fbpx

Reverse Model Vs Real Model การเปรียบเทียบชิ้นงานจริงกับชิ้นงานที่พิมพ์มาใหม่

Reverse Model Vs Real Model การเปรียบเทียบชิ้นงานจริงกับชิ้นงานที่พิมพ์มาใหม่

สวัสดีครับ วันนี้พวกเรา Print3DD ขอนำมาเสนอ การนำไฟล์ที่ได้จากการ Reverse Engieering มาพิมพ์งานใหม่ โดยเริ่มต้นจากการนำชิ้นงานหรือโมเดลงาน ที่ได้จากการสแกนด้วย เครื่องสแกน 3 มิติ โดยครั้งนี้เราได้ใช้เครื่องสแกนรุ่น Einscan Pro 2×2020 หลังจากนั้นเรานำไฟล์ มาผ่านกระบวณการ Reverse Engineering ด้วยโปรแกรม Solid Edge 2021 หลังจากนั้นนำไฟล์ที่ได้นำไปพิมพ์ด้วยเครื่อง Formlabs รุ่น Form3 แล้วนำ โมเดลที่ได้มาเปรียบเทียบขนาดว่าแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด

สแกน3มิติ ด้วยเครื่อง Einscan Pro 2X2020
สแกน3มิติ ด้วยเครื่อง Einscan Pro 2X2020

หลังจากนั้นนำไฟล์ทีได้ มา Reverse Engineering บนโปรแกรม Solid Edge 2021 ไปชมคลิปวิดิโอกันเลยครับ

Reverse File Vs Scan File : เปรียบเทียบชิ้นงานบนโปรแกรม Solid Edge 2021 ครับ
Reverse File Vs Scan File : เปรียบเทียบชิ้นงานบนโปรแกรม Solid Edge 2021 ครับ
Reverse File Vs Scan File : เปรียบเทียบชิ้นงานบนโปรแกรม Solid Edge 2021 ครับ
นำไฟล์ไปพิมพ์กับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ : Formlabs Form3
นำไฟล์ไปพิมพ์กับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ : Formlabs Form3
ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง พิมพ์เสร้จแล้วครับ
ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง พิมพ์เสร้จแล้วครับ

** ครั้งนี้เราได้ใช้ Wax Resin ในการพิมพ์งาน เป็น Resin ชนิดพิเศษ เมื่อพิมพ์เสร้จแล้ว สามารถนำไปผ่านกระบวณการ Casting หรือกระบวณการหล่อ ได้เลยครับ **

เปรียบเทียบงานจริงกับงานที่พิมพ์มาใหม่ครับ
เปรียบเทียบงานจริงกับงานที่พิมพ์มาใหม่ครับ

สรุปขั้นตอนทั้งหมด
1. สแกนโมเดล ด้วย เครื่องสแกน 3 มิติ – Einscan Pro 2×2020
2. นำไฟล์ที่ได้จากการสแกน มา Reverse Engineering บน SolidEdge 2021
3. นำไฟล์ที่ได้จากการ Reverse Engineering ไปพิมพ์บนเครื่องพิมพ์ Formlabs Form3
4. นำชิ้นงานที่พิมพ์ใหม่ (Wax Resin) มาเปรียบกับชิ้นงานจริง

** หลังจากที่นำชิ้นงานทั้ง 2 มาเปรียบความแตกต่างกันแล้ว ขนาดมีความคลาดเคลื่อนกันน้อยมากๆ ซึ่งถ้ามองด้วยตาเปล่า อาจจะไม่เห็นถึงความแตกต่างกันเลย แล้วถ้าลองเอาเครื่องมือมาวัดขนาดของทั้งสองแล้ว ก็แทบจะไม่คลาดเคลื่อนเลยครับ โดยทั้งหมดนี้ เรื่องของขนาดและความคลาดเคลื่อน มีผลตั้งแต่การเริ่มสแกน3มิติ , Reverse Engineering , การพิมพ์พ์งาน เลยครับ
สรุปกระบวณการทั้งหมด สามารถทำให้ชิ้นงานความเคลื่อนได้ ต้องระมัดระวังกันมากๆ เลยหล่ะครับ

Einscan Pro 2X เปิดตัวโหมด High Detail Features ใน Handle HD Scan

Einscan Pro 2X เปิดตัวโหมด High Detail Features ใน Handle HD Scan

เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการเปิดตัวคุณสมบัติใหม่โหมดรายละเอียดสูง (High Detail) สำหรับ Einchin Scan Pro 2X 2020 โหมดการทำงานใหม่นี้สามารถใช้ได้ในโหมด Handle HD Scan เพื่อดึงรายละเอียดสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ของวัตถุที่จะสแกน

หน้าต่างฟั่งก์ขั่นที่เพิ่มมาใหม่

เมื่อเปรียบเทียบโหมดรายละเอียดสูง (Hight Detail mode) โหมดนี้จะเก็บรายละเอียดที่ได้จะสูงขึ้น คุณภาพข้อมูลสูงขึ้น และการสแกนจับรายละเอียดวัตถุต่างๆ ได้ดีเพิ่มขึ้น
แต่พื้นที่การสแกนจะลดลงเหลือประมาณครึ่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับโหมดแสกนแบบคลาสสิก (Classic scan mode)


คุณภาพของข้อมูล (Data Quality) ด้วยระยะห่างที่จุดเดียวกัน และที่ความละเอียดเดียวกัน (Resolution) คุณภาพของข้อมูลจะสูงกว่าโหมดสแกนแบบคลาสสิก (Classic scan mode)
เปรียบเทียบความแตกต่าง ภายในระยะสแกนเดียวกัน ในโหมดสแกนแบบคลาสสิก (Classic scan mode) คุณภาพของข้อมูลค่อนข้างหยาบ แต่ในโหมดรายละเอียดสูง (Hight Detail mode) จะสามารถรับรายละเอียดได้รวดเร็ว และหนาแน่นขึ้น

Normal scan mode
High Detail scan mode

ระยะการสแกน (Scan Range) การสแกนในช่วงพื้นที่สีเขียว หมายถึงช่วงข้อมูลที่ได้มาจากสแกนครั้งเดียว

Scan range in green area
Scan range in green area
Example object for scan test
เปรียบเทียบการสแกนระหว่าง Classic Mode และ High Detail mode ใน Handle mode

ข้อแนะนำควรรู้เบื้องต้นสำหรับการสแกนในโหมด Handle HD scan
1. เมื่อสแกนวัตถุขนาดใหญ่ และต้องเก็บรายละเอียดสูง การสแกนอาจจะต้องทำมากกว่า 1 ไฟล์ หลังจากนั้นค่อยนำมารวมกัน
2. สามารถสแกนวัตถุขนาดเล็กถึงขนาดกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในโหมด Fixed scan แต่ในโหมด Handle HD scan จะสแกนวัตถุขนาดเล็กได้ยาก
3. สำหรับการสแกนวัตถุขนาดใหญ่หากไม่จำเป็นไม่แนะนำให้ใช้โหมดรายละเอียดสูง (High Detail mode) เนื่องจากช่วงการสแกนเล็กกว่า ใช้เวลาการสแกนนานกว่า และไฟล์ข้อมูลที่จะใหญ่ขึ้น ส่งผลทำให้การประมวล ผลของคอมพิวเตอร์สูงอาจทำให้ซอฟต์แวร์ขัดข้องได้
4. สำหรับการสแกนวัตถุที่มีผิวเรียบ หรือโค้งขนาดใหญ่ ในระยะการสแกนจะได้ค่อนข้างเล็ก จะมีความไวต่อพื้นที่ผิวน้อย แนะนำให้เริ่มการสแกนในโหมดคลาสสิก (Classic scan mode) และหลังจากนั้น สแกนพื้นที่ต่อใน โหมดรายละเอียดสูง (High Detail mode) ไฟล์ในโหมดการสแกนทั้งสอง สามารถมารวมกันหรือเชื่อมต่อพื้นผิวกันได้

แหล่งที่มา Shining 3D

การนำ Einscan Pro ไปใช้ในงานศิลปะฝาผนังถ้ำในโคลอมเบียโดย ATEgroup

การนำ Einscan Pro ไปใช้ในงานศิลปะฝาผนังถ้ำในโคลอมเบียโดย ATEgroup

การใช้เครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ ได้เมีการนำไปใช้งานในหลายๆ ด้านอย่างบทความนี้ก็เช่นกัน ซึ่งในโคลอมเบียได้มีสถานที่ที่เป็นสิ่งสวยงามตามธรรมชาติอยู่มากมาย พร้อมทั้งภูมิประเทศนั้นมีสถานที่น่าทึ่งมากมาย และในเขต Sonsón (Department of Antioquia) มีสถานที่สวยงามมากๆ เป็นพื้นที่ที่แถบจะไม่เหมือนใครเลยทีเดียว แถบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะเป็นสิ่งที่มีอยู่จริงมันเหมือนกับในนิยายเลย ซึ่งสิ่งนั้นก็คือ Karst belt ของ Sonsón

Karst belt คืออะไร?
Karst belt คือการก่อตัวขึ้นระหว่างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากน้ำที่เป็นกรดทำปฏิกิริยากับหินปูนสร้างสารโซเดียมไบคาร์บอเนตซึ่งละลายน้ำได้ เมื่อน้ำที่ชั้นผิวดินและพื้นดินมาปะทะกันในรอยแยกของหินจึงทำให้เกิดการละลายและเกิดเป็นรูปร่างขึ้นมา สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ผู้คนที่มาพบเห็นชื่นชอบเป็นอย่างมากและควรค่าแก่การให้เยี่ยมชมต่อโลกภายนอก แต่ความงดงามจริงๆ ของสิ่งเหล่านี้มักจะซ่อนอยู่ภายในของมัน เพราะเมื่อสั่งเกตุที่ชั้นของเนื้อหินจะสามารถพบเศษหิวอ่อนได้ไอย่างชัดเจน ซึ่งหินอ่อนจะเป็นหินที่เกิดขึ้นขึ้นเมื่อหินปูนที่อยู่ภายใต้อุณหภูมิที่สูงๆ รวมกับความกดอาการสูง สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดการตกผลึกขึ้นมาเป็นรูปร่าง ตามภาพสถานที่ใน Sonsón ยังมีความลับซ่อนอยู่อีกประการหนึ่งซึ่งภายในถ้ำจะมีกำผนังกำแพงที่ถูกปกคลุมไปด้วย Petroglyph ที่คนรุ่นก่อนๆ ได้สร้างขึ้นมาเมื่อหายพันปีก่อน

สถานที่ทำการศึกษาภาพวากผนังถ้ำ

Petroglyph หรือเรียกอีกอย่างว่า “ศิลปะบนหิน” ทำหน้าที่เมื่อเครื่องมืที่จะสื่อสารจากคนรุ่นก่อนเมื่อหลายพันปีก่อนหน้านี้ ซึ่งในช่วงนั้นจะยังไม่มีดินสอและกระดาษ ก่อนที่เทคโนโลยีการสื่อสารของสมัยใหม่จะถือกำเนิดขึ้นมา การสรา้งภาพวาดบนผาผนังถูกวาดด้วยสีหรือการแกะสลักเป็นแบบนูนต่ำด้วยเครื่องมือของยุคหิน ภาพวาดเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติและควรแก่การการอนุรักษ์เป็นอย่างมาก ต้องขอบคุณพวกเขาเป็นอย่างมากที่ทำให้เรารู้ว่าบรรพบุรุษมีการสื่อสารกันอย่างไรในสมัยก่อนหน้านี้ และการสื่อสารตั้งแต่สมัครก่อนนั้นมีการพัฒนาอย่างไรบ้าง ซึ่งพวกเขาทไให้ได้เห็นสิ่งเหลานี้ได้อย่างชัดเจน

Petroglyph “El Búho”

การที่ได้พบแร่ที่มีค่า เช่น ทองคำมรกตเพชรหรือหินอ่อน ในสถานที่เหล่านี้มันก็กลายเป็นแหล่งขุดค้นที่ทำกันอย่างรวดเร็วนั้นทำให้สิ่งเเหล่านี้อาจจะถูกทำลาย ดังนั้นจึงมีคำถามที่ถูตั้งขึ้นมาว่า Petroglyph จะต้องถูกเก็ยรักษาไว้อย่างไรนขณะที่มนุษย์สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้ไปพร้อมๆ กัน นอกจากนี้สิ่งที่มีผลต่อการเสียหายของ Petroglyph อีกอย่างก็คือสภาพอาการและภัยธรรมชาติทีมีผลต่อในระยะเวลาที่นานๆ วันเข้า สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ควรจะมองข้าม ปัญหาเหล่านี้พวกเขาจะแก้ไขมันอย่างไร เหล่านี้คือคำถามที่พวกเขาได้ไปพบเจอและคิดกันอยู่หลายวันเพื่อให้ได้ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับสิ่งที่ถือเป็นมรดกของมนุษยชาติ และสิ่งที่พวกเข้าคิดออกก็คือการนำเทคโนโลยีที่เรียกว่า 3D Scanner เข้ามาช่วยเกี่ยวกับปัญหาเหล่านี้
การใช้เครื่อง 3D Scanner เข้ามาช่วยแก้ปัญหาการเก็บรักษาสิ่งเห่านี้ได้อย่างไร
ปัจจุบันความลึก ความสูง และรูปร่าง และแม้กระทั้งแต่สีสามารถทำการเก็ยให้เป็นข้อมูลแบบดิจิตอลได้โดยใช้เทคโนโลยีการสแกน 3D การสแกน Petroglyph ให้ออกมาเป็นภาพ 3D เป็นวิธีที่ดีมากๆ สำหรับการรักษาศิลปะหิวพวกนี้ไว้และยังแบ่งปันข้อมูลให้ผู้อื่นได้แบบออนไลน์สำหรับการทำวิจัย อยู่ที่ไหนก็สามารถศึกษามันได้แต่ไม่ต้องมาที่สถานที่จริง เครื่องที่พวกเขานำมาให้เก็บข้อมูลแบบ 3D นั้นคือ Einscan Pro Plus เป็นเครื่องสแกนเนอร์ 3D จากค่าย Shining3d ที่ใช้แสงในการสแกนจับภาพให้ออกมาเป็นรูปทรงเรขาคณิตที่ซับซ้อน สามารถแสดงความลึกของวัตถุได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำและเสมือนจริงมากๆ

การใช้เครื่อง Einscan Pro Plus + color module
เครื่อง Einscan Pro Plus + color module

ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้เครื่อง Einscan Pro Plus นั้นออกมาได้ดีเป็นที่น่าพอใจอย่างมากซึี่งเมื่อทำการสแกนนั้น Software สามารถวิเคาระห์รายละเอียดและลักษณะเฉพาะจองการสแกน Petroglyph ได้อย่างละเอียด การนำเทคโนโลยีการสแกน 3D เข้ามาช่วยเก็บข้อมูลเหมือนกับกรทำสำเนาจากวัตถุงานจริงมาเป็นในรูปแบบข้อมูลดิจิตอลของ Petroglyph มันสามารถได้ทั้งความแม่นยำ และยังเป็นการปกป้องงานแกะสลักโบราณเหล่านี้ให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดจากการเข้าไปวิจัยของมนุษย์ เเละนอกจากนี้พวกเขายังอัพโหลดไฟล์ 3D ไปยังโลกออนไลน์ที่สามารถเข้าไปชมกันได้ สามารถดูตัวอย่างได้ที่นี่ : https://sketchfab.com/GRUTA

ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้เครื่อง Einscan Pro Plus + color module
ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้เครื่อง Einscan Pro Plus + color module
ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้เครื่อง Einscan Pro Plus + color module
ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้เครื่อง Einscan Pro Plus + color module

เกี่ยวกับ ATEgroup พวกเขามีประสบการณ์มากกว่า 20 ปีในด้านการใช้เทคโนโลยี 3D นำเสนอบริการจาการสแกน 3D เสมือนจริงทางด้านวิศวกรรมย้อนกลับและกาตรวจสอบทางมาตรวิทยาพวกเขาได้ทำงานให้กับลูกค้าและคู่ค้าทั้งในและนอกประเทศโคลอมเบีย บทความจาก SHINING 3D

The expedition team from ATEgroup

รีวิว EinScan Pro 2X 2020 มีอะไรดีขึ้นจากเดิม

รีวิว EinScan Pro 2X 2020 มีอะไรดีขึ้นจากเดิม

สแกนเนอร์ EinScan Pro 2X เป็นสินค้ามีชื่อของ Shining3D ใช้กันแพร่หลายเนื่องจาก เป็น Hybrid สแกนได้ทั้งแบบ Fix-ขาตั้งกล้อง และ แบบ Handheld-มือถือสแกน จะเอาละเอียดก็ใช้ขาตั้งกล้องเอา จะเอาของชิ้นใหญ่-สแกนคนก็ใช้มือถือสแกนเอา EinScan Pro 2X (ต้นฉบับเริ่มขายเมื่อ 2018)

Timeline ของโปรดักส์ EinScan Pro 2X

เดือนมีนาคม 2021 ที่ผ่านมาได้ทำ Minor Change เป็น EinScan Pro 2X 2020 หลักการทำงานยังเหมือนเดิม มี Upgrade หลักๆขึ้นมาอีก 4-5 ข้อดังนี้

Upgrade List

  1. มีการเปลี่ยนวัสดุนิดหน่อย แก้ปัญหาเรื่อง LED ขาดเมื่อใช้ไปนานๆ / Software มีการพัฒนาเรื่อง AI
  2. สามารถสแกนได้ละเอียดขึ้นจาก 50micron เป็น 45micron ในโหมด Handheld — เอาง่ายๆเมื่อใช้มือถือสแกน จะสแกนได้คมขึ้น ละเอียดขึ้นนั้นเอง เป็นผลจากการ Upgrade ทั้งในส่วน Software และ Hardware
  3. สามารถไม่ติด Marker Sticker ในโหลด HD Scanner ได้แล้ว มีข้อแม้ว่าวัตถุต้องมีรูปทรงหรือลวดลายเฉพาะ ให้ AI จับ Texture ไปเรื่อยๆได้ — อันนี้จะดีกับคนที่ต้องสแกนมือถือ HD Mode แต่ไม่อยากติด Marker
  4. ความละเอียดในการ Scan เพิ่มเป็น 3,000,000point/sec — Point Cloud ที่เก็บมากขึ้น งานสแกนก็จะคม ละเอียดขึ้น
  5. ขนาด Scan ต่อ Shot ใหญ่ขึ้น 15% จาก 2x รุ่นก่อน 150x120mm – 250x200mm — Projector มีขนาดใหญ่และมีความแรงขึ้น(นิดนึง) ทำให้การสแกนเร็วขึ้น
Highlight Spec 2X 2020 จุดสำคัญที่มีการ upgrade

โหมดในการสแกนทั้ง 4 โหมดยังมาครบ

  1. ระบบมือถือสแกนรอบชิ้นงานหรือ Handheld HD Scan เป็นการสแกนที่ความละเอียด 45 Micron (0.045mm) ยิงแสงแบบแถบเส้น ทำได้โดยการเตรียมวัตถุ โดยติดหรือไม่ติด Marker ก็ได้ (ไม่ติดได้กรณีวัตถุมีรูปทรงลาดลายตลอดชิ้นงาน / ติดเมื่อชิ้นงานส่วนมากค่อนข้างเรียบ) เพื่อกำหนด Reference โดยผู้ใช้สามารถเดินรอบชิ้นงานที่ต้องการสแกนได้เลย โหมดนี้เหมือนกับการสแกนที่ต้องการคุณภาพสูง วัตถุอยู่นิ่ง ไม่เหมาะกับสิ่งมีชีวิต เช่น การสแกนรูปปั้นนอกสถานที่ วัตถุทางศิลปะ ชิ้นส่วนทางวิศกรรมที่ไม่สามารถถอดออกเป็นชิ้น ๆ ได้
  2. ระบบมือถือสแกนรอบชิ้นงานแบบเร็ว Handheld Rapid Scan ความละเอียดในการสแกนอยู่ที่ 100Micron (0.1mm) ยิงแสงแบบ QR Codeไม่ต้องติดสติกเกอร์ Marker เหมาะกับการสแกนสิ่งมีชีวิต เช่น มนุษย์
  3. สแกนอัตโนมัติด้วยถาดหมุน (Auto Scan) วางชิ้นงานลงบนฐาน เครื่องจะทำการสแกนจนเสร็จ ความละเอียดในการสแกนอยู่ที่ 40Micron (0.04mm) ซึ่งถือว่าคุณภาพสูงมาก แต่มีข้อจำกัดที่ชิ้นงานต้องขนาดไม่เกิน 20cm
  4. สแกนทีละช็อตโดยใช้ขาตั้งกล้อง(Fix Scan) ความละเอียดในการสแกนอยู่ที่ 40Micron (0.04mm) ทำการสแกนที่ละซ็อตไปเรื่อยๆโดยเครื่องสแกนเนอร์ต้องอยู่บนขาตั้งกล้อง

Info Graphic ต่างๆเพื่องานต่อความเข้าใจ

ภาพแรกเป็นการเปรียบเทียบ ขนาดสแกนต่อ Shot ของ 2x 2020 VS HD VS HX
ภาพสอง เปรียบเทียบต่อ นำภาพมาซ้อนกัน
ความเร็วในการสแกน

สรุป

  • สแกนเนอร์ Upgrade ขึ้นมานิดหน่อย Software จะ update ให้ตัวใหม่ 2020 เรื่อยๆ / ตัวเก่าจะ update น้อยลง
  • ราคาสูงขึ้น
  • ยังเป็นตัวที่น่าใข้เหมือนเดิม คาดว่าน่าจะเป็นสินค้าขายดีของ Shining3D เหมือนเดิม

หากสนใจสินค้า สามารถติดต่อเราได้ครับ 3DD เป็น Master Distributor ของ Shining3D ตั้งแต่ 2015

งานออกแบบ D.I.Y ชั้นวางของด้วย Ray6 Smart CO2 Laser-Cutter

งานออกแบบ D.I.Y ชั้นวางของด้วย Ray6 Smart CO2 Laser-Cutter

วันว่างๆ ก็ปิ๊งไอเดียดีๆกับงานออกแบบ ซึ่งต้องขอย้อนความไปก่อนเลยว่าทำไมถึงเกิดบทความนี้ขึ้นมาได้ เพราะได้เห็นเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ ที่ทางร้านได้มีตั้งโชว์ไว้หน้าร้านเพื่อไว้ให้ทางลูกค้าดูหรือทดสอบโดยจะมีหลากหลายรุ่น เช่น Einscan Pro 2Xseries, Einscan Pro HD, Einscan H และ Einscan HX นั้นจะมีการวางไว้แบบไม่ได้เป็นระเบียบเลย บางทีสายก็พันกันไปมาจะใช้งานครั้งๆ หนึ่งต้องไปหยิบแกะออกมามันน่าจะเป็นสิ่งที่ดูไม่ดีถ้าลูกค้าที่เข้ามาชมสินค้าของทางร้านเราและอีกอย่างถ้าไม่วางหรือจัดเก็บตัวเครื่องไม่ดีนั้นอาจจะทำให้ตัวเครื่องได้รับความเสียหายได้ และประจวบเหมาะกับที่ทางร้านของเราเป็นผู้จำหน่ายทั้ง 3D Printer, 3D Scanner และ Laser cutter จึงมีความคิดว่าควรจะนำสิ่งที่เรามีนั้นมาออกแบบชั้นวางของดีไหมเครื่องสแกนเนอร์ที่วางโชว์หน้าร้านจะได้เป็นระเบียบเรียบร้อย เอาจริงๆ นะะถ้าใครที่กำลังมองหาเครื่องมือที่จะนำไปต่อยอดธุรกิจต่างๆ ที่กำลังจะเริ่มต้น หรือหาแนวทางอยู่สิ่งนี้ก็เป็นที่น่าสนใจอย่างมากเลยทีเดียว ในบทความนี้เราก็จะมาทั้งสอนทั้งรีวิวด้วยว่าเราทั้งเครื่องมืออะไรบ้างในการออกแบบชั้นวางของออกมาที่ได้เห็นดังภาพบางคนอาจจะนำไปทำตู้ใส่ของ โคมไฟ งานอาร์ตแบบแนวๆ ก็ได้เพราะเครื่อง Laser cutter มีหลากหลายขนาดและสามารถนำไปต่อยอดได้มากมาย เดี๋ยวเรามาเข้าเรื่องในการออกแบบกันเลยดีกว่าครับ จะมีขั้นตอนตามลำดับดังนี้เลย

1. การออกแบบ Design Products

การออกแบบทางเราจะออกแบบด้วยโปรแกรม Illustrator โดยขนาดที่ใช้จะ 600×400 มิลลิเมตร ที่สำคัญพยายามออกเป็นหน่วยมิลลิเมตรนะครับ เพราะว่าเมื่อนำไปเข้าโปรแกรมที่จะ cutting นั้นขนาดจะได้ไม่เพี้ยน การออกแบบด้วย Illustrator นั้นก็ใช้เครื่องมือวาดตามปกติเลย ถ้าใครที่ไม่ถนัดโปรแกรมนี้อาจจะใช้เคื่องมืออื่นได้สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเครื่อง Laser cutter ในความคิดที่เราออกแบบนั้นชั้นวางจะต้องวางเครื่องสแกนเนอร์ที่เรามีได้ทั้งหมดที่เป็นแบบ Handheld ทั้ง 4 รุ่น Einscan Pro 2X series, Einscan Pro HD, Einscan H และ Einscan HX แล้วที่ด้านล่างของชั้นวางจะต้องมีช่องลิ้นชักที่ไว้เก็ยสายไฟ สายเชื่อมต่อUSB หรือ Marker สำหรับการใช้งานติดชั้นงานสแกนแค่ลิ้นชักสำหรับเก็บของนั้นยังไงพอเพราะเครื่องสแกนเนอร์บางรุ่นจะต้องใช้สเปร์ยแป้งหรืออุปกรณ์อื่นๆ อีกก็เลยออกแบบให้ที่ด้านลังของชั้นวางมีช่องวางเพื่อไว้ใส่ของอื่นๆ เพิ่มเติม ชั้นวางที่ได้อออกแบบไว้นั้นจะมีขนาด 300×500 มิลลิเมตร จากนั้นจะทำการ Export file ออกมาเป็น .DXF เพื่อนำไปเปิดในโปรแกรม RD Work ในขั้นตอนต่อไป

โปรแกรม Illustrator CC สำหรับการออกแบบ
Layout ต้นแบบชั้นวาง
ผนังด้านข้างซ้ายและขวา
ช่องแบ่งตัวเครื่องสแกนเนอร์ และผนังด้านหลัง
ช่องใส่ของที่เป็นส่วนของลิ้นชัก 2 ส่วน

2.การตั้งค่าเพื่อสั่งการตัดด้วย Laser Cutter รุ่น Ray6 Smart Co2 Laser ขนาด 600×400 มิลลิเมตร
โปรแกรมที่ใช้สั่งงานเครื่องรุ่นนี้จะใช้โปรแกรม RD Work (License แท้) รองรับไฟล์ที่เป็น CorelDraw, Photoshop, Auto CAD, illustrator, PLT, DST, DXF, BMP, DWG, AI, RD ซึ่งโปรแกรมนี้จะสามารถใชได้กับเครื่อง Laser Cutter ได้หลากหลายโดยเราสามารถกำหนดขนาดที่ต้องการจะทำงานได้ โดยขนาดที่เราจะใช้คือ 600×400 มิลลิเมตร ส่วนวัสดุที่เลือกใช้จะเป็นไม้กระดานขนาด 3 มิลลิเมตร กับแผ่นอคลิลิค 3 มิลลิเมตร ในโรแกรมเราสามารถเลือกการตั้งค่าได้ว่าเราจะ Cut,Scan, Dot, หรือ Pen เพื่อให้เหมาะสมกับรูปแบบของานที่เราต้องการซึ่งอันนี้ทางเราจะเลือกเป็น Cut เพราะต้องการตัดและนำแต่ลพชิ้นส่วนมาประกอบ



โดยหลักแล้วเราจะมีการปรับไม่ค่อยมากในโปรแกรม RD Work คือ
– จุดที่ (1) เป็น Layout ที่เราจะไว้ทำงานเหมือนขนาดที่เราจะตัดงานได้ แต่ไม่ควรจะวางชิ้นงานที่เราออกแบบไว้ใกล้กันมากเกินไป ปกติจะเว้นไว้ประมาณ 2 มิลลิเมตร
– จุดที่ (2) เป็นการตั้งค่าความเข้มของ Laser ส่วนมากถ้าตัดจะใช้ 90% แต่ต้องแล้วแต่กำลังของเครื่องแต่ละรุ่นด้วยของทางเราเครื่องมีกำลังที่ 60Watt ถ้าเครื่องที่มีกำลังเยอะกว่านี้อาจจะใช้ค่านี้น้อยลงตามลำดับก็สามารถตัดขาดแล้ว และยังสามารถเลือกความเร็วในการ cut ได้ด้วย
– จุดที่ (3) เป็นการกำหนดค่ากำลัง Laser และรูปแบบการทำงาน Cut,Scan, Dot, Pen ตามที่เราต้องการ สามารถกำหนดค่าหรือรูปแบบการยิ่ง Laser ได้หลายรูปแบบตาม Layer ของสีนั้นๆ ที่เราเลือกไว้ใน 1 file งานที่ต้องการทำงาน
– จุดที่ (4) เป็นการ Export ไฟล์ออกเพื่อนำไปสั่งงานที่เครื่อง Laser cutter

3. การใช้งานตัวเครื่อง Laser Cutter รุ่น Ray6 Smart Co2 Laser ขนาด 600×400 มิลลิเมตร
เรานำ USB Drive ที่ได้ save งานไว้มาเสียบที่ตัวเครื่องจากนั้นให้ copy file ลงที่ตัวเครื่องไฟล์ที่ใช้งานจะเป็น .rd ด้วยตัวเครื่องจะมาพร้อมกับตัวควบคุม Ruida 6445 รุ่นใหม่ ที่สามารถควบคุมการทำงานได้หลากหลายและง่าย หน้าจอใหญ่สามารถเห็นภาพก่อนที่จะสั่งเริ่มการ cut ได้ เครื่องตัดและแกะสลักด้วยเลเซอร์ชนิด CO2 รองรับทั้งการตัดและแกะสลัก วัสดุอโลหะ แผ่นพลาสติก, Acrylic, HIPS, Plywood, พลาสวูด, หนัง, ผ้า และ อื่นๆ ซึ่งที่จริงสามารถสั่งงานผ่าน Computer, USB Drive, LAN หรือ Wifi แล้วแต่ว่าเราจะสะดวกแบบไหนแต่ที่เราเลือกคือ USB Drive

4.การประกอบชั้นวางเครื่องสแกนเนอร์
การประกอบจะทำมาเป็นช่องๆ ไว้อยู่แล้วจนาดจะประมาณ 30*3 มิลลิเมตร จุดที่เป็นไม้นั้นจะใช้กาวร้อนในการเชื่อมต่อแต่ละชิ้นเข้าด้วยกัน ส่วนชิ้นที่เป็น Acrylic จะใช้น้ำยาเชื่อมพลาสติกในการติดลองดูในวีดีโอได้นะครับ



ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพด้วยEinscan

ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพด้วยEinscan

Lincoln Continental รถหรูสุดคลาสิกจากบริษัท Lincoln ที่ได้ร่วมมือในการผลิตกับทาง Ford ซึ่งตัวรถได้ออกมาตั้งแต่ปี1967 ซึ่งเป็นรถที่มีสเน่ห์ที่ให้อารมณ์ความหรูหราแบบยุค70 และเป็นที่ชื่นชอบของนักสะสมเป็นอย่างยิ่ง

Lincoln Continental ปี 1967

ปัญหาของรถคลาสสิกข้อใหญ่คือ อะไหล่ส่วนใหญ่หาไม่ได้แล้วเนื่องจากไม่มีการผลิตรถรุ่นนี้แล้ว อีกทั้งตัวรถก็มีอายุอย่างน้อย40ปีเข้าไปแล้วทำให้อะไหล่ก็เริ่มหายากมากขึ้นเรื่อยๆจนบางชิ้นก็ไม่มีอีกแล้ว การใช้สแกนเนอร์สแกนส่วนที่ต้องการเป็นทางออกที่ดีที่สุด
ชิ้นส่วนที่ต้องการครั้งนี้คือ ฝาครอบลำโพงด้านขวาที่อยู่บริเวณข้างล่าง แน่นอนว่าการจะหาอะไหล่ส่วนนี้กับรถที่มีอายุขนาดนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้แล้ว

ขั้นแรกจะทำการสแกนในบริเวณที่ต้องการโดยใช้Einscan Pro2x จากนั้นจะนำไฟล์สแกนไปปรับแต่งผิวให้สมบูรณ์ให้มากที่สุด

ขั้นตอนต่อมาคือการนำไฟล์.STLที่ได้จากขั้นตอนการสแกนมาเป็นแบบเพื่อร่างแบบโครงสร้างของชิ้นส่วนที่ต้องการ

การที่นำไฟล์ที่ได้จากการสแกนจะทำให้เราได้ขนาดของพื้นที่ที่แม่นยำมากและทำให้ลดเวลาในการวัดขนาดของพื้นที่ที่ต้องการแล้วนำมาขึ้นแบบอีกครั้ง

หลังจากที่ไฟล์ที่ต้องการเสร็จแล้วก็จะนำไฟล์นั้นมาพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติแบบFDMเพื่อให้ได้ชิ้นงานออกมา

และเมื่อได้ชิ้นงานออกมาแล้วก็จะทำการทดลองไปสวมใส่กับรถจริง

การพิมพ์ด้วยระบบFDMนั้นจะประหยัดค่าวัสดุมากเมื่อเทียบกับการพิมพ์ระบบอื่นรวมถึงการขึ้นรูปชิ้นงานด้วยวิธีต่างๆ หากงานที่พิมพ์ออกใส่ไม่ได้การพิมพ์ใหม่ค่าใช้จ่ายก็จะไม่สูงมาก

เครื่องพิมพ์ระบบFDM ขนาดใหญ่ที่เหมาะกับงานทุกระดับ

หลังจากที่ได้ชิ้นงานที่สมบูรณ์แล้ว ขั้นตอนสุดท้ายก็จะเป็นการตกแต่งชิ้นงาน ทำสี ติดพรม ให้ดูเข้ากับตัวรถจนรู้สึกว่าเหมือนกับเป็นของเก่าเลยทีเดียว

Einscan จาก Shining3D

Update EXScan Pro 3.6? มีอะไรบ้าง

Update EXScan Pro 3.6? มีอะไรบ้าง

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2564 ช่วงประมาณเวลา 20.40 น. ของทางประเทศไทย shining3d ได้แจ้งเรื่องของการอัพเดทโปรแกรมที่ใช้กับเครื่องสแกนเนอร์อย่างรุ่น Einscan Pro 2X Series และ Einscan Pro HD ให้สามารถใช้งานร่วมกันในโปรแกรม EXScan Pro ตัวเดียวกันได้ จากที่เมื่อก่อนนั้นโปรแกรมของ Einscan Pro 2X Series กับ Einscan ProHD จะต้องใช้งานแยก Version กัน ถ้าสำหรับผู้ใช้งานที่มีเครื่อง Einscan ทั้ง 2 รุ่นนี้อยู่จะต้องมีโปรแกรม 2 Version ในคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวและจะยุ่งยากที่จะใช้งานเพราะจะต้อง install โปรแกรมใหม่ทุกครั้ง ซึ่งตอนนี้สามารถเข้าไปดาวน์โหลดกันได้แล้วกับ EXScan Pro v3.6.0.3

ไม่เพียงเท่านั้นการอัพเดทครั้งนี้ยังมีการเพิ่ม Features มาหลักๆ อีก 2 อย่างคือ

1.Multiple languages supported มีการรองรับภาษาที่มากขึ้นถึง 11 ภาษาในการใช้งานโปรแกรม EXScan Pro

2.Marker scan การทำ Open global marker ที่สามารถใช้งานได้เฉพาะในโหมด rapid scan mode ของเครื่อง Einscan Pro HD ตอนนี้ในสามารถใช้งานในโหมดการสแกน HD scan mode ได้แล้ว ซึ่งการใช้งานสแกนแบบ Open global marker นี้มีความจำเป็นและสำคัญอย่างมากสำหรับการสแกนวัตถุที่มีความบางๆ แบนๆ แต่สำหรับคนที่ใช้ Einscan Pro 2X series อยู่นั้นสามารถใช้งานได้อยู่แล้ว สามารถดูการใช้งานได้จากวีดีโอของ Einscan Pro 2X series 

จากงานสแกนสู่งานพิมพ์สามมิติสำหรับชิ้นส่วนมอเตอร์ไซค์

จากงานสแกนสู่งานพิมพ์สามมิติสำหรับชิ้นส่วนมอเตอร์ไซค์

เทคโนโลยีสามมิติเป็นเครื่องมือที่เป็นที่ชื่นชอบและเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลกสำหรับนักประดิษฐ์ นักออกแบบมืออาชีพและวิศวกร การสแกนงานสามมิติในปัจจุบันสามารถเพิ่มความรวดเร็วในการทำงานของนักออกแบบได้มากขึ้นโดยการสแกนแล้วตกแต่งไฟล์เล็กน้อยจากนั้นก็นำมาพิมพ์ได้ทันทีเลย ซึ่งจะประหยัดเวลามากกว่าการวาดขึ้นมาใหม่มาก

ขั้นที่1 สแกน
การสแกนงานให้มีความเรียบร้อย ครบทุกรายละเอียดจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้เป็นอย่างดี และยังช่วดทดแทนกระบวนการออกแบบที่ซับซ้อนและอำนวยความสะดวกให้กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆขึ้นมาให้หลากหลายมากขึ้น
ในงานนี้ได้ใช้EinscanHXในการสแกนชิ้นงานท่อเหล็กด้านซ้ายของมอเตอร์ไซด์ หลังจากที่แสกนเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะได้ชิ้นงานที่เป็นไฟล์นามสกุล.Stl เพื่อนำมาใช้ในขั้นตอนต่อไป

ขั้นที่2 การออกแบบ
หลังจากที่ได้ไฟล์.STL มาแล้วก็จะทำการนำไฟล์เข้าสู่โปรแกรมVoxeldance เป็นซอร์ฟแวร์เสริมสำหรับการเตรียมชิ้นงานและช่วยลดเวลาและช่วยจัดการกระบวนการขึ้นรูปงาน เดิมทีไฟล์SLTจะเป็นไฟล์ที่ประกอบไปด้วยรูปทรงเรขาคณิตต่างๆซึ่งจะถูกซ่อมแซมและปิดพื้นผิวด้วยโปรแกรม เนื่องจากท่อเหล็กสองท่อนนี้ถูกเชื่อมกันแบบสมมาตร จึงได้ทำการสร้างงานในรูปแบบตรงข้าง(งานMirror)เพื่อหาลักษณะดั้งเดิมและซ่อมแซมส่วนที่หายไป

ขั้นตอนที่3 การขึ้นรูป
การขึ้นรูปงานโลหะด้วยการพิมพ์สามมิติจะใช้เครื่องพิมพ์ระบบSLM EP-M250pro ในการพิมพ์ หลังจากพิมพ์แล้วตัวงานสามารถเอาออกมาได้อย่างง่ายดายจากฐานรองพิมพ์ ซึ่งการจัดวางชิ้นงานและการวางซัพพอร์ตของตัวงานถูกให้ง่ายขึ้นจากโปรแกรมVoxeldance ด้วยAutomaic Support Function ที่กำหนดค่าซัพพอร์ตไว้ล่วงหน้าแล้ว ทำให้การพิมพ์ท่อเหล็กสองท่อนั้นใช้เวลาเพียง4.5ชั่วโมง

ขั้นตอนที่4 เก็บงานขั้นตอนสุดท้าย
หลังจากที่ได้งานมาจากเครื่องแล้วก็นำซัพพอร์ตออกจากนั้นขัดแต่งด้วยกระดาษทรายและทำการพ่นด้วยผงคอรันดัมสีขาวเพื่อเพิ่มความสวยงามของชิ้นงานก็เป็นอันเสร็จ

ที่มา: Shining3D

สแกนเนอร์ที่น่าสนใจ

ซอร์ฟแวร์ที่น่าสนใจและเหมาะกับงานสแกนเพื่อพิมพ์

เครื่องพิมพ์ระบบSLM

การออกแบบอวัยวะเทียมสำหรับสัตว์โดยใช้ nTopology 

การออกแบบอวัยวะเทียมสำหรับสัตว์โดยใช้ nTopology 
ขาเทียมออกแบบโดย Derrick จาก Bionic Pets
ขาเทียมพร้อมเสื้อกั๊กสำหรับสุนัขขนาดเล็ก

บริษัท DiveDesign และ องค์กร Bionic Pets ใช้ประโยชน์จาก nTopology ในการออกแบบชิ้นส่วนสามมิติที่ไม่จำเป็นต้องผลิตทีละมาก ๆ แต่กลับได้ประโยชน์มากกว่าเมื่อผลิตทีละน้อย ๆ
การทำอวัยวะเทียมเป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มผู้ใช้งานเครื่องพิมพ์สามมิติทั่วโลก แต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่ยังไม่เป็นที่แพร่หลายแต่ก็เป็นการใช้งานในสิ่งที่สำคัญ นั่นคืออวัยวะเทียมสำหรับสัตว์
องค์กร Bionic Pets เป็นผู้นำในการผลิตอวัยวะเทียมสำหรับสัตว์ทุกชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุนัข Derrick Campana ผู้ก่อตั้ง Bionic Pets ได้ช่วยเหลือสัตว์ต่าง ๆ ตั้งแต่นกจนถึงช้าง เขามีฝีมือดีเยี่ยม ทำทุกอย่างอย่างประณีตด้วยมือล้วน ๆ

แม้ว่าเขาจะมีฝีมือดีและงานที่ประณีต แต่อวัยวะเทียมแต่ละชิ้นต้องใช้เวลานาน บางชิ้นอาจจะนานถึง 15 ชั่วโมงเลย มันจึงเป็นความท้าทายอย่างมากที่ต้องทำอวัยวะเทียมให้มากพอกับความต้องการให้เร็วที่สุด ทั้งนี้มีสุนัขที่ต้องถูกตัดขานับพันตัวต่อปี หากยิ่งรอนานขาที่เหลือก็จะยิ่งเสียหายไปเรื่อย ๆ เนื่องจากการทิ้งน้ำหนักที่ไม่สมดุล สัตว์พิการส่วนใหญ่ที่ไม่สามารถเคลื่อนที่ไปไหนมาไหนได้มักจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน
Derrick ได้รับความช่วยเหลือจาก Dive Design โดยการใช้เครื่องสแกนสามมิติ โปรแกรมออกแบบสามมิติ และเครื่องพิมพ์สามมิติ ช่วยให้การทำงานเร็วขึ้น ง่ายขึ้น และประหยัดต้นทุนได้มาก และยังทำให้การปรับเปลี่ยนอวัยวะเทียมให้เหาะกับสัตว์แต่ละตัวได้ดีขึ้น แข็งแรงขึ้น และทนทานมากขึ้นด้วย แต่ทั้งหมดนั้นก็ยังทำให้มันห่างไกลจากความสมบูรณ์แบบที่ควรจะเป็น เพราะในส่วนของเท้ายังต้องใช้วิธีการดั้งเดิมโดยการดัดพลาสติกและยาง ทำให้ยังใช้เวลาในการทำมากอยู่ และยังไม่คงทนอีกด้วย

ทาง Dive Design ได้นำเอาเทคโนโลยี nTopology ที่ใช้ในการออกแบบขาเทียมที่ใช้สำหรับนักปีนเขาขาพิการ โดยการนำโครงสร้างแบบตารางมาช่วย ทำให้สามารถทำเท้าเทียมให้กับสุนัขได้ และยังช่วยให้การออกแบบส่วนที่เหลือได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังทำชิ้นส่วนที่เปลี่ยนได้เร็วที่ใช้วัสดุ TPC – Thermoplastic copolyester (เป็นชนิดหนึ่งของ TPE) เพื่อช่วยให้การคืนตัวทำได้ดียิ่งขึ้น

การออกแบบอุ้งเท้าเทียมโดยใช้ nTop technology

ด้วยความรวดเร็วในการทำงาน และความสามารถที่หลากหลายของเครื่องพิมพ์ 3D ระบบ FFF เข้ากันได้ดีกับงานที่ต้องทำซ้ำ ๆ และแผนงานที่นำกลับมาใช้อีกได้ง่าย รวมถึงการออกแบบ การทดสอบ การขนส่ง ซึ่งหากใช้วิธีการเดิม ทั้งหมดอาจใช้เวลานานถึงหนึ่งเดือน

อ่านรายละเอีดสินค้าเพิ่มเติม :


ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น สิ่งสำคัญที่เราได้เรียนรู้คือความคิดสร้างสรรค์สามารถไปได้ไกลกว่าที่ควรจะเป็น อย่างเช่นในกรณีนี้ ความรู้ในการทำอวัยวะเทียมของสัตว์สามารถแบ่งปันให้ผู้อื่นเพื่อการต่อยอดความรู้นั้น และทำให้พลิกชีวิตได้ ไอเดียบางอย่างที่คิดขึ้นมาเพื่อช่วยมนุษย์ก็นำไปใช้กับสัตว์ได้ด้วย และเมื่อมีการพัฒนาต่อไปอีกมันก็สามารถนำกลับมาใช้ในมนุษย์อีกได้เช่นกัน ซึ่งจุดหมายของมันก็คือช่วยให้การผลิตให้เฉพาะบุคคล งานที่มีคุณภาพ มีราคาที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้

EinScan 2x plus มจพ.ระยอง – ไกลแค่ไหนคือใกล้ ไม่ว่างคุณลูกค้าอยู่ส่วนไหนของประเทศไทยเราจะไปส่งสินค้าถึงที่

EinScan 2x plus มจพ.ระยอง – ไกลแค่ไหนคือใกล้ ไม่ว่างคุณลูกค้าอยู่ส่วนไหนของประเทศไทยเราจะไปส่งสินค้าถึงที่

ไกลแค่ไหนคือใกล้ ไม่ว่างคุณลูกค้าอยู่ส่วนไหนของประเทศไทยเราจะไปส่งสินค้าถึงที่พร้อมการสอนวิธีการใช้งานอย่างละเอียดยิบ ตอบข้อสงสัยต่างๆ รับประกันคุณภาพและการบริการหลังการขายตลอกเวลา

ทางคณะได้ทำการสั่งซื้อเครื่อง 3D Scanner รุ่น Einscan 2x plus สแกนงานวิศวกรรมสบายๆ

อ่านรายละเอีดสินค้าเพิ่มเติม :

พร้อมการสอนการใช้งานเครื่องและโปรแกรม ให้พร้อมใช้งานได้ทันที