เคล็ดลับการออกแบบเพื่อการพิมพ์สามมิติ

เคล็ดลับการออกแบบเพื่อการพิมพ์สามมิติ

ในการออกแบบเพื่อการพิมพ์สามมิติ จะมีข้อควรระวัง และข้องแนะนำอย่างไรบ้าง เรารวบรวมมาให้แล้วครับ

Support FF Creator3

Support FF Creator3

Download  – software FlashForge 3D Printer  ที่นี่ <—

Download  – คู่มือ Creator3 3D Printer  ที่นี่ <—

 

การเริ่มต้นใช้งาน FlashForge Creator3การแก้ไขปัญหาเบื้องต้นการบำรุงรักษา

การเริ่มต้นใช้งาน FlashForge Creator3

1. การแกะกล่องและการติดตั้ง สามารถทำได้ง่ายๆ ตามขั้นตอนใน Video

 

2. การลงโปรแกรม โปรแกรมที่ใช้งานชื่อ FlashPrint สามารถเปิดและติดตั้งได้จาก USB ที่แถมไปหรือไปที่เว๊บไซต์ FlashForge 3D Printer
**สำคัญมาก ต้องเลือก Machine Type เป็น FlashForge Creator 3**

 

3. การ Calibrate ฐานพิมพ์จะแตกต่างจากรุ่นอื่นเล็กน้อย

– ทำการเลือกหัวพิมพ์ที่ต้องการ Calibrate ก่อนโดยเลือกหัวพิมพ์ใดก็ได้ (ทำการ Calibrate เพียงแค่หัวพิมพ์เดียวเท่านั้นไม่จำเป็นต้องเลือก 2 หัวพิมพ์)

– เมื่อ Calibrate หัวพิมพ์สำเร็จแล้วให้ทำการ Z Calibration ต่อเพื่อเป็นการ Set ค่าแกน Z เพียงเท่านี้ก็สำเร็จแล้ว

 

4. การถอดเส้น / ใส่เส้น ควรใช้คำสั่ง Preheat ในการถอดหรือใส่เส้นแทน ไม่ควรใช้คำสั่ง “Unload/Load Filament” เพราะคำสั่ง Unload/Load Filament มีโอกาสทำให้เส้นติดอยู่ที่หัวพิมพ์ได้มากกว่า

 

5. การใช้ Software FlashPrint**อย่าลืมเลือกที่เมนู Print/Machine Type เป็น “FlashForge Creator3”

 

6. ฟังก์ชั่นที่เพิ่มเข้ามาก็คือโหมด Extruder สามารถสร้างชิ้นงานแบบ Duplicate หรือ Mirror การทำงานจะรวดเร็วและได้จำนวนที่เพิ่มขึ้นเมื่อใช้โหมดนี้

Duplicate Mode

Mirror Mode

 

7. การใช้ Software
Flashprint ตอนที่1
Flashprint ตอนที่2
Flashprint ตอนที่3
Flashprint ตอนที่4
Flashprint ตอนที่5

 

การแก้ไขปัญหาเบื้องต้น

1. เมื่อท่านประสบปัญหาเส้นติดขัด ท่านสามารถแก้ไขปัญหาได้เบื้องต้นดังนี้

2. เมื่อท่านแก้ปัญหาในข้อสองไม่ได้ ท่านสามารถแก้ปัญหาได้โดยการถอดหัวฉีดดังนี้ (ใน Video เป็น FF Creator แต่หลักการในการถอดหัวฉีดเหมือนกัน)

3. หากพบว่าเครื่องมีอาการค้างหรือกดปุ่มใดๆแล้วไม่มีผลตอบสนองให้ทำการถอดปลั๊กไฟของเครื่องทิ้งไว้ประมาณ 10 – 20 วินาทีแล้วจึงเสียบปลั๊กไฟเพื่อเปิดการทำงานใหม่

 

การบำรุงรักษา

1. ปิดฝาของเครื่องทุกด้านเพื่อไม่ให้ฝุ่นเข้ามาภายในเครื่อง 

2. ถอดปลั๊กไฟทุกครั้งเมื่อไม่มีการใช้งานของเครื่องเพื่อไม่ให้ไฟค้างจากการใช้งานก่อนหน้า

3. กรณีการใช้งานเครื่องทั่วไปถ้ามีการใช้งานที่ยาวนานเป็นเวลาติดต่อกันหลายๆวัน ควรที่จะหยอดน้ำมันจักร ตามแกนเพลาของเครื่องที่มีการเคลื่อนที่เพื่อลดอาการฝืดเคืองของตัวขับเคลื่อน

4. ทำการเช็ดหัวพิมพ์ที่มีคาบพลาสติกติดอยู่สม่ำเสมอหลังจากการใช้งานเสร็จ (ทำได้โดยการเปิดความร้อนที่หัวพิมพ์แล้วค่อยทำการเช็ด)

5. กรณีเครื่องพิมพ์ทำงานเสร็จแล้วให้รอจนกว่าอุณหภูมิอยู่ที่อุณหภูมิห้องหรือพัดลมภายในเครื่องหยุดการทำงานก่อนแล้วจึงค่อยปิดเครื่อง

6.ทาน้ำมันหล่อลื่น(น้ำมันจักร)ตามแกนต่างๆ โดยแนะนำให้ทาเดือนละครั้ง

 

 

 

Support FF Guider2S

Support FF Guider2S

Download  – software FlashForge 3D Printer  ที่นี่ <—

Download  – คู่มือ Guider2S 3D Printer  ที่นี่ <—

 

การเริ่มต้นใช้งาน FF Guider2Sการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นการบำรุงรักษา

**ข้อมูลในบทความนี้อาจจะต่างไปบ้าง เนื่องจาก update Firmware / software ใหม่ๆ**
1. การแกะกล่องและการติดตั้ง สามารถทำได้ง่ายๆ ตามขั้นตอนใน Video

2. การลงโปรแกรม โปรแกรมที่ใช้งานชื่อ FlashPrint สามารถหาดูได้จาก USB ที่แถมไปหรือ Download ที่หน้า Download
**สำคัญมาก ต้องเลือก Machine เป็น Flashforge Guider**
3. การ Calibrate ฐานพิมพ์

4. การใส่เส้น ควรใช้คำสั่ง Preheat ในการใส่เส้นแทน ไม่ควรใช้คำสั่ง “Load Filament” คำสั่ง Load Filament มีโอกาสทำให้เส้นติดได้มากกว่า

5. การใช้ Software **อย่าลืม Set Machine เป็น “Flashforge Guider”**

6. การใช้ Software
Flashprint ตอนที่1
Flashprint ตอนที่2
Flashprint ตอนที่3
Flashprint ตอนที่4
Flashprint ตอนที่5

 

แก้ปัญหาเบื้องต้น
1. กรณีที่ท่าน Calibrate โดยเซนเซอร์ของเครื่องแล้วไม่ได้ดั่งใจ ท่านอาจจะใช้วิธี Calibrate แบบ Manual ได้ดังนี้

2. เมื่อท่านประสบปัญหาเส้นติดขัด ท่านสามารถแก้ไขปัญหาได้เบื้องต้นดังนี้

3. เมื่อท่านแก้ปัญหาในข้อสองไม่ได้ ท่านสามารถแก้ปัญหาได้โดยการถอดหัวฉีดดังนี้ (ใน Video เป็น FF Creator แต่หลักการในการถอดหัวฉีดเหมือนกัน)

โปรดดูคู่มือภาษาไทยประกอบ
– หากพบกว่าเมื่อพิมพ์มีการเลื่อนขอเลเยอร์ไปเรื่อยๆ แก้ปัญหาได้ง่ายๆด้วยการทางจาราบี หรือ นำ้มันหล่อลื่นตามแกน (น้ำมันจักร) (วิธีเชคง่ายๆคือปิดเครื่องแล้วเลื่อนชุดวฉีดดู ถ้าเคลื่อนที่ในแนวแกน XY แล้วฝืดให้ทาน้ำมันเลย)

Support FF Dreamer

Support FF Dreamer

Download  – software FlashForge 3D Printer  ที่นี่ <—

Download  – คู่มือ Dreamer 3D Printer  ที่นี่ <—

 

การเริ่มต้นใช้งาน FF Dreamerการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นการบำรุงรักษา

**ข้อมูลในบทความนี้อาจจะต่างไปบ้าง เนื่องจาก update Firmware / software ใหม่ๆ**
1. การแกะกล่องและการติดตั้ง สามารถทำได้ง่ายๆ ตามขั้นตอนใน Video

2. การลงโปรแกรม โปรแกรมที่ใช้งานชื่อ FlashPrint สามารถหาดูได้จาก SD Card ที่แถมไปหรือ Download ที่หน้า Download
**สำคัญมาก ต้องเลือก Machine เป็น Flashforge Dreamer**
3. การ Calibrate ฐานพิมพ์ เข้า Menu Level Build Plate สามารถทำได้เช่นเดียวกับ FF Creator Pro

4. การใส่เส้น ควรใช้คำสั่ง Preheat ในการใส่เส้นแทน ไม่ควรใช้คำสั่ง “Load Filament” คำสั่ง Load Filament มีโอกาสทำให้เส้นติดได้มากกว่า

5. การใช้ Software
Flashprint ตอนที่1
Flashprint ตอนที่2
Flashprint ตอนที่3
Flashprint ตอนที่4
Flashprint ตอนที่5

 

Tips ควรรู้
1. เราสามารถ Save ไฟล์ได้สองนามสกุล คือ .g และ .gx หากเรา Save File เป็น .gx เวลาสั่งพิมพ์จะมีรุปแสดงผลให้เราเห็นด้วยเป็น Thumbnail
2. เมื่อเราเลือก file ใน SD Card/USB เราสามารถ Save นั้นๆลงในหน่วยความจำของเครื่อง Printer ได้ สะดวกในการพิมพ์ครั้งต่อๆไปไม่ต้องเสียบ SD Card/USB อีก

 

แก้ปัญหาเบื้องต้น
1. เมื่อท่านประสบปัญหาเส้นติดขัด ท่านสามารถแก้ไขปัญหาได้เบื้องต้นดังนี้

2. เมื่อท่านแก้ปัญหาในข้อสองไม่ได้ ท่านสามารถแก้ปัญหาได้โดยการถอดหัวฉีดดังนี้ (ใน Video เป็น FF Creator แต่หลักการในการถอดหัวฉีดเหมือนกัน)

 

โปรดดูคู่มือภาษาไทยประกอบ
– หากพบกว่าเมื่อพิมพ์มีการเลื่อนขอเลเยอร์ไปเรื่อยๆ แก้ปัญหาได้ง่ายๆด้วยการทางจาราบี หรือ นำ้มันหล่อลื่นตามแกน (น้ำมันจักร) (วิธีเชคง่ายๆคือปิดเครื่องแล้วเลื่อนชุดวฉีดดู ถ้าเคลื่อนที่ในแนวแกน XY แล้วฝืดให้ทาน้ำมันเลย)

Support FF Creator Pro

Support FF Creator Pro

Download  – software FlashForge 3D Printer  ที่นี่ <—

Download  – คู่มือ Creator Pro 3D Printer  ที่นี่ <—

 

การเริ่มต้นใช้งาน FF Creator Proการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นการบำรุงรักษา

**ข้อมูลในบทความนี้อาจจะต่างไปบ้าง เนื่องจาก update Firmware / software ใหม่ๆ**
1. การแกะกล่องและการติดตั้ง สามารถทำได้ง่ายๆ ตามขั้นตอนใน Video

2. การลงโปรแกรม โปรแกรมที่เราแนะนำคือ Makerware สามารถหาไฟล์ install จาก SD card ที่แถมไปเครื่อง หรือ Download ใน Tab Download ได้เลย
**สำคัญมาก ต้องเลือก Machine เป็น “Replicator Dual**
3. การ Calibrate ฐานพิมพ์ เข้า Menu Level Build Plate สามารถทำได้เช่นเดียวกับ FF Creator 

4. การใส่เส้น ควรใช้คำสั่ง Preheat ในการใส่เส้นแทน ไม่ควรใช้คำสั่ง “Load Filament” คำสั่ง Load Filament มีโอกาสทำให้เส้นติดได้มากกว่า

5. การใช้ Software
Flashprint ตอนที่1
Flashprint ตอนที่2
Flashprint ตอนที่3
Flashprint ตอนที่4
Flashprint ตอนที่5

 

Tips ควรรู้
1. เวลาพิมพ์ชิ้นงานเราสามารถเพิ่มหรือลดความเร็วในการพิมพ์ ได้ ณ จุดใดก็ได้ขณะพิมพ์ โดยกดปุ่ม OK ขณะพิมพ์เลือก คำสั่ง Change Speed คำสั่งนี้มีประโยชน์มากๆในการพิมพ์ เช่น พิมพ์ฐานชั้นแรกให้พิมพ์ช้าๆ พิมพ์ไปนานๆแล้วปรับพิมพ์ให้เร็วๆได้
2. เวลาพิมพ์ชิ้นงานเราสามารถเพิ่มหรือลดอุณหภูมิ ได้ ณ จุดใดก็ได้ขณะพิมพ์ โดยกดปุ่ม OK ขณะพิมพ์เลือก คำสั่ง Change Temp
3. เราสามารถเปิดหรือปิด Turbo Fan ได้เองโดยกดปุ่ม Ok ขณะพิมพ์ แล้วเลือกเปิด ปิด Turbo Fan ได้เช่นกัน

 

แก้ปัญหาเบื้องต้น
1. เมื่อท่านประสบปัญหาเส้นติดขัด ท่านสามารถแก้ไขปัญหาได้เบื้องต้นดังนี้

2. เมื่อท่านแก้ปัญหาในข้อสองไม่ได้ ท่านสามารถแก้ปัญหาได้โดยการถอดหัวฉีดดังนี้ (ใน Video เป็น FF Creator แต่หลักการในการถอดหัวฉีดเหมือนกัน)

 

โปรดดูคู่มือภาษาไทยประกอบ
– หากพบกว่าเมื่อพิมพ์มีการเลื่อนขอเลเยอร์ไปเรื่อยๆ แก้ปัญหาได้ง่ายๆด้วยการทางจาราบี หรือ นำ้มันหล่อลื่นตามแกน (น้ำมันจักร) (วิธีเชคง่ายๆคือปิดเครื่องแล้วเลื่อนชุดวฉีดดู ถ้าเคลื่อนที่ในแนวแกน XY แล้วฝืดให้ทาน้ำมันเลย)

Software Flashprint

Software Flashprint

Download  – software FlashForge 3D Printer  ที่นี่ <—

Download  – คู่มือ FlashPrint3D Printer  ที่นี่ <—

 

การใช้งาน Flashprint ep.1การใช้งาน Flashprint ep.2การใช้งาน Flashprint ep.3การใช้งาน Flashprint ep.4การใช้งาน Flashprint ep.5

FlashPrint

การติดตั้งโปรแกรม Flashprint

โปรแกรม FlashPrint สามารถใช้ได้อย่างดีกับเครื่องพิมพ์สามมิติ Flashforge Finder, Flashforge Dreamer, Flashforge Creator Pro, Flashforge Guider, และเครื่องพิมพ์แบบ DLP Flashforge Hunter.

โปรแกรม FlashPrint จะอยู่ใน USB Flash Drive หรือ SD card ที่มาพร้อมกับเครื่องพิมพ์ Flashforge หรือดาวน์โหลดจากที่นี่ http://www.ff3dp.com/#!sup/c1df1 การติดตั้งให้ทำตามคำแนะนำบนจอ โปรแกรมนี้ใช้กับ Windows XP / Win 7 32-bit & 64 bit / Win 8 /Win 10 / Linux 14.0 และ Mac OS.

ทำความรู้จักโปรแกรม Flashprint

เลือกรุ่นของเครื่องพิมพ์ — เริ่มใช้งานครั้งแรกต้องเลือกรุ่นของเครื่องพิมพ์ก่อน เมื่อเปิดโปรแกรม จะมีหน้าต่างให้เลือกรุ่นของเครื่องพิมพ์ ให้คุณเลือกรุ่น Flashforge Guider แล้วกด [OK].คุณยังสามารถเลือกเปลี่ยนรุ่นได้ในภายหลังโดยไปที่เมนู [Print]–[Machine type]

1

เมนูของ Flashprint

2

3Load-โหลดไฟล์โมเดล สามารถโหลดได้มากกว่า 1 ไฟล์

 

4Supports-เข้าสู่โหมดสร้าง Support

 

5View-เปลี่ยนมุมมองของหน้าจอ

 

6Move-ย้ายตำแหน่งโมเดลในแนว X-Y; กด shift+click ค้างไว้เพื่อย้ายในแกน Z

 

7

Rotate-หมุนโมเดลได้ทั้งสามแกน

 

8Scale-ย่อ-ขยายโมเดล

 

9Cut-ตัดโมเดลในทิศทางต่างๆ ตามต้องการ

 

11Extruder-เลือกหัวพิมพ์ซ้าย-ขวา ที่จะใช้พิมพ์โมเดลนั้น (เฉพาะรุ่นที่มี 2 หัวพิมพ์)

 

11Print-สั่งพิมพ์โมเดลที่อยู่บนหน้าจอ.

 

โหลดไฟล์งานใน FlashPrint

คุณสามารถโหลดโมเดลหรือไฟล์ Gcode เข้ามาในโปรแกรม FlashPrint ได้หกวิธีคือ

วิธีที่ 1 กดปุ่ม Load ที่ด้านบนของจอภาพ แล้วเลือกไฟล์โมเดลที่จะพิมพ์

วิธีที่ 2 เลือกไฟล์ที่จะพิมพ์ แล้วลากเข้ามาในหน้าต่างของ FlashPrint

วิธีที่ 3 เลือกเมนู [File]–[Load File].แล้วเลือกไฟล์โมเดลที่จะพิมพ์

วิธีที่ 4 เลือกเมนู [File]–[Examples] แล้วเลือกไฟล์ตัวอย่างที่ให้มา

วิธีที่ 5 เลือกเมนู [File]–[Recent Files] แล้วเลือกไฟล์ที่เคยเปิดก่อนหน้านี้

วิธีที่ 6 เลือกไฟล์ที่จะพิมพ์ แล้วลากเข้ามาที่ไอคอนของโปรแกรม FlashPrint

.stl, .obj, .fpp , .png, .jpg, .jpeg หรือ .bmp เป็นรูปแบบของไฟล์ที่เก็บข้อมูลโมเดลสามมิติที่โปรแกรม FlashPrint สนับสนุน เมื่อโหลดไฟล์มาแล้วสามารถจะปรับตำแหน่ง ขนาด ทิศทางของโมเดลได้ หลังจากนั้นคุณก็จะสร้างไฟล์ Gcode เพื่อนำไปพิมพ์ได้เลย

หมายเหตุ ไฟล์ Gcode ไม่สามารถแก้ไขได้อีกแล้ว แต่สามารถส่งไปพิมพ์ได้เลย

 

การใช้เมาส์

กดปุ่มซ้าย 1 ครั้ง

กดเมาส์ปุ่มซ้ายเพื่อเลือกโมเดล

กดปุ่ม Ctrl ค้างไว้แล้วกดปุ่มซ้ายเพื่อเลือกโมเดลหลายๆ ชิ้น โมเดลจะมีสีสว่างขึ้นเมื่อถูกเลือก

จะแก้ไขปรับเปลี่ยนได้เฉพาะโมเดลที่ถูกเลือกเท่านั้น ยกเลิกการเลือกโดยกดปุ่มซ้ายตรงพื้นที่ว่าง

กดปุ่มซ้ายค้างไว้

ในโหมดต่างๆ เช่น มุมมอง ปรับเปลี่ยน การกดปุ่มซ้ายค้างไว้จะให้ผลที่แตกต่างกันไป

กดปุ่มขวาค้างไว้

กดปุ่มขวาค้างไว้เพื่อหมุนแท่นพิมพ์ในทิศทางต่างๆ

การหมุนลูกล้อ

ซูมภาพเข้า-ออก

เปลี่ยนมุมมอง

เปลี่ยนมุมมองของโมเดลโดยการย้าย หมุน ปรับขนาด และอื่นๆ

ย้ายมุมมอง

กดปุ่ม [View] จากนั้นคุณสามารถย้ายมุมมองของแท่นพิมพ์ไปมาบนหน้าจอได้ด้วยวิธีการต่อไปนี้:

วิธีที่ 1: กดปุ่มซ้ายของเมาส์ค้างไว้แล้วลาก

วิธีที่ 2: กดปุ่มกลางของเมาส์ค้างไว้แล้วลาก

วิธีที่ 3: กดปุ่ม Shift และปุ่มขวาของเมาส์ค้างไว้แล้วลาก

หมุนแท่นพิมพ์

กดปุ่ม [View] จากนั้นคุณสามารถหมุนแท่นพิมพ์ด้วยวิธีการต่อไปนี้:

วิธีที่ 1: กดปุ่มขวาของเมาส์ค้างไว้แล้วลาก

วิธีที่ 2: กดปุ่ม Shift และปุ่มซ้ายของเมาส์ค้างไว้แล้วลาก

ย่อ-ขยายมุมมอง

หมุนลูกล้อที่เมาส์เพื่อซูมเข้า หรือออก

มุมมองมาตรฐาน

คุณสามารถเปลี่ยนมุมมองที่เป็นมุมมาตรฐานคือ บน/ล่าง/ซ้าย/ขวา/หน้า/หลัง

ย้อนกลับมุมมองแรกเริ่ม

คุณสามารถสามารถกดปุ่ม reset เพื่อกลับมามุมมองแรกเริ่มได้ด้วย

แสดงเส้นรอบรูปของโมเดล

กดเมนู [View]–[Show Model Outline],จะแสดงเส้นขอบของโมเดลเป็นสีเหลือง

แสดงพื้นที่ที่เป็นส่วนยื่น (Overhang)

กดเมนู [View]–[Show Steep Overhang] จะแสดงบริเวณที่มีมุมเอียงน้อยกว่า 45องศาเป็นสีแดง

ปรับแต่งโมเดล

คุณสามารถเคลื่อนย้าย หมุน และย่อ-ขยายโมเดลได้

Move-เคลื่อนย้ายโมเดล

เลือกโมเดลแล้วคุณสามารถย้ายตำแหน่งโมเดลไปอยู่ที่ใดก็ได้บนแท่นพิมพ์:

วิธีที่ 1: กดปุ่ม [Move] แล้วกดปุ่มซ้ายของเมาส์ค้างไว้แล้วลากไปยังตำแหน่งที่ต้องการในแนวแกน X-Y แต่เมื่อกด [Shift] ค้างไว้ด้วย จะเป็นการเคลื่อนย้ายโมเดลในแนวแกน Z โดยจะมีตัวเลขบอกระยะทางที่เคลื่อนที่ไปด้วย

วิธีที่ 2: กดปุ่ม [Move] แล้วใส่ตัวเลขระบุตำแหน่งที่จะให้โมเดลย้ายไปอยู่ สามารถยกเลิกโดยกดปุ่ม [Reset]

หมายเหตุ: คุณสามารถกดปุ่ม [Center] เพื่อย้ายโมเดลมาอยู่ตรงกลางแท่นพิมพ์ และกดปุ่ม [On Platform] หลังจากการย้ายโมเดล เพื่อให้แน่ใจว่าโมเดลอยู่ติดกับแท่นพิมพ์

Rotate-หมุน                                                                  

เลือกโมเดลแล้วคุณสามารถหมุนโมเดลไปอยู่ที่ใดก็ได้บนแท่นพิมพ์:

วิธีที่ 1: กดปุ่ม [Rotate] ที่ด้านซ้ายของจอ จะมีวงแหวนสามวงตามแนวแกน X-Y-Z รอบโมเดล กดปุ่มซ้ายของเมาส์ที่เส้นใดเส้นหนึ่งแล้วลากเพื่อหมุนโมเดล เลือกหมุนจนได้มุมที่ต้องการ

วิธีที่ 2: กดปุ่ม [Rotate] ที่ด้านซ้ายของจอ จะมีช่องใส่ข้อมูลองศาทั้งสามแกน ใส่ตัวเลขที่ต้องการแล้วกด enter หรือกดปุ่ม [Reset] เพื่อเริ่มต้นทำใหม่

Scale-ปรับขนาด

เลือกโมเดลแล้วคุณสามารถย่อ-ขยายโมเดลที่อยู่บนแท่นพิมพ์:

วิธีที่ 1: กดปุ่ม [Scale] แล้วกดปุ่มซ้ายที่เมาส์ค้างไว้แล้วลากจนได้ขนาดที่ต้องการ จะมีตัวเลขขนาดปรับตามให้เห็นทันที

วิธีที่ 2: กดปุ่ม [Scale] จะมีช่องใส่ข้อมูลขนาดทั้งสามแกน ใส่ตัวเลขที่ต้องการแล้วกด enter หรือกดปุ่ม [Maximum] เพื่อขยายให้เต็มพื้นที่ๆ เครื่องสามารถพิมพ์ได้ หรือกดปุ่ม [Reset] เพื่อเริ่มต้นทำใหม่

หมายเหตุ: ถ้าปุ่ม [Uniform Scaling] ถูกเลือกไว้ โปรแกรมจะย่อ-ขยายตามสัดส่วนเดิม เมื่อใส่ตัวเลขในช่องใดช่องหนึ่ง ถ้าปุ่มนั้นไม่ถูกเลือก จะเป็นการย่อ-ขยายเพียงแกนที่ป้อนตัวเลขเข้าไปเท่านั้น

Extruder-เลือกหัวพิมพ์ (มีเฉพาะ Flashforge Dreamer/Creator Pro)

กดปุ่มเลือกโมเดลที่ต้องการ แล้วกดปุ่ม [Extruder] แล้วเลือกว่าจะพิมพ์ด้วยหัวพิมพ์ด้านซ้าย หรือขวา ถ้าเลือกด้านซ้ายโมเดลจะแสดงเป็นสีเขียว ถ้าเลือกด้านขวาโมเดลจะแสดงเป็นสีเทา ปกติจะแสดงเป็นหัวพิมพ์ด้านขวาเสมอ

หากต้องการพิมพ์สองสี หรือสองวัสดุโดยใช้หัวด้านหนึ่งเป็นวัสดุ support ก็สั่งพิมพ์แบบสองหัวพิมพ์พร้อมกัน แต่การพิมพ์สองสี จะต้องมีสองโมเดลอยู่บนแท่นพิมพ์เสมอ

 

อื่นๆ

การยกเลิกคำสั่ง

ยกเลิกคำสั่งสุดท้ายที่ทำไปโดยกดเมนู [Edit]–[Undo]. หรือกดปุ่ม Ctrl+Z ที่แป้นพิมพ์

การยกเลิกคำสั่งที่เพิ่งยกเลิกไป

ยกเลิกคำสั่งที่เพิ่งยกเลิกไปโดยกดเมนู [Edit]–[Redo]. หรือกดปุ่ม Ctrl+Y ที่แป้นพิมพ์

เลือกทั้งหมด

คุณสามารถเลือกโมเดลที่อยู่บนแท่นพิมพ์ทั้งหมดด้วยการกดเมนู [Edit]–[Select All].หรือกด Ctrl+A ที่แป้นพิมพ์ ในกรณีที่โหลดโมเดลมาแล้วแต่มันเล็กมาก หรือออกไปนอกแท่นพิมพ์จนมองไม่เห็น ให้กดเลือกทั้งหมด แล้วใช้คำสั่ง [Center] และ [Scale] เพื่อย้ายมากลางแท่นพิมพ์ และขยายขึ้นมา

เพิ่มจำนวนโมเดลเดิม

ใช้ทำสำเนาโมเดลที่อยู่บนแท่นพิมพ์ ให้เลือกโมเดลที่ต้องการก่อน แล้วเลือกเมนู [Edit]–[Duplicate] หรือกดปุ่ม Ctrl+D ที่แป้นพิมพ์

Delete

ใช้ลบโมเดลที่อยู่บนแท่นพิมพ์ ให้เลือกโมเดลที่ต้องการก่อน แล้วเลือกเมนู [Edit]–[ Delete] หรือกดปุ่ม Delete ที่แป้นพิมพ์

Auto Layout All

กดเมนู [Edit]–[Auto Layout All] ในกรณีที่โหลดโมเดลหลายๆ ชิ้นมาอยู่บนแท่นพิมพ์ โปรแกรมจะจัดโมเดลให้เป็นระเบียบโดยอัตโนมัติ

Model Repair

12 13
ในขณะที่โหลดโมเดล หากโมเดลมีข้อบกพร่องจะมีกล่องข้อความขึ้นมาเตือน คุณสามารถเลือกลบโมเดล [Delete], ไม่สนใจ [Ignore] หรือให้โปรแกรมช่วยซ่อมแซมให้โดยกดปุ่ม [Repair Model]

Empty Undo-stack

ใช้ล้างหน่วยความจำที่เก็บคำสั่งแต่ละขั้นตอนการทำงาน เพื่อให้มีหน่วยความจำที่ว่างมากขึ้น

Cut-การตัดโมเดล

เลือกโมเดลที่ต้องการแล้วคุณสามารถตัดโมเดลที่อยู่บนแท่นพิมพ์นั้น:

11

กดปุ่ม [Cut] แล้วเลือกแนวแกนที่จะตัดได้ดังต่อไปนี้

Draw with mouse: กดปุ่มซ้ายที่เมาส์แล้วลากไปในทิศทางที่ต้องการเพื่อสร้างเส้นตัด ถ้าต้องการจะเปลี่ยนตำแหน่งของเส้นตัดให้กดเลือกเส้นตัดแล้วลากไปยังตำแหน่งที่ต้องการ หรือใส่ตัวเลขตำแหน่งที่ต้องการลงในช่องว่าง

10

ก่อนตัด                                       หลังตัด

9

X, Y หรือ Z Plane: เลือกว่าจะตัดในแนวแกน X, Y หรือ Z ในเมนู Direction กดเลือกโมเดล โปรแกรมจะสร้างเส้นตัดให้โดยอัตโนมัติ ถ้าต้องการจะเปลี่ยนตำแหน่งของเส้นตัดให้กดเลือกเส้นตัดแล้วลากไปยังตำแหน่งที่ต้องการ หรือใส่ตัวเลขตำแหน่งที่ต้องการลงในช่องว่าง จากนั้นกดปุ่ม [Start Cut] เพื่อทำการตัดโมเดล ถ้าต้องการให้วัตถุที่ถูกตัดแล้วอยู่ในตำแหน่งเดิม ให้กาถูกในช่อง Keep parts in place เอาไว้

ปรับแต่ง Supports

เมื่อโหลดโมเดลเข้ามาแล้ว กดเมนู [Edit]–[Supports] หรือ กดที่ไอคอน(  ) เพื่อเข้าสู่โหมดสร้าง Support เมื่อเสร็จแล้วให้กดปุ่ม [Back] เพื่อออกจากโหมดนี้

8

Auto Supports

กดปุ่ม [Auto Supports] โปรแกรมจะคำนวณตำแหน่งของ support ให้อัตโนมัติ และสร้างให้เห็นทันที หากมี support ปรากฏอยู่แล้วจะต้องถูกลบทิ้งเสียก่อนที่จะสร้างใหม่

7

Auto Supports

Clear Supports

เลือกปุ่มนี้เพื่อลบ support ทั้งหมดออกไป

Add Support

กดปุ่ม [Add] ด้านซ้ายของจอเพื่อเพิ่ม support ในตำแหน่งที่ต้องการ กดปุ่มซ้ายที่เมาส์เพื่อกำหนดตำแหน่ง กดเมาส์ค้างไว้เมื่อต้องการลากไปยังตำแน่งที่ต้องการ หากตำแหน่งที่สร้างสามารถทำได้จะเป็นสีเขียว หากเป็นสีแดงแสดงว่าไม่สามารถสร้างได้ โปรแกรมจะลบออกไปเอง

Delete Supports

หากต้องการลบ support ที่ไม่ต้องการออกให้กดปุ่ม [Delete] ที่ด้านซ้ายของจอแล้วกดเลือก support ที่จะลบ หาก support นั้นมีส่วนต่อก็จะถูกทั้งหมด

Supports Options

สำหรับเครื่อง FDM

กดปุ่ม [Supports Options] จะมีกล่องข้อความขึ้นมา จะมีตัวเลือกสองตัวคือ “treelike”และ “linear”

  • “treelike” จะเป็นการสร้าง support แบบกิ่งไม้ คุณสามารถเลือกองศาของโมเดลที่ต้องการ support ขนาดเสา ขนาดฐาน ความสูงของฐาน จากนั้นกด [OK]
  • “linear” จะเป็นแบบเส้นตรง คุณสามารถเลือกองศาของโมเดลที่ต้องการ support และขนาดเสา จากนั้นกด [OK]

6 5

ข้อสังเกต Overhang Thresh: เป็นการกำหนดองศาของความเอียงของโมเดล ในกรณีที่มีความเอียงลาดมากๆ จะทำให้เส้นพลาสติกหลุดออกจากชั้นก่อนหน้า จึงต้องมี support มารองรับ องศาที่มักจะเริ่มมีปัญหาจะอยู่ที่ 45° แต่คุณสามารถตั้งได้ตั้งแต่ 30°-60°
หากสร้าง support ไปก่อนหน้านี้แล้วจะต้องถูกลบและสร้างใหม่อีกครั้ง

2

  60°

3

30° 4

หากเลือกองศาที่มากกว่าเช่น 60° โมเดลในส่วนที่เอียงไม่ถึง 60° จะไม่มีการสร้าง support

 

สำหรับเครื่อง DLP

กดปุ่ม [Supports Options] จะมีกล่องข้อความ “Columnar Supports” ขึ้นมาคุณสามารถเลือกองศาของโมเดลที่ต้องการ support ขนาดจุดสัมผัส ขนาดเสา ขนาดฐาน ความสูงของฐาน และระยะห่างของเสา จากนั้นกด [OK] เลือก “Exterior Only” เพื่อให้โปรแกรมสร้าง support เฉพาะจุดที่ถูกสร้างจากพื้นเท่านั้น

1

Printing

Select Machine Type

ก่อนที่จะเชื่อมต่อเครื่องพิมพ์เข้ากับคอมพิวเตอร์ ให้กดเมนู [Print]–[Machine Type] แล้วเลือกรุ่นของเครื่องพิมพ์ให้ถูกต้อง โปรแกรมจะปรับขนาดแท่นพิมพ์ และตัวเลือกในการพิมพ์ให้โดยอัตโนมัติ

1

Print

สร้างไฟล์ Gcode คุณจะต้อง slice โมเดลของคุณก่อนที่จะส่งไปพิมพ์ โดยทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. กดเมนู [Print]–[Print] หรือกดปุ่ม Print ที่อยู่ด้านบนของจอภาพ จะมีหน้าต่างใหม่ขึ้นมา
2
Flashforge Dreamer/Creator Pro
3
Flashforge Finder/Guider

 

  1. ตั้งค่าการพิมพ์ตามต้องการ จากนั้นกดปุ่ม [OK] จะมีหน้าต่างให้กำหนดชื่องาน และตำแหน่งที่จะบันทึกไฟล์ Gcode จากนั้นกดปุ่ม [Save] จะเห็นแถบสีเขียวด้านล่างของจอภาพแสดงความก้าวหน้าของการบันทึก คุณสามารถกด ปุ่ม [Abort] ก่อนที่จะทำเสร็จเพื่อยกเลิกการบันทึก

4

คำอธิบายการตั้งค่า

5

A–Preview: เลือกเปิด-ปิดการแสดงภาพก่อนพิมพ์

B–Print when slice done: เลือกให้พิมพ์ทันทีหลังจากกด [OK]

C–Material Left: เลือกวัสดุที่จะใช้พิมพ์ที่หัวพิมพ์ด้านซ้าย

D–Material Right: เลือกวัสดุที่จะใช้พิมพ์ที่หัวพิมพ์ด้านขวา

หมายเหตุ: เครื่อง Flashforge Dreamer/Creator Pro วัสดุที่มีให้เลือกคือ PLA, ABS, HIPS, Conductive filament, Flexible filament
สำหรับ Flashforge Guider / Finder จะมีให้เลือกเพียง 1 หัวพิมพ์เท่านั้น และจะใช้วัสดุ PLA, Conductive filament, Flexible filament

E–Supports: เลือกหัวพิมพ์ที่จะพิมพ์วัสดุที่จะใช้ทำ support (Dissolvable Filament) เลือกซ้าย หรือขวา หรือไม่พิมพ์เลยก็ได้ (Disable)

เฉพาะ Flashforge Guider / Finder จะมีให้เลือกเพียงเปิดหรือปิดการใช้งานเท่านั้น

F–Raft: คือตัวช่วยให้โมเดลติดกับแท่นพิมพ์ได้ดีขึ้น เลือกใช้หัวพิมพ์ด้านซ้าย หรือขวา หรือไม่พิมพ์เลยก็ได้

เฉพาะ Flashforge Guider / Finder จะมีให้เลือกเพียงเปิดหรือปิดการใช้งานเท่านั้น

H–Wall: เลือกเพื่อเปิดคำสั่งการสร้างผนังสำหรับเช็ดหัวพิมพ์เพื่อไม่ให้เลอะชิ้นงานในกรณีที่สั่งพิมพ์พร้อมกัน2หัว

I—Brim: เลือกเพื่อสร้างครีบที่ฐาน แผ่ออกไปเพื่อลดการแอ่นตัวของโมเดล

7
Raft
6
Brim

G—Resolution: เป็นการเลือกความละเอียดของโมเดล โดยมีตัวเลือกแบบสำเร็จรูปสี่แบบ คือ

    Low—ความละเอียดต่ำ แต่งานจะเสร็จเร็ว

    Standard—ความละเอียดปานกลาง

    High—ความละเอียดสูง ใช้เวลาพิมพ์นาน

    Hyper—ความละเอียดสูงมาก (เมื่อเลือกพิมพ์ PLA ที่หัวพิมพ์ด้านขวาของเครื่อง Flashforge Dreamer)

หากต้องการปรับตัวเลือกมากกว่านี้ให้กดปุ่ม [More options] เพื่อกำหนด Layers, Shells, Infill, Temperature, และอื่นๆ
8Layer

Layer Height: กำหนดความสูงของแต่ละชั้นของเส้นพลาสติก ค่าที่น้อยจะได้ชิ้นงานที่มีผิวเรียบเนียนกว่า

First Layer Height: กำหนดความสูงที่ชั้นแรกของโมเดล มักจะกำหนดให้สูงกว่าชั้นอื่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการยึดเกาะกับแท่นพิมพ์ ไม่ควรเกิน 0.4 ม.ม. แนะนำว่าให้ใช้ค่าที่ให้มาShells: เป็นการกำหนดความหนาของพื้นผิวชิ้นงาน (หากเลือก vase mode ผิวด้านบนจะไม่พิมพ์)

Perimeter Shells: ความหนาผนังแนวตั้ง สูงสุดคือ 10 ชั้น

Top Solid Layer: ความหนาผนังด้านบน สูงสุดคือ 10 ชั้น น้อยสุดคือ 1 ชั้น

Bottom Solid Layer: ความหนาผนังด้านบน สูงสุดคือ 10 ชั้น น้อยสุดคือ 1 ชั้นInfill กำหนดปริมาณ และรูปแบบเนื้อพลาสติกที่อยู่ในโมเดล

Fill Density: ปริมาณเนื้อพลาสติกที่อยู่ภายในของตัวโมเดล

Fill Pattern: รูปแบบของเนื้อพลาสติกที่พิมพ์ มีแบบหกเหลี่ยมจะแข็งแรงที่สุด สามเหลี่ยมจะให้การยึดตัวของแต่ละ layer ดี และเส้นตรงจะพิมพ์ได้เร็วที่สุด

Combine Infill: เป็นการลดเวลาในการพิมพ์ โดยพิมพ์ infill แบบชั้นเว้นชั้น Layer height ที่มากกว่า 0.1 ม.ม.แนะนำให้ใช้ Every “n” Layers นอกจากนั้นแนะนำให้ใช้ Every “n” Inner Layers

9

Speed: ความเร็วในการพิมพ์ การพิมพ์ให้ช้าจะได้โมเดลที่สวยงามกว่า (ประมาณ 40 ม.ม./วินาที)

Print Speed: ความเร็วระหว่างพิมพ์โมเดล

Travel Speed: ความเร็วขณะที่หัวพิมพ์เคลื่อนข้ามช่องว่าง (ไม่ได้ฉีดพลาสติก) สำหรับ PLA แนะนำที่ 100

หมายเหตุ: การปรับค่าการพิมพ์เพื่อให้ได้ผลที่ดี จะแตกต่างในแต่ละโมเดลTemperature ตั้งค่าอุณหภูมิที่หัวพิมพ์ และแท่นพิมพ์

Right/Left Extruder: ตั้งค่าอุณหภูมิที่หัวพิมพ์ทั้งสองด้าน สำหรับเครื่อง Finder / Guider จะมีช่องเดียว

Platform: ตั้งค่าอุณหภูมิที่แท่นพิมพ์ สำหรับเครื่อง Finder / Guider จะไม่มีค่านี้

หมายเหตุ: การใช้อุณหภูมิที่แตกต่างกันจะมีผลกับโมเดลที่พิมพ์ ควรปรับให้เหมาะสมกับโมเดลของคุณ

10Others อื่นๆ

Cooling Fan Controls: มีเฉพาะเครื่องรุ่น Flashforge Dreamer/Creator Pro ใช้สำหรับกำหนดการเปิด/ปิดพัดลม และยังกำหนดการเปิดพัดลมที่ความสูงใดๆ ของแกน Z ได้อีกด้วย

11

Pause at Heights: กำหนดให้เครื่องหยุดพิมพ์ชั่วคราวที่ความสูงใดๆ ของแกน Z สามารถกำหนดได้หลายๆ ตำแหน่ง โดยการกดปุ่ม [Edit] ใส่ความสูงที่ต้องการเป็น ม.ม. แล้วกด + หากต้องการลบค่าใด ก็เลือกค่านั้นแล้วกด –เรียบร้อยแล้วกดปุ่ม [OK]

1213

Explanation of Expert Slicing settings

1

Preview: เลือกช่องนี้เพื่อดูการทำงานของเครื่องก่อนพิมพ์

Print When Slice Done: เลือกช่องนี้เพื่อพิมพ์งานทันที

Select Profile: เลือกชุดคำสั่งที่บันทึกไว้ล่วงหน้า

General:

Layer Height:

Layer Height: Layer Height: กำหนดความสูงของแต่ละชั้นของเส้นพลาสติก ค่าที่น้อยจะได้ชิ้นงานที่มีผิวเรียบเนียนกว่า

First Layer Height: กำหนดความสูงที่ชั้นแรกของโมเดล มักจะกำหนดให้สูงกว่าชั้นอื่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการยึดเกาะกับแท่นพิมพ์ ไม่ควรเกิน 0.4 ม.ม. แนะนำว่าให้ใช้ค่าที่ให้มา

Speed:

Base Print Speed: ความเร็วระหว่างพิมพ์โมเดล ค่าความเร็วนี้จะเป็นฐานในการคำนวณความเร็วอื่นๆ ต่อไป

Travel Speed: ความเร็วขณะที่หัวพิมพ์ไม่ได้ฉีดพลาสติกออกมา

Minimum Speed: ความเร็วต่ำสุดขณะพิมพ์

First Layer Maximum Speed: ความเร็วสูงสุดในการพิมพ์ layer แรก ควรให้ช้าเพื่อช่วยให้ติดแท่นพิมพ์ได้ดีขึ้น – หากใช้ raft จะไม่นำค่านี้ไปใช้

First Layer Maximum Travel Speed: ความเร็วสูงสุดขณะที่หัวพิมพ์ไม่ได้ฉีดพลาสติกที่ layer แรก ควรให้ช้าเพื่อช่วยให้ติดแท่นพิมพ์ได้ดีขึ้น – หากใช้ raft จะไม่นำค่านี้ไปใช้

Temperature

Extruder’s temperature: อุณหภูมิที่หัวพิมพ์ขณะพิมพ์

Platform: อุณหภูมิที่แท่นพิมพ์ช่วยให้โมเดลติดแท่นพิมพ์ได้ดีขึ้น หากเครื่องพิมพ์เป็นรุ่น “Flashforge Dreamer/ Creator Pro/ Inventor” จะแสดงอุณหภูมิของหัวพิมพ์ ซ้าย-ขวา-แท่นพิมพ์ หากเครื่องพิมพ์เป็นรุ่น “FlashForge Finder/Guider”จะแสดงอุณหภูมิของหัวพิมพ์เท่านั้น

การกำหนดอุณหภูมิควรให้เหมาะกับชนิดของพลาสติกที่ใช้

หมายเหตุ: การใช้อุณหภูมิที่แตกต่างกันจะมีผลกับโมเดลที่พิมพ์ ควรปรับให้เหมาะสมกับโมเดลของคุณ

Retraction

Retraction length: ระยะทางที่มอเตอร์จะดึงเส้นพลาสติกกลับก่อนที่หัวพิมพ์จะเคลื่อนที่ผ่านช่องว่าง ซึ่งจะช่วยลดการเกิดเส้นใย และการเลอะของพลาสติก

Speed: ความเร็วในการดึงเส้นพลาสติกกลับ

Perimeter:

Thickness:

Shell Count: จำนวนรอบที่หัวพิมพ์จะฉีดพลาสติกในการสร้างผนังด้านข้าง จำนวนรอบมากขึ้นโมเดลจะมีความแข็งแรงมากขึ้นตาม

Maximum Path Overlap: กำหนดระยะทับซ้อนของเส้นพลาสติกในกรณีที่พิมพ์งานผนังบาง

Start Points:

Mode: กำหนดตำแหน่งจุดเริ่มต้นของ layer ซึ่งมีอยู่ 2 ตัวเลือกคือ

Closest to specific location: ทุก layer จะเริ่มที่จุดที่ใกล้ตำแหน่งที่ระบุมากที่สุด

Use random start points: จุดเริ่มต้นจะเป็นไปในลักษณะสุ่มตำแหน่ง

X : พิกัดในแกน X ที่หัวพิมพ์จะเริ่มพิมพ์ในแต่ละ layer

Y : พิกัดในแกน Y ที่หัวพิมพ์จะเริ่มพิมพ์ในแต่ละ layer

Speed:

Exterior Speed: ความเร็วในการพิมพ์ผิวด้านนอกของโมเดล คิดเป็น % ของ Base Print Speed ควรพิมพ์ให้ช้าเพื่อผิวงานที่สวยกว่า

Visible Interior Speed: ความเร็วในการพิมพ์ผิวด้านในของโมเดลในส่วนที่มองเห็น คิดเป็น % ของ Base Print Speed

Invisible Interior Speed: ความเร็วในการพิมพ์ผิวด้านในของโมเดลในส่วนที่มองไม่เห็น คิดเป็น % ของ Base Print Speed

Infill:

General

Top Solid Layers: ความหนาของพื้นด้านบน เกิดจากการปู layer ให้เต็ม ปกติจะปูเต็มหลายๆ layer เพื่อไม่ให้บางเกินไป

Bottom Solid Layers: ความหนาของพื้นด้านล่าง เกิดจากการปู layer ให้เต็ม ปกติจะปูเต็มหลายๆ layer เพื่อไม่ให้บางเกินไป

Fill Density: กำหนดปริมาณเนื้อพลาสติกที่เติมเข้าไปในช่องว่างภายในตัวโมเดล

Fill Pattern: รูปแบบของเส้นพลาสติกที่จะสร้างเป็นเนื้อด้านในโมเดล รูปหกเหลี่ยมจะแข็งแรงที่สุด เส้นตรงจะเร็วที่สุด สามเหลี่ยมจะให้การยึดเหนี่ยวระหว่าง layers.มากที่สุด

Start Angle: กำหนดองศาของรูปแบบที่พิมพ์ที่ layer แรก จะไม่มีผลกับแบบหกเหลี่ยม

Overlap Perimeter: กำหนดระยะทับซ้อนของ infill กับ shell เพื่อให้โมเดลมีความแข็งแรงไม่เกิดรู

Vase Mode: โหมดแจกัน เมื่อเลือกโหมดนี้ infill และ top solid layer จะไม่ถูกพิมพ์

Speed

Solid Speed: ความเร็วในขณะที่พิมพ์เต็ม (solid layer) จะตั้งค่าเป็น % ของ Base Print Speed

Sparse Speed: ความเร็วในขณะที่พิมพ์ infill

Combine Infill

Maximum Combine Layers: เลือกเพื่อรวมจำนวนชั้นของ infill เข้าด้วยกัน ทำให้งานเสร็จเร็วขึ้นโดยจะพิมพ์ชั้นสลับชั้น ตามจำนวนที่ชั้นที่เลือก และจะฉีดพลาสติกให้ออกมามากขึ้นแทน

Combine Mode: หาก Layer height ที่มากกว่า 0.1 ม.ม.แนะนำให้ใช้ Every “n” Layers นอกจากนั้นแนะนำให้ใช้ Every “n” Inner Layers

Support:

General

Enable Support: ตอบ Yes เพื่อให้เครื่องพิมพ์ support ที่สร้างมาแล้ว หากตอบ No จะไม่พิมพ์ แม้จะสร้างมาแล้วก็ตาม

Select Extruder: เลือกหัวพิมพ์ซ้าย หรือขวา เพื่อพิมพ์ support หากเครื่องรุ่น “FlashForge Dreamer/FlashForge Creator Pro/ FlashForge Inventor” จะสามารถเลือกได้ ตัวเลือก Automatch ซอฟแวร์จะเลือกหัวพิมพ์ให้โดยอัตโนมัติ หากใช้เครื่องรุ่น “FlashForge Finder/Guider”จะไม่สามารถเลือกได้.

Treelike

Speed: ปรับความเร็วในการพิมพ์ support ใส่ค่าเป็น % ของ Base Print Speed

Space to Model(X/Y): ปรับระยะห่างที่น้อยที่สุดของ support กับโมเดล เพื่อให้สามารถแกะ support ได้โดยง่าย

Shell Count: จำนวนรอบในการพิมพ์ support

Linear

Speed: ปรับความเร็วในการพิมพ์ support ใส่ค่าเป็น % ของ Base Print Speed

Space to Model(X/Y): ปรับระยะห่างที่น้อยที่สุดของ support กับโมเดล เพื่อให้สามารถแกะ support ได้โดยง่าย

Space to Model (Z): ระยะห่างระหว่าง support กับโมเดลในแนวแกน Z เพื่อให้สามารถแกะ support ได้โดยง่าย

Path Space: ความถี่ของ support ยิ่งถี่มากก็จะรองรับได้ดีขึ้น แต่ใช้เวลานานมากขึ้นด้วย

Additions:

Raft:

Enable Raft: ตอบ Yes เพื่อให้เครื่องพิมพ์สร้าง raft ซึ่งจะช่วยให้โมเดลยึดติดกับแท่นพิมพ์ได้ดีขึ้น และยังช่วยปรับพื้นผิวแท่นพิมพ์ที่ไม่เรียบได้อีกด้วย

Select Extruder: เลือกหัวพิมพ์ซ้าย หรือขวา เพื่อพิมพ์ support หากเครื่องรุ่น “FlashForge Dreamer/FlashForge Creator Pro/ FlashForge Inventor” จะสามารถเลือกได้ ตัวเลือก หากใช้เครื่องรุ่น “FlashForge Finder/Guider”จะไม่สามารถเลือกได้.

Margin: กำหนดขนาดของ raft ว่าจะกว้างกว่าตัวโมเดลเท่าใด

Space to Model (Z): ระยะห่างระหว่าง raft กับโมเดลในแนวแกน Z เพื่อให้สามารถแกะ raft ได้โดยง่าย

Pre-extrusion

Enable Pre-extrusion: กำหนดให้เครื่องพิมพ์เส้นออกมาระยะหนึ่งเพื่อเตรียมหัวพิมพ์ให้พร้อม

Margin: กำหนดระยะให้ห่างจากโมเดลเท่าใด

Path Length: กำหนดว่าจะให้พิมพ์เส้นออกมายาวเท่าใด

Speed: ความเร็วในการพิมพ์เส้นนี้

Wall

Enable Wall: สร้างกำแพงรอบๆ โมเดล ทำหน้าที่เช็ดพลาสติกที่ไหลย้อยออกมาจากหัวพิมพ์ที่ยังไม่ได้ถูกใช้งาน ในกรณีที่พิมพ์สองหัวพร้อมกัน

Select Extruder: เลือกหัวพิมพ์ซ้าย หรือขวา เพื่อพิมพ์ support หากเครื่องรุ่น “FlashForge Dreamer/FlashForge Creator Pro/ FlashForge Inventor” จะสามารถเลือกได้ ตัวเลือก หากใช้เครื่องรุ่น “FlashForge Finder/Guider”จะไม่สามารถเลือกได้

Shell Count: จำนวนรอบในการพิมพ์ wall จำนวนรอบที่มากขึ้นผนังจะหนาและแข็งแรงขึ้น

Margin: กำหนดระยะห่างระหว่างโมเดล และ Wall

Speed: กำหนดความเร็วในการพิมพ์ Wall

Brim

Enable brim: กำหนดให้สร้างเส้นรอบรูปโมเดลที่ชั้นแรก สร้างเป็นครีบออกมาจากฐานโมเดลเพื่อช่วยในการยึดเกาะกับแท่นพิมพ์ป้องกันการยกตัวจากฐาน

Select extruder: เลือกหัวพิมพ์ซ้าย หรือขวา เพื่อพิมพ์ support หากเครื่องรุ่น “FlashForge Dreamer/FlashForge Creator Pro/ FlashForge Inventor” จะสามารถเลือกได้ ตัวเลือก หากใช้เครื่องรุ่น “FlashForge Finder/Guider”จะไม่สามารถเลือกได้

Margin: ความกว้างของครีบที่จะสร้าง ยิ่งกว้างมากก็ยิ่งยึดติดได้ดี

Brim Layer: จำนวนชั้นที่พิมพ์ Brim ยิ่งหลายชั้นจะยิ่งแข็งแรงขึ้น แต่จะแกะออกยากขึ้น

Advanced

Stepper Motor Voltage (Usually keep default) แนะนำว่าให้คงค่าเดิมไว้

X-Axis: ค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าที่ใช้กับมอเตอร์แกน X ยิ่งสูงจะได้กำลังมาก แต่มอเตอร์จะร้อนมากขึ้น

Y-Axis: ค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าที่ใช้กับมอเตอร์แกน Y ยิ่งสูงจะได้กำลังมาก แต่มอเตอร์จะร้อนมากขึ้น

Z-Axis: ค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าที่ใช้กับมอเตอร์แกน Z ยิ่งสูงจะได้กำลังมาก แต่มอเตอร์จะร้อนมากขึ้น

A-Axis: ค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าที่ใช้กับมอเตอร์หัวฉีด 1 ยิ่งสูงจะได้กำลังมาก แต่มอเตอร์จะร้อนมากขึ้น

B-Axis: ค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าที่ใช้กับมอเตอร์หัวฉีด 2 ยิ่งสูงจะได้กำลังมาก แต่มอเตอร์จะร้อนมากขึ้น

Others

Extrusion Ratio: อัตราการฉีดเนื้อพลาสติกออกจากหัวพิมพ์

Path Width: ขนาดเส้นพลาสติกที่ฉีดออกจากหัวพิมพ์ 0.4 คือค่าที่เท่ากับขนาดรูหัวพิมพ์

Path Resolution: กำหนดความละเอียดของเส้นพลาสติกในกรณีที่โมเดลมีรายละเอียดมากเกินไป ตัวเลขที่มากขึ้นจะทำให้ตำแหน่งของเส้นพลาสติกมีความละเอียดลดลง แต่การความแม่นยำของการฉีดพลาสติกจะสูงขึ้น

Others

Cooling Fan Controls

Cooling Fan Controls: ควบคุมการเปิดปิดพัดลมระบายความร้อน มีตัวเลือกดังนี้

[“Always On” เปิดตลอดเวลา] [“Always Off” ปิดตลอดเวลา], [“ON (when raft printed)” เปิดเมื่อ พิมพ์ raft เสร็จ], [“ON (when to pre-set height)”เปิดเมื่อถึงระยะที่ตั้งล่วงหน้า] ซึ่งใช้ได้กับเครื่องรุ่น “FlashForge Dreamer/FlashForge Creator Pro/FlashForge Inventor” เท่านั้น

2

The Pre-set Fan On Height: กำหนดความสูงของโมเดลที่จะเปิดพัดลมล่วงหน้า

3

Pause Heights: กำหนดความสูงที่ให้เครื่องหยุดพิมพ์ชั่วคราว กำหนดได้หลายตำแหน่ง แต่ต้องไม่สูงกว่าตัวโมเดล

4

วิธีทำ-ให้กดปุ่ม [Edit] แล้วจะมีหน้าต่างดังรูปข้างล่าง ใส่ตัวเลขความสูงที่ต้องการแล้วกดเครื่องหมาย + หากต้องการลบให้เลือกจากบรรทัดที่สอง แล้วกดเครื่องหมาย – เรียบร้อยแล้วกดปุ่ม [OK]

6
Dimensional Adjustment

Enable Adjustments: เปิดใช้งานค่าชดเชยขนาดของโมเดลในกรณีที่ขนาดคลาดเคลื่อน

External Compensation: กำหนดค่าชดเชยขนาดของโมเดลในส่วนของขนาดภายนอก ค่าบวกจะทำให้ขนาดใหญ่ขึ้น ค่าลบจะทำให้ขนาดเล็กลง

Internal Compensation: กำหนดค่าชดเชยขนาดของโมเดลในส่วนของขนาดภายใน ค่าบวกจะทำให้ขนาดใหญ่ขึ้น ค่าลบจะทำให้ขนาดเล็กลง

Reset extruder temperature once reach to specific heights

Extruder: กำหนดว่าให้เปลี่ยนค่าความร้อนเป็นค่าที่กำหนดใหม่เมื่อโมเดลมีความสูงถึงระยะที่กำหนด

7

วิธีทำ-ให้กดปุ่ม [Edit] แล้วจะมีหน้าต่างดังรูปข้างล่าง ใส่ตัวเลขความสูง และอุณหภูมิที่ต้องการแล้วกดเครื่องหมาย + หากต้องการลบให้เลือกจากบรรทัดที่สอง แล้วกดเครื่องหมาย – เรียบร้อยแล้วกดปุ่ม [OK]

8

  1. Save as new: บันทึกค่าการพิมพ์ต่างๆ เป็นไฟล์เก็บไว้ได้
  • วิธีทำ – หลังจากตั้งค่าต่างๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้วกดปุ่ม [Save as new] จะมีหน้าต่างใหม่ขึ้นมา ให้ใส่ชื่อไฟล์ที่ต้องการแล้วกดปุ่ม [OK] เมื่อจะเรียกใช้ครั้งต่อไปให้เลือกจากช่อง [Select Profile]
  1. Remove
  • ใช้ลบค่าการพิมพ์ที่เคยบันทึกไว้ที่แสดงอยู่ในช่อง [Select Profile] ออกไป โดยการกดปุ่ม [Remove] จะมีข้อความให้ยืนยัน ตอบ [Yes] หากต้องการลบ หากต้องการยกเลิกให้กดปุ่ม [No]
  1. Restore Default: เมื่อต้องการเปลี่ยนค่าต่างๆ ให้กลับไปเป็นค่าเริ่มต้นให้กดปุ่มนี้
  2. Save Configuration: บันทึกค่าที่เปลี่ยนแปลงเข้าไปกับ profile ปัจจุบัน
  • สำหรับเครื่องพิมพ์ DLP 3D printer Hunter
  • ก่อนจะเริ่มพิมพ์ โมเดลของคุณต้องทำการ slice และแปลงข้อมูลเป็นรูปแบบของ svgx เสียก่อน โปรดดูวิธีการทำในหัวข้อ 2.8.1 ในการสร้าง svgx จะมีการตั้งค่าดังต่อไปนี้
  1. Print Preview: เลือกให้แสดงภาพก่อนพิมพ์ ควรเลือกไว้เสมอ
  2. Start to print after slice done: เลือกเพื่อให้เครื่องพิมพ์เริ่มทำงานทันทีหลังจากคำนวณเสร็จ
  3. Material type: มีตัวเลือกให้ใช้อยู่ 4 แบบ แบบที่เป็นค่าตั้งต้นคือ FH1100
  • Layer height: กำหนดความหนาของแต่ละ layer ค่าตั้งต้นอยู่ที่ 0.025 ม.ม.
  • Exposure time
  • Base Time: ระยะเวลาการฉายแสงของแต่ละ layer เรซิ่นแต่ละชนิดจะใช้เวลาแตกต่างกัน ปรับได้ตั้งแต่ 1-60 วินาที
  • Attach Time: ระยะเวลาการฉายแสงของ layer แรกเพื่อให้ติดกับฐานได้ดี ไม่หลุด
  • Raft: กำหนดให้พิมพ์แผ่นรองที่ฐานพิมพ์เพื่อช่วยให้โมเดลติดกับฐานได้ดีมากขึ้น
  • Size Adjust:
  • X adjust: เมื่อโมเดลที่พิมพ์เสร็จแล้วขนาดแกน X ผิดไปจากแบบ สามารถปรับขนาดได้ตั้งแต่ 50%-150%
  • Y adjust: เมื่อโมเดลที่พิมพ์เสร็จแล้วขนาดแกน Y ผิดไปจากแบบ สามารถปรับขนาดได้ตั้งแต่ 50%-150%
  • Infill
  • Infill Density: กำหนดความหนาแน่นของ infill กำหนดได้ตั้งแต่ 0%-100%
  • Shell thickness: กำหนดความหนาของผนังโมเดล กำหนดได้ตั้งแต่ 1-10 ม.ม.
  • Infill thickness: กำหนดความหนาของ infill กำหนดได้ตั้งแต่ 0.5-5 ม.ม.
  • Others:
  • Light Intensity: กำหนดความเข้มแสงที่ใช้ เรซิ่นแต่ละชนิดจะใช้ความเข้มแสงแตกต่างกัน

การทำภาพนูนต่ำ (Lithophane / Relievo)

2

ในการทำภาพนูนต่ำ ให้เลือกไฟล์รูปภาพที่เป็นแบบ png, jpg, jpeg หรือ bmp แล้วโปรแกรมจะทำการเปลี่ยนให้เป็นไฟล์ .stl จะมีหน้าต่างดังนี้ขึ้นมา ปรับค่าต่างๆ ตามความต้องการดังนี้

1

Shape เลือกเป็นแบบแผ่น ท่อ ถ้วย โคมไฟ

Mode กำหนดให้สีเข้มให้หนา หรือสีอ่อนให้หนา

Maximum thickness ความหนารวมของโมเดล

Bottom thickness ความหนาของฐาน

Height ความสูงรวม

Top diameter เส้นผ่าศูนย์กลางด้านบน

Bottom diameter เส้นผ่าศูนย์กลางด้านล่าง จากนั้นกดปุ่ม [OK]

จากรูปนี้เราจะได้โมเดลตามนี้

3
(Plane)
4
(Tube)
5
(Canister)
10
(Lamp)
7
(Seal)

Surface to Platform

8
9

ใช้กำหนดพื้นผิวที่ต้องการให้แนบกับแท่นพิมพ์ ให้เลือกโมเดลที่ต้องการก่อน แล้วเลือกเมนู [Edit]–[Surface to Platform] แล้วใช้เมาส์ชี้ไปที่พื้นผิวที่ต้องการ จะมีกรอบสีแดงให้เห็น จากนั้นกด Double-click พื้นผิวนั้นจะไปแนบกับแท่นพิมพ์ทันที

Gyroid Infill

Gyroid Infill

ในโปรแกรม FlashPrint 3.27.0 มีการเพิ่มรูปแบบของ infill มาอีก 1 แบบเรียกว่า Gyroid ซึ่งเป็นรูปแบบที่ดีมากแบบหนึ่ง

Gyroid เป็นรูปแบบตามธรรมชาติชนิด พบเห็นได้ทั่วไปเช่นปีกผีเสื้อ หรือแม้แต่ในผนังเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ในปี 2017 นักวิจัยของ MIT พบว่าเมื่อวัสดุ Graphene ถูกปรับรูปร่างให้เหมือนกับโครงสร้าง Gyroid จะทำให้มันมีความแข็งแรงสูงขึ้นอย่างมากโดยที่ใช้เนื้อวัสดุเพียงเล็กน้อย พวกเขาค้นพบอีกว่าผลของการวิจัยนี้เกิดจากการใช้โครงสร้าง Gyroid นั่นเอง ดังนั้นการใช้วัสดุอื่นๆ เช่นพลาสติกก็จะให้ผลเช่นเดียวกัน นอกจากนี้มันยังสามารถรับแรงกระทำได้ดีจากทุกๆ ด้าน เมื่อใช้ในการพิมพ์สามมิติก็ใช้เวลาพิมพ์น้อยกว่าด้วย

ความสามารถรับแรงกดในแนวตั้งและด้านข้าง

ระยะเวลาที่ใช้ในการพิมพ์

 

หลักการเลือกใช้ Infill แบบต่างๆ 

  • หากชิ้นงานต้องรับแรงกดจากแนวดิ่ง ให้เลือกใช้แบบ Hexagon หรือ Triangle
  • หากชิ้นงานต้องรับแรงเฉือนหรือแรงกดจากด้านข้างให้เลือกใช้แบบ Gyroid
  • หากต้องการพิมพ์งานให้เสร็จเร็วให้เลือกใช้แบบ Gyroid หรือ Line

Update: ใน Version 3.28.0 FlashForge ได้เปลี่ยนชื่อเป็น 3D infill

Review FF Creator3 มีดีที่2หัวฉีด อิสระ

Review FF Creator3 มีดีที่2หัวฉีด อิสระ

Feature โดยรวมของเครื่อง

มาแกะกล่อง แล้วลองใช้งานเครื่อง Flashforge Creator3 ไปด้วยกันครับ Flashforge Creator3 หน้าตาจะดูออกเป็นแนวกล่องๆอวกาศๆ ตามสไตล์ Flashforge Guider2s โดยตัวเครื่องจะมีสองหัวฉีด ซึ่งวิ่งอิสระต่อกัน (ธรรมดาส่วนมากเครื่อง 2หัวฉีดที่ขายกันอยู่ทั่วๆไปนั้น 2หัวฉีดจะติดกันวิ่งไปด้วยกัน) มันมีข้อดีคือสามารถพิมพ์ 2ชิ้นพร้อมๆกัน , สองวัสดุ ไม่สีเลอะกัน หรือ ชิ้นงานกับ Support แยกกัน

ตัวเครื่องค่อนข้างหนัก ประมาณ 40Kg คนเดียวยกลำบากหน่อย โครงสร้างเป็นอลูมิเนียมขึ้นรูป ข้อตำต่างๆทำมาจากอลูมิเนียมเกือบทั้งหมด ปิดกรอบด้วยวัสดุพลาสติก ABS วัสดุที่ใช้ดูแข็งแรง แน่นทนทาน วางตำแหน่งหน้าจอสัมผัสไว้สูงไปหน่อย กดและมองเห็นยาก // ภายในมีกล้อง Build in ไว้ดูการทำงานของเครื่อง Online ผ่าน Cloud หรือ ผ่านมือถือได้เลย

หัวฉีด 2 หัวมีมอเตอร์ในการเคลื่อนที่แยกกัน (แยกในแนวแกน X แต่แกน Y อยู่บนรางเดียวกัน) หัวฉีดเปลี่ยนจากหัวทองเหลืองมาเป็นหัวสแตนเล ทำความร้อนได้ถึง 300°C รองรับวัสดุวิศวกรรมที่พิมพ์ด้วยความร้อนสูงอย่าง Carbon fiber / PC ได้ เนื่องจากหัวฉีดแยกอิสระต่อกันจึงสามารถพิมพ์ Support ได้ดี ไม่ไปเลอะส่วนที่เป็นชิ้นงาน

มาลงรายละเอียดกันเป็นส่วนๆได้ดังนี้ครับ

ด้านบนตังเครื่องเป็นลักษณะหน้าต่างเปิดปิดได้ ไม่เกะกะ

แกะกล่อง โครงสร้างภายนอก
กล่องของเครื่อง Flashforge Creator3 มีขนาดค่อนข้างใหญ่ 755*629*732mm ใส่รถเก๋งธรรมดาไม่ได้ต้องเป็นแบบ hatchback เปิดท้าย หรือ รถกระบะ / การแพคเครื่องมีการหุ้มกันกระแทกด้วยวัสุดโฟม / ตัวเครื่องเป็นทรงกล่องสี่เหลี่ยมขนาด 627 * 485 * 615mm จากน้ำหนักเครื่อง 40Kg ควรว่าบนโต๊ะที่แข็งแรง / ด้านหน้าตัวเครื่องเป็นหน้าต่าง ด้านข้างเป็นที่ใส่เส้นพลาสติกทั้งสองด้านสำหรับหัวซ้ายและขวา เป็นที่เก็บมิดชิด ด้านหลังของตัวเครื่องเป็นสวิทซ์เปิดปิดตัวเครื่อง ช่องต่อสาย LAN ช่องเสียสายไฟ และช่องออกของพัดลดระบายอากาศ+แผ่นกรองอากาศ

กล่องค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ

โครงสร้างภายใน
โครงสร้างด้านในตัวเครื่องโครงด้านในเป็นวัสดุโลหะแผ่นตัดขึ้นรูปด้วยเลเซอร์ รางสไลด์ข้อต่อส่วนที่เคลื่อนที่ทำจากอลูมิเนียมขึ้นรูป (หลายยี่ห้อยังใช้เป็นพลาสติกอยู่) ดูแข็งแรงทนทาน หัวฉีดเป็นอิสระต่อกันออกแบบเป็นก้อนของใครของมัน มีส่วนเช็ดเส้นส่วนเกินทั้งสองด้านพร้อมภาชนะเก็บเศษพลาสติกส่วนเกิน (สามารถถอดออกไปทิ้งได้) ด้านเสาขวาของตัวเครื่อง(มองจากเครื่องออกมาด้านนอก) มีกล้องวิดีโอ ส่วนฐานพิมพ์สามารถถอดออกจากแท่นทำความร้อนได้ สะดวกในการเอาชิ้นงานออกจากเครื่อง (มาแกะชิ้นงานนอกเครื่องไม่ต้องแซะภายในเครื่อง)

2 หัวฉีดอิสระ — ทำอุณหภูมิได้ทั้ง 300c
หัวฉีดสองตัวแยกชุดทำความร้อน/ชุดฟีดของตัวมันเอง มีมอเตอร์ เคลื่อนที่บนแทนแกนY ของใครของมัน หัวฉีดทำความร้อนได้ 300c เป็นหัวแบบ All Metal สแตนเลสจึงสามารถทำให้พิมพ์เส้น Carbon Fiber และ PC Nylon ได้

หัวฉีด 2 หัวอิสระต่อกัน ชุดใครชุดมัน

พิมพ์ชิ้นงานสองชิ้นพร้อมกันใน Mode Mirror

หัวฉีดสแตนเลส All Metal ทำความร้อนได้ 300c รองรับวัสดุได้หลายหลายเช่น Carbon Fiber

ฐานพิมพ์ถอดออกจากตัวเครื่องได้ บิดเพื่อให้แกะชิ้นงานออกง่าย
ฐานพิมพ์เป็นพลาสติกขึ้นรูปสีดำมาพร้อมมือจับให้ถอดเข้า-ออกกับแท่นทำความร้อนได้ บนฐานพิมพ์ติดด้วย Build Sheet สามารถเปลี่ยน Build sheet ได้ ฐานพิมพ์สามารถบิดงอได้ เป็นข้อดีทำให้สามารถแกะชิ้นงานใหญ่ๆได้โดยการบิดที่ฐานพิมพ์

ฐานพิมพ์ถอดมาได้ / มาพร้อมกล้อง Build in

การพิมพ์ทั้ง 4 โหมด
เนื่องจากมีสองหัวฉีดอิสระต่อกัน หากใช้สองหัวพร้อมกัน จึงสามารถพิมพ์งานได้พิเศษใน 4โหมด
1. พิมพ์สองโมเดลพร้อมกัน เหมือนกัน (Duplicate)
2. พิมพ์สองโมเดลพร้อมกัน กลับด้านกัน ซ้าย-ขวา (Mirror)
3. พิมพ์ชิ้นงานสองสี (2 Colors)
4. พิมพ์ชิ้นงานกับ Support (Support Mode)

ชิ้นงานที่พิมพ์ออกมาจากเครื่อง Duplicate, Mirror, 2color, Support

พิมพ์ชิ้นงาน กับเส้น PVA ละลายน้ำ

interface Touchscreen
ตัวเครื่องควบคุมด้วยหน้าจอ Touch Sceen 4.5นิ้ว โดยแสดงสถานะการพิมพ์กราฟิกรูป สามารถปรับอุณหภูมิระหว่างพิมพ์ได้ ปรับเพิ่มลด Speed ระหว่างพิมพ์ได้เช่นกัน

สถานะการพิมพ์ สามารถปรับอุณหภูมิ ณ จุดเวลาใดๆก็ได้ในการพิมพ์ รวมถึงปรับเพิ่มลด speed

กล้อง Build-in
สามารถดูการทำงานของเครื่องจากระยะไกล ผ่านมือถือหรือ คอมพิวเตอร์ // Cloud Printing

การเชื่อมต่อ
ตัวเครื่องสามาถเชื่อมต่อด้วย 4ช่องทาง คือ ทาง Wifi, LAN, USB Flash drive, Cloud Printing

สรุป
ตัวเครื่องเหมาะกับผู้ใช้งานทั่วไป ค่อนไปทาง Professional อย่างบริษัทออกแบบหรือโรงงาน รองรับวัสดุได้หลากหลายทั่วๆไปเช่น PLA, ABS, HIPS และวัสดุ Engineer เช่น PVA, Carbon Fiber, PC, Nylon สองหัวฉีดอิสระทำให้สามารถพิมพ์ชิ้นงานได้เพิ่มเป็นสองเท่าในเวลาที่เท่ากัน สามารถทำเป็นโรงงานขนาดย่อมๆได้

สองหัวฉีดสามารถใช้ร่วมกับวัสดุเส้นละลายน้ำ Dissolvable filament สำหรับการพิมพ์ชิ้นงานที่ซับซ้อน ต้องใช้ Support ละลายน้ำ เครื่องมีความสามารถครบครัน

จุดเด่น
1. มีสองหัวฉีดอิสระ 2หัวช่วยกันพิมพ์ พิมพ์ชิ้นงาน 2ชิ้นพร้อมๆกัน, แยกหัวหนึ่ง อีกหัวพิมพ์หัวฉีดละลายน้ำ
2. หัวฉีดทำอุณหภูมิได้สูงถึง 300c และเป็นวัสดุสแตนเลส ทำให้รองรับการใช้วัสดุ Carbon Fiber, PC Nylon
3. สามารถปรับอุณหภูมิ หรือ ความเร็วจะระหว่างพิมพ์ชิ้นงานได้ เช่นพิมพ์ไปสักพักอยากให้พิมพ์เร็วขึ้นก็ปรับได้
4. บอกแบบเป็นเครื่องปิด หน้าต่าง หรือส่วนหน้าต่างด้านบนเปิดได้ ไม่เกะกะ
5. เชื่อมต่อได้หลากหลาย wifi, cloud, LAN, Flash Drive และกล้องดูสถานะชิ้นงาน online

จุดด้อย
1. หน้าจอสัมผัส ตอบสนองช้า หลายๆครั้งต้องกดหลายที
2. เครื่องใหญ่และหนัก ยกคนเดียวไม่ได้

การทำขาเทียมอย่างง่ายด้วยตัวเอง

การทำขาเทียมอย่างง่ายด้วยตัวเอง

ขาเทียม

หนึ่งในสิ่งที่เครื่องพิมพ์สามมิติสามารถทำประโยชน์ต่อมนุษยชาติก็คือการช่วยเหลือผู้ที่ด้อยโอกาสให้ใช้ชีวิตได้อย่างปรกติสุข มีโรงงานที่ผลิตอวัยวะเทียมจำนวนมากในโลกนี้ที่ผลิตออกมาจำหน่าย แต่ด้วยราคาที่สูงจนผู้คนจำนวนมากไม่อาจจะเอื้อมถึง จึงมีผู้ออกแบบอวัยวะเทียมแบบต่าง ๆ เพื่อให้สามารถพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติซึ่งเริ่มเป็นที่แพร่หลาย และสามารถผลิตอวัยวะเทียมได้โดยไม่ยากเกินไป และมีค่าใช้จ่ายต่ำ เพื่อให้ทุกคนที่จำเป็นต้องใช้อวัยวะเทียมเข้าถึงและใช้งานได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น

นี่เป็นรูปแบบขาเทียมแบบหนึ่งที่สามารถใช้งานได้จริง และยังมีความสวยงาม การผลิตไม่ยากเกินไป อีกทั้งสามารถหาวัสดุได้ทั่วไป ซึ่งเราจะขอแนะนำการผลิตเป็นขั้นตอนดังนี้

ก่อนอื่นควรดาวน์โหลดไฟล์สำหรับการผลิตจาก https://www.thingiverse.com/thing:2754691 ในนี้จะมีไฟล์ STL และรูปประกอบตามนี้

Thingiverse thing_2754691

File list

จะมีไฟล์ STL ที่จะนำมาพิมพ์ทั้งหมด 11 ไฟล์ และไฟล์ PDF แสดงการประกอบ

เมื่อได้ไฟล์มาแล้วก็เริ่มพิมพ์กันเลย โดยเราจะใช้เครื่องพิมพ์ Flashforge Guider II ในการพิมพ์ชิ้นส่วนทั้งหมด ซึ่งใช้การพิมพ์เพียง 2 ครั้งก็ครบทุกชิ้นส่วน

unnamed2 unnamed

20180511_114425

20180510_155921

20180507_145934

เนื่องจากโปรเจคนี้เป็นเพียงการทดสอบ วัสดุที่ใช้จะเป็น ABS ทั้งหมด แต่หากใช้วัสดุที่แข็งแรงกว่านี้เช่นคาร์บอนไฟเบอร์ หรือโลหะได้ก็จะดีกว่ามาก การ setting จะกำหนดให้พิมพ์ผนังจำนวน 3 ชั้น infill 30% และ Layer height 0.15 มม. หรือ 150ไมครอน เพื่อความแข็งแรง รวมเวลาการพิมพ์ประมาณ 120 ชั่วโมง

เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วก็จะมาถึงขั้นตอนการประกอบซึ่งจะต้องหาอุปกรณ์เพิ่มเติมดังนี้

  • สลักเกลียวขนาด M3 x 20 พร้อมน็อต จำนวน  5
  • สลักเกลียวขนาด M5 x 30 พร้อม-น็อต จำนวน  2
  • สลักเกลียวขนาด M6 x 40 พร้อมน็อต จำนวน  1
  • สกรูเกลียวปล่อย ขนาด 1” 4 ตัว
  • ท่อเหล็ก หรืออลูมิเนียม ตามความยาวที่ต้องการ ที่เห็นในภาพจะเป็นท่อตรงของงานประปา ขนาดวงนอก 31.75 มม. (ถ้าหาไม่ได้หรือต้องการใช้อย่างื่อนก็อาจจะต้องแก้แบบ)
  • สปริง เราจะใช้สปริงโช๊คอัพของมอเตอร์ไซค์มาตัดใช้แทน
  • เครื่องมือ เช่นไขควง ประแจหกเหลี่ยม

IMG_0064

IMG_0065

IMG_0066

IMG_0067

IMG_0068

IMG_0069

ในส่วนของเท้าเราจะใส่น็อตลงไปในร่องทั้งสองด้านก่อน

IMG_0070

 

จากนั้นนำเอาส่วนปลายเท้ามาประกบ เอาสลักเกลียวขนาด M5x30 มายึดทั้งสองด้าน

นำชิ้นส่วนต่อไป ยึดกับโดยยึดด้วยสกรูเกลียวปล่อยขนาด 1 นิ้ว 4 จุด ยึดตุ่มกันหงาย และสปริง

IMG_0073

 

ชิ้นต่อไปเป็นส่วนที่เหมือนข้อเท้า ยึดด้วยสลักเกลียวขนาด M6x40

IMG_0075

ดูชัดๆ จุดนี้เราจะไม่ขันให้แน่นมากเพื่อให้ขยับได้ ควรจะใช้น็อตแบบล็อกได้ เพื่อป้องกันการคลายตัว เท่านี้ส่วนของเท้าก็จะเสร็จแล้ว ต่อไปจะประกอบส่วนขา

IMG_0076

นำท่อโลหะมาสวมเข้ากับส่วนข้อเท้า แล้วใช้ตัวรัดยึดเอาไว้ ใช้สลักเกลียวขนาด M3x20

IMG_0078

สวมตัวยึดแผ่นหน้าแข้งและน่องเข้าไปในท่อ

IMG_0079

นำปิดแผ่นหน้าแข้งและน่องมาสวมเข้าไปในร่อง ขยับให้ได้ตำแหน่งที่สวยงามแล้วยึดให้แน่น

IMG_0081

IMG_0082

นำตัวยึึดเบ้าสวมเข้าไปในท่อ ตามด้วยตัวเบ้ายึดให้แน่น เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

IMG_0083

หมายเหตุ

จากที่ได้พิมพ์และลองประกอบแล้ว ชิ้นส่วนหนึ่งในรูปชื่อไฟล์ “CRE-04_Cryptec_Pattern_Leg_Prosthesis-clamp.stl” ขนาดวงแหวนจะเล็กเกินไป ต้องปรับแบบเล็กน้อย ซึ่งสามารถโหลดได้ที่นี่ Prosthesis-clamp

เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วก็สามารถนำไปใช้งานได้ทันที

** ท่อในภาพอาจจะดูยาวเกินไปไม่สมส่วน เป็นเพราะเราหาเลื่อยตัดให้พอดีไม่ได้ **

ลักษณะการทำงานจะใกล้เคียงเท้าจริง โดยสปริงจะทำหน้าที่ดีดเท้ากลับทำหน้าที่เหมือนข้อเท้า เวลาเดินจะดูเป็นธรรมชาติขึ้น

รีวิวการใช้งานระบบ Polar cloud

รีวิวการใช้งานระบบ Polar cloud

สวัสดีครับ วันนี้ทาง print3dd มาแนะนำทำความรู้จัก polar cloud หรือเรียกง่ายก็คือระบบ cloud printing เราสามารถตั้งค่า สั่งพิมพ์ หรือแม้กระทั่งดูงานผ่านกล้องของเครื่องพิมพ์ได้ และที่สำคัญเพียงแค่มีอินเตอร์เนตเราก็สามารถสั่งพิมพ์งานจากที่ไหนก็ได้ ซึ่งเราสามารถใช้งานทั้งทางมือถือและคอมพิวเตอร์ จะเป็นอย่างไรไปดูกันเลย

01

เมื่อสมัครเสร็จแล้ว ให้คลิกที่ icon ด้านขวาบนของเว็บไซต์แล้วเลือก settings ในหน้านี้ให้เราจำ email และ pincode เพื่อไปใส่ที่ตัวเครื่องพิมพ์สามมิติ ในบทความนี้เราจะใช้เครื่อง Flashforge Adventerure3 ในการสาธิตวิธีใช้งานครับ

05

 

ต่อมาให้เปิด wifi ที่ตัวเครื่องพิมพ์สามมิติ และไปที่ polra cloud ในหน้านี้เราต้องใส่emailและ pincode ทีได้จากการสมัคร

(ทำการเปิดwifi)

3752

(เปิด PolarCloud เพีือใส่emailและpin code)

3751

เมื่อทำการตั้งค่าที่ตัวเครืองพิมพ์เสร็จแล้ว เราจะสามารถอัพโหลดงานผ่านระบบcloudได้แล้ว โดยเข้าหน้าเว็บไซต์ porlar cloud ให้เลือกที่ Explore และเลือก Objects 

888

คลิก upload โดยเราสามารถเลือกไฟล์จากเครื่องคอมพิวเตอร์หรือผ่าน Google Drive ก็ได้

55

ตรงนี้เราสามารถเลือกประเภทไฟล์ที่จะอัพโหลดได้ โดยให้กดตรงกรอบสีเหลี่ยมเพื่อเลือกไฟล์

02

(เลือกไฟล์เสร็จแล้วให้กดอัพโหลด)

03

เมื่ออัพโหลดเสร็จแล้ว ต่อมาให้ดูที่คำสั่งprintและกดตรงลูกศรในรูปเพื่อเลือกรุ่นเครื่องพิมพ์

07

คราวนี้เราสามารถตั้งค่าการพิมพ์ได้แล้ว โดนตรงนี้มีหลายส่วนที่สามารถตั้งค่าได้ดังนี้

-คำสั่งPLACEMENT ใช้เคลื่อนชิ้นงานปรับขนาดหรือหมุนตัวชิ้นงาน

08

-คำสั่งPRINT SETTINGS ใช้ตั้งค่าความละเอียดของตัวชิ้นงาน ตั้งความเร็วความร้อนของหัวฉีด ตรงนี้จะเหมือนกับเราใช้ Progarm Flashprint เลยครับ

09

-คำสั่งOPTIONS ในส่วนนี้จะมีการปรับUi Settingsของตัวเว็บได้ หรือแม้กระทั่งร้องขอให้ผู้อื่นพิมพ์งานให้โดยใช้ค่ำสั่งREQUEST

10

เมื่อตั้งค่าทุกอย่างเสร็จแล้วให้คลิกที่ PRINT ในหน้านี้เมื่อกด START ตัวเครื่องจะเริ่มพิมพ์งานทันที

13

จบไปแล้วนะครับ สำหรับการใช้งาน polar cloude ซึ่งเข้ามาช่วยให้การใช้งานเครื่องพิมพ์สามมิติสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยด้านล่างนี้ผมจะแนบvdoการใช้งานระบบpolar cloudไว้ให้ เพืี่อไม่ให้พลาดข่าวสารใหม่ๆเพื่อนๆสามารถกดติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/print3dd/ สำหรับวันนี้สวัสดีครับ