเป็นต่อการทำต้นแบบในงานวิจัยบ้าง เพราะคำว่า โมเดลต้นแบบ เป็น Object ที่แทบจะทุกวงการต้องทำเพื่อนำไปศึกษา วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของธุรกิจตัวเองซึ่งคิดไปคิดมาก็ได้ปิ๊งไอเดีย นั่นก็คือการพิมพ์ชิ้นงานต้นแบบเพื่อการศึกษา และจะศึกษาอะไรล่ะ งานด้านไหนต้องการใช้ศึกษามากที่สุด ซึ่งตัวเลือกที่ผุดขึ้นมาอย่างแรกเลยก็คือ “การแพทย์”

ใช่แล้วครับ งานด้านการแพทย์ มีส่วนสำคัญอย่างหนึ่งในการขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่างๆ ให้ก้าวไปข้างหน้าได้ แต่ต้องขอเล่าย้อนไปในสมัยที่ 3D Printer ยังไม่แพร่หลายเหมือนในสมัยนี้ แต่ก่อนการที่นักวิทยาศาสตร์หรือแพทย์หลายๆ ท่านได้เรียนในคลาสนั้น จำเป็นต้องเรียนรู้จากของจริง อวัยวะจริงๆ มีเนื้อมีหนังและกระดูกจริงๆ จับต้องได้ เพราะหากเรียนแต่ในหนังสือเราก็จะได้เห็นเพียงแต่รูปภาพและตัวหนังสือ เราจะไม่สามารถจินตนาการถึงสิ่งนั้นได้จริงๆ แต่ทุกอย่างที่ที่มีให้จับต้องนั้นย่อมมีต้นทุนที่สูงเพราะเนื่องจากเป็นของจริงจากสิ่งมีชีวิตจริงๆ ทำให้การเรียนการสอนนั้นค่อนข้างมีต้นทุนสูงและไม่สามารถใช้งานได้ตลอดทุกครั้ง เพราะมีการเสื่อมสภาพตามไปด้วย ทำให้นักศึกษาหรือบุคลากรหลายๆท่านไม่อาจเข้าถึงได้ง่าย

ตัวอย่างต้นแบบจากกระดูกของจริง ที่สมบูรณ์แปป

แต่ปัจจุบันก็ได้มีการพัฒนาออกมาเป็น “โมเดลพลาสติก” โดยผ่านการออกแบบและก๊อปปี้จากของจริง นำออกมาทำขายกันอย่างแพร่หลายทำให้ต้นทุนในการเข้าถึงนั้นง่ายขึ้นและราคาถูกลงเนื่องจากต้นทุนในการผลิตซึ่งทำการเม็ดพลาสติกนั้นราคาค่อนข้างถูก ทำให้เกิดการแพร่หลายของวงการแพทย์มากขึ้น ผู้คนที่มีทุนน้อยก็สามารถเข้าถึงการศึกษานี้ได้เยอะขึ้น ทำให้ประเทศสามารถพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น

ตัวอย่างโมเดลคนทั้งตัว ทำจากพลาสติก

แต่ก็ยังมีจุดสังเกตตรงที่เนื่องจากผู้ผลิตนั้นส่วนหนึ่งจัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาแต่อีกส่วนหนึ่งก็ต้องเข้าใจผู้ประกอบการด้วยว่า เขาทำธุรกิจ จึงทำให้ไม่สามารถออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆได้ตลอดเวลา แม้จะเป็นชิ้นส่วนแบบเดียวกันเช่น ขากรรไกรของมนุษย์ ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วมนุษย์มีหลากหลายรูปร่าง และสัดส่วนของแต่ละคนก็ต่างกันแล้ว ทำให้หากจะหาขากรรไกรที่มีขนาดต่างจากที่ขายทั่วไปเพียง 1cm. ก็ไม่อาจจะสามารถหาได้ง่าย เพราะการทำผลิตภัณฑ์ชิ้นหนึ่งนั้นจำเป็นต้องวางแผนแล้วใช้ต้นทุนสูงในการผลิตทีละมากๆ ออกมาขายทุกคนจึงจำเป็นต้องใช้เท่าที่มีขายในท้องตลาดหรือ หากต้องการจริงๆ เป็นงานวิจัยที่ต้องการความเฉพาะจริงก็จะสั่งทำพิเศษซึ่งก็จะต้องใช้เงินทุนมากกว่าเก่าหลายเท่านัก ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่เครื่องพิมพ์ 3มิติ สามารถเข้ามาแก้ไขได้อย่างสมบูรณ์

การใช้เครื่องพิมพ์ 3มิติ พิมพ์แขนเทียมสำหรับคนพิการ

เครื่องพิมพ์ 3มิติ ในสมัยนี้ จากแต่ก่อนที่ราคาสูงถึงหลักแสน ตอนนี้ได้ลดลงมาทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงได้ในราคาหลักหมื่นบาทแล้ว แต่ก็แล้วแต่ สเปคที่ต้องการด้วย ความสามารถของเครื่องพิมพ์ 3มิติ นั้นค่อนข้างหลากหลาย สามารถขึ้นมาเป็นชิ้นงาน 3มิติ ที่จับต้องได้ มองได้ทุกมุม 360องศา และใช้เวลาไม่นาน สามารถพิมพืกี่ชิ้นก้ได้ตามต้องการ ไม่มีขั้นต่ำ และอีกอย่างสามารถดัดแปลงไฟล์งาน เติมตัดแต่งไฟลืได้ไม่จำกัด (แต่จำเป็นต้องมีทักษะด้านการทำไฟลื 3D ด้วย ซึ่งก็มีหลากหลายโปรแกรมให้เลือกใช้งานกัน) มันจึงเหมาะอย่างมากกับการนำมาใช้ในงานวิจัยต่างๆ โดยเฉพาะงานที่ต้องการความ Custom พิเศษที่ไม่สามารถหาได้ตามท้องตลาดทั่วไป

ผมจึงได้ลองค้นหาไฟล์โมเดลต้นแบบ ที่สามารถพิมพ์ออกมาแล้วนำมาอธิบายถึงความสามารถของเครื่องพิมพ์ 3มิติ นี้ที่เข้ากับงานด้านการแพทย์ให้ได้มากที่สุด หาไปหามาก็ได้มาเจอกันไฟล์2ไฟล์ นั่นก็คือ กระดูกเชินกรานและกระดูกก้นกบ โดยเหตุผลที่ผมเลือกเจ้า 2 ตัวนี้ เนื่องจากมีความเกี่ยวเนื่องกันนั้นก็คือ ตัวกระดูกก้นกบนั้นเป็นส่วนที่ยึดติดต่อกับกระดูกเชิงกราน และอีกอย่างคือเป็นชิ้นโมเดลที่มีลักษณะ Free Form ซึ่งต่างจากชิ้นงานวิศวกรรมที่มีลักษณะ เป็น Mechanical เหลี่ยมมุม ทำให้สามารถนำมาเป็นข้อเปรียบเทียบระหว่าง 2 วงการนี้ได้อย่างชัดเจน

กระดูกเชิงกรานมุม Perspective
กระดูกเชิงกรานมุม Font
กระดูกเชิงกรานมุม Perspective ด้านหน้า
กระดูกเชิงกรานมุม Perspective ด้านหลัง

จากภาพเป็นไฟล์ที่ได้มากจากเว็บไซต์ : MyMiniFactory เป็นเว็บไซต์หนึ่งในหลายๆ เว็บไซต์ ที่ทุกคนสามารถโชว์ผลงานและอัปโหลดไฟล์งานของตัวเองเพื่อให้หลายๆคนเข้าไปโหลดและพิมพ์เล่นกันได้ฟรีๆ ซึ่งผมก็หาไฟล์งานกระดูกจากเว็บนี้ และนำมาพิมพ์งานจริงออกมา โดยต้องขอบอกก่อนว่าผมใช้เครื่องพิมพ์ 3มิติ ที่ชื่อว่า Form3 เป็นเครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบ SLA จากอเมริกา มาตรฐานระดับโลก เป็นแบรนด์เครื่องพิมพ์ 3มิติ ที่มีน้ำยาเรซิ่นซึ่งเป็นวัสดุสำหรับการพิมพ์ที่หลากหลายประเภทมากๆ มากกว่า 20 ประเภท โดยตัวอย่างที่ผมใช้ในการพิมพ์นั้นคือ Resin Clear เป็นเรซิ่นแบบใส โปร่งแสง โปร่งใส สามารถมองทะลุได้ และมีความแข็งแรงระดับหนึ่ง ไม่แตกหักง่าย

ทำไมต้องใช้เครื่อง Form3 กันละ??? เพราะเครื่องที่เป็นระบบ SLA นั้น แตกต่างจากเครื่องพิมพ์ FDM ทั่วไปที่ใช้เส้นพลาสติกตรงที่มี เครื่องระบบ SLA นั้นสามารถพิมพ์งานได้ละเอียดมากกว่า FDM หลายเท่า โดยเจ้าตัว Form3 นี้สามารถพิมพ์ละเอียดได้มากสุดถึง 25Microns หรือ 0.025 mm. ซึ่งถ้าเป็นเครื่อง FDM ทั่วไปแล้วจะอยู่ที่ 100Microns หรือ 0.1 mm. เท่านั้นเอง และการใช้งานก็ง่ายกว่า FDM มาก และเนื่องจากมันสามารถทำความละเอียดได้มากขนาดนี้ทำให้หากโมเดลต้นแบบอะไรก็ตามมีรายละเอียดเยอะ เล็ก และละเอียดมากๆ เจ้าเครื่องระบบ SLA นี้ก็สามารถทำได้สบายๆ

ภาพไฟล์งานที่คำนวนและตั้งเตรียมพร้อมสั่งพิมพ์เรียบร้อยในโปรแกรม Preform ซึ่งเป็นโปรแกรมเตรียมพิมพ์ของเครื่อง Form ทุกรุ่น
ชิ้นงานมีขนาดเล็ก แต่ก็สามารถพิมพ์จุดที่เข้าถึงยากได้ อย่างเช่น พวกร่องหรือรูเล็กๆ ต่างๆ

หลังจากที่เราได้ทำการตั้งค่าไฟล์สำหรับการพิมพ์แล้ว ทีนี้ก็ลงมือกดพิมพ์ชิ้นงานและรออย่างใจจดใจจ่อได้เลย!!!

ชิ้นงานที่พึ่งพิมพ์เสร็จใหม่ๆ ใช้เวลาไม่นาน
วางชิ้นงานเทียบขนาดกัน

จากภาพด้านบนจะเห็นได้ว่า ผมได้ขยายส่วนของกระดูกก้นกบให้ใหญ่ขึ้นจนเต็มพื้นที่แป้นพิมพ์ ทำให้สามารถมองเห็นรายละเอียดต่างๆของชิ้นงานกระดูกก้นกบได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ซึ่งแตกต่างจากกระดูกเชิงกรานที่มีขนาการพิมพ์ที่เล็กกว่า (แต่ก็ขยายให้พิมพ์เต็มฐานเช่นกัน) หลังจากนั้นก็นำไปล้างด้วย IPA และเก็บซัพพอร์ตที่ติดอยู่ออกให้หมด ขัดแต่งนิดๆ หน่อยก็สวยงามพร้อมนำไปใช้ทำงานวิจัยและศึกษาต่อได้แล้ว

โมเดลกระดูกเชิงกรานที่พิมพ์ออกมาเรียบร้อย
กระดูกก้นกบที่พิมพ์ออกมาขนาดเท่าฝ่ามือ
มองเห็นรายละเอียด่างๆได้อย่างดี สามารถมองเห็นทะลุไปได้

จากภาพก็สามารถบ่งบอกได้แล้วว่าเราสามารถนำเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ 3มิติ นี้ได้อย่างไรบ้าง สามารถสร้างชิ้นงานตัวกระดูกก้นกบให้ใหญ่กว่าปกติเพื่อที่จะนำมาศึกษาเชิงลึกกว่าตัวกระดูกเชิงกรานทั้งหมด ทำให้เห็นสัดส่วนที่ชัดเจนขึ้นมา รูร่องต่างๆ สมจริงตามไฟล์ที่ได้มา ซึ่งนอกจากกระดูกก้นกบและกระดูกเชิงกรานแล้ว เราก็สามารถพิมพ์ชิ้นส่วนอวัยวะอื่นๆ ได้ไม่จำกัด หากเรามีไฟล์ 3D อะไรๆ ก็ง่ายไปหมด

ตัวอย่างเช่น…

ต้นแบบกระเพาะหมูที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบ FDM และใช้เส้นพลาสติกแบบ Flexible ที่มีความยืดหยุ่นทำให้ลักษณะของกระเพาะมีความนิ่มคล้ายของจริง โดยขยายไซต์จากไฟล์เดิม25% เพื่อใช้ในการสอนสัตวแพทย์ต่อไป

หรือจะเป็นกระโหลดศรีษะ และ สมองที่ได้จากการ CT SCAN จากคนไข้ของจริง นำมาแปลงเป็นไฟล์ 3D พิมพ์ออกมา

ตัวอย่างโมเดลพิมพ์จากไฟล์3D ที่แปลงจากไฟล์สแกน
ภาพตอนกำลังพิมพ์โมเดลสมอง ซึ่งสามารถเก็บรายละเอียดรอยหยักของสมองได้ครบถ้วน

เครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบ FDM เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นใช้งาน

และที่เป็นที่นิยมสำหรับงานพิมพ์ด้านการแพทย์เลยคือ ทันตกรรม ที่มักจะเปลี่ยนวิธีการ Milling มาเป็น 3D Printing กันบ้างแล้ว ซึ่งสามารถตอบโจทย์คลินิกและโรงพยาบาลได้มากมาย เพระาสามารถพิมพ์พร้อมกันได้หลายชิ้นและแต่ละชิ้นก็แตกต่างกันไปตามคนไข้แต่ละคนด้วย

พิมพ์ด้วยเรซิ่น 2 ชนิด คือแบบ Dental สีเนื้อ และ Clear Dental ที่ทำเป็นที่ครอบฟัน
สามารถจัดเรียงพิมพ์ชิ้นงานได้จำนวนมาก ในการสั่งพิมพ์ครั้งเดียว

จะเห็นได้ว่าหลายๆ วงการแพทย์ก็สามารถนำเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ 3มิติ นี้ ไปใช้กับการทำงานของแต่ละท่านแต่ละสาขาได้ ซึ่ง มันจะสามารถช่วยงานการทำงานวิจัยต่างๆ เป็นไปได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้นมาเสียเวลากับการทำต้นแบบด้วยมือหรือจ้างโรงงานที่มีต้นทุนสูงเพียงทำต้นแบบไม่กี่ชิ้น

จากที่เล่ามาทั้งหมดนี้ บทความนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความสามารถของเครื่องพิมพ์ 3มิติ ซึ่งหากจะให้แยกย่อยหลักการทำงานนั้น คงจำเป็นต้องร่ายยาวหลายหน้าทีเดียว ซึ่งเดี๋ยวจะทยอยลงบทความที่พอเป็นประโยชน์แก่ทุกท่านที่ได้รับชมกันนะครับ

สุดท้ายนี้ก็อยากให้ทุกท่านได้ลองพิมพ์ชิ้นงานอะไรใหม่ๆที่อยู่นอกเหนือจากงานที่ทำอยู่ มันอาจจะทำให้เปิดโลกบางอย่างที่เราไม่อาจเคยคิดเคยสนใจเข้าเลยนะครับ ซึ่งไม่แน่สิ่งนั้นอาจจะนำมาปรับใช้กับงานของเราให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นก็เป็นได้ครับผม

ขอให้ทุกท่านโชคดีกับ 3D Print นะครับ^^

 

Form 3L เครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบ SLA เรซิ่นหลากชนิด เหมาะกับงานทุกประเภท

Form 3L เครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบ SLA เรซิ่นหลากชนิด เหมาะกับงานทุกประเภท

Form 3L เครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบ SLA เรซิ่นหลากชนิด เหมาะกับงานทุกประเภท

👉เครื่องระบบเรซิ่นจาก Formlabs มีขนาดพิมพ์ 33.5 x 20 x 30 cm. ใหญ่กว่า Form 3 ประมาณห้าเท่า
👉มีระบบใหม่เข้ามาชื่อ Low Force Stereolithography (LFS) เป็นระบบที่ลดแรงดึงระหว่างชิ้นงานกับถาดพิมพ์ ทำให้ถาดพิมพ์ใช้งานได้นานขึ้น
👉พิมพ์ได้เร็วขึ้น (ไม่ต้องใช้ไม้ปาดเหมือน Form 2) และ พิมพ์ชิ้นงานได้สวยขึ้น
👉พัฒนาขึ้นมาเป็นระบบ Light Processing Unit(LPU) แบบใหม่ ทำให้แสงเลเซอร์ที่ตกกระทบกับเรซิ่นมีจุดที่เล็กลง แม่นยำมากขึ้นเป็น 85 ไมครอน
👉ไม่ลดคุณภาพของแสงเลเซอร์ที่ขอบของจอ

ทางร้านได้มีการนำตัวอย่างเครื่องพิมพ์ Form3 มาวางโชว์ตัวเด่นเป็นที่เรียบร้อย พร้อมให้ลูกค้าทุกท่านได้เข้ามาลองใช้งาน จับต้องของจริงกันเลย

 

อีกทั้งยังมีตัวอย่างชิ้นงานจริงที่พิมพ์ได้จกาเครื่อง Form3L

ตัวเครื่องพิมพ์แบรนด์ Formlabs มีเรซิ่นให้เลือกหลากหลายชนิด ครอบคลุมแทบจะทุกวงการ ทั้งทางทันตกรรม วิศวกรรม และอื่นๆ

ตัวแป้นพิมพ์และแทงค์เรซิ่นมีขนาดใหญ่กว่ารุ่นก่อนประมาณเกือบ 5เท่า

DEMO Form3L on 3DD Store

 

มีเรซิ่นให้เลือกหลากหลาย เช่น Standard Resin เน้นความสวยงาม และราคาประหยัด, Flexible Resin ชิ้นงานที่พิมพ์ออกมามีความยืดหยุ่น คล้ายยาง, Tough Resin ชิ้นงานที่ได้ออกมาจะมีความแข็งแรงสูง สามารถนำไปใช้งานเชิงกล เจาะสง่าน ขันสกูร ใช้งานเชิงกลได้, Wax Cast Resin เพื่อพิมพ์แล้วสามารถเอาไปหล่อโลหะได้ เหมาะกับการทำงานเครื่องประดับ Jewelry , Dental Model Resin เรซิ่นที่ไว้พิมพ์ชิ้นงานทางทันตกรรมได้

เครื่องเหมาะกับบุคคลทั่วไป, บริษัทออกแบบ, ศิลปินคนทำโมเดล พระพุทธรูป, นักออกแบบ-วิจัย, ทันตแพทย์ หรือ โรงพยาบาล

 

 

ทดลองพิมพ์งานรองเท้าขนาด 1:1
เทียบขนาด โมเดล 1:1
ภาพชิ้นงานที่พึ่งพิมพ์เสร็จสดๆ ร้อนๆ
ทำความสะอาดและแกะซัพพอร์ทเรียบร้อย
ภาพแสดงการเทียบขนาดของชิ้นงานที่ได้จากการพิมพ์ Form 3 และ Form 3L
เจ้าตัว Form3L นั้นมีขนาดการพิมพ์ที่ใหญ่ขึ้นจากตัวเก่าอย่าง Form3 มาก ซึ่งขนาดการพิมพ์ของตัว Form3L นั้นคือ 335 x 200 x 300 mm. แต่ตัว Form3 มีขนาดการพิมพ์อยู่ที่ 145 x 145 x 185 เท่านั้นเอง
สามารถพิมพ์ชิ้นงานทีเดียวได้หลายตัว และแต่ละขนาดขนาดใหญ่ๆ ทั้งนั้น

 

AutoScan Inspec / Sparkle + FORM3 กับงานซ่อมไฟล์งานเพื่อไปใช้จริง

AutoScan Inspec / Sparkle + FORM3 กับงานซ่อมไฟล์งานเพื่อไปใช้จริง

เมื่อเราพบสิ่งของที่เกิดการแตกหักหรือเสียหายอันเนื่องมาจากอะไรก็ตามแต่ และเป็นของที่หาซื้อได้ยากและราคาสูง หรือบางครั้งก็ไม่มีขายอีกแล้ว วันนี้จึงมาแนะนำเคสตัวอย่างกัน เรามีตัวอย่างชิ้นงานที่เป็นฝาครอบ เกียร์ P ของรถ Mercedes-Benz ซึ่งเราได้ทำการขอติดต่อซื้อจากศูนย์บริการไปแล้ว แต่ทางศูนย์บอกชิ้นนี้ไม่มีอะไหล่ส่วนนี้แล้ว แล้วอย่างเราจะทำยังไงดี เมื่อมันแตกละเอียดขนาดนี้ ก็เอามาติดกาวสิครับในเมื่อเรามี 3D Solution ครบพร้อมแล้ว เราจะกลัวอะไรงัดสิ่งที่มีออกมาใช้ให้หมดเลยครับ

มาดูกันว่าเราใช้เครื่องมืออะไรกันบ้างและขั้นตอนแต่ละขั้นตอนเป็นยังไงบ้าง

จากที่ได้เห็นแล้วว่าเราใช้เครื่องมืออะไรบ้าง เรามาดูกันว่าแต่ละอย่างใช้ทำอะไรเพื่ออะไรบ้างกันครับ

  1. AutoScan Inspec / Sparkle : ใช้สำหรับงานสแกนต่างๆ สำหรับชิ้นงานขนาดเล็กเพราะตัวเครื่องสามารถสแกนได้ละเอียดสูงสุด 10 Micron เรื่องความคลาดเคลื่อนแทบจะไม่ต้องห่วง วางใจได้เลยสำหรับตัวเครื่องนี้ครับ
  2. Geomagic Essentials : ใช้สำหรับการแต่งผิวงาน และทำ Reverse Engineering ที่ได้จากเครื่องสแกน เพราะว่าเราสแกนจากงานจริงที่มีการแตกหักและเกิดรอยร้าว และมีบางส่วนที่เราต้องการเติมแต่งให้กับมัน เราจะใช้โปรแกรมตัวนี้ในการแต่งขัดผิว และเติมส่วนที่ต้องการให้งานออกมาสมบูรณ์ครับ
  3. Formlabs Form3 : ใช้เพื่อขึ้นรูปงานที่เรา แต่งเสร็จแล้วจากโปรแกรม Geomagic Essentials เราจะได้ตัวชิ้นงานที่สามารถใช้งานได้จริงและเป็นงานที่สมบูรณ์หลังจากที่ได้ทำการ แต่งไฟล์งานมาอย่างละเอียด

 

เอาล่ะครับก่อนอื่นเรามาดูตัวอย่างชิ้นงานของจริงที่มันพังกันก่อนดีกว่า มาดูว่ามันพังเละแค่ไหน ขนาดติดกาวตราช้างแล้วยังเอาไม่อยู่

 

– เรามาลุยกันเลยดีกว่า เริ่มจากสแกนก่อนเลยและได้ไฟล์ออกมาครับ โดยตามที่เราบอกเราจะใช้ตัวเครื่อง

– เริ่มต้นด้วยการสแกนไฟล์งาน จากชิ้นงานจริงโดยใช้เครื่องสแกนงานขนาดเล็กรุ่น AutoScan Inspec / Sparkle จะได้ไฟล์งานตามรูปภาพซึ่งจะมีความละเอียดสูง และเก็บรายละเอียดส่วนต่างๆที่เป็น Under Cut ได้ค่อนข้างดีแต่ผิวงานที่ได้เราควรที่จะต้องทำเพิ่มและเก็บงานให้ดีกว่านี้

– จัดการแต่งผิวงานให้มีความ Smooth และเรียบเนียนหลังจากนั้นก็เติมผิวงานที่เสียหายให้เต็มและขัดผิวนิดหน่อยตามใจชอบ

– หลังจากมั่นใจว่าไฟล์เสร็จสมบรูณ์แล้วก็ใช้เครื่อง Fom3 ขึ้นรูปได้เลยครับที่เลือกเป็น Form3 เพราะต้องการงานที่ละเอียดและเสมือนของจริงที่สุด และเรซิ่นที่ใช้ก็ใช้เพียง Standard Grey Resin เท่านั้นครับความแข็งแรงและความยืดหยุ่นพอดีสมหรับงานนี้ไม่จำเป็นต้องแข็งมาก ขอแค่ละเอียดและนำไปทำสีต่อได้

– มาลองเปรียบเทียบงานจริงและงานที่พึ่งสร้างขึ้นมาใหม่กันครับว่า แตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน

 

ในที่สุดเราก็ได้งานในแบบที่เราต้องการเรียบร้อยแล้วครับ เหมือนกับของใหม่ที่พึ่งซื้อศูนย์มาเลยเหลือแค่ทำสีแค่นั้นเอง เป็นอีกหนึ่งไอเดียดีๆ ที่ทางเรา PRINT3DD นำมาแชร์ความรู้และหลักการทำงานที่ทางเราเองได้ทำไว้มาให้ครับ

 

 

 

 

 

ลูกค้า โรงกษาปณ์ Form3 งานพิมพ์ 3มิติ ความละเอียดสูง

ลูกค้า โรงกษาปณ์ Form3 งานพิมพ์ 3มิติ ความละเอียดสูง

งานราชงานหลวงก็มาครับ รอบนี้เป็นของทาง โรงกษาปณ์ ที่ได้ทำการสั่งเครื่องพิมพ์ 3มิติ ในการทำต้นแบบงานละเอียด

โดยทำการสั่ง Form3 เครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบ SLA งานละเอียดถึง 25ไมครอน หรือ 0.025 mm. กันเลยทีเดียว ใช้งานง่ายสะดวกรวดเร็ว ไม่ซับซ้อน

มีเรซิ่นให้เลือกหลากหลาย เช่น Standard Resin เน้นความสวยงาม และราคาประหยัด, Flexible Resin ชิ้นงานที่พิมพ์ออกมามีความยืดหยุ่น คล้ายยาง, Tough Resin ชิ้นงานที่ได้ออกมาจะมีความแข็งแรงสูง สามารถนำไปใช้งานเชิงกล เจาะสง่าน ขันสกูร ใช้งานเชิงกลได้, Wax Cast Resin เพื่อพิมพ์แล้วสามารถเอาไปหล่อโลหะได้ เหมาะกับการทำงานเครื่องประดับ Jewelry

เครื่องเหมาะกับบุคคลทั่วไป, บริษัทออกแบบ, ศิลปินคนทำโมเดล พระพุทธรูป, นักออกแบบ-วิจัย ( ทันตแพทย์ หรือ โรงพยาบาล ควรเลือกเป็น Form 3B )

ทางเรานำส่งและสอนการใช้งานอย่างละเอียดทั้งตัวเครื่องและโปรแกรมเตรียมพิมพ์ พร้อมทำงานทันที

Form3 สายน้ำทิพย์ – งานเยอะจนต้องสั่งเครื่องเพิ่ม!!!

Form3 สายน้ำทิพย์ – งานเยอะจนต้องสั่งเครื่องเพิ่ม!!!

งานดีไม่มีลด งานเยอะแยะไปหมดจนต้องสั่งเครื่องเพิ่ม

บริษัท สายน้ำทิพย์เด็นตอลแลบอราตอรี่ จำกัด  ได้ทำการสั่งเครื่อง Form3 เพิ่มอีก 1เครื่อง จากเดิมที่มี 2เครื่อง ซึ่งเป็นรุ่น Form2 และ Form3 1เครื่อง

ทำให้การทำงานที่เกี่ยวกับ Dental มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เปิดการทำงานพร้อมกัน 3เครื่อง ไปเล้ยยยย!!!

อ่านรายละเอีดสินค้าเพิ่มเติม :

เครื่อง For3 ที่สั่งเพิ่ม

 

ลูกค้า QLAY งานแอนิเมชัน ปั้นหุ่น Art toy ก็จัด Form3ได้จ้า

ลูกค้า QLAY งานแอนิเมชัน ปั้นหุ่น Art toy ก็จัด Form3ได้จ้า

แวะมาส่ง Form3 ให้กับ QLAY สตูดิโอสำหรับงานอนิเมชัน และ ฟิกเกอร์ต่างๆ

เครื่อง Form ตอบโจทย์ งานปั้นเนื่องจากมีความละเอียดที่สูงถึง 25Mcron หรือ 0.025mm. เพราะฉะนั้นปัจจุบันจึงไม่จำเป็นต้องนั่งปั้นดินอีกแล้วเฟียง ปั้นในโปรแกรม3D ซึ่งทุกวันนี้ก็ได้พัฒนากันมาไกลมาก ทำให้ไฟล์งานที่ได้สามารถนำมาพิมพ์ขึ้นต้นแบบได้ทันที แถมยังใช้เวลาไม่นาน สามารถยืดย่อขยายชิ้นงานได้เลยโดยไม่ต้องปั้นใหม่

 

ตัวอย่างงานของทางIglooโมเดลที่พร้อมจำหน่ายออกแบบและขึ้นต้นแบบเอง

Metalex 2020 Bitec 18-21Nov พบกับ Print3DD

Metalex 2020 Bitec 18-21Nov พบกับ Print3DD
มาหากันหน่อย มาเจอ Print3DD ที่งาน Metalex2020 งานรวมนวัตกรรมและเทคโนโลยีอุตสาหกรรมระดับประเทศ ถูกมัดรวมไว้ในที่เดียว👈
👉พบกับเครื่องพิมพ์3มิติและสแกนเนอร์แบบจัดเต็มสูบทั้งงานเล็กและงานใหญ่ พร้อมให้ได้ทดลองใช้งานกันจริงๆ ร่วมกับทีมงานEngineerที่จะคอยดูแลและตอบคำถามที่สงสัยในงาน 3D Printing
👉และชมตัวอย่างชิ้นงานที่พิมพ์ได้จริงจากเครื่องทั้งเล็กและใหญ่ งานเครื่องจักร งานAuto Part แบบจัดเต็ม
📌แล้วพบกันที่ บูธ BF29-1 // Hall EH102 ไบเทคบางนา ในวันที่ 18-21 พ.ย. 63 เวลา 10.00-18.00 น.
🎯เครื่องพิมพ์3มติขนาดกลาง Creator Pro 2 ใหม่ล่าสดุ และ Creator 3 เครื่องพิมพ์2หัวฉีดอิสระ เหมาะกับการพิมพ์ชิ้นส่วน อะไหล่ เครื่องจักร ยานยนต์ต่างๆ ที่ต้องการความแข็งแรง แม่นยำ และมาพร้อมกับเครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่อย่าง Maxx660
🎯เครื่องพิมพ์เรซิ่น ระบบ SLA จาก FormLabs มีความแม่นยำสูง หลากหลายวัสดุให้เลือกใช้งาน เหมาะกับหลายๆ วงการทั้งทันตกรรม วิศวกรรม การแพทย์ ฯลฯ
🎯ยก Scanner รุ่นใหม่ล่าสุดให้ได้ลองใช้งานอย่าง EinScan H และ EinScan HX ใหม่ล่าสุดจาก Shining3 และสแกนเนอร์ตัวท็อปอย่าง EinScan Pro HD

เดินมาตามแผนที่นี้ได้เลยจ้าาา

บูธ BF29-1 // Hall EH102 ไบเทคบางนา ในวันที่ 18-21 พ.ย. 63 เวลา 10.00-18.00 น.