fbpx

รู้จัก 3D Scanner คืออะไร? มีกี่ประเภท? (update 2021)

รู้จัก 3D Scanner คืออะไร? มีกี่ประเภท? (update 2021)

ทำความรู้จักเครื่องสแกน 3มิติ คืออะไร นำไปใช้งานอะไร มีหลายคนถามกันเข้ามาว่าเลือก 3D Scanner อย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน ตอนนี้มีมาให้เลือกหลายรุ่นเหลือเกิน เอาเป็นว่าเรามาสรุปกันง่ายๆในบทความนี้ครับ นะครับ โดยจะเริ่ม

Video สรุปการเลือก 3D Scanner

ปล. บทความนี้เขียนขึ้นจากข้อมูลปัจจุบัน ปลายปี 2020

3D Scanner คืออะไร?

เอาไปใช้ทำอะไรบ้าง

Engineering เชิงวิศวกรรม จะนิยมเอาไปใช้ 2 ทางด้วยกัน คือ  Reverse Engineering หรือ วิศวกรรมย้อนกลับ และ Inspection

  • Reverse Engineering เป็นการสแกน วัตถุที่มีอยู่ เป็นไฟล์ 3มิติ แล้วไปทำย้อนกลับเป็น CAD ตัวอย่างเช่น รถยนต์โบราณที่ไม่มีผลิตแล้ว หากอยากจะสร้างขึ้นมาใหม่ หรือ ทำเฉพาะบางส่วน สามารถใช้เครื่องสแกนเนอร์ 3มิติ เก็บรายละเอียด เอามาสร้างไฟล์ CAD นำไปใช้กับเครื่อง CNC หรือเครื่อง 3D Printer ต่อไป
  • Inspection เป็นการควบคุมการผลิต เพื่อเปรียบเทียบงานที่ผลิตออกมาจริงๆ กับไฟล์ต้นแบบมาตรฐานที่สร้างไว้ การผลิตสินค้าหลายๆครั้งเมื่อรันเครื่องผลิตไปเรื่อยๆแล้วขนาดรูปร่างอาจจะไม่ตรงตามต้องการต้องมีการจูนเครื่องจักรกัน การผลิตที่เข้มงวดกับเรื่องนี้มากๆเช่นการผลิตเครื่องยนต์ งานหล่อ หรือ งานฉีดพลาสติกอาจจะไม่ได้คุณภาพหรือขนาดตามที่ต้องการ 3D Scanner จะมาช่วยในส่วนนี้ โดยวิศวกรจะนำไฟล์สแกน มาเทียบกับไฟล์ CAD มาตรฐาน
    ตย.ที่แสดงในรูป สแกนหลอดไฟ สามารถแบ่งการใช้ได้สองทาง (ซ้าย) ทำไฟล์ที่ได้จากการสแกนสีฟ้า ไปเปรียบเทียบกันไฟล์มาตรฐานสินค้า Software จะประมวลผลพื้นที่ที่รูปร่างแตกต่าง Design VS Actual เป็น Mapping สี (ขวา) นำไฟล์สแกนสีได้สีฟ้า ไปทำการวาด CAD ขึ้นมาใหม่

ทางการแพทย์ / ทันตแพทย์ ทางการแพทย์ใช้ในการสแกน

ทางด้านศิลปะ และ ภาพยนต์ เกมส์

ประยุกต์เก่ากับใหม่ ให้ศิลปินปั้นขึ้นมาจากขี้ผึ้ง นำมาสแกนเพื่อไปแต่งรายละเอียดต่อ สามารถไปย่อขนาดเป็นองค์เล็ก หรือ ไปทำให้ขยายเป็นชิ้นใหญ่ๆได้

ประเภทของ 3D Scanner

แบ่งประเภท 3D Scanner จากวิธีการสแกน (Fix Scan, Hybrid, Handheld)

Fix Scan  การสแกนแบบ Fix Scan คือ “ขณะสแกนใน Shot นั้นๆ เครื่องสแกนต้องอยู่นิ่ง” อาจจะอยู่บนขาตั้งกล้อง หรือ แท่นจับ ก็ได้ เวลาในการสแกนแต่ละช็อตเกินวินาที-หลายวินาที ข้อดีของระบบนี้คือ สามารถเก็บงานได้ละเอียดกว่า ข้อเสียคือใช้เวลาในการสแกนนานกว่า

  • เวลาสแกนเครื่อง 3D Scanner ต้องอยู่นิ่งบนขาตั้งกล้อง สแกนจบค่อยย้ายไป Shot ต่อไป (แนะนำให้เลื่อมกับจุดเดิม 30% ขึ้นไป Software จึงจะต่อไฟล์ให้เองอัตโนมัติ)
  • ข้อดีของแบบนี้คือ สามารถเก็บรายละเอียดได้ดีกว่า ไฟล์คมชัดกว่า (เหมือนใช้ขาตั้งกล้องถ่ายรูป เทียบกับเราเอามือถือกล้องถ่าย)
  • ข้อเสียของระบบนี้ คือ ใช้เวลาในการสแกนนานกว่าแบบ Handheld โดยเฉพาะงานชิ้นใหญ่ๆเกิน 50cm ขึ้นไป
  • ระบบนี้สามารถทำงานร่วมกัน Automatic Turntable ได้ (3D Scanner อยู่บนขาตั้งกล้อง ชิ้นงานสแกนอยู่บนแท่นหมุนอัตโนมัติ เมื่อสแกน Shot หนึ่งเสร็จแท่นจะหมุนอัตโนมัติ ในองศาที่กำหนด เช่น 45องศา และ สแกนใน Shot ต่อไป สแกน 8 ครั้งจะได้ครบ 360องศา
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็น Fix Scan ล้วนๆ EinScan SE, AutoScan Inspec, DS-EX Pro

Handheld การสแกนแบบ Handheld จะเป็นเทคโนโลยีที่มาใหม่ พัฒนาต่อมาจาก Fix Scan สืบเนื่องจากคอมพิวเตอร์พัฒนาประมวลผลได้เร็ว ทั้งกราฟิกและการเขียนอ่านข้อมูล จึงสามารถเก็บ Shot ได้เร็วขึ้น เครื่อง Handheld จึงถือกำเนิด เครื่องใหม่จะเก็บ shot ได้ 15-30 fps หรือ 15-30 shot ในเวลาหนึ่งวินาที ทำให้ถือสแกน ลากเก็บภาพ 3มิติไปเรื่อยๆได

  • เวลาสแกนสามารถใช้มือถือสแกนชิ้นงานไปเรื่อยๆได้ ลากช้าหรือเร็วขึ้นกับ Spec ของเครื่องสแกนและความแรงของคอมพิวเตอร์ประมวลผล
  • ข้อดีคือ สแกนได้รวดเร็ว สะดวก เหมาะกับความชิ้นใหญ่
  • ข้อเสีย หากให้เทียบจริงๆแล้วคุณภาพงานสแกนสู้แบบ Fix ไม่ได้
  • สามารถสแกนคนหรือสัตว์ได้ (อย่างไรก็ตามคน ควรจะอยู่นิ่ง ยืนเฉย หรือ นั่งเฉยๆ)
  • เหมาะกับการสแกนของชิ้นใหญ่, ของที่เคลื่อนย้ายไม่ได้, คน หรือ สัตว์
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็น Handheld ล้วนๆ EinScan Pro 2X/2XP,EinScan Pro HD,EinScan H,EinScan HX, AoralScan Intra-Oral Scanner

Hybrid เครื่องสแกนที่รวมเอาสองความสามารถนี้เข้าด้วยกัน คือจะใช้ขาตั้งกล้องก็ได้ หรือ มือถือสแกนก็ได้ จะมาเสริมจุดเสียของ Fix Scan ที่เก็บงานได้ละเอียดแต่ช้ามีข้อจำกัด กับ Handheld Scan ที่เก็บงานได้เร็วคล่องตัว ละเอียดจะเก็บได้น้อยลง

  • เวลาที่ต้องการงานละเอียด ชิ้นงานเล็กใช้ โหมด Fix Scan
  • เวลาสแกนคน, ของชิ้นใหญ่ ของที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ ใช้โหมด Handheld Scan
  • เครื่องแบบ Hybrid จะครอบคลุมการทำงานหลาก สแกนได้ทั้งของชิ้นกลาง-ใหญ่
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็นแบบ Hybrid  EinScan Pro 2X/2XP, EinScan Pro HD

แบ่งประเภท 3D Scanner ตามชนิดแสง/ชนิดเซนเซอร์

LED / Structure Light ใช้แสงในการสแกน โดยมากจะเป็นแสงขาว หรือ แสงน้ำเงิน โดยทั่วไปหลักการทำงานจะฉายแสงที่มี Pattern เป็นแถบเส้น (เหมือน Barcode แบบเส้น) หรือ แบบ Noise (เหมือน QR Code) ไปที่วัสดุ กล้องจะจับภาพกลับโดยมากจะมีกล้อง 2 ตัวขึ้นไป Software จะนำภาพ pattern ที่จับได้มาแปลงเป็นไฟล์ 3มิติ (แสงยิง Pattern ไปเหมือนเดิม แต่รูปร่างของวัตถุไม่เหมือนกัน กล้องจะเก็บรูปที่ได้ไม่เหมือนกัน)

  • เก็บข้อมูลเป็น Plane XY หนึ่ง shot คือหนึ่งภาพ
  • ข้อดีคือ สแกนเร็ว และ ได้ข้อมูลความละเอียดหวังผลได้
  • ข้อเสียคือ ไม่สามารถสแกนหรือสแกนได้คุณภาพไม่ดี ใน วัตถุสีทีบแสง(ไม่สะท้อนแสง), วัตถุมันวาว(สะท้อนแสงมากเกินจนกระเจิง), วัตถุใสทะลุ(กล้องไม่สามารถเก็บค่าแสงที่สะท้อนออกมาได้) อย่างไรก็ตามสามารถแก้ปัญหานี้โดยการเตรียมผิวชิ้นงาน เตรียมสภาพแวดล้อมการสแกนก่อน อ่านเพิ่มที่ขั้นตอบการเตรียมวัสดุสแกน
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด Shining3D, Artech
แสดงที่ฉายออกมาเป็นแถบเส้นเท่าๆกัน เมื่อตกกระทบที่ชิ้นงานจะได้ลักษณะเส้นเฉพาะตัวตามรูปร่างของงาน Software ประมวลข้อมูลที่ได้เป็นไฟล์ 3มิติ
อีกลักษณะหนึ่งของ Structure Light คราวนี้ไม่ฉายเป็นแถบเส้น แต่ฉายเป็น Noise เฉพาะตัวคล้ายๆ QR Code กล้องเก็บภาพที่ได้ไปประมวลผลเช่นกัน
Diagram การสแกนแบบ Structure Light จะเห็นว่า Project ฉายภาพที่เป็น Pattern ไปยังวัตถุ กล้องทั้งสองตัวจะจับภาพได้ไม่เหมือนกันตามรูปร่างของวัตถุ

Laser ใช้เลเซอร์เป็นแหล่งแสง เลเซอร์อาจจะมีสีแดง หรือ สีน้ำเงินก็ได้ ข้อดีของแสงเลเซอร์คือ มีความเข้มของแสงมากกว่าที่ฉายจากโปรเจคเตอร์หรือจากLED มากๆ ดังนั้นสามารถลองรับวัสดุที่หลากหลายกว่า วัสดุสีเข้ม หรือวัสดุที่มันวาวสะท้อนแสง

  • เก็บข้อมูลเป็นเส้น Line หนี่ง frame เอาเส้นมาต่อๆกันเป็นไฟล์ 3มิติ
  • ข้อดีแสงมีความเข้มแสงมากกว่า รอบรับการสแกนหลายพื้นผิว ไม่ว่าจะเป็นวัสดุที่มีสีเข้ม สีดำ, ผิวโลหะ ผิวมันวาว Chrome, สแกนในพื้นที่แจ้ง
  • ข้อเสียของระบบนี้เลย คือต้องติด Marker เนื่องจากการสแกนไม่ได้เก็บข้อมูลเป็นระนาบ แต่เก็บเป็นเส้น Software ไม่สามารถต่อไฟล์ 3มิติ เข้าด้วยกันได้ ต้องใช้ Marker เป็นตัวอ้างอิง การติด Marker หลักๆคือเสียเวลา (ไม่ต้องเสียเวลาเตรียมผิวชิ้นงาน แต่เสียเวลาติด Marker แทน) และ อีกข้อคือถ้าเป็นเครื่องสแกนเนอร์แบบ Laser ล้วนๆ จะเก็บภาพสีไม่ได้ แต่ปัจจุบันรุ่นใหม่ๆมีกล้องเก็บสีเพิ่มเข้ามาด้วย
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด Shining3D, Creaform

ตัวอย่าง Laser 3D Scanner เลเซอร์น้ำเงิน 14 เส้น สแกนเก็บได้หลายพื้นผิว ทั้งดำ หรือมันวาว ผิวโลหะ แต่ต้องติด Marker

Infrared ใช้หลักการจับภาพ Infrared ในการสแกน ตัวอย่างที่ใช้กันเยอะเช่น Kinect ของ Xbox กล้อง interactive ต่างๆ

  • ข้อดีคือ มีราคาถูกและใช้กันแพร่หลาย
  • ข้อเสีย เป็นระบบที่มีรายละเอียดต่ำที่สุด

Arm 3D Scanner Scanner  เป็นระบบที่ใช้กันมานานแล้ว แต่มีราคาสูงมาก นิยมใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ โดยมาก Arm จะติด Probe หรือ Laser Scan เข้ามาด้วย โดยหากเป็น Probe ก็จะวัดจุดที่ Probe ไปแตะ ดูเป็นจุดๆไป แต่หากเป็นหัว Laser Scanner ที่ติดบน Arm อันนี้จะสามารถแสกนออกมาเป็นไฟล์ 3มิติ ได้เลย ไม่ต้องติด Marker เนื่องจาก Software รู้ตำแหน่งที่ของหัวสแกนเนอร์จาก Motor Servo ที่อยู่บน Arm (Laser Scanner ที่ไม่ติดบน Arm จะไม่รู้ตำแหน่ง จึงให้ Marker ช่วยระบุตำแหน่ง)

  • เก็บข้อมูลเป็นจุด Coordinate กรณีเป็น Probe และเก็บเป็นเส้นเลเซอร์ กรณีเป็นหัว Laser Scanner
  • ข้อดี เป็นระบบที่มีความแม่นยำสูงมาก เนื่องจากระบุตำแหน่งโดยใช้มอเตอร์ Servo ที่ข้อต่อแต่ละอัน
  • ข้อเสีย ราคาสูงมาก และ มีข้อจำกัดในพื้นที่การสแกน ต้องสแกนในระยะที่ Arm ไปถึง
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด FARO, Kreon, Hexagon

Lidar เป็นระบบที่มีนานแล้ว ใช้ในเครื่องสแกน Land Scape หลักการคือการยิงแสงเลเซอร์จำนวนมากไปยังวัตถุและมี Sensor รับภาพกลับมาก เร็วๆนี้มีการเพิ่ม Lidar เข้ามาในเครื่อง Ipad Pro 2020 อย่างไรก็ตามคุณภาพในการสแกนยังค่อนข้างทำอยู่มาก อาจจะมีการพัฒนาให้ดีขึ้นเร็วๆนี้

  • สาดลำแสงเลเซอร์จำนวนมากไปรอบ เก็บจุดที่เลเซอร์ตกกระทบ มาต่อกันเป็นไฟล์ 3มิติ
  • ข้อดี สามารถเก็บข้อมูลพื้นที่ใหญ่ๆมากๆได้  เริ่มมีการพัฒนาไปใส่ในอุปกรณ์พกพา (Ipad Pro 2020)
  • ข้อเสีย ยังเก็บรายละเอียดได้ไม่ดีนัก
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด FARO, Leica

Photogrammetry เป็นการแปลงรูปถ่ายจำนวนมากๆ หลายๆมุมมาต่อกัน และแปลงค่าเป็นไฟล์ 3มิติ ระบบนี้ไปประยุกต์งานได้หลากหลายมากๆ ข้อดีคือ สามารถสร้างไฟล์ 3มิติ ของพื้นที่ใหญ่ๆได้ (ใช้ Drone เก็บภาพมุมสูง หรือ Video มุมสูง มา Process Mapping เป็นไฟล์ 3มิติ) อีกความสามารถหนึ่งที่เก่งมากๆคือ การสร้างไฟล์ 3มิติ ความละเอียดสูงของบุคคล ทำได้โดยการถ่ายภาพ จากกล้อง DSLR จำนวนมาก 70+ ตัว พร้อมกัน และนำมาประมวลผล นิยมใช้กันมากในการสร้างหนัง หรือ เกมส์ สร้างความสมจริงในการแสดงสีหน้า

  • input คือ รูปภาพจำนวนมาก ของสิ่งที่เราต้องการสร้างไฟล์ 3มิติ โดยรูปภาพดังกล่าวควรจะถ่ายด้วยช่วงเลนส์ ช่วงเลนส์เดียวกัน รูรับแสงเดียวกัน White Balance เดียวกัน  Software จะประมวลผล
  • ข้อดี เอาไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย เช่น แผนที่ 3มิติ (เหมือนที่ Google Map ใช้) หรือ ใช้สร้างโมเดลสามมิติบุคคลแบบระเอียดสูง Capture สีหน้าได้สมจริง โดยใช้กล้อง DSLR จำนวน 70+ตัว ถ่ายภาพพร้อมกัน
  • ข้อเสีย ใช้เวลาในการทำงานนานมากๆ ประมวลผลนานมากๆ บางครั้งใช้เวลาหลายวัน หากต้องการงานคุณภาพสูงต้องลงทุนหลายล้าน
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด Agisoft, RealityCapture บริษัทที่เป็น Reference ที่ดีคือ Ten24
ไม่ต้องสร้าง CG เองแล้ว ถ่ายรูปทำเป็นไฟล์ 3มิติ เลย

Other 3D Scanners อื่นๆ มีอีกมากมายเช่นเครื่อง CT Scan และเครื่อง MRI Scan ก็เป็น 3D Scanner แบบหนึ่งเหมือนกัน

  • CT Scan จะเป็นการสแกน Slice ร่างกายเราโดยใช้รังสี เหมาะสแกนพวกชิ้นส่วนที่ดูดซับแสง เช่นพวกกระดูก ไฟล์ที่ได้เป็น DICOM Slice ร่างกายเป็นหลายๆส่วน เอา Slice มาต่อกันเป็นไฟล์ 3มิติ
  • MRI Scan จะสแกนเป็น Slice เช่นกันแต่จะใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เหมาะกับสแกนพวกเนื้อเยื้อ สมอง ไฟล์ที่ได้เป็น DICOM เหมือนกัน

อ่านเพิ่มเติม 

ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่นี่

อ่าน Review เพิ่มเติมตามแต่ละรุ่นไปที่นี่

5 เทคนิค ช่วยให้ สแกน3มิติ เป็นเรื่องง่าย ประหยัด Marker

5 เทคนิค ช่วยให้ สแกน3มิติ เป็นเรื่องง่าย ประหยัด Marker

3D Scanner Trick สแกนงานติดยากจัง ช่วยหน่อยสิ

งานที่มีรายละเอียดมากแต่ขนาดไม่ใหญ่มากนักมักจะสแกนยากเป็นเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว แต่ยังไงเราก็ต้องสแกนน่ะสิ ทำไงได้………………. วันนี้มีเทคนิคมากฝากกันเล็กน้อย โดยเทคนิคนี้จะทำการติดMarkerบนฐานรองที่เป็นสีดำเพื่อให้การหมุนงานเพื่อสแกนได้ง่ายขึ้น

เทคนิคที่ 1 เพิ่มจุดอ้างอิงรอบตัวงานด้วยMarkers
เทคนิคนี้จะใช้Markersเข้าไปติดบริเวณพื้นรอบๆตัวงาน

มีจุดอ้างอิงแล้ว ก็สแกนได้เลย ไม่ต้องกลัวหลุดอีกแล้ว

วิธีนี้เป็นการเพิ่มจุดอ้างอิงให้ชิ้นงานมากขึ้น เครื่องสแกนจะจำจุดMarkerที่เราติดเอาไว้พร้อมกับตัวงานด้วย จะช่วยลดปัญหาการสแกนแล้วชิ้นงานหลุดจากจุดอ้างอิง(Tracking Lost)และสแกนงานแล้วเกิดซ้อนกัน

หากมีถาดหมุนก็ทำได้นะ

จากภาพจะเห็นว่าทั้งแผ่นรองและถาดหมุนจะเป็นสีดำทั้งคู่ เนื่องจากข้อจำกัดของเครื่องScannerนั้นคือไม่สามารถแสกนสีดำได้ หรือหากสแกนได้ก็ไม่ดีมากนัก ถ้านำวัตถุสีดำมาวางใกล้งานแล้วสแกนจะทำให้เครื่องมองข้ามวัตถุนั้นไปเลย

หรือจะโยนวัตถุอื่นเข้าไปไว้ข้างก็ได้นะเพื่อเป็นการเพิ่มจุดอ้างอิงเวลาหมุนสแกน

 

เทคนิคที่ 2 สแกนงานนูนต่ำ
คงจะเป็นเรื่องยากพอสมควรที่จะสแกนงานที่มีความเป็นสามมิติน้อยๆ นอกจากจะผิวที่นูนน้อยจนตัวสแกนเนอร์เองก็แทบมองไม่เห็นแล้วรายละเอียดก็ยังน้อยไปอีก เช่น แผ่นรองพื้นรถยนต์ วิธีคือ นำMarkerมาติดกับแผ่นใสแล้วทำการวางลงไปบนงานที่ต้องการสแกนได้เลย และสามารถใช้ซ้ำได้เรื่อยๆเลย


วางแปะลงไปเลย

วางทาบงาน แล้วสแกน

เทคนิคที่ 3 ประหยัดMarkerกับงานโลหะ
เราสามารถเก็บMarkerมาใช้ซ้ำได้เรื่อยๆโดยไม่ต้องแกะทิ้ง หากงานของคุณเป็นงานที่เป็นโลหะแล้ว สามารถหาแม่เหล็กกระดุมที่มีขนาดใกล้เคียงกับMarkerมาแปะแล้วติดกับงาน

หยิบ….โยน…..แปะ…..ติดเลย ประหยัดได้เยอะ

 

เทคนิคที่ 4 ใช้ขาตั้งงานที่เล็กและต้องการสแกนรอบด้าน
เทคนิคนี้จะใช้ขาตั้งประดิษฐ์มายึดชิ้นงานให้ลอยอยู่กลางอากาศและส่วนที่ค้ำจะต้องบางเพื่อให้สามารถตัดออกได้อย่างง่าย

ตั้งเรียบร้อยแล้วก้สแกนได้เลย


ผลลัพธ์ที่ได้ดังนี้ หลังจากเสร็จก็ตัดส่วนเกินออกอย่างง่ายดายเลย

เทคนิคที่ 5 ใช้ขาตั้งค้ำจากข้างหลังเพื่อเพิ่มจุดอ้างอิง
ในกรณีที่งานสกนด้านหน้ากับด้านหลังต่างกันมากๆ จนเครื่องสแกนไม่สามารถหาจุดอ้างอิงเพื่อไปด้านหลังได้เลย จึงต้องหาวัตถุหรือเครื่องมือมาค้ำจากข้างหลังและทำการติดMakerเข้ากับเครื่องมือเพื่อให้เครื่องสแกนหาจุดอ้างอิงได้

งานลักษณะแบบนี้เป็นเรื่องยากที่จะสแกนจากด้านหนึ่งไปหาอีกด้านหนึ่ง

หาเครื่องมือมาค้ำซะเลย

เท่านี้ก็สแกนได้แล้ว แต่จะติดเครื่องมือมานิดหน่อย


หลังจากลบส่วนเครื่องมือที่นำมาติดแล้วก็ทำการแสกนซ่อมเฉพาะส่วนได้เลย

นี่เป็นการรวมเทคนิคการสแกนที่จะทำให้งานของใครหลายๆคนง่ายขึ้น หากมีเทคนิคใหม่ๆเราจะนำมาอัพเดทให้เรื่อยเลย
ที่มา: EMS3D

 

รีวิว สแกนเนอร์ 3 มิติ Einscan Pro HD สแกนงานจริงจะเป็นอย่างไบ้าง

รีวิว สแกนเนอร์ 3 มิติ Einscan Pro HD สแกนงานจริงจะเป็นอย่างไบ้าง

สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกครั้งกับเครื่องสแกนเนอร์ยอดนิยมที่ได้รับการไว้วางใจเป็นอย่างมากซึ่งสเป็นของค่าย Shining 3D  ซึ่งรุ่นที่ได้รับการพัฒนามาในช่วงแรกนั้นจะเป็นตั้งแต่รุ่นที่สแกนงานได้แค่ขนาดเล็กยังไม่ละเอียดมากต่อมาได้มีการพัฒนามาเรื่อย ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้มากยิ่งขึ้น จนมาถึงปี 2019 ที่ทาง Shining 3D ได้ปล่อยรุ่นที่ความละเอียดถึง 40 ไมครอน (0.04mm) ออกมาก็คือรุ่น Einscan Pro 2X และ 2X Plus ที่เพิ่มประสิทธิภาพให้มากกว่ารุ่น Einscan Pro และ Pro Plus  ต่อมาในปี 2020 ทาง Shining 3D ก็ได้ปล่อยรุ่นย่อยออกมาอีก 1 ตัวที่มีลักษณะเหมือนกับเครื่อง Einscan Pro 2X series เลย โดยใหชื่อของรุ่นนี้ว่า Einscan Pro HD ซึ่งชื่อก็บอกแล้วว่า HD ดังนั้นจุดเด่นที่แตกต่างออกมาจากเครื่องรุ่นก่อนเลยนั้นคือการสแกนให้โหลด Handheld HD Scan (ดูที่ภาพด้านล่างประกอบ) ในโหมด HD Scan นั้น จะมีความละเอียดของการสแกนที่ดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมจากเดิมที่ 50 ไมครอน(0.05mm)  มาเป็น 45 ไมครอน(0.045mm)  และที่โดดเด่นเลยเพิ่มเติมข้นมาอีกมีการ Alignment หรือการเชื่อมผิวของชิ้นงานโดยการใช้ Feature กับ Hyrid มาให้เลือกเพิ่มจากเมื่อก่อนถ้าเป็นเครื่องรุ่น 2X series จะมีแค่ Markers Alignment เท่านั้น และที่เห็นได้ชัดเจนอีกอย่าง Scan Range (ขนาดของการฉายแสงสแกน) จะมีด้านกว้างมากกว่าซึ่งจะเข้ามาช่วยในการสแกนงานที่เป็นระนาบได้ดีมากยิ่งขึ้น เช่น รูปภาพ ประติมากรรม งานแกะสลัก เป็นต้น

 

ถ้าดูจากภาพด้านล่างจะเห็นได้ชัดเจนเมื่อเราจะแกนงานในแล้วระนาบแกนจากด้านซ้ายไปขวามือเครื่องรุ่น Pro HD จะสแกนได้ง่ายกว่า เร็วกว่า Alignment งานแต่ Single ได้รวดเร็วกว่าเพราะ Single scan มีความยาวที่มากกว่ารุ่นอื่น ๆ เช่น ถ้าสแกนงานรูปภาพดังตัวอย่าง เมื่อเราขยับเครื่องสแกนไปทางขวาจะทำให้มีการขยับที่น้อยกว่ารุ่นอื่น ๆ ถ้าเป็นรุ่น Einscan Pro 2X จะสแกนได้ยากกว่า เนื่องจากจะขยับที่ทีละนิด ๆ เลยจะสแกนได้ค่อนข้างช้าและ Alignment ได้ยากกว่า เพราะการจับ Feature และ Texture จะได้น้อยเช่นกัน

พอจะเห็นข้อแตกต่างได้แล้วใช่ไหมครับ เดี๋ยวจะขอพูดถึงเรื่องจุดเด่นอื่น ๆ เพิ่มเติมจากด้านบนที่มีกาเพิ่มเข้ามานะครับ ซึ่งรุ่น Einscan Pro HD เนี่ยจะเหมาะสมกับงานที่รุ่น Pro 2X Series ทำได้ไม่ดีก็คือการสแกนชิ้นงานวัตถุที่มีสีเข้มดำ ได้ดีมากยิ่งขึ้นกว่ารุ่นเดิม หรือวัตถุที่มีความมันเงาด้วย Einscan Pro HD นั้นสามารถสแกนได้ดีขึ้นด้วย เพราะการฉายแสงที่ไปกระทบต่อวัตถุนั้นมีการปรับให้เพิ่มมากขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ เดี๋ยวจะขอสรุปจุดเด่นทั้งหมดไว้ในที่นี่เลยนะครับ

  1. Design Body ใหม่ในบางจุด อย่างเช่น ตัวเครื่องเป็นสีน้ำตาล, LED แสดงสถานการณ์ทำงาน และ LED White Light

 

  1. เพิ่มฟังก์ชั่นการ Align mode ในโหมดการสแกนแบบ Handheld HD scan จาก Maker alignment อย่างเดียวได้เพิ่มเข้ามาอีก 2 แบบคือ Feature Alignment การเชื่อมผิวงานโดยการจับลักษณะเฉพาะของวัตถุนั้น ๆ มาเชื่อมต่อกัน และ Hybrid Alignment การทำงานร่วมกันระหว่าง marker+feature จะนำทั้ง Marker และ Feature มาใช้ในการเชื่อมผิวงานเข้าด้วยกัน ทำให้งานที่สแกนแบบ Handheld Scan นั้นมีความสะดวกและละเอียดมากยิ่งขึ้นจากเมื่อก่อนจะต้องสแกนในโหมด Rapid Scan อย่างเดียวถ้าจะสแกนใบหน้าของคนหรือรูปปั้น ถ้าแบบอยากได้ความละเอียดสูง ๆ โหมด Rapid Scanจะไม่ตอบโจทย์ ถ้าติดตามเครื่องสแกนของ Shining 3D มาก่อนหน้านี้จะมีอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่ชื่อว่า HD Prime ที่จะเป็นอุปกรณ์เสริมทำให้ในโหมด Handheld HD Scan นั้นมีความละเอียดและสแกนได้โดยไม่ต้องติด Marker ที่วัตถุ ดังนั้น Einscan Pro HD จะเหมือนการนำ HD Prime เข้าไปไว้ที่ด้านในรวมอยู่ภายในเครื่องเดียวและให้ใช้ช่องของ USB เป็นการติด Color Pack เก็บสีได้

 

  1. เมื่อติดอุปกรณ์เสริม Color Pack (กล้องในการเก็บสี) ถ้าอยากจะเก็บสีตัวัตถุจะมีการ alignment แบบ Texture Alignment เพิ่มเข้ามาในทุก ๆ โหมด จะทำให้สมารถใช้สีในการเชื่อมตัววัตถุได้ ถ้าเป็นของ Einscan Pro 2X seires จะมีให้เลือกแค่ความละเอียดในหารสแกนอย่างเดียว และจะต้องสแกนแบบติด Point marker เท่านั้น

 

  1. Single Scan Range มีการปรับขนาดใหม่อยู่ที่ 20*160 mm. – 310*240 mm. จะมีความยาวในแนวแกน X เพิ่มมากขึ้นจาก Einscan Pro 2X อยู่ที่ 70 mm. ส่วนต่างจาก Einscan Pro 2X Plus อยู่ที่ 36 mm. จะทำให้เมื่อทำการลากเครื่องสแกนจากด้านหนึ่งไปอีกด้านในระนาบแกน X (ตั้งเครื่องขึ้นตามปกติ) จะทำให้สแกนงานได้เร็วกว่ารุ่น 2X Series จะขยับการเคลื่อนของตัวเครื่องสแกนเนอร์น้อยกว่าเช่นกัน

 

  1. Less Limitation of scan objects สามารถสแกนวัตถุที่มีสีในกลุ่มของ Dark ได้ดีมากยิ่งขึ้น อย่างเช่นคอนโซลหน้ารถยนต์ เบาะหนัง เป็นต้น และยังสามารถสแกนวัตถุที่เป็น Casting metal หรือวัตถุมันเงาได้ดีมากกว่าเดิมไม่จำเป็นต้องพ่นสเปรย์แป้งแล้วทำให้งานที่เฉพาะทางที่ไม่สามารถพ่นสเปรย์แป้งได้
  2. Mode Handheld HD Scan มีความละเอียดมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมจากเมื่อก่อนถ้าเป็นเครื่อง 2X Series จะได้ความละเอียดในโหมดนี้อยู่ที่ 50 ไมครอน (0.05 mm.) แต่ถ้าเป็นเครื่องรุ่น Pro HD จะมีความละเอียดอยู่ที่ 45 ไมครอน (0.045 mm.) เมื่อนำไปสแกนงานที่มีรายละเอียดเยอะอย่างเช่น งานประติมากรรม รูปปั้นพระ มนุษย์ เป็นต้น จะสามารถเก็บรายละเอียดของตัวงานได้มากกว่าเดิมมากพอสมควรเลยทีเดียว

จาก Einscan Pro HD สแกนในโหมด HaldHald HD Scan
จาก Einscan Pro 2X Plus สแกนในโหมด HaldHald rapid Scan
จาก Einscan Pro HD สแกนในโหมด HaldHald HD Scan
จาก Einscan Pro 2x Plus สแกนในโหมด HaldHald rapid Scan
จาก Einscan Pro HD สแกนในโหมด HaldHald HD Scan
จาก Einscan Pro 2x plus สแกนในโหมด HaldHald rapid Scan
  1. 7. Software ExScan Pro version5.0.4 for Einscan Pro HD (Released 27 April 2020) ใหม่ที่แยกออกจากเครื่อง Einscan Pro 2X Series แต่เท่าที่ดูแล้วอาจจะนำมาใช้ร่วมกันในภายหลัง เพราะ version ของ software จะเป็นรหัสต่อจจากของเครื่อง Einscan Pro 2X Series แต่อาจจะต้องรอการรอัพเดทจากทาง Shining 3D
Software ตัวใหม่ที่ไม่สามารถใช้งานร่วมกับ Einscan Pro 2X series ได้
  1. 8. ภายในกล่องจะแถมอุปกรณ์ยึดจับตัวเครื่องสแกนเนอร์มาให้ด้วย
แถมขาจับเครื่องสแกนเนอร์มาให้ด้วย ปกติจะมาในชุดของแท่นหมุนอัตโนมัติเท่านั้น

 

***การเปรียบเทียบการสแกนระหว่าง Einscan Pro HD กับ Einscan Pro 2x plus ในโหมดการสแกนงานต่างๆ ทั้ง Fixed scan, Handhald HD scan และ Fixed scan ทั้งนี้ทั้ง 2 รุ่นนี้จะมีข้อดีในงานกันคนละแบบนะครับ

การสแกนในโหมด Fixed scan ระหว่าง Einscan Pro HD(ด้านซ้าย) และ Einscan Pro 2X Plus (ด้านขวา)
การสแกนในโหมด HandHeld HD scan แบบ Marker point ระหว่าง Einscan Pro HD(ด้านซ้าย) และ Einscan Pro 2X Plus (ด้านขวา)
การสแกนในโหมด HandHeld HD scan ของเครื่อง Einscan Pro HD(ด้านซ้าย) และ HandHeld Rapid Einscan Pro 2X Plus (ด้านขวา)
การสแกนในโหมด HandHeld Rapid scan ระหว่าง Einscan Pro HD(ด้านซ้าย) และ Einscan Pro 2X Plus (ด้านขวา) สแกนงานสีโทนดำอย่างยางรถยนต์

 

 

วีดีโอรีวิวการใช้งานเครื่องสแกนเนอร์ Einscan Pro HD

สแกนด้านหลัง/งานโค้งมน ยากจัง!!!!! ทำไงดี

สแกนด้านหลัง/งานโค้งมน ยากจัง!!!!! ทำไงดี

สแกนด้านหลัง/งานโค้งมน ยากจัง!!!!! ทำไงดี

อีกหนึ่งปัญหาของการสแกนงานประเภท Engineering part คือ การเชื่อมต่อระหว่างด้านกับด้านหลัง ซึ่งส่วนใหญ่ลักษณะของงานทั้งสองด้านจะแตกต่างกันเช่น ฝาครอบท่อไอเสียรถจักรยานยนต์ กันชนรถ เป็นต้น ทำให้การเชื่อมต่อกันระหว่างหน้ากับหลังจึงทำได้ยาก วิธีแก้ปัญหานี้ก็จะมีหลายวิธีจะขึ้นอยู่กับเทคนิคส่วนตัวของผู้ใช้งานครื่องScanner เช่น  การใช้โหมด Fixed Scan แล้วทำการค่อยๆสแกนไปทีละส่วน หรือการจับชิ้นงานหมุนด้วยมือเลย ซึ่งอาจทำให้สแกนติดมือผู้จับได้

แม้ว่าสแกนเนอร์จะถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่องแต่ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่หลายข้อซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้ใหม่ทำงานได้ยากและนี่เป็นหนึ่งในวิธีที่ทำให้ผู้ใช้งานเก่าและใหม่ทำงานได้ง่ายขึ้น…….

การใช้บางอย่างมาค้ำแล้วค่อยๆสแกนในส่วนด้านหน้าแล้วไล่ไปด้านหลังงานอย่างช้าๆ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง แต่ปัญหาเราจะตัดส่วนเกินที่เราไม่ต้องการอย่างไรให้ไม่ทำร้ายชิ้นงาน ดังนั้นสิ่งของที่จะใช้ค้ำงานระหว่างสแกนต้องเล็กและแข็งแรง สแกนเนอร์ต้องมองเห็นจับได้ชัดเจน

สามเหลี่ยมน้อยๆ เหล่านี้ก็ถือเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งในการช่วยให้งานสแกนง่ายขึ้น โดยนำไปค้ำงานในจุดที่ต้องการได้ทันที ซึ่งสามเหลี่ยมเหล่านี้ต้องติดMarkerเพื่อการสแกนติดง่ายขึ้น จะเป็นการเพิ่มจุดอ้างอิงให้กับชิ้นงานทำให้โปรแกรมโปรแกรมไม่สับสนระหว่างจุดเดิมกับจุดใหม่ แล้วทำไมต้องเป็นสามเหลี่ยมล่ะ……….

เพราะเนื่องจากสามเหลี่ยมมีปลายแหลม สแกนติดง่าย หากติดMarkerก็จะยิ่งทำให้โปรแกรมสแกนจุดยากๆที่ใกล้สามเหลี่ยมได้ง่ายไปอีกและยังเป็นการเพิ่มจุดอ้างอิงให้กับงานที่มีลักษณะกลมได้อีกด้วยนะ จึงทำให้การแสกนงานที่มีลักษณะกลมไม่ยากอีกต่อไป

หลังจากสแกนงานก็จะมีสามเหลี่ยมติดมาด้วย

ทำการจัดการลบส่วนเกินให้เรียบร้อยและลบสามเหลี่ยมออกไป

จะเห็นว่าหลังจากลบสามเหลี่ยมออกตัวงานจะไม่เสียหายเลยเพราะว่าที่ปลายสามเหลี่ยมสามารถลบได้ง่ายมาก

 

👉สรุป…….

การใช้สามเหลี่ยมค้ำงานจะช่วยในการสแกนด้านที่เข้าถึงยากของงานจึงทำให้การพลิกงานมาสแกนอีกด้านจะทำให้ง่ายมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มจุดอ้างอิงให้กับงานที่มีลักษณะกลมมนให้สแกนติดง่ายขึ้นเมื่อหมุนชิ้นงานไป

😍นี่เป็นอีกเทคนิคนึงที่ผู้ใช้สแกนเนอร์หลายๆคนใช้เพราะทำให้งานที่สแกนมีจุดอ้างอิงมากขึ้น ซึ่งยังมีเทคนิคอีกมากมายที่ทำให้การสแกนงานง่ายขึ้น😍

 

ลูกค้า : Dental Image คุณหมออานนท์ Einscan pro 2x plus

ลูกค้า : Dental Image คุณหมออานนท์ Einscan pro 2x plus

เมื่อคุณหมอทันตกรรม มา จับเครื่อง Scanner เพื่อนำไปใช้ในการทำงานให้สามารถทำงานได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น

 

 

ต้อนรับสู่Dental Image สาขา รามอินทรา

ทางร้านเราบริการจัดส่งและติดตั้ง พร้อมสอนกันตั้งแต่เปิดเครื่องและสแกนงานไปจนถึงการใช้งานควบคู่กับโปรแกรม3มิติสำหรับงานทันตกรรม

สแกนใบหน้าเพื่อใช้ในการปรับโครงสร้าง สำหรับงานทันตกรรม เพื่อคนไข้ได้เห็นภาพอย่างชัดเจน หากต้องการปรับเปลี่ยนจุดไหนก็จิ้มให้ดูจุดนั้นได้เลย ไม่ต้องมาพูดอธิบายเพื่อให้นึกภาพในหัวอีกต่อไป

คุณหมออานนต์ รู้สึกถูกใจสิ่งนี้…👍👍👍

เครื่องสแกนเนอร์อื่นๆที่เกี่ยวข้องกับงานทันตกรรมโดยเฉพาะ…

พร้อมสร้างแลปและเครื่องพิมพ์เรซิ่นสำหรับงานทันตกรรมต่อไปจ้าาาา

 

 

ได้เวลาวางเครื่องมือวัดแล้วมาจับเครื่องสแกนเนอร์กันเถอะ!!!

ได้เวลาวางเครื่องมือวัดแล้วมาจับเครื่องสแกนเนอร์กันเถอะ!!!

คุณเหนื่อยมั้ยที่ต้องมานั่งวัดขนาด ยาวเท่าไหร่ กว้างเท่าไหร่ มุมกี่องศา มนกี่มิลิลิเมตร เพื่อให้ได้ขนาดที่เหมือนกันเป๊ะๆกับโปรดักซ์ต้นแบบ และยิ่งเป็นในวงการวิศวกรรมหรือการทำแม่พิมพ์โลหะด้วยแล้ว ค่าความคลาดเคลื่อนที่รับได้ยิ่งกว่า 0.01 มิลิลเมตรซะอีก
เห้อ…ได้เวลาวางเครื่องมือวัดแล้วมาจับเครื่องสแกนเนอร์กันเถอะ!!!

วันนี้เราขอเสนอเครื่องสแกนเนอร์ที่จะทำให้คุณเจ้าของกิจการ และ คุณวิศกรทั้งหลายได้ผ่อนคลายจากความเครียดจากการวัดขนาดของต้นแบบ ไดมิตเตอร์ที่ต้องเป๊ะ ความน่าปวดหัวของการวางมุมองศา ด้วย…..

EinScan Pro 2X

Maker-Scan-Analysis-Reder

สแกนเนอร์สำหรับสแกนต้นแบบทางวิศวกรรมและผลิตภัณ์ต่างๆ เพื่อนำมาใช้ทำงานในขั้นตอนการออกแบบในโปรแกรม3มิติต่อไป โดยขั้นตอนการใช้งานนั้นง่ายแสนง่าย….

เริ่มจากการแปะสติ๊กเกอร์ Marker เพื่อเป็น Ref. ในการสแกนให้มีความต่อเนื่องและแม่นยำ เนื่องจากตัวงานมีผิวที่เรียบสแกนแล้วเครื่องจะไม่สามารถคำนวนความต่อเนื่องได้หากไม่มีความสูงต่ำของพื้นผิว

แปะ แปะ แปะ แปะ

ติดให้ทั่วต้นแบบเพื่อให้สแกนได้สะดวกและทั่วถึงมากขึ้น

จากนั้นจึงเริ่มสแกน และค่อยๆปรับให้ต้นแบบในโปรแกรมต่อติดกันเป็นชิ้นเดียวกัน

ค่อยเป็นค่อยไปนะคร้าบ

 

สแกนไปคำนวนโปรแกรมไปด้วย
ไฟล์3Dที่ได้จากการสแกน

สแกนและคำนวนเสร็จก็จะออกมาเป็นไฟล์3Dต้นแบบง่ายๆอย่างนี้เลย!!!!!

และจากที่พูดเชิญชวนมาแต่ต้น นี่คือผลลัพธ์ของการเชิญชวนนั้น….

นำไฟล์ที่ได้Importเข้าไปที่โปรแกรม3Dอะไรก็ได้

ตัวอย่างการใช้โปรแกรมGeomagic Essentials (GE)

ก็จะได้ภาพ3Dที่เหมือนกับงานจริงเป๊ะๆ ไม่ว่าจะนูนสูงต่ำแค่ไหนก็เก็บได้หมด

เมื่อนำมาแก้ไขในโปรแกรมไฟล์ที่ได้มาจากมีความเสียหายนิดหน่อย แต่โปรแกรมสามารถแก้ไขทำให้ชิ้นงานสมบูรณ์แบบได้เพียงไม่กี่คลิก

ปิ๊งง!!ง่ายอย่างกับปลอกกล้วย

ซึ่งในตัวโปรแกรมเมื่อตัดเนื้อของงานออกไปแล้วเราก็จะได้เส้นขอบนอกของงาน ที่มีขนาดและระยะที่แม่นยำมากเทียบเท่ากับของจริงทั้งความยาว กว้าง สูง และมุมองศาต่างๆ จนต้องถึงกับทิ้งเครื่องมือวัดกันเลยทีเดียวเชียว!!!

จากนั้นต่อมาก็สามารถปรับเปลี่ยนขนาด ยืดหดเฉพาะส่วนได้อย่างอิสระเท่าที่โปรแกรมจะสามารถทำให้คุณได้

เพิ่มเนื้อชิ้นงานขึ้นมาเล็กน้อย
ขยายเพิ่มเนื้องานขึ้นมาอีก หากไม่พอใจก็สามารถกลับไปแก้ไขได้

ใส่ความผอมบางให้กับชิ้นงานได้ตามใจชอบ

 

เห็นอย่างนี้แล้ว เตรียมบอกลาเครื่องมือวัดต่างๆได้เลย ลดขั้นตอนและเวลาการวัดขนาดต้นแบบและขึ้นไฟล์งาน3D ไปได้มากถึง 80% และไม่ต้องมาปวดหัวกับร้อยเว้าโค้งที่นอกจะกะระยะยากแล้ว ยั่งเสียเวลากับการมานั่งขึ้นไฟล์3Dให้เป๊ะๆอีกต่างหาก

ครบทีเดียวจบที่ Scaner

การใช้ 3D scanner ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของชาวเซียร์ราลีโอน

การใช้ 3D scanner ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของชาวเซียร์ราลีโอน

Shining 3D ในเมือง Stuttgart เยอรมันนี ได้ร่วมโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้ชาวเซียร์ราลีโอน โดยใช้สแกนเนอร์แบบมือถือ ช่วยในการผลิตอวัยวะเทียมให้กับผู้พิการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ ทั้งนี้อวัยวะเทียมเป็นที่ต้องการอย่างสูงในสาธารณรัฐเซียร์ราลีโอน

ในการผลิตอวัยวะเทียมโดยใช้เทคโนโลยีสามมิติช่วยให้ทำได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการสแกนอวัยวะที่ขาดใช้เวลาประมาณ 20 นาทีโดยรวมถึงการเตรียมการและการตรวจสอบอวัยวะของคนไข้ จากนั้นการปรับแต่งโดยใช้โปรแกรม MeshMixer อีกประมาณ 30 นาที ส่วนการผลิตจะใช้เวลาประมาณ 16-20 ชั่วโมง ส่วนของเท้าจะทำด้วยไม้จากในชุมชนเอง จากนั้นจะมีการตกแต่งสีให้ดูเป็นธรรมชาติเหมือนขาจริง

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

พรีวิว EinScan Pro HD สแกนเนอร์ 3มิติ มือถือความละเอียดสูง

พรีวิว EinScan Pro HD สแกนเนอร์ 3มิติ มือถือความละเอียดสูง

แกะกล่องเครื่อง EinScan Pro HD สแกนเนอร์มือถือ 3มิติ ความละเอียดสูง ด้วยระบบ Strutured Light Scanner ทำการประสานกันระหว่างแสงม่วง และ LED Flash
จุดเด่นตัวนี้คือโหมด HD Scan ไม่จำเป็นต้องใช้ Marker ทำให้สามารถสแกนวัตถุโดยใช้มือลากได้ละเอียด-ละเอียดมาก

บรรจุอยู่ในห่อ wrap โฟมกันกระแทก Packing ค่อนข้างดี
ส่วนจับทำได้ดีขึ้น เป็นวัสดุยางกันลื่น จับกระชับไม่กลัวหลุดมือ เหมือนตัวก่อนๆ มาพร้อมปุ่มควบคุม Start/Pause และ ปุ่นลด/เพิ่มแสง
ขนาดพอเหมาะ
ตัวเครื่องทรงเดียวกับ EinScan Pro 2X

ทาง 3DD ได้สรุปตารางเปรียบเทียบเครื่องสแกนตัวนี้กับ น้องๆของเค้า EinScan Pro 2X, 2X+ ไว้ดังตารางด้านล่าง
สรุปเบื้องต้นจุดเด่นหลักๆจะอยู่ใน โหมด Handheld HD Scan

  • Handheld HD Scan สามารถทำความละเอียดได้สูงสุด 0.045mm หรือ 45micron
  • Handheld HD Scan ความหนาแน่นจุดในการสแกนต่อ shot อยู่ที่ 3ล้านจุด
  • Handheld HD Scan ในรุ่น 2X,  2X+ จำเป็นต้องติดจุด Marker สะท้อนแสง แต่ในเครื่อง Pro HD ไม่จำเป็นต้องติด Marker จุดนี้ถือว่าเป็นพระเอกเลยก็ว่าได้

ลูกค้า: คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ลูกค้า: คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ขอขอบคุณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ที่อุดหนุนเครื่องพิมพ์สามมิติ Fullscale Max 660 และเครื่องสแกนสามมิติ Einscan Pro 2X ไปใช้ในการวิจัย และการสอนนักศึกษาต่อไป

Mask Fitter เข้ารูปหน้าของแต่ละคนด้วย 3D Scanner/ 3D Printer

Mask Fitter เข้ารูปหน้าของแต่ละคนด้วย 3D Scanner/ 3D Printer

เวลาไปหาหมอฟัน เราจะเห็นภาพจำอยู่แล้วว่าหมอจะใช้หน้ากากอนามัย มีกันหลายแบบหลายแนว มีหลายขนาดเล็ก-กลาง-ใหญ่ แต่ไม่มีแบบไหนเลยที่เราพอดีกับหน้าเรา 100% ยิ่งช่วงที่มีการระบาดของเชื้อ Covid-19 การป้องกันละอองในอากาศยิ่งเป็นเรื่องสำคัญ

ปกติเวลาเราใส่หน้ากากอนามัย ยังจะมีช่องว่างให้ละออง เล็ดลอด เข้ามาได้จากช่องว่างที่ไม่ได้แนบกับหน้าเรา ในบทความนี้จะมาแนะนำการทำ Mask Fitter หรือ ครอบแนบกับหน้ากากอนามัย  Mask Fitter ทำแบบคอสตัมเมดให้มีส่วนโค้งเว้าเข้ากับคนๆนั้นเลย โดยใช้ 3D Printer, 3D Scanner

Credit : Sainamthip Dental Labs, Bellus3D

Mask Fitter เข้ากับหน้ากับคนๆนั้นเลย
พิมพ์ Mask Fitter ด้วยวัสดุต่างๆ
งานที่พิมพ์จากเครื่อง