พิมพ์ชิ้นงานที่มีทั้งความแข็งและยืดหยุ่นได้ด้วย Tough 1500 Resin

พิมพ์ชิ้นงานที่มีทั้งความแข็งและยืดหยุ่นได้ด้วย Tough 1500 Resin

Formlabs ได้เปิดตัวเรซินชนิดใหม่ Tough 1500 Resin สำหรับเครื่อง SLA Form 3 และ Form 2

Tough 1500 เป็นเรซินที่ให้ความแกร่ง และมีความยืดหยุ่นเมื่อดัดงอ และจะดีดกลับได้อย่างรวดเร็ว และทำซ้ำ ๆ ได้ด้วย เหมาะสำหรับต้นแบบที่ทำงานได้เหมือนจริง จิ๊กและฟิกเจอร์ และข้อต่อต่าง ๆ มันยังมีคุณสมบัติเหมือน polypropylene ในแง่ของความแกร่ง และความแข็งแรงอีกด้วย

Tough 1500 Resin เป็นเรซินที่มีความยืดหยุ่นมากที่สุดในกลุ่ม Tough และ Durable ซึ่งไม่แตกต่างกันมากภายใต้การรับแรง แต่จะแตกต่างกันชัดเจนในแง่ของ stiffness และ elongation

จะเลือกใช้ Tough 1500 ในกรณีใดบ้าง

Tough 1500 Resin ใช้งานได้ดีกับงานที่เป็นต้นแบบ และข้อต่อที่มีการบิดตัวแล้วดีดกลับบ่อย เช่นสปริง การประกบงานแบบ snap fits หรือ press fits และบานพับ

Tough 1500 Resin ยังเหมาะกับงานจิ๊กและฟิกเจอร์ ที่ต้องใช้งานอยู่ตลอดเวลา และซับแรงกระแทกได้ด้วย ด้วยคุณสมบัติที่มีความแกร่ง ความแข็งแรง และการรับแรงกระแทก ทำให้ Tough 1500 เป็นเรซินที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับแทบทุกอุตสาหกรรมการผลิต

การทำต้นแบบงาน Polypropylene ด้วย Tough 1500 Resin

Polypropylene เป็นเทอร์โมพลาสติกที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในสินค้าอุปโภคแทบทุกชนิด คุณสามารถใช้ Tough 1500 Resin จำลองความแข็งแรงของสินค้าที่จะผลิตด้วย polypropylene

ข้อมูลเชิงลึกทางเทคนิคของ Tough 1500 Resin

การประเมินลักษณะที่ดีของวัสดุ เราต้องดูที่คุณสมบัติทางด้านเทคนิคของมัน Tough 1500 Resin มีความสมดุลย์ทั้งด้าน elongation และ modulus ทำให้มันมีความยืดหยุ่นสูง และสามารถสปริงกลับไปยังตำแหน่งเดิมได้อย่างรวดเร็ว

  • Elongation เป็นการวัดว่าวัสดุนั้นสามารถดึงยืด หรือดัดงอไปได้ไกลแค่ไหน
  • Modulus เป็นการวัดความแกร่งของวัสดุว่าจะบิดงอ หรือยืดได้ง่ายแค่ไหน 

ชิ้นงานที่พิมพ์ด้วยวัสดุนี้สามารถดัดงอไปได้มาก และดีดกลับมาอยู่ในรูปเดิมได้อย่างรวดเร็ว

ข้อมูลทางเทคนิคของ Tough 1500 Resin หลังจากอบแล้ว

Ultimate Tensile Strength Tensile Modulus Elongation at Break Flexural Modulus Notched Izod
33 MPa 1500 MPa 51% 1400 MPa 67 J/m

Data was obtained from parts printed using Form 2, 100 μm and post-cured with a Form Cure for 60 minutes at 70 C.

ดาวน์โหลด Technical Data Sheet ที่นี่

 ตัวเลข 1500 ที่อยู่ในชื่อของ Tough 1500 Resin มาจากค่าของ tensile modulus (หน่วย MPa) ซึ่งจากนี้ไปหากมีการพัฒนาสูตรเรซินใหม่ ๆ Formlabs จะใช้ตัวเลขต่อจากชื่อชนิดของเรซิน ซึ่งจะช่วยให้คุณเลือกใช้วัสดุที่มีความแกร่งตามความต้องการได้ง่ายขึ้น

 

ตัวอย่างการใช้งาน Tough 1500 Resin – ตัวยึดเซ็นเซอร์ของรถเทสลา

บริบัท Unplugged Performance เป็นผู้ผลิตรถยนต์ให้เทสลา แต่เดิมพนักงานจะต้องย้ายหัวเซ็นเซอร์ในส่วนกันชน ของรถยนต์เทสลาซึ่งมีทั้งหมด 6 จุดในรถหนึ่งคัน โดนแกะจากอันเดิมซึ่งใช้เวลาประมาณ 45 นาที แล้วไปใส่อันใหม่ซึ่งใช้เวลาอีก 10 นาที เป็นการอัพเกรดรถให้ลูกค้า ทำให้การเปลี่ยนเซ็นเซอร์ของรถแต่ละคันใช้เวลาถึงหนึ่งวันครึ่ง

ตอนนี้ได้มีการใช้เครื่องพิมพ์ของ Formlabs ในการพิมพ์ตัวยึดเซ็นเซอร์ครั้งละ 30 ชิ้น ทำให้การถอด และใส่เหลือเพียงขั้นตอนเดียว ช่วยให้ทำเสร็จได้ถึงสามคันต่อวัน

Unplugged Performance ใช้ Tough 1500 Resin ในการพิมพ์ตัวจับยึดเนื่องจากมีคุณสมบัติที่เหมาะสม สามารถติดตั้งได้อย่างมั่นคง และใช้ได้กับเซ็นเซอร์หลายรุ่น และ Tough 1500 Resin ก็ยังมี impact strength สูงเหมาะจะใช้กับกันชนอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ Tough 1500 Resin ยังมีสีเทา สามารถทำชิ้นส่วนที่มองเห็นได้โดยมันจะดูกลมกลืนกับห้องโดยสารอีกด้วย

 

โปรแกรมสร้างโมเดล เพื่อการพิมพ์สามมิติ

โปรแกรมสร้างโมเดล เพื่อการพิมพ์สามมิติ

สำหรับผู้ที่เริ่มก้าวเข้ามาในวงการพิมพ์สามมิติ อาจจะสนุกไปกับการโหลดโมเดลที่ถูกใจมาพิมพ์ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งโมเดลสำเร็จรูปนั้นอาจจะไม่ตอบโจทย์ความต้องการหลายๆ ด้าน ไม่ว่างาน หรือเรื่องส่วนตัว ดังนั้นการที่เราสามารถออกแบบ และสร้างโมเดลของเราเองได้ก็เป็นสิ่งที่ควรจะพิจารณา

ในปัจจุบันมีโปรแกรม 3D อยู่มากมายจนน่าเวียนหัว เราได้จัดประเภทของโปรแกรมมาให้ดูแบบง่าย ๆ คุณสามารถเลือกแบบที่ตัวเองชอบ และถนัดเพื่อสร้างสรรค์ผลงานของตัวเอง และยังอาจจะใช้เป็นช่องทางทำเงินได้อีกด้วย

รายการข้างต้นเป็นเพียงทางเลือกที่คนทั่วไปนิยม และเราเห็นว่าเป็นโปรแกรมที่ผู้ใช้งานเริ่มต้นเรียนรู้ได้ง่าย และเร็วที่สุด อย่างไรก็ตามยังมีรายละเอียดเพิ่มเติมที่ต้องพิจารณาในการเลือกโปรแกรมอีกเพื่อให้เข้ากับความถนัดส่วนตัว หากต้องการทราบรายละเอียดมากกว่านี้โปรดเข้าไปดูได้ที่ reddit.com/r/3Dprinting/wiki/makingmodels

การปรับระดับแท่นพิมพ์

การปรับระดับแท่นพิมพ์

การปรับระดับแท่นพิมพ์ เป็นเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญมาก เทียบเท่ากับฐานรากของอาคารเลยทีเดียว แต่ก็เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่มักจะละเลยขั้นตอนนี้ไป ลองกลับมาใส่ใจกับการปรับระดับแท่นพิมพ์เพื่องานที่มีคุณภาพดีกว่ากันเถอะ

เคล็ดลับการออกแบบเพื่อการพิมพ์สามมิติ

เคล็ดลับการออกแบบเพื่อการพิมพ์สามมิติ

ในการออกแบบเพื่อการพิมพ์สามมิติ จะมีข้อควรระวัง และข้องแนะนำอย่างไรบ้าง เรารวบรวมมาให้แล้วครับ

ป้องกัน PM 2.5 เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

ป้องกัน PM 2.5 เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

 

                    ปัจจุบันปัญหาเรื่องมลพิษเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน อากาศที่เราหายใจเข้าไปไม่ใช่อากาศที่บริสุทธิ์ เพราะมีฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่าง PM2.5 ปัญหาเรื่องนี้มีผลเสียต่อสุขภาพและมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ PM 2.5 เทียบได้ว่ามีขนาดประมาณ 1 ใน 25 ส่วนของเส้นผ่านศูนย์กลางเส้นผมมนุษย์ เล็กจนขนจมูกของมนุษย์ไม่สามารถทำหน้าที่ในการกรองฝุ่นนั้นได้ จึงแพร่กระจายเข้าสู่ทางเดินหายใจ กระแสเลือด และเข้าสู่อวัยวะอื่นๆในร่างกายได้ ตัวฝุ่นเป็นพาหะนำสารอื่นเข้ามาด้วย เช่น แคดเมียม ปรอท โลหะหนัก และสารก่อมะเร็งอื่นๆ

แนวทางการป้องกันฝุ่น PM2.5

                    การสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น โดยหน้ากากที่สามารถป้องกันฝุ่น PM2.5ได้ดีและมีประสิทธิภาพจะต้องมีลักษณะคล้ายวาล์วที่สามารถกรองอากาศซึ่งจะติดอยู่บริเวณหน้ากาก ชิ้นงานนี้เป็นวัสดุที่เป็นพลาสติกสามารถขึ้นรูปได้ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ในระบบที่เป็น SLA และ FDM

                   

 

 

 

 

 

                   ชิ้นงานประกอบด้วย 2 ส่วน ซึ่งวาดจาก Solidedge 2020 software จากนั้นทำการพิมพ์ชิ้นงานด้วยเครื่องพิมพ์ระบบ SLA ชื่อรุ่น FORM3 ซึ่งชิ้นงานเมื่อทำการตัด Support ออกแล้วก็สามารถนำมาใช้งานได้เลย

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://www.daikin.co.th/service-knowledge/pm-2-5/

 

 

 

กระบวนการวิศวกรรมย้อนกลับไฟล์คุ้มครบจบในที่เดียวกับ EinScan Reverse Engineering Design Bundle (RED)

กระบวนการวิศวกรรมย้อนกลับไฟล์คุ้มครบจบในที่เดียวกับ EinScan Reverse Engineering Design Bundle (RED)

– SHINING 3D ได้เปิดตัว EinScan Reverse Engineering Design Bundle (RED) มาสักพักใหญ่แล้วแสดงให้เห็นว่าการสแกน 3 มิติที่สมบูรณ์เพื่อออกแบบงานที่มีอยู่และกระบวนการต่าง ๆเป็นเรื่องง่ายเพียงใด สามารถสแกนชิ้นงานได้ง่ายที่สุด แม้ในโหมดสแกนมือถือ

– Handheld HD Scanโหมดสแกนความละเอียดสูงสุดของ EinScan Pro 2X Series การสแกนแบบสมบูรณ์ของวัตถุนั้นทำได้ในเวลาน้อยกว่า 1 นาที โหมดการสแกนแบบ HD นั้นช้ากว่าโหมด Handheld Rapid Scan ของ EinScan Pro 2X แต่สามารถจับรายละเอียดได้ดีมากยิ่งขึ้นด้วยความละเอียดที่สูงขึ้นเนื่องจากการใช้ Marker หรือเครื่องหมาย HD Prime Pack การสแกนคุณภาพสูงเหล่านี้ทำให้โหมดการสแกนที่เหมาะที่สุดสำหรับชิ้นส่วนที่ซับซ้อนต่างๆ เมื่อวัตถุหรือชิ้นงานนั้นถูกสแกนจะสามารถ Alignment ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วโดยโปรแกรม EXScan การสแกน 3 มิติที่สมบูรณ์ช่วยให้การทำงานง่ายและถูกต้องมากยิ่งขึ้นทั้งนี้ยังสามารถส่งต่อไปยังโปรแกรม Geomagic Essentials สำหรับการแก้ไขถัดไปได้ง่ายหรือง่ายๆ ครบจบในที่เซ็ตเดียว และนี่คือWorkflow สำหรับงานวิศวกรรมย้อนกลับ ทั้งนี้เราได้ยกตัวอย่างงานของทางบริษัทผู้ผลิตมาให้ได้รับชมกันครับ

– โปรแกรมที่ใช้กันมากที่สุดสำหรับเครื่องสแกน 3มิติ คือโปรแกรมทางด้านวิศวกรรมย้อนกลับ และโปรแกรมสำหรับออกแบบไฟล์ 3มิติ ความสามารถในการจับรูปทรงวัตถุและวัตถุที่สร้างได้ยากภายในไม่กี่นาทีได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นเครื่องมือที่ทรงคุณค่าสำหรับธุรกิจและมืออาชีพ

– ถ้าเป็นการ CAD แบบดั้งเดิมจะใช้เวลานับไม่ถ้วนและการแก้ไขส่วนที่ซับซ้อนสำหรับโซลูชันงานแต่ละแบบอาจเป็นฝันร้ายของนักออกแบบ EinScan Pro 2X Plus ช่วยให้คุณสแกนวัตถุ 3 มิติในเวลาไม่กี่นาทีและสร้างชิ้นส่วนแบบจำลอง 3 มิติที่แม่นยำ ทั้งนี้ยังสามารถประหยัดเวลานักออกแบบหรือคนแก้ไขไฟล์ได้ แต่กระบวนการในการสแกน 3 มิติคือขั้นตอนที่ต้องทำงานจำนวนมาก เวิร์กโฟลว์ดั้งเดิมที่พบมากที่สุดในอุตสาหกรรมของเรานั้นล้วนแต่ใช้ CAD น่าเสียดายที่การสแกน 3 มิติมีปัญหาพื้นฐานบางอย่างกับซอฟต์แวร์ CAD ที่สามารถทำให้ยากต่อการทำงานโดยไม่มีวิธีแก้ไขจึงเป็นที่มาของ EinScan Reverse Engineering Design Bundle (RED)

– ต่อจากนี้จะเป็นขั้นตอนการสแกนงานที่มีความซับซ้อนสูงไปจนถึงการ Revese File ให้สมบูรณ์เหมือนการ CAD ขึ้นมาใหม่โดย EinScan Reverse Engineering Design Bundle (RED)

Geomagic Essentials เป็นสะพานเชื่อมระหว่างงานที่สแกนไปจนถึงการ CAD ที่สมบูรณ์แบบแบบจำลอง CAD นั้นจะสมบูรณ์แบบและมีความแม่นยำนั้นจำเป็นต้องใช้กระบวนการนี้

– ขั้นตอนการ Fill Holes ของชิ้นงานสามารถใช้คำสั่ง Fill all Holes โปรแกรมจะจัดการพื้นผิวและเติมแต่งให้เองอัตโนมัติ

– ส่วนต่างๆ ที่มีเนื้อผิวไม่เต็มนั้นสามารถเติมแต่งได้เองโดยใช้ Manual Fill Holes ได้ดังภาพถัดไปจากนี้

– เข้า Origin ให้กับชิ้นงานเพียงแค่ไม่กี่ขั้นตอนและในรูปทรงชิ้นงานที่ยากๆ ก้ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับโปรแกรมนี้

– การทำ Nurbs Surfacing เพื่อการดึงผิวของชิ้นงานให้เข้ารูปทรง

– การทำ Section Line ให้กับชิ้นงานคือการวาดเส้นทับลงไปบนพื้นผิวของชิ้นงานเพื่ออิงโครงสร้างเดิมของตัวงานที่ได้จากการแสกนนำไป CAD ต่อจะได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

– เมื่อแก้ไฟล์เสร็จสมบูรณ์ใน Geomagic Essentials แล้วขั้นตอนต่อไปก็ส่งไปยัง Solid Edge ได้อย่างง่ายดายในไม่กี่วินาที เนื่องจากโมเดลได้ถูกเตรียมไว้สำหรับการ CAD โดยตรงจึงเป็นการเปลี่ยนขั้นตอนการทำงานได้อย่างราบรื่น Solid Edge ช่วยให้คุณสามารถสร้างกระบวนการวิศวกรรมย้อนกลับได้อย่างสมบูรณ์ สร้างรูปทรงใหม่ทั้งยังเพิ่มคุณสมบัติและสร้างส่วนที่ต้องการความแม่นยำสามารถทำงานได้ทั้งหมดในไม่กี่นาทีด้วยเครื่องมือที่รวมอยู่ เนื่องจากตอนนี้การสแกนได้ถูกแปลงเป็นแบบ CAD ที่พร้อมจะแก้ไขแล้ว

EinScan Reverse Engineering Design Bundle (RED) ของ SHINING 3D เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง บริษัท ทั้งสามนี้ได้ปฏิวัติวิธีการสแกน 3 มิติเพื่อออกแบบเวิร์กโฟลว์ RED Bundle 3D ของ SHINING 3D ได้เปิดตัวแล้วพักใหญ่สามารถซื้อกับทางเราได้ที่ PRINT3DD Bundle นี้รวมทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับการสแกน

  1. EinScan Pro 2X Series
  2. (Tri-pod และ turntable)
  3. Geomagic Essentials
  4. Solid Edge SHINING 3D Edition By SIEMENS

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เปลี่ยนธรรมชาติที่มีอยู่ให้เป็นเครื่องประดับได้โดยใช้ EinScan Pro2X Series

เปลี่ยนธรรมชาติที่มีอยู่ให้เป็นเครื่องประดับได้โดยใช้ EinScan Pro2X Series

เมื่อพูดถึงการสแกน 3 มิติผู้คนส่วนใหญ่จะคิดถึงการสแกนงานด้านอุตสาหกรรมการวัดขนาดหรือแม้กระทั่งการทำวิศวกรรมย้อนกลับขั้นสูง ซึ่งการทำงานนั้นเป็นการทำงานทั่วไปที่สามารถทำได้อยู่แล้วปัจจุบันนี้เครื่องสแกนเนอร์ 3 มิตินั้นทันสมัยเป็นอย่างมากเช่น EinScan Pro 2X Series ได้แสดงให้เห็นว่าสามารถทำงานได้ตั้งแต่วิศวกรรมขั้นสูงวิศวกรรมย้อนกลับและไปจนถึงงานอดิเรกทั่วไปซึ่งช่วยในการทำงานและลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลงได้อย่างมหาศาล ด้วยเหตุนี้เราจึงเห็นผู้ใช้หน้าใหม่ที่นำเครื่องสแกนเนอร์ไปใช้ในหลากหลายงานและความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ ในที่นี้เราจะมานำเสนอบริษัท Schnider & Hammer AG ได้นำเครื่องสแกนเนอร์ EinScan Pro 2X มาปรับปรุงงานฝีมือของพวกเขาแบบดั้งเดิมที่เคยออกแบบด้วยจินตนาการซึ่งนำเทคโนโลยีนี้มาช่วยในความเสมือนจริงและอ้างอิงได้มากยิ่งขึ้น พวกเขาได้มาแบ่งปันกับเราถึงโครงการที่น่าสนใจที่พวกเขาสามารถรับมือกับการใช้ EinScan Pro 2X

– บริษัท Schnider & Hammer AG ก่อตั้งขึ้นในปีพ. ศ. 2536 Schnider & Hammer มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการออกแบบเครื่องประดับแบบดั้งเดิมมานานกว่า 25 ปี ซึ่งมีความสนใจในการเปลี่ยนแปลงงานฝีมือแบบใหม่ๆ ตั้งแต่เริ่มต้นพวกเขาได้ทำงานกับการออกแบบ 3D และเครื่องมือการผลิตที่รวดเร็ว เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพให้กับลูกค้าของพวกเขา พวกเขาสร้างชิ้นงานอัญมณีที่แสดงออกอย่างน่าอัศจรรย์เช่นคอลเลคชั่น Weissenstein ซึ่งเป็นที่น่าประทับใจ แต่ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ทำให้พวกเขาเปลี่ยนแปลงวิธีการเดิมในการค้นหาบางสิ่งเพิ่มเติม หนึ่งในความฝันของพวกเขาคือการสร้างเครื่องประดับที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นพื้นผิวของต้นไม้ รูปร่างที่จับต้องได้และอื่น ๆ ธรรมชาติที่มีอยู่จะทำให้ทำเกิดชิ้นงานที่แปลกๆใหม่ๆ ไม่ซ้ำกันแต่การใช้การออกแบบเหล่าสิ่งเหล่านี้โดยใช้วิธีการแบบดั้งเดิมพิสูจน์แล้วว่าเป็นเรื่องที่ยากเกินไป พูดง่ายๆคือสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาตินั้นยากเกินกว่าจะทำการสร้างขึ้นมาโดยการ CAD ใหม่

– การเลือกเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ หลังจากไตร่ตรองอย่างรอบคอบแล้ว Schnider & Hammer ได้ตัดสินใจซื้อเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ EinScan Pro 2X พวกเขารู้สึกทึ่งกับเทคโนโลยีและรู้ว่า EinScan Pro 2X จะสามารถเชื่อมช่องว่างและเติมแต่งการออกแบบที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันมีสแกนเนอร์ 3 มิติจำนวนมากในท้องตลาดแต่พวกเขาต้องการเครื่องสแกนเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะทางของพวกเขา EinScan Pro 2X เป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการอย่างแท้จริง สแกนเนอร์ 3 มิติระดับมืออาชีพมาพร้อมกับราคาที่น่าสนใจ ยิ่งไปกว่านั้น EinScan Pro 2X สามารถใช้งานได้ง่ายและเป็นมิตรกับผู้ใช้มากตอบโจทย์สำหรับการใช้งานที่หลากหลายเนื่องจากลักษณะมัลติฟังก์ชั่น เป็นเครื่องมือที่สมบูรณ์แบบที่มาช่วยให้การออกแบบได้ง่ายและยังลดเวลาให้การทำงานลงได้อย่างดี

– การใช้งาน EinScan Pro 2X ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเขาในการใช้ EinScan Pro 2X คือการสแกนที่ต้องการธรรมชาติมาเป็นเครื่องประดับซึ่งหมายถึงพวกเขาจะต้องอยู่สถานที่กลางแจ้ง สแกนเนอร์ 3 มิติทั้งหมดใช้แสงเป็นแหล่งกำเนิดภาพ การสแกนกลางแจ้งเป็นสิ่งที่ท้าทายอย่างมากไม่ว่าจะใช้สแกนเนอร์ในที่โล่งแจ้งเพราะจะต้องควบคุมแสงให้ดีไม่เช่นนั้นการสแกนจะไม่เกิดประสิทธิภาพเท่าที่ควร คู่กับแล็ปท็อปที่จะต้องเดินสายไฟออกมาภายนอก เครื่องสแกนจะรวบรวมข้อมูลอย่างรวดเร็วและภายในไม่กี่นาทีไฟล์ก็สามารถนำออกจากซอฟต์แวร์ EXScan ไปใช้ได้และส่งต่อไปยังซอฟต์แวร์สร้างแบบจำลอง 3 มิติที่ผู้ใช้ถนัดและต้องการได้ การสแกนนั้นมีรายละเอียดมากมายแม้แต่รอยที่เล็กที่สุดของเปลือกไม้ รายละเอียดระดับนี้สามารถสร้างขึ้นได้โดยธรรมชาติเท่านั้นและยังเป็นสิ่งที่ Schnider & Hammer มองชิ้นงานนี้เป็นจุดเด่นและจะรวมไว้ในคอลเลกชันเครื่องประดับของพวกเขา วัตถุที่สแกนจะถูกเก็บไว้ทั้งหมดไว้และสามารถนำมาปรับแต่งได้โดยซอฟต์แวร์การออกแบบที่ต้องการ สิ่งที่ถูกนำมาสร้างขึ้นใหม่ที่ได้จากธรรมชาติคุณสมบัติที่กำหนดไว้ การสแกน 3 มิติเป็นวิธีที่ไม่ต้องทำลายธรรมชาติเพื่อสร้างสิ่งของต่างๆรวมถึงเครื่องประดับ แถมยังสร้างโลกดิจิตอลให้กับรอบตัวเรา สแกนเนอร์ 3 มิติอเนกประสงค์เช่น EinScan Pro 2X Series ยกระดับงานธรรมดาให้มีคุณค่ามากยิ่งขึ้น

– โมเดล 3 มิติที่ผ่านกระบวนการตกแต่งมา สอดคล้องกับรูปร่างที่ต้องการของโครงการที่วางไว้ พวกเขาใส่เปลือกต้นไม้ลงในแหวน แต่แบบจำลองสามารถปรับให้พอดีกับรูปร่างและขนาดที่แตกต่างกันทั้งหมด ชิ้นส่วนที่สมบูรณ์แล้วสามารถผลิตได้โดยใช้วิธีการดั้งเดิมซึ่งช่วยให้ความรู้สึกที่มีคุณภาพสูง

ที่มา : https://www.einscan.com/applications/converting-nature-into-jewellery-with-3d-scanning/

ออกแบบรูปทรงขาเทียมด้วย EinScan 3D Scanner and Software Reverse Engineering

ออกแบบรูปทรงขาเทียมด้วย EinScan 3D Scanner and Software Reverse Engineering

ปัจจุบันเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ เครื่องพิมพ์ขึ้นรูป 3 มิติและโปรแกรมสำหรับวิศวกรรมย้อนกลับหรือ Reverse Engineering Software นั้นมีการใช้งานกันมากที่สุดในหลายอุตสาหกรรม  สแกนเนอร์ 3 มิติช่วยให้สามารถให้เห็นถึงรูปร่างต่างๆในทุกๆมุมมองเป็นเครื่องมือที่เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมที่พลิกแพลงวิธีการออกแบบหรือ CAD แบบดั้งเดิม หนึ่งในอุตสาหกรรมดังกล่าวที่เกี่ยวกับสุขภาพหรือร่างกายมนุษย์นั้นคือขาเทียม ในขณะที่การทำงานของแขนขาเทียมเป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดความพอดีและรูปแบบของขาเทียมนั้นมีความสำคัญสำหรับผู้ป่วยช่วยให้เกิดความสะดวกสบาย จากการทำขาเทียมนั้นสามารถสร้างโลกที่แตกต่างได้เช่นเดียวกับความเชื่อมั่นจากขาเทียมที่เหมาะสมกับรูปลักษณ์ของผู้ใช้ สแกนเนอร์ 3 มิติได้เปิดประตูสู่การปรับแต่งและโซลูชั่นอวัยวะเทียมที่ปรับแต่งได้กลายเป็นจริงสำหรับผู้พิการหลายคน กลุ่มผลิตภัณฑ์สแกนเนอร์ 3 มิติแบบพกพา EinScan Pro Series หรือ EinScan Pro2X Series และเครื่องพิมพ์สามมิติ SHINING 3D ได้สร้างการสแกน 3 มิติและการพิมพ์ 3 มิติสำหรับแอปพลิเคชันทางการแพทย์ที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าที่เคยเป็นมา

EinScan Pro Series และ EinScan Pro 2X Series มีความสามารถในการสแกนได้อย่างรวดเร็วช่วยให้พวกเขาสแกนวัตถุขนาดใหญ่ได้อย่างง่ายดายและทำให้การสแกนร่างกายมนุษย์หรือส่วนต่างๆของร่างกายเป็นงานง่าย สามารถสแกนขามนุษย์ได้ในเวลาไม่กี่วินาทีและยังสามารถทำการเชื่อมต่อผิวหรือที่เรียกว่า Alignment ขณะสแกนได้แบบ Realtime โดยไม่มีติดขัดใดๆ

“ข้อมูลงานสแกนในวันนี้เราจะมีแสดงให้เห็นถึงการโครงสร้างขาเทียมภายใน เป้าหมายคือทำให้เปลือกภายนอกขาเทียมใกล้เคียงกับขาของจริงมากที่สุด”

สแกนเสร็จไฟล์จะถูกนำไปยัง Geomagic Essentials ซึ่งเป็นสะพานเชื่อมที่เหมาะสำหรับงานสแกน 3 มิติไปจนถึงโซลูชั่นการออกแบบ การออกแบบกับรูปทรงที่เรียกว่า FreeForm หรือรูปทรงที่ไม่เกี่ยวกับเรขาคณิตนั้น การออกแบบหรือ CAD เองสามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นงานที่ยากเพราะไม่มีสิ่งใดอ้างอิงจากรูปลักษณ์เดิมได้เลยถ้าเราไม่ไปวัดเอง ซึ่งการวัดนั้นก็สามารถทำได้แต่จะมีขั้นตอนที่ยุ่งยากพอสมควร

– เมื่อได้ไฟล์จากการสแกนงานแล้วก็จะมาทำการเข้า Origin ให้กับชิ้นงานเพื่อให้มีการทำงานที่ง่ายและการเปลี่ยนมุมมองที่สะดวกสบาย

– หลังจากที่เข้า Origin ให้ชิ้นงานเสร็จแล้วก็จะเป็นขั้นตอนการทำ Create By Section ให้กับชิ้นงานซึ่งโหมดนี้หมายถึงการวาดเส้นลงไปทับที่พื้นผิวของชิ้นงานเพื่อให้รับรู้ถึงขนาดเดิมของชิ้นงาน

– ทำการสร้าง Plan ทรงกลม และ ทรงกระบอกดังรูปภาพเพื่อที่จะนำไปอ้างอิงในโปรแกรม CAD ที่ใช้ในที่นี้เราได้ใช้โปรแกรม Solid Edge SHINING 3D Edition ในการ CAD และทำ Alignment Reverse Engineering ชิ้นงาน

– หลังจากนั้นทำการสแกนขาจริงของผู้พิการนำมาตัดแต่งส่วนที่ไม่ต้องการทิ้ง

– ทำการ Mirror ของขานั้นจะได้ขาที่สมมาตรกันระหว่าง ขาข้างซ้าย – ขวา

 

 

 

 

 

ประกาศ Solid Edge 2020: SHINING 3D Edition เติมเต็มงานด้าน Reverse Engineering

ประกาศ Solid Edge 2020: SHINING 3D Edition เติมเต็มงานด้าน Reverse Engineering

ทาง SHINNING 3D ประกาศอัพเดทซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นใหม่สำหรับ Solid Edge 2020 ตามหัวข้อเรื่องที่ได้ระบุไว้ข้างต้นโปรแกรม Solid Edge ได้เพิ่มเติมงานด้าน Reverse Engineering ให้มีลูกเล่นและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นในที่นี้เราจะมาแนะนำฟังก์ชั่นใหม่ๆ ที่ถูกเพิ่มเติมและปรับปรุงเข้ามาให้ได้รับชมกันครับ

– ฟังก์ชั่น “Remesh” ปรับแต่ง Polygons ของชิ้นงานเพื่อรักษารูปร่างของแบบชิ้นงาน (คล้ายๆกับการลด Noise ของชิ้นงานเพื่อให้ความคมของขอบความเว้าและส่วนต่างๆดีขึ้น) จากงานจะเห็นได้ว่ามุมของชิ้นงานและส่วนต่างๆ เช่นขอบหรือวงกลมจะมีความคมชัดขึ้น – นอกเหนือจากการ Remesh แล้วยังมีข้อดีที่แฝงมาด้วยอีกนั้นคือเมื่อ Polygons ของชิ้นงานนั้นมีจำนวนที่น้อยลงแล้วทำให้ไฟล์งานของคุณนั้นมีขนาดไฟล์ที่ลดลงไปด้วย แต่ประการนั้นเราก็ไม่ควรที่จะลดจำนวน Polygons มากจนเกินไปเพราะจะทำให้ชิ้นงานบางส่วนผิดเพี้ยนได้ครับ

– ฟังก์ชั่น “Automatic Regions” เป็นโหมดการระบายเพื่อสร้าง Plane ให้กับชิ้นงานทาง Solid Edge 2020 ได้ปรับปรุงระบบอัตโนมัติการระบายเข้ามาให้ดียิ่งขึ้น โดยที่โปรแกรมจะคำนวณพื้นผิวและส่วนใกล้เคียงความเป็นไปได้ต่างๆเช่น วงกลม , สี่เหลี่ยม , ทรงกระบอก และอื่นๆ ได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม – ฟังก์ชั่นFill Holes” , “Smooth Mesh” , “Delete Mesh” อัพเดทมาล้ำยิ่งขึ้นให้สามารถแก้ไขปิดรอยรั่วทำชิ้นงานให้ดูสมูทและสามารถเลือกและลบส่วน ที่ไม่ต้องการออกได้ และในที่สุดโปรแกรม CAD ก็สามารถเข้า Origin ของชิ้นงานที่เป็นไฟล์ .STL ได้แล้วครับ – ฟังก์ชั่นที่ถือว่าเป็นปัญหามาตลอดในตอนนี้ Solid Edge 2020 เติมเต็มส่วนนี้ให้แล้วครับกับ “Align” สิ่งนี้เป็นสิ่งแรกที่ควรทำกับชิ้นงานที่จะทำการ Reverse เลยครับ “Align” เป็นการดึงให้ชิ้นงานเข้าสู่แกน XYZ ตามที่เราต้องการเพื่อให้การทำงานที่กระทำบนตัวชิ้นงานทำได้ง่ายขึ้นเช่น 1. การ Preview งานในมุมต่างๆ 2. การสร้าง Plane จาก Origin ไปที่ชิ้นงาน 3. การวัดชิ้นงานในส่วนต่างๆ ควรเริ่มจาก Origin เรามาดูการดึงชิ้นงานเข้าสู่ Origin ในแบบต่างๆกันครับ – ดึงชิ้นงานเข้าแกนหลักของ Origin ไปแนบที่ผิวของชิ้นงาน – นำชิ้นงานเข้าสู่ Origin โดยอ้างอิงจาก Boundary Box – นำชิ้นงานเข้าสู่ Origin โดยอ้างอิงจากส่วนต่างๆของชิ้นงานเฉพาะส่วนเรขาคณิต – ฟังก์ชั่น “Section Sketches” มีประโยชน์ในการสร้างภาพร่างของส่วนแนบไปที่พื้นผิวของชิ้นงานซึ่งสามารถใช้สำหรับการสร้างผิวหรือโครงสร้าง B-rep โดยใช้คำสั่งเช่น BlueSurf, Sweep, Extrude และอื่น ๆ ที่อ้างอิงมาจาก Line, Arc Circle หรือ Ellipse โปรแกรมจะคำนวณ Section Line กับชิ้นงานให้โดยอัตโนมัติทันทีโดยชิ้นงานดังกล่าวจำเป็นที่จะต้องสมบูรณ์ระดับนึง หลังจากที่ได้ Section Line แล้วผู้ใช้ก็สามารถสร้างผิวงานเพิ่มความหนาได้ตามต้องการ *นอกเหนือจากนี้โปรแกรม Solid Edge 2020 ยังมีฟังก์ชั่นอีกหลายอย่างที่น่าสนใจและทางเรา PRINT3DD จะมาอัพเดทข่าวสารและการอัพเดทโปรแกรม Solid Edge จากเดิมเฉพาะผลิตภัณฑ์ของทาง Shinning 3D ให้ทราบกันต่อในคราวหน้านะครับ*

สแกนรถทั้งคัน Ford Raptor ด้วย Einscan Pro 2X Plus

สแกนรถทั้งคัน Ford Raptor ด้วย Einscan Pro 2X Plus

        สวัสดีครับพอดีทางเราได้มีโอกาสได้นำเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ รุ่น Einscan Pro 2X Plus ไปสแกนรถยนต์นอกสถานที่เป็นรถยนต์ รุ่น Ford Ranger Raptor รถกระบะสุดแกร่งตัวรถขนาดใหญ่ของค่าย Ford ทางเราได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ของบริษัท พาต้าเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ให้นำเครื่องสแกนเนอร์ไปเทสสแกนกับรถยนต์ของทางนั้นให้หน่อยว่าสามารถทำงานได้ไหม ซึ่งตัวเครื่องนั้นสานมารถสแกนได้อยู่แล้วแต่ก็จะมีปัจจัยหลายๆ อย่างที่จะมีผลต่อการสแกน ซึี่งตัวรถที่จะสแกนนั้นเป็นสีดำเงา และดำด้าน จะไม่สามารถสแกนได้ดังนั้นจึงต้องใช้สเปร์ยแป้งให้การทำให้ผิวของงานที่จะสแกนนั้นสว่างขึ้น และอีกอย่างหนึ่งคือตัวรถยนต์จะมีการ Mirror กันซ้านขวา ผิวเรียบแบนมีค่อนข้างมากจะต้องใช้โหมดในการสแกนแบบตอก Maker Point เพื่อให้โปรแกรมสามารถ Align Surface ได้รวดเร็วขึ้นและแม่นยำ การจากออกไปสแกนนั้นตัวเครื่องจะมีระยะสูงสุดในการสแกนอยู่ที่ 5 เมตร ถ้าเกินจากนั้นจะต้องสแกนแยกส่วนและนำมาประกอบ

 

 

        สแกนส่วนที่ 1 การสแกนแยกส่วนด้านหน้าแค่ครึ่งด้านขวา ทำการติด Maker Point และพ่นสเปร์ยแป้ง จากนั้นค่อยนำมา Mirror กันไฟล์ที่ได้จากการสแกนค่อนข้างใหญ่ประมาณ 2,500-2,600 MB ลองดูภาพจาการสแกนได้จากด้านล่างนี้ครับ ขนาดของรถอยู่ที่ (ยาว x กว้าง x สูง) : 5,398 x 2,038 x 1,873 มิลลิเมตร การสแกนครั้งนี้ใช้ Maker Point ประมาณ 6 แผ่น แต่สามารถแกะมาใช้ใหม่ได้นะครับ

        สแกนส่วนที่ 2 การสแกนส่วนด้านหลังครึ่งด้านขวาทำการติด Maker Point เหมือนกันและก็พ่นสเปร์ยแป้งด้วยเช่นกันกับด้านหน้า ไฟล์ที่ได้จากการสแกนค่อนข้างใหญ่ประมาณ 1,500-1,600 MB 

       เมื่อเราสแกนเสร็จแล้วก็ทำการปิดผิวของชิ้นงานอันนี้จะต้องใช้คอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงหน่อยนะครับ เพราะจะดึงการประมวลผลหนนักกมาก เมื่อทำการซ่อมแซมและปิดผิวเรียบร้อยแล้วก็นำมาทำการต่อและ Mirror ให้ได้รถที่เต็มคัน ซึ่งการใช้งานปกตินั้นจะไม่ให้แนะนำสแกนรถยนต์ทั้งคันแบบนี้ เพราะเราจะนำไฟล์งานที่ได้ .Stl ไปใช่ค่อนข้างลำบากเพราะขนาดใหญ่มาก แนะนำให้แยกเป็นส่วนๆ จะดีกว่าครับ โหมดที่ผมใช้ในการสแกนครั้งนี้เป็นแบบ Auto คือ โปรแกรมจะทำการสลับการทำงานให้เองโดยอัตโนมัติ อย่างเช่นเราติด Maker point เมื่อตัวเครื่องจับเจอ point โปรแกรมจะสลบมาเป็นสแกนแบบติด Maker point โดยทันทีครับ แต่ถ้าเราไม่ได้ติด Maker point จะใช้เป็นสแกนแบบ Feature แทนครับ จะใช้งานอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น

        ซึ่งจากที่ใช้เครื่อง Einscan Pro 2X Plus ในการสแกนรถยนต์ครึ่งคันนั้นจะใช้เวลาในการติด Marker Point และพ่นสเปรย์แป้งประมาณ 1-2 ชั่วโมง ( 1 คน) ส่วนเวลาที่ใช้ในการสแกนจะอยู่ที่ 10-15 นาที (แล้วแต่เทคนิคของแต่ละคน) ในการสแกนครั้งนี้ผมใช้การสแกนแบบ Maker แต่ที่จริงจะใช้โหมดที่เป็น HandHeld HD Scan ก็ได้เช่นกันนะครับ หรือจะเป็นแบบ Hybrid Scan ที่จะเลือกติด Maker เฉพาะบางส่วนได้ แบบจะสแกนได้ทั้ง Feature และ Maker Point ในการสแกนโหมดเดียวเลยสลับในเองแบบอัตโนมัติสลับไปมาเองโดยโปรแกรมจะเลือกใช้การ Align ให้เอง ส่วนท่านใดที่ใช้ Einscan Pro 2X ธรรมดาอาจจะใช้เวลาในการสแกนที่มากกว่านี้หน่อยครึ่งคันอาจจะใช้เวลาอยู่ที่ 30-40 นาที โดยอะครับ ส่วนการทำ Mirror ชิ้นงานที่สแกนมานั้นทางเราได้ใช้โปรแกรม Geomagic ในการประกอบตัวรถให้เต็มคัน หรืออาจจะใช้โปรแกรม Autodesk Mashmixer ก็ได้เช่นกันนะครับ

 

 

ขอขอบคุณ : บริษัท พาต้าเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด.