fbpx

งานพิมพ์จาก Flashforge Foto 6, 8.9, 13.3

งานพิมพ์จาก Flashforge Foto 6, 8.9, 13.3

งานพิมพ์จาก เครื่องพิมพ์ระบบเรซิ่น MSLA (LCD Mono) รูปทั้งหมดพิมพ์จากเครื่อง Foto6, Foto8.9, Foto13.3 โดยเรซิ่น Standard HD และ Washable HD จาก Flashforge แบรนด์ขึ้นชื่อที่ผลิต 3D Printer บริษัทชั้นนำอย่าง Bosch, Makerbot, Monoprice, Dremel

เรียงลำดับ Foto13.3, Foto8.9 และ Foto6 ตามลำดับ


SLA 3D Printer ระบบเรซิ่น คืออะไร มีกี่ชนิด??

SLA 3D Printer ระบบเรซิ่น คืออะไร มีกี่ชนิด??

บทความนี้เราจะมาทำความรู้จัก SLA Printer – เครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบเรซิ่น Stereolithography ระบบนี้จะขึ้นรูปด้วยน้ำเรซิ่นไวแสงโดนแสง UV ตรงจุดไหนก็แข็ง ระบบนี้จัดว่าเป็นระบบที่มีความละเอียดมากที่สุด แต่ก็มีความยุ่งยากในการทำงานเหมือนกันเพราะสารตั้งต้นเป็นของเหลว งานที่ออกมาต้องล้างทำความสะอาดกัน ระบบนี้แบ่งได้หลายประเภทเช่น ขึ้นรูปด้วยเลเซอร์UV (เรียก SLA), ขี้นรูปด้วยแสงโปรเจคเตอร์เรียก (เรียก DLP), ขึ้นรูปผ่านหน้าจอ LCD (เรียก MSLA – Masked Stereolithography)

พิมพ์งานได้รายละเอียดสวยงาม, ขึ้นรูปด้วยแสง UV, วัสดุตั้งต้นเป็นของเหลว PhotoResin

ประวัติคร่าวๆ SLA ถือว่าเป็นจุดกำเนิดของ 3D Printer เลยก็ว่าได้มีมาก่อนระบบเส้น FFF เสียอีก โดยจุดกำเนิดเกิดจากงานวิจัยของคุณ Hideo Kodama ที่นาโกย่าประเทศญี่ปุ่นในปี 1980 หลักการคือการทำให้เรซิ่นไวแสงแข็งเป็นชั้นๆ ซ้อนทับกันทำให้เกิดเป็นรูปร่าง 3มิติ ต่อมามีผู้เริ่มเอาความคิดดังกล่างจากเป็นเครื่องพิมพ์ 3มิติ (สมัยนั้นเรียก RP Rapid Prototype) มาขายจริงจังด้วย Brand 3D Systems ในปี 1984 โดยแรกใช้ในการวงการจากต้นแบบผลิตภัณฑ์ ระบบนี้พัฒนาต่อมาเรื่อยๆเป็นเวลา 30ปี เมื่อสิทธิบัตรหมดลงทำให้การพัฒนาเพิ่ม และราคาถูกลง แตกแขนงเป็นระบบ DLP จากขึ้นรูปด้วยเลเซอร์เป็นโปรเจคเตอร์ และน่าล่าสุดในปี 2018 มีการใช้จอ LCD ในการขึ้นรูปร่าง 3มิติ

คุณ Hideo Kodama นักวิจัยผู้ให้กำเนิด หลักการ SLA ปี1980
ผลงานวิจัยของคุณ Hideo Kodama / ถือได้ว่าเป็น 3D Model ชิ้นแรกๆของโลก
3D Printer เชิงพาณิชย์เครื่องแรกๆของโลก 3D Systems พิมพ์ล้อแมครถยนต์ ปี 1984

ระบบนี้มีเรซิ่นให้เลือกหลากหลาย บริษัทใหญ่ๆอย่าง Formlabs, 3D Systems, Envisiontec จะมีเรซิ่นหลายหมวดตั้งแต่ วิศวกรรม, การแพทย์, Jewelry โดยเปลี่ยนสารเคมีในสารเหลวตั้งต้น (monomer) เนื่องจากเรซิ่นเป็นของเหลว และการควบคุมจุดยิงแสงเลเซอร์ได้เล็กมากเช่น 20micron ทำให้การขึ้นรูปด้วยระบบนี้มีความละเอียดสูงมาก

หลักการทำงานของ ระบบ SLA

เช่นเดียวกับ เครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบอื่นๆหลักการทำงานคือการพิมพ์ชิ้นงานทีละชั้นไปเรื่อยๆ (Layer by Layer) โดยวัสดุตั้งต้นของระบบนี้คือเรซิ่น ที่มีส่วนผสมระหว่าง Monomer และ Photoinitiator สารที่ถูกแสง UV จะเชื่อม Monomer เป็น Polymer พลาสติกนั้นเอง เมื่อฉายแสง UV เฉพาะเจาะจงตามลวดลายที่ต้องการสามารถทำให้เกินแผ่นพลาสติกแข็งเป็นชั้น หลายๆชั้นต่อกันออกมาเป็นรูปร่าง 3มิติ โดยหลักๆแล้วเครื่องสามารถแบ่งได้ตามแหล่งกำเนิดแสง เช่นจากเลเซอร์เรียก SLA, จาก Projector เรียก DLP, ผ่านหน้าจอ LCD เรียก MSLA เป็นต้น สามารถแบ่งตามทิศทางการขึ้นรูป เช่น แสงอยู่ด้านบน จุ่มงานลงด้านล่าง เรียก Top Down SLA, แสงอยู่ด้านล่าง ดึงชิ้นงานขึ้นเรียก Bottom Up SLA เป็นต้น

เครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบ SLA ขนาดใหญ่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์, ชิ้นส่วนเครื่องจักร, โมเดล

SLA เครื่องมีกี่ประเภท

  • Top Down SLA เป็นเครื่องพิมพ์ 3มิติระบบแรกที่ถือกำเนิด และ ยังนิยมใช้ถึงปัจจุบัน ระบบนี้จะขึ้นรูปด้วยเลเซอร์ UV ด้านบนยิงลงมาบนถังเรซิ่นด้านล่าง (ถังเรซิ่นจะจุเรซิ่นอยู่เต็ม 250Kg+ ขึ้นไป) เมื่อพิมพ์แต่ละชั้นเสร็จฐานพิมพ์จะจุ่มลงไปในไปถังลึกขึ้นเรื่อยๆ ชิ้นงานจะจมอยู่ในถังพิมพ์ จึงเรียกระบบนี้ว่า Top Down SLA ระบบนี้ให้คุณภาพงานสูงสุด พิมพ์งานได้ขนาดใหญ่ นิยมใช้ในอุตสาหกรรม ข้อเสียคือเครื่องใหญ่(ต้องมีถังใส่เรซิ่น) มีราคาสูง ราคาหลักล้านขึ้นไป หากมาหางานพิมพ์เกิน 60cm+ ขึ้นไปต้องเป็นระบบนี้ตัวเดียวจบ ระบบนี้พิมพ์ได้ใหญ่สุด คุณภาพดีสุด Support น้อย แต่เครื่องใหญ่ และราคาสูง
SLA Top Down จะมีถังน้ำเรซิ่นขนาดใหญ่ เลเซอร์จะยิงชิ้นงานให้แข็งที่ละชั้นๆ เมื่อพิมพ์เสร็จเครื่องจะจุ่มลึกลงไปในถังเรซิ่นเพื่อพิมพ์ชั้้นต่อไป

  • Bottom Up SLA เป็นเครื่องพิมพ์ ที่พัฒนาต่อมาจาก Top Down ซึ่งต้องการให้เครื่องมีขนาดเล็กลง ระบบนี้จะยิงแสงเลเซอร์ จากด้านล่าง ผ่านถาดพิมพ์ที่ด้านล่างใสให้แสงลดผ่าน ฐานพิมพ์จะดึงชิ้นงานขึ้นไปเรื่อยๆ ระบบนี้เป็นที่นิยมเพราะว่าเครื่องมีขนาดเล็กลง แต่ยังติดที่ข้อจำกัดที่ไม่สามารถพิมพ์ขนาดใหญ่ๆได้ (เช่น เกิน 30cm)ต้องสร้าง Support ขนาดใหญ่เพื่อรองรับนน.ชิ้นงาน และแรงดึงให้หลุดออกจากถาด วัสดุชิ้นเปลื้องของระบบนี้คือถาดพิมพ์ด้วย เพราะทุกครั้งที่ดึงชิ้นงานออกจากถาดจะเกิดการเสียดสี ถาดจะขุ่นขึ้นเรื่อยๆทุกครั้งที่ใช้งาน จึงต้องเปลี่ยนตามอายุการใช้งาน
SLA Bottom Up ขึ้นรูปด้วยเลเซอร์ แต่เครื่องมีขนาดเล็กลง ถาดใส่เรซิ่นไม่ต้องเต็ม แต่มีข้อจำกัดเมื่อพิมพ์ชิ้นงานใหญ่เกิน 30cm

  • DLP เป็นเครื่องระบบเรซิ่น ฉายแสงโดยเครื่องโปรเจคเตอร์ UV เวลาฉายแสงจะฉายทีละระนาบภาพตัดขวาง หรือ Cross Section ระบบนี้นิยมใช้กันช่วงหนึ่ง ก่อนที่จะมาพัฒนาต่อเป็นแบบ LCD ซึ่งเป็นแผ่นบางๆ และราคาถูกกว่า Projector  ระบบ DLP มีความเร็วในการพิมพ์สูงกว่า SLA ทั่วๆไปเนื่องจากฉายภาพทีละระนาบแทนการยิงลากแสงเลเซอร์

  • LCD / MSLA เป็นระบบที่มีการพัฒนาต่อมาจาก DLP โดยเปลี่ยนจากการฉาย Projector มาเป็นการเปิด-ปิดให้แสง UV ลอดผ่านโดยใช้หน้าจอ LCD แสง UV จะลอดผ่าน เริ่มแรกที่ใช้กันจะใช้ LCD ธรรมดา RGB ที่ใช้กันในวงการหน้าจอสี ที่มีปัญหาคือดำ/ขาวไม่สนิทอายุการใช้งานน้อย ต่อมาพัฒนามาใช้ LCD แบบ Mono ขาว-ดำ การใช้งานยาวนานและการพิมพ์เร็วขี้น แต่ยังติดข้อจำกัดขนาดของการพิมพ์เช่นกันกับระบบ Bottom Up อื่นๆ ยากที่จะพิมพ์ใหญ่กว่า 30cm+ เพราะติดเรื่องน้ำหนักชิ้นเมื่อดึงขึ้น

วัสดุตั้งต้นเรซิ่น มีหลายประเภท มีอะไรน่าสนใจ

  • เรซิ่นไวแสงแต่ละระบบอาจจะไม่เหมือนกันหลักๆมี  UV 405nm – ใช้เครื่องทั่วๆไป , UV 355nm ส่วนมากจะใช้กับ SLA แบบ Top down กรุณาเลือกเรซิ่นให้ถูกกับความยาวคลื่นของเครื่องด้วยครับ
  • เจ้าใหญ่ๆดีๆ จะมีเรซิ่นหลากหลาย เค้ามีทีมพัฒนาวัสดุศาสตร์ของตัวเองเลย ตัวเครื่องจึงแพงกว่าเจ้าที่พิมพ์เรซิ่นธรรมดา เช่น Formlabs
  • ทั้งแบบ Engineer (จาก Formlabs) – Rigid 10K แข็งพิเศษ, Tough เหนียวพิเศษ, High Temp ทนความร้อนสูง, Flexible วัสดุที่มีความยืดหยุ่น
  • เรซิ่นทางการแพทย์ Medical (จาก Formlabs) – Surgical Guide เรซิ่นสำหรับผ่าตัด, LT Clear เรซิ่นทางทันตกรรมในช่องปาก
  • มีเรซิ่นแปลกๆมีมากมาย เช่น Resin Ceramic เพื่อพิมพ์เสร็จเอาไปเข้าเตาอบความร้อนสูง เผาออกมาเป็นภาชนะ หรือ รูปทรงเซรามิกได้
  • เรซิ่นอีกตัวที่นิยมกันมากคือ Wax Resin ในใช้วงการ Jewelry เมื่อพิมพ์เสร็จออกมา นำชิ้นงานที่ได้ไปหล่อเป็น Lost Wax แทนที่ด้วยโลหะมีค่า เช่น เงิน ทองคำเป็นต้น

สรุป

  • SLA หรือเครื่องพิมพ์ระบบเรซิ่น เป็นระบบที่พิมพ์แล้วสวยที่สุด มีวัสดุให้เลือกหลากหลายที่สุด
  • การใช้งานเลอะเทอะ เนื่องจากวัสดุตั้งต้นเป็นของเหลว เหนียวและเป็นสารเคมี แบรนด์ดีๆทำมาให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น เช่น Formlabs แต่ก็ยังใช้งานยากอยู่ดี
  • แม้เป็นระบบที่เก่าแก่ที่สุด ปัจจุบันนิยมใช้กันอยู่
  • LCD Printer หรือ MLCD เริ่มเป็นที่นิยม เพราะมีราคาถูก เอื้อมถึง คุณภาพโอเค แต่ยังมีข้อจำกัดเรื่องขนาดในการพิมพ์ ได้ใหญ่ประมาณ 30cm (ทั้งความละเอียดของหน้าจอ, Bottom Up ถ้าเครื่องขนาดใหญ่ไป จะสู้แรงตึงผิว น้ำหนักชิ้นงาน ไม่ได้)
  • SLA ขนาดใหญ่ 60cm+ จะมีแต่ในระบบ SLA Top Down นิยมใช้ในการทำชิ้นส่วนรถยนต์ เครื่องบิน ออกแบบผลิตภัณฑ์ งานพุทธศิลป์ งาน Event

แนะนำ เลือกซื้อ

  • ถ้าต้องการพิมพ์ 3D Printer ทั่วไปๆ หาไว้ใช้งาน ดูแลรักษาง่าย ปลอดภัยกว่า ไม่แนะนำ SLA Printer ให้เลือก FFF Printer เครื่องพิมพ์ระบบเส้นแทน
  • ถ้าคำนึงคุณภาพงาน ความเรียบความสวยงามเป็นหลัก เลือก SLA Printer
  • ถ้าต้องพิมพ์ชิ้นงานขนาดต่อชิ้นใหญกว่า 60cm+ แนะนำ SLA Printer Professional แพงหลักล้าน แต่งานจบ

พิมพ์ 3 มิติระบบเรซิ่น LCD / MSLA ราคาเอื้อมถึง
เครื่องพิมพ์ 3มิติ ความละเอียดสูง ขึ้นรูปด้วยเลเซอร์ มีวัสดุรองรับมากมาย


พิมพ์ 3 มิติระบบเรซิ่น SLA Prosumer – รองรับเรซิ่น วิศวกรรม, การแพทย์ กว่า 40ชนิด
เครื่องพิมพ์ 3มิติ ความละเอียดสูง ขึ้นรูปด้วยเลเซอร์ มีวัสดุรองรับมากมาย


พิมพ์ 3 มิติระบบเรซิ่น ขนาดใหญ่ Kings SLA Pro ถึง 1.7เมตร
เครื่องพิมพ์ 3มิติ เกรดอุตสาหกรรม ได้ทั้งความละเอียดสูง พิมพ์ได้ใหญ่ 600-1700mm สำหรับงานชิ้นส่วนรถยนต์, งานศิลปกรรม, งานประติมากรรม

นักวิจัยโชว์การพิมพ์ตับHi-Speed resin hydrogel

นักวิจัยโชว์การพิมพ์ตับHi-Speed resin hydrogel

SLA 3D Printing เป็นระบบที่กำลังจะเป็นอนาคตของวงการแพทย์จึงทำให้นักวิจัยด้านการแพทย์หรือที่เกี่ยวข้องศึกษาเกี่ยวกับการพิมพ์วัสดุททางการแพทย์(Bioprinting)เพื่อมาใช้ประกอบกับการรักษาหรือวินิจฉัยอาการป่วยให้แม่นยำมากขึ้น แม้แต่Formlabsก็มีน้ำยาเรซิ่นด้านการแพทย์อยู่หลายชนิดเช่นกัน
ทีมวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์กวิทยาเขตบัฟฟาโลได้ทำการพัฒนา 3D printer สำหรับการใช้งานเพื่อพิมพ์Hydrogelและ โชว์การพิมพ์อวัยวะและตัวอย่าเนื้อเยื่อด้วยHi-speed Resin Hydrogel โดยการพิมพ์ตัวอย่างชิ้นนี้จะใช้เวลาเพียง19นาทีเท่านั้น หากเทียบกับ3D Printerทั่วๆไปจะใช้เวลาถึง6ชั่วโมงเลยทีเดียว
จากรูปจะเป็นการเทียบสเกลกับ1เซนติเมตรเพื่อให้เห็นคร่าวๆว่าตัวงานมีขนาดประมาณไหน

ตัวอย่างงานที่พิมพ์ ที่ได้ทั้งความเร็วและความละเอียดที่สูงมาก(ประมาณขนาดโดยใช้สเกล1cmด้านบนขวา)

โดยงานนี้ได้อธิบายไว้ในงานวิจัยอย่างละเอียดในชื่อ” a study published in the journal Advanced Healthcare Materials.” ซึ่งศาสตราจารย์ Chi Zhou ได้บอกเกี่ยวกับงานวิจัยนี้ว่า “กระบวนการนี้ทำให้เราสามารถพิมพ์ชิ้นงานด้วยHydrogelในขนาดหลักเซนติเมตรได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น และยังทำให้ตัวชิ้นงานที่ได้จากการพิมพ์มีร่องรอยตำหนิน้อยลงด้วยอีกทั้งยังลดอาการบาดเจ็บของชิ้นงานจากสิ่งแวดล้อมได้ดีขึ้น เมื่อเทียบกับกระบวนการขึ้นรูปHydrogelแบบทั่วไป”

ตัวอย่างงานที่ทำการพิมพ์โชว์ โดยดูการพิมพ์ได้จากวิดีโอด้านล่าง

ซึ่งในวิดีโอที่ทางทีมวิจัยได้ทำการนำมาโชว์เรานั้นจะเป็นการพิมพ์ตัวอย่างตับ ซึ่งถ้าหากเราสังเกตด้านซ้ายของวิดีโอจะเห็นได้ว่าการพิมพ์งานชิ้นนี้ใช้เวลาไม่ถึง5นาทีเท่านั้น





3D Printing ยังคงเป็นเทคโนโลยีที่เป็นความหวังของทุกวงการในโลกที่จะพัฒนางานวิจัยและพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดดมากขึ้น

Formlabs ผู้ผลิต3D Printerที่สามารถใช้งานทางการแพทย์และอื่นๆได้เป็นอย่างดี

รถไฟฟ้า EV ฝีมือคนไทย100% ด้วย 3D Printer ขั้นตอนการสร้าง

รถไฟฟ้า EV ฝีมือคนไทย100% ด้วย 3D Printer ขั้นตอนการสร้าง

กระแสการเปลี่ยนรถยนต์สันดาปเป็นรถยนต์ไฟฟ้า EV กำลังมาแรง การเปลี่ยนแปลงเลยเกิดขึ้น รถยนต์น้ำมันมีส่วนประกอบเครื่องยนต์หลักพัน-หมื่นชิ้น ผูกขาดกับผู้ผลิตไม่กี่เจ้าเท่านั้น แต่รถ EV มีส่วนประกอบที่น้อยกว่ามากๆทำให้มีผู้เล่นมากหน้าหลายตามากขึ้นแปลกๆ เช่น Sony, Apple แบรนด์ไทยก็เริ่มมีการผลิตเองอย่าง Mine Mobility, รถบัสไฟฟ้า อย่าง Sakun C เป็นต้น (ขณะที่เขียนบทความอยู่ มีบริษัทไทยหลายแห่งซุ่มทำ รถไฟฟ้าอยู่ครับ)

บทความนี้ 3DD จะมาพูดถึงขั้นตอนการออกแบบ การสร้างรถยนต์ต้นแบบ Concept Car โดยใช้ความสามารถของเครื่องพิมพ์ 3มิติ เข้ามาช่วยลดเวลาการสร้างจากเป็นปีๆ เป็นหลักอาทิตย์-เดือนเท่านั้น การออกแบบ-สร้าง เป็น Digital ทั้งหมดคือออกแบบใน CAD (Computer Aided Design) สร้างแบบ 3D ของตัวรถขึ้นมา ทดสอบ Aero Dynamics เบื้องต้นโดย Software ไปจนถึงการสร้างชิ้นงานจริงด้วย 3D Printer ระบบเรซิ่น SLA บทความนี้ใช้ Kings 1700Pro ออกแบบเพื่อพิมพ์งานรถยนต์โดยเฉพาะ (ปัจจุบันบริษัทรถยนต์ที่ให้อยู่เช่น Hyundia, Kia, Geely, BYD) ที่ใช้ระบบเส้นพลาสติกเพราะข้อจำกัดเรื่องคุณภาพชิ้นงาน ความสวย และ ความเร็ว ซึ่ง SLA ทำได้ดีกว่า

การประยุกต์ Digital Fabrication (3D Printer, 3D Scanner, Laser) กับการสร้างรถยนต์ EV อาจจะแบ่งเป็น 3 ประเภท

ปล1.ในบทความนี้เน้นเรื่องการออกแบบ Digital การพิมพ์ 3มิติ กับการสร้างรถยนต์จะไม่ลงลึก / ข้ามเรื่องเครื่องยนต์ไฟฟ้า ส่วนขับเคลื่อน
ปล2. ลูกค้าในบทความนี้ ทำงานในข้อ 2 อยู่ครับ คือทำชุดแต่งรถยนต์เช่นกันชนหน้า-หลัง ชุดแต่ง Hi-end ให้พวกรถ Super Car แต่สนใจทำธุรกิจ ข้อ 1.ออกแบบรถยนต์ขึ้นมาใหม่ ข้อ 3.เอารถคลาสิกเก่ามาทำเป็นรถใหม่

สร้างขึ้นมาใหม่เลย (New Design EV) 

การออกแบบขึ้นมาใหม่ ต้องทำงานเชื่อมโครงสร้าง การวางแผนเรื่องวางจุดศูนย์ถ่วงรถ ฐานล้อ ออกแบบการนั่ง ตำแหน่งวางมอเตอร์ แบตเตอรี่ และที่ยากที่สุดคือออกแบบออกมาอย่างไงให้สวยโดนใจลูกค้า ตย.ลูกค้าชอบรถที่ลุคสปอร์ต ไปทาง Super Car สมัยก่อนหลังการมีภาพร่างในใจแล้ว ก็จะเริ่มเอาดินมาปั่นเป็นภายนอกรถกันต่อ ต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญการมากทั้งการปั้นให้ได้สมมาตรและอัตราส่วน ปัจจุบันมีเครื่องมือ CAD ก็ออกแบบใน Computer มี Software หลากหลายเช่น Solid Work, Rhino (ใครถนัดตัวไหนใช้ตัวนั้น) สามารถเห็นหน้าตาในจอก่อน พร้อมทดสอบ Simulate ทางวิศวกรรมต่างๆได้ จากนั้นเอาไปสร้างโดย SLA 3D Printer ในที่นี้เราใช้เป็น Kings 1700pro พิมพ์ได้ละเอียดและได้ใหญ่ถึง 1700mm*800mm จากสมัยก่อนการขึ้นรถมาหนึ่งคันใช้เวลาเป็นปี, ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยี 3D Printer, CAD ย่นเหลือ 2อาทิตย์-2 เดือน เท่านั้น

ขั้นตอนเริ่มต้นจากการออกแบบภายนอกด้วย Software CAM, นำไฟล์ 3D ที่ได้มาพิมพ์ออกมาเป็น ชิ้นส่วนตามที่เราออกแบบไว้, นำชิ้นส่วนต่างๆที่เราพิมพ์ทั้งหมดมาประกอบเข้าด้วยกัน แต่งงานโป้ว Reinforcement, ทำสี
  • หลักๆโครงรถเกิดจากการเชื่อมเหล็กเข้าด้วยกันเป็น Chassis การวางตำแหน่งที่นั้ง มอเตอร์ และ Battery (ส่วนนี้เราขอข้ามไปครับ)
  • เมื่อได้โครงรถส่วนที่รับน้ำหนักแล้ว ก็มาออกแบบภายนอกของตัวรถ การจำกัดความคำว่าสวยจะแตกต่าง Software CAD ที่ใช้เช่น Solid Work, Rhino, UX การออกแบบต้องคำหนึ่งถืงเครื่องมือ CAM ที่เรามีด้วย หากเครื่องมือ CAM ที่เรามีไม่สามารถสร้างชิ้นส่วนได้ใหญ่ ก็ต้องแบ่งเป็นหลายชิ้นส่วนมากขึ้น ตย.ในบทความ เครื่องที่ใช้พิมพ์ได้ใหญ่ 1700*800*600mm ออกแบบมาแล้วควรตัดชิ้นส่วนให้พิมพ์ออกมาง่ายที่สุด ประกอบกันน้อยชิ้นที่สุด
  • พิมพ์ชิ้นงานขึ้นมา ตย.เช่น ทั้งคันแบ่งเป็น 44 ชิ้น ลองมาประกอบเป็นส่วนๆก่อน
  • หากประกอบออกมาแล้วไม่สวยดังใจ หรือคิดว่าไม่แข็งแรง ต้อง Redesign และ พิมพ์ใหม่
  • เมื่อพิมพืชิ้นงานครบ เราชิ้นส่วนที่หมดมาประกอบกันบนโครงไม้ก่อน โดยโครงไม้จำลองขนาดจริง 1:1 มาจากโครงเหล็ก (เหตุที่ไม่ทำบนโครงไม้แยก สะดวกในการจับยึด ตัดต่อแก้ไข ได้ง่ายกว่า เอาโครงไม้เสริมความแข็งแรง)
  • ยึดทุกชิ้นเข้าด้วย น็อต Connector หรือ อื่นๆ และยึดเข้ากับโครงไม้
  • Reinforce โครงที่ยึดด้วยกัน แล้วแต่เทคนิคแต่ละคน เช่น ไฟเบอร์กลาส(ด้านใน)
  • โป้วพื้นผิวด้านนอก ขัด และ ทำสีเหมือนรถยนต์ทั่วไปได้เลย
  • เอาไปติดตั้งที่ตัวรถไฟฟ้า (โครงเหล็ก)
  • ลองเอาไปขับเล่นกัน 🙂
State 0 : ทำรถไฟฟ้าต้นแบบโครงเป็นแบบนี้
ออกแบบใน CAD แล้วแต่ความถนัด โดยชิ้นส่วนครอบนี้จะวางอยู่บนโครงสร้างของรถ อย่างลืมข้อจำกัดเรื่องเครื่อง CAM ของเราด้วย ถ้าใครมี 3D Printer เครื่องใหญ่ก็สบายหน่อย
ออกแบบเสร็จแยกชิ้นส่วนที่ต้องการพิมพ์ อันนี้เป็นศาสตร์และศิลป์ พิมพ์งานชิ้นเดียวกันการวางต่ำไม่เหมือนกันงานออกมาคนละแบบ ในรูปจะเห็นส่วนที่เป็นสีม่วงเข้มคือ Support ที่ Gen มาจากเครื่องพิมพ์ 3มิติ
ชิ้นส่วนจริงที่พิมพ์ออกมา
พิมพ์ต่อไปเรื่อยๆ หากชิ้นไหนคิดว่ายังไม่สวย หรือ ปรับแบบนิดหน่อย ก็พิมพ์ใหม่ได้ การพิมพ์ใช้เวลาต่อชิ้นแตกต่างกันออกไปตั้งแต่ 3ชม. – 2วัน
แกะ Support ออกจากชิ้นงาน เตรียมขั้นตอนต่อไป การประกอบ
ประกอบบนโครงไม้ เชื่อมต่อ ปรับจูน
มาดูด้านหลังกันต่อ เมื่อได้ที่ระดับหนึ่งต้อง Reinforce ด้วยวัสดุต่างๆในที่นี้ใช้ Fiber Glass
เมื่อได้ที่แล้วประกอบเข้ากันโครงรถจริง
ทดสอบ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง


ทำชุดแต่งรถ 3D Scanner, CAD Design, CAM 3D Print, Assembly

สร้างชุดแต่งรถยนต์ ทั้งภายใน ภายนอก (Interior, Exterior Accessories)

ธุรกิจนี้บริษัทไทยทำกันเยอะครับ ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกชุดแต่งรถยนต์อันดับต้นๆของโลก โซนเอเซีย, จีน, Australia ลูกค้าในบทความนี้ก็มีธุรกิจนี้เป็นหลัก ส่วนตัวคิดว่ายังง่ายกว่าแบบแรก(ออกแบบใหม่) ชุดแต่งอาจเป็นเพียงการครอบตัวรถเดิม Attachment และ แบบถอดเปลี่ยนจากแบบดังเดิม ร่วมถึงทำอะไหล่ Replacement ในส่วนนี้พระเอกอีกตัวที่สำคัญคือ 3D Scanner ช่วยล่นเวลาในการวัดตัวรถ เพิ่มความแม่นยำในการทำงาน ทำ Customize รถให้ลูกค้าบางคันราคาหลายล้าน ไม่ต้องให้ลูกค้ารอ

  • เอารถที่เราต้องการทำชุดแต่งมาเตรียมผิวให้ดีก่อน ทำความสะอาด หากทำชุดแต่งลักษณะ Attachment ก็ไม่ต้องถอดชิ้นส่วนนั้นออก, หากต้องการทำในลักษณะสวมแทน Replacement ก็ถอดชิ้นส่วนออกเช่นถอดกันชนหน้าออก (เพื่อจะได้สแกน 2 ที ที่ตัวรถ และ ที่กันชน แยกกัน)
  • ใช้ 3D Scanner สแกนชิ้นส่วนที่ต้องการ การสแกน 3มิติจะได้ข้อมูลงานที่สแกนแบบ 1:1 มีความกว้างxยาวxสูง สามารถนำไฟล์มาวัดค่า, คำนวนตำแหน่ง, พื้นผิว, Inspec และ Reverse Engineer
  • ทำการ Reverse Engineer การ Reverse Engineer เป็นการไฟล์ที่ได้จากการสแกน .STL mesh file ไปปูผิวใหม่ให้เป็น CAD กระบวนการที่ทำนั้นใช้ Software ได้หลายตัว ในที่นี้แนะนำเป็น Geomagic Essentails
  • ทำการออกแบบ Design งานชุดแต่งจาก Reference 3D Scan ที่ได้มา ( สมัยก่อน ปั้นดิน หรือ Draft กับโดยการกะเอา / 3D Scanner เข้ามาช่วยตอบโจทย์ในส่วนนี้มาก )
  • เมื่อได้ไฟล์ CAD แล้วนำมาพิมพ์ด้วย CAM ในที่นี้รวมทั้ง CNC หรือ เครื่องพิมพ์ 3มิติ (บทความนี้เราใช้เครื่อง Kings 1700Pro)
  • เอาชิ้นงานที่พิมพ์ ติดให้ลูกค้าเลยหรือ ทำเป็น Prototype ทำเป็นแม่พิมพ์ เพื่อการผลิตจำนวนมากต่อไป
  • กระบวนการที่กล่าวมาขั้นต้นอาจจะแตกต่างกันไป ขึ้นกับเทคนิคของแต่ละบริษัท / การใช้ 3D Printing สามารถมาทำแม่พิมพ์ Carbon Fiber ได้ด้วยเช่นกัน
ตัวอย่างการสแกนภายนอก

พิมพ์ชิ้นส่วนที่ได้จาก 3D Printer
ตัวอย่างชิ้นส่วน FORD

สินค้าที่เกี่ยวข้อง


ทำรถคลาสิกเป็นรถ EV (Restoration / Make Over Classic car to EV)

ธุรกิจ Restoration เป็นธุรกิจที่น่าสนใจมาก และนิยมมากในต่างประเทศ ลูกค้ากระเป๋าหนัก พร้อมจ่ายให้กับรถที่ตัวเองรัก รถที่มีคุณค่าทางจิตใจ Restoration อาจจะทำทั้งหมด หรือ Make Over เลยก็ได้ รถคลาสิคหลายตัวไม่สามารถหาอะไหล่ หรือ ชิ้นส่วนทดแทนได้แล้ว ที่น่าสนที่สุดคือการนำรถ Classic ที่เครื่องไม่ค่อยดีแล้วมา Restoration เป็น รถคลาสิก EV (Classic Electric Car) เครื่องมือนอกจากจะต้องมี CAD, CAM(3D Printer, Laser, CNC) แล้วเครื่องมือที่ช่วยทุ่นแรงที่สุดน่าจะเป็น 3D Scanner สแกนรถเก่า > เอาไฟล์มาแต่ในคอม > วาดชิ้นส่วนในคอม > เอามา CAM/ 3D Printed ต่อไป

  • เอารถเก่าเตรียม ดูสภาพ ถอดชิ้นส่วนที่ต้องการสแกน หากเก่ามากการขัดสีออก ทำผิวให้เรียบอาจจะมีความจำเป็น
  • ใช้ 3D Scanner เก็บชิ้นงานส่วนต่างๆ หลักการคล้ายๆ ทำชุดแต่งรถ ต่างกันที่เอาเครื่องยนต์สันดาปออก ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า และ แบตเตอรี่เข้าไปแทน
  • ทำการ Reverse Engineer การ Reverse Engineer เป็นการไฟล์ที่ได้จากการสแกน .STL mesh file ไปปูผิวใหม่ให้เป็น CAD กระบวนการที่ทำนั้นใช้ Software ได้หลายตัว ในที่นี้แนะนำเป็น Geomagic Essentails
  • ทำการออกแบบ Design งานชุดแต่งจาก Reference 3D Scan ที่ได้มา ( สมัยก่อน ปั้นดิน หรือ Draft กับโดยการกะเอา / 3D Scanner เข้ามาช่วยตอบโจทย์ในส่วนนี้มาก )
  • ออกแบบ จัดว่างมอเตอร์ไฟฟ้า, Control Box, แบตเตอรี่ เก็บงานให้สวยๆเนียนๆ ภายนอกเหมือนรถเก่าธรรมดา แต่ภายในเป็น EV
  • เมื่อได้ไฟล์ CAD แล้วนำมาพิมพ์ด้วย CAM ในที่นี้รวมทั้ง CNC หรือ เครื่องพิมพ์ 3มิติ (บทความนี้เราใช้เครื่อง Kings 1700Pro)
  • เอาชิ้นงานที่พิมพ์ ติดให้ลูกค้าเลยหรือ ทำเป็น Prototype ทำเป็นแม่พิมพ์ เพื่อการผลิตจำนวนมากต่อไป

EB-33

QQ Photo20160701144625

QQ Photo20160701085404

 

เอารถยุค 50’s มาทำเป็นรถ EV แต่ Make Over มากหน่อยนะ

เจ้าเด่นๆในต่างประเทศที่ Restoration Classic Car เช่น

สินค้าที่เกี่ยวข้อง


รู้จักการทำแม่พิมพ์(Mold)สำหรับการฉีดขึ้นรูปพลาสติกด้วย 3D Printing

รู้จักการทำแม่พิมพ์(Mold)สำหรับการฉีดขึ้นรูปพลาสติกด้วย 3D Printing

ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติกส่วนใหญ่บนโลกใบนี้นั้นขึ้นรูปโดยการฉีดขึ้นรูปโดยการใช้แม่พิมพ์(Mold) แต่การผลิตแม่พิมพ์ขึ้นมานั้นมีราคาค่อนข้างแพงและต้องใช้เวลานานเพราะแม่พิมพ์ส่วนใหญ่นั้นทำจากโลหะจึงทำการที่จะผลิตชิ้นงานจำนวนน้อยชิ้น

แม่พิมพ์(Mold) ที่ทำจาก High Temp Resin

ระบบการพิมพ์ SLA นั้นเป็นทางเลือกหนึ่งที่คุ้มค่าสำหรับการพิมพ์แม่พิมพ์เพื่อนำมาใช้ในการขึ้นรูปโมลด์อลูมิเนียม ด้วยวัสดุเรซิ่นที่มีคุณสมบัติแข็งและมีความเป็นไอโซโทรปิค(มีความสม่ำเสมอของเนื้อวัสดุ) และตัววัสดุเองก็ยังความสามารถในการเบี่ยงเบนความร้อนได้มากถึง238องศาเซลเซียส ที่ความดัน 0.45 เมกะปาสคาส นั่นหมายความว่าสามารถทนความร้อนและแรงดันเพียงพอที่จะทำแม่พิมพ์

ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติแบบตั้งโต๊ะที่ราคาไม่แพง วัสดุทนความร้อน และเครื่องฉีดพลาสติก ทำให้เป็นไปได้ที่จะทำการสร้างแต่พิมพ์ต้นแบบได้ทันทีที่บ้านเพื่อที่จะสร้างชิ้นงานต้นแบบขนาดเล็กในปริมาณที่ไม่สูงมาก(ประมาณ10-1000ชิ้น)
การพิมพ์แม่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติจะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาลงอย่างมากเมื่อเทียบกับการหล่อแม่พิมพ์โลหะ อีกทั้งยังช่วยให้ทีมวิศวกรได้ทำการปรับปรุงแม่พิมพ์ได้อย่างต่อเนื่องทำให้การพัฒนาแม่พิมพ์ทำได้อย่างต่อเนื่องด้วยต้นทุนที่ต่ำ

เครื่องพิมพ์ระบบ SLA เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการทำแม่พิมพ์ คุณลักษณะของระบบนี้คือการพิมพ์งานที่ได้พื้นผิวที่เรียบเนียนและมีความแม่นยำสูงมาก นั่นทำให้หลังจากพิมพ์งานมาแล้วทำให้แม่พิมพ์นำไปใช้ได้เลย
งานพิมพ์จากรระบบSLA มีพันธะเคมีที่แข็งแรง มีความหนาแน่นของชิ้นงานมากและมีความเป็นไอโซโทรปิกที่สูงมากอีกด้วย(มีความสม่ำเสมอของเนื้อชิ้นงาน) การทำจะสร้างงานที่มีความละเอียดสูงเช่นนี้แทบจะเป็นรไปไม่ได้เลยที่จะผลิตงานนี้บนเครื่องพิมพ์ระบบFDM

เพื่อที่จะทำแม่พิมพ์ ทางFormlabs ได้ทำการพัฒนา High Temp Resin(เรซิ่นทนความร้อนสูง) ที่สามารถเบี่ยงเบนความร้อนได้มากถึง 238 องศาเซลเซียส ที่ความดัน 0.45 เมกะปาสคาล ตัวเรซิ่นตัวนี้ยังสามารถทนความร้อนได้เป็นเวลานานแต่ใช้เวลาในการเย็นตัวน้อย

High Temp Resin

แต่เรซิ่นตัวนี้จะค่อนข้างเปราะ ถ้าหากใช้กับงานที่มีความซับซ้อนสูงอาจทำให้บิดงอหรือแตกหักได้ สำหรับงานบางประเภทนั้นการที่จะใช้งานได้หลายครั้งยังเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก

เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการปล่อยเรซิ่น Rigid 10K ซึ่งเป็นวัสดุเกรดอุตสาหกรรมที่ผสมใยแก้วเป็นจำนวนมากจึงทำให้รองรับรูปทรงเรขาคณิตต่างๆได้เป็นอย่างดี จึงเหมาะมากแก่การทำแม่พิมพ์

Rigid 10K Resin

เนื่องจากตัวเรซิ่นRigid 10K สามารถเบี่ยงเบนความร้อนได้มากถึง218 องศาเซลเซียส ที่ความดัน 0.45 เมกะปาสคาล และยังทนทานต่อแรงดึงได้อย่างมหาศาลที่ค่าTensile modulus เท่ากับ 10,000 เมกะพาสคาล ทำให้เรซิ่นชนิดนี้แข็งแกร่งแบบสุดขีด มีการรักษาอุณหภูมิที่คงที่ทำให้ผลิตงานได้เป็นหลักพันชิ้นด้วยแม่พิมพ์ที่ทำจากRigid 10K เพียงอันเดียว

เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นจะมีตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติต่างๆของเรซิ่นแต่ละชนิดให้เข้าใจมากขึ้น

เปรียบเทียบคุณสมบัติเรซิ่น

การทำพิมพ์งานจากแม่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์SLA
ความยุ่งยากของการพิมพ์งานด้วยแม่พิมพ์คือชิ้นงานที่มีลักษณะซับซ้อนและโครงสร้างของแม่พิมพ์ที่ซับซ้อนด้วย เราสามารถใช้เทอร์โมพลาสติกกับแม่พิมพ์ที่มาจากการพิมพ์สามมิติ ตัวอย่างเช่น PP,PE,TPU,TPE,POM หรือ PA ซึ่งเป้นวัสดุที่มีความหนืดต่ำซึ่งจะช่วยลดความดันและยังช่วยยืดอายุของแม่พิมพ์ได้อีกด้วย

ขั้นตอนการฉีดขึ้นรูปด้วยแม่พิมพ์3D Printing

การพิมพ์สามมิตินั้นกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถช่วยให้ส่วนงานการวิจัยพัฒนานั้นง่ายและเร็วมากขึ้น ในอนาคต3D printing จะเข้าไปอย่ในทุกงานและทุกวงการในไม่ช้า

Formlabs ผู้เดินหน้าด้วยงานวิจัยเพื่อเครื่องพิมพ์ระบบSLAคุณภาพสูงและสุดยอดวัสดุเพื่อการพิมพ์สามมิติ

Formalabs Resin for molding

3D Printing กับ วงการแพทย์ และกระดูกก้นกบ

3D Printing กับ วงการแพทย์ และกระดูกก้นกบ

สวัสดีครับนัก 3D print ทุกท่าน^^ วันนี้เรามีบทความและตัวอย่างชิ้นงาน 3D Printing ที่น่าสนใจมาฝากกันครับ…

คือต้องเกริ่นก่อนว่า หลายๆ งานที่ได้ทดลองการพิมพ์และนำมาลงทำบทความนั้นเกิดจากความสนใจและคิดว่าน่าจะนำมาเป็นประโยชน์ให้แก่ผู้ใช้เครื่องพิมพ์ 3มิติ ได้ไม่มากก็น้อย ซึ่งแต่ละอันอาจจะนำไปต่อยอดผลงานของแต่ละคนได้ หรือเป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในการใช้เครื่องพิมพ์ 3มิติ ได้อย่างมืออาชีพมากขึ้น โดยก็หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์อีกสักบทความหนึ่งแก่ทุกท่านครับ โดยเฉพาะทางด้านการแพทย์

จบท้ายคำเกริ่นมาขนาดนี้แล้ว “การแพทย์” คงไม่ต้องสงสัยแล้วละนะครับว่าบทความนี้กำลังพูดถึงอะไร (แต่เอาจริงๆแล้วก็น่าจะรู้ตั้งแต่ชื่อหัวข้อแล้วละนะครับ555) แต่ก่อนอื่นเลย ต้องขอบอกก่อนว่าหลังจากที่เราได้ทำบทความลงเว็บไซต์ของเราและช่องทางต่างๆ ตามโซเชียลมีเดียแล้ว ก็ได้ผลตอบรับที่ค่อนข้างดีและเรารู้สึกชื่นใจที่ใครหลายๆ คนได้นำบทความของเราไปใช้ในการทำงาน 3D Printing กันนะครับ แต่โดยส่วนมากนั้นที่เราลงมักจะเป็นบทความทางด้านงาน “วิศวกรรม” ซะส่วนใหญ่ ทั้งเทคนิกการพิมพ์ อะไหล่ต่างๆ การบำรุงรักษา ข่าวสารที่เกี่ยวกับงานวิศวกรรม การทดลองพิมพ์ชิ้นงานด้านวิศวะกรรมมากมายเหลือล้นแล้วละตอนนี้…

ตัวอย่างการพิมพ์ชิ้นงานรถยนต์ทั้งคัน

ทำให้ต้องกลับมามองว่าเครื่องพิมพ์ 3มิติ นี้สามารถใช้งานทางด้านวงการอื่นอีกมั้ย…วงการไหนที่ต้องการความแม่นยำและจำเป็นต่อการทำต้นแบบในงานวิจัยบ้าง เพราะคำว่า โมเดลต้นแบบ เป็น Object ที่แทบจะทุกวงการต้องทำเพื่อนำไปศึกษา วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของธุรกิจตัวเองซึ่งคิดไปคิดมาก็ได้ปิ๊งไอเดีย นั่นก็คือการพิมพ์ชิ้นงานต้นแบบเพื่อการศึกษา และจะศึกษาอะไรล่ะ งานด้านไหนต้องการใช้ศึกษามากที่สุด ซึ่งตัวเลือกที่ผุดขึ้นมาอย่างแรกเลยก็คือ “การแพทย์”

ใช่แล้วครับ งานด้านการแพทย์ มีส่วนสำคัญอย่างหนึ่งในการขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่างๆ ให้ก้าวไปข้างหน้าได้ แต่ต้องขอเล่าย้อนไปในสมัยที่ 3D Printer ยังไม่แพร่หลายเหมือนในสมัยนี้ แต่ก่อนการที่นักวิทยาศาสตร์หรือแพทย์หลายๆ ท่านได้เรียนในคลาสนั้น จำเป็นต้องเรียนรู้จากของจริง อวัยวะจริงๆ มีเนื้อมีหนังและกระดูกจริงๆ จับต้องได้ เพราะหากเรียนแต่ในหนังสือเราก็จะได้เห็นเพียงแต่รูปภาพและตัวหนังสือ เราจะไม่สามารถจินตนาการถึงสิ่งนั้นได้จริงๆ แต่ทุกอย่างที่ที่มีให้จับต้องนั้นย่อมมีต้นทุนที่สูงเพราะเนื่องจากเป็นของจริงจากสิ่งมีชีวิตจริงๆ ทำให้การเรียนการสอนนั้นค่อนข้างมีต้นทุนสูงและไม่สามารถใช้งานได้ตลอดทุกครั้ง เพราะมีการเสื่อมสภาพตามไปด้วย ทำให้นักศึกษาหรือบุคลากรหลายๆท่านไม่อาจเข้าถึงได้ง่าย

ตัวอย่างต้นแบบจากกระดูกของจริง ที่สมบูรณ์แปป

แต่ปัจจุบันก็ได้มีการพัฒนาออกมาเป็น “โมเดลพลาสติก” โดยผ่านการออกแบบและก๊อปปี้จากของจริง นำออกมาทำขายกันอย่างแพร่หลายทำให้ต้นทุนในการเข้าถึงนั้นง่ายขึ้นและราคาถูกลงเนื่องจากต้นทุนในการผลิตซึ่งทำการเม็ดพลาสติกนั้นราคาค่อนข้างถูก ทำให้เกิดการแพร่หลายของวงการแพทย์มากขึ้น ผู้คนที่มีทุนน้อยก็สามารถเข้าถึงการศึกษานี้ได้เยอะขึ้น ทำให้ประเทศสามารถพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น

ตัวอย่างโมเดลคนทั้งตัว ทำจากพลาสติก

แต่ก็ยังมีจุดสังเกตตรงที่เนื่องจากผู้ผลิตนั้นส่วนหนึ่งจัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาแต่อีกส่วนหนึ่งก็ต้องเข้าใจผู้ประกอบการด้วยว่า เขาทำธุรกิจ จึงทำให้ไม่สามารถออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆได้ตลอดเวลา แม้จะเป็นชิ้นส่วนแบบเดียวกันเช่น ขากรรไกรของมนุษย์ ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วมนุษย์มีหลากหลายรูปร่าง และสัดส่วนของแต่ละคนก็ต่างกันแล้ว ทำให้หากจะหาขากรรไกรที่มีขนาดต่างจากที่ขายทั่วไปเพียง 1cm. ก็ไม่อาจจะสามารถหาได้ง่าย เพราะการทำผลิตภัณฑ์ชิ้นหนึ่งนั้นจำเป็นต้องวางแผนแล้วใช้ต้นทุนสูงในการผลิตทีละมากๆ ออกมาขายทุกคนจึงจำเป็นต้องใช้เท่าที่มีขายในท้องตลาดหรือ หากต้องการจริงๆ เป็นงานวิจัยที่ต้องการความเฉพาะจริงก็จะสั่งทำพิเศษซึ่งก็จะต้องใช้เงินทุนมากกว่าเก่าหลายเท่านัก ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่เครื่องพิมพ์ 3มิติ สามารถเข้ามาแก้ไขได้อย่างสมบูรณ์

การใช้เครื่องพิมพ์ 3มิติ พิมพ์แขนเทียมสำหรับคนพิการ

เครื่องพิมพ์ 3มิติ ในสมัยนี้ จากแต่ก่อนที่ราคาสูงถึงหลักแสน ตอนนี้ได้ลดลงมาทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงได้ในราคาหลักหมื่นบาทแล้ว แต่ก็แล้วแต่ สเปคที่ต้องการด้วย ความสามารถของเครื่องพิมพ์ 3มิติ นั้นค่อนข้างหลากหลาย สามารถขึ้นมาเป็นชิ้นงาน 3มิติ ที่จับต้องได้ มองได้ทุกมุม 360องศา และใช้เวลาไม่นาน สามารถพิมพืกี่ชิ้นก้ได้ตามต้องการ ไม่มีขั้นต่ำ และอีกอย่างสามารถดัดแปลงไฟล์งาน เติมตัดแต่งไฟลืได้ไม่จำกัด (แต่จำเป็นต้องมีทักษะด้านการทำไฟลื 3D ด้วย ซึ่งก็มีหลากหลายโปรแกรมให้เลือกใช้งานกัน) มันจึงเหมาะอย่างมากกับการนำมาใช้ในงานวิจัยต่างๆ โดยเฉพาะงานที่ต้องการความ Custom พิเศษที่ไม่สามารถหาได้ตามท้องตลาดทั่วไป

ผมจึงได้ลองค้นหาไฟล์โมเดลต้นแบบ ที่สามารถพิมพ์ออกมาแล้วนำมาอธิบายถึงความสามารถของเครื่องพิมพ์ 3มิติ นี้ที่เข้ากับงานด้านการแพทย์ให้ได้มากที่สุด หาไปหามาก็ได้มาเจอกันไฟล์2ไฟล์ นั่นก็คือ กระดูกเชินกรานและกระดูกก้นกบ โดยเหตุผลที่ผมเลือกเจ้า 2 ตัวนี้ เนื่องจากมีความเกี่ยวเนื่องกันนั้นก็คือ ตัวกระดูกก้นกบนั้นเป็นส่วนที่ยึดติดต่อกับกระดูกเชิงกราน และอีกอย่างคือเป็นชิ้นโมเดลที่มีลักษณะ Free Form ซึ่งต่างจากชิ้นงานวิศวกรรมที่มีลักษณะ เป็น Mechanical เหลี่ยมมุม ทำให้สามารถนำมาเป็นข้อเปรียบเทียบระหว่าง 2 วงการนี้ได้อย่างชัดเจน

กระดูกเชิงกรานมุม Perspective
กระดูกเชิงกรานมุม Font
กระดูกเชิงกรานมุม Perspective ด้านหน้า
กระดูกเชิงกรานมุม Perspective ด้านหลัง

จากภาพเป็นไฟล์ที่ได้มากจากเว็บไซต์ : MyMiniFactory เป็นเว็บไซต์หนึ่งในหลายๆ เว็บไซต์ ที่ทุกคนสามารถโชว์ผลงานและอัปโหลดไฟล์งานของตัวเองเพื่อให้หลายๆคนเข้าไปโหลดและพิมพ์เล่นกันได้ฟรีๆ ซึ่งผมก็หาไฟล์งานกระดูกจากเว็บนี้ และนำมาพิมพ์งานจริงออกมา โดยต้องขอบอกก่อนว่าผมใช้เครื่องพิมพ์ 3มิติ ที่ชื่อว่า Form3 เป็นเครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบ SLA จากอเมริกา มาตรฐานระดับโลก เป็นแบรนด์เครื่องพิมพ์ 3มิติ ที่มีน้ำยาเรซิ่นซึ่งเป็นวัสดุสำหรับการพิมพ์ที่หลากหลายประเภทมากๆ มากกว่า 20 ประเภท โดยตัวอย่างที่ผมใช้ในการพิมพ์นั้นคือ Resin Clear เป็นเรซิ่นแบบใส โปร่งแสง โปร่งใส สามารถมองทะลุได้ และมีความแข็งแรงระดับหนึ่ง ไม่แตกหักง่าย

ทำไมต้องใช้เครื่อง Form3 กันละ??? เพราะเครื่องที่เป็นระบบ SLA นั้น แตกต่างจากเครื่องพิมพ์ FDM ทั่วไปที่ใช้เส้นพลาสติกตรงที่มี เครื่องระบบ SLA นั้นสามารถพิมพ์งานได้ละเอียดมากกว่า FDM หลายเท่า โดยเจ้าตัว Form3 นี้สามารถพิมพ์ละเอียดได้มากสุดถึง 25Microns หรือ 0.025 mm. ซึ่งถ้าเป็นเครื่อง FDM ทั่วไปแล้วจะอยู่ที่ 100Microns หรือ 0.1 mm. เท่านั้นเอง และการใช้งานก็ง่ายกว่า FDM มาก และเนื่องจากมันสามารถทำความละเอียดได้มากขนาดนี้ทำให้หากโมเดลต้นแบบอะไรก็ตามมีรายละเอียดเยอะ เล็ก และละเอียดมากๆ เจ้าเครื่องระบบ SLA นี้ก็สามารถทำได้สบายๆ

ภาพไฟล์งานที่คำนวนและตั้งเตรียมพร้อมสั่งพิมพ์เรียบร้อยในโปรแกรม Preform ซึ่งเป็นโปรแกรมเตรียมพิมพ์ของเครื่อง Form ทุกรุ่น
ชิ้นงานมีขนาดเล็ก แต่ก็สามารถพิมพ์จุดที่เข้าถึงยากได้ อย่างเช่น พวกร่องหรือรูเล็กๆ ต่างๆ

หลังจากที่เราได้ทำการตั้งค่าไฟล์สำหรับการพิมพ์แล้ว ทีนี้ก็ลงมือกดพิมพ์ชิ้นงานและรออย่างใจจดใจจ่อได้เลย!!!

ชิ้นงานที่พึ่งพิมพ์เสร็จใหม่ๆ ใช้เวลาไม่นาน
วางชิ้นงานเทียบขนาดกัน

จากภาพด้านบนจะเห็นได้ว่า ผมได้ขยายส่วนของกระดูกก้นกบให้ใหญ่ขึ้นจนเต็มพื้นที่แป้นพิมพ์ ทำให้สามารถมองเห็นรายละเอียดต่างๆของชิ้นงานกระดูกก้นกบได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ซึ่งแตกต่างจากกระดูกเชิงกรานที่มีขนาการพิมพ์ที่เล็กกว่า (แต่ก็ขยายให้พิมพ์เต็มฐานเช่นกัน) หลังจากนั้นก็นำไปล้างด้วย IPA และเก็บซัพพอร์ตที่ติดอยู่ออกให้หมด ขัดแต่งนิดๆ หน่อยก็สวยงามพร้อมนำไปใช้ทำงานวิจัยและศึกษาต่อได้แล้ว

โมเดลกระดูกเชิงกรานที่พิมพ์ออกมาเรียบร้อย
กระดูกก้นกบที่พิมพ์ออกมาขนาดเท่าฝ่ามือ
มองเห็นรายละเอียด่างๆได้อย่างดี สามารถมองเห็นทะลุไปได้

จากภาพก็สามารถบ่งบอกได้แล้วว่าเราสามารถนำเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ 3มิติ นี้ได้อย่างไรบ้าง สามารถสร้างชิ้นงานตัวกระดูกก้นกบให้ใหญ่กว่าปกติเพื่อที่จะนำมาศึกษาเชิงลึกกว่าตัวกระดูกเชิงกรานทั้งหมด ทำให้เห็นสัดส่วนที่ชัดเจนขึ้นมา รูร่องต่างๆ สมจริงตามไฟล์ที่ได้มา ซึ่งนอกจากกระดูกก้นกบและกระดูกเชิงกรานแล้ว เราก็สามารถพิมพ์ชิ้นส่วนอวัยวะอื่นๆ ได้ไม่จำกัด หากเรามีไฟล์ 3D อะไรๆ ก็ง่ายไปหมด

ตัวอย่างเช่น…

ต้นแบบกระเพาะหมูที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบ FDM และใช้เส้นพลาสติกแบบ Flexible ที่มีความยืดหยุ่นทำให้ลักษณะของกระเพาะมีความนิ่มคล้ายของจริง โดยขยายไซต์จากไฟล์เดิม25% เพื่อใช้ในการสอนสัตวแพทย์ต่อไป

หรือจะเป็นกระโหลดศรีษะ และ สมองที่ได้จากการ CT SCAN จากคนไข้ของจริง นำมาแปลงเป็นไฟล์ 3D พิมพ์ออกมา

ตัวอย่างโมเดลพิมพ์จากไฟล์3D ที่แปลงจากไฟล์สแกน
ภาพตอนกำลังพิมพ์โมเดลสมอง ซึ่งสามารถเก็บรายละเอียดรอยหยักของสมองได้ครบถ้วน

เครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบ FDM เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นใช้งาน

และที่เป็นที่นิยมสำหรับงานพิมพ์ด้านการแพทย์เลยคือ ทันตกรรม ที่มักจะเปลี่ยนวิธีการ Milling มาเป็น 3D Printing กันบ้างแล้ว ซึ่งสามารถตอบโจทย์คลินิกและโรงพยาบาลได้มากมาย เพระาสามารถพิมพ์พร้อมกันได้หลายชิ้นและแต่ละชิ้นก็แตกต่างกันไปตามคนไข้แต่ละคนด้วย

พิมพ์ด้วยเรซิ่น 2 ชนิด คือแบบ Dental สีเนื้อ และ Clear Dental ที่ทำเป็นที่ครอบฟัน
สามารถจัดเรียงพิมพ์ชิ้นงานได้จำนวนมาก ในการสั่งพิมพ์ครั้งเดียว

จะเห็นได้ว่าหลายๆ วงการแพทย์ก็สามารถนำเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ 3มิติ นี้ ไปใช้กับการทำงานของแต่ละท่านแต่ละสาขาได้ ซึ่ง มันจะสามารถช่วยงานการทำงานวิจัยต่างๆ เป็นไปได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้นมาเสียเวลากับการทำต้นแบบด้วยมือหรือจ้างโรงงานที่มีต้นทุนสูงเพียงทำต้นแบบไม่กี่ชิ้น

จากที่เล่ามาทั้งหมดนี้ บทความนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความสามารถของเครื่องพิมพ์ 3มิติ ซึ่งหากจะให้แยกย่อยหลักการทำงานนั้น คงจำเป็นต้องร่ายยาวหลายหน้าทีเดียว ซึ่งเดี๋ยวจะทยอยลงบทความที่พอเป็นประโยชน์แก่ทุกท่านที่ได้รับชมกันนะครับ

สุดท้ายนี้ก็อยากให้ทุกท่านได้ลองพิมพ์ชิ้นงานอะไรใหม่ๆที่อยู่นอกเหนือจากงานที่ทำอยู่ มันอาจจะทำให้เปิดโลกบางอย่างที่เราไม่อาจเคยคิดเคยสนใจเข้าเลยนะครับ ซึ่งไม่แน่สิ่งนั้นอาจจะนำมาปรับใช้กับงานของเราให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นก็เป็นได้ครับผม

ขอให้ทุกท่านโชคดีกับ 3D Print นะครับ^^

 

โมเดลสวยๆ จากเครื่อง Kings Professional SLA

โมเดลสวยๆ จากเครื่อง Kings Professional SLA

หลังจากใช้งานไปหลายปี เราไปเก็บรวบรวมงานพิมพ์ สวยๆจากเครื่อง Kings SLA ทั้งรุ่น Kings 600Pro, 800Pro, 1700Pro มาให้ชมกันครับ โดยในโพสนี้จะเป็นเน้นไปที่โมเดล Art งานศิลปะกรรม 3มิติ งานรูปปั้นพระ โดยโมเดลส่วนใหญ่สร้างขึ้นจาก Zbrush (สร้างทั้งหมด หรือ สร้างบางส่วนต่อเติมจากเครื่องสแกน 3มิติ)
Credit : FastFabb.com – Kings 600Pro

โดยหากเป็นงานเชิงวิศวะกรรมจะเป็นอีก Post หนึ่งสามารถชมได้ด้านล่างนี้ครับ

การวิจัยเครื่องพิมพ์สามมิติความเร็วสูงด้วยการพิมพ์แบบอิสระ

การวิจัยเครื่องพิมพ์สามมิติความเร็วสูงด้วยการพิมพ์แบบอิสระ

นักวิจัยแห่งรัฐอิลลินอยส์ประสบความสำเร็จในการสร้างเครื่องพิมพ์สามมิติความเร็วสูง

ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์นในสหรัฐได้ทำการพัฒนาเครื่องพิมพ์สามมิติความเร็วสูงและความแม่นยำสูง โดยงานวิจัยนี้มีฐานมาจากเครื่องพิมพ์เรซิ่นทั่วไป ซึ่งจุดเด่นของเครื่องนี้ก็คือเการรวมกันระหว่างเครื่องพิมพ์น้ำยาเรซิ่นกับระบบแขนกล6แกน โดยให้มีการเคลื่อนที่อย่างอิสระ หมุน และปรับเปลี่ยนขนาดได้ในขณะที่กำลังพิมพ์ จึงทำให้การออกแบบชิ้นงานทำได้อย่างอิสระมากขึ้น

เป็นเครื่องพิมพ์ที่พัฒนาจากระบบDLPแบบเดิมผสานกับแขนกล6แกน

ในเครื่องพิมพ์สามมิติระบบดั้งเดิมที่เคยมีมาซอร์ฟแวร์จะทำการจำลองการทำงานเป็นระนาบแบนเป็นเลเยอร์ซ้อนกันหลายๆชั้นโดยจะอ้างอิงจากจุดของหัวพิมพ์แล้วสร้างแบบจำลองขึ้นมา แต่เครื่องของทางมหาลัยนอร์ทเวสเทิร์นจะสร้างแบบจำลองโดยอ้างอิงจากตัวชิ้นงานจึงทำให้การขึ้นรูปตัวงานทำอย่างอิสระและสามารถพิมพ์งานซับซ้อนได้

สรุปง่ายๆก็คือ การพิมพ์แบบดั้งเดิมที่ใช้กันอยู่ ณ ปัจจุบันนี้จะสร้างขึ้นทีละชั้นจากล่างขึ้นบนเป็นเส้นตรงตามแกนZของเครื่องพิมพ์ แต่ระบบนี้จะขึ้นรูปตามทิศทางของชิ้นงานโดยจะไม่อ้างอิงกับฐานพิมพ์เหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป

ความเร็วในการพิมพ์ของเครื่องนี้จะอยู่ที่2,000เลเยอร์/นาที ซึ่งทางทีมวิจัยได้ทำการทดสอบพิมพ์งานในหลากหลายรูปแบบเช่น หอไอเฟลเอน เกลียวคู่ เป็นต้น นอกจากนี้ยังรองรับการพิมพ์แบบหลากหลายวัสดุ(Multi materials)
การขึ้นรูปของเครื่องนั้นจะทำการสร้างแท่นจับแบบนิ่มขึ้นมาเชื่อมต่อกับฐานชิ้นงานที่แข็งแล้วทำการขึ้นชิ้นงานโดยจะมีกิ่งก้านแบบนิ่มมาคอยรองรับชิ้นงานเอาไว้

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของงานวิจัยเกี่ยวกับเครื่องพิมพ์สามมิติที่หวังว่าจะเปลี่ยนแปลงวงการนี้ไปในทางที่ดีขึ้น ก่อนที่จะมีเครื่องนี้จริงๆเราคงต้องรองานวิจัยนี้สำเร็จอย่างราบรื่นก่อนที่จะมีจะมีการเปิดเผยสู่สาธารณชนอย่างเป้นทางการ

เครื่องพิมพ์เรซิ่นคุณภาพสูงที่เหมาะกับงานทุกประเภทพร้อมให้ผู้ที่สนใจได้เป็นเจ้าของกันแล้ว!!!!!

เครื่องพิมพ์เรซิ่นคุณภาพดีที่เหมาะกับทุกงาน Formlabs

เครื่องพิมพ์เรซิ่นขนาดใหญ่สำหรับมืออาชีพ

Marshal Aeropart กับ Kings 1700 พิมพ์ต้นแบบเรซิ่นขนาดใหญ่

Marshal Aeropart กับ Kings 1700 พิมพ์ต้นแบบเรซิ่นขนาดใหญ่

ต้นแบบงานใหญ่งานโตไว้ใจเรา

ล่าสุดพิมพ์สำเร็จกับงานขนาดใหญ่ อย่าง โครงภายนอกรถยนต์สำหรับขึ้นต้นแบบเพื่องานชุดแต่งรถยนต์ ของทาง Marshal Aeropart ที่ได้ทำการสั่งซื้อเครื่องพิมพ์ 3มิติ อย่าง Kings 1700 ไว้ในอ้อมกอด เพื่องานขึ้นต้นแบบชิ้นส่วนรถยนต์ต่างๆ

ด้วยขนาดของเครื่องที่ใหญ่แล้ว ขนาดพื้นที่การพิมพ์ก็ใหญ่ตาม ขนาดจุใจที่สามารถพิมพ์ “กันชน” รถยนต์ได้ภายในครั้งเดียว โดยขนาดของการพิมพ์นั้นจะอยู่ที่ 1700 x 800 x 600 mm.

กว้างใหญ่ขนาดนี้ ใช้เวลาไม่นานเลยในการพิมพ์งานที่ใหญ่และซับซ้อน จำพวกงานวิศวกรรม รถยนต์ และอื่นๆ

พิมพ์โมเดลกันชนรถยนต์แบบไร้รอยต่อ

โดยทางร้านของเราไม่ได้มีแค่ไซต์1700 เท่านั้น ยังมี 600 และ 800 เพื่อให้เหมาะกับขนาดของงานแต่ละงานอีกด้วย

เครื่องพิมพ์ระดับอุตสาหกรรม SLA (Stereolithography) เครื่องระบบนี้จะมีวัสดุตั้งต้นเป็นน้ำเรซิ่นไวแสง ขึ้นรูปด้วยแสงเลเซอร์ งานที่ออกมามีคุณภาพผิวสวยเก็บรายละเอียดได้ดีที่สุด เนื้อจากสารตั้งต้นเป็นของเหลวและจุดเลเซอร์นั้นเล็กมาก ทำให้สามารถสร้างชิ้นงานที่ซับซ้อนและรายละเอียดสูงๆได้ จุดเด่นคือชิ้นงานสวยที่สุดใน 3D Printer ทุกระบบ อีกทั้งสามารถพิมพ์ได้ใหญ่ ตั้งแต่ 300mm-1700mm ขึ้นกับรุ่นที่เลือก สามารถนำเครื่องไปพิมพ์ชิ้นงานตัวอย่าง หรือ Prototype

ส่วนหนึ่งของรถสปอต พิมพ์งานออกมาแล้วจะเห็นภาพรวมโดยชัดเจนมากขึ้น
ออกแบบงานเท่ๆ พิมพ์ออกมาเท่ดั่งใจนึก
ชิ้นงานที่พึ่งพิมพ์เสร็จใหม่ สดๆ ร้อนๆ

ทางร้านเข้าไปควบคุมการติดตั้งด้วยตัวเอง และคอยซัพพอร์ทการใช้งานตลอดเวลา ไม่ว่าปัญหาอะไรเราก็พร้อมที่ขับเดินทางไปแก้ไขให้ทันที

ลองเทียบขนาดชิ้นงานที่ออกแบบและพิมพ์ออกมา กับ ตัวรถจริง

เหมาะกับงานประเภท…
Automotive : กันชนรถยนต์ / หมวกกันน็อต / Console รถเข็น / อุปกรณ์ต่างๆในรถยนต์
Architecture : ตัวอย่างบ้าน / โครงสร้างสถาปัตยกรรม ที่ซับซ้อน
Artist : รูปปั้น / พระพุทธรูป / งานศิลปะขแนงต่างๆ
Medical : กระดูกและกระโหลกจาก CT หรือ MRI สแกน เพื่อใช้ในการวางแผนวิเคราะการรักษา / แบบหล่อชิ้นส่วนในการปลูกถ่าย implant

ทาง Print 3DD ขอขอบคุณ Marshal Aeropart // AmotriZ Bodykits Car ที่ได้ทำการสั่งซื้อ Kings 1700 เพื่อใช้ในงาน R&D ต้นแบบชุดแต่งรถยนต์ ทำให้งานออกแบบชิ้นงานเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและเห็นชิ้นงานจริงที่จับต้องได้ ก่อนนำไปเข้ากระบวนการผลิตจริง

หากใครสนใจชุดแต่งรถยนต์ มีหลากหลายรุ่นและหลายแบบ งานชุดแต่งรถยนต์ งาน Hyper Car สามารถติดต่อได้ที่ Marshal Aeropart / Amotriz :
👉facebook-Amotriz
👉Amotriz

สเกิร์ตชุดแต่งรถยนต์ที่ดีที่สุด AmotriZ

Form 3L เครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบ SLA เรซิ่นหลากชนิด เหมาะกับงานทุกประเภท

Form 3L เครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบ SLA เรซิ่นหลากชนิด เหมาะกับงานทุกประเภท

Form 3L เครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบ SLA เรซิ่นหลากชนิด เหมาะกับงานทุกประเภท

👉เครื่องระบบเรซิ่นจาก Formlabs มีขนาดพิมพ์ 33.5 x 20 x 30 cm. ใหญ่กว่า Form 3 ประมาณห้าเท่า
👉มีระบบใหม่เข้ามาชื่อ Low Force Stereolithography (LFS) เป็นระบบที่ลดแรงดึงระหว่างชิ้นงานกับถาดพิมพ์ ทำให้ถาดพิมพ์ใช้งานได้นานขึ้น
👉พิมพ์ได้เร็วขึ้น (ไม่ต้องใช้ไม้ปาดเหมือน Form 2) และ พิมพ์ชิ้นงานได้สวยขึ้น
👉พัฒนาขึ้นมาเป็นระบบ Light Processing Unit(LPU) แบบใหม่ ทำให้แสงเลเซอร์ที่ตกกระทบกับเรซิ่นมีจุดที่เล็กลง แม่นยำมากขึ้นเป็น 85 ไมครอน
👉ไม่ลดคุณภาพของแสงเลเซอร์ที่ขอบของจอ

ทางร้านได้มีการนำตัวอย่างเครื่องพิมพ์ Form3 มาวางโชว์ตัวเด่นเป็นที่เรียบร้อย พร้อมให้ลูกค้าทุกท่านได้เข้ามาลองใช้งาน จับต้องของจริงกันเลย

 

อีกทั้งยังมีตัวอย่างชิ้นงานจริงที่พิมพ์ได้จกาเครื่อง Form3L

ตัวเครื่องพิมพ์แบรนด์ Formlabs มีเรซิ่นให้เลือกหลากหลายชนิด ครอบคลุมแทบจะทุกวงการ ทั้งทางทันตกรรม วิศวกรรม และอื่นๆ

ตัวแป้นพิมพ์และแทงค์เรซิ่นมีขนาดใหญ่กว่ารุ่นก่อนประมาณเกือบ 5เท่า

DEMO Form3L on 3DD Store

 

มีเรซิ่นให้เลือกหลากหลาย เช่น Standard Resin เน้นความสวยงาม และราคาประหยัด, Flexible Resin ชิ้นงานที่พิมพ์ออกมามีความยืดหยุ่น คล้ายยาง, Tough Resin ชิ้นงานที่ได้ออกมาจะมีความแข็งแรงสูง สามารถนำไปใช้งานเชิงกล เจาะสง่าน ขันสกูร ใช้งานเชิงกลได้, Wax Cast Resin เพื่อพิมพ์แล้วสามารถเอาไปหล่อโลหะได้ เหมาะกับการทำงานเครื่องประดับ Jewelry , Dental Model Resin เรซิ่นที่ไว้พิมพ์ชิ้นงานทางทันตกรรมได้

เครื่องเหมาะกับบุคคลทั่วไป, บริษัทออกแบบ, ศิลปินคนทำโมเดล พระพุทธรูป, นักออกแบบ-วิจัย, ทันตแพทย์ หรือ โรงพยาบาล

 

 

ทดลองพิมพ์งานรองเท้าขนาด 1:1
เทียบขนาด โมเดล 1:1
ภาพชิ้นงานที่พึ่งพิมพ์เสร็จสดๆ ร้อนๆ
ทำความสะอาดและแกะซัพพอร์ทเรียบร้อย
ภาพแสดงการเทียบขนาดของชิ้นงานที่ได้จากการพิมพ์ Form 3 และ Form 3L
เจ้าตัว Form3L นั้นมีขนาดการพิมพ์ที่ใหญ่ขึ้นจากตัวเก่าอย่าง Form3 มาก ซึ่งขนาดการพิมพ์ของตัว Form3L นั้นคือ 335 x 200 x 300 mm. แต่ตัว Form3 มีขนาดการพิมพ์อยู่ที่ 145 x 145 x 185 เท่านั้นเอง
สามารถพิมพ์ชิ้นงานทีเดียวได้หลายตัว และแต่ละขนาดขนาดใหญ่ๆ ทั้งนั้น