ประยุกต์การใช้งาน Section Line กับชิ้นงานที่มีความซับซ้อน

ประยุกต์การใช้งาน Section Line กับชิ้นงานที่มีความซับซ้อน

หลายครั้งการ sketch ชิ้นงานต้องอาศัยปัจจัยหลายๆอย่าง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ต่างทำให้เกิดข้อผิดพลาด โดยปกติแล้วในการวัดจะมีความแตกต่างระหว่างที่วัดได้กับจริงเสมอ ไม่ว่าเครื่องมือวัดจะมีความถูกต้องเพียงใดชนิดและลักษณะของความผิดพลาดสามารถจำแนกได้ 3 ประเภทหลักๆ
1.ความผิดพลาดจากผู้วัด (Human Error or Gross Error)
2.ความผิดพลาดจากระบบ (Systematic Error)
3.ความผิดพลาดแบบแรนดอม (Random Error)
โดยชิ้นงานเสื้อสูบได้ใช้เครื่อง Einscan pro2x ในการสแกนใน Fix mode

          งานทุกงานต้องเกิดจากการวัดขนาดขึ้นมาก่อนแล้วจากนั้นจึงทำการวาดแบบตามขนาดนั้นๆ ซึ่งการวัดขนาดก็มีปัจจัยภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องทำให้เกิดความไม่เที่ยงตรงในการวัดชิ้นงาน และใช้เวลาในการวัดต่อหนึ่งชิ้นงานค่อนข้างที่จะนานทำให้ทุกคนอาจจะเบื่อหน่ายกับวิธีเดิมๆ แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทำให้สามารถลดระยะเวลาในการทำงานได้อีกด้วยและสามารถกำหนดค่า Error ได้อย่างชัดเจน ปกติชิ้นงานชิ้นงานหนึ่งจะใช้เวลาในการที่จะทำให้เป็น Post processing ใช้เวลานานมาก แต่วันนี้ผมมาชี้แนวทางให้เพื่อนๆได้ทำงานได้ง่ายขึ้นโดยรู้จักกับ Section line ถ้าเกิดใช้คำสั่งนี้ใน software ที่ชื่อว่า Solidedge จะชื่อว่า Intersection และถ้าใช้คำสั่งนี้ใน Geomagic Essential จะชื่อว่า Create by section โดยทั่วไปไม่ว่าจะเป็น CAD Software ประเภทไหนก็ต้องอาศัยหลักการทำงานในลักษณะนี้เพื่อทำให้ชิ้นงานทำงานได้ง่ายขึ้น และช่วยลดระยะเวลารวมของการทำงาน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเวลาที่ใช้ในการทำงานมีผลเป็นอย่างมาก ยิ่งสามารถลดเวลาได้มากเท่าไรยิ่งทำให้ลดต้นทุนในการทำงานได้มากขึ้น

Drawing IGES File

วิธีการ Import IGES File to Solidedge

1.Browse IGES File
2.เลือก Option เพื่อทำการใส่รายละเอียดที่ต้องการ
3.จะปรากฏหน้าต่างนี้ขึ้นมาจากนั้นกด Next
4.ให้เลือกรูปแบบที่ต้องการตามช่องสีแดง ส่วนที่เหลือไม่ต้องทำการเปลี่ยนแปลงใดๆ
5.เลือกรายละเอียดที่ต้องการ แนะนำให้นำช่อง Group Curveออก แล้วมา Group ใน Software ทีหลัง
6.เลือก copy to เพื่อทำสำเนาไฟล์ที่เราทำการตั้งค่าใหม่
7.เมื่อเรียบร้อยแล้วโปรแกรมจะแสดงหน้าต่างนี้ขึ้นมา
8.จากนั้นเลือก open เป็นการสิ้นสุดขั้นตอนการ Import
จากการ Import เรียบร้อยแล้วจึงทำการ Group Curve ต่อใน Solidedge Software

ประโยชน์ของการทำ Section line 

  1. สามารถลดระยะเวลาในการทำงานทั้งหมดได้
  2. วาดชิ้นงานใหม่โดยอ้างอิงจากเส้น section line ได้เลยเนื่องจากเส้นติดกับชิ้นงานเรียบร้อยแล้วครับ ในทำนองเดียวกับการ Draft ชิ้นงานเพื่อดึงความหนา

นอกจากการที่เราทำ Section Line มาเพื่อ CAD Software แล้วเราสามารถที่จะทำเป็น NURB ได้ด้วยซึ่งสามารถนำไปแก้ไขในโปรแกรมที่ใช้สำหรับการปั้น เช่น Maya,Meshmixer,Zbrush

 

แคตตาล็อกในรูปแบบ 3D

แคตตาล็อกในรูปแบบ 3D

Fatboy เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ทั้งภายใน และภายนอกอาคาร แห่งเยอรมันนี ได้มอบหมายให้ Ruig. ทำการสแกนเฟอร์นิเจอร์เพื่อใช้ทำแคตตาล็อกออนไลน์ และเพื่อใช้ในการออกแบบจัดวางการตกแต่งภายใน เฟอร์นิเจอร์จำนวนหนึ่งของ Fatboy ถูกเขียนด้วยโปรแกรม 3D แล้ว แต่ก็มีบางส่วนที่ไม่สามารถเขียนแบบได้ จึงต้องใช้สแกนเนอร์สามมิติมาช่วยในการทำงาน 

Ruig. ได้ใช้ Einscan Pro 2X Plus ในการเก็บข้อมูลสามมิติ จากนั้นก็ตกแต่งให้ดูเหมือนจริงที่สุด ผลลัพท์ที่ได้เป็นที่ถูกใจ Fatboy เป็นอย่างมาก เป็นตัวอย่างที่ดีในการใช้สแกนเนอร์สามมิติมาช่วยในการขาย

คูปองแนวๆ เป็นรูปขนมปัง โดยใช้ 3D Scanner และ 3D Printer

คูปองแนวๆ เป็นรูปขนมปัง โดยใช้ 3D Scanner และ 3D Printer

เจ้าของร้านเบเกอรี่ใช้เครื่องสแกนสามมิติ Einscan SE เพื่อเปลี่ยนจากการใช้คูปองกระดาษธรรมดา เป็นคูปองสามมิติรูปขนมทองคำ

 นิโคล เป็นเจ้าของร้านเบเกอรี่ในมณฑลซูโจว เธอจบการศึกษาด้านการออกแบบอุตสาหกรรม เธอมีไอเดียที่จะทำคูปองให้กับลูกค้าพิเศษ โดยใช้เครื่องพิมพ์สามมิติที่เธอซื้อไว้ตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษา เพื่อให้คูปองของเธอดูเหมือนขนมปังจริงๆ แม้จะมีเครื่องพิมพ์ 3D อยู่แล้วแต่การที่จะเขียนโมเดลให้เหมือนจริงก็อาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย แล้วเพื่อนของเธอก็แนะนำให้เธอรู้จัก Einscan SE 3D scanner มาใช้ทำความตั้งใจให้สำเร็จ

ขั้นตอนการทำงาน

  1. จัดการสแกนขนม Croissant, brazen, scones, และอื่นๆ ด้วย Einscan SE เนื่องจากขนมมีขนาดเล็กเธอจึงใช้การสแกนในโหมด Auto โดยตั้งไว้บนแท่นหมุน

ในขณะที่ขนมปัง Baguette มีลักษณะที่ยาว และมีขนาดใหญ่ เธอจึงทำการสแกนด้วยโหมด Free Scan ซึ่งช่วยให้สแกนงานชิ้นใหญ่ได้

  1. หลังจากที่บันทึกข้อมูล 3D แบบความละเอียดสูงแล้ว นิโคลใช้โปรแกรมออกแบบ(3D modelling) เขียนราคาที่แตกต่างกันตามรูปแบบของขนมปัง

  1. จากนั้นใช้เครื่องพิมพ์สามมิติพิมพ์ออกมา และตกแต่งด้วยสีทอง

เพียงสามขั้นตอนง่ายๆ ก็สามารถทำโครงการให้สำเร็จได้แล้ว

นิโคลยังกล่าวเสริมอีกว่า “มันยากมากที่จะหาโมเดลสามมิติที่มีรูปร่างเหมือนกับขนมปังที่ฉันทำขาย และถ้าจะเขียนแบบขึ้นมาก็คงต้องใช้เวลานานแน่ๆ เลย ต้องของคุณ Einscan SE ที่ช่วยให้ฉันทำคูปองขนมปังแบบพิเศษนี้ได้สำเร็จ” นอกจากนี้นิโคลยังแนะนำเพื่อนๆ ให้ใช้ Einscan SE อีกด้วย เพราะมันเล็ก และใช้งานง่าย 

เรายังรูสึกดีใจที่ทราบว่าคูปองแสนพิเศษของนิโคลเป็นที่ถูกใจลูกค้าอย่างมาก และกลายเป็นของสะสมไปในที่สุด 

Shining 3D ปล่อยซอฟแวร์ตัวใหม่ EXScan Pro V3

Shining 3D ปล่อยซอฟแวร์ตัวใหม่ EXScan Pro V3

หลังจากได้รับข้อเสนอแนะจากผู้ใช้งาน Shining 3D ได้นำมาปรับปรุงและพัฒนาโปรแกรม จนได้เป็น EXScan Pro V3 เวอร์ชั่นใหม่ ในเวอร์ชั่นนี้ EXScan Pro ได้เพิ่งฟังก์ชั่นการทำงาน และปรับปรุงใหม่หลายส่วน เช่น Data listing,  independent post-processing module, และลิ้งค์ในการส่งต่อข้อมูลไปยังโปรแกรมออกแบบที่มีมาให้ในชุด การอัพเดทคราวนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายเหมือนเคย

  1. เมื่อใช้งานในโหมด Fixed Scan โปรแกรมจะจดจำข้อมูลในแต่ละ shot ไว้ แล้วสามารถรวมกลุ่มได้ด้วย ข้อมูลในแต่ละ Shot สามารถกลับไปแก้ไข หรือ align ด้วยตัวเองได้

2. ปรับปรุงเครื่องมือในการแก้ไขตกแต่ง และถูกแยกออกมาเป็นชุดคำสั่งต่างหาก

เครื่องมือในการตกแต่งภาพที่สแกนมาแล้วจะถูกแยกออกมาต่างหากจากคำสั่งสแกนหลังจากรวมผิวแล้ว ซึ่งจะเพิ่มคำสั่งในการปิดรูแบบ manual เป็นการเพิ่มความสามารถของการปิดรูแบบอัตโนมัติ รวมถึงการปิดรู marker ด้วย ยังมีคำสั่งในการปรับผิวให้คมชัด หรือเรียบเนียนได้ นอกจากนี้ยังสามารถนำไฟล์ stl หรือ obj เข้ามาในโปรแกรมเพื่อตกแต่งได้โดยตรง

3. เชื่อมต่อกับโปรแกรมออกแบบโดยตรง 

การทำงานจะมีความต่อเนื่องตั้งแต่การสแกน จนถึงการเชื่อมผิว หรือการสแกนจนถึงการทำวิศวกรรมย้อนรอย เป็นสิ่งที่เป็นไปได้โดย EXScan Pro V3.2 เพิ่มปุ่ม [ Ge ] กดเพียงคั้งเดียว ข้อมูลการสแกนจะถูกส่งตรงไปยังโปรแกรม A Geomagic Essentials ซึ่งเป็นโปรแกรม 3D ที่มีความสามารถสูงทันที 

เคล็ดลับในการใช้โหมด FreeScan ในจุดที่สแกนได้ยาก

เคล็ดลับในการใช้โหมด FreeScan ในจุดที่สแกนได้ยาก

ในการสแกนวัตถุที่มีร่องลึกหรือรอยแยก เป็นการสแกนที่ท้าทายความสามารถอย่างมาก เพราะโหมด FreeScan จะใช้การจับ target แต่ในกรณีที่ target มีพื้นที่น้อยๆ เครื่องสแกนจะไม่สามารถจับพื้นผิวได้ดี และอาจจะหลุด (tracking lost) บ่อยๆ ดังตัวอย่างข้างล่าง จะเห็นว่าในส่วนที่เป็นครีบของตัวงานมีความบาง และอยู่ลึก 

จากภาพด้านล่างจะเห็นว่าเครื่องสแกนเก็บข้อมูลวัตถุได้เพียงบางส่วน ในจุดที่มีความยากลำบากในการเข้าถึง ทำให้เมื่อสแกนแล้วไฟล์สามมิตินั้นก็ไม่สามารถนำเอาไปดำเนินการต่อเช่นการทำ reverse engineering หรือการ inspection ได้

วิธีการแก้ไข เราใช้แผ่นเหล็กฉากตามรูปด้านล่าง ติด marker จำนวนด้านละ 3 ดวง ไปวางรอบๆ ชิ้นงานที่จะสแกนในตำแหน่งที่เครื่องสแกนมองเห็น 

มันจะช่วยให้เครื่องสแกนสามารถเพิ่มโอการในการจับชิ้นงานได้ดีขึ้น และสามารถเก็บข้อมูลพื้นผิวได้มากขึ้น โอกาสที่จะหลุดน้อยลงในส่วนที่จับผิวได้ยาก

งานสแกนที่ได้มีความสมบูรณ์ขึ้นมาก เมื่อสแกนเสร็จแล้วคุณสามารถลบเหล็กฉากเหล่านั้นออกไปได้โดยง่าย  

สุดยอด Solution ของการ Reverse engineering และ ออกแบบ

สุดยอด Solution ของการ Reverse engineering และ ออกแบบ

SHINING 3D and 3D Systems Partner to Release Geomagic® Essentials™

SHINING 3D ประกาศการเป็นหุ้นส่วนกับ 3D Systems ในการเปิดตัวระบบที่จะช่วยทำงานตั้งแต่การสแกนจนถึงการทำ CAD files เลยทีเดียว Geomagic® Essentials ได้เปิดตัวเมื่อเร็วๆ นี้ โดยจะจำหน่ายรวมเป็นชุดไปพร้อมกับเครื่อง 3D Scanner แบบมือถือเอนกประสงค์รุ่นล่าสุด Einscan Pro 2X/2X Plus

Geomagic Essentials เป็นโซลูชั่นสำหรับการสแกนไปจนถึงการพิมพ์ รวมไปถึงการทำ reverse engineering โดยการดึงเอาข้อมูลส่วนสำคัญของชิ้นส่วนที่สแกนมาแล้วนำไปใช้ในโปรแกรม CAD ในทันที โปรแกรม CAD ส่วนใหญ่ในปัจจุบันยังมีความสามารถจำกัดในการนำข้อมูลการสแกนไปประมวลผลต่อ แต่ Geomagic Essentials จะช่วยให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องง่ายโดยการทำให้ข้อมูลจากไฟล์สแกนเข้ากันได้กับขั้นตอนการทำงานของโปรแกรม CAD ด้วยการรวมชุดของโปรแกรมและเครื่องสแกน 3D จะทำให้การออกแบบโดยใช้เครื่องสแกนมาช่วยสร้างสรรค์งานเป็นไปได้ง่ายขึ้น

สินค้าในกลุ่ม Einscan Pro 2X ช่วยให้ SHINING 3D ยังคงความเป็นผู้นำด้านสินค้าคุณภาพสูงในราคาที่เอื้อมถึงได้ และในการรวมชุดใหม่นี้จะช่วยขยายขีดความสามารถขึ้นไปอีก

เชื่อมต่อข้อมูลจากไฟล์สแกนไปเป็นข้อมูล CAD อย่างราบรื่น


Digital innovation platform Solid Edge SHINING 3D Edition

เปิดอนาคตการออกแบบอีกระดับด้วย Solid Edge SHINING 3D Edition รวมถึง reverse engineering, generative design, และ simulation ทั้งหมดนี้ในโปรแกรมเดียว ด้วยขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากในการทำงาน CAD

สแกนวัตถุที่ต้องการด้วย Einscan Pro 2X จากนั้นส่งข้อมูลไปยัง Geomagic Essentials.

 

 

 

สร้าง Mesh และ NURBS ด้วย Geomagic Essential.

 

 

 

นำข้อมูลที่ได้มาทำ reverse engineering ใน Solid Edge

 

 

 

 

ลูกค้า: The Whizdom 101

ลูกค้า: The Whizdom 101

ขอขอบคุณ บมจ.แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น 
ที่อุดหนุนเครื่องพิมพ์สามมิติ Flashforge Guider 2s, Flashforge Adventurer3 จำนวน 3 เครื่อง และเครื่องสแกนสามมิติ Einscan SE เพื่อใช้ในศูนย์พัฒนาการเรียนรู้สำหรับประชาชน

3D Printer : Flashforge Adventurer 3

3D Printer : Flashforge Guider IIs

3D Scanner: Einscan SE

Review Einscan Pro 2x Series เครื่องสแกนอัจฉริยะ

Review Einscan Pro 2x Series เครื่องสแกนอัจฉริยะ

รีวิว Einscan Pro 2x และ Einscan Pro 2x Plus

          วันนี้ทางเราจะมารีวิวแสกนเนอร์รุ่นใหม่จาก SHINING3D ที่ใช้ชื่อว่า Einscan Pro 2x series โดยได้แบ่งออกมาเป็น 2 รุ่น คือ Pro 2X กับ Pro 2X Plus  อาจจะคุ้นๆ กันอยู่ใช่ไหมครับ เพราะตัวใหม่นี้เป็นรุ่นที่ได้รับการพัฒนามาจาก Einscan Pro และ Einscan Pro Plus ที่มีชื่อเสียงทางด้านงานสแกนอยู่แล้ว ทั้งการสแกนวัตถุ การสแกนสิ่งมีชีวิต หรือรูปปั้นขนาดใหญ่ ก็สามารถทำออกมาได้สมบูรณ์แบบถือว่าเป็นเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ ที่พัฒนาและออกแบบให้เหมาะสมกับงานหลายมิติ ส่วนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวออกมามีลักษณะของตัวเครื่องที่คล้ายกับเครื่องตัวเก่า แต่ในความคล้ายกันก็ยังมีส่วนที่แตกต่างกันมากอยู่พอสมควร เอ๊ะยังไง!! แต่ขอบอกเลยว่าเครื่องใหม่ยังไงก็ต้องดีกว่าอย่างแน่นอนครับ วันนี้เราจะมาทำการเปรียบเทียบให้เห็นกันไปเลยว่าทั้ง 2 ตัวระหว่าง Pro 2X กับ Pro 2X Plus และ Pro ตัวเก่านั้นแตกต่างและมีรายละเอียดตัวเครื่องยังไงบ้างวันนี้เราจะได้รู้กันครับ โดยมีรายละเอียดดังนี้

          ก่อนอื่นเลยเราจะมาเริ่มต้นกันที่ตัวแรกที่ตอนนี้ได้ตกรุ่นเรียบร้อยแล้วกับ Einscan Pro/Pro Plus ซึ่งรุ่นนี้ตอนเปิดตัวมานั้นเป็นที่น่าสนใจอย่างมากเพราะมีการทำงานของตัวเครื่อง ในการสแกนงานสามารถทำได้ดีมาก โดยมีความคลาดเคลื่อน (Accuracy) ในโหมด Auto scan และ Fixed scan ของงานอยู่ที่ 0.05 mm. ส่วนความเร็วในการสแกนต่อ shot อยู่ที่ <2s และยังมีโหมด Handheld HD Scan ที่เข้ามาช่วยในการสแกนงานชิ้นที่สแกนได้ยากและเน้นความรวดเร็ว เช่น เฟอร์นิเจอร์ รถยนต์ อื่นๆ เพราะจะใช้ point marker ในการ Align พื้นผิวของชิ้นงานทำให้งานที่ว่าสแกนยากๆ นั้นง่ายขึ้นมาก ความคลาดเคลื่อน (Accuracy) ในโหมดนี้จะอยู่ที่ 0.1 mm. จะมีความเร็วที่ 15 frames/s และในโหมดสุดท้ายจะเป็นการสแกนงานที่มีขนาดใหญ่ มีรายละเอียดลวดลายที่เยอะ เน้นความรวดเร็วในการสแกน เช่น รูปปั้น พระ คน และอื่นๆ โดยความคลาดเคลื่อน (Accuracy) ในโหมดนี้จะอยู่ที่ 0.3 mm. จะมีความเร็วที่ 10 frames/s ความคลาดเคลื่อนจะเยอะหน่อยนะครับ แต่บอกเลยโหมดนี้สะดวกจริง สามารถสแกนชิ้นงานขนาดใหญ่โดยมีลักษณะเดินถือเครื่องสแกนเนอร์ได้เลย ระยะห่างจากวัตถุกับตัวเครื่องอยู่ที่ 42-58 cm. ส่วนเรื่องน้ำหนักตัวเครื่องนั้นค่อนข้างเบามากๆ ครับน้ำหนักเพียง 800g อีกอย่างสามารถสแกนสีได้ด้วยแต่ต้องติด Module Color เพิ่มนะครับ ส่วนด้านล่างต่อจากนี้จะแสดงให้เห็นว่าเครื่องรุ่นใหม่นี้มีภายนอกและส่วนอื่นๆ แตกต่างจากรุ่นเก่าอย่างไร

          เครื่อง Einscan Pro รุ่นใหม่จะเชื่อมต่อสายมาเป็นชิ้นเดียวกับตัวเครื่องสแกนเนอร์เลยเพื่อป้องกันการเสียหายจากจากถอดเข้า-ออก จากตัวเครื่องได้ ถ้าดูจากรูปด้านซ้ายมือจะเป็นรุ่นเก่าจะเป็นรูเสียบลักษณะกลม ใช้งานแต่ละครั้งต้องมีการเสียบเข้า-ออกบ่อยอาจจะทำให้เกิดการเสียหายได้ เช่น หัก หลวม และอื่นๆ ซึ่งเจ้ารุ่นใหม่นี้ได้แก้ไขมาเป็นอย่างดีวัสดุที่ใช้ทำสาย Cable นั้นทำออกมาได้ดีกว่าชนิดเก่ามาก

          ส่วนการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น Prime HD, Color Module ในรุ่นใหม่นั้นจะทำการเปลี่ยน Port ในการเชื่อมต่อนั้นเป็นแบบ USB เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานและส่งถ่ายข้อมูลได้ดีขึ้น ไม่มีสายโยงไปโยงมา จะทำให้ไม่สะดวกต่อการใช้งานตัวเครื่องสแกนเนอร์ แบบเก่านั้นจะเป็นสายยาวๆยื่นออกมาจากตัว Module แล้วไปเสียบที่ตัวเครื่องสแกนเนอร์อีกที

          ส่วนตรงกริ๊ปมือจับรุ่นใหม่จะมีรูๆ อยู่ที่เนื้อพลาสติกทำให้เวลาใช้งานจับได้กระชับมือยิ่งขึ้น เนื่องด้วยน้ำหนักตัวเครื่องรุ่นใหม่ (Einscan Pro 2x series) จะหนักกว่าตัวเก่า (Einscan Pro series) จาก 0.8kg. เป็น 1.13kg. เลยได้มีการออกแบบตัวกริ๊ปมือจับใหม่ให้เหมาะสมต่อการใช้งานยิ่งขึ้น

          ส่วนด้าน Software ของเครื่องสแกนรุ่นใหม่นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงโฉมใหม่เกือบทั้งหมด เช่น icon หน้าต่างการใช้งานภายใน , function ในการสแกนงาน ,การจัดวาง Layout เครื่องมือการใช้งาน , การจำลอง Point cloud ที่เป็นจำนวน Polygone ใหม่ เท่าที่ได้ลองเล่นดูแล้ว Software ของเครื่องใหม่นี้น่าใช้งานมากขึ้นและดูทันสมัยเข้ากับคนรุ่นใหม่ได้ดียิ่งขึ้นครับ ลองดูจากรูปภาพได้เลยว่าน่าใช้งานแค่ไหน

ความพิเศษยังไม่หมดแค่นี้ครับ ทาง shining 3D ยังจัดเต็มเพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับความสะดวกสูงสุดในการใช้งานโดยได้มีการเพิ่มเติมในส่วนของซอฟแวร์ ในการ reverse engineering ซอฟแวร์ที่กล่าวมาข้างต้นนี้ใช้ในการปรับพื้นผิวให้วัสดุมีพื้นผิวที่เรียบเนียนขึ้นเทียบเคียงกับพื้นผิววัสดุจริง ในทางกลับกันยังสามารถเขียนแบบ 3 มิติ รวมไปถึงการ simulation เพื่อเป็นการจำลองสถานการณ์การควบคุมเสมือนจริงของสิ่งต่างๆ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นสิ่งที่เพื่อนๆตามหาอยู่แน่นอนครับ

โดย Shining3D ร่วมกับ Siemens โดยบันเดิ้ลซอฟแวร์มาให้เลยเป็น Solid Edge Shining3D (คล้าย ST10) โดยตัว Software เองสามารถทำการ Reverse Engineer โดย Software เปล่าๆก็ราคาหลายแสนแล้ว ดังนั้นตัวนี้ถือว่าคุ้มมากๆ

หมายเหตุ สินค้าทั้งสองรุ่นมาพร้อม Solid Edge Shining3D – Software เพื่อการ Reverse Engineer / แต่ผิวเชิงวิศวกรรม / Generative Design / Simulation with CAD tools
License มาในลักษณะ USB Dongle

ต่อไปจะขออธิบายรายละอียดของตัวเครื่องรุ่นใหม่ให้ทราบกันว่าดีอย่างไร เริ่มกันเลยครับ

รุ่น Einscan Pro 2x  

ความสามารถในแต่ละโหมดการใช้งานมีเพิ่มขึ้นดังนี้

-โหมด Handheld rapid scan ในโหมดนี้คือไว้ใช้สแกนงานขนาดใหญ่ เช่น คน,งานประติมากรรม,ชิ้นส่วนรถยนต์, และยังสามารถใช้คู่กับmaker pointได้อีกด้วย ซึ่งสามารถทำความละเอียดได้สูงถึง 0.1mm ในโหมดนี้ความเร็วในการสแกนสูงสุดอยู่ที 20 frames/s และระยะห่างของ Point distance ห่างกันเพียง 0.2mm-2mm ซึ่งถือว่าแสกนงานได้ละเอียดกว่าเดิมมาก

-โหมด Handheld HD scan ในโหมดนี้ใช้คู่กับ maker pointโดยเฉพาะเหมาะกับงานที่สมมาตร(Symmetry) เช่น ชิ้นส่วนรถยนต์ พาร์ทชิ้นส่วนต่างๆ หรือแม้แต่งานประติมากรรม โดยสามารถทำความละเอียดได้สูงถึง 0.05mm ซึ่งในโหมดนี้จะใช้คู่กับmaker เพื่อเพิ่มความแม่นยำของการสแกน และมีความเร็วในการสแกนได้สูงถึง 30 frames/s และระยะห่างของ Point distance ห่างกันเพียง 0.2mm-2mm

-โหมด Fixed scan เหมาะกับชิ้นงานขนาดไม่ใหญ่มาก ซึ่งเป็นโหมดที่สามารถทำความละเอียดได้สูงถึง 0.04mm ต่อการสแกน 1 shot และระยะห่างของ Point distance ห่างกันเพียงแค่ 0.16mm ทำให้ในโหมดนี้งานที่สแกนได้จะมีความละเอียดค่อนข้างสูงมาก

          สรุปจากที่ได้ทดลอง Einscan Pro 2x พบว่าในโหมด Handheld rapid สแกนงานได้เร็วมากขึ้นจากรุ่นก่อน (Einscan-pro) ประมาณ 3 เท่า และในโหมด Handheld HD สามารถทำความเร็วได้มากขึ้นจากรุ่นก่อน (Einscan-pro) ประมาณ 1 เท่า ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพทั้งในด้านของความเร็วในการสแกนและด้านของความละเอียดที่เพิ่มมากขึ้น ส่วนในโหมด Fixed scan การสแกนเร็วขึ้นมากและได้ความละเอียดต่อ shot มากถึง 0.04mm  

 

ตางรางเปรียบเทียบระหว่าง Einscan Pro และ Einscan Pro 2x

                                                                                                                                                                                   

   ส่วนในรุ่น Einscan Pro 2x Plus

จุดเด่นมีดังนี้

ความสามารถจะคล้ายกับ Einscan pro 2x แต่สามารถสแกนได้ละเอียดและเร็วกว่ามาก

-โหมด Handheld rapid scan ในโหมดจะใช้สแกนงานขนาดใหญ่ เช่น งานประติมากรรม,ชิ้นส่วนรถยนต์,คน และสามารถใช้งานร่วมกับ maker pointได้เช่นกัน โดยสามารถทำความละเอียดได้สูงถึง 0.1 mm ภายในโหมดนี้ยังมีจุดโดดเด่นอย่างเห็นได้ชัดเจนกว่ารุ่นเก่าคือความเร็วของการสแกนซึ่งสามารถสแกนได้สูงถึง 30 frames/s และระยะห่างของ Point distance ห่างกันเพียงแค่ 0.25-3 mm

-โหมด Handheld hd scan ในโหมดนี้ใช้ร่วมกับmakerเพียงอย่างเดียว สามารถทำความละเอียดได้สูงมากกว่า 0.05 mm ภายในโหมดนี้ยังมีจุดโดดเด่นอย่างเห็นได้ชัดเจนกว่ารุ่นเก่าคือความเร็วของการสแกนซึ่งสามารถสแกนได้สูงถึง 20 frames/s และระยะห่างของ Point distance ห่างกันเพียง 0.2-3 mm

-โหมด Fixed scan สำหรับสแกนชิ้นงานขนาดไม่ใหญ่มาก สามารถทำความละเอียดได้สูงถึง 0.04mm ต่อการสแกน 1 shot และระยะห่างของ Point distance ห่างกันเพียง 0.24mm ทำให้ในโหมดงานนี้งานที่ได้จากการสแกนจะมีความละเอียดค่อนข้างสูง

          สรุปจากที่ได้ทดลอง Einscan Pro 2x Plus พบว่าในโหมด Handheld rapid สแกนงานได้เร็วมากขึ้นจากรุ่นก่อน (Einscan Pro Plus) ประมาณ 3 เท่า และในโหมด Handheld hd สามารถทำความเร็วได้มากขึ้นจากรุ่นก่อน(Einscan Pro Plus) ประมาณ 1 เท่า ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพทั้งในด้านความเร็วในการสแกนและด้านความละเอียดที่เพิ่มมากขึ้น ส่วนในโหมด Fixed scan การสแกนเร็วขึ้นมากและได้ความละเอียดต่อ shot มากถึง 0.4 mm

 

ตารางเปรียบเทียบระหว่าง Einscan Pro Plus และ Einscan Pro 2x Plus

 

การสแกนในโหมด Fixed Scan เหมาะกับการใช้งานที่ต้องการความละเอียดสูง

 

การสแกนในโหมด HD Scan เหมาะกับชิ้นงานสแกนที่มีความสมมาตร

 

การสแกนในโหมด Rapid Scan เหมาะกับชิ้นงานสแกนขนาดใหญ่

 

          จากข้อมูลต่างๆที่เราได้รวบรวมมาแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเครื่องมีประสิทธิภาพในการใช้งานมากขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือ ความเร็วในการสแกน สามารถลดเวลาในการทำงานได้เป็นอย่างดี และความละเอียดที่เพิ่มขึ้นมา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้การทำงานเข้าใกล้ความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

 

สามารถติดตามเรื่องราวใหม่ๆจากช่องทาง : www.print3dd.com

facebook fanpage : https://www.facebook.com/print3dd/

 

 

 

พรีวิว EinScan Pro 2X / 2X+

พรีวิว EinScan Pro 2X / 2X+

Packaging ดูดีขึ้น

EinScan Pro / Pro+ เป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมมากตัวหนึ่งในเมืองไทย เนื่องจากความสามารถหลากหลาย ใช้ง่าย ใช้กับขาตั้งกล้องก็ได้ ใช้แบบ Handheld ก็ได้ สำคัญที่สุดราคาไม่สูงหากเทียบกับยี่ห้ออื่นที่คุณภาพใกล้เคียงกัน  พย. 2019 ทางผู้ผลิต Shining3D เปิดตัว EinScan Pro 2x / 2x+ 2019 พัฒนาเครื่องให้ดูแน่นขึ้น วัสดุดูทนทานขึ้น Software พัฒนาให้ฉลาดขึ้น สแกนได้เร็วขึ้น

USB สีดำเป็น Dongle สำหรับ Solid Edge Shining3D

แกะกล่อง
กล่องและ Packaging ดูดีขึ้นอย่างมาก จาก EinScan Pro/ Pro+ ตัวเครื่องดูแน่นขึ้น วัสดุบางอย่างก็แตกต่าง เช่น สายไฟที่ดูเป็นจุดด้อยของรุ่นแรก (หากไม่ระวัง สายสัญญาณ จะเสียได้ง่ายดูบอบบาง) มาในรุ่น 2x ทำเป็นสายไฟ-สายสัญญาณทำติดกับเครื่องไปเลยถอดไม่ได้ ดูแข็งแรง ในส่วนวัสดุสัมผัสของด้ามจับทำออกมาเป็นยางมี texture เป็นจุดๆดูจับกระชับชับขึ้นเป็นต้น

ซ้าย EinScan Pro 2x
ขวา EinScan Pro

ข้อแตกต่าง จาก EinScan Pro รุ่นก่อน
1. วัสดุที่ใช้ งานประกอบดูดีขึ้น
2. เอาสายสัญญาณถอดเข้าออกได้ออก ทำเป็นสายยืดกับตัวเครื่องเลย ดูแข็งแรง แก้ปัญหสายหลวม
3. Software สแกนดีขึ้น สแกนได้เร็วขึ้น ใช้งานง่ายขึ้น
4. ราคารวม Solid Edge Shining3D มาเลย Software สามารถทำ Reverse Engineer ได้ (License มาในลักษณะ Dongle USB)

ด้านซ้ายเป็นเครื่อง Pro 2x สายสัญญาณสายไฟ ติดกับตัวเครื่องไปเลยแข็งแรงกว่า เทียบกับ Pro ถอดเข้าถอดออกบ่อยๆทำให้สายหลวมได้ง่ายๆ

Pro 2x ต่อส่วนขยายด้วย ช่อง USB ในขณะที่ Pro จะต้องใช้เครื่องมือไขและเสียงสายสัญญาณที่ตัวเครื่องอีกที

สรุปได้เบื้องต้น
ทางเรามองว่า EinScan Pro 2x  เหมือน Minor Change ของ EinScan Pro โดยตัวเครื่องดูดีขึ้น สแกนดูไวขึ้น มาจับรวมกับ Solid Edge Shining3D – สำหรับ Reverse Engineer

บทความนี้ยังไม่ได้โชว์ในส่วน Software อย่างติดตามกันต่อใน บทความต่อไปคับ

EinScan Pro 2X กับ 2X+ ต่างกันอย่างไร
1. เท่าที่ลองความละเอียดในการสแกนดูเท่าๆกัน แต่ต่างกันที่ความเร็วในการสแกน 2X สแกนต่อ Shot ได้ 225*170mm ในขณะที่ 2X ได้ 312*204mm
2. ตัว 2X+ จะสแกนได้เร็วกว่าค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในโหมด Rapid Scan

ส่วนต่อขยายของเครื่องสแกน

กรณีใช้คู่ กับ Turntable (จำหน่ายแยก)