fbpx

Packaging ขวดสวยๆด้วย 3D Printing – เพราะ Pakaging เีเป็นหน้าต่างของหัวใจการขาย

Packaging ขวดสวยๆด้วย 3D Printing – เพราะ Pakaging เีเป็นหน้าต่างของหัวใจการขาย

เคยได้ยินกันมั้ยว่า ” สินค้าเหมือนกัน รสชาติคล้ายกัน ราคาต่างกันไม่มาก แต่บรรจุภัณฑ์ดูดีกว่าก็สามารถแย่งชิงลูกค้ามาได้ไม่ยาก “

เป็นคำพูดที่มักจะถูกนำมาใช้ในงานออกแบบ บรรจุภัณฑ์ Packaging ในทุกๆ อย่างที่เป็นสินค้า เพราะเป็นเหมือนสื่ออย่างหนึ่งที่ช่วยให้ผู้บริโภครับสิ่งที่เราต้องการเสนอ เพื่อเปิดมุมมองและเปิดใจในการบริโภคสินค้าของเรา

Packaging จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของหน้าตา และภาพลักษณ์ของบริษัท จึงไม่แปลกใจถ้าหากเราต้องลงทุนในสิ่งนี้ในราคาที่สูง แต่เมื่อเทียบกับผลที่ตามมาก็ค่อนข้างที่จะคุ้มค่าคุ้มราคาอยู่ ซึ่งในบรรดาบรรจุภัณฑ์ที่เราเห็นได้ตามห้าง ซุปเปอรืมาร์เก็ตนั้น คงหนีไม่พ้นสินค้าจำพวกน้ำดื่มที่มีอยู่เต็มไปหมด หลากหลานยชนิด และแน่นอน มีชนิดเดียวกันมากมายหลากหลายแบรนด์ให้เราเลือกซื้อ

 

 

สำหรับสินค้าจำพวกของเหลวนั้นไม่ว่าจะเป็นน้ำเปล่า น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอ สิ่งที่จะช่วยให้ขายได้นอกเหนือจากรสชาติที่ดีแล้ว ที่ควรคำนึงถึงอย่างหนึ่งที่สำคัญเลยคือ รูปแบบของบรรจุภัณฑ์

” สินค้าเหมือนกันรสชาติคล้ายกัน ราคาต่างกันไม่มาก แต่บรรจุภัณฑ์ดูดีกว่าก็สามารถแย่งชิงลูกค้ามาได้ไม่ยาก ” เป็นการสร้างมูลค่าทางการตลาดให้มีประสิทธิภาพและสื่อถึงข้อความและแนวคิดต่อสินค้าชิ้นนั้นได้ผ่านตัวบรรจุภัณฑ์

ซึ่งกว่าจะได้งานออกแบบมาสักชิ้นนั้นต้องผ่านกระบวนการมากมาย ทั้งการออกแบบ ทำต้นแบบ และทดลองการใช้งาน

การเลือกวัสดุก็มีส่วนสำคัญเนื่องงจากวัสดุที่ใช้บรรจุควรมีความเหมาะสมทั้งด้านต้นทุนและการใช้งานร่วมกับสินค้านั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นพลาสติกหรือแก้ว เกรดของวัสดุก็ต่างกันไป

และที่สำคัญคือรูปร่างที่เหมาะสมต่อการหยิบจับ ให้มันถนัดมือและเสริมภาพลักณ์ของการดื่มได้อีกด้วย

ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสามารถออกแบบและทำต้นแบบออกมาใช้งานได้เลยตั้งแต่ครั้งแรก มันยังต้องมีการปรับเปลี่ยนส่วนเว้าส่วนโค้งหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งอาจจะทำให้ต้นทุนการออกแบบ วิจัยและพัฒนาสูงขึ้นกว่าที่กำหนดไว้ได้ เพราะปัจจุบันการทำต้นแบบยังคงเป็นการใช้โดยใช้มือทำซะส่วนใหญ่ ใช้วัสดุโฟมนำมาขัดแต่งเพื่อให้เกิดรูปร่าง ซึ่งจ้องใช้ฝีมือค่อนข้างมากเพระาหากตัดพลาดอาจจะต้องแก้งานกันหลายรอบ

แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำต้นแบบให้มันง่ายขึ้น ใช้เวลาน้อยลง ใช้แรงงานน้อยทำให้ต้นทุนน้อยลงตามไปด้วย ซึ่งเทคโนโลยีนัั้นก็คือ 3D Printer เป็นการทำต้นแบบ 3D ที่ใช้วัสดุเส้นพลาสติก Filament ในการขึ้นรูปร่าง เป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการออกแบบได้มากทีเดียว

จากภาพรูปลักษณ์ภาพนอกแทบไม่มีความแตกต่างใดๆ แต่ตัวสีชมพูนั้นคือต้นแบบของจริงที่ ชิ้นสีขาวพิมพ์กอปปี้ออกมา โดยไฟล์มาจากการสแกนโมเดลต้นแบบ

อ่านรายละเอีดสินค้าเพิ่มเติม :

จะเห็นได้ว่าตัวโมเดลที่พิมพ์ขึ้นมาใหม่นั้นสามารถเก็บรายละเอียดได้สมบูรณ์ครบถ้วน ไม่มีผิดพลาดใดๆ

ส่องกับแสง จะเห็นความโค้งเหมือนของจริง
พื้นผิวที่เรียบเนียน แทบไม่ต้องขัดแต่งเพิ่ม
เทียบขนาดคอขวด ที่พิมพ์ออกมาได้เป๊ะๆ

และยังสามารถตั้งค่าการพิมพ์ให้มีความกลวงได้อีกด้วย Infill 0%

และด้วยเทคโนโลยีนี้ สามารถทำความละเอียดในการพิมพ์ได้มากถึง 50ไมครอน ในส่วนของเกลียวฝาขวดนั้นก็สามารถทำได้ไม่ยาก ขนาดพิมพ์แยกกัน การหดตัวน้อยทำให้สวมใส่เกลียวพอดีเป๊ะๆ

ฝากับเกลียวขวดที่พิมพ์แยกกันแต่สามารถสวมกันได้พอดี
พิมพ์ที่ความละเอียดสูงเก็ยงานได้เนี้ยบ

และความพิเศษอีกอย่างนึงคือ สามารถกำหนดขนาดได้ตามต้องการ เผื่อเวลาที่เราไม่แน่ใจเรื่องขนาดที่เหมาะสมว่าขนาดไหนคืออยู่ ไซต์อะไรราคาเท่าไหร่ดี การพิมพ์ได้หลายขนาดและจับต้องได้เลยก็จะสามารถช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น

 

เทคโนโลยี 3D Printer จึงเหมาะแก่การทำต้นแบบ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้ดี และการทำงานที่ละเอียดซึ่งบา

ครั้งใช้มือทำอาจจะใช้เวลาและแรงมากกว่านี้มาก จะเห็นได้ว่าหากเรานำเทคโนโลยีเข้ามาใช้งานนั้นจะช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าไปได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

พิมพ์กระเพาะหมูนุ่มนิ่มด้วย Flexible Filament

พิมพ์กระเพาะหมูนุ่มนิ่มด้วย Flexible Filament

ในสายงาน 3D Print1 นั้นมีหลากหลายวัสดุ Filament ให้เลือกใช้กันมาก ถ้าจะให้พูดถึงทั่วไปคงหนีไม่พ้น PLA ABS ซึ่งเป็น Filament พื้นฐาน แต่ก็ยังมีอีกหลายอย่างแยกย่อยไปอีก เช่น พิมพ์โลหะ ฯลฯ

และยังมีอีกชนิดหนึ่งที่ค่อนข้างได้รับความนิยมและใช้งานในเฉพาะด้านอย่างเส้น Flexible

ที่มีคุณสมบัติเด่นเลยคือ ความยืดหยุ่น ที่มีมากตามชื่อ Flexible ซึ่งเส้นชนิดนี้มัดจะใช้ในงานจำพวกของเล่นที่ต้องการความนุ่มนิ่ม เพื่อป้องกันอันตลาดจากของแข็ง เคสโทรศัทพ์ เครื่องมือต่างๆ ที่ช่วยห่อหุ้มป้องกันการกระแทกได้เป็นอย่างดี และอีกงานหนึ่งที่เป้นงานเฉพาะด้าน อย่าง โมเดลทางการแพทย์

โมเดลทางการแพทย์คืออะไร มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร แล้วจะเอาไปพิมพ์เป็นอะไร…???

คำตอบนั้นง่ายมาก นั่นก็คือ อวัยวะสิ่งมีชีวิต เนื่องจากอวัยวะมีลักษณะที่ Freeform และคุณลักษณnความนุ่มนิ่มเมื่อบีบจับ เนื่องจากเป็นอวัยวะเป็นสิ่งธรรมชาติมีการยืดหดขยายตามธรรมชาติ การใช้เส้น Flexible ในการพิมพ์โมเดลอวัยวะสิ่งมีชีวิต จึงเป็นงานที่ตอบโจทย์เอามากๆ ซึ่งสามารถนำไปใช้ในด้านการศึกษา วิจัยและพัฒนางานต่างๆด้านการแพทย์ นำมาใช้ทดลองการบิดตัวหรือโครงสร้างต่างๆ ของอวัยวะ ซึ่งมีความคล้ายคลึงกัน ทำให้การศึกษาสามารถเข้าถึงได้ง่ายด้วยต้นทุนที่ถูกกว่าโมเดลจริง และเรื่องวระยะเวลาที่ใช้เวลาในการขึ้นงานไม่นาน และเหมาะกับอวัยวะที่มีความซับซ้อนด้านโครงสร้างมากๆ เพราะจุดเด่นของเครื่องพิมพ์ 3มิติ นั้นสามารถสร้างโมเดลที่ซับซ้อนขึ้นได้ไม่ยาก

ซึ่งเราได้ลองพิมพ์อวัยวะ กระเพาะหมู โดยใช้เส้น Flexible พิมพ์ ขึ้นงานกลวงและขยายขนาดประมาณ20% เพื่อนำมาเป็นตัวอย่างและศึกษาได้ชัดเจน

จะเห็นได้ว่ารูปทรงค่อนข้างตรงกับของจริงเลย

กระเพาะหมูของจริง
โมเดลกระเพาะหมูจากเส้น Flexible

เนื่องจากข้างในเราตั้งค่าการพิมพ์กลวงหรือ Infill 0% และตั้งค่าความแข็งแรงด้วยผนังให้มีความหนาขึ้นมาหน่อยทำให้อยู่ทรงได้

(วิธีตั้งค่าการพิมพ์เส้น Flexible :https://www.print3dd.com/flexible-on-adventurer3/)

ทำให้การบีบ จับนั้นมีความยืดหยุ่นมาก บีบติดกันยังไหว

หรือจะหักงอบริเวณปลายก็ยังสามารถทำได้ไม่ยาก

เมื่อเรามีสิ่งนี้และเราก็สามารถนำไปทำวิจัยอะไรต่อได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ของจริงตลอดเวลา และยังสามารถหั่นแบ่งหรือย่อขยายได้อีกด้วย

แต่ก่อนที่จะพิมพ์งานออกมาได้นั้นจำเป็นต้องมีไฟล์งานที่สมบูรณ์แบบเสียก่อนโดยงานนี้เราเริ่มจากการ Scan โมเดลตันที่ขึ้นด้วยมือจากวัสดุดินน้ำมัน

และได้ออกมาเป็นไฟล์ 3มิติ นำมาปรับเปลี่ยนให้พร้อมพิมพ์อีกรอบหนึ่ง

 

จากน้ำทำการปั้นเพิม่เป็นการต่อท่อขึ้นมาเพิ่มและขยายขนาด 20%

นำเข้าโปรแกรมเพื่อทำให้โมเดลกลวง และทำการเตรียมพิมพ์

เข้าโปรแกรมเพื่อทำให้โมเดลกลวงข้างใน
เข้าโปรแกรม FlashPrint เพื่อตั้งค่าการพิมพ์
ได้โมเดลตามต้องการ

ข้อแนะนำในการใช้งานเส้น Flexible

– เครื่องที่ใช้ควรเป็นแบบ Direct Drive หรือ ชุดเฟืองขับเส้นติดกับหัวฉีด เช่น Flashforge DreamerFlashforge Creator Pro2 , Flashforge Guider2s

– อุณหภูมิในการพิมพ์ 190-220 องศา
– ไม่จำเป็นต้องเปิดฐานทำความร้อน
– ความเร็วในการพิมพ์ ควรน้อยกว่า 40 mm/sec

จะเห็นได้ว่าการพิมพ์ 3มิติ นั้นมีความเป็นได้กว้างมาก หากเลือกวัสที่เข้ากับการทำงานของเรา เราก็จะสามารถทำชิ้นงานต้นแบบหรือตัวทดลองนำไปใช้เพื่อทดสอบและพัฒนาต่อในอนาคตได้อีกด้วย

หุ่นยนต์สำรวจอวกาศ Exomy สร้างง่ายๆที่บ้าน ด้วย 3D Printer

หุ่นยนต์สำรวจอวกาศ Exomy สร้างง่ายๆที่บ้าน ด้วย 3D Printer

องค์การอวกาศยุโรป หรือ European Space Agency (esa) ได้ปล่อยหุ่นยนต์สำรวจอวกาศ Space Rover ให้ประชาชนทั่วไปได้สร้างกันเองได้ โดยมีขั้นตอนการทำอย่างละเอียด โดยในส่วนประกอบของ Rover ตัวนี้สามารถพิมพ์จาก 3D Printer ทั้งหมดได้เลย ส่วนในงานของระบบไฟฟ้าวงจรตัวนี้จะ Base จาก RasberryPi โดยงานทั้งหมดเป็น Open Source เปิดให้ทุกคนสามารถพัฒนาต่อยอดต่อไป เช่นให้เราแต่งหน้าตาเจ้าหุ่นยนต์อวกาศน่ารักนี้ได้ น่าสนใจเป็นอย่างมากสำหรับ นักเรียน ประชาชนทั่วไป สร้างหุ่นยนต์นี้ขั้นมาเอง โดยต้นทุนอยู่ประมาณ 10,000-20,000บาท ใช้เวลาในการสร้างประมาณ 2 อาทิตย์ สามารถอ่านขั้นตอนการสร้างได้จาก Github

โดยผู้สนใจสามารถเข้าไปดูวิธีการสร้าง ExoMy พิมพ์เขียว, การต่อวงจร, Firmware, 3D Files เพื่อเอาไปพิมพ์กับเครื่องพิมพ์ 3มิติ ได้ที่นี่เลยครับ >> https://esa-prl.github.io/ExoMy/

 

 

จุดเด่น

  • ไม่ยากจนเกินไปสามารถทำเองได้ที่บ้าน
  • RasberryPi รองรับการเชื่อมต่อ Wifi, Bluetooth, USB สามารถบังคับสั่งงาน ผ่านมือถือ หรือ Controller ต่างๆได้
  • มีส่วนต่อขยาย อื่นอีก ในอนาคต เช่น กล้อง, Sensor ต่างๆ, หรือ แม้กระทั่ง Solar Cell
  • ทำงานใกล้เคียงกับ Rover จริงๆ (ย่อส่วนกันมาเลย)
  • เคลื่อนได้อิสระ, หมุนรอบตัวเอง, เคลื่อนที่ด้านข้าง Locomotion Modes
  • ปรับแต่งหน้าตา ความคิวท์ของ Rover ได้
  • เหมาะกับเยาวชน ได้สร้างหุ่นยนต์ไว้ใช้เองในยามว่าง
  • เดินผ่านสิ่งกีดขว้างได้ หรือแม้กระทั่ง ก้อนหินใหญ่ๆ
  • ทุน 10K-20K ใช้เวลาในการทำประมาณ 1-2 อาทิตย์

ลองไปพิมพ์กันนะครับ เครื่องพิมพ์ 3มิติที่แนะนำ


เดินผ่านสิ่งกีดขวาง ได้สบายๆ

ความสามารถในการเคลื่อนที่แบบต่างๆ Locomotion เดินตรงเหมาะรถยนต์ การหมุนรอบตัวเอง เคลื่อนที่ด้านข้าง เป็นต้น

สามารถเดินผ่านก้อนหินใหญ่ได้ง่ายๆ เลย

แต่งหน้าตาของเจ้า ExoMy ได้

อุปกรณ์เสริมการถ่ายวิดิโอด้วย 3D Printer

อุปกรณ์เสริมการถ่ายวิดิโอด้วย 3D Printer

อุปกรณ์ในการทำงานถ่ายวิดิโอนั้นมีมากมายหลายอย่าง ที่ช่วยให้การทำงานเป็นไปได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้นและสะดวกสบาย สร้างสรรค์ผลงานได้มากกว่าเดิมจากการใช้อุปกรณ์เสริมต่างๆ สามรถเข้าถึงผลงานที่ดูยากให้ทำออกมาได้ง่ายมากขึ้น สวยยิ่งขึ้น และคุณภาพดียิ่งขึ้น

แต่เนื่องจากอุปกรณ์ในปัจจุบันมีราคาที่ยังสูงอยู่ จึงทำให้มือสมัครเล่นในการถ่ายวิดิโอนั้นยังอาจจะไม่สามารถซื้อมาเพื่อทดลองใช้ เนื่องจากบางครั้งอุปกรณืบางชนิดอาจจะไม่เข้ากับการทำงานของแต่ละบุคคลได้ ทำให้หากซื้อมาก็อาจจะใช้ได้เพียงไม่กี่ครั้งเพราะไม่ถนัดและต้องเสียเงินนั้นไปเพื่อซื้ออุปกรณ์อื่นที่เข้ากับตนมากกว่า

แต่ปัญหานั้นจะหมดไปหากเรามี 3D Printer ที่สามารถสร้างสรรค์ชิ้นงานโมเดล 3มิติ เอาไปใช้งานได้จริงในการทำงานต่างๆ และยังพิมพ์ออกมาได้หลากหลายและใช้เวลาไม่นาน

หลังจากลองหาๆ หลังจากหาไฟล์โมเดลที่จะสามารถมาช่วยให้การทำงานด้านวิดิโอได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น ก็ไปได้เจอกับไฟล์ Camera+Rig+for+Smartphones จาก Thingiverse (สามารถกดลิ้งเพื่ดดาวโหลดไปพิมพ์กันฟรีๆ ได้เลย)

โดยจากไฟล์เป็นตัวอุปกรณ์เสริมที่เรียกว่า Camera Rig ที่ทำเพื่อใช้กับ Smart Phone  แต่เราใช้กล้องใหญ่ จึงทำการดัดแปลงให้สามารถใช้กับกล้องใหญ่ได้

โดยตัวโมเดลที่เป็นเส้นสีน้ำเงินนั้น ใช้เครื่องพิมพ์ Guider 2s ในการพิมพ์ชึ้นมาทีเดียว เนื่องจากขนาดการพิมพ์ที่มีถึง 280 x 250 x 300 mm. กดพิมพ์ทิ้งไว้คืนเดียวก็เสร็จเรียบร้อย

และตัวมือจับทั้งสองข้างนั้น ใช้เครื่อง Creator Pro2 ในการพิมพ์ ซึ่งเป็นเครื่องรุ่นใหม่ล่าสุดของร้านที่มีระบบ 2หัวฉีดอิสระ ทำให้สามารถพิมพ์ได้หลากหลายและรวดเร็วมากขึ้น โดยจัดการพิมพ์แบบ Duplicate พร้อมกัน ทำให้การทำงานนั้นรวดเร็วขึ้น เป็น 2 เท่า❤️❤️❤️

เมื่อเรามีเครื่องมือเสริมนี้แล้ว จึงทำให้การถ่ายวิดิโอนนั้น สะดวกและทำให้การขยับไปมาในการถ่ายวิดิโอนั้นนั้นง่ายกว่าการจับกล้องอย่างเดียวซึ่งทำให้เกิดการสั่นของภาพได้ง่ายกว่ามาก

และเพื่อให้เกิดความยิดหยุ่นในการทำงานมากขึ้นไปอีกจึงได้ทำการพิมพ์ตัวเสริมที่เป็น Top ของอุปกรณ์นี้เพื่อใช้ในการจับถ่ายในแนวต่ำได้ง่าย ไม่ต้องก้มตัวลงไป🙋‍♂️

จากนี้ไปการถ่ายงานวิดิโอก็จะง่ายกว่าเดิมมากและหากเบื่อๆ ก็หาไฟล์ที่ปล่อยให้โหลดฟรีมาพิมพ์ใหม่ได้อีกเรื่อยๆ โดยต้นทุนตอนนี้มีเพียงเส้นพลาสติกที่ใช้ ซึ่งราคาไม่ได้แพงเลยในปัจจุบัน

จะเห็นได้ว่า 3D Printer มีประโยชน์อย่างมากในการขึ้นต้นแบบหรือโมเดลที่พร้อมไปใช้งานได้จริงในการทำงานด้านต่างๆ เพียงแค่เรามีจินตนาการและการนำไปปรับใช้งานการทำงานในสายต่างๆ ของตัวเอง ก็สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานนั้นๆได้ไม่ยาก

แขนกลชีวภาพ จาก 3D Printer โดย KONAMI ( Bionic arm from 3D printer by KONAMI )

แขนกลชีวภาพ จาก 3D Printer โดย KONAMI ( Bionic arm from 3D printer by KONAMI )

KONAMIค่ายเกมยักษ์ใหญ่จากฝั่งญี่ปุ่นและบริษัทOpen Bionicได้ทำการเปิดตัวแขนกลชีวภาพที่สร้างจาก3D printing ซึ่งจะเป็นแขนกลแบบเดียวกันกับ Venom snakeจากเกมระดับตำนานอย่าง Metal gear solid ซึ่งแขนกลนี้ถูกออกแบบมาให้ใช้ได้กับผู้พิการแขนตั้งแต่ข้อศอกลงมา

Daniel Melville ผู้สูญเสียแขนข้างขวาตั้งแต่เกิด

ซึ่งโปรเจคนี้ทางKONAMIและOpen Bionicต้องการที่จะพัฒนาแขนกลชีวภาพให้มีราคาที่ต่ำลงโดยใช้เครื่องพิมพ์ประเภท อีกทั้งยังมาพร้อมกับนิยามว่า”แขนฮีโร่”(Hero arm) เพื่อให้ผู้ใช้ได้ความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตพร้อมกับความเท่ราวกับเป็นVenom Snakeกันเลย

การพัฒนาครั้งนี้เป็นการสานต่อจากแขนกลชีวภาพแบบเดิมโดยจะทำให้แขนมีราคาที่ถูกลงและใช้ได้เหมือนกับแขนกลที่เริ่มมีการใช้มาก่อนหน้านี้ โครงการแขนกลนี้เป็นที่โด่งดังจากสาวน้อยTilly Lockey ที่ประสบกับอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบประเภทB ตั้งแต่อายุได้15เดือนเท่านั้น และนั่นส่งผลให้เธอต้องสูญเสียแขนตั้งแต่ข้อศอกลงมานับตั้งแต่นั้น ซึ่งทางครอบครัวของเธอก็ได้พาเธอไปทำการทดลองแขนกลต้นแบบในทุกที่ที่มีการทดลอง

สาวน้อยTilly Lockeyผู้ใช้งานBionic armที่โด่งดังไปทั่วโลก

แขนกลชีวภาพในปัจจุบันถือว่าสามารถใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม และเพียงแค่ชาร์จไฟเหมือนกับสมาร์ทโฟนก็ใช้งานได้อย่างคนปกติ แต่ปัญหาของมันคือเรื่องราคา ด้วยปัจจัยนี้จึงยังทำให้ผู้พิการที่ต้องการอุปกรณ์แบบนี้ส่วนมากจึงเข้าไม่ถึง ทำให้หลายบริษัทเริ่มหาวิธีหลายๆทางเพื่อทำให้อุปกรณ์ตัวนี้มีราคาถูกลงจนใครๆก็ใช้ได้


แต่เจ้าแขนกลชีวภาพจากทางKONAMIนั้นเริ่มเป็นที่โด่งดังในเวลาอันรวดเร็วเพราะการออกแบบด้วยรูปทรงสุดเท่ห์ที่คล้ายกับVenom Snake จาก Metal gear solid และยังถูกผลิตขึ้นมาด้วยเทคโนโลยี3D printingอีกด้วย จึงทำให้เริ่มเห็นความหวังที่จะให้ผู้คนบนโลกใบนี้สามารถใช้แขนกลอัจฉริยะได้เยอะยิ่งขึ้น


แขนกลอัจฉริยะเป็นแขนเทียมที่สามารถให้ผู้ที่สูญเสียแขนตั้งแต่ข้อศอกลงมาสามารถใช้งานได้อย่างปกติ และในอนาคตทางKONAMIและOpen Bionicยังคงมีแผนที่จะสร้างแขนกลอัจฉริยะแบบนี้ให้ผู้ที่สูญเสียแขนตั้งแต่ไหล่ลงมา
และนี่…จะเป็นความหวังใหม่ของผู้พิการในอนาคต

ที่มา: 3dprintingindustry

SLS 3D Printing Gallery โมเดลที่พิมพ์จาก SLS

SLS 3D Printing Gallery โมเดลที่พิมพ์จาก SLS

โชว์งานพิมพ์จาก ระบบ SLS (Selective Laser Sintering) ใช้เลเซอร์หลอม ผงโพลิเมอร์ให้ละลายเชื่อมกัน โดยปกตินิยมใช้ไนลอนพวก PA12

ข้อดีของ SLS
✅ไม่ต้องมี Support เนื้อผงวัสดุเป็น Support ไปในตัวอยู่แล้ว
✅งานที่พิมพ์ออกมา แข็งแรง สามารถนำมาใช้ได้เลย มีความยืดหยุ่นสูง
✅เหมาะกับการผลิตชิ้นส่วน Small Batch แข็งแรงมาก ไม่ต้องสร้าง Mold
✅คุณภาพงานพิมพ์ดีกว่าระบบเส้น แต่สู้ระบบเรซิ่นไม่ได้

ข้อเสียของ SLS
✖️ราคายังจัดว่าสูง เช่น ขณะที่เขียน พย.2020 ราคาเครื่อง 230*230*230mm ประมาณ 3-4 ล้านบาท
✖️Pre-Process Pro-Process สกปรก และมีฝุ่นเยอะ พิมพ์เสร็จต้องเป่าหรือทำความสะอาด ควรจะแยกห้องต่างหากมีระบบ จัดการฝุ่น
✖️ระบบยังต้อง ใช้แก๊ส ไนโตรเจน ในขณะพิมพ์ (ป้องกันการ Oxidize) ต้องใช้ถังแก๊ส หรือ Nitrogen generator

สนใจเครื่องพิมพ์ ติดต่อ print3dd.com // 096-140-0420, 098-448-4676
เครื่องที่ใช้พิมพ์ MfgPro230 xS >> https://bit.ly/38mirtL

โมเดลแสดงให้เห็นว่าวัสดุที่พิมพ์ ยืดหยุ่นและคืนตัวได้ดี
สามารถพิมพ์วัสดุหลายๆชิ้น หลายๆแบบได้ในคราวเดียวกัน
สามารถพิมพ์งานที่มีความละเอียดซับซ้อนได้
จากพิมพ์จำพวก แขนกล Robotics งานที่ได้มีความแข็งแรง ใช้ได้เลย
ฝาครอบ ชิ้นส่วน ฝาครอบมีความบางมาก
งานพิมพ์ยังมีเลเยอร์ให้เห็นอยู่บ้าง แต่จัดว่ายังสวยอยู่
พิมพ์งานพวกเคส หรือ Housing ได้ดี
ส่วนประกอบของ Robotics

ตัวโมเดลนี้เป็นโมเดล แสดง Over Hang ในระดับต่างๆ 10องศา – 70องศา การพิมพ์จากระบบนี้ ไม่ต้องมี Support

Articulated 3D Printing Model สัตว์โลกขยับอิสระ

Articulated 3D Printing Model สัตว์โลกขยับอิสระ

ในการทำงานต้นแบบต่างๆ มักจะมีหลากหลายรูปแบบ การออกแบบมากมายตามการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป หนึ่งในนั้นคือ Articulated Model หรือโมเดลข้อต่อ ที่มีส่วนช่วยในงานประเภทพที่ต้องการความหลากหลายในการเคลื่อนไหว หรือ สามารถทำงานได้ในหลายๆ มุม

Articulated Model คืออะไรและมันน่าสนใจยังไงกันนะ….?

จะให้เรียกง่ายๆ เลยก็คือ แบบจำลองข้อต่อ เป็นการจำลองเพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหวของต้นแบบ ทั้งการจัดท่าทางหรือการขยับต่างๆ เพื่อให้เป็นไปตามที่ออกแบบไว้

ซึ่งในการพิมพ์ 3มิติ นั้นก็สามารถทำต้นแบบจำลองการขยับแบบนี้ได้สบายๆเลย

ซึ่งถ้าจะให้เห็นภาพง่ายๆคงจะเป็นการพิมพ์สิ่งมีชีวิตที่เราพบเห็นได้ทั่วไป อย่างสัตว์ชนิดต่างๆ ที่มีระบบข้อต่อของร่างกาย ที่ทำให้สามารถขยับไปข้างหน้า หรือซ้ายขวาได้

อย่างเช่นตัวปลาหมึก ที่ตามธรรมาตินั้นพวกมันสามารถขยับหนวกของมันได้อย่างอิสระ เป็นอวัยวะที่เครื่องไหวแทบจะตลอดเวลา และสามารถขยับได้แทบจะ 360 องศา

เรามาเนื้อภายในว่าโดเดลประเภทนี้ขึ้นงาน 3D กันยังไง

จะเห็นได้ว่าใน 1 ตัวนั้นจะมีหลายๆชิ้นส่วนมากๆ ตามแต่ความต้องการที่จะให้โมเดลนั้นๆสามารถขยับได้เยอะแค่ไหน

โดยหลักการการขึ้นแบบง่ายๆคือ การสร้างห่วงเชื่อมต่อของแต่ละข้อต่อเข้าด้วยกัน และพิมพ์ออกมาทีเดียว ทำให้ข้อต่อแต่ละข้อเชื่อมกันโดยไม่ต้องมานั่นต่อเอง ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายได้ เพราะหากยิ่งตัวเล็กข้อต่อห่วงก็ยิ่งเล็กลงไปอีก เพราะถ้าหากห่วงใหญ่ไปมันจะเห็นห่วงชัดเจนซึ่งไม่เกี่ยวกับรูปลักณ์ภายนอกที่ต้องการเลย

หากนำไปวางในที่ต่างๆ จัดวางให้โมเดลเลื้อยไปมานั้นทำให้รู้สึกว่าโดเดลนั้นดูไม่แข็งเกินไป

MouseGaming Prototype with 3D Ptinting

MouseGaming Prototype with 3D Ptinting

ในวงการ Gamer Esport นั้น สิ่งที่เป็นเหมือนอาวุธอย่างหนึ่งของผู้เล่นเลยก็คือ “Mouse Gaming” ซึ่งปัจจุบันการเติบโตของธุรกิจที่เกี่ยวกับอุปกรณ์เล่นเกมนั้นได้พัฒนาอย่างก้าวกระโดด หลายๆบริษัทต่างออกผลิตภัณฑ์ใหม่และหลากหลายให้เข้ากับผู้ใช้ที่หลากหลายมากขึ้นตามไปด้วย เพื่อตอบสนองแก่ผู้บริโภคที่หันมาสนใจการเล่นเกมกันมากขึ้น

ดังนั้นนักออกแบบผลิตภัณฑ์จึงต้องคอยอัพเดตเทรนด์และเทคโนโลยีที่จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆออกมาแตกต่างจากท้องตลาดให้ได้มากที่สุด

แต่การที่จะได้ชิ้นงานที่ออกมาขายสักชิ้นนั้น บางครั้งต้องได้รับการวิจัยและพัฒนามากมาย แล้วใช้เวลานาน มีขั้นตอนหลายชั้นในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สักชิ้นหนึ่ง ไม่ว่าจะตั้งแต่การออกแบบ ไปจนถึงการทำการตลาด

ซึ่งขั้นตอนที่ใช้เวลานานที่สุดขั้นตอนหนึ่งก็คือการทำ “โมเดลต้นแบบ

โมเดลต้นแบบที่แสดงถึงรายละเอียดที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปตามที่ออกแบบไว้

เริ่มต้นจากการออกแบบ 2D ก่อน เพื่อให้ได้ Concept และ รูปร่างที่ต้องการ

จากนั้นจึงเริ่มทำโมเดล โดยแต่ก่อนมักจะใช้วัสดุที่ขัดแต่งง่าย อย่างโฟม ซึ่งโฟมเป็นวัสดุที่มีเนื้อนิ่มไม่แข็งมาก ขัดแต่งรูปร่างให้ตรงกับที่ออกแบบไว้เพื่อให้มีความใกล้เคียงของจริงมากที่สุด ซึ่งบางครั้งเราทำจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว พอเป็นในรูปแบบ 3D กลับไม่ถูกใจซะงั้น

เลยต้องย้อนกลับมาเริ่มต้นออกแบบใหม่หรือขัดโมเดลกันใหม่อีกรอบ แต่ทั้งหมดก็เป็นส่วนหนึ่งของการทำวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์

ส่วนที่ยากที่สุดคงจะหนีไม่พ้น รายละเอียดยิบย่อยที่บางทีการขัดแต่งอาจจะเป็นไปได้ยาก ข้อจำกัดเยอะ ทำให้เสียเวลาไปมากกับการขัดแต่งโมเดล

แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีพิมพ์ 3 มิติ ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเสริมพลังการทำต้นแบบไปอีกขั้น ข้อดีของมันก็คือการที่เราทำโมเดล3มิติในคอมพิวเตอร์แล้วเราก็สามารถเก็บไฟล์นั้นไว้ใช้งานได้ตลอด และยังสามารถปรับแต่งได้ง่ายมากกว่าการขัดโมเดลที่ต้องใช้ทักษะและความแม่นยำสูง และเกิดข้อผิดพลาดได้ง่าย

ตัวอย่าง โมเดลเมาส์ 3 มิติ

เมื่อเราได้ไฟล์มาแล้วจึงทำการพิมพ์ต้นแบบออกมา โดยที่เราไม่ต้องมานั่งหลังขดหลังแข็งในการขัดแต่งเลย

ชิ้นงานพิมพ์หยาบ เพื่อเช็ครูปร่าง
3D Printer ระบบ Filament ในราคาเบาๆ

 

 

ชิ้นงานพิมพ์ละเอียด เพื่อนำไปขัดแต่งต่อ

เครื่องพิมพ์ 3 มิติ แบบSLA งานเนียบเฉียบคม ขัดน้อยงานเนียน

ซึ่งสามารถปรับความละเอียดได้อีกด้วย หากต้องการงานที่รวดเร็วจ้องการเพียงที่จะดู รูปร่าง การจับที่ถนัดมือ ก็เลือกพิมพฺแบบหยาบ งานจขะออกมาเร็ว

แต่หากปรับงานออกแบบจนได้ Final Design แล้ว ก็ปรับการพิมพ์ให้ละเอียดเพื่อให้การขัดแต่งนั้นเป็นได้ได้ง่ายและรวดเร็วอีกด้วย พร้อมที่จะไปทำสีแล้วนำไปคุยกับฝ่ายผลิตได้ง่าย

เทียบกับตัวผลิตภัณฑ์จริง จะเห็นได้ว่า โมเดล3มิติ นั้นแสดงรูปทรงและโค้งเว้าได้อย่างชัดเจน ทำให้เห็นภาพได้ง่ายมากขึ้น

จะเห็นได้ว่าการเอาเทคโนโลยีพิมพ์ 3 มิติ มาใช้นั้นทำให้สามารถย่นระยะเวลาในการทำต้นแบบและลดความผิดพลาดไปได้มากเลยทีเดียว สามารถแก้ไขได้ไม่ยากและหากพังก็แค่พิมพ์ใหม่ขึ้นมาก็เท่านั้นเอง

 

งาน Jewelry จากเครื่อง WaxJet410

งาน Jewelry จากเครื่อง WaxJet410

งาน Jewelry เป็นลูกค้าหลักของเครื่อง WaxJet400/410 หลายแห่งเปลี่ยนจากการผลิตการแบบ Mold Silicone มาเป็นระบบ WaxJet เนื่องจากทำงานได้เร็วกว่า ไม่ต้องเก็บบล็อกยาง ร่นระยะเวลาตั้งแต่การออกแบบชิ้นงาน ไปจนพิมพ์ และหล่ออกมาภายในวันเดียว เครื่องค่อนข้าง Flexible ในกระบวนการผลิต ที่สำคัญราคาไม่แพงอย่างที่คิด 1.xล้านบาท

ข้อดี
– โดยเครื่องพิมพ์ได้เร็ว การทำงาน Jewelry ไม่จำเป็นต้องทำเป็น Batch / Cycle ในการผลิตเร็วขึ้น
– พิมพ์งานได้ขนาดใหญ่ หรือ ได้จำนวนชิ้นเยอะ
– ไม่ต้องทำ บล็อคยาง Mold Silicone
– สามารถสร้างงานที่ซับซ้อน งานตะกร้อได้
– ใช้น้ำอุ่นละลาย Support ออกดังนั้นเมื่อเอา Support ออกไม่ทิ้งคราบ

ข้อสังเกตุ
– ต้องลงทุนในครั้งแรก 1.xล้าน

งานพิมพ์เต็มถาดจะเห็นว่า ไม่มีจำนวนการผลิตขั้นต่ำ จะแบบละชิ้นก็ได้
เก็บงาน Detail ได้ดี

งานหล่อชิ้นส่วนเครื่องจักร WaxJet410

งานหล่อชิ้นส่วนเครื่องจักร WaxJet410

งาน Lost-Wax Casting ในปัจจุบันมีการใช้ในหลายอุตสากรรม ชิ้นส่วนในโรงงานอุตสาหกรรม ใบพัด, Turbine, Propeller รวมถึงการหล่อวัตถุลอยองค์อื่นๆ การทำงานของเครื่องจะทำการพ่น ละออง Wax ออกมาโดยแวกซ์จะมีอยู่สองชนิดคือ ชนิดที่จุดหลอมเหลวต่ำประมาณ 40 องศากับ Wax ปกติที่เก็บ Detail และคงทนต่อ เมื่อพิมพ์เสร็จสามารถนำไปร่อนเอา Wax Support ออกด้วยน้ำอุ่น จะเหลือแวกซ์สีม่วงที่เอาไว้หล่อได้โดยตรง ด้วยวิธีการทำงานแบบนี้ เครื่องจึงสามารถพิมพ์งานได้รายละเอียดสูงมากๆได้ รวมถึงงานที่เป็น Undercut, งานลักษณ์ตะกร้อ (สร้างโดยวิธีอื่นไม่ได้นอกจาก 3D Printer)

ตัวอย่างอุตสาหกรรมต่างๆที่ใช้เครื่องนี้ได้
1. Dental Lab – งานหล่อเหวียงครอบฟัน
2. ผู้ประการผลิตชิ้นส่วน Automotive, AeroSpec
3. โรงหล่อโลหะต่างๆ
4. โรงหล่อพระ งานทองเหลือง
5. โรงงาน Jewelry (อันนี้คือลูกค้าหลักของเครื่องนี้)

ก่อนละลาย Support สีขาว
การน้ำชา พร้อมลวดลายบรรจง ลายมังกร
ตัวอย่างเทวรูป ที่ต้องการไปหล่อเป็นโลหะ หรือ แม้กระทั่งเป็นโลหะมีค่าจำพวกทองคำ
ชิ้นส่วนในเครื่องจักร รวมถึงชิ้นส่วนยานยนต์ อากาศยานต์
งานหล่อเทวรูป งานด้านศิลปกรรม