เครื่องพิมพ์ลายนามบัตรใช้งานได้จริงจาก 3D Printer

เครื่องพิมพ์ลายนามบัตรใช้งานได้จริงจาก 3D Printer

วันนี้มาแชร์งานดีดีที่ทำได้จากเครื่องพิมพ์สามมิติกันครับนั่นคือ “เครื่องพิมพ์ลายนามบัตรอัตโนมัติ” ซึ่งวันนี้เราจะมานำเสนองานดีๆ มีประโยชน์และยังเพิ่มความหรูหราดูดีและคลาสสิคสุดๆ ให้กับนามบัตรของเราได้ด้วย ซึ่งตัวปั๊มพิมพ์ลายนั้นมีข้อดีหลายอย่างไม่ได้เพียงแค่เพิ่มความหรูหราแต่ยังสามารถช่วยให้คนพิการทางสายตาได้รับรู้ถึงข้อมูลและลายละเอียดของเราได้อีกด้วย ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้สามารถทำได้เองโดยใช้เครื่องพิมพ์สามมิติ ระบบ FDM หรือ SLA ก็สามารถใช้งานได้เช่นกัน

 

– ย้อนไปในยุคสมัยก่อนถ้าเราต้องการที่จะพิมพ์นามบัตรต่าง ๆ ก็จะต้องทำบล๊อคขึ้นโมลตัวปั๊มซึ่งต้นทุนสูงและทำยากมากๆ เพราะต้องมีการแกะรายตามแบบที่ต้องการ

– ประโยชน์ของเครื่องพิมพ์ลายไม่ได้เพียงแค่เพิ่มความหรูหราดูดีแต่ยังช่วยให้คนพิการทางสายตานั้นได้รับรู้และเข้าใจแทนการมองเห็นของเขาได้อีกด้วยถือว่าเป็นสิ่งที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรแต่ประโยชน์เพียบ

– ทางเรา PRINT3DD มีก็ได้ทำการทดลองการออกแบบโดยใช้โปรแกรม Solid Edge ในการวาดโครงนามบัตรโดยอ้างอิงจากนามบัตรจริงของเรา

ซึ่งบางคนอาจจะเข้าใจว่า Solid Edge ใช้ออกแบบงานด้านวิศวกรรมต่าง ๆ แต่จริงๆแล้วด้านอาร์ตเล็กๆ น้อยๆ Solid Edge ก็ทำได้เหมือนกัน วันนี้เราจะมาออกแบบโครงนามบัตรกันโดยนำการสแกนนามบัตรจริงเพื่อเป็นเค้าโครงให้กับการออกแบบครับ

– เริ่มจากการออกแบบทรงกระบอกหน้าสัมผัสการปั๊มให้พอดีกับความยาวของนามบัตร และเส้นผ่านศูนย์กลางของทรงกระบอกประมาณ 31 ซม.

– นำเข้าไฟล์รูปภาพจากการสแกนนามบัตรจริงเพื่ออ้างอิงขนาดของนามบัตรและตัวอักษรบางตัวที่ต้องการพิมพ์ทำลายอักษรของตัวปั๊มนั้น โดยการ Import Picture ของโปรแกรม Solid Edge

– สามารถออกแบบเองได้และทำการ Assemby ชิ้นงานเข้าหากันเพื่อดูความแม่นยำและการหมุน

– เรามีตัวอย่างสำหรับงานจริงของต่างประเทศที่ใช้งานมาให้รับชมครับ

– ทุกท่านอาจจะได้เห็นกันแล้วสำหรับเครื่องพิมพ์ลายนามบัตรแบบมือหมุนในแบบต่างๆ เฟสต่อไปของทางเราที่จะทำก็คือให้ทำมันหมุนแบบอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้มือหมุนให้เปลืองแรงติดตามกันต่อเฟสหน้าครับ

 

 

 

 

 

 

Bionics เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก

Bionics เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก
Bionics มาจากคำว่า Biology + Electronics (Jack E. Steele) หรือบางสำนักใช้ Mechanics สำหรับในภาษาไทยนั้น คำที่ใกล้เคียงที่สุดน่าเป็น ชีวจักรกล เป็นเทคโนยีที่ประยุกต์ระหว่าง หมอกับวิศวกร(กรณีที่ใช้กับมนุษย์) หรือ นักวิทยาศาสตร์กับวิศวกร โดยการนำศาสตร์ความรู้ทางเครื่องจักร, Robot, วงจรไฟฟ้า และ AI มาประยุกต์ใช้กับมนุษย์, สิ่งมีชีวิต, สัตว์ รวมถึงพืชด้วย พืช

ตัวอย่างที่เห็นง่ายและชัดเจนคือ แขนกล Bionic Arm ที่ใช้กับผู้พิการแขนขาด สามารถสั่งงานโดยสัญญาณประสาทบริเวณแขนของผู้ใช้งานเอง หรือที่ตอนนี้ฮิตกันมากๆ Exoskeleton อุปกรณ์สวมใส่กับคนปกติ(Wearable robot) ที่ใส่แล้วทำให้คนมีพลังมากขึ้น ลดความเหนื่อยล้าในการ ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตที่คนงานต้องออกแรงเยอะๆ หรือแม้แต่ในวงการทหารที่ทำให้ผู้ใส่กลายเป็นยอดมนุษย์ยกจรวดหลัก 100Kg ได้ เรื่องน่าตืนเต้นในหนัง Scifi พวกมนุษย์ไซบอร์กจะไม่เป็นแค่จิตนาการอีกต่อไป

นอกจากในมนุษย์ Bionics ยังประยุกต์ใช้ในสัตว์เช่น แมลง Bionic Insect เช่นการติด Sensor Tracking การเคลื่อนที่และการดำรงชีวิตของผึ้ง เพื่อศึกษาการลดจำนวนลงของผึ้ง ล่าสุดมีการทดลองติดวงจรรับสัญญาณโดยตรงจากสมองกับลิงพิการ โดยลิงใช้สมองบังคับรถวีลแชร์ให้เคลื่อนที่ได้โดยตรง

Bionics Bugs มีทั้งเลียนแบบการทำงานของแมลง และแบบติดตั้งในตัวของแมลง

โดยนักวิจัยที่ MIT ได้นำเอาท่อนาโนคาร์บอนใส่เข้าไปในเซลล์พืช แล้วทำให้พืชสามารถสังเคราะห์แสงได้มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม นอกจากนั้น ยังมีงานวิจัยที่ใช้วงจรอิเล็กทรอนิกส์ไปเชื่อมต่อกับระบบการสื่อสารระหว่างเซลล์ในพืช เพื่อใช้พืชเป็นอุปกรณ์เซ็นเซอร์ตรวจจับสิ่งผิดปรกติ ผมเคยเห็นงานวิจัยชิ้นหนึ่ง ที่ทำให้พืชเป็นสิ่งมีชีวิตกึ่งหุ่นยนต์ โดยเชื่อมต่อระบบเคลื่อนที่ของหุ่นยนต์เข้าไปกับพืช เพื่อทำให้พืชสามารถเคลื่อนที่ไปหาแสง หรือ แหล่งน้ำได้ … เป็นการเอาชนะธรรมชาติเดิมของพืช ที่มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนที่ไม่ได้

ในบทความนี้จะพูดถึง Bionics หรือ ชีวจักรกลที่เกี่ยวกับมนุษย์เราเป็นหลัก

exoskeleton ช่วยผู้ป่วยเดินไม่ได้ให้กลับมาเดินได้อีกครั้ง

Bionics ในปัจจุบัน
มีหลายปัจจัยบวกที่ทำให้ Bionics มีความนิยมและใช้ในวงกว้างมากขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีมีราคาถูกลง การขึ้นต้นแบบและการผลิตสามารถทำได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องมีการผลิตต่ำขั้นจาก 3D Printer แบตเตอรี่มีขนาดเล็กลงและมีความจุมากขึ้น รวมถึงการมาของ IoT เมื่อทุกอย่างสามารถเชื่อมต่อเข้ากับเนตเวิร์ค บังคับการใช้งานทางไกล

Aging Society สังคมผู้สูงอายุ ปัจจุบันโลกเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุคนมีอายุมากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศไทยอายุขัยของประชากรมากขึ้น คนแก่อยู่ด้วยตัวเองและพึ่งพาตัวเองมากขึ้น Bionics แบบสวมใส่จะช่วยให้คนแก่เหล่านี้ใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น เช่นชุด ExoSkeleton ทำให้คนแก่เดินได้คล่องตัว หรือช่วยให้มีกำลัง หรือ ตัวซัพพอร์ตเข่าทำให้คนแก่สามารถนั่งยองแล้วลุกขึ้นยืนง่าย

ปัจจุบัน 3D Printer มีความนิยมมากขึ้น และมีราคาถูกลงอย่างมาก มีส่วนช่วยอย่างมากในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ Bionics ล้วนเกี่ยวของกับบุคคล และบุคคลแต่ละคนนั้นมีขนาดไม่เท่ากัน (ขนาดแขนซ้ายและขวายังมีขนาดไม่เท่ากัน) เมื่อก่อนมีข้อจำกัดในการสร้างเนื่องจากเป็นของที่ Custom made ทำให้ต้นทุนสูงใช้เวลาในการผลิตนาน มาปัจจุบันมีเทคโนโลยี 3D Scanning, 3D Printing ซึ่งลดต้นทุนและประหยัดเวลาเป็นอย่างมาก

ส่วนประกอบต่างๆจาก Bionics Arm มาจากเครื่องพิมพ์ 3มิติ

ความปลอดภัยของการทำงานเป็นกฏหมายบังคับใช้ในหลายๆประเทศ อุตสาหกรรมแรกๆที่ใช้ ExoSkeleton (ชุดที่ใสแล้วช่วย Support ร่างกาย ลดการบาดเจ็บในการทำงาน) คืออุตสาหกรรมรถยนต์ บริษัทผลิตรถยนต์หลายแห่งให้พนักงานของตนใช้ Bionic devices ช่วยในการทำงาน ลองนึกภาพว่าพนักงานในสายการผลิตต้องเงยหน้าทั้งวันในการเช็คสภาพรถและไขน็อต หากไม่มีอุปกรณ์ Support อาจจะทำงานได้น้อย หรือบาดเจ็บจากการทำงานได้ง่ายๆ บริษัทที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเช่น Ford Motor, BMW, Hyundai (บางแห่งของจากพัฒนาและให้พนักงานตัวเองใช้แล้ว ยังเอามาขายกับคนข้างนอก)

การปรับตัวของมหาวิทยาลัยก็มีส่วนสำคัญ ผลักดันให้ Bionics มีความนิยมมากขึ้น เช่นในไทย รพ.รามาฯ เปิดหลักสูตร “แพทย์-วิศวะ” เรียน 7 ปี ได้สองปริญญา ปั้น “แพทย์นวัตกร” สาขาวิชาที่เป็นการประยุกต์แพทย์+วิศวะ ชีวการแพทย์ เทรนดังกล่าวมีมาช่วงนึงแล้ว เนื่องจากเทคโนโลยี Robotic กับมนุษย์มีความนิยมมากขึ้น การวิจัยที่เกี่ยวกับ Bionics มีมากขึ้น

หลักสูตรที่เปิดร่วมระหว่าง แพทย์รามา-วิศวะมหิดบ

Bionics ในอนาคต
ปัจจุบัน Bionics ยังอยู่ในรูป อุปกรณ์ส่วมใส่(wearable robotics) หรืออุปกรณ์ทดแทน(Prosthetic devices) แต่ในอนาคตอันใกล้เราจะเข้าใกล้หนัง Scifi มากขึ้น หลายๆคนคงรู้จักหนังดังอย่าง The Metrix การเชื่อมต่อคนเข้ากับคอมพิวเตอร์ ผ่านสมองโดยตรง
ล่าสุด Elon Musk เปิดตัว Neurallink โครงการนี้จะฝั่งเส้นสัญญาณขนาดเล็กมากเข้าไปในสมอง ปัจจุบันอาจจะติดเรื่องกฏหมายเรื่องการทดลองในมนุษย์ แต่นักวิทยาศาสตร์บอกว่าเรื่องนี้เป็นไปได้และได้ทดลองกับสัตว์ทดลองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

A : การต่อสายสัญญาณกับสมองโดยตรง B : output สัญญาณออกเป็นช่อง USB-C ดูน่ากลัวพิลึก แต่เรื่องดังกล่าวจะใกล้ตัวเรามากในอนาคต

Bionics กับการใช้งาน แบ่งการใช้งานหลักๆได้ดังนี้

  • Health Care
    การใช้งาน ชีวจักรกลเพื่อการแพทย์ การรักษาผู้ป่วย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ ReWalk เป็น ExoSkeleton เพื่อการสวมใส่สำหรับผู้ป่วย Stroke หรือกำลังทำกายภาพบำบัดอยู่ ลักษณะเหมือนเป็นหุ่นยนต์ช่วยเดิน แบบสวมใส่ ช่วยพยุงตัวคนใช้งาน ส่งเสริมการทำกายภาพบำบัด
    หรืออีกตัวอย่างนึง Open Bionics ทำแขนกลสำหรับผู้พิการแขน โดยสามารถสั่งงานการหยิบจับ ผ่านประสาทสัมผัสที่ต้นแขน โดยผู้ใช้สามารถเลือกสี รูปแบบ รวมถึงออกแบบ แขนกลดังกล่าวด้วยตนเองได้

    บ้านพักคนชราที่ญี่ปุ่นเริ่มการใช้ Exoskeleton กันแล้ว
  • Work
    การใช้ Bionics ในโรงงานอุตสหกรรม คลังสินค้า เครื่องมือช่วยดังกล่าวให้พนักงานทำงานได้ยาวนานขึ้น ลดความเมื่อยล้าในการทำงานลง โดยปัจจุบันใจใน line การผลิตของรถยนต์ Ford, Hyundai หรือในคลังสินค้าอย่างใน Amazon ตัวอย่างต่อไปในประเทศญี่ปุ่น มีจำนวนผู้สูงอายุมากขึ้น แต่กับมีผู้ดูแลหรือนางพยาบาลน้อยลง Bionics ที่ใช้สวมใส่ จำพวก ExoSkeleton มีการใช้งานมากขึ้น ในบ้านพักคนชรา ทำให้พยาบาลผู้ดูแลยกคนชราขึ้นเตียงได้ เป็นต้น

    ในสายการผลิตรถยนต์ หรือในคลังสินค้า มีการ wearable robotics อย่างแพร่หลาย
  • Military
    เป็นวงการที่มีเงินลงทุนเยอะที่สุด เรื่องของ Super Soldier มีมานานมากแล้ว เป็นอุปกรณ์ที่สวมใส่ แล้วเพื่อพลังให้ทหารให้ ยกของได้มากขึ้น วิ่งได้เร็วขึ้น และอื่นๆ อาจจะเรียกว่าชุดเกราะทางทหารก็ว่าได้

    เมื่อใส่แล้วทหารวิ่งเร็วขึ้น, สามารถยกของได้มากขึ้น
    เหมือนในหนัง Scifi Exoskeleton มาในการทหารมากขึ้นรวมกับ Robotics

Bionics ประเภทต่างๆตามการสวมใส่

  • แบบส่วมใส่ อาจจะมาในรูปแบบเสื้อ ใส่ที่แขน สวมที่ขา
  • แบบทดแทน ใส่แทนแขนที่เสียไป หรือ ใส่แขนขาที่ถูกตัดไปจากอุบัติเหตุ
  • แบบปลุกถ่าย (จำพวก Neuralink) อันนี้อาจจะดูล้ำหน้า แต่อนาคตอันใกล้เราน่าได้เห็น Bionics แบบปลูกถ่ายในร่างกายเราเลย เชื่อมต่อโดยตรงกับสมองของ อาจจะมาเป็นรูปแบบคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลแบบฝั่งในร่างกายมนุษย์

Bionics กับ 3D Printer
3D Printer เป็นเครื่องมือผลิตชิ้นงาน แบบ Customize ได้ไม่จำเป็นต้องผลิตแบบเดียวกันเป็นหลักพัน หลักหมื่นชิ้นอีกต่อไป ดังนั้นการสร้างชิ้นงานให้เหมาะกับบุคคลนั้นๆ(personalize) จึงไม่ยากและราคาแพงอีกต่อไป เมื่อวัดขนาดทางกายภายของบุคคลนั้นๆด้วยเครื่องมือวัด หรือ 3D Scanner >> สามารถออกแบบชิ้นงานใน CAD ให้เหมาะกับคนนั้นๆ >> สุดท้ายสามารถพิมพ์ชิ้นส่วนพลาสติก หรือ โลหะให้เหมาะกับขนาดคนนั้นๆต่อด้วย 3D Printer เป็นการลดเวลาและต้นทุนการผลิต อีกทั้งยังแม่นยำพอดีกับคนนั้นๆอีกด้วย

Bionics แบบง่ายๆด้วยเครื่องพิมพ์ 3มิติ
Exiii จากญี่ปุ่นใช้ 3D Printer ขั้นสูงในการผลิต
สาวน้อยพิการทั้งสองแขน ใช้ Bionics Arm จาก openbionics
Bionics ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

Links เพิ่มเติม

https://www.print3dd.com/3d-solutions/medical/ 3D Print/Scan กับงานทางการแพทย์
https://thematter.co/science-tech/lex-bionic-chair/61771 คนไทย ทำ KickStarter
https://www.print3dd.com/open-bionics-to-worlds-first/ Bionics Arm
https://mgronline.com/qol/detail/9620000099374?fbclid=IwAR2Jv0US-ueUOO6yBNqgovSrZdmJG8KFW2x5JriAniw2Ni6eS3WmYjhHseQ แพทย์นวัตกร / มหิดล-รามา

ความแตกต่างระหว่างเครื่อง SLA & DLP ในปี 2020

ความแตกต่างระหว่างเครื่อง SLA & DLP ในปี 2020

                    ในตลาดมีเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติหลายระบบ ทำความคุ้นเคยเกี่ยวกับความแตกต่างของแต่ละระบบเพื่ออธิบายว่าคุณคาดหวังอะไรจากการพิมพ์ซึ่งเป็นการตัดสินใจครั้งสุดท้ายกับเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับแอปพลิเคชั่นของคุณSLA (Stereolithography) และ DLP (Digital light processing) การพิมพ์ใน 2 รูปแบบนี้เป็นการพิมพ์ที่เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปสำหรับการพิมพ์เรซิ่น การพิมพ์เรซิ่นเป็นที่นิยมในการผลิตชิ้นงานที่มีความแม่นยำสูงแบบ ISOTROPIC และต้นแบบที่เป็นรูปแบบตัน และชิ้นส่วนของหลายๆวัสดุกับงานที่อาศัยความละเอียดและพื้นผิวที่เรียบในขณะที่เทคโนโลยีเหล่านี้เคยมีความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายที่สูง แต่ในปัจจุบันรูปแบบของเครื่อง SLA และ DLP ขนาดเล็ก ที่สามารถผลิตชิ้นส่วนที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรมซึ่งอยู่ในราคาที่สามารถจับต้องได้และกับความสามารถรอบด้านที่ไม่มีใครเทียบได้ด้วยวัสดุการพิมพ์ที่หลากหลายการทำงานทั้ง 2 ระบบ โดยอาศัยแหล่งกำเนิดของแสง SLA ใช้แสงเลเซอร์และ DLP ใช้โปรเจคเตอร์ สำหรับวัตถุที่มีความหนาของแต่ละชั้นบางซ้อนกันเพื่อสร้างเป็นของแข็ง ในหลักการใกล้เคียงกันมาก และ 2 เทคโนโลยีให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันในคำแนะนำนี้ จะพูดถึงรายละเอียดและเปรียบเทียบในรูปแบบของความละเอียด ความแม่นยำ ขนาดของชิ้นงานที่พิมพ์ได้ ความเร็วในการพิมพ์ ขั้นตอนในการทำงานและอีกมากมาย

SLA Printer ทำงานอย่างไร

เครื่องพิมพ์ของ SLA ประกอบด้วยถาดเรซิ่นกับฐานที่โปร่งใสและพื้นผิวที่ไม่ติด ซึ่งทำหน้าที่เป็นพื้นผิวแยกสำหรับรองรับเรซิ่นเหลวเพื่อให้ขณะพิมพ์สามารถแยกชั้นที่เกิดขึ้นใหม่ได้อย่างอ่อนโยน

                    กระบวนการการพิมพ์เริ่มจากแท่นพิมพ์ชิ้นงาน(4) เคลื่อนลงมาใกล้ถาดเรซิ่น(9) และมีระยะห่างระหว่างแท่นพิมพ์ชิ้นงานกับถาดเรซิ่นเท่ากับ Layer Height หรือที่เรียกกันว่าความละเอียดของชิ้นงาน           และด่านล่างของถาดเรซิ่น เลเซอร์จะยิงไปที่กระจก 2 บาน กัลวานอมิเตอร์กำหนดพิกัดของแสงให้ถูกต้องบนกระจก แสงส่องผ่านด้านล่างของถาดเรซิ่นและทำให้เรซิ่นชั้นนั้นๆแข็งตัวชั้นที่ถูกทำให้แข็งตัวแล้วจะแยกออกจากด้านล่างของถาดน้ำยาเรซิ่นและแท่นพิมพ์เคลื่อนที่ขึ้นเพื่อให้เรซิ่นที่เกาะอยู่ที่ตัวงานไหลลงไปที่ถาดเรซิ่นด้านล่าง การทำงานจะเป็นในลักษณะนี้จนกว่าจะปริ้นงานเสร็จ LFS (Low Force Stereolithography) เทคโนโลยี สามารถใช้งานได้ใน Form3 และ Form3L นี่คือเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติในรุ่นต่อๆไปในเครื่องพิมพ์ 3 มิติที่เป็นเทคโนโลยี LFS ในส่วนของเลนส์ประกอบไปด้วย LPU(Light Processing Unit) ภายใน LPU ตำแหน่งของกัลวานอมิเตอร์มีความหนาแน่นของเลเซอร์สูงในแกน Y ผ่านทะลุไปยังตัวกรอง และพุ่งไปยังกระจกพับได้และกระจกที่เป็นพาราโบลิกเพื่อความสม่ำเสมอในการรับแสงที่ตั้งฉากกับระนาบที่ใช้ในการสร้างงานและทำให้มั่นใจในเรื่องของความแม่นยำ การเคลื่อนที่ของ LPU ในแกน x ชิ้นงานที่ถูกพิมพ์จะหลุดออกมาจากด้านล่างของถาดเรซิ่นในส่วนที่มีความยืดหยุ่นซึ่งลดแรงอย่างมากระหว่างกระบวนการการพิมพ์

 

                    เทคโนโลยีการพิมพ์ LFS ที่ใช้แรงน้อยมากในระหว่างการพิมพ์ การใช้ถาดเรซิ่นที่มีความยืดหยุ่นและการยิงแสงที่ลักษณะเป็นเส้นตรงมีผลทำให้ได้ผิวชิ้นงานที่มีคุณภาพและความแม่นยำในการพิมพ์ นี่คือพัฒนาการของเครื่องพิมพ์ระบบ SLA ในด้านของคุณภาพพื้นผิวและความแม่นยำในการพิมพ์ แรงที่ใช้น้อยลงในการพิมพ์ทำให้ Support ของชิ้นงานแกะออกได้ง่าย และกระบวนการนี้เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการขยายความเป็นไปได้เกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้มากขึ้นสำหรับอนาคต

DLP ทำงานอย่างไร

                    การทำงานเหมือนกับ SLA  เครื่องพิมพ์ 3 มิติระบบ DLP ชิ้นงานจะถูกสร้างขึ้นรอบๆถาดเรซิ่นกับด้านล่างของถาดที่โปร่งแสงและแท่นพิมพ์ชิ้นงานเคลื่อนลงมาใกล้กับถาดเรซิ่นเพื่อสร้างชิ้นงานที่กลับหัว การทำงานของเครื่องเป็นชั้นต่อชั้นความแตกต่างระหว่างแสงที่ใช้งาน เครื่องพิมพ์ระบบ DLP ใช้โปรเจคเตอร์ในการฉายเพื่อทำให้ชิ้นงานในชั้นนั้นแข็งตัวทั้งหน้าตัดของชิ้นงาน

 

                    การประมวลผลด้วยแสง ประกอบด้วยกระจกขนาดเล็กวางลงบนชิบเซมิคอนดักเตอร์ การสลับระหว่างกระจกชิ้นเล็กๆและเลนส์ที่แสงส่องโดยตรงไปยังด้านล่างของถาดเรซิ่นหรือแผ่นระบายความร้อนกำหนดแกนที่น้ำยาเรซิ่นถูกทำให้แข็งภายในชั้นนั้นๆเพราะว่าโปรเจคเตอร์คือหน้าจอประมวลผลด้วยดิจิตอล ภาพในแต่ละชั้นประกอบด้วยหลาย pixel ผลลัพธ์ใน 3 มิติ การขึ้นรูปแต่ละชั้นจากลูกบาศก์ถูกเรียกว่า Voxel (ปริมาตรที่เล็กที่สุดที่รวมตัวกันเป็นภาพสามมิติ)

SLA VS DLP

ความละเอียด

                   ความละเอียดมีหลายค่าให้เลือกใช้มากกว่าใน spec sheet ซึ่งหน่วยพื้นฐานของ SLA และ DLP จะแตกต่างในด้านของรูปทรง สามารถทำงานที่ยากเมื่อเปรียบเทียบกับความแตกต่างของเครื่องโดยเฉพาะค่าบางค่า ในการพิมพ์งาน 3 มิติ จะมี 3 มิติให้พิจารณาเป็นหลัก 2 ระนาบ(X และ Y) และแกน Z ซึ่งจะเป็นแกนในแนวตั้งความละเอียดในแกน Z ถูกนิยามว่าเป็นความหนาของแต่ละชั้นที่ปริ้นเตอร์สามารถทำได้ เครื่องพิมพ์ 3 มิติ ระบบ SLA และ DLP สามารถทำให้ความละเอียดในแกน z มันบางลงได้มากขึ้นและผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้งานความละเอียดได้ตั้งแต่ 25-300 ไมครอน ช่วยให้นักออกแบบปรับสมดุลระหว่างรายละเอียดและความเร็วได้

 

                    ในการพิมพ์ระบบ DLP แกน XY จะถูกกำหนดด้วยขนาดของ pixel ซึ่งเป็นลักษณะเล็กมากๆที่โปรเจคเตอร์สามารถทำได้ภายในหนึ่งชั้น สิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับความละเอียดของโปรเจคเตอร์ ส่วนใหญ่จะเลือกใช้เป็น HP(1080P) สรุปว่า เครื่องพิมพ์ระบบ DLP ได้มีการแก้ไขความละเอียด XY ซึ่งโดยปกติอยู่ในช่วง 35-100 ไมครอนสำหรับ เครื่องพิมพ์ระบบ SLA ความละเอียดแกน XY จะถูกรวมเข้าด้วยกันโดยดูจากขนาดจุดของเลซอร์ที่ยิงออกมา  และการเพิ่มขึ้นจะถูกควบคุมจากแสงเลเซอร์ เช่น Form3 มีขนาดของเลเซอร์เท่ากับ 85 แต่เป็นเพราะว่าเลเซอร์มีการทำงานที่เป็นเส้นตรงและเลเซอร์สามารถเคลื่อนที่ได้ทำให้ เครื่องพิมพ์สามารถที่จะพิมพ์ชิ้นงานได้ต่อเนื่องเท่าๆกันตลอดชิ้นที่ความละเอียด 25 ไมครอนในแกน XY อย่างไรก็ตาม ความละเอียดในตัวมันเองเป็นการวัดแบบกลวงๆ มันมีข้อบ่งชี้บางอย่าง แต่ไม่ได้จำเป็นสำหรับการเทียบเคียงโดยตรงกับความเที่ยงตรง ความแม่นยำ และคุณภาพการพิมพ์ 

ความเที่ยงตรงและความแม่นยำ

                    กระบวนการเติมแต่งในการพิมพ์ 3 มิติ แต่ละชั้นมีโอกาสที่จะเกิดความไม่แม่นยำ และกระบวนการขึ้นแต่ละชั้นจะส่งผลต่อความแม่นยำ ชิ้นงานถูกกำหนดให้แต่ละชั้นมีความแม่นยำและความเที่ยงตรงที่เท่ากันและความแม่นยำขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย กระบวนการพิมพ์ชิ้นงาน วัสดุ การตั้งค่าโปรแกรม ขั้นตอนสุดท้ายในกระบวนการ และอื่นๆโดยทั่วไป ทั้ง SLA และ DLP มีความแม่นยำมาก ความแตกต่างในความแม่นยำและความเที่ยงตรงดีขึ้นมากโดยที่ความแตกต่างของเครื่องพิมพ์จากหลากหลายผู้ผลิตมากกว่าความแตกต่างระหว่างเทคโนโลยีของพวกเขาในกรณีที่เพิ่งเริ่มใช้เครื่องพิมพ์ทั้ง SLA และ DLP จะใช้โปรเจคเตอร์ เลเซอร์ หรือกัลวานอมิเตอร์ และทางผู้ผลิตหลายเจ้าพยายามที่ให้ผู้ใช้งานได้รับประสิทธิภาพสูงสุดออกจากสิ่งเหล่านี้  เครื่องพิมพ์ 3 มิติระบบมืออาชีพทั้งระบบ SLA และ DLP เหมือนกับเครื่องพิมพ์ Formlabs Form3 คุณสมบัติของระบบถูกปรับตามความต้องการของลูกค้าเพื่อความมืออาชีพ

ความเที่ยงตรงและความแม่นยำ มีความสำคัญสำหรับชิ้นงาน dental splints และ surgical guides

 

                   การคาริเบทก็สำคัญเช่นเดียวกัน เกี่ยวกับโปรเจคเตอร์ DLP การผลิตจำเป็นต้องจัดการกับการกระจายของแสงที่ไม่สม่ำเสมอบนระนาบชิ้นงานและการบิดเบือนของเลนส์ พิกเซลที่อยู่ตรงกลางขนาดมีขนาดและรูปร่างไม่เท่ากับพิกเซลที่อยู่ที่ขอบ เครื่องพิมพ์ SLA ใช้แสงชนิดเดียวกับกับทุกชิ้นงานที่พิมพ์ ซึ่งหมายความว่าเหมือนตามคำจำกัดความแต่ยังคงทำการคาริเบทเพื่อตรวจสอบความผิดเพี้ยนถึงแม้ว่าเครื่องพิมพ์ 3 มิติที่คุณภาพในการพิมพ์ที่สูงและองศาของการคาริเบททำให้ผลลัพธ์แตกต่างกันอย่างกว้างขวางขึ้นอยู่กับวัสดุ น้ำยาเรซิ่นมีความแตกต่างกันซึ่งต้องปรับค่าให้เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งใช้งานได้กับบางวัสดุหรือน้ำยาเรซิ่นที่สามารถใช้งานได้กับแค่บางรุ่นเครื่องพิมพ์ความเที่ยงตรงและความแม่นยำแทบจะเป็นไปไม่ได้ในทางเทคนิคเท่านั้น ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการประเมินเครื่องพิมพ์ 3 มิติ คือการวัดขนาดชิ้นงานจริงหรือผู้ผลิตสามารถสร้างสรรค์ชิ้นงานตามความต้องการของเขาเอง

ขนาดของชิ้นงานที่ผลิตได้

                    เครื่องพิมพ์ 3 มิติระบบ DLP มีควาสัมพันธ์ระหว่างความละเอียดกับปริมาตรของชิ้นงาน ความละเอียดขึ้นอยู่กับโปรเจคเตอร์ ซึ่งสามารถกำหนดขนาดของ pixel ได้ ถ้าเคลื่อนที่โปรเจคเตอร์ให้ใกล้กับกระจกมากขึ้น pixel จะลดลงและสามารถเพิ่มความละเอียดได้แต่ขนาดของพื้นที่ชิ้นงานก็จะเล็กลงสำหรับบางผู้ผลิตวางโปรเจคเตอร์หลายๆตัวข้างๆกันหรือใช้โปรเจคเตอร์ที่มีความละเอียดสูงมาก 4K เพื่อเพิ่มปริมาตรของชิ้นงานซึ่งนำไปสู่ราคาที่สูงมากกว่าราคาเครื่องพิมพ์ที่เป็นเครื่องพิมพ์ขนาดเล็กสรุปว่าเครื่องพิมพ์ 3 มิติระบบ DLP เหมาะสำหรับการใช้งานสำหรับบางรุ่นมีขนาดที่เล็กกว่าและสามารถสร้างงานที่มีขนาดเล็กเช่นรายละเอียดของจิวเวลรี่ ในขณะที่สามารถผลิตชิ้นงานที่ใหญ่จะส่งผลในเรื่องความละเอียดที่น้อยกว่ากระบวนการพิมพ์ระบบ SLA สามารถกำหนดขนาดได้ ขนาดของชิ้นงานที่พิมพ์ได้ของ SLA Printer สามารถเลือกความละเอียดได้มากมาย ในการพิมพ์ชิ้นงานสามารถพิมพ์ชิ้นงานขนาดเท่าไรก็ได้และความะเอียดเท่าไรก็ได้และบริเวณใดก็ได้ในแท่นพิมพ์ชิ้นงาน สามารถพิมพ์ชิ้นงานที่ใหญ่และมีความละเอียดสูงหรือพิมพ์ชิ้นงานขนาดเล็กมากในจำนวนที่มากในเครื่องพิมพ์เดียวกันอุปสรรคหลักๆในการในการเพิ่มปริมาตรของชิ้นงานทั้งเครื่องพิมพ์ 3 มิติ SLA และ DLP คือแรงที่ใช้ในการดึงตัวงานออกจากฟิล์ม ในขณะที่พิมพ์ชิ้นงานที่มีขนาดใหญ่จะใช้แรงในการดึงชั้นที่แข็งตัวออกจากฟิล์มมากเทคโนโลยีการพิมพ์แบบ LFS ฟิล์มที่ยืดหยุ่นที่ถาดของเรซิ่นและลอกออกจากแท่นพิมพ์ในขณะแท่นพิมพ์เคลื่อนที่ขึ้น ซึ่งเห็นได้ชัดเลยว่าความเครียดของชิ้นงานลดลง หมายความว่าแรงที่ใช้ในการดึงชิ้นงานออกจากฟิล์มใช้น้อยลง คุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์นี้ทำให้สามารถเพิ่มปริมาตรของการพิมพ์ให้ใหญ่ขึ้นได้โดยใช้เครื่องพิมพ์ SLA (FORM3L)

 

พื้นผิวสมบูรณ์

                    เครื่องพิมพ์ระบบ SLA และ DLP ต่างสามารถสร้างชิ้นงานที่มีความเรียบของผิวชิ้นงานมากกว่าระบบการพิมพ์อื่นๆ เมื่อเราพูดถึงความแตกต่าง สามารถดูรายละเอียดจากชิ้นงานขนาดเล็กวัตถุจะสร้างชั้นจาการพิมพ์ เครื่องพิมพ์ 3 มิติสามารถพิมพ์ชิ้นงานในลักษณะชั้นที่เป็นแนวนอน อย่างไรก็ตามเพราะว่า DLP เป็นการประมวลผลแบบรูปภาพโดยการใช้ Voxel ซึ่งส่งผลกระทบกับVoxel ในแนวตั้งด้วย

เนื่องจากหน่วยเป็นสี่เหลี่ยม(Pixel) voxel มีผลกระทบต่อความโค้งของขอบ ลักษณะคล้ายคลึงกับสร้างรูปร่างคล้ายกับ lego
รูปร่างของ Voxel ที่เป็นสี่เหลี่ยมทำให้เห็นขอบที่มีความโค้ง การลบลักษณะของ voxel เมื่อปริ้นชิ้นงานออกมาเรียบร้อยแล้วต้องใช้กระดาษทรายในการขัด

 

 

   ในการพิมพ์แบบ LFS แต่ละชั้นจะชิดกันมากขึ้น ความหยาบของพื้นผิวจะลดลงทำให้พื้นผิวงานเรียบมากและชิ้นงานมีความโปร่งใสในกรณีใช้เรซิ่นชนิดใส

 

ความเร็วและผลผลิต

                    เมื่อเรานึกถึงความเร็วในการพิมพ์ เป็นสิ่งที่สำคัญมากในการพิจารณาความเร็ว ยังรวมไปถึงปริมาณงานด้วยความเร็วในการพิมพ์สำหรับระบบ SLA และ DLP ในการเปรียบเทียบทั่วไป โปรเจคเตอร์จะขึ้นรูปทั้งชั้นภายในครั้งเดียว ความเร็วในการพิมพ์ระบบ DLP นั้นเท่ากันและขึ้นอยู่กับความสูงของชิ้นงานนั้นในขณะที่เครื่องพิมพ์ SLA ใช้เลเซอร์ในการยิงลักษณะเหมือนการวาดตามรูปแบบของไฟล์งานในแต่ละชั้น ข้อดีของการพิมพ์ด้วยเครื่อง SLA เปรียบเทียบกับ DLP ความเร็วในการพิมพ์ขนาดเล็กหรืองานที่มีขนาดไม่ใหญ่มากใช้เวลาในการพิมพ์น้อยกว่า ขณะที่เครื่องพิมพ์ DLP จะพิมพ์ชิ้นงานใหญ่ได้ไวกว่า การพิมพ์ชิ้นงานตันหรือพิมพ์ชิ้นงานเต็มพื้นที่ในการพิมพ์แต่บางครั้งการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนระหว่างความละเอียดและปริมาตรงานที่พิมพ์ได้สำหรับเครื่องปริ้นระบบ DLP สำหรับเครื่องปริ้นขนาดเล็กสามารถปริ้นงานเล็กๆได้อย่างรวดเร็ว ความละเอียดสูง แต่ขนาดของชิ้นงานมีข้อจำกัด ความแตกต่างระหว่างเครื่องที่สามารถพิมพ์งานได้ขนาดใหญ่หรือปริ้นงานขนาดเล็กแต่ความละเอียดจะน้อยกว่าระบบ SLAเครื่องพิมพ์ระบบ SLA สามารถผลิตชิ้นงานจบภายในเครื่องเดียวและให้ผู้ใช้ได้มีอำนาจในการตัดสินใจในเรื่องความละเอียด ความเร็ว หรือปริมาณงาน

เครื่องพิมพ์ระบบ SLA สามารถผลิตชิ้นงานข้ามคืนได้ในกรณีการพิมพ์ชิ้นงานที่เยอะ

ขั้นตอนการทำงานและวัสดุ

                    ความเที่ยงตรงและความแม่นยำ ขั้นตอนการทำงานและวัสดุที่สามารถใช้งานได้ ส่วนใหญ่เครื่องพิมพ์ระบบ SLA และ DLP เป็นแบบเสียบแล้วสามารถใช้งานได้เลยสะดวกต่อการใส่แท่นพิมพ์และถาดเรซิ่น สำหรับบางรุ่นเรซิ่นจะไหลลงมาที่แท้งโดยอัตโนมัติ ซึ่งมีความต้องการน้อยและสะดวกสำหรับการพิมพ์ค้างคืนบางเครื่องพิมพ์มีโปรแกรมสำหรับใช้งานได้สำหรับการพิมพ์ เช่น Preform สำหรับเครื่องพิมพ์ Formlab ในขณะที่ผู้ผลิตเจ้าอื่นไม่ได้ใช้วิธีนี้ ลักษณะภายนอกแตกต่างโดยเครื่องมือภายในซอฟแวร์ ยกตัวอย่างเช่น Preform จะมีคำสั่ง One-click print ซึ่งถ้าใช้คำสั่งนี้แล้วโปรแกรมจะสามารถสร้าง Support และรูปแบบการวางอัตโนมัติ โดยฟังก์ชันนี้จะช่วยประหยัดวัสดุและเวลา โชคดีที่โปรแกรมสามารถดาวน์โหลดมาลองใช้งานฟรีก่อนที่จะซื้อเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

เรซิ่นมีมากมายหลายชนิดให้เลือกใช้

                    หนึ่งในประโยชน์ของการพิมพ์ 3 มิติระบบเรซิ่นคือความหลากหลายของวัสดุในการพิมพ์ซึ่งสามารถสร้างชิ้นงานที่มีความหลากหลายได้ เรซิ่นมีมากมายหลายสูตร วัสดุมีทั้งชนิดแข็งและนิ่ม เต็มไปด้วยวัสดุอย่างเช่นแก้วและเซรามิค หรือคุณสมบัติในด้านของการทนต่ออุณหภูมิสูงหรือทนต่อแรงกระแทกได้ดีอย่างไรก็ตาม ความแตกต่างของวัสดุขึ้นอยู่กับโมเดลที่ต้องการพิมพ์ ดังนั้นเราแนะนำว่าให้ถามกับทางผู้ผลิตก่อนที่จะมีการซื้อชิ้นงานที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์ทั้งระบบ SLA และ DLPสิ่งที่ต้องทำต่อเนื่องหลังการพิมพ์อันดับแรกชิ้นงานต้องทำการล้างโดยใช้น้ำยา IPA สำหรับการใช้งานของวัสดุไม่ว่าจะในด้านวิศวกรรมหรือชิ้นส่วนทางชีวภาพต่างก็ต้องทำการอบชิ้นงาน Formlabs ได้เสนอแนวทางแก้ไขเหล่านี้เพื่อทำให้ประหยัดเวลาในการพิมพ์สุดท้ายนี้การพิมพ์ชิ้นงานบนตัวค้ำพยุงชิ้นงานสุดท้ายและก็ต้องแกะออกจากตัวงาน เป็นขั้นตอนที่เหมือนกันทั้งระบบ SLA และ DLP เทคโนโลยีการพิมพ์ LFS 3D ช่วยลดความยุ่งยากในขั้นตอนนี้โดยที่โครงสร้างที่ใช้ในการค้ำพยุงชิ้นงานมีจุดสัมผัสของชิ้นงานค่อนข้างเล็กทำให้ง่ายต่อการแกะออกจากตัวโมเดล

ขอขอบคุณบทความจาก www.formlabs.com

 

                                                             

 

 

 

 

 

 

 

New Balance ร่วมมือกับทางFormlabs สร้างพื้นรองเท้าจาก3D Printer

New Balance ร่วมมือกับทางFormlabs สร้างพื้นรองเท้าจาก3D Printer

             เมื่อไม่นานมานี้ทาง New Balance บริษัททำรองเท้าชื่อดังจากอเมริกาได้ร่วมมือกับทาง Formlabs เพื่อสร้างพื้นรองเท้าจากเครื่องพิมพ์สามมิติ โดยใช้แพลตฟอร์ม TripleCell และใช้เรซิ่นชนิดพิเศษที่เรียกว่า Rebound Resin ซึ่งออกแบบมาเพื่อพิมพ์ชิ้นงานแบบตาข่ายที่ให้ความแข็งแรงและยืดหยุ่นสูงทนต่อการฉีกขาดได้มากกว่าเรซินทั่วไป และยังมีคุณสมบัติที่ทำให้สามารถรับแรงกระแทกได้เพิ่มมาขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

           (ส้นรองเท้าที่พิมพ์จากเครื่องพForm3)

โดยรุ่นของ New Balance ที่ใช้เทคโนโลยีสามมิติเข้ามาช่วยคือรุ่น FuelCell Echo Triple ในรุ่นที่กล่าวมาตัวซัพพอตร์แรงกระแทกตรงพื้นและส้นเท้ารองเท้าจะพิมพ์จากเครื่องพิมพ์สามมิติของทางformlabs รุ่น form3และform 3L  

                                             

(ในรูปคือตัวซัพพอรต์แรงกระแทกที่พิมพ์จากเครื่องForm3และForm3L)

          การใช้เทคโนโลยีสามมิติเข้ามาช่วยทำให้ลดเวลาในการผลิตลงอย่างมาก โดยเมื่อก่อนต้องเริ่มจากการตัดกระดาษและไปขั้นตอนอื่นๆจนได้รองเท้าออกมาใช้เวลาประมาณ15-18เดือน และการรอชิ้นส่วนโฟมและยางอีก 4-6สัปดาห์ แต่พอได้ใช้แพลตฟอร์ม TripleCell ทำให้ไม่ต้องสร้างแม่พิมพ์อีกแล้ว ซึ่งประหยัดเวลาตรงนี้ไปได้อีกหลายเดือน (จากที่ผมดูในvdoตัวTripleCell น่าจะเป็นโปรแกรมที่ไว้ใช้ออกแบบพื้นรองเท้าโดยเฉพาะ สามารถปรับแต่งรูปทรงของงานได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งยังสามารถคำนวนจุดรับน้ำหนักหรือจุดที่รับแรงกระแทกได้อีกด้วย และสุดท้ายเมื่อออกแบบเสร็จสามารถนำไฟล์เข้าเครื่องformสั่งพิมพ์งานได้ทันที)

ซึ่งในอนาคตเราคงจะได้เห็นเทคโนโลยีสามมิติเข้ามามีบทบาทในสินค้าที่เราใช้ในชิวิตประจำวันของเรามากขึ้นอย่างแน่นอน โดยเราอาจจะไม่รู้เลยก็ได้ว่าสินค้าที่เราใช้อยู่นั้นมีบางส่วนพิมพ์จากเครื่องพิมพ์สามมิติ สามารถติดตามเทคโนโลยีใหม่ๆได้ที่ www.print3dd.com

ขาตั้งม้วนสไตล์ Minimal

ขาตั้งม้วนสไตล์ Minimal

ในกรณีที่เราไม่อยากเอาม้วนพลาสติกใส่ไปกับเครื่อง ไม่ว่าจะเพราะไม่สะดวก หรือบางคนอาจจะเปลี่ยนชนิดของเส้นพลาสติกบ่อยๆ หรือบางเครื่องเล็กๆ ที่ใช้ม้วนขนาดเล็กแต่อยากประหยัดเงินเพราะม้วยใหญ่ 1 กก.ราคาถูกกว่า การมีขาตั้งม้วนพลาสติกวางไว้นอกเครื่องก็น่าจะเป็นเป็นทางเลือกหนึ่งที่ดี

ไฟล์โมเดลขาตั้งมีให้เลือกมากมายในเวบ thingiverse.com แต่เท่าที่ดูยังไม่น่าพอใจเท่าไหร่ บางแบบก็ใหญ่เทอะทะ บางแบบก็วางแล้วไม่มั่นคง เลยมาลองออกแบบเองดีกว่า โดยมีโจทย์ว่าจะต้องทำให้เครื่องที่มีแท่นพิมพ์ขนาดเล็กพิมพ์ได้ด้วย แล้วพิมพ์เพียงครั้งเดียว เอาเป็นว่ามาดูแบบกันเลยดีกว่า

ขาตั้งแบบนี้สามารถพิมพ์บนขนาดแท่นพิมพ์เล็กๆ ขนาด 14 x 14 x 14 ซม. ได้สบายๆ และพิมพ์ไปพร้อมกันทั้งสองชิ้น เมื่อพิมพ์เสร็จก็ประกอบเข้าด้วยกันง่ายๆ ได้เลย ถ้าอยากใช้งานก็สามารถเข้าไปโหลดที่นี่เลยครับ https://www.print3dd.com/support/

 

 

Solo Finger 3Dprinter อุปกรณ์สำหรับช่วยผู้พิการด้านนิ้วมือ

Solo Finger 3Dprinter อุปกรณ์สำหรับช่วยผู้พิการด้านนิ้วมือ

          วันนี้ทาง print3dd ไปเจอโมเดลเจอ www.thingiverse.com โดยเป็นโมเดลที่เข้ามาช่วยทำให้ผู้ที่สูญเสียข้อนิ้วหรือมีผิดปกติทางด้านนิ้วมือสามารถจับปากกาเขียนได้อีกครั้ง 

สามารถdownload model ได้ที่ https://www.thingiverse.com/thing:2122752/files 

ตัวโมเดลมีทั้งหมด3ชิ้นและใช้อุปกรณ์เพิ่มเติมดังนี้

                                                                                                                                               น็อตขนาด3.0mm 4 ตัว

                                                                                                                                                  แหวนรองน็อต 4 ตัว

                                                                                                                                    ปากกา ยี่ห้อ bic แบบถอดหัวปากกาได้

 

การประกอบและใช้งาน 

          -ในรูปประกอบเพียง2ชิ้นสำหรับ ผู้ที่เสียข้อนิ้วมือทำให้สามารถเขียนได้เหมือนกับเราจับปากกาตามปกติเลยครับ ต่อมาประกอบแบบครบชุด ตรงนี้สามารถช่วยคนที่เสียนิ้วมือไปทั้งนิ้วเช่น นิ้วชี้ หรือ นิ้วกลางหรือแม้กระ ทั้งเสียไปนิ้วไป2นิ้วก็ยังสามาถเขียนได้แต่อาจจะต้องปรับตัวกันสักระยะนึ่งเพื่อให้ชินกับตัวอุปกรณ์

 

 

(มีข้อสังเกตอยู่2อย่างดังนี้)

– ตัวงานที่โหลดมาขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ทำให้เสียบกับนิ้วแล้วไม่พอดี แต่ก็ยังสามารถเขียนได้ตามปกติ(อาจจะเป็นนิ้วไซส์ ฝรั่งก็ได้ครับ หรือผมนิ้วเล็กเองหว่า555+) ยังไงก่อนพิมพ์ก็ให้วัดขนาดงานกับนิ้วผู้ใช้ก่อนหรือลองลดขนาดลงมาสัก10%ก็ได้ครับ 

-ตัวชิ้นงานจะใช้ได้กับปากกาที่มีปลอกหุ้มหัวปากกาทั้งหมด ไม่ใช่หัวปากกาแบบเกลียวที่หมุนออกมาได้ผมลองแล้วจะไม่สามารถเขียนได้เพราะไม่มีตัวรับแรง ทำให้เวลาเขียนหัวปากกาจะหุบเข้าไปด้านใน ซึ่งบทความนี้จึงแนะนำปากกายี้ห้อ bic เพราะเป็นแบบเดียวกับผู้สร้างโมเดลใช้กับชิ้นงานตัวนี้ครับ 

**แต่ถ้าจะไม่ใช้ปากกายี้ห้อนี้ ผมแนะนำให้หาใส้ปากกกาที่มีขนาดใหญ่เพื่อให้ตัวใส้ปากกาฟิตพอดีกับตัวชิ้นงานหรืออาจจะพิมพ์ปลอกปากกาแล้วนำมาสวมแทนก็ได้ครับ**

-ทั้งนี้ทางผู้สร้างชิ้นงานยังใจดีให้ไฟล์นามสกุล.step เพื่อให้คนที่downloadไปสามารถแก้ไขตัวงานได้อีกด้วย

โดยสามารถdownload ได้ที่นี่ครับ https://drive.google.com/file/d/1Ti_J9iyCzwWXj49Idj2thQ1xewKLeAJ3/view?usp=sharing 

ทาง print3dd หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับเพื่อนๆไม่มากก็น้อย แล้วสามารถติดตามสาระความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆได้ที่ www.print3dd.com และพบกันใหม่คร้าบ

 

การทำชิ้นงานเสมือนคนจริงแบบย่อส่วนด้วยสแกนเนอร์ และ Autodesk Meshmixer

การทำชิ้นงานเสมือนคนจริงแบบย่อส่วนด้วยสแกนเนอร์ และ Autodesk Meshmixer

        หลายๆ คนที่ไม่ได้มีความสามารถทางด้านการเขียน การปั้น แบบ 3 มิติ แต่อยากที่จะได้ชิ้นงานแบบ 3 มิตินั้นก็สามารถทำได้ ถึงจะไม่ได้เก่งด้านโปรแกรม 3 มิติเลยก็ตามแต่ก็ทำได้เช่านกัน เพียงแค่ต้องมีอุปกรณ์เป็นเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ Einscan Pro 2X ที่สามรถใช้สแกนงานทั้งขนาดเล็กและใหญ่ได้ ที่เด่นๆ เลยคือสามารถสแกนมนุษย์ได้ด้วย แต่จะมีข้อจำกัดอยู่ประมาณ 3 อย่าง คือ ชิ้นงานสีดำ ชิ้นงานท่มีความมันเงา และชิ้นงานที่มีสีใส แต่ก็มีวิธีแก้ไขโดยการใช้สเปรย์แป้งพ่นลงบนผิวของชิ้นงาน หรือทำให้ชิน้งานมีสีที่สว่างขึ้น ไม่เงา ไม่ใส ก็จะสามารถใช้เครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ สแกนได้เเล้ว 

       เมื่อนำไปสแกนคน ส่วนที่ต้องยอมรับเลยว่าจะสแกนไม่ได้จริงๆ คือส่วนที่เป็นเส้นผม ดังนั้นวิธีแก้ไขจะต้องนำไฟล์ที่ได้จากการสแกนไปปรับแต่งแก้ไขเพิ่ม แต่ก่อนที่จะสแกนนั้นแนะนำว่าให้ผู้ที่เป็นแบบใส่หมวกหรือหาสิ่งของมาปิดบังเส้นผมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โปรแกรมที่นำมาใช้ปรับแต่งไฟล์สแกนที่ทางเราใช้นั้น ทุกๆ คนสามารถโหลดมาใช้งานได้คือ Autodesk Meshmixer เป็นโปรแกรมฟรีที่สามารถใช้งานได้ดีมากตัวหนึ่งเลย ด้านโปรแกรมนั้นจะออกเป็นแนวของการปั้นขึ้นรูปงาน จะไม่เหมือนกับโปรแกรม CAD ต่างๆ ที่จะมีการขึ้นรูปเป็นรูปแบบมีขนาด องศา สัดส่วนที่แน่นอนมากๆ 

 

        ขั้นตอนการสแกนงาน Einscan Pro 2X  ก่อนการสแกนงานที่เป็นคน หรือสิ่งมีชีวิตนั้นควรจะจัดแต่งต้นแบบงานให้เรียบร้อยก่อน อย่างที่บอกไปเบื้องต้นคือ ให้แบบใส่หมวกที่ไม่ใช่สีดำ เสื้อที่ใส่ห้ามเป็สีดำ ถ้าใส่แว่นแนะนำให้ถอดออก เป็นต้น เมื่อเราจัดเตรียมแบบเสร็จแล้ว ให้เราเริ่มเปิดโปรแกรม EXScan Pro ได้เลย เปิดเข้ามาให้เลือกโหมดการสแกนที่เป็น Rapid Scan Handheld ในโหมดนี้จะสามารถสแกนงานได้หลายหลากแต่เหมาะกับงานที่มีขนาดใหญ่หน่อย วิธีการยืนของแบบที่จะสแกนควรจะนิ่งที่สุด สามารถลืมตาได้ในระหว่างสแกน เนื่องด้วยไฟของตัวเครื่องสแกนนั้นเป็นแบบ LED ไม่มีผลอะไรต่อดวงตาอยู่แบบเหมือนกับเราถ่ายภาพแล้วเปิดไฟแฟรช การสแกรเราสามารถสแกนได้ทั้งตัวของแบบเลย แต่ทางเราจะสแกนอยู๋ประมาณครึ่งตัวด้านบนเท่านั้นใช้เวลาประมาณ 3-5 นาที ในการสแกน เมื่อทำการสแกนเสร็จแล้วให้ปิดผิวงานเป็นแบบ Waterlight Models เพื่อนำไปแก้ไขต่อและแนะนำว่าขนาดของไฟล์ควรจะอยู่ประมาณ 150MB แล้วแต่คอมพิวเตอร์ของแต่ละท่านด้วยนะครับ จากนั้น Save ออกมาเป็นไฟล์นามสกุล .stl 

        ขั้นตอนการแก้ไขไฟล์งานสแกนด้วย Autodesk Meshmixer  โหมดการสแกนแบบ Fixed จะมีการแสดงข้อมูลการสแกนทั้งหมดที่เราทำการสแกนมาจะอยู่ด้านซ้ายมือของหน้าต่าง สามารถเปิดปิดเพื่อดูและลบ ข้อมูลได้บางทีชุดข้อมูลสแกนนั้นเกิดความคาดเคลื่อนเมื่อโปรแกรมทำการ Alignment Auto ให้เรา และที่ดีมากๆ เลยของโหมดนี้คือสามารถ Alignment แต่ละชุดข้อมูลได้บางข้อมูลอาจจะสแกนซ้ำจุดเดิมมาแล้วไม่ได้มีผมทำให้งานอะเอียดหรือว่าแม่นยำมากขึ้นก็ลบทิ้งไปได้เลย จะทำให้ Size File ที่ทำการเซฟออกมามีขนาดเล็กกว่าเดิมด้วย เมื่อเรานำไปใช้งานต่อในโปรแกรมต่างๆ จะทำงานได้ราบรื่นมากยิ่งขึ้น สามารถดูรูปภาพด้านล่างได้จะเป็ยไฟล์ที่ได้จากการสแกน ก่อนการปรับแก้ไขไฟล์งาน จะเห็นได้ว่าส่วนที่เป็นเส้นผมจะไม่สามรถสแกนได้ดังนั้นเราจึงควรจะสวมหมวก แต่อันนี้ก่อนที่จะ Save เราได้ทำการตัดหมวกแยกออกไป และจะนำมาประกอบในตอนหลังจะได้ทำงานง่ายยิ่งขึ้น

        เมื่อทำการแก้ไขเร็จแล้วจะได้ตามภาพด้านล่าง โดยหลักๆ จะใช้เครื่องมือในถบด้านซ้ายของหน้าต่างเป็น Sculpt และเลือกปรับที่ Brushes อีกทีว่าเราจะเลือก ดึงนูน ปรับเรียบเนียน กรีดคม และอื่นๆ ตามความต้องการ แต่จะเห็นบางส่วนที่เป็นผิวงานที่เกินออกมานั้นจะใช้เครื่องมือ Select เพื่อเลือกจุดที่เราต้องการจากนั้นลบทิ้งและเลือกอีกครั้งเพื่อซ่อมแซมส่วนที่ขาดหายไป Fill แต่ที่สำคัญควรพยายามลบส่วนที่เกินออกมานั้นให้หมด อย่าให้มีเป็นเศษเล็กๆ หลงเหลืออยู่เพราะจะมีปัญหาตอนที่นำงานได้ส่งพิมพ์  3 มิติ เนื้อผิวในส่วนนั้นจะเสียหายได้ง่าย เมื่อปิดผิวงานแล้วก็ทำกาปรับให้เรียบอีกครั้งด้วยเครื่องมือ Sculpt อันนี้งานที่เรานำไปใช้ต่อจะเอามาย่อขนาดลงดังนั้นอาจจะไม่ได้ทำให้ผิวของงานคมมากเกินไปเท่าไหร่ เพราะเมื่อย่อขนาดลงแล้วผิวของงาน รายละเอียดต่างๆ จะคมชัดขึ้นเอก แต่เมื่อนำไปขยายอาจจะต้องแก้ไขไฟล์งานให้มีรายละเอียดที่ชัดเจนมากขึ้นกว่านี้ 

        พอเราปรับไปเกือบสมบูรณ์แบบแล้วก็นำไฟล์หมวกที่เราตัดออกไปนั้นมาใสให้ชิ้นงาน และใส่ฐานวางงานเพื่อให้ดูดีมากยิ่งขึ้น อาจจะประกอบงานในอีกโปรแกรมที่ชื่อว่า Flashprint ซึ่งเป็นโปรแกรมของเครื่องพิมพ์ 3 มิติ Flashforge ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทั่วโลก ตอนที่เราประกอบงานนั้นก็ให้ทำการย่อขนาดของงานลงเหลือตามที่เราต้องการอันนี้เราจะย่อลงอยู่ที่สูง 50 mm. เมื่อประกอบเสร็จแล้วก็จะได้ไฟล์งานตามภาพด้านล่าง แต่ยังไม่เสร็จเท่านี้นะยังต้องเก็บงานอีกนิดหนึ่ง คือการทำงานให้กลวงเพื่อจะนำไปพิมพ์กับเครื่องพิมพ์แบบเรซิ่น Form2 การทำกลวงนั้นจะช่วยให้พิมพ์งานได้ง่ายขึ้น ประหยัดน้ำยาเรซิ่นด้วย ทำกลวงโดยใช้เครื่องมือ Edit เลือก Hollow เครื่องมือนี้เราจะสามารถเลือกได้ว่าจะทำให้ผนังของงานหนาเท่าไหร่ ที่เราใช้ประจำจะอยู่ที่ 2 mm. และอย่าลืมทำรูที่ด้านล่างของชิ้นงานด้วยเพราะจะช่วงให้แก้การเกิด Cup ในการพิมพ์กับเครื่อง Form2 

        การพิมพ์ชิ้นงานด้วย Form2 เครื่องพิมพ์เรซิ่น เปิดไฟล์งานที่แก้ไขเสร็จจาก Autodesk Meshmixer จากนั้นให้เราหมุนงานเอียงเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดเเรงดึงระหว่างพิมพ์ชิ้นงาน เพราะการพิมพ์แบบเรซิ่นจะมีดึงผิวของแผ่นฟิล์มที่อยู่ในถาดน้ำยาเรซิ่น พอเอียงงานเสร็จแล้วก็เริ่มทำ Support สามารถใช้ค่าตั้งต้นของโปรแกรมตามน้ำยานั้นๆ ได้เลยนะครับ กด Auto Support โปรแกรมจะทำส่วนนี้ให้อัตโนมัติ และเราก็ค่อยมาแก้จุดสัมผัสที่ชิ้นงานเองบางจุดอาจจะไม่จำเป็นต้องมีเราก็ลบทิ้ง เมื่อเราทำ Support เสร็จแล้วโปรแกรมไม่ได้แจ้ง Error อะไรเกี่ยวกับงานให้กด Upload เพื่อสั่งพิมพ์งานได้ทันทีเลยนะครับ ส่วนเรื่องเวลาและปริมาณน้ำยาที่ใช้โปรแกรมจะคำนวณมาให้เองครับ 

วีดีโอการทำ

สร้างหัวฝักบัวรดน้ำ เพื่อยืดเวลาให้รดน้ำได้นานขึ้นด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

สร้างหัวฝักบัวรดน้ำ เพื่อยืดเวลาให้รดน้ำได้นานขึ้นด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

 

วันนี้เรามาออกแบบหัวฝักบัวรดน้ำต้นไม้กันครับเนื่องจากหัวเดิมได้หายไป วันนี้เราจะมาออกแบบหัวฝักบัวให้น้ำไหลได้น้อยและสามารถรดน้ำต้นไม้ ได้นานขึ้นกว่าเดิมกัน ดูจากรูปภาพเป็นการออกแบบง่ายๆ ไม่ยากแต่ออกแบบแล้วต้องไปเข้ากระบวนการผลิตแบบไหนถ้าจะให้ไปฉีดขึ้นรูปก็คงจะใช้ทุนสูงมาก หันมาใช้ประโยชน์จากเครื่องพิมพ์ 3 มิติกันครับ งานที่ได้ก็สามารถนำไปใช้จริงได้เลยเพียงแค่เรามีไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ ก็สามารถประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆ หรือ ซ่อมแซมของเก่าที่มีอยู่ให้สมบูรณ์ดังเดิมก็เป็นเรื่องง่าย เพียงแค่เรามีเครื่องพิมพ์ 3 มิติครับ 

วันนี้เรามาพิมพ์ขึ้นรูป 3 มิติหัวฝักบัวรดน้ำกัน ออกแบบ 3D โดยโปรแกรม Solid Edge ST10 Classic และใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติรุ่น FlashForge Creator Pro ในการขึ้นรูปครับ

เรามาเริ่มออกแบบกันได้เลยครับ ^^

โดยโปรแกรมที่เราใช้ Solid Edge ST10 Classic มีความสามารถในการออกแบบ 3D ได้รวดเร็วและสะดวกและไม่มีความสลับซับซ้อนเนื่องจากมีโหมด Synchronous ทำให้รวดเร็วในการออกแบบยิ่งขึ้น

การออกแบบหัวฝักบัวรดน้ำให้มีประสิทธิภาพนั้นจำเป็นต้องมีระยะห่างให้น้ำได้ไหลผ่านที่เหมาะสมน้ำที่ไหลออกมาจะไหลออกมาเป็นเส้น และขนาดรูที่เหมาะสมนั้นจะทำให้การรดน้ำของเราสามารถรดน้ำต้นไม้ได้นานยิ่งขึ้น เมื่อออกแบบสำเร็จแล้วขั้นตอนต่อไปก็ Save Files เป็น .STL แล้วไปทำการแปลงไฟล์ก่อนเริ่มพิมพ์ได้เลยครับ

ชิ้นงานนี้ใช้ PLA เป็นวัสดุในการขึ้นรูปและอย่างที่เห็นครับงานลักษณะแบบนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ Support มาค้ำในส่วนต่างๆ เนื่องจากเครื่องพิมพ์สามารถขึ้นรูปได้ เมื่อตั้งค่าเสร็จแล้วก็พร้อมพิมพ์ขึ้นรูปแล้วครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เครื่องพิมพ์ 3 มิติกับการผลิตชิ้นส่วนวิศวกรรมยานยนต์ สนับสนุนทีมลูกพระบิดา.

เครื่องพิมพ์ 3 มิติกับการผลิตชิ้นส่วนวิศวกรรมยานยนต์ สนับสนุนทีมลูกพระบิดา.

 

ทางเรา PRINT3DD ได้มีโอกาสสนับสนุนการผลิตชิ้นส่วนวิศวกรรมยานยนต์ ในส่วนของ  Intake Manifold ในรถ Formula เพื่อใช้ในการแข่งขัน 2019 Fumula SAE Japan – Monozukuri Design Compettition ระหว่างวันที่

24 สิงหาคม – 4 กันยายน 2562สนามแข่งมาตรฐาน ECOPA (Ogasayama Sports Park), Shizuoka Prefecture, Japan โดยใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติในการขึ้นรูปให้กับทาง ทีมลูกพระบิดา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และนำไปใช้จริงของส่วนประกอบดังกล่าว ซึ่งส่วนประกอบดังกล่าวนั้นเป็นวัสดุ ABS สีดำโดยใช้เครื่องพิมพ์ไซต์ใหญ่ที่ทางเรามีคือรุ่น CreatBot FullScale Max 450

 

 

  • โดยในส่วนของ Intake Mainfold นั้นก็คือส่วนของปลายท่อที่ติดกับเครื่องยนต์โดยในส่วนตรงนี้หลังจากที่ขึ้นรูปงานด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ CreatBot FullScale Max 450 เสร็จก็ได้มีการชั่งน้ำหนักโดยรวม 2 ชิ้น อยู่ที่ 1.8 กิโลกรัม โดยงานดังกล่าวยังไม่ได้มีการแกะ Support แต่หลังจากที่แกะ Support แล้วจะเหลือน้ำหนักโดยประมาณ 700 กรัม

งานที่ยังไม่ได้แกะ Support น้ำหนักโดยรวม 1.8 กิโลกรัม 2 ชิ้น

หลักจากแกะ Support ก็สวยงามและน้ำหนักเหลือเพียง 700 กรัม รวมกัน 2 ชิ้น

  • ชิ้นส่วนดังกล่าวจะนำไปใช้ประกอบและดัดแปลงเข้ากับรถฟอมูล่าที่ทาง ทีมลูกพระบิดา ได้สร้างขึ้นดังภาพต่อไปนี้ทางเราได้สอบถามที่หันมาทดลองใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติเนื่องจากต้องการลดน้ำหนักองค์ประกอบโดยรวมของรถ Formula ทั้งคันซึ่งการนำมาใช้ยังอยู่ในการทดสอบการใช้งานจริงอาจจะต้องนำมาปรับแก้หรือดัดแปลงองค์ประกอบบางส่วนอีกหลายๆอย่าง ซึ่งอนาคตอันไม่ไกลนี้เราอาจจะได้เห็นโครงสร้างรถ Formula ทั้งคันถูกพิมพ์ขึ้นด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

  • PRINT3DD ยินดีและขอขอบคุณที่ทาง ทีมลูกพระบิดา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้เปิดโอกาสให้เครื่องพิมพ์ 3 มิติของทางเรามีส่วนร่วมในการผลิตชิ้นส่วนดังกล่าวและขอบคุณสำหรับโลโก้ PRINT3DD บนเสื้อที่ทาง ทีมลูกพระบิดา ได้ออกแบบมาในที่นี้ด้วยครับ

 

 

เครื่องพิมพ์ที่ลูกค้าไว้วางใจเลือกใช้

เครื่องพิมพ์ที่ลูกค้าไว้วางใจเลือกใช้

วันนี้print3ddมีโอกาสได้มาสัมภาษณ์ ผศ.ดร.รามิล เกศวรกุล ซึ่งเป็นอาจารย์ ภาควิชาวิศวกรรมการผลิต ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯพระนครเหนือ โดยทางคณะได้สั่งซื้อเครื่องพิมพ์สามมิติกับทางprint3ddมาก่อนหน้านี้แล้วหลายเครื่อง ไม่ว่าจะเป็น Flashforge creator,Flashforge finder,Flashforge Adventurer3,Full Scale max300 เป็นต้น 

โดยเนื้อหาการสัมภาษณ์วันนี้คือทางprint3ddอยากทราบว่าทางคณะวิศวกรรมการผลิตได้นำเครื่องพิมพ์สามมิติไปประยุกต์ใช้ในงานด้านไหนบ้าง โดยทางอ.รามิล ได้อธิบายว่าเครื่องพิมพ์สามมิติได้เข้ามามีส่วนช่วยในเรื่องการเรียนการสอนและงานวิจัยอย่างมาก เพราะสามารถพิมพ์งานที่มีความซับซ้อนได้ดี อีกทั้งยังมีต้นทุนในการพิมพ์งานที่ต่ำกว่าเครื่องพิมพ์ประเภทอื่นๆ 

 

โดยผลงานจากเครื่องพิมพ์สามมิติ มีดังนี้

-ใช้ในการเรียนการสอนเกี่ยวกับการสร้างงานต้นแบบต่างๆ เพื่อนำมาทดสอบก่อนนำไปสร้างเป็นของจริง เช่น กังหันน้ำ,ตัวคีบจับชิ้นงาน,อะไหล่และชิ้นส่วนต่างๆเป็นต้น

-Body drone   โดยใช้เครื่องพิมพ์สามมิติผลิตตัวBody ของdrone ซึ่งช่วยในเรื่องลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงได้อย่างมาก เพราะชิ้นส่วนของdroneส่วนใหญ่ทำขึ้นจากพลาสติก เมื่อมีชิ้นส่วนไหนเสียหายก็สามารถพิมพ์จากเครื่องพิมพ์สามมิติได้เลย 

-ผลงานล่าสุดคือเครื่องนับลูกกุ้งแบบพกพา โดยได้ทำวิจัยร่วมกับบริษัท ซึ่งตัวbodyของเครื่องสร้างจากเครื่องพิมพ์สามมิติทั้งหมด และใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้ามาช่วยในการนับลูกกุ้ง ใช้เวลานับเพียง2วินาทีต่อ1ชุดตัวอย่าง(1ชุดตัวอย่างจะมีลูกกุ้งอยู่ 500-1,000ตัว) เร็วกว่าการใช้บุคลากรถึง300เท่า และประสิทธิภาพของการนับยังสามารถจำแนกวัตถุอื่นที่ไม่ใช่ลูกกุ้งได้ เช่น ผงคาร์บอน ตะกอนอาหารและเม็ดฝุ่นที่อาจเจือบนมากับน้ำได้ ทำให้ตัวเครื่องมีความแม่นยำถึง97% และส่งข้อมูลทางemailหรือlineได้อีกด้วย 

ประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ

ในปี2559 สามารถลดการนำเข้าเครื่องนับลูกกุ้งจากต่างประเทศได้11,760,000บ.

ที่มา:คิดจากยอดซื้อในปีพ.ศ.2559 จำนวน21เครื่อง โดยราคาที่สั่งนำเข้าจากต่างประเทศเครื่องละ750,000บ. ถ้าคิดมูลค่านำเข้า เท่ากับ 21×750,000 = 15,750,000 บ.

เครื่องนับลูกกุ้งแบบพกพา เครื่องละ190,000บ. คิดมูล่า เท่ากับ21×190,000=3,990,000บ.

สามารถลดมูลค่าการนำเข้าในปี2559 ได้เท่ากับ15,750,000-3,990,000=11,760,00บาท

(อ้างอิงข้อมูลจากhttp://award.nia.or.th/th)

 

ซึ่งจะเห็นได้ว่าเครื่องพิมพ์สามมิติ เข้ามามีบทบาทต่อทุกสายงานเพราะสามารถเข้ามาช่วยในการสร้างงานที่ซับซ้อนได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ตัวเครื่องยังมีราคาไม่แพงและใช้ต้นทุนที่ต่ำ ทางprint3dd ต้องขอขอบคุณ ผศ.ดร.รามิล เกศวรกุล ที่สละเวลามาสัมภาษณ์ในวันนี้ เพื่อนๆสามารถติดตามข่าวสารและเทคโนโลยีใหม่ๆได้ที่ www.print3dd.com