New Balance ร่วมมือกับทางFormlabs สร้างพื้นรองเท้าจาก3D Printer

New Balance ร่วมมือกับทางFormlabs สร้างพื้นรองเท้าจาก3D Printer

             เมื่อไม่นานมานี้ทาง New Balance บริษัททำรองเท้าชื่อดังจากอเมริกาได้ร่วมมือกับทาง Formlabs เพื่อสร้างพื้นรองเท้าจากเครื่องพิมพ์สามมิติ โดยใช้แพลตฟอร์ม TripleCell และใช้เรซิ่นชนิดพิเศษที่เรียกว่า Rebound Resin ซึ่งออกแบบมาเพื่อพิมพ์ชิ้นงานแบบตาข่ายที่ให้ความแข็งแรงและยืดหยุ่นสูงทนต่อการฉีกขาดได้มากกว่าเรซินทั่วไป และยังมีคุณสมบัติที่ทำให้สามารถรับแรงกระแทกได้เพิ่มมาขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

           (ส้นรองเท้าที่พิมพ์จากเครื่องพForm3)

โดยรุ่นของ New Balance ที่ใช้เทคโนโลยีสามมิติเข้ามาช่วยคือรุ่น FuelCell Echo Triple ในรุ่นที่กล่าวมาตัวซัพพอตร์แรงกระแทกตรงพื้นและส้นเท้ารองเท้าจะพิมพ์จากเครื่องพิมพ์สามมิติของทางformlabs รุ่น form3และform 3L  

                                             

(ในรูปคือตัวซัพพอรต์แรงกระแทกที่พิมพ์จากเครื่องForm3และForm3L)

          การใช้เทคโนโลยีสามมิติเข้ามาช่วยทำให้ลดเวลาในการผลิตลงอย่างมาก โดยเมื่อก่อนต้องเริ่มจากการตัดกระดาษและไปขั้นตอนอื่นๆจนได้รองเท้าออกมาใช้เวลาประมาณ15-18เดือน และการรอชิ้นส่วนโฟมและยางอีก 4-6สัปดาห์ แต่พอได้ใช้แพลตฟอร์ม TripleCell ทำให้ไม่ต้องสร้างแม่พิมพ์อีกแล้ว ซึ่งประหยัดเวลาตรงนี้ไปได้อีกหลายเดือน (จากที่ผมดูในvdoตัวTripleCell น่าจะเป็นโปรแกรมที่ไว้ใช้ออกแบบพื้นรองเท้าโดยเฉพาะ สามารถปรับแต่งรูปทรงของงานได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งยังสามารถคำนวนจุดรับน้ำหนักหรือจุดที่รับแรงกระแทกได้อีกด้วย และสุดท้ายเมื่อออกแบบเสร็จสามารถนำไฟล์เข้าเครื่องformสั่งพิมพ์งานได้ทันที)

ซึ่งในอนาคตเราคงจะได้เห็นเทคโนโลยีสามมิติเข้ามามีบทบาทในสินค้าที่เราใช้ในชิวิตประจำวันของเรามากขึ้นอย่างแน่นอน โดยเราอาจจะไม่รู้เลยก็ได้ว่าสินค้าที่เราใช้อยู่นั้นมีบางส่วนพิมพ์จากเครื่องพิมพ์สามมิติ สามารถติดตามเทคโนโลยีใหม่ๆได้ที่ www.print3dd.com

รีวิว+แกะกล่อง Formlabs Form3

รีวิว+แกะกล่อง Formlabs Form3

Formlabs Form2 เปิดตัวปี 2015 เป็นเครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบ SLA ที่ได้รางวัลมากมาย ประสบความสำเร็จอย่างมาก มีการพัฒนาเรซิ่นต่อเนื่องมาเรื่อยปัจจุบันมีมามากกว่า 20+ ชนิดที่ใช้ทั่วๆไป(เทา/ขาว/ดำ/ใส) เรซิ่นเชิงวิศวกรรม(High Temp/Rigid/Tough/Durable) เรซิ่นทางการแพทย์-ทันตกรรม(Detal Resin/Clear LT Resin/Surgical Guide Resin)เรซิ่นที่ผ่านการับรองจาก FDA USA ปลายปี 2019 มีการเปิดตัว Formlabs Form3 (Print Size 145*145*185mm) (เป็นรุ่นพัฒนาต่อจาก Form2 ขนาดใกล้เคียงตัวเดิมสูงขึ้นมา 10mm) และรุ่นใหญ่ Form 3L ทีมีขนาดพิมพ์ใหญ่ขึ้นมาเป็นเป็น 335*200*300mm

Formlabs Form3 มีการพัฒนาเพิ่มขึ้นมาหลายๆส่วน ที่สำคัญสุดคงจะเป็นการเปลี่ยนระบบเลเซอร์ตกกระทบเป็นแบบ Low Force Stereolithography (LFS) จากเดิมที่ใช้ระบบ SLA ที่มีตัวกัลวานอมิเตอร์วาดภายในแนว XY ทำให้แสงเลเซอร์ที่ยิงไปที่เรซิ่นตั้งฉากตลอดเวลา งานที่ได้จึงคมขึ้น คุณภาพดีขึ้น นอกจากนั้นมีการเปลี่ยนการออกแบบดูหน้าตาทันสมัยขึ้น มี Sensor ในการตรวจกับเหตุขัดข้องต่างๆได้ดีขึ้น เรามาลงรายละเอียดกันต่อไปในบทความนี้คับ

Form3 ด้านซ้ายมือพัฒนาต่อมาจาก Form2 ส่วน Form 3L ด้านขวามือเป็นตัวใหญ่พิมพ์ได้ใหญ่ 335*200*300mm

แกะกล่อง

เริ่มที่ขนาดกล่องก่อนเลย กล่องของ Form3 มีขนาดใหญ่กว่าเดิมค่อนข้างมาก แพคมาค่อนข้างดีแน่นหนามีโฟมหุ้มทุกด้าน ตัวเครื่องมีขนาดกว้างขึ้นกว่า Form2 ตัวเครื่องด้านนอกเปลี่ยนจากวัสดุอลูมิเนียมมาเป็นพลาสติกฉีดขึ้นรูป ในกล่องของ Form3 ประกอบต้วยตัวเครื่อง, คู่มือการใช้งานเบื้องต้น, สายไฟ, สาย connect ต่างๆ และ แผ่นปรับระดับตัวเครื่อง (ตัวเครื่องมีเครื่องวัดระดับน้ำ Build In มาให้อยู่แล้ว เอาแผ่นตัวนี้มาปรับ)

มีโฟมประกบส่วนบนและล่าง มีกระบะจับดึงขั้นมากจากกล่องได้
กล่อง Form3 ด้านขวา กล่อง Form2 ด้านซ้าย
จะเห็นว่าใหญ่กว่าชัดเจน

รูปร่างภายนอก

ตัวเครื่อง Form3 มีขนาดกว้างขี้นเล็กจากรุ่นก่อนหน้า ตัวเครื่องมีการออกแบบให้เอียงเงยหน้าขึ้น แปลกตาทันสมัย เอียงราบไปพร้อมกันระหว่างตัวเครื่องสีดำกับฝาปิดสีส้มใส ตัวเครื่องเปลี่ยนจากเดิมวัสดุอลูมิเนียม เป็นวัสดุพลาสติกฉีดขึ้นรูป หน้าจอใหญ่ขึ้น ละเอียดมากขึ้น Logo Formlabs ติดแสดงสถานะเครื่องพิมพ์ มีลำโพงเพิ่มขึ้นมาเป็นแจ้งเตือนสถานะเครื่อง เมื่อเปิดฝาสีส้มไปสุดฝาหลังจะไปสุดที่แนวระดับเดียวกับเครื่อง (Form2 เมื่อเปิดฝาเครื่องแล้วจะยื่นออกมาจากตัวเครื่อง) ทำให้สามารถวางชิดพนังได้เลย หรือ เหมาะกับตั้งเป็น Farm Printing (โรงงานพิมพ์ 3มิติ ที่ติดตั้งเครื่องจำนวนมาก)

เมื่อเปิดฝาเครื่อง สังเกตุว่า Form3 ระดับของฝาจะพอดีเป็นระดับเดียวกับด้านหลัง ในขณะที่ของ Form2 จะยื่นออกมาจากตัวเครื่อง
ด้านหลังของเครื่อง Form3 และ Form2
หน้าจอสัมผัส ไฟโลโก้แสดงสถานะ

ด้านบนของตัวเยื้องมาทางด้านหลังเป็นช่องใส่ ตลับเรซิ่น Resin Cartridge มีไฟติดแสดงสถานะการพิมพ์ ด้านบน (สามารถมองเห็นจากด้านหลังของตัวเครื่อง กรณีเครื่องอยู่ห่าง มองเห็นไฟสถานะดังกล่าวได้จากด้านหลัง)

ด้านบนของตัวเครื่อง มีช่องใส่ตลับเรซิ่น และไฟฟ้าแสดงสถานะ

ด้านหลังมีช่องเสียบสายไฟ (ใช้ไฟบ้านทั่วไป 220v), ช่องสาย LAN, ช่อง USB Port และช่องใสสาย Lock

  • Design ใหม่ ทรงเอียงขึ้น ตัวเครื่องสีดำเงา เวลาเปิดฝาจนสุด จะพอดีระนาบเดียวกับด้านหลังตัวเครื่อง
  • ตัวเครื่องกว้างขึ้น เพราะต้องใส่ LPU ข้างใน
  • วัสดุเปลี่ยนจาก ตัวเคลื่องอลูมิเนียม เป็นพลาสติกฉีดขึ้นรูป
  • มีลำโพงเสียงใส่เข้ามาบอกสถานะ
  • ด้านบนตัวเครื่องมีช่องใส่เรซิ่น กับไฟบอกสถานะด้านบน (มาสถานะเห็นจากด้านหลังของตัวเครื่อง)

การติดตั้งเครื่องคร้้งแรก

เมื่อติดตั้งเครื่องครั้งแรก จะมีเมนูแสดงไว้ในจอ LCD แสดงขั้นตอนการติดตั้งอย่างละเอียดให้ทำตามลำดับขั้นตอน

  • ถอดน็อตที่ล็อก LPU ออก (ตัวล็อคนี้ป้องกันไม่ใช้ LPU เครื่องที่ขณะขนส่ง
  • เชื่อมต่อ Wifi
  • ปรับระดับน้ำตัวเครื่อง เครื่องมีเครื่องวัดระดับน้ำ Digital มาให้อยู่แล้ว ให้ใช้จานปรับระดับที่แถมมาปรับระดับขาตั้งสี่ของเครื่อง
  • ใส่ถาดพิมพ์ Resin Tank
  • ใส่ฐานพิมพ์ Build Platform
  • ใส่ตลับเรซิ่น (ให้เขย่าก่อน) ใส่แล้วเปิดฝาตลับ

ระบบ Low Force Stereolithography (LFS) – Light Processing Unit(LPU)

Form3 มีระบบการฉายเลเซอร์ใหม่คือระบบดังกล่าวว่า Low Force Stereolithography เป็นการฉายเลเซอร์ให้ตั้งฉากกับถาดน้ำยาตลอดเวลาโดย การกวาดเลเซอร์ดังกล่าวจะทำที่แกนเดียว คือ แกน Yแทนที่จะกวาดทั้งสองแกนเหมือน Form2 โมดูลที่เคลื่อนที่อยู่บนแกน X นี่เองเรียกว่า Light Processing Unit (LPU) โดย LPU จะทำหน้าที่ฉายแสงและกวาดถาดพิมพ์ไปพร้อมๆกัน (ฟิล์มของถาดพิมพ์หย่อนและไม่ได้สัมผัสชิ้นงานตลอด เพื่อลดแรงสูญญากาศ)

เริ่มต้นในการฉายแสงที่เลเยอร์นั้นๆ โดยการที่ LPU เคลื่อนที่ในแนวแกน X (ซ้าย-ขวา) ด้วยมอเตอร์ ขณะเคลื่อนที่ไปนั้นจะ LPU จะยิงแสงเลเซอร์ขึ้นมาในแนวแกน Y (ด้านลึกของตัวเครื่อง) ด้วยกัลวานอมิเตอร์ การทำงานมอเตอร์และกัลวานอมิเตอร์นี่เองทำให้เกิดการถาดในแนว X-Y และยังทำให้ชิ้นงานตั้งฉากตลอดเวลา — ขอดีของแสงที่ตั้งฉากนั้นจะเป็นการควบคุมแสงที่มีคุณภาพมากกว่าแบบเก่า โดยเฉพาะส่วนขอบของการกวาดเลเซอร์ กัลวานอมิเตอร์แบบ X-Y นั้นแสงที่กึ่งกลางของพื้นที่พิมพ์จะตั้งฉาก แต่ยิ่งจากจากกึ่งกลางเท่าไรแสงจะยิ่งทแยงเท่านั้น เมื่อแสงทแยงคุณภาพจะลดลง ไม่คม จากการหักเหของแสง

Note : Form2 เป็น galvanometer XY จะมีจุดเลเซอร์อยู่ที่ 140um ส่วน Form3 เป็น galvanometer Y อย่างเดียวจึงมีจุดเลเซอร์อยู่ที่ 85um ซึ่งเล็กกว่าละเอียดกว่า

หน้าที่อีกอย่างของ LPU คือการดันฟิลม์ให้ตึง ณ จุดที่พิมพ์ เมื่อผ่านจุดที่พิมพ์ ฟิลม์ที่จุดนั้นหย่อนลง ลดแรงดึงสูญญากาศ Vacuum Force

แสดงให้เห็นการทำงาน LPU เคลื่อนที่แกน X ระหว่างเคลื่อนที่จะกวาดแสงเลเซอร์ในแกน Y ฟิล์มจะหย่อนและไม่ได้สัมผัสชิ้นงานตลอด ทำให้ลดแรงดึงสูญญากาศ
จะเห็นว่าแสงเลเซอร์ตกกระทบกับกระจกโค้ง(ทรงพาลาโบลา) แสงที่ยิ่งไปยังถาด จะตั้งฉากตลอดเวลา

 

ถาดน้ำยา Form3 Resin Tank

Form3 Resin Tank มีการออกแบบใหม่ หากแกะกล่องออกมาจะประกอบด้วย 3 ส่วน

  • กล่องพลาสติกที่ไว้เก็บถาดที่ใช้แล้ว เก็บได้มิดชิด
  • ตัวถาด ก้นถาดมีลักษณะเป็น ฟิล์ม
  • Mixer ก้านสีดำพร้อมแถบแม่เหล็ก ทำหน้าที่กวาดชิ้นงาน

การใช้ร่วมกันกับ Form2

Form3 สามารถใช้ ฐานพิมพ์ (Build Platform) และ Resin Cartridge ตัวเดียวกับ Form2 ได้โดยมีรายละเอียดดังนี้ >>List ของเครื่องเรซิ่นที่ใช้ได้<<  นอกจากนี้ Form3 ยังสามารถใช้งานร่วมกับ Form Wash, Form Cure, Finish Kit แบบเดียวกับ Form2 ได้

สุดท้าย Software Preform ทำงานเหมือนเดิม ที่ต่างไปคือ ระยะเวลาในการพิมพ์เร็วขึ้น รองรับ Support ขนาดเล็กลง

ทดลองพิมพ์ – เราทดลองพิมพ์ 2 ไฟล์

เราใช้ไฟล์ทดสอบเครื่องพิมพ์ โดยมีเสา 4 เสา และ ส่วนทดสอบรายละเอียดตรงกลาง ไฟล์ดังกล่าวเป็นการทดสอบความละเอียดในการพิมพ์ (ส่วนตรงกลาง) และความคาดเคลื่อนของการยิงแสง (เสาทั้งสี่) เสาทั้ง 4 นั้นจะประกอบด้วยเสาซ้อนๆกัน โดยระบุเป็นตัวเลข เลข1-5 มีการย้ำเลเซอร์จากน้อยไปมาก

Note : ธรรมดาไฟล์พิมพ์งานทั่วไปไม่ได้มีการย้ำหรือซ้อนชิ้นงานกันขนาดนี้ ไฟล์เทสนี้เป็นต้องให้เครื่องทำงานเกินความสามารถปกติของมัน

ไฟล์ Test ชิ้นงาน ตรงกลางดูรายละเอียด Detail การขึ้นรูป เสาทั้ง 4 ไว้ดูความคลาดเคลื่อน
เสา 1 ต้นประกอบด้วย ทรงสี๋เหลี่ยมย่อยหลายๆก้อน ยิ่งส่วนที่เป็นเล็ก 5 จะมีก้อนสี่เหลี่ยมซ้อนกันถึง 9 ชั้น
ดูความละเอียดที่เครื่องทำได้ เสาเล็กสุดมีความเล็กขนาดเส้นผม

เมื่อลองพิมพ์ดุเราเชค ความใสของชิ้นงานที่พิมพ์ออกมา และ Detail ที่ได้ ปรากฏว่า Form3 ทำได้ดี Detail ครบโดยชิ้นงานยังมีความใสในระดับที่น่าพอใจ โปรดดูรูปประกอบ

เก็บได้ละเอียดได้ครบถ้วน เหลี่ยมเป็นเหลี่ยม ทรงกลมเป็นทรงกลม
พิมพ์ออกมาได้ใส Shape เป็นเหลี่ยมตรง รอยเลเยอร์น้อยกว่า
ทดสอบความเป็นเหลี่ยม และความใส

ไฟล์ที่สองเป็นการพิมพ์เต็มขนาดที่เครื่องพิมพ์ Formlabs Form3 ทำได้คือขนาด 145*145*185mm โดยเราตั้งความละเอียดในการพิมพ์ต่อชั้นหยาบที่สุดคือ 100Micron มาดู Video การทำงานแบบ Timelapse กับครับด้าน เราใช้ไฟล์นี้เครื่องทดสอบความเร็วในการพิมพ์ โดยค่า Estimate โดย Software บอกว่าชิ้นนี้เราต้องใช้เวลาในการพิมพ์ 25ชม. แต่เอาเข้าจริงตอนกดสั่งพิมพ์เป็น 21ชม. หากเทียบกับแล้ว เราพิมพ์ไฟล์นีักับ Form2 ใช้เวลาในการพิมพ์ 28ชม. สรุปจากการทดสอบเบื้องต้น Form3 พิมพ์ไฟล์นี้ได้ใหญ่กว่า และเร็วกว่าประมาณ 30% เนื่องจากไม่ต้องมีขั้นตอนกวาดเรซิ่นทุกๆชั้นเหมือนกับ Form2

นอกจากนี้มีการทดสอบอีกมาก เช่นการทดสอบพิมพ์ชิ้นงานและซัพพอท เนื่องจากเลเซอร์ตกกระทบตั้งฉากเป็นมีขนาดเล็ก Support จึงมีขนาดเล็กตาม แกะง่าย แต่งชิ้นงานตอนสุดท้ายง่าย

สรุป

จากการได้ทดลองใช้เครื่องทางทีมงานสรุปว่า Formlabs Form3 เป็นเครื่องพิมพ์ที่น่าใช้มาก เครื่องสวย, ออกแบบมาให้ใช้ง่าย คิดมาให้ End User เยอะ (ธรรมดาเครื่องพิมพ์ระบบเรซิ่นจะใช้งานค่อนข้างยากและเลอะเทอะ) สรุปเป็นข้อๆได้ดังนี้

ข้อเด่น

  • ออกแบบมาดี ใช้ง่าย คิดเผื่อคนใช้เยอะ
  • ระบบ Low Force Stereolithography ทำให้พิมพ์ชิ้นงานได้ ละเอียดขึ้น ใสขึ้น
  • Support มีขนาดเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้แกะชิ้นงานได้ง่าย
  • มีเรซิ่นให้เลือกใช้เยอะ ทั้งแบบการแพทย์ / วิศวกรรม / Jewelry
  • ใช้งานร่วมกับ Form Wash และ Form Cure ได้

จุดด้อย

  • วัสดุตัวเครื่องเป็นพลาสติกฉีดขึ้นรูป (Form1, Form2 ตัว Body เป็นอลูมิเนียม)
  • เครื่องใหญ่ ไปหน่อยคับ

ข้อมูลเพิ่มเติม

>> สั่งซื้อ Formlabs Form 3 ที่นี่ <<

การประยุกต์ใช้งานเครื่องพิมพ์และเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ ในการทำ Packaging แบบ Vacuum

การประยุกต์ใช้งานเครื่องพิมพ์และเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ ในการทำ Packaging แบบ Vacuum

        หลายๆ คนที่กำลังมองหาเครื่องมือที่จะนำมาช่วยในการทำงานด้านบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ต่างๆ อยู่นั้นทางเรามีวีธีการนำเครื่องมือที่เรียกว่าเทคโนโลยี 3 มิติ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่สามารถขึ้นรูปชิ้นงานที่มีความซับซ้อนได้เสมือนจริง แถมยังมีต้นทุนที่ต่ำอีก และเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ ที่สามารถสแกนชิ้นงานจริงแล้วนำไฟล์ที่ได้มาแก้ไขให้เหมือนชิ้นงานต้นแบบตามที่เราต้องการได้ (Coppy Model) ซึ่งจะเหมาะกับผู้ใช้งานที่ไม่ได้เชียวชาญด้านการเขียนแบบ 3 มิติ สำหรับท่านที่ไม่มีความรู้ด้านนี้เลยก็สามารถใช้งานได้ วิธีการนี้อาจจะมีการประยุกต์ใช้กับโปรแกรมอื่นๆ ตามความเหมาะสม เช่น Autodesk Meshmixer และอื่นๆ ถ้าท่านใดที่มีความรู้ทางด้านเทคโนโลยีด้าน 3 มิติ อยู่แล้วจะง่ายมากๆ สำหรับนำไปใช้งาน แต่สำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้เลยก็สามารถใช้งานได้เช่นกันทางเรายินดีให้คำปรึกษา และสอนการใช้งานตัวเครื่องอยู่แล้วนะครับ 

ซึ่งตัวอย่างนี้เราจะมาทำ Packaging พลาสติกของแก้วน้ำกันนะครับ ซึ่งจะมีขั้นตอนการทำงานตามลำดับดังนี้

     ขั้นตอนที่ 1 การปรับแต่งชิ้นงานให้เหมาะสมต่อการนำไปใช้ การปรับแต่งนั้นเป็นการปิดรู หรือรอยบนผิวของชิ้นงานที่เราไม่ต้องการออก เพราะว่าการทำ Packaging พลาสติกแบบแวคคั่มปั้มหรือสูญญากาศ (Vacuum) จะต้องปิดช่องหรือรูส่วนที่เราไม่ต้องการออกด้วยถ้าไม่อย่างนั้น เนื้อพลาสติกจะโดนดูดเข้าไปในช่องว่างของชิ้นงานนั้นๆ ทำให้แกะงานแม่แบบออกไม่ได้ การปิดรูนั้นก็แล้วแต่ความถนัดของแต่ละคนเลยว่าถนัดแบบไหน อันนี้เราจะใช้เป็น Blue Tape ปิดรูที่หูจับของแก้วน้ำ ดังภาพประกอบ นำเทปมาติดให้ดีและเนียนที่สุดเท่าที่จะทำได้นะครับ 

 

———————- วีดีโอ ขั้นตอนที่ 1 ———————-

 

     ขั้นตอนที่ 2 การใช้สแกนเนอร์ 3 มิติ สแกนชิ้นงานเพื่อนำไปพิมพ์เป็นบล๊อคแม่แบบในการทำแวคคั่มสูญญากาศ (Vacuum) ซึ่งเราได้ใช้เครื่องสแกนเนอร์เป็นรุ่น Shining Einscan Pro 2X Series ที่มีความแม่นยำสูง 40 ไมครอน ใช้ร่วมกับ Turntable Einscan Pro จะทำให้สแกนงานได้ที่มีขนาดไม่เกิน 200 mm ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เมื่อสแกนชิ้นงานเสร็จต้องนำไฟล์งานออกมาแล้วตั้ง Offset ให้งานให้เพราะ Packaging ของสินค้าก็จะมีขนาดที่ใหญ่กว่าสินค้านิดหน่อย งานที่ได้จาการสแกนจะเป็นไฟล์ .stl , .obj จะได้ไฟล์งานตามรูปภาพประกอบ

 

———————- วีดีโอ ขั้นตอนที่ 2 ———————-

 

     ขั้นตอนที่ 3 การแก้ไขไฟล์ 3 มิติ ที่ได้จากการสแกน ขึ้นตอนนี้ง่ายมากๆ ยิ่งสำหรับคนที่ใช้โปรแกรมเขียน 3 มิติเป็นอยู่แล้วจะเข้าใจได้เร็วมากยิ่งขึ้น ซึ่งโปรแกรมที่เราใช้จะเป็นโปรแกรมฟรี Autodesk Meshmixer โปรแกรมนี้ส่วนมากเราจะใช้ในการทำ Hollow ชิ้นงาน ปรับผิวให้เรียบก่อนที่จะส่งพิมพ์กับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ซึ่งขั้นตอนการทำให้ดูตามวีดีโอนะครับ เมื่อเราเปิดไฟล์เข้ามาในคำสั่ง Import ที่หน้าแรกเลยให้เราระบายสี (เป็นการเลือกพื้นผิวงาน) เพื่อจะทำการปรับผิวงานให้เรียบจะได้ง่ายต่อการทำแวคคั่มสูญญากาศ (Vacuum) คำสั่งที่เราใช้คือ Select >ระบายส่วนที่ตั้งการ >Deform >Smooth ในขั้นตอนการทำ Smooth นั้นจะมีคำสั่งให้เลือกปรับโดยจะเน้นไปที่การปรับ Smooth Scale ยิ่งค่ามากจะเรียบเนียนมากแต่ถ้ามากเกินไปจะทำให้รูทรงชิ้นงานเพี้ยนมากตามไปด้วนะครับ เมื่อได้ค่าที่เหมาะสมแล้วกด Accept ได้เลย ทีนี้เราก็จะได้ไฟล์ 3 มิติ ที่มีผิวงานเรียบเนียมแล้ว ส่วนการ Save งานออกมานั้นให้ใช้คำสั่ง Export > ตั้งชื่องาน นามสกลุที่ได้จะเป็น .stl ให้นำไฟล์ตัวนี้เปิดในโปรแกรมของเครื่องพิมพ์ 3 มิติได้เลยครับ

 

———————- วีดีโอ ขั้นตอนที่ 3-4 ———————-

 

     ขั้นตอนที่ 4 ตั้งค่าการพิมพ์งานกับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ซึ่งเครื่องพิมพ์ 3 มิตินั้นจะมีโปรแกรมที่ใช้ในการตั้งค่าต่างๆ ที่จะใช้พิมพ์ชิ้นงานมากับตัวเครื่องด้วยตัวเครื่องที่เราใช้เป็นตัว Fullscale Max300 ที่มีขนาดพิมพ์งานอยู่ที่ 300x250x300 mm แต่ก่อนหน้านั้นเราจะใช้โปรแกรมของอีกเครื่องพิมพ์รุ่นหนึ่งในการปรับต่งไฟล์งานนิดหน่อยเพื่อให้ง่ายต่อการทำงาน คือโปรแกรม Flashprint ของเครื่องพิมพ์ยี่ห้อ Flashforge ในโปรแกรมนี้เราแค่โดนงานเข้ามาแล้วตัดบางส่วนที่ไม่ต้องการออกกับแบ่งครึ่งชิ้นงานเป็น 2 ชิ้นแค่นั้นเองครับ ดูวีธีการได้ตามวีดีโอ การพิมพ์งานนั้นเราจะใช้ความละเอียดของผิวชิ้นงานอยู่ที่ 200 ไมครอน (Layer Height) พิมพ์งาน 2 ชิ้นเป็นด้านซ้ายและขวา เพราะว่าจะนำมาแวคคั่ม (Vacuum) เป็น  Packaging ซ้าย/ขวา ความเร็วที่ใช้พิมพ์  60mm/s(Print Speed), ความร้อน 210-215 องศา(Temperature), ความหนาของงาน 3 ชั้น(Parameter shell) และเนื้อด้านใน 15% (Fill Density) ใช้วัสดุเป็นพลาสติก PLA (Polylactic acid) ใช้เวลาพิมพ์ประมาณ 9 ชั่วโมง เมื่องานพิมพ์เสร็จแล้วให้แกะออกมาจากนั้นก็สามารถนำไปเข้าเครื่องแวคคั่มแบบสูญญากาศ (Vacuum) ได้เลยครับ

 

     ขึ้นตอนที่ 5 การทำแวคคั่มแบบสูญญากาศ (Vacuum) เราจะใช้แผ่นพลาสติกที่มีความหนา 0.5 มิลลิเมตร เพื่อเน้นความแข็งแรงของตัว Packaging เอง ความร้อนที่ใช้นั้นจะอยู่ที่ 160 องศา เป็นเนื้อพลาสติก HIPS เมื่อความร้อนได้ตามที่เราตั้งแล้วเครื่องจะมีการแจ้งเตือนจากนั้นเราก็ดึงแผ่นพลาสติกลงมาแนบที่ชิ้นงานได้เลยจะเหมือนกับในวีดีโอด้านล่างครับ แล้วเครื่องจะเริ่มดูดอากาศที่อยู่ภายในออกจนหมดหรือให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ข้อควรระวังคือถ้าบางครั้งเราเลือกใช้ความร้อนกับเนื้อพลาสติกที่จะทำการแวคคั่ม (Vacuum)  นั้นไม่เหมาะสมหรือผิดค่าจะทำให้พลาสติกที่ใช้นั้นขาดได้ 

 

———————- วีดีโอ ขั้นตอนที่ 5 ———————-

———————- วีดีโอรวม ———————-

Resin Tank LT: ยืดอายุการใช้งาน และเพิ่มโอกาสการพิมพ์สำเร็จให้งานของคุณ

Resin Tank LT: ยืดอายุการใช้งาน และเพิ่มโอกาสการพิมพ์สำเร็จให้งานของคุณ

Formlabs มีถาดเรซินสำหรับเครื่อง Form 2 (resin tank) ให้เลือก 2 แบบมาตรฐาน (standard resin tank) กับแบบที่ใช้ได้นาน (resin tank LT) ซึ่งใช้งานได้ยาวนานกว่าแบบมาตรฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการพิมพ์บ่อยๆ และถาดชนิดนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการพิมพ์สำเร็จให้สูงขึ้น

ในบทความนี้จะแสดงให้เห็นถึงคุณประโยชน์ของ Resin Tank LT และทำไมจึงควรพิจารณาใช้ Resin Tank LT ในการทำงาน

หมายเหตุ อักษร “LT” ใช้สื่อถึงคำว่า long-term use หมายถึงใช้ได้นาน เช่นในเรซิน Dental LT Clear และ Resin Tank LT.

อายุการใช้งานที่นานกว่า และผลงานที่ดีกว่า

ลักษณะการทำงานของ resin tank คือจะแยกตัวออกจากเนื้องานที่ได้รับแสงยูวีแล้ว หลังจากที่ใช้งาน resin พิมพ์งานไปประมาณ 1-2 ลิตรด้วย resin tank แบบมาตรฐาน คุณจะสังเกตได้ว่าที่ก้นถาด จะมีลักษณะเป็นฝ้า ไม่ใสเหมือนตอนเริ่มใช้งาน นั่นเป็นสัญญาณบอกว่า resin tank เริ่มเสื่อมสภาพ ซึ่งจะมีผลกระทบกับคุณภาพของงานพิมพ์ และอาจจะถึงกับพิมพ์ไม่สำเร็จเลยก็ได้ จึงต้องเปลี่ยนอันใหม่ ซึ่ง Resin Tank LT ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ทนทานต่อการใช้งาน ยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น

Formlabs กำหนดอายุของ resin tank จากปริมาณ resin ที่ใช้ไปเป็นจำนวนขวดขนาด 1 ลิตร ซึ่งจะดูจากการที่ไม่สามารถพิมพ์ FormTest ให้สำเร็จได้ โดยผลจากการทดลองพบว่าเมื่อใช้ standard resin อายุของถาดจะอยู่ที่ 1-2 ขวด ก่อนที่จะต้องเปลี่ยนถาดอันใหม่ ส่วนถาด resin tank LT จะมีอายุนานกว่าถึง 2 เท่าเมื่อใช้กับเรซินแบบ Engineering หรือ Dental Resins แต่ถ้าใช้กับ standard resin จะใช้ได้นานกว่าถึง 5 เท่า

เคล็ดลับของมือโปร- วิธีการยืดอายุการใช้งานของทั้ง Resin Tank LT และ Standard Tank โดยการไม่พิมพ์งานที่จุดเดียวกันซ้ำๆ แนะนำให้กระจายกันไป คุณสามารถตรวจสอบการใช้งานได้ด้วย heat maps ใน Formlabs Dashboard

นอกจากนี้เราได้เก็บข้อมูลการพิมพ์สำเร็จและล้มเหลว จากผู้ใช้งานเครื่องพิมพ์ที่ส่งเข้ามาให้ Formlabs กว่า 600,000 ชิ้นงาน เราพบว่างานที่ใช้ถาด Resin Tank LT ช่วยลดโอกาสการพิมพ์ล้มเหลวลงได้ถึง 57% เมื่อเทียบกับถาดแบบมาตรฐาน ลองดูตารางการเปรียบเทียบการล้มเหลวที่ลดลงในเรซินแต่ละชนิดด้านล่างนี้

ตารางแสดงการลดลงของงานที่ล้มเหลวจากเครื่อง Form 2 เมื่อเทียบ Resin Tank LT vs Standard Tank ในรอบกว่า 6 เดือน

 

 วัสดุ                                                                                             % การลดลงของงานที่ล้มเหลว

Castable Wax 57.14%
Castable Resin 57.14%
Tough Resin 54.17%
High Temp Resin 43.59%
Dental Model Resin 42.11%
Dental SG Resin 40.00%
Grey Resin 38.46%
Durable Resin 37.50%
Dental LT Clear Resin 26.67%
Black Resin 20.00%
Clear Resin 16.67%
White Resin 14.29%
Color Base Resin 10.53%

ขยายความเป็นไปได้ในการพัฒนาวัสดุใหม่ๆ

Resin Tank LT ช่วยให้การพัฒนาวัสดุใหม่ๆ ซึ่งอาจจะทำงานได้ไม่ดีนักกับถาดแบบมาตรฐาน มีความเป็นไปได้มากขึ้น ตั้งแต่ที่เราเปิดตัวถาด LT นี้แล้วเราก็ได้พัฒนาวัสดุวิศวกรรมเช่น Rigid Resin, Grey Pro Resin, และ Elastic Resin ซี่งสามารถพิมพ์ได้ดีด้วย Resin Tank LT

Formlabs มีการพัฒนาวัสดุใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มความสามารถในการผลิตชิ้นงานที่หลากหลายขึ้น เราจึงขอแนะนำให้ใช้ถาด Resin Tank LT เป็นมาตรฐานในการพิมพ์สำหรับวัสดุเรซินทุกชนิด เพื่อประโยชน์ในด้านความทนทาน และอายุการใช้งานที่นานขึ้น เพิ่มโอกาสในการพิมพ์สำเร็จให้มากขึ้น และยังสามารถใช้วัสดุวิศวกรรมต่างๆ ที่มีอยู่ และจะมีเพิ่มขึ้นในอนาคต

การออกแบบใหม่ที่ช่วยป้องกันเรซินกระเด็น

นอกจากการที่ Resin Tank LT จะช่วยเรื่องการใช้งานที่ยาวนานขึ้นแล้ว Formlabs ยังได้ออกแบบเพิ่มเติมเช่น เพิ่มความแม่นยำในการตรวจสอบถาด มีการป้องกันเรซินกระเด็น และการปลดใบปาดทำได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้เพื่อการทำงานอย่างราบรื่น ทั้งถาด Standard Tank และ Resin Tank LT มาพร้อมกับฝาตรอบและใบปาดที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ จึงช่วยให้สะดวกในการเก็บรักษา โดยเมื่อนำถาดออกมาจากเครื่องก็สามารถซ้อนถาดเป็นชั้นๆ ได้

Related image

ระบบที่บูรณาการเพื่อการพิมพ์ที่แม่นยำ และต่อเนื่อง

ด้วยอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น ความสำเร็จในการพิมพ์ที่มากขึ้น และการใช้งานกับวัสดุที่หลากหลายขึ้น เราตื่นเต้นที่เห็นลูกค้าของเราเริ่มเปลี่ยนมาใช้ Resin Tank LT  แล้ว เรายังพัฒนาวัสดุสูตรใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อใช้กับถาดเรซิ่นนี้ 

ขอยืนยันว่า Resin Tank LT นี้สามารถใช้กับเรซินของ Formlabs ได้ทุกตัว (ยกเว้น Ceramic Resin) และเหมาะอย่างยิ่งในการผลิตงานจำนวนมากๆ เรซินบางชนิดเช่น Dental Resins, Engineering Resins, และ Castable Wax Resin ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าทำให้ถาดมีอายุสั้นลงเร็วขึ้น เราจึงแนะนำให้ใช้ถาด Resin Tank LT กับเรซินเหล่านี้

ตารางความเข้ากันได้ของชนิดเรซิน และถาดเรซิน

MATERIAL RESIN TANK LT (RECOMMENDED) STANDARD RESIN TANK
Standard Resins (Black, White, Grey, Clear) ✔️ 5X lifetime ✔️
Dental Resins (Dental Model, Dental SG, Dental LT Clear, Dentures Resins) ✔️ 2X lifetime ✔️
Draft Resin ✔️ 2X lifetime ✔️
High Temp Resin ✔️ 2X lifetime ✔️
Durable Resin ✔️ 2X lifetime ✔️
Tough Resin ✔️ 2X lifetime ✔️
Flexible Resin ✔️ 2X lifetime ✔️
Castable Wax Resin ✔️ 2X lifetime ✔️
Castable Resin ✔️ 2X lifetime ✔️
Color Base Resin ✔️ 2X lifetime ✔️
Grey Pro Resin ✔️ required
Rigid Resin ✔️ required
Elastic Resin ✔️ required
Ceramic Resin ✔️

ทดลองใช้ถาด Resin Tank LT

หากการทำงานของคุณจะดีขึ้นจากคุณสมบัติของถาด Resin Tank LT แล้ว คุณสามารถสั่งถาด Resin Tank LT ไปใช้งานได้เรามีพร้อมส่งให้ทันที

 

ICIT DAY 2019 at KMUTNB

ICIT DAY 2019 at KMUTNB

ขอเรียนเชิญทุกท่านเข้าชมงาน ICIT Day 2019 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ในวันที่ 10-12 กรกฎาคม 2562 นี้ ซึ่งทางเรา Print3DD ได้ร่วมออกงานกับทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ โดยจะมีเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ไปโชว์ให้ได้เห็นกัน ทั้งนี้ยังจะมีเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ ไปสแกนโชว์ให้เห็นกันอีกด้วย สำหรับท่านใดที่อยู่ใกล้ๆ สามารถเข้ามาเยี่ยมชมได้นะคะ ทางเรามีทีมงานที่พร้อมให้คำแนะนำต่างๆ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อสินค้าได้ค่ะ มากันเยอะๆ นะ

คุณพ่อช่วยลูกชายที่สมองพิการให้เดินได้ด้วย 3D Printer

คุณพ่อช่วยลูกชายที่สมองพิการให้เดินได้ด้วย 3D Printer

มีเด็กกว่า 17 ล้านคนบนโลกใบนี้ได้รับผลกระทบจากโรคสมองพิการแต่กำเนิด มันเป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับพ่อแม่มือใหม่ ด้วยกลัวว่าลูกของตนจะมีปัญหาจากโรคนี้ซึ่งทำให้ไม่สามารถนั่ง ยืน เดิน ใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปรกติ

ในการแก้ปัญหาเหล่านี้ให้เด็กสามารถเดินได้ คุณหมอจะใช้วิธีจัดกระดูก หรือใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือซึ่งเริ่มผลิตมาตั้งแต่ช่วงปี 1950 ซึ่งจะทำเป็นรูปร่างมาตรฐาน สวมใส่ไม่พอดี ใส่แล้วไม่สบายตัว ส่วนที่ทำแบบเข้ารูปก็มีราคาแพง อีกทั้งยังใช้เวลานับเดือนในการผลิต

Orthoses on the market today are generally uncomfortable to wear and only high-end, expensive models offer a custom-fit. Custom devices can cost thousands of dollars and take weeks for patients to receive.

เมื่อ 7 ปีที่แล้ว Nik บุตรชายของ Matej คลอดก่อนกำหนด 1 เดือน และเกิดปัญหาระหว่างคลอด ทำให้สมองของ Nik ถูกทำลายบางส่วน ทำให้กลายเป็นสมองพิการ เขาไม่สามารถยืนหรือเดินได้

With Matej’s workflow, the patient’s feet are placed on a vacuum bag in the corrected position and 3D scanned.

Matej ตั้งปณิธานว่าจะช่วยให้ลูกชายของเขาเดินได้ หลังจากค้นคว้าอยู่นานหลายเดือน เขาใช้เครื่องพิมพ์สามมิติมาช่วยผลิตอุปกรณ์ในการช่วยเดิน ในที่สุด Nik ก็สามารถเดินก้าวแรกได้ด้วยตัวเอง

Nik’s orthosis is barely visible from the outside and fits inside his regular shoes.

หลังจากที่มีคนเห็นการเปลี่ยนแปลงของ Nik บรรดาผู้ปกครองต่างก็รวมตัวกันเพื่อช่วยกันปรับปรุงคุณภาพของอุปกรณ์ช่วยเหลือนั้น เพื่อให้เด็กคนอื่นๆ ได้ประโยชน์ด้วย

Custom-made orthoses for multiple patients. 3D printing offers the design freedom to create orthotics with different thicknesses in different areas to more appropriately support each unique patient.

Matej ลาออกจากงานและตั้งบริษัทชื่อ aNImaKe ตามชื่อ Nik ลูกชายของเขา ในอนาคตเขาจะขยายไยังอวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย โดยที่เริ่มทดสอบไปแล้วก็มีอุปกรณ์ประคองแขน และตัวช่วยให้ขยับนิ้วมือได้ เพื่อให้เด็กๆ สามารถหยิบจับสิ่งของได้

อ่านรายละเอียดการทำงานของ Matej ได้ที่ https://formlabs.com/blog/father-helps-son-with-cerebral-palsy-walk-with-custom-3d-printed-orthosis

Automotive Manufacturing Expo 2019 at Bitec Bangna

Automotive Manufacturing Expo 2019 at Bitec Bangna

 

        เทคโนโลยีมีการวิวัฒนาการใหม่ การปรับเปลี่ยนมีความจำเป็นเพื่อเสริมประสิทธิภาพกระบวนการผลิตให้สูงขึ้น งาน แมนูแฟกเจอริ่ง เอ็กซ์โป จะเป็นเวทีสำหรับนักอุตสาหกรรมมากกว่า 85,000 รายในอุตสาหกรรมการผลิตและสนับสนุนทั่วอาเซียนเพื่อร่วมตัวพบปะกับเจ้าของเทคโนโลยีภายใต้ 2,400 แบรนด์ เทคโนโลยีเพื่อการผลิตพลาสติก แม่พิมพ์ เครื่องจักรผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เทคโนโลยีอัตโนมัติและการประกอบ และโซลูชั่นเตรียมพื้นผิว ซึ่งทาง Print3dd ของเราก็ได้เข้าร่วมจัดงานโดยจะอยู่ Booth ที่ 1B49 เดินเข้าจากประตู EH100 งานเริ่มเวลา 10.00 น.-18.00 น . เราได้นำเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ทั้งขนาดเล็กจนไปถึงขนาดใหญ่ไปโชว์ให้ได้เห็นกันไปเลย อาทิเช่น FF Adventure3, FF Creator Pro, FF Guider2s, FF Creator3 (เครื่องเปิดตัวใหม่), Fullscale Max และเครื่องพิมพ์ระบบ SLA ที่มีความละเอียดสูงอย่าง Formlabs Form2 ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหลายๆ ด้าน เท่านี้ยังไม่พอยังเรายังมีเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ ที่สามารถสแกนงานได้ทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กไปโชว์สแกนให้ดูกันด้วย นั้นก็คือเจ้า Einscan Pro 2x Series ที่ได้รับการพัฒนาให้มีการทำงานที่ดีขึ้นจากตัวเดิมเป็นอย่างมาก มาพร้อมกับ Software ตัวใหม่ด้วยเช่นกัน ท่านใดที่สนใจลองเดินเข้ามาทดลองตัวเครื่องได้นะคะ หรือจะมาขอคำแนะนำเกี่ยวกับเครื่องพิมพ์และเครื่องสแกนเนอร์เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับงานที่ทำอยู่ได้เหมือนกันค่ะ และภายในงานจะมีโปรโมชั่นดีๆ เช่นเคยห้ามพลาดเด็ดขาดนะคะ 
แผนที่งาน



เปรียบเทียบ 3D printing ระบบ FFF vs. SLA vs. SLS

เปรียบเทียบ 3D printing ระบบ FFF vs. SLA vs. SLS

Additive manufacturing (AM) หรือที่เรียกว่าการพิมพ์สามมิติ ช่วยประหยัดเวลา ประหยัดต้นทุน และตัดปัญหาเรื่องขอจำกัดในการผลิตในกระบวนการพัฒนาสินค้าได้ เริ่มตั้งแต่แนวคิดการออกแบบ การทำต้นแบบที่ใช้งานได้ ไปจนถึงการทำอุปกรณ์นำเจาะและจับงาน หรือแม้แต่สินค้าที่จำหน่ายแก่ผู้บริโภค การพิมพ์สามมิติสามารถนำไปใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์

ช่วงหลายปีหลังมานี้ เครื่องพิมพ์สามมิติชนิดความละเอียดสูงเริ่มมีราคาถูกลง ใช้งานง่ายขึ้น และมีความเชื่อถือได้สูงขึ้น เครื่องพิมพ์สามมิติจึงเป็นที่แพร่หลายในกลุ่มธุรกิจมากขึ้น แต่การเลือกใช้เครื่องพิมพ์สามมิติแบบต่างๆ ก็อาจจะเป็นเรื่องปวดหัวว่าจะใช้การพิมพ์สามมิติระบบไหนดีที่เหมาะกับงานของคุณ วัสดุที่ใช้ต้องเป็นอย่างไร เครื่องที่จะใช้รวมถึงการอบรมการใช้งาน รวมถึงราคาและความคุ้มทุน บทความนี้จะเราจะนำคุณไปดูเครื่องพิมพ์สามมิติที่เป็นที่นิยมกันทั่วโลก คือแบบ Fused Filament Fabrication (FFF), stereolithography (SLA), และ selective laser sintering (SLS).

Fused Filament Fabrication (FFF)

Fused Filament Fabrication เป็นระบบที่ใช้โดยทั่วไปอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ใช้ทำงานอดิเรก การทำงานของเครื่องเป็นการให้ความร้อนกับเส้นพลาสติกแล้วฉีดออกมาเป็นเส้นเล็กๆ ทางหัวพิมพ์โดยซ้อนกันเป็นชั้นๆตามรูปร่างของชิ้นงาน

FFF สามารถพิมพ์โดยใช้วัสดุได้หลากหลาย เช่น ABS, PLA, และอื่นๆ วิธีการนี้เหมาะกับงานที่ไม่ซับซ้อนมาก ทำงานได้เร็ว ใช้ทดแทนการกัดโลหะได้เป็นอย่างดี มีต้นทุนต่ำที่สุดในบรรดาการพิมพ์สามมิติทั้งหมด

ชิ้นส่วนที่พิมพ์จากระบบ FFF มักจะมีเส้นของชั้นพลาสติกที่มองเห็นได้ และมีความละเอียดต่ำกว่าเครื่องประเภท SLA และ SLS อาจจะทำให้ไม่เหมาะกับการพิมพ์งานที่ต้องการความละเอียดสูง หรือมีรายละเอียดย่อยๆ จำนวนมาก การตกแต่งผิวงานอาจจะทำได้โดยการขัด หรือการใช้สารเคมี เครื่องพิมพ์แบบ FFF ยังสามารถใช้เส้นพลาสติกแบบละลายได้ในการทำ support ทำให้สามารถพิมพ์งานที่มีความซับซ้อนได้ นอกจากนี้ยังมีพลาสติกให้เลือกใช้หลากหลายชนิด

Stereolithography (SLA)

Stereolithography เป็นเทคโนโลยีสามมิติแบบแรกที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี 1980 และปัจจุบันยังเป็นที่นิยมอย่างมาก SLA ใช้แสงเลเซอร์ในการทำให้เรซินเหลวแข็งตัวเป็นชิ้นงาน ซึ่งเรียกว่า photopolymerization

มาดูกันว่า stereolithography ทำงานอย่างไร

ผลงานจากเครื่อง SLA จะมีความละเอียดสูงสุด และความเที่ยงตรงสูง แสดงรายละเอียดเล็กๆ ได้ดี ผิวสัมผัสจะเรียบเนียนกว่าเมื่อเทียบกับระบบการพิมพ์อื่นๆ แต่ที่เป็นจุดเด่นจริงๆ คือการใช้งานได้หลากหลาย มีวัสดุเรซินที่ผลิตขึ้นมาให้มีคุณสมบัติทางกายภาพ เคมี และพื้นผิวที่มองเห็นได้ ให้เหมือนกับวัสดุมาตรฐานในงานอุตสาหกรรมโดยทั่วไป

ผลงานจากเครื่อง SLA จะมีขอบมุมที่คม ผิวเรียบ และแทบจะไม่เห็นเส้นเลเยอร์ ภาพด้านบนแสดงให้เห็นผลงานจากเครื่อง SLA Form2 เครื่อง SLA เหมาะอย่างยิ่งกับงานที่ต้องมีรายละเอียดสูง เน้นความคลาดเคลื่อนต่ำ และมีผิวที่เรียบ ใช้ในงานอุตสาหกรรม ทันตกรรม เครื่องประดับ การทำแม่พิมพ์ และในวงการการศึกษา

Selective Laser Sintering (SLS)

Selective laser sintering เป็นระบบการพิมพ์สามมิติที่ใช้กันทั่วไปในงานอุตสาหกรรม SLS จะใช้แสงเลเซอร์กำลังสูงในการหลอมรวมผงพลาสติก ผงพลาสติกส่วนที่ไม่ถูกหลอมจะทำหน้าที่เป็น support ให้ตัวงานในระหว่างที่พิมพ์ ทำให้ไม่ต้องสร้าง support ขึ้นมาอีก ทำให้ระบบนี้เหมาะกับงานที่มีรูปร่างซับซ้อน งานที่มีโครงสร้างอยู่ภายใน งานที่มีส่วนเว้า และงานที่มีผนังบาง งานที่ผลิตจากเครื่อง SLS จะมีคุณสมบัติเทียบเท่างานที่ผลิตจากเครื่องฉีดพลาสติกในโรงงานอุตสาหกรรม

งานพิมพ์จากเครื่อง SLS จะมีผิวที่หยาบเล็กน้อย แต่แทบจะไม่เห็นเส้นเลเยอร์เลย ภาพด้านบนพิมพ์จากเครื่อง Formlabs Fuse 1 วัสดุที่ใช้กับเครื่อง SLS มักจะเป็นไนลอน ซึ่งเป็นที่นิยมในงานวิศวกรรม มีคุณสมบัติเชิงกลที่ดีเยี่ยม ไนลอนมีน้ำหนักเบา แข็งแรง ให้ตัวได้ แต่มีความคงตัวต่อแรงกระแทก สารเคมี ความร้อน แสงยูวี น้ำ และฝุ่น ด้วยราคาต่อชิ้นที่ถูกมาก ผลผลิตที่สูง และวัสดุพิมพ์ที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป ทำให้เครื่อง SLS เป็นที่นิยมของวิศวกรในการผลิตต้นแบบ และเป็นทางเลือกแทนการฉีดพลาสติก ในจำนวนน้อยๆ หรือช่วงสั้นๆ ก่อนการผลิตจริง

เปรียบเทียบระหว่างการพิมพ์ระบบ FFF, SLA, และ SLS

ต้นทุน และความคุ้มทุน

ท้ายที่สุดคุณควรเลือกเครื่องพิมพ์ที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณมากที่สุด ราคาของเครื่องพิมพ์ลดลงตลอดเวลา แต่ก็มีเครื่องรุ่นใหม่ๆ ที่มีคุณสมบัติเพิ่มขึ้นออกวางตลาดอยู่เสมอ เครื่องพิมพ์สามมิติทั้งสามระบบนี้สามารถหาซื้อได้ทั่วไปในราคาที่จับต้องได้

การคำนวณต้นทุนไม่ได้จบที่ราคาเครื่องเท่านั้น ค่าวัสดุพิมพ์ และค่าแรงงานก็เป็นส่วนสำคัญของต้นทุนต่อชิ้นเช่นกัน ตารางต่อไปนี้เป็นแยกรายละเอียดตามเทคโนโลยีของเครื่องพิมพ์

ใหม่! Form 3 และ Form 3L

ใหม่! Form 3 และ Form 3L

Formlabs นำเสนอเครื่องพิมพ์ Form 3 และ Form 3L ที่ใช้ระบบแรงดึงต่ำ (LFS™)

Formlabs ผู้นำวงการเครื่องพิมพ์ระบบ SLA ได้เปิดตัวเครื่องพิมพ์ 2 รุ่นที่จะปฏิวัติงานพิมพ์ระดับอุตสาหกรรม โดยมี Form 3 เครื่องพิมพ์มืออาชีพแบบตั้งโต๊ะรุ่นล่าสุด และ Form 3L เครื่องพิมพ์ระบบ SLA ขนาดใหญ่ในราคาที่คุณเอื้อมถึง

ทั้งสองรุ่นจะมาพร้อมเทคนิคการพิมพ์แบบแรงดึงต่ำ (Low Force Stereolithography-LFS™) ซึ่งจะช่วยให้งานพิมพ์มีคุณภาพสูงมาก ใช้ support น้อยลง และมีแท่นพิมพ์ที่สนับสนุนเรซิ่นที่หลากหลายมากขึ้น

ซอฟแวร์รุ่นใหม่ช่วยให้ส่งไฟล์ไปพิมพ์จากระยะไกล และยังสามารถจัดลำดับคิวงานที่จะพิมพ์ได้ด้วย ช่วยให้การทำงานเป็นทีมมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยลดระยะเวลาที่ต้องหยุดเครื่อง ทำให้ทำงานได้จำนวนมากขึ้น และต่อเนื่อง นอกจากนั้นยังปรับปรุงระบบตรวจสอบ และแจ้งเตือนต่างๆ การออกแบบเครื่องที่ผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆ ได้เอง และระบบ LFS ที่ช่วยให้พิมพ์งานที่ใหญ่ขึ้นถึง 5 เท่าในรุ่น Form 3L

ระบบ LFS เป็นอย่างไรกันแน่

Form 3 และ Form 3L ถูกพัฒนาและออกแบบใหม่ทั้งหมดเพื่อให้ลดแรงดึงในขณะพิมพ์ลงไปอย่างมาก ระบบ LFS จะใช้ถาดพิมพ์แบบอ่อนตัวได้ และระบบยิงแสงแนวเดียวที่ให้ความเที่ยงตรง และแม่นยำสูงมาก การมีแรงดึงต่ำทำให้ช่วยให้ใช้ support ที่เล็กลง แกะออกได้ง่าย นอกจากนี้ระบบ LFS ยังเปิดโอกาสให้การพัฒนาวัสดุพิมพ์และวิธีการผลิตต่างๆ ในอนาคตเป็นไปได้เร็วขึ้น

ระบบกลไกแสงภายในเครื่อง Form 3 และ Form 3L ถูกออกแบบใหม่ทั้งหมดโดยแหล่งกำเนิดแสง (Light Processing Unit-LPU) ซึ่งประกอบด้วยเลนส์ และกระจกสะท้อนแสงช่วยให้การยิงแสงมีความแม่นยำสูง การทำงานจะเริ่มจากแหล่งกำเนิดแสงจะยิงแสงเลเซอร์ไปยัง Galvanometer ในแนวแกน Y จากนั้นจะผ่าน Spatial Filter เพื่อให้จุดแสงมีความคมชัดมากขึ้นแล้วไปสะท้อนกับกระจกเงา และกระจกเงารูปพาราโบลา ทำให้แสงตั้งฉากกับชิ้นงานที่พิมพ์อยู่เสมอ

มาตรฐานใหม่ของเครื่องพิมพ์ 3D ระดับอุตสาหกรรม

เมื่อมีปัญหาใดๆ เกิดขึ้นกับเครื่องพิมพ์ ระบบที่ถูกออกแบบมาให้บำรุงรักษาได้ง่าย จะมีการแจ้งเตือน โดยผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนชิ้นส่วนอะไหล่ได้เอง เช่นชุดกำเนิดแสง ถาดเรซิ่น ลูกปืน หน้าต่างรับแสง โดยไม่ต้องส่งเครื่องกลับไปที่ศูนย์ ระบบการตรวจสอบตัวเองของเครื่องช่วยให้คุณมั่นใจได้

การออกแบบเครื่องให้ใช้งานได้ง่าย มีตัวช่วยเช่นซอฟแวร์ การทำงานผ่าน cloud จอภาพระบบสัมผัส ทำให้ใครๆ ก็ใช้งานเครื่องนี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่านการอบรมเป็นพิเศษ

ซอฟแวร์รุ่นล่าสุดซึ่งฟรี และมีความสามารถสูงช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น สั่งพิมพ์จากระยะไกลได้ จัดคิวงานได้ และสามารถจัดการ และอนุมัติการพิมพ์ผ่าน Dashboard ได้ด้วย

ระบบที่สร้างเพื่อพิมพ์งานใหญ่ๆ

ระบบ LFS ระบบ LPU และระบบยิงแสงระนาบเดี่ยว ผสานกันเพื่อให้สามารถพิมพ์งานที่ใหญ่ขึ้น Form 3L เป็นเครื่องแรกที่ใช้ระบบเหล่านี้เพื่อการผลิตงานขนาดใหญ่ โดยมี ชุดกำเนิดแสงถึงสองชุดทำงานร่วมกันอย่างกลมกลืน

นับเป็นครั้งแรกที่คุณจะสามารถผลิตงานขนาดใหญ่ได้ภายในหน่วยงานของคุณเอง ด้วยต้นทุนที่ต่ำ และรวดเร็ว ส่วนการผลิตจำนวนมาก Form 3L สามารถพิมพ์งานจำนวนมากในครั้งเดียว เช่นงานเครื่องประดับสามารถพิมพ์แหวน 150 วงในถาดเดียว หรือแล็บทันตกรรมสามารถพิมพ์ฟันปลอมได้ถึง 40 ชิ้นในครั้งเดียว

Form 3 และ Form 3L ใช้ขวดน้ำยาเดียวกับ Form 2 โดย Form 3L ใส่ได้พร้อมกัน 2 ขวด ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำยาหมดระหว่างพิมพ์งานขนาดใหญ่

เปรียบเทียบ Form ทั้ง 3 รุ่น (ดูการเปรียบเทียบแบบละเอียด ที่นี่ )

FORM 3 FORM 3L FORM 2
Technology Low Force Stereolithography (LFS) Low Force Stereolithography (LFS) Stereolithography (SLA)
Build Volume (W × D × H) 14.5 × 14.5 × 18.5 cm

5.7 × 5.7 × 7.3 in

33.5 × 20 × 30 cm

13.2 × 7.9 × 11.8 in

14.5 × 14.5 × 17.5 cm

5.7 × 5.7 × 6.9 in

Layer Thickness (Axis Resolution) 25 – 300 microns

.001 – .012 in

*25 – 300 microns

*.001 – .012 in

25 – 300 microns

.001 – .012 in

XY Resolution 25 microns

0.001 in

25 microns

0.001 in

n/a
Laser Spot Size 85 microns

0.0033 in

85 microns

0.0033 in

140 microns

0.0055 inches

Resin Cartridges 1 2 1