fbpx

AutoScan Inspec / Sparkle + FORM3 กับงานซ่อมไฟล์งานเพื่อไปใช้จริง

AutoScan Inspec / Sparkle + FORM3 กับงานซ่อมไฟล์งานเพื่อไปใช้จริง

เมื่อเราพบสิ่งของที่เกิดการแตกหักหรือเสียหายอันเนื่องมาจากอะไรก็ตามแต่ และเป็นของที่หาซื้อได้ยากและราคาสูง หรือบางครั้งก็ไม่มีขายอีกแล้ว วันนี้จึงมาแนะนำเคสตัวอย่างกัน เรามีตัวอย่างชิ้นงานที่เป็นฝาครอบ เกียร์ P ของรถ Mercedes-Benz ซึ่งเราได้ทำการขอติดต่อซื้อจากศูนย์บริการไปแล้ว แต่ทางศูนย์บอกชิ้นนี้ไม่มีอะไหล่ส่วนนี้แล้ว แล้วอย่างเราจะทำยังไงดี เมื่อมันแตกละเอียดขนาดนี้ ก็เอามาติดกาวสิครับในเมื่อเรามี 3D Solution ครบพร้อมแล้ว เราจะกลัวอะไรงัดสิ่งที่มีออกมาใช้ให้หมดเลยครับ

มาดูกันว่าเราใช้เครื่องมืออะไรกันบ้างและขั้นตอนแต่ละขั้นตอนเป็นยังไงบ้าง

จากที่ได้เห็นแล้วว่าเราใช้เครื่องมืออะไรบ้าง เรามาดูกันว่าแต่ละอย่างใช้ทำอะไรเพื่ออะไรบ้างกันครับ

  1. AutoScan Inspec / Sparkle : ใช้สำหรับงานสแกนต่างๆ สำหรับชิ้นงานขนาดเล็กเพราะตัวเครื่องสามารถสแกนได้ละเอียดสูงสุด 10 Micron เรื่องความคลาดเคลื่อนแทบจะไม่ต้องห่วง วางใจได้เลยสำหรับตัวเครื่องนี้ครับ
  2. Geomagic Essentials : ใช้สำหรับการแต่งผิวงาน และทำ Reverse Engineering ที่ได้จากเครื่องสแกน เพราะว่าเราสแกนจากงานจริงที่มีการแตกหักและเกิดรอยร้าว และมีบางส่วนที่เราต้องการเติมแต่งให้กับมัน เราจะใช้โปรแกรมตัวนี้ในการแต่งขัดผิว และเติมส่วนที่ต้องการให้งานออกมาสมบูรณ์ครับ
  3. Formlabs Form3 : ใช้เพื่อขึ้นรูปงานที่เรา แต่งเสร็จแล้วจากโปรแกรม Geomagic Essentials เราจะได้ตัวชิ้นงานที่สามารถใช้งานได้จริงและเป็นงานที่สมบูรณ์หลังจากที่ได้ทำการ แต่งไฟล์งานมาอย่างละเอียด

 

เอาล่ะครับก่อนอื่นเรามาดูตัวอย่างชิ้นงานของจริงที่มันพังกันก่อนดีกว่า มาดูว่ามันพังเละแค่ไหน ขนาดติดกาวตราช้างแล้วยังเอาไม่อยู่

 

– เรามาลุยกันเลยดีกว่า เริ่มจากสแกนก่อนเลยและได้ไฟล์ออกมาครับ โดยตามที่เราบอกเราจะใช้ตัวเครื่อง

– เริ่มต้นด้วยการสแกนไฟล์งาน จากชิ้นงานจริงโดยใช้เครื่องสแกนงานขนาดเล็กรุ่น AutoScan Inspec / Sparkle จะได้ไฟล์งานตามรูปภาพซึ่งจะมีความละเอียดสูง และเก็บรายละเอียดส่วนต่างๆที่เป็น Under Cut ได้ค่อนข้างดีแต่ผิวงานที่ได้เราควรที่จะต้องทำเพิ่มและเก็บงานให้ดีกว่านี้

– จัดการแต่งผิวงานให้มีความ Smooth และเรียบเนียนหลังจากนั้นก็เติมผิวงานที่เสียหายให้เต็มและขัดผิวนิดหน่อยตามใจชอบ

– หลังจากมั่นใจว่าไฟล์เสร็จสมบรูณ์แล้วก็ใช้เครื่อง Fom3 ขึ้นรูปได้เลยครับที่เลือกเป็น Form3 เพราะต้องการงานที่ละเอียดและเสมือนของจริงที่สุด และเรซิ่นที่ใช้ก็ใช้เพียง Standard Grey Resin เท่านั้นครับความแข็งแรงและความยืดหยุ่นพอดีสมหรับงานนี้ไม่จำเป็นต้องแข็งมาก ขอแค่ละเอียดและนำไปทำสีต่อได้

– มาลองเปรียบเทียบงานจริงและงานที่พึ่งสร้างขึ้นมาใหม่กันครับว่า แตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน

ในที่สุดเราก็ได้งานในแบบที่เราต้องการเรียบร้อยแล้วครับ เหมือนกับของใหม่ที่พึ่งซื้อศูนย์มาเลยเหลือแค่ทำสีแค่นั้นเอง เป็นอีกหนึ่งไอเดียดีๆ ที่ทางเรา PRINT3DD นำมาแชร์ความรู้และหลักการทำงานที่ทางเราเองได้ทำไว้มาให้ครับ

 

 

 

 

 

วิธีการวัดขนาดงาน Aluminum Mold ที่มีขนาดใหญ่ด้วย 3D Scanner

วิธีการวัดขนาดงาน Aluminum Mold ที่มีขนาดใหญ่ด้วย 3D Scanner

ทำไม? ถึงใช้เครื่องสแกนเนอร์ในการวัดขนาดแทนการใช้เครื่องมือแบบปกติทั่วไป

การพัฒนาอย่างรวดเร็วและความก้าวหน้าทางเทคนิคทางด้านในงานอุตสาหกรรมต่างๆ ในหลายๆ ปีที่ผ่านมา ได้มีการออกแบบโครงสร้างหรือต้นแบบของผลิตภัณฑ์ หรือสินค้าต่างๆ ให้เหมาะสมและทันต่อการใช้งานสำหรับผู้ใช้งานเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงส่งผลต่อระบบของอุตสาหกรรมการผลิตและการออกแบบเป็นอย่างมาก ซึ่งในการออกแบบนั้นจะมีความซับซ้อนมากๆ ที่จะทำแม่พิมพ์ที่มีความหลากหลาย มีร่อง มีรู หรือรูปทรงแปลกๆ ที่ไม่สามารถมองไม่เห็นหรือสามารถวัดได้ด้วยเครื่องมือที่มีอยู่ ด้วยสัดส่วนของพื้นผิวที่มีความซับซ้อนมากๆ แบบอิสระที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้เขียนขึ้นด้วยรูปแบบปกติทั่วไป เมื่อเป็นแบบนี้ทางนักวิศวกรรมต้องการความแม่นยำในการขึ้นรูปแม่พิมพ์ที่เพิ่มขึ้นวินัยเพื่อใช้ในการพัฒนาและออกแบบแม่พิมพ์ที่แม่นยำที่สุดออกมาเพื่อใช้งาน

โดยทั่วไปแล้ววิธีการวัดแม่พิมพ์แบบดั้งเดิมจะโดยใช้เครื่องมือวัดแบบแมนนวล ใช้คนวัดด้วยเครื่องมือแบบเฉพาะทาง หรือรูปทรงนั้นๆ เช่น เครื่องมือวัดเวอร์เนียหรือไมโครมิเตอร์ สามารถวัดคุณลักษณะบางอย่างเช่น ความกว้าง ความสูง และความลึกส่วนแม่พิมพ์ที่ความโค้งของพื้นผิว และพื้นผิวที่ลึกแบบครึ่งวงกลมนั้นจะยากที่จะวัดได้ วิธีการวัดแบบใช้เครื่องมือแบบแมนนวลนั้นจึงไม่เพียงพอต่อการวัดขนาด หรืออาจจะต้องใช้เวลาที่ค่อนข้างนาน แต่ก็ยังยากที่จะตรวจสอบคุณภาพการวัดและความแม่นยำของแม่พิมพ์ขนาดใหญ่ จึงส่งผลใช้เกิดความเสี่ยงมากมายตามมางานที่จะต้องเร่งผลิตอจจะต้องล่าช้า เพราะเกิดจากการแก้ไขหรือปรับปรุงแม่พิมพ์ได้ช้า

เครื่องมือในการวัดขนาด แบบแมนนวล

ดังนั้นจึงได้เกิดเครื่องมือที่เรียกได้ว่ามาเปลี่ยนแปลงทางด้านอุตสาหกรรมเป็นอย่างมากที่ช่วยให้การวัดขนาดนั้นง่าย และรวดเร็วเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นเทคโนโลยีทางด้านดิจิตอลสมัยใหม่ก็คือ 3D Scanner ซึ่งเจ้าเครื่องสแกนเนอร์นี้นั้นมีความแม่นยำและรวดเร็วเป็นอย่างมากจากปกติถ้าเราใช้เครื่องมือวัดแบบแมนนวลอาจจะเวลา 1-2 วัน แต่เมื่อนำ 3D Scanner มาใช้อาจจะใช้เวลาเพียง 10-30 นาทีเท่านนั้นเองการสแกนนั้นจะใช้แสงส่องากระทบลงบนวัตถุแล้วสะท้อนเก็บมาเป็นข้อมูลดิจิตอลอยู่ภายในคอมพิวเตอร์ทำให้นักพัฒนานั้นนำไปทำงานต่อได้มากมายยิ่งขึ้นมากๆ

Aluminum Mold ขนาดใหญ่ 1.5 x 1 เมตร และมีความซับซ้อนเป็นอย่างมาก

จากภาพจะเป็นแม่พิมพ์ Aluminum ขนาดใหญ่ 1.5 x 1 เมตร ทางโรงงานต้องการหาเทคโนโลยี หรืออุปกรณ์ที่สามารถเข้ามาช่วยในการวัดขนาดจุดต่างๆ ของแม่พิมพ์เพื่อนำไปพัฒนาต่อให้ได้ความแม่นยำที่ดีสำหรับนำไปดำเนินการต่อในกระบวนการผลิตของอุตสาหกรรม การที่จะวัดขนาดแม่พิมพ์ที่มีขนาดใหญ่แบบนี้ได้นนั้นถ้าทำการวัดขนาดแบบแมนนวลตามปกติที่เคยทำมาจะมีบางส่วนที่ไม่สามารถวัดขนาดได้ ถ้าได้อาจจะยากมากๆ เลยต่อการวัดขนาดในจุดนั้น หรืออาจจะไม่แม่นยำเลย เพื่อเป็นการปิดข้อพกพ่องของจุดนี้จึงได้นำ 3D Scanner แบบใช้มือจับสแกนมาใช้โดยเครื่องสแกนเนอร์รุ่น Einscan HX ของ Shining3D จะทำงานด้วยระบบ Laser  7 เส้น Cross กัน และความแม่นยำสูงอยู่ที่ 0.04-0.06 มิลลิเมตร/เมตร

 

ขั้นตอนการวัดขนาด และการประมวลผลเปรียบเทียบ

การเลือกช้เครื่องมือในกาวัดขนาดแม่พิมพ์ Aluminum ได้เลือกใช้เครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ Einscan HX dual blue light แบบใช้มือจับตัวเครื่องเดินถือสแกนได้เลย การสแกนแม่พิมพ์ที่เป็น Aluminum นั้นจำเป็นอย่างมากที่จะต้องใช้ Laser ในการสแกนถ้าเป็นเครื่องที่ใช้แต่ Projector ธรรมดาจะต้องใช้สเปรย์แป้งกำจักความมันเงาของผิว Aluminum ก่อนการสแกนก่อน แต่พอเป็นเครื่อง Einscan HX dual blue light นั้นสามารถนำไปสแกนที่ชิ้นงานได้เลย แค่มีการติดจุดอ้างอิง Marker point เพื่อให้มีความแม่นยำที่มากยิ่งขึ้นต่อการสแกนชิ้นงาน ด้วยเครื่องสแกนเนอร์นี้สามารถจับถือสแกนได้จึงทำให้เกิดความสะดวกสบายมากต่อการทำงานเป็นอย่างมาก พื้นที่จำกัดก็สามารถทำงานได้ เดี๋ยยวเรามาดูขั้นตอนในการทำงานกันเลยมี 3 ขั้นตอนหลักๆ

– ขั้นตอนที่ 1 การติดจุดอ้างอิง Marker point

การสแกนโดยใช้เลเซอร์เราจะใช้โหมดที่เรียกว่า Laser scan mode ซึ่งก่อนการสแกนนั้นจำเป็นอย่างมากที่จะต้องติดจุดอ้างอิงก่อนการสแกน เพราะสร้างความแม่นยำ และการจับผิวงาน Aluminum ได้ดีมากยิ่งขึ้นต่อการสแกน ซึ่งงานที่เป็นผิวแบบนี้จะมีผลต่อ efficiency of quality measuring เป็นอย่างมาก ด้วยการสะท้อนแสงของผิว Aluminum

เลือกใช้โหมดการสแกน Laser Scan Mode สำหรับงานที่มีผิวเป็น Aluminum

 

Aluminum Mold ขนาดใหญ่ 1.5 x 1 เมตร และมีความซับซ้อนเป็นอย่างมาก

-ขั้นตอนที่ 2 การเริ่มสแกน Scanning

โหมดการสแกนด้วย Laser จะมีความเร็วในการสแกนอยู่ที่ 480,000 dots/sec ใช้เวลาในการสแกนอยู่ประมาณเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น จึงได้ออกมาเป็นไฟล์ข้อมูลแบบดิจิตอลไฟล์ ที่มีความแม่นยำและสมบูรณ์ของแม่พิมพ์ Aluminum

การเริ่มสแกนโดยใช่โหมด Laser scan mode ด้วย Einscan HX dual blue laser
ไฟล์ 3 มิติ ที่ได้จากการสแกนด้วยเครื่อง EInscan HX

-ขั้นตอนที่ 3 การวัดขนาดเพื่อนำไปพัฒนาและปรับปรุง Measureing

หลังจากที่ได้ไฟล์จากการสแกนเรียบร้อน จะนำมาเพื่อตรวจสอบว่าแม่พิมพ์อลูมิเนียมตรงตามข้อกำหนดด้านความแม่นยำหรือไม่ หรือเป็นการนำมาเทียบกับ CAD 3D ที่เป็นข้อมูลของแม่พิมพ์ Aluminumได้ออกแบบไว้นั้นเอง ซึ่งจากนั้นจะนำไฟล์ที่ได้จากการสแกนแม่พิมพ์ และไฟล์ CAD 3D มาเปรียบเทียบกันในโปรแกรม Geomagic Control X จะต้องทำการจัดแนวหรือ Origin ของตัวงานที่สแกนมาใหม่ เพื่อจะให้โปรแรกมทำการวิเคราะห์เปรียบเทียบค่าเบี่ยงเบนจากนั้นจะได้เป็น Comparison analysis report ออกมา

EinScan HX ผสมผสานการทำงานระหว่างแสง LED กับ Blue Laser ไว้ในอุปกรณ์เดียว ซึ่งตัวเครื่องมีความสามารถสูงทั้งความเร็วด้วยการทำงานของระบบแสง LED กและประสิทธิภาพความแม่นยำสูงด้วยการใช้ Blue Laser ซึ่งทั้งหมดนี้รวมอยู่ในอุปกรณ์เพียงเครื่องเดียว Einscan HX สามารถสแกนชิ้นงานได้กับวัสดุพื้นผิวและขนาดที่หลากหลาย ในโปรแกรมของ Einscan HX จะมีโหมดให้เลือกใช้งาน 2 แบบ แบ่งเป็นแบบรวดเร็ว Rapid scan mode จะใช้แสง LED ในการสแกน และการสแกนแบบแม่นยำ Laser scan mode จะใช้แสง Laser ในการสแกนชิ้นงานพร้อมทั้งสามารถติดจุดอ้างอิง Marker point เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสแกน และไฟล์ที่ได้จากการสแกนสามารถนำไปทำวิศวกรรมย้อนกลับ Revers Engineering ได้

 

 

ที่มา : https://www.shining3d.com/blog/

LP hitech – ProHD กับงานอุตสาหกรรมที่ไม่หยุดนิ่ง พัฒนาไม่หยุดยั้ง

LP hitech – ProHD กับงานอุตสาหกรรมที่ไม่หยุดนิ่ง พัฒนาไม่หยุดยั้ง

มาเยือนถึงที่ กับ LPhitech engineering co., LTD บริษัทรับงานที่เกี่ยวกับการพับ ตัด แจ่ง โลหะแบบครบวงจร

โดยทางบริษัทได้ทำการสั่งซื้อ EinScan ProHD ตัวTOP รุ่นของซีรี่ EinScan เพื่อนำมาแสกนชิ้นงานโลหะ

ทางร้านบริการส่งถึงที่ พร้อมเทรนนิ่งแบบจัดเต็ม ให้

อ่านรายละเอีดสินค้าเพิ่มเติม :

การสแกนงาน 3D เพื่อโปรโมทสินค้า ในทาง Marketing

การสแกนงาน 3D เพื่อโปรโมทสินค้า ในทาง Marketing

เทคโนโลยี 3D Scan ในปัจจุบันเป็นที่รู้จักและนิยมใช้แพร่หลายในวงการอุตสาหกรรมต่างๆ รวมไปถึงการสแกนสินค้าเพื่อนำไปโปรโมทสินค้าในรูปแบบ 3 มิติ เพื่อความสะดวกและเพิ่มมิติในการชมสินค้า

บริษัท เกรียงไทยวัฒนา กรุ๊ป จำกัด

บริษัท เกรียงไทยวัฒนา กรุ๊ป จำกัด เป็นบริษัทที่ขายสินค้าเกี่ยวกับเครื่องมือและเครื่องจักรหลายประเภท และรู้จักกันในชื่อ “Makita”

ทางบริษัทได้มีไอเดียในการโปรโมทสินค้าและนำเสนอตัวอย่างสินค้าในรูปแบบ 3D ซึ่งได้นำเครื่องสแกน 3D รุ่น Einscan H และ Einscan HX ไปใช้ในการสแกนสินค้าเพื่อนำไฟล์ลงโปรโมทที่หน้าเว็ปไซต์ของตนเอง ลูกค้าสามารถดูสินค้าได้ทุกมุมอย่างอิสระและเหมือนของจริงมากที่สุด บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Adidas และ Nike ได้นำ 3D Scan มาใช้ในการสแกนสินค้าเช่นกัน

โดยสินค้านี้สแกนโดยเครื่อง Einscan Hx

หลังจากการสแกน ต้องนำไฟล์ไปปรับแต่งผิวชิ้นงานหรือลบส่วนที่ไม่ต้องการออก เพื่อให้ได้ไฟล์ที่สมบูรณ์และพร้อมในการอัพโหลดขึ้นหน้าเว็ปไซต์

Einscan H และ Einscan Hx สามารถสแกนคนได้ ไม่ได้จำกัดเฉพาะสิ่งของเพียงอย่างเดียว สามารถนำไปต่อยอดทางการตลาดได้ เช่น การสแกนพรีเซ็นเตอร์คู่กับสินค้า เพื่อการแสดงผลแบบ 3 มิติ เพิ่มความแปลกใหม่และอิสระทางการรับชมสินค้าให้กับผู้บริโภคได้ หรือ ร้านที่ขายเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มต่างๆ สามารถสแกนคนเพื่อนำมาเป็นหุ่นลองชุด 3 มิติ ในเว็ปไซต์ได้ ช่วยให้การตัดสินใจของลูกค้าง่ายขึ้นเมื่อได้เห็นแบบ 3 มิติ มากกว่าแบบ 2 มิติ

รู้จัก 3D Scanner คืออะไร? มีกี่ประเภท? (update 2021)

รู้จัก 3D Scanner คืออะไร? มีกี่ประเภท? (update 2021)

บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักเครื่องสแกน 3มิติ การนำไปใช้งาน และ ประเภทของสแกนเนอร์ 3มิติ หลายคนน่าจะรู้จักเครื่องสแกนเอกสาร (2D) เราสามารถเก็บสำเนาดิจิทัลเป็นไฟล์รูปหรือ PDF ได้ เครื่องสแกนเนอร์ 3มิติมีจุดประสงค์การใช้เดียวกัน คือการสร้างสำเนาของมูล Digital ของวัตถุ ต่างกันที่เป็นรูปแบบ 3มิติ Polygon (หรือ อาจใช้คำว่า Mesh ก็ได้) ไฟล์ 3D ที่ได้นี้อาจจะไปต่อ ไปพิมพ์ออกมาเป็นโมเดล 3มิติ (ใช้เครื่องพิมพ์ 3มิติ) , เอาไปทำ Animation, ทำหนัง CG, เอาไปใช้ในเชิง Engineer วิศวกรรมย้อนรอย, ใช้เชิงการแพทย์ได้ และล่าสุดในอุตสาหกรรม VR / AR

โดยเครื่อง 3D Scanner นั้นมีหลายแบบหลายประเภทเหมาะในการใช้งานไม่เหมือนกัน เช่นแบบ LED-Structure Light เป็นการฉาย Pattern แสงไปยังวัตถุ เหมาะกับการสแกนวัตถุ รูปปั้น สามารถเก็บไฟล์ได้ละเอียด , Laser ใช้เส้น Laser ยิงไปที่ชิ้นงาน เหมาะกับงานโลหะ รถยนต์ หรือวัตถุที่มีขนาดใหญ่, Lidar การยิงลำแสงเลเซอร์จำนวนมาไปยังวัตถุ หรือ สถานที่ Lidar เหมาะกับงานสแกนสำรวจ หรือใช้กับสถานที่มากกว่า สแกนวัตถุ, Infrared แม้ว่ามีคุณภาพต่ำไม่ละเอียด แต่มีความสามารถที่ระบบอื่นไม่มีคือการแยกวัตถุด้วยความร้อน เหมาะกับการสแกนสิ่งมีชีวิต คน หรือ สัตว์เป็นต้น, MRI Scan เครื่องสแกนภายในร่างกายมนุษย์ ที่ใช้ในโรงพยาบาล ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า นำภาพ 2D หลายๆ Slice มาต่อเป็น 3D เป็นต้น โดยแต่ละชนิดมีความสามารถข้อดี ข้อเสียแตกต่างกัน ซึ่งจะกล่าวถึงรายละเอียดด้านล่างต่อไป

ปล. บทความนี้เขียนขึ้นจากข้อมูลปัจจุบัน ธันวาคม 2020 / ท่านสามารถอ่านต่อ วิธีการเลือก 3D Scanner ให้เหมาะกับคุณ

3D Scanner คืออะไร?

เครื่องสแกน 3มิติ คือเครื่องเก็บข้อมูล 3มิติ (Collecting 3D Data) จากวัตถุ, โมเดล, สิ่งของ, คน รวมถึงสถานที่ก็ได้ โดยผลที่ได้คือ ไฟล์ 3มิติ ในรูปแบบ Polygon, 3D Mesh  (หลายครั้ง เข้าใจผิดว่าไฟล์ที่ได้เป็น CAD) นามสกุลที่นิยมกันกันคือ .STL, .OBJ เป็นต้น ข้อมูลที่ได้มีมิติกว้าง, ลึก, สูง x-y-z ความละเอียดความแม่นยำของไฟล์ที่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของ 3D Scanner คำที่เกี่ยวข้องกับ 3D Scanner คือ

  • Point Cloud กลุ่มของจุด coordinate x-y-z เป็น Raw Data ของเครื่องสแกน 3มิติ (เป็นกลุ่มจุด) ก่อนที่ Software จะแปลงจุดดังกล่าวเป็น Polygon (สามเหลี่ยมต่อกัน)
  • Accuracy ความละเอียดหรือแม่นยำในการ 3D scanner โดยมากจะระบุในหน่วย Micron เช่นเครื่องความละเอียดสูงระดับ 10Micron หรือ ระยะความห่างของ Point Cloud ดีสุดที่ทำได้คือ 10micron (ยิ่งระยะห่างน้อยยิ่งละเอียดนั้นเอง)
    สแกนให้เห็น Point Cloud กับ Polygon

ประโยชน์ของ 3D Scanner

ไฟล์ที่ได้จากเครื่อง 3D Scanner สามารถไปใช้งานต่อได้มากมาย ถ้าไม่ได้ไปแต่อะไรเพิ่มเติมสามารถพิมพ์ได้ทันทีด้วย 3D Printer โดยสามารถย่อ-ขยายโมเดลตามต้องการ, 3D Files สามารถนำไปวาดต่อเป็น CAD ไฟล์ หรือ นิยมเรียกว่า Reverse Engineer, เอาวิเคราะการรักษาทางการแพทย์-ทันตกรรม, เอาสร้างเกมส์-สร้างหนัง, แสดงตัวอย่างสินค้าเพื่อการโฆษณา และ ล่าสุดไปแสดงผลในงาน VR/AR

Engineering เชิงวิศวกรรม จะนิยมเอาไปใช้ 2 ทางด้วยกัน คือ  Reverse Engineering หรือ วิศวกรรมย้อนกลับ และ Inspection

  • Reverse Engineering เป็นการสแกน วัตถุที่มีอยู่ เป็นไฟล์ 3มิติ แล้วไปทำย้อนกลับเป็น CAD ตัวอย่างเช่น รถยนต์โบราณที่ไม่มีผลิตแล้ว หากอยากจะสร้างขึ้นมาใหม่ หรือ ทำเฉพาะบางส่วน สามารถใช้เครื่องสแกนเนอร์ 3มิติ เก็บรายละเอียด เอามาสร้างไฟล์ CAD นำไปใช้กับเครื่อง CNC หรือเครื่อง 3D Printer ต่อไป
  • Inspection เป็นการควบคุมการผลิต เพื่อเปรียบเทียบงานที่ผลิตออกมาจริงๆ กับไฟล์ต้นแบบมาตรฐานที่สร้างไว้ การผลิตสินค้าหลายๆครั้งเมื่อรันเครื่องผลิตไปเรื่อยๆแล้วขนาดรูปร่างอาจจะไม่ตรงตามต้องการต้องมีการจูนเครื่องจักรกัน การผลิตที่เข้มงวดกับเรื่องนี้มากๆเช่นการผลิตเครื่องยนต์ งานหล่อ หรือ งานฉีดพลาสติกอาจจะไม่ได้คุณภาพหรือขนาดตามที่ต้องการ 3D Scanner จะมาช่วยในส่วนนี้ โดยวิศวกรจะนำไฟล์สแกน มาเทียบกับไฟล์ CAD มาตรฐาน
    ตย.ที่แสดงในรูป สแกนหลอดไฟ สามารถแบ่งการใช้ได้สองทาง (ซ้าย) ทำไฟล์ที่ได้จากการสแกนสีฟ้า ไปเปรียบเทียบกันไฟล์มาตรฐานสินค้า Software จะประมวลผลพื้นที่ที่รูปร่างแตกต่าง Design VS Actual เป็น Mapping สี (ขวา) นำไฟล์สแกนสีได้สีฟ้า ไปทำการวาด CAD ขึ้นมาใหม่

ทางด้านศิลปะ และ ภาพยนต์ เกมส์ สแกนวัตถุ คน สิ่งของ แล้วเอาไปแต่ไฟล์ต่อใน Software อื่นๆ เช่น Zbrush สามารถแก้ไขปรับแต่ง เพิ่มรายละเอียด เป็นการลดระยะเวลาในการทำงาน และคงคุณภาพงานได้ใกล้เคียงความจริงกว่า เช่น แต่ก่อนจะต้องสร้างโมเดลหน้าคนจากศูนย์เลย ตอนนี้สามารถสแกนเอาไฟล์สแกนมาแต่งเพิ่มเติม จะลดเวลา และได้ผลลัพธ์ออกมาเหมือนหน้าคนจริงๆมากกว่า เอาไปแสดงผลในภาพยนต์หรือเกมส์ต่อ STL สามารถเอาไปพิมพ์ 3มิติออกมา ตัวอย่างการนำไปใช้

  • ย่อขยายโมเดล งาน Scale ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนคือ ปั้นพระองค์หนึ่งจากขึ้ผึ้งขึ้นมาขนาด 20cm (หรือขนาดที่ผู้ปั้นถนัด) สแกนไฟล์ดังกล่าวเพื่อเอาไปผลิต พระองค์นั้นในขนาดต่างๆ 5cm, 10cm, 20cm, 50cm, 100cm ไม่ต้องปั้นพระองค์เดิมๆหลายขนาด / ตย.ที่สอง เช่นที่อุทยานราชภักดิ์ ช่างปั้นโมเดลขนาดเ
  • สร้างซ้ำ เช่นมีวัตถุโบราณ ต้องการสร้างซ้ำ เราจะใช้การสแกน
  • สแกนเพื่อความสมจริง ประยุกต์ใช้ 3D scanner เก็บข้อมูลจากของจริง เช่นสแกนหน้าคนจะได้ความสมจริงกว่า (สแกนบางส่วน ปั้น3D ขึ้นเองบางส่วนก็ได้
ประยุกต์เก่ากับใหม่ ให้ศิลปินปั้นขึ้นมาจากขี้ผึ้ง นำมาสแกนเพื่อไปแต่งรายละเอียดต่อ สามารถไปย่อขนาดเป็นองค์เล็ก หรือ ไปทำให้ขยายเป็นชิ้นใหญ่ๆได้
งาน Scales สามารถสร้างโมเดลขนาดต่างๆ ด้วยไฟล์สแกนเดียว
Scan บางส่วน ปั้นไฟล์ 3D เองบางส่วน ตัวอย่างนี้ดีทั้งแสดงให้เห็น การประยุกต์จนถึงขั้นตอนการพิมพ์

ทางการแพทย์ ทันตกรรม ใช้สแกนเนอร์ 3มิติ ไปวินิจฉัยอาการและทำแผนการรักษาต่อไป ทางการแพทย์นั้นจะใช้สแกนเนอร์ ทั้งภายในและภายนอกร่างกาย ตัวอย่างเช่น

  • ทันตแพทย์ ใช้ Intraoral สแกนฟันในช่องปาก นำไฟล์ที่ได้ไปทำการจัดฟันในช่องปาก Clear Aligner, สร้างครอบฟัน หรือ อื่นๆจากเครื่องพิมพ์ 3มิติ
  • แพทย์ศัลยกรรมสมอง ใช้ MRI สแกนสมองเพื่อวิเคราะห์การรักษา จากไฟล์ 3มิติ
  • แพทย์วินัจฉัยกระดูผิดรูป จากเครื่อง CT Scan
การใช้เครื่องสแกนในช่องปาก Intraoral Scan และเครื่องพิมพ์ 3มิติ : AoralScan / Form3B

ประเภทของ 3D Scanner

 

แบ่งประเภท 3D Scanner ตามชนิดแสง/ชนิดเซนเซอร์

LED / Structure Light ใช้แสงในการสแกน โดยมากจะเป็นแสงขาว หรือ แสงน้ำเงิน โดยทั่วไปหลักการทำงานจะฉายแสงที่มี Pattern เป็นแถบเส้น (เหมือน Barcode แบบเส้น) หรือ แบบ Noise (เหมือน QR Code) ไปที่วัสดุ กล้องจะจับภาพกลับโดยมากจะมีกล้อง 2 ตัวขึ้นไป Software จะนำภาพ pattern ที่จับได้มาแปลงเป็นไฟล์ 3มิติ (แสงยิง Pattern ไปเหมือนเดิม แต่รูปร่างของวัตถุไม่เหมือนกัน กล้องจะเก็บรูปที่ได้ไม่เหมือนกัน)

  • เก็บข้อมูลเป็น Plane XY หนึ่ง shot คือหนึ่งภาพ
  • ข้อดีคือ สแกนเร็ว และ ได้ข้อมูลความละเอียดหวังผลได้
  • ข้อเสียคือ ไม่สามารถสแกนหรือสแกนได้คุณภาพไม่ดี ใน วัตถุสีทีบแสง(ไม่สะท้อนแสง), วัตถุมันวาว(สะท้อนแสงมากเกินจนกระเจิง), วัตถุใสทะลุ(กล้องไม่สามารถเก็บค่าแสงที่สะท้อนออกมาได้) อย่างไรก็ตามสามารถแก้ปัญหานี้โดยการเตรียมผิวชิ้นงาน เตรียมสภาพแวดล้อมการสแกนก่อน อ่านเพิ่มที่ขั้นตอบการเตรียมวัสดุสแกน
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด Shining3D, Artech, Gom
แสดงที่ฉายออกมาเป็นแถบเส้นเท่าๆกัน เมื่อตกกระทบที่ชิ้นงานจะได้ลักษณะเส้นเฉพาะตัวตามรูปร่างของงาน Software ประมวลข้อมูลที่ได้เป็นไฟล์ 3มิติ
อีกลักษณะหนึ่งของ Structure Light คราวนี้ไม่ฉายเป็นแถบเส้น แต่ฉายเป็น Noise เฉพาะตัวคล้ายๆ QR Code กล้องเก็บภาพที่ได้ไปประมวลผลเช่นกัน ในรูปเครื่อง StructureLight แบบ Handheld
Diagram การสแกนแบบ Structure Light จะเห็นว่า Project ฉายภาพที่เป็น Pattern ไปยังวัตถุ กล้องทั้งสองตัวจะจับภาพได้ไม่เหมือนกันตามรูปร่างของวัตถุ

Laser ใช้เลเซอร์เป็นแหล่งแสง เลเซอร์อาจจะมีสีแดง หรือ สีน้ำเงินก็ได้ ข้อดีของแสงเลเซอร์คือ มีความเข้มของแสงมากกว่าที่ฉายจากโปรเจคเตอร์หรือจากLED มากๆ ดังนั้นสามารถลองรับวัสดุที่หลากหลายกว่า วัสดุสีเข้ม หรือวัสดุที่มันวาวสะท้อนแสง

  • เก็บข้อมูลเป็นเส้น Line หนี่ง frame เอาเส้นมาต่อๆกันเป็นไฟล์ 3มิติ
  • ข้อดีแสงมีความเข้มแสงมากกว่า รอบรับการสแกนหลายพื้นผิว ไม่ว่าจะเป็นวัสดุที่มีสีเข้ม สีดำ, ผิวโลหะ ผิวมันวาว Chrome, สแกนในพื้นที่แจ้ง
  • ข้อเสียของระบบนี้เลย คือต้องติด Marker เนื่องจากการสแกนไม่ได้เก็บข้อมูลเป็นระนาบ แต่เก็บเป็นเส้น Software ไม่สามารถต่อไฟล์ 3มิติ เข้าด้วยกันได้ ต้องใช้ Marker เป็นตัวอ้างอิง การติด Marker หลักๆคือเสียเวลา (ไม่ต้องเสียเวลาเตรียมผิวชิ้นงาน แต่เสียเวลาติด Marker แทน) และ อีกข้อคือถ้าเป็นเครื่องสแกนเนอร์แบบ Laser ล้วนๆ จะเก็บภาพสีไม่ได้ แต่ปัจจุบันรุ่นใหม่ๆมีกล้องเก็บสีเพิ่มเข้ามาด้วย
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด Shining3D, Creaform
ตัวอย่าง Laser 3D Scanner เลเซอร์น้ำเงิน 14 เส้น สแกนเก็บได้หลายพื้นผิว ทั้งดำ หรือมันวาว ผิวโลหะ แต่ต้องติด Marker

Infrared ใช้หลักการจับภาพ Infrared ในการสแกน ตัวอย่างที่ใช้กันเยอะเช่น Kinect ของ Xbox กล้อง interactive ต่างๆ ข้อดีคือสามารถแยกคนออกจากสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าระบบอื่น

  • ข้อดีคือ มีราคาถูกและใช้กันแพร่หลาย สามารถแยกคนจากสภาพแวดล้อมได้ดี เพราะแยกจากความร้อน
  • ข้อเสีย เป็นระบบที่มีรายละเอียดต่ำที่สุด
    ในรูปใช้ Kinect กล้องจับภาพ infrared มาใช้ในการสร้างไฟล์ 3มิติ ราคาค่อนข้างถูกแต่คุณภาพต่ำ

Arm 3D Scanner Scanner  เป็นระบบที่ใช้กันมานานแล้ว แต่มีราคาสูงมาก นิยมใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ โดยมาก Arm จะติด Probe หรือ Laser Scan เข้ามาด้วย โดยหากเป็น Probe ก็จะวัดจุดที่ Probe ไปแตะ ดูเป็นจุดๆไป แต่หากเป็นหัว Laser Scanner ที่ติดบน Arm อันนี้จะสามารถแสกนออกมาเป็นไฟล์ 3มิติ ได้เลย ไม่ต้องติด Marker เนื่องจาก Software รู้ตำแหน่งที่ของหัวสแกนเนอร์จาก Motor Servo ที่อยู่บน Arm (Laser Scanner ที่ไม่ติดบน Arm จะไม่รู้ตำแหน่ง จึงให้ Marker ช่วยระบุตำแหน่ง)

  • เก็บข้อมูลเป็นจุด Coordinate กรณีเป็น Probe และเก็บเป็นเส้นเลเซอร์ กรณีเป็นหัว Laser Scanner
  • ข้อดี เป็นระบบที่มีความแม่นยำสูงมาก เนื่องจากระบุตำแหน่งโดยใช้มอเตอร์ Servo ที่ข้อต่อแต่ละอัน
  • ข้อเสีย ราคาสูงมาก และ มีข้อจำกัดในพื้นที่การสแกน ต้องสแกนในระยะที่ Arm ไปถึง
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด FARO, Kreon, Hexagon
เครื่องสแกน แบบ Arm ประยุกต์การระบุตำแหน่งการสแกนด้วย มอเตอร์ Servo ตามข้อต่อของ Arm จึงได้ค่าที่แม่นยำ Accurate และ แม่นตรง Precise มากๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องทำการ Calibrate เรื่อย ค่าเครื่องและค่า Calibrate ค่อนข้างสูง

Lidar เป็นระบบที่มีนานแล้ว ใช้ในเครื่องสแกน Land Scape หลักการคือการยิงแสงเลเซอร์จำนวนมากไปยังวัตถุและมี Sensor รับภาพกลับมาก เร็วๆนี้มีการเพิ่ม Lidar เข้ามาในเครื่อง Ipad Pro 2020 อย่างไรก็ตามคุณภาพในการสแกนยังค่อนข้างทำอยู่มาก อาจจะมีการพัฒนาให้ดีขึ้นเร็วๆนี้

  • สาดลำแสงเลเซอร์จำนวนมากไปรอบ เก็บจุดที่เลเซอร์ตกกระทบ มาต่อกันเป็นไฟล์ 3มิติ เหมาะการสแกน LandScape-สถานที่ มากกว่า สแกนวัตถุ
  • ข้อดี สามารถเก็บข้อมูลพื้นที่ใหญ่ๆมากๆได้  เริ่มมีการพัฒนาไปใส่ในอุปกรณ์พกพา (Ipad Pro 2020)
  • ข้อเสีย ยังเก็บรายละเอียดได้ไม่ดีนัก เหมาะกันสแกนสถานที่ มากกว่าการสแกนวัตถุ
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด FARO, Leica
    งานสแกนจากเครื่องระบบ Lidar นั้น นิยมใช้ในการเก็บข้อมูลสถานที่ ทางการทหาร หรือ ทางการพิสูจน์หลักฐาน แนบตัวอย่างให้ดูเครื่อง Lidar ที่มีขายอยู่ในท้องตลาด

Photogrammetry เป็นการแปลงรูปถ่ายจำนวนมากๆ หลายๆมุมมาต่อกัน และแปลงค่าเป็นไฟล์ 3มิติ ระบบนี้ไปประยุกต์งานได้หลากหลายมากๆ ข้อดีคือ สามารถสร้างไฟล์ 3มิติ ของพื้นที่ใหญ่ๆได้ (ใช้ Drone เก็บภาพมุมสูง หรือ Video มุมสูง มา Process Mapping เป็นไฟล์ 3มิติ) อีกความสามารถหนึ่งที่เก่งมากๆคือ การสร้างไฟล์ 3มิติ ความละเอียดสูงของบุคคล ทำได้โดยการถ่ายภาพ จากกล้อง DSLR จำนวนมาก 70+ ตัว พร้อมกัน และนำมาประมวลผล นิยมใช้กันมากในการสร้างหนัง หรือ เกมส์ สร้างความสมจริงในการแสดงสีหน้า

  • input คือ รูปภาพจำนวนมาก ของสิ่งที่เราต้องการสร้างไฟล์ 3มิติ โดยรูปภาพดังกล่าวควรจะถ่ายด้วยช่วงเลนส์ ช่วงเลนส์เดียวกัน รูรับแสงเดียวกัน White Balance เดียวกัน  Software จะประมวลผล
  • ข้อดี เอาไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย เช่น แผนที่ 3มิติ (เหมือนที่ Google Map ใช้) หรือ ใช้สร้างโมเดลสามมิติบุคคลแบบระเอียดสูง Capture สีหน้าได้สมจริง โดยใช้กล้อง DSLR จำนวน 70+ตัว ถ่ายภาพพร้อมกัน
  • ข้อเสีย ใช้เวลาในการทำงานนานมากๆ ประมวลผลนานมากๆ บางครั้งใช้เวลาหลายวัน หากต้องการงานคุณภาพสูงต้องลงทุนหลายล้าน
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด Agisoft, RealityCapture บริษัทที่เป็น Reference ที่ดีคือ Ten24
ไม่ต้องสร้าง CG เองแล้ว ถ่ายรูปทำเป็นไฟล์ 3มิติ เลย

Other 3D Scanners อื่นๆ มีอีกมากมายเช่นเครื่อง CT Scan และเครื่อง MRI Scan ก็เป็น 3D Scanner แบบหนึ่งเหมือนกัน

  • CT Scan จะเป็นการสแกน Slice ร่างกายเราโดยใช้รังสี เหมาะสแกนพวกชิ้นส่วนที่ดูดซับแสง เช่นพวกกระดูก ไฟล์ที่ได้เป็น DICOM Slice ร่างกายเป็นหลายๆส่วน เอา Slice มาต่อกันเป็นไฟล์ 3มิติ
  • MRI Scan จะสแกนเป็น Slice เช่นกันแต่จะใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เหมาะกับสแกนพวกเนื้อเยื้อ สมอง ไฟล์ที่ได้เป็น DICOM เหมือนกัน
  • CMM อันนี้อาจจะเก่าสักหน่อย เป็นเครื่องสแกนแบบสัมผัสชิ้นงาน (Contact) เป็นหัว Probe จิ้มไปที่ชิ้นงานไปเรื่อย นำ Point Cloud มาประกอบเป็นไฟล์ 3มิติ
เครื่อง MRI หรือ CT Scan จัดเป็นเครื่องสแกน 3มิติ ชนิดหนึ่ง สามารถนำ Slice Section ของมนุษย์มาต่อกัน ยิ่งเครื่อง Scan มี Slice มากก็ยิ่งได้ไฟล์โมเดลที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น
สมองมนุษย์ขนาด 1:1 ได้มาจาก MRI Scan ของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพ DICOM แพทย์ต้องการพิมพ์สมองเพื่อการวิจัย

แบ่งประเภท 3D Scanner จากวิธีการสแกน (Fix Scan, Hybrid, Handheld)

Fix Scan  การสแกนแบบ Fix Scan คือ “ขณะสแกนใน Shot นั้นๆ เครื่องสแกนต้องอยู่นิ่ง” อาจจะอยู่บนขาตั้งกล้อง หรือ แท่นจับ ก็ได้ เวลาในการสแกนแต่ละช็อตเกินวินาที-หลายวินาที ข้อดีของระบบนี้คือ สามารถเก็บงานได้ละเอียดกว่า ข้อเสียคือใช้เวลาในการสแกนนานกว่า

  • เวลาสแกนเครื่อง 3D Scanner ต้องอยู่นิ่งบนขาตั้งกล้อง สแกนจบค่อยย้ายไป Shot ต่อไป (แนะนำให้เลื่อมกับจุดเดิม 30% ขึ้นไป Software จึงจะต่อไฟล์ให้เองอัตโนมัติ)
  • ข้อดีของแบบนี้คือ สามารถเก็บรายละเอียดได้ดีกว่า ไฟล์คมชัดกว่า (เหมือนใช้ขาตั้งกล้องถ่ายรูป เทียบกับเราเอามือถือกล้องถ่าย)
  • ข้อเสียของระบบนี้ คือ ใช้เวลาในการสแกนนานกว่าแบบ Handheld โดยเฉพาะงานชิ้นใหญ่ๆเกิน 50cm ขึ้นไป
  • ระบบนี้สามารถทำงานร่วมกัน Automatic Turntable ได้ (3D Scanner อยู่บนขาตั้งกล้อง ชิ้นงานสแกนอยู่บนแท่นหมุนอัตโนมัติ เมื่อสแกน Shot หนึ่งเสร็จแท่นจะหมุนอัตโนมัติ ในองศาที่กำหนด เช่น 45องศา และ สแกนใน Shot ต่อไป สแกน 8 ครั้งจะได้ครบ 360องศา
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็น Fix Scan ล้วนๆ EinScan SE, AutoScan Inspec, DS-EX Pro

Handheld การสแกนแบบ Handheld จะเป็นเทคโนโลยีที่มาใหม่ พัฒนาต่อมาจาก Fix Scan สืบเนื่องจากคอมพิวเตอร์พัฒนาประมวลผลได้เร็ว ทั้งกราฟิกและการเขียนอ่านข้อมูล จึงสามารถเก็บ Shot ได้เร็วขึ้น เครื่อง Handheld จึงถือกำเนิด เครื่องใหม่จะเก็บ shot ได้ 15-30 fps หรือ 15-30 shot ในเวลาหนึ่งวินาที ทำให้ถือสแกน ลากเก็บภาพ 3มิติไปเรื่อยๆได

  • เวลาสแกนสามารถใช้มือถือสแกนชิ้นงานไปเรื่อยๆได้ ลากช้าหรือเร็วขึ้นกับ Spec ของเครื่องสแกนและความแรงของคอมพิวเตอร์ประมวลผล
  • ข้อดีคือ สแกนได้รวดเร็ว สะดวก เหมาะกับความชิ้นใหญ่
  • ข้อเสีย หากให้เทียบจริงๆแล้วคุณภาพงานสแกนสู้แบบ Fix ไม่ได้
  • สามารถสแกนคนหรือสัตว์ได้ (อย่างไรก็ตามคน ควรจะอยู่นิ่ง ยืนเฉย หรือ นั่งเฉยๆ)
  • เหมาะกับการสแกนของชิ้นใหญ่, ของที่เคลื่อนย้ายไม่ได้, คน หรือ สัตว์
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็น Handheld ล้วนๆ EinScan Pro 2X/2XP,EinScan Pro HD,EinScan H,EinScan HX, AoralScan Intra-Oral Scanner

Hybrid เครื่องสแกนที่รวมเอาสองความสามารถนี้เข้าด้วยกัน คือจะใช้ขาตั้งกล้องก็ได้ หรือ มือถือสแกนก็ได้ จะมาเสริมจุดเสียของ Fix Scan ที่เก็บงานได้ละเอียดแต่ช้ามีข้อจำกัด กับ Handheld Scan ที่เก็บงานได้เร็วคล่องตัว ละเอียดจะเก็บได้น้อยลง

  • เวลาที่ต้องการงานละเอียด ชิ้นงานเล็กใช้ โหมด Fix Scan
  • เวลาสแกนคน, ของชิ้นใหญ่ ของที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ ใช้โหมด Handheld Scan
  • เครื่องแบบ Hybrid จะครอบคลุมการทำงานหลาก สแกนได้ทั้งของชิ้นกลาง-ใหญ่
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็นแบบ Hybrid  EinScan Pro 2X/2XP, EinScan Pro HD

อ่านเพิ่มเติม 

ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่นี่

อ่าน Review เพิ่มเติมตามแต่ละรุ่นไปที่นี่

ลูกค้า : Aag Corp. ไทรน้อย – Creator3

ลูกค้า : Aag Corp. ไทรน้อย – Creator3

Aag Corp. ไทรน้อย

บริษัทผลิตโครงสร้างวัสดุโลหะเพื่อใช้ในการก่อสร้างอาคารสำนักงานต่างๆ

ตัวอย่างผลงานจริง

ได้ทำการสั่งซื้อ Creator3เพื่อใช้ในการขึ้นต้นแบบจำพวกAluminiumProfileหรือวัสดุโครงสร้างโลหะต่างๆสำหรับทดลองและทดสอบก่อนนำไปขึ้นงานโลหะจริง

ประหยัดเวลาและสามารถเช็คความแม่นยำของงานได้  ระบหัวฉีด2หัวอิระแยกจากกันทำให้สามารถขึ้นงานที่เหมือนกันหรือMirrorพร้อมกันได้2ชิ้นลดเวลาการทำงาน50%

ลูกค้า: บจ.อินเตอร์ เซนเตอร์ แพค (ประเทศไทย) จำกัด ของดีซื้อต้องซื้อซ้ำกับ MAX400

ลูกค้า: บจ.อินเตอร์ เซนเตอร์ แพค (ประเทศไทย) จำกัด ของดีซื้อต้องซื้อซ้ำกับ MAX400

บริษัท ICP อินเตอร์ เซนเตอร์ แพค

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ของทาง ICP

สนใจเครื่องพิมพ์ Full Scale Series

 

เอาเครื่องมาตั้งและสอนการใช้งานเบื้อต้นอีกครั้ง

ตั้งคู่กับเครื่องเก่าที่ได้ทำการสั่งซื้อจากเราไปใช้งานเมื่อ 2ปี ที่แล้ว ยังคงสภาพดีใช้งานได้ดีเยี่ยม

แม้จะเคยมีเครื่องของเราอยู่แล้ว แต่เราก็ยังคงสอนการใช้งานอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่ออัพเดตการใช้งานด้วยและช่วยดูสภาพของเครื่องเก่าด้วย

 

What can we do of FORM 3L

What can we do of FORM 3L

เราจะมีเครื่องพิมพ์เรซิ่นที่

ขนาดใหญ่ พิมพ์งานละเอียด มีน้ำยาเรซิ่นหลากหลายประเภทให้เลือกใช้มากมาย เป็นเครื่องที่เหมาะแก่การใช้งานผลิตโมเดลต้นแบบ และใช้งานจริงได้ในทุกวงการ อย่าง งานวิศวะกรรม ทันตกรรม สถาปัตยกรรม

และอีกๆหลายแห่งก็ใช้ได้ไปทำไมกันนะ????

เรามาทำความรู้จักกับ Form 3L คร่าวๆกันดีกว่า ว่าเค้ามีดียังไงบ้างหนอออออ….

เครื่องระบบเรซิ่นจาก Formlabs พัฒนาต่อมาจาก Form 2 ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก Form 3L (มีขนาดพิมพ์ 335 x 200 x 300 mm. ใหญ่กว่า Form 3 ประมาณห้าเท่า) มีระบบใหม่เข้ามาชื่อ Low Force Stereolithography (LFS) เป็นระบบที่ลดแรงดึงระหว่างชิ้นงานกับถาดพิมพ์ ทำให้ถาดพิมพ์ใช้งานได้นานขึ้น, พิมพ์ได้เร็วขึ้น (ไม่ต้องใช้ไม้ปาดเหมือน Form 2) และ พิมพ์ชิ้นงานได้สวยขึ้น อีกอย่างที่มีพิมพ์พัฒนาขึ้นมาเป็นระบบ Light Processing Unit(LPU) แบบใหม่ ทำให้แสงเลเซอร์ที่ตกกระทบกับเรซิ่นมีจุดที่เล็กลง แม่นยำมากขึ้นเป็น 85 ไมครอน ไม่ลดคุณภาพของแสงเลเซอร์ที่ขอบของจอ

โดยใน Form 3L จะมี LPU ให้มา 2 ชุด เลยทำให้ไม่ต้องกังวลปัญหาเรื่องการพิมพ์งานช้า มีสองหัวช่วยกันทำงาน ถาดเรซิ่นของ Form 3L ก็ต้องใช่สองขวดเลยโดยขวดเรซิ่นดังกล่าวยังสามารถใช้ร่วมกันได้ระหว่าง Form 2, Form 3, Form 3L

 

และก่อนที่เราจะได้เจอะเจอกับเครื่องของจริงที่กำลังจะวางตลาดเรามาดูกันดีกว่าว่ามันสามารถทำอะไรที่เราคิดไม่ถึงได้ในขนาดที่ใหญ่บิ๊กได้บ้าง

นี่คงเป็นความใฝ่ฝันของหลายๆคนที่ทำงานด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเวลาเรียนหรือทำงาน ตอนที่ต้องการชิ้นงานโมเดลต้นแบบ เราต้องมานั่งหล่อปูน ขัดโฟม เลเซอร์คัตแผ่นวัสดุเพื่อมาเชื่อมติดกันอีก และสิ่งที่ได้นอกจากชิ้นงานที่(อาจจะไม่)สมบูรณ์100% แล้ว เรายังได้ทั้งน้ำตาและหยาดเหงื่อที่ลงแรงกับงานชิ้นนั้นอีก ซึ่งทั้งหมดที่เสียไปนั้นจะได้งานเพียง 1 งานเท่านั้น และหากเป็นงานที่ต้องการจำนวนมากๆ ก็คูณความทรมานนั้นไปอีกสิครับ…..พูดแล้วเศร้า

แต่ปัญหาเหล่านั้นจะหมดไปหากได้รู้จักและทดลองใช้เครื่อง FORM 3L เครื่องพิมพ์เรซิ่นขนาดใหญ่ที่มี ขนาดการพิมพ์อยู่ที่ 335 x 200 x 300 mm. ความละเอียดสูง แทบจะไม่ต้องขัดแต่งอะไรเพิ่มเติม แถมยังมีความแข็งแรงพอที่จะนำไปทำแม่พิมพ์หล่อชิ้นงานอีกด้วย

ไม่ใช่แค่เหมาะกับโปรดักซ์ทั่วไปๆ ยังเหมาะกับงานประเภทที่ต้องการความแม่นยำสูงๆ และมีรายละเอียดที่ซับซ้อนจนยากที่จะขึ้นชิ้นงานด้วยมือหรือเครื่องจักรอื่นๆที่มีขีดจำกัดในการขึ้นงานบางมุม แต่ด้วยระบบ SLA ที่ทำงานเป็นเหมือนกับการแบ่งชิ้นงานเป็น Layer ที่สามารถแยกย่อยให้ได้มากขึ้ง 0.025 mm. หรือ 25 Micron ต่อ 1 Layer ทำให้การขึ้นชิ้นงานที่มีรายละเอียดสูงนั้นทำได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องกลัวว่ารายละเอียดไหนจะหลุดลอกหายไปได้ อีกทั้งสเกลยังแม่นยำ การหดตัวที่น้อยมากๆแทบจะไม่เห็นความต่างจากแบบจริง ถ้าหากคุณยังไม่อยากที่จะขึ้นงานต้นแบบโลหะ กัดแม่พิมพ์เพื่อแค่ลองเช็คแบบแล้วละก็ Form 3L ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆสำหรับงานทางวิศวกรรมแบบนี้…

เหมาะกับการใช้ในโรงงาน Workshop ห้องปฏิบัติงานทางวิศวกรรม และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

และด้วยความละเอียด และแม่นยำมากขนาดนี้ ทางFormLabได้รับความนิยมอย่างมากในงานของ Dental และทางการแพทย์ ตั้งแต่รุ่น Form 3  ซึ่งขายดิบขายดี ทันตแพทย์ให้ความสนใจในการทำโมเดลฟันอย่างมาก เพราะด้วยขนาดของฟันแต่ละซี่ที่เล็กและละเอียดต่างกันในแต่ละซี่ ซึ่งทาง Form 3L ก็สามารถลบจุดด้อยนั้นได้ด้วยการพัฒนาระบบเลเซอร์ให้มีความเล็กและละเอียดขึ้นถึง Laser Spot Size : 85 microns ฟันซี่เล็กๆหรือปลายฟันที่เป็นจุดเล็กก็สามารถขึ้นงานได้สบายมากและมาพร้อมกับฐานการพิมพ์ที่ใหญ่ถึง 335 x 200 mm. ทำให้การจัดวางของโมเดลนั้นมีจำนวนที่เยอะมาก ทำให้การทำงานสามารถทำงานได้รวดเร็วและขึ้นทีเดียวหลายคน แต่หากไม่ได้ใช้เครื่องพิมพ์3มิติแล้วการขึ้นต้นแบบนั้นจะใช้เวลาเยอะและลงแรงในการทำแต่ละซี่ค่อนข้างมาก และหากจ้างร้านข้างนอกทำราคาก็จะสูงมากๆพอกับซื้อเครื่องได้เลยละ…

เหมาะกับการทำงานในโรงพยาบาล คลินิก และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

และเอาใจสายโมเดล Figure และ Statue เพราะว่าคุณจะสามารถพิมพ์โมเดลขนาดใหญ่ได้ใน 1 ชิ้น ซึ่งแต่ก่อนเราจะต้องพิมพ์แยกส่วนเพื่อนำมาประกอบกันทีหลังทำให้โมเดลมีจุดรอยต่อของชิ้นส่วนทำให้ต้องมาเก็บชิ้นงานกันอีกรอบและเสียเวลาไปอีกมาก แต่หากคุณต้องการให้โมเดลออกมาเป็นชิ้นเดียวกันโดยไร้รอยต่อนั้น เครื่อง Form 3L ก็เหมาะแล้วที่จะทำความฝันให้เป็นจริงได้ไม่ยาก

 

ขนาดของตัวเครื่องจะอยู่ที่ กว้าง 775 x ยาว 520 x สูง 735 mm. จึงต้องการพื้นที่ในการวางเครื่องและสำหรับการพิมพ์อยู่เหมือนกัน ซึ่งก็ไม่มีปัญหาหากเป็นห้องแลปและพื้นที่ Workshop อยู่แล้วซึ่งเหมาะกับการทำงานมาก และเนื่องจากแท็งพิมพ์มีขนาดใหญ่ทำให้จุเรซิ่นได้เยอขึ้นกลิ่นก็จะตามมาเช่นกัน การมีพื้นที่โล่งซักหน่อย ให้ระบายกลิ่นได้ก็จะดีมากเลยครับ

เทียบขนาดของ Form 3B และ Form 3L

และนี่คือ สเปคเปรียบเทียบระหว่างเครื่อง Form 2 , Form 3 Form 3L

และในการทำงานในหลายๆประเภทนั้นเครื่อง Form สามารถทำงานได้ครอบคลุมแทบทุกวงการกันเลยทีเดียวเนื่องจาก วัถุดิบในการขึ้นชิ้นงานนั้นมีเรซิ่ให้เลือกหลากหลาย เช่น Standard Resin เน้นความสวยงาม และราคาประหยัด, Flexible Resin ชิ้นงานที่พิมพ์ออกมามีความยืดหยุ่น คล้ายยาง, Tough Resin ชิ้นงานที่ได้ออกมาจะมีความแข็งแรงสูง สามารถนำไปใช้งานเชิงกล เจาะสง่าน ขันสกูร ใช้งานเชิงกลได้, Wax Cast Resin เพื่อพิมพ์แล้วสามารถเอาไปหล่อโลหะได้ เหมาะกับการทำงานเครื่องประดับ Jewelry , Dental Model Resin เรซิ่นที่ไว้พิมพ์ชิ้นงานทางทันตกรรมได้ และอีกมากมายกว่า 20 ชนิดให้เลือกใช้งาน

Preview Form3L

เปิด Pro-Oder ลงทะเบียนแล้ววันนี้ แถมฟรี เครื่องอบ UV และ เครื่องสำรองไฟ UPS พร้อม

Package ประกอบด้วย
– เครื่อง Formlabs Form 3L
– แท่นพิมพ์ Build Plateform
– ถาดพิมพ์ พร้อมกล่องใส่ Resin tank
– ชุดเครื่องมือทำความสะอาด Finish Kit : Cleaning Tools
– ชุดเครื่องมือล้างชิ้นงาน Finish Kit : Rinse Bucket

พรีออเดอร์แล้วตอนนี้ คลิ๊ก!!
ลงทะเบียน >> https://forms.gle/1tbKcRafcVDviFSf7

สนใจเครื่องพิมพ์ Form3L :

 

 

CCM Super Tacks X Helmet หมวกกันกระแทกจาก 3D Printing

CCM Super Tacks X Helmet หมวกกันกระแทกจาก 3D Printing
กีฬาฮ็อกกี้เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมสูงในต่างประเทศเทียบเท่ากับบาสเก็ตบอล อเมริกันฟุตบอล หรือแม้แต่ฟุตบอลเป็นอีกหนึ่งกีฬาที่มีความทรหด และรุนแรง เกิดการปะทะระหว่างแข่งขันเป็นประจำเสมอ เห็นจนชินตา
ทำให้นักฬาหลายต่อหลายคนได้รับอาการบาดเจ็บมากมายตามจุดสำคัญต่างๆ หลายๆต่อหลายบริษัทที่เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬาต่างวิจัยและพัฒนาอุปกรณืกีฬาให้มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยมากขึ้น
จนกระทั่งล่าสุดบริษัท Carbon3D หนึ่งในบริษัทชั้นนำในด้าน 3D Printing ที่ทำงานร่วมกันกับ Adidas ในการคิดค้น3D Printer Sneaker หรือจะเป็น Specialized ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ bicycle saddles ด้วย 3D printing และอื่นๆอีกหลายบริษัท
ได้วิจัยและพัฒนาหมวกกันกระแทกสำหรับกีฬาฮ็อกกี้ โดยออกแบบส่วนของ inner lining for protective gear ที่เป็นชิ้นส่วนรองรับแรงกระแทกภายในหมวกชั้นใน มีความยืดหยุ่น เหนียวและแข็งแรงในเวลาเดียวกัน เพื่อป้องกันและลดแรงกระแทกได้มากกว่าวัสดุฟองน้ำหรือแผ่นรองแรงกระแทกอื่นๆ
โดยมีชื่อว่า
CCM Super Tacks X Helmet
ใช้เทคโนโลยี 3D Printing ในการสร้างโครงสร้างที่ซับซ้อน มีรูปพรุ่นเพื่อให้เกิดช่องว่าง สร้างความยืดหยุ่น ดูดซับแรงกระแทกได้อย่างมาก
.
.
ทางCarbon3D มีแพลนที่จะผลิตเพื่อให้นักกีฬาได้ใช้ในฤดูการแข่งขัน2021 ของ NHL และจะปล่อยลงสู่ตลาดขายให้บุคลทั่วไปที่ชื่นชอบกีฬาฮ็อกกี้ได้ไปจับจองใช้กัน!!!
จะเห็นได้ว่าหลายๆบริษัทและวงการกีฬานั้นให้ความสนใจกับเทคโนโลยี3D Printingกันมากขึ้น หลังจากที่ตลาดเริ่มใหญ่และเข้าถึงบุคลทั่วไป เล็งเห็นข้อดีในการพิมพ์ชิ้นงานที่มีความซับซ้อนและใช้เวลาไม่นาน ทำให้ลดต้นทุนการผลิตได้มากขึ้น เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆและเป็นแรงบันดาลใจให้กับบริษัทใหญ่ๆในการนำมาปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัย  3D Printingจึงเป็นทางเลือกที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน…

พรีวิว เครื่องสแกนเนอร์แนวใหม่ Handheld Hybrid Einscan H และ HX

พรีวิว เครื่องสแกนเนอร์แนวใหม่ Handheld Hybrid Einscan H และ HX

EinScan H
EinScan H เครื่อง Scanner Hybrid ระหว่าง Blue LED กับ Infrared
จัดเอาความสามารถมารวมกัน แถม Software Solid Edge

**Blue LED** สแกนเก็บ Texture สีได้ Build in กล้องเก็บสีมาเลย
**Infrared** สามารถเก็บวัตถุดำ และ กลุ่มก้อนผมได้
**SolidEdge** สามารถสร้างไฟล์ CAD

ราคาประมาณไม่เกิน 2แสนบาท

ปล. เทียบตัวนี้ได้กับ Artec โดยมีราคาย่อมเยาว์กว่า มากหากเทียบกับ EinScan Pro 2X เครื่อง EinScan H จะมีความละเอียดน้อยกว่า แต่ดีที่สแกนได้เร็วกว่า ไฟล์หนักน้อยกว่า

EinScan HX
EinScan HX เครื่อง Scanner Hybrid ระหว่าง Blue Laser กับ Blue LED
จัดเอาความสามารถมารวมกัน แถม Software Solid Edge และ Geomagics Essentail
**Blue Laser** สแกนเก็บ วัสดุเงาได้ / สีดำได้ เลเซอร์เป็นแบบ Cross กากบาท 7 แถบ
**Blue LED** สแกนเก็บ Texture สีได้ Build in กล้องเก็บสีมาเลย
**Solid Edge** สามารถสร้าง CAD ได้ License แท้ คล้าย Solid Work
**Geomagics Essential** สามารถจัดการไฟล์ Scan เพื่อทำ Reverse

ราคาประมาณไม่เกิน 5แสนบาท (ไม่ขายแยก Solid Edge / Geomagics)

ปล. เทียบตัวนี้ได้กับ Creaform แต่ราคาเราถูกกว่าเกินครึ่ง หากเทียบกับ Shining เองจะเป็นสินค้า Free Scan X7 ราคาล้านปลาย

Blue Laser ช่วยให้สแกนได้ง่ายขึ้นบนวัตถุที่เงา และสีเข้ม

ปิดท้ายด้วยตารางสรุป เครื่องสแกนเนอร์นะคับ