fbpx

การออกแบบอวัยวะเทียมสำหรับสัตว์โดยใช้ nTopology 

การออกแบบอวัยวะเทียมสำหรับสัตว์โดยใช้ nTopology 
ขาเทียมออกแบบโดย Derrick จาก Bionic Pets
ขาเทียมพร้อมเสื้อกั๊กสำหรับสุนัขขนาดเล็ก

บริษัท DiveDesign และ องค์กร Bionic Pets ใช้ประโยชน์จาก nTopology ในการออกแบบชิ้นส่วนสามมิติที่ไม่จำเป็นต้องผลิตทีละมาก ๆ แต่กลับได้ประโยชน์มากกว่าเมื่อผลิตทีละน้อย ๆ
การทำอวัยวะเทียมเป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มผู้ใช้งานเครื่องพิมพ์สามมิติทั่วโลก แต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่ยังไม่เป็นที่แพร่หลายแต่ก็เป็นการใช้งานในสิ่งที่สำคัญ นั่นคืออวัยวะเทียมสำหรับสัตว์
องค์กร Bionic Pets เป็นผู้นำในการผลิตอวัยวะเทียมสำหรับสัตว์ทุกชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุนัข Derrick Campana ผู้ก่อตั้ง Bionic Pets ได้ช่วยเหลือสัตว์ต่าง ๆ ตั้งแต่นกจนถึงช้าง เขามีฝีมือดีเยี่ยม ทำทุกอย่างอย่างประณีตด้วยมือล้วน ๆ

แม้ว่าเขาจะมีฝีมือดีและงานที่ประณีต แต่อวัยวะเทียมแต่ละชิ้นต้องใช้เวลานาน บางชิ้นอาจจะนานถึง 15 ชั่วโมงเลย มันจึงเป็นความท้าทายอย่างมากที่ต้องทำอวัยวะเทียมให้มากพอกับความต้องการให้เร็วที่สุด ทั้งนี้มีสุนัขที่ต้องถูกตัดขานับพันตัวต่อปี หากยิ่งรอนานขาที่เหลือก็จะยิ่งเสียหายไปเรื่อย ๆ เนื่องจากการทิ้งน้ำหนักที่ไม่สมดุล สัตว์พิการส่วนใหญ่ที่ไม่สามารถเคลื่อนที่ไปไหนมาไหนได้มักจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน
Derrick ได้รับความช่วยเหลือจาก Dive Design โดยการใช้เครื่องสแกนสามมิติ โปรแกรมออกแบบสามมิติ และเครื่องพิมพ์สามมิติ ช่วยให้การทำงานเร็วขึ้น ง่ายขึ้น และประหยัดต้นทุนได้มาก และยังทำให้การปรับเปลี่ยนอวัยวะเทียมให้เหาะกับสัตว์แต่ละตัวได้ดีขึ้น แข็งแรงขึ้น และทนทานมากขึ้นด้วย แต่ทั้งหมดนั้นก็ยังทำให้มันห่างไกลจากความสมบูรณ์แบบที่ควรจะเป็น เพราะในส่วนของเท้ายังต้องใช้วิธีการดั้งเดิมโดยการดัดพลาสติกและยาง ทำให้ยังใช้เวลาในการทำมากอยู่ และยังไม่คงทนอีกด้วย

ทาง Dive Design ได้นำเอาเทคโนโลยี nTopology ที่ใช้ในการออกแบบขาเทียมที่ใช้สำหรับนักปีนเขาขาพิการ โดยการนำโครงสร้างแบบตารางมาช่วย ทำให้สามารถทำเท้าเทียมให้กับสุนัขได้ และยังช่วยให้การออกแบบส่วนที่เหลือได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังทำชิ้นส่วนที่เปลี่ยนได้เร็วที่ใช้วัสดุ TPC – Thermoplastic copolyester (เป็นชนิดหนึ่งของ TPE) เพื่อช่วยให้การคืนตัวทำได้ดียิ่งขึ้น

การออกแบบอุ้งเท้าเทียมโดยใช้ nTop technology

ด้วยความรวดเร็วในการทำงาน และความสามารถที่หลากหลายของเครื่องพิมพ์ 3D ระบบ FFF เข้ากันได้ดีกับงานที่ต้องทำซ้ำ ๆ และแผนงานที่นำกลับมาใช้อีกได้ง่าย รวมถึงการออกแบบ การทดสอบ การขนส่ง ซึ่งหากใช้วิธีการเดิม ทั้งหมดอาจใช้เวลานานถึงหนึ่งเดือน

อ่านรายละเอีดสินค้าเพิ่มเติม :


ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น สิ่งสำคัญที่เราได้เรียนรู้คือความคิดสร้างสรรค์สามารถไปได้ไกลกว่าที่ควรจะเป็น อย่างเช่นในกรณีนี้ ความรู้ในการทำอวัยวะเทียมของสัตว์สามารถแบ่งปันให้ผู้อื่นเพื่อการต่อยอดความรู้นั้น และทำให้พลิกชีวิตได้ ไอเดียบางอย่างที่คิดขึ้นมาเพื่อช่วยมนุษย์ก็นำไปใช้กับสัตว์ได้ด้วย และเมื่อมีการพัฒนาต่อไปอีกมันก็สามารถนำกลับมาใช้ในมนุษย์อีกได้เช่นกัน ซึ่งจุดหมายของมันก็คือช่วยให้การผลิตให้เฉพาะบุคคล งานที่มีคุณภาพ มีราคาที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้

FlashPrint 4.5.0

FlashPrint 4.5.0

FlashPrint 4.5.0

ใน FlashPrint เวอร์ชั่นใหม่นี้มีการปรับปรุงค่าการพิมพ์หลายอย่าง ซึ่งช่วยให้การพิมพ์ดีขึ้น และสะดวกขึ้น จะรายละเอียดดังต่อไปนี้

  1. เพิ่มคำสั่งในการปรับเปลี่ยนปริมาณการไหลของพลาสติก และความเร็วในการพิมพ์ ในชั้นที่อยู่ถัดจาก raft ขึ้นไป เพื่อช่วยให้ผิวของงานเหนือ raft สวยขึ้น
  2. เพิ่มฟังก์ชั่นในการ Import และ Export โปรไฟล์ของการพิมพ์ ทำให้สะดวกในการส่งต่อ หรือนำเข้าโปรไฟล์จากเครื่องอื่นได้
  3. เพิ่มฟังก์ชั่นการบันทึกชนิดของเส้นพลาสติกลงในไฟล์ gcode โดยอัตโนมัติ
  4. เพิ่มการปรับความละเอียดสูงสุด ให้เป็นไปตามขนาดหัวพิมพ์ที่ใช้โดยอัตโนมัติ
  5. ปรับค่าการพิมพ์โดยทั่วไปให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
  6. ปรับปรุงการแปลบางภาษา
  7. การปรับปรุงอื่น ๆ

ผิวหนังอิเล็กทรอนิกส์ที่ตอบสนองต่อความเจ็บปวดเช่นเดียวกับผิวหนังมนุษย์

ผิวหนังอิเล็กทรอนิกส์ที่ตอบสนองต่อความเจ็บปวดเช่นเดียวกับผิวหนังมนุษย์
ภาพแสดงแนวคิดของผิวหนังอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งสามารถรับรู้การสัมผัส ความเจ็บปวด และความร้อน
Source: Ella Maru Studio

ผิวหนังอิเล็กทรอนิกส์ที่ตอบสนองต่อความเจ็บปวดเช่นเดียวกับผิวหนังมนุษย์

นักวิจัยได้พัฒนาผิวหนังเทียมอิเล็กทรอนิกส์ที่ตอบสนองต่อความเจ็บปวดเช่นเดียวกับผิวหนังมนุษย์ กรุยทางให้กับการทำอวัยวะเทียมที่ดีขึ้น หุ่นยนต์ที่ชาญฉลาดขึ้น และการปลูกถ่ายผิวหนังที่ไม่ต้องมีการทำลายเนื้อเยื่อ

ชิ้นงานต้นแบบถูกพัฒนาขึ้นโดยทีมงานที่มหาวิทยาลัย RMIT โดยเลียนแบบวิธีที่ร่างกายตอบสนองต่อความเจ็บปวด มันสามารถเลียนแบบการตอบสนองได้แทบจะทันที และมีปฏิกิริยาตอบโต้ต่อความเจ็บปวดนั้นด้วยความเร็วเท่ากับ เส้นประสาทส่งสัญญาณไปยังสมองเลยทีเดียว

หัวหน้าคณะนักวิจัย ศาสตราจารย์ Madhu Bhaskaran กล่าวว่าต้นแบบอุปกรณ์รับรู้ความเจ็บปวดเป็นวิวัฒนาการอย่างก้าวกระโดดสำหรับวงการแพทย์ และหุ่นยนต์ “ผิวหนังเป็นอวัยวะรับรู้ความรู้สึกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดบนร่างกาย มันจะมีความซับซ้อนในการทำงานที่ออกแบบมาให้ส่งสัญญาณเตือนอย่างรวดเร็วเทียบเท่าความเร็วแสงให้สมองรู้ว่ามีบางอย่างทำอันตรายกับร่างกาย” Bhaskaran กล่าว “เรารู้สึกถึงสิ่งต่าง ๆ รอบตัวอยู่ตลอดเวลาผ่านทางผิวหนัง แต่ความเจ็บปวดจะเกิดขึ้นเมื่อมีผลกระทบถึงจุด ๆ หนึ่งเท่านั้น เหมือกับที่เราแตะสิ่งของที่มีความร้อน หรือแหลมมาก ๆ ไม่มีเทคโนโลยี หรืออิเล็กทรอนิกส์ใด ๆ ที่จะเลียนแบบความรู้สึกเหล่านั้นได้ – จนถึงวันนี้ ผิวหนังจำลองของเรามีปฏิกิริยาโดยทันทีเมื่อมีความกดดัน ความร้อน หรือเย็นมากจนถึงจุดที่กำหนดไว้ นับเป็นก้าวที่สำคัญในการพัฒนาต่อยอดสำหรับอุปกรณ์เกี่ยวกับระบบตอบสนองที่มีความละเอียดอ่อนเช่นแขน-ขาเทียม หรือหุ่นยนต์”

ต้นแบบอุปกรณ์ตอบสนอง

เช่นเดียวกับต้นแบบอุปกรณ์รับรู้ความเจ็บปวด ทีมวิจัยยังได้พัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถยืดหยุ่นได้ที่รับรู้ และตอบสนองกับอุณหภูมิ และแรงกดดันที่เปลี่ยนไป ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นกลไกสำคัญของผิวหนังมนุษย์ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์

ลำดับต่อไปของการพัฒนาผิวหนังเทียมที่ยืดหยุ่นได้จะเป็นอนาคตของการปลูกถ่ายผิวหนังแบบไม่มีผลกระทบกับผิวหนังเดิม ซึ่งปัจจุบันวิธีการเดิม ๆ ยังไม่สามารถทำได้ แต่เราก็เตรียมอุปกรณ์ตั้งต้นไว้ให้แล้ว

ต้นแบบผิวหนังจำลองที่มีรับรู้ความรู้สึกได้ ผลิตจากอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถยืดหยุ่นได้
Source: RMIT University

กรรมวิธีในการสร้างผิวหนังอิเล็กทรอนิกส์

มีการจดสิทธิบัตร 3 เทคโนโลยีหลักของงานนี้ไว้ดังนี้

อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถยืดหยุ่นได้: เป็นการรวมตัวของวัสดุอ๊อกไซด์กับซิลิโคนแบบเข้ากันได้กับร่างกายเพื่อการปลูกถ่าย และไม่สามารถแตกหักได้ และเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถสวมใส่ที่บางเหมือนกระดาษกาว

การเคลือบด้วยสารที่มีปฏิกิริยากับอุณหภูมิ: สารเคลือบที่บางกว่าเส้นผมมนุษย์กว่า 1,000 เท่า ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ในการผลิต

หน่วยความจำของสมองจำลอง: หน่วยความจำอิเล็กทรอนิกส์ที่เลียนแบบความจำระยะยาวของสมองที่สามารถเรียกคืน และบันทึกข้อมูลก่อนหน้าได้

การวิจัยที่รวมเอา 3 เทคโนโลยีไว้ในอุปกรณ์นี้
Source: RMIT University

ในขณะที่เทคโนโลยีปัจจุบันใช้สัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ในการเลียนแบบความแตกต่างของระดับความเจ็บปวด อุปกรณ์ของเราตอบสนองต่อความดัน อุณหภูมิ และความเจ็บปวดจริง ๆ แล้วถ่ายทอดเป็นสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกต้อง ซึ่งหมายความว่าผิวหนังจำลองของเราจะรู้ถึงความแตกต่างของการสัมผัสปลายเข็มอย่างแผ่วเบา หรือบังเอิญถูกเข็มตำเข้าไป ความแตกต่างนี้ยังไม่เคยมีใครทำได้สำเร็จมาก่อน

บทสัมภาษณ์ Hayco: การใช้เครื่องพิมพ์ 3D ในการพัฒนาสินค้า

บทสัมภาษณ์ Hayco: การใช้เครื่องพิมพ์ 3D ในการพัฒนาสินค้า

ในปี 1892 นาย William E Hay ได้ก่อตั้งโรงงาน South Australian Brush Company ในออสเตรเลียทำแปรงชนิดต่าง ๆ ที่ใช้ในบ้านจนเป็นที่นิยมเรียกกันติดปาก จากนั้นในปี 1983 หลานของนาย William ชื่อ Donald Hay เห็นว่าตลาดในเอเชียกำลังเจริญเติบโต จึงได้เปิดบริษัทใหม่ในฮ่องกงชื่อว่า Hayco

โดยที่ธุรกิจดั้งเดิมของครอบครัวเริ่มจากการทำแปรง Hayco ได้เปิดโรงงานฉีดพลาสติกขึ้นในเมืองเสิ่นเจิ้น ประเทศจีน ได้ประสบความสำเร็จ มีความเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว มีพนักงานกว่า 6,000 คนและเปิดอีกหลายโรงงานทั้งในจีน และสาธารณรัฐโดมินิกัน

นับแต่เปิดบริษัทมา Hayco ได้ผลิตสินค้าเกี่ยวกับการทำความสะอาดบ้านที่มีชื่อเสียงมากมาย หลายยี่ห้อ และมีโรงงานพลาสติกของตัวเอง Hayco ได้รับจ้างออกแบบ และผลิตแปรงสีฟันไฟฟ้าระดับพรีเมี่ยมให้กับผู้นำตลาดด้านการดูแลสุขภาพในช่องปาก หลายยี่ห้อรวมถึง Philips และ Church & Dwight มานานกว่า 18 ปี และส่งออกแปรงสีฟันไฟฟ้าไปทั่วโลกกว่า 20 ล้านด้ามต่อปี

เราจะมาเรียนรู้ว่าทีมวิศการของ  Hayco ใช้ประโยชน์จากเครื่องพิมพ์สามมิติในการพัฒนาสินค้า และทำต้นแบบที่มีความละเอียด อีกทั้งยังเข้ากันได้กับร่างกายมนุษย์ เพื่อใช้ในการทดสอบก่อนเริ่มผลิตจริง ได้อย่างไร

โรงงานของ Hayco ในเมืองเสิ่นเจิ้น ประเทศจีน

ผู้บุกเบิกการใช้เครื่องพิมพ์สามมิติ

ด้วยความเป็นผู้ผลิตที่ประวัติอันยาวนาน และมีนวัตกรรมการออกแบบที่เป็นหนึ่ง Hayco ได้เริ่มนำเครื่องพิมพ์สามมิติมาช่วยในการผลิตมาตั้งแต่ปลายยุค 90 ซึ่งมีทั้งเครื่องพิมพ์ชนิด fused deposition modeling (FDM) และ selective laser sintering (SLS) โดยมีนาย Hoss Vong ซึ่งขณะนี้เป็นผู้จัดการอาวุโสเป็นผู้ริเริ่ม

“ตอนนั้นเครื่องพิมพ์สามมิติมีความแตกต่างกันมากกับเครื่องพิมพ์สามมิติในปัจจุบันนี้ เครื่องที่เรามีเป็นเครื่องระดับอุตสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่ ต้องมีการอบรมการใช้งานมาก และราคายังแพงมาก ๆ ทั้งตัวเครื่อง และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา” นาย Vong กล่าว

การหาวัสดุที่เหมาะสมสำหรับส่วนประกอบต่าง ๆ

ในการออกแบบแปรงสีฟันใหม่สักอันหนึ่ง ส่วนประกอบต่าง ๆ ของมันจะต้องมีคุณสมบัติเฉพาะทำให้มีผลกระทบกับการหาวัสดุที่จะมาทำต้นแบบ ยกตัวอย่างเช่นตัวถังด้านนอกต้องเรียบเนียน และทนทาน ส่วนโครงด้านในต้องแข็งและเที่ยงตรงเพื่อให้ใส่อุกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้พอดี และที่สำคัญที่สุดหัวแปรงต้องเป็นวัสดุที่เข้ากันได้กับร่างกายมนุษย์ เพื่อให้สามารถทดสอบการใช้งานจริงได้ด้วย

วัสดุที่นำมาใช้มีความสำคัญที่สุดต่อการประเมินการสั่นสะเทือน และความไม่แน่นอนในการใช้งานของสินค้า ความแกร่ง และความหนาแน่นของมันก็จะต้องใกล้เคียงกับสินค้าจริง ๆ ที่จะถูกผลิตออกมาให้มากที่สุดด้วย

“เราประสบความสำเร็จมากในการใช้สินค้าของ Formlabs วัสดุเรซินมีความใกล้เคียงกับสินค้าที่เราผลิตอย่างมาก” นาย Vong กล่าว

นาย Vong กำลังทดสอบต้นแบบแปรงสีฟัน ที่หัวแปรงเป็นงานพิมพ์จากเครื่องพิมพ์สามมิติ

ด้วยประสบการณ์ของนาย Vong เขารู้ดีว่าเครื่องพิมพ์ SLA เป็นระบบที่เหมาะสมกับสินค้าของเขาที่สุด แม้ว่าในตลาดมีเรซินอยู่มากมายให้เลือกใช้ อีกทั้งราคายังถูกกว่า แต่เราไม่ยอมใช้มันด้วยเหตุผลของความปลอดภัย และคุณภาพ เขาใช้เรซินหลายชนิดของ Formlabs ในการทำการทดสอบสินค้า เขาเลือกใช้ Dental SG Resin ซึ่งเป็นเรซินที่เป็น biocompatible และให้รายละเอียดได้ดี

ติดปีกให้วิศวกรทุกคนด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติ

“มีคนรีวิวเครื่อง Form 2 ว่าเป็นเครื่องที่ดี ผมก็ได้อ่านมัน แล้วก็ทดลองซื้อมาใช้เครื่องหนึ่ง มันก็พิสูจน์ให้เห็นว่าผมสามารถไว้ใจมันได้ ทั้งตัวเครื่อง และเรซิน และตัวเครื่องเองไม่จำเป็นต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นมาใช้งาน ตอนนี้ทุกคนในบริษัทสามารถใช้งานมันกับโปรเจคของแต่ละคนได้เลย พอเครื่อง Form 3 ออกมาเราก็สั่งซื้อล่วงหน้าสองเครื่องเลย เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการ ตอนนี้เรามีทั้งหมด 6 เครื่องแล้ว” นาย Vong กล่าว

ปัจจุบัน Hayco มีเครื่องพิมพ์สามมิติ 6 เครื่องเนื่องจากมันใช้งานง่าย ทุกคนใช้ได้โดยไม่ต้องเรียนรู้มากนัก

การนำเครื่องพิมพ์สามมิติมาใช้งานทำให้นาย Vong ลดต้นทุนให้บริษัทไปได้ถึง 35% เมื่อเทียบกับการใช้ทำต้นแบบด้วยวิธีอื่น

โครงสร้างภายในของต้นแบบแปรงสีฟันไฟฟ้า พิมพ์ด้วยเรซินสีขาวของ Form 3
โครงสร้างภายในของต้นแบบแปรงสีฟันไฟฟ้าจะต้องแข็งแรง และมีความเที่ยงตรงสูงเพื่อการประกอบเข้ากับชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ได้พอดี

 

การทดสอบงานต้นแบบโดยไม่ต้องมีแม่พิมพ์

“ยกตัวอย่างการพัฒนาปุ่มกดของแปรงสีฟันไฟฟ้าเมื่อหลายปีก่อน เราต้องทำแม่พิมพ์เพื่อฉีดพลาสติกที่ใช้งานจริง ไม่อย่างนั้นเราไม่สามารถรับประกันได้เลยว่ามันจะใช้งานได้” นาย Vong กล่าว

ต้นแบบแปรงสีฟันไฟฟ้าพิมพ์ด้วยเครื่อง Form 3 (ล่าง) และ สินค้าที่ผลิตจริงจากแม่พิมพ์ฉีด (บน)

“ตอนนี้เราใช้เครื่อง Form 3 และเรซิน Tough 2000 กับงานต้นแบบของเรา งานพิมพ์ดูเหมือนงานที่ออกจากเครื่องฉีดพลาสติกมาก ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิตินี้เราสามารถทำต้นแบบสำหรับการนำเสนอ การทดสอบต้นแบบหลาย ๆ รูปแบบ เปรียบเทียบการใช้งาน และปรับเปลี่ยนขนาดได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง” นาย Vong กล่าว

โครงสร้างภายในของต้นแบบแปรงสีฟันไฟฟ้าพิมพ์ด้วยเรซินวิศวกรรม Tough 2000

ก้าวต่อไปของ Hayco

ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพในช่องปากเป็นแผนกที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว

“เราจะลงทุนกับเครื่องพิมพ์สามมิติต่อไป เหมือนกับที่เราใช้เครื่องพิมพ์สามมิติมากว่า 20 ปีแล้ว ตอนนี้เรากำลังศึกษาเกี่ยวกับการพิมพ์โลหะด้วยเลเซอร์เพื่อใช้ในแผนกทำแม่พิมพ์ของเรา นาย Vong กล่าว

Taylormade Hole In One! ด้วยเครื่องพิมพ์ 3D

Taylormade Hole In One! ด้วยเครื่องพิมพ์ 3D

TaylorMade ไม่เพียง แต่เป็นหนึ่งในชื่อที่ได้รับการยอมรับและเป็นที่รู้จักมากที่สุดในวงการกอล์ฟ แต่ยังเป็นหนึ่งในผู้นำนวัตกรรมที่ทันสมัยที่สุด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Creating the Best Bag in Golf

กว่า 40 ปีที่ TaylorMade เป็นหนึ่งในใจของนักกอล์ฟทุกระดับ ด้วยสินค้าที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในโลก มีสินค้าที่เหมาะกับนักกอล์ฟมือใหม่ที่ต้องการพัฒนาฝีมือในการเล่น ไปจนถึงนักกีฬากอล์ฟมืออาชีพในการแข่งขัน PGA Tour ที่ต้องการทำลายขีดจำกัดของตนเอง TaylorMade เติบโตด้วยสินค้าที่เป็นนวัตกรรม ช่วยให้นักกอล์ฟทำผลงานได้ดีขึ้น และคงเห็นแล้วว่า TaylorMade เป็นไม้กอล์ฟที่ดีที่สุดในตลาด

 

 

“Tiger Woods วางมาตรฐานไว้สูงมาก เขาเป็นนักกอล์ฟที่เข้มงวดมากเช่นเดียวกัน เขาจะตรวจสอบไม้กลอ์ฟของเขาแทบทุกกระเบียดนิ้ว การที่ไม้กอล์ฟ TaylorMade ได้อยู่ในถุงกอล์ฟของ

Chris Rollins วิศวกรพัฒนาสินค้ากล่าวไว้เขานับว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่ง”

40 ปีแห่งการการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ

มันเริ่มจากไม้กอล์ฟอันแรกในปี 1979 โดยไม้กอล์ฟ TaylorMade Pittsburgh ที่หัวไม้ทำจากโลหะและไม้ผสมกัน หรือที่เรียกว่า metalwood ได้เปิดมิติใหม่ของการเล่นกอล์ฟ จากนั้นมีการใช้โลหะมาทำหัวไม้หนึ่งกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งมันช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการตีได้มากกว่าไม้ล้วน ๆ และยังช่วยให้ตีได้ไกลขึ้นมาก สินค้าตัวนี้ช่วยให้ TaylorMade เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง แต่การจะยืนหยัดอยู่ให้ได้จำเป็นต้องทุ่มเทพัฒนาสินค้าด้วยนวัตกรรมที่ช่วยให้นักกอล์ฟตีลูกได้ดียิ่งขึ้น และ 40 ปีให้หลังเมื่อนักกอล์ฟเห็นตรา TaylorMade บนไม้กอล์ฟ พวกเขาจะรู้ได้ทันทีว่าเสน่ห์ของ metalwood ดั้งเดิมจะยังคงซึมซาบอยู่ในไม้รุ่นใหม่ ๆ เสมอ

ความเร็ว และความนิ่ง

ไม้กอล์ฟรุ่น The SIM Fairway เป็นหนึ่งในรุ่นที่ดีที่สุดของ TaylorMade ไม้รุ่นนี้ช่วยเพิ่มความเร็วลูกกอล์ฟ ตีได้สูงขึ้น และที่สำคัญที่สุดช่วยลดความผิดพลาดในการตีให้กับนักกอล์ฟทุกระดับ

ในการออกแบบหัวไม้กอล์ฟแบบใหม่ ๆ จะเริ่มจากการระดมสมองของทีมงานงานวิจัย และ นวัตกรรม ต้องคิดว่าการออกแบบใหม่นั้นจะช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง เมื่อตอนที่ทีมงานได้เริ่มออกแบบ แนวทางของบริษัทต้องการจะลดจุดศูนย์ถ่วงของหัวไม้ให้ต่ำลง ปรับปรุง turf interaction และขยายพื้นที่ในการตีเพื่อลดความผิดพลาด วิศวกรเริ่มการออกแบบในแบบสองมิติ และทำการวิเคราะห์ เป้าหมายคือศึกษาว่าจะต้องใส่น้ำหนักเท่าไหร่ลงไปที่หัวไม้กอล์ฟ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการสวิงแต่ละครั้ง ทีมงานใช้เครื่องพิมพ์สามมิติในการสร้างต้นแบบจากไฟล์ CAD ให้เป็นตัวอย่างงานที่จับต้องได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย การทำงานในระบบสามมิติช่วยให้ TaylorMade ได้สัมผัส เห็นความแตกต่างของการกระจายน้ำหนัก และเข้าถึงความรู้สึกในวงสวิงของหัวไม้แต่ละแบบที่พวกเขาดีไซน์ขึ้นมา ทำให้การปรับปรุงการออกแบบหัวไม้กอล์ฟทำได้ง่าย และตรงจุดมากขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในไม้รุ่น The SIM Fairway ก็เป็นผลมาจากกระบวนการออกแบบข้างต้น

ทีมงานออกแบบได้ใช้เรซิน Draft ในการพิมพ์ตัวอย่างที่ต้องการความรวดเร็ว และมันก็เสร็จในเวลาไม่กี่ชั่วโมง จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นเรซินชนิด Grey เพื่อให้มันดูเหมือนของจริงมากยิ่งขึ้น และฟีเจอร์ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของ Grey Resin คือการประกบงานได้แม่นยำ ทำให้วิศวกรออกแบบสามารถสลับแผ่นน้ำหนักที่ใช้ถ่วงได้หลายระดับ และหลายลักษณะในการทดสอบ

“การประกบกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ รวมถึงความละเอียดของชิ้นงานเป็นอะไรที่เราไม่สามารถหาได้จากเครื่องพิมพ์ตัวอื่นใด เราได้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมโดยการพิมพ์ทีละชิ้นแล้วนำมาประกอบกัน”

TaylorMade มีเป้าหมายอันชัดเจนที่จะสร้างสรรค์ไม้กอล์ฟที่ดีที่สุดในโลกเพื่อให้คุณเป็นนักกอล์ฟที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งหมายความว่าหัวไม้กอล์ฟที่มีประสิทธิภาพสูง พร้อมด้วยรูปร่างหน้าตาที่สร้างแรงบันดาลใจจะช่วยให้ตีลูกได้ไกลขึ้น แม่นยำขึ้น และผิดพลาดน้อยลง

เมื่อนักกอล์ฟดึงไม้ TaylorMade ออกจากถุงกอล์ฟ พวกเขาจะมั่นใจได้ว่าสิบแปดหลุมข้างหน้าจะเป็นต้องเป็นสิบแปดหลุมที่ดีที่สุดของเขา

บทสัมภาษณ์วิศวกรพัฒนาผลิตภัณฑ์: Chris Rollins

Q: คุณจะใช้เครื่องพิมพ์สามมิติในโปรเจคต่อไปไหม?

A: แน่นอนที่สุด มันทำงานเร็ว ประหยัด และมันช่วยให้เราเข้าถึงรายละเอียดอย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน เรามีโปรเจคที่ล้ำหน้ามาก ๆ โดยมีเครื่องพิมพ์สามมิติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง และนักกอล์ฟจะต้องชอบมันมาก

   

เครื่องมือที่ TaylorMade ใช้

รีวิว Fullscale Max 1000

รีวิว Fullscale Max 1000

เครื่องพิมพ์สามมิติในปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ วันนี้เรามีเครื่องพิมพ์ 3D Fullscale Max 1000 ที่มีขนาด 1 ลูกบาศก์เมตร (1.00×1.00×1.00 เมตร)

Fullscale Max 1000 เป็นเครื่องพิมพ์ 3D ระดับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ตัวเครื่องเป็นระบบ FFF (Fused Filament Fabrication) มี 2 หัวพิมพ์สามารถพิมพ์งาน 2 สี หรือ 2 วัสดุได้พร้อมกัน

จุดเด่นของเครื่องนี้

  • ตัวเครื่องปิดมิดชิด ทำความร้อนในห้องพิมพ์ได้ถึง 70°C
  • ห้องเก็บม้วนพลาสติกทำความร้อนได้สองระดับ (45°C or 65°C) เพื่อรักษาคุณภาพของเส้นพลาสติก และใส่ได้ 2 ม้วน
  • มี 2 หัวพิมพ์
  • ปรับระดับแท่นพิมพ์อัตโนมัติ
  • จอภาพ LCD สีขนาดใหญ่ 9.7 นิ้ว

จากที่ได้ทดสอบพิมพ์ไปหลายงานพอจะสรุปได้ดังนี้

ขนาดงานพิมพ์ 1 ลูกบาศก์เมตร

ด้วยขนาดแท่นพิมพ์ที่ใหญ่ถึง 1.00 x 1.00 x 1.00 เมตร ทำให้การพิมพ์งานชิ้นใหญ่ในครั้งเดียวโดยไม่ต้องต่อเป็นไปได้อย่างง่ายดาย เราไม่จำเป็นต้องย่องานให้เล็กลงเพื่อให้เข้ากับขนาดแท่นพิมพ์ที่เล็ก ๆ หรือแบ่งงานออกเป็นส่วน ๆ แล้วพิมพ์ทีละชิ้น ขนาด 1 ลบ.ม. ช่วยให้พิมพ์ได้ต่อเนื่องกว่า

ระบบทำความร้อนในห้องพิมพ์/ห้องเก็บเส้น

ในการพิมพ์พลาสติกประเภท ABS, PETG, Nylon, และพลาสติกวิศวกรรมอื่น ๆ จำเป็นต้องมีการรักษาอุณหภูมิระหว่างพิมพ์ให้คงที่ จะช่วยป้องกันการบิดตัว และการแยกชั้นได้ เครื่องพิมพ์ Fullscale Max 1000 มาพร้อมกับเครื่องทำลมร้อนที่สามารถปรับลมร้อนได้ถึง 70 องศาเซลเซียส รองรับการพิมพ์พลาสติกวิศวกรรมได้เป็นอย่างดี และตัวเครื่องที่ปิดสนิททำให้ความร้อนไม่รั่วไหล และไม่มีอากาศภายนอกมารบกวน

เครื่องเป่าลมร้อนภายในห้องพิมพ์
เครื่องเป่าลมร้อนภายในห้องพิมพ์
ปุ่มเปิดลมร้อนในห้องเก็บเส้น เลือกอุณหภูมิได้ตามชนิดของเส้นพลาสติก
ปุ่มเปิดลมร้อนในห้องเก็บเส้น เลือกอุณหภูมิได้ตามชนิดของเส้นพลาสติก
เครื่องเป่าลมร้อนในห้องเก็นเส้น
เครื่องเป่าลมร้อนในห้องเก็นเส้น

หัวพิมพ์คู่ที่สามารถทำความร้อนได้ถึง 420°C

ระบบสองหัวพิมพ์ช่วยให้พิมพ์งานสองสี หรือสองวัสดุได้พร้อมกัน และหัวพิมพ์ที่ให้มาจะมีสองแบบ แบบหนึ่งทำความร้อนได้ 260°C มีท่อเทฟล่อน เหมาะสำหรับใช้พิมพ์ PLA โดยเฉพาะ อีกแบบหนึ่งจะทำความร้อนได้ 420°C สำหรับพลาสติกนอกเหนือจาก PLA ซึ่งหัวพิมพ์ที่มีมาให้นอกจากที่ติดกับชุดหัวพิมพ์แล้วยังมีสำรองเป็นหัวพิมพ์ขนาดรูต่าง ๆ ได้แก่ 0.4, 0.6, 0.8, 1.0 และมีแบบ 420°C มาให้ด้วย นอกจากนี้ Fullscale Max 1000 จะมีอะไหล่ และเครื่องมือมาให้จำนวนมาก ทำให้ไม่ต้องกังวลเวลาเกิดการเสียหาย

หัวพิมพ์คู่
หัวพิมพ์คู่
อะไหล่หัวพิมพ์ขนาดต่าง ๆ ที่มีมาให้ในชุด
อะไหล่หัวพิมพ์ขนาดต่าง ๆ ที่มีมาให้ในชุด
อะไหล่เครื่องพิมพ์ให้มามากมาย
อะไหล่เครื่องพิมพ์ให้มามากมาย
อะไหล่ BL-Touch ก็ให้มาด้วย
อะไหล่ BL-Touch ก็ให้มาด้วย

ปรับระดับแท่นพิมพ์อัตโนมัติ 64 จุด

การปรับระดับแท่นมีความแม่นยำสูง โดยใช้ BL-Touch Probe วัดระยะเต็มพื้นที่ของแท่นพิมพ์มากถึง 64 จุด แล้วคำนวณชดเชยให้อัตโนมัติในระหว่างการพิมพ์ ทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีปัญหาในการพิมพ์อย่างแน่นอน

BL-Touch ช่วยให้การตั้งระดับแท่นพิมพ์ง่ายขึ้นเยอะ
BL-Touch ช่วยให้การตั้งระดับแท่นพิมพ์ง่ายขึ้นเยอะ

Linear Guide Rail คุณภาพสูง

Linear Guide Rail ดูแข็งแรงมั่นคงมาก
Linear Guide Rail ดูแข็งแรงมั่นคงมาก

Linear Guide Rail ส่วนมากจะมีใช้ในเครื่องจักรขนาดใหญ่ ที่ต้องการความแม่นยำในการทำงานสูง ในเครื่องพิมพ์ Fullscale Max 1000 ก็นำมาใช้เหมือนกัน ทำให้เหมาะกับการพิมพ์งานขนาดใหญ่ช่วยให้การพิมพ์แทบไม่มีความคลาดเคลื่อนเลย

อื่น ๆ

ระบบบันทึกตำแหน่งงาน เมื่อเกิดไฟฟ้าขัดข้อง เครื่องจะจำตำแหน่งที่พิมพ์ล่าสุดไว้ และหลังจากไฟฟ้ากลับมาใช้งานได้ปรกติ เมื่อเปิดเครื่องอีกครั้งเราสามารถสั่งให้เครื่องพิมพ์ต่อจากจุดสุดท้ายได้อย่างต่อเนื่อง หมดปัญหาว่างานจะเสียหาย ไม่ต้องพิมพ์ใหม่ตั้งแต่ต้น และเมื่อเส้นพลาสติกหมดระหว่างพิมพ์ เครื่องจะหยุดพิมพ์ชั่วคราว เมื่อเราเปลี่ยนเส้นพลาสติกม้วนใหม่เข้าไปแล้วเครื่องก็จะทำงานต่อโดยอัตโนมัติ เส้นพลาสติกที่ให้มาพร้อมเครื่องจะเป็นม้วนขนาด 3 กก. จำนวน 2 ม้วน

ระหว่างพิมพ์งานนับว่าเสียงเงียบพอสมควร ลองใช้แอปวัดดูจะอยู่ที่ประมาณ 50 DBA เสียงดังที่สุดตอนเครื่องขยับแกน Z

สรุปของสรุป

การพิมพ์ชิ้นงานขนาดใหญ่ด้วยหัวพิมพ์ 1 มม. จะต้องปรับค่าการพิมพ์ใหม่ ซึ่งจะแตกต่างจากการตั้งค่าการพิมพ์ในเครื่องขนาดเล็กที่ใช้หัวพิมพ์ขนาดมาตรฐาน 0.4 มม. ในการพิมพ์งานชิ้นใหญ่จะใช้เวลานาน ดังนั้นจึงไม่นิยมพิมพ์ที่ความละเอียดสูง สำหรับหัวพิมพ์ขนาด 1.0 มม. เราขอแนะนำให้ใช้ layer height ที่ 0.50-0.75 มม. (การที่ใช้ layer height จะมีผลให้ต้องใช้ support มากกว่าปรกติอยู่บ้าง) ส่วน infill ใช้แค่ 5% ก็พอ งานที่ได้มีความแข็งแรงมาก ลองดูตัวอย่างการตั้งค่างานพิมพ์จากทางผู้ผลิตได้

เราได้ทดสอบเรื่องไฟดับแล้วพิมพ์ต่อ และเส้นหมดแล้วพิมพ์ต่อ ทั้งสองฟังก์ชั่นทำงานปรกติ แทบไม่มีรอยต่อเลย นับว่าเครื่องพิมพ์ Fullscale Max 1000 เป็นเครื่องพิมพ์สามมิติระดับอุตสาหกรรมที่ไว้ใจได้ ในราคาที่จับต้องได้ ณ วันที่รีวิวนี้ราคาประมาณ 1 ล้านบาทเศษ ซึ่งเมื่อเทียบกับเครื่องขนาดใกล้เคียงกันของยี่ห้ออื่นเรียกได้ว่าราคาถูกกว่าครึ่งเลยทีเดียว นับว่าเป็นเครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่ที่คุณภาพสูงและราคาประหยัดสำหรับยุคนี้

ดาวโหลด โปรชัว
ใบเสนอราคา / Demo

Specification

Printing
Print Technology Fused Filament Fabrication
Build Volume 1000*1000*1000mm
Number of Nozzles Double
Resolution 0.1 mm
Layer Resolution 0.05 mm
Filament Diameter 1.75 mm
Filament Compatibility ABS,PLA,Carbon Fiber,PETG,Nylon,PC,etc.
Nozzle Diameter 1.0 mm(0.4~1.5 mm)
Print File Type STL, OBJ, AMF, Gcode

 

Temperature
Max. Nozzle Temperature 420 ℃
Max. Bed Temperature 100 ℃
Hot Chamber Temperature 60 ℃
Filament Dry Room Temperature 45 ℃/65 ℃

 

Mechanical
Construction Power-Coated Steel, Aluminum Casting for Motion Components, POM
Build Plate Glass Ceramic Panel
Build Plate Leveling Automatic
Extruder Smart Dual Extruders
Stepper Motors 1.8° Step Angle with 1/16 Micro-stepping
X Y Positioning Precision 0.011 mm
Z Positioning Precision 0.002 5 mm
Software
Software Bundle CreatWare, Simplify 3D, Cura, Slice 3r, etc
Supported File Types STL,OBJ,Gcode,AMF
Operating Systems Win7/8/10, MacOS

 

Special Function
Outage Restored Save data when power is off
Filament Detection Pause printing when filament run out
Automatic Shut-down Turn off the power automatically when printing is complete
Camera control Camera remote monitoring and real-time control of the printing process

 

Speed
Best Printing speed 60 mm/s
Max. Printing speed 120 mm/s

 

Electrical
Power Requirements 220~240 V, 50~60 Hz
Screen 9.7-inch full color touch screen independent operating system (multi-language)
Max. Power 4000W
Storage Media U Disk
Connectivity USB

 

Size & Weight
Product Dimensions & Weight 1740*1300*1920mm 550kg
Packing Size & Weight 1910*1510*2205mm 640kg

 

Adaptive layer with layer number

Adaptive layer with layer number

ใน PreForm 3.7.1 นอกจากจะมีการปรับปรุงด้านประสิทธิภาพของโปรแกรมโดยทั่วไปแล้ว ยังได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ที่มีประโยชน์มาก นั่นคือ adaptive layer height สำหรับเครื่อง Form 3/3B แต่ขณะนี้มันยังเป็นรุ่นเบต้าอยู่

คุณสมบัติใหม่นี้จะคำนวณและปรับเปลี่ยนความสูงของเลเยอร์ในโมเดลให้โดยอัตโนมัติ ทำให้การพิมพ์งานเร็วขึ้นมาก แต่ยังคงรายละเอียดที่ต้องการไว้ได้อย่างดี การกำหนดความสูงต่าง ๆ ของเลเยอร์ซึ่งจะขึ้นอยู่กับรูปร่างของโมเดลนั้น ๆ เช่นในส่วนที่เป็นผนังแนวตั้งโปรแกรมจะปรับให้ขนาดเลเยอร์หนาขึ้น ในส่วนที่มีรายละเอียดเล็ก ๆ หรือจุดที่มีความเอียงลาดนั้นขนาด เลเยอร์ จะบางลง ทั้งนี้โปรแกรมจะพยายามปรับให้โมเดลมีความละเอียดสูงสุดอยู่ตลอดเวลา

เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่น่าลองทีเดียว

* ล่าสุดวันนี้ PreForm 3.8.0 ได้เปิดตัวพร้อมกับเพิ่มการแสดงตำแหน่งความสูงกำกับไว้เพิ่มเติมจากเดิมอีกด้วย

รีวิว FlashForge Adventurer 3 Lite

รีวิว FlashForge Adventurer 3 Lite

รีวิว FlashForge Adventurer 3 Lite

FlashForge Adventurer 3 Lite เป็นเครื่องพิมพ์ 3D ที่เกิดขึ้นมาจากความสำเร็จของรุ่นพี่อย่าง FlashForge Adventurer 3 โดยทาง FlashForge ต้องการขยายฐานลูกค้าที่ต้องการใช้เครื่อง Adventurer 3 โดยปรับลดราคาลง ทั้งนี้ก็ได้ตัดคุณสมบัติที่ไม่จำเป็นออกไป 2 อย่างคือกล้อง และเซ็นเซอร์เช็คเส้น ส่วนคุณสมบัติอื่น ๆ ยังคงคุณภาพเหมือนเดิมทุกประการ

คงไม่ต้องพูดกันมากเกี่ยวกับคุณภาพการพิมพ์ของเครื่องรุ่น Adventurer 3 ที่เป็นที่ยอมรับกันในหมู่นักประดิษฐ์ และผู้ใช้งานโดยทั่วไป ทั้งในด้านการใช้งานที่ง่าย เงียบ พิมพ์วัสดุได้หลากหลาย และผิวงานที่สวยเนียน เป็นต้น

ความแตกต่าง

อย่างที่ได้กล่าวแล้วว่าความแตกต่างในสองรุ่นนี้มีน้อยมาก และนี่คือความแตกต่างที่มองเห็นได้

คุณภาพงาน

เมื่อทดสอบพิมพ์กับ FlashForge Adventurer 3 แล้วจะเห็นได้ว่าผลงานมีความสวยงามไม่ต่างกันเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้เส้น Filament PLA Pro ของ Print3Dd

ผลงานจากผู้ใช้งานในต่างประเทศ

สรุปว่า FlashForge Adventurer 3 Lite เป็นเครื่องพิมพ์ 3D คุณภาพสูงที่ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าเงินอย่างมาก ผลงานที่ได้ก็เรียกว่าประทับใจผู้ใช้งานจำนวนมาก ผู้ที่มองหาเครื่องพิมพ์ 3D คุณภาพสูง ราคาประหยัดไม่ควรพลาดครับ

 

การใช้ 3D scanner ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของชาวเซียร์ราลีโอน

การใช้ 3D scanner ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของชาวเซียร์ราลีโอน

Shining 3D ในเมือง Stuttgart เยอรมันนี ได้ร่วมโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้ชาวเซียร์ราลีโอน โดยใช้สแกนเนอร์แบบมือถือ ช่วยในการผลิตอวัยวะเทียมให้กับผู้พิการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ ทั้งนี้อวัยวะเทียมเป็นที่ต้องการอย่างสูงในสาธารณรัฐเซียร์ราลีโอน

ในการผลิตอวัยวะเทียมโดยใช้เทคโนโลยีสามมิติช่วยให้ทำได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการสแกนอวัยวะที่ขาดใช้เวลาประมาณ 20 นาทีโดยรวมถึงการเตรียมการและการตรวจสอบอวัยวะของคนไข้ จากนั้นการปรับแต่งโดยใช้โปรแกรม MeshMixer อีกประมาณ 30 นาที ส่วนการผลิตจะใช้เวลาประมาณ 16-20 ชั่วโมง ส่วนของเท้าจะทำด้วยไม้จากในชุมชนเอง จากนั้นจะมีการตกแต่งสีให้ดูเป็นธรรมชาติเหมือนขาจริง

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

3D printing กับความปลอดภัยต่อการสัมผัสอาหาร

3D printing กับความปลอดภัยต่อการสัมผัสอาหาร

แนวทางสำคัญในการพิมพ์สามมิติภาชนะใส่อาหาร: ข้อกำหนด เทคโนโลยี วัสดุ และอื่น ๆ

 

เครื่องพิมพ์สามมิติให้อิสระในการออกแบบสินค้าที่ผลิตตามความต้องการของลูกค้าแต่ละคน  งานที่มีความสลับซับซ้อน หรืองานที่มีรูปทรงแบบออแกนนิค ซึ่งอาจจะมีต้นทุนสูง หรืออาจจะไม่สามารถผลิตด้วยกรรมวิธีทั่วไปได้เลย

แต่ความอิสระนี้อาจจะถูกข้อบังคับด้านการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับอาหาร หากคุณต้องการพิมพ์งาน 3D ที่ต้องสัมผัสกับอาหาร คุณจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัย และกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อไม่ให้เกิดการสัมผัสกับสารพิษ หรือการสะสมแบคทีเรียที่เป็นอันตราย

การพิมพ์ 3D ที่ปลอดภัยกับอาหารเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ และวัสดุที่ได้รับอนุญาตให้ใช้กับอาหารก็มีมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ยังมีความเคลือบแคลงเกี่ยวกับวิธีการทำงาน และการหาข้อกำหนดที่ตรงตัวก็ยังเป็นเรื่องที่ท้าทาย

จากนี้จะขอแนะนำเกี่ยวกับความปลอยภัยด้านอาหาร ข้อควรคำนึงเรื่องการพิมพ์ 3D สำหรับอาหาร และประเภทของเครื่องพิมพ์ 3D ที่ใช้ผลิต ทั้งในเครื่องแบบ stereolithography (SLA), fused deposition modeling (FDM), และ selective laser sintering (SLS)

จริง ๆ แล้วความปลอดภัยกับอาหาร (Food Safe) หมายถึงอะไรกันแน่?

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกับคำศัพท์ต่อไปนี้เสียก่อน

  • Food gradeคำว่า “Food grade” คือส่วนประกอบแต่ละส่วนในความปลอดภัยของอาหารและยาต่อการบริโภคของมนุษย์ และสามารถใช้ได้โดยตรงกับผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับอาหาร ซึ่งใช้กันทั่วไปในการอธิบายเครื่องมือและอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ เพียงพอที่จะใช้สำหรับการผลิตอาหาร การจัดเก็บอาหาร หรือเพื่อเตรียมอาหาร นอกจากนี้ยังเป็นตัวบ่งชี้ที่มีความสำคัญด้านความปลอดภัยในทางปฏิบัติในหลายอุตสาหกรรม ที่จะทำให้ผู้บริโภครู้สึกปลอดภัย วางใจและยกระดับของสินค้าให้ก้าวสู้ระดับที่สูงขึ้น ตอบสนองลักษณะทางความนิยมทางสังคม และสิ่งแวดล้อม ดังนั้นวัสดุหรือบรรจุภัณฑ์ที่มีคำว่า ฟู้ดเกรด (Food Grade) จึงถือว่ามีความสะอาดและปลอดภัยต่อผู้บริโภค
  • Food safeหมายถึงการเลือกใช้วัสดุ Food grade ที่ปลอดภัยเหมาะสำหรับการใช้งานตามวัตถุประสงค์ และไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค สามารถนำมาบริโภคได้ โดยไม่เป็นอันตรายใด ๆ ต่อผู้บริโภค เพื่อให้ผู้บริโภคปลอดภัยจากอันตรายที่มาจากอาหารและยา เช่น อันตรายทางชีวภาพที่เกิดจากสิ่งมีชีวิตที่เป็นจุลินทรีย์ก่อโรค อันตรายทางเคมีที่เกิดจากสารเคมีที่มีอยู่ในวัตถุดิบ อันตรายทางกายภาพที่เกิดจากสิ่งแปลกปลอม ปนเปื้อนมากับอาหาร ได้แก่ อันตรายทางชีวภาพ อันตรายทางเคมี และอันตรายทางกายภาพ
  • Food contact surfaces (พื้นผิวที่สัมผัสอาหาร) หมายถึง พื้นผิวที่สัมผัสกับอาหาร และพื้นผิวที่ของเหลวไหลหยดลงบนอาหารโดยตรง หรือหยดบนพื้นผิวที่สัมผัสกับอาหาร ซึ่งเกิดขึ้นตามปกติของการ ผลิตอาหาร รวมถึงภาชนะและพื้นผิวของเครื่องมือที่สัมผัสกับอาหาร พื้นผิวที่สัมผัสอาหาร (food contact surfaces) ทำจากวัสดุที่ปลอดภัยต่ออาหารที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อทนต่อสภาพแวดล้อมที่จะนำมาใช้ ซึ่งรวมถึงการสัมผัสกับสารทำความสะอาด สารฆ่าเชื้อและขั้นตอนการทำความสะอาดต่าง ๆ

Food grading และ food safety จะให้ความสำคัญกับการบริโภคเข้าไป อนุภาคขนาดเล็กมาก ๆ ขนาดไม่กี่นาโนเมตร จนถึงขนาดหลายร้อยนาโนเมตรอาจถูกถ่ายทอดไปในแต่ละกระบวนการ ตัวอย่างเช่นจากวัตถุดิบไปยังชิ้นงานพิมพ์ และจากชิ้นงานไปยังอาหาร

เนื่องจากระดับการถ่ายทอดอนุภาคจะน้อยมากในการสัมผัสอาหารแบบชั่วครู่ ดังนั้น Food grade จึงจะให้ความสำคัญกับการสัมผัสกับอาหารเป็นระยะเวลานาน ๆ มากกว่า เช่นภาชนะใส่อาหาร หลอดดูด ช้อนส้อม จาน และแม่พิมพ์อาหาร การทดสอบจะเป็นไปตามข้อกำหนดของ อย. แต่ละประเทศ ในส่วนขอประเทศไทยจะพิจารณาถึง

  • วัสดุผ่านอุณหภูมิในช่วงแนะนำที่ปลอดภัย
  • วัสดุนั้นมีความปลอดภัยกับอาหารแต่ละชนิด (ปริมาณไขมัน, ความเป็นกรด, ความชื้น และอื่น ๆ )
  • วัสดุนี้จะคงสภาพแวดล้อมที่จะถูกนำไปใช้รวมถึงการทำความสะอาดและการฆ่าเชื้อ

สำหรับในสหรัฐฯ จะเป็นไปตาม FDA CFR 21 และด้านยุโรปจะมีข้อกำหนด 10/2011

มองหาสัญลักษณ์เหล่านี้ของ อย. แต่ละประเทศ โปรดระลึกไว้ว่าวัสดุนั้นเป็นไปตามข้อกำหนดเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่ามันได้รับอนุญาตให้ใช้โดยหน่วยงานนั้น ๆ ดังนั้นต้องตรวจสอบกับเอกสารข้อมูลด้านเทคนิคให้แน่ใจก่อน

มาตรฐานสากลในการพิจารณาจะเป็นไปตามรหัสอาหารของ อย. วัสดุที่ใช้จะต้องผ่านมาตรฐานดังต่อไปนี้

  • ไม่มีการแพร่วัตถุอันตราย
  • ไม่ส่งกลิ่น สี หรือรส
  • ปลอดภัยภายใต้การใช้งานปรกติ
  • ทนทาน ทนการกัดกร่อน และ ไม่ดูดซึม
  • มีน้ำหนักมากพอที่จะรองรับการล้างได้หลาย ๆ ครั้ง
  • ผิวเรียบ ทำความสะอาดได้ง่ายโดยไม่แตกหัก และไม่มีคม
  • ทนทาน ไม่เป็นรอย หลุม แตกลายงา รอยแยก รอยบาก การบิดเบี้ยว และย่อยสลาย
  • ตรวจสอบได้ง่าย

ข้อพิจารณาในด้านความปลอดภัยต่ออาหารของงานพิมพ์ 3D

การสะสมแบคทีเรีย

งานพิมพ์ 3D อาจจะกลายเป็นจานเพาะเชื้อแบคทีเรียได้ภายในเวลาแค่ไม่กี่สัปดาห์ ถึงแม้ว่าวัสดุบางชนิดจะเอาเข้าเครื่องล้างจานได้ แต่แบคทีเรียอันตรายบางชนิดเช่น E. coli และ salmonella ที่อาศัยในซอกเล็กซอกน้อยบนผิวงานก็อาจหลุดรอดไปได้ เชื้อราที่มีพิษบางชนิดก็สามารถเจริญเติบโตได้บนพลาสติกและยากที่จะกำจัด การใช้สารฟอกขาว หรือเอาเข้าเครื่องไมโครเวฟก็ไม่สามารถกำจัดมันได้

คงไม่มีปัญหาใด ๆ หากมันเป็นงานพิมพ์ที่ใช้แล้วทิ้ง แต่ถ้าคุณตั้งใจจะใช้มันถาวร ก็ขอแนะนำว่าให้เคลือบมันด้วยสารที่เป็น food safe

การเคลือบด้วยสารที่เป็น food safe และ น้ำยาผนึก

ทางเลือกที่ดีที่สุดในการลดอันตรายจากการสะสมของแบคทีเรีย และจากอนุภาคที่หลุดออกมา ทำได้โดยการจุ่มเคลือบงานพิมพ์สามมิตินั้นด้วย food grade epoxy หรือ polyurethane resin ตัวอย่างเช่น Masterbond’s EP42HT-2FG หรือ ArtResin หรือเทฟล่อน

อย่างไรก็ตามการเคลือบนั้นก็ไม่ได้รับประกันว่าจะใช้ได้อย่างปลอดภัยในระยะยาว เพราะสารเคลือบเหล่านี้ไม่ได้ทนต่อการล้างด้วยเครื่องล้างจาน และมันยังเสื่อมไปตามอายุด้วย ทำให้พื้นผิวเดิมเผยออกมา

ความปลอดภัยสำหรับเครื่องล้างจาน

โดยทั่วไปวัสดุที่ใช้พิมพ์สามมิติมักจะมีค่าการต้านทานความร้อนต่ำ ซึ่งหมายความว่ามันจะเกิดการเปราะ แตก หรือเสียรูปเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น หากคุณตั้งใจจะทำความสะอาดงานพิมพ์สามมิติด้วยเครื่องล้างจาน โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่ามันใช้วัสดุที่ปลอดภัยสำหรับใช้กับเครื่องล้างจาน และตรวจสอบอุณหภูมิด้วย

อุปกรณ์ที่ปลอดภัยกับอาหาร

เนื่องจากอนุภาคสามารถเคลื่อนย้ายจากตัวเครื่องพิมพ์สามมิติไปยังงานพิมพ์สามมิติได้ ดังนั้นมันจึงสำคัญมากที่ตัวเครื่องพิมพ์ อุปกรณ์ และเครื่องมือต่าง ๆ ที่สัมผัสกับวัสดุพิมพ์ และงานพิมพ์ จะต้องไม่มีส่วนประกอบของสารเคมีอันตรายด้วย

ทั้งนี้รวมไปถึงการใช้งานวัสดุหลายชนิดในเครื่องเดียวกัน ซึ่งวัสดุที่ใช้ก่อนหน้านี้อาจจะไม่เป็น food safe หรือมีสารพิษตกค้างอยู่ก็ได้

วัสดุพิมพ์ที่เป็น Food safe

วัสดุพิมพ์สามมิติหลาย ๆ ชนิดไม่เป็น food safe และอาจมีสารเคมีที่เป็นพิษปนเปื้อนอยู่ จงใช้แต่วัสดุพิมพ์ที่ทำมาเพื่อการใช้พิมพ์งานที่สัมผัสอาหารได้โดยเฉพาะเท่านั้น

ระยะเวลาที่สัมผัสอาหาร

อย่างที่ทราบแล้ว ความเสี่ยงที่จะเกิดการปนเปื้อนจะมากขึ้นเมื่อมีการยืดระยะเวลาที่งานพิมพ์สามมิติสัมผัสกับอาหารให้ยาวนานขึ้น ดังนั้นจึงควรจำกัดเวลาที่งานพิมพ์ต้องสัมผัสกับอาหารให้น้อยที่สุด

การใช้เครื่องพิมพ์สามมิติผลิตภาชนะบรรจุอาหาร

ลองถามตัวเองว่าทำไมจึงต้องพิมพ์งานที่สัมผัสอาหาร หากเป็นงานออกแบบ งานสร้างสรรค์ โดยทั่วไปแล้วมีวิธีทำโดยอ้อมในการผลิตเช่นการทำเป็นแม่พิมพ์ก่อน สามารถอ่านรายละเอียดในหัวข้อต่อไป

งานพิมพ์ระบบ Stereolithography (SLA) ที่เป็น Food Safe

งานพิมพ์ระบบ SLA จะขึ้นรูปวัตถุสามมิติด้วยการใช้แสงเลเซอร์ยิงไปยังเรซินเหลวไวแสง เพื่อให้เรซิน ณ จุดนั้นแข็งตัว

แล้วเรซินนั้นเป็นชนิดที่ปลอดภัยกับอาหารไหม? คำตอบคือ ไม่ เนื้อเรซินสามารถก่อเกิดอนุภาคได้ ทำให้เรซินทุกชนิด รวมถึงงานพิมพ์ไม่ปลอดภัยต่ออาหารด้วยตัวของวัสดุเอง แม้เรซินสำหรับงานทันตกรรม และทางการแพทย์จะได้รับการรับรองว่าเข้ากันได้กับร่างกาย แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่ามันปลอดภัยกับอาหาร วัสดุเหล่านี้ได้รับการรับรองให้ใช้เฉพาะเจาะจงกับงานบางชนิดเท่านั้น และไม่ควรสัมผัสอาหาร

งานพิมพ์จากเครื่องพิมพ์ระบบ SLA จะมีผิวที่เรียบกว่า จึงง่ายกว่าในการเคลือบผิวเพื่อป้องกันการก่อตัวของแบคทีเรีย ปัจจัยที่มีผลต่อความเรียบของผิวได้แก่ ชนิดของเรซิน ความหนาของเลเยอร์ ทิศทางการวาง จำนวนโครงตาข่ายของโมเดลงาน และการอบแสงยูวี งานพิมพ์ที่เสร็จแล้วจะต้องล้าง และอบยูวีตามขั้นตอนที่บริษัทผู้ผลิตแนะนำก่อนจะนำไปเคลือบ อย่างไรก็ตามการเคลือบก็ยังไม่ได้รับประกันว่าจะปลอดภัยกับอาหารเนื่องจากสารเคลือบอาจจะทำปฏิกิริยากับเรซิน หรือเสื่อมสภาพไปตามเวลา ทำให้ผิวเรซินเปิดเผยออกมา

แม่พิมพ์

การทำแม่พิมพ์ตามแบบเป็นวิธีการที่ใช้กันทั่วไปในการใช้ประโยชน์จากเครื่องพิมพ์ระบบ SLA โดยที่งานพิมพ์จาก SLA ไม่เหมาะที่จะสัมผัสอาหารโดยตรง แต่มันเหมาะมากที่จะใช้ทำแม่พิมพ์แล้วใช้การขึ้นรูปแบบสุญญากาศด้วยพลาสติกที่เป็น Food safe

การขึ้นรูปโดยใช้แม่พิมพ์นี้ง่าย และผลงานที่ได้ก็สวยงามมาก

งานแม่พิมพ์ 3D และใช้การขึ้นรูปแบบสุญญากาศ

การชุบโลหะด้วยไฟฟ้า (Electroplating)

กระบวนการผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปในสารละลายเกลือของโลหะ (Metallic salts) แล้วทำให้อิออนบวกวิ่งมารับประจุไฟฟ้าลบที่ชิ้นงาน ซึ่งทำหน้าที่เป็นขั้วลบ (Cathode) จึงทำให้เกิดเป็นชั้นผิวบางของโลหะมาเคลือบอยู่บนผิวด้านนอกของชิ้นงาน มักใช้เพื่อป้องกันการเกิดสนิมโลหะ หรือเพื่อให้พื้นผิวงานมีความคงทน

งานพิมพ์จากเครื่อง SLA เหมาะมากกับการชุบโลหะ เนื่องจากผิวที่เรียบ แต่พลาสติกไม่นำไฟฟ้า ดังนั้นจึงต้องเคลือบด้วยสารนำไฟฟ้าเช่นกราไฟท์ conductive lacquer, electroless plate, หรือ a vaporized coating

การเคลือบโลหะเพื่อให้ปลอดภัยต่ออาหารมีอยู่จริง แต่กระบวนการนั้นต้องผ่านสารเคมีจำนวนมาก ดังนั้นจึงต้องมั่นใจว่ากระบวนการผลิตมีความปลอดภัย และได้รับการรับรอง

เซรามิก

งานพิมพ์เซรามิกจากเครื่อง SLA สามารถผลิตงานเซรามิกได้จริง โดยการนำงานที่พิมพ์เสร็จแล้วไปเผาในเตาเผา มันจะทำให้เรซินไหม้หมดไป เหลือแต่เนื้อเซรามิกซึ่งมีความแข็งแรง และทนต่อสารเคมีส่วนใหญ่ได้ พื้นผิวของงานจะถูกเคลือบแก้วไปในตัวทำให้มีความปลอดภัยมากขึ้นด้วย

งานพิมพ์ 3D ด้วยวัสดุเซรามิก สามารถผลิตงานที่ยากจะทำด้วยมือ

งานพิมพ์ระบบ Fused Deposition Modeling (FDM) ที่เป็น Food Safe

FDM เป็นการพิมพ์สามมิติที่ขึ้นรูปงานด้วยการหลอมเส้นพลาสติกและฉีดออกมาเป็นเส้นเล็ก ๆ ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ จนเป็นรูปร่างที่ต้องการ

เส้นพลาสติกที่ถูกฉีดออกมาจะมีหน้าตัดเป็นวงกลม เมื่อวันซ้อนกันจะมีช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างเส้น และระหว่างชั้น ดังนั้นเราจึงแนะนำว่าให้พิมพ์ที่ความสูงระหว่างชั้นที่ต่ำที่สุดเท่าที่ทำได้เพื่อให้ปลอดภัยกับอาหาร

ดังนั้นสิ่งที่ท้าทายมากที่สุดของเครื่องพิมพ์ FDM คือการหลีกเลี่ยงการสะสมตัวของแบคทีเรียในช่องว่างนั้น ในการใช้งานที่สัมผัสอาหารในระยะยาว จำเป็นต้องมีการทำให้ผิวงานเรียบ โดยการใช้สารเคมีเช่น acetone, d-Limonene, หรือ ethyl acetate เพื่อกำจัดส่วนที่ไม่เรียบบนผิวงานออกไป แต่อย่างไรก็ตามการเคลือบผิวก็ยังจำเป็นอย่างมาก

ชั้นของเส้นพลาสติกของเครื่อง FDM (ซ้าย) เทียบกับเครื่อง SLA (ขวา)

เส้นพลาสติกชนิด Food grade จะไม่มีส่วนผสมที่ทำให้หัวพิมพ์สึกหรอ อย่างไรก็ตามควรหลีกเลี่ยงหัวพิมพ์ชนิดทองเหลืองผสมตะกั่ว ให้ใช้หัวพิมพ์แบบสเตนเลสสำหรับงานที่สัมผัสอาหาร

นอกจากนี้ต้องตรวจสอบเครื่องพิมพ์ว่าสามารถใช้งานร่วมกับเส้นพลาสติกได้ ตัวอย่างเช่นพลาสติก PEI มีคุณสมบัติที่เหมาะ และเป็นไปตามที่ อย. กำหนดแต่มันก็ต้องการความร้อนสูงกว่า 300 °C ซึ่งไม่ใช่จะทำความร้อนได้ขนาดนั้นทุกเครื่อง

เส้นพลาสติกชนิด Food grade

เส้นพลาสติกที่นิยมใช้กันทั่วไปกับเครื่องพิมพ์สามมิติคือ PLA และ ABS คำถามคือ PLA และ ABS เป็นพลาสติกที่ปลอดภัยกับอาหารหรือไม่? คำตอบคือ “อาจจะ” ทั้งนี้ขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง

เส้นพลาสติกชนิด Food safe จะมี PLA, PP, co-polyester, PET, PET-G, HIPS, nylon-6, ABS, ASA, และ PEI แต่ถ้าต้องเอาเข้าเครื่องล้างจานแล้วละก็ ให้หลีกเลี่ยง PET, nylon, และ PLA เนื่องจากมันจะอ่อนตัวเมื่อได้รับความร้อน และเสียรูปเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นถึง 60-70°C และหากต้องใช้กับของเหลวที่ร้อนควรใช้วัสดุ co-polyester, High Temperature PLA หรือ PEI จะเหมาะกว่า

แม้จะไม่อยู่ในข้อห้าม แต่มีการศึกษาบางฉบับอ้างว่า polystyrene อาจจะปลดปล่อยสาร styrene วัสดุ co-polyesters อาจมีผลกระทบกับสุขภาพ และเส้นพลาสติกที่เป็น Food grade อาจสูญเสียคุณสมบัตินั้นไปกับการเกิด oxidation หรือเสื่อมสภาพไประหว่างกระบวนการพิมพ์

FILAMENT BRAND FDA EU SMOOTHABLE DISHWASHER SAFE HOT LIQUIDS
ABS Adwire PRO Approved NA Yes, acetone Yes Yes
Innofil3D Approved except red, orange, and pink Approved except red, orange, and pink Yes, acetone Yes Yes
ASA Innofil3D NA Compliant Yes No
Bendlay Orbi-Tech NA Compliant Yes, brake cleaner No No
Biocompound Extrudr GreenTEC NA Compliant
Co-Polyester Colorfabb XT Approved Compliant No Yes Yes
HIPS Easyfil Compliant Compliant Yes, d-limonene Yes No
Fillamentum NA Compliant Yes, d-limonene Yes No
InnoFil3D Approved Approved Yes, d-limonene Yes No
Nylon Taulman Nylon 680 Compliant NA No No
PEI ULTEM® 1000 Compliant NA Yes Yes
PET InnoPet EPR Approved except red and orange Approved except red and orange Yes, ethyl acetate No No
Refil Approved NA Yes, ethyl acetate No No
Taulman T-Glase Approved NA Yes, ethyl acetate No No
Verbatim Compliant NA Yes, ethyl acetate No No
PET-G Extrudr MF NA Approved Yes, ethyl acetate No No
HDGlass Approved Approved Yes, ethyl acetate No No
PLA Filaments.ca TrueFS Approved NA No No No
Fillamentum NA Compliant No No No
Innofil3D Approved except red, orange, pink, apricot skin, grey, and magenta Approved except red, orange, pink, apricot skin, grey, and magenta No No No
Copper3D PLActive Antibacterial Approved Compliant No No No
Makergeeks Approved NA No No No
Purement Antibacterial Approved Approved No No No
PLA-HT Makergeeks Raptor Approved NA No Yes Yes
Makergeeks Raptor Approved NA No Yes Yes
PP Centaur Compliant Compliant No Yes Yes
InnoFil3D Approved Approved No Yes Yes
Nunus Compliant Compliant No Yes Yes
Verbatim Compliant NA No Yes Yes
SBS Filamentarno NA Approved only in Russia Yes, d-limonene Yes Yes

โปรดทราบ: ข้อมูลในตารางข้างต้นอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

งานพิมพ์ระบบ Selective Laser Sintering (SLS) ที่เป็น Food Safe

การพิมพ์ระบบ Selective Laser Sintering เป็นการยิงแสงเลเซอร์ไปยังผงโพลีเมอร์เพื่อหลอมละลาย วัสดุที่นิยมใช้คือ nylon ซึ่งมีคุณสมบัติทางวิศวกรรมที่ดีมาก

ผงโพลีเมอร์อาจจะเป็น Food grade แต่ผงบางส่วนที่อยู่บนผิวของงานอาจจะไม่ได้ถูกหลอมเหลวเพียงพอ ก่อให้เกิดรูพรุนเล็ก ๆ เป็นที่สะสมของแบคทีเรียได้ และถึงแม้ว่าวัสดุ Nylon 12 จะสามารถอบไอน้ำเพื่อทำความสะอาดได้ แต่ก็ควรจะมีการเคลือบผิวด้วยสารเคลือบชนิด Food grade อีกครั้งจะดีกว่า

ขั้นตอนหลังการพิมพ์ตามปรกติของงานพิมพ์ SLS คือการย้อมสี ซึ่งขั้นตอนนี้อาจจะทำให้สีย้อมซึมเข้าไปในเนื้องาน และทำให้งานพิมพ์นั้นไม่ปลอดภัยต่ออาหารก็ได้

สรุป

ความปลอดภัยต่ออาหารของงานพิมพ์สามมิติอาจจะไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด หรือไม่อาจฟันธงลงไปได้ว่าใช่ หรือไม่ การนำงานพิมพ์สามมิติไปสัมผัสอาหารมีข้อควรคำนึงถึงอย่างระมัดระวังก่อนนำไปใช้งานจริง หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม ขอแนะนำให้อ่านบทความต่อไปนี้: