fbpx

ออกแบบเคสนาฬิกาเอง!! ใช้งานเอง!! แบบง่ายๆ

ออกแบบเคสนาฬิกาเอง!! ใช้งานเอง!! แบบง่ายๆ

วันนี้เราจะมาว่าด้วยเรื่องของการออกแบบเคสนาฬิกาใช้งานเอง ซึ่งเอาจริงๆ เลยตอนแรกนั้นรุ่นน้องของผมเองที่ออฟฟิศใช้นาฬิกา รุ่น Xiaomi Amazfit GTS แล้วเกิดอยากได้เคสของนาฬิการุ่นนี้เพื่อไม่อยากให้ตัวเครื่องเป็นรอยก็ได้สั่งเคสจากใน shopee มาแต่ผลที่ได้คือเคสที่สั่งมานั้นใส่กับตัวของนาฬิกาไม่ได้ ก็เลยมีความคิดที่ว่าเราสามารถออกแบบตัวเคสเองได้นิเพราะ เรามีทั้งเครื่องสแกนเนอร์และเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ก็เลยลงมือทำเองซะเลย โดยหลักๆ แล้วการออกแบบนี้นั้นก็จะใช้สกิลและเครื่องมือพอสมควรอยู่นะครับ เดี๋ยวผมจะมาอธิบายการทำตั้งแต่เริ่มต้นกันเลยดีกว่า

ขั้นตอนของการสแกนนาฬิการต้นแบบ
เครื่องที่ผมเลือกใช้นั้นจะเหมาะกับงานที่มีขนาดเล็กเป็นหลัก และตัวเครื่องจะมีการทำงานที่ง่ายมากๆ คือเครื่อง Shining 3D AutoScan Inspec เราแค่คลิกเม้าส์ไม่กี่ครั้งก็ได้ตัวอย่างนาฬิกาที่จะไปทำเคสออกมาแล้ว ซึ่งตัวนาฬิกา Xiaomi Amazfit GTS นั้นจะเป็นสีดำจะทำให้เครื่องสแกนเนอร์ไม่สามารถสแกนได้ และหน้าจอเป็นกระจก ดังนั้นผมจึงใช้สเปรย์แป้งเพื่อให้ตัวนาฬิกามีสีที่สว่างและง่ายต่อการนำไปสแกนกับเครื่อง AutoScan Inspec เราก็แค่ใส่เข้าไปในแท่นจับของตัวเครื่องและก็กดสแกนตามปกติ เมื่อเราสแกนด้านที่ 1 ได้แล้วก้ให้พลิกตัวนาฬิกาขึ้นมาอีกด้านที่ยังไม่ได้สแกน จากนั้นโปรแกรมของเครื่องสแกนเนอร์จะทำการ align ตัวชิ้นงานให้เองอัตโนมัติ ซึี่งผมขออธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องสแกนเนอร์ตัวนี้หน่อยคือสามารถสแกนงานได้ขนาดใหญ่สุดที่ 10*10*7.5 cm ให้ความละเอียดที่ตัวชิ้นงานได้ที่ 10um (0.01 mm) มีระบบการทำงานแบบ 3 แกนที่จะมุนตัวชิ้นงานเองอัตโนมัติ และใช้แสงในการสแกนเป็นแบบ Blue Light ส่วนนามสกุลไฟล์ที่เราได้จากการสแกนเสร็จนั้นคือ .STL หรือสามารถดูรีวิวเกี่ยวกับตัวเครื่องเพิ่มเติมได้ ที่นี่

AutoScan-INspec Desktop 3D Inspection System
รายละเอียดเกี่ยวกับตัวเครื่อง Autoscan-Inspec
พ่ยสเปรย์แป้งเพื่อให้ตัวงานสแสกนได้งานขึ้น ถ้าเป็นสีดำ มันเงา หรือใสจะสแกนไม่ได้
เริ่มการสแกนโดยตัวเครื่องจะหมุนชิ้นงานให้เราเองอัติโนมัติ
เมื่อสแกนเสร็จเรียบร้อยจะได้ไฟล์นามสกุล .STL ลักษณะตามนี้

ขั้นตอนการแก้ไข Revers Engineer โดยใช้ Solid Edge Software
มาถึงขั้นตอนนี้จะค่อนข้างยากนิดหนึ่งแต่สำหรับผู้ที่มีความสามารถทางด้าน Software การเขียน CAD 3D อยู่แล้วก็จะง่ายมากๆ เลยละครับ แต่สำหรับผมเองก็พอทำได้บ้าง ซึ่งเจ้า Software Solid Edge อันนี้จะเป็นตัวที่จะมีพร้อมๆ กับเครื่องสแกนเนอร์อยู่แล้วการใช้งานก็จะคล้ายๆ กับ SolidWorks เลยแต่เครื่องมือจะไม่ได้เหมือนกัน ไฟล์ที่เรานำมาเปิดเพื่อทำการ Revers Engineer ผมจะลดขนาดจาก Software ของเครื่องสแกนเนอร์ก่อนจาก 70MB ให้เหลืออยู่ 30MB เพราะว่าอะไร ถ้าไฟล์งานที่นำมาทำงานมีขนาดใหญ่เกินไปแน่นอนว่ากระตุกแน่ๆ ใน Software Revers Engineer ผมเลยเลือกที่จะลดให้ไฟล์เล็กลงแต่ความละเอียดของตัวงานนั้นจะยังเป็นที่ยอมรับได้อยู่เพราะเคสของนาฬิกาก็จะมีขนาดใหญ่กว่าตัวเรือนอยู่แล้ว ผมจะตั้ง Offset ของผิวงานให้ออกมาจากไฟล์ 3D scan ประมาณ 0.2-0.5 mm เพื่อชดเชยเมื่อนำไฟล์ที่ได้จากการ Revers Engineer นั้นไปพิมพ์ขึ้นตัวชิ้นงานจริงจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติในขึ้นตอนถัดไป การออกแบบผมเลือกที่จะทำเป็นชิ้นด้านบน และด้านล่างแยกกัน เพื่อป้องกันได้ทั้งตัวเรือนของนาฬิกาเราไปดูการออกแบบกันเลยดีกว่าครับ

Software Solid Edge ใช้ในการ Revers Engineer
Software Solid Edge ใช้ในการ Revers Engineer
Software Solid Edge ใช้ในการ Revers Engineer
Software Solid Edge ใช้ในการ Revers Engineer
ไฟล์งานที่พร้อมจะนำไปพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ
ไฟล์งานที่พร้อมจะนำไปพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

ขั้นตอนการขึ้นรูปต้นแบบด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ
ในขั้นตอนนี้ผมจะใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติ ของค่าย Formlabs Form3 เป็นเครื่องที่ใช้ระบบ SLA ที่ให้ความละเอียดสูงที่ 25um(0.025mm) และมีน้ำยาให้เลือกหลากหลายในการใช้งานบางชนิดน้ำยาสามารถนำไปใช้งานได้จริงด้วยปต่ผมได้เลือกน้ำยาที่ใช้งานต้นแบบคือ Standard Clear ก็คือเรซิ่นชนิดธรรมดาแต่เป็นสีใส ก่อนอื่นเลยเมื่อเรานำไฟล์ที่ได้มานั้นมาจัดเรียกตำแหน่งที่เหมาะสม ผมจะเลือกเอียงงานให้จุดแรกที่ขึ้นตัวงานนั้นเป็นจุกที่เล็กทีสุดและด้านบนจะเป็นส่วนที่ผมจะไม่อยากให้ส่วนที่เรียกว่า Support ไปแตะโดนเพราะเวลาเราแกะ Support ออกนั้นจะต้องนำมาขัดออกเองก็เลยจะเลือกด้านที่เป็นจุดที่มีพื้นที่ผิวที่เยอะและเรียบไปสัมผัสกับส่วน Support ความละเอียดที่ผมเลือกคือ 100um (0.1 mm) ก็จะใช้เวลาในการพิมพ์ประมาณ 3-4 ชั่วโมง เมื่อเราพิมพ์เสร็จเรียบร้อยแล้วก็ต้องนำไปล้างด้วยน้ำยาล้าง IPA และผมจะรีบนำไปเป่าด้วยปั้มลมเพื่อให้ตัวงานไม่เกิดคราบจากการล้าง เมื่อแน่ใจว่าแห้งเรียบร้อยแล้วให้นำตัวชิ้นงานไปอบประมาณ 10-15 นาที อุณหภูมิ 50-60 องศา เพราะงานมีความบางแค่ 1 mm ความบางทีอบนานไปตัวงานจะหดตัวค่อนข้างเยอะและอาจจะกรอบแตกง่าย จากนั้นนำมาแกะ Support ออก ส่วนจุดที่เป็นลอยนู้นๆ จาก Support ผมจะใช้กระดาษทรายเบอร์ 250/400/1000 ในการขัดแต่ง และถ้าเราขัดเสร็จเรียบร้อยแล้วทุกคนจะสังเกตุเห็นว่าจะเป็นคราบขาวๆ ที่เกิดจากการขัดด้วยกระดาษทรายนั้นปมจะใช้น้ำมันหล่อลื่นทาที่ตัวงานแล้วนำไปอบแห้งอีกครั้งโดยใช้เวลา 10 นาที อุณหภูมิที่ 50 องศา ก็เพียงพอแล้ว

การจัดเรียงงานเพื่อนำไปพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ Form3
ชิ้นงานเมื่อพิมพ์เสร็จแล้ว นำไปเป่าด้วยปั้มลม
ชิ้นงานเมื่อพิมพ์เสร็จแล้ว นำไปเป่าด้วยปั้มลม
นำชิ้นงานมาขัดด้วยกระดาษทราย ลบลอย Support
นำชิ้นงานมาขัดด้วยกระดาษทราย ลบลอย Support
นำมาลองประกอบกับตัวเรือนนาฬิกาจริง
นำมาลองประกอบกับตัวเรือนนาฬิกาจริง
นำมาลองประกอบกับตัวเรือนนาฬิกาจริง

Custom ฝากระโปรงหน้า Xpander 5นาทีก็เสร็จแค่มี EinScan HX.

Custom ฝากระโปรงหน้า Xpander 5นาทีก็เสร็จแค่มี EinScan HX.

สวัสดีครับ วันนี้เราจะมาแบไต๋สำหรับงาน Reverse Engineering กันครับอย่างที่เราได้เห็นว่าบริษัทเราเป็นผู้เชี่ยวชาญและจำหน่ายตัวเครื่อง 3D PRINTER , 3D SANNER ก่อนที่ลูกค้าจะซื้อของเราพร้อมที่จะให้ข้อมูลสำหรับ Solution ต่างๆ อย่างเช่นตอนนี้ทางเราได้โจทย์มาว่า เราจะ CAD ฝากระโปรงรถยนต์ Misubishi Xpander ขึ้นมาใหม่และทำการ Custom มันจากเดิมที่เป็นอยู่เพื่อทำ After Market ของแต่งๆ ต่างๆ นาๆ สารพัด แล้วโจทย์ที่สำคัญคือเราจะ CAD มันได้อย่างไร ให้เรามานั่งวัดแต่ละมุม ส่วนโค้งเอย ส่วนเว้าเอย ความยาวเอย วัดยังไง ? เรายังไม่รู้เลยว่าเราจะใช้เครื่องมืออะไรวัดมัน วันนี้ PRINT3DD มาโชว์การทำ

Reverse Engineering กันครับ

มาเริ่มกันเลยครับ จากภาพที่เห็นเราใช้เครื่อง 3D Scanner รุ่น EinScan HX โดยใช้โหมด Bule Laser งานจะเงามี Reflective แค่ไหนก็ไม่กลัวเพราะตัวเครื่องออกแบบมาให้ใครกับงานอุตสาหกรรม โดยตรงเหมาะกับงานชิ้นใหญ่ๆ แค่รถคันเดียวสบายมากครับ เริ่มสแกนและเอาไฟล์ไปทำ Reverse กันเลย

ได้ไฟล์งานมาเรียบร้อยแล้ว ทีนี้เราก็ต้องทำ Low Polygon และตัดแต่งผิวนิดหน่อยก่อนเพื่อให้เรียบง่ายแก่การทำ Section Line โดยก็เช่นเดิมครับโปรแกรมที่มาเป็น Set กับตัวเครื่อง EinScan Hx อยู่แล้วก็คือ โปรแกรม Geomagic Essentials ถามว่าเราทำอะไรบ้างในโปรแกรมนี้ เราจะมาไล่คำตอบกันตามนี้เลยครับ

  1. ลด Noise และ Wrap ผิวงานใหม่ เพื่อให้ไฟล์งานที่ Point กระจายจากการสแกนนั้นได้ผิวงานที่ดีขึ้นและกำจัด Point ที่ไม่จำเป็นต่อผิวงานออกไป
  2. เข้า Origin ให้กับชิ้นงานตามที่เราต้องการเลยว่าเราอยากวางไว้ตรงไหนเพื่อให้เราได้ทำงานง่ายขึ้น
  3. ตัดแต่งผิวงานส่วนที่สแกนไม่เต็ม เติมผิวงานโดยใช้ฟังก์ชั่น Filling Hole
  4. ทำ Section Line เพื่อที่เราจะนำ Section Line ตรงนี้เซฟออกไปเป็นไฟล์นามสกุล .iges เพื่อจะทำไป CAD ต่อในโปรแกรม Solid Edge 2021 ต่อได้

เรามาดู Work Flow หลังจากได้ Section Line ขั้นตอนสุดท้ายของงานและข้ามไป Solid Edge 2021 กันได้เลยครับ

ปูผิวงานโดยใช้ ฟังก์ชั่น Bounded ง่ายนิดเดียวแค่เพียง 2 คลิกก็ได้ผิวออกมาแล้วครับหลังจากนั้น ก็ทำการดึง Thicken ให้กับผิวงานได้เลยในส่วนของความหนาเราสามารถวัดได้จากตัวฝากระโปรงของจริงเลยครับ

ทีนี้ก็ได้เป็นไฟล์ CAD โดยสมบรูณ์แบบเรียบร้อยแล้วครับ เราจะทำอะไรก็มันก็ได้ตามใจชอบเลย ตัวอย่างนี้ต้องการแต่งช่องระบายอากาศภายในห้องเครื่องเพื่อเป็นต้นแบบก่อนในสัดส่วนและ Shape ก็จะเป็นสัดส่วนและ Shape จริงเดิมของ Xpander อยู่ครับ

 

ขั้นตอนสุดท้ายหลังจากแต่งงานเสร็จแล้ว ก็ทำการ Save Export ให้เป็นนามสกุล .STL ได้เลยครับจะนำไปใช้กับ 3D Print SLA หรือจะไปทำ CNC แม่พิมพ์เพื่อทดสอบการประกอบได้เลยครับ

เป็นอันเสร็จสิ้นกันแล้วครับ ถ้ามีความชำนาญจริงๆ ทำแค่นี้ใช้เวลาไม่รวมการสแกนแค่ 5 – 10 นาทีก็เสร็จสิ้นแล้วครับแล้วทางเราจะทำการแบไต๋เรื่องต่างๆให้ได้รู้กันอีกเพื่อเป็น Know How ให้ลูกค้าได้เข้าใจหลักการต่างๆ ที่ทำงานและใช้งานได้จริงอีกนะครับ

 

แจกไฟล์ตัว Filter กรองอากาศสำหรับหน้ากากอนามัย

แจกไฟล์ตัว Filter กรองอากาศสำหรับหน้ากากอนามัย

พอดีจากเหตุการณ์ในช่วงนี้มีการระบาดของไวรัส COVID-19 ที่เป็นเชื้อไวรัสที่แพร่กระจายจากสารคัดหลั่งที่พบเป็นอย่างมากเลยคือ น้ำลายที่มาจาการพบปะพูดคุยกัน การติดต่อธุรกิจต่าง ๆอย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และสิ่งที่จำเป็นอย่างมากในช่วงนี้เลยที่จะใช้ในการป้องกันไวรัส COVID-19 นี้ได้ก็จะมี  แอลกอฮอล์ หน้ากากอนามัย และอื่นๆ แต่ 2 อย่างนี้ถือว่าจำเป็นอย่างมาก ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันทุกวันนี้การออกจากนอกบ้านหรืออยู่ภายในบ้านต้องใส่หน้ากากอนามัยเพื่อกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส COVID-19 เพราะไวรัสสามารถกระเด็นติดไปกับน้ำลายของคนเราได้ในขณะพูด เทื่อมีความต้องการท่จะใช้หน้ากากอนามัยเป็นจำนวนมากจึงทำให้หน้ากากอนามัยที่มีขายอยู่ในท้องตลาดนั้นหาได้อยาก และได้มีการแก้ไขปัญหาส่วนนี้ขึ้นมาเป็นหน้ากากผ้าที่สามารถสักล้างได้ ไม่เหมือนหน้ากากอนามัยแบบทั่วไปที่ใช้แล้วต้องทิ้งเลย แต่หน้ากากผ้าบางชนิดจะค่อนข้างหายใจลำบาก ทางเราได้เห็นหน้ากากแบบที่ใช้กันฝุ่น PM2.5  ที่ด้านข้างของหน้ากากนั้นจะมีตัว Filter กรองอากาศที่จะเข้าไปภายในหน้ากาก จึงเกิดความคิดขึ้นมาว่าเมื่อมี 3D Printer อยู่แล้วทำไมไม่ทำตัวกรองขึ้นมาใช้กับหน้ากากผ้าละ และมีการเปลี่ยนผ้าสำหรับกรองภายในแทนส่วนหน้ากากก็สามารถสักตามปกติได้เหมือนเดิม

**สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : Filter Mask Covid-19 

 

ทางเราได้เขียนไฟล์ CAD ขึ้นมาเพื่อจะนำมาพิมพ์กับเครื่อง 3D Printer แบบระบบ FDM เพื่อมาใช้กับหน้ากากผ้าที่ใช้งานอยู่ และทางเราได้นำไฟล์ที่ได้เขียนไว้นั้นมาแจกกันฟรีๆ สามารถเข้าไปดาวน์โหลด

**ได้ที่ : Filter Mask Covid-19 สามารถเข้าไปดาวน์โหลดและนำไปพิมพ์แจกหรือใช้งานกันได้เลยนะครับ เมื่อเราพิมพ์เสร็จก็นำมาแกะ Support ออกแและนำหน้ากากผ้าที่เราจะติด Filter ชิ้นนี้เข้าไปมาตัดเป็นรูเพื่อจะใส่ Filter กรอง ส่วนผ้ากรองที่จะใส่ไว้ระหว่างตรงกลางนั้นสามารถหาซื้อได้ หรือสำลีกรอง

  

 

 

 

เครื่องพิมพ์ลายนามบัตรใช้งานได้จริงจาก 3D Printer

เครื่องพิมพ์ลายนามบัตรใช้งานได้จริงจาก 3D Printer

วันนี้มาแชร์งานดีดีที่ทำได้จากเครื่องพิมพ์สามมิติกันครับนั่นคือ “เครื่องพิมพ์ลายนามบัตรอัตโนมัติ” ซึ่งวันนี้เราจะมานำเสนองานดีๆ มีประโยชน์และยังเพิ่มความหรูหราดูดีและคลาสสิคสุดๆ ให้กับนามบัตรของเราได้ด้วย ซึ่งตัวปั๊มพิมพ์ลายนั้นมีข้อดีหลายอย่างไม่ได้เพียงแค่เพิ่มความหรูหราแต่ยังสามารถช่วยให้คนพิการทางสายตาได้รับรู้ถึงข้อมูลและลายละเอียดของเราได้อีกด้วย ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้สามารถทำได้เองโดยใช้เครื่องพิมพ์สามมิติ ระบบ FDM หรือ SLA ก็สามารถใช้งานได้เช่นกัน

 

– ย้อนไปในยุคสมัยก่อนถ้าเราต้องการที่จะพิมพ์นามบัตรต่าง ๆ ก็จะต้องทำบล๊อคขึ้นโมลตัวปั๊มซึ่งต้นทุนสูงและทำยากมากๆ เพราะต้องมีการแกะรายตามแบบที่ต้องการ

– ประโยชน์ของเครื่องพิมพ์ลายไม่ได้เพียงแค่เพิ่มความหรูหราดูดีแต่ยังช่วยให้คนพิการทางสายตานั้นได้รับรู้และเข้าใจแทนการมองเห็นของเขาได้อีกด้วยถือว่าเป็นสิ่งที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรแต่ประโยชน์เพียบ

– ทางเรา PRINT3DD มีก็ได้ทำการทดลองการออกแบบโดยใช้โปรแกรม Solid Edge ในการวาดโครงนามบัตรโดยอ้างอิงจากนามบัตรจริงของเรา

ซึ่งบางคนอาจจะเข้าใจว่า Solid Edge ใช้ออกแบบงานด้านวิศวกรรมต่าง ๆ แต่จริงๆแล้วด้านอาร์ตเล็กๆ น้อยๆ Solid Edge ก็ทำได้เหมือนกัน วันนี้เราจะมาออกแบบโครงนามบัตรกันโดยนำการสแกนนามบัตรจริงเพื่อเป็นเค้าโครงให้กับการออกแบบครับ

– เริ่มจากการออกแบบทรงกระบอกหน้าสัมผัสการปั๊มให้พอดีกับความยาวของนามบัตร และเส้นผ่านศูนย์กลางของทรงกระบอกประมาณ 31 ซม.

– นำเข้าไฟล์รูปภาพจากการสแกนนามบัตรจริงเพื่ออ้างอิงขนาดของนามบัตรและตัวอักษรบางตัวที่ต้องการพิมพ์ทำลายอักษรของตัวปั๊มนั้น โดยการ Import Picture ของโปรแกรม Solid Edge

– สามารถออกแบบเองได้และทำการ Assemby ชิ้นงานเข้าหากันเพื่อดูความแม่นยำและการหมุน

– เรามีตัวอย่างสำหรับงานจริงของต่างประเทศที่ใช้งานมาให้รับชมครับ

– ทุกท่านอาจจะได้เห็นกันแล้วสำหรับเครื่องพิมพ์ลายนามบัตรแบบมือหมุนในแบบต่างๆ เฟสต่อไปของทางเราที่จะทำก็คือให้ทำมันหมุนแบบอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้มือหมุนให้เปลืองแรงติดตามกันต่อเฟสหน้าครับ

 

 

 

 

 

 

ป้องกัน PM 2.5 เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

ป้องกัน PM 2.5 เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

 

                    ปัจจุบันปัญหาเรื่องมลพิษเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน อากาศที่เราหายใจเข้าไปไม่ใช่อากาศที่บริสุทธิ์ เพราะมีฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่าง PM2.5 ปัญหาเรื่องนี้มีผลเสียต่อสุขภาพและมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ PM 2.5 เทียบได้ว่ามีขนาดประมาณ 1 ใน 25 ส่วนของเส้นผ่านศูนย์กลางเส้นผมมนุษย์ เล็กจนขนจมูกของมนุษย์ไม่สามารถทำหน้าที่ในการกรองฝุ่นนั้นได้ จึงแพร่กระจายเข้าสู่ทางเดินหายใจ กระแสเลือด และเข้าสู่อวัยวะอื่นๆในร่างกายได้ ตัวฝุ่นเป็นพาหะนำสารอื่นเข้ามาด้วย เช่น แคดเมียม ปรอท โลหะหนัก และสารก่อมะเร็งอื่นๆ

แนวทางการป้องกันฝุ่น PM2.5

                    การสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น โดยหน้ากากที่สามารถป้องกันฝุ่น PM2.5ได้ดีและมีประสิทธิภาพจะต้องมีลักษณะคล้ายวาล์วที่สามารถกรองอากาศซึ่งจะติดอยู่บริเวณหน้ากาก ชิ้นงานนี้เป็นวัสดุที่เป็นพลาสติกสามารถขึ้นรูปได้ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ในระบบที่เป็น SLA และ FDM

                   

 

 

 

 

 

                   ชิ้นงานประกอบด้วย 2 ส่วน ซึ่งวาดจาก Solidedge 2020 software จากนั้นทำการพิมพ์ชิ้นงานด้วยเครื่องพิมพ์ระบบ SLA ชื่อรุ่น FORM3 ซึ่งชิ้นงานเมื่อทำการตัด Support ออกแล้วก็สามารถนำมาใช้งานได้เลย

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://www.daikin.co.th/service-knowledge/pm-2-5/

 

 

 

โฟล์คสวาเกนฝึกปัญญาประดิษฐ์ให้ออกแบบชิ้นส่วนรถยนต์ที่ดีกว่า

โฟล์คสวาเกนฝึกปัญญาประดิษฐ์ให้ออกแบบชิ้นส่วนรถยนต์ที่ดีกว่า

โรงงานรถยนต์โฟล์คสวาเกนในเยอรมันนีฝึกสอนให้โปรแกรมปัญญาประดิษฐ์เปลี่ยนวิธีการออกแบบ
และผลิตชิ้นส่วนรถยนต์โดยใช้ 3D printers

โรงงานในกลุ่มโฟล์คสวาเกน ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการออกแบบและผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่มีความซับซ้อน และมีน้ำหนักเบา ขณะนี้มีการจัดแสดงขบวนการผลิต ณ ศูนย์นวัตกรรม และวิศวกรรมแคลิฟอร์เนีย (IECC) ในการแสดงผลงานนี้มีรถยนต์รุ่นแรกที่ใช้ชิ้นส่วนที่ออกแบบโดยปัญญาประดิษฐ์ และผลิตขึ้นมาโดยใช้เครื่องพิมพ์สามมิติ เป็นรถยนต์ไฟฟ้าในรูปทรงของรถรุ่น 1962 Microbus ที่ปรับปรุงขึ้นใหม่

ที่ตัวรถจะมีส่วนประกอบสีส้มเจิดจ้า ที่ทำให้ง่ายต่อการมองเห็นว่าเป็นการออกแบบใหม่โดยใช้ Generative Design ชิ้นส่วนเหล่านั้นประกอบด้วย พวงมาลัย ก้านกระจกมองข้าง และกระทะล้อ

วิศวกรของโฟล์คสวาเกนสามารถใช้ Generati

 

ve Design ในการเน้นเกี่ยวกับลำดับความสำคัญ และเทคโนโลยีเพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์ในการผลิตชิ้นส่วนที่มีน้ำหนักน้อยแต่ยังคงความแข็งแรง ทั้งหมดนี้ทำได้โดยผ่านการฝึกสอน AI 

จากเส้นตรงสู่รูปร่างโค้งมน

น่าทึ่งที่ว่าดูเหมือนระบบ AI ของโฟล์คสวาเกนจะออกแบบให้ชิ้นส่วนมีลักษณะเหมือนรากไม้ มากกว่าจะเป็นเส้นตรง และทรงเหลี่ยม ในการผลิตชิ้นส่วนรูปร่างตามนั้น แน่นอนว่าเครื่องพิมพ์สามมิติคือคำตอบ แต่เนื่องจากรถยนต์หนึ่งคันมีส่วนประกอบมากกว่าพันชิ้น ทางทีมงานจะต้องคัดเลือกเอาชิ้นส่วนที่มีประสิทธิผลมากที่สุดที่จะถูกทดแทนด้วยชิ้นส่วนจากเครื่องพิมพ์สามมิติ และพวกเขาก็ใช้ AI ในการคัดเลือกชิ้นส่วนเหล่านั้นด้วย

ในอนาคตโฟล์คสวาเกนมีแผนที่จะใช้การรีไซเคิลแบบครบวงจร โดยนำเอาพลาสติกจากชิ้นส่วนเก่ามาผลิตชิ้นส่วนใหม่ ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดพลังงานแล้ว ก็ยังลดขยะเป็นข่าวดีกับสภาพแวดล้อมของโลกอีกด้วย

แม้ปัจจุบันการผลิตรถทั้งคันด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติยังอาจจะไม่เป็นไปได้ แต่โฟล์คสวาเกนก็แสดงให้เห็นว่าการใช้ AI กับเครื่องพิมพ์สามมิติในการออกแบบรถยนต์ให้ผลลัพท์ในด้านความยืดหยุ่นในการออกแบบ น้ำหนักเบา และผลกำไร

ที่มา: Slash Gear

กระบวนการวิศวกรรมย้อนกลับไฟล์คุ้มครบจบในที่เดียวกับ EinScan Reverse Engineering Design Bundle (RED)

กระบวนการวิศวกรรมย้อนกลับไฟล์คุ้มครบจบในที่เดียวกับ EinScan Reverse Engineering Design Bundle (RED)

– SHINING 3D ได้เปิดตัว EinScan Reverse Engineering Design Bundle (RED) มาสักพักใหญ่แล้วแสดงให้เห็นว่าการสแกน 3 มิติที่สมบูรณ์เพื่อออกแบบงานที่มีอยู่และกระบวนการต่าง ๆเป็นเรื่องง่ายเพียงใด สามารถสแกนชิ้นงานได้ง่ายที่สุด แม้ในโหมดสแกนมือถือ

– Handheld HD Scanโหมดสแกนความละเอียดสูงสุดของ EinScan Pro 2X Series การสแกนแบบสมบูรณ์ของวัตถุนั้นทำได้ในเวลาน้อยกว่า 1 นาที โหมดการสแกนแบบ HD นั้นช้ากว่าโหมด Handheld Rapid Scan ของ EinScan Pro 2X แต่สามารถจับรายละเอียดได้ดีมากยิ่งขึ้นด้วยความละเอียดที่สูงขึ้นเนื่องจากการใช้ Marker หรือเครื่องหมาย HD Prime Pack การสแกนคุณภาพสูงเหล่านี้ทำให้โหมดการสแกนที่เหมาะที่สุดสำหรับชิ้นส่วนที่ซับซ้อนต่างๆ เมื่อวัตถุหรือชิ้นงานนั้นถูกสแกนจะสามารถ Alignment ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วโดยโปรแกรม EXScan การสแกน 3 มิติที่สมบูรณ์ช่วยให้การทำงานง่ายและถูกต้องมากยิ่งขึ้นทั้งนี้ยังสามารถส่งต่อไปยังโปรแกรม Geomagic Essentials สำหรับการแก้ไขถัดไปได้ง่ายหรือง่ายๆ ครบจบในที่เซ็ตเดียว และนี่คือWorkflow สำหรับงานวิศวกรรมย้อนกลับ ทั้งนี้เราได้ยกตัวอย่างงานของทางบริษัทผู้ผลิตมาให้ได้รับชมกันครับ

– โปรแกรมที่ใช้กันมากที่สุดสำหรับเครื่องสแกน 3มิติ คือโปรแกรมทางด้านวิศวกรรมย้อนกลับ และโปรแกรมสำหรับออกแบบไฟล์ 3มิติ ความสามารถในการจับรูปทรงวัตถุและวัตถุที่สร้างได้ยากภายในไม่กี่นาทีได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นเครื่องมือที่ทรงคุณค่าสำหรับธุรกิจและมืออาชีพ

– ถ้าเป็นการ CAD แบบดั้งเดิมจะใช้เวลานับไม่ถ้วนและการแก้ไขส่วนที่ซับซ้อนสำหรับโซลูชันงานแต่ละแบบอาจเป็นฝันร้ายของนักออกแบบ EinScan Pro 2X Plus ช่วยให้คุณสแกนวัตถุ 3 มิติในเวลาไม่กี่นาทีและสร้างชิ้นส่วนแบบจำลอง 3 มิติที่แม่นยำ ทั้งนี้ยังสามารถประหยัดเวลานักออกแบบหรือคนแก้ไขไฟล์ได้ แต่กระบวนการในการสแกน 3 มิติคือขั้นตอนที่ต้องทำงานจำนวนมาก เวิร์กโฟลว์ดั้งเดิมที่พบมากที่สุดในอุตสาหกรรมของเรานั้นล้วนแต่ใช้ CAD น่าเสียดายที่การสแกน 3 มิติมีปัญหาพื้นฐานบางอย่างกับซอฟต์แวร์ CAD ที่สามารถทำให้ยากต่อการทำงานโดยไม่มีวิธีแก้ไขจึงเป็นที่มาของ EinScan Reverse Engineering Design Bundle (RED)

– ต่อจากนี้จะเป็นขั้นตอนการสแกนงานที่มีความซับซ้อนสูงไปจนถึงการ Revese File ให้สมบูรณ์เหมือนการ CAD ขึ้นมาใหม่โดย EinScan Reverse Engineering Design Bundle (RED)

Geomagic Essentials เป็นสะพานเชื่อมระหว่างงานที่สแกนไปจนถึงการ CAD ที่สมบูรณ์แบบแบบจำลอง CAD นั้นจะสมบูรณ์แบบและมีความแม่นยำนั้นจำเป็นต้องใช้กระบวนการนี้

– ขั้นตอนการ Fill Holes ของชิ้นงานสามารถใช้คำสั่ง Fill all Holes โปรแกรมจะจัดการพื้นผิวและเติมแต่งให้เองอัตโนมัติ

– ส่วนต่างๆ ที่มีเนื้อผิวไม่เต็มนั้นสามารถเติมแต่งได้เองโดยใช้ Manual Fill Holes ได้ดังภาพถัดไปจากนี้

– เข้า Origin ให้กับชิ้นงานเพียงแค่ไม่กี่ขั้นตอนและในรูปทรงชิ้นงานที่ยากๆ ก้ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับโปรแกรมนี้

– การทำ Nurbs Surfacing เพื่อการดึงผิวของชิ้นงานให้เข้ารูปทรง

– การทำ Section Line ให้กับชิ้นงานคือการวาดเส้นทับลงไปบนพื้นผิวของชิ้นงานเพื่ออิงโครงสร้างเดิมของตัวงานที่ได้จากการแสกนนำไป CAD ต่อจะได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

– เมื่อแก้ไฟล์เสร็จสมบูรณ์ใน Geomagic Essentials แล้วขั้นตอนต่อไปก็ส่งไปยัง Solid Edge ได้อย่างง่ายดายในไม่กี่วินาที เนื่องจากโมเดลได้ถูกเตรียมไว้สำหรับการ CAD โดยตรงจึงเป็นการเปลี่ยนขั้นตอนการทำงานได้อย่างราบรื่น Solid Edge ช่วยให้คุณสามารถสร้างกระบวนการวิศวกรรมย้อนกลับได้อย่างสมบูรณ์ สร้างรูปทรงใหม่ทั้งยังเพิ่มคุณสมบัติและสร้างส่วนที่ต้องการความแม่นยำสามารถทำงานได้ทั้งหมดในไม่กี่นาทีด้วยเครื่องมือที่รวมอยู่ เนื่องจากตอนนี้การสแกนได้ถูกแปลงเป็นแบบ CAD ที่พร้อมจะแก้ไขแล้ว

EinScan Reverse Engineering Design Bundle (RED) ของ SHINING 3D เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง บริษัท ทั้งสามนี้ได้ปฏิวัติวิธีการสแกน 3 มิติเพื่อออกแบบเวิร์กโฟลว์ RED Bundle 3D ของ SHINING 3D ได้เปิดตัวแล้วพักใหญ่สามารถซื้อกับทางเราได้ที่ PRINT3DD Bundle นี้รวมทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับการสแกน

  1. EinScan Pro 2X Series
  2. (Tri-pod และ turntable)
  3. Geomagic Essentials
  4. Solid Edge SHINING 3D Edition By SIEMENS

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ออกแบบรูปทรงขาเทียมด้วย EinScan 3D Scanner and Software Reverse Engineering

ออกแบบรูปทรงขาเทียมด้วย EinScan 3D Scanner and Software Reverse Engineering

ปัจจุบันเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ เครื่องพิมพ์ขึ้นรูป 3 มิติและโปรแกรมสำหรับวิศวกรรมย้อนกลับหรือ Reverse Engineering Software นั้นมีการใช้งานกันมากที่สุดในหลายอุตสาหกรรม  สแกนเนอร์ 3 มิติช่วยให้สามารถให้เห็นถึงรูปร่างต่างๆในทุกๆมุมมองเป็นเครื่องมือที่เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมที่พลิกแพลงวิธีการออกแบบหรือ CAD แบบดั้งเดิม หนึ่งในอุตสาหกรรมดังกล่าวที่เกี่ยวกับสุขภาพหรือร่างกายมนุษย์นั้นคือขาเทียม ในขณะที่การทำงานของแขนขาเทียมเป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดความพอดีและรูปแบบของขาเทียมนั้นมีความสำคัญสำหรับผู้ป่วยช่วยให้เกิดความสะดวกสบาย จากการทำขาเทียมนั้นสามารถสร้างโลกที่แตกต่างได้เช่นเดียวกับความเชื่อมั่นจากขาเทียมที่เหมาะสมกับรูปลักษณ์ของผู้ใช้ สแกนเนอร์ 3 มิติได้เปิดประตูสู่การปรับแต่งและโซลูชั่นอวัยวะเทียมที่ปรับแต่งได้กลายเป็นจริงสำหรับผู้พิการหลายคน กลุ่มผลิตภัณฑ์สแกนเนอร์ 3 มิติแบบพกพา EinScan Pro Series หรือ EinScan Pro2X Series และเครื่องพิมพ์สามมิติ SHINING 3D ได้สร้างการสแกน 3 มิติและการพิมพ์ 3 มิติสำหรับแอปพลิเคชันทางการแพทย์ที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าที่เคยเป็นมา

EinScan Pro Series และ EinScan Pro 2X Series มีความสามารถในการสแกนได้อย่างรวดเร็วช่วยให้พวกเขาสแกนวัตถุขนาดใหญ่ได้อย่างง่ายดายและทำให้การสแกนร่างกายมนุษย์หรือส่วนต่างๆของร่างกายเป็นงานง่าย สามารถสแกนขามนุษย์ได้ในเวลาไม่กี่วินาทีและยังสามารถทำการเชื่อมต่อผิวหรือที่เรียกว่า Alignment ขณะสแกนได้แบบ Realtime โดยไม่มีติดขัดใดๆ

“ข้อมูลงานสแกนในวันนี้เราจะมีแสดงให้เห็นถึงการโครงสร้างขาเทียมภายใน เป้าหมายคือทำให้เปลือกภายนอกขาเทียมใกล้เคียงกับขาของจริงมากที่สุด”

สแกนเสร็จไฟล์จะถูกนำไปยัง Geomagic Essentials ซึ่งเป็นสะพานเชื่อมที่เหมาะสำหรับงานสแกน 3 มิติไปจนถึงโซลูชั่นการออกแบบ การออกแบบกับรูปทรงที่เรียกว่า FreeForm หรือรูปทรงที่ไม่เกี่ยวกับเรขาคณิตนั้น การออกแบบหรือ CAD เองสามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นงานที่ยากเพราะไม่มีสิ่งใดอ้างอิงจากรูปลักษณ์เดิมได้เลยถ้าเราไม่ไปวัดเอง ซึ่งการวัดนั้นก็สามารถทำได้แต่จะมีขั้นตอนที่ยุ่งยากพอสมควร

– เมื่อได้ไฟล์จากการสแกนงานแล้วก็จะมาทำการเข้า Origin ให้กับชิ้นงานเพื่อให้มีการทำงานที่ง่ายและการเปลี่ยนมุมมองที่สะดวกสบาย

– หลังจากที่เข้า Origin ให้ชิ้นงานเสร็จแล้วก็จะเป็นขั้นตอนการทำ Create By Section ให้กับชิ้นงานซึ่งโหมดนี้หมายถึงการวาดเส้นลงไปทับที่พื้นผิวของชิ้นงานเพื่อให้รับรู้ถึงขนาดเดิมของชิ้นงาน

– ทำการสร้าง Plan ทรงกลม และ ทรงกระบอกดังรูปภาพเพื่อที่จะนำไปอ้างอิงในโปรแกรม CAD ที่ใช้ในที่นี้เราได้ใช้โปรแกรม Solid Edge SHINING 3D Edition ในการ CAD และทำ Alignment Reverse Engineering ชิ้นงาน

– หลังจากนั้นทำการสแกนขาจริงของผู้พิการนำมาตัดแต่งส่วนที่ไม่ต้องการทิ้ง

– ทำการ Mirror ของขานั้นจะได้ขาที่สมมาตรกันระหว่าง ขาข้างซ้าย – ขวา

 

 

 

 

 

ประกาศ Solid Edge 2020: SHINING 3D Edition เติมเต็มงานด้าน Reverse Engineering

ประกาศ Solid Edge 2020: SHINING 3D Edition เติมเต็มงานด้าน Reverse Engineering

ทาง SHINNING 3D ประกาศอัพเดทซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นใหม่สำหรับ Solid Edge 2020 ตามหัวข้อเรื่องที่ได้ระบุไว้ข้างต้นโปรแกรม Solid Edge ได้เพิ่มเติมงานด้าน Reverse Engineering ให้มีลูกเล่นและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นในที่นี้เราจะมาแนะนำฟังก์ชั่นใหม่ๆ ที่ถูกเพิ่มเติมและปรับปรุงเข้ามาให้ได้รับชมกันครับ

– ฟังก์ชั่น “Remesh” ปรับแต่ง Polygons ของชิ้นงานเพื่อรักษารูปร่างของแบบชิ้นงาน (คล้ายๆกับการลด Noise ของชิ้นงานเพื่อให้ความคมของขอบความเว้าและส่วนต่างๆดีขึ้น) จากงานจะเห็นได้ว่ามุมของชิ้นงานและส่วนต่างๆ เช่นขอบหรือวงกลมจะมีความคมชัดขึ้น – นอกเหนือจากการ Remesh แล้วยังมีข้อดีที่แฝงมาด้วยอีกนั้นคือเมื่อ Polygons ของชิ้นงานนั้นมีจำนวนที่น้อยลงแล้วทำให้ไฟล์งานของคุณนั้นมีขนาดไฟล์ที่ลดลงไปด้วย แต่ประการนั้นเราก็ไม่ควรที่จะลดจำนวน Polygons มากจนเกินไปเพราะจะทำให้ชิ้นงานบางส่วนผิดเพี้ยนได้ครับ

– ฟังก์ชั่น “Automatic Regions” เป็นโหมดการระบายเพื่อสร้าง Plane ให้กับชิ้นงานทาง Solid Edge 2020 ได้ปรับปรุงระบบอัตโนมัติการระบายเข้ามาให้ดียิ่งขึ้น โดยที่โปรแกรมจะคำนวณพื้นผิวและส่วนใกล้เคียงความเป็นไปได้ต่างๆเช่น วงกลม , สี่เหลี่ยม , ทรงกระบอก และอื่นๆ ได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม – ฟังก์ชั่นFill Holes” , “Smooth Mesh” , “Delete Mesh” อัพเดทมาล้ำยิ่งขึ้นให้สามารถแก้ไขปิดรอยรั่วทำชิ้นงานให้ดูสมูทและสามารถเลือกและลบส่วน ที่ไม่ต้องการออกได้ และในที่สุดโปรแกรม CAD ก็สามารถเข้า Origin ของชิ้นงานที่เป็นไฟล์ .STL ได้แล้วครับ – ฟังก์ชั่นที่ถือว่าเป็นปัญหามาตลอดในตอนนี้ Solid Edge 2020 เติมเต็มส่วนนี้ให้แล้วครับกับ “Align” สิ่งนี้เป็นสิ่งแรกที่ควรทำกับชิ้นงานที่จะทำการ Reverse เลยครับ “Align” เป็นการดึงให้ชิ้นงานเข้าสู่แกน XYZ ตามที่เราต้องการเพื่อให้การทำงานที่กระทำบนตัวชิ้นงานทำได้ง่ายขึ้นเช่น 1. การ Preview งานในมุมต่างๆ 2. การสร้าง Plane จาก Origin ไปที่ชิ้นงาน 3. การวัดชิ้นงานในส่วนต่างๆ ควรเริ่มจาก Origin เรามาดูการดึงชิ้นงานเข้าสู่ Origin ในแบบต่างๆกันครับ – ดึงชิ้นงานเข้าแกนหลักของ Origin ไปแนบที่ผิวของชิ้นงาน – นำชิ้นงานเข้าสู่ Origin โดยอ้างอิงจาก Boundary Box – นำชิ้นงานเข้าสู่ Origin โดยอ้างอิงจากส่วนต่างๆของชิ้นงานเฉพาะส่วนเรขาคณิต – ฟังก์ชั่น “Section Sketches” มีประโยชน์ในการสร้างภาพร่างของส่วนแนบไปที่พื้นผิวของชิ้นงานซึ่งสามารถใช้สำหรับการสร้างผิวหรือโครงสร้าง B-rep โดยใช้คำสั่งเช่น BlueSurf, Sweep, Extrude และอื่น ๆ ที่อ้างอิงมาจาก Line, Arc Circle หรือ Ellipse โปรแกรมจะคำนวณ Section Line กับชิ้นงานให้โดยอัตโนมัติทันทีโดยชิ้นงานดังกล่าวจำเป็นที่จะต้องสมบูรณ์ระดับนึง หลังจากที่ได้ Section Line แล้วผู้ใช้ก็สามารถสร้างผิวงานเพิ่มความหนาได้ตามต้องการ *นอกเหนือจากนี้โปรแกรม Solid Edge 2020 ยังมีฟังก์ชั่นอีกหลายอย่างที่น่าสนใจและทางเรา PRINT3DD จะมาอัพเดทข่าวสารและการอัพเดทโปรแกรม Solid Edge จากเดิมเฉพาะผลิตภัณฑ์ของทาง Shinning 3D ให้ทราบกันต่อในคราวหน้านะครับ*

สแกนรถทั้งคัน Ford Raptor ด้วย Einscan Pro 2X Plus

สแกนรถทั้งคัน Ford Raptor ด้วย Einscan Pro 2X Plus

        สวัสดีครับพอดีทางเราได้มีโอกาสได้นำเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ รุ่น Einscan Pro 2X Plus ไปสแกนรถยนต์นอกสถานที่เป็นรถยนต์ รุ่น Ford Ranger Raptor รถกระบะสุดแกร่งตัวรถขนาดใหญ่ของค่าย Ford ทางเราได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ของบริษัท พาต้าเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ให้นำเครื่องสแกนเนอร์ไปเทสสแกนกับรถยนต์ของทางนั้นให้หน่อยว่าสามารถทำงานได้ไหม ซึ่งตัวเครื่องนั้นสานมารถสแกนได้อยู่แล้วแต่ก็จะมีปัจจัยหลายๆ อย่างที่จะมีผลต่อการสแกน ซึี่งตัวรถที่จะสแกนนั้นเป็นสีดำเงา และดำด้าน จะไม่สามารถสแกนได้ดังนั้นจึงต้องใช้สเปร์ยแป้งให้การทำให้ผิวของงานที่จะสแกนนั้นสว่างขึ้น และอีกอย่างหนึ่งคือตัวรถยนต์จะมีการ Mirror กันซ้านขวา ผิวเรียบแบนมีค่อนข้างมากจะต้องใช้โหมดในการสแกนแบบตอก Maker Point เพื่อให้โปรแกรมสามารถ Align Surface ได้รวดเร็วขึ้นและแม่นยำ การจากออกไปสแกนนั้นตัวเครื่องจะมีระยะสูงสุดในการสแกนอยู่ที่ 5 เมตร ถ้าเกินจากนั้นจะต้องสแกนแยกส่วนและนำมาประกอบ

 

 

        สแกนส่วนที่ 1 การสแกนแยกส่วนด้านหน้าแค่ครึ่งด้านขวา ทำการติด Maker Point และพ่นสเปร์ยแป้ง จากนั้นค่อยนำมา Mirror กันไฟล์ที่ได้จากการสแกนค่อนข้างใหญ่ประมาณ 2,500-2,600 MB ลองดูภาพจาการสแกนได้จากด้านล่างนี้ครับ ขนาดของรถอยู่ที่ (ยาว x กว้าง x สูง) : 5,398 x 2,038 x 1,873 มิลลิเมตร การสแกนครั้งนี้ใช้ Maker Point ประมาณ 6 แผ่น แต่สามารถแกะมาใช้ใหม่ได้นะครับ

        สแกนส่วนที่ 2 การสแกนส่วนด้านหลังครึ่งด้านขวาทำการติด Maker Point เหมือนกันและก็พ่นสเปร์ยแป้งด้วยเช่นกันกับด้านหน้า ไฟล์ที่ได้จากการสแกนค่อนข้างใหญ่ประมาณ 1,500-1,600 MB 

       เมื่อเราสแกนเสร็จแล้วก็ทำการปิดผิวของชิ้นงานอันนี้จะต้องใช้คอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงหน่อยนะครับ เพราะจะดึงการประมวลผลหนนักกมาก เมื่อทำการซ่อมแซมและปิดผิวเรียบร้อยแล้วก็นำมาทำการต่อและ Mirror ให้ได้รถที่เต็มคัน ซึ่งการใช้งานปกตินั้นจะไม่ให้แนะนำสแกนรถยนต์ทั้งคันแบบนี้ เพราะเราจะนำไฟล์งานที่ได้ .Stl ไปใช่ค่อนข้างลำบากเพราะขนาดใหญ่มาก แนะนำให้แยกเป็นส่วนๆ จะดีกว่าครับ โหมดที่ผมใช้ในการสแกนครั้งนี้เป็นแบบ Auto คือ โปรแกรมจะทำการสลับการทำงานให้เองโดยอัตโนมัติ อย่างเช่นเราติด Maker point เมื่อตัวเครื่องจับเจอ point โปรแกรมจะสลบมาเป็นสแกนแบบติด Maker point โดยทันทีครับ แต่ถ้าเราไม่ได้ติด Maker point จะใช้เป็นสแกนแบบ Feature แทนครับ จะใช้งานอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น

        ซึ่งจากที่ใช้เครื่อง Einscan Pro 2X Plus ในการสแกนรถยนต์ครึ่งคันนั้นจะใช้เวลาในการติด Marker Point และพ่นสเปรย์แป้งประมาณ 1-2 ชั่วโมง ( 1 คน) ส่วนเวลาที่ใช้ในการสแกนจะอยู่ที่ 10-15 นาที (แล้วแต่เทคนิคของแต่ละคน) ในการสแกนครั้งนี้ผมใช้การสแกนแบบ Maker แต่ที่จริงจะใช้โหมดที่เป็น HandHeld HD Scan ก็ได้เช่นกันนะครับ หรือจะเป็นแบบ Hybrid Scan ที่จะเลือกติด Maker เฉพาะบางส่วนได้ แบบจะสแกนได้ทั้ง Feature และ Maker Point ในการสแกนโหมดเดียวเลยสลับในเองแบบอัตโนมัติสลับไปมาเองโดยโปรแกรมจะเลือกใช้การ Align ให้เอง ส่วนท่านใดที่ใช้ Einscan Pro 2X ธรรมดาอาจจะใช้เวลาในการสแกนที่มากกว่านี้หน่อยครึ่งคันอาจจะใช้เวลาอยู่ที่ 30-40 นาที โดยอะครับ ส่วนการทำ Mirror ชิ้นงานที่สแกนมานั้นทางเราได้ใช้โปรแกรม Geomagic ในการประกอบตัวรถให้เต็มคัน หรืออาจจะใช้โปรแกรม Autodesk Mashmixer ก็ได้เช่นกันนะครับ

 

 

ขอขอบคุณ : บริษัท พาต้าเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด.