มหาวิทยาลัยเซาท์ออสเตรเลียออกแบบเท้าที่พิมพ์ 3 มิติ เพื่อจำลองบาดแผลของผู้ป่วยโรคเบาหวาน

มหาวิทยาลัยเซาท์ออสเตรเลียออกแบบเท้าที่พิมพ์ 3 มิติ เพื่อจำลองบาดแผลของผู้ป่วยโรคเบาหวาน

        มหาวิทยาลัยเซาท์ออสเตรเลียใช้ส่วนผสมของน้ำตาลไอซิ่งสต็อกไก่และเรซิ่นยืดหยุ่นเพื่อจำลองเป็นบาลแผลที่เท้าที่พิมพ์ด้วยเทคโนโลยี 3 มิติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการฝึกอบรมผู้ป่วยโรคเท้าแห่งแรกของโลก โดย Dr.Helen Banwell ของ UniSA แนะนำให้่วนผสมของน้ำตาลนี้กับเท้าที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ เพื่อเลียนแบบบาดแผลที่เท้าของผู้ป่วยโรคเบาหวาน ซึ่งมีทั้งแบบแผลที่ติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ

        “ การจัดการ และรักษาของอาการโรคเบาหวานที่เท้าอย่างรุนแรงเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างมากสำหรับเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของโรคเบาหวานทั้ง 2 ประเภทนี้ในประชากรของเรา ” ดร. บันเวลล์กล่าว     “ การดูแลเท้ามีความสำคัญอย่างเป็นยิ่ง สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานเนื่องจากการตัดหรือเกิดบาดแผลเพียงเล็กน้อยแค่ครั้งเดียวอาจนำไปสู่ผลที่ตามมา คือความหายนะที่เกิดขึ้นจากแผลที่เท้า แผลที่แขนหรือบาดแผลที่ต่ำลงมากว่าแขน ”

        โรคเบาหวานที่เท้าเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้เกิดความพิการที่เกิดขึ้นทั่วโลก แต่ก็ยังมีอัตราการเสียชีวิตต่ำกว่าโรคมะเร็งหลายชนิดอยู่ ซึ่งในออสเตรเลียโรคเบาหวานเป็นสาเหตุของการตัดแขนตัดขามากกว่า 4,400 ราย และการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 10,000 ราย เป็นสาเหตุมาจากแผลที่เท้าที่เกี่ยวข้องกับโรคเบาหวานทั้งนั้น ซึ่งส่วนใหญ่เกิดแผลขึ้นที่แขนขา หรือบางส่วนของขาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้คือจุดประสงค์ที่ทำให้เกิดการทำต้นแบบเท้าที่พิมพ์ด้วยเทคโนโลยี 3 มิติ โดยแต่ละชิ้นออกบบขึ้นมาให้มีรอยแผลฟันผุคล้ายๆ แผลที่เกิดจากเบาหวาน ซึ่งเจ้าแผลนี้ทำจากเทอร์โมพลาสติกโพลียูรีเทนใช้เวลาในการทำชิ้นละ 1 สัปดาห์ และมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า 123 บาทต่อชิ้น การสร้างรอยแผลบนเท้าจำลองนั้นทำโดยทีมแก้โรคเท้าของยูนิเอสเอซึ่งใช้มือในการทำบาลผล ทั้งนี้ยังสามารถทำได้ทุกอย่างแม้แต่ผลที่เป็นแบบเนื้อเยื้อตาย เน่า แห้ง ไปจนถึงหนองต่างๆ

        ดร.บันเวลล์ ได้กล่าวไว้ว่า โมเดลจำลองแบบเท้า 3 มิติ มีบทบาทเป็นอย่างมากในการใช้สอนนักเรียนปีที่ 4 ในการแก้โรคที่เท้าของผู้ป่วยเกี่ยวกับวีธีการรักษาและจัดการสภาพเท้าที่มีความเสี่ยงสูง “โมเดลจำลองแบบเท้าและแผล 3 มิติ จำลองการบาดเจ็บของผู้ป่วยซึ่งเราได้ปรับปรุงให้สามารถนำไปใช้งานในการสอนได้อย่างเหมาะสมเพื่อให้นักเรียนสามารถใช้เครื่องมือในการรักษาได้อย่างสมจริงและเหมาะสมต่อการรักษา และแบบจำลองเท้า 3 มิติ นั้นยังปลอดภัยสำหรับนักเรียนที่นำไปใช้ฝึกทักษะในการผ่าตัดของพวกเขาก่อนที่พวกเขาจะเริ่มทำงานจริงในคลินิกโดยจะไม่เกิดความกังวันและเครียดเมื่อต้องรักษาผู้ป่วยจริง”

        “เทคโนโลยีใหม่ๆ กำลังเปิดประตูขึ้นมาในทุกๆ วัน” ดร. บันเวลล์ กล่าว โมเดลจำลองแบบเท้าที่มีบาดแผลเสมือนจริงของเราที่สร้างขึ้นแบบ 3 มิติ คือผสานความคิดสร้างสรรค์ และเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาไว้ในที่เดียวกัน ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมานั้นทางเราดีใจเป็นอย่างมาก

 

ที่มา : https://www.3ders.org/articles/

พิมพ์เส้น Flexible กับเครื่อง Adventurer3

พิมพ์เส้น Flexible กับเครื่อง Adventurer3

วันนี้เห็นทาง Flashforge Canada ทดลองพิมพ์งานจากเครื่องพิมพ์ Flashforge Adventurer 3 ด้วยเส้น Flexible ตอนแรกคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้เพราะเครื่อง Adventurer 3 เป็นการป้อนเส้นพลาสติกแบบ Bowden ซึ่งมอเตอร์ขับเส้นกับหัวพิมพ์จะอยู่ห่างกันมาก จึงมีโอกาสที่เส้น Flexible จะงอติดอยู่ในท่อส่ง ทำให้มอเตอร์ไม่สามารถดันเส้นพลาสติกไปยังหัวพิมพ์ได้ 

เราจึงคิดว่าน่าจะทดลองทำดูบ้างว่าเครื่อง Flashforge Adventurer 3 จะทำได้จริงไหม และยากง่ายอย่างไร อย่างที่ทราบกันดีว่าเส้น Flexible มีความอ่อนตัวมาก มีโอกาสจะคดงอได้ง่าย ไม่แนะนำให้ใช้กับเครื่องแบบ Bowden แต่ท่อส่งเส้นของ Adventurer 3 มีขนาดค่อนข้างพอดีกับเส้นพลาสติก จึงทำให้ไม่มีช่องว่างให้เส้นบิดงอ เป็นการบังคับให้เส้นพุ่งไปข้างหน้าอย่างสะดวก 

ในที่นี้จะใช้เส้น TPU ของ eSun ซึ่งมีชื่อทางการค้าว่า e-Flex มีความยืดหยุ่นสูง เหนียว การเชื่อมติดกันของเลเยอร์ดีมาก พิมพ์ง่ายติดแท่นดีมาก 

ข้อควรระวังอันหนึ่งก็คือรูปร่างของโมเดลไม่ควรมีส่วนยื่นมากนัก และไม่ควรมี Overhang เพื่อหลีกเลี่ยงการมี support ในส่วนของหัวพิมพ์ควรใช้หัวพิมพ์ใหม่เพราะหัวพิมพ์เก่าอาจจะมีเศษพลาสติกเกาะอยู่ ทำให้ขวางทางเดินเส้นพลาสติก แล้วมอเตอร์ก็จะดันเส้นไม่ไป ม้วนพลาสติกควรคลายเส้นออกมาก่อน เพื่อไม่ให้เกิดการติดขัดระหว่างพิมพ์ 

การตั้งค่าการพิมพ์สามารถใช้โปรไฟล์ของ PLA ได้เลย แล้วปรับสามจุดนี้

  1. ปรับ retraction เป็น 0 เพื่อไม่ให้มีการดึงเส้นไปมา เป็นการลดโอกาสเส้นบิดงอ
  2. ปรับความเร็วของหัวพิมพ์ลงให้ใช้ประมาณ 20 มม./วินาที
  3. ปรับความร้อนที่หัวพิมพ์ตามที่กำหนดที่ม้วน ในที่นี้จะใช้ 220 องศา ส่วนความร้อนที่แท่นพิมพ์จะเปิดหรือปิดความร้อนก็ได้

คราวนี้ก็มาเริ่มพิมพ์กันเลย

ลุ้นๆ

สำเร็จแล้ว มีเส้นใยเล็กน้อย ใช้มีดคัตเตอร์ปาดออกไม่ยาก 

สรุปคือ Flashforge Adventurer 3 พิมพ์เส้นพลาสติกนิ่มๆ TPU ได้ครับ

การประยุกต์ใช้งานเครื่องพิมพ์และเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ ในการทำ Packaging แบบ Vacuum

การประยุกต์ใช้งานเครื่องพิมพ์และเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ ในการทำ Packaging แบบ Vacuum

        หลายๆ คนที่กำลังมองหาเครื่องมือที่จะนำมาช่วยในการทำงานด้านบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ต่างๆ อยู่นั้นทางเรามีวีธีการนำเครื่องมือที่เรียกว่าเทคโนโลยี 3 มิติ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่สามารถขึ้นรูปชิ้นงานที่มีความซับซ้อนได้เสมือนจริง แถมยังมีต้นทุนที่ต่ำอีก และเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ ที่สามารถสแกนชิ้นงานจริงแล้วนำไฟล์ที่ได้มาแก้ไขให้เหมือนชิ้นงานต้นแบบตามที่เราต้องการได้ (Coppy Model) ซึ่งจะเหมาะกับผู้ใช้งานที่ไม่ได้เชียวชาญด้านการเขียนแบบ 3 มิติ สำหรับท่านที่ไม่มีความรู้ด้านนี้เลยก็สามารถใช้งานได้ วิธีการนี้อาจจะมีการประยุกต์ใช้กับโปรแกรมอื่นๆ ตามความเหมาะสม เช่น Autodesk Meshmixer และอื่นๆ ถ้าท่านใดที่มีความรู้ทางด้านเทคโนโลยีด้าน 3 มิติ อยู่แล้วจะง่ายมากๆ สำหรับนำไปใช้งาน แต่สำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้เลยก็สามารถใช้งานได้เช่นกันทางเรายินดีให้คำปรึกษา และสอนการใช้งานตัวเครื่องอยู่แล้วนะครับ 

ซึ่งตัวอย่างนี้เราจะมาทำ Packaging พลาสติกของแก้วน้ำกันนะครับ ซึ่งจะมีขั้นตอนการทำงานตามลำดับดังนี้

     ขั้นตอนที่ 1 การปรับแต่งชิ้นงานให้เหมาะสมต่อการนำไปใช้ การปรับแต่งนั้นเป็นการปิดรู หรือรอยบนผิวของชิ้นงานที่เราไม่ต้องการออก เพราะว่าการทำ Packaging พลาสติกแบบแวคคั่มปั้มหรือสูญญากาศ (Vacuum) จะต้องปิดช่องหรือรูส่วนที่เราไม่ต้องการออกด้วยถ้าไม่อย่างนั้น เนื้อพลาสติกจะโดนดูดเข้าไปในช่องว่างของชิ้นงานนั้นๆ ทำให้แกะงานแม่แบบออกไม่ได้ การปิดรูนั้นก็แล้วแต่ความถนัดของแต่ละคนเลยว่าถนัดแบบไหน อันนี้เราจะใช้เป็น Blue Tape ปิดรูที่หูจับของแก้วน้ำ ดังภาพประกอบ นำเทปมาติดให้ดีและเนียนที่สุดเท่าที่จะทำได้นะครับ 

 

———————- วีดีโอ ขั้นตอนที่ 1 ———————-

 

     ขั้นตอนที่ 2 การใช้สแกนเนอร์ 3 มิติ สแกนชิ้นงานเพื่อนำไปพิมพ์เป็นบล๊อคแม่แบบในการทำแวคคั่มสูญญากาศ (Vacuum) ซึ่งเราได้ใช้เครื่องสแกนเนอร์เป็นรุ่น Shining Einscan Pro 2X Series ที่มีความแม่นยำสูง 40 ไมครอน ใช้ร่วมกับ Turntable Einscan Pro จะทำให้สแกนงานได้ที่มีขนาดไม่เกิน 200 mm ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เมื่อสแกนชิ้นงานเสร็จต้องนำไฟล์งานออกมาแล้วตั้ง Offset ให้งานให้เพราะ Packaging ของสินค้าก็จะมีขนาดที่ใหญ่กว่าสินค้านิดหน่อย งานที่ได้จาการสแกนจะเป็นไฟล์ .stl , .obj จะได้ไฟล์งานตามรูปภาพประกอบ

 

———————- วีดีโอ ขั้นตอนที่ 2 ———————-

 

     ขั้นตอนที่ 3 การแก้ไขไฟล์ 3 มิติ ที่ได้จากการสแกน ขึ้นตอนนี้ง่ายมากๆ ยิ่งสำหรับคนที่ใช้โปรแกรมเขียน 3 มิติเป็นอยู่แล้วจะเข้าใจได้เร็วมากยิ่งขึ้น ซึ่งโปรแกรมที่เราใช้จะเป็นโปรแกรมฟรี Autodesk Meshmixer โปรแกรมนี้ส่วนมากเราจะใช้ในการทำ Hollow ชิ้นงาน ปรับผิวให้เรียบก่อนที่จะส่งพิมพ์กับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ซึ่งขั้นตอนการทำให้ดูตามวีดีโอนะครับ เมื่อเราเปิดไฟล์เข้ามาในคำสั่ง Import ที่หน้าแรกเลยให้เราระบายสี (เป็นการเลือกพื้นผิวงาน) เพื่อจะทำการปรับผิวงานให้เรียบจะได้ง่ายต่อการทำแวคคั่มสูญญากาศ (Vacuum) คำสั่งที่เราใช้คือ Select >ระบายส่วนที่ตั้งการ >Deform >Smooth ในขั้นตอนการทำ Smooth นั้นจะมีคำสั่งให้เลือกปรับโดยจะเน้นไปที่การปรับ Smooth Scale ยิ่งค่ามากจะเรียบเนียนมากแต่ถ้ามากเกินไปจะทำให้รูทรงชิ้นงานเพี้ยนมากตามไปด้วนะครับ เมื่อได้ค่าที่เหมาะสมแล้วกด Accept ได้เลย ทีนี้เราก็จะได้ไฟล์ 3 มิติ ที่มีผิวงานเรียบเนียมแล้ว ส่วนการ Save งานออกมานั้นให้ใช้คำสั่ง Export > ตั้งชื่องาน นามสกลุที่ได้จะเป็น .stl ให้นำไฟล์ตัวนี้เปิดในโปรแกรมของเครื่องพิมพ์ 3 มิติได้เลยครับ

 

———————- วีดีโอ ขั้นตอนที่ 3-4 ———————-

 

     ขั้นตอนที่ 4 ตั้งค่าการพิมพ์งานกับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ซึ่งเครื่องพิมพ์ 3 มิตินั้นจะมีโปรแกรมที่ใช้ในการตั้งค่าต่างๆ ที่จะใช้พิมพ์ชิ้นงานมากับตัวเครื่องด้วยตัวเครื่องที่เราใช้เป็นตัว Fullscale Max300 ที่มีขนาดพิมพ์งานอยู่ที่ 300x250x300 mm แต่ก่อนหน้านั้นเราจะใช้โปรแกรมของอีกเครื่องพิมพ์รุ่นหนึ่งในการปรับต่งไฟล์งานนิดหน่อยเพื่อให้ง่ายต่อการทำงาน คือโปรแกรม Flashprint ของเครื่องพิมพ์ยี่ห้อ Flashforge ในโปรแกรมนี้เราแค่โดนงานเข้ามาแล้วตัดบางส่วนที่ไม่ต้องการออกกับแบ่งครึ่งชิ้นงานเป็น 2 ชิ้นแค่นั้นเองครับ ดูวีธีการได้ตามวีดีโอ การพิมพ์งานนั้นเราจะใช้ความละเอียดของผิวชิ้นงานอยู่ที่ 200 ไมครอน (Layer Height) พิมพ์งาน 2 ชิ้นเป็นด้านซ้ายและขวา เพราะว่าจะนำมาแวคคั่ม (Vacuum) เป็น  Packaging ซ้าย/ขวา ความเร็วที่ใช้พิมพ์  60mm/s(Print Speed), ความร้อน 210-215 องศา(Temperature), ความหนาของงาน 3 ชั้น(Parameter shell) และเนื้อด้านใน 15% (Fill Density) ใช้วัสดุเป็นพลาสติก PLA (Polylactic acid) ใช้เวลาพิมพ์ประมาณ 9 ชั่วโมง เมื่องานพิมพ์เสร็จแล้วให้แกะออกมาจากนั้นก็สามารถนำไปเข้าเครื่องแวคคั่มแบบสูญญากาศ (Vacuum) ได้เลยครับ

 

     ขึ้นตอนที่ 5 การทำแวคคั่มแบบสูญญากาศ (Vacuum) เราจะใช้แผ่นพลาสติกที่มีความหนา 0.5 มิลลิเมตร เพื่อเน้นความแข็งแรงของตัว Packaging เอง ความร้อนที่ใช้นั้นจะอยู่ที่ 160 องศา เป็นเนื้อพลาสติก HIPS เมื่อความร้อนได้ตามที่เราตั้งแล้วเครื่องจะมีการแจ้งเตือนจากนั้นเราก็ดึงแผ่นพลาสติกลงมาแนบที่ชิ้นงานได้เลยจะเหมือนกับในวีดีโอด้านล่างครับ แล้วเครื่องจะเริ่มดูดอากาศที่อยู่ภายในออกจนหมดหรือให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ข้อควรระวังคือถ้าบางครั้งเราเลือกใช้ความร้อนกับเนื้อพลาสติกที่จะทำการแวคคั่ม (Vacuum)  นั้นไม่เหมาะสมหรือผิดค่าจะทำให้พลาสติกที่ใช้นั้นขาดได้ 

 

———————- วีดีโอ ขั้นตอนที่ 5 ———————-

———————- วีดีโอรวม ———————-

3D Printer ช่วยในการออกแบบรถเข็นไฟฟ้า

3D Printer ช่วยในการออกแบบรถเข็นไฟฟ้า
หลายๆคนคงรู้จัก “น้องฝ้าย” บิวตี้บล็อกเกอร์ไร้แขน น้องฝ้ายพิการแต่กำเนิด โดยไม่มีแขน และ ขาข้างหนึ่งสั้นกว่าปกติ วันหนึ่งเราได้รับโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจาก Workpoint Entertainment ว่าต้องการให้ช่วยออกแบบรถเข็นไฟฟ้าและ Support ให้น้องฝ้าย โดยเธออยากได้รถเข็นไฟฟ้า เพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน ขับไปไหนมาไหนแถวบ้าน ที่มหาวิทยลัย และสถานที่ต่างๆ โจทย์ของเราคือ จากลักษณะพิเศษของน้องฝ้ายนั้นพิเศษ รถเข็นไฟฟ้านั้นออกแบบมาเพื่อให้ใช้มือบังคับ โดยลักษณะของการจับ Joy Stick คือใช้นิ้วชี้และนิ้วโป้งในการจับ ก้านคันบังคับจึงยากที่จะใช้เท้าบังคับ เนื่องจากน้องฝ้ายไม่มีมือ จึงเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องใช้ฝ่าเท้าบังคับ นิ้วเท้าไม่สามารถหนีบอะไรได้สะดวกเท่านิ้วมือ
สิ่งที่เราปรับรถเข็นไฟฟ้า พิเศษเพื่อน้องฝ้าย 1. ปรับระดับ Joy Stick มาด้านล่างเมื่อให้ใช้เท้าบังคับได้สะดวก ทำได้โดยเครื่องมือที่ทางร้านมีอยู่แล้ว + กับตัวจับยืดต่างๆ 2. ออกแบบคับบังคับใหม่ จากที่มีลักษณะเป็นแท่งตรงๆ เป็นกากาบาท (ดังรูป) เมื่อให้มีพื้นที่และมุมให้ใช้ฝ่าเท้าบังคับตัวรถเข็นไฟฟ้าได้
ในรูปด้านซ้ายคือคันบังคับปกติ, ด้านขวาคือคันบังคับพิเศษเพื่อน้องฝ้าย
ในขั้นตอนที่สองนั้นเราใช้ คอมพิวเตอร์ในการออกแบบไฟล์ 3มิติ (CAD Design) หลังจากนั้น จึงใช้เครื่องพิมพ์ 3มิติ (3D Printer) ในการสร้างชิ้นงานขึ้นมาจริงๆ แล้วไปใช้แทนคับบังคับเดิม จาก Feedback ที่ได้จากน้องฝ้าย ทำให้เราทราบว่า น้องสามารถใช้งานได้สะดวกขึ้น ตามหลักสรีระ ง่ามที่เป็นลักษณะเหมือนเครื่องหมายบวก สามารถใช้เทาดัน และดึงกลับได้
ออกแบบไฟล์ 3มิติ ในคอมพิวเตอร์ CAD Solid Edge
พิมพ์ไฟล์ 3มิติ ด้วยเครื่องพิมพ์ 3D Printer
ความสำคัญของสินค้า รถเข็นไฟฟ้าคือต้องสามารถปรับให้เข้ากับบุคคลแต่ละคนได้ เนื่องจากสรีระร่างกายของเราไม่เหมือนกัน เรารู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบ ปรับแต่งรถเข็นไฟฟ้า เพื่อน้องฝ้าย เพื่อให้น้องฝ้ายเป็นกำลังใจเป็นแบบอย่างกับคนอื่นๆต่อไป
รูปเมื่อติดคับบังคับใหม่ และปรับระดับให้เหมาะกับร่างการน้องฝ้าย
ลักษณะของรถเข็นไฟฟ้า ปกติ
ปรับแต่ง เปลี่ยนตำแหน่ง Joy Stick เพื่อน้องฝ้าย

เครื่องพิมพ์ที่ใช้ Flashforge Finder

PVA & PLA ซัพพอทเยอะแค่ไหนก็ละลายได้ด้วยน้ำเปล่า

PVA & PLA ซัพพอทเยอะแค่ไหนก็ละลายได้ด้วยน้ำเปล่า

ทดสอบการขึ้นรูป PLA และซัพพอท PVA ด้วยเครื่องพิมพ์ FlashForge Creator 3 สองหัวพิมพ์อิสระ จะดีอย่างไรมารับชมกันครับ

         เรามาทดลองพิมพ์ชิ้นงานโมเดลที่มีการใช้ซัพพอทหลายตำแหน่งและ บางตำแหน่งเราเป็นส่วนที่สำคัญของชิ้นงานบางท่านไม่ต้องการให้ชิ้นงานเป็นหลุมหรือมีส่วนที่สึกลงไปในตัวชิ้นงานในตอนนี้เรามาแนะนำเส้น Esun ePVA 1.75mm กันครับซึ่งบางท่านยังไม่ทราบว่าการพิมพ์งานในรูปแบบสามมิตินั้นมีเส้นเฉพาะทางในการช่วยการขึ้นรูปที่เรียกว่าซัพพอทแบบละลายน้ำได้ บางท่านจะพบว่าชิ้นงานบางชิ้น มีส่วนหลบมุมที่บางทีไม่สามารถแกะซัพพอทออกได้ หรือ แกะยากมากในบางส่วน และวันนี้เราจะมาแนะนำเครื่องพิมพ์ที่เป็นน้องใหม่มากความสามารถของเรา FlashForge Creator 3 เราจะมาขึ้นรูปโมเดลกันครับ โดยโมเดลนี้เป็นโมเดลที่ขึ้นรูปด้วยเส้นพลาสติก PLA และซัพพอทที่เราใช้คือ PVA ครับ

 

ภาพที่ 1 แสดงภาพโมเดลที่จะทำการพิมพ์สามารถดาวน์โหลดได้ที่ www.thingiverse.com : Lattice Cube

ซัพพอทเยอะขนาดนี้คงต้องนั่งแกะซัพพอทแล้วต้องนั่งแต่งเองอีกเป็นชั่วโมงแน่ๆ แต่ไม่ต้องห่วงเราใช้ซัพพอท PVA แค่ละลายน้ำก็ไม่ต้องเปลืองแรงแถมเนื้องานยังไม่สึกอีกด้วย มาดูการตั้งค่าการพิมพ์สำหรับเครื่อง FlashForge Creator 3 กันครับ

 

ภาพที่ 2 แสดงการตั้งค่าการพิมพ์ขึ้นรูป 3 มิติ เมื่อใช้สองวัสดุ

ภาพที่ 3 แสดงภาพเครื่องพิมพ์ FlashForge Creator 3  [2] หัวพิมพ์ อิสระ

1. หัวพิมพ์ซ้ายใส่เส้น PLA 1.75 mm สีแดงจะสังเกตุเห็นได้ว่าเมื่อหัวพิมพ์ซ้ายทำงานหัวพิมพ์ขวาจะอยู่ ณ ตำแหน่งที่ห่างจากตัวชิ้นงานและขัดหัวพิมพ์รอการขึ้นซัพพอท

2. หัวพิมพ์ขวาใส่เส้น ePVA 1.75 mm สีธรรมชาติเพื่อเป็นซัพพอทของ PLA

** ซึ่งข้อดีของ FlashForge Creator 3 นั้นคือไม่จำเป็นต้องสร้าง Wall หรือ Oozing Shield เพื่อมาขัดหัวพิมพ์ระหว่างรอหัวพิมพ์ที่ทำงานอยู่ ซึ่งเครื่องพิมพ์รุ่นนี้มาช่วยขจัดปัญหาโหลดเส้นทิ้งออกไปได้ดีเลยทีเดียว **

 

  • ลดการใช้ Filament เมื่อมีการใช้งานหัวพิมพ์ 2 หัวพิมพ์ใน 1 งาน
  • ลดเวลาในการพิมพ์ขึ้นรูปงาน 3 มิติ
  • สามารถพิมพ์งาน 1 งานพร้อมกัน 2 ชิ้นได้ในเวลาเดียวกัน

มาเริ่มพิมพ์ขึ้นรูป 3 มิติกันเลยครับ

วีดีโอที่ 1 แสดงการทำงานของเครื่องพิมพ์ Creator 3 และการขึ้นรูปงาน

ภาพที่ 4 แสดงภาพชิ้นงานที่ขึ้นรูปเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถ้าแกะซัพพอทชิ้นงานคงหักด้วยแน่ๆ ครับ ยังดีที่เราใช้เป็น PVA ละลายในน้ำเปล่าได้หมดห่วง ^^

* เรามาเริ่มการละลายซัพพอทกันครับ *

วีดีโอที่ 2 แสดงการละลายตัวของซัพพอท PVA ขณะที่อยู่ในน้ำ

ภาพที่ 5 แสดงภาพชิ้นงานที่ถูกละลายซัพพอทเรียบร้อยแล้ว สวยงามตามท้องเรื่องครับ

 

** ไม่จำเป็นต้องแกะซัพพอทให้เปลืองแรงและเปลืองเวลา **

** ป้องกันการเสียหายขณะที่แกะซัพพอทของชิ้นงานได้ดีเลยทีเดียวครับ **

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มินิรีวิว Flashforge Creator 3 + eSun ePA-Carbon Fiber

มินิรีวิว Flashforge Creator 3 + eSun ePA-Carbon Fiber

Carbon Fiber เป็นวัสดุในฝันของผู้ใช้ 3D printer หลายๆ คน เพราะมันช่วยให้งานที่พิมพ์ออกมามีความแข็งแรงขึ้น สำหรับผู้ที่ยังไม่รู้ว่า Carbon Fiber เป็นอย่างไร เราลองมาดูกัน

เส้น Carbon Fiber คืออะไร?

ก่อนอื่นต้องไม่สับสนระหว่างเส้น Carbon Fiber Filament กับ Carbon Fiber ที่ใช้ทำรถแข่ง จักรยานราคาแพง หรือยานอวกาศ ซึ่งเป็น Carbon Fiber ชนิดเส้นยาวถักทอเป็นผืนใหญ่ เคลือบด้วยอีพ๊อกซี่เป็นชั้น ๆ

ส่วน Carbon Fiber Filament จะเป็นการนำ Carbon Fiber ใยสั้นผสมลงในพลาสติกฐาน เช่น PolyCarbonate, ABS, PLA, Nylon, PETG เป็นต้น ซึ่งลักษณะของ Carbon Fiber จะแข็ง แต่เปราะมาก ดังนั้นการนำไปผสมกับพลาสติกฐานมักจะผสมกับพลาสติกที่มีความเหนียว เช่น Nylon หรือ PETG เพื่อชดเชยลักษณะด้อยของ Carbon Fiber เอง

คุณสมบัติเด่นๆ ของเส้น Carbon Fiber คือ ขณะพิมพ์ไม่มีกลิ่น ผิวด้าน ความแข็งแรงทนทานสูง ทนต่อการเสียดสี และสึกหรอ ทนความร้อนสูงถึง 120°C อัตราการหดตัว และบิดตัวต่ำ และติดไฟยาก

FlashForge Creator 3

เป็นเครื่องที่สามารถพิมพ์เส้นชนิด Carbon Fiber ได้ เนื่องจากหัวพิมพ์เป็นโลหะ Stainless Steel ชุบแข็ง ซึ่งจะทนการกัดกร่อนของ Carbon Fiber ได้ดี เพราะ Carbon Fiber สามารถกัดกร่อนหัวพิมพ์ชนิดทองเหลืองให้พังได้อย่างรวดเร็ว อาจจะไม่ถึงครึ่งม้วนเสียด้วยซ้ำ

นอกจากนี้หัวพิมพ์ยังทำความร้อนได้ถึง 300 องศา ทำให้พิมพ์พลาสติกวิศวกรรมได้อีกหลายชนิด

eSun ePA-CF เส้น Polyamine-Carbon Fiber

Polyamine (PA) หรือชื่อในทางการค้าว่า Nylon เส้น  ePA-CF ของ eSun มี Carbon Fiber ผสมอยู่ถึง 20% ราคาไม่แพง ประมาณ 50-60 USD ในขณะที่บางยี่ห้อราคาสูงถึง 250 USD

มาลองพิมพ์กันเลยดีกว่า

เราเลือกบันไดจักรยานมาเป็นหนูทดลอง


ตั้งอุณหภูมิการพิมพ์อยู่ที่ 250°C และที่แท่นพิมพ์ 80°C ใช้เวลาพิมพ์ประมาณ 7 ชั่วโมง

จะสังเกตได้ว่าจะมีเส้นใยเยิ้มออกมามาก ซึ่งเป็นลักษณะที่ปรกติของเส้น Carbon Fiber ส่วนที่พื้นจะไม่มีการเด้งงอ หรือหลุดจากฐานเลยแม้แต่น้อย

เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วก็ถึงตอนแกะ support การแกะก็ไม่ได้ยากนัก แต่มันจะเหนียวๆ หน่อย สามารถใช้คีมช่วย ในส่วนที่เป็นเศษเล็กๆ ก็ใช้มีดคัตเตอร์ปาดออกได้ไม่ยากนัก

ในส่วนของ overhang เครื่อง FlashForge Creator 3 ทำได้ดี ทีเดียว

เทคนิคการพิมพ์ด้วยเส้น Carbon Fiber

เป็นโบนัสสำหรับคนที่ทนอ่านมาถึงตรงนี้ การพิมพ์ด้วยเส้น Carbon Fiber ไม่ง่าย และไม่ยากจนเกินไป เรามีเคล็ดลับในการพิมพ์ให้สำเร็จดังนี้

  • อย่างที่บอกไว้ข้างต้น หัวพิมพ์ควรจะต้องเป็นโลหะแข็ง เช่นสเตนเลส เพื่อให้ทนต่อการสึกกร่อนจาก Carbon Fiber ซึ่งมีความรุนแรงมาก (ซ้ายทองเหลือง-ขวาสเตนเลสสตีล)
  • ลดค่า retraction ลง เนื่องจากการดึงเส้นกลับไปมามากๆ จะทำให้เกิดการสะสมของ Carbon Fiber ซึ่งไม่ละลายในความร้อน ภายในหัวพิมพ์ทำให้เกิดการอุดตันได้ง่าย
  • พิมพ์ให้ช้าลงประมาณ 20%-50% เพื่อช่วยให้ Carbon Fiber ที่อาจจะติดอยู่ในหัวพิมพ์หลุดออกไปได้ง่ายขึ้น ลดการอุดตันของหัวพิมพ์
  • ใช้หัวพิมพ์ที่ใหญ่ขึ้น จะช่วยลดโอกาสอุดตัน
  • เส้นพลาสติกจะค่อนข้างเปราะ หักง่ายเมื่อเกิดการงอ หรือมีการหักเลี้ยวในองศาที่แคบๆ แนะนำให้ใช้ท่อนำเส้นพลาสติกเพื่อลดโอกาสเส้นหัก
  • การเก็บเส้น Nylon-Carbon Fiber ควรเก็บในถุงซิป และใส่สารดูดความชื้นไว้ด้วย เนื่องจาก Nylon ดูดความชื้นได้ดีมาก หากเส้นชื้นไปแล้ว (สังเกตจากเวลาพิมพ์จะมีเสียงน้ำเดือด เปาะแปะ ๆ) ให้นำไปอบในเตาอบที่อุณหภูมิประมาณ 80°C ประมาณ 4-6 ชั่วโมง

หลังจากปรับค่าการพิมพ์เล็กน้อย แล้วลองพิมพ์ใหม่อีกครั้งผลก็เป็นดังในภาพครับ หวังว่าคงได้ความรู้เล็กๆ น้อยๆ กลับไปบ้างนะครับ แล้วพบกันใหม่

ร่วมเทิดไท้องค์ราชันย์ Print3Dd ภูมิใจเป็นส่วนหนึ่งในงานราชพิธี

ร่วมเทิดไท้องค์ราชันย์ Print3Dd ภูมิใจเป็นส่วนหนึ่งในงานราชพิธี

เรา Print3Dd มีความภูมิใจที่ได้มีส่วนหนึ่ง (ส่วนเล็กๆ) ในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก King Rama X Coronation ในส่วนการแปรตัวอักษรเทอดพระเกียรติ โดยเครื่องพิมพ์ 3มิติ ของเราเป็นส่วนหนึ่งในเครื่องผลิต สร้างสรรค์งานให้เกิดขึ้นมา จากการแปรอักษรด้วยอากาศยานโดรน 300 ตัว ชิ้นส่วนบางส่วนถูกออกแบบและพิมพ์ด้วยระบบพิมพ์ 3มิติ

Credit : ปตท จำกัดมหาชน, บจ. เอไอ แอนด์ โรโบติกส์เวนเจอร์ส
Tag : FF Creator Pro / FF Guider2s

ทั้งนี้ก่อนหน้า เราก็ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธี >>งานราชพิธี ร.9 กับเครื่อง 3D Printer 3D Scanner<<

 

credit ภาพนิ่งและเคลื่อนไหวจาก : manager online, Thai PBS

กลไกลขาแมงมุมจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

กลไกลขาแมงมุมจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

กลไกลขาแมงมุมจากเครื่องพิมพ์ 3 มิต 

        เครื่องพิมพ์ 3 มิติสามารถสร้างชิ้นส่วนหลายๆ แบบมาประกอบกันเพื่อทำเป็นกลไกต่างๆ ได้ โดยงานชิ้นนี้พิมพ์ขึ้นจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ รุ่น Flashforge Guider2s ซึ่งมีพื้นที่ในการพิมพ์ที่ขนาด 280x250x300 ทำให้สามารถพิมพ์ชิ้นส่วนหลายๆ ชิ้นพร้อมๆ กันได้ ตัวนี้เราได้นำไฟล์มาจากเว็ป Thingiverse ซึ่งจะเป็นเว็ปที่มีผู้ใช้งานอยู่ทั่วโลกแชร์ความรู้ แชร์ไฟล์ มาให้โหลดไปใช้งานกันแบบฟรีๆ ในส่วนของงานชิ้นนี้ จะทำงานโดยการใช้มือดันแล้วตัวชิ้นงานจะทำการสลับขากันในการเดิน 

 

ัวไฟล์ทั้งหมดที่ใช้ในการสั่งพิมพ์ 

           

 

 

           ัสดุที่ใช้ในการพิมพ์ : PLA 

อื่นๆ :  1. ความเร็วในการพิมพ์อยู่ที่ประมาณ 40 mm/s 

           2. ความละเอียด 0.2 mm 

           3. อุณหภูมิที่ใช้ 210 องศา 

 

ใช้เวลาในการพิมพ์ : 12 ชั่วโมง 45 นาที ต่อขาหนึ่งชุด                         

 

รูปที่ 1 การพิมพ์ชิ้นงาน

 รูปที่ 2 ชิ้นส่วนที่ใช้ในการประกอบขา 1 ข้าง 

 

 

รูปที่ 3 ขาหนึ่งข้างที่ประกอบออกมาได้

 

 

รูปที่ 4 ชิ้นส่วนในการประกอบขา 1 คู่

 

 

 รูปที่ 5 ขา 1 คู่ ที่ประกอบออกมา 

 

รูปที่ 6 ชิ้นงานที่เสร็จสมบูรณ์ (ด้านข้าง)

 

  รูปที่ 7 ชิ้นงานที่เสร็จสมบูรณ์ (ด้านหน้า)

 

 

 

ที่มา : https://www.thingiverse.com/thing:3073375 

 

Flashforge HQ Visit 2018

Flashforge HQ Visit 2018

IMG_20180814_173622

ช่วง 13-15 สค. พี่ผ่านมาได้เราได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมโรงงาน Flashforge ที่เมือง Jinhua / HangZhou ประเทศจีน โรงงานที่เราเป็นเยี่ยมชมเป็น Head Quarter เป็นที่อยู่ของส่วนการผลิต, Packing, QC, แผนก Sales และ Marketing (ส่วนฝ่าย R&D อยู่ที่สำนักงานใน Hangzhou และ Beijing) โรงงานค่อนข้างใหญ่ประกอบด้วยหลายตึก สายการผลิตรองรับการผลิตสูงสุด 12,000 units/units มีโรงงานผลิตเส้น Filament เป็นของตัวเอง พนักงานเฉพาะในส่วนของ HQ Jinhua คือ 350คน เรียกว่ามีมาตรฐานระดับโลก (หลายๆส่วนโดยเฉพาะในด้านการผลิต และ การวิจัย ไม่สามารถโชว์รูปได้) ISO9001, 14001, CE, FCC, RoHS ได้รางวัลจากทั่วโลกหลายรางวัล

หลังจาก Print3Dd ที่เราเป็น Exclusive Distributor มา 5 ปี เป็นโอกาสที่ดีที่เราได้ ไปเห็นโรงงานใหม่ การผลิตดูมีมาตฐาน มีขั้นตอนการประกอบชัดเจน / ขั้นตอนการ QC ชัดเจน ทุกเครื่องต้องผ่านการพิมพ์มาแล้ว 6-12 ชม. เพื่อมั่นใจว่าสินค้า ไม่มีปัญหา ลูกค้าจึงมั่นใจว่า Flashforge เป็นบริษัทระดับโลก สินค้ามีมาตรฐาน มีบริการหลังการขายเหมาะสม (Service Year ยาวมี Spare part ตลอดเนื่องจากยอดขายเยอะมาก — โดยเฉพาะใน USA และ Europe)

ภาพเป็นเฉพาะส่วน Line QC Line Production ใหญ่กว่านี้แต่ไม่สามารถเผยแพร่ได้
ภาพเป็นเฉพาะส่วน Line QC
Line Production ใหญ่กว่านี้แต่ไม่สามารถเผยแพร่ได้

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ Flashforge
1. Flashforge เครมว่าเป็นแบรนที่ขายที่สุด #1 ในประเทศจีน (ในแง่ยอดขายรวม–ระดับ consumer) และเป็นที่ 2# หรือ 3# ระดับโลก
2. Flashforge เป็นผู้ผลิตสินค้า OEM ให้ Bocsh(Dramel), GE, Polar, Monoprice และอีกหลายบริษัท
3. Flashforge เปิดบริษัทมาได้แค่ 6ปี ก่อนจะมาเป็นที่ #1 ในจีนปีที่ 5
4. Flashforge มี Team R&D อยู่ 40คน ในนี้เป็นระดับ Ph D. 10 คน โดยเป็นงานที่พัฒนาในรูปแบบ Hardware และ Software
5. Flashforge มีฐานลูกค้ามากมายในวงการศึกษาทั่วโลก เช่น โรงเรียนทั่วประเทศใน Australia, USA และใน จีนเอง

รุ่นที่ขายดีของ Flashsforge มีดังนี้ FF Finder, FF ADV3, FF Creator Pro, FF Guider2s,

Certificate ต่างทั่งแบบ Global และ แบบภายในจีน
Certificate ต่างทั่งแบบ Global และ แบบภายในจีน

IMG_20180814_154643

IMG_20180814_153013

IMG_20180814_151859

IMG_20180814_151707

เฉพาะในแผนก Packing มีคนงาน 30 คน
เฉพาะในแผนก Packing มีคนงาน 30 คน

IMG_20180814_154927

เครื่อง Dramel ของ Bosch
เครื่อง Dramel ของ Bosch

รีวิว Flashforge Guider2s ที่ได้รับการอัพเกรดเพิ่มเติมจาก Guider2

รีวิว Flashforge Guider2s ที่ได้รับการอัพเกรดเพิ่มเติมจาก Guider2

Cover

        เปิดตัวใหม่สำหรับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ขนาดใหญ่ของทาง Flashforge ก็คือ Flashforge Guider2s ที่มีขนาดฐานในการพิมพ์ชิ้นงานอยู่ที่ 28x25x30 cm ซึ่งก็เท่ากับเจ้าตัว Flashforge Guider2 ด้วยฐานที่มีขนาดใหญ่ก็เลยจะทำให้ตัวเครื่องนั้นมีขนาดใหญ่ถึง 55x49x56 cm โครงสร้างของตัวเครื่องนั้นเป็นโลหะแข็งแรงประกอบกับโครงสร้างภายนอกเป็นพลาสติกอย่างดีปิดทุกด้าน เพื่อป้องกันฝุ่น แมลง หรืออื่นๆ ที่จะเข้าไปขัดขว้างรหว่างการพิมพ์งานของเราได้ เครื่อง Guider2s สามารถใช้พลาสติก (filament) ได้หลากหลายชนิดเพราะมี Stepping Motor ในการดึงเส้นติดอยู่ใกล้กับหัวฉีดทำให้เวลา Load Filament ทำได้ดีกว่าเครื่องที่มี Stepping Motor อยู่ไกลจากหัวฉีดไม่ว่าจะเป็นเส้นที่นิ่ม แข็ง ยืดหยุ่น หรืออื่นๆ เช่น Flexible Nylon HIPS PETG ABS PLA และอื่นๆ อีกมากมาย ถ้าใครที่เคยใช้เจ้า Guider2 ตัวธรรมดาอยู่แล้วจะรูปวาเครื่องนี้นั้นพิมพ์งานได้ดี สวย และงานมีเนื้อผิวที่ดีมาก ความละเอียดที่ตัวเครื่องทำได้อยู่ระหว่าง 0.05-0.4 mm หรือ 50-400 ไมคอน สิ่งที่ตัวเครื่อง Flashforge Guider2s มีการอัพเกรดเพิ่มมานั้นคือ ตัวกรองอาการภายในตัวเครื่อง(Air Filter), กล้องไว้มองชิ้นงานระหว่างพิมพ์(Build-in Camera), รองรับการสังพิมพ์งานผ่าน Cloud(Polar Cloud), ฝาครอบด้านบนแบบใหม่แข็งแรงกวาเดิม(Cover) และเปลี่ยนสีของตัวเครื่องใหม่เป็นสีเทา อาจจะนึกภาพไม่ออกกันใช่ไหมครับงั้นเดี๋ยวผมจะมารีวิวให้เห็นกันว่าเจ้าตัวเครื่อง Flashforge Guider2s นั้นมีหน้าตา และแตกต่างจาก Flashforge Guider2 อย่างไรมาดูกันเลยครับ

Cover1

ภาพที่ 1

        ส่วนที่เพิ่มเข้ามจาก Flashforge Guider2s มีอะไรบ้าง

        เครื่อง Flashforge Guider2s มีการอัพเกรดอะไรมาบ้างเราจะมารีวิวให้ดูกันชัดๆ ไปเลยครับ ว่าจะมีส่วนไหนบ้างที่เพิ่มขึ้นมาจากเจ้ารุ่นพี่ Flashforge Guider2 แต่ก่อนอื่นเลยจะขอบอกว่าเครื่องทั้ง 2 ตัวนี้จะมีหน้าตาคล้ายๆ กัน และขนาดยังใกล้เคียงกันอีกด้วยเหมือนตัว Flashforge Guider2 เดิมเลย(ภาพที่ 2) สิ่งที่เปลี่ยนไปนั้นเรามาดูกันครับ

        1.สีของตัวเครื่องเปลี่ยนจากสีดำ(Color Black) เป็นสีเทา(Color Gray) สีของโครงสร้างด้านนอกของตัวเครื่องในส่วนที่เป็นพลาสติกนั้นได้ทำการปรับเปลี่ยนให้มีความแตกต่างจาก Guider2 ออกไปเนื่องด้วยหน้าตาที่มีความคล้ายกันมากเลยต้องทำให้สีแตกต่างกัน (ภาพที่2-4)

 

IMG_E4003

ภาพที่2

IMG_E4002

ภาพที่ 3

IMG_E4001

ภาพที่ 4

        2.ฝาครอบด้านบนใหม่ ฝาครอบที่ด้านบนของ Guider2s นั้นได้มีการออกแบบใหม่ให้มีความแข็งแรงมากกว่าเดิมด้วยความโค้งมนในส่วนที่เป็นขอบของฝาครอบ และฝาครอบยังมีความหน้ามากขึ้นกว่าเดิมอีกจาก 2.0 mm เป็น 3.00 mm แถมส่วนที่เป็นจุดสโลปของฝาครอบยังทำให้มองชิ้นงานที่พิมพ์ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมด้วย (ภาพที่5-7)

IMG_4179n

ภาพที่ 5

IMG_4184n

ภาพที่ 6

IMG_4185n

ภาพที่ 7

        3.ตัวกรองอาการภายในตัวเครื่อง(Air Filter) เครื่อง Guider2s จะมีการเพิ่มพัดลมดูอากาศพร้อมกับตัวกรองอากาศมาให้อยู่ภายในตัวเครื่องแบบ Build In เพื่อช่วยให้การถ่ายเทอากาศภายในตัวเครื่องพิมพ์ทำได้ดียิ่งขึ้นเมื่อมีการสั่งพิมพ์งาน แต่เมื่อมีการถ่ายเทอากาศที่ดีขึ้นแล้วก็ควรจะมีตัวกรองอากาศด้วยเพราะระหว่างที่อากาศไหลเวียนอยู่นั้นอาจจะมีมลพิษออกมากับอากาศด้วย ดังนั้นทางผู้ผลิตจึงติดทั้งพัดลมระบายอากาศและตัวกรองอากาศมาให้ด้วยครบชุดเลย (ภาพที่ 8-10)

Aire filter

ภาพที่  8

IMG_4190n

ภาพที่ 9

IMG_4176n

ภาพที่ 10

        4.กล้องไว้มองชิ้นงานระหว่างพิมพ์(Build-in Camera) เมื่อมีการอัพเกรดทั้งทีจะเพิ่มนิดหน่อยไม่ได้จึงได้เพิ่มกล้องเข้ามา เพื่อไว้ดูชิ้นงานที่พิมพ์อยู่จากมือถือ หรือคอมพิวพเตอร์ของเราจากที่ไหนก็ได้โดยผ่าน Polar Cloud ให้ตัวเครื่องต่อ Wifi เมื่อเราเห็นว่างานที่พิมพ์หลุดหรือเสียสามารถสั่งหยุด ยกเลิก หรือสั่งพิมพ์งานได้ (ภาพที่ 11-13)

QQ-Photo20180427094158-1024x413

ภาพที่ 11

IMG_4189n

ภาพที่ 12

IMG_4177n

ภาพที่ 13

 

        5.รองรับการสังพิมพ์งานผ่าน Cloud(Polar Cloud) เป็นฟังก์ชันที่ Build-In ในตัวเครื่องมาเลย และก็ยังมีในรุ่นอื่นๆ ด้วย เช่น Flashforge Adventerure3, Flashforge Guider2, Flashforge Finder หลักการทำงานง่ายๆ ของมันคือให้ 3D Printer ต่อ internet, wifi ซึ่งเครื่องที่เราได้ทำการเชื่อมต่อจะไปต่อกับ server ของ Polar Cloud จากนั้นเราก็สามารถควบคุมเครื่องทั้งหมดได้ผ่านหน้าเบราว์เซอร์ จะใช้ PC, Mobile หรือ Tablet ก็ได้ และผู้ที่เป็นเจ้าของเครื่องยังสามารถแชร์เครื่องของตนเองให้ผู้อื่นใช้งานเครื่องได้อีกด้วย ในเว็ป Polar Cloud นั้นเราสามารถนำไฟล์งาน 3 มิติต่างไปฝากเก็บไว้ต้องการจะพิมพ์เมื่อไหร่ก็ เลือกไฟล์งานมาแล้วทำการตั้งค่าการพิมพ์งานผ่าน Cloud ได้เลยการตั้งค่านั้นจะเหมือนกับหน้า Software Flashprint เลยทำให้เราสะดวกสบายขึ้นอยู่นอกบ้านยังสั่งพิมพ์งาน และดูการพิมพ์งานได้ด้วย (รีวิวการเชื่อมต่อ Polar Cloud)

Cover2

ภาพที่ 14

Cover3

ภาพที่ 15

Cover4

ภาพที่ 16

       ตัวอย่างงานที่พิมพ์จากเครื่อง Flashforge Guider2s

S_8345577697018

ภาพที่ 17

S_8345577697019

ภาพที่ 18

 

รีวิวตัวอย่างงานที่พิมพ์จากเครื่อง Flashforge Guider2s

        

VDO รีวิวตัวเครื่อง