fbpx

โฟล์คสวาเกนฝึกปัญญาประดิษฐ์ให้ออกแบบชิ้นส่วนรถยนต์ที่ดีกว่า

โฟล์คสวาเกนฝึกปัญญาประดิษฐ์ให้ออกแบบชิ้นส่วนรถยนต์ที่ดีกว่า

โรงงานรถยนต์โฟล์คสวาเกนในเยอรมันนีฝึกสอนให้โปรแกรมปัญญาประดิษฐ์เปลี่ยนวิธีการออกแบบ
และผลิตชิ้นส่วนรถยนต์โดยใช้ 3D printers

โรงงานในกลุ่มโฟล์คสวาเกน ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการออกแบบและผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่มีความซับซ้อน และมีน้ำหนักเบา ขณะนี้มีการจัดแสดงขบวนการผลิต ณ ศูนย์นวัตกรรม และวิศวกรรมแคลิฟอร์เนีย (IECC) ในการแสดงผลงานนี้มีรถยนต์รุ่นแรกที่ใช้ชิ้นส่วนที่ออกแบบโดยปัญญาประดิษฐ์ และผลิตขึ้นมาโดยใช้เครื่องพิมพ์สามมิติ เป็นรถยนต์ไฟฟ้าในรูปทรงของรถรุ่น 1962 Microbus ที่ปรับปรุงขึ้นใหม่

ที่ตัวรถจะมีส่วนประกอบสีส้มเจิดจ้า ที่ทำให้ง่ายต่อการมองเห็นว่าเป็นการออกแบบใหม่โดยใช้ Generative Design ชิ้นส่วนเหล่านั้นประกอบด้วย พวงมาลัย ก้านกระจกมองข้าง และกระทะล้อ

วิศวกรของโฟล์คสวาเกนสามารถใช้ Generati

 

ve Design ในการเน้นเกี่ยวกับลำดับความสำคัญ และเทคโนโลยีเพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์ในการผลิตชิ้นส่วนที่มีน้ำหนักน้อยแต่ยังคงความแข็งแรง ทั้งหมดนี้ทำได้โดยผ่านการฝึกสอน AI 

จากเส้นตรงสู่รูปร่างโค้งมน

น่าทึ่งที่ว่าดูเหมือนระบบ AI ของโฟล์คสวาเกนจะออกแบบให้ชิ้นส่วนมีลักษณะเหมือนรากไม้ มากกว่าจะเป็นเส้นตรง และทรงเหลี่ยม ในการผลิตชิ้นส่วนรูปร่างตามนั้น แน่นอนว่าเครื่องพิมพ์สามมิติคือคำตอบ แต่เนื่องจากรถยนต์หนึ่งคันมีส่วนประกอบมากกว่าพันชิ้น ทางทีมงานจะต้องคัดเลือกเอาชิ้นส่วนที่มีประสิทธิผลมากที่สุดที่จะถูกทดแทนด้วยชิ้นส่วนจากเครื่องพิมพ์สามมิติ และพวกเขาก็ใช้ AI ในการคัดเลือกชิ้นส่วนเหล่านั้นด้วย

ในอนาคตโฟล์คสวาเกนมีแผนที่จะใช้การรีไซเคิลแบบครบวงจร โดยนำเอาพลาสติกจากชิ้นส่วนเก่ามาผลิตชิ้นส่วนใหม่ ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดพลังงานแล้ว ก็ยังลดขยะเป็นข่าวดีกับสภาพแวดล้อมของโลกอีกด้วย

แม้ปัจจุบันการผลิตรถทั้งคันด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติยังอาจจะไม่เป็นไปได้ แต่โฟล์คสวาเกนก็แสดงให้เห็นว่าการใช้ AI กับเครื่องพิมพ์สามมิติในการออกแบบรถยนต์ให้ผลลัพท์ในด้านความยืดหยุ่นในการออกแบบ น้ำหนักเบา และผลกำไร

ที่มา: Slash Gear

กระบวนการวิศวกรรมย้อนกลับไฟล์คุ้มครบจบในที่เดียวกับ EinScan Reverse Engineering Design Bundle (RED)

กระบวนการวิศวกรรมย้อนกลับไฟล์คุ้มครบจบในที่เดียวกับ EinScan Reverse Engineering Design Bundle (RED)

– SHINING 3D ได้เปิดตัว EinScan Reverse Engineering Design Bundle (RED) มาสักพักใหญ่แล้วแสดงให้เห็นว่าการสแกน 3 มิติที่สมบูรณ์เพื่อออกแบบงานที่มีอยู่และกระบวนการต่าง ๆเป็นเรื่องง่ายเพียงใด สามารถสแกนชิ้นงานได้ง่ายที่สุด แม้ในโหมดสแกนมือถือ

– Handheld HD Scanโหมดสแกนความละเอียดสูงสุดของ EinScan Pro 2X Series การสแกนแบบสมบูรณ์ของวัตถุนั้นทำได้ในเวลาน้อยกว่า 1 นาที โหมดการสแกนแบบ HD นั้นช้ากว่าโหมด Handheld Rapid Scan ของ EinScan Pro 2X แต่สามารถจับรายละเอียดได้ดีมากยิ่งขึ้นด้วยความละเอียดที่สูงขึ้นเนื่องจากการใช้ Marker หรือเครื่องหมาย HD Prime Pack การสแกนคุณภาพสูงเหล่านี้ทำให้โหมดการสแกนที่เหมาะที่สุดสำหรับชิ้นส่วนที่ซับซ้อนต่างๆ เมื่อวัตถุหรือชิ้นงานนั้นถูกสแกนจะสามารถ Alignment ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วโดยโปรแกรม EXScan การสแกน 3 มิติที่สมบูรณ์ช่วยให้การทำงานง่ายและถูกต้องมากยิ่งขึ้นทั้งนี้ยังสามารถส่งต่อไปยังโปรแกรม Geomagic Essentials สำหรับการแก้ไขถัดไปได้ง่ายหรือง่ายๆ ครบจบในที่เซ็ตเดียว และนี่คือWorkflow สำหรับงานวิศวกรรมย้อนกลับ ทั้งนี้เราได้ยกตัวอย่างงานของทางบริษัทผู้ผลิตมาให้ได้รับชมกันครับ

– โปรแกรมที่ใช้กันมากที่สุดสำหรับเครื่องสแกน 3มิติ คือโปรแกรมทางด้านวิศวกรรมย้อนกลับ และโปรแกรมสำหรับออกแบบไฟล์ 3มิติ ความสามารถในการจับรูปทรงวัตถุและวัตถุที่สร้างได้ยากภายในไม่กี่นาทีได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นเครื่องมือที่ทรงคุณค่าสำหรับธุรกิจและมืออาชีพ

– ถ้าเป็นการ CAD แบบดั้งเดิมจะใช้เวลานับไม่ถ้วนและการแก้ไขส่วนที่ซับซ้อนสำหรับโซลูชันงานแต่ละแบบอาจเป็นฝันร้ายของนักออกแบบ EinScan Pro 2X Plus ช่วยให้คุณสแกนวัตถุ 3 มิติในเวลาไม่กี่นาทีและสร้างชิ้นส่วนแบบจำลอง 3 มิติที่แม่นยำ ทั้งนี้ยังสามารถประหยัดเวลานักออกแบบหรือคนแก้ไขไฟล์ได้ แต่กระบวนการในการสแกน 3 มิติคือขั้นตอนที่ต้องทำงานจำนวนมาก เวิร์กโฟลว์ดั้งเดิมที่พบมากที่สุดในอุตสาหกรรมของเรานั้นล้วนแต่ใช้ CAD น่าเสียดายที่การสแกน 3 มิติมีปัญหาพื้นฐานบางอย่างกับซอฟต์แวร์ CAD ที่สามารถทำให้ยากต่อการทำงานโดยไม่มีวิธีแก้ไขจึงเป็นที่มาของ EinScan Reverse Engineering Design Bundle (RED)

– ต่อจากนี้จะเป็นขั้นตอนการสแกนงานที่มีความซับซ้อนสูงไปจนถึงการ Revese File ให้สมบูรณ์เหมือนการ CAD ขึ้นมาใหม่โดย EinScan Reverse Engineering Design Bundle (RED)

Geomagic Essentials เป็นสะพานเชื่อมระหว่างงานที่สแกนไปจนถึงการ CAD ที่สมบูรณ์แบบแบบจำลอง CAD นั้นจะสมบูรณ์แบบและมีความแม่นยำนั้นจำเป็นต้องใช้กระบวนการนี้

– ขั้นตอนการ Fill Holes ของชิ้นงานสามารถใช้คำสั่ง Fill all Holes โปรแกรมจะจัดการพื้นผิวและเติมแต่งให้เองอัตโนมัติ

– ส่วนต่างๆ ที่มีเนื้อผิวไม่เต็มนั้นสามารถเติมแต่งได้เองโดยใช้ Manual Fill Holes ได้ดังภาพถัดไปจากนี้

– เข้า Origin ให้กับชิ้นงานเพียงแค่ไม่กี่ขั้นตอนและในรูปทรงชิ้นงานที่ยากๆ ก้ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับโปรแกรมนี้

– การทำ Nurbs Surfacing เพื่อการดึงผิวของชิ้นงานให้เข้ารูปทรง

– การทำ Section Line ให้กับชิ้นงานคือการวาดเส้นทับลงไปบนพื้นผิวของชิ้นงานเพื่ออิงโครงสร้างเดิมของตัวงานที่ได้จากการแสกนนำไป CAD ต่อจะได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

– เมื่อแก้ไฟล์เสร็จสมบูรณ์ใน Geomagic Essentials แล้วขั้นตอนต่อไปก็ส่งไปยัง Solid Edge ได้อย่างง่ายดายในไม่กี่วินาที เนื่องจากโมเดลได้ถูกเตรียมไว้สำหรับการ CAD โดยตรงจึงเป็นการเปลี่ยนขั้นตอนการทำงานได้อย่างราบรื่น Solid Edge ช่วยให้คุณสามารถสร้างกระบวนการวิศวกรรมย้อนกลับได้อย่างสมบูรณ์ สร้างรูปทรงใหม่ทั้งยังเพิ่มคุณสมบัติและสร้างส่วนที่ต้องการความแม่นยำสามารถทำงานได้ทั้งหมดในไม่กี่นาทีด้วยเครื่องมือที่รวมอยู่ เนื่องจากตอนนี้การสแกนได้ถูกแปลงเป็นแบบ CAD ที่พร้อมจะแก้ไขแล้ว

EinScan Reverse Engineering Design Bundle (RED) ของ SHINING 3D เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง บริษัท ทั้งสามนี้ได้ปฏิวัติวิธีการสแกน 3 มิติเพื่อออกแบบเวิร์กโฟลว์ RED Bundle 3D ของ SHINING 3D ได้เปิดตัวแล้วพักใหญ่สามารถซื้อกับทางเราได้ที่ PRINT3DD Bundle นี้รวมทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับการสแกน

  1. EinScan Pro 2X Series
  2. (Tri-pod และ turntable)
  3. Geomagic Essentials
  4. Solid Edge SHINING 3D Edition By SIEMENS

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ออกแบบรูปทรงขาเทียมด้วย EinScan 3D Scanner and Software Reverse Engineering

ออกแบบรูปทรงขาเทียมด้วย EinScan 3D Scanner and Software Reverse Engineering

ปัจจุบันเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ เครื่องพิมพ์ขึ้นรูป 3 มิติและโปรแกรมสำหรับวิศวกรรมย้อนกลับหรือ Reverse Engineering Software นั้นมีการใช้งานกันมากที่สุดในหลายอุตสาหกรรม  สแกนเนอร์ 3 มิติช่วยให้สามารถให้เห็นถึงรูปร่างต่างๆในทุกๆมุมมองเป็นเครื่องมือที่เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมที่พลิกแพลงวิธีการออกแบบหรือ CAD แบบดั้งเดิม หนึ่งในอุตสาหกรรมดังกล่าวที่เกี่ยวกับสุขภาพหรือร่างกายมนุษย์นั้นคือขาเทียม ในขณะที่การทำงานของแขนขาเทียมเป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดความพอดีและรูปแบบของขาเทียมนั้นมีความสำคัญสำหรับผู้ป่วยช่วยให้เกิดความสะดวกสบาย จากการทำขาเทียมนั้นสามารถสร้างโลกที่แตกต่างได้เช่นเดียวกับความเชื่อมั่นจากขาเทียมที่เหมาะสมกับรูปลักษณ์ของผู้ใช้ สแกนเนอร์ 3 มิติได้เปิดประตูสู่การปรับแต่งและโซลูชั่นอวัยวะเทียมที่ปรับแต่งได้กลายเป็นจริงสำหรับผู้พิการหลายคน กลุ่มผลิตภัณฑ์สแกนเนอร์ 3 มิติแบบพกพา EinScan Pro Series หรือ EinScan Pro2X Series และเครื่องพิมพ์สามมิติ SHINING 3D ได้สร้างการสแกน 3 มิติและการพิมพ์ 3 มิติสำหรับแอปพลิเคชันทางการแพทย์ที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าที่เคยเป็นมา

EinScan Pro Series และ EinScan Pro 2X Series มีความสามารถในการสแกนได้อย่างรวดเร็วช่วยให้พวกเขาสแกนวัตถุขนาดใหญ่ได้อย่างง่ายดายและทำให้การสแกนร่างกายมนุษย์หรือส่วนต่างๆของร่างกายเป็นงานง่าย สามารถสแกนขามนุษย์ได้ในเวลาไม่กี่วินาทีและยังสามารถทำการเชื่อมต่อผิวหรือที่เรียกว่า Alignment ขณะสแกนได้แบบ Realtime โดยไม่มีติดขัดใดๆ

“ข้อมูลงานสแกนในวันนี้เราจะมีแสดงให้เห็นถึงการโครงสร้างขาเทียมภายใน เป้าหมายคือทำให้เปลือกภายนอกขาเทียมใกล้เคียงกับขาของจริงมากที่สุด”

สแกนเสร็จไฟล์จะถูกนำไปยัง Geomagic Essentials ซึ่งเป็นสะพานเชื่อมที่เหมาะสำหรับงานสแกน 3 มิติไปจนถึงโซลูชั่นการออกแบบ การออกแบบกับรูปทรงที่เรียกว่า FreeForm หรือรูปทรงที่ไม่เกี่ยวกับเรขาคณิตนั้น การออกแบบหรือ CAD เองสามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นงานที่ยากเพราะไม่มีสิ่งใดอ้างอิงจากรูปลักษณ์เดิมได้เลยถ้าเราไม่ไปวัดเอง ซึ่งการวัดนั้นก็สามารถทำได้แต่จะมีขั้นตอนที่ยุ่งยากพอสมควร

– เมื่อได้ไฟล์จากการสแกนงานแล้วก็จะมาทำการเข้า Origin ให้กับชิ้นงานเพื่อให้มีการทำงานที่ง่ายและการเปลี่ยนมุมมองที่สะดวกสบาย

– หลังจากที่เข้า Origin ให้ชิ้นงานเสร็จแล้วก็จะเป็นขั้นตอนการทำ Create By Section ให้กับชิ้นงานซึ่งโหมดนี้หมายถึงการวาดเส้นลงไปทับที่พื้นผิวของชิ้นงานเพื่อให้รับรู้ถึงขนาดเดิมของชิ้นงาน

– ทำการสร้าง Plan ทรงกลม และ ทรงกระบอกดังรูปภาพเพื่อที่จะนำไปอ้างอิงในโปรแกรม CAD ที่ใช้ในที่นี้เราได้ใช้โปรแกรม Solid Edge SHINING 3D Edition ในการ CAD และทำ Alignment Reverse Engineering ชิ้นงาน

– หลังจากนั้นทำการสแกนขาจริงของผู้พิการนำมาตัดแต่งส่วนที่ไม่ต้องการทิ้ง

– ทำการ Mirror ของขานั้นจะได้ขาที่สมมาตรกันระหว่าง ขาข้างซ้าย – ขวา

 

 

 

 

 

เวลาทำงานลดลงด้วย Outline Drawing

เวลาทำงานลดลงด้วย Outline Drawing

หลายคนคงต่างหาวิธีการต่างๆเพื่อทำให้การทำงานเร็วขึ้น และสะดวกขึ้น เช่นเดียวกับการเขียนแบบ 3 มิติ ซึ่งวันนี้จะมีตัวอย่างชิ้นงานที่มีความหนาค่อนข้างน้อย ซึ่งสามารถที่จะสแกนและมาทำ Reverse Engineering ในรูปแบบของ Surface Modeling ได้เลย โดยที่ใช้เวลาในการทำงานไม่เกิน 5 นาที!!! และชิ้นงานนี้ความหนาประมาณ 1.8 mm ซึ่งเครื่อง Einscan-Pro2x สามารถที่จะสแกนเก็บความหนาที่ค่อนข้างน้อยได้ ซึ่งถือว่าเป็นความหนาที่ค่อนข้างน้อยมาก

ขั้นตอนการทำงาน

1.Input STL File เข้ามาใน Geomagic Essentials Software

 

2.ทำการ Sketch outline รอบๆชิ้นงานด้วยการใช้คำสั่ง Draw จากนั้น ทำการ Save เป็น .IGES File และ Input file เข้า Solid Edge Software

 

3.จากนั้นทำการสร้างพื้นผิวโดยใช้คำสั่ง bounded ในหน้าต่างของ surfacing

 

 

4.เมื่อทำการสร้าง Surface เรียบร้อยแล้วจึงทำการดึงความหนาของชิ้นงานเป็นขั้นตอนต่อไป สิ้นสุดขั้นตอนการทำงาน

 

 

ในกรณีถ้าเป็นการ Sketch ต้องใช้เวลามากกว่ามี Free curve รอบๆตัวชิ้นงานแล้วสามารถทำเป็น Surface Modeling ได้เลย

 

ประยุกต์การใช้งาน Section Line กับชิ้นงานที่มีความซับซ้อน

ประยุกต์การใช้งาน Section Line กับชิ้นงานที่มีความซับซ้อน

หลายครั้งการ sketch ชิ้นงานต้องอาศัยปัจจัยหลายๆอย่าง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ต่างทำให้เกิดข้อผิดพลาด โดยปกติแล้วในการวัดจะมีความแตกต่างระหว่างที่วัดได้กับจริงเสมอ ไม่ว่าเครื่องมือวัดจะมีความถูกต้องเพียงใดชนิดและลักษณะของความผิดพลาดสามารถจำแนกได้ 3 ประเภทหลักๆ
1.ความผิดพลาดจากผู้วัด (Human Error or Gross Error)
2.ความผิดพลาดจากระบบ (Systematic Error)
3.ความผิดพลาดแบบแรนดอม (Random Error)
โดยชิ้นงานเสื้อสูบได้ใช้เครื่อง Einscan pro2x ในการสแกนใน Fix mode

          งานทุกงานต้องเกิดจากการวัดขนาดขึ้นมาก่อนแล้วจากนั้นจึงทำการวาดแบบตามขนาดนั้นๆ ซึ่งการวัดขนาดก็มีปัจจัยภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องทำให้เกิดความไม่เที่ยงตรงในการวัดชิ้นงาน และใช้เวลาในการวัดต่อหนึ่งชิ้นงานค่อนข้างที่จะนานทำให้ทุกคนอาจจะเบื่อหน่ายกับวิธีเดิมๆ แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทำให้สามารถลดระยะเวลาในการทำงานได้อีกด้วยและสามารถกำหนดค่า Error ได้อย่างชัดเจน ปกติชิ้นงานชิ้นงานหนึ่งจะใช้เวลาในการที่จะทำให้เป็น Post processing ใช้เวลานานมาก แต่วันนี้ผมมาชี้แนวทางให้เพื่อนๆได้ทำงานได้ง่ายขึ้นโดยรู้จักกับ Section line ถ้าเกิดใช้คำสั่งนี้ใน software ที่ชื่อว่า Solidedge จะชื่อว่า Intersection และถ้าใช้คำสั่งนี้ใน Geomagic Essential จะชื่อว่า Create by section โดยทั่วไปไม่ว่าจะเป็น CAD Software ประเภทไหนก็ต้องอาศัยหลักการทำงานในลักษณะนี้เพื่อทำให้ชิ้นงานทำงานได้ง่ายขึ้น และช่วยลดระยะเวลารวมของการทำงาน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเวลาที่ใช้ในการทำงานมีผลเป็นอย่างมาก ยิ่งสามารถลดเวลาได้มากเท่าไรยิ่งทำให้ลดต้นทุนในการทำงานได้มากขึ้น

Drawing IGES File

วิธีการ Import IGES File to Solidedge

1.Browse IGES File
2.เลือก Option เพื่อทำการใส่รายละเอียดที่ต้องการ
3.จะปรากฏหน้าต่างนี้ขึ้นมาจากนั้นกด Next
4.ให้เลือกรูปแบบที่ต้องการตามช่องสีแดง ส่วนที่เหลือไม่ต้องทำการเปลี่ยนแปลงใดๆ
5.เลือกรายละเอียดที่ต้องการ แนะนำให้นำช่อง Group Curveออก แล้วมา Group ใน Software ทีหลัง
6.เลือก copy to เพื่อทำสำเนาไฟล์ที่เราทำการตั้งค่าใหม่
7.เมื่อเรียบร้อยแล้วโปรแกรมจะแสดงหน้าต่างนี้ขึ้นมา
8.จากนั้นเลือก open เป็นการสิ้นสุดขั้นตอนการ Import
จากการ Import เรียบร้อยแล้วจึงทำการ Group Curve ต่อใน Solidedge Software

ประโยชน์ของการทำ Section line 

  1. สามารถลดระยะเวลาในการทำงานทั้งหมดได้
  2. วาดชิ้นงานใหม่โดยอ้างอิงจากเส้น section line ได้เลยเนื่องจากเส้นติดกับชิ้นงานเรียบร้อยแล้วครับ ในทำนองเดียวกับการ Draft ชิ้นงานเพื่อดึงความหนา

นอกจากการที่เราทำ Section Line มาเพื่อ CAD Software แล้วเราสามารถที่จะทำเป็น NURB ได้ด้วยซึ่งสามารถนำไปแก้ไขในโปรแกรมที่ใช้สำหรับการปั้น เช่น Maya,Meshmixer,Zbrush

 

กระบวนการ Reverse Engineering ฉบับสมบูรณ์ : Geomagic Essential To Solid Edge

กระบวนการ Reverse Engineering ฉบับสมบูรณ์ : Geomagic Essential To Solid Edge

3 กระบวนการก่อนเข้ากระบวนการผลิต

เราจะมานำเสนอขั้นตอนการทำ Reverse Engineering และเครื่องมือเฉพาะทางที่ใช้งานได้อย่างดีเยี่ยมกันครับนั้นคือโปรแกรม Geomagic® Essentials

ข้อดีของโปรแกรม Geomagic® Essentials

  1. ช่วยลดเศษของไฟล์สแกนที่ติดมาด้วยไม่จำเป็นให้น้อยลงและลด Noise ของงานให้ดีขึ้น
  2. เปลี่ยนไฟล์ Point ให้เป็น Solid และสามารถเปลี่ยนจาก Solid กลับไปเป็น Point ได้เหมือนเดิม
  3. สามารถกำหนดจุด Origin ให้ชิ้นงานที่เกิดจากการสแกนได้ง่ายเพราะงานที่ถูกสแกนมานั้นจะไม่มีจุด Origin ที่แน่นอน
  4. กำหนด Plane ของชิ้นงานในทุกๆส่วนได้ง่ายและตรงจุด

*นี้ยังเป็นข้อดีเพียงเล็กน้อยของโปรแกรมนะครับยังมีอีกมากที่ทำได้ ^^*

หลายๆท่านคงจะสงสัยกันว่า

Reverse Engineering คืออะไร ทำไมสแกนมาแล้วถึงไม่เข้ากระบวนการขึ้นรูปได้เลยและประโยชน์ของการทำ Reverse วันนี้เราจะมาอธิบายให้ได้รู้กันครับ

Reverse Engineering หรือ วิศวกรรมย้อนรอย คือการทำให้ชิ้นงานที่เสียหายหรือปรับแต่งชิ้นงานที่ผ่านการสแกนมาแล้วนั้น ดีขึ้น กระบวนการค้นหาโครงสร้างเดิม ฟังก์ชันการทำงานของอุปกรณ์หรือระบบหนึ่ง ๆ มักเกี่ยวข้องกับการแยกชิ้นส่วนของอุปกรณ์ออกจากกัน แล้ววิเคราะห์การทำงานในแต่ละส่วน จากนั้นจึงนำมาสร้างอุปกรณ์ใหม่ ที่เป็นรูปแบบเดิมโดยปราศจากการคัดลอกจากต้นแบบ ยกตัวอย่าง

มีงานที่แตกหักเราต้องการซ่อมงานชิ้นนี้โดยสามารถทำได้คือ ทำการสแกนงานชิ้นเดิมเพื่อนำโครงสร้างของงานชิ้นเดิมมาเติมแต่งให้สมบรูณ์ หรือ ทำการสแกนงานชิ้นเดิมมาวาดขึ้นใหม่แล้วเติมแต่งในส่วนที่ต้องการให้เป็นแบบงานที่เราต้องการได้ การทำ Reverse เหมือนการวาด 3D ขึ้นมาใหม่แต่เพียงแค่เราอ้างอิงจากโครงสร้างเดิมของไฟล์สแกน ทำให้เราทำการ ขึ้นรูป 3D ใหม่ได้ง่ายขึ้นเท่านั้นเองครับ

ซึ่งหลาย ๆ คนจะพบปัญหาการทำงานเกี่ยวกับ Reverse ในหลายๆโปรแกรม ที่เคยได้ใช้งานกันมา ในวันนี้เราจะมาแสดงให้เห็นถึงสุดยอด Solution และความคุ้มค่าของเครื่องสแกนเนอร์ EinScan Pro 2x Series กันครับ ว่างานที่ถูกสแกนมานี้เมื่อได้ไฟล์งานสแกนมาแล้วเราควรจะทำอะไรต่อให้ไฟล์ที่ถูกสแกนมา สมบูรณ์ที่สุดก่อนเข้ากระบวนการขึ้นรูป 3 มิติ

หลังจากที่ทำการวาดขึ้นใหม่สำเร็จแล้วก็เข้ากระบวนการขึ้นรูปโดย 3D Printer ได้เลยครับ

 

 

 

 

 

สุดยอด Solution ของการ Reverse engineering และ ออกแบบ

สุดยอด Solution ของการ Reverse engineering และ ออกแบบ

SHINING 3D and 3D Systems Partner to Release Geomagic® Essentials™

SHINING 3D ประกาศการเป็นหุ้นส่วนกับ 3D Systems ในการเปิดตัวระบบที่จะช่วยทำงานตั้งแต่การสแกนจนถึงการทำ CAD files เลยทีเดียว Geomagic® Essentials ได้เปิดตัวเมื่อเร็วๆ นี้ โดยจะจำหน่ายรวมเป็นชุดไปพร้อมกับเครื่อง 3D Scanner แบบมือถือเอนกประสงค์รุ่นล่าสุด Einscan Pro 2X/2X Plus

Geomagic Essentials เป็นโซลูชั่นสำหรับการสแกนไปจนถึงการพิมพ์ รวมไปถึงการทำ reverse engineering โดยการดึงเอาข้อมูลส่วนสำคัญของชิ้นส่วนที่สแกนมาแล้วนำไปใช้ในโปรแกรม CAD ในทันที โปรแกรม CAD ส่วนใหญ่ในปัจจุบันยังมีความสามารถจำกัดในการนำข้อมูลการสแกนไปประมวลผลต่อ แต่ Geomagic Essentials จะช่วยให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องง่ายโดยการทำให้ข้อมูลจากไฟล์สแกนเข้ากันได้กับขั้นตอนการทำงานของโปรแกรม CAD ด้วยการรวมชุดของโปรแกรมและเครื่องสแกน 3D จะทำให้การออกแบบโดยใช้เครื่องสแกนมาช่วยสร้างสรรค์งานเป็นไปได้ง่ายขึ้น

สินค้าในกลุ่ม Einscan Pro 2X ช่วยให้ SHINING 3D ยังคงความเป็นผู้นำด้านสินค้าคุณภาพสูงในราคาที่เอื้อมถึงได้ และในการรวมชุดใหม่นี้จะช่วยขยายขีดความสามารถขึ้นไปอีก

เชื่อมต่อข้อมูลจากไฟล์สแกนไปเป็นข้อมูล CAD อย่างราบรื่น


Digital innovation platform Solid Edge SHINING 3D Edition

เปิดอนาคตการออกแบบอีกระดับด้วย Solid Edge SHINING 3D Edition รวมถึง reverse engineering, generative design, และ simulation ทั้งหมดนี้ในโปรแกรมเดียว ด้วยขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากในการทำงาน CAD

สแกนวัตถุที่ต้องการด้วย Einscan Pro 2X จากนั้นส่งข้อมูลไปยัง Geomagic Essentials.

 

 

 

สร้าง Mesh และ NURBS ด้วย Geomagic Essential.

 

 

 

นำข้อมูลที่ได้มาทำ reverse engineering ใน Solid Edge

 

 

 

 

ลูกค้า: บริษัท ทีเอ็มซี ออโต้เวิร์ค จำกัด

ลูกค้า: บริษัท ทีเอ็มซี ออโต้เวิร์ค จำกัด

ขอขอบคุณ บริษัท ทีเอ็มซี ออโต้เวิร์ค จำกัด
ที่อุดหนุนเครื่องสแกนสามมิติ Einscan Pro+ ไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์เสริมอื่นๆสำหรับยานยนต์ให้มีคุณภาพสูงขึ้น

3D Scanner: Einscan Pro+

14700763_106694716471293_1451507062488086499_oEinscan Pro+_180320_0001

การพิมพ์สามมิติคืออะไร – เตรียมพิมพ์ / What is 3D Printing? – Getting Start

เริ่มต้นการพิมพ์สามมิติ
พร้อมที่จะเริ่มเข้าสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมกันอีกครั้งแล้วใช่ไหมครับ มาดูกันว่าเราจะดึงไอเดียที่เรามีในสมอง ให้กลายมาเป็นวัตถุที่จับต้องได้อย่างไร ก่อนอื่นเราก็ต้องมีแบบที่พร้อมจะพิมพ์ จากนั้นเราก็ต้องมีเครื่องพิมพ์สามมิติ หรือจะไปใช้บริการจากผู้ให้บริการพิมพ์งานสามมิติก็ได้ เพื่อให้ง่ายแก่การเข้าใจ เราจะอธิบายเป็นขั้นตอนดังต่อไปนี้

เราจะได้ไฟล์งานสามมิติมาจากไหน?
เริ่มกันจากพื้นฐานกันเลย ในการพิมพ์สามมิติ ก่อนอื่นจะต้องมีโมเดลเป็นไฟล์สามมิติเสียก่อน ซึ่งหมายถึงไฟล์ที่ประกอบด้วยข้อมูลตัวเลขที่ระบุขนาดของวัตถุทั้งสามมิติ คือกว้าง ยาว ลึก(หรือสูง) โมเดลสามมิติถูกสร้างขึ้นมาจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์ประเภท computer-aided design หรือ CAD มีโปรแกรมประเภทนี้อยู่มากมาย ที่ช่วยให้การออกแบบง่ายขึ้นในคอมพิวเตอร์ แทปเล็ต หรือแม้แต่สมาร์ทโฟน

จากจุดนี้ คุณมีสามทางเลือกที่จะได้ไฟล์สามมิติเพื่อการพิมพ์ คือเขียนแบบขึ้นมาด้วยตัวเอง จ้าง/ใช้บริการของคนอื่น และมองหาแบบที่มีคนเขียนอยู่แล้วนับหมื่นๆ แบบในอินเตอร์เน็ต

สร้างแบบโดยเขียนขึ้นมาเอง
เมื่อคุณมีไอเดีย และต้องการออกแบบมัน เราได้รวบรวมโปรแกรมออกแบบที่เป็นที่นิยมมาให้คุณได้เลือกใช้ดังนี้

 

tinkercad-logoTinkerCAD   ใช้ง่าย เป็น App ที่ทำงาน online เหมาะสำหรับการเริ่มต้น
เหมาะกับ: ผู้เริ่มต้น
ระบบปฏิบัติการ: Online
ราคา: ฟรี

 

 

123d-design-logo123D Design   มีประสิทธิภาพสูง แต่ใช้งานง่าย พร้อมกับเครื่องมือในการแก้ไข และรองรับการสั่งพิมพ์ด้วย
เหมาะกับ: ผู้เริ่มต้น / ผู้ใช้ระดับกลาง

ระบบปฏิบัติการ: Windows, Mac, iOS
ราคา: ฟรี

 

sketchup-logoSketchUp    ใช้งานง่าย มีเครื่องมือในการเขียนแบบด้านสถาปัตยกรรม ออกแบบตกแต่งภายใน และวิศวกรรม
เหมาะกับ: ผู้เริ่มต้น / ผู้ใช้ระดับกลาง
ระบบปฏิบัติการ: Windows, Mac
ราคา: ฟรี / มีค่าใช้จ่าย

 

autodesk-fusion-360-logoAutodesk Fusion 360   ใช้ออกแบบผลิตภัณฑ์ ทดสอบ และการประกอบชิ้นส่วน เป็นเครื่องมือคลาวด์เบสที่รวมระหว่างการออกแบบ 3มิติด้านอุตสาหกรรมและเครื่องจักรกลไว้ในแพลตฟอร์มเดียว
เหมาะกับ: ผู้ใช้ระดับกลาง / ผู้ใช้ระดับสูง
ระบบปฏิบัติการ: Online
ราคา: ฟรี 30 วัน / มีค่าใช้จ่ายรายเดือน-รายปี

 

blender-logoBlender    โปรแกรมฟรี และเป็น Open-source สำหรับงานภาพเคลื่อนไหว เทคนิคพิเศษ และงานศิลปะ
เหมาะกับ: ผู้ใช้ระดับสูง
ระบบปฏิบัติการ: Windows, Mac, Linux
ราคา: ฟรี

 

 

rhinoceros-logoRhinoceros 3D     ใช้งานได้อเนกประสงค์ เช่น รูปทรงอิสระในงานวิศวกรรม สถาปัตยกรรม และออกแบบเครื่องประดับ
เหมาะกับ: ผู้ใช้ระดับกลาง / ผู้ใช้ระดับสูง
ระบบปฏิบัติการ: Windows, Mac
ราคา: มีค่าใช้จ่าย

 

zbrush-logoZBrush     โปรแกรมปั้นวัตถุแบบดิจิตอลระดับมืออาชีพ นำเอา 3D/2.5D มาผสมผสานกัน พร้อมด้วยเครื่องมือทำพื้นผิว และระบายสี
เหมาะกับ: ผู้ใช้ระดับกลาง / ผู้ใช้ระดับสูง
ระบบปฏิบัติการ: Windows, Mac
ราคา: มีค่าใช้จ่าย

 

 

3ds-max-logo3DS Max     โปรแกรมสร้างวัตถุสามมิติระดับมืออาชีพ รวมทั้งงานภาพเคลื่อนไหว การให้แสงเงา
เหมาะกับ: ผู้ใช้ระดับสูง
ระบบปฏิบัติการ: Windows
ราคา: มีค่าใช้จ่าย

 

 

maya-logoMaya     มีเครื่องมือที่สมบูรณ์แบบในการสร้างวัตถุสามมิติ วิดีโอเกมส์ ภาพเคลื่อนไหว และเทคนิคการทำภาพพิเศษ
เหมาะกับ: ผู้ใช้ระดับสูง
ระบบปฏิบัติการ: Windows, Mac
ราคา: มีค่าใช้จ่าย

 

 

onshape-logoOnshape     โปรแกรมคลาวด์เบสที่ผสมผสานเครื่องมือสำหรับมือาชีพ ในการสร้างเครื่องมือ การประกอบชิ้นส่วน และการวาด
เหมาะกับ: ผู้ใช้ระดับสูง
ระบบปฏิบัติการ: Online
ราคา: ฟรี / มีค่าใช้จ่าย

 

 

solidworks-logoSolidworks     โปรแกรม CAD ระดับมืออาชีพ มีวิศวกรใช้งานมากกว่า 2 ล้านคนทั่วโลก
เหมาะกับ: ผู้ใช้ระดับสูง
ระบบปฏิบัติการ: Windows
ราคา: มีค่าใช้จ่าย

 

autodesk-autocad-logoAutoCAD     เป็นซอฟแวร์ระดับเรือธงของบ. Autodesk ในด้านสถาปัตยกรรม วิศวกรรม การจัดการโครงการ การออกแบบกราฟิก และอื่นๆ
เหมาะกับ: ผู้ใช้ระดับสูง
ระบบปฏิบัติการ: Windows, Mac, iOS, Android
ราคา: มีค่าใช้จ่าย

 

 

 

autodesk-inventor-logoAutodesk Inventor     ใช้ออกแบบ และแสดงผลต้นแบบสามมิติ และภาพจำลองสินค้า
เหมาะกับ: ผู้ใช้ระดับสูง
ระบบปฏิบัติการ: Windows
ราคา: มีค่าใช้จ่าย

 

หาคนที่รับออกแบบให้

คุณมีเพื่อน หรือผู้ร่วมงานที่เขียนแบบ ออกแบบโดยใช้โปรแกรม CAD ได้บ้างหรือเปล่า? หรือมีคนที่มีบริการรับเขียนแบบสามมิติในพื้นที่ใกล้ๆ บ้างไหม ก้าวแรกของการสร้างงานสามมิติคือการให้ใครสักคนเข้ามาช่วยให้งานเริ่มดำเนินไปได้

ถ้ายังไม่มี หรือหาไม่ได้ ไม่ต้องกังวล เพราะมีชุมชนคนที่มีฝีมือในการออกแบบ และคำนวณ ให้บริการอยู่ เช่น Shapeways, All3DP.com, Sculpteo, i.Materialise, 3D Hubs, เป็นต้น สำหรับในเมืองไทยก็มีผู้ที่รับทำอยู่เช่นกัน Octoprint, Rabbit Prototype, AppliCAD,

หาแบบสำเร็จรูปในอินเตอร์เน็ต

หากคุณยังไม่มีไฟล์สามมิติที่พร้อมจะพิมพ์ หรือต้องการทดลองเครื่องพิมพ์เท่านั้น คุณสามารถค้นหาไฟล์ประเภทนี้ได้โดยไม่ยาก มีคนมาโหลดไว้ให้เรานำไปใช้ได้เลย นี่คือตัวอย่างงานที่คนนิยมโหลดไปพิมพ์กัน

lamp_Paris_largeParis Lamp

growwTHE MINIMAL GREENHOUSE

GPP - DSC05508Sleeve Case for Raspberry PI B+

goproGoPro Deck Cam

PokemonLow-poly Squirtle

carousel__1070358_preview_featurediPhone6 Stand

HovershipHoverShip MHQ2

GRAMiPhoneiPhone6 Gramophone Horn

carousel_UM_Lightsaber-4BStar Wars Lightsaber

จะซื้อเครื่องพิมพ์สามมิติ หรือจะจ้างเขาพิมพ์ดีล่ะ?

เมื่อคุณมีไฟล์สามมิติพร้อมสำหรับพิมพ์แล้ว ต่อไปก็ถึงเวลาที่จะพิมพ์กันละ ถึงตอนนี้คุณมีสองทางเลือกคือ ซื้อเครื่องพิมพ์เป็นของตัวเอง หรือจ้างคนอื่นให้พิมพ์ให้ เราได้ทำตารางเปรียบเทียบเพื่อช่วยในการตัดสินใจให้แล้ว

ซื้อเครื่องเป็นของตัวเอง ใช้บริการจากภายนอก
พิมพ์งานบ่อยๆ (2 ชิ้นหรือมากกว่าต่อสัปดาห์) ยังใหม่กับเรื่องการพิมพ์สามมิติ ยังไม่แน่ใจว่าจะพิมพ์มากน้อยแค่ไหน
มีโครงงานที่แน่นอนว่าจะใช้เครื่องพิมพ์ไปทำอะไร คุณต้องการพิมพ์ด้วยเครื่องหลายๆ ระบบ หลายๆ วัสดุ
มีเงินพร้อมจะลงทุน อยากใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดก่อนใคร
คุณรักที่จะเล่นปรับแต่งซ่อมสร้างสิ่งของ คุณต้องทำงานให้เสร็จตามเวลา และได้งานที่สมบูรณ์แบบ
คุณมีที่ทางพอที่จะวางเครื่องพิมพ์ คุณอยากจะทดลองพิมพ์ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ

ตอนหน้าจะเป็นบทสรุป และ tips & technics ติดตามกันให้ได้นะครับ

EinScan-Pro ตัวอย่างไฟล์ดิบ เครื่องยนต์รถมอเตอร์ไซต์

EinScan-Pro ตัวอย่างไฟล์ดิบ เครื่องยนต์รถมอเตอร์ไซต์

รูปตัวอย่างงานจาก EinScan-Pro เครื่องยนต์รถมอเตอร์ไซต์
http://www.print3dd.com/product/einscan-pro-handheld-professional-3d-scanner/

EinScanPro Product Cover900x90027139

15383

15381

15379

15378

15387