fbpx

รีวิว EinScan Pro 2X 2020 มีอะไรดีขึ้นจากเดิม

รีวิว EinScan Pro 2X 2020 มีอะไรดีขึ้นจากเดิม

สแกนเนอร์ EinScan Pro 2X เป็นสินค้ามีชื่อของ Shining3D ใช้กันแพร่หลายเนื่องจาก เป็น Hybrid สแกนได้ทั้งแบบ Fix-ขาตั้งกล้อง และ แบบ Handheld-มือถือสแกน จะเอาละเอียดก็ใช้ขาตั้งกล้องเอา จะเอาของชิ้นใหญ่-สแกนคนก็ใช้มือถือสแกนเอา EinScan Pro 2X (ต้นฉบับเริ่มขายเมื่อ 2018)

Timeline ของโปรดักส์ EinScan Pro 2X

เดือนมีนาคม 2021 ที่ผ่านมาได้ทำ Minor Change เป็น EinScan Pro 2X 2020 หลักการทำงานยังเหมือนเดิม มี Upgrade หลักๆขึ้นมาอีก 4-5 ข้อดังนี้

Upgrade List

  1. มีการเปลี่ยนวัสดุนิดหน่อย แก้ปัญหาเรื่อง LED ขาดเมื่อใช้ไปนานๆ / Software มีการพัฒนาเรื่อง AI
  2. สามารถสแกนได้ละเอียดขึ้นจาก 50micron เป็น 45micron ในโหมด Handheld — เอาง่ายๆเมื่อใช้มือถือสแกน จะสแกนได้คมขึ้น ละเอียดขึ้นนั้นเอง เป็นผลจากการ Upgrade ทั้งในส่วน Software และ Hardware
  3. สามารถไม่ติด Marker Sticker ในโหลด HD Scanner ได้แล้ว มีข้อแม้ว่าวัตถุต้องมีรูปทรงหรือลวดลายเฉพาะ ให้ AI จับ Texture ไปเรื่อยๆได้ — อันนี้จะดีกับคนที่ต้องสแกนมือถือ HD Mode แต่ไม่อยากติด Marker
  4. ความละเอียดในการ Scan เพิ่มเป็น 3,000,000point/sec — Point Cloud ที่เก็บมากขึ้น งานสแกนก็จะคม ละเอียดขึ้น
  5. ขนาด Scan ต่อ Shot ใหญ่ขึ้น 15% จาก 2x รุ่นก่อน 150x120mm – 250x200mm — Projector มีขนาดใหญ่และมีความแรงขึ้น(นิดนึง) ทำให้การสแกนเร็วขึ้น
Highlight Spec 2X 2020 จุดสำคัญที่มีการ upgrade

โหมดในการสแกนทั้ง 4 โหมดยังมาครบ

  1. ระบบมือถือสแกนรอบชิ้นงานหรือ Handheld HD Scan เป็นการสแกนที่ความละเอียด 45 Micron (0.045mm) ยิงแสงแบบแถบเส้น ทำได้โดยการเตรียมวัตถุ โดยติดหรือไม่ติด Marker ก็ได้ (ไม่ติดได้กรณีวัตถุมีรูปทรงลาดลายตลอดชิ้นงาน / ติดเมื่อชิ้นงานส่วนมากค่อนข้างเรียบ) เพื่อกำหนด Reference โดยผู้ใช้สามารถเดินรอบชิ้นงานที่ต้องการสแกนได้เลย โหมดนี้เหมือนกับการสแกนที่ต้องการคุณภาพสูง วัตถุอยู่นิ่ง ไม่เหมาะกับสิ่งมีชีวิต เช่น การสแกนรูปปั้นนอกสถานที่ วัตถุทางศิลปะ ชิ้นส่วนทางวิศกรรมที่ไม่สามารถถอดออกเป็นชิ้น ๆ ได้
  2. ระบบมือถือสแกนรอบชิ้นงานแบบเร็ว Handheld Rapid Scan ความละเอียดในการสแกนอยู่ที่ 100Micron (0.1mm) ยิงแสงแบบ QR Codeไม่ต้องติดสติกเกอร์ Marker เหมาะกับการสแกนสิ่งมีชีวิต เช่น มนุษย์
  3. สแกนอัตโนมัติด้วยถาดหมุน (Auto Scan) วางชิ้นงานลงบนฐาน เครื่องจะทำการสแกนจนเสร็จ ความละเอียดในการสแกนอยู่ที่ 40Micron (0.04mm) ซึ่งถือว่าคุณภาพสูงมาก แต่มีข้อจำกัดที่ชิ้นงานต้องขนาดไม่เกิน 20cm
  4. สแกนทีละช็อตโดยใช้ขาตั้งกล้อง(Fix Scan) ความละเอียดในการสแกนอยู่ที่ 40Micron (0.04mm) ทำการสแกนที่ละซ็อตไปเรื่อยๆโดยเครื่องสแกนเนอร์ต้องอยู่บนขาตั้งกล้อง

Info Graphic ต่างๆเพื่องานต่อความเข้าใจ

ภาพแรกเป็นการเปรียบเทียบ ขนาดสแกนต่อ Shot ของ 2x 2020 VS HD VS HX
ภาพสอง เปรียบเทียบต่อ นำภาพมาซ้อนกัน
ความเร็วในการสแกน

สรุป

  • สแกนเนอร์ Upgrade ขึ้นมานิดหน่อย Software จะ update ให้ตัวใหม่ 2020 เรื่อยๆ / ตัวเก่าจะ update น้อยลง
  • ราคาสูงขึ้น
  • ยังเป็นตัวที่น่าใข้เหมือนเดิม คาดว่าน่าจะเป็นสินค้าขายดีของ Shining3D เหมือนเดิม

หากสนใจสินค้า สามารถติดต่อเราได้ครับ 3DD เป็น Master Distributor ของ Shining3D ตั้งแต่ 2015

3D Scanner เลือกอย่างไง? ให้เหมาะกับคุณ (Update 2021)

3D Scanner เลือกอย่างไง? ให้เหมาะกับคุณ (Update 2021)

ปัจจุบันมีเครื่อง 3D Scanner ให้เลือกใช้หลากหลาย มีทั้งแบบราคาหลักหมื่น หลักแสน หลักล้าน เหมาะกับการใช้งานแตกต่างกัน โดยหลักๆในบทความนี้จะเป็นเครื่องสแกนเนอร์แบบ Structure Light/LED , Laser Scanner, Infrared ที่เป็นสินค้าหลักของ 3DD เป็นที่นิยมใช้กับทั่วโลก (เครื่อง Scanner แบบอื่นๆ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ “รู้จัก 3D Scanner คืออะไร”)

โดยเราสรุปการเลือกเครื่อง 3D Scanner จากหลายๆปัจจัย เช่น ขนาดของวัตถุที่เราต้องการสแกน, ชนิดของเครื่องสแกน, ความละเอียดของไฟล์สแกน และเรื่องสุดท้ายคือ ราคา ผู้ซื้อต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าต้องการนำไปสแกนอะไร เช่น สแกนคนไข้, สแกนรถยนต์, สแกนรูปปั้น ต้องการคุณภาพงานระดับไหน เครื่องแพงไม่ได้ดีที่สุด, เครื่องถูกหากใช้งานไม่ได้ก็ไม่เหมาะเหมือนกัน

Note : กรณีอยากทำความรู้จักเครื่อง 3D Scanner ว่าคืออะไร มีกี่ประเภท ประโยชน์คืออะไร สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บทความ “รู้จัก 3D Scanner คืออะไร”


เลือก 3D Scanner จาก 5 ปัจจัย

1. ขนาดของวัตถูที่ต้องการสแกน 

เครื่อง 3D Scanner ที่ใช้กันโดยทั่วไปมักจะรองรับกับชิ้นงานกว้าง 10cm-100cm (ขนาดกลาง) เครื่องที่สแกนของชิ้นเล็กๆ โดยเฉพาะเล็กกว่า 5cm ลงมาจะราคาสูง (เลนส์ของเครื่องสแกนจะใช้เป็นแบบ Macro) ส่วนเครื่องสแกนที่สแกนงานขนาดใหญ่ไปเลยเกินกว่า 1เมตร-รถยนต์ทั้งคัน หรือไปถึง 10เมตร ก็จะมีราคาสูงไปเลยเช่น เครื่องสแกนชิ้นงานขนาดกลางมีให้เลือกมากสุดราคาถูกสุด

Note : เครื่องสแกนของขนาดเล็กไปเลย หรือ ใหญ่ไปเลย ราคาจะสูงครับ / ของขนาดกลาง จะมีหลายรุ่นให้เลือก ราคาถูกกว่า

ขนาดกลาง หากงานที่ต้องการสแกน ขนาดความกว้างอยู่ในช่วง 10cm – 100cm จะมีเครื่องให้เลือกอยู่หลายรุ่น เกินครึ่งของผู้ใช้งานจะสแกนในช่วงนี้ ตัวอย่างชิ้นงานจำพวก ชิ้นส่วนเครื่องจักร, รูปปั้น, โมเดลทางการแพทย์, สินค้าทั่วไป ภาชนะต่างๆ หรือ เทวรูป ราคาเครื่องในรุ่นนี้มีหลายระดับราคา ตามแต่ความละเอียดของกล้อง หรือ ฟังก์ชั่นต่างๆ

ระบบที่แนะนำ : ได้ทั้งหมด Fix Scan, Hybrid และ Hanheld

รุ่นที่แนะนำ EinScan SE(Accuracy 100Micron), EinScan Pro 2X (40-50Micron) , EinScan Pro HD (40-50Micron)

ขนาดเล็ก ชิ้นงานจำพวกแหวน Jewelry งาน Restoration (สร้างเครื่องประดับซ้ำ หรือ ลอกแบบ), งานทางด้านทันตกรรม สแกนปูนพิมพ์ฟัน หรือ แม้กระทั่ววัตถุมงคล พระเครื่องที่มีขนาดเล็ก โดยผู้เขียนขอใช้คำว่าเล็ก กับชิ้นงานขนาดกว้างน้อยกว่า 5cm ลงมา เครื่องที่สามารถสแกนชิ้นงานขนาดเล็ก 3D Scanner นั้นจะใช้เลนส์ Macro โปรเจคเตอร์ หรือ LED ก็จะต้องมีความละเอียดระดับ Macro ราคาเครื่องจะค่อนข้างสูง

ระบบที่แนะนำ : ต้องเป็น Fix Scan เท่านั้น โดยระบบจะมี Automatic Turntable มาให้ด้วย

รุ่นที่แนะนำ : AutoScan Inspec  (10Micron)

ขนาดใหญ่  ชิ้นงานขนาดใหญ่ ในที่นี่หมายถึงงานขนาด 100cm ขึ้นไป เครื่องที่เหมาะสมกับระบบนี้ ควรจะสามารถถือสแกนได้ Handheld ชิ้นงานจำพวก รถยนต์, ยานพาหนะ, เครื่องจักรขนาดใหญ่, รูปปั้น, งานศิลปะ, รวมร่างกายมนุษย์ หรือ ส่วนของร่างกาย งานขนาดใหญ่ล้วนต้องการ Function การถือสแกน โดย Handheld ก็มีให้เลือกหลากหลายแบบตาม ความละเอียดของกล้อง หรือ เทคโนโลยีที่เอาเข้ามาเสริม เช่น บวก Laser Scan หรือ Infrared เข้ามาด้วย

เมื่อพูดถึง 3D Scanner แบบ Handheld สิ่งที่ต้องมาคำนึงคือ ความละเอียด และขนาดที่สแกนได้ต่อ Shot ยิ่งสามารถสแกนต่อ Shot ได้ใหญ่จะสามารถเก็บงานได้เร็วเท่านั้น ดังจะเห็นได้จาก รูปด้านล่างนี้

แสดงให้เห็นการ Scan Single Shot แต่ละรุ่นจะเก็บ Detail ได้ขนาดไม่เท่ากัน EinScan Pro 2X ได้เล็กสุดในกลุ่ม Handheld ในขณะที่ EinScan H กับ HX ทำได้ใหญ่ ใช้เวลาในการสแกนเก็บเร็วกว่า
เปรียบเทียบ Scan Area ในหนึ่ง Shot
จำลองให้ดูง่ายๆว่า ความเร็วในการทำงานแตกต่างกันอย่างไร

ระบบที่แนะนำ : Handheld มือถือ สแกนซึ่งสามารถทำงานได้เร็วกว่า

รุ่นที่แนะนำ : EinScan Pro 2X/2XP, EinScan Pro HD, EinScan H (มี Infrared), EinScan HX (มี 3D Laser Scan)

Note :  Laser Scan มีข้อดีสามารถสแกนวัตถุโลหะ รถยนต์ วัตถุสีเข้ม หรือ สะท้อนแสงได้, ส่วน Infrared จะมีความสามารถในการสแกนเส้นผม (สแกนได้ดีขึ้น แต่ไม่ทั้งหมดอยู่ดี)

2. Handheld & Fix Scanner

Fix Scan  การสแกนแบบ Fix Scan คือ “ขณะสแกนใน Shot นั้นๆ เครื่องสแกนต้องอยู่นิ่ง” อาจจะอยู่บนขาตั้งกล้อง หรือ แท่นจับ ก็ได้ เวลาในการสแกนแต่ละช็อตเกินวินาที-หลายวินาที ข้อดีของระบบนี้คือ สามารถเก็บงานได้ละเอียดกว่า ข้อเสียคือใช้เวลาในการสแกนนานกว่า

  • เวลาสแกนเครื่อง 3D Scanner ต้องอยู่นิ่งบนขาตั้งกล้อง สแกนจบค่อยย้ายไป Shot ต่อไป (แนะนำให้เลื่อมกับจุดเดิม 30% ขึ้นไป Software จึงจะต่อไฟล์ให้เองอัตโนมัติ)
  • ข้อดีของแบบนี้คือ สามารถเก็บรายละเอียดได้ดีกว่า ไฟล์คมชัดกว่า (เหมือนใช้ขาตั้งกล้องถ่ายรูป เทียบกับเราเอามือถือกล้องถ่าย)
  • ข้อเสียของระบบนี้ คือ ใช้เวลาในการสแกนนานกว่าแบบ Handheld โดยเฉพาะงานชิ้นใหญ่ๆเกิน 50cm ขึ้นไป
  • ระบบนี้สามารถทำงานร่วมกัน Automatic Turntable ได้ (3D Scanner อยู่บนขาตั้งกล้อง ชิ้นงานสแกนอยู่บนแท่นหมุนอัตโนมัติ เมื่อสแกน Shot หนึ่งเสร็จแท่นจะหมุนอัตโนมัติ ในองศาที่กำหนด เช่น 45องศา และ สแกนใน Shot ต่อไป สแกน 8 ครั้งจะได้ครบ 360องศา
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็น Fix Scan ล้วนๆ EinScan SE, AutoScan InspecDS-EX Pro

Handheld การสแกนแบบ Handheld จะเป็นเทคโนโลยีที่มาใหม่ พัฒนาต่อมาจาก Fix Scan สืบเนื่องจากคอมพิวเตอร์พัฒนาประมวลผลได้เร็ว ทั้งกราฟิกและการเขียนอ่านข้อมูล จึงสามารถเก็บ Shot ได้เร็วขึ้น เครื่อง Handheld จึงถือกำเนิด เครื่องใหม่จะเก็บ shot ได้ 15-30 fps หรือ 15-30 shot ในเวลาหนึ่งวินาที ทำให้ถือสแกน ลากเก็บภาพ 3มิติไปเรื่อยๆได

  • เวลาสแกนสามารถใช้มือถือสแกนชิ้นงานไปเรื่อยๆได้ ลากช้าหรือเร็วขึ้นกับ Spec ของเครื่องสแกนและความแรงของคอมพิวเตอร์ประมวลผล
  • ข้อดีคือ สแกนได้รวดเร็ว สะดวก เหมาะกับความชิ้นใหญ่
  • ข้อเสีย หากให้เทียบจริงๆแล้วคุณภาพงานสแกนสู้แบบ Fix ไม่ได้
  • สามารถสแกนคนหรือสัตว์ได้ (อย่างไรก็ตามคน ควรจะอยู่นิ่ง ยืนเฉย หรือ นั่งเฉยๆ)
  • เหมาะกับการสแกนของชิ้นใหญ่, ของที่เคลื่อนย้ายไม่ได้, คน หรือ สัตว์
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็น Handheld ล้วนๆ EinScan Pro 2X/2XP,EinScan Pro HD,EinScan H,EinScan HX, AoralScan Intra-Oral Scanner

Hybrid เครื่องสแกนที่รวมเอาสองความสามารถนี้เข้าด้วยกัน คือจะใช้ขาตั้งกล้องก็ได้ หรือ มือถือสแกนก็ได้ จะมาเสริมจุดเสียของ Fix Scan ที่เก็บงานได้ละเอียดแต่ช้ามีข้อจำกัด กับ Handheld Scan ที่เก็บงานได้เร็วคล่องตัว ละเอียดจะเก็บได้น้อยลง

  • เวลาที่ต้องการงานละเอียด ชิ้นงานเล็กใช้ โหมด Fix Scan
  • เวลาสแกนคน, ของชิ้นใหญ่ ของที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ ใช้โหมด Handheld Scan
  • เครื่องแบบ Hybrid จะครอบคลุมการทำงานหลาก สแกนได้ทั้งของชิ้นกลาง-ใหญ่
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็นแบบ Hybrid  EinScan Pro 2X/2XPEinScan Pro HD

Note : ถ้ามองในแง่การใช้งานที่หลากหลาย แนะนำให้ซื้อเป็นแบบ Hybrid เนื่องจากตอบโจทย์ขนาดการสแกนได้ตั้งแต่เล็กถึงใหญ่ สแกนของได้ครอบคลุมมากกว่า ทำงานคล่องตัว และ flexible กว่าที่สำคัญราคาไม่แพงมาก มีให้เลือกหลากหลายรุ่น EinScan Pro 2X/2XP EinScan Pro HD

3. ความละเอียดในการ

ความละเอียดในการสแกนเป็นเหตุผลสำคัญในการเลือกเครื่อง 3D Scanner แต่ละคนคาดหวังความละเอียดในการสแกนไม่เท่ากัน โดยมากเครื่องสแกนเนอร์ที่ละเอียดสูงราคาจะสูงตาม แต่ไม่ใช่ความละเอียดสูงจะดีทั้งหมด หากไฟล์ละเอียดมากไปก็จะกินความจุเยอะ ทำไป Process ต่อได้ยากทำงานได้ช้า เช่น บริษัททำ Packaging ต้องการสแกนสินค้ารูปทรงต่างๆเพื่อผลิตบรรจุภัณฑ์ ไฟล์ที่ต้องการเพียงแค่รูปร่าง เพื่อไปทำเป็น Outline กล่องสินค้าหรือ Thermoforming ก็ไม่ต้องเลือกรุ่นที่ละเอียดที่สุด กลับกัน กลุ่มธุรกิจที่ต้องการสแกนงานศิลปะรูปปั้น ต้องการรายละเอียดที่สูงให้มี Detail ใกล้เคียงกับงานต้นฉบับที่สุด เพื่อเวลาไปทำงานแต่ไฟล์ 3D ต่อสามารถทำได้น้อยที่สุด ก็ความเลือกเครื่องที่สแกนได้สูง

ละเอียดต่ำ (Accuracy >100Micron) กรณีไม่ต้องการความละเอียดในการสแกนสูงนัก เช่น ต้องการเพียงรูปร่าง ไม่ได้สนใจความพื้นผิวมากนัก หรือ การสแกนสิ่งของเครื่องการ Scale Down สแกนใหญ่ เอาไปพิมพ์ออกมาเล็กลง เช่นการปั้นดิน Model ขนาด 10 นิ้ว และพิมพ์ 3มิติ ย่อลงมาเหลือ 2 นิ้ว 1:5 เครื่องระดับนี้ก็ตอบโจทย์ได้ แถมราคาไม่แพง

รุ่นที่แนะนำ : EinScan Pro 2X/2XP, EinScan Pro HD, EinScan H (มี Infrared), EinScan HX (มี 3D Laser Scan)

ละเอียดกลาง (Accuracy 40-60Micron) กรณีหวังผลในการใช้งานทางธุรกิจเชิง Engineer, งานทางการแพทย์, งานทางศิลปะ แนะนำให้ดูความละเอียด ระดับ 50micron ไว้ สามารถไปทำงานต่อในด้าน Reverse Engineer, Inspection, งานปฏิมากรรม ความละเอียดระดับกลางนี้เป็นตลาดที่ใหญ่สุดเมื่อเทียบกับระดับต่ำ และสูง

รุ่นที่แนะนำ : EinScan Pro 2X/2XP, EinScan Pro HD, EinScan H (มี Infrared), EinScan HX (มี 3D Laser Scan)

ละเอียดสูง (Accuracy <20Micron) ส่วนมาเป็นเครื่องสแกนเฉพาะทาง เช่น เครื่องสแกนงานทางทันตกรรม, งานเครื่องประดับ Jewelry, งาน Metrology  เครื่องสแกนในระดับจะมีราคาค่อนข้างสูง แต่ได้ความแม่นยำสูงเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน

รุ่นที่แนะนำ : AutoScan Inspec (ความละเอียดที่ 10Micron), DS-EX Pro (เครื่องสแกนโมเดลฟัน), AoralScan Intra-Oral Scanner (เครื่องสแกน 3มิติในช่องปาก)

4. ลักษณะวัตถุที่ต้องการสแกน

  • ชิ้นงานสีดำ หากเป็นเครื่องสแกนปกติ จะต้องเตรียมพื้นผิวชิ้นงานก่อน เช่น พ่นสเปร์แป้ง กรณีที่พ่นสเปร์แป้งไม่ได้จริงๆ แนะนำเครื่องสแกนที่มี Function Laser Scan เข้าไปด้วย เช่นรุ่น EinScan HX
  • ชิ้นงานมันเงา วาว สะท้อนแสง จะต้องเตรียมผิวชิ้นงานก่อนเช่นกัน โดยมากจะพ่นสเปร์แป้ง Powder Spray หากไม่สามารถพ่นได้ หรือ ชิ้นงานพื้นผิว โลหะเป็นจำนวนมาก แนะนำสินค้าเป็น Laser 3D Scanner
  • Dental
  • Jewelry สแกนของชิ้นเล็กๆ
  • Autopart
  • Medical
  • ทั่วๆไป

ตย. การจับคู่เครื่องสแกนเนอร์ที่เหมาะสม

5. ราคา 

เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด แต่แน่หล่ะ เครื่องดีกว่า ราคาย่อมแนวโน้มแพงกว่า ในที่นี้อาจจะกล่าว เครื่องสแกนที่แนะนำในบทความนี้ราคาหลักหมื่น ถึงหลักแสน บางคนตกใจกับราคา เราท้าวความไปก่อนหน้านี้จัด 8 ปีเครื่อง 3D Scanner ใช้ในอุตสหกรรมจะราคาเกินล้านทั้งหมด มาถึง 2021 เครื่องราคาลงมาก และคุณภาพงานสแกนดีกว่าเดิม การใช้งาน User Friendly มากกว่า, ผนวกกับปัจจุบัน คอมพิวเตอร์มีความเร็วในการประมวลผลมากขึ้นมั้ง CPU เร็ว, SSD บันทึกเร็วขึ้น, การ์ดจอเร็วขึ้นมาก เป็นที่รู้กันว่า 3D Scanner เป็นอะไรที่กิน Spec เครื่องคอมมากๆ

หากการสแกนไม่ได้หวังผล ไม่ต้องการความละเอียด ลองเลือกไปทางเครื่อง Scanner จาก Iphone/Ipad Pro ที่มี Lidar (300-3000um accuracy) หรือเครื่องสแกน Low-end จาก XYZ เป็นต้น หากมองเครื่องสแกนที่ดีขึ้นมาเอามาใช้ในงาน >

หากต้องใช้เพื่อเป็นงานอดิเรก หรือ หวังผลทางธุรกิจ-ระดับอุตสาหกกรรม อาจจะพิจารณาจากข้างล่างนี้ครับ > 3D Scanner

  • ROI (Return on Investment) ราคาไม่สำคัญ เท่ากับจะคืนทุนเมื่อไหร่ มีหลายคนที่ซื้อไปสามารถคืนทุนภายใน 6เดือน – 1ปี ในขณะที่บางคนซื้อเครื่องไม่ตรงจุดประสงค์ราคาถูกกว่าแต่ใช่ไม่ได้จริง สรุปไม่คืนทุนก็มี
  • หากเปรียบเทียบรุ่นที่เราขายแล้ว Shining3D เป็นแบรนด์จากจีน และอยู่ในตลาดหลักทรัพย์เป็นตัวที่รัฐบาลจีนถือหุ้นอยู่ (เหมือนกรณี Hauwei) เป็นอันดับหนึ่ง หากเทียบกับแบรนด์ US, ยุโรป เลยตัวนี้ถือว่าได้เปรียบมากๆเรื่องราคาเพราะถูกกว่าเกิน 50% ปัจจุบัน Brand Shining3D ครองส่วนแบ่งตลาดเครื่องสแกน 3มิติ มากเป็นอันดับต้นแซงหลายแบรนด์เก่าในยุโรป มี Head Quarter ที่เยอรมัน และ อเมริกา / เครื่อง Zone ยุโรป และ อเมริกา จะดีตรงที่มีชื่อมากกว่าเป็นแบรนด์ที่มีมานาน แต่มีข้อเสียเรื่องราคา ต้องต่ออายุไลเซนรายปี และความซ่อมที่แพงมหาศาล ส่วนเครื่องจาก Shining3D มา Disrupt อีกทีหนึ่ง
  • แต่หากให้เทียบกับแบรนด์จากจีนด้วยกัน Shining3D อาจจะแพงกว่านิดหน่อย แต่แบรนด์ดูมีภาษีดีกว่าจากเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์และรัฐบาลถือหุ้น

สรุป

  • เราต้องรู้ว่าต้องการนำไปสแกนอะไรเป็นหลัก งานของเรามีขนาดใหญ่ หรือเล็กเพียงใด ส่วนใหญ่งานเกือบทั้งหมดเป็นขนาดกลาง 10-100cm
  • ระบบการสแกนหลักๆมี 3 แบบคือ Fix Scan ตั้งนิ่งเพื่อสแกน สแกนได้เก็บรายละเอียดได้ดีกว่า , Handheld ถือสแกน สแกนได้เร็ว สแกนได้ใหญ่, Hybrid คือเครื่องที่สามารถสแกนได้ทั้ง Fix+Handheld แบบ Hybrid สามารถทำงานได้หลายหลายเอาข้อดีของทั้งสองมาประยุกต์
  • ความละเอียดในการสแกนสูง ใช่ว่าจะดี เพื่อไฟล์หนัก กิน spec คอมสูง เลือกความละเอียดให้เหมาะสมกันงาน ช่วงประมาณ 50Micron เป็นช่วงที่นิยมสุด
  • ชิ้นงานบางอย่างเหมาะกันสแกนเนอร์เจาะจง เช่นเครื่องสแกนเนอร์ในช่องปาก, เครื่องสแกนเนอร์สำหรับ งานเล็กงาน Jewelry เครื่องสแกนเฉพาะเจาะจงส่วนมากจะราคาสูง เพราะทำ Software มาให้เฉพาะกับอุตสหากรรมนั้นๆ
  • ราคาเป็นเรื่องที่ต้องคำนึงเป็นหลัก หากหวังผลทางธุรกิจแล้วไม่แนะนำเครื่องสแกนราคาถูก/ iphone/ xyz Scanner (เหมาะกันใช้งานเล่นๆมากกว่า) — หากจะหวังผลแนะนำต้องแต่พวกรุ่น EinScan SE ขึ้นไปเลย แนะนำรุ่นที่เหมาะซื้อถูกไป งานไม่ได้ก็ไม่ดี ซื้อแพงไปใช้ไม่ถึงก็ไม่ดี
  • หากคิดอะไรไม่ออกรุ่นที่แนะนำ ใช้ได้หลายหลายสุดคือเครื่องแบบ Hybrid ใช้ได้เกือบทุก Category ราคาอยู่ในระดับกลางๆ ใช้ได้งานได้ถึงระดับอุตสาหกรรม EinScan Pro 2X/2XP EinScan Pro HD

คำแนะนำ

  • หากการสแกนของท่านครอบคลุมวัตถุหลายขนาดทั้งขนาดเล็ก-กลาง-ใหญ่ อยากให้แนะนำให้เลือก Scanner ที่สามารถสแกนแบบ Hybrid คือสแกนได้ทั้ง Handheld เพื่อสแกนของชิ้นใหญ่หน่อย วัตถุที่เคลื่อนย้ายลำบาก และ Fixed Scan โดยใช้ขาตั้งกล้องสแกนเป็นช็อตๆไปเรื่อยๆเพื่อเก็บรายละเอียดและความสวยงาย พวกนี้จะเป็นรุ่น EinScan Pro 2X/2XP, EinScan Pro HD
  • หากเจาะจงต้องสแกนวัตถุสีดำ หรือสแกนในที่จ้า แสง Backgroud เยอะหรือจ้าให้ลองเลือกรุ่น  EinScan Pro HD เพราะทำมาให้ยิงแสง LED ได้แรงขึ้นกว่ารุ่นอื่น ในกรณีที่ทั้งต้องการสแกนวัตถุสีดำ, วัตถุสะท้อนแสง, แสงพื้นหลังไม่สามารถควบคุมได้ แนะนำเป็นรุ่น EinScan HX เนื่องจากใช้ Blue Laser ในการสแกน Blue Laser จะมีความเข้มของแสงมากกว่า
  • EinScan HX เป็นเครื่องสแกนใหม่ที่ความสามารถของ Laser Scan (สแกนงานสีเข้ม, ผิวโลหะ, ผิวแวววาวได้) และ LED ซึ่งสามารถสแกนเก็บไฟล์สี ไม่ต้อง ติด Marker ได้ด้วย

ถามตอบ

Q : อยากได้เครื่องเดียวจบ สแกนงานได้หลายๆอย่าง ?

A : ไม่มีเครื่อง 3D Printer ไหนที่ครอบจักรวาล ขึ้นอยู่กับว่าต้องการสแกนวัสดุขนาดเท่าไหร่, ความละเอียดที่ต้องการ, และลักษณะพื้นผิว เช่น เครื่องสแกนแบบ Macro AutoScan Inspec สามารถสแกนได้ละเอียดมาก 10um แต่ขนาดใหญ่สุดที่เครื่องสแกนได้แค่ 12cm เนื่องจากการตั้งเลนส์โฟกัสไปยังชิ้นงานเป็นเลนส์ Macro อันนี้ได้ความละเอียดแต่สแกนได้แต่ชิ้นเล็กๆ

ถ้าจะให้แนะนำ รุ่นที่สแกนได้กว้างและหลากหลายที่สุด ให้มองจำพวกเครื่อง Hybrid ที่สแกนได้ทั้ง Handheld และ Fix Scan เนื่องจากสามารถรองรับงานได้ตั้งแต่ 10cm ถึง 2-3เมตร ในช่วง 10-60cm เก็บรายละเอียดได้ดีจากการ Fix Scan แต่หากชิ้นงานใหญ่กว่า 60cm หรือ สแกนคนสามารถสแกนได้ด้วยโหมด Handheld เครื่องสแกนเนอร์จำพวกนี้ได้แก่ EinScan Pro 2X/2XP, EinScan Pro HD

Q : งานที่ต้องการสแกนพ่นสเปร์ยแป้งไม่ได้ ควรจะเลือกรุ่น ?

A : ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า เครื่อง 3D Scanner ระบบ LED (ไม่ว่าแสงขาวหรือแสงน้ำเงิน) แพงทางวัสดุสีเข้มและมันวาวสะท้อนแสง ต้องเป็นเครื่อง LED ที่ยิงแสงน้ำเงิน-ม่วงเข้มมากๆถึงจะสแกนวัสดุเข้มหรือมันวาวได้ ดังนั้นหากเจอพื้นผิวดังกล่าวนิยมให้พ่นสเปร์ยแป้ง เตรียมผิวให้พร้อมสแกนเป็นสีขาวด้าน สเปร์ยแป้งมี Base เป็น Alcohol ไม่มีฤทธิ์กัดสีนัก แต่หลายๆครั้งวัตถุที่มาสแกนไม่สามารถพ่นสเปร์ยแป้งได้ เช่น เป็นวัตถุโบราณมีความสำคัญมาก, เครื่องยนต์เครื่องจักร

Q : งบจำกัด ในท้องตลาดมีหลายตัวเห็นบางตัวราคาหลักพัน ใช้ได้ไหม?

A : อยู่ที่ความคาดหวังของงานสแกนครับ ปัจจุบัน 3D Scanner ราคาหลักพันยังใช้งานได้ไม่ดีนัก เช่นตัวที่ในท้องตลาด Sense หรือ XYZ Scanner ใช้หลักการเป็นแสง infrared ค่าที่ได้ไม่แม่นยำเท่าใดนัก งานที่ได้พอดูรู้ว่าเป็นอะไรแต่ไม่เห็นรายละเอียด หากมองสแกนเนอร์เพื่อหวังผลการใช้งานควรเริ่มจาก LED Light หรือ Structure Light (สิ่ง Pattern แสง ใช้กล้อง 2 เก็บ Pattern แสงที่ได้) เช่น รุ่น EinScan SE เป็นต้นไป

Q : iPhone รุ่นไหม หรือ iPad Pro มีเทคโนโลยี Lidar ทำไมต้องซื้อ 3D Scanner?

A : Lidar ของ Iphone หรือ Ipad Pro นั้นเหมาะกับการสแกน หรือ Sensor เชิง Landscape มากกว่า เช่นการตรวจวัดระยะ หากสิ่งกีดขวาง การ Mapping AR มี App ที่นำเอาความสามารถนี้มาทำเป็น 3D Scanner แต่ทำได้ยังไม่ดีนัก Software ยังมี bug อยู่ ใครสนใจไปทดลองกันกับเครื่องตัวเองได้ครับ

Q : 3D Laser Scanner จำเป็นไหม? ทำไมแพงกว่ารุ่นอื่นๆ?

A : ปกติ Laser Scanner จะแพงนิยมใช้ในธุรกิจที่ต้องการความแม่นตรง(Precision) และ แม่นยำ(Accuracy) สูง ข้อดีของระบบ Laser นั้นคือสแกนชิ้นงานผิวต่างๆได้หลายหลาย ผิวโลหะ ผิวมันเงา ผิวด้าน แม้มีหลายพื้นๆผิวในชิ้นงานเดียวกันก็สามารถสแกนได้ ส่วนเครื่อง 3D Scanner แบบ LED/Structure Light ต้องเตรียวพื้นผิวชิ้นงานหน่อยสำหรับ ผิวโลหะ ผิวดำ มันวาว ต้องพ่นสเปร์แป้งรองผิวก่อน ถ้าไม่ได้ติดเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่อง Laser สแกน


อ่านเพิ่มเติม 

ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่นี่


อ่าน Review เพิ่มเติมตามแต่ละรุ่นไปที่นี่

Einscan HX รีวิวแบบจัดเต็ม

Einscan HX รีวิวแบบจัดเต็ม

Einscan HX สแกนเนอร์ระบบhandheldที่สามารถใช้กับงานได้หลากหลายแบบ ที่มาพร้อมระบบการสแกนแบบHybridมีทั้งสองระบบคือ laser scan เป็นโหมดที่เรีบกได้ว่ามีความละเอียดและแม่นยำที่สุดในปัจจุบัน มาคู่กับระบบ Blue light LED ที่เป็นที่นิยมของเครื่องสแกนหลายๆแบบ ที่มีความสามารถมากกว่าระบบ White light LED และยังสามารถเก็บสีได้ในตัวอีกด้วย
Einscan HX จะเน้นหนักไปทางงานเชิงวิศวกรรมเป็นหลักและงานที่มีขนาดใหญ่ถึงใหญ่มาก จะเหมาะกับงานสแกนรถ เครื่องจักร ชิ้นส่วนขนาดใหญ่ที่มีรายละเอียดสูงๆ แม้แต่งานรูปปั้น งานสแกนทั่วไปที่ต้องการสี

Einscan HX เป็นสแกนเนอร์ในระบบHandheldที่ใช้งานงานง่าย น้ำหนักเบา ทำให้ยืดหยุ่นได้มากในการทำงาน
สแกนด้วยความละเอียดสูงที่ระยะห่างระหว่างจุดอยู่ที่0.05mm และ0.04mm ที่โหมดLaser Scan
ในโหมดRapid Scan สามารถสแกนได้ที่ความละเอียดมากถึง 1,200,000จุด/วินาที ทำให้งานมีความละเอียดมาขึ้น จึงนำงานที่ได้ไปReverse Engineering, CAD/CAMได้ดียิ่งขึ้น
ระบบสแกนแบบHybrid Blue Laser และ Blue light LED ทำให้สแกนงานได้หลากหลายมากขึ้นสแกนได้แม้กระทั่งสีดำ
กล้องสแกนสีในตัว สแกนครบจบทุกสีและพื้นผิว

ภายนอก

ตัวเครื่องจะมีรูปทรงคล้ายคลึงกับดัมเบลทำให้จับได้ถนัดมือ และมีขนาดไม่ใหญ่มากจึงทำให้การเคลื่อนที่สแกนทำได้ง่ายมากขึ้น และด้วยน้ำหนักเพียง780กรัมเท่านั้นทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องโดยไม่ล้า

 

การวางปุ่มกดของเครื่องนั้นจะวางทั้งหมดที่ตรงกลางไม่ว่าผู้ใช้จะถนัดมือซ้ายหรือมือขวาก็สามารถใช้งานได้
ปุ่มของเครื่องจะประกอบไปด้วย ปุ่มสแกน จะอยู่ตรงกลางที่ด้ามจับและจะตรงกับนิ้วโป้งพอดี ด้านบนของเครื่องจะมีปุ่มปรับแสงสว่างและปุ่มสำหรับขยายภาพ กาดรกดปุ่มส่วนนี้อาจจะยากนิดหน่อยเพราะปุ่มนั้นอยู่สูงและขนาดใหญ่หากผู้ใช้มือเล้กก้อาจจะต้องใช้อีกมือมาช่วย ถึงแม้ว่าปุ่มจะใหญ่แต่ไม่แข็งสามารถกดได้ง่ายมาก

การเชื่อมต่อจะใช้เป็นสายสองเส้นของเครื่องเองเพื่อเชื่อมต่อไฟละสัญญาณและเชื่อมต่อเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยUSB3.0
ตัวเครื่องจะมีกล้องทั้งหมดสี่ตัวแต่ละตัวจะมีหลอดLEDอยู่รอบๆ ตรงกลางด้านบนจะเป็นตัวยิงแสงเลเซอร์ออกมา ส่วนตรงกลางด้านล่างจะเป็นโปรเจกเตอร์สำหรับ Blue LED

ภายใน

Einscan HXจะสแกนด้วยสองโหมดคือ
1.Laser scan โหมดนี้เรียกได้ว่าเป็นโหมดที่สแกนได้ละเอียดที่สุดของสแกนเนอร์ในปัจจุบัน สามารถเก็บรายละเอียดของตัวงานได้แม่นยำที่สุดแม้จะใช้งานกลางแจ้งก็ยังทำได้ โหมดนี้จะใช้ร่วมกับMarkerเพื่อให้มีจุดอ้างอิง เนื่องจากLaserมีลักษณะเป็นเส้นจึงทำให้การหาจุดอ้างอิงทำได้ยากมากถึงแม้ว่าจะเก็บรายละเอียดได้มากก็ตาม
จุดเด่นของการสแกนด้วยLaserที่ทำให้มันเป็นระบบที่สามารถสแกนได้แม่นยำที่สุดในเวลนี้ก็เพราะว่ามันสามารถสแกนงานที่มีลักษณะReflective(สะท้อนแสง)และงานสีดำได้ เพราะLaserจะสนใจแค่ลักษณะพื้นผิวของงานเท่านั้นจึงทำให้สีของงานไม่ส่งผลกับการสแกน
2.Rapid scan โหมดนี้ใช้กับการสแกนงานทั่วไป สามารถแสกนได้เร็วตามชื่อของมันและเร็วกว่าโหมดLaser scan เล็กน้อยแต่ความละเอียดของงานสแกนจะสู้โหมดLaser scanไม่ได้ โหมดนี้จะใช้Blue LEDในการสแกนงานโดยให้แสงสีฟ้าสะท้อนจากตัวงานกลับเข้ามาที่กล้องเพื่อประมวลผล
ในโหมดนี้ก็จะมีโหมดย่อยอีกสองโหมดคือ

  • non texture โหมดนี้จะไม่เก็บสีแต่สามารถเลือกที่จะเก็บพื้นผิวก็ได้ เก็บงานที่ใช้Markerก็ได้ หรือใช้แบบHybridก็ได้เช่นกัน
  • Texture โหมดนี้จะเป็นการสแกนงานสีโดยการเน้นเก็บผิวงานเป็นหลัก สีที่สแกนได้จะใกล้กับความเป็นจริงมาก
    ซึ่งโหมดRapid scanนั้นก็สามารถสแกนงานที่เป็นReflective(สะท้อนแสง)และงานสีดำได้เช่นกันแต่จะต้องใช้เทคนิคการปรับแสงระหว่างสแกนเพราะถ้าหากแสงมากเกินไปตัวเครื่องจะมองไม่เห็นงานส่วนที่เป็นสะท้อนหรือสีดำได้

อุปกรณ์ที่มากับเครื่อง
ตัวเครื่องจะมาพร้อมกับอุปกรณ์เสริมแบบครบครัน จะประกอบไปด้วย

  • ตัวเครื่องสแกน
  • แผ่นคาริเบต(พร้อมแผ่นรองสำหรับเทียบมุมการใช้งาน)

  • Marker สำหรับEiscan HX จะใช้ขนาด10mm(ของPro Series จะใช้ 7mm) มีแถมมาให้ทั้งหมด10แผ่น

  • สายสัญญาณที่มาเป็นคู่กับสายไฟเข้าเครื่อง(สายไฟยาวประมาณ5เมตร)

  • อแดปเตอร์สำหรับเครื่อง ที่มาพร้อมกับหัวปลั๊กสำหรับเปลี่ยนเพื่อการใช้งานได้หลายรูปแบบและหลายประเทศ

  • USB Drive จะมีLicense สำหรับเครื่อง
  • โปรแกรมSolidEdge และ Geomagic Essentials อย่างละ 1 License

การสแกนโหมดLaser Scan
เป็นโหมดที่ละเอียดที่สุดของสแกนเนอร์ ความสามารถเด่นของโหมดนี้คือการเก็บรายละเอียดของชิ้นงานได้ครบทุกองค์ประกอบไม่ว่าจะเป็นส่วนงอกส่วนย้อยเล็กๆของชิ้นงานได้ดี เก็บพื้นผิวได้ครบและการใช้Laserสามารถสแกนงานกลางแจ้งได้เพราะไม่จำเป็นต้องใช้แสงสะท้อน และไม่จำเป้นต้องพ่นสเปรย์แป้ง
โหมดนี้จะใช้เฉพาะกับงานที่ติดMarkerเท่านั้นแต่ไม่ต้องพ่นสเปรย์แป้ง Laserสามารถจับผิวชิ้นงานได้ดีมากแต่จำเป็นต้องมีจุดอ้างอิงเพราะLaserจะยิงแสงเป็นเส้นแบบตัดไขว้กันไปมาด้วยความเข้มสูงจะเก็บแต่พื้นผิวดังนั้นสีของตัวงานจะไม่ส่งผลกับการสแกนเลยแม้แต่น้อย และยังทำให้EiscanHXสามารถสแกนงานกลางแจ้งได้
การใช้งานในโหมดนี้ง่ายมากหากงานติดMakerมาแล้ว เพียงแค่เลือกโหมด เลือกความละเอียดแล้วสแกนได้เลย

หลังจากที่เข้ามาแล้วก้มีการตั้งค่าเพิ่มเติมให้อีกคือการเลือกว่างานชิ้นนั้นเป็นงานทั่วไป สะท้อนแสง หรือสีดำ(จริงๆไม่เลือกก็สแกนได้นะ แต่ถ้างานเป็นดำหรือสะท้อนแล้วเลือกจะสแกนได้ดีกว่า)
หากงานที่เป็นพื้นผิวที่สแกนได้ยากเช่น ซอกลึกๆ พื้นผิวที่หักมุม จุดพื้นที่ที่ห่างจากmarker ก็สามารถสแกนได้แต่ต้องทำการสแกนให้ละเอียดมากขึ้น

งานเสร็จเรียบร้อย

การใช้งานโหมด Rapid Scan
ในโหมดนี้จะมีการทำงานอยู่สองส่วนคือการสแกนแบบ Non-Texture และแบบ Texture
ในส่วนNon-TextureคือการสแกนงานตัวBlue Light LEDสามารถเก็บรายละเอียดได้ดี สแกนได้เร็ว และยังสามารถใช้งานได้หลากหลาย ทั้งกับงานที่มีMarkerและไม่มีก็สามารถสแกนได้ หรือจะเลือกเป็นแบบhybridก็ทำได้เช่นกัน อีกทั้งยังสามารถโดยใช้พื้นผิวเป็นตัวอ้างอิงได้เช่นกัน(Feature) แต่ความละเอียดก็ยังไม่ใกล้เคียงกับLaser Scan

ข้อเสียของRapid scan(ทั้งBlue lightและWhite Light) คือความแม่นยำไม่ได้สูงมากเท่าที่ควรถึงแม้ว่าความละเอียดจากสูงก็ตาม บางครั้งการสแกนงานที่ซับซ้อนหรือมีจุดอ้างอิงน้อยเกินไปด้วยความเร็วที่มากอาจจะทำให้งานเกิดอาการงานซ้อนได้ ซึ่งวิธีแก้คือการลบส่วนที่ซ้อนกันแล้วสแกนจุดนั้นใหม่อีกครั้ง

จุดเด่นอีกอย่างของEiscan HXคือโหมด Blue Lightของเครื่องสามารถสแกนงานงานกลางแจ้งได้ค่อนข้างดี และยังสามารถสแกนงานที่มีความมันวาวและงานสีดำได้ดี แต่ระหว่างสแกนั้นผู้ใช้ต้องคอยปรับแสงเรื่อยๆหากตำแหน่งงานเปลี่ยนจากจุดปกติไปจุดที่มีสีดำ

 

ในส่วนTextureคือการสแกนงานโดยการเก็บสีไปด้วย ในโหมดนี้จะไม่สามารถใช้markerได้ เพราะโปรแกรมจะใช้สีและลักษณะของผิวงานเป็นจุดอ้างอิงแทนเท่านั้น หากติดMarkerเข้ามาจะทำให้เครื่องสแกนเก็บMarkerเข้าไปด้วยและคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของตัวงานจะไม่สามารถลบเฉพาะMarkerออกได้

ด้วยความสามารถของBlue Light LEDของ Einscan HX สามารถสแกนสีได้ในตัวไม่จำเป็นต้องซื้อโมดูลสแกนสีมาต่อเพิ่มแต่อย่างใด และสีที่ได้จะใกล้เคียงความเป็นจริงมาก และEiscan HX สามารถสแกนสีดำได้ จึงสแกนสีดำเก็บเข้ามาได้เช่นกัน

หากสแกนงานที่เป็นสีดำก็ต้องทำการลดแสงของเครื่องสแกนลงไม่งั้นเครื่องจะมองไม่เห็นสีดำ
ในการสแกนไม่สามารถติดMarkerได้ ในส่วนพื้นผิวที่เรียบและมีสีเดียวอาจจะทำได้ยากจึงต้องใช้ทักษะของผู้ใช้ประมาณนึง

สุรุป
Einscan HX ทำงานสแกนได้ค่อนข้างหลากหลายงาน แต่จะเน้นไปทางวิศวกรรมจะทำได้ดีที่สุด กับการสแกนงานที่ไม่ได้ใช้เวลาในการสแกนนานมากนักถือว่าทำได้ดี
จุดเด่น
-มีโหมดLaser Scan สำหรับสแกนงานละเอียดสูง
-Blue light LED สามารถสแกนงานได้หลากหลายมาก ความละเอียดสูง ทั้งแบบติดและไม่ติดMarker
-เป็นHandheld Scannerที่น้ำหนักเบา ทำให้ผู้ใช้ทำงานได้สะดวกมาก
-สแกนสีได้สวย สีใกล้เคียงกับความเป็นจริงมาก
-สแกนได้เร็ว สแกนได้ดีมากกับงานที่มีขนาดใหญ่ สแกนงานกลางแจ้งได้0
ข้อสังเกต
-จะไม่สามารถใช้โหมดFix Scanได้
-งานที่มีขนาดเล็กไม่สารถสแกนได้

หวังว่าEiscan HX จะเป็นตัวเลือกให้ผุ้ที่สแกนงานได้นำไปใช้กันนะครับ
หากยังไม่กล้าตัดสินใจ สามารถมาทดลองใช้ที่หน้าร้านของเราได้นะครับ

รู้จัก 3D Scanner คืออะไร? มีกี่ประเภท? (update 2021)

รู้จัก 3D Scanner คืออะไร? มีกี่ประเภท? (update 2021)

บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักเครื่องสแกน 3มิติ การนำไปใช้งาน และ ประเภทของสแกนเนอร์ 3มิติ หลายคนน่าจะรู้จักเครื่องสแกนเอกสาร (2D) เราสามารถเก็บสำเนาดิจิทัลเป็นไฟล์รูปหรือ PDF ได้ เครื่องสแกนเนอร์ 3มิติมีจุดประสงค์การใช้เดียวกัน คือการสร้างสำเนาของมูล Digital ของวัตถุ ต่างกันที่เป็นรูปแบบ 3มิติ Polygon (หรือ อาจใช้คำว่า Mesh ก็ได้) ไฟล์ 3D ที่ได้นี้อาจจะไปต่อ ไปพิมพ์ออกมาเป็นโมเดล 3มิติ (ใช้เครื่องพิมพ์ 3มิติ) , เอาไปทำ Animation, ทำหนัง CG, เอาไปใช้ในเชิง Engineer วิศวกรรมย้อนรอย, ใช้เชิงการแพทย์ได้ และล่าสุดในอุตสาหกรรม VR / AR

โดยเครื่อง 3D Scanner นั้นมีหลายแบบหลายประเภทเหมาะในการใช้งานไม่เหมือนกัน เช่นแบบ LED-Structure Light เป็นการฉาย Pattern แสงไปยังวัตถุ เหมาะกับการสแกนวัตถุ รูปปั้น สามารถเก็บไฟล์ได้ละเอียด , Laser ใช้เส้น Laser ยิงไปที่ชิ้นงาน เหมาะกับงานโลหะ รถยนต์ หรือวัตถุที่มีขนาดใหญ่, Lidar การยิงลำแสงเลเซอร์จำนวนมาไปยังวัตถุ หรือ สถานที่ Lidar เหมาะกับงานสแกนสำรวจ หรือใช้กับสถานที่มากกว่า สแกนวัตถุ, Infrared แม้ว่ามีคุณภาพต่ำไม่ละเอียด แต่มีความสามารถที่ระบบอื่นไม่มีคือการแยกวัตถุด้วยความร้อน เหมาะกับการสแกนสิ่งมีชีวิต คน หรือ สัตว์เป็นต้น, MRI Scan เครื่องสแกนภายในร่างกายมนุษย์ ที่ใช้ในโรงพยาบาล ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า นำภาพ 2D หลายๆ Slice มาต่อเป็น 3D เป็นต้น โดยแต่ละชนิดมีความสามารถข้อดี ข้อเสียแตกต่างกัน ซึ่งจะกล่าวถึงรายละเอียดด้านล่างต่อไป

ปล. บทความนี้เขียนขึ้นจากข้อมูลปัจจุบัน ธันวาคม 2020 / ท่านสามารถอ่านต่อ วิธีการเลือก 3D Scanner ให้เหมาะกับคุณ

3D Scanner คืออะไร?

เครื่องสแกน 3มิติ คือเครื่องเก็บข้อมูล 3มิติ (Collecting 3D Data) จากวัตถุ, โมเดล, สิ่งของ, คน รวมถึงสถานที่ก็ได้ โดยผลที่ได้คือ ไฟล์ 3มิติ ในรูปแบบ Polygon, 3D Mesh  (หลายครั้ง เข้าใจผิดว่าไฟล์ที่ได้เป็น CAD) นามสกุลที่นิยมกันกันคือ .STL, .OBJ เป็นต้น ข้อมูลที่ได้มีมิติกว้าง, ลึก, สูง x-y-z ความละเอียดความแม่นยำของไฟล์ที่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของ 3D Scanner คำที่เกี่ยวข้องกับ 3D Scanner คือ

  • Point Cloud กลุ่มของจุด coordinate x-y-z เป็น Raw Data ของเครื่องสแกน 3มิติ (เป็นกลุ่มจุด) ก่อนที่ Software จะแปลงจุดดังกล่าวเป็น Polygon (สามเหลี่ยมต่อกัน)
  • Accuracy ความละเอียดหรือแม่นยำในการ 3D scanner โดยมากจะระบุในหน่วย Micron เช่นเครื่องความละเอียดสูงระดับ 10Micron หรือ ระยะความห่างของ Point Cloud ดีสุดที่ทำได้คือ 10micron (ยิ่งระยะห่างน้อยยิ่งละเอียดนั้นเอง)

    สแกนให้เห็น Point Cloud กับ Polygon

ประโยชน์ของ 3D Scanner

ไฟล์ที่ได้จากเครื่อง 3D Scanner สามารถไปใช้งานต่อได้มากมาย ถ้าไม่ได้ไปแต่อะไรเพิ่มเติมสามารถพิมพ์ได้ทันทีด้วย 3D Printer โดยสามารถย่อ-ขยายโมเดลตามต้องการ, 3D Files สามารถนำไปวาดต่อเป็น CAD ไฟล์ หรือ นิยมเรียกว่า Reverse Engineer, เอาวิเคราะการรักษาทางการแพทย์-ทันตกรรม, เอาสร้างเกมส์-สร้างหนัง, แสดงตัวอย่างสินค้าเพื่อการโฆษณา และ ล่าสุดไปแสดงผลในงาน VR/AR

Engineering เชิงวิศวกรรม จะนิยมเอาไปใช้ 2 ทางด้วยกัน คือ  Reverse Engineering หรือ วิศวกรรมย้อนกลับ และ Inspection

  • Reverse Engineering เป็นการสแกน วัตถุที่มีอยู่ เป็นไฟล์ 3มิติ แล้วไปทำย้อนกลับเป็น CAD ตัวอย่างเช่น รถยนต์โบราณที่ไม่มีผลิตแล้ว หากอยากจะสร้างขึ้นมาใหม่ หรือ ทำเฉพาะบางส่วน สามารถใช้เครื่องสแกนเนอร์ 3มิติ เก็บรายละเอียด เอามาสร้างไฟล์ CAD นำไปใช้กับเครื่อง CNC หรือเครื่อง 3D Printer ต่อไป
  • Inspection เป็นการควบคุมการผลิต เพื่อเปรียบเทียบงานที่ผลิตออกมาจริงๆ กับไฟล์ต้นแบบมาตรฐานที่สร้างไว้ การผลิตสินค้าหลายๆครั้งเมื่อรันเครื่องผลิตไปเรื่อยๆแล้วขนาดรูปร่างอาจจะไม่ตรงตามต้องการต้องมีการจูนเครื่องจักรกัน การผลิตที่เข้มงวดกับเรื่องนี้มากๆเช่นการผลิตเครื่องยนต์ งานหล่อ หรือ งานฉีดพลาสติกอาจจะไม่ได้คุณภาพหรือขนาดตามที่ต้องการ 3D Scanner จะมาช่วยในส่วนนี้ โดยวิศวกรจะนำไฟล์สแกน มาเทียบกับไฟล์ CAD มาตรฐาน

    ตย.ที่แสดงในรูป สแกนหลอดไฟ สามารถแบ่งการใช้ได้สองทาง (ซ้าย) ทำไฟล์ที่ได้จากการสแกนสีฟ้า ไปเปรียบเทียบกันไฟล์มาตรฐานสินค้า Software จะประมวลผลพื้นที่ที่รูปร่างแตกต่าง Design VS Actual เป็น Mapping สี (ขวา) นำไฟล์สแกนสีได้สีฟ้า ไปทำการวาด CAD ขึ้นมาใหม่

ทางด้านศิลปะ และ ภาพยนต์ เกมส์ สแกนวัตถุ คน สิ่งของ แล้วเอาไปแต่ไฟล์ต่อใน Software อื่นๆ เช่น Zbrush สามารถแก้ไขปรับแต่ง เพิ่มรายละเอียด เป็นการลดระยะเวลาในการทำงาน และคงคุณภาพงานได้ใกล้เคียงความจริงกว่า เช่น แต่ก่อนจะต้องสร้างโมเดลหน้าคนจากศูนย์เลย ตอนนี้สามารถสแกนเอาไฟล์สแกนมาแต่งเพิ่มเติม จะลดเวลา และได้ผลลัพธ์ออกมาเหมือนหน้าคนจริงๆมากกว่า เอาไปแสดงผลในภาพยนต์หรือเกมส์ต่อ STL สามารถเอาไปพิมพ์ 3มิติออกมา ตัวอย่างการนำไปใช้

  • ย่อขยายโมเดล งาน Scale ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนคือ ปั้นพระองค์หนึ่งจากขึ้ผึ้งขึ้นมาขนาด 20cm (หรือขนาดที่ผู้ปั้นถนัด) สแกนไฟล์ดังกล่าวเพื่อเอาไปผลิต พระองค์นั้นในขนาดต่างๆ 5cm, 10cm, 20cm, 50cm, 100cm ไม่ต้องปั้นพระองค์เดิมๆหลายขนาด / ตย.ที่สอง เช่นที่อุทยานราชภักดิ์ ช่างปั้นโมเดลขนาดเ
  • สร้างซ้ำ เช่นมีวัตถุโบราณ ต้องการสร้างซ้ำ เราจะใช้การสแกน
  • สแกนเพื่อความสมจริง ประยุกต์ใช้ 3D scanner เก็บข้อมูลจากของจริง เช่นสแกนหน้าคนจะได้ความสมจริงกว่า (สแกนบางส่วน ปั้น3D ขึ้นเองบางส่วนก็ได้
ประยุกต์เก่ากับใหม่ ให้ศิลปินปั้นขึ้นมาจากขี้ผึ้ง นำมาสแกนเพื่อไปแต่งรายละเอียดต่อ สามารถไปย่อขนาดเป็นองค์เล็ก หรือ ไปทำให้ขยายเป็นชิ้นใหญ่ๆได้
งาน Scales สามารถสร้างโมเดลขนาดต่างๆ ด้วยไฟล์สแกนเดียว
Scan บางส่วน ปั้นไฟล์ 3D เองบางส่วน ตัวอย่างนี้ดีทั้งแสดงให้เห็น การประยุกต์จนถึงขั้นตอนการพิมพ์

ทางการแพทย์ ทันตกรรม ใช้สแกนเนอร์ 3มิติ ไปวินิจฉัยอาการและทำแผนการรักษาต่อไป ทางการแพทย์นั้นจะใช้สแกนเนอร์ ทั้งภายในและภายนอกร่างกาย ตัวอย่างเช่น

  • ทันตแพทย์ ใช้ Intraoral สแกนฟันในช่องปาก นำไฟล์ที่ได้ไปทำการจัดฟันในช่องปาก Clear Aligner, สร้างครอบฟัน หรือ อื่นๆจากเครื่องพิมพ์ 3มิติ
  • แพทย์ศัลยกรรมสมอง ใช้ MRI สแกนสมองเพื่อวิเคราะห์การรักษา จากไฟล์ 3มิติ
  • แพทย์วินัจฉัยกระดูผิดรูป จากเครื่อง CT Scan
การใช้เครื่องสแกนในช่องปาก Intraoral Scan และเครื่องพิมพ์ 3มิติ : AoralScan / Form3B

ประเภทของ 3D Scanner

 

แบ่งประเภท 3D Scanner ตามชนิดแสง/ชนิดเซนเซอร์

LED / Structure Light ใช้แสงในการสแกน โดยมากจะเป็นแสงขาว หรือ แสงน้ำเงิน โดยทั่วไปหลักการทำงานจะฉายแสงที่มี Pattern เป็นแถบเส้น (เหมือน Barcode แบบเส้น) หรือ แบบ Noise (เหมือน QR Code) ไปที่วัสดุ กล้องจะจับภาพกลับโดยมากจะมีกล้อง 2 ตัวขึ้นไป Software จะนำภาพ pattern ที่จับได้มาแปลงเป็นไฟล์ 3มิติ (แสงยิง Pattern ไปเหมือนเดิม แต่รูปร่างของวัตถุไม่เหมือนกัน กล้องจะเก็บรูปที่ได้ไม่เหมือนกัน)

  • เก็บข้อมูลเป็น Plane XY หนึ่ง shot คือหนึ่งภาพ
  • ข้อดีคือ สแกนเร็ว และ ได้ข้อมูลความละเอียดหวังผลได้
  • ข้อเสียคือ ไม่สามารถสแกนหรือสแกนได้คุณภาพไม่ดี ใน วัตถุสีทีบแสง(ไม่สะท้อนแสง), วัตถุมันวาว(สะท้อนแสงมากเกินจนกระเจิง), วัตถุใสทะลุ(กล้องไม่สามารถเก็บค่าแสงที่สะท้อนออกมาได้) อย่างไรก็ตามสามารถแก้ปัญหานี้โดยการเตรียมผิวชิ้นงาน เตรียมสภาพแวดล้อมการสแกนก่อน อ่านเพิ่มที่ขั้นตอบการเตรียมวัสดุสแกน
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด Shining3D, Artech, Gom
แสดงที่ฉายออกมาเป็นแถบเส้นเท่าๆกัน เมื่อตกกระทบที่ชิ้นงานจะได้ลักษณะเส้นเฉพาะตัวตามรูปร่างของงาน Software ประมวลข้อมูลที่ได้เป็นไฟล์ 3มิติ
อีกลักษณะหนึ่งของ Structure Light คราวนี้ไม่ฉายเป็นแถบเส้น แต่ฉายเป็น Noise เฉพาะตัวคล้ายๆ QR Code กล้องเก็บภาพที่ได้ไปประมวลผลเช่นกัน ในรูปเครื่อง StructureLight แบบ Handheld
Diagram การสแกนแบบ Structure Light จะเห็นว่า Project ฉายภาพที่เป็น Pattern ไปยังวัตถุ กล้องทั้งสองตัวจะจับภาพได้ไม่เหมือนกันตามรูปร่างของวัตถุ

Laser ใช้เลเซอร์เป็นแหล่งแสง เลเซอร์อาจจะมีสีแดง หรือ สีน้ำเงินก็ได้ ข้อดีของแสงเลเซอร์คือ มีความเข้มของแสงมากกว่าที่ฉายจากโปรเจคเตอร์หรือจากLED มากๆ ดังนั้นสามารถลองรับวัสดุที่หลากหลายกว่า วัสดุสีเข้ม หรือวัสดุที่มันวาวสะท้อนแสง

  • เก็บข้อมูลเป็นเส้น Line หนี่ง frame เอาเส้นมาต่อๆกันเป็นไฟล์ 3มิติ
  • ข้อดีแสงมีความเข้มแสงมากกว่า รอบรับการสแกนหลายพื้นผิว ไม่ว่าจะเป็นวัสดุที่มีสีเข้ม สีดำ, ผิวโลหะ ผิวมันวาว Chrome, สแกนในพื้นที่แจ้ง
  • ข้อเสียของระบบนี้เลย คือต้องติด Marker เนื่องจากการสแกนไม่ได้เก็บข้อมูลเป็นระนาบ แต่เก็บเป็นเส้น Software ไม่สามารถต่อไฟล์ 3มิติ เข้าด้วยกันได้ ต้องใช้ Marker เป็นตัวอ้างอิง การติด Marker หลักๆคือเสียเวลา (ไม่ต้องเสียเวลาเตรียมผิวชิ้นงาน แต่เสียเวลาติด Marker แทน) และ อีกข้อคือถ้าเป็นเครื่องสแกนเนอร์แบบ Laser ล้วนๆ จะเก็บภาพสีไม่ได้ แต่ปัจจุบันรุ่นใหม่ๆมีกล้องเก็บสีเพิ่มเข้ามาด้วย
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด Shining3D, Creaform
ตัวอย่าง Laser 3D Scanner เลเซอร์น้ำเงิน 14 เส้น สแกนเก็บได้หลายพื้นผิว ทั้งดำ หรือมันวาว ผิวโลหะ แต่ต้องติด Marker

Infrared ใช้หลักการจับภาพ Infrared ในการสแกน ตัวอย่างที่ใช้กันเยอะเช่น Kinect ของ Xbox กล้อง interactive ต่างๆ ข้อดีคือสามารถแยกคนออกจากสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าระบบอื่น

  • ข้อดีคือ มีราคาถูกและใช้กันแพร่หลาย สามารถแยกคนจากสภาพแวดล้อมได้ดี เพราะแยกจากความร้อน
  • ข้อเสีย เป็นระบบที่มีรายละเอียดต่ำที่สุด

    ในรูปใช้ Kinect กล้องจับภาพ infrared มาใช้ในการสร้างไฟล์ 3มิติ ราคาค่อนข้างถูกแต่คุณภาพต่ำ

Arm 3D Scanner Scanner  เป็นระบบที่ใช้กันมานานแล้ว แต่มีราคาสูงมาก นิยมใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ โดยมาก Arm จะติด Probe หรือ Laser Scan เข้ามาด้วย โดยหากเป็น Probe ก็จะวัดจุดที่ Probe ไปแตะ ดูเป็นจุดๆไป แต่หากเป็นหัว Laser Scanner ที่ติดบน Arm อันนี้จะสามารถแสกนออกมาเป็นไฟล์ 3มิติ ได้เลย ไม่ต้องติด Marker เนื่องจาก Software รู้ตำแหน่งที่ของหัวสแกนเนอร์จาก Motor Servo ที่อยู่บน Arm (Laser Scanner ที่ไม่ติดบน Arm จะไม่รู้ตำแหน่ง จึงให้ Marker ช่วยระบุตำแหน่ง)

  • เก็บข้อมูลเป็นจุด Coordinate กรณีเป็น Probe และเก็บเป็นเส้นเลเซอร์ กรณีเป็นหัว Laser Scanner
  • ข้อดี เป็นระบบที่มีความแม่นยำสูงมาก เนื่องจากระบุตำแหน่งโดยใช้มอเตอร์ Servo ที่ข้อต่อแต่ละอัน
  • ข้อเสีย ราคาสูงมาก และ มีข้อจำกัดในพื้นที่การสแกน ต้องสแกนในระยะที่ Arm ไปถึง
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด FARO, Kreon, Hexagon
เครื่องสแกน แบบ Arm ประยุกต์การระบุตำแหน่งการสแกนด้วย มอเตอร์ Servo ตามข้อต่อของ Arm จึงได้ค่าที่แม่นยำ Accurate และ แม่นตรง Precise มากๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องทำการ Calibrate เรื่อย ค่าเครื่องและค่า Calibrate ค่อนข้างสูง

Lidar เป็นระบบที่มีนานแล้ว ใช้ในเครื่องสแกน Land Scape หลักการคือการยิงแสงเลเซอร์จำนวนมากไปยังวัตถุและมี Sensor รับภาพกลับมาก เร็วๆนี้มีการเพิ่ม Lidar เข้ามาในเครื่อง Ipad Pro 2020 อย่างไรก็ตามคุณภาพในการสแกนยังค่อนข้างทำอยู่มาก อาจจะมีการพัฒนาให้ดีขึ้นเร็วๆนี้

  • สาดลำแสงเลเซอร์จำนวนมากไปรอบ เก็บจุดที่เลเซอร์ตกกระทบ มาต่อกันเป็นไฟล์ 3มิติ เหมาะการสแกน LandScape-สถานที่ มากกว่า สแกนวัตถุ
  • ข้อดี สามารถเก็บข้อมูลพื้นที่ใหญ่ๆมากๆได้  เริ่มมีการพัฒนาไปใส่ในอุปกรณ์พกพา (Ipad Pro 2020)
  • ข้อเสีย ยังเก็บรายละเอียดได้ไม่ดีนัก เหมาะกันสแกนสถานที่ มากกว่าการสแกนวัตถุ
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด FARO, Leica

    งานสแกนจากเครื่องระบบ Lidar นั้น นิยมใช้ในการเก็บข้อมูลสถานที่ ทางการทหาร หรือ ทางการพิสูจน์หลักฐาน แนบตัวอย่างให้ดูเครื่อง Lidar ที่มีขายอยู่ในท้องตลาด

Photogrammetry เป็นการแปลงรูปถ่ายจำนวนมากๆ หลายๆมุมมาต่อกัน และแปลงค่าเป็นไฟล์ 3มิติ ระบบนี้ไปประยุกต์งานได้หลากหลายมากๆ ข้อดีคือ สามารถสร้างไฟล์ 3มิติ ของพื้นที่ใหญ่ๆได้ (ใช้ Drone เก็บภาพมุมสูง หรือ Video มุมสูง มา Process Mapping เป็นไฟล์ 3มิติ) อีกความสามารถหนึ่งที่เก่งมากๆคือ การสร้างไฟล์ 3มิติ ความละเอียดสูงของบุคคล ทำได้โดยการถ่ายภาพ จากกล้อง DSLR จำนวนมาก 70+ ตัว พร้อมกัน และนำมาประมวลผล นิยมใช้กันมากในการสร้างหนัง หรือ เกมส์ สร้างความสมจริงในการแสดงสีหน้า

  • input คือ รูปภาพจำนวนมาก ของสิ่งที่เราต้องการสร้างไฟล์ 3มิติ โดยรูปภาพดังกล่าวควรจะถ่ายด้วยช่วงเลนส์ ช่วงเลนส์เดียวกัน รูรับแสงเดียวกัน White Balance เดียวกัน  Software จะประมวลผล
  • ข้อดี เอาไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย เช่น แผนที่ 3มิติ (เหมือนที่ Google Map ใช้) หรือ ใช้สร้างโมเดลสามมิติบุคคลแบบระเอียดสูง Capture สีหน้าได้สมจริง โดยใช้กล้อง DSLR จำนวน 70+ตัว ถ่ายภาพพร้อมกัน
  • ข้อเสีย ใช้เวลาในการทำงานนานมากๆ ประมวลผลนานมากๆ บางครั้งใช้เวลาหลายวัน หากต้องการงานคุณภาพสูงต้องลงทุนหลายล้าน
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด Agisoft, RealityCapture บริษัทที่เป็น Reference ที่ดีคือ Ten24
ไม่ต้องสร้าง CG เองแล้ว ถ่ายรูปทำเป็นไฟล์ 3มิติ เลย

Other 3D Scanners อื่นๆ มีอีกมากมายเช่นเครื่อง CT Scan และเครื่อง MRI Scan ก็เป็น 3D Scanner แบบหนึ่งเหมือนกัน

  • CT Scan จะเป็นการสแกน Slice ร่างกายเราโดยใช้รังสี เหมาะสแกนพวกชิ้นส่วนที่ดูดซับแสง เช่นพวกกระดูก ไฟล์ที่ได้เป็น DICOM Slice ร่างกายเป็นหลายๆส่วน เอา Slice มาต่อกันเป็นไฟล์ 3มิติ
  • MRI Scan จะสแกนเป็น Slice เช่นกันแต่จะใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เหมาะกับสแกนพวกเนื้อเยื้อ สมอง ไฟล์ที่ได้เป็น DICOM เหมือนกัน
  • CMM อันนี้อาจจะเก่าสักหน่อย เป็นเครื่องสแกนแบบสัมผัสชิ้นงาน (Contact) เป็นหัว Probe จิ้มไปที่ชิ้นงานไปเรื่อย นำ Point Cloud มาประกอบเป็นไฟล์ 3มิติ
เครื่อง MRI หรือ CT Scan จัดเป็นเครื่องสแกน 3มิติ ชนิดหนึ่ง สามารถนำ Slice Section ของมนุษย์มาต่อกัน ยิ่งเครื่อง Scan มี Slice มากก็ยิ่งได้ไฟล์โมเดลที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น
สมองมนุษย์ขนาด 1:1 ได้มาจาก MRI Scan ของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพ DICOM แพทย์ต้องการพิมพ์สมองเพื่อการวิจัย

แบ่งประเภท 3D Scanner จากวิธีการสแกน (Fix Scan, Hybrid, Handheld)

Fix Scan  การสแกนแบบ Fix Scan คือ “ขณะสแกนใน Shot นั้นๆ เครื่องสแกนต้องอยู่นิ่ง” อาจจะอยู่บนขาตั้งกล้อง หรือ แท่นจับ ก็ได้ เวลาในการสแกนแต่ละช็อตเกินวินาที-หลายวินาที ข้อดีของระบบนี้คือ สามารถเก็บงานได้ละเอียดกว่า ข้อเสียคือใช้เวลาในการสแกนนานกว่า

  • เวลาสแกนเครื่อง 3D Scanner ต้องอยู่นิ่งบนขาตั้งกล้อง สแกนจบค่อยย้ายไป Shot ต่อไป (แนะนำให้เลื่อมกับจุดเดิม 30% ขึ้นไป Software จึงจะต่อไฟล์ให้เองอัตโนมัติ)
  • ข้อดีของแบบนี้คือ สามารถเก็บรายละเอียดได้ดีกว่า ไฟล์คมชัดกว่า (เหมือนใช้ขาตั้งกล้องถ่ายรูป เทียบกับเราเอามือถือกล้องถ่าย)
  • ข้อเสียของระบบนี้ คือ ใช้เวลาในการสแกนนานกว่าแบบ Handheld โดยเฉพาะงานชิ้นใหญ่ๆเกิน 50cm ขึ้นไป
  • ระบบนี้สามารถทำงานร่วมกัน Automatic Turntable ได้ (3D Scanner อยู่บนขาตั้งกล้อง ชิ้นงานสแกนอยู่บนแท่นหมุนอัตโนมัติ เมื่อสแกน Shot หนึ่งเสร็จแท่นจะหมุนอัตโนมัติ ในองศาที่กำหนด เช่น 45องศา และ สแกนใน Shot ต่อไป สแกน 8 ครั้งจะได้ครบ 360องศา
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็น Fix Scan ล้วนๆ EinScan SE, AutoScan Inspec, DS-EX Pro

Handheld การสแกนแบบ Handheld จะเป็นเทคโนโลยีที่มาใหม่ พัฒนาต่อมาจาก Fix Scan สืบเนื่องจากคอมพิวเตอร์พัฒนาประมวลผลได้เร็ว ทั้งกราฟิกและการเขียนอ่านข้อมูล จึงสามารถเก็บ Shot ได้เร็วขึ้น เครื่อง Handheld จึงถือกำเนิด เครื่องใหม่จะเก็บ shot ได้ 15-30 fps หรือ 15-30 shot ในเวลาหนึ่งวินาที ทำให้ถือสแกน ลากเก็บภาพ 3มิติไปเรื่อยๆได

  • เวลาสแกนสามารถใช้มือถือสแกนชิ้นงานไปเรื่อยๆได้ ลากช้าหรือเร็วขึ้นกับ Spec ของเครื่องสแกนและความแรงของคอมพิวเตอร์ประมวลผล
  • ข้อดีคือ สแกนได้รวดเร็ว สะดวก เหมาะกับความชิ้นใหญ่
  • ข้อเสีย หากให้เทียบจริงๆแล้วคุณภาพงานสแกนสู้แบบ Fix ไม่ได้
  • สามารถสแกนคนหรือสัตว์ได้ (อย่างไรก็ตามคน ควรจะอยู่นิ่ง ยืนเฉย หรือ นั่งเฉยๆ)
  • เหมาะกับการสแกนของชิ้นใหญ่, ของที่เคลื่อนย้ายไม่ได้, คน หรือ สัตว์
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็น Handheld ล้วนๆ EinScan Pro 2X/2XP,EinScan Pro HD,EinScan H,EinScan HX, AoralScan Intra-Oral Scanner

Hybrid เครื่องสแกนที่รวมเอาสองความสามารถนี้เข้าด้วยกัน คือจะใช้ขาตั้งกล้องก็ได้ หรือ มือถือสแกนก็ได้ จะมาเสริมจุดเสียของ Fix Scan ที่เก็บงานได้ละเอียดแต่ช้ามีข้อจำกัด กับ Handheld Scan ที่เก็บงานได้เร็วคล่องตัว ละเอียดจะเก็บได้น้อยลง

  • เวลาที่ต้องการงานละเอียด ชิ้นงานเล็กใช้ โหมด Fix Scan
  • เวลาสแกนคน, ของชิ้นใหญ่ ของที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ ใช้โหมด Handheld Scan
  • เครื่องแบบ Hybrid จะครอบคลุมการทำงานหลาก สแกนได้ทั้งของชิ้นกลาง-ใหญ่
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็นแบบ Hybrid  EinScan Pro 2X/2XP, EinScan Pro HD

อ่านเพิ่มเติม 

ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่นี่


อ่าน Review เพิ่มเติมตามแต่ละรุ่นไปที่นี่

รีวิว สแกนเนอร์ 3 มิติ Einscan Pro HD สแกนงานจริงจะเป็นอย่างไบ้าง

รีวิว สแกนเนอร์ 3 มิติ Einscan Pro HD สแกนงานจริงจะเป็นอย่างไบ้าง

สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกครั้งกับเครื่องสแกนเนอร์ยอดนิยมที่ได้รับการไว้วางใจเป็นอย่างมากซึ่งสเป็นของค่าย Shining 3D  ซึ่งรุ่นที่ได้รับการพัฒนามาในช่วงแรกนั้นจะเป็นตั้งแต่รุ่นที่สแกนงานได้แค่ขนาดเล็กยังไม่ละเอียดมากต่อมาได้มีการพัฒนามาเรื่อย ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้มากยิ่งขึ้น จนมาถึงปี 2019 ที่ทาง Shining 3D ได้ปล่อยรุ่นที่ความละเอียดถึง 40 ไมครอน (0.04mm) ออกมาก็คือรุ่น Einscan Pro 2X และ 2X Plus ที่เพิ่มประสิทธิภาพให้มากกว่ารุ่น Einscan Pro และ Pro Plus  ต่อมาในปี 2020 ทาง Shining 3D ก็ได้ปล่อยรุ่นย่อยออกมาอีก 1 ตัวที่มีลักษณะเหมือนกับเครื่อง Einscan Pro 2X series เลย โดยใหชื่อของรุ่นนี้ว่า Einscan Pro HD ซึ่งชื่อก็บอกแล้วว่า HD ดังนั้นจุดเด่นที่แตกต่างออกมาจากเครื่องรุ่นก่อนเลยนั้นคือการสแกนให้โหลด Handheld HD Scan (ดูที่ภาพด้านล่างประกอบ) ในโหมด HD Scan นั้น จะมีความละเอียดของการสแกนที่ดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมจากเดิมที่ 50 ไมครอน(0.05mm)  มาเป็น 45 ไมครอน(0.045mm)  และที่โดดเด่นเลยเพิ่มเติมข้นมาอีกมีการ Alignment หรือการเชื่อมผิวของชิ้นงานโดยการใช้ Feature กับ Hyrid มาให้เลือกเพิ่มจากเมื่อก่อนถ้าเป็นเครื่องรุ่น 2X series จะมีแค่ Markers Alignment เท่านั้น และที่เห็นได้ชัดเจนอีกอย่าง Scan Range (ขนาดของการฉายแสงสแกน) จะมีด้านกว้างมากกว่าซึ่งจะเข้ามาช่วยในการสแกนงานที่เป็นระนาบได้ดีมากยิ่งขึ้น เช่น รูปภาพ ประติมากรรม งานแกะสลัก เป็นต้น

 

ถ้าดูจากภาพด้านล่างจะเห็นได้ชัดเจนเมื่อเราจะแกนงานในแล้วระนาบแกนจากด้านซ้ายไปขวามือเครื่องรุ่น Pro HD จะสแกนได้ง่ายกว่า เร็วกว่า Alignment งานแต่ Single ได้รวดเร็วกว่าเพราะ Single scan มีความยาวที่มากกว่ารุ่นอื่น ๆ เช่น ถ้าสแกนงานรูปภาพดังตัวอย่าง เมื่อเราขยับเครื่องสแกนไปทางขวาจะทำให้มีการขยับที่น้อยกว่ารุ่นอื่น ๆ ถ้าเป็นรุ่น Einscan Pro 2X จะสแกนได้ยากกว่า เนื่องจากจะขยับที่ทีละนิด ๆ เลยจะสแกนได้ค่อนข้างช้าและ Alignment ได้ยากกว่า เพราะการจับ Feature และ Texture จะได้น้อยเช่นกัน

พอจะเห็นข้อแตกต่างได้แล้วใช่ไหมครับ เดี๋ยวจะขอพูดถึงเรื่องจุดเด่นอื่น ๆ เพิ่มเติมจากด้านบนที่มีกาเพิ่มเข้ามานะครับ ซึ่งรุ่น Einscan Pro HD เนี่ยจะเหมาะสมกับงานที่รุ่น Pro 2X Series ทำได้ไม่ดีก็คือการสแกนชิ้นงานวัตถุที่มีสีเข้มดำ ได้ดีมากยิ่งขึ้นกว่ารุ่นเดิม หรือวัตถุที่มีความมันเงาด้วย Einscan Pro HD นั้นสามารถสแกนได้ดีขึ้นด้วย เพราะการฉายแสงที่ไปกระทบต่อวัตถุนั้นมีการปรับให้เพิ่มมากขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ เดี๋ยวจะขอสรุปจุดเด่นทั้งหมดไว้ในที่นี่เลยนะครับ

  1. Design Body ใหม่ในบางจุด อย่างเช่น ตัวเครื่องเป็นสีน้ำตาล, LED แสดงสถานการณ์ทำงาน และ LED White Light

 

  1. เพิ่มฟังก์ชั่นการ Align mode ในโหมดการสแกนแบบ Handheld HD scan จาก Maker alignment อย่างเดียวได้เพิ่มเข้ามาอีก 2 แบบคือ Feature Alignment การเชื่อมผิวงานโดยการจับลักษณะเฉพาะของวัตถุนั้น ๆ มาเชื่อมต่อกัน และ Hybrid Alignment การทำงานร่วมกันระหว่าง marker+feature จะนำทั้ง Marker และ Feature มาใช้ในการเชื่อมผิวงานเข้าด้วยกัน ทำให้งานที่สแกนแบบ Handheld Scan นั้นมีความสะดวกและละเอียดมากยิ่งขึ้นจากเมื่อก่อนจะต้องสแกนในโหมด Rapid Scan อย่างเดียวถ้าจะสแกนใบหน้าของคนหรือรูปปั้น ถ้าแบบอยากได้ความละเอียดสูง ๆ โหมด Rapid Scanจะไม่ตอบโจทย์ ถ้าติดตามเครื่องสแกนของ Shining 3D มาก่อนหน้านี้จะมีอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่ชื่อว่า HD Prime ที่จะเป็นอุปกรณ์เสริมทำให้ในโหมด Handheld HD Scan นั้นมีความละเอียดและสแกนได้โดยไม่ต้องติด Marker ที่วัตถุ ดังนั้น Einscan Pro HD จะเหมือนการนำ HD Prime เข้าไปไว้ที่ด้านในรวมอยู่ภายในเครื่องเดียวและให้ใช้ช่องของ USB เป็นการติด Color Pack เก็บสีได้

 

  1. เมื่อติดอุปกรณ์เสริม Color Pack (กล้องในการเก็บสี) ถ้าอยากจะเก็บสีตัวัตถุจะมีการ alignment แบบ Texture Alignment เพิ่มเข้ามาในทุก ๆ โหมด จะทำให้สมารถใช้สีในการเชื่อมตัววัตถุได้ ถ้าเป็นของ Einscan Pro 2X seires จะมีให้เลือกแค่ความละเอียดในหารสแกนอย่างเดียว และจะต้องสแกนแบบติด Point marker เท่านั้น

 

  1. Single Scan Range มีการปรับขนาดใหม่อยู่ที่ 20*160 mm. – 310*240 mm. จะมีความยาวในแนวแกน X เพิ่มมากขึ้นจาก Einscan Pro 2X อยู่ที่ 70 mm. ส่วนต่างจาก Einscan Pro 2X Plus อยู่ที่ 36 mm. จะทำให้เมื่อทำการลากเครื่องสแกนจากด้านหนึ่งไปอีกด้านในระนาบแกน X (ตั้งเครื่องขึ้นตามปกติ) จะทำให้สแกนงานได้เร็วกว่ารุ่น 2X Series จะขยับการเคลื่อนของตัวเครื่องสแกนเนอร์น้อยกว่าเช่นกัน

 

  1. Less Limitation of scan objects สามารถสแกนวัตถุที่มีสีในกลุ่มของ Dark ได้ดีมากยิ่งขึ้น อย่างเช่นคอนโซลหน้ารถยนต์ เบาะหนัง เป็นต้น และยังสามารถสแกนวัตถุที่เป็น Casting metal หรือวัตถุมันเงาได้ดีมากกว่าเดิมไม่จำเป็นต้องพ่นสเปรย์แป้งแล้วทำให้งานที่เฉพาะทางที่ไม่สามารถพ่นสเปรย์แป้งได้
  2. Mode Handheld HD Scan มีความละเอียดมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมจากเมื่อก่อนถ้าเป็นเครื่อง 2X Series จะได้ความละเอียดในโหมดนี้อยู่ที่ 50 ไมครอน (0.05 mm.) แต่ถ้าเป็นเครื่องรุ่น Pro HD จะมีความละเอียดอยู่ที่ 45 ไมครอน (0.045 mm.) เมื่อนำไปสแกนงานที่มีรายละเอียดเยอะอย่างเช่น งานประติมากรรม รูปปั้นพระ มนุษย์ เป็นต้น จะสามารถเก็บรายละเอียดของตัวงานได้มากกว่าเดิมมากพอสมควรเลยทีเดียว

จาก Einscan Pro HD สแกนในโหมด HaldHald HD Scan
จาก Einscan Pro 2X Plus สแกนในโหมด HaldHald rapid Scan
จาก Einscan Pro HD สแกนในโหมด HaldHald HD Scan
จาก Einscan Pro 2x Plus สแกนในโหมด HaldHald rapid Scan
จาก Einscan Pro HD สแกนในโหมด HaldHald HD Scan
จาก Einscan Pro 2x plus สแกนในโหมด HaldHald rapid Scan
  1. 7. Software ExScan Pro version5.0.4 for Einscan Pro HD (Released 27 April 2020) ใหม่ที่แยกออกจากเครื่อง Einscan Pro 2X Series แต่เท่าที่ดูแล้วอาจจะนำมาใช้ร่วมกันในภายหลัง เพราะ version ของ software จะเป็นรหัสต่อจจากของเครื่อง Einscan Pro 2X Series แต่อาจจะต้องรอการรอัพเดทจากทาง Shining 3D
Software ตัวใหม่ที่ไม่สามารถใช้งานร่วมกับ Einscan Pro 2X series ได้
  1. 8. ภายในกล่องจะแถมอุปกรณ์ยึดจับตัวเครื่องสแกนเนอร์มาให้ด้วย
แถมขาจับเครื่องสแกนเนอร์มาให้ด้วย ปกติจะมาในชุดของแท่นหมุนอัตโนมัติเท่านั้น

 

***การเปรียบเทียบการสแกนระหว่าง Einscan Pro HD กับ Einscan Pro 2x plus ในโหมดการสแกนงานต่างๆ ทั้ง Fixed scan, Handhald HD scan และ Fixed scan ทั้งนี้ทั้ง 2 รุ่นนี้จะมีข้อดีในงานกันคนละแบบนะครับ

การสแกนในโหมด Fixed scan ระหว่าง Einscan Pro HD(ด้านซ้าย) และ Einscan Pro 2X Plus (ด้านขวา)
การสแกนในโหมด HandHeld HD scan แบบ Marker point ระหว่าง Einscan Pro HD(ด้านซ้าย) และ Einscan Pro 2X Plus (ด้านขวา)
การสแกนในโหมด HandHeld HD scan ของเครื่อง Einscan Pro HD(ด้านซ้าย) และ HandHeld Rapid Einscan Pro 2X Plus (ด้านขวา)
การสแกนในโหมด HandHeld Rapid scan ระหว่าง Einscan Pro HD(ด้านซ้าย) และ Einscan Pro 2X Plus (ด้านขวา) สแกนงานสีโทนดำอย่างยางรถยนต์

 

 

วีดีโอรีวิวการใช้งานเครื่องสแกนเนอร์ Einscan Pro HD