Gyroid Infill

Gyroid Infill

ในโปรแกรม FlashPrint 3.27.0 มีการเพิ่มรูปแบบของ infill มาอีก 1 แบบเรียกว่า Gyroid ซึ่งเป็นรูปแบบที่ดีมากแบบหนึ่ง

Gyroid เป็นรูปแบบตามธรรมชาติชนิด พบเห็นได้ทั่วไปเช่นปีกผีเสื้อ หรือแม้แต่ในผนังเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ในปี 2017 นักวิจัยของ MIT พบว่าเมื่อวัสดุ Graphene ถูกปรับรูปร่างให้เหมือนกับโครงสร้าง Gyroid จะทำให้มันมีความแข็งแรงสูงขึ้นอย่างมากโดยที่ใช้เนื้อวัสดุเพียงเล็กน้อย พวกเขาค้นพบอีกว่าผลของการวิจัยนี้เกิดจากการใช้โครงสร้าง Gyroid นั่นเอง ดังนั้นการใช้วัสดุอื่นๆ เช่นพลาสติกก็จะให้ผลเช่นเดียวกัน นอกจากนี้มันยังสามารถรับแรงกระทำได้ดีจากทุกๆ ด้าน เมื่อใช้ในการพิมพ์สามมิติก็ใช้เวลาพิมพ์น้อยกว่าด้วย

ความสามารถรับแรงกดในแนวตั้งและด้านข้าง

ระยะเวลาที่ใช้ในการพิมพ์

 

หลักการเลือกใช้ Infill แบบต่างๆ 

  • หากชิ้นงานต้องรับแรงกดจากแนวดิ่ง ให้เลือกใช้แบบ Hexagon หรือ Triangle
  • หากชิ้นงานต้องรับแรงเฉือนหรือแรงกดจากด้านข้างให้เลือกใช้แบบ Gyroid
  • หากต้องการพิมพ์งานให้เสร็จเร็วให้เลือกใช้แบบ Gyroid หรือ Line

Update: ใน Version 3.28.0 FlashForge ได้เปลี่ยนชื่อเป็น 3D infill

Review FF Creator3 มีดีที่2หัวฉีด อิสระ

Review FF Creator3 มีดีที่2หัวฉีด อิสระ

Feature โดยรวมของเครื่อง

มาแกะกล่อง แล้วลองใช้งานเครื่อง Flashforge Creator3 ไปด้วยกันครับ Flashforge Creator3 หน้าตาจะดูออกเป็นแนวกล่องๆอวกาศๆ ตามสไตล์ Flashforge Guider2s โดยตัวเครื่องจะมีสองหัวฉีด ซึ่งวิ่งอิสระต่อกัน (ธรรมดาส่วนมากเครื่อง 2หัวฉีดที่ขายกันอยู่ทั่วๆไปนั้น 2หัวฉีดจะติดกันวิ่งไปด้วยกัน) มันมีข้อดีคือสามารถพิมพ์ 2ชิ้นพร้อมๆกัน , สองวัสดุ ไม่สีเลอะกัน หรือ ชิ้นงานกับ Support แยกกัน

ตัวเครื่องค่อนข้างหนัก ประมาณ 40Kg คนเดียวยกลำบากหน่อย โครงสร้างเป็นอลูมิเนียมขึ้นรูป ข้อตำต่างๆทำมาจากอลูมิเนียมเกือบทั้งหมด ปิดกรอบด้วยวัสดุพลาสติก ABS วัสดุที่ใช้ดูแข็งแรง แน่นทนทาน วางตำแหน่งหน้าจอสัมผัสไว้สูงไปหน่อย กดและมองเห็นยาก // ภายในมีกล้อง Build in ไว้ดูการทำงานของเครื่อง Online ผ่าน Cloud หรือ ผ่านมือถือได้เลย

หัวฉีด 2 หัวมีมอเตอร์ในการเคลื่อนที่แยกกัน (แยกในแนวแกน X แต่แกน Y อยู่บนรางเดียวกัน) หัวฉีดเปลี่ยนจากหัวทองเหลืองมาเป็นหัวสแตนเล ทำความร้อนได้ถึง 300°C รองรับวัสดุวิศวกรรมที่พิมพ์ด้วยความร้อนสูงอย่าง Carbon fiber / PC ได้ เนื่องจากหัวฉีดแยกอิสระต่อกันจึงสามารถพิมพ์ Support ได้ดี ไม่ไปเลอะส่วนที่เป็นชิ้นงาน

มาลงรายละเอียดกันเป็นส่วนๆได้ดังนี้ครับ

ด้านบนตังเครื่องเป็นลักษณะหน้าต่างเปิดปิดได้ ไม่เกะกะ

แกะกล่อง โครงสร้างภายนอก
กล่องของเครื่อง Flashforge Creator3 มีขนาดค่อนข้างใหญ่ 755*629*732mm ใส่รถเก๋งธรรมดาไม่ได้ต้องเป็นแบบ hatchback เปิดท้าย หรือ รถกระบะ / การแพคเครื่องมีการหุ้มกันกระแทกด้วยวัสุดโฟม / ตัวเครื่องเป็นทรงกล่องสี่เหลี่ยมขนาด 627 * 485 * 615mm จากน้ำหนักเครื่อง 40Kg ควรว่าบนโต๊ะที่แข็งแรง / ด้านหน้าตัวเครื่องเป็นหน้าต่าง ด้านข้างเป็นที่ใส่เส้นพลาสติกทั้งสองด้านสำหรับหัวซ้ายและขวา เป็นที่เก็บมิดชิด ด้านหลังของตัวเครื่องเป็นสวิทซ์เปิดปิดตัวเครื่อง ช่องต่อสาย LAN ช่องเสียสายไฟ และช่องออกของพัดลดระบายอากาศ+แผ่นกรองอากาศ

กล่องค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ

โครงสร้างภายใน
โครงสร้างด้านในตัวเครื่องโครงด้านในเป็นวัสดุโลหะแผ่นตัดขึ้นรูปด้วยเลเซอร์ รางสไลด์ข้อต่อส่วนที่เคลื่อนที่ทำจากอลูมิเนียมขึ้นรูป (หลายยี่ห้อยังใช้เป็นพลาสติกอยู่) ดูแข็งแรงทนทาน หัวฉีดเป็นอิสระต่อกันออกแบบเป็นก้อนของใครของมัน มีส่วนเช็ดเส้นส่วนเกินทั้งสองด้านพร้อมภาชนะเก็บเศษพลาสติกส่วนเกิน (สามารถถอดออกไปทิ้งได้) ด้านเสาขวาของตัวเครื่อง(มองจากเครื่องออกมาด้านนอก) มีกล้องวิดีโอ ส่วนฐานพิมพ์สามารถถอดออกจากแท่นทำความร้อนได้ สะดวกในการเอาชิ้นงานออกจากเครื่อง (มาแกะชิ้นงานนอกเครื่องไม่ต้องแซะภายในเครื่อง)

2 หัวฉีดอิสระ — ทำอุณหภูมิได้ทั้ง 300c
หัวฉีดสองตัวแยกชุดทำความร้อน/ชุดฟีดของตัวมันเอง มีมอเตอร์ เคลื่อนที่บนแทนแกนY ของใครของมัน หัวฉีดทำความร้อนได้ 300c เป็นหัวแบบ All Metal สแตนเลสจึงสามารถทำให้พิมพ์เส้น Carbon Fiber และ PC Nylon ได้

หัวฉีด 2 หัวอิสระต่อกัน ชุดใครชุดมัน

พิมพ์ชิ้นงานสองชิ้นพร้อมกันใน Mode Mirror

หัวฉีดสแตนเลส All Metal ทำความร้อนได้ 300c รองรับวัสดุได้หลายหลายเช่น Carbon Fiber

ฐานพิมพ์ถอดออกจากตัวเครื่องได้ บิดเพื่อให้แกะชิ้นงานออกง่าย
ฐานพิมพ์เป็นพลาสติกขึ้นรูปสีดำมาพร้อมมือจับให้ถอดเข้า-ออกกับแท่นทำความร้อนได้ บนฐานพิมพ์ติดด้วย Build Sheet สามารถเปลี่ยน Build sheet ได้ ฐานพิมพ์สามารถบิดงอได้ เป็นข้อดีทำให้สามารถแกะชิ้นงานใหญ่ๆได้โดยการบิดที่ฐานพิมพ์

ฐานพิมพ์ถอดมาได้ / มาพร้อมกล้อง Build in

การพิมพ์ทั้ง 4 โหมด
เนื่องจากมีสองหัวฉีดอิสระต่อกัน หากใช้สองหัวพร้อมกัน จึงสามารถพิมพ์งานได้พิเศษใน 4โหมด
1. พิมพ์สองโมเดลพร้อมกัน เหมือนกัน (Duplicate)
2. พิมพ์สองโมเดลพร้อมกัน กลับด้านกัน ซ้าย-ขวา (Mirror)
3. พิมพ์ชิ้นงานสองสี (2 Colors)
4. พิมพ์ชิ้นงานกับ Support (Support Mode)

ชิ้นงานที่พิมพ์ออกมาจากเครื่อง Duplicate, Mirror, 2color, Support

พิมพ์ชิ้นงาน กับเส้น PVA ละลายน้ำ

interface Touchscreen
ตัวเครื่องควบคุมด้วยหน้าจอ Touch Sceen 4.5นิ้ว โดยแสดงสถานะการพิมพ์กราฟิกรูป สามารถปรับอุณหภูมิระหว่างพิมพ์ได้ ปรับเพิ่มลด Speed ระหว่างพิมพ์ได้เช่นกัน

สถานะการพิมพ์ สามารถปรับอุณหภูมิ ณ จุดเวลาใดๆก็ได้ในการพิมพ์ รวมถึงปรับเพิ่มลด speed

กล้อง Build-in
สามารถดูการทำงานของเครื่องจากระยะไกล ผ่านมือถือหรือ คอมพิวเตอร์ // Cloud Printing

การเชื่อมต่อ
ตัวเครื่องสามาถเชื่อมต่อด้วย 4ช่องทาง คือ ทาง Wifi, LAN, USB Flash drive, Cloud Printing

สรุป
ตัวเครื่องเหมาะกับผู้ใช้งานทั่วไป ค่อนไปทาง Professional อย่างบริษัทออกแบบหรือโรงงาน รองรับวัสดุได้หลากหลายทั่วๆไปเช่น PLA, ABS, HIPS และวัสดุ Engineer เช่น PVA, Carbon Fiber, PC, Nylon สองหัวฉีดอิสระทำให้สามารถพิมพ์ชิ้นงานได้เพิ่มเป็นสองเท่าในเวลาที่เท่ากัน สามารถทำเป็นโรงงานขนาดย่อมๆได้

สองหัวฉีดสามารถใช้ร่วมกับวัสดุเส้นละลายน้ำ Dissolvable filament สำหรับการพิมพ์ชิ้นงานที่ซับซ้อน ต้องใช้ Support ละลายน้ำ เครื่องมีความสามารถครบครัน

จุดเด่น
1. มีสองหัวฉีดอิสระ 2หัวช่วยกันพิมพ์ พิมพ์ชิ้นงาน 2ชิ้นพร้อมๆกัน, แยกหัวหนึ่ง อีกหัวพิมพ์หัวฉีดละลายน้ำ
2. หัวฉีดทำอุณหภูมิได้สูงถึง 300c และเป็นวัสดุสแตนเลส ทำให้รองรับการใช้วัสดุ Carbon Fiber, PC Nylon
3. สามารถปรับอุณหภูมิ หรือ ความเร็วจะระหว่างพิมพ์ชิ้นงานได้ เช่นพิมพ์ไปสักพักอยากให้พิมพ์เร็วขึ้นก็ปรับได้
4. บอกแบบเป็นเครื่องปิด หน้าต่าง หรือส่วนหน้าต่างด้านบนเปิดได้ ไม่เกะกะ
5. เชื่อมต่อได้หลากหลาย wifi, cloud, LAN, Flash Drive และกล้องดูสถานะชิ้นงาน online

จุดด้อย
1. หน้าจอสัมผัส ตอบสนองช้า หลายๆครั้งต้องกดหลายที
2. เครื่องใหญ่และหนัก ยกคนเดียวไม่ได้

การทำขาเทียมอย่างง่ายด้วยตัวเอง

การทำขาเทียมอย่างง่ายด้วยตัวเอง

ขาเทียม

หนึ่งในสิ่งที่เครื่องพิมพ์สามมิติสามารถทำประโยชน์ต่อมนุษยชาติก็คือการช่วยเหลือผู้ที่ด้อยโอกาสให้ใช้ชีวิตได้อย่างปรกติสุข มีโรงงานที่ผลิตอวัยวะเทียมจำนวนมากในโลกนี้ที่ผลิตออกมาจำหน่าย แต่ด้วยราคาที่สูงจนผู้คนจำนวนมากไม่อาจจะเอื้อมถึง จึงมีผู้ออกแบบอวัยวะเทียมแบบต่าง ๆ เพื่อให้สามารถพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติซึ่งเริ่มเป็นที่แพร่หลาย และสามารถผลิตอวัยวะเทียมได้โดยไม่ยากเกินไป และมีค่าใช้จ่ายต่ำ เพื่อให้ทุกคนที่จำเป็นต้องใช้อวัยวะเทียมเข้าถึงและใช้งานได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น

นี่เป็นรูปแบบขาเทียมแบบหนึ่งที่สามารถใช้งานได้จริง และยังมีความสวยงาม การผลิตไม่ยากเกินไป อีกทั้งสามารถหาวัสดุได้ทั่วไป ซึ่งเราจะขอแนะนำการผลิตเป็นขั้นตอนดังนี้

ก่อนอื่นควรดาวน์โหลดไฟล์สำหรับการผลิตจาก https://www.thingiverse.com/thing:2754691 ในนี้จะมีไฟล์ STL และรูปประกอบตามนี้

Thingiverse thing_2754691

File list

จะมีไฟล์ STL ที่จะนำมาพิมพ์ทั้งหมด 11 ไฟล์ และไฟล์ PDF แสดงการประกอบ

เมื่อได้ไฟล์มาแล้วก็เริ่มพิมพ์กันเลย โดยเราจะใช้เครื่องพิมพ์ Flashforge Guider II ในการพิมพ์ชิ้นส่วนทั้งหมด ซึ่งใช้การพิมพ์เพียง 2 ครั้งก็ครบทุกชิ้นส่วน

unnamed2 unnamed

20180511_114425

20180510_155921

20180507_145934

เนื่องจากโปรเจคนี้เป็นเพียงการทดสอบ วัสดุที่ใช้จะเป็น ABS ทั้งหมด แต่หากใช้วัสดุที่แข็งแรงกว่านี้เช่นคาร์บอนไฟเบอร์ หรือโลหะได้ก็จะดีกว่ามาก การ setting จะกำหนดให้พิมพ์ผนังจำนวน 3 ชั้น infill 30% และ Layer height 0.15 มม. หรือ 150ไมครอน เพื่อความแข็งแรง รวมเวลาการพิมพ์ประมาณ 120 ชั่วโมง

เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วก็จะมาถึงขั้นตอนการประกอบซึ่งจะต้องหาอุปกรณ์เพิ่มเติมดังนี้

  • สลักเกลียวขนาด M3 x 20 พร้อมน็อต จำนวน  5
  • สลักเกลียวขนาด M5 x 30 พร้อม-น็อต จำนวน  2
  • สลักเกลียวขนาด M6 x 40 พร้อมน็อต จำนวน  1
  • สกรูเกลียวปล่อย ขนาด 1” 4 ตัว
  • ท่อเหล็ก หรืออลูมิเนียม ตามความยาวที่ต้องการ ที่เห็นในภาพจะเป็นท่อตรงของงานประปา ขนาดวงนอก 31.75 มม. (ถ้าหาไม่ได้หรือต้องการใช้อย่างื่อนก็อาจจะต้องแก้แบบ)
  • สปริง เราจะใช้สปริงโช๊คอัพของมอเตอร์ไซค์มาตัดใช้แทน
  • เครื่องมือ เช่นไขควง ประแจหกเหลี่ยม

IMG_0064

IMG_0065

IMG_0066

IMG_0067

IMG_0068

IMG_0069

ในส่วนของเท้าเราจะใส่น็อตลงไปในร่องทั้งสองด้านก่อน

IMG_0070

 

จากนั้นนำเอาส่วนปลายเท้ามาประกบ เอาสลักเกลียวขนาด M5x30 มายึดทั้งสองด้าน

นำชิ้นส่วนต่อไป ยึดกับโดยยึดด้วยสกรูเกลียวปล่อยขนาด 1 นิ้ว 4 จุด ยึดตุ่มกันหงาย และสปริง

IMG_0073

 

ชิ้นต่อไปเป็นส่วนที่เหมือนข้อเท้า ยึดด้วยสลักเกลียวขนาด M6x40

IMG_0075

ดูชัดๆ จุดนี้เราจะไม่ขันให้แน่นมากเพื่อให้ขยับได้ ควรจะใช้น็อตแบบล็อกได้ เพื่อป้องกันการคลายตัว เท่านี้ส่วนของเท้าก็จะเสร็จแล้ว ต่อไปจะประกอบส่วนขา

IMG_0076

นำท่อโลหะมาสวมเข้ากับส่วนข้อเท้า แล้วใช้ตัวรัดยึดเอาไว้ ใช้สลักเกลียวขนาด M3x20

IMG_0078

สวมตัวยึดแผ่นหน้าแข้งและน่องเข้าไปในท่อ

IMG_0079

นำปิดแผ่นหน้าแข้งและน่องมาสวมเข้าไปในร่อง ขยับให้ได้ตำแหน่งที่สวยงามแล้วยึดให้แน่น

IMG_0081

IMG_0082

นำตัวยึึดเบ้าสวมเข้าไปในท่อ ตามด้วยตัวเบ้ายึดให้แน่น เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

IMG_0083

หมายเหตุ

จากที่ได้พิมพ์และลองประกอบแล้ว ชิ้นส่วนหนึ่งในรูปชื่อไฟล์ “CRE-04_Cryptec_Pattern_Leg_Prosthesis-clamp.stl” ขนาดวงแหวนจะเล็กเกินไป ต้องปรับแบบเล็กน้อย ซึ่งสามารถโหลดได้ที่นี่ Prosthesis-clamp

เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วก็สามารถนำไปใช้งานได้ทันที

** ท่อในภาพอาจจะดูยาวเกินไปไม่สมส่วน เป็นเพราะเราหาเลื่อยตัดให้พอดีไม่ได้ **

ลักษณะการทำงานจะใกล้เคียงเท้าจริง โดยสปริงจะทำหน้าที่ดีดเท้ากลับทำหน้าที่เหมือนข้อเท้า เวลาเดินจะดูเป็นธรรมชาติขึ้น

รีวิวการใช้งานระบบ Polar cloud

รีวิวการใช้งานระบบ Polar cloud

สวัสดีครับ วันนี้ทาง print3dd มาแนะนำทำความรู้จัก polar cloud หรือเรียกง่ายก็คือระบบ cloud printing เราสามารถตั้งค่า สั่งพิมพ์ หรือแม้กระทั่งดูงานผ่านกล้องของเครื่องพิมพ์ได้ และที่สำคัญเพียงแค่มีอินเตอร์เนตเราก็สามารถสั่งพิมพ์งานจากที่ไหนก็ได้ ซึ่งเราสามารถใช้งานทั้งทางมือถือและคอมพิวเตอร์ จะเป็นอย่างไรไปดูกันเลย

01

เมื่อสมัครเสร็จแล้ว ให้คลิกที่ icon ด้านขวาบนของเว็บไซต์แล้วเลือก settings ในหน้านี้ให้เราจำ email และ pincode เพื่อไปใส่ที่ตัวเครื่องพิมพ์สามมิติ ในบทความนี้เราจะใช้เครื่อง Flashforge Adventerure3 ในการสาธิตวิธีใช้งานครับ

05

 

ต่อมาให้เปิด wifi ที่ตัวเครื่องพิมพ์สามมิติ และไปที่ polra cloud ในหน้านี้เราต้องใส่emailและ pincode ทีได้จากการสมัคร

(ทำการเปิดwifi)

3752

(เปิด PolarCloud เพีือใส่emailและpin code)

3751

เมื่อทำการตั้งค่าที่ตัวเครืองพิมพ์เสร็จแล้ว เราจะสามารถอัพโหลดงานผ่านระบบcloudได้แล้ว โดยเข้าหน้าเว็บไซต์ porlar cloud ให้เลือกที่ Explore และเลือก Objects 

888

คลิก upload โดยเราสามารถเลือกไฟล์จากเครื่องคอมพิวเตอร์หรือผ่าน Google Drive ก็ได้

55

ตรงนี้เราสามารถเลือกประเภทไฟล์ที่จะอัพโหลดได้ โดยให้กดตรงกรอบสีเหลี่ยมเพื่อเลือกไฟล์

02

(เลือกไฟล์เสร็จแล้วให้กดอัพโหลด)

03

เมื่ออัพโหลดเสร็จแล้ว ต่อมาให้ดูที่คำสั่งprintและกดตรงลูกศรในรูปเพื่อเลือกรุ่นเครื่องพิมพ์

07

คราวนี้เราสามารถตั้งค่าการพิมพ์ได้แล้ว โดนตรงนี้มีหลายส่วนที่สามารถตั้งค่าได้ดังนี้

-คำสั่งPLACEMENT ใช้เคลื่อนชิ้นงานปรับขนาดหรือหมุนตัวชิ้นงาน

08

-คำสั่งPRINT SETTINGS ใช้ตั้งค่าความละเอียดของตัวชิ้นงาน ตั้งความเร็วความร้อนของหัวฉีด ตรงนี้จะเหมือนกับเราใช้ Progarm Flashprint เลยครับ

09

-คำสั่งOPTIONS ในส่วนนี้จะมีการปรับUi Settingsของตัวเว็บได้ หรือแม้กระทั่งร้องขอให้ผู้อื่นพิมพ์งานให้โดยใช้ค่ำสั่งREQUEST

10

เมื่อตั้งค่าทุกอย่างเสร็จแล้วให้คลิกที่ PRINT ในหน้านี้เมื่อกด START ตัวเครื่องจะเริ่มพิมพ์งานทันที

13

จบไปแล้วนะครับ สำหรับการใช้งาน polar cloude ซึ่งเข้ามาช่วยให้การใช้งานเครื่องพิมพ์สามมิติสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยด้านล่างนี้ผมจะแนบvdoการใช้งานระบบpolar cloudไว้ให้ เพืี่อไม่ให้พลาดข่าวสารใหม่ๆเพื่อนๆสามารถกดติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/print3dd/ สำหรับวันนี้สวัสดีครับ

 

 

รีวิวการพิมพ์ ABS จากเครื่อง Flashforge Creator Pro เพื่อใช้งานจริง

รีวิวการพิมพ์ ABS จากเครื่อง Flashforge Creator Pro เพื่อใช้งานจริง

 

ภ1

 

        รีวิวพิมพ์ ABS จากเครื่อง Flashforge Creator Pro เพื่อใช้งานจริง บทความนี้จะเป็นบทความต่อจากครั้งก่อนที่ได้แนะนำโปรแกรม Solid Edge ST Classic ในการ Reverse Engineerig ไปนะครับ ถ้าใครที่ได้เข้าไปอ่านจะร้อง อ๋อ!! เลยครับ ครั้งนี้ผมจะมาแนะนำการพิมพ์งานจากพลาสติกที่เป็น ABS กับเครื่อง Flashforge Creator Pro หลายๆ คนที่อยากจะพิมพ์วัสดุ ABS หรือที่เคยพิมพ์มาแล้ว จะต้องเจอปัญหาต่างๆ แน่นอน อาจจะเป็นเนื้อพลาสติกไม่ติดฐานบ้าง งานแอ่นขึ้นมาจากฐานพิมพ์ งานแตกร้าว ปััญหาเหล่านี้เกิดขึ้นจากการตั้งค่าในการพิมพ์งานซึ่งด้วยเนื้อพลาสติก ABS มีคุณสมบัติที่เฉพาะตัวทั้งความแข็งแรง ยืดหยุ่นได้ดี แถมยังทนความร้อนได้สูงอีกด้วย แต่ก่อนที่เราจะเริ่มใช้เจ้าพลาสติก ABS ต้องรู้ธรรมชาติของมันซ่ะก่อนว่าเนื้อพลาสติก ABS นั้นเส้นพลาสติก ABS ต้องใช้ความร้อนที่สูงมากถึง 220-240 องศา และเนื้อพลาสติกยังมีการหนตัวด้วยแต่อันนี้จะทราบไม่ได้ว่าการหดตัวจะเกิดจากทางด้านไหนของชิ้นงาน แล้วแต่ลักษณะของงานนั้นๆ ด้วย หรือบางทีงานจะเกิดอาการแตกที่ตัวชิ้นงานอันนี้จะอยู่ที่การควบคุมอุณหภูมินี่ขณะที่พิมพ์ชิ้นงาน แต่ปัญหาเหลานี้สมารถแก้ไขได้สำหรับเครื่อง  Flashforge Creator Pro ตัวเครื่องจะเป็นแบบระบบปิดมีฝาครอบด้านบนและฝาปิดด้านหน้าเครื่องจะทำให้ควบคุมอุณหภูมิได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าบางเครื่องที่เป็นโครงสร้างแบบเปิดโล่งทุกด้านนั้นจะต้องลำบากหน่อยนะอาจจะหาถุงขนากใหญ่หรือกล่องมาครอบตัวเครื่องพิมพ์อีกที เพื่อไม่ให้เสีียเวลาเรามาดูการตั้งค่า และเทคนิคในการพิมพ์ ABS กันเลยดีกว่าครับ

 

Flashforge-Icon

ภาพที่ 2

        สำหรับเครื่องพิมพ์ Flashforge Creator Pro นั้นจะใช้ Software ชื่อ Flashprint ในการสไลด์งานให้เป็น gcode ก่อนที่จะพิมพ์งานก่อนที่เราจะพิมพ์งานต้องทำการคาริเบทของตัวฐานพิมพิมพ์ของเครื่องให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นให้นำผ้าสะอาดชุบแอลกอฮอล์ที่ใช้ล้างแผลเช็ดทำความสะอาดที่ฐาน เพราะว่าบางที่ฐานพิมพ์อาจจะมีฝุ่น หรือความมันจากมือของเราเองจะทำให้เนื้อพลาสติกนั้นไม่ติดกับฐานของเครื่องพิมพ์ได้ครับ เมื่อทำตามวิธีนี้เสร็จแล้วเรามาดูการตั้งค่าภายใน Software กันตามภาพที่ 3

 

3

ภาพที่ 3

9

ภาพที่ 4

 

        การตั้งค่าในการพิมพ์งานของเครื่อง Flashforge Creator Pro นั้น ได้เลือกใช้หัวขวาในการพิมพ์(เลือกหัวไหนพิมพ์ก็ได้ล้วแต่เรา) ผมจะเปิดทาง Raft เพื่อให้งานที่พิมพ์นั้นยึดเกาะติดกับฐานพิมพ์ได้ดียิ่งขึ้น แต่ขอบอกก่อนเลยว่าบางทีงานอาจจะกระดกได้เหมือนกันนะครับ ที่จริงอย่ากจะแนะนำให้เปิดใช้ Brim มากกว่าเพราะจะเสียเวลาในการพิมพ์เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย แต่ทำไหมผมถึงใช้ Raft นั้นเนื่อวจากผมได้วางชิ้นงานที่มีด้านสัมผัสกับฐานพิมพ์ที่น้อยเลยใช้ Raft แทนถ้าด้านที่สัมผัสกับฐานมีหน้าสัมผัสเยอะกว่านี้ก็คงจะใช้ Brim ครับ ตามภาพที่ 4 ส่วนความละเอียด(Layer Height) ที่จะอยู่ที่ 200 ไมคอน

 

4

ภาพที่ 5

        ส่วนในเรื่องของความของชิ้นงานผมจะให้ตั้งค่าขอบองชิ้นงาน (Parimeter Shell) อยู่ที่ 3 ชั้น จะมีความหนาเท่ากับ 1.2 mm. ส่วนผนังด้านล่างและด้านบน (Top/Bottom Solid Layer) จะอยู่ที่ 4 ชั้น มีความหนาเท่ากับ 0.8 mm ถ้าต้องการใช้มีความแข็งแรงกว่านี้ ก็อาจจะเพิ่มความหนาเข้าไปอีกบางทีถ้าเราเลือกค่าตรงนี้น้อยจะทำให้พิมพ์ชิ้นงานออกมาแล้วผิวของชิ้นงานจะไม่สวย และไม่แข็งแรง อันนี้ก็ต้องแล้วแต่จุดประสงค์ของแต่ละคนว่างานที่ต้องการนั้นเป็นแบบไหนบางที่ต้องการให้แข็งแแรงบางทีต้องการให้มีความอ่อนตัวได้

 

5

ภาพที่ 6

6

ภาพที่ 7

7

ภาพที่ 8

 

        ส่วนด้านในของชิ้นงานผมจะใช้ (Fill Density) อยู่ที่ 20% รูปแบบของ infill เป็นแบบหกเหลี่ยมเพื่อให้มีความแข็งแรง (ภาพที่ 6) ต่อมาเป็นส่วนที่สำคัญมากอย่างหนึ่งในการพิมพ์ ABS ความเร็วในขณะที่พิมพ์งานควรจะตั้งมีความเร็วที่ไม่เร็วมากผมจะเลือกใช้อยู่ที่ 30 mm/s เพราะว่าเนื้อพลาสติก ABS นั้นมีการหดตัวมากอยู่พอสมควรและใช้ความร้อนที่สูงด้วย ถ้าเราใช้ความเร็วที่มากเนื้อพลาสติกยังไม่ทันจะยึดเกาะกับอีกชั้นที่ฉีดออกมาเลย (ในระหว่างชั้นของงานจะเกิดแรงดึงของเนื้อพลาสติก) อาจจะทำให้เกิดรอยแตกราว ผิวงานไม่เรียบสวย หรือเกิดการแอ่นของชิ้นงานได้ แต่ในทางกลับกันถ้าเราใช้ความเร็วที่ช้าเนื้อพลาสติกจะมีเวลาให้ยึดเกาะเรียงตัวกันในแต่ละชั้นได้ดีกว่า (ภาพที่ 7) ส่วนการเลือกใช้อุณหภูมิในการพิม์นั้นจะสามารถเลือกใช้ตามที่ข้างกล่องของเส้นพลาสติกนั้นได้เลยหรืออาจจะใช้ประมาณ 220-240 องศา ได้เลยแล้วแต่ขนาดของชิ้นงาน ผมจะเลือกใช้อยู่ที่ 230 องศา และฐานพิมพ์อยู่ที่ 105 องศา อันนี้จะเป็นค่าที่โปรแกรมตั้งมาให้อยู่แล้วครับ (ตามภาพที่ 8)


8

ภาพที่ 9

        เมื่อเราตั้งคร่าเสร็จเรียบร้อยแล้วได้ไฟล์ที่ไลด์ออกมาเป็นชั้นๆ งานชิ้นนี้จะใช้เวลาอยู่ที่ 3 ชั่วโมง 4 นาที เส้นที่ใช้มีความยาว 7.52 เมตร เมื่อเริ่มพิมพ์ชิ้นให้สังเกตุที่หน้าเครื่องสัก 2-3 ชั้นของชิ้นงานว่าขึ้นได้ดีไหม เส้นที่ฉีดออกมาเบียดหรือห่างกันรึเปล่าเพราะบางทีตอนที่เราทำการคาริเบทฐานของเครื่องพิมพ์มันจะไม่ 100% อยู่แล้ว จึงจะให้ปรับตอนที่กำลังพิมพ์เลย และอีกอย่างถ้าพิมพ์ ABS จะให้พิมพ์ฝาครอบของตัวเครื่องด้วยจะทำให้พิมพ์ชิ้นงานได้ดียิ่งขึ้นครับ เมื่อเราพิมพ์ชิ้นงานเสร็จแล้วอย่าเพิ่งนำชิ้นงานออกจากตัวเครื่องนะให้รออุณหภูมิภายในเครื่องค่อยๆ ลดลงอาจจะใช้เวลาประมาณ 20-30 แล้วแต่ขนาดของชิ้นงานนั้นๆ เพื่อให้เนื้อพลาสติก ABS ค่อยจับตัวกันจะได้ไม่เกิดอาการผิวงานแตกร้าวครับ อันนี้จะเป็นรูปตัวอย่างชิ้นงานที่เราพิมพ์ออกมา (ภาพที่ 10) จากภาพจะเห็นว่ามี Support อยู่ให้เราแกะออกได้เลย ไม่จำเป็นจะต้องใช้พลาสติกที่เป็นเนื้อ Support โดยเฉพาะครับ

 

10

ภาพที่ 10

2561_05_14_8

ภาพที่ 11

2561_05_14_7

ภาพที่ 12

 

        เมื่อนำชิ้นงานไปประกอบเข้ากับรถเข็นคนพิการซึ่งจะเป็นฝาครอบด้านข้างตรงล้อของรถ ตามภาพที่ 11-12  จะเทียบให้ดูว่าทำออกมาได้ใกล้เคียงขนาดไหนเริ่มต้นจากการสแกนชิ้นงานจริงแล้วนำไฟล์งานมา Revers ต่อเพื่อแก้ไข และสุดท้ายพิมพ์ชิ้นงานแบบ 3 มิติ ออกมาใช้งานจริงถ้าต้องการให้เนื้อผิวมีความละเอียดกว่านี้เครื่อง Creator Pro ก็สามารถละเอียดได้ถึง 50 ไมคอน(0.05mm) จะเห็นได้้ว่าชิ้นงานที่พิมพ์มาสามารถประกอบใส่กับรถเข็นได้อย่างพอดีสามารถใช้งานจริงได้เหมือนชิ้นส่วนอันเก่า ถ้าไม่สังเกตุอย่างจริงจังก็จะแยกไม่ออกเลยครับ

2561_05_14_5

ภาพที่ 13

2561_05_14_4

ภาพที่ 14

2561_05_14_1

ภาพที่ 15

2561_05_14_3

ภาพที่ 16

การใช้งานโปรแกรม 3DSlicer กับเครื่องพิมพ์ 3 มิิติเบื้องต้น

การใช้งานโปรแกรม 3DSlicer กับเครื่องพิมพ์ 3 มิิติเบื้องต้น

3DSlicerLogo-H-Color-1273x737

วันนี้ทาง Print3dd จะมาแนะนำโปรแกรม Slicer ที่เกี่ยวกับทางการแพทย์ นั้นคือโปรแกรม 3DSlicer ซึ่งความสามารถของโปรแกรมนี้ สามาถนำไฟล์ Dicom หรือ ไฟล์นามสกุล .dcm (ไฟล์dicom เป็นไฟล์ทางการแพทย์ ส่วนใหญ่จะได้มาจากการาสแกน MRI Scan หรือ CT Scan)

 

ตัวอย่างไฟล์dicom

12

โปรแกรม 3DSlicer เป็นโปรแกรม Freeware  สามารถ Download Program 3DSlicer ได้ที่นี่ https://www.slicer.org  

ก่อนเริ่มการใช้งานโปรแกรมเราจำเป็นต้องมีไฟล์ Dicom เสียก่อน แต่ถ้าหาไฟล์ไม่ได้เราสามารถใช้ไฟล์ตัวอย่างที่ติดมากับโปรแกรม 3DSlicer ได้เช่นกัน เมื่อเปิดโปรแกรมเราจะเจอกับหน้าต่างนี้ โดยเราสามารถ Download File ได้จากเมนู Download Sample Data ซึ่งจะมีไฟล์จำนวนหนึ่งให้เราทดลองใช้งาน

13

ตัวอย่างไฟล์

14

เมื่อเราเลือกไฟล์ทีต้องการได้แล้ว ให้เลือกไปที่คำสั่งSegment editor (ตรงที่วงกลมไว้ในภาพ)

02 -

 

ต่อมาให้เลือกคำสั่ง (1) Add และเราจะทำการเลือกส่วนที่ต้องการโดยใช้คำสั่ง(2) Threshold โดยในคำสั่งThreshold จะมีแถบคำสั่งทีั่ชื่อว่า Threshold Range ไว้กำหนดส่วนที่ต้องการทำให้ออกมาเป็นโมเดลสามมิติ ซึ่งจะต้องเลื่อนแถบสีฟ้าด้านล่างเพื่อกำหนดขนาดชิ้นงาน โดยอธิบายแบบเข้าใจง่ายๆคือ ยิ่งมีแถบสีเขียวขึ้นที่ตัวงานมามากเท่าไร เราจะได้เนื้องานของชิ้นงานสามมิติมากขึ้นเท่านั้น

06

ต่อไปเป็นขั้นตอนในการดึงงานจากไฟล์ dicom ให้เป็นชิ้นงานสามมิติ โดยใช้คำสั่ง(1) Show3d และกด (2) Apply เราจะได้งานออกมาเป็นโมเดลสามมิติ

07

ตัวอย่างงานที่ได้ออกมาเป็นชิ้นงานสามมิติ

15

 

เราสามารถนำโมเดลชิ้นนี้ออกไปพิมพ์ได้เลยหรือเราจะตัดเพียงบางส่วนออกไปพิมพ์ก็ได้โดยใช้คำสั่ง Scissors คำสั่งนี้สามารถลากตัดตัวชิ้นงานได้เลยครับ ง่ายมากๆ

08

ต่อมาเราจะทำการแปลงไฟล์ให้เป็นนามสกุล stl. โดยเลือกคำสั่ง Segmentations

8

 

เมื่อเลือกคำสั่ง Segmentations แล้วด้านล่างจะมีหัวข้อ (1) exprot/import models and labelmaps ให้เลือตรง output type เป็น models และเลือก (2) Export เมือทำเสร็จในขั้นตอนนี้ เราจะสามารถExportเป็นนามสกุล stl,objได้แล้ว

9

 

โดยเลือกที่ save จะขึ้นหน้าต่าง save scene and unaved data ให้เราเลือกได้เลยครับว่าจะเซฟเป็นนามสกุลอะไร เมื่อได้ไฟล์มาแล้วสามารถนำไฟล์นี้เข้าโปรแกรมของเครื่องพิมพ์สามมิติได้เลย

17

 

ลองนำไฟล์เข้าโปรแกรมflash print

18

 

จบลงไปแล้วนะครับสำหรับการใช้งานโปแกรม 3D Slicer เบื้องต้น จริงแล้วในโปรแกรมนี้ยังมีคำสั่งให้เลือกใช้อีกเยอะมาก เพื่อนๆคนไหนสนใจสามารถโหลดมาลองเล่นดูได้ครับ โดยผมจะลง vdo การใช้งานโปรแกรมตัวไว้ด้านล่าง สำหรับวันนี่้ขอตัวลาไปก่อน สวัสดีครับ

 

 

ทำความรู้จัก Polar Cloud/ Cloud 3D Printing

ทำความรู้จัก Polar Cloud/ Cloud 3D Printing

Set

ช่วงหลายเดือนมานี้จะได้ยินติดหูเรื่อง IoT หรือ Internet of Things อินเตอร์เนตในทุกๆสิ่ง อะไรๆเอะอะก็ต่อเนตได้ หรือ Ubiquitous พบหาได้ทุกที่ ปัจจุบันเรื่องนี้มาเกี่ยวเนื่องกับเครื่องพิมพ์ 3มิติ แล้วครับ จริงๆมานานหลายปีแล้วช่วงนี้เพิ่งมีโอกาสมาเขียน บวกกับเดี๋ยวนี้หลายเครื่องรองรับระบบนี้กันแล้ว

เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า 3D Printer เป็นอะไรที่เปลี่ยนโลกของการออกแบบ-การผลิต ตามนวัตกรรม 4.0 หากมีไฟล์ 3มิติ ก็สามารถพิมพ์ชิ้นงานนั้นออกมาให้สัมผัสได้จริง ตอนนี้มีการประยุกต์เทคโนโลยี 3D Printing มาบวกกับ IoT อย่าง Cloud 3D Printing ก็ทำอะไรหลายๆอย่างได้มากขึ้นหลากหลาย ลองจินตนาการจากแต่ก่อนที่เราใช้เครื่องพิมพ์ 3มิติเองที่บ้าน แต่ตอนนี้สามารถควบคุมและสั่งพิมพ์ชิ้นงานหลายๆชิ้นในเวลาพร้อมๆกัน ติดตามสถานะการพิมพ์ของ 3D Printer หลายๆเครื่องที่เรามีสิทธิ์ใช้ในวง Cloud ได้ สั่งพิมพ์ชิ้นงานและใช้เครื่องพิมพ์จากที่ไหนก็ได้

แสดงให้เห็นการดูสถานะการทำงาน สามารถดู video real time(เครื่องที่มีกล้อง) ดูว่าพิมพ์ไปได้กี่เปอร์เซนต์ ความร้อนหัวฉีด เป็นต้น
แสดงให้เห็นการดูสถานะการทำงาน สามารถดู video real time(เครื่องที่มีกล้อง) ดูว่าพิมพ์ไปได้กี่เปอร์เซนต์ ความร้อนหัวฉีด เป็นต้น

ระบบ Cloud ทำให้เรา ควบคุม ติดตาม จัดการ เครื่องหลายๆเครื่องได้ในเวลาเดียวกัน / กำหนดสิทธิการใช้งานได้ จึง เหมาะกับองค์การ บริษัท / โรงเรียน มหาวิทยาลัย / โรงงาน 3D Printing Farm
ในแง่ user พนักงานในองค์กรบริษัท สามารถเลือกใช้ 3D Printer ที่ว่างอยู่ได้ นักเรียน/อาจารย์-ในโรงเรียนมหาลัย สามารถเลือกใช้เครื่องในระบบให้ตรงกับงานตัวเองได้ โดยมี Admin เป็นผู้กำหนดสิทธิ์การใช้ได้
หรือเจ้าของโรงงานพิมพ์ 3มิติ (3D Printing Farm) กำหนดคิวการพิมพ์ได้ เครื่องไหนว่างก็พิมพ์งานในคิวต่อไปได้ ใช้เครื่องในระบบทั้งหมดของตนได้เต็มประสิทธิภาพ

Cloud 3D Printing มีหลายตัวให้ใช้เช่น OctoPrint, Polar Cloud, Astro Print แต่ในบทความนี้ผมขอโฟกัส ที่ Polar Cloud เนื่องจากปัจจุบันสินค้าที่เราขายมี Build-In ตัวนี้มาเลย ทั้งนี้ตัวนั้นยี่ห้ออื่นๆก็สามารถใช้ตัวอื่นได้ แต่อาจจะต้องซื้ออุปกรณ์เสริมก็ Set เพิ่มเติม
อ่านได้ที่นี่ >> https://polar3d.freshdesk.com/support/home
รุ่นที่มี Build-In มาเลย
Flashforge Adventerure3
Flashforge Guider2
Flashforge Finder (รุ่นที่ Adaptor นอกเครื่อง)

แสดงกล้องของ FF Adventurer3
แสดงกล้องของ FF Adventurer3

มันทำงานอย่างไร?
หลักการทำงานง่ายๆของมันคือให้ 3D Printer ต่อ internet เครื่องที่เรา set จะไปต่อกับกับ server ของ Polar Cloud จากนั้นเราก็สามารถควบคุมเครื่องทั้งหมดได้ผ่านหน้าเวบ จะใช้ PC, mobile หรือ Tablet ก็ได้ เจ้าของเครื่อง หรือ Admin สามารถแชร์เครื่องให้คนอื่นใช้งานเครื่องได้ ที่สำคัญคือกำหนดสิทธิได้
Polar Cloud Diagram
มันมีประโยชน์อย่างไร?

  • ควบคุม Control สามารถควบคุมเครื่องพิมพ์ได้หลายเครื่องในเวลาเดียวกัน สามารถสั่งพิมพ์หลายๆงานได้ในเวลาเดียวกัน เครื่องไหนว่างก็สามารถสั่งพิมพ์งานต่อ และที่สำคัญคือสามารถควบคุมเครื่องจากระยะไกล อยู่ที่ไหนก็สามารถสั่งพิมพ์ได้
  • พิมพ์จำนวนมาก/จัดการคิว Batch Print/ Queue management หากมีจำนวนการพิมพ์มากๆต้องพิมพ์หลายชิ้น สามารถกระจายให้หลายๆเครื่องพิมพ์ จัดการลำดับการพิมพ์ได้
  • ติดตามสถานะ Monitor ดูสถานะการทำงานของเครื่องได้ พิมพ์ไปแล้วกี่เปอร์เซนต์ หัวฉีดอุณหภูมิเท่าไหร่ เส้นหมดหรือเปล่า หากรุ่นไหนมีกล้องก็สามารถใช้ประสิทธิภาพเครื่องได้สูงสุด สามารถดูว่าวิดีโอว่าพิมพ์ไปถึงไหนได้เลย
  • จัดการ Manage User กำหนดสิทธิการใช้งานได้ สมมติว่าเราเป็นเจ้าของเครื่อง หรือเราเป็น Admin สามารถแชร์เครื่องให้คนอื่นใช้ได้ เช่น User1 ใช้เครื่อง A, B, C ได้ แต่ User2 ใช้ได้เฉพาะเครื่อง C เป็นต้น
  • ดูประวัติการพิมพ์ History Log สามารถดูประวัติการพิมพ์ เวลาที่ใช้ พิมพ์จากเครื่องไหน ใช้เส้นพลาสติกที่ไปเท่าไหร่

ควบคุมการทำงาน หลายเครื่องได้ในคราวเดียว
ควบคุมการทำงาน หลายเครื่องได้ในคราวเดียว

เหมาะกับใคร?

  • โรงเรียน มหาวิทยาลัย Education สถานศึกษาหลายๆแห่งใช้เครื่อง 3D Printer ในการเรียนการสอน หรือ ใช้ในการทำโปรเจคที่ต้องพิมพ์เยอะๆ หากเครื่องพิมพ์ที่มีเซตให้ต่อกับ Cloud ได้ก็ทำให้นักเรียน สามารถเข้าใช้งานเครื่องได้ใน Pool นั้นๆ เช่นห้องเรียนทาง วิทยาศาสตร์ STEM มีเครื่องไว้ใช้ 5 เครื่องนักเรียนหลายคน ก็สามารถแบ่งให้นักเรียนใช้ได้ อาจารย์ควบคุมการใช้ของนักเรียนได้ด้วย
  • บริษัท Company หากบริษัทมีหลายแผนก สามารถแชร์การใช้งานได้ใน Pool 3D Printer ที่มี หรือ สามารถมอนิเตอร์การพิมพ์งานจากที่อื่นได้
  • โรงงานพิมพ์สามมิติ 3D Printing Farm หากเป็นโรงงานพิมพ์ 3มิติ สามารถสั่่งการพิมพ์ งานของตนได้อย่างเป็นระบบ ลดเวลา ลดคน เครื่องไหนว่างจับยัดงาน

จำเป็นต้องมีไหม?
หากถามว่าจำเป็นไหม ตอบว่าไม่จำเป็นครับ แต่หากมีก็ดีสามารถจัดการเคยพิมพ์ 3มิติ ของเราได้ง่ายขึ้น

สรุป
เครื่องพิมพ์ 3มิติที่มี Cloud ก็เหมือนติดปีกให้เครื่องพิมพ์

  • กรณีคนทั่วไป ทำให้เราสามารถควบคุมเครื่องจากที่ไหนก็ได้ อยู่ข้างนอกก็สั่งพิมพ์งานได้ ดูสถานการพิมพ์หรือดูวิดีโอ Real time
  • กรณีเป็นองค์กร/สถาบัน มีเครื่องหลายเครื่อง ก็สามารถจัดการผู้ใช้งานได้ ควบคุมการใช้งาน หรือ ติดตามสถานะได้ เป็นเครื่องมือที่ดีในการจัดการอะไรต่างๆได้ง่ายขึ้น

tendai-raises-2m-for-robot-operated-3d-printing-farm-concept-1

เปลี่ยนรูปภาพธรรมดาให้กลายเป็นผลงานที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้นจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

เปลี่ยนรูปภาพธรรมดาให้กลายเป็นผลงานที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้นจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

1

        การสร้างสรรค์งานศิลปะจากเครื่องพิม์ 3 มิติ ที่เปลี่ยนจากรูปภาพธรรมดาให้ดูน่าสนใจขึ้นมากกว่าเดิม มันเกิดจากการนำผลงานภาพถ่ายมาทำให้มีมิติมากขึ้น จากภาพด้านบนที่เห็นเป็นใบหน้าของเสือด้านซ้ายจะเป็นภาพถ่าย ตรงกลางเป็นงานที่พิมพ์ออกมาจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ และรูปขวามือจะเป็นงานที่รวมระหว่างงาน 3 มิติกับแสงไฟ หรือเรียกว่า Lithophane ซึงได้รับการพฒนาขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 17 ในยุโรป เป็นงานศิลปะแกะสลักหรือแม่พิมพ์ที่มีความโปร่งแสงที่สามรถมองเห็นได้ชัดเจนเมื่อนำไฟมาส่องที่ชิ้นงาน Lithophane จะทำให้ภาพมีความเป็น 3 มิติ ขึ้นมาซึ่งจะแตกต่างจากงานกะสลักแบบ 2 มิติอย่างสิ้นเชิง

 

2

        ภาพพิมพ์แบบ 3 มิติ เกิดขึ้นได้อย่างไร? เกิดจากการประมวลผลภาพดิจิตอล (ขาวดำ) ประกอบกับพิกเซลที่มีสีแตกต่างกันจากสีขาวไล่ไปจนถึงสีดำ เพราะจะสามารถกำหนดค่าให้เกิดเป็นตัวเลขพิกเซลจากค่า 0-255 การทำงานนี้จะเกิดขึ้นภายในการประมวลผลของซอฟต์แวร์โดยจะใช้ข้อมูลแบบเมทริกซ์ในการประมวลผล หลังจากการประมวลผลเสร็จสิ่งที่ได้จะแสดงความหนาบางของชิ้นงานจะมาจากความสว่างของพิกเซล คือความสว่างมากจากบางมาก แต่ถ้าสว่างน้อยหรือมืดจะมีความหนาที่มากเช่นกัน สามารถดูได้จากภาพด้านบนเป็นภาพสุนัขจะเรียงจาก 2 มิติ, 3 มิติ จากซ้ายไปขวา

 

3

        ภาพพิมพ์แบบ 3 มิติ สามารถนำไปสร้างรายได้ให้กับผู้ที่ใช้งานเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ได้อาจจะทำเป็นเป็นของขวัญแบบส่วนบุคคลตามโอกาศต่างๆ เช่น วันเกิด วันครบรอบ วันแต่งงาน วันคริสต์มาส เป็นต้น ถ้าต้องการนำไปตกแต่งภายในบ้านก็สามารถทำได้อาจจะนำไปทำเป็น โคมไฟ แจกัน และอื่นๆ อีกมากมาย จากภาพด้านบนจะเป็นโคมไฟที่มีภาพคนติดอยู่ ด้านซ้ายจะเป็นภาพที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ แบบที่ยังไม่ได้เปิดไฟส่วนตรงกลาง และด้านขวาได้เปิดไฟแล้วแต่สีของไฟจะแตกต่างกัน เราสามารถปรับเปลี่ยนสีของไฟที่จะใส่ได้บางทีอาจจะทำเป็นโคมไฟ LED แบบ RGB เลย อยากได้สีอะไรก็เลือกเปลี่ยนได้ ซึ่งจะทำให้ชิ้นงานนั้นมีความน่าสนใจมากยิ่งขั้นได้อีก เชื่อได้เลยว่าคนที่ได้รับของขวัญไปชอบแน่ครับ

 

4

        ทั้งหมดนี้เป็นไอเดียที่มาจากผู้ใช้งานซึ่งเขาได้เปิดรับทำงานประเภทนี้อยู่ทาง kickstarter ราคาของงานจะขึ้นอยู่กับรูปแบบและขนาด ตอนนี้เขามีแผนที่จะขยายงานที่จะรับทำเพิ่มขึ้น จากที่มีอยู่เป็นภาพ 3 มิติ อาจจะเพิ่มของใช้ต่างเข้ามาด้วย เช่น เคสมือถือ เคสอันนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพวาดฝาผนังของอาคารเก่าแก่ในอิหร่าน ท่านไหนที่สนใจเข้าไปดูได้ ที่นี่… เคสของมือถือนี่สามารถสร้างความเป็นเจ้าของของแต่ละคนได้อาจจะใส่ชื่อลงไปบนเคสหรือสามารถแต่งเติมได้ตามที่ตัวเองต้องการ งานที่ออกบบมานี้สามารถใช้ได่กับ iPhone และ Samsung วัสดุที่ใช้เป็นพลาสติกที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมชนิด PLA แต่ในอนาคตอาจจะมีวัสดุที่มีความยืดหยุ่นได้เพิ่มเข้ามาอีก เพื่อให้เหมาะสมต่อชิ้นงานต่างๆ อย่างหลากหลาย  เรามาดูกันดีกว่าว่าแต่ละชิ้นงานนั้นราคาเท่าไหร่กันบ้างที่เค้ารับทำ

 

5

        งานเคสมือถือ iPhone 5s สามารถเลือกสีและใส่ชื่อตามที่ต้องการได้ วัสดุที่ใช้เป็น PLA ราคาต่อชิ้นอยู่ที่ประมาณ 460 บาท เคศที่ทางเค้ารับทำตอนนี้ก็จะมี iPhone, Samsung

 

6

        ภาพพิมพ์ 3 มิติ ขนาด 4 นิ้ว (ไม่รวมไฟ LED) ราคาประมาณ 574 บาท

 

7

        ภาพพิมพ์ 3 มิติ ขนาด 4 นิ้ว (พร้อมไฟ LED สำหรับตอนกลางคืน) ราคาประมาณ 727 บาท

 

8

        ภาพพิมพ์ 3 มิติ ขนาด 4 นิ้ว (พร้อมไฟ LED สำหรับตอนกลางคืนเปลี่ยนสีได้) ราคาประมาณ 804 บาท

 

9

        ภาพพิมพ์ 3 มิติ แบบเป็นกล่องจะมีทั้งหมด 5 ภาพ ขนาด 4.75 x 3.55 x 3.55 นิ้ว พร้อมไฟ LED ที่สามารถเสียบไฟเลี้ยงจากช่อง USB หรือแล็ปท็อปได้ ราคาประมาณ 1,722 บาท

        เห็นไหมครับเราสามารถสร้างอาชีพหรือรายได้จากงานที่ทำจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ได้ง่ายๆ เลย เพียงค่เราต่องมีไอเดียที่จะสร้างสรรค์งานขึ้นมา จากด้านบนถือเป็นความคิดที่ดีมากเลยครับ เป็นการนำภาพของบุคคลนั้นๆ มาทำเป็นของที่ระลึกหรือของขวัญและยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์เป็นโคมไฟ เคสมือถือ ที่มีเอกลักษณะเฉพาะของส่วนบุคคลเลยครับ ถ้าท่านผู้ใช้งานที่มีเครื่องพิมพ์ 3 มิติอยู่แล้วลองทำกันดูได้นะครับอาจจะนำภาพของตัวเองมาพิมพ์แล้วใส่ไฟ LED นำมาติดหรือตั้งไว้ภายในบ้านก็สวยดีนะครับ

 

ที่มา : https://www.kickstarter.com/projects/

FlshPrint 3.20.0

FlshPrint 3.20.0

FlashPrint 3.20.0

วันนี้ทาง Flashforge ได้มีการปรับปรุงโปรแกรม FlashPrint เป็นรุ่น 3.20.0 โดยมีการแก้ไข พัฒนา และเพิ่มเติมคุณสมบัติต่างๆ ดังนี้

  1. สำหรับเครื่อง DLP Flashforge Hunter เพิ่มคำสั่งเปลี่ยนรูปร่างของ Raft จากเดิมเป็นรูปสี่เหลี่ยม เป็นรูปร่างเดียวกับตัวชิ้นงาน

    Image 2
    raft แบบ Projection of model

    Image 1
    raft แบบ rectangular
  2. สำหรับเครื่อง DLP Flashforge Hunter เพิ่มคำสั่งปรับแต่งความหนา และขนาดของ Raft
    Image 4 Image 3
  3. สำหรับเครื่อง DLP Flashforge Hunter เพิ่มคำสั่ง “bottom support only” ให้ทำ support เฉพาะส่วนใต้โมเดล

    Image 8
    Bottom only on

    Image 5
    Bottom only off
  4. สำหรับเครื่อง DLP Flashforge Hunter เพิ่มคำสั่งยกโมเดลให้ลอยจากพื้น

    Image 7
    ยกโมเดล

    Image 8
    ไม่ยกโมเดล
  5. สำหรับเครื่อง DLP Flashforge Hunter เพิ่มคำสั่งเปลี่ยนรูปแบบจุดปลายของ support ให้เป็นลูกกลม เพื่อให้ติดกับโมเดลได้มั่นคงขึ้น
    Image 10
    Image 9
  6. สำหรับเครื่อง DLP Flashforge Hunter เพิ่มคำสั่งเปลี่ยนแปลงองศาของปลาย support ได้
    Image 11
  7. เพิ่มชั้น solid layer ที่ support แบบ Linear ก่อนถึงตัวโมเดลเพื่อให้ผิวงานดีขึ้น ใน expert mode

    Image 13
    ไม่มี solid layer
  8. เพิ่มคำสั่งการตั้งค่าระยะห่างระหว่าง raft กับ model ได้ทำให้แกะง่ายขึ้นใน expert mode
  9. เพิ่มคำสั่งการตั้งค่า support โดยอัตโนมัติสำหรับการใช้เส้นพลาสติกแบบละลายได้ใน expert mode
    Image 14
  10. เพิ่ม function ส่งความคิดเห็นกลับไปยังผู้พัฒนาในเมนู help
  11. กด double-click ที่เมาส์ ที่กรอบของพื้นที่เพื่อเปลี่ยนมุมมองได้อย่างรวดเร็ว
    Image 15 Image 17
  12. เพิ่มคำสั่งกำหนดระยะห่างระหว่างโมเดลหลายๆ ชิ้น ในการจัดวางโมเดลแบบอัตโนมัติ
    Image 16
  13. สามารถโหลดโมเดลจากหลายๆ format เช่น obj, stl, 3mf, หรือ slc ได้ในคราวเดียวกัน
  14. แก้ bug ที่ support เปลี่ยนขนาดเองเมื่อบันทึกเป็น fpp ในบางกรณี
  15. แก้ bug ที่ slice แล้วไม่สำเร็จในงานชิ้นใหญ่
  16. ปรับปรุงการพิมพ์ brim ช่วยให้การพิมพ์สำเร็จได้มากขึ้น
  17. ปรับปรุงภาษาเยอรมัน
  18. แก้ bug และปรับปรุงการทำงานอื่นๆ

สามารถดาวน์โหลดได้จากที่นี่ 

ในอนาคตก็จะมีการปรับปรุง และพัฒนาต่อไปอีกอย่างไม่หยุดยั้ง

โปรเจคพ่อบ้าน: 3D Printer ซ่อมแซมของใช้ในบ้าน

โปรเจคพ่อบ้าน: 3D Printer ซ่อมแซมของใช้ในบ้าน

วันนี้อยู่ดีๆ มีดทำครัวที่ใช้มานานเกิดหมดความอดทนต่อการใช้งานที่หนักหน่วง ด้ามไม้ที่ดูแข็งแรงมีอันต้องหักไป ด้วยความเสียดาย ไม่อยากทิ้งให้เป็นขยะล้นโลก เลยลองคิดดูว่าเครื่องพิมพ์สามมิติที่มีอยู่จะช่วยอะไรได้บ้าง

20171014_165547

ก่อนอื่นก็ต้องแกะเอาด้ามเก่าออกไปก่อน ปรากฏว่าใบมีดก็หักไปบางส่วนด้วย จุดที่จะยึดด้วยหมุดก็เหลือจุดเดียว ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการยึดใบมีดใหม่โดยใช้ตัวด้ามเป็นตัวบังคับไม่ให้ใบขยับได้ เริ่มจากการวัดขนาดของใบมีดส่วนที่ต้องเข้าไปอยู่ในด้าม พร้อมทั้งตำแหน่งรูหมุดยึด

20171014_165645

จากนั้นก็ไปเขียนแบบด้ามที่ต้องการ ผมใช้โปรแกรม 123D Design ในการออกแบบ มันใช้ง่าย และที่สำคัญคือฟรี ในการออกแบบผมอยากได้แบบที่จับถนัดมือกว่าเดิม ก็เลยขยายขนาดความหนาให้เหมาะกับมืออ้วนๆ ของผม (555) เนื่องจากช่องที่ใส่ใบมีดอยู่ด้านในจึงยากจะที่จะตรวจสอบแก้ไขตอนที่พิมพ์เสร็จแล้ว ดังนั้นจึงต้องแม่นยำพอสมควร จึงใช้การลอกเส้นรอบรูปของใบมีดลงบนกระดาษ แล้วเผื่อประมาณ 0.2 มม ก่อนจะนำตัวเลขไปขึ้นแบบสามมิติ

การทำแบบก็ทำอย่างง่ายๆ โดยสร้างด้วยกล่องสี่เหลี่ยม แล้วก็เว้าโน่น เว้านี่ไปตามเรื่อง แล้วก็ใส่ Fillet ให้ดูมนๆ ไม่บาดมือก็พอแล้ว

123D Design

20171014_165646

พอได้แบบแล้วก็นำมาพิมพ์โดยใช้โปรแกรม FlashPrint (ตอนออกแบบพยายามไม่ให้มีส่วนที่เป็น Overhang ก็จะได้ไม่ต้องมี Support) กำหนดให้ผนังหนา 3  ชั้น และเพิ่ม infill เป็น 20% จะได้ทนมือหน่อย

FlashPrint 2017-10-14_195105-1

* ในการหลีกเลี่ยง Support อีกวิธีหนึ่งคือลด Layer Height ลง เพราะเมื่อ layer ชิดกันมากขึ้นเนื้อพลาสติกส่วนที่ยื่นก็จะน้อยลง โอกาสที่พลาสติกจะหลุดจาก layer ก็น้อยลงไปด้วย

Overhang-VS-Layerheight

ใน FlashPrint สามารถเลือก Layer Height ในจุดต่างๆ ได้ ผมจึงเลือกลด Layer height ตามตำแหน่งที่มี overhang ตามรูป โดยส่วนที่เป็นสีเหลือหมายถึงลด Layer Height ลง 50% ส่วนอื่นๆ ก็ใช้ตามปรกติ ทำให้ไม่ต้องพิมพ์ความละเอียดมากๆ ทั้งงาน ทำให้เสร็จเร็วขึ้ โดยงานนี้ใช้เวลาไม่ถึงสามชั่วโมง

Image 2

20171014_192103

เอาละครับ กลับมาที่งานของผมดีกว่า พอพิมพ์เสร็จแล้วก็จัดการประกอบร่าง มันเป็นงานเล็กๆ น้อยๆ ในบ้านที่เอาเครื่องพิมพ์สามมิติมาช่วยแก้ปัญหา และช่วยประหยัดเงินได้ไม่มากก็น้อย

20171014_192417

ขอบคุณที่ทนอ่านมาถึงตรงนี้ พบกันใหม่ในโปรเจคหน้าครับ