fbpx

แก้ปัญหาเกือกม้าอุดตันด้วย3D printing จาก Flashforge

แก้ปัญหาเกือกม้าอุดตันด้วย3D printing จาก Flashforge

Flashforge 3d printerได้ร่วมมือกับทางบริษัทผู้ผลิตรองเท้าในออสเตรเลีย Pegasus Shoeingเพื่อที่จะช่วยเหลือม้าแข่งในการสร้างอุปกรณืที่ช่วยป้องกันการบาดเจ็บที่บริเวณเท้าของม้า

ม้าที่ถูกนำมาใช้งานนั้นจะต้องผ่านการตอกเกือกม้าเพื่อติดกับเท้าของม้าก่อนเสมอ เกือกม้าจะทำหน้าที่เสมือนรองเท้าเพื่อไ่ม่ให้ม้ามีการบาดเจ็บจากการเดินวิ่งในระยะยาว แต่สำหรับม้าที่ต้องทำงานหนักๆเช่น ม้าแข่ง ม้าลากจูง เกือกม้านั้นอาจจะไม่เพียงพอ
ระหว่างที่ม้าเดินวิ่งไปในที่ต่างๆนั้นจะมีการเหยียบย่ำสิ่งต่างๆอยู่เสมอทั้งดินหินทรายต่างๆ ซึ่งระหว่างนั้นจะทำให้มีเศษเหล่านั้นมาสะสมอยู่ที่บริเวณเกือกม้าได้ซึ่งจะส่งผลให้ม้าเดินวิ่งได้ไม่ค่อยสะดวกนัก แต่หากสะสมเป็นเวลานานอาจจะทำให้มีเศษมากขึ้นจะทำให้ระหว่างเดินเหมือนกับการเดินบนดินตรงๆส่งผลให้บาดเจ็บได้

การทำรองเท้าให้ม้าในครั้งนี้ไม่ใช่การทำเพื่อทดแทนเกือกม้าแต่อย่างใด แต่เพื่อเสริมประสิทธิภาพของเกือกม้าและตัวม้าเองด้วย จึงต้องมาการออกแบบ ทดลองใช้งานและศึกษาวัสดุที่เหมาะสมมาใช้งานอยู่หลายครั้งกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ

โจทย์ที่สำคัญสำหรับการออกแบบรองเท้าม้านี้คือ รูปทรงต้องกระชับกับเท้าม้าและเกือกม้าเพื่อไม่ให้ม้ารู้สึกไม่สบายระหว่างที่ใส่ มีความทนทานและมีน้ำหนักเบาด้วย

ขั้นแรกจะทำการออกแบบรองเท้าขึ้นมาโดยจะทำการสแกนเท้าของม้าก่อน แต่พวกเขาจะใช้เครื่องX-rayในการสแกนกีบม้าแล้วทำการวัดขนาดส่วนต่างๆจากนั้นก็นำข้อมูลที่ได้ไปทำการออกแบบรองเท้าขึ้นมา

จากนั้นก็จะทำการพิมพ์รองเท้านี้ขึ้นมา โดยวัสดุที่เลือกใช้จะเป็น Nylon carbon fiber(PA-CF) เพราะเป็นวัสดุเดียวที่มีทั้งความทนทานและน้ำหนักที่เบาในตัวเอง และทำการพิมพ์ด้วยเครื่องflashforge GuiderIIs และ flashforge Creator3

ชิ้นงานที่พิมพ์ออกมานั้นจะมีสองส่วนด้วยกันคือส่วนที่รองเกือกม้าด้านในและส่วนครอบด้านนอก นำชิ้นส่วนรองเกือกม้าด้านในใส่ก่อนจากนั้นก็ตอกเกือกม้าลงไป หลังจากติดแล้วจะมีช่องว่างจะทำการอุดด้วยวัสดุทางทันตกรรม(ในรูปจะเป็นสีชมพูเหมือนกาว) เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือจะพันด้วยเทปเคลือบไฟเบอร์กลาสเพื่อป้องกันเศษดินเข้ามาอุดันและให้รองเท้ากระชับกับเท้าม้า ทำให้ม้าสามารถใช้งานได้เต็มที่

 

3D Printer ในระบบFDM ยังคงเป็นทางเลือกการผลิตงานในหลายๆวงการ ถึงแม้จะไม่ได้มีความละเอียดสูงเท่ากับระบบอื่น แต่ประเภทวัสดุที่มีให้เลือกใช้นั้นมีหลากหลายมากตั้งแต่พลาสติกพื้นฐานอย่างPLAไปจนถึงพลาสติกเกรดอุตสาหกรรมอย่าง PA-CF(ไนลอน-คาร์บอนไฟเบอร์) ,PC(โพลีคาร์บอเนต) เป็นต้น

Flashforge 3D Printer มีเครื่องพิมพ์สามมิติที่รองรับพลาสติกเกรดอุตสาหกรรมในราคาเอื้อมถึง

Filamentย่อยสลายได้100%

Filamentย่อยสลายได้100%

บริษัทผลิตFilamentสำหรับ3D printer ในประเทศสาธารณรัฐเช็คประสบความสำเร็จการผลิตFilamentที่ทำจากวัสดุย่อยสลายได้แบบ100% โดยที่เจ้าFilamentตัวนี้จะเกิดจากการผสมกันระหว่างโพลีแลคติก(PLA)กับโพลีไฮดรอกบิวทิเรต(PHB) ที่จะทำให้เส้นตัวนี้มีความแข็งแรงมากขึ้นและยังมีคุณสมบัติที่ทนต่ออุณหภูมิสุงได้ถึงขั้นเอามาทำแก้วกาแฟได้เลย และที่สำคัญFilamentนี้ยังสามารถนำมาใช้ซ้ำได้ทั้งหมด

***โพลีไฮดรอกบิวทิเรต(PHB)คือ พลาสติกที่สังเคราะห์มาจากสารประกอบคาร์บอนของวัสดุอินทรียสาร โดยดั้งเดิมนำมาจากเซลล์ของจุลินทรีย์ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสุงทำให้ไม่เป็นที่นิยมในบ้านเราและใช้งานเฉพาะด้านเท่านั้น ต่อมาได้ทำการใช้สารประกอบคาร์บอนจากผลผลิตทางการเกษตรแทน เช่น อ้อย มันสำปะหลัง(แหล่งกำเนิดเดียวกับPLA)

ก่อนหน้านี้ได้มีการวิจัยพลาสติกย่อยสลายได้โดยการสรา้งออกโซ-ไบโอพลาสติก ซึ่งเป็นพลาสติกธรรมดาที่เติมสารที่ทีให้ย่อยสลายได้เมื่อมีออกซิเจน แต่อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถย่อยสลายได้หมดซึ่งอาจทำให้มีสารพิษตกค้างสู่พื้นดินและทะเล
การวิจัยในครั้งนี้ได้มีการร่วมมืแกันรหว่างผู้ผลิตกับมหาวิทยาลัยเทคนิคสโลวัคในประเทศสโลวาเกียเพื่อที่จะให้ได้ซึ่งพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้อย่าง100% โดยเป้าหมายหลักคือพลาสติกชนิดนี้ต้องสามารถนำไปใส่ในปุ๋ยหมักกับเศษอาหารจากโรงงานและจากครัวเรือนวึ่งการย่อยสลายจะเร็วกว่าPLAถึง3เท่าตัวเลยทีเดียว โดยสารPHBจะทำให้เกิดกระบวนการย่อยสลายได้เร็วขึ้น

Filament ชินดนี้ได้ใช้ในชื่อ NonOilen โดยคุณสมบัติเส้นชนิดนี้ทั่วๆไปนั้นมันคือPLAดีๆนี่เอง แต่สิ่งที่แตกต่างกันก็คือมีความแข็ง ความเหนียวที่เหนือกว่าถึงหลาเท่าตัวอีกทั้งยังสามารถทนความร้อนได้สูงถึง110องศาเซลเซียส(ABSทนได้อยู่ที่105องศาเซลซียส) และยังง่ายต่อการพิมพ์อย่างมากเพราะจะใช้อุณหภูมิที่180-195องศาเซลเซียส เมื่อพิมพ์ออกมาจะมีงานลักษณะเงาเป็นธรรมชาติ ชิ้นงานที่ถูกพิมพ์ออกมานั้นยังมีอายุที่ยาวนานและยังใช้กับอาหารได้ด้วย

ในการวิจัยFilamentชนิดนี้นั้นได้ทำการพิมพ์ชิ้นงานออกมาแล้วทำมาหลอมทำเส้นให่อีกครั้งอยู่หลายร้อยครั้งเลยทีเดียวก็ยังสามารถใช้ได้ แล้วเมื่อนำไปฝังกลบก็ยังสามารถย่อยสลายได้โดยที่ไม่มีสารพิษตกค้างอยู่ในดินเลย

จะเห็นว่าเส้นพลาสติกที่ผลิตจากกระบวนการรีไซเคิลหรือการใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนั้นเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆแต่ก็ยังมีขายเพียงน้อยชนิดเท่านั้น ซึ่งในอนาคต3D printerอาจจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทุกบ้านมีไว้ก็เป็นได้ ก่อนจะถึงขั้นนั้นวัสดุที่ไร้พิษภัยจะต้องมีมาเพื่อให้ทุกคนสรา้งสรรค์งานได้อย่างสบายใจ

Upgradeให้ทันสมัยกับ Flexible build plate

Upgradeให้ทันสมัยกับ Flexible build plate

Flashforge ได้ปล่อย Flexible build plate ออกมาให้ผู้ใช้งานไม่ต้องมาแซะงานจากเครื่องอีกต่อไป ทำให้ยกฐานออกมานอกเครื่องเพื่อบิดงอให้งานหลุดได้เลย

***Flexible build plate for Creator pro2 สามารถใช้กับเครื่อง CreatorX , Creator proรุ่นดั้งเดิมและ Dreamerได้ด้วยนะ

การเปลี่ยนจากแผ่นรองพิมพ์รองพิมพ์จากแบบเดิมเป็นแม่เหล็ก





ในชุดของ Flexible build plate จะประกอบด้วย แผ่นรองพิมพ์ แผ่นรองพิมพ์โลหะ และแผ่นแม่เหล็กดังรูปด้านล่าง
เริ่มแรกให้ทำการทำความสะอาดแผ่นรองพิมพ์โลหะ โดยใช้กระดาษเช็ดได้เลย เพื่อไม่ให้มีฝุ่นตอนติดแผ่นรองพิมพ์
นำแผ่นรองพิมพ์ติดลงบนแผ่นรองพิมพ์โลหะ
ก่อนจะติดของใหม่ให้ทำการลอกแผ่นเก่าที่ติดอยู่กับเครื่องออกไปก่อน จากนั้นให้คราบกาวเก่าออกให้เยอะที่สุด
นำแผ่นแม่เหล็กติดลงแผ่นฐานพิมพ์ได้เลย ต้องติดให้เรียบที่สุดโดยการค่อยๆรีดไปเรื่อยๆระหว่างติด
นำแผ่นรองพิมพ์โลหะมาติดก็เรียบร้อย
หลังจากที่ทำการติดเรียบร้อยแล้วให้ทำการLevelใหม่อีกครั้งเนื่องจากติดชุดFlexible build plate แล้วจะทำให้ฐานพิมพ์มีความสูงมากขึ้น
ขั้นแรกให้หุนปรับระดับฐานลงมาให้เยอะๆก่อน จากนั้นเข้าไปที่เมนูLevelที่เครื่องจากนั้นก็ทำการCalibrate โดยที่ฐานพิมพ์กับหัวฉีดจะห่างกันที่ 0.1 มม. ซึ่งขนาดของกระดาษA4 จะมีความหนาที่0.11มม. จึงเอากระดาษสอดเข้าไประหว่างฐานและหัวฉีดเพื่อCalibrateได้

เพียงเท่านี้ก็ทำให้การใช้งานFlashforge 3D Printer ของท่านง่ายขึ้นอย่างมากมาย

นักวิจัยโชว์การพิมพ์ตับHi-Speed resin hydrogel

นักวิจัยโชว์การพิมพ์ตับHi-Speed resin hydrogel

SLA 3D Printing เป็นระบบที่กำลังจะเป็นอนาคตของวงการแพทย์จึงทำให้นักวิจัยด้านการแพทย์หรือที่เกี่ยวข้องศึกษาเกี่ยวกับการพิมพ์วัสดุททางการแพทย์(Bioprinting)เพื่อมาใช้ประกอบกับการรักษาหรือวินิจฉัยอาการป่วยให้แม่นยำมากขึ้น แม้แต่Formlabsก็มีน้ำยาเรซิ่นด้านการแพทย์อยู่หลายชนิดเช่นกัน
ทีมวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์กวิทยาเขตบัฟฟาโลได้ทำการพัฒนา 3D printer สำหรับการใช้งานเพื่อพิมพ์Hydrogelและ โชว์การพิมพ์อวัยวะและตัวอย่าเนื้อเยื่อด้วยHi-speed Resin Hydrogel โดยการพิมพ์ตัวอย่างชิ้นนี้จะใช้เวลาเพียง19นาทีเท่านั้น หากเทียบกับ3D Printerทั่วๆไปจะใช้เวลาถึง6ชั่วโมงเลยทีเดียว
จากรูปจะเป็นการเทียบสเกลกับ1เซนติเมตรเพื่อให้เห็นคร่าวๆว่าตัวงานมีขนาดประมาณไหน

ตัวอย่างงานที่พิมพ์ ที่ได้ทั้งความเร็วและความละเอียดที่สูงมาก(ประมาณขนาดโดยใช้สเกล1cmด้านบนขวา)

โดยงานนี้ได้อธิบายไว้ในงานวิจัยอย่างละเอียดในชื่อ” a study published in the journal Advanced Healthcare Materials.” ซึ่งศาสตราจารย์ Chi Zhou ได้บอกเกี่ยวกับงานวิจัยนี้ว่า “กระบวนการนี้ทำให้เราสามารถพิมพ์ชิ้นงานด้วยHydrogelในขนาดหลักเซนติเมตรได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น และยังทำให้ตัวชิ้นงานที่ได้จากการพิมพ์มีร่องรอยตำหนิน้อยลงด้วยอีกทั้งยังลดอาการบาดเจ็บของชิ้นงานจากสิ่งแวดล้อมได้ดีขึ้น เมื่อเทียบกับกระบวนการขึ้นรูปHydrogelแบบทั่วไป”

ตัวอย่างงานที่ทำการพิมพ์โชว์ โดยดูการพิมพ์ได้จากวิดีโอด้านล่าง

ซึ่งในวิดีโอที่ทางทีมวิจัยได้ทำการนำมาโชว์เรานั้นจะเป็นการพิมพ์ตัวอย่างตับ ซึ่งถ้าหากเราสังเกตด้านซ้ายของวิดีโอจะเห็นได้ว่าการพิมพ์งานชิ้นนี้ใช้เวลาไม่ถึง5นาทีเท่านั้น





3D Printing ยังคงเป็นเทคโนโลยีที่เป็นความหวังของทุกวงการในโลกที่จะพัฒนางานวิจัยและพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดดมากขึ้น

Formlabs ผู้ผลิต3D Printerที่สามารถใช้งานทางการแพทย์และอื่นๆได้เป็นอย่างดี

สร้างเครื่องติดตามนกด้วย3D Printer

สร้างเครื่องติดตามนกด้วย3D Printer

บริษัท Anitra System จากรปะเทศสารธารณรัฐเช็าก มีภารกิจในการติดตามการเดินทางของเหล่านกหลกหลายสายพันธ์ุจากทั่วโลกที่ได้เดินทางข้ามถิ่นในแต่ละฤดูกาลหรือการเดินทางในชีวิตประจำวันของนกเหล่านั้นโดยการใช้เครื่องติดตามนก

ทางบริษัทได้เริ่มที่จะทำ Bird tracking หรือเครื่องติดตามนกโดยการใช้ 3D Printer ในระบบFDMในการผลิต

ทำไมต้องใช้3D Printer?
ด้วยความหลากหลายของสายพันธ์ุของนกจึงทำให้แต่ละตัวไม่สามารถใช้เครื่องแบบเดียวกันได้ ทำให้นกแต่ละสายพันธ์ุจะใช้เครื่องขนาดที่แตกต่างกัน ให้นกสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติโดยไม่ถูกเครื่องติดตามทำให้เกะกะจนเกินไป
จากที่ว่ามาเบื้องต้นนั้นทำให้การผลิตนี้จำเป็นต้องใช้เครื่อง3D Printer เพื่อให้สามารถรองรับการพัฒนาชิ้นงานได้อย่างต่อเนื่อง และยังรองรับการพิมพ์งานในหลากหลายรูปแบบ หลากหลายขนาดอีกทั้งยังทำให้ชิ้นงานที่พิมพ์ออกมามีน้ำหนักเบาด้วย

ในการออกแบบเครื่องติดตามนกนั้นต้องคำนึงถึงรูปทรงที่เมื่อนำไปติดแล้วต้องไม่ขัดขวางการขยับของนกและยังต้องมีรูปทรงที่สามารถกันฝนตกใส่ได้แล้วยังต้องติดแผงโซลาร์เซลล์อีกด้วย จึงทำให้3D printerตอบโจทย์มากเพื่อให้การพัฒนางานต้นแบบเป็ไปได้อย่างราบรื่น และเลือกเป็นระบบFDMนั้นก้เพื่อไม่ให้ต้นทุนการผลิตนั้นสูงมากและยังมีวัสดุที่หลากหลายอีกด้วย

โดยวัสดุที่เลือกใช้นั้นจะเป็น ASA เหตุผลก็คือเครื่องติดตามตัวนี้จะทำการติดบนหลังนกตลอดเวลานั่นหมายความว่าเครื่องติดตามนั้นจะโดนแดดโดนฝนอยุ่ตลอดเวลาจึงต้องใช้วัสดุที่มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมสูงและน้ำหนักยังเบาอีกด้วย
(ASA คือ ABS ในเวอร์ชั่นปรับปรุงสองตัวนี้เหมือนกันทุกอย่างแต่ASAจะดีขึ้นและราคาสูงกว่า)

เครื่องติดตามนกของAnitraนั้นจะใช้พลังงานจากแผงโซลาร์เซลล์ในการชาร์จแบตเตอรี่เพื่อให้การทำงานของเครื่องไม่ติดขัดและใช้งานได้อย่างยาวนาน ตัวเครื่องจะให้ความรู้สึกเหมือนสพายBackpackไปตลอดทางแต่จะมีขนาดเล็กมากนั่นเอง

นี่เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดีๆจากการใช้งาน3D Printerเพื่อการวิจัยและศึกษาธรรมชาติของนกอย่างจริงจัง ทั้งหมดนี้ก็เพื่อรวบรวมข้อมูลความเป็นอยู่ของนกแต่ละสายพันธ์ุเอาไว้เพื่อที่จะศึกษาพฤติกรรมของนกทุกๆสายพันธุ์และยังเป็นการป้องกันการรุกล้ำเข้าไปในส่วนของธรรมชาติที่เป็นถิ่นอาศัยและแหล่งอาหารของบรรดานกให้ยังคงอยู่ต่อไป

Filament รักษ์โลก ทำจากพลาสติกรีไซเคิล100%

Filament รักษ์โลก ทำจากพลาสติกรีไซเคิล100%

บริษัทผู้ผลิตวัสดุสำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติในประเทศสเปนได้ประสบความสำเร็จในการผลิตFilamentที่ทำจากพลาสติกรีไซเคิลทั้งหมดในชื่อReciflex
วัสดุตัวนี้ผลิตจากเศษพลาสติกจากโรงงานทำรองเท้าและอื่นๆมาผสมกันซึ่งวัสดุที่ได้นั้นจะมีความยืดหยุ่นเล็กน้อย หรือก็คือ TPU นั่นเอง
การผลิตเจ้าวัสดุตัวนี้นั้นจะผ่านการกรองด้วยแม่เหล็กก่อนเพื่อที่จะนำวัสดุเจือปนประเภทโลหะออกให้หมดซะก่อน จากนั้นมื่อได้พลาสติกแล้สจะนำไปย่อยให้เป็นเม็ดพลาสติกก่อน
เมื่อได้เม็ดพลาสติกแล้วก็จะนำไปบดแล้วนำเข้าเครื่องหลอมอัดให้เป็นเส้นตามขนาดที่ต้องการ และเมื่ออัดจนเป็นเส้นแล้วก็จะนำไปขึ้นบนแกนพลาสติกสำหรับFilament ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

การผลิตRecycledTPU

แต่น่าเสียดายที่เจ้าตัววัสดุTPUรีไซเคิลชนิดนี้จะมีเพียงแค่สีดำทึบเท่านั้น เนื่องจากส่วนผสมพลาสติกที่ใช้นั้นมีความหลากหลายชนิดและสีจึงทำให้ต้องเติมสีดำเข้าไปเพื่อให้มันเป็นสีเดียวกันทั้งหมด
ถึงแม้ว่าจะไม่มีสีให้เลือกแต่คุณสมบัติเชิงกลของวัสดุชนิดนี้นั้นยังอยู่ในเกณฑ์ที่ยอดเยี่ยมทั้งการต้านแรงกระแทกและความต้านทานสารละลายได้เป็นอย่างดี โดยได้ถูกนำไปทดลองใช้ในอุปกรณ์ต่างๆแล้วเช่น ล้อรถบังคับ เคสกันกระแทกโทรศัพท์มือถือ โดรน และ กล้องGoPRO

พลาสติกแต่ละม้วนนั้นจะมีค่าความแข็งที่ไม่เท่ากันโดยจะอยู่ระห่วาง 96A-98A ในเกณฑ์ Shore A
**Shore Hardness คือค่าการวัดความแข็งของพลาสติกและยาง

ตารางแสดงค่า Shore ซึ่ง 96A-98A จะมีความแข็งแรงเทียบเท่าล้อรถเข็นเลยทีเดียว

ส่วนการตั้งค่าในการพิมพ์นั้นจะใช้ความร้อนที่หัวพิมพ์220-235องศาเซลเซียส ฐานพิมพ์ที่50-60องศาเซลเซียส และใช้ความเร็วตั้งแต่20-60mm/s ซึ่งเป็นค่าที่ใช้งานได้ง่ายเลยทีเดียว
ในปัจจุบันนี้ยังแทบไม่มีผู้ผลิตรายใดที่ทำวัสดุรีไซเคิลแบบ100%ขึ้นมาทั้งนี้ก็ต้องรอให้มีผลิตอย่างแพร่หลายมากขึ้นเราถึงจะได้สัมผัสวัสดุประเภทนี้กัน

PLA วัสดุพื้นฐานที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติเป็นส่วนประกอบหลัก

รู้จักการทำแม่พิมพ์(Mold)สำหรับการฉีดขึ้นรูปพลาสติกด้วย 3D Printing

รู้จักการทำแม่พิมพ์(Mold)สำหรับการฉีดขึ้นรูปพลาสติกด้วย 3D Printing

ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติกส่วนใหญ่บนโลกใบนี้นั้นขึ้นรูปโดยการฉีดขึ้นรูปโดยการใช้แม่พิมพ์(Mold) แต่การผลิตแม่พิมพ์ขึ้นมานั้นมีราคาค่อนข้างแพงและต้องใช้เวลานานเพราะแม่พิมพ์ส่วนใหญ่นั้นทำจากโลหะจึงทำการที่จะผลิตชิ้นงานจำนวนน้อยชิ้น

แม่พิมพ์(Mold) ที่ทำจาก High Temp Resin

ระบบการพิมพ์ SLA นั้นเป็นทางเลือกหนึ่งที่คุ้มค่าสำหรับการพิมพ์แม่พิมพ์เพื่อนำมาใช้ในการขึ้นรูปโมลด์อลูมิเนียม ด้วยวัสดุเรซิ่นที่มีคุณสมบัติแข็งและมีความเป็นไอโซโทรปิค(มีความสม่ำเสมอของเนื้อวัสดุ) และตัววัสดุเองก็ยังความสามารถในการเบี่ยงเบนความร้อนได้มากถึง238องศาเซลเซียส ที่ความดัน 0.45 เมกะปาสคาส นั่นหมายความว่าสามารถทนความร้อนและแรงดันเพียงพอที่จะทำแม่พิมพ์

ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติแบบตั้งโต๊ะที่ราคาไม่แพง วัสดุทนความร้อน และเครื่องฉีดพลาสติก ทำให้เป็นไปได้ที่จะทำการสร้างแต่พิมพ์ต้นแบบได้ทันทีที่บ้านเพื่อที่จะสร้างชิ้นงานต้นแบบขนาดเล็กในปริมาณที่ไม่สูงมาก(ประมาณ10-1000ชิ้น)
การพิมพ์แม่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติจะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาลงอย่างมากเมื่อเทียบกับการหล่อแม่พิมพ์โลหะ อีกทั้งยังช่วยให้ทีมวิศวกรได้ทำการปรับปรุงแม่พิมพ์ได้อย่างต่อเนื่องทำให้การพัฒนาแม่พิมพ์ทำได้อย่างต่อเนื่องด้วยต้นทุนที่ต่ำ

เครื่องพิมพ์ระบบ SLA เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการทำแม่พิมพ์ คุณลักษณะของระบบนี้คือการพิมพ์งานที่ได้พื้นผิวที่เรียบเนียนและมีความแม่นยำสูงมาก นั่นทำให้หลังจากพิมพ์งานมาแล้วทำให้แม่พิมพ์นำไปใช้ได้เลย
งานพิมพ์จากรระบบSLA มีพันธะเคมีที่แข็งแรง มีความหนาแน่นของชิ้นงานมากและมีความเป็นไอโซโทรปิกที่สูงมากอีกด้วย(มีความสม่ำเสมอของเนื้อชิ้นงาน) การทำจะสร้างงานที่มีความละเอียดสูงเช่นนี้แทบจะเป็นรไปไม่ได้เลยที่จะผลิตงานนี้บนเครื่องพิมพ์ระบบFDM

เพื่อที่จะทำแม่พิมพ์ ทางFormlabs ได้ทำการพัฒนา High Temp Resin(เรซิ่นทนความร้อนสูง) ที่สามารถเบี่ยงเบนความร้อนได้มากถึง 238 องศาเซลเซียส ที่ความดัน 0.45 เมกะปาสคาล ตัวเรซิ่นตัวนี้ยังสามารถทนความร้อนได้เป็นเวลานานแต่ใช้เวลาในการเย็นตัวน้อย

High Temp Resin

แต่เรซิ่นตัวนี้จะค่อนข้างเปราะ ถ้าหากใช้กับงานที่มีความซับซ้อนสูงอาจทำให้บิดงอหรือแตกหักได้ สำหรับงานบางประเภทนั้นการที่จะใช้งานได้หลายครั้งยังเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก

เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการปล่อยเรซิ่น Rigid 10K ซึ่งเป็นวัสดุเกรดอุตสาหกรรมที่ผสมใยแก้วเป็นจำนวนมากจึงทำให้รองรับรูปทรงเรขาคณิตต่างๆได้เป็นอย่างดี จึงเหมาะมากแก่การทำแม่พิมพ์

Rigid 10K Resin

เนื่องจากตัวเรซิ่นRigid 10K สามารถเบี่ยงเบนความร้อนได้มากถึง218 องศาเซลเซียส ที่ความดัน 0.45 เมกะปาสคาล และยังทนทานต่อแรงดึงได้อย่างมหาศาลที่ค่าTensile modulus เท่ากับ 10,000 เมกะพาสคาล ทำให้เรซิ่นชนิดนี้แข็งแกร่งแบบสุดขีด มีการรักษาอุณหภูมิที่คงที่ทำให้ผลิตงานได้เป็นหลักพันชิ้นด้วยแม่พิมพ์ที่ทำจากRigid 10K เพียงอันเดียว

เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นจะมีตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติต่างๆของเรซิ่นแต่ละชนิดให้เข้าใจมากขึ้น

เปรียบเทียบคุณสมบัติเรซิ่น

การทำพิมพ์งานจากแม่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์SLA
ความยุ่งยากของการพิมพ์งานด้วยแม่พิมพ์คือชิ้นงานที่มีลักษณะซับซ้อนและโครงสร้างของแม่พิมพ์ที่ซับซ้อนด้วย เราสามารถใช้เทอร์โมพลาสติกกับแม่พิมพ์ที่มาจากการพิมพ์สามมิติ ตัวอย่างเช่น PP,PE,TPU,TPE,POM หรือ PA ซึ่งเป้นวัสดุที่มีความหนืดต่ำซึ่งจะช่วยลดความดันและยังช่วยยืดอายุของแม่พิมพ์ได้อีกด้วย

ขั้นตอนการฉีดขึ้นรูปด้วยแม่พิมพ์3D Printing

การพิมพ์สามมิตินั้นกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถช่วยให้ส่วนงานการวิจัยพัฒนานั้นง่ายและเร็วมากขึ้น ในอนาคต3D printing จะเข้าไปอย่ในทุกงานและทุกวงการในไม่ช้า

Formlabs ผู้เดินหน้าด้วยงานวิจัยเพื่อเครื่องพิมพ์ระบบSLAคุณภาพสูงและสุดยอดวัสดุเพื่อการพิมพ์สามมิติ

Formalabs Resin for molding

รีวิวหัวฉีดAdventurer3 ใหม่ ในโหมดHigh Temp ด้วยPETG Filament

รีวิวหัวฉีดAdventurer3 ใหม่ ในโหมดHigh Temp ด้วยPETG Filament
Adventurer3 กับหัวฉีดใหม่

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาทางเราได้ทำการแจ้งข่าวเกี่ยวกับหัวฉีดใหม่ของเครื่องAdventurer3 ที่สามารถทำความร้อนได้สูงถึง265องศาเซลเซียสเลยทีเดียว
เรามาทำความรู้จักหัวฉีด Flashforge Adventurer3 และAdventurer3 Lite ใหม่กัน!

และนี่เป็นตัวอย่างของตัวงานที่พิมพ์อออกมาด้วยหัวพิมพ์ใหม่พร้อมกับการตั้งค่าเลย

Adventurer3
Nozzle:245c
Bed:70
Speed:60

นี่เป็นตัวอย่างงานง่ายๆที่เราได้ทำการทดสอบพิมพ์ด้วยความร้อนที่มากกว่าหัวฉีดแบบดั้งเดิม……แล้วแบบนี้ของใหม่มีข้อสังเกตอะไรบ้าง

ข้อสังเกตของหัวพิมพ์265องศา
-ราคาสูงกว่าหัวดั้งเดิม หากลูกค้าที่พิมพ์แค่PLA หรือวัสดุที่ไม่ได้ใช้ความร้อนสูงมากก็ไม่จำเป็นต้องใช้หัวรุ่นนี้
-การทำความร้อนจะช้ากว่าหัวรุ่นเดิมเพราะเนื่องจากวัสดุที่มีความทนทานของหัวมากขึ้น

แล้วผู้ใช้แบบไหนล่ะที่เหมาะกับหัวตัวใหม่
-ผู้ใช้ที่ใช้วัสดุความร้อนสูง ความแข็งสูงเช่น ABS PETG หรืออื่นๆ(หัวใหม่จะพิมพ์ABSได้ดีกว่าเพราะแข็งแรงกว่า ทำความร้อนได้มากกว่า)

*****Adventurer3 Lite ก็ใช้ได้เหมือนกันนะ

PETG คุณภาพสูงจาก 3DD

ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพด้วยEinscan

ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพด้วยEinscan

Lincoln Continental รถหรูสุดคลาสิกจากบริษัท Lincoln ที่ได้ร่วมมือในการผลิตกับทาง Ford ซึ่งตัวรถได้ออกมาตั้งแต่ปี1967 ซึ่งเป็นรถที่มีสเน่ห์ที่ให้อารมณ์ความหรูหราแบบยุค70 และเป็นที่ชื่นชอบของนักสะสมเป็นอย่างยิ่ง

Lincoln Continental ปี 1967

ปัญหาของรถคลาสสิกข้อใหญ่คือ อะไหล่ส่วนใหญ่หาไม่ได้แล้วเนื่องจากไม่มีการผลิตรถรุ่นนี้แล้ว อีกทั้งตัวรถก็มีอายุอย่างน้อย40ปีเข้าไปแล้วทำให้อะไหล่ก็เริ่มหายากมากขึ้นเรื่อยๆจนบางชิ้นก็ไม่มีอีกแล้ว การใช้สแกนเนอร์สแกนส่วนที่ต้องการเป็นทางออกที่ดีที่สุด
ชิ้นส่วนที่ต้องการครั้งนี้คือ ฝาครอบลำโพงด้านขวาที่อยู่บริเวณข้างล่าง แน่นอนว่าการจะหาอะไหล่ส่วนนี้กับรถที่มีอายุขนาดนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้แล้ว

ขั้นแรกจะทำการสแกนในบริเวณที่ต้องการโดยใช้Einscan Pro2x จากนั้นจะนำไฟล์สแกนไปปรับแต่งผิวให้สมบูรณ์ให้มากที่สุด

ขั้นตอนต่อมาคือการนำไฟล์.STLที่ได้จากขั้นตอนการสแกนมาเป็นแบบเพื่อร่างแบบโครงสร้างของชิ้นส่วนที่ต้องการ

การที่นำไฟล์ที่ได้จากการสแกนจะทำให้เราได้ขนาดของพื้นที่ที่แม่นยำมากและทำให้ลดเวลาในการวัดขนาดของพื้นที่ที่ต้องการแล้วนำมาขึ้นแบบอีกครั้ง

หลังจากที่ไฟล์ที่ต้องการเสร็จแล้วก็จะนำไฟล์นั้นมาพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติแบบFDMเพื่อให้ได้ชิ้นงานออกมา

และเมื่อได้ชิ้นงานออกมาแล้วก็จะทำการทดลองไปสวมใส่กับรถจริง

การพิมพ์ด้วยระบบFDMนั้นจะประหยัดค่าวัสดุมากเมื่อเทียบกับการพิมพ์ระบบอื่นรวมถึงการขึ้นรูปชิ้นงานด้วยวิธีต่างๆ หากงานที่พิมพ์ออกใส่ไม่ได้การพิมพ์ใหม่ค่าใช้จ่ายก็จะไม่สูงมาก

เครื่องพิมพ์ระบบFDM ขนาดใหญ่ที่เหมาะกับงานทุกระดับ

หลังจากที่ได้ชิ้นงานที่สมบูรณ์แล้ว ขั้นตอนสุดท้ายก็จะเป็นการตกแต่งชิ้นงาน ทำสี ติดพรม ให้ดูเข้ากับตัวรถจนรู้สึกว่าเหมือนกับเป็นของเก่าเลยทีเดียว

Einscan จาก Shining3D

การวิจัยเครื่องพิมพ์สามมิติความเร็วสูงด้วยการพิมพ์แบบอิสระ

การวิจัยเครื่องพิมพ์สามมิติความเร็วสูงด้วยการพิมพ์แบบอิสระ

นักวิจัยแห่งรัฐอิลลินอยส์ประสบความสำเร็จในการสร้างเครื่องพิมพ์สามมิติความเร็วสูง

ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์นในสหรัฐได้ทำการพัฒนาเครื่องพิมพ์สามมิติความเร็วสูงและความแม่นยำสูง โดยงานวิจัยนี้มีฐานมาจากเครื่องพิมพ์เรซิ่นทั่วไป ซึ่งจุดเด่นของเครื่องนี้ก็คือเการรวมกันระหว่างเครื่องพิมพ์น้ำยาเรซิ่นกับระบบแขนกล6แกน โดยให้มีการเคลื่อนที่อย่างอิสระ หมุน และปรับเปลี่ยนขนาดได้ในขณะที่กำลังพิมพ์ จึงทำให้การออกแบบชิ้นงานทำได้อย่างอิสระมากขึ้น

เป็นเครื่องพิมพ์ที่พัฒนาจากระบบDLPแบบเดิมผสานกับแขนกล6แกน

ในเครื่องพิมพ์สามมิติระบบดั้งเดิมที่เคยมีมาซอร์ฟแวร์จะทำการจำลองการทำงานเป็นระนาบแบนเป็นเลเยอร์ซ้อนกันหลายๆชั้นโดยจะอ้างอิงจากจุดของหัวพิมพ์แล้วสร้างแบบจำลองขึ้นมา แต่เครื่องของทางมหาลัยนอร์ทเวสเทิร์นจะสร้างแบบจำลองโดยอ้างอิงจากตัวชิ้นงานจึงทำให้การขึ้นรูปตัวงานทำอย่างอิสระและสามารถพิมพ์งานซับซ้อนได้

สรุปง่ายๆก็คือ การพิมพ์แบบดั้งเดิมที่ใช้กันอยู่ ณ ปัจจุบันนี้จะสร้างขึ้นทีละชั้นจากล่างขึ้นบนเป็นเส้นตรงตามแกนZของเครื่องพิมพ์ แต่ระบบนี้จะขึ้นรูปตามทิศทางของชิ้นงานโดยจะไม่อ้างอิงกับฐานพิมพ์เหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป

ความเร็วในการพิมพ์ของเครื่องนี้จะอยู่ที่2,000เลเยอร์/นาที ซึ่งทางทีมวิจัยได้ทำการทดสอบพิมพ์งานในหลากหลายรูปแบบเช่น หอไอเฟลเอน เกลียวคู่ เป็นต้น นอกจากนี้ยังรองรับการพิมพ์แบบหลากหลายวัสดุ(Multi materials)
การขึ้นรูปของเครื่องนั้นจะทำการสร้างแท่นจับแบบนิ่มขึ้นมาเชื่อมต่อกับฐานชิ้นงานที่แข็งแล้วทำการขึ้นชิ้นงานโดยจะมีกิ่งก้านแบบนิ่มมาคอยรองรับชิ้นงานเอาไว้

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของงานวิจัยเกี่ยวกับเครื่องพิมพ์สามมิติที่หวังว่าจะเปลี่ยนแปลงวงการนี้ไปในทางที่ดีขึ้น ก่อนที่จะมีเครื่องนี้จริงๆเราคงต้องรองานวิจัยนี้สำเร็จอย่างราบรื่นก่อนที่จะมีจะมีการเปิดเผยสู่สาธารณชนอย่างเป้นทางการ

เครื่องพิมพ์เรซิ่นคุณภาพสูงที่เหมาะกับงานทุกประเภทพร้อมให้ผู้ที่สนใจได้เป็นเจ้าของกันแล้ว!!!!!

เครื่องพิมพ์เรซิ่นคุณภาพดีที่เหมาะกับทุกงาน Formlabs

เครื่องพิมพ์เรซิ่นขนาดใหญ่สำหรับมืออาชีพ