fbpx

รถไฟฟ้า EV ฝีมือคนไทย100% ด้วย 3D Printer ขั้นตอนการสร้าง

รถไฟฟ้า EV ฝีมือคนไทย100% ด้วย 3D Printer ขั้นตอนการสร้าง

กระแสการเปลี่ยนรถยนต์สันดาปเป็นรถยนต์ไฟฟ้า EV กำลังมาแรง การเปลี่ยนแปลงเลยเกิดขึ้น รถยนต์น้ำมันมีส่วนประกอบเครื่องยนต์หลักพัน-หมื่นชิ้น ผูกขาดกับผู้ผลิตไม่กี่เจ้าเท่านั้น แต่รถ EV มีส่วนประกอบที่น้อยกว่ามากๆทำให้มีผู้เล่นมากหน้าหลายตามากขึ้นแปลกๆ เช่น Sony, Apple แบรนด์ไทยก็เริ่มมีการผลิตเองอย่าง Mine Mobility, รถบัสไฟฟ้า อย่าง Sakun C เป็นต้น (ขณะที่เขียนบทความอยู่ มีบริษัทไทยหลายแห่งซุ่มทำ รถไฟฟ้าอยู่ครับ)

บทความนี้ 3DD จะมาพูดถึงขั้นตอนการออกแบบ การสร้างรถยนต์ต้นแบบ Concept Car โดยใช้ความสามารถของเครื่องพิมพ์ 3มิติ เข้ามาช่วยลดเวลาการสร้างจากเป็นปีๆ เป็นหลักอาทิตย์-เดือนเท่านั้น การออกแบบ-สร้าง เป็น Digital ทั้งหมดคือออกแบบใน CAD (Computer Aided Design) สร้างแบบ 3D ของตัวรถขึ้นมา ทดสอบ Aero Dynamics เบื้องต้นโดย Software ไปจนถึงการสร้างชิ้นงานจริงด้วย 3D Printer ระบบเรซิ่น SLA บทความนี้ใช้ Kings 1700Pro ออกแบบเพื่อพิมพ์งานรถยนต์โดยเฉพาะ (ปัจจุบันบริษัทรถยนต์ที่ให้อยู่เช่น Hyundia, Kia, Geely, BYD) ที่ใช้ระบบเส้นพลาสติกเพราะข้อจำกัดเรื่องคุณภาพชิ้นงาน ความสวย และ ความเร็ว ซึ่ง SLA ทำได้ดีกว่า

การประยุกต์ Digital Fabrication (3D Printer, 3D Scanner, Laser) กับการสร้างรถยนต์ EV อาจจะแบ่งเป็น 3 ประเภท

ปล1.ในบทความนี้เน้นเรื่องการออกแบบ Digital การพิมพ์ 3มิติ กับการสร้างรถยนต์จะไม่ลงลึก / ข้ามเรื่องเครื่องยนต์ไฟฟ้า ส่วนขับเคลื่อน
ปล2. ลูกค้าในบทความนี้ ทำงานในข้อ 2 อยู่ครับ คือทำชุดแต่งรถยนต์เช่นกันชนหน้า-หลัง ชุดแต่ง Hi-end ให้พวกรถ Super Car แต่สนใจทำธุรกิจ ข้อ 1.ออกแบบรถยนต์ขึ้นมาใหม่ ข้อ 3.เอารถคลาสิกเก่ามาทำเป็นรถใหม่

สร้างขึ้นมาใหม่เลย (New Design EV) 

การออกแบบขึ้นมาใหม่ ต้องทำงานเชื่อมโครงสร้าง การวางแผนเรื่องวางจุดศูนย์ถ่วงรถ ฐานล้อ ออกแบบการนั่ง ตำแหน่งวางมอเตอร์ แบตเตอรี่ และที่ยากที่สุดคือออกแบบออกมาอย่างไงให้สวยโดนใจลูกค้า ตย.ลูกค้าชอบรถที่ลุคสปอร์ต ไปทาง Super Car สมัยก่อนหลังการมีภาพร่างในใจแล้ว ก็จะเริ่มเอาดินมาปั่นเป็นภายนอกรถกันต่อ ต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญการมากทั้งการปั้นให้ได้สมมาตรและอัตราส่วน ปัจจุบันมีเครื่องมือ CAD ก็ออกแบบใน Computer มี Software หลากหลายเช่น Solid Work, Rhino (ใครถนัดตัวไหนใช้ตัวนั้น) สามารถเห็นหน้าตาในจอก่อน พร้อมทดสอบ Simulate ทางวิศวกรรมต่างๆได้ จากนั้นเอาไปสร้างโดย SLA 3D Printer ในที่นี้เราใช้เป็น Kings 1700pro พิมพ์ได้ละเอียดและได้ใหญ่ถึง 1700mm*800mm จากสมัยก่อนการขึ้นรถมาหนึ่งคันใช้เวลาเป็นปี, ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยี 3D Printer, CAD ย่นเหลือ 2อาทิตย์-2 เดือน เท่านั้น

ขั้นตอนเริ่มต้นจากการออกแบบภายนอกด้วย Software CAM, นำไฟล์ 3D ที่ได้มาพิมพ์ออกมาเป็น ชิ้นส่วนตามที่เราออกแบบไว้, นำชิ้นส่วนต่างๆที่เราพิมพ์ทั้งหมดมาประกอบเข้าด้วยกัน แต่งงานโป้ว Reinforcement, ทำสี
  • หลักๆโครงรถเกิดจากการเชื่อมเหล็กเข้าด้วยกันเป็น Chassis การวางตำแหน่งที่นั้ง มอเตอร์ และ Battery (ส่วนนี้เราขอข้ามไปครับ)
  • เมื่อได้โครงรถส่วนที่รับน้ำหนักแล้ว ก็มาออกแบบภายนอกของตัวรถ การจำกัดความคำว่าสวยจะแตกต่าง Software CAD ที่ใช้เช่น Solid Work, Rhino, UX การออกแบบต้องคำหนึ่งถืงเครื่องมือ CAM ที่เรามีด้วย หากเครื่องมือ CAM ที่เรามีไม่สามารถสร้างชิ้นส่วนได้ใหญ่ ก็ต้องแบ่งเป็นหลายชิ้นส่วนมากขึ้น ตย.ในบทความ เครื่องที่ใช้พิมพ์ได้ใหญ่ 1700*800*600mm ออกแบบมาแล้วควรตัดชิ้นส่วนให้พิมพ์ออกมาง่ายที่สุด ประกอบกันน้อยชิ้นที่สุด
  • พิมพ์ชิ้นงานขึ้นมา ตย.เช่น ทั้งคันแบ่งเป็น 44 ชิ้น ลองมาประกอบเป็นส่วนๆก่อน
  • หากประกอบออกมาแล้วไม่สวยดังใจ หรือคิดว่าไม่แข็งแรง ต้อง Redesign และ พิมพ์ใหม่
  • เมื่อพิมพืชิ้นงานครบ เราชิ้นส่วนที่หมดมาประกอบกันบนโครงไม้ก่อน โดยโครงไม้จำลองขนาดจริง 1:1 มาจากโครงเหล็ก (เหตุที่ไม่ทำบนโครงไม้แยก สะดวกในการจับยึด ตัดต่อแก้ไข ได้ง่ายกว่า เอาโครงไม้เสริมความแข็งแรง)
  • ยึดทุกชิ้นเข้าด้วย น็อต Connector หรือ อื่นๆ และยึดเข้ากับโครงไม้
  • Reinforce โครงที่ยึดด้วยกัน แล้วแต่เทคนิคแต่ละคน เช่น ไฟเบอร์กลาส(ด้านใน)
  • โป้วพื้นผิวด้านนอก ขัด และ ทำสีเหมือนรถยนต์ทั่วไปได้เลย
  • เอาไปติดตั้งที่ตัวรถไฟฟ้า (โครงเหล็ก)
  • ลองเอาไปขับเล่นกัน 🙂
State 0 : ทำรถไฟฟ้าต้นแบบโครงเป็นแบบนี้
ออกแบบใน CAD แล้วแต่ความถนัด โดยชิ้นส่วนครอบนี้จะวางอยู่บนโครงสร้างของรถ อย่างลืมข้อจำกัดเรื่องเครื่อง CAM ของเราด้วย ถ้าใครมี 3D Printer เครื่องใหญ่ก็สบายหน่อย
ออกแบบเสร็จแยกชิ้นส่วนที่ต้องการพิมพ์ อันนี้เป็นศาสตร์และศิลป์ พิมพ์งานชิ้นเดียวกันการวางต่ำไม่เหมือนกันงานออกมาคนละแบบ ในรูปจะเห็นส่วนที่เป็นสีม่วงเข้มคือ Support ที่ Gen มาจากเครื่องพิมพ์ 3มิติ
ชิ้นส่วนจริงที่พิมพ์ออกมา
พิมพ์ต่อไปเรื่อยๆ หากชิ้นไหนคิดว่ายังไม่สวย หรือ ปรับแบบนิดหน่อย ก็พิมพ์ใหม่ได้ การพิมพ์ใช้เวลาต่อชิ้นแตกต่างกันออกไปตั้งแต่ 3ชม. – 2วัน
แกะ Support ออกจากชิ้นงาน เตรียมขั้นตอนต่อไป การประกอบ
ประกอบบนโครงไม้ เชื่อมต่อ ปรับจูน
มาดูด้านหลังกันต่อ เมื่อได้ที่ระดับหนึ่งต้อง Reinforce ด้วยวัสดุต่างๆในที่นี้ใช้ Fiber Glass
เมื่อได้ที่แล้วประกอบเข้ากันโครงรถจริง
ทดสอบ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง


ทำชุดแต่งรถ 3D Scanner, CAD Design, CAM 3D Print, Assembly

สร้างชุดแต่งรถยนต์ ทั้งภายใน ภายนอก (Interior, Exterior Accessories)

ธุรกิจนี้บริษัทไทยทำกันเยอะครับ ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกชุดแต่งรถยนต์อันดับต้นๆของโลก โซนเอเซีย, จีน, Australia ลูกค้าในบทความนี้ก็มีธุรกิจนี้เป็นหลัก ส่วนตัวคิดว่ายังง่ายกว่าแบบแรก(ออกแบบใหม่) ชุดแต่งอาจเป็นเพียงการครอบตัวรถเดิม Attachment และ แบบถอดเปลี่ยนจากแบบดังเดิม ร่วมถึงทำอะไหล่ Replacement ในส่วนนี้พระเอกอีกตัวที่สำคัญคือ 3D Scanner ช่วยล่นเวลาในการวัดตัวรถ เพิ่มความแม่นยำในการทำงาน ทำ Customize รถให้ลูกค้าบางคันราคาหลายล้าน ไม่ต้องให้ลูกค้ารอ

  • เอารถที่เราต้องการทำชุดแต่งมาเตรียมผิวให้ดีก่อน ทำความสะอาด หากทำชุดแต่งลักษณะ Attachment ก็ไม่ต้องถอดชิ้นส่วนนั้นออก, หากต้องการทำในลักษณะสวมแทน Replacement ก็ถอดชิ้นส่วนออกเช่นถอดกันชนหน้าออก (เพื่อจะได้สแกน 2 ที ที่ตัวรถ และ ที่กันชน แยกกัน)
  • ใช้ 3D Scanner สแกนชิ้นส่วนที่ต้องการ การสแกน 3มิติจะได้ข้อมูลงานที่สแกนแบบ 1:1 มีความกว้างxยาวxสูง สามารถนำไฟล์มาวัดค่า, คำนวนตำแหน่ง, พื้นผิว, Inspec และ Reverse Engineer
  • ทำการ Reverse Engineer การ Reverse Engineer เป็นการไฟล์ที่ได้จากการสแกน .STL mesh file ไปปูผิวใหม่ให้เป็น CAD กระบวนการที่ทำนั้นใช้ Software ได้หลายตัว ในที่นี้แนะนำเป็น Geomagic Essentails
  • ทำการออกแบบ Design งานชุดแต่งจาก Reference 3D Scan ที่ได้มา ( สมัยก่อน ปั้นดิน หรือ Draft กับโดยการกะเอา / 3D Scanner เข้ามาช่วยตอบโจทย์ในส่วนนี้มาก )
  • เมื่อได้ไฟล์ CAD แล้วนำมาพิมพ์ด้วย CAM ในที่นี้รวมทั้ง CNC หรือ เครื่องพิมพ์ 3มิติ (บทความนี้เราใช้เครื่อง Kings 1700Pro)
  • เอาชิ้นงานที่พิมพ์ ติดให้ลูกค้าเลยหรือ ทำเป็น Prototype ทำเป็นแม่พิมพ์ เพื่อการผลิตจำนวนมากต่อไป
  • กระบวนการที่กล่าวมาขั้นต้นอาจจะแตกต่างกันไป ขึ้นกับเทคนิคของแต่ละบริษัท / การใช้ 3D Printing สามารถมาทำแม่พิมพ์ Carbon Fiber ได้ด้วยเช่นกัน
ตัวอย่างการสแกนภายนอก

พิมพ์ชิ้นส่วนที่ได้จาก 3D Printer
ตัวอย่างชิ้นส่วน FORD

สินค้าที่เกี่ยวข้อง


ทำรถคลาสิกเป็นรถ EV (Restoration / Make Over Classic car to EV)

ธุรกิจ Restoration เป็นธุรกิจที่น่าสนใจมาก และนิยมมากในต่างประเทศ ลูกค้ากระเป๋าหนัก พร้อมจ่ายให้กับรถที่ตัวเองรัก รถที่มีคุณค่าทางจิตใจ Restoration อาจจะทำทั้งหมด หรือ Make Over เลยก็ได้ รถคลาสิคหลายตัวไม่สามารถหาอะไหล่ หรือ ชิ้นส่วนทดแทนได้แล้ว ที่น่าสนที่สุดคือการนำรถ Classic ที่เครื่องไม่ค่อยดีแล้วมา Restoration เป็น รถคลาสิก EV (Classic Electric Car) เครื่องมือนอกจากจะต้องมี CAD, CAM(3D Printer, Laser, CNC) แล้วเครื่องมือที่ช่วยทุ่นแรงที่สุดน่าจะเป็น 3D Scanner สแกนรถเก่า > เอาไฟล์มาแต่ในคอม > วาดชิ้นส่วนในคอม > เอามา CAM/ 3D Printed ต่อไป

  • เอารถเก่าเตรียม ดูสภาพ ถอดชิ้นส่วนที่ต้องการสแกน หากเก่ามากการขัดสีออก ทำผิวให้เรียบอาจจะมีความจำเป็น
  • ใช้ 3D Scanner เก็บชิ้นงานส่วนต่างๆ หลักการคล้ายๆ ทำชุดแต่งรถ ต่างกันที่เอาเครื่องยนต์สันดาปออก ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า และ แบตเตอรี่เข้าไปแทน
  • ทำการ Reverse Engineer การ Reverse Engineer เป็นการไฟล์ที่ได้จากการสแกน .STL mesh file ไปปูผิวใหม่ให้เป็น CAD กระบวนการที่ทำนั้นใช้ Software ได้หลายตัว ในที่นี้แนะนำเป็น Geomagic Essentails
  • ทำการออกแบบ Design งานชุดแต่งจาก Reference 3D Scan ที่ได้มา ( สมัยก่อน ปั้นดิน หรือ Draft กับโดยการกะเอา / 3D Scanner เข้ามาช่วยตอบโจทย์ในส่วนนี้มาก )
  • ออกแบบ จัดว่างมอเตอร์ไฟฟ้า, Control Box, แบตเตอรี่ เก็บงานให้สวยๆเนียนๆ ภายนอกเหมือนรถเก่าธรรมดา แต่ภายในเป็น EV
  • เมื่อได้ไฟล์ CAD แล้วนำมาพิมพ์ด้วย CAM ในที่นี้รวมทั้ง CNC หรือ เครื่องพิมพ์ 3มิติ (บทความนี้เราใช้เครื่อง Kings 1700Pro)
  • เอาชิ้นงานที่พิมพ์ ติดให้ลูกค้าเลยหรือ ทำเป็น Prototype ทำเป็นแม่พิมพ์ เพื่อการผลิตจำนวนมากต่อไป

EB-33

QQ Photo20160701144625

QQ Photo20160701085404

 

เอารถยุค 50’s มาทำเป็นรถ EV แต่ Make Over มากหน่อยนะ

เจ้าเด่นๆในต่างประเทศที่ Restoration Classic Car เช่น

สินค้าที่เกี่ยวข้อง


EV SUPER CAR BY AMOTRIZ สัญชาติไทยแท้ๆ ขึ้นรูปหล่อๆด้วย Kings SLA 1700 Pro

EV SUPER CAR BY AMOTRIZ สัญชาติไทยแท้ๆ ขึ้นรูปหล่อๆด้วย Kings SLA 1700 Pro

สวัสดีครับวันนี้ ทางเรา PRINT3DD มาแนะนำและทำความรู้จักกับรถไฟฟ้า EV (Electrical Vehicle) Car ณ ตอนนี้ต้องยอมรับเลยว่ากระแสรถไฟฟ้าทั่วโลกกำลังมาแรงแซงทางโค้งกันเลยทีเดียว เนื่องด้วยยุคปัจจุบันสมัยนี้ ผู้คนต่างๆ ให้ความสำคัญและรัฐบาลทั่วประเทศให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงานเพื่อช่วยลดโลกร้อน รถไฟฟ้าซึ่งอีกหน่อยคาดว่าไม่เกิน 10 ปี จะได้เห็นว่าจะมีรถไฟฟ้าวิ่งแทนรถน้ำมันได้เกินกว่า 60% ของทั้งหมด เรามาทำความรู้จักกับรถไฟฟ้ากันดีกว่าครับโดยตามหัวข้อข้างต้นนี้ได้เลยครับ

รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์โดยใช้พลังงานไฟฟ้าซึ่งเก็บอยู่ในแบตเตอรี่หรืออุปกรณ์เก็บพลังงานไฟฟ้าแบบอื่นๆ และด้วยข้อดีของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้แรงบิดได้ทันทีทำให้รถชนิดนี้มีอัตราเร่งที่เรียบและเร็ว และเหนือกว่าเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันรวมถึงการลดมลภาวะทางอากาศเพราะไม่ปล่อยควันพิษมาจากท่อไอเสียอีกด้วยและจากความแพร่หลายของการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ทั้งรถยนต์ EV และรถยนต์ Plug-in Hybrid ในบ้านเรามีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากรัฐบาลประกาศเป้าหมาย นโยบายส่งเสริมการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ (EV) โดยมีเป้าหมายว่าในปี 2569-2573 จะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ Plug-in Hybrid 30% ของการผลิต หรือ 750,000 คันในเวลานี้ ดังนั้นวันนี้เรามาดูข้อดี ของเจ้ารถยนต์พลังงานไฟฟ้านอกเหนือจากเรื่องการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้วรถยนต์พลังงานไฟฟ้ายังมีข้อดีอื่นๆ อีกดังนี้

รถยนต์ที่มาพร้อมความเงียบและอัตราเร่งที่ได้ดั่งใจ

  • รถยนต์ไฟฟ้าใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่สู่มอเตอร์เพื่อทำการขับเคลื่อน โดยที่ไม่ได้ใช้เครื่องยนต์สันดาป ภายในจึงไม่ก่อให้เกิดการเผาไหม้ ทำให้เสียงของการทำงานของรถยนต์ไฟฟ้านั้นเงียบกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงหลายเท่า และสามารถทำให้มีอัตราเร่งเป็นอย่างที่ใจต้องการ เพราะไม่มีขั้นตอนการทดเกียร์อีกต่อไป จึงทำให้สามารถตอบสนองในการขับขี่ได้ตามความต้องการของผู้ขับ

รถยนต์ประหยัดค่าใช้จ่ายและค่าซ่อมบำรุง

  • รถยนต์ไฟฟ้าจะช่วยคุณประหยัดเงินค่าน้ำมันและค่าซ่อมบำรุง เพราะใช้พลังงานไฟฟ้ามาแทนที่น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีราคาสูง เช่นเดียวกันกับค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้า ที่จะมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาน้อยกว่า เพราะ ไม่มีเครื่องยนต์ และไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง จึงทำให้การดูแลรักษาเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาในการนำรถยนต์ไปเข้ารับการบำรุงรักษาบ่อยๆ

รถยนต์ที่ไม่ต้องเสียเวลาไปปั๊มน้ำมันเพราะสามารถชาร์จแบตได้ที่บ้าน

  • การต่อคิวเพื่อเติมน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงเป็นปัญหากวนใจหลายคน แต่รถยนต์พลังงานไฟฟ้านั้น สามารถชาร์จแบตได้ที่บ้าน ซึ่งสามารถชาร์จได้ระหว่างที่นอนหลับ เมื่อตื่นเช้ามารถก็จะอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ไม่ต้องกังวลเรื่องการเสียเวลาที่สถานีบริการน้ำมันอีกต่อไป นอกจากนี้ หลายๆบริษัทยังเดินหน้าขยายธุรกิจในส่วนของการจัดจำหน่ายเครื่องชาร์จไฟฟ้า หรือ wallbox ไปยังลูกค้ากลุ่มผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด เพิ่มมากขึ้นหลังจากพบว่าความต้องการของลูกค้าในกลุ่มนี้มีเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ คอนโดฯ และบ้านพักอาศัย

 

ทาง บริษัท มาร์แชล แอร์โรพาร์ท จำกัด หรือที่รู้จักกันในนาม แบรนด์ AMOTRIZ ทำให้ประเทศเรามี รถ EV ที่เรียกได้ว่าเมื่อประกอบเข้ากับโครงสร้างรถไฟฟ้าที่ทำขึ้นเองแล้วมันคือ SuperCar EV ก็ว่าได้เพราะโครงสร้างที่ถูกออกแบบและผลิตชิ้นงานด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ Kins 1700 SLA Professional Industrial

เรามารับชมผลงานที่ผลิตและขึ้นรูปด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ จากทาง AMOTRIZ กันได้เลยครับรับรองว่า ว้าววว… แน่นอน

นี้คือรถตัวอย่างต้นแบบ ซึ่งมีแต่โครงรถเท่านั้นยังไม่มี Body เพื่อให้ดูเหมือนรถจะต้องมาทำการออกแบบและพัฒนาต่อกันครับ

และวันนี้ก็ได้นำเสนอตัวเครื่องและผลงานที่ได้จากเครื่อง Kings SLA 1700 Pro กันครับ เริ่มต้นทาง AMOTRIZ ได้ทำแบบไฟล์งาน 3D สำเร็จแล้วเป็นที่เรียบร้อยครับ ดำเนินการต่อมาคือการขึ้นรูป

แค่เห็นแบบก็รู้เลยว่าถ้าประกอบเข้ากับโครงรถแล้วคงไม่ใช่รถธรรมดาแน่นอน นี่มันรถ Super Car แน่นอน

 

เรามาดูโฉมหน้าตัวเครื่องที่ใช้ผลิต Body SuperCar สวยๆ กันดีกว่าครับว่าจะใหญ่อลังการสมกับงานที่ออกมาขนาดไหนกันครับกับ Kings SLA 1700 Pro 

เริ่มทยอยขึ้นรูปโครงสร้างกันแล้ว ใหญ่มาก และผิวเรียบเนียนมาก พิมพ์เสร็จก็เป็นขั้นตอนในการประกอบ Part ต่างๆ เข้าด้วยกันเพื่อตรวจสอบการ Fitting และตรวจสอบผิวสัมผัสการใช้งานจริงภายนอก ให้ได้ความมั่นคงและความพอใจของผู้สร้าง โดยรวมแล้วงานนี้ที่ได้ออกมาถือว่าสุดยอดและสมกับเป็น Super Car จริงๆ

การประกอบโครงสร้าง Body มีความสำคัญและต้องต้องใช้ความละเอียดอ่อนเป็นอย่างมาก หากไม่ใช่เครื่องพิมพ์ที่มีคุณภาพสูงจะเกิด Fitting Loss ของตัวงานทั้งหมด ทำให้ตัวชิ้นงานที่เราต้องการประกอบของทุกๆ ส่วนจะไม่สามารถเข้ากันได้และผิวงานที่จะไปทำ Finishing งานต่อนั้นก็สำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งงานที่ดีจะต้องออกมาเรียบและคมที่สุดเพราะถ้าชิ้นงานที่ออกมามี Layer มากจะทำให้ตอนที่ทำสี งานออกมาไม่ดีและยังเพิ่มเวลาในส่วนของการซ่อมชิ้นงานเข้าไปอีกด้วย ซึ่งชิ้นงานของ Kings SLA 1700 Pro นั้น สามารถทำงานออกมาและแก้ไขปัญญหา Fitting Loss หนำซ้ำผิวงานยังเรียบเนียนและความแข็งแรงเทียบเท่ากับพลาสติก ABS อีกด้วยครับ

เป็นยังไงกันบ้างครับกับอีก 1 Content ดีๆ สำหรับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ตัวอย่างงาน Super Car EV ตื่นเต้นแทน AMOTRIZ กันเลยจริงๆครับว่าถ้าประกอบกับรถมาแล้วจะเป็นอย่างไร หากเราเริ่มต้นได้เร็ว เราจะสามารถเกาะกระแสตลาดได้เร็วและไว  งานนี้ขอบอกเลยว่า รอรับชมผลงานได้เร็วๆ นี้เลยครับ 

หากท่านใดสนใจปรึกษาเกี่ยวกับเครื่องพิมพ์ 3 มิติระบบเรซิ่น อุตสาหกรรมอย่าง Kings SLA สามารถติดต่อทางเรา PRINT3DD ได้โดยตรงเลยครับ

Custom ฝากระโปรงหน้า Xpander 5นาทีก็เสร็จแค่มี EinScan HX.

Custom ฝากระโปรงหน้า Xpander 5นาทีก็เสร็จแค่มี EinScan HX.

สวัสดีครับ วันนี้เราจะมาแบไต๋สำหรับงาน Reverse Engineering กันครับอย่างที่เราได้เห็นว่าบริษัทเราเป็นผู้เชี่ยวชาญและจำหน่ายตัวเครื่อง 3D PRINTER , 3D SANNER ก่อนที่ลูกค้าจะซื้อของเราพร้อมที่จะให้ข้อมูลสำหรับ Solution ต่างๆ อย่างเช่นตอนนี้ทางเราได้โจทย์มาว่า เราจะ CAD ฝากระโปรงรถยนต์ Misubishi Xpander ขึ้นมาใหม่และทำการ Custom มันจากเดิมที่เป็นอยู่เพื่อทำ After Market ของแต่งๆ ต่างๆ นาๆ สารพัด แล้วโจทย์ที่สำคัญคือเราจะ CAD มันได้อย่างไร ให้เรามานั่งวัดแต่ละมุม ส่วนโค้งเอย ส่วนเว้าเอย ความยาวเอย วัดยังไง ? เรายังไม่รู้เลยว่าเราจะใช้เครื่องมืออะไรวัดมัน วันนี้ PRINT3DD มาโชว์การทำ

Reverse Engineering กันครับ

มาเริ่มกันเลยครับ จากภาพที่เห็นเราใช้เครื่อง 3D Scanner รุ่น EinScan HX โดยใช้โหมด Bule Laser งานจะเงามี Reflective แค่ไหนก็ไม่กลัวเพราะตัวเครื่องออกแบบมาให้ใครกับงานอุตสาหกรรม โดยตรงเหมาะกับงานชิ้นใหญ่ๆ แค่รถคันเดียวสบายมากครับ เริ่มสแกนและเอาไฟล์ไปทำ Reverse กันเลย

ได้ไฟล์งานมาเรียบร้อยแล้ว ทีนี้เราก็ต้องทำ Low Polygon และตัดแต่งผิวนิดหน่อยก่อนเพื่อให้เรียบง่ายแก่การทำ Section Line โดยก็เช่นเดิมครับโปรแกรมที่มาเป็น Set กับตัวเครื่อง EinScan Hx อยู่แล้วก็คือ โปรแกรม Geomagic Essentials ถามว่าเราทำอะไรบ้างในโปรแกรมนี้ เราจะมาไล่คำตอบกันตามนี้เลยครับ

  1. ลด Noise และ Wrap ผิวงานใหม่ เพื่อให้ไฟล์งานที่ Point กระจายจากการสแกนนั้นได้ผิวงานที่ดีขึ้นและกำจัด Point ที่ไม่จำเป็นต่อผิวงานออกไป
  2. เข้า Origin ให้กับชิ้นงานตามที่เราต้องการเลยว่าเราอยากวางไว้ตรงไหนเพื่อให้เราได้ทำงานง่ายขึ้น
  3. ตัดแต่งผิวงานส่วนที่สแกนไม่เต็ม เติมผิวงานโดยใช้ฟังก์ชั่น Filling Hole
  4. ทำ Section Line เพื่อที่เราจะนำ Section Line ตรงนี้เซฟออกไปเป็นไฟล์นามสกุล .iges เพื่อจะทำไป CAD ต่อในโปรแกรม Solid Edge 2021 ต่อได้

เรามาดู Work Flow หลังจากได้ Section Line ขั้นตอนสุดท้ายของงานและข้ามไป Solid Edge 2021 กันได้เลยครับ

ปูผิวงานโดยใช้ ฟังก์ชั่น Bounded ง่ายนิดเดียวแค่เพียง 2 คลิกก็ได้ผิวออกมาแล้วครับหลังจากนั้น ก็ทำการดึง Thicken ให้กับผิวงานได้เลยในส่วนของความหนาเราสามารถวัดได้จากตัวฝากระโปรงของจริงเลยครับ

ทีนี้ก็ได้เป็นไฟล์ CAD โดยสมบรูณ์แบบเรียบร้อยแล้วครับ เราจะทำอะไรก็มันก็ได้ตามใจชอบเลย ตัวอย่างนี้ต้องการแต่งช่องระบายอากาศภายในห้องเครื่องเพื่อเป็นต้นแบบก่อนในสัดส่วนและ Shape ก็จะเป็นสัดส่วนและ Shape จริงเดิมของ Xpander อยู่ครับ

 

ขั้นตอนสุดท้ายหลังจากแต่งงานเสร็จแล้ว ก็ทำการ Save Export ให้เป็นนามสกุล .STL ได้เลยครับจะนำไปใช้กับ 3D Print SLA หรือจะไปทำ CNC แม่พิมพ์เพื่อทดสอบการประกอบได้เลยครับ

เป็นอันเสร็จสิ้นกันแล้วครับ ถ้ามีความชำนาญจริงๆ ทำแค่นี้ใช้เวลาไม่รวมการสแกนแค่ 5 – 10 นาทีก็เสร็จสิ้นแล้วครับแล้วทางเราจะทำการแบไต๋เรื่องต่างๆให้ได้รู้กันอีกเพื่อเป็น Know How ให้ลูกค้าได้เข้าใจหลักการต่างๆ ที่ทำงานและใช้งานได้จริงอีกนะครับ

 

Marshal Aeropart กับ Kings 1700 พิมพ์ต้นแบบเรซิ่นขนาดใหญ่

Marshal Aeropart กับ Kings 1700 พิมพ์ต้นแบบเรซิ่นขนาดใหญ่

ต้นแบบงานใหญ่งานโตไว้ใจเรา

ล่าสุดพิมพ์สำเร็จกับงานขนาดใหญ่ อย่าง โครงภายนอกรถยนต์สำหรับขึ้นต้นแบบเพื่องานชุดแต่งรถยนต์ ของทาง Marshal Aeropart ที่ได้ทำการสั่งซื้อเครื่องพิมพ์ 3มิติ อย่าง Kings 1700 ไว้ในอ้อมกอด เพื่องานขึ้นต้นแบบชิ้นส่วนรถยนต์ต่างๆ

ด้วยขนาดของเครื่องที่ใหญ่แล้ว ขนาดพื้นที่การพิมพ์ก็ใหญ่ตาม ขนาดจุใจที่สามารถพิมพ์ “กันชน” รถยนต์ได้ภายในครั้งเดียว โดยขนาดของการพิมพ์นั้นจะอยู่ที่ 1700 x 800 x 600 mm.

กว้างใหญ่ขนาดนี้ ใช้เวลาไม่นานเลยในการพิมพ์งานที่ใหญ่และซับซ้อน จำพวกงานวิศวกรรม รถยนต์ และอื่นๆ

พิมพ์โมเดลกันชนรถยนต์แบบไร้รอยต่อ

โดยทางร้านของเราไม่ได้มีแค่ไซต์1700 เท่านั้น ยังมี 600 และ 800 เพื่อให้เหมาะกับขนาดของงานแต่ละงานอีกด้วย

เครื่องพิมพ์ระดับอุตสาหกรรม SLA (Stereolithography) เครื่องระบบนี้จะมีวัสดุตั้งต้นเป็นน้ำเรซิ่นไวแสง ขึ้นรูปด้วยแสงเลเซอร์ งานที่ออกมามีคุณภาพผิวสวยเก็บรายละเอียดได้ดีที่สุด เนื้อจากสารตั้งต้นเป็นของเหลวและจุดเลเซอร์นั้นเล็กมาก ทำให้สามารถสร้างชิ้นงานที่ซับซ้อนและรายละเอียดสูงๆได้ จุดเด่นคือชิ้นงานสวยที่สุดใน 3D Printer ทุกระบบ อีกทั้งสามารถพิมพ์ได้ใหญ่ ตั้งแต่ 300mm-1700mm ขึ้นกับรุ่นที่เลือก สามารถนำเครื่องไปพิมพ์ชิ้นงานตัวอย่าง หรือ Prototype

ส่วนหนึ่งของรถสปอต พิมพ์งานออกมาแล้วจะเห็นภาพรวมโดยชัดเจนมากขึ้น
ออกแบบงานเท่ๆ พิมพ์ออกมาเท่ดั่งใจนึก
ชิ้นงานที่พึ่งพิมพ์เสร็จใหม่ สดๆ ร้อนๆ

ทางร้านเข้าไปควบคุมการติดตั้งด้วยตัวเอง และคอยซัพพอร์ทการใช้งานตลอดเวลา ไม่ว่าปัญหาอะไรเราก็พร้อมที่ขับเดินทางไปแก้ไขให้ทันที

ลองเทียบขนาดชิ้นงานที่ออกแบบและพิมพ์ออกมา กับ ตัวรถจริง

เหมาะกับงานประเภท…
Automotive : กันชนรถยนต์ / หมวกกันน็อต / Console รถเข็น / อุปกรณ์ต่างๆในรถยนต์
Architecture : ตัวอย่างบ้าน / โครงสร้างสถาปัตยกรรม ที่ซับซ้อน
Artist : รูปปั้น / พระพุทธรูป / งานศิลปะขแนงต่างๆ
Medical : กระดูกและกระโหลกจาก CT หรือ MRI สแกน เพื่อใช้ในการวางแผนวิเคราะการรักษา / แบบหล่อชิ้นส่วนในการปลูกถ่าย implant

ทาง Print 3DD ขอขอบคุณ Marshal Aeropart // AmotriZ Bodykits Car ที่ได้ทำการสั่งซื้อ Kings 1700 เพื่อใช้ในงาน R&D ต้นแบบชุดแต่งรถยนต์ ทำให้งานออกแบบชิ้นงานเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและเห็นชิ้นงานจริงที่จับต้องได้ ก่อนนำไปเข้ากระบวนการผลิตจริง

หากใครสนใจชุดแต่งรถยนต์ มีหลากหลายรุ่นและหลายแบบ งานชุดแต่งรถยนต์ งาน Hyper Car สามารถติดต่อได้ที่ Marshal Aeropart / Amotriz :
👉facebook-Amotriz
👉Amotriz

สเกิร์ตชุดแต่งรถยนต์ที่ดีที่สุด AmotriZ

AutoScan Inspec / Sparkle + FORM3 กับงานซ่อมไฟล์งานเพื่อไปใช้จริง

AutoScan Inspec / Sparkle + FORM3 กับงานซ่อมไฟล์งานเพื่อไปใช้จริง

เมื่อเราพบสิ่งของที่เกิดการแตกหักหรือเสียหายอันเนื่องมาจากอะไรก็ตามแต่ และเป็นของที่หาซื้อได้ยากและราคาสูง หรือบางครั้งก็ไม่มีขายอีกแล้ว วันนี้จึงมาแนะนำเคสตัวอย่างกัน เรามีตัวอย่างชิ้นงานที่เป็นฝาครอบ เกียร์ P ของรถ Mercedes-Benz ซึ่งเราได้ทำการขอติดต่อซื้อจากศูนย์บริการไปแล้ว แต่ทางศูนย์บอกชิ้นนี้ไม่มีอะไหล่ส่วนนี้แล้ว แล้วอย่างเราจะทำยังไงดี เมื่อมันแตกละเอียดขนาดนี้ ก็เอามาติดกาวสิครับในเมื่อเรามี 3D Solution ครบพร้อมแล้ว เราจะกลัวอะไรงัดสิ่งที่มีออกมาใช้ให้หมดเลยครับ

มาดูกันว่าเราใช้เครื่องมืออะไรกันบ้างและขั้นตอนแต่ละขั้นตอนเป็นยังไงบ้าง

จากที่ได้เห็นแล้วว่าเราใช้เครื่องมืออะไรบ้าง เรามาดูกันว่าแต่ละอย่างใช้ทำอะไรเพื่ออะไรบ้างกันครับ

  1. AutoScan Inspec / Sparkle : ใช้สำหรับงานสแกนต่างๆ สำหรับชิ้นงานขนาดเล็กเพราะตัวเครื่องสามารถสแกนได้ละเอียดสูงสุด 10 Micron เรื่องความคลาดเคลื่อนแทบจะไม่ต้องห่วง วางใจได้เลยสำหรับตัวเครื่องนี้ครับ
  2. Geomagic Essentials : ใช้สำหรับการแต่งผิวงาน และทำ Reverse Engineering ที่ได้จากเครื่องสแกน เพราะว่าเราสแกนจากงานจริงที่มีการแตกหักและเกิดรอยร้าว และมีบางส่วนที่เราต้องการเติมแต่งให้กับมัน เราจะใช้โปรแกรมตัวนี้ในการแต่งขัดผิว และเติมส่วนที่ต้องการให้งานออกมาสมบูรณ์ครับ
  3. Formlabs Form3 : ใช้เพื่อขึ้นรูปงานที่เรา แต่งเสร็จแล้วจากโปรแกรม Geomagic Essentials เราจะได้ตัวชิ้นงานที่สามารถใช้งานได้จริงและเป็นงานที่สมบูรณ์หลังจากที่ได้ทำการ แต่งไฟล์งานมาอย่างละเอียด

 

เอาล่ะครับก่อนอื่นเรามาดูตัวอย่างชิ้นงานของจริงที่มันพังกันก่อนดีกว่า มาดูว่ามันพังเละแค่ไหน ขนาดติดกาวตราช้างแล้วยังเอาไม่อยู่

 

– เรามาลุยกันเลยดีกว่า เริ่มจากสแกนก่อนเลยและได้ไฟล์ออกมาครับ โดยตามที่เราบอกเราจะใช้ตัวเครื่อง

– เริ่มต้นด้วยการสแกนไฟล์งาน จากชิ้นงานจริงโดยใช้เครื่องสแกนงานขนาดเล็กรุ่น AutoScan Inspec / Sparkle จะได้ไฟล์งานตามรูปภาพซึ่งจะมีความละเอียดสูง และเก็บรายละเอียดส่วนต่างๆที่เป็น Under Cut ได้ค่อนข้างดีแต่ผิวงานที่ได้เราควรที่จะต้องทำเพิ่มและเก็บงานให้ดีกว่านี้

– จัดการแต่งผิวงานให้มีความ Smooth และเรียบเนียนหลังจากนั้นก็เติมผิวงานที่เสียหายให้เต็มและขัดผิวนิดหน่อยตามใจชอบ

– หลังจากมั่นใจว่าไฟล์เสร็จสมบรูณ์แล้วก็ใช้เครื่อง Fom3 ขึ้นรูปได้เลยครับที่เลือกเป็น Form3 เพราะต้องการงานที่ละเอียดและเสมือนของจริงที่สุด และเรซิ่นที่ใช้ก็ใช้เพียง Standard Grey Resin เท่านั้นครับความแข็งแรงและความยืดหยุ่นพอดีสมหรับงานนี้ไม่จำเป็นต้องแข็งมาก ขอแค่ละเอียดและนำไปทำสีต่อได้

– มาลองเปรียบเทียบงานจริงและงานที่พึ่งสร้างขึ้นมาใหม่กันครับว่า แตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน

 

ในที่สุดเราก็ได้งานในแบบที่เราต้องการเรียบร้อยแล้วครับ เหมือนกับของใหม่ที่พึ่งซื้อศูนย์มาเลยเหลือแค่ทำสีแค่นั้นเอง เป็นอีกหนึ่งไอเดียดีๆ ที่ทางเรา PRINT3DD นำมาแชร์ความรู้และหลักการทำงานที่ทางเราเองได้ทำไว้มาให้ครับ

 

 

 

 

 

วิธีการวัดขนาดงาน Aluminum Mold ที่มีขนาดใหญ่ด้วย 3D Scanner

วิธีการวัดขนาดงาน Aluminum Mold ที่มีขนาดใหญ่ด้วย 3D Scanner

ทำไม? ถึงใช้เครื่องสแกนเนอร์ในการวัดขนาดแทนการใช้เครื่องมือแบบปกติทั่วไป

การพัฒนาอย่างรวดเร็วและความก้าวหน้าทางเทคนิคทางด้านในงานอุตสาหกรรมต่างๆ ในหลายๆ ปีที่ผ่านมา ได้มีการออกแบบโครงสร้างหรือต้นแบบของผลิตภัณฑ์ หรือสินค้าต่างๆ ให้เหมาะสมและทันต่อการใช้งานสำหรับผู้ใช้งานเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงส่งผลต่อระบบของอุตสาหกรรมการผลิตและการออกแบบเป็นอย่างมาก ซึ่งในการออกแบบนั้นจะมีความซับซ้อนมากๆ ที่จะทำแม่พิมพ์ที่มีความหลากหลาย มีร่อง มีรู หรือรูปทรงแปลกๆ ที่ไม่สามารถมองไม่เห็นหรือสามารถวัดได้ด้วยเครื่องมือที่มีอยู่ ด้วยสัดส่วนของพื้นผิวที่มีความซับซ้อนมากๆ แบบอิสระที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้เขียนขึ้นด้วยรูปแบบปกติทั่วไป เมื่อเป็นแบบนี้ทางนักวิศวกรรมต้องการความแม่นยำในการขึ้นรูปแม่พิมพ์ที่เพิ่มขึ้นวินัยเพื่อใช้ในการพัฒนาและออกแบบแม่พิมพ์ที่แม่นยำที่สุดออกมาเพื่อใช้งาน

โดยทั่วไปแล้ววิธีการวัดแม่พิมพ์แบบดั้งเดิมจะโดยใช้เครื่องมือวัดแบบแมนนวล ใช้คนวัดด้วยเครื่องมือแบบเฉพาะทาง หรือรูปทรงนั้นๆ เช่น เครื่องมือวัดเวอร์เนียหรือไมโครมิเตอร์ สามารถวัดคุณลักษณะบางอย่างเช่น ความกว้าง ความสูง และความลึกส่วนแม่พิมพ์ที่ความโค้งของพื้นผิว และพื้นผิวที่ลึกแบบครึ่งวงกลมนั้นจะยากที่จะวัดได้ วิธีการวัดแบบใช้เครื่องมือแบบแมนนวลนั้นจึงไม่เพียงพอต่อการวัดขนาด หรืออาจจะต้องใช้เวลาที่ค่อนข้างนาน แต่ก็ยังยากที่จะตรวจสอบคุณภาพการวัดและความแม่นยำของแม่พิมพ์ขนาดใหญ่ จึงส่งผลใช้เกิดความเสี่ยงมากมายตามมางานที่จะต้องเร่งผลิตอจจะต้องล่าช้า เพราะเกิดจากการแก้ไขหรือปรับปรุงแม่พิมพ์ได้ช้า

เครื่องมือในการวัดขนาด แบบแมนนวล

ดังนั้นจึงได้เกิดเครื่องมือที่เรียกได้ว่ามาเปลี่ยนแปลงทางด้านอุตสาหกรรมเป็นอย่างมากที่ช่วยให้การวัดขนาดนั้นง่าย และรวดเร็วเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นเทคโนโลยีทางด้านดิจิตอลสมัยใหม่ก็คือ 3D Scanner ซึ่งเจ้าเครื่องสแกนเนอร์นี้นั้นมีความแม่นยำและรวดเร็วเป็นอย่างมากจากปกติถ้าเราใช้เครื่องมือวัดแบบแมนนวลอาจจะเวลา 1-2 วัน แต่เมื่อนำ 3D Scanner มาใช้อาจจะใช้เวลาเพียง 10-30 นาทีเท่านนั้นเองการสแกนนั้นจะใช้แสงส่องากระทบลงบนวัตถุแล้วสะท้อนเก็บมาเป็นข้อมูลดิจิตอลอยู่ภายในคอมพิวเตอร์ทำให้นักพัฒนานั้นนำไปทำงานต่อได้มากมายยิ่งขึ้นมากๆ

Aluminum Mold ขนาดใหญ่ 1.5 x 1 เมตร และมีความซับซ้อนเป็นอย่างมาก

จากภาพจะเป็นแม่พิมพ์ Aluminum ขนาดใหญ่ 1.5 x 1 เมตร ทางโรงงานต้องการหาเทคโนโลยี หรืออุปกรณ์ที่สามารถเข้ามาช่วยในการวัดขนาดจุดต่างๆ ของแม่พิมพ์เพื่อนำไปพัฒนาต่อให้ได้ความแม่นยำที่ดีสำหรับนำไปดำเนินการต่อในกระบวนการผลิตของอุตสาหกรรม การที่จะวัดขนาดแม่พิมพ์ที่มีขนาดใหญ่แบบนี้ได้นนั้นถ้าทำการวัดขนาดแบบแมนนวลตามปกติที่เคยทำมาจะมีบางส่วนที่ไม่สามารถวัดขนาดได้ ถ้าได้อาจจะยากมากๆ เลยต่อการวัดขนาดในจุดนั้น หรืออาจจะไม่แม่นยำเลย เพื่อเป็นการปิดข้อพกพ่องของจุดนี้จึงได้นำ 3D Scanner แบบใช้มือจับสแกนมาใช้โดยเครื่องสแกนเนอร์รุ่น Einscan HX ของ Shining3D จะทำงานด้วยระบบ Laser  7 เส้น Cross กัน และความแม่นยำสูงอยู่ที่ 0.04-0.06 มิลลิเมตร/เมตร

 

ขั้นตอนการวัดขนาด และการประมวลผลเปรียบเทียบ

การเลือกช้เครื่องมือในกาวัดขนาดแม่พิมพ์ Aluminum ได้เลือกใช้เครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ Einscan HX dual blue light แบบใช้มือจับตัวเครื่องเดินถือสแกนได้เลย การสแกนแม่พิมพ์ที่เป็น Aluminum นั้นจำเป็นอย่างมากที่จะต้องใช้ Laser ในการสแกนถ้าเป็นเครื่องที่ใช้แต่ Projector ธรรมดาจะต้องใช้สเปรย์แป้งกำจักความมันเงาของผิว Aluminum ก่อนการสแกนก่อน แต่พอเป็นเครื่อง Einscan HX dual blue light นั้นสามารถนำไปสแกนที่ชิ้นงานได้เลย แค่มีการติดจุดอ้างอิง Marker point เพื่อให้มีความแม่นยำที่มากยิ่งขึ้นต่อการสแกนชิ้นงาน ด้วยเครื่องสแกนเนอร์นี้สามารถจับถือสแกนได้จึงทำให้เกิดความสะดวกสบายมากต่อการทำงานเป็นอย่างมาก พื้นที่จำกัดก็สามารถทำงานได้ เดี๋ยยวเรามาดูขั้นตอนในการทำงานกันเลยมี 3 ขั้นตอนหลักๆ

– ขั้นตอนที่ 1 การติดจุดอ้างอิง Marker point

การสแกนโดยใช้เลเซอร์เราจะใช้โหมดที่เรียกว่า Laser scan mode ซึ่งก่อนการสแกนนั้นจำเป็นอย่างมากที่จะต้องติดจุดอ้างอิงก่อนการสแกน เพราะสร้างความแม่นยำ และการจับผิวงาน Aluminum ได้ดีมากยิ่งขึ้นต่อการสแกน ซึ่งงานที่เป็นผิวแบบนี้จะมีผลต่อ efficiency of quality measuring เป็นอย่างมาก ด้วยการสะท้อนแสงของผิว Aluminum

เลือกใช้โหมดการสแกน Laser Scan Mode สำหรับงานที่มีผิวเป็น Aluminum

 

Aluminum Mold ขนาดใหญ่ 1.5 x 1 เมตร และมีความซับซ้อนเป็นอย่างมาก

-ขั้นตอนที่ 2 การเริ่มสแกน Scanning

โหมดการสแกนด้วย Laser จะมีความเร็วในการสแกนอยู่ที่ 480,000 dots/sec ใช้เวลาในการสแกนอยู่ประมาณเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น จึงได้ออกมาเป็นไฟล์ข้อมูลแบบดิจิตอลไฟล์ ที่มีความแม่นยำและสมบูรณ์ของแม่พิมพ์ Aluminum

การเริ่มสแกนโดยใช่โหมด Laser scan mode ด้วย Einscan HX dual blue laser
ไฟล์ 3 มิติ ที่ได้จากการสแกนด้วยเครื่อง EInscan HX

-ขั้นตอนที่ 3 การวัดขนาดเพื่อนำไปพัฒนาและปรับปรุง Measureing

หลังจากที่ได้ไฟล์จากการสแกนเรียบร้อน จะนำมาเพื่อตรวจสอบว่าแม่พิมพ์อลูมิเนียมตรงตามข้อกำหนดด้านความแม่นยำหรือไม่ หรือเป็นการนำมาเทียบกับ CAD 3D ที่เป็นข้อมูลของแม่พิมพ์ Aluminumได้ออกแบบไว้นั้นเอง ซึ่งจากนั้นจะนำไฟล์ที่ได้จากการสแกนแม่พิมพ์ และไฟล์ CAD 3D มาเปรียบเทียบกันในโปรแกรม Geomagic Control X จะต้องทำการจัดแนวหรือ Origin ของตัวงานที่สแกนมาใหม่ เพื่อจะให้โปรแรกมทำการวิเคราะห์เปรียบเทียบค่าเบี่ยงเบนจากนั้นจะได้เป็น Comparison analysis report ออกมา

EinScan HX ผสมผสานการทำงานระหว่างแสง LED กับ Blue Laser ไว้ในอุปกรณ์เดียว ซึ่งตัวเครื่องมีความสามารถสูงทั้งความเร็วด้วยการทำงานของระบบแสง LED กและประสิทธิภาพความแม่นยำสูงด้วยการใช้ Blue Laser ซึ่งทั้งหมดนี้รวมอยู่ในอุปกรณ์เพียงเครื่องเดียว Einscan HX สามารถสแกนชิ้นงานได้กับวัสดุพื้นผิวและขนาดที่หลากหลาย ในโปรแกรมของ Einscan HX จะมีโหมดให้เลือกใช้งาน 2 แบบ แบ่งเป็นแบบรวดเร็ว Rapid scan mode จะใช้แสง LED ในการสแกน และการสแกนแบบแม่นยำ Laser scan mode จะใช้แสง Laser ในการสแกนชิ้นงานพร้อมทั้งสามารถติดจุดอ้างอิง Marker point เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสแกน และไฟล์ที่ได้จากการสแกนสามารถนำไปทำวิศวกรรมย้อนกลับ Revers Engineering ได้

 

 

ที่มา : https://www.shining3d.com/blog/

LP hitech – ProHD กับงานอุตสาหกรรมที่ไม่หยุดนิ่ง พัฒนาไม่หยุดยั้ง

LP hitech – ProHD กับงานอุตสาหกรรมที่ไม่หยุดนิ่ง พัฒนาไม่หยุดยั้ง

มาเยือนถึงที่ กับ LPhitech engineering co., LTD บริษัทรับงานที่เกี่ยวกับการพับ ตัด แจ่ง โลหะแบบครบวงจร

โดยทางบริษัทได้ทำการสั่งซื้อ EinScan ProHD ตัวTOP รุ่นของซีรี่ EinScan เพื่อนำมาแสกนชิ้นงานโลหะ

ทางร้านบริการส่งถึงที่ พร้อมเทรนนิ่งแบบจัดเต็ม ให้

อ่านรายละเอีดสินค้าเพิ่มเติม :

การสแกนงาน 3D เพื่อโปรโมทสินค้า ในทาง Marketing

การสแกนงาน 3D เพื่อโปรโมทสินค้า ในทาง Marketing

เทคโนโลยี 3D Scan ในปัจจุบันเป็นที่รู้จักและนิยมใช้แพร่หลายในวงการอุตสาหกรรมต่างๆ รวมไปถึงการสแกนสินค้าเพื่อนำไปโปรโมทสินค้าในรูปแบบ 3 มิติ เพื่อความสะดวกและเพิ่มมิติในการชมสินค้า

บริษัท เกรียงไทยวัฒนา กรุ๊ป จำกัด

บริษัท เกรียงไทยวัฒนา กรุ๊ป จำกัด เป็นบริษัทที่ขายสินค้าเกี่ยวกับเครื่องมือและเครื่องจักรหลายประเภท และรู้จักกันในชื่อ “Makita”

ทางบริษัทได้มีไอเดียในการโปรโมทสินค้าและนำเสนอตัวอย่างสินค้าในรูปแบบ 3D ซึ่งได้นำเครื่องสแกน 3D รุ่น Einscan H และ Einscan HX ไปใช้ในการสแกนสินค้าเพื่อนำไฟล์ลงโปรโมทที่หน้าเว็ปไซต์ของตนเอง ลูกค้าสามารถดูสินค้าได้ทุกมุมอย่างอิสระและเหมือนของจริงมากที่สุด บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Adidas และ Nike ได้นำ 3D Scan มาใช้ในการสแกนสินค้าเช่นกัน

โดยสินค้านี้สแกนโดยเครื่อง Einscan Hx


หลังจากการสแกน ต้องนำไฟล์ไปปรับแต่งผิวชิ้นงานหรือลบส่วนที่ไม่ต้องการออก เพื่อให้ได้ไฟล์ที่สมบูรณ์และพร้อมในการอัพโหลดขึ้นหน้าเว็ปไซต์

Einscan H และ Einscan Hx สามารถสแกนคนได้ ไม่ได้จำกัดเฉพาะสิ่งของเพียงอย่างเดียว สามารถนำไปต่อยอดทางการตลาดได้ เช่น การสแกนพรีเซ็นเตอร์คู่กับสินค้า เพื่อการแสดงผลแบบ 3 มิติ เพิ่มความแปลกใหม่และอิสระทางการรับชมสินค้าให้กับผู้บริโภคได้ หรือ ร้านที่ขายเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มต่างๆ สามารถสแกนคนเพื่อนำมาเป็นหุ่นลองชุด 3 มิติ ในเว็ปไซต์ได้ ช่วยให้การตัดสินใจของลูกค้าง่ายขึ้นเมื่อได้เห็นแบบ 3 มิติ มากกว่าแบบ 2 มิติ

รู้จัก 3D Scanner คืออะไร? มีกี่ประเภท? (update 2021)

รู้จัก 3D Scanner คืออะไร? มีกี่ประเภท? (update 2021)

บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักเครื่องสแกน 3มิติ การนำไปใช้งาน และ ประเภทของสแกนเนอร์ 3มิติ หลายคนน่าจะรู้จักเครื่องสแกนเอกสาร (2D) เราสามารถเก็บสำเนาดิจิทัลเป็นไฟล์รูปหรือ PDF ได้ เครื่องสแกนเนอร์ 3มิติมีจุดประสงค์การใช้เดียวกัน คือการสร้างสำเนาของมูล Digital ของวัตถุ ต่างกันที่เป็นรูปแบบ 3มิติ Polygon (หรือ อาจใช้คำว่า Mesh ก็ได้) ไฟล์ 3D ที่ได้นี้อาจจะไปต่อ ไปพิมพ์ออกมาเป็นโมเดล 3มิติ (ใช้เครื่องพิมพ์ 3มิติ) , เอาไปทำ Animation, ทำหนัง CG, เอาไปใช้ในเชิง Engineer วิศวกรรมย้อนรอย, ใช้เชิงการแพทย์ได้ และล่าสุดในอุตสาหกรรม VR / AR

โดยเครื่อง 3D Scanner นั้นมีหลายแบบหลายประเภทเหมาะในการใช้งานไม่เหมือนกัน เช่นแบบ LED-Structure Light เป็นการฉาย Pattern แสงไปยังวัตถุ เหมาะกับการสแกนวัตถุ รูปปั้น สามารถเก็บไฟล์ได้ละเอียด , Laser ใช้เส้น Laser ยิงไปที่ชิ้นงาน เหมาะกับงานโลหะ รถยนต์ หรือวัตถุที่มีขนาดใหญ่, Lidar การยิงลำแสงเลเซอร์จำนวนมาไปยังวัตถุ หรือ สถานที่ Lidar เหมาะกับงานสแกนสำรวจ หรือใช้กับสถานที่มากกว่า สแกนวัตถุ, Infrared แม้ว่ามีคุณภาพต่ำไม่ละเอียด แต่มีความสามารถที่ระบบอื่นไม่มีคือการแยกวัตถุด้วยความร้อน เหมาะกับการสแกนสิ่งมีชีวิต คน หรือ สัตว์เป็นต้น, MRI Scan เครื่องสแกนภายในร่างกายมนุษย์ ที่ใช้ในโรงพยาบาล ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า นำภาพ 2D หลายๆ Slice มาต่อเป็น 3D เป็นต้น โดยแต่ละชนิดมีความสามารถข้อดี ข้อเสียแตกต่างกัน ซึ่งจะกล่าวถึงรายละเอียดด้านล่างต่อไป

ปล. บทความนี้เขียนขึ้นจากข้อมูลปัจจุบัน ธันวาคม 2020 / ท่านสามารถอ่านต่อ วิธีการเลือก 3D Scanner ให้เหมาะกับคุณ

3D Scanner คืออะไร?

เครื่องสแกน 3มิติ คือเครื่องเก็บข้อมูล 3มิติ (Collecting 3D Data) จากวัตถุ, โมเดล, สิ่งของ, คน รวมถึงสถานที่ก็ได้ โดยผลที่ได้คือ ไฟล์ 3มิติ ในรูปแบบ Polygon, 3D Mesh  (หลายครั้ง เข้าใจผิดว่าไฟล์ที่ได้เป็น CAD) นามสกุลที่นิยมกันกันคือ .STL, .OBJ เป็นต้น ข้อมูลที่ได้มีมิติกว้าง, ลึก, สูง x-y-z ความละเอียดความแม่นยำของไฟล์ที่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของ 3D Scanner คำที่เกี่ยวข้องกับ 3D Scanner คือ

  • Point Cloud กลุ่มของจุด coordinate x-y-z เป็น Raw Data ของเครื่องสแกน 3มิติ (เป็นกลุ่มจุด) ก่อนที่ Software จะแปลงจุดดังกล่าวเป็น Polygon (สามเหลี่ยมต่อกัน)
  • Accuracy ความละเอียดหรือแม่นยำในการ 3D scanner โดยมากจะระบุในหน่วย Micron เช่นเครื่องความละเอียดสูงระดับ 10Micron หรือ ระยะความห่างของ Point Cloud ดีสุดที่ทำได้คือ 10micron (ยิ่งระยะห่างน้อยยิ่งละเอียดนั้นเอง)

    สแกนให้เห็น Point Cloud กับ Polygon

ประโยชน์ของ 3D Scanner

ไฟล์ที่ได้จากเครื่อง 3D Scanner สามารถไปใช้งานต่อได้มากมาย ถ้าไม่ได้ไปแต่อะไรเพิ่มเติมสามารถพิมพ์ได้ทันทีด้วย 3D Printer โดยสามารถย่อ-ขยายโมเดลตามต้องการ, 3D Files สามารถนำไปวาดต่อเป็น CAD ไฟล์ หรือ นิยมเรียกว่า Reverse Engineer, เอาวิเคราะการรักษาทางการแพทย์-ทันตกรรม, เอาสร้างเกมส์-สร้างหนัง, แสดงตัวอย่างสินค้าเพื่อการโฆษณา และ ล่าสุดไปแสดงผลในงาน VR/AR

Engineering เชิงวิศวกรรม จะนิยมเอาไปใช้ 2 ทางด้วยกัน คือ  Reverse Engineering หรือ วิศวกรรมย้อนกลับ และ Inspection

  • Reverse Engineering เป็นการสแกน วัตถุที่มีอยู่ เป็นไฟล์ 3มิติ แล้วไปทำย้อนกลับเป็น CAD ตัวอย่างเช่น รถยนต์โบราณที่ไม่มีผลิตแล้ว หากอยากจะสร้างขึ้นมาใหม่ หรือ ทำเฉพาะบางส่วน สามารถใช้เครื่องสแกนเนอร์ 3มิติ เก็บรายละเอียด เอามาสร้างไฟล์ CAD นำไปใช้กับเครื่อง CNC หรือเครื่อง 3D Printer ต่อไป
  • Inspection เป็นการควบคุมการผลิต เพื่อเปรียบเทียบงานที่ผลิตออกมาจริงๆ กับไฟล์ต้นแบบมาตรฐานที่สร้างไว้ การผลิตสินค้าหลายๆครั้งเมื่อรันเครื่องผลิตไปเรื่อยๆแล้วขนาดรูปร่างอาจจะไม่ตรงตามต้องการต้องมีการจูนเครื่องจักรกัน การผลิตที่เข้มงวดกับเรื่องนี้มากๆเช่นการผลิตเครื่องยนต์ งานหล่อ หรือ งานฉีดพลาสติกอาจจะไม่ได้คุณภาพหรือขนาดตามที่ต้องการ 3D Scanner จะมาช่วยในส่วนนี้ โดยวิศวกรจะนำไฟล์สแกน มาเทียบกับไฟล์ CAD มาตรฐาน

    ตย.ที่แสดงในรูป สแกนหลอดไฟ สามารถแบ่งการใช้ได้สองทาง (ซ้าย) ทำไฟล์ที่ได้จากการสแกนสีฟ้า ไปเปรียบเทียบกันไฟล์มาตรฐานสินค้า Software จะประมวลผลพื้นที่ที่รูปร่างแตกต่าง Design VS Actual เป็น Mapping สี (ขวา) นำไฟล์สแกนสีได้สีฟ้า ไปทำการวาด CAD ขึ้นมาใหม่

ทางด้านศิลปะ และ ภาพยนต์ เกมส์ สแกนวัตถุ คน สิ่งของ แล้วเอาไปแต่ไฟล์ต่อใน Software อื่นๆ เช่น Zbrush สามารถแก้ไขปรับแต่ง เพิ่มรายละเอียด เป็นการลดระยะเวลาในการทำงาน และคงคุณภาพงานได้ใกล้เคียงความจริงกว่า เช่น แต่ก่อนจะต้องสร้างโมเดลหน้าคนจากศูนย์เลย ตอนนี้สามารถสแกนเอาไฟล์สแกนมาแต่งเพิ่มเติม จะลดเวลา และได้ผลลัพธ์ออกมาเหมือนหน้าคนจริงๆมากกว่า เอาไปแสดงผลในภาพยนต์หรือเกมส์ต่อ STL สามารถเอาไปพิมพ์ 3มิติออกมา ตัวอย่างการนำไปใช้

  • ย่อขยายโมเดล งาน Scale ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนคือ ปั้นพระองค์หนึ่งจากขึ้ผึ้งขึ้นมาขนาด 20cm (หรือขนาดที่ผู้ปั้นถนัด) สแกนไฟล์ดังกล่าวเพื่อเอาไปผลิต พระองค์นั้นในขนาดต่างๆ 5cm, 10cm, 20cm, 50cm, 100cm ไม่ต้องปั้นพระองค์เดิมๆหลายขนาด / ตย.ที่สอง เช่นที่อุทยานราชภักดิ์ ช่างปั้นโมเดลขนาดเ
  • สร้างซ้ำ เช่นมีวัตถุโบราณ ต้องการสร้างซ้ำ เราจะใช้การสแกน
  • สแกนเพื่อความสมจริง ประยุกต์ใช้ 3D scanner เก็บข้อมูลจากของจริง เช่นสแกนหน้าคนจะได้ความสมจริงกว่า (สแกนบางส่วน ปั้น3D ขึ้นเองบางส่วนก็ได้
ประยุกต์เก่ากับใหม่ ให้ศิลปินปั้นขึ้นมาจากขี้ผึ้ง นำมาสแกนเพื่อไปแต่งรายละเอียดต่อ สามารถไปย่อขนาดเป็นองค์เล็ก หรือ ไปทำให้ขยายเป็นชิ้นใหญ่ๆได้
งาน Scales สามารถสร้างโมเดลขนาดต่างๆ ด้วยไฟล์สแกนเดียว
Scan บางส่วน ปั้นไฟล์ 3D เองบางส่วน ตัวอย่างนี้ดีทั้งแสดงให้เห็น การประยุกต์จนถึงขั้นตอนการพิมพ์

ทางการแพทย์ ทันตกรรม ใช้สแกนเนอร์ 3มิติ ไปวินิจฉัยอาการและทำแผนการรักษาต่อไป ทางการแพทย์นั้นจะใช้สแกนเนอร์ ทั้งภายในและภายนอกร่างกาย ตัวอย่างเช่น

  • ทันตแพทย์ ใช้ Intraoral สแกนฟันในช่องปาก นำไฟล์ที่ได้ไปทำการจัดฟันในช่องปาก Clear Aligner, สร้างครอบฟัน หรือ อื่นๆจากเครื่องพิมพ์ 3มิติ
  • แพทย์ศัลยกรรมสมอง ใช้ MRI สแกนสมองเพื่อวิเคราะห์การรักษา จากไฟล์ 3มิติ
  • แพทย์วินัจฉัยกระดูผิดรูป จากเครื่อง CT Scan
การใช้เครื่องสแกนในช่องปาก Intraoral Scan และเครื่องพิมพ์ 3มิติ : AoralScan / Form3B

ประเภทของ 3D Scanner

 

แบ่งประเภท 3D Scanner ตามชนิดแสง/ชนิดเซนเซอร์

LED / Structure Light ใช้แสงในการสแกน โดยมากจะเป็นแสงขาว หรือ แสงน้ำเงิน โดยทั่วไปหลักการทำงานจะฉายแสงที่มี Pattern เป็นแถบเส้น (เหมือน Barcode แบบเส้น) หรือ แบบ Noise (เหมือน QR Code) ไปที่วัสดุ กล้องจะจับภาพกลับโดยมากจะมีกล้อง 2 ตัวขึ้นไป Software จะนำภาพ pattern ที่จับได้มาแปลงเป็นไฟล์ 3มิติ (แสงยิง Pattern ไปเหมือนเดิม แต่รูปร่างของวัตถุไม่เหมือนกัน กล้องจะเก็บรูปที่ได้ไม่เหมือนกัน)

  • เก็บข้อมูลเป็น Plane XY หนึ่ง shot คือหนึ่งภาพ
  • ข้อดีคือ สแกนเร็ว และ ได้ข้อมูลความละเอียดหวังผลได้
  • ข้อเสียคือ ไม่สามารถสแกนหรือสแกนได้คุณภาพไม่ดี ใน วัตถุสีทีบแสง(ไม่สะท้อนแสง), วัตถุมันวาว(สะท้อนแสงมากเกินจนกระเจิง), วัตถุใสทะลุ(กล้องไม่สามารถเก็บค่าแสงที่สะท้อนออกมาได้) อย่างไรก็ตามสามารถแก้ปัญหานี้โดยการเตรียมผิวชิ้นงาน เตรียมสภาพแวดล้อมการสแกนก่อน อ่านเพิ่มที่ขั้นตอบการเตรียมวัสดุสแกน
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด Shining3D, Artech, Gom
แสดงที่ฉายออกมาเป็นแถบเส้นเท่าๆกัน เมื่อตกกระทบที่ชิ้นงานจะได้ลักษณะเส้นเฉพาะตัวตามรูปร่างของงาน Software ประมวลข้อมูลที่ได้เป็นไฟล์ 3มิติ
อีกลักษณะหนึ่งของ Structure Light คราวนี้ไม่ฉายเป็นแถบเส้น แต่ฉายเป็น Noise เฉพาะตัวคล้ายๆ QR Code กล้องเก็บภาพที่ได้ไปประมวลผลเช่นกัน ในรูปเครื่อง StructureLight แบบ Handheld
Diagram การสแกนแบบ Structure Light จะเห็นว่า Project ฉายภาพที่เป็น Pattern ไปยังวัตถุ กล้องทั้งสองตัวจะจับภาพได้ไม่เหมือนกันตามรูปร่างของวัตถุ

Laser ใช้เลเซอร์เป็นแหล่งแสง เลเซอร์อาจจะมีสีแดง หรือ สีน้ำเงินก็ได้ ข้อดีของแสงเลเซอร์คือ มีความเข้มของแสงมากกว่าที่ฉายจากโปรเจคเตอร์หรือจากLED มากๆ ดังนั้นสามารถลองรับวัสดุที่หลากหลายกว่า วัสดุสีเข้ม หรือวัสดุที่มันวาวสะท้อนแสง

  • เก็บข้อมูลเป็นเส้น Line หนี่ง frame เอาเส้นมาต่อๆกันเป็นไฟล์ 3มิติ
  • ข้อดีแสงมีความเข้มแสงมากกว่า รอบรับการสแกนหลายพื้นผิว ไม่ว่าจะเป็นวัสดุที่มีสีเข้ม สีดำ, ผิวโลหะ ผิวมันวาว Chrome, สแกนในพื้นที่แจ้ง
  • ข้อเสียของระบบนี้เลย คือต้องติด Marker เนื่องจากการสแกนไม่ได้เก็บข้อมูลเป็นระนาบ แต่เก็บเป็นเส้น Software ไม่สามารถต่อไฟล์ 3มิติ เข้าด้วยกันได้ ต้องใช้ Marker เป็นตัวอ้างอิง การติด Marker หลักๆคือเสียเวลา (ไม่ต้องเสียเวลาเตรียมผิวชิ้นงาน แต่เสียเวลาติด Marker แทน) และ อีกข้อคือถ้าเป็นเครื่องสแกนเนอร์แบบ Laser ล้วนๆ จะเก็บภาพสีไม่ได้ แต่ปัจจุบันรุ่นใหม่ๆมีกล้องเก็บสีเพิ่มเข้ามาด้วย
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด Shining3D, Creaform
ตัวอย่าง Laser 3D Scanner เลเซอร์น้ำเงิน 14 เส้น สแกนเก็บได้หลายพื้นผิว ทั้งดำ หรือมันวาว ผิวโลหะ แต่ต้องติด Marker

Infrared ใช้หลักการจับภาพ Infrared ในการสแกน ตัวอย่างที่ใช้กันเยอะเช่น Kinect ของ Xbox กล้อง interactive ต่างๆ ข้อดีคือสามารถแยกคนออกจากสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าระบบอื่น

  • ข้อดีคือ มีราคาถูกและใช้กันแพร่หลาย สามารถแยกคนจากสภาพแวดล้อมได้ดี เพราะแยกจากความร้อน
  • ข้อเสีย เป็นระบบที่มีรายละเอียดต่ำที่สุด

    ในรูปใช้ Kinect กล้องจับภาพ infrared มาใช้ในการสร้างไฟล์ 3มิติ ราคาค่อนข้างถูกแต่คุณภาพต่ำ

Arm 3D Scanner Scanner  เป็นระบบที่ใช้กันมานานแล้ว แต่มีราคาสูงมาก นิยมใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ โดยมาก Arm จะติด Probe หรือ Laser Scan เข้ามาด้วย โดยหากเป็น Probe ก็จะวัดจุดที่ Probe ไปแตะ ดูเป็นจุดๆไป แต่หากเป็นหัว Laser Scanner ที่ติดบน Arm อันนี้จะสามารถแสกนออกมาเป็นไฟล์ 3มิติ ได้เลย ไม่ต้องติด Marker เนื่องจาก Software รู้ตำแหน่งที่ของหัวสแกนเนอร์จาก Motor Servo ที่อยู่บน Arm (Laser Scanner ที่ไม่ติดบน Arm จะไม่รู้ตำแหน่ง จึงให้ Marker ช่วยระบุตำแหน่ง)

  • เก็บข้อมูลเป็นจุด Coordinate กรณีเป็น Probe และเก็บเป็นเส้นเลเซอร์ กรณีเป็นหัว Laser Scanner
  • ข้อดี เป็นระบบที่มีความแม่นยำสูงมาก เนื่องจากระบุตำแหน่งโดยใช้มอเตอร์ Servo ที่ข้อต่อแต่ละอัน
  • ข้อเสีย ราคาสูงมาก และ มีข้อจำกัดในพื้นที่การสแกน ต้องสแกนในระยะที่ Arm ไปถึง
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด FARO, Kreon, Hexagon
เครื่องสแกน แบบ Arm ประยุกต์การระบุตำแหน่งการสแกนด้วย มอเตอร์ Servo ตามข้อต่อของ Arm จึงได้ค่าที่แม่นยำ Accurate และ แม่นตรง Precise มากๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องทำการ Calibrate เรื่อย ค่าเครื่องและค่า Calibrate ค่อนข้างสูง

Lidar เป็นระบบที่มีนานแล้ว ใช้ในเครื่องสแกน Land Scape หลักการคือการยิงแสงเลเซอร์จำนวนมากไปยังวัตถุและมี Sensor รับภาพกลับมาก เร็วๆนี้มีการเพิ่ม Lidar เข้ามาในเครื่อง Ipad Pro 2020 อย่างไรก็ตามคุณภาพในการสแกนยังค่อนข้างทำอยู่มาก อาจจะมีการพัฒนาให้ดีขึ้นเร็วๆนี้

  • สาดลำแสงเลเซอร์จำนวนมากไปรอบ เก็บจุดที่เลเซอร์ตกกระทบ มาต่อกันเป็นไฟล์ 3มิติ เหมาะการสแกน LandScape-สถานที่ มากกว่า สแกนวัตถุ
  • ข้อดี สามารถเก็บข้อมูลพื้นที่ใหญ่ๆมากๆได้  เริ่มมีการพัฒนาไปใส่ในอุปกรณ์พกพา (Ipad Pro 2020)
  • ข้อเสีย ยังเก็บรายละเอียดได้ไม่ดีนัก เหมาะกันสแกนสถานที่ มากกว่าการสแกนวัตถุ
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด FARO, Leica

    งานสแกนจากเครื่องระบบ Lidar นั้น นิยมใช้ในการเก็บข้อมูลสถานที่ ทางการทหาร หรือ ทางการพิสูจน์หลักฐาน แนบตัวอย่างให้ดูเครื่อง Lidar ที่มีขายอยู่ในท้องตลาด

Photogrammetry เป็นการแปลงรูปถ่ายจำนวนมากๆ หลายๆมุมมาต่อกัน และแปลงค่าเป็นไฟล์ 3มิติ ระบบนี้ไปประยุกต์งานได้หลากหลายมากๆ ข้อดีคือ สามารถสร้างไฟล์ 3มิติ ของพื้นที่ใหญ่ๆได้ (ใช้ Drone เก็บภาพมุมสูง หรือ Video มุมสูง มา Process Mapping เป็นไฟล์ 3มิติ) อีกความสามารถหนึ่งที่เก่งมากๆคือ การสร้างไฟล์ 3มิติ ความละเอียดสูงของบุคคล ทำได้โดยการถ่ายภาพ จากกล้อง DSLR จำนวนมาก 70+ ตัว พร้อมกัน และนำมาประมวลผล นิยมใช้กันมากในการสร้างหนัง หรือ เกมส์ สร้างความสมจริงในการแสดงสีหน้า

  • input คือ รูปภาพจำนวนมาก ของสิ่งที่เราต้องการสร้างไฟล์ 3มิติ โดยรูปภาพดังกล่าวควรจะถ่ายด้วยช่วงเลนส์ ช่วงเลนส์เดียวกัน รูรับแสงเดียวกัน White Balance เดียวกัน  Software จะประมวลผล
  • ข้อดี เอาไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย เช่น แผนที่ 3มิติ (เหมือนที่ Google Map ใช้) หรือ ใช้สร้างโมเดลสามมิติบุคคลแบบระเอียดสูง Capture สีหน้าได้สมจริง โดยใช้กล้อง DSLR จำนวน 70+ตัว ถ่ายภาพพร้อมกัน
  • ข้อเสีย ใช้เวลาในการทำงานนานมากๆ ประมวลผลนานมากๆ บางครั้งใช้เวลาหลายวัน หากต้องการงานคุณภาพสูงต้องลงทุนหลายล้าน
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด Agisoft, RealityCapture บริษัทที่เป็น Reference ที่ดีคือ Ten24
ไม่ต้องสร้าง CG เองแล้ว ถ่ายรูปทำเป็นไฟล์ 3มิติ เลย

Other 3D Scanners อื่นๆ มีอีกมากมายเช่นเครื่อง CT Scan และเครื่อง MRI Scan ก็เป็น 3D Scanner แบบหนึ่งเหมือนกัน

  • CT Scan จะเป็นการสแกน Slice ร่างกายเราโดยใช้รังสี เหมาะสแกนพวกชิ้นส่วนที่ดูดซับแสง เช่นพวกกระดูก ไฟล์ที่ได้เป็น DICOM Slice ร่างกายเป็นหลายๆส่วน เอา Slice มาต่อกันเป็นไฟล์ 3มิติ
  • MRI Scan จะสแกนเป็น Slice เช่นกันแต่จะใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เหมาะกับสแกนพวกเนื้อเยื้อ สมอง ไฟล์ที่ได้เป็น DICOM เหมือนกัน
  • CMM อันนี้อาจจะเก่าสักหน่อย เป็นเครื่องสแกนแบบสัมผัสชิ้นงาน (Contact) เป็นหัว Probe จิ้มไปที่ชิ้นงานไปเรื่อย นำ Point Cloud มาประกอบเป็นไฟล์ 3มิติ
เครื่อง MRI หรือ CT Scan จัดเป็นเครื่องสแกน 3มิติ ชนิดหนึ่ง สามารถนำ Slice Section ของมนุษย์มาต่อกัน ยิ่งเครื่อง Scan มี Slice มากก็ยิ่งได้ไฟล์โมเดลที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น
สมองมนุษย์ขนาด 1:1 ได้มาจาก MRI Scan ของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพ DICOM แพทย์ต้องการพิมพ์สมองเพื่อการวิจัย

แบ่งประเภท 3D Scanner จากวิธีการสแกน (Fix Scan, Hybrid, Handheld)

Fix Scan  การสแกนแบบ Fix Scan คือ “ขณะสแกนใน Shot นั้นๆ เครื่องสแกนต้องอยู่นิ่ง” อาจจะอยู่บนขาตั้งกล้อง หรือ แท่นจับ ก็ได้ เวลาในการสแกนแต่ละช็อตเกินวินาที-หลายวินาที ข้อดีของระบบนี้คือ สามารถเก็บงานได้ละเอียดกว่า ข้อเสียคือใช้เวลาในการสแกนนานกว่า

  • เวลาสแกนเครื่อง 3D Scanner ต้องอยู่นิ่งบนขาตั้งกล้อง สแกนจบค่อยย้ายไป Shot ต่อไป (แนะนำให้เลื่อมกับจุดเดิม 30% ขึ้นไป Software จึงจะต่อไฟล์ให้เองอัตโนมัติ)
  • ข้อดีของแบบนี้คือ สามารถเก็บรายละเอียดได้ดีกว่า ไฟล์คมชัดกว่า (เหมือนใช้ขาตั้งกล้องถ่ายรูป เทียบกับเราเอามือถือกล้องถ่าย)
  • ข้อเสียของระบบนี้ คือ ใช้เวลาในการสแกนนานกว่าแบบ Handheld โดยเฉพาะงานชิ้นใหญ่ๆเกิน 50cm ขึ้นไป
  • ระบบนี้สามารถทำงานร่วมกัน Automatic Turntable ได้ (3D Scanner อยู่บนขาตั้งกล้อง ชิ้นงานสแกนอยู่บนแท่นหมุนอัตโนมัติ เมื่อสแกน Shot หนึ่งเสร็จแท่นจะหมุนอัตโนมัติ ในองศาที่กำหนด เช่น 45องศา และ สแกนใน Shot ต่อไป สแกน 8 ครั้งจะได้ครบ 360องศา
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็น Fix Scan ล้วนๆ EinScan SE, AutoScan Inspec, DS-EX Pro

Handheld การสแกนแบบ Handheld จะเป็นเทคโนโลยีที่มาใหม่ พัฒนาต่อมาจาก Fix Scan สืบเนื่องจากคอมพิวเตอร์พัฒนาประมวลผลได้เร็ว ทั้งกราฟิกและการเขียนอ่านข้อมูล จึงสามารถเก็บ Shot ได้เร็วขึ้น เครื่อง Handheld จึงถือกำเนิด เครื่องใหม่จะเก็บ shot ได้ 15-30 fps หรือ 15-30 shot ในเวลาหนึ่งวินาที ทำให้ถือสแกน ลากเก็บภาพ 3มิติไปเรื่อยๆได

  • เวลาสแกนสามารถใช้มือถือสแกนชิ้นงานไปเรื่อยๆได้ ลากช้าหรือเร็วขึ้นกับ Spec ของเครื่องสแกนและความแรงของคอมพิวเตอร์ประมวลผล
  • ข้อดีคือ สแกนได้รวดเร็ว สะดวก เหมาะกับความชิ้นใหญ่
  • ข้อเสีย หากให้เทียบจริงๆแล้วคุณภาพงานสแกนสู้แบบ Fix ไม่ได้
  • สามารถสแกนคนหรือสัตว์ได้ (อย่างไรก็ตามคน ควรจะอยู่นิ่ง ยืนเฉย หรือ นั่งเฉยๆ)
  • เหมาะกับการสแกนของชิ้นใหญ่, ของที่เคลื่อนย้ายไม่ได้, คน หรือ สัตว์
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็น Handheld ล้วนๆ EinScan Pro 2X/2XP,EinScan Pro HD,EinScan H,EinScan HX, AoralScan Intra-Oral Scanner

Hybrid เครื่องสแกนที่รวมเอาสองความสามารถนี้เข้าด้วยกัน คือจะใช้ขาตั้งกล้องก็ได้ หรือ มือถือสแกนก็ได้ จะมาเสริมจุดเสียของ Fix Scan ที่เก็บงานได้ละเอียดแต่ช้ามีข้อจำกัด กับ Handheld Scan ที่เก็บงานได้เร็วคล่องตัว ละเอียดจะเก็บได้น้อยลง

  • เวลาที่ต้องการงานละเอียด ชิ้นงานเล็กใช้ โหมด Fix Scan
  • เวลาสแกนคน, ของชิ้นใหญ่ ของที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ ใช้โหมด Handheld Scan
  • เครื่องแบบ Hybrid จะครอบคลุมการทำงานหลาก สแกนได้ทั้งของชิ้นกลาง-ใหญ่
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็นแบบ Hybrid  EinScan Pro 2X/2XP, EinScan Pro HD

อ่านเพิ่มเติม 

ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่นี่


อ่าน Review เพิ่มเติมตามแต่ละรุ่นไปที่นี่

ลูกค้า : Aag Corp. ไทรน้อย – Creator3

ลูกค้า : Aag Corp. ไทรน้อย – Creator3

Aag Corp. ไทรน้อย

บริษัทผลิตโครงสร้างวัสดุโลหะเพื่อใช้ในการก่อสร้างอาคารสำนักงานต่างๆ

ตัวอย่างผลงานจริง

ได้ทำการสั่งซื้อ Creator3เพื่อใช้ในการขึ้นต้นแบบจำพวกAluminiumProfileหรือวัสดุโครงสร้างโลหะต่างๆสำหรับทดลองและทดสอบก่อนนำไปขึ้นงานโลหะจริง

ประหยัดเวลาและสามารถเช็คความแม่นยำของงานได้  ระบหัวฉีด2หัวอิระแยกจากกันทำให้สามารถขึ้นงานที่เหมือนกันหรือMirrorพร้อมกันได้2ชิ้นลดเวลาการทำงาน50%