fbpx

Filamentที่ใช้ได้อย่างยั่งยืนจากขยะฝังกลบ

Filamentที่ใช้ได้อย่างยั่งยืนจากขยะฝังกลบ

ช่วงเวลานี้ฝั่งตะวันกำลังอยู่ในเทรนด์”วัสดุรักษ์โลก”กำลังเป็นที่นิยมในวงการต่างๆ รวมถึงวงการ3D Printing ด้วยเช่นกัน

บริษัท UBQ Materials ได้ทำการจับมือกับบริษัทR&Dด้านพลาสติก Plastic App ในการสรา้งFilamentที่ทำจากขยะที่ถูกฝังกลบ
ทีมวิจัยได้กล่าวว่าวัสดุที่พวกเขาผลิตนั้นช่วยลดร่อยรอยคาร์บอนลงอย่างมากเมื่อเทียบกับพลาสติกที่ผลิตจากน้ำมันดิบแบบทั่วๆไป เนื่องจากการผลิตวัสดุนี้ทำมากจากการนำขยะที่ถูกฝังกลบไปแล้วมาปั่นบดเพื่อเข้าสู่กระบวนการทำเม็ดพลาสติกอีกครั้งและนำมาใช้ในกระบวนการฉีดขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆและการขึ้นรูปเป็นเส้นใย

ขยะที่ถูกนำมาใช้ในการผลิตพลาสติก
เม็ดพลาสติกจากกระบวนการผลิตจากขยะฝังกลบ

หลังจากที่ทีมนี้ได้ประสบความสำเร็จในการทำพลาสติกจากขยะขึ้นมาใช้งานได้สำเร็จ ก็ได้ทำการพัฒนาต่อเพื่อที่จะใช้พลาสติกเหล่านี้เพื่อที่จะใช้ในเครื่อง3D Printer เพราะการใช้พลาสติกด้วยกระบวนการ3D Printing นั้นก็เป็นการลดร่องรอยคาร์บอนอยู่แล้ว เนื่องจากจะพลาสติกน้อยลงกว่าการผลิตแบบทั่วไป อีกทั้งการใช้3D Printing ยังสามารถสรา้งชิ้นงานต้นแบบ อุปกรณ์จับยืด และชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆได้และยังสามารถประยุกต์ไปได้อีกหลายๆทาง

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากพลาสติกจากขยะฝังกลบ
การขึ้นรูปพลาสติกเป็นเส้นเพื่อใส้กับ 3D Printing

โดยวัสดุที่จะนำมาผลิตเป็นFilamentก็คือโพลีโพไพลีน(PP) ที่เป็นวัสดุบรรจุอาหารและถุงพลาสติกหลายๆประเภท ซึ่งเป็นวัสดุที่มีคุณภาพสูงมากในวงการอุตสาหกรรมเพราะมีประสิทธิภาพสูงมากเหมาะสำหรับการผลิตชิ้นงานประเภทต่างๆ อีกทั้งยังได้เสริมวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เพื่อให้สามารถพิมพ์ได้ง่ายขึ้นจะส่งผลให้ผลิตชิ้นงานได้ตามที่ต้องการ

การทดสอบFilamentจากขยะนี้ทางUBQ Plastic app ได้ทำการทดสอบพิมพ์กระถางต้นไม้โดยใช้เครื่อง Flashforge Creator3 ในการทดสอบพิมพ์สามารถดูการพิมพ์จากวิดีโอด้านล่างนี้ได้เลย





3D Printing FDM นั้นเป็นระบบการพิมพ์พลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด เนื่องจากใช้วัสดุที่น้อยและไม่ต้องผ่านขั้นตอนหลังจากพิมพ์เสร็จใดๆ(เว้นแต่เป็นวัสดุผลสมโลหะและเซรามิก) ทำให้วัสดุที่ถูกทิ้งมีน้อยมาก จึงทำให้การพัฒนาวัสดุรักษ์โลกเพื่อมาใช้กับ3D Printing FDMนั้นมีการทำอย่างต่อเนื่อง

FDM 3D Printing ระดับ Industrials grade คุณภาพสูงจาก Flashforge 3D Printer

Filamentย่อยสลายได้100%

Filamentย่อยสลายได้100%

บริษัทผลิตFilamentสำหรับ3D printer ในประเทศสาธารณรัฐเช็คประสบความสำเร็จการผลิตFilamentที่ทำจากวัสดุย่อยสลายได้แบบ100% โดยที่เจ้าFilamentตัวนี้จะเกิดจากการผสมกันระหว่างโพลีแลคติก(PLA)กับโพลีไฮดรอกบิวทิเรต(PHB) ที่จะทำให้เส้นตัวนี้มีความแข็งแรงมากขึ้นและยังมีคุณสมบัติที่ทนต่ออุณหภูมิสุงได้ถึงขั้นเอามาทำแก้วกาแฟได้เลย และที่สำคัญFilamentนี้ยังสามารถนำมาใช้ซ้ำได้ทั้งหมด

***โพลีไฮดรอกบิวทิเรต(PHB)คือ พลาสติกที่สังเคราะห์มาจากสารประกอบคาร์บอนของวัสดุอินทรียสาร โดยดั้งเดิมนำมาจากเซลล์ของจุลินทรีย์ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสุงทำให้ไม่เป็นที่นิยมในบ้านเราและใช้งานเฉพาะด้านเท่านั้น ต่อมาได้ทำการใช้สารประกอบคาร์บอนจากผลผลิตทางการเกษตรแทน เช่น อ้อย มันสำปะหลัง(แหล่งกำเนิดเดียวกับPLA)

ก่อนหน้านี้ได้มีการวิจัยพลาสติกย่อยสลายได้โดยการสรา้งออกโซ-ไบโอพลาสติก ซึ่งเป็นพลาสติกธรรมดาที่เติมสารที่ทีให้ย่อยสลายได้เมื่อมีออกซิเจน แต่อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถย่อยสลายได้หมดซึ่งอาจทำให้มีสารพิษตกค้างสู่พื้นดินและทะเล
การวิจัยในครั้งนี้ได้มีการร่วมมืแกันรหว่างผู้ผลิตกับมหาวิทยาลัยเทคนิคสโลวัคในประเทศสโลวาเกียเพื่อที่จะให้ได้ซึ่งพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้อย่าง100% โดยเป้าหมายหลักคือพลาสติกชนิดนี้ต้องสามารถนำไปใส่ในปุ๋ยหมักกับเศษอาหารจากโรงงานและจากครัวเรือนวึ่งการย่อยสลายจะเร็วกว่าPLAถึง3เท่าตัวเลยทีเดียว โดยสารPHBจะทำให้เกิดกระบวนการย่อยสลายได้เร็วขึ้น

Filament ชินดนี้ได้ใช้ในชื่อ NonOilen โดยคุณสมบัติเส้นชนิดนี้ทั่วๆไปนั้นมันคือPLAดีๆนี่เอง แต่สิ่งที่แตกต่างกันก็คือมีความแข็ง ความเหนียวที่เหนือกว่าถึงหลาเท่าตัวอีกทั้งยังสามารถทนความร้อนได้สูงถึง110องศาเซลเซียส(ABSทนได้อยู่ที่105องศาเซลซียส) และยังง่ายต่อการพิมพ์อย่างมากเพราะจะใช้อุณหภูมิที่180-195องศาเซลเซียส เมื่อพิมพ์ออกมาจะมีงานลักษณะเงาเป็นธรรมชาติ ชิ้นงานที่ถูกพิมพ์ออกมานั้นยังมีอายุที่ยาวนานและยังใช้กับอาหารได้ด้วย

ในการวิจัยFilamentชนิดนี้นั้นได้ทำการพิมพ์ชิ้นงานออกมาแล้วทำมาหลอมทำเส้นให่อีกครั้งอยู่หลายร้อยครั้งเลยทีเดียวก็ยังสามารถใช้ได้ แล้วเมื่อนำไปฝังกลบก็ยังสามารถย่อยสลายได้โดยที่ไม่มีสารพิษตกค้างอยู่ในดินเลย

จะเห็นว่าเส้นพลาสติกที่ผลิตจากกระบวนการรีไซเคิลหรือการใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนั้นเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆแต่ก็ยังมีขายเพียงน้อยชนิดเท่านั้น ซึ่งในอนาคต3D printerอาจจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทุกบ้านมีไว้ก็เป็นได้ ก่อนจะถึงขั้นนั้นวัสดุที่ไร้พิษภัยจะต้องมีมาเพื่อให้ทุกคนสรา้งสรรค์งานได้อย่างสบายใจ

กระเป๋าไม้เก๋ๆ น่ารักแบบไม่เหมือนใครด้วย Laser cutter CO2

กระเป๋าไม้เก๋ๆ น่ารักแบบไม่เหมือนใครด้วย Laser cutter CO2

เอาใจสาวๆ หรือคนที่ชอบกระเป๋า ชอบการออกแบบเราจะขอชวนให้มาออกแบบกระเป๋าใช้งานเองง่ายๆ เพียงแค่ใช้โรแกรม Illustrator หรือโปรแกรมออกแบบเป็นกับงานร่วมกับเครื่อง Ray6 Smart CO2 Laser-Cutter ซึ่งไม่ว่าจะตัด แกะสลักลวดลายต่างๆ ก็สามารถทำได้สบายๆ ใครที่ไม่อยากจะใช้กระเป๋าแบบเดิมๆ แล้วลองเปลี่ยนมาเป็นไม้ดูสีของไม้นั้นช่างดูคลาสิกเสียจริงๆ ยิ่งมองยิ่งน่ารักอย่างเช่นเคยเราได้ออกแบบผ่านโปรแกรม Adobe Illustrator เช่นเคยเพราะเขียนเส้นแบบ Vector ได้ดีกว่าโปรแกรมอื่นๆ และใช้งานง่าย ขนาดกระเป๋าที่เราจะทำนั้นอยู่ที่ 12x20x5 เซนติเมตร ใช้ไม้กระดานที่มีความหนา 3 มิลลิเมตร

ออกแบบด้วยโปรแกรม Adobe Illustrator ให้เป็น Vector

รายการอุปกรณ์และเครื่องมือ
1. โปรแกรม Adobe Illustrator, RDWork หรือโปรแกรมอื่นๆ
2. ไม้กระดาน หนา 3 มิลลิเมตร
3. แม่เหล็กแผ่นกลม 4 อัน
4. เครื่อง Ray6 Smart CO2 Laser-Cutter
5. สายกระเป๋า (หนัง, ผ้า, ยาง)
6. กาวร้อน
7. กรรไกร

รูปภาพอุปกรณ์

ขั้นตอนการออกแบบ
เริ่มการออกแบบด้วยโปรแกรม Adobe Illustrator ใช้วาด vector เส้นตามที่เราต้องการจะตัดหรือแกะสลักลงบนไม้ขนาดที่เราออกแบบไว้จะอยู่ที่ 12x20x5 เซนติเมตร และได้ใส่ QR code ไว้ด้ยที่ด้านข้างของกระเป๋าจะสามารถสแกนเข้าไปที่เว็ปไซด์ของทางร้านเราได้เลยทันทีส่วนอีกด้านนั้นจะมีเป็น Logo ตามที่ออกแบบไว้ และที่เป็นฝาของกระเป๋าจะมีคำที่เป็นตัวอักษรเวลาเราพิมพ์กน็ปกติเลย แต่เมื่อจะทำการ save ออกมาใช้งานจะต้องเป็นให้เป็น vector เสียก่อนให้คลิกขวาที่ข้อความนั้นๆ แล้วเลือก create outline ถ้าไม่ทำขั้นตอนนี้เวลานำไปเปิดในโปรแกรม RDWork จะไม่มีข้อความปรากฏขึ้นมาให้ เมื่อออกแบบเสร็จแล้วให้ทำการ Export ออกมาเป็นนามสกุล .DXF

ขั้นตอนการสร้างไฟล์ Cutting ด้วยโปรแกรม RDWork
เปิดโปรแกรม RDWork ขั้นมาทำการ import ไฟล์ที่เรา export ออกมาจาก Adobe Illustrator เพื่อจะทำการเลือกส่วนที่ต้องการกำหนดให้มีการตัด แกะสลัก ตามจุดต่างๆ ที่เราต้องการโดยเราจะกำหนดดังนี้
-สีดำ กำหนดเป็น Cut /ค่าการใช้งาน Speed 10-15 mm/s, Power 90%
-สีแดง กำหนดเป็น Scan /ค่าการใช้งาน Speed 100 mm/s, Power 40%
-สีน้ำเงิน กำหนดเป็น Scan /ค่าการใช้งาน Speed 100 mm/s, Power 60%
เมื่อตั้งค่าตามนี้ได้เรียบร้อยแล้วก็กด SaveToUFile ออกมาเป็นนามสกุล .rd เพื่อนำไปเปิดในเครื่อง Ray6 Smart CO2 Laser-Cutter ในขั้นตอนการตัด

การตั้งค่าในโปรแกรม RDWork เพื่อจะตั้งค่าการเลือกตัดหรือแกะสลัก
การตั้งค่าในโปรแกรม RDWork เพื่อจะตั้งค่าการเลือกตัดหรือแกะสลัก

ขั้นตอนการตัดด้วย Ray6 Smart CO2 Laser-Cutter
นำ USBDrive มาเสียบที่ตัวเครื่อง Ray6 Smart CO2 Laser-Cutter และเลือกไฟล์ที่เราต้องการจะสั่งตัด จากนั้นนำปผ่นไม้กระดานไปวาง ณ ตำแน่งที่เหมาะสมของตัวเครื่องและสั่ง start ได้เลย เมื่อทำการตัดเรียบร้อยจะได้ชิ้นงานออกมาเป็นประมาณนี้













งานออกแบบ D.I.Y ชั้นวางของด้วย Ray6 Smart CO2 Laser-Cutter

งานออกแบบ D.I.Y ชั้นวางของด้วย Ray6 Smart CO2 Laser-Cutter

วันว่างๆ ก็ปิ๊งไอเดียดีๆกับงานออกแบบ ซึ่งต้องขอย้อนความไปก่อนเลยว่าทำไมถึงเกิดบทความนี้ขึ้นมาได้ เพราะได้เห็นเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ ที่ทางร้านได้มีตั้งโชว์ไว้หน้าร้านเพื่อไว้ให้ทางลูกค้าดูหรือทดสอบโดยจะมีหลากหลายรุ่น เช่น Einscan Pro 2Xseries, Einscan Pro HD, Einscan H และ Einscan HX นั้นจะมีการวางไว้แบบไม่ได้เป็นระเบียบเลย บางทีสายก็พันกันไปมาจะใช้งานครั้งๆ หนึ่งต้องไปหยิบแกะออกมามันน่าจะเป็นสิ่งที่ดูไม่ดีถ้าลูกค้าที่เข้ามาชมสินค้าของทางร้านเราและอีกอย่างถ้าไม่วางหรือจัดเก็บตัวเครื่องไม่ดีนั้นอาจจะทำให้ตัวเครื่องได้รับความเสียหายได้ และประจวบเหมาะกับที่ทางร้านของเราเป็นผู้จำหน่ายทั้ง 3D Printer, 3D Scanner และ Laser cutter จึงมีความคิดว่าควรจะนำสิ่งที่เรามีนั้นมาออกแบบชั้นวางของดีไหมเครื่องสแกนเนอร์ที่วางโชว์หน้าร้านจะได้เป็นระเบียบเรียบร้อย เอาจริงๆ นะะถ้าใครที่กำลังมองหาเครื่องมือที่จะนำไปต่อยอดธุรกิจต่างๆ ที่กำลังจะเริ่มต้น หรือหาแนวทางอยู่สิ่งนี้ก็เป็นที่น่าสนใจอย่างมากเลยทีเดียว ในบทความนี้เราก็จะมาทั้งสอนทั้งรีวิวด้วยว่าเราทั้งเครื่องมืออะไรบ้างในการออกแบบชั้นวางของออกมาที่ได้เห็นดังภาพบางคนอาจจะนำไปทำตู้ใส่ของ โคมไฟ งานอาร์ตแบบแนวๆ ก็ได้เพราะเครื่อง Laser cutter มีหลากหลายขนาดและสามารถนำไปต่อยอดได้มากมาย เดี๋ยวเรามาเข้าเรื่องในการออกแบบกันเลยดีกว่าครับ จะมีขั้นตอนตามลำดับดังนี้เลย

1. การออกแบบ Design Products

การออกแบบทางเราจะออกแบบด้วยโปรแกรม Illustrator โดยขนาดที่ใช้จะ 600×400 มิลลิเมตร ที่สำคัญพยายามออกเป็นหน่วยมิลลิเมตรนะครับ เพราะว่าเมื่อนำไปเข้าโปรแกรมที่จะ cutting นั้นขนาดจะได้ไม่เพี้ยน การออกแบบด้วย Illustrator นั้นก็ใช้เครื่องมือวาดตามปกติเลย ถ้าใครที่ไม่ถนัดโปรแกรมนี้อาจจะใช้เคื่องมืออื่นได้สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเครื่อง Laser cutter ในความคิดที่เราออกแบบนั้นชั้นวางจะต้องวางเครื่องสแกนเนอร์ที่เรามีได้ทั้งหมดที่เป็นแบบ Handheld ทั้ง 4 รุ่น Einscan Pro 2X series, Einscan Pro HD, Einscan H และ Einscan HX แล้วที่ด้านล่างของชั้นวางจะต้องมีช่องลิ้นชักที่ไว้เก็ยสายไฟ สายเชื่อมต่อUSB หรือ Marker สำหรับการใช้งานติดชั้นงานสแกนแค่ลิ้นชักสำหรับเก็บของนั้นยังไงพอเพราะเครื่องสแกนเนอร์บางรุ่นจะต้องใช้สเปร์ยแป้งหรืออุปกรณ์อื่นๆ อีกก็เลยออกแบบให้ที่ด้านลังของชั้นวางมีช่องวางเพื่อไว้ใส่ของอื่นๆ เพิ่มเติม ชั้นวางที่ได้อออกแบบไว้นั้นจะมีขนาด 300×500 มิลลิเมตร จากนั้นจะทำการ Export file ออกมาเป็น .DXF เพื่อนำไปเปิดในโปรแกรม RD Work ในขั้นตอนต่อไป

โปรแกรม Illustrator CC สำหรับการออกแบบ
Layout ต้นแบบชั้นวาง
ผนังด้านข้างซ้ายและขวา
ช่องแบ่งตัวเครื่องสแกนเนอร์ และผนังด้านหลัง
ช่องใส่ของที่เป็นส่วนของลิ้นชัก 2 ส่วน

2.การตั้งค่าเพื่อสั่งการตัดด้วย Laser Cutter รุ่น Ray6 Smart Co2 Laser ขนาด 600×400 มิลลิเมตร
โปรแกรมที่ใช้สั่งงานเครื่องรุ่นนี้จะใช้โปรแกรม RD Work (License แท้) รองรับไฟล์ที่เป็น CorelDraw, Photoshop, Auto CAD, illustrator, PLT, DST, DXF, BMP, DWG, AI, RD ซึ่งโปรแกรมนี้จะสามารถใชได้กับเครื่อง Laser Cutter ได้หลากหลายโดยเราสามารถกำหนดขนาดที่ต้องการจะทำงานได้ โดยขนาดที่เราจะใช้คือ 600×400 มิลลิเมตร ส่วนวัสดุที่เลือกใช้จะเป็นไม้กระดานขนาด 3 มิลลิเมตร กับแผ่นอคลิลิค 3 มิลลิเมตร ในโรแกรมเราสามารถเลือกการตั้งค่าได้ว่าเราจะ Cut,Scan, Dot, หรือ Pen เพื่อให้เหมาะสมกับรูปแบบของานที่เราต้องการซึ่งอันนี้ทางเราจะเลือกเป็น Cut เพราะต้องการตัดและนำแต่ลพชิ้นส่วนมาประกอบ



โดยหลักแล้วเราจะมีการปรับไม่ค่อยมากในโปรแกรม RD Work คือ
– จุดที่ (1) เป็น Layout ที่เราจะไว้ทำงานเหมือนขนาดที่เราจะตัดงานได้ แต่ไม่ควรจะวางชิ้นงานที่เราออกแบบไว้ใกล้กันมากเกินไป ปกติจะเว้นไว้ประมาณ 2 มิลลิเมตร
– จุดที่ (2) เป็นการตั้งค่าความเข้มของ Laser ส่วนมากถ้าตัดจะใช้ 90% แต่ต้องแล้วแต่กำลังของเครื่องแต่ละรุ่นด้วยของทางเราเครื่องมีกำลังที่ 60Watt ถ้าเครื่องที่มีกำลังเยอะกว่านี้อาจจะใช้ค่านี้น้อยลงตามลำดับก็สามารถตัดขาดแล้ว และยังสามารถเลือกความเร็วในการ cut ได้ด้วย
– จุดที่ (3) เป็นการกำหนดค่ากำลัง Laser และรูปแบบการทำงาน Cut,Scan, Dot, Pen ตามที่เราต้องการ สามารถกำหนดค่าหรือรูปแบบการยิ่ง Laser ได้หลายรูปแบบตาม Layer ของสีนั้นๆ ที่เราเลือกไว้ใน 1 file งานที่ต้องการทำงาน
– จุดที่ (4) เป็นการ Export ไฟล์ออกเพื่อนำไปสั่งงานที่เครื่อง Laser cutter

3. การใช้งานตัวเครื่อง Laser Cutter รุ่น Ray6 Smart Co2 Laser ขนาด 600×400 มิลลิเมตร
เรานำ USB Drive ที่ได้ save งานไว้มาเสียบที่ตัวเครื่องจากนั้นให้ copy file ลงที่ตัวเครื่องไฟล์ที่ใช้งานจะเป็น .rd ด้วยตัวเครื่องจะมาพร้อมกับตัวควบคุม Ruida 6445 รุ่นใหม่ ที่สามารถควบคุมการทำงานได้หลากหลายและง่าย หน้าจอใหญ่สามารถเห็นภาพก่อนที่จะสั่งเริ่มการ cut ได้ เครื่องตัดและแกะสลักด้วยเลเซอร์ชนิด CO2 รองรับทั้งการตัดและแกะสลัก วัสดุอโลหะ แผ่นพลาสติก, Acrylic, HIPS, Plywood, พลาสวูด, หนัง, ผ้า และ อื่นๆ ซึ่งที่จริงสามารถสั่งงานผ่าน Computer, USB Drive, LAN หรือ Wifi แล้วแต่ว่าเราจะสะดวกแบบไหนแต่ที่เราเลือกคือ USB Drive

4.การประกอบชั้นวางเครื่องสแกนเนอร์
การประกอบจะทำมาเป็นช่องๆ ไว้อยู่แล้วจนาดจะประมาณ 30*3 มิลลิเมตร จุดที่เป็นไม้นั้นจะใช้กาวร้อนในการเชื่อมต่อแต่ละชิ้นเข้าด้วยกัน ส่วนชิ้นที่เป็น Acrylic จะใช้น้ำยาเชื่อมพลาสติกในการติดลองดูในวีดีโอได้นะครับ



รู้จักการทำแม่พิมพ์(Mold)สำหรับการฉีดขึ้นรูปพลาสติกด้วย 3D Printing

รู้จักการทำแม่พิมพ์(Mold)สำหรับการฉีดขึ้นรูปพลาสติกด้วย 3D Printing

ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติกส่วนใหญ่บนโลกใบนี้นั้นขึ้นรูปโดยการฉีดขึ้นรูปโดยการใช้แม่พิมพ์(Mold) แต่การผลิตแม่พิมพ์ขึ้นมานั้นมีราคาค่อนข้างแพงและต้องใช้เวลานานเพราะแม่พิมพ์ส่วนใหญ่นั้นทำจากโลหะจึงทำการที่จะผลิตชิ้นงานจำนวนน้อยชิ้น

แม่พิมพ์(Mold) ที่ทำจาก High Temp Resin

ระบบการพิมพ์ SLA นั้นเป็นทางเลือกหนึ่งที่คุ้มค่าสำหรับการพิมพ์แม่พิมพ์เพื่อนำมาใช้ในการขึ้นรูปโมลด์อลูมิเนียม ด้วยวัสดุเรซิ่นที่มีคุณสมบัติแข็งและมีความเป็นไอโซโทรปิค(มีความสม่ำเสมอของเนื้อวัสดุ) และตัววัสดุเองก็ยังความสามารถในการเบี่ยงเบนความร้อนได้มากถึง238องศาเซลเซียส ที่ความดัน 0.45 เมกะปาสคาส นั่นหมายความว่าสามารถทนความร้อนและแรงดันเพียงพอที่จะทำแม่พิมพ์

ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติแบบตั้งโต๊ะที่ราคาไม่แพง วัสดุทนความร้อน และเครื่องฉีดพลาสติก ทำให้เป็นไปได้ที่จะทำการสร้างแต่พิมพ์ต้นแบบได้ทันทีที่บ้านเพื่อที่จะสร้างชิ้นงานต้นแบบขนาดเล็กในปริมาณที่ไม่สูงมาก(ประมาณ10-1000ชิ้น)
การพิมพ์แม่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติจะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาลงอย่างมากเมื่อเทียบกับการหล่อแม่พิมพ์โลหะ อีกทั้งยังช่วยให้ทีมวิศวกรได้ทำการปรับปรุงแม่พิมพ์ได้อย่างต่อเนื่องทำให้การพัฒนาแม่พิมพ์ทำได้อย่างต่อเนื่องด้วยต้นทุนที่ต่ำ

เครื่องพิมพ์ระบบ SLA เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการทำแม่พิมพ์ คุณลักษณะของระบบนี้คือการพิมพ์งานที่ได้พื้นผิวที่เรียบเนียนและมีความแม่นยำสูงมาก นั่นทำให้หลังจากพิมพ์งานมาแล้วทำให้แม่พิมพ์นำไปใช้ได้เลย
งานพิมพ์จากรระบบSLA มีพันธะเคมีที่แข็งแรง มีความหนาแน่นของชิ้นงานมากและมีความเป็นไอโซโทรปิกที่สูงมากอีกด้วย(มีความสม่ำเสมอของเนื้อชิ้นงาน) การทำจะสร้างงานที่มีความละเอียดสูงเช่นนี้แทบจะเป็นรไปไม่ได้เลยที่จะผลิตงานนี้บนเครื่องพิมพ์ระบบFDM

เพื่อที่จะทำแม่พิมพ์ ทางFormlabs ได้ทำการพัฒนา High Temp Resin(เรซิ่นทนความร้อนสูง) ที่สามารถเบี่ยงเบนความร้อนได้มากถึง 238 องศาเซลเซียส ที่ความดัน 0.45 เมกะปาสคาล ตัวเรซิ่นตัวนี้ยังสามารถทนความร้อนได้เป็นเวลานานแต่ใช้เวลาในการเย็นตัวน้อย

High Temp Resin

แต่เรซิ่นตัวนี้จะค่อนข้างเปราะ ถ้าหากใช้กับงานที่มีความซับซ้อนสูงอาจทำให้บิดงอหรือแตกหักได้ สำหรับงานบางประเภทนั้นการที่จะใช้งานได้หลายครั้งยังเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก

เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการปล่อยเรซิ่น Rigid 10K ซึ่งเป็นวัสดุเกรดอุตสาหกรรมที่ผสมใยแก้วเป็นจำนวนมากจึงทำให้รองรับรูปทรงเรขาคณิตต่างๆได้เป็นอย่างดี จึงเหมาะมากแก่การทำแม่พิมพ์

Rigid 10K Resin

เนื่องจากตัวเรซิ่นRigid 10K สามารถเบี่ยงเบนความร้อนได้มากถึง218 องศาเซลเซียส ที่ความดัน 0.45 เมกะปาสคาล และยังทนทานต่อแรงดึงได้อย่างมหาศาลที่ค่าTensile modulus เท่ากับ 10,000 เมกะพาสคาล ทำให้เรซิ่นชนิดนี้แข็งแกร่งแบบสุดขีด มีการรักษาอุณหภูมิที่คงที่ทำให้ผลิตงานได้เป็นหลักพันชิ้นด้วยแม่พิมพ์ที่ทำจากRigid 10K เพียงอันเดียว

เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นจะมีตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติต่างๆของเรซิ่นแต่ละชนิดให้เข้าใจมากขึ้น

เปรียบเทียบคุณสมบัติเรซิ่น

การทำพิมพ์งานจากแม่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์SLA
ความยุ่งยากของการพิมพ์งานด้วยแม่พิมพ์คือชิ้นงานที่มีลักษณะซับซ้อนและโครงสร้างของแม่พิมพ์ที่ซับซ้อนด้วย เราสามารถใช้เทอร์โมพลาสติกกับแม่พิมพ์ที่มาจากการพิมพ์สามมิติ ตัวอย่างเช่น PP,PE,TPU,TPE,POM หรือ PA ซึ่งเป้นวัสดุที่มีความหนืดต่ำซึ่งจะช่วยลดความดันและยังช่วยยืดอายุของแม่พิมพ์ได้อีกด้วย

ขั้นตอนการฉีดขึ้นรูปด้วยแม่พิมพ์3D Printing

การพิมพ์สามมิตินั้นกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถช่วยให้ส่วนงานการวิจัยพัฒนานั้นง่ายและเร็วมากขึ้น ในอนาคต3D printing จะเข้าไปอย่ในทุกงานและทุกวงการในไม่ช้า

Formlabs ผู้เดินหน้าด้วยงานวิจัยเพื่อเครื่องพิมพ์ระบบSLAคุณภาพสูงและสุดยอดวัสดุเพื่อการพิมพ์สามมิติ

Formalabs Resin for molding

รีวิว EinScan SE สแกนเนอร์ 3มิติ บนแท่นหมุนอัตโนมัติ Update 2021!!

รีวิว EinScan SE สแกนเนอร์ 3มิติ บนแท่นหมุนอัตโนมัติ Update 2021!!

video การแกะกล่อง Einscan SE

ความสามารถของ Software ใหม่

Einscan-SE/SP มีการอัพเดท Software ใหม่ให้เหมือน Einscan Pro 2X Series

ลูกค้า : บริษัท เอ.เบส อินเตอร์โปรดักส์ จำกัด Full Scale Max350

ลูกค้า : บริษัท เอ.เบส อินเตอร์โปรดักส์ จำกัด Full Scale Max350

 

เข้ามาสู่บริษัท เอ.เบส อินเตอร์โปรดักส์จำกัด เป็นบริษัทที่ทำเกี่ยวกับ แพคเกจจิ้ง จำพวกขวด หลอดสำหรับงานเครื่องสำอาง ครีมต่างๆ

สนใจเครื่องพิมพ์ Full Scale Series

ตัวอย่างชิ้นงานต้นแบบที่ขึ้นด้วยเครื่องพิมพ์3มิติเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่าตัวงานจะออกมาเป็นยังไงสามารถปรับแก้มุมโค้งได้อย่างแม่นยำใช้เวลาขึ้นไม่นานประหยัดเวลาในการขึ้นต้นแบบลดต้นทุนไปเยอะเลยครับ

และนี่คือตัวอย่างงานจริงที่ขึ้นรูปจากการฉีดพลาสติก

จะเห็นได้ว่าตัวต้นแบบมีความสำคัญต่อการนำไปใช้ขึ้นงานจริงอย่างมาก หากรูปทรงต้นแบบออกมายังไงงานจริงก็จะออกมาอย่างนั้น จึงไม่แปลกที่ทางบริษัท เอ เบส จะเพิ่มเครื่องพิมพ์3มิติเข้ามาเพื่อเป้นกำลังสำคัญในงานออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆต่อไป

คราวนี้จัดด้วยเครื่องขนาดใหญ่ขึ้นหลายเท่าอย่าง FullScale Max350 ขนาดพิมพ์ : 300 x 250 x 520 พร้อมการติดตั้งและแน่นอนมีการQCก่อนส่งลูกค้าครับผม^^