3D Printer ช่วยในการออกแบบรถเข็นไฟฟ้า

3D Printer ช่วยในการออกแบบรถเข็นไฟฟ้า
หลายๆคนคงรู้จัก “น้องฝ้าย” บิวตี้บล็อกเกอร์ไร้แขน น้องฝ้ายพิการแต่กำเนิด โดยไม่มีแขน และ ขาข้างหนึ่งสั้นกว่าปกติ วันหนึ่งเราได้รับโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจาก Workpoint Entertainment ว่าต้องการให้ช่วยออกแบบรถเข็นไฟฟ้าและ Support ให้น้องฝ้าย โดยเธออยากได้รถเข็นไฟฟ้า เพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน ขับไปไหนมาไหนแถวบ้าน ที่มหาวิทยลัย และสถานที่ต่างๆ โจทย์ของเราคือ จากลักษณะพิเศษของน้องฝ้ายนั้นพิเศษ รถเข็นไฟฟ้านั้นออกแบบมาเพื่อให้ใช้มือบังคับ โดยลักษณะของการจับ Joy Stick คือใช้นิ้วชี้และนิ้วโป้งในการจับ ก้านคันบังคับจึงยากที่จะใช้เท้าบังคับ เนื่องจากน้องฝ้ายไม่มีมือ จึงเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องใช้ฝ่าเท้าบังคับ นิ้วเท้าไม่สามารถหนีบอะไรได้สะดวกเท่านิ้วมือ
สิ่งที่เราปรับรถเข็นไฟฟ้า พิเศษเพื่อน้องฝ้าย 1. ปรับระดับ Joy Stick มาด้านล่างเมื่อให้ใช้เท้าบังคับได้สะดวก ทำได้โดยเครื่องมือที่ทางร้านมีอยู่แล้ว + กับตัวจับยืดต่างๆ 2. ออกแบบคับบังคับใหม่ จากที่มีลักษณะเป็นแท่งตรงๆ เป็นกากาบาท (ดังรูป) เมื่อให้มีพื้นที่และมุมให้ใช้ฝ่าเท้าบังคับตัวรถเข็นไฟฟ้าได้
ในรูปด้านซ้ายคือคันบังคับปกติ, ด้านขวาคือคันบังคับพิเศษเพื่อน้องฝ้าย
ในขั้นตอนที่สองนั้นเราใช้ คอมพิวเตอร์ในการออกแบบไฟล์ 3มิติ (CAD Design) หลังจากนั้น จึงใช้เครื่องพิมพ์ 3มิติ (3D Printer) ในการสร้างชิ้นงานขึ้นมาจริงๆ แล้วไปใช้แทนคับบังคับเดิม จาก Feedback ที่ได้จากน้องฝ้าย ทำให้เราทราบว่า น้องสามารถใช้งานได้สะดวกขึ้น ตามหลักสรีระ ง่ามที่เป็นลักษณะเหมือนเครื่องหมายบวก สามารถใช้เทาดัน และดึงกลับได้
ออกแบบไฟล์ 3มิติ ในคอมพิวเตอร์ CAD Solid Edge
พิมพ์ไฟล์ 3มิติ ด้วยเครื่องพิมพ์ 3D Printer
ความสำคัญของสินค้า รถเข็นไฟฟ้าคือต้องสามารถปรับให้เข้ากับบุคคลแต่ละคนได้ เนื่องจากสรีระร่างกายของเราไม่เหมือนกัน เรารู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบ ปรับแต่งรถเข็นไฟฟ้า เพื่อน้องฝ้าย เพื่อให้น้องฝ้ายเป็นกำลังใจเป็นแบบอย่างกับคนอื่นๆต่อไป
รูปเมื่อติดคับบังคับใหม่ และปรับระดับให้เหมาะกับร่างการน้องฝ้าย
ลักษณะของรถเข็นไฟฟ้า ปกติ
ปรับแต่ง เปลี่ยนตำแหน่ง Joy Stick เพื่อน้องฝ้าย

เครื่องพิมพ์ที่ใช้ Flashforge Finder

มินิรีวิว Flashforge Creator 3 + eSun ePA-Carbon Fiber

มินิรีวิว Flashforge Creator 3 + eSun ePA-Carbon Fiber

Carbon Fiber เป็นวัสดุในฝันของผู้ใช้ 3D printer หลายๆ คน เพราะมันช่วยให้งานที่พิมพ์ออกมามีความแข็งแรงขึ้น สำหรับผู้ที่ยังไม่รู้ว่า Carbon Fiber เป็นอย่างไร เราลองมาดูกัน

เส้น Carbon Fiber คืออะไร?

ก่อนอื่นต้องไม่สับสนระหว่างเส้น Carbon Fiber Filament กับ Carbon Fiber ที่ใช้ทำรถแข่ง จักรยานราคาแพง หรือยานอวกาศ ซึ่งเป็น Carbon Fiber ชนิดเส้นยาวถักทอเป็นผืนใหญ่ เคลือบด้วยอีพ๊อกซี่เป็นชั้น ๆ

ส่วน Carbon Fiber Filament จะเป็นการนำ Carbon Fiber ใยสั้นผสมลงในพลาสติกฐาน เช่น PolyCarbonate, ABS, PLA, Nylon, PETG เป็นต้น ซึ่งลักษณะของ Carbon Fiber จะแข็ง แต่เปราะมาก ดังนั้นการนำไปผสมกับพลาสติกฐานมักจะผสมกับพลาสติกที่มีความเหนียว เช่น Nylon หรือ PETG เพื่อชดเชยลักษณะด้อยของ Carbon Fiber เอง

คุณสมบัติเด่นๆ ของเส้น Carbon Fiber คือ ขณะพิมพ์ไม่มีกลิ่น ผิวด้าน ความแข็งแรงทนทานสูง ทนต่อการเสียดสี และสึกหรอ ทนความร้อนสูงถึง 120°C อัตราการหดตัว และบิดตัวต่ำ และติดไฟยาก

FlashForge Creator 3

เป็นเครื่องที่สามารถพิมพ์เส้นชนิด Carbon Fiber ได้ เนื่องจากหัวพิมพ์เป็นโลหะ Stainless Steel ชุบแข็ง ซึ่งจะทนการกัดกร่อนของ Carbon Fiber ได้ดี เพราะ Carbon Fiber สามารถกัดกร่อนหัวพิมพ์ชนิดทองเหลืองให้พังได้อย่างรวดเร็ว อาจจะไม่ถึงครึ่งม้วนเสียด้วยซ้ำ

นอกจากนี้หัวพิมพ์ยังทำความร้อนได้ถึง 300 องศา ทำให้พิมพ์พลาสติกวิศวกรรมได้อีกหลายชนิด

eSun ePA-CF เส้น Polyamine-Carbon Fiber

Polyamine (PA) หรือชื่อในทางการค้าว่า Nylon เส้น  ePA-CF ของ eSun มี Carbon Fiber ผสมอยู่ถึง 20% ราคาไม่แพง ประมาณ 50-60 USD ในขณะที่บางยี่ห้อราคาสูงถึง 250 USD

มาลองพิมพ์กันเลยดีกว่า

เราเลือกบันไดจักรยานมาเป็นหนูทดลอง


ตั้งอุณหภูมิการพิมพ์อยู่ที่ 250°C และที่แท่นพิมพ์ 80°C ใช้เวลาพิมพ์ประมาณ 7 ชั่วโมง

จะสังเกตได้ว่าจะมีเส้นใยเยิ้มออกมามาก ซึ่งเป็นลักษณะที่ปรกติของเส้น Carbon Fiber ส่วนที่พื้นจะไม่มีการเด้งงอ หรือหลุดจากฐานเลยแม้แต่น้อย

เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วก็ถึงตอนแกะ support การแกะก็ไม่ได้ยากนัก แต่มันจะเหนียวๆ หน่อย สามารถใช้คีมช่วย ในส่วนที่เป็นเศษเล็กๆ ก็ใช้มีดคัตเตอร์ปาดออกได้ไม่ยากนัก

ในส่วนของ overhang เครื่อง FlashForge Creator 3 ทำได้ดี ทีเดียว

เทคนิคการพิมพ์ด้วยเส้น Carbon Fiber

เป็นโบนัสสำหรับคนที่ทนอ่านมาถึงตรงนี้ การพิมพ์ด้วยเส้น Carbon Fiber ไม่ง่าย และไม่ยากจนเกินไป เรามีเคล็ดลับในการพิมพ์ให้สำเร็จดังนี้

  • อย่างที่บอกไว้ข้างต้น หัวพิมพ์ควรจะต้องเป็นโลหะแข็ง เช่นสเตนเลส เพื่อให้ทนต่อการสึกกร่อนจาก Carbon Fiber ซึ่งมีความรุนแรงมาก (ซ้ายทองเหลือง-ขวาสเตนเลสสตีล)
  • ลดค่า retraction ลง เนื่องจากการดึงเส้นกลับไปมามากๆ จะทำให้เกิดการสะสมของ Carbon Fiber ซึ่งไม่ละลายในความร้อน ภายในหัวพิมพ์ทำให้เกิดการอุดตันได้ง่าย
  • พิมพ์ให้ช้าลงประมาณ 20%-50% เพื่อช่วยให้ Carbon Fiber ที่อาจจะติดอยู่ในหัวพิมพ์หลุดออกไปได้ง่ายขึ้น ลดการอุดตันของหัวพิมพ์
  • ใช้หัวพิมพ์ที่ใหญ่ขึ้น จะช่วยลดโอกาสอุดตัน
  • เส้นพลาสติกจะค่อนข้างเปราะ หักง่ายเมื่อเกิดการงอ หรือมีการหักเลี้ยวในองศาที่แคบๆ แนะนำให้ใช้ท่อนำเส้นพลาสติกเพื่อลดโอกาสเส้นหัก
  • การเก็บเส้น Nylon-Carbon Fiber ควรเก็บในถุงซิป และใส่สารดูดความชื้นไว้ด้วย เนื่องจาก Nylon ดูดความชื้นได้ดีมาก หากเส้นชื้นไปแล้ว (สังเกตจากเวลาพิมพ์จะมีเสียงน้ำเดือด เปาะแปะ ๆ) ให้นำไปอบในเตาอบที่อุณหภูมิประมาณ 80°C ประมาณ 4-6 ชั่วโมง

หลังจากปรับค่าการพิมพ์เล็กน้อย แล้วลองพิมพ์ใหม่อีกครั้งผลก็เป็นดังในภาพครับ หวังว่าคงได้ความรู้เล็กๆ น้อยๆ กลับไปบ้างนะครับ แล้วพบกันใหม่

ร่วมเทิดไท้องค์ราชันย์ Print3Dd ภูมิใจเป็นส่วนหนึ่งในงานราชพิธี

ร่วมเทิดไท้องค์ราชันย์ Print3Dd ภูมิใจเป็นส่วนหนึ่งในงานราชพิธี

เรา Print3Dd มีความภูมิใจที่ได้มีส่วนหนึ่ง (ส่วนเล็กๆ) ในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก King Rama X Coronation ในส่วนการแปรตัวอักษรเทอดพระเกียรติ โดยเครื่องพิมพ์ 3มิติ ของเราเป็นส่วนหนึ่งในเครื่องผลิต สร้างสรรค์งานให้เกิดขึ้นมา จากการแปรอักษรด้วยอากาศยานโดรน 300 ตัว ชิ้นส่วนบางส่วนถูกออกแบบและพิมพ์ด้วยระบบพิมพ์ 3มิติ

Credit : ปตท จำกัดมหาชน, บจ. เอไอ แอนด์ โรโบติกส์เวนเจอร์ส
Tag : FF Creator Pro / FF Guider2s

ทั้งนี้ก่อนหน้า เราก็ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธี >>งานราชพิธี ร.9 กับเครื่อง 3D Printer 3D Scanner<<

 

credit ภาพนิ่งและเคลื่อนไหวจาก : manager online, Thai PBS

กลไกลขาแมงมุมจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

กลไกลขาแมงมุมจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

กลไกลขาแมงมุมจากเครื่องพิมพ์ 3 มิต 

        เครื่องพิมพ์ 3 มิติสามารถสร้างชิ้นส่วนหลายๆ แบบมาประกอบกันเพื่อทำเป็นกลไกต่างๆ ได้ โดยงานชิ้นนี้พิมพ์ขึ้นจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ รุ่น Flashforge Guider2s ซึ่งมีพื้นที่ในการพิมพ์ที่ขนาด 280x250x300 ทำให้สามารถพิมพ์ชิ้นส่วนหลายๆ ชิ้นพร้อมๆ กันได้ ตัวนี้เราได้นำไฟล์มาจากเว็ป Thingiverse ซึ่งจะเป็นเว็ปที่มีผู้ใช้งานอยู่ทั่วโลกแชร์ความรู้ แชร์ไฟล์ มาให้โหลดไปใช้งานกันแบบฟรีๆ ในส่วนของงานชิ้นนี้ จะทำงานโดยการใช้มือดันแล้วตัวชิ้นงานจะทำการสลับขากันในการเดิน 

 

ัวไฟล์ทั้งหมดที่ใช้ในการสั่งพิมพ์ 

           

 

 

           ัสดุที่ใช้ในการพิมพ์ : PLA 

อื่นๆ :  1. ความเร็วในการพิมพ์อยู่ที่ประมาณ 40 mm/s 

           2. ความละเอียด 0.2 mm 

           3. อุณหภูมิที่ใช้ 210 องศา 

 

ใช้เวลาในการพิมพ์ : 12 ชั่วโมง 45 นาที ต่อขาหนึ่งชุด                         

 

รูปที่ 1 การพิมพ์ชิ้นงาน

 รูปที่ 2 ชิ้นส่วนที่ใช้ในการประกอบขา 1 ข้าง 

 

 

รูปที่ 3 ขาหนึ่งข้างที่ประกอบออกมาได้

 

 

รูปที่ 4 ชิ้นส่วนในการประกอบขา 1 คู่

 

 

 รูปที่ 5 ขา 1 คู่ ที่ประกอบออกมา 

 

รูปที่ 6 ชิ้นงานที่เสร็จสมบูรณ์ (ด้านข้าง)

 

  รูปที่ 7 ชิ้นงานที่เสร็จสมบูรณ์ (ด้านหน้า)

 

 

 

ที่มา : https://www.thingiverse.com/thing:3073375 

 

Flashforge HQ Visit 2018

Flashforge HQ Visit 2018

IMG_20180814_173622

ช่วง 13-15 สค. พี่ผ่านมาได้เราได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมโรงงาน Flashforge ที่เมือง Jinhua / HangZhou ประเทศจีน โรงงานที่เราเป็นเยี่ยมชมเป็น Head Quarter เป็นที่อยู่ของส่วนการผลิต, Packing, QC, แผนก Sales และ Marketing (ส่วนฝ่าย R&D อยู่ที่สำนักงานใน Hangzhou และ Beijing) โรงงานค่อนข้างใหญ่ประกอบด้วยหลายตึก สายการผลิตรองรับการผลิตสูงสุด 12,000 units/units มีโรงงานผลิตเส้น Filament เป็นของตัวเอง พนักงานเฉพาะในส่วนของ HQ Jinhua คือ 350คน เรียกว่ามีมาตรฐานระดับโลก (หลายๆส่วนโดยเฉพาะในด้านการผลิต และ การวิจัย ไม่สามารถโชว์รูปได้) ISO9001, 14001, CE, FCC, RoHS ได้รางวัลจากทั่วโลกหลายรางวัล

หลังจาก Print3Dd ที่เราเป็น Exclusive Distributor มา 5 ปี เป็นโอกาสที่ดีที่เราได้ ไปเห็นโรงงานใหม่ การผลิตดูมีมาตฐาน มีขั้นตอนการประกอบชัดเจน / ขั้นตอนการ QC ชัดเจน ทุกเครื่องต้องผ่านการพิมพ์มาแล้ว 6-12 ชม. เพื่อมั่นใจว่าสินค้า ไม่มีปัญหา ลูกค้าจึงมั่นใจว่า Flashforge เป็นบริษัทระดับโลก สินค้ามีมาตรฐาน มีบริการหลังการขายเหมาะสม (Service Year ยาวมี Spare part ตลอดเนื่องจากยอดขายเยอะมาก — โดยเฉพาะใน USA และ Europe)

ภาพเป็นเฉพาะส่วน Line QC Line Production ใหญ่กว่านี้แต่ไม่สามารถเผยแพร่ได้
ภาพเป็นเฉพาะส่วน Line QC
Line Production ใหญ่กว่านี้แต่ไม่สามารถเผยแพร่ได้

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ Flashforge
1. Flashforge เครมว่าเป็นแบรนที่ขายที่สุด #1 ในประเทศจีน (ในแง่ยอดขายรวม–ระดับ consumer) และเป็นที่ 2# หรือ 3# ระดับโลก
2. Flashforge เป็นผู้ผลิตสินค้า OEM ให้ Bocsh(Dramel), GE, Polar, Monoprice และอีกหลายบริษัท
3. Flashforge เปิดบริษัทมาได้แค่ 6ปี ก่อนจะมาเป็นที่ #1 ในจีนปีที่ 5
4. Flashforge มี Team R&D อยู่ 40คน ในนี้เป็นระดับ Ph D. 10 คน โดยเป็นงานที่พัฒนาในรูปแบบ Hardware และ Software
5. Flashforge มีฐานลูกค้ามากมายในวงการศึกษาทั่วโลก เช่น โรงเรียนทั่วประเทศใน Australia, USA และใน จีนเอง

รุ่นที่ขายดีของ Flashsforge มีดังนี้ FF Finder, FF ADV3, FF Creator Pro, FF Guider2s,

Certificate ต่างทั่งแบบ Global และ แบบภายในจีน
Certificate ต่างทั่งแบบ Global และ แบบภายในจีน

IMG_20180814_154643

IMG_20180814_153013

IMG_20180814_151859

IMG_20180814_151707

เฉพาะในแผนก Packing มีคนงาน 30 คน
เฉพาะในแผนก Packing มีคนงาน 30 คน

IMG_20180814_154927

เครื่อง Dramel ของ Bosch
เครื่อง Dramel ของ Bosch

รีวิว Flashforge Guider2s ที่ได้รับการอัพเกรดเพิ่มเติมจาก Guider2

รีวิว Flashforge Guider2s ที่ได้รับการอัพเกรดเพิ่มเติมจาก Guider2

Cover

        เปิดตัวใหม่สำหรับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ขนาดใหญ่ของทาง Flashforge ก็คือ Flashforge Guider2s ที่มีขนาดฐานในการพิมพ์ชิ้นงานอยู่ที่ 28x25x30 cm ซึ่งก็เท่ากับเจ้าตัว Flashforge Guider2 ด้วยฐานที่มีขนาดใหญ่ก็เลยจะทำให้ตัวเครื่องนั้นมีขนาดใหญ่ถึง 55x49x56 cm โครงสร้างของตัวเครื่องนั้นเป็นโลหะแข็งแรงประกอบกับโครงสร้างภายนอกเป็นพลาสติกอย่างดีปิดทุกด้าน เพื่อป้องกันฝุ่น แมลง หรืออื่นๆ ที่จะเข้าไปขัดขว้างรหว่างการพิมพ์งานของเราได้ เครื่อง Guider2s สามารถใช้พลาสติก (filament) ได้หลากหลายชนิดเพราะมี Stepping Motor ในการดึงเส้นติดอยู่ใกล้กับหัวฉีดทำให้เวลา Load Filament ทำได้ดีกว่าเครื่องที่มี Stepping Motor อยู่ไกลจากหัวฉีดไม่ว่าจะเป็นเส้นที่นิ่ม แข็ง ยืดหยุ่น หรืออื่นๆ เช่น Flexible Nylon HIPS PETG ABS PLA และอื่นๆ อีกมากมาย ถ้าใครที่เคยใช้เจ้า Guider2 ตัวธรรมดาอยู่แล้วจะรูปวาเครื่องนี้นั้นพิมพ์งานได้ดี สวย และงานมีเนื้อผิวที่ดีมาก ความละเอียดที่ตัวเครื่องทำได้อยู่ระหว่าง 0.05-0.4 mm หรือ 50-400 ไมคอน สิ่งที่ตัวเครื่อง Flashforge Guider2s มีการอัพเกรดเพิ่มมานั้นคือ ตัวกรองอาการภายในตัวเครื่อง(Air Filter), กล้องไว้มองชิ้นงานระหว่างพิมพ์(Build-in Camera), รองรับการสังพิมพ์งานผ่าน Cloud(Polar Cloud), ฝาครอบด้านบนแบบใหม่แข็งแรงกวาเดิม(Cover) และเปลี่ยนสีของตัวเครื่องใหม่เป็นสีเทา อาจจะนึกภาพไม่ออกกันใช่ไหมครับงั้นเดี๋ยวผมจะมารีวิวให้เห็นกันว่าเจ้าตัวเครื่อง Flashforge Guider2s นั้นมีหน้าตา และแตกต่างจาก Flashforge Guider2 อย่างไรมาดูกันเลยครับ

Cover1

ภาพที่ 1

        ส่วนที่เพิ่มเข้ามจาก Flashforge Guider2s มีอะไรบ้าง

        เครื่อง Flashforge Guider2s มีการอัพเกรดอะไรมาบ้างเราจะมารีวิวให้ดูกันชัดๆ ไปเลยครับ ว่าจะมีส่วนไหนบ้างที่เพิ่มขึ้นมาจากเจ้ารุ่นพี่ Flashforge Guider2 แต่ก่อนอื่นเลยจะขอบอกว่าเครื่องทั้ง 2 ตัวนี้จะมีหน้าตาคล้ายๆ กัน และขนาดยังใกล้เคียงกันอีกด้วยเหมือนตัว Flashforge Guider2 เดิมเลย(ภาพที่ 2) สิ่งที่เปลี่ยนไปนั้นเรามาดูกันครับ

        1.สีของตัวเครื่องเปลี่ยนจากสีดำ(Color Black) เป็นสีเทา(Color Gray) สีของโครงสร้างด้านนอกของตัวเครื่องในส่วนที่เป็นพลาสติกนั้นได้ทำการปรับเปลี่ยนให้มีความแตกต่างจาก Guider2 ออกไปเนื่องด้วยหน้าตาที่มีความคล้ายกันมากเลยต้องทำให้สีแตกต่างกัน (ภาพที่2-4)

 

IMG_E4003

ภาพที่2

IMG_E4002

ภาพที่ 3

IMG_E4001

ภาพที่ 4

        2.ฝาครอบด้านบนใหม่ ฝาครอบที่ด้านบนของ Guider2s นั้นได้มีการออกแบบใหม่ให้มีความแข็งแรงมากกว่าเดิมด้วยความโค้งมนในส่วนที่เป็นขอบของฝาครอบ และฝาครอบยังมีความหน้ามากขึ้นกว่าเดิมอีกจาก 2.0 mm เป็น 3.00 mm แถมส่วนที่เป็นจุดสโลปของฝาครอบยังทำให้มองชิ้นงานที่พิมพ์ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมด้วย (ภาพที่5-7)

IMG_4179n

ภาพที่ 5

IMG_4184n

ภาพที่ 6

IMG_4185n

ภาพที่ 7

        3.ตัวกรองอาการภายในตัวเครื่อง(Air Filter) เครื่อง Guider2s จะมีการเพิ่มพัดลมดูอากาศพร้อมกับตัวกรองอากาศมาให้อยู่ภายในตัวเครื่องแบบ Build In เพื่อช่วยให้การถ่ายเทอากาศภายในตัวเครื่องพิมพ์ทำได้ดียิ่งขึ้นเมื่อมีการสั่งพิมพ์งาน แต่เมื่อมีการถ่ายเทอากาศที่ดีขึ้นแล้วก็ควรจะมีตัวกรองอากาศด้วยเพราะระหว่างที่อากาศไหลเวียนอยู่นั้นอาจจะมีมลพิษออกมากับอากาศด้วย ดังนั้นทางผู้ผลิตจึงติดทั้งพัดลมระบายอากาศและตัวกรองอากาศมาให้ด้วยครบชุดเลย (ภาพที่ 8-10)

Aire filter

ภาพที่  8

IMG_4190n

ภาพที่ 9

IMG_4176n

ภาพที่ 10

        4.กล้องไว้มองชิ้นงานระหว่างพิมพ์(Build-in Camera) เมื่อมีการอัพเกรดทั้งทีจะเพิ่มนิดหน่อยไม่ได้จึงได้เพิ่มกล้องเข้ามา เพื่อไว้ดูชิ้นงานที่พิมพ์อยู่จากมือถือ หรือคอมพิวพเตอร์ของเราจากที่ไหนก็ได้โดยผ่าน Polar Cloud ให้ตัวเครื่องต่อ Wifi เมื่อเราเห็นว่างานที่พิมพ์หลุดหรือเสียสามารถสั่งหยุด ยกเลิก หรือสั่งพิมพ์งานได้ (ภาพที่ 11-13)

QQ-Photo20180427094158-1024x413

ภาพที่ 11

IMG_4189n

ภาพที่ 12

IMG_4177n

ภาพที่ 13

 

        5.รองรับการสังพิมพ์งานผ่าน Cloud(Polar Cloud) เป็นฟังก์ชันที่ Build-In ในตัวเครื่องมาเลย และก็ยังมีในรุ่นอื่นๆ ด้วย เช่น Flashforge Adventerure3, Flashforge Guider2, Flashforge Finder หลักการทำงานง่ายๆ ของมันคือให้ 3D Printer ต่อ internet, wifi ซึ่งเครื่องที่เราได้ทำการเชื่อมต่อจะไปต่อกับ server ของ Polar Cloud จากนั้นเราก็สามารถควบคุมเครื่องทั้งหมดได้ผ่านหน้าเบราว์เซอร์ จะใช้ PC, Mobile หรือ Tablet ก็ได้ และผู้ที่เป็นเจ้าของเครื่องยังสามารถแชร์เครื่องของตนเองให้ผู้อื่นใช้งานเครื่องได้อีกด้วย ในเว็ป Polar Cloud นั้นเราสามารถนำไฟล์งาน 3 มิติต่างไปฝากเก็บไว้ต้องการจะพิมพ์เมื่อไหร่ก็ เลือกไฟล์งานมาแล้วทำการตั้งค่าการพิมพ์งานผ่าน Cloud ได้เลยการตั้งค่านั้นจะเหมือนกับหน้า Software Flashprint เลยทำให้เราสะดวกสบายขึ้นอยู่นอกบ้านยังสั่งพิมพ์งาน และดูการพิมพ์งานได้ด้วย (รีวิวการเชื่อมต่อ Polar Cloud)

Cover2

ภาพที่ 14

Cover3

ภาพที่ 15

Cover4

ภาพที่ 16

       ตัวอย่างงานที่พิมพ์จากเครื่อง Flashforge Guider2s

S_8345577697018

ภาพที่ 17

S_8345577697019

ภาพที่ 18

 

รีวิวตัวอย่างงานที่พิมพ์จากเครื่อง Flashforge Guider2s

        

VDO รีวิวตัวเครื่อง

 

 

 

การใช้งานโปรแกรม 3DSlicer กับเครื่องพิมพ์ 3 มิิติเบื้องต้น

การใช้งานโปรแกรม 3DSlicer กับเครื่องพิมพ์ 3 มิิติเบื้องต้น

3DSlicerLogo-H-Color-1273x737

วันนี้ทาง Print3dd จะมาแนะนำโปรแกรม Slicer ที่เกี่ยวกับทางการแพทย์ นั้นคือโปรแกรม 3DSlicer ซึ่งความสามารถของโปรแกรมนี้ สามาถนำไฟล์ Dicom หรือ ไฟล์นามสกุล .dcm (ไฟล์dicom เป็นไฟล์ทางการแพทย์ ส่วนใหญ่จะได้มาจากการาสแกน MRI Scan หรือ CT Scan)

 

ตัวอย่างไฟล์dicom

12

โปรแกรม 3DSlicer เป็นโปรแกรม Freeware  สามารถ Download Program 3DSlicer ได้ที่นี่ https://www.slicer.org  

ก่อนเริ่มการใช้งานโปรแกรมเราจำเป็นต้องมีไฟล์ Dicom เสียก่อน แต่ถ้าหาไฟล์ไม่ได้เราสามารถใช้ไฟล์ตัวอย่างที่ติดมากับโปรแกรม 3DSlicer ได้เช่นกัน เมื่อเปิดโปรแกรมเราจะเจอกับหน้าต่างนี้ โดยเราสามารถ Download File ได้จากเมนู Download Sample Data ซึ่งจะมีไฟล์จำนวนหนึ่งให้เราทดลองใช้งาน

13

ตัวอย่างไฟล์

14

เมื่อเราเลือกไฟล์ทีต้องการได้แล้ว ให้เลือกไปที่คำสั่งSegment editor (ตรงที่วงกลมไว้ในภาพ)

02 -

 

ต่อมาให้เลือกคำสั่ง (1) Add และเราจะทำการเลือกส่วนที่ต้องการโดยใช้คำสั่ง(2) Threshold โดยในคำสั่งThreshold จะมีแถบคำสั่งทีั่ชื่อว่า Threshold Range ไว้กำหนดส่วนที่ต้องการทำให้ออกมาเป็นโมเดลสามมิติ ซึ่งจะต้องเลื่อนแถบสีฟ้าด้านล่างเพื่อกำหนดขนาดชิ้นงาน โดยอธิบายแบบเข้าใจง่ายๆคือ ยิ่งมีแถบสีเขียวขึ้นที่ตัวงานมามากเท่าไร เราจะได้เนื้องานของชิ้นงานสามมิติมากขึ้นเท่านั้น

06

ต่อไปเป็นขั้นตอนในการดึงงานจากไฟล์ dicom ให้เป็นชิ้นงานสามมิติ โดยใช้คำสั่ง(1) Show3d และกด (2) Apply เราจะได้งานออกมาเป็นโมเดลสามมิติ

07

ตัวอย่างงานที่ได้ออกมาเป็นชิ้นงานสามมิติ

15

 

เราสามารถนำโมเดลชิ้นนี้ออกไปพิมพ์ได้เลยหรือเราจะตัดเพียงบางส่วนออกไปพิมพ์ก็ได้โดยใช้คำสั่ง Scissors คำสั่งนี้สามารถลากตัดตัวชิ้นงานได้เลยครับ ง่ายมากๆ

08

ต่อมาเราจะทำการแปลงไฟล์ให้เป็นนามสกุล stl. โดยเลือกคำสั่ง Segmentations

8

 

เมื่อเลือกคำสั่ง Segmentations แล้วด้านล่างจะมีหัวข้อ (1) exprot/import models and labelmaps ให้เลือตรง output type เป็น models และเลือก (2) Export เมือทำเสร็จในขั้นตอนนี้ เราจะสามารถExportเป็นนามสกุล stl,objได้แล้ว

9

 

โดยเลือกที่ save จะขึ้นหน้าต่าง save scene and unaved data ให้เราเลือกได้เลยครับว่าจะเซฟเป็นนามสกุลอะไร เมื่อได้ไฟล์มาแล้วสามารถนำไฟล์นี้เข้าโปรแกรมของเครื่องพิมพ์สามมิติได้เลย

17

 

ลองนำไฟล์เข้าโปรแกรมflash print

18

 

จบลงไปแล้วนะครับสำหรับการใช้งานโปแกรม 3D Slicer เบื้องต้น จริงแล้วในโปรแกรมนี้ยังมีคำสั่งให้เลือกใช้อีกเยอะมาก เพื่อนๆคนไหนสนใจสามารถโหลดมาลองเล่นดูได้ครับ โดยผมจะลง vdo การใช้งานโปรแกรมตัวไว้ด้านล่าง สำหรับวันนี่้ขอตัวลาไปก่อน สวัสดีครับ

 

 

อูคูเลเล่จาก3D Print

อูคูเลเล่จาก3D Print

   การสร้างอูคูเลเล่จาก3D Print

 หลายคนคงรู้จักUkulele ไม่มากก็น้อย ส่วนคนที่ไม่รู้จัก คุณอาจจะตกเทรนไปช่วงหนึ่งไม่เป็นไรแต่ยังไงวันนี้เรามาทำความรู้จัก Ukuleleกัน Ukulele จะมีอยู่4แบบ

1.อูคูเลเล่แบบโซปราโน (soprano) แบบนี้คนนิยมเล่นกันมาก เพราะมีขนาดตัวที่เล็กพกพาง่าย

ราคาถูกกว่าแบบอื่นๆ

2.อูคูเลเล่แบบอัลโต (alto) หรืออูคูเลเล่แบบคอนเสิร์ต (concert)

3.อูคูเลเล่แบบเทเนอร์ (tenor)

4.อูคูเลเล่แบบบาริโทน (baritone) แบบนี้จะให้เสียงที่กังวานไพเพราะกว่าแบบอื่นๆเพราะมีขนาดตัวที่ใหญ่

 ck-Ukulele-types  

 

เรามาดูการทำและส่่วนประกอบต่างๆในการทำUkulele แบบทั่วไปกัน วัสดุที่ใช้ส่วนมากจะทำมาจากไม้

ukulele-soprano-soprano-cordas-palheta-frete-gratis_MLB-O-3579224066_122012_1377932461

Capture

 

 เห็นไหมครับว่าเราจะได้Ukulele มาเล่นสักตัวกระบวนการมานั้นมันไม่ง่ายเลยแต่เดี๋ยวก่อน เรามาดูการสร้างUkulele อีกแบบหนึ่งจาก 3D Print กันว่าจะเป็นยังไง

การปริ้นชึ้นส่วนต่างๆของUkulele ได้ปริ้นจากเครื่อง Flashforge Creator Pro 3D Printerและ FullScale Max300 ส่วนไฟล์งานได้โหลดมาจาก  https://www.thingiverse.com/

เรามาดูส่วนประกอบกัน

 

ส่วนล่าง

S__9617425

ส่วนบน

S__9617424

ส่วนคอ

9493 9494

ตาไก่

S__9617419

และแล้วก็เสร็จทั้ง3ชิ้น

S__9617422

ส่วนอันนี้หาซื้อสาย อูคูเลเล่ ยี่ห้อ Aquila ราคา200 บาท และลูกบิด200บาท

S__9617420

เรามาประกอบกัน

S__9617421          S__9617417         22958

เราก็ประกอบเสร็จเป็นที่เรียบร้อย วัสดุที่ทำเป็นตัวโครงสร้างและคอ ทำมาจากพลาสติกPLA(Polylactic acid) เรามาลองฟังเสียงกันดูว่าจะเป็นยังไง

 

 

 

ทำแขนกล Robot Arm จากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ Flashforg Creator Pro

ทำแขนกล Robot Arm จากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ Flashforg Creator Pro

        สวัสดีครับ!!  วันนี้เราจะมาทำของเล่นเป็น Robot Arm ที่ใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติ รุ่น Flashforge Creator Pro ในการพิมพ์ชิ้นส่วนต่างๆ เช่น ปากคีบ แขน  ไหล่ เป็นต้น  Robot Arm ตัวนี้เราได้นำไฟล์มาจากเว็ป Thingiverse ซึ่งจะเป็นเว็ปที่มีผู้ใช้งานอยู่ทั่วโลกแชร์ความรู้ แชร์ไฟล์ มาให้โหลดไปใช้งานกันแบบฟรีๆ เลย ในส่วนของงานชิ้นนี้จะเป็นแขนกลที่มีรีโมทคอนโทรลเลอร์ใช้ในการควบคุมจากระยะไกลได้เลย แต่การควบคุมนี้จะไม่เป็นแบบไร้สายนะอารมณ์จะคล้ายๆ กับการเล่นเกมส์ โดยมีจอยสติ๊กเป็นตัวควบคุมการทำงานทั้งหมด

        Robot Arm ชิ้นนี้สามารถนำไปทำเป็นการจำลองแขนกลที่ใช้จับสิ่งของในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ แต่ว่าย่อขนาดลงมาให้เล็กเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน ในเรื่องของการคีบจับวัตถุนั้นจะได้ขนาดเล็กตามขนาดปากคีบที่ออกแบบมา เราจะมาดูกันว่าชิ้นส่วนของ Robot Arm ที่พิมพ์จากเครื่อง Flashforge Creator Pro ว่ามี ความแข็งแรง ขนาดชิ้นงาน และลักษณะพื้นผิว ดีมากน้อยแค่ไหนเมื่อนำมาประกอบเข้ากับวงจรไฟฟ้า ดังนั้นเรามาเริ่มทำกันได้เลยครับ

        ก่อนอื่นเลยเข้าไปโหลดไฟล์งานได้ที่เว็ป Thingiverse/serv-arm… เมื่อโหลดมาแล้วให้แตกไฟล์ จะได้ไฟล์งานทั้งหมด 20 ไฟล์ ตามภาพที่ 1 จากนั้นให้นำไฟล์งาน .stl มาจัดเรียงให้อยู่บนฐานพิมพ์ และตั้งค่าการพิมพ์ในโปรแกรม FlashPrint ตามที่ต้องการหรือจะเลือกใช้ค่าที่ทางเราใช้ก็ได้ครับ ตามภาพที่ 2 – 6

1

ภาพที่ 1

2

ภาพที่ 2

3

ภาพที่ 3

4

ภาพที่ 4

5

ภาพที่ 5

6

ภาพที่ 6

       ในส่วนของเรื่องคอนโทรลเลอร์ที่ใช้ควบคุมนั้น จะมีอุปกรณ์ต่างๆ ด้านวงจรไฟฟ้านิดหน่อยครับ รายการตามนี้ครับ และจะต้องทำการเขียนคำสั่งในการควบคุมลงบน  Arduino Nano V3 โดยใช้โปรแกรม Arduino ภาษาที่ใช้เขียนเป็นภาษา C++ สามารถดาวน์โหลดไฟล์งานพร้อมซอฟแวร์ได้ที่ File Caod Arduino & Software Arduino

        รายการอุปกรณ์ที่ใช้

     1. Servo type 9G         4    ตัว

     2. Variable resistors 47K         4     ตัว

     3. BreadBoard        1     ตัว

     4. Arduino Nano V3 หรือ Arduino mini Pro        1     ตัว

     5. สายไฟ         1     ม้วน

     6. ตะกรั่ว        1     ม้วน

     7. หัวแร้ง   บัดกรี        1    อัน

7

ภาพที่ 7

        จากนั้นให้เริ่มนำชิ้นส่วนแต่ละอันมาประกอบเข้าด้วยกันตาม โดยจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของขนกลคีบชิ้นงาน และแขนกลควบคุม ภาพที่ 8 – 9 ในส่วนของปุ่มกดด้านข้าง 2 ปุ่มทางเราไม่ได้นำมาใช้ในระบบ ถ้าท่านใดต้องการจะทำก็สามารถทำได้นะ แต่ไม่จำเป็นต้องใช้ก็ได้ครับ ส่วนการต่อวงจรไฟฟ้าจะเป็นไปตามภาพที่  10

8

ภาพที่ 8

9

ภาพที่ 9

10

ภาพที่ 10

        จากภาพที่ 11-14 จะเป็นชิ้นส่วนที่พิมพ์เสร็จแล้วจากเครื่อง Flashforge Creator Pro และทำการประกอบกับ Servo ที่ได้เตรียม Servo นั้นจะทำการยึดติดกับชิ้นส่วนที่เป็นพลาสติกโดยการใช้น็อตยึดติดกันนะครับ ส่วนสายไฟให้ปล่อยไว้ก่อนยังไม่ต้องตัดหรือปอกสายทั้งนั้น

11

ภาพที่ 11

12

ภาพที่ 12

13

ภาพที่ 13

14

ภาพที่ 14

        เมื่อประกอบเสร็จแล้วจะเป็นดังภาพที่ 15 ครับ จะเห็นได้ว่าแยกเป็น 2 ชิ้นครับ ด้านซ้ายจะเป็นแขนกลที่ใช้ควบคุม และด้านขวาจะเป็นแขนกลที่ไว้ใช้คีบจับวัตถุ

15

ภาพที่ 15

         จากนั้นจะเป็นการ Upload Code เข้าไปใน Arduino  (Code Arduino) ขึ้นตอนในการทำนั้นไม่อยากครับ เมื่อเราเปิดหน้าต่างของโปรแกรม Arduino แล้วให้เสียบสายที่ใช้ในการ Upload Code เข้ากับ Arduino ก่อนอื่นเลยจะแนะนำให้ Burn code ก่อน ให้ไปที่ File > Exsamples > ArduinoISP จะมีหน้าต่างเด้งขึ้นมา แล้วให้ไปที่ Tool > ตรง Board เลือกเป็นรุ่น Arduino ที่เราใช้ : Arduino Nano และตรง Programmer >  Arduino as ISP จากนั้นให้ไปที่ Sketch > Upload Using Programmer เมื่อกดเสร็จเรียบร้อยแล้วรอสักครู่ก็เป็นอัน Burn Code เสร็จสิ้นครับ ตามภาพที่ 16

16

ภาพที่ 16

         ต่อมาเราจะเป็นการ Upload Code ที่จะใช้จริงในการควบคุมแขนกล Robot Arm ให้เปิดไฟล์ที่ได้โหลดขึ้นมาในโปรแกรม Arduino ตามภาพที่ 17 จากนั้นให้กด Upload ที่เป็นลูกศรๆ แล้วรอสักครู่เมื่อ Upload เสร็จแล้วก็ถือเป็นอันเสร็จสิ้นครับ จากนั้นให้ลองควบคุมการทำงานผ่านแขนกลที่เป็นตัวควบคุมได้เลย

17

ภาพที่ 17

 

FlshPrint 3.20.0

FlshPrint 3.20.0

FlashPrint 3.20.0

วันนี้ทาง Flashforge ได้มีการปรับปรุงโปรแกรม FlashPrint เป็นรุ่น 3.20.0 โดยมีการแก้ไข พัฒนา และเพิ่มเติมคุณสมบัติต่างๆ ดังนี้

  1. สำหรับเครื่อง DLP Flashforge Hunter เพิ่มคำสั่งเปลี่ยนรูปร่างของ Raft จากเดิมเป็นรูปสี่เหลี่ยม เป็นรูปร่างเดียวกับตัวชิ้นงาน

    Image 2
    raft แบบ Projection of model

    Image 1
    raft แบบ rectangular
  2. สำหรับเครื่อง DLP Flashforge Hunter เพิ่มคำสั่งปรับแต่งความหนา และขนาดของ Raft
    Image 4 Image 3
  3. สำหรับเครื่อง DLP Flashforge Hunter เพิ่มคำสั่ง “bottom support only” ให้ทำ support เฉพาะส่วนใต้โมเดล

    Image 8
    Bottom only on

    Image 5
    Bottom only off
  4. สำหรับเครื่อง DLP Flashforge Hunter เพิ่มคำสั่งยกโมเดลให้ลอยจากพื้น

    Image 7
    ยกโมเดล

    Image 8
    ไม่ยกโมเดล
  5. สำหรับเครื่อง DLP Flashforge Hunter เพิ่มคำสั่งเปลี่ยนรูปแบบจุดปลายของ support ให้เป็นลูกกลม เพื่อให้ติดกับโมเดลได้มั่นคงขึ้น
    Image 10
    Image 9
  6. สำหรับเครื่อง DLP Flashforge Hunter เพิ่มคำสั่งเปลี่ยนแปลงองศาของปลาย support ได้
    Image 11
  7. เพิ่มชั้น solid layer ที่ support แบบ Linear ก่อนถึงตัวโมเดลเพื่อให้ผิวงานดีขึ้น ใน expert mode

    Image 13
    ไม่มี solid layer
  8. เพิ่มคำสั่งการตั้งค่าระยะห่างระหว่าง raft กับ model ได้ทำให้แกะง่ายขึ้นใน expert mode
  9. เพิ่มคำสั่งการตั้งค่า support โดยอัตโนมัติสำหรับการใช้เส้นพลาสติกแบบละลายได้ใน expert mode
    Image 14
  10. เพิ่ม function ส่งความคิดเห็นกลับไปยังผู้พัฒนาในเมนู help
  11. กด double-click ที่เมาส์ ที่กรอบของพื้นที่เพื่อเปลี่ยนมุมมองได้อย่างรวดเร็ว
    Image 15 Image 17
  12. เพิ่มคำสั่งกำหนดระยะห่างระหว่างโมเดลหลายๆ ชิ้น ในการจัดวางโมเดลแบบอัตโนมัติ
    Image 16
  13. สามารถโหลดโมเดลจากหลายๆ format เช่น obj, stl, 3mf, หรือ slc ได้ในคราวเดียวกัน
  14. แก้ bug ที่ support เปลี่ยนขนาดเองเมื่อบันทึกเป็น fpp ในบางกรณี
  15. แก้ bug ที่ slice แล้วไม่สำเร็จในงานชิ้นใหญ่
  16. ปรับปรุงการพิมพ์ brim ช่วยให้การพิมพ์สำเร็จได้มากขึ้น
  17. ปรับปรุงภาษาเยอรมัน
  18. แก้ bug และปรับปรุงการทำงานอื่นๆ

สามารถดาวน์โหลดได้จากที่นี่ 

ในอนาคตก็จะมีการปรับปรุง และพัฒนาต่อไปอีกอย่างไม่หยุดยั้ง