ประกาศ Solid Edge 2020: SHINING 3D Edition เติมเต็มงานด้าน Reverse Engineering

ประกาศ Solid Edge 2020: SHINING 3D Edition เติมเต็มงานด้าน Reverse Engineering

ทาง SHINNING 3D ประกาศอัพเดทซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นใหม่สำหรับ Solid Edge 2020 ตามหัวข้อเรื่องที่ได้ระบุไว้ข้างต้นโปรแกรม Solid Edge ได้เพิ่มเติมงานด้าน Reverse Engineering ให้มีลูกเล่นและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นในที่นี้เราจะมาแนะนำฟังก์ชั่นใหม่ๆ ที่ถูกเพิ่มเติมและปรับปรุงเข้ามาให้ได้รับชมกันครับ

– ฟังก์ชั่น “Remesh” ปรับแต่ง Polygons ของชิ้นงานเพื่อรักษารูปร่างของแบบชิ้นงาน (คล้ายๆกับการลด Noise ของชิ้นงานเพื่อให้ความคมของขอบความเว้าและส่วนต่างๆดีขึ้น) จากงานจะเห็นได้ว่ามุมของชิ้นงานและส่วนต่างๆ เช่นขอบหรือวงกลมจะมีความคมชัดขึ้น – นอกเหนือจากการ Remesh แล้วยังมีข้อดีที่แฝงมาด้วยอีกนั้นคือเมื่อ Polygons ของชิ้นงานนั้นมีจำนวนที่น้อยลงแล้วทำให้ไฟล์งานของคุณนั้นมีขนาดไฟล์ที่ลดลงไปด้วย แต่ประการนั้นเราก็ไม่ควรที่จะลดจำนวน Polygons มากจนเกินไปเพราะจะทำให้ชิ้นงานบางส่วนผิดเพี้ยนได้ครับ

– ฟังก์ชั่น “Automatic Regions” เป็นโหมดการระบายเพื่อสร้าง Plane ให้กับชิ้นงานทาง Solid Edge 2020 ได้ปรับปรุงระบบอัตโนมัติการระบายเข้ามาให้ดียิ่งขึ้น โดยที่โปรแกรมจะคำนวณพื้นผิวและส่วนใกล้เคียงความเป็นไปได้ต่างๆเช่น วงกลม , สี่เหลี่ยม , ทรงกระบอก และอื่นๆ ได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม – ฟังก์ชั่นFill Holes” , “Smooth Mesh” , “Delete Mesh” อัพเดทมาล้ำยิ่งขึ้นให้สามารถแก้ไขปิดรอยรั่วทำชิ้นงานให้ดูสมูทและสามารถเลือกและลบส่วน ที่ไม่ต้องการออกได้ และในที่สุดโปรแกรม CAD ก็สามารถเข้า Origin ของชิ้นงานที่เป็นไฟล์ .STL ได้แล้วครับ – ฟังก์ชั่นที่ถือว่าเป็นปัญหามาตลอดในตอนนี้ Solid Edge 2020 เติมเต็มส่วนนี้ให้แล้วครับกับ “Align” สิ่งนี้เป็นสิ่งแรกที่ควรทำกับชิ้นงานที่จะทำการ Reverse เลยครับ “Align” เป็นการดึงให้ชิ้นงานเข้าสู่แกน XYZ ตามที่เราต้องการเพื่อให้การทำงานที่กระทำบนตัวชิ้นงานทำได้ง่ายขึ้นเช่น 1. การ Preview งานในมุมต่างๆ 2. การสร้าง Plane จาก Origin ไปที่ชิ้นงาน 3. การวัดชิ้นงานในส่วนต่างๆ ควรเริ่มจาก Origin เรามาดูการดึงชิ้นงานเข้าสู่ Origin ในแบบต่างๆกันครับ – ดึงชิ้นงานเข้าแกนหลักของ Origin ไปแนบที่ผิวของชิ้นงาน – นำชิ้นงานเข้าสู่ Origin โดยอ้างอิงจาก Boundary Box – นำชิ้นงานเข้าสู่ Origin โดยอ้างอิงจากส่วนต่างๆของชิ้นงานเฉพาะส่วนเรขาคณิต – ฟังก์ชั่น “Section Sketches” มีประโยชน์ในการสร้างภาพร่างของส่วนแนบไปที่พื้นผิวของชิ้นงานซึ่งสามารถใช้สำหรับการสร้างผิวหรือโครงสร้าง B-rep โดยใช้คำสั่งเช่น BlueSurf, Sweep, Extrude และอื่น ๆ ที่อ้างอิงมาจาก Line, Arc Circle หรือ Ellipse โปรแกรมจะคำนวณ Section Line กับชิ้นงานให้โดยอัตโนมัติทันทีโดยชิ้นงานดังกล่าวจำเป็นที่จะต้องสมบูรณ์ระดับนึง หลังจากที่ได้ Section Line แล้วผู้ใช้ก็สามารถสร้างผิวงานเพิ่มความหนาได้ตามต้องการ *นอกเหนือจากนี้โปรแกรม Solid Edge 2020 ยังมีฟังก์ชั่นอีกหลายอย่างที่น่าสนใจและทางเรา PRINT3DD จะมาอัพเดทข่าวสารและการอัพเดทโปรแกรม Solid Edge จากเดิมเฉพาะผลิตภัณฑ์ของทาง Shinning 3D ให้ทราบกันต่อในคราวหน้านะครับ*

เวลาทำงานลดลงด้วย Outline Drawing

เวลาทำงานลดลงด้วย Outline Drawing

หลายคนคงต่างหาวิธีการต่างๆเพื่อทำให้การทำงานเร็วขึ้น และสะดวกขึ้น เช่นเดียวกับการเขียนแบบ 3 มิติ ซึ่งวันนี้จะมีตัวอย่างชิ้นงานที่มีความหนาค่อนข้างน้อย ซึ่งสามารถที่จะสแกนและมาทำ Reverse Engineering ในรูปแบบของ Surface Modeling ได้เลย โดยที่ใช้เวลาในการทำงานไม่เกิน 5 นาที!!! และชิ้นงานนี้ความหนาประมาณ 1.8 mm ซึ่งเครื่อง Einscan-Pro2x สามารถที่จะสแกนเก็บความหนาที่ค่อนข้างน้อยได้ ซึ่งถือว่าเป็นความหนาที่ค่อนข้างน้อยมาก

ขั้นตอนการทำงาน

1.Input STL File เข้ามาใน Geomagic Essentials Software

 

2.ทำการ Sketch outline รอบๆชิ้นงานด้วยการใช้คำสั่ง Draw จากนั้น ทำการ Save เป็น .IGES File และ Input file เข้า Solid Edge Software

 

3.จากนั้นทำการสร้างพื้นผิวโดยใช้คำสั่ง bounded ในหน้าต่างของ surfacing

 

 

4.เมื่อทำการสร้าง Surface เรียบร้อยแล้วจึงทำการดึงความหนาของชิ้นงานเป็นขั้นตอนต่อไป สิ้นสุดขั้นตอนการทำงาน

 

 

ในกรณีถ้าเป็นการ Sketch ต้องใช้เวลามากกว่ามี Free curve รอบๆตัวชิ้นงานแล้วสามารถทำเป็น Surface Modeling ได้เลย

 

ติดตามการพิมพ์และสั่งการจากระยะไกลขึ้นรูปงานด้วย Flash Cloud : FlashForge 3D Printer

ติดตามการพิมพ์และสั่งการจากระยะไกลขึ้นรูปงานด้วย Flash Cloud : FlashForge 3D Printer

ในยุคสมัย 4.0 นี้จำเป็นต้องทันต่อสถานการณ์และเหตุการต่างๆ เช่นเดียวกันเครื่องพิมพ์ 3มิติเมื่อพิมพ์ขึ้นรูปงานทิ้งไว้เป็น วันหรือหลายๆชั่วโมงหากผู้ใช้เองมีธุระที่ไม่สามารถเฝ้าเครื่องพิมพ์และอาจจะต้องการที่จะดูว่างานที่ขึ้นรูปนั้นสำเร็จไปเท่าไหร่แล้วหรือบางครั้งต้องการที่จะสั่งพิมพ์งานจากนอกสถานที่และนั้นจึงเป็นที่มาของ Flash Cloud สำหรับแอพพลิเคชั่นนี้จะมีการใช้งานที่เข้าใจง่ายและสะดวกต่อตัวผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่นนี้จะอยู่ในเครื่องพิมพ์ 3 มิติรุ่น

FlashForge Guider 2S

FlashForge Creator 3

Flash Cloud ทำอะไรได้บ้าง

– สามารถดูสถานะของเครื่องพิมพ์ 3มิติ ณ เวลาปัจจุบันและสามารถเพิ่มเครื่องได้เป็นจำนวนมาก

– อัพโหลดไฟล์ที่ต้องการพิมพ์เก็บไว้หรือแชร์ไฟล์และเลือกหมวดหมู่ของประเภทงานได้ เพื่อแบ่งปันให้ผู้คนที่สนใจได้สามารถนำไฟล์ของเราไปใช้ต่อ  (มีพื้นที่ว่างให้ 512Mb นะครับ)

– ตั้งค่าไฟล์ที่อัพโหลดและสั่งพิมพ์ขึ้นรูปได้จากเว๊บไซต์ Flash Cloud ได้เลย  (มีประโยชน์มากสำหรับการใช้งานนอกสถานที่ไม่จำเป็นต้องโหลดโปรแกรมมาเพื่อสั่งพิมพ์ขึ้นรูป)

– สามารถสั่งพิมพ์งานจากไฟล์ที่เก็บไว้ในบัญชี Flash Cloud ของผู้ใช้งานได้ทันทีหากเครื่องเปิดอยู่

– สามารถดูงานขณะที่เครื่องกำลังทำงานอยู่ได้โดยดูผ่านกล้องที่ติดอยู่ภายในเครื่อง ผ่านเว๊บไซต์ Flash Cloud

การใช้งาน Flash Cloud https://cloud.sz3dp.com/

  • Register เพื่อเข้าสู่ระบบของเว๊บไซต์ FlashCloud และจะเข้าสู่หน้าการสั่งการทำงาน

  • เมื่อเราเข้ามาหน้าโหมดของการ Add Printer แล้วให้ทำการเลือก 3D Printer ที่ต้องการใช้งานลงไปในบัญชีของเรา

 

  • เมื่อเข้าสู่การตั้งค่าเครื่อง 3D Printer ตั้งชื่อให้เครื่องพิม์และจะมีช่องให้เราใส่ Registration Code
  • ที่เครื่อง 3D Printer ของผู้ใช้จะมีรายละเอียดของเครื่องพิมพ์บอกและใส่รายละเอียดลงไปในช่อง Registration Code เพื่อยืนยัน

  • เมื่อทำการยืนยันตัวเครื่องพิมพ์เสร็จก็จะเข้าสู่โหมดของการทำงานสามารถเลือกใช้ได้จากเมนูด้านซ้ายมือ

  • ในส่วนของ My Model เราสามารถอัพโหลดไฟล์งานมาเป็นรายการเก็บไว้ได้เมื่อต้องการสั่งพิมพ์ก็เลือกไฟล์ที่อัพโหลดไว้สั่งพิมพ์ได้เลย

– นอกเหนือจากนี้ Flash Cloud ยังสามารถเลือกแชร์ไฟล์ที่ผู้ใช้ได้มีการอัพโหลดลงให้ผู้อื่นเห็นและ ให้ผู้ใช้อื่นโหลดไปพิมพ์ได้เช่นกันในที่นี้สามารถเลือกหมวดหมู่ของชิ้นงานที่ผู้ใช้อัพโหลดได้ว่าต้องการให้ชิ้นงานนี้อยู่ในหมวดหมู่ใด

– ถือเป็นจุดเด่นเพราะมีความสะดวกสบายในการขึ้นรูป เช่นหากต้องการแชร์ให้เพื่อนหรือผู้ใช้งานอื่นก็สามารถสั่งพิมพ์ได้เลยผ่านเว๊บไซต์นี้ไม่ต้องทำการดาวน์โหลดไฟล์มาให้เสียเวลา

– ไม่จำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการสั่งงาน ผู้ใช้สามารถใช้สมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ตได้ และสามารถสั่งพิมพ์ขึ้นรูปได้เลยเพียงแค่ใช้ไฟล์ที่ได้จากการแชร์มาในเว๊บไซต์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สร้างหัวฝักบัวรดน้ำ เพื่อยืดเวลาให้รดน้ำได้นานขึ้นด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

สร้างหัวฝักบัวรดน้ำ เพื่อยืดเวลาให้รดน้ำได้นานขึ้นด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

 

วันนี้เรามาออกแบบหัวฝักบัวรดน้ำต้นไม้กันครับเนื่องจากหัวเดิมได้หายไป วันนี้เราจะมาออกแบบหัวฝักบัวให้น้ำไหลได้น้อยและสามารถรดน้ำต้นไม้ ได้นานขึ้นกว่าเดิมกัน ดูจากรูปภาพเป็นการออกแบบง่ายๆ ไม่ยากแต่ออกแบบแล้วต้องไปเข้ากระบวนการผลิตแบบไหนถ้าจะให้ไปฉีดขึ้นรูปก็คงจะใช้ทุนสูงมาก หันมาใช้ประโยชน์จากเครื่องพิมพ์ 3 มิติกันครับ งานที่ได้ก็สามารถนำไปใช้จริงได้เลยเพียงแค่เรามีไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ ก็สามารถประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆ หรือ ซ่อมแซมของเก่าที่มีอยู่ให้สมบูรณ์ดังเดิมก็เป็นเรื่องง่าย เพียงแค่เรามีเครื่องพิมพ์ 3 มิติครับ 

วันนี้เรามาพิมพ์ขึ้นรูป 3 มิติหัวฝักบัวรดน้ำกัน ออกแบบ 3D โดยโปรแกรม Solid Edge ST10 Classic และใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติรุ่น FlashForge Creator Pro ในการขึ้นรูปครับ

เรามาเริ่มออกแบบกันได้เลยครับ ^^

โดยโปรแกรมที่เราใช้ Solid Edge ST10 Classic มีความสามารถในการออกแบบ 3D ได้รวดเร็วและสะดวกและไม่มีความสลับซับซ้อนเนื่องจากมีโหมด Synchronous ทำให้รวดเร็วในการออกแบบยิ่งขึ้น

การออกแบบหัวฝักบัวรดน้ำให้มีประสิทธิภาพนั้นจำเป็นต้องมีระยะห่างให้น้ำได้ไหลผ่านที่เหมาะสมน้ำที่ไหลออกมาจะไหลออกมาเป็นเส้น และขนาดรูที่เหมาะสมนั้นจะทำให้การรดน้ำของเราสามารถรดน้ำต้นไม้ได้นานยิ่งขึ้น เมื่อออกแบบสำเร็จแล้วขั้นตอนต่อไปก็ Save Files เป็น .STL แล้วไปทำการแปลงไฟล์ก่อนเริ่มพิมพ์ได้เลยครับ

ชิ้นงานนี้ใช้ PLA เป็นวัสดุในการขึ้นรูปและอย่างที่เห็นครับงานลักษณะแบบนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ Support มาค้ำในส่วนต่างๆ เนื่องจากเครื่องพิมพ์สามารถขึ้นรูปได้ เมื่อตั้งค่าเสร็จแล้วก็พร้อมพิมพ์ขึ้นรูปแล้วครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เครื่องพิมพ์ 3 มิติกับการผลิตชิ้นส่วนวิศวกรรมยานยนต์ สนับสนุนทีมลูกพระบิดา.

เครื่องพิมพ์ 3 มิติกับการผลิตชิ้นส่วนวิศวกรรมยานยนต์ สนับสนุนทีมลูกพระบิดา.

 

ทางเรา PRINT3DD ได้มีโอกาสสนับสนุนการผลิตชิ้นส่วนวิศวกรรมยานยนต์ ในส่วนของ  Intake Manifold ในรถ Formula เพื่อใช้ในการแข่งขัน 2019 Fumula SAE Japan – Monozukuri Design Compettition ระหว่างวันที่

24 สิงหาคม – 4 กันยายน 2562สนามแข่งมาตรฐาน ECOPA (Ogasayama Sports Park), Shizuoka Prefecture, Japan โดยใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติในการขึ้นรูปให้กับทาง ทีมลูกพระบิดา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และนำไปใช้จริงของส่วนประกอบดังกล่าว ซึ่งส่วนประกอบดังกล่าวนั้นเป็นวัสดุ ABS สีดำโดยใช้เครื่องพิมพ์ไซต์ใหญ่ที่ทางเรามีคือรุ่น CreatBot FullScale Max 450

 

 

  • โดยในส่วนของ Intake Mainfold นั้นก็คือส่วนของปลายท่อที่ติดกับเครื่องยนต์โดยในส่วนตรงนี้หลังจากที่ขึ้นรูปงานด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ CreatBot FullScale Max 450 เสร็จก็ได้มีการชั่งน้ำหนักโดยรวม 2 ชิ้น อยู่ที่ 1.8 กิโลกรัม โดยงานดังกล่าวยังไม่ได้มีการแกะ Support แต่หลังจากที่แกะ Support แล้วจะเหลือน้ำหนักโดยประมาณ 700 กรัม

งานที่ยังไม่ได้แกะ Support น้ำหนักโดยรวม 1.8 กิโลกรัม 2 ชิ้น

หลักจากแกะ Support ก็สวยงามและน้ำหนักเหลือเพียง 700 กรัม รวมกัน 2 ชิ้น

  • ชิ้นส่วนดังกล่าวจะนำไปใช้ประกอบและดัดแปลงเข้ากับรถฟอมูล่าที่ทาง ทีมลูกพระบิดา ได้สร้างขึ้นดังภาพต่อไปนี้ทางเราได้สอบถามที่หันมาทดลองใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติเนื่องจากต้องการลดน้ำหนักองค์ประกอบโดยรวมของรถ Formula ทั้งคันซึ่งการนำมาใช้ยังอยู่ในการทดสอบการใช้งานจริงอาจจะต้องนำมาปรับแก้หรือดัดแปลงองค์ประกอบบางส่วนอีกหลายๆอย่าง ซึ่งอนาคตอันไม่ไกลนี้เราอาจจะได้เห็นโครงสร้างรถ Formula ทั้งคันถูกพิมพ์ขึ้นด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

  • PRINT3DD ยินดีและขอขอบคุณที่ทาง ทีมลูกพระบิดา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้เปิดโอกาสให้เครื่องพิมพ์ 3 มิติของทางเรามีส่วนร่วมในการผลิตชิ้นส่วนดังกล่าวและขอบคุณสำหรับโลโก้ PRINT3DD บนเสื้อที่ทาง ทีมลูกพระบิดา ได้ออกแบบมาในที่นี้ด้วยครับ

 

 

กระบวนการ Reverse Engineering ฉบับสมบูรณ์ : Geomagic Essential To Solid Edge

กระบวนการ Reverse Engineering ฉบับสมบูรณ์ : Geomagic Essential To Solid Edge

3 กระบวนการก่อนเข้ากระบวนการผลิต

เราจะมานำเสนอขั้นตอนการทำ Reverse Engineering และเครื่องมือเฉพาะทางที่ใช้งานได้อย่างดีเยี่ยมกันครับนั้นคือโปรแกรม Geomagic® Essentials

ข้อดีของโปรแกรม Geomagic® Essentials

  1. ช่วยลดเศษของไฟล์สแกนที่ติดมาด้วยไม่จำเป็นให้น้อยลงและลด Noise ของงานให้ดีขึ้น
  2. เปลี่ยนไฟล์ Point ให้เป็น Solid และสามารถเปลี่ยนจาก Solid กลับไปเป็น Point ได้เหมือนเดิม
  3. สามารถกำหนดจุด Origin ให้ชิ้นงานที่เกิดจากการสแกนได้ง่ายเพราะงานที่ถูกสแกนมานั้นจะไม่มีจุด Origin ที่แน่นอน
  4. กำหนด Plane ของชิ้นงานในทุกๆส่วนได้ง่ายและตรงจุด

*นี้ยังเป็นข้อดีเพียงเล็กน้อยของโปรแกรมนะครับยังมีอีกมากที่ทำได้ ^^*

หลายๆท่านคงจะสงสัยกันว่า

Reverse Engineering คืออะไร ทำไมสแกนมาแล้วถึงไม่เข้ากระบวนการขึ้นรูปได้เลยและประโยชน์ของการทำ Reverse วันนี้เราจะมาอธิบายให้ได้รู้กันครับ

Reverse Engineering หรือ วิศวกรรมย้อนรอย คือการทำให้ชิ้นงานที่เสียหายหรือปรับแต่งชิ้นงานที่ผ่านการสแกนมาแล้วนั้น ดีขึ้น กระบวนการค้นหาโครงสร้างเดิม ฟังก์ชันการทำงานของอุปกรณ์หรือระบบหนึ่ง ๆ มักเกี่ยวข้องกับการแยกชิ้นส่วนของอุปกรณ์ออกจากกัน แล้ววิเคราะห์การทำงานในแต่ละส่วน จากนั้นจึงนำมาสร้างอุปกรณ์ใหม่ ที่เป็นรูปแบบเดิมโดยปราศจากการคัดลอกจากต้นแบบ ยกตัวอย่าง

มีงานที่แตกหักเราต้องการซ่อมงานชิ้นนี้โดยสามารถทำได้คือ ทำการสแกนงานชิ้นเดิมเพื่อนำโครงสร้างของงานชิ้นเดิมมาเติมแต่งให้สมบรูณ์ หรือ ทำการสแกนงานชิ้นเดิมมาวาดขึ้นใหม่แล้วเติมแต่งในส่วนที่ต้องการให้เป็นแบบงานที่เราต้องการได้ การทำ Reverse เหมือนการวาด 3D ขึ้นมาใหม่แต่เพียงแค่เราอ้างอิงจากโครงสร้างเดิมของไฟล์สแกน ทำให้เราทำการ ขึ้นรูป 3D ใหม่ได้ง่ายขึ้นเท่านั้นเองครับ

ซึ่งหลาย ๆ คนจะพบปัญหาการทำงานเกี่ยวกับ Reverse ในหลายๆโปรแกรม ที่เคยได้ใช้งานกันมา ในวันนี้เราจะมาแสดงให้เห็นถึงสุดยอด Solution และความคุ้มค่าของเครื่องสแกนเนอร์ EinScan Pro 2x Series กันครับ ว่างานที่ถูกสแกนมานี้เมื่อได้ไฟล์งานสแกนมาแล้วเราควรจะทำอะไรต่อให้ไฟล์ที่ถูกสแกนมา สมบูรณ์ที่สุดก่อนเข้ากระบวนการขึ้นรูป 3 มิติ

หลังจากที่ทำการวาดขึ้นใหม่สำเร็จแล้วก็เข้ากระบวนการขึ้นรูปโดย 3D Printer ได้เลยครับ

 

 

 

 

 

PVA & PLA ซัพพอทเยอะแค่ไหนก็ละลายได้ด้วยน้ำเปล่า

PVA & PLA ซัพพอทเยอะแค่ไหนก็ละลายได้ด้วยน้ำเปล่า

ทดสอบการขึ้นรูป PLA และซัพพอท PVA ด้วยเครื่องพิมพ์ FlashForge Creator 3 สองหัวพิมพ์อิสระ จะดีอย่างไรมารับชมกันครับ

         เรามาทดลองพิมพ์ชิ้นงานโมเดลที่มีการใช้ซัพพอทหลายตำแหน่งและ บางตำแหน่งเราเป็นส่วนที่สำคัญของชิ้นงานบางท่านไม่ต้องการให้ชิ้นงานเป็นหลุมหรือมีส่วนที่สึกลงไปในตัวชิ้นงานในตอนนี้เรามาแนะนำเส้น Esun ePVA 1.75mm กันครับซึ่งบางท่านยังไม่ทราบว่าการพิมพ์งานในรูปแบบสามมิตินั้นมีเส้นเฉพาะทางในการช่วยการขึ้นรูปที่เรียกว่าซัพพอทแบบละลายน้ำได้ บางท่านจะพบว่าชิ้นงานบางชิ้น มีส่วนหลบมุมที่บางทีไม่สามารถแกะซัพพอทออกได้ หรือ แกะยากมากในบางส่วน และวันนี้เราจะมาแนะนำเครื่องพิมพ์ที่เป็นน้องใหม่มากความสามารถของเรา FlashForge Creator 3 เราจะมาขึ้นรูปโมเดลกันครับ โดยโมเดลนี้เป็นโมเดลที่ขึ้นรูปด้วยเส้นพลาสติก PLA และซัพพอทที่เราใช้คือ PVA ครับ

 

ภาพที่ 1 แสดงภาพโมเดลที่จะทำการพิมพ์สามารถดาวน์โหลดได้ที่ www.thingiverse.com : Lattice Cube

ซัพพอทเยอะขนาดนี้คงต้องนั่งแกะซัพพอทแล้วต้องนั่งแต่งเองอีกเป็นชั่วโมงแน่ๆ แต่ไม่ต้องห่วงเราใช้ซัพพอท PVA แค่ละลายน้ำก็ไม่ต้องเปลืองแรงแถมเนื้องานยังไม่สึกอีกด้วย มาดูการตั้งค่าการพิมพ์สำหรับเครื่อง FlashForge Creator 3 กันครับ

 

ภาพที่ 2 แสดงการตั้งค่าการพิมพ์ขึ้นรูป 3 มิติ เมื่อใช้สองวัสดุ

ภาพที่ 3 แสดงภาพเครื่องพิมพ์ FlashForge Creator 3  [2] หัวพิมพ์ อิสระ

1. หัวพิมพ์ซ้ายใส่เส้น PLA 1.75 mm สีแดงจะสังเกตุเห็นได้ว่าเมื่อหัวพิมพ์ซ้ายทำงานหัวพิมพ์ขวาจะอยู่ ณ ตำแหน่งที่ห่างจากตัวชิ้นงานและขัดหัวพิมพ์รอการขึ้นซัพพอท

2. หัวพิมพ์ขวาใส่เส้น ePVA 1.75 mm สีธรรมชาติเพื่อเป็นซัพพอทของ PLA

** ซึ่งข้อดีของ FlashForge Creator 3 นั้นคือไม่จำเป็นต้องสร้าง Wall หรือ Oozing Shield เพื่อมาขัดหัวพิมพ์ระหว่างรอหัวพิมพ์ที่ทำงานอยู่ ซึ่งเครื่องพิมพ์รุ่นนี้มาช่วยขจัดปัญหาโหลดเส้นทิ้งออกไปได้ดีเลยทีเดียว **

 

  • ลดการใช้ Filament เมื่อมีการใช้งานหัวพิมพ์ 2 หัวพิมพ์ใน 1 งาน
  • ลดเวลาในการพิมพ์ขึ้นรูปงาน 3 มิติ
  • สามารถพิมพ์งาน 1 งานพร้อมกัน 2 ชิ้นได้ในเวลาเดียวกัน

มาเริ่มพิมพ์ขึ้นรูป 3 มิติกันเลยครับ

วีดีโอที่ 1 แสดงการทำงานของเครื่องพิมพ์ Creator 3 และการขึ้นรูปงาน

ภาพที่ 4 แสดงภาพชิ้นงานที่ขึ้นรูปเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถ้าแกะซัพพอทชิ้นงานคงหักด้วยแน่ๆ ครับ ยังดีที่เราใช้เป็น PVA ละลายในน้ำเปล่าได้หมดห่วง ^^

* เรามาเริ่มการละลายซัพพอทกันครับ *

วีดีโอที่ 2 แสดงการละลายตัวของซัพพอท PVA ขณะที่อยู่ในน้ำ

ภาพที่ 5 แสดงภาพชิ้นงานที่ถูกละลายซัพพอทเรียบร้อยแล้ว สวยงามตามท้องเรื่องครับ

 

** ไม่จำเป็นต้องแกะซัพพอทให้เปลืองแรงและเปลืองเวลา **

** ป้องกันการเสียหายขณะที่แกะซัพพอทของชิ้นงานได้ดีเลยทีเดียวครับ **

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

3D PRINTER: Filament PETG โมเดลโครงกระดูก

3D PRINTER: Filament PETG โมเดลโครงกระดูก

โมเดลโครงกระดูกที่สร้างขึ้นจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ FlashForge Guider IIs ซึ่งตัวโมเดลนี้ใช้เส้น Material PETG สีและรายละเอียดดีเลยครับ

ภาพที่ 1  แสดงภาพ Filament PETG และคุณสมบัติการอ่อนตัวของเส้นควรอยู่ที่ 230 – 250 องศาเซลเซียส

  • เราจะมาแนะนำการพิมพ์และลิงค์สำหรับเข้าชมเว็ปไซต์กันนะครับ สามารถดาวน์โหลดได้ตามลิงค์นี้เลยครับ https://www.thingiverse.com/thing:3064150

ภาพที่ 2  แสดงชิ้นส่วนโครงสร้างของตัวโครงกระดูก ภายในโปรแกรม FlashPrint สามารถปรับ Scale ได้ตามใจชอบแต่ไม่ควรหลุดนอกกรอบของโปรแกรม

ภาพที่ 3 แสดงการตั้งค่าความละเอียดก่อนทำการพิมพ์ขึ้นรูป 3 มิติ พร้อมแล้วก็เริ่มทำการพิมพ์ขึ้นรูป 3 มิติได้เลยครับ

*แนะนำ* ควรปรับความเร็วการเริ่มต้นพิมพ์ขึ้นรูปให้ช้าเนื่องจากรายละเอียดของชิ้นงานค่อนข้างเล็กเพื่อรายละเอียดและการขึ้นรูปที่ดี

ภาพที่ 4 แสดงชิ้นงานที่พิมพ์ขึ้นรูป 3 มิติเสร็จแล้วเตรียมแกะออกจากแท่นพิมพ์ได้เลยครับ

วีดีโอที่ 1 แสดงภาพโครงกระดูกหลังจากแกะ Support แล้ว และเริ่มการประกอบตัวโครงกระดูก

ภาพที่ 5 แสดงภาพโครงกระดูกที่ประกอบเสร็จแล้วสามารถปรับบังคับช่วงแขน,ขา,คอ และตามข้อต่อต่างๆได้ ตามอัธยาศัย

 

 

 

 

3D PRINTER: สร้างหุ่นยนต์แมงมุม 4 ขา จากเครื่อง

3D PRINTER: สร้างหุ่นยนต์แมงมุม 4 ขา จากเครื่อง

วันนี้เรามาแนะนำการสร้างหุ่นยนต์แมงมุม 4 ขาที่ สามารถสร้างโครงสร้างตัวหุ่นยนต์ได้จากเครื่องพิมพ์ 3 มิติในที่นี้ทางเราได้ใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติ รุ่น FlashForge Guider IIs

เราจะมาแนะนำการใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติที่ใช้พิมพ์ในส่วนที่เราได้ทำการสร้างนั้นอาทิเช่น ลำตัว แขน ขา เป็นต้น ในส่วนของหุ่นยนต์แมงมุมนั้นเราได้นำไฟล์มาจาก www.thingiverse.com ซึ่งจะเป็นเว็ปไซต์ที่มีผู้ใช้งานและนักออกแบบอยู่ทั่วโลกมาแชร์ความรู้ แชร์ไฟล์มาให้เข้าเยี่ยมชมเว็ปไซต์และสามารถดาวน์โหลดเพื่อนำไปต่อยอดได้ ในส่วนของหุ่นยนต์แมงมุม 4 ขาที่ทางเราได้สร้างขึ้นมานั้นจะมีเพียงแค่ส่วนของตัวโครงสร้างและโปรแกรมที่ควบคุมตัวหุ่นยนต์ที่เราได้ใช้ตามผู้ออกแบบ ส่วนของบอร์ดควบคุมนั้นทางเราได้ใช้บอร์ดควบคุมที่แตกต่างจากผู้ออกแบบเนื่องจากบอร์ดที่ทางเราใช้สามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาดภายในประเทศ ซึ่งโดยรวมแล้วสามารถใช้ได้ตามต้นแบบ

Spider Robotics สามารถนำไปเป็นต้นแบบของหุ่นยนต์สี่ขาเพื่อใช้ในการศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับการออกแบบ การเขียนโปรแกรม ยังสามารถต่อยอดไปใช้ในงานอุตสาหกรรม อาทิ เช่น หุ่นยนต์ตรวจตรา หุ่นยนต์ช่วยเหลือ ในส่วนของตัวหุ่นยนต์นั้นจำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีโครงสร้างซึ่งโครงสร้างสามารถสร้างได้จากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ในที่นี้เราจะมาบอกรายละเอียดของส่วนประกอบต่างๆ ของตัวแมงมุมซึ่งทางเราใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติ รุ่น FlashForge Guider IIs ตัวเครื่องพิมพ์สามารถพิมพ์รายละเอียดได้ดีมากและ ผนวกเข้ากับบอร์ดควบคุมได้ เรามาเริ่มดูขั้นตอนการทำกันเลยครับ

สามารถดาวน์โหลดไฟล์หุ่นยนต์แมงมุม 4 ขาได้ตามลิงค์ https://www.thingiverse.com/thing:2901132

ภาพที่ 1 แสดงไฟล์ส่วนโครงสร้างของตัวหุ่นยนต์แมงมุม 4 ขา

ภาพที่ 2 แสดงชิ้นส่วนโครงสร้างของตัวหุ่นยนต์แมงมุม 4 ขา ภายในโปรแกรม FlashPrint

     

ภาพที่ 3 แสดงการตั้งค่าความละเอียดก่อนทำการพิมพ์ขึ้นรูป 3 มิติ

วีดีโอที่ 1 แสดงการทำงานของเครื่องพิมพ์ Guider IIs

รายการอุปกรณ์ที่ใช้

1. 18650 Battery พร้อมรางถ่านเดี่ยว :  1 ชุด

2. Arduino Nano Expansion Shield :  1 บอร์ด

3. Arduino Nano Shield :  1 บอร์ด

4. SG90 Micro Servo Motor :  12 ตัว

5. สายไฟ สายแพรจั๊ม Bread Board :  1 แพ็ค

ภาพที่ 4 แสดงตัวอย่างอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบทำหุ่นยนต์แมงมุม 4 ขา

  • ขั้นตอนต่อไปหลังจากที่เตรียมอุปกรณ์ทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ทำการประกอบตัวหุ่นยนต์ให้เป็นรูปเป็นร่างกันครับ

วีดีโอที่ 2 แสดงการประกอบบอร์ดควบคุมและ Servo Motor ที่ตัวหุ่นยนต์

*ข้อสังเกตุ* จะเห็นได้ว่าบอร์ดที่เราใช้นั้นไม่เหมือนกับผู้ออกแบบจึงต้องมีการดัดแปลงของโครงสร้างเล็กน้อยและทำการอัพโหลดโปรแกรมเข้าไปยังบอร์ดควบคุม Arduino Nano ก่อนทำการติดตั้ง

ดาวน์โหลดไฟล์ Arduino เพื่ออัพโหลดโปรแกรมไปยังบอร์ดควบคุมสำหรับหุ่นยนต์แมงมุม 4 ขาได้ตามลิงค์นี้ครับ https://github.com/manic-3dprint/ez-arduino-spidey

ภาพที่ 5 แสดงภาพการประกอบบอร์ดควบคุมทั้ง 2 ตัวเข้าด้วยกันจะได้ดังภาพและ ทำการติดตั้งบอร์ดควบคุมนี้ลงไปที่ตัวโครงสร้างแทนบอร์ดสีเขียวของผู้ออกแบบใน วีดีโอที่ 2

วีดีโอที่ 3 แสดงการประกอบ Servo Motor ตามแขนและขาของหุ่นยนต์และนำมาประกอบรวมกันกับตัวหุ่นยนต์

วีดีโอที่ 4 แสดงการติดตั้งสายไฟ Servo Motor เข้ากับบอร์ดควบคุม

  • ลำดับการติดตั้ง Servo Motor เข้ากับบอร์ดควบคุม

D2 ต่อกับ กระดูกต้นขาด้านขวาหน้า

D3 ต่อกับ กระดูกด้านหน้าแข้งขวา

D4 ต่อกับ กระดูกด้านหน้าสะโพกขวา

D5 ต่อกับ กระดูกต้นขาด้านขวาหลัง

D6 ต่อกับ กระดูกด้านหลังแข้งขวา

D7 ต่อกับ กระดูกด้านหลังสะโพกขวา

D8 ต่อกับ กระดูกต้นขาด้านซ้ายหน้า

D9 ต่อกับ กระดูกด้านหน้าแข้งซ้าย

D10 ต่อกับ กระดูกด้านหน้าสะโพกซ้าย

D11 ต่อกับ กระดูกต้นขาด้านซ้ายหลัง

D12 ต่อกับ กระดูกด้านหลังแข้งซ้าย

D13 ต่อกับ กระดูกด้านหลังสะโพกซ้าย

วีดีโอที่ 4 แสดงขั้นตอนการต่อสายที่ A5 เข้ากับ 3.3V ก่อนเริ่มต้นการ Caribrate Servo Motor หลังจากต่อสายเสร็จเรียบร้อยแล้วทำการจ่ายไฟให้กับตัววงจรควบคุมที่ 5V และ GND

วีดีโอที่ 5 แสดงขั้นตอนการ Caribrate Servo Motor คือการตั้งค่าเริ่มต้นของ Servo Motor เข้ากับชุดโครงสร้างตัวและแขนขาของหุ่นยนต์เมื่อทำการตั้งค่าเสร็จแล้วก็ให้นำสายที่ต่อระหว่าง A5 และ 3.3 V ออก

ทำการติดสวิตซ์ให้กับตัวหุ่นยนต์เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ

วีดีโอที่ 5 แสดงขั้นตอนการติดสวิตซ์และประกอบก่อนเริ่มทำงาน

วีดีโอที่ 6 แสดงการใส่ Battery 18650 และการทำงานของหุ่นยนต์แมงมุม 4 ขา

ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดบังคับผ่านแอพพลิเคชั่นในมือถือหรือรีโมทคอนโทรลได้นะครับ

ติดตามเทคโนโลยีและความรู้ใหม่ได้ที่ www.print3dd.com