New Balance ร่วมมือกับทางFormlabs สร้างพื้นรองเท้าจาก3D Printer

New Balance ร่วมมือกับทางFormlabs สร้างพื้นรองเท้าจาก3D Printer

             เมื่อไม่นานมานี้ทาง New Balance บริษัททำรองเท้าชื่อดังจากอเมริกาได้ร่วมมือกับทาง Formlabs เพื่อสร้างพื้นรองเท้าจากเครื่องพิมพ์สามมิติ โดยใช้แพลตฟอร์ม TripleCell และใช้เรซิ่นชนิดพิเศษที่เรียกว่า Rebound Resin ซึ่งออกแบบมาเพื่อพิมพ์ชิ้นงานแบบตาข่ายที่ให้ความแข็งแรงและยืดหยุ่นสูงทนต่อการฉีกขาดได้มากกว่าเรซินทั่วไป และยังมีคุณสมบัติที่ทำให้สามารถรับแรงกระแทกได้เพิ่มมาขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

           (ส้นรองเท้าที่พิมพ์จากเครื่องพForm3)

โดยรุ่นของ New Balance ที่ใช้เทคโนโลยีสามมิติเข้ามาช่วยคือรุ่น FuelCell Echo Triple ในรุ่นที่กล่าวมาตัวซัพพอตร์แรงกระแทกตรงพื้นและส้นเท้ารองเท้าจะพิมพ์จากเครื่องพิมพ์สามมิติของทางformlabs รุ่น form3และform 3L  

                                             

(ในรูปคือตัวซัพพอรต์แรงกระแทกที่พิมพ์จากเครื่องForm3และForm3L)

          การใช้เทคโนโลยีสามมิติเข้ามาช่วยทำให้ลดเวลาในการผลิตลงอย่างมาก โดยเมื่อก่อนต้องเริ่มจากการตัดกระดาษและไปขั้นตอนอื่นๆจนได้รองเท้าออกมาใช้เวลาประมาณ15-18เดือน และการรอชิ้นส่วนโฟมและยางอีก 4-6สัปดาห์ แต่พอได้ใช้แพลตฟอร์ม TripleCell ทำให้ไม่ต้องสร้างแม่พิมพ์อีกแล้ว ซึ่งประหยัดเวลาตรงนี้ไปได้อีกหลายเดือน (จากที่ผมดูในvdoตัวTripleCell น่าจะเป็นโปรแกรมที่ไว้ใช้ออกแบบพื้นรองเท้าโดยเฉพาะ สามารถปรับแต่งรูปทรงของงานได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งยังสามารถคำนวนจุดรับน้ำหนักหรือจุดที่รับแรงกระแทกได้อีกด้วย และสุดท้ายเมื่อออกแบบเสร็จสามารถนำไฟล์เข้าเครื่องformสั่งพิมพ์งานได้ทันที)

ซึ่งในอนาคตเราคงจะได้เห็นเทคโนโลยีสามมิติเข้ามามีบทบาทในสินค้าที่เราใช้ในชิวิตประจำวันของเรามากขึ้นอย่างแน่นอน โดยเราอาจจะไม่รู้เลยก็ได้ว่าสินค้าที่เราใช้อยู่นั้นมีบางส่วนพิมพ์จากเครื่องพิมพ์สามมิติ สามารถติดตามเทคโนโลยีใหม่ๆได้ที่ www.print3dd.com

ขาตั้งม้วนสไตล์ Minimal

ขาตั้งม้วนสไตล์ Minimal

ในกรณีที่เราไม่อยากเอาม้วนพลาสติกใส่ไปกับเครื่อง ไม่ว่าจะเพราะไม่สะดวก หรือบางคนอาจจะเปลี่ยนชนิดของเส้นพลาสติกบ่อยๆ หรือบางเครื่องเล็กๆ ที่ใช้ม้วนขนาดเล็กแต่อยากประหยัดเงินเพราะม้วยใหญ่ 1 กก.ราคาถูกกว่า การมีขาตั้งม้วนพลาสติกวางไว้นอกเครื่องก็น่าจะเป็นเป็นทางเลือกหนึ่งที่ดี

ไฟล์โมเดลขาตั้งมีให้เลือกมากมายในเวบ thingiverse.com แต่เท่าที่ดูยังไม่น่าพอใจเท่าไหร่ บางแบบก็ใหญ่เทอะทะ บางแบบก็วางแล้วไม่มั่นคง เลยมาลองออกแบบเองดีกว่า โดยมีโจทย์ว่าจะต้องทำให้เครื่องที่มีแท่นพิมพ์ขนาดเล็กพิมพ์ได้ด้วย แล้วพิมพ์เพียงครั้งเดียว เอาเป็นว่ามาดูแบบกันเลยดีกว่า

ขาตั้งแบบนี้สามารถพิมพ์บนขนาดแท่นพิมพ์เล็กๆ ขนาด 14 x 14 x 14 ซม. ได้สบายๆ และพิมพ์ไปพร้อมกันทั้งสองชิ้น เมื่อพิมพ์เสร็จก็ประกอบเข้าด้วยกันง่ายๆ ได้เลย ถ้าอยากใช้งานก็สามารถเข้าไปโหลดที่นี่เลยครับ https://www.print3dd.com/support/

 

 

Solo Finger 3Dprinter อุปกรณ์สำหรับช่วยผู้พิการด้านนิ้วมือ

Solo Finger 3Dprinter อุปกรณ์สำหรับช่วยผู้พิการด้านนิ้วมือ

          วันนี้ทาง print3dd ไปเจอโมเดลเจอ www.thingiverse.com โดยเป็นโมเดลที่เข้ามาช่วยทำให้ผู้ที่สูญเสียข้อนิ้วหรือมีผิดปกติทางด้านนิ้วมือสามารถจับปากกาเขียนได้อีกครั้ง 

สามารถdownload model ได้ที่ https://www.thingiverse.com/thing:2122752/files 

ตัวโมเดลมีทั้งหมด3ชิ้นและใช้อุปกรณ์เพิ่มเติมดังนี้

                                                                                                                                               น็อตขนาด3.0mm 4 ตัว

                                                                                                                                                  แหวนรองน็อต 4 ตัว

                                                                                                                                    ปากกา ยี่ห้อ bic แบบถอดหัวปากกาได้

 

การประกอบและใช้งาน 

          -ในรูปประกอบเพียง2ชิ้นสำหรับ ผู้ที่เสียข้อนิ้วมือทำให้สามารถเขียนได้เหมือนกับเราจับปากกาตามปกติเลยครับ ต่อมาประกอบแบบครบชุด ตรงนี้สามารถช่วยคนที่เสียนิ้วมือไปทั้งนิ้วเช่น นิ้วชี้ หรือ นิ้วกลางหรือแม้กระ ทั้งเสียไปนิ้วไป2นิ้วก็ยังสามาถเขียนได้แต่อาจจะต้องปรับตัวกันสักระยะนึ่งเพื่อให้ชินกับตัวอุปกรณ์

 

 

(มีข้อสังเกตอยู่2อย่างดังนี้)

– ตัวงานที่โหลดมาขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ทำให้เสียบกับนิ้วแล้วไม่พอดี แต่ก็ยังสามารถเขียนได้ตามปกติ(อาจจะเป็นนิ้วไซส์ ฝรั่งก็ได้ครับ หรือผมนิ้วเล็กเองหว่า555+) ยังไงก่อนพิมพ์ก็ให้วัดขนาดงานกับนิ้วผู้ใช้ก่อนหรือลองลดขนาดลงมาสัก10%ก็ได้ครับ 

-ตัวชิ้นงานจะใช้ได้กับปากกาที่มีปลอกหุ้มหัวปากกาทั้งหมด ไม่ใช่หัวปากกาแบบเกลียวที่หมุนออกมาได้ผมลองแล้วจะไม่สามารถเขียนได้เพราะไม่มีตัวรับแรง ทำให้เวลาเขียนหัวปากกาจะหุบเข้าไปด้านใน ซึ่งบทความนี้จึงแนะนำปากกายี้ห้อ bic เพราะเป็นแบบเดียวกับผู้สร้างโมเดลใช้กับชิ้นงานตัวนี้ครับ 

**แต่ถ้าจะไม่ใช้ปากกายี้ห้อนี้ ผมแนะนำให้หาใส้ปากกกาที่มีขนาดใหญ่เพื่อให้ตัวใส้ปากกาฟิตพอดีกับตัวชิ้นงานหรืออาจจะพิมพ์ปลอกปากกาแล้วนำมาสวมแทนก็ได้ครับ**

-ทั้งนี้ทางผู้สร้างชิ้นงานยังใจดีให้ไฟล์นามสกุล.step เพื่อให้คนที่downloadไปสามารถแก้ไขตัวงานได้อีกด้วย

โดยสามารถdownload ได้ที่นี่ครับ https://drive.google.com/file/d/1Ti_J9iyCzwWXj49Idj2thQ1xewKLeAJ3/view?usp=sharing 

ทาง print3dd หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับเพื่อนๆไม่มากก็น้อย แล้วสามารถติดตามสาระความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆได้ที่ www.print3dd.com และพบกันใหม่คร้าบ

 

การทำชิ้นงานเสมือนคนจริงแบบย่อส่วนด้วยสแกนเนอร์ และ Autodesk Meshmixer

การทำชิ้นงานเสมือนคนจริงแบบย่อส่วนด้วยสแกนเนอร์ และ Autodesk Meshmixer

        หลายๆ คนที่ไม่ได้มีความสามารถทางด้านการเขียน การปั้น แบบ 3 มิติ แต่อยากที่จะได้ชิ้นงานแบบ 3 มิตินั้นก็สามารถทำได้ ถึงจะไม่ได้เก่งด้านโปรแกรม 3 มิติเลยก็ตามแต่ก็ทำได้เช่านกัน เพียงแค่ต้องมีอุปกรณ์เป็นเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ Einscan Pro 2X ที่สามรถใช้สแกนงานทั้งขนาดเล็กและใหญ่ได้ ที่เด่นๆ เลยคือสามารถสแกนมนุษย์ได้ด้วย แต่จะมีข้อจำกัดอยู่ประมาณ 3 อย่าง คือ ชิ้นงานสีดำ ชิ้นงานท่มีความมันเงา และชิ้นงานที่มีสีใส แต่ก็มีวิธีแก้ไขโดยการใช้สเปรย์แป้งพ่นลงบนผิวของชิ้นงาน หรือทำให้ชิน้งานมีสีที่สว่างขึ้น ไม่เงา ไม่ใส ก็จะสามารถใช้เครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ สแกนได้เเล้ว 

       เมื่อนำไปสแกนคน ส่วนที่ต้องยอมรับเลยว่าจะสแกนไม่ได้จริงๆ คือส่วนที่เป็นเส้นผม ดังนั้นวิธีแก้ไขจะต้องนำไฟล์ที่ได้จากการสแกนไปปรับแต่งแก้ไขเพิ่ม แต่ก่อนที่จะสแกนนั้นแนะนำว่าให้ผู้ที่เป็นแบบใส่หมวกหรือหาสิ่งของมาปิดบังเส้นผมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โปรแกรมที่นำมาใช้ปรับแต่งไฟล์สแกนที่ทางเราใช้นั้น ทุกๆ คนสามารถโหลดมาใช้งานได้คือ Autodesk Meshmixer เป็นโปรแกรมฟรีที่สามารถใช้งานได้ดีมากตัวหนึ่งเลย ด้านโปรแกรมนั้นจะออกเป็นแนวของการปั้นขึ้นรูปงาน จะไม่เหมือนกับโปรแกรม CAD ต่างๆ ที่จะมีการขึ้นรูปเป็นรูปแบบมีขนาด องศา สัดส่วนที่แน่นอนมากๆ 

 

        ขั้นตอนการสแกนงาน Einscan Pro 2X  ก่อนการสแกนงานที่เป็นคน หรือสิ่งมีชีวิตนั้นควรจะจัดแต่งต้นแบบงานให้เรียบร้อยก่อน อย่างที่บอกไปเบื้องต้นคือ ให้แบบใส่หมวกที่ไม่ใช่สีดำ เสื้อที่ใส่ห้ามเป็สีดำ ถ้าใส่แว่นแนะนำให้ถอดออก เป็นต้น เมื่อเราจัดเตรียมแบบเสร็จแล้ว ให้เราเริ่มเปิดโปรแกรม EXScan Pro ได้เลย เปิดเข้ามาให้เลือกโหมดการสแกนที่เป็น Rapid Scan Handheld ในโหมดนี้จะสามารถสแกนงานได้หลายหลากแต่เหมาะกับงานที่มีขนาดใหญ่หน่อย วิธีการยืนของแบบที่จะสแกนควรจะนิ่งที่สุด สามารถลืมตาได้ในระหว่างสแกน เนื่องด้วยไฟของตัวเครื่องสแกนนั้นเป็นแบบ LED ไม่มีผลอะไรต่อดวงตาอยู่แบบเหมือนกับเราถ่ายภาพแล้วเปิดไฟแฟรช การสแกรเราสามารถสแกนได้ทั้งตัวของแบบเลย แต่ทางเราจะสแกนอยู๋ประมาณครึ่งตัวด้านบนเท่านั้นใช้เวลาประมาณ 3-5 นาที ในการสแกน เมื่อทำการสแกนเสร็จแล้วให้ปิดผิวงานเป็นแบบ Waterlight Models เพื่อนำไปแก้ไขต่อและแนะนำว่าขนาดของไฟล์ควรจะอยู่ประมาณ 150MB แล้วแต่คอมพิวเตอร์ของแต่ละท่านด้วยนะครับ จากนั้น Save ออกมาเป็นไฟล์นามสกุล .stl 

        ขั้นตอนการแก้ไขไฟล์งานสแกนด้วย Autodesk Meshmixer  โหมดการสแกนแบบ Fixed จะมีการแสดงข้อมูลการสแกนทั้งหมดที่เราทำการสแกนมาจะอยู่ด้านซ้ายมือของหน้าต่าง สามารถเปิดปิดเพื่อดูและลบ ข้อมูลได้บางทีชุดข้อมูลสแกนนั้นเกิดความคาดเคลื่อนเมื่อโปรแกรมทำการ Alignment Auto ให้เรา และที่ดีมากๆ เลยของโหมดนี้คือสามารถ Alignment แต่ละชุดข้อมูลได้บางข้อมูลอาจจะสแกนซ้ำจุดเดิมมาแล้วไม่ได้มีผมทำให้งานอะเอียดหรือว่าแม่นยำมากขึ้นก็ลบทิ้งไปได้เลย จะทำให้ Size File ที่ทำการเซฟออกมามีขนาดเล็กกว่าเดิมด้วย เมื่อเรานำไปใช้งานต่อในโปรแกรมต่างๆ จะทำงานได้ราบรื่นมากยิ่งขึ้น สามารถดูรูปภาพด้านล่างได้จะเป็ยไฟล์ที่ได้จากการสแกน ก่อนการปรับแก้ไขไฟล์งาน จะเห็นได้ว่าส่วนที่เป็นเส้นผมจะไม่สามรถสแกนได้ดังนั้นเราจึงควรจะสวมหมวก แต่อันนี้ก่อนที่จะ Save เราได้ทำการตัดหมวกแยกออกไป และจะนำมาประกอบในตอนหลังจะได้ทำงานง่ายยิ่งขึ้น

        เมื่อทำการแก้ไขเร็จแล้วจะได้ตามภาพด้านล่าง โดยหลักๆ จะใช้เครื่องมือในถบด้านซ้ายของหน้าต่างเป็น Sculpt และเลือกปรับที่ Brushes อีกทีว่าเราจะเลือก ดึงนูน ปรับเรียบเนียน กรีดคม และอื่นๆ ตามความต้องการ แต่จะเห็นบางส่วนที่เป็นผิวงานที่เกินออกมานั้นจะใช้เครื่องมือ Select เพื่อเลือกจุดที่เราต้องการจากนั้นลบทิ้งและเลือกอีกครั้งเพื่อซ่อมแซมส่วนที่ขาดหายไป Fill แต่ที่สำคัญควรพยายามลบส่วนที่เกินออกมานั้นให้หมด อย่าให้มีเป็นเศษเล็กๆ หลงเหลืออยู่เพราะจะมีปัญหาตอนที่นำงานได้ส่งพิมพ์  3 มิติ เนื้อผิวในส่วนนั้นจะเสียหายได้ง่าย เมื่อปิดผิวงานแล้วก็ทำกาปรับให้เรียบอีกครั้งด้วยเครื่องมือ Sculpt อันนี้งานที่เรานำไปใช้ต่อจะเอามาย่อขนาดลงดังนั้นอาจจะไม่ได้ทำให้ผิวของงานคมมากเกินไปเท่าไหร่ เพราะเมื่อย่อขนาดลงแล้วผิวของงาน รายละเอียดต่างๆ จะคมชัดขึ้นเอก แต่เมื่อนำไปขยายอาจจะต้องแก้ไขไฟล์งานให้มีรายละเอียดที่ชัดเจนมากขึ้นกว่านี้ 

        พอเราปรับไปเกือบสมบูรณ์แบบแล้วก็นำไฟล์หมวกที่เราตัดออกไปนั้นมาใสให้ชิ้นงาน และใส่ฐานวางงานเพื่อให้ดูดีมากยิ่งขึ้น อาจจะประกอบงานในอีกโปรแกรมที่ชื่อว่า Flashprint ซึ่งเป็นโปรแกรมของเครื่องพิมพ์ 3 มิติ Flashforge ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทั่วโลก ตอนที่เราประกอบงานนั้นก็ให้ทำการย่อขนาดของงานลงเหลือตามที่เราต้องการอันนี้เราจะย่อลงอยู่ที่สูง 50 mm. เมื่อประกอบเสร็จแล้วก็จะได้ไฟล์งานตามภาพด้านล่าง แต่ยังไม่เสร็จเท่านี้นะยังต้องเก็บงานอีกนิดหนึ่ง คือการทำงานให้กลวงเพื่อจะนำไปพิมพ์กับเครื่องพิมพ์แบบเรซิ่น Form2 การทำกลวงนั้นจะช่วยให้พิมพ์งานได้ง่ายขึ้น ประหยัดน้ำยาเรซิ่นด้วย ทำกลวงโดยใช้เครื่องมือ Edit เลือก Hollow เครื่องมือนี้เราจะสามารถเลือกได้ว่าจะทำให้ผนังของงานหนาเท่าไหร่ ที่เราใช้ประจำจะอยู่ที่ 2 mm. และอย่าลืมทำรูที่ด้านล่างของชิ้นงานด้วยเพราะจะช่วงให้แก้การเกิด Cup ในการพิมพ์กับเครื่อง Form2 

        การพิมพ์ชิ้นงานด้วย Form2 เครื่องพิมพ์เรซิ่น เปิดไฟล์งานที่แก้ไขเสร็จจาก Autodesk Meshmixer จากนั้นให้เราหมุนงานเอียงเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดเเรงดึงระหว่างพิมพ์ชิ้นงาน เพราะการพิมพ์แบบเรซิ่นจะมีดึงผิวของแผ่นฟิล์มที่อยู่ในถาดน้ำยาเรซิ่น พอเอียงงานเสร็จแล้วก็เริ่มทำ Support สามารถใช้ค่าตั้งต้นของโปรแกรมตามน้ำยานั้นๆ ได้เลยนะครับ กด Auto Support โปรแกรมจะทำส่วนนี้ให้อัตโนมัติ และเราก็ค่อยมาแก้จุดสัมผัสที่ชิ้นงานเองบางจุดอาจจะไม่จำเป็นต้องมีเราก็ลบทิ้ง เมื่อเราทำ Support เสร็จแล้วโปรแกรมไม่ได้แจ้ง Error อะไรเกี่ยวกับงานให้กด Upload เพื่อสั่งพิมพ์งานได้ทันทีเลยนะครับ ส่วนเรื่องเวลาและปริมาณน้ำยาที่ใช้โปรแกรมจะคำนวณมาให้เองครับ 

วีดีโอการทำ

สร้างหัวฝักบัวรดน้ำ เพื่อยืดเวลาให้รดน้ำได้นานขึ้นด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

สร้างหัวฝักบัวรดน้ำ เพื่อยืดเวลาให้รดน้ำได้นานขึ้นด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

 

วันนี้เรามาออกแบบหัวฝักบัวรดน้ำต้นไม้กันครับเนื่องจากหัวเดิมได้หายไป วันนี้เราจะมาออกแบบหัวฝักบัวให้น้ำไหลได้น้อยและสามารถรดน้ำต้นไม้ ได้นานขึ้นกว่าเดิมกัน ดูจากรูปภาพเป็นการออกแบบง่ายๆ ไม่ยากแต่ออกแบบแล้วต้องไปเข้ากระบวนการผลิตแบบไหนถ้าจะให้ไปฉีดขึ้นรูปก็คงจะใช้ทุนสูงมาก หันมาใช้ประโยชน์จากเครื่องพิมพ์ 3 มิติกันครับ งานที่ได้ก็สามารถนำไปใช้จริงได้เลยเพียงแค่เรามีไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ ก็สามารถประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆ หรือ ซ่อมแซมของเก่าที่มีอยู่ให้สมบูรณ์ดังเดิมก็เป็นเรื่องง่าย เพียงแค่เรามีเครื่องพิมพ์ 3 มิติครับ 

วันนี้เรามาพิมพ์ขึ้นรูป 3 มิติหัวฝักบัวรดน้ำกัน ออกแบบ 3D โดยโปรแกรม Solid Edge ST10 Classic และใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติรุ่น FlashForge Creator Pro ในการขึ้นรูปครับ

เรามาเริ่มออกแบบกันได้เลยครับ ^^

โดยโปรแกรมที่เราใช้ Solid Edge ST10 Classic มีความสามารถในการออกแบบ 3D ได้รวดเร็วและสะดวกและไม่มีความสลับซับซ้อนเนื่องจากมีโหมด Synchronous ทำให้รวดเร็วในการออกแบบยิ่งขึ้น

การออกแบบหัวฝักบัวรดน้ำให้มีประสิทธิภาพนั้นจำเป็นต้องมีระยะห่างให้น้ำได้ไหลผ่านที่เหมาะสมน้ำที่ไหลออกมาจะไหลออกมาเป็นเส้น และขนาดรูที่เหมาะสมนั้นจะทำให้การรดน้ำของเราสามารถรดน้ำต้นไม้ได้นานยิ่งขึ้น เมื่อออกแบบสำเร็จแล้วขั้นตอนต่อไปก็ Save Files เป็น .STL แล้วไปทำการแปลงไฟล์ก่อนเริ่มพิมพ์ได้เลยครับ

ชิ้นงานนี้ใช้ PLA เป็นวัสดุในการขึ้นรูปและอย่างที่เห็นครับงานลักษณะแบบนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ Support มาค้ำในส่วนต่างๆ เนื่องจากเครื่องพิมพ์สามารถขึ้นรูปได้ เมื่อตั้งค่าเสร็จแล้วก็พร้อมพิมพ์ขึ้นรูปแล้วครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เครื่องพิมพ์ 3 มิติกับการผลิตชิ้นส่วนวิศวกรรมยานยนต์ สนับสนุนทีมลูกพระบิดา.

เครื่องพิมพ์ 3 มิติกับการผลิตชิ้นส่วนวิศวกรรมยานยนต์ สนับสนุนทีมลูกพระบิดา.

 

ทางเรา PRINT3DD ได้มีโอกาสสนับสนุนการผลิตชิ้นส่วนวิศวกรรมยานยนต์ ในส่วนของ  Intake Manifold ในรถ Formula เพื่อใช้ในการแข่งขัน 2019 Fumula SAE Japan – Monozukuri Design Compettition ระหว่างวันที่

24 สิงหาคม – 4 กันยายน 2562สนามแข่งมาตรฐาน ECOPA (Ogasayama Sports Park), Shizuoka Prefecture, Japan โดยใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติในการขึ้นรูปให้กับทาง ทีมลูกพระบิดา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และนำไปใช้จริงของส่วนประกอบดังกล่าว ซึ่งส่วนประกอบดังกล่าวนั้นเป็นวัสดุ ABS สีดำโดยใช้เครื่องพิมพ์ไซต์ใหญ่ที่ทางเรามีคือรุ่น CreatBot FullScale Max 450

 

 

  • โดยในส่วนของ Intake Mainfold นั้นก็คือส่วนของปลายท่อที่ติดกับเครื่องยนต์โดยในส่วนตรงนี้หลังจากที่ขึ้นรูปงานด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ CreatBot FullScale Max 450 เสร็จก็ได้มีการชั่งน้ำหนักโดยรวม 2 ชิ้น อยู่ที่ 1.8 กิโลกรัม โดยงานดังกล่าวยังไม่ได้มีการแกะ Support แต่หลังจากที่แกะ Support แล้วจะเหลือน้ำหนักโดยประมาณ 700 กรัม

งานที่ยังไม่ได้แกะ Support น้ำหนักโดยรวม 1.8 กิโลกรัม 2 ชิ้น

หลักจากแกะ Support ก็สวยงามและน้ำหนักเหลือเพียง 700 กรัม รวมกัน 2 ชิ้น

  • ชิ้นส่วนดังกล่าวจะนำไปใช้ประกอบและดัดแปลงเข้ากับรถฟอมูล่าที่ทาง ทีมลูกพระบิดา ได้สร้างขึ้นดังภาพต่อไปนี้ทางเราได้สอบถามที่หันมาทดลองใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติเนื่องจากต้องการลดน้ำหนักองค์ประกอบโดยรวมของรถ Formula ทั้งคันซึ่งการนำมาใช้ยังอยู่ในการทดสอบการใช้งานจริงอาจจะต้องนำมาปรับแก้หรือดัดแปลงองค์ประกอบบางส่วนอีกหลายๆอย่าง ซึ่งอนาคตอันไม่ไกลนี้เราอาจจะได้เห็นโครงสร้างรถ Formula ทั้งคันถูกพิมพ์ขึ้นด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

  • PRINT3DD ยินดีและขอขอบคุณที่ทาง ทีมลูกพระบิดา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้เปิดโอกาสให้เครื่องพิมพ์ 3 มิติของทางเรามีส่วนร่วมในการผลิตชิ้นส่วนดังกล่าวและขอบคุณสำหรับโลโก้ PRINT3DD บนเสื้อที่ทาง ทีมลูกพระบิดา ได้ออกแบบมาในที่นี้ด้วยครับ

 

 

เครื่องพิมพ์ที่ลูกค้าไว้วางใจเลือกใช้

เครื่องพิมพ์ที่ลูกค้าไว้วางใจเลือกใช้

วันนี้print3ddมีโอกาสได้มาสัมภาษณ์ ผศ.ดร.รามิล เกศวรกุล ซึ่งเป็นอาจารย์ ภาควิชาวิศวกรรมการผลิต ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯพระนครเหนือ โดยทางคณะได้สั่งซื้อเครื่องพิมพ์สามมิติกับทางprint3ddมาก่อนหน้านี้แล้วหลายเครื่อง ไม่ว่าจะเป็น Flashforge creator,Flashforge finder,Flashforge Adventurer3,Full Scale max300 เป็นต้น 

โดยเนื้อหาการสัมภาษณ์วันนี้คือทางprint3ddอยากทราบว่าทางคณะวิศวกรรมการผลิตได้นำเครื่องพิมพ์สามมิติไปประยุกต์ใช้ในงานด้านไหนบ้าง โดยทางอ.รามิล ได้อธิบายว่าเครื่องพิมพ์สามมิติได้เข้ามามีส่วนช่วยในเรื่องการเรียนการสอนและงานวิจัยอย่างมาก เพราะสามารถพิมพ์งานที่มีความซับซ้อนได้ดี อีกทั้งยังมีต้นทุนในการพิมพ์งานที่ต่ำกว่าเครื่องพิมพ์ประเภทอื่นๆ 

 

โดยผลงานจากเครื่องพิมพ์สามมิติ มีดังนี้

-ใช้ในการเรียนการสอนเกี่ยวกับการสร้างงานต้นแบบต่างๆ เพื่อนำมาทดสอบก่อนนำไปสร้างเป็นของจริง เช่น กังหันน้ำ,ตัวคีบจับชิ้นงาน,อะไหล่และชิ้นส่วนต่างๆเป็นต้น

-Body drone   โดยใช้เครื่องพิมพ์สามมิติผลิตตัวBody ของdrone ซึ่งช่วยในเรื่องลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงได้อย่างมาก เพราะชิ้นส่วนของdroneส่วนใหญ่ทำขึ้นจากพลาสติก เมื่อมีชิ้นส่วนไหนเสียหายก็สามารถพิมพ์จากเครื่องพิมพ์สามมิติได้เลย 

-ผลงานล่าสุดคือเครื่องนับลูกกุ้งแบบพกพา โดยได้ทำวิจัยร่วมกับบริษัท ซึ่งตัวbodyของเครื่องสร้างจากเครื่องพิมพ์สามมิติทั้งหมด และใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้ามาช่วยในการนับลูกกุ้ง ใช้เวลานับเพียง2วินาทีต่อ1ชุดตัวอย่าง(1ชุดตัวอย่างจะมีลูกกุ้งอยู่ 500-1,000ตัว) เร็วกว่าการใช้บุคลากรถึง300เท่า และประสิทธิภาพของการนับยังสามารถจำแนกวัตถุอื่นที่ไม่ใช่ลูกกุ้งได้ เช่น ผงคาร์บอน ตะกอนอาหารและเม็ดฝุ่นที่อาจเจือบนมากับน้ำได้ ทำให้ตัวเครื่องมีความแม่นยำถึง97% และส่งข้อมูลทางemailหรือlineได้อีกด้วย 

ประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ

ในปี2559 สามารถลดการนำเข้าเครื่องนับลูกกุ้งจากต่างประเทศได้11,760,000บ.

ที่มา:คิดจากยอดซื้อในปีพ.ศ.2559 จำนวน21เครื่อง โดยราคาที่สั่งนำเข้าจากต่างประเทศเครื่องละ750,000บ. ถ้าคิดมูลค่านำเข้า เท่ากับ 21×750,000 = 15,750,000 บ.

เครื่องนับลูกกุ้งแบบพกพา เครื่องละ190,000บ. คิดมูล่า เท่ากับ21×190,000=3,990,000บ.

สามารถลดมูลค่าการนำเข้าในปี2559 ได้เท่ากับ15,750,000-3,990,000=11,760,00บาท

(อ้างอิงข้อมูลจากhttp://award.nia.or.th/th)

 

ซึ่งจะเห็นได้ว่าเครื่องพิมพ์สามมิติ เข้ามามีบทบาทต่อทุกสายงานเพราะสามารถเข้ามาช่วยในการสร้างงานที่ซับซ้อนได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ตัวเครื่องยังมีราคาไม่แพงและใช้ต้นทุนที่ต่ำ ทางprint3dd ต้องขอขอบคุณ ผศ.ดร.รามิล เกศวรกุล ที่สละเวลามาสัมภาษณ์ในวันนี้ เพื่อนๆสามารถติดตามข่าวสารและเทคโนโลยีใหม่ๆได้ที่ www.print3dd.com

การประยุกต์ใช้งานเครื่องพิมพ์และเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ ในการทำ Packaging แบบ Vacuum

การประยุกต์ใช้งานเครื่องพิมพ์และเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ ในการทำ Packaging แบบ Vacuum

        หลายๆ คนที่กำลังมองหาเครื่องมือที่จะนำมาช่วยในการทำงานด้านบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ต่างๆ อยู่นั้นทางเรามีวีธีการนำเครื่องมือที่เรียกว่าเทคโนโลยี 3 มิติ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่สามารถขึ้นรูปชิ้นงานที่มีความซับซ้อนได้เสมือนจริง แถมยังมีต้นทุนที่ต่ำอีก และเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ ที่สามารถสแกนชิ้นงานจริงแล้วนำไฟล์ที่ได้มาแก้ไขให้เหมือนชิ้นงานต้นแบบตามที่เราต้องการได้ (Coppy Model) ซึ่งจะเหมาะกับผู้ใช้งานที่ไม่ได้เชียวชาญด้านการเขียนแบบ 3 มิติ สำหรับท่านที่ไม่มีความรู้ด้านนี้เลยก็สามารถใช้งานได้ วิธีการนี้อาจจะมีการประยุกต์ใช้กับโปรแกรมอื่นๆ ตามความเหมาะสม เช่น Autodesk Meshmixer และอื่นๆ ถ้าท่านใดที่มีความรู้ทางด้านเทคโนโลยีด้าน 3 มิติ อยู่แล้วจะง่ายมากๆ สำหรับนำไปใช้งาน แต่สำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้เลยก็สามารถใช้งานได้เช่นกันทางเรายินดีให้คำปรึกษา และสอนการใช้งานตัวเครื่องอยู่แล้วนะครับ 

ซึ่งตัวอย่างนี้เราจะมาทำ Packaging พลาสติกของแก้วน้ำกันนะครับ ซึ่งจะมีขั้นตอนการทำงานตามลำดับดังนี้

     ขั้นตอนที่ 1 การปรับแต่งชิ้นงานให้เหมาะสมต่อการนำไปใช้ การปรับแต่งนั้นเป็นการปิดรู หรือรอยบนผิวของชิ้นงานที่เราไม่ต้องการออก เพราะว่าการทำ Packaging พลาสติกแบบแวคคั่มปั้มหรือสูญญากาศ (Vacuum) จะต้องปิดช่องหรือรูส่วนที่เราไม่ต้องการออกด้วยถ้าไม่อย่างนั้น เนื้อพลาสติกจะโดนดูดเข้าไปในช่องว่างของชิ้นงานนั้นๆ ทำให้แกะงานแม่แบบออกไม่ได้ การปิดรูนั้นก็แล้วแต่ความถนัดของแต่ละคนเลยว่าถนัดแบบไหน อันนี้เราจะใช้เป็น Blue Tape ปิดรูที่หูจับของแก้วน้ำ ดังภาพประกอบ นำเทปมาติดให้ดีและเนียนที่สุดเท่าที่จะทำได้นะครับ 

 

———————- วีดีโอ ขั้นตอนที่ 1 ———————-

 

     ขั้นตอนที่ 2 การใช้สแกนเนอร์ 3 มิติ สแกนชิ้นงานเพื่อนำไปพิมพ์เป็นบล๊อคแม่แบบในการทำแวคคั่มสูญญากาศ (Vacuum) ซึ่งเราได้ใช้เครื่องสแกนเนอร์เป็นรุ่น Shining Einscan Pro 2X Series ที่มีความแม่นยำสูง 40 ไมครอน ใช้ร่วมกับ Turntable Einscan Pro จะทำให้สแกนงานได้ที่มีขนาดไม่เกิน 200 mm ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เมื่อสแกนชิ้นงานเสร็จต้องนำไฟล์งานออกมาแล้วตั้ง Offset ให้งานให้เพราะ Packaging ของสินค้าก็จะมีขนาดที่ใหญ่กว่าสินค้านิดหน่อย งานที่ได้จาการสแกนจะเป็นไฟล์ .stl , .obj จะได้ไฟล์งานตามรูปภาพประกอบ

 

———————- วีดีโอ ขั้นตอนที่ 2 ———————-

 

     ขั้นตอนที่ 3 การแก้ไขไฟล์ 3 มิติ ที่ได้จากการสแกน ขึ้นตอนนี้ง่ายมากๆ ยิ่งสำหรับคนที่ใช้โปรแกรมเขียน 3 มิติเป็นอยู่แล้วจะเข้าใจได้เร็วมากยิ่งขึ้น ซึ่งโปรแกรมที่เราใช้จะเป็นโปรแกรมฟรี Autodesk Meshmixer โปรแกรมนี้ส่วนมากเราจะใช้ในการทำ Hollow ชิ้นงาน ปรับผิวให้เรียบก่อนที่จะส่งพิมพ์กับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ซึ่งขั้นตอนการทำให้ดูตามวีดีโอนะครับ เมื่อเราเปิดไฟล์เข้ามาในคำสั่ง Import ที่หน้าแรกเลยให้เราระบายสี (เป็นการเลือกพื้นผิวงาน) เพื่อจะทำการปรับผิวงานให้เรียบจะได้ง่ายต่อการทำแวคคั่มสูญญากาศ (Vacuum) คำสั่งที่เราใช้คือ Select >ระบายส่วนที่ตั้งการ >Deform >Smooth ในขั้นตอนการทำ Smooth นั้นจะมีคำสั่งให้เลือกปรับโดยจะเน้นไปที่การปรับ Smooth Scale ยิ่งค่ามากจะเรียบเนียนมากแต่ถ้ามากเกินไปจะทำให้รูทรงชิ้นงานเพี้ยนมากตามไปด้วนะครับ เมื่อได้ค่าที่เหมาะสมแล้วกด Accept ได้เลย ทีนี้เราก็จะได้ไฟล์ 3 มิติ ที่มีผิวงานเรียบเนียมแล้ว ส่วนการ Save งานออกมานั้นให้ใช้คำสั่ง Export > ตั้งชื่องาน นามสกลุที่ได้จะเป็น .stl ให้นำไฟล์ตัวนี้เปิดในโปรแกรมของเครื่องพิมพ์ 3 มิติได้เลยครับ

 

———————- วีดีโอ ขั้นตอนที่ 3-4 ———————-

 

     ขั้นตอนที่ 4 ตั้งค่าการพิมพ์งานกับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ซึ่งเครื่องพิมพ์ 3 มิตินั้นจะมีโปรแกรมที่ใช้ในการตั้งค่าต่างๆ ที่จะใช้พิมพ์ชิ้นงานมากับตัวเครื่องด้วยตัวเครื่องที่เราใช้เป็นตัว Fullscale Max300 ที่มีขนาดพิมพ์งานอยู่ที่ 300x250x300 mm แต่ก่อนหน้านั้นเราจะใช้โปรแกรมของอีกเครื่องพิมพ์รุ่นหนึ่งในการปรับต่งไฟล์งานนิดหน่อยเพื่อให้ง่ายต่อการทำงาน คือโปรแกรม Flashprint ของเครื่องพิมพ์ยี่ห้อ Flashforge ในโปรแกรมนี้เราแค่โดนงานเข้ามาแล้วตัดบางส่วนที่ไม่ต้องการออกกับแบ่งครึ่งชิ้นงานเป็น 2 ชิ้นแค่นั้นเองครับ ดูวีธีการได้ตามวีดีโอ การพิมพ์งานนั้นเราจะใช้ความละเอียดของผิวชิ้นงานอยู่ที่ 200 ไมครอน (Layer Height) พิมพ์งาน 2 ชิ้นเป็นด้านซ้ายและขวา เพราะว่าจะนำมาแวคคั่ม (Vacuum) เป็น  Packaging ซ้าย/ขวา ความเร็วที่ใช้พิมพ์  60mm/s(Print Speed), ความร้อน 210-215 องศา(Temperature), ความหนาของงาน 3 ชั้น(Parameter shell) และเนื้อด้านใน 15% (Fill Density) ใช้วัสดุเป็นพลาสติก PLA (Polylactic acid) ใช้เวลาพิมพ์ประมาณ 9 ชั่วโมง เมื่องานพิมพ์เสร็จแล้วให้แกะออกมาจากนั้นก็สามารถนำไปเข้าเครื่องแวคคั่มแบบสูญญากาศ (Vacuum) ได้เลยครับ

 

     ขึ้นตอนที่ 5 การทำแวคคั่มแบบสูญญากาศ (Vacuum) เราจะใช้แผ่นพลาสติกที่มีความหนา 0.5 มิลลิเมตร เพื่อเน้นความแข็งแรงของตัว Packaging เอง ความร้อนที่ใช้นั้นจะอยู่ที่ 160 องศา เป็นเนื้อพลาสติก HIPS เมื่อความร้อนได้ตามที่เราตั้งแล้วเครื่องจะมีการแจ้งเตือนจากนั้นเราก็ดึงแผ่นพลาสติกลงมาแนบที่ชิ้นงานได้เลยจะเหมือนกับในวีดีโอด้านล่างครับ แล้วเครื่องจะเริ่มดูดอากาศที่อยู่ภายในออกจนหมดหรือให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ข้อควรระวังคือถ้าบางครั้งเราเลือกใช้ความร้อนกับเนื้อพลาสติกที่จะทำการแวคคั่ม (Vacuum)  นั้นไม่เหมาะสมหรือผิดค่าจะทำให้พลาสติกที่ใช้นั้นขาดได้ 

 

———————- วีดีโอ ขั้นตอนที่ 5 ———————-

———————- วีดีโอรวม ———————-

PVA & PLA ซัพพอทเยอะแค่ไหนก็ละลายได้ด้วยน้ำเปล่า

PVA & PLA ซัพพอทเยอะแค่ไหนก็ละลายได้ด้วยน้ำเปล่า

ทดสอบการขึ้นรูป PLA และซัพพอท PVA ด้วยเครื่องพิมพ์ FlashForge Creator 3 สองหัวพิมพ์อิสระ จะดีอย่างไรมารับชมกันครับ

         เรามาทดลองพิมพ์ชิ้นงานโมเดลที่มีการใช้ซัพพอทหลายตำแหน่งและ บางตำแหน่งเราเป็นส่วนที่สำคัญของชิ้นงานบางท่านไม่ต้องการให้ชิ้นงานเป็นหลุมหรือมีส่วนที่สึกลงไปในตัวชิ้นงานในตอนนี้เรามาแนะนำเส้น Esun ePVA 1.75mm กันครับซึ่งบางท่านยังไม่ทราบว่าการพิมพ์งานในรูปแบบสามมิตินั้นมีเส้นเฉพาะทางในการช่วยการขึ้นรูปที่เรียกว่าซัพพอทแบบละลายน้ำได้ บางท่านจะพบว่าชิ้นงานบางชิ้น มีส่วนหลบมุมที่บางทีไม่สามารถแกะซัพพอทออกได้ หรือ แกะยากมากในบางส่วน และวันนี้เราจะมาแนะนำเครื่องพิมพ์ที่เป็นน้องใหม่มากความสามารถของเรา FlashForge Creator 3 เราจะมาขึ้นรูปโมเดลกันครับ โดยโมเดลนี้เป็นโมเดลที่ขึ้นรูปด้วยเส้นพลาสติก PLA และซัพพอทที่เราใช้คือ PVA ครับ

 

ภาพที่ 1 แสดงภาพโมเดลที่จะทำการพิมพ์สามารถดาวน์โหลดได้ที่ www.thingiverse.com : Lattice Cube

ซัพพอทเยอะขนาดนี้คงต้องนั่งแกะซัพพอทแล้วต้องนั่งแต่งเองอีกเป็นชั่วโมงแน่ๆ แต่ไม่ต้องห่วงเราใช้ซัพพอท PVA แค่ละลายน้ำก็ไม่ต้องเปลืองแรงแถมเนื้องานยังไม่สึกอีกด้วย มาดูการตั้งค่าการพิมพ์สำหรับเครื่อง FlashForge Creator 3 กันครับ

 

ภาพที่ 2 แสดงการตั้งค่าการพิมพ์ขึ้นรูป 3 มิติ เมื่อใช้สองวัสดุ

ภาพที่ 3 แสดงภาพเครื่องพิมพ์ FlashForge Creator 3  [2] หัวพิมพ์ อิสระ

1. หัวพิมพ์ซ้ายใส่เส้น PLA 1.75 mm สีแดงจะสังเกตุเห็นได้ว่าเมื่อหัวพิมพ์ซ้ายทำงานหัวพิมพ์ขวาจะอยู่ ณ ตำแหน่งที่ห่างจากตัวชิ้นงานและขัดหัวพิมพ์รอการขึ้นซัพพอท

2. หัวพิมพ์ขวาใส่เส้น ePVA 1.75 mm สีธรรมชาติเพื่อเป็นซัพพอทของ PLA

** ซึ่งข้อดีของ FlashForge Creator 3 นั้นคือไม่จำเป็นต้องสร้าง Wall หรือ Oozing Shield เพื่อมาขัดหัวพิมพ์ระหว่างรอหัวพิมพ์ที่ทำงานอยู่ ซึ่งเครื่องพิมพ์รุ่นนี้มาช่วยขจัดปัญหาโหลดเส้นทิ้งออกไปได้ดีเลยทีเดียว **

 

  • ลดการใช้ Filament เมื่อมีการใช้งานหัวพิมพ์ 2 หัวพิมพ์ใน 1 งาน
  • ลดเวลาในการพิมพ์ขึ้นรูปงาน 3 มิติ
  • สามารถพิมพ์งาน 1 งานพร้อมกัน 2 ชิ้นได้ในเวลาเดียวกัน

มาเริ่มพิมพ์ขึ้นรูป 3 มิติกันเลยครับ

วีดีโอที่ 1 แสดงการทำงานของเครื่องพิมพ์ Creator 3 และการขึ้นรูปงาน

ภาพที่ 4 แสดงภาพชิ้นงานที่ขึ้นรูปเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถ้าแกะซัพพอทชิ้นงานคงหักด้วยแน่ๆ ครับ ยังดีที่เราใช้เป็น PVA ละลายในน้ำเปล่าได้หมดห่วง ^^

* เรามาเริ่มการละลายซัพพอทกันครับ *

วีดีโอที่ 2 แสดงการละลายตัวของซัพพอท PVA ขณะที่อยู่ในน้ำ

ภาพที่ 5 แสดงภาพชิ้นงานที่ถูกละลายซัพพอทเรียบร้อยแล้ว สวยงามตามท้องเรื่องครับ

 

** ไม่จำเป็นต้องแกะซัพพอทให้เปลืองแรงและเปลืองเวลา **

** ป้องกันการเสียหายขณะที่แกะซัพพอทของชิ้นงานได้ดีเลยทีเดียวครับ **

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มินิรีวิว Flashforge Creator 3 + eSun ePA-Carbon Fiber

มินิรีวิว Flashforge Creator 3 + eSun ePA-Carbon Fiber

Carbon Fiber เป็นวัสดุในฝันของผู้ใช้ 3D printer หลายๆ คน เพราะมันช่วยให้งานที่พิมพ์ออกมามีความแข็งแรงขึ้น สำหรับผู้ที่ยังไม่รู้ว่า Carbon Fiber เป็นอย่างไร เราลองมาดูกัน

เส้น Carbon Fiber คืออะไร?

ก่อนอื่นต้องไม่สับสนระหว่างเส้น Carbon Fiber Filament กับ Carbon Fiber ที่ใช้ทำรถแข่ง จักรยานราคาแพง หรือยานอวกาศ ซึ่งเป็น Carbon Fiber ชนิดเส้นยาวถักทอเป็นผืนใหญ่ เคลือบด้วยอีพ๊อกซี่เป็นชั้น ๆ

ส่วน Carbon Fiber Filament จะเป็นการนำ Carbon Fiber ใยสั้นผสมลงในพลาสติกฐาน เช่น PolyCarbonate, ABS, PLA, Nylon, PETG เป็นต้น ซึ่งลักษณะของ Carbon Fiber จะแข็ง แต่เปราะมาก ดังนั้นการนำไปผสมกับพลาสติกฐานมักจะผสมกับพลาสติกที่มีความเหนียว เช่น Nylon หรือ PETG เพื่อชดเชยลักษณะด้อยของ Carbon Fiber เอง

คุณสมบัติเด่นๆ ของเส้น Carbon Fiber คือ ขณะพิมพ์ไม่มีกลิ่น ผิวด้าน ความแข็งแรงทนทานสูง ทนต่อการเสียดสี และสึกหรอ ทนความร้อนสูงถึง 120°C อัตราการหดตัว และบิดตัวต่ำ และติดไฟยาก

FlashForge Creator 3

เป็นเครื่องที่สามารถพิมพ์เส้นชนิด Carbon Fiber ได้ เนื่องจากหัวพิมพ์เป็นโลหะ Stainless Steel ชุบแข็ง ซึ่งจะทนการกัดกร่อนของ Carbon Fiber ได้ดี เพราะ Carbon Fiber สามารถกัดกร่อนหัวพิมพ์ชนิดทองเหลืองให้พังได้อย่างรวดเร็ว อาจจะไม่ถึงครึ่งม้วนเสียด้วยซ้ำ

นอกจากนี้หัวพิมพ์ยังทำความร้อนได้ถึง 300 องศา ทำให้พิมพ์พลาสติกวิศวกรรมได้อีกหลายชนิด

eSun ePA-CF เส้น Polyamine-Carbon Fiber

Polyamine (PA) หรือชื่อในทางการค้าว่า Nylon เส้น  ePA-CF ของ eSun มี Carbon Fiber ผสมอยู่ถึง 20% ราคาไม่แพง ประมาณ 50-60 USD ในขณะที่บางยี่ห้อราคาสูงถึง 250 USD

มาลองพิมพ์กันเลยดีกว่า

เราเลือกบันไดจักรยานมาเป็นหนูทดลอง


ตั้งอุณหภูมิการพิมพ์อยู่ที่ 250°C และที่แท่นพิมพ์ 80°C ใช้เวลาพิมพ์ประมาณ 7 ชั่วโมง

จะสังเกตได้ว่าจะมีเส้นใยเยิ้มออกมามาก ซึ่งเป็นลักษณะที่ปรกติของเส้น Carbon Fiber ส่วนที่พื้นจะไม่มีการเด้งงอ หรือหลุดจากฐานเลยแม้แต่น้อย

เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วก็ถึงตอนแกะ support การแกะก็ไม่ได้ยากนัก แต่มันจะเหนียวๆ หน่อย สามารถใช้คีมช่วย ในส่วนที่เป็นเศษเล็กๆ ก็ใช้มีดคัตเตอร์ปาดออกได้ไม่ยากนัก

ในส่วนของ overhang เครื่อง FlashForge Creator 3 ทำได้ดี ทีเดียว

เทคนิคการพิมพ์ด้วยเส้น Carbon Fiber

เป็นโบนัสสำหรับคนที่ทนอ่านมาถึงตรงนี้ การพิมพ์ด้วยเส้น Carbon Fiber ไม่ง่าย และไม่ยากจนเกินไป เรามีเคล็ดลับในการพิมพ์ให้สำเร็จดังนี้

  • อย่างที่บอกไว้ข้างต้น หัวพิมพ์ควรจะต้องเป็นโลหะแข็ง เช่นสเตนเลส เพื่อให้ทนต่อการสึกกร่อนจาก Carbon Fiber ซึ่งมีความรุนแรงมาก (ซ้ายทองเหลือง-ขวาสเตนเลสสตีล)
  • ลดค่า retraction ลง เนื่องจากการดึงเส้นกลับไปมามากๆ จะทำให้เกิดการสะสมของ Carbon Fiber ซึ่งไม่ละลายในความร้อน ภายในหัวพิมพ์ทำให้เกิดการอุดตันได้ง่าย
  • พิมพ์ให้ช้าลงประมาณ 20%-50% เพื่อช่วยให้ Carbon Fiber ที่อาจจะติดอยู่ในหัวพิมพ์หลุดออกไปได้ง่ายขึ้น ลดการอุดตันของหัวพิมพ์
  • ใช้หัวพิมพ์ที่ใหญ่ขึ้น จะช่วยลดโอกาสอุดตัน
  • เส้นพลาสติกจะค่อนข้างเปราะ หักง่ายเมื่อเกิดการงอ หรือมีการหักเลี้ยวในองศาที่แคบๆ แนะนำให้ใช้ท่อนำเส้นพลาสติกเพื่อลดโอกาสเส้นหัก
  • การเก็บเส้น Nylon-Carbon Fiber ควรเก็บในถุงซิป และใส่สารดูดความชื้นไว้ด้วย เนื่องจาก Nylon ดูดความชื้นได้ดีมาก หากเส้นชื้นไปแล้ว (สังเกตจากเวลาพิมพ์จะมีเสียงน้ำเดือด เปาะแปะ ๆ) ให้นำไปอบในเตาอบที่อุณหภูมิประมาณ 80°C ประมาณ 4-6 ชั่วโมง

หลังจากปรับค่าการพิมพ์เล็กน้อย แล้วลองพิมพ์ใหม่อีกครั้งผลก็เป็นดังในภาพครับ หวังว่าคงได้ความรู้เล็กๆ น้อยๆ กลับไปบ้างนะครับ แล้วพบกันใหม่