fbpx

ระบบการทำงานของเครื่องตัดเลเซอร์ (CO2)

ระบบการทำงานของเครื่องตัดเลเซอร์ (CO2)

    สวัสดีเพื่อนๆชาว Prind3dd ทุกคนครับ วันนี้มีเกล็ดความรู้เกี่ยวกับเครื่องเลเซอร์ระบบแบบท่อแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) มาแบ่งปันกันครับ ซึ่งจะเกี่ยวกับหลักการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ภายในเครื่อง รวมไปถึงระบบต่างๆที่ใช้ในเครื่องเลเซอร์ครับ เราไปเริ่มกันเลยครับ !!

ระบบการทำงานของเครื่องตัดเลเซอร์

1.ระบบควบคุมและสมองกลของเครื่องตัดเลเซอร์

ทำหน้าที่ควบคุมตำแหน่งการตัดหรือแกะสลัก รวมถึงควบคุมกำลังของเลเซอร์ โดยการรับเข้าข้อมูลจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือแหล่งคำสั่งภายนอกอื่น ๆ

2.ระบบกำเนิดแสงแลเซอร์

เป็นระบบกำเนิดแสงเลเซอร์กำลังสูงปานกลางในช่วง 30 – 100 วัตต์ โดยเป็นเลเซอร์ในย่านแสงอินฟราเรด โดยแสดงจะถูกกำเนิดจากหลอดเลเซอร์ชนิด CO2

3.ระบบกระจก

เป็นระบบสะท้อนลำแสงเลเซอร์จากหลอดเซอร์มายังหัวตัด ก่อนจะสะท้อนต่อไปยังวัสดุ โดยกระจกต้องเป็นกระจกคุณภาพดีที่ไม่ดูดซับแสง สามารถทนต่อกำลังของเลเซอร์ได้

4.ระบบขับเคลื่อนหัวตัด

ส่วนใหญ่เป็นระบบมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Stepping Motor ทำหน้าที่ควบคุมหัวตัดไปยังตำแหน่งทีต้องการตัดตามการโปรแกรมจากระบบควบคุม

5.ระบบหล่อเย็น

เป็นระบบหล่อเย็นด้วยน้ำ ทำงานโดยใช้เครื่องหล่อเย็นด้วยน้ำ โดยทำหน้าที่ในการลดความร้อนของหลอดเลเซอร์ในขณะใช้งาน

4.ระบบลม 

ระบบลมแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ทำหน้าที่ในการดูดควันจากพื้นที่ตัดออกไปยังบริเวณนอกห้อง และระบบเป่าลมที่หัวเลเซอร์เพื่อดับไฟจากการเผาไหม้

แหล่งกำเนิดแสงเลเซอร์แบบท่อแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2)

แหล่งกำเนิดแสงเลเซอร์แบบ Co2 เป็นแหล่งกำเนิดแสงเลเซอร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแบบหนึ่งเนื่องจากมีราคาถูก เช่น หลอด Co2 ขนาด 60W จะมีราคาน้อยกว่า 1 หมื่นบาทเท่านั้น อีกทั้งหลอด Co2 สามารถให้กำลังของลำแสงเลเซอร์ได้สูงมากตั้งแต่ 30W ไปจนถึง 300W ได้

โดยแหล่งกำเนิดแสงเลเซอร์แบบท่อก๊าซ Co2 นั้นโดยทั่วไปจะมีลักษณะเป็นท่อแก้วเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 50mm ถึง 90mm ยาวประมาณ 700mm ถึง 2,000mm โดยขึ้นอยู่กับกำลังงานของเลเซอร์ ภายในบรรจุก๊าซฮีเลียม 77% ก๊าซไนโตรเจน 13.5% และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 9.5% โดยการกำเนิดลำแสงเลเซอร์สามารถทำได้โดยป้อนไฟฟ้าแรงสูง 20 กิโลโวลต์ไปจนถึง 50 กิโลโวลต์เข้าไปยังขั้วไฟฟ้าของหลอด ทำให้พลังงานไฟฟ้าไปกระตุ้นให้ก๊าซภายในหลอดปล่อยลำแสงเลเซอร์ออกมาที่ความยาวคลื่น 10.6 ไมโครเมตรหรือในย่านแสงอินฟราเรด ไปสะท้อนกับกระจกภายใน และปล่อยลำแสงออกมาที่ปลายหลอดอีกด้านหนึ่ง

โดยระหว่างการทำงานตัวหลอดจะเกิดความร้อนสูงมาก และจำเป็นจะต้องมีการปั๊มน้ำหล่อเย็นเข้าไปภายในหลอดผ่านทางท่อเข้าของน้ำ และท่อออกของน้ำที่ขั้วหลอดเพื่อป้องกันความเสียหาย และเพิ่มประสิทธิภาพการกำเนิดแสงเลเซอร์

หลอดเลเซอร์ชนิด Co2

ระบบกระจกและเลนส์

1) การทำงานของกระจกและเลนส์

ตามที่ได้กล่าวถึงในหัวข้อก่อนหน้าถึงระบบกำเนิดแสงเลเซอร์ด้วยหลอดก๊าซ Co2 ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดที่มีขนาดใหญ่และทำให้ต้องติดตั้งอยู่ด้านหลังเครื่องเลเซอร์ ฉะนั้นการนำเอาแสงเลเซอร์มาใช้งานจึงต้องมีการใช้กระจกสะท้อนลำแสงเลเซอร์จากด้านหลังเครื่องมายังหัวตัดเลเซอร์ และใช้เลนส์ในการรวมแสงเพื่อให้ขนาดเล็กลงและคมขึ้น

ซึ่งในเครื่องตัดเลเซอร์ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลางนั้น จะมีลักษณะการใช้กระจกทั้งหมด 3 ชิ้น (ดังแสดงเป็นสัญลักษณ์ A ในภาพ) และเลนส์ 1 ชิ้น (ดังแสดงเป็นสัญลักษณ์ B ในภาพ) โดยตัวกระจกเองจะต้องสามารถสะท้อนแสงได้อย่างสมบูรณ์โดยไม่มีการกระเจิงของแสง และกระจกจะต้องทนต่อกำลังของแสงเลเซอร์ได้ หลังจากนั้นลำแสงจะถูกทำให้เล็กลงกว่าแหล่งกำเนิดแสงอีกต่อหนึ่งด้วยเลนส์ภายในหัวยิงเลเซอร์

ระบบการสะท้อนกระจกของเครื่องเลเซอร์

2) การเสื่อมสภาพของกระจก

กระจกสะท้อน Laser เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่มีความสำคัญต่อประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องตัดเลเซอร์เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นตัวกลางในการส่งต่อพลังงานจากแหล่งกำเนิดลำแสงเลเซอร์ที่อยู่ด้านหลังเครื่องมายังหัวยิงเลเซอร์ ซึ่งกระจกจะต้องไม่ดูดซับแสงเลเซอร์ไว้ และจะต้องไม่ทำให้ลำแสงเกิดจากกระจายหรือกระเจิงออก จึงต้องมีพื้นผิวมันวาว

แต่เนื่องจากกระจกสะท้อนแสงเลเซอร์จะต้องเผชิญกับพลังงานของเลเซอร์โดยตรงตลอดระยะเวลาการใช้งานทำให้เกิดอุณหภูมิสูง และเกิดความเสียหายทีละน้อย ๆ จนในที่สุดกระจกสะท้อนเลเซอร์จะเสื่อมสภาพจนใช้งานไม่ได้ในที่สุดดังเช่นภาพด้านล่างนี้แสดงให้เห็นถึงกระจกสะท้อนเลเซอร์ชนิด Si ที่ผ่านการใช้งานในห้อง STEM Lab มานาน 1 ปี จนผิวทองคำที่เคลือบกระจกไว้ลอกออกไปจนหมด และมีการเปลี่ยนสีของกระจกจนไม่สามารถใช้งานเครื่องตัดเลเซอร์ได้อีกต่อไป

3) อาการของกระจกสะท้อนเลเซอร์เสื่อมสภาพ

การเสื่อมสภาพของกระจกสะท้อนแสงเลเซอร์สามารถสังเกตได้จากคุณภาพพื้นผิวที่เปลี่ยนไปของกระจก โดยมักจะมีสีที่ขุ่นลง หรือมีการลอกตัวของพื้นผิวเป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถสังเกตได้จากคุณภาพของชิ้นงานที่มีขนาดของเส้นตัดที่ใหญ่มากขึ้นดังแสดงในภาพที่ 19 ตัดขาดได้ยาก หรือไม่สามารถตัดให้ขาดได้เลยซึ่งเกิดจากกระจกมีการกระเจิงของแสง และไม่สามารถรวมแสงให้เป็นจุดเดียวกันได้ ดังภาพ

อาการของกระจกเสื่อมสภาพ

แนวทางแก้ไขในเบื้องต้นสามารถทำได้โดยการถอดชิ้นส่วนของกระจกออกมาทำการตรวจสภาพของพื้นผิวให้มั่นใจได้ว่ามีการเสื่อมสภาพจริง หรือเกิดจากความสกปรกจนเกินไป โดยหลังจากตรวจภาพจนแน่ใจแล้ว ให้วัดขนาดของกระจกชนิดเก่าว่ามีเส้นผ่านศูนย์กลางเท่าใด และมีความหนาเท่าใด เพื่อสั่งซื้อกระจกชุดใหม่ต่อไป ซึ่งโดยทั่วไปแล้วกระจก 1 ชิ้นจะมีอายุการใช้งานราว 6 เดือนสำหรับกระจกชนิด K9 หรือ 1 ปี สำหรับกระจกชนิด Si และ 3 ปีสำหรับกระจกชนิด Mo และ Cu ซึ่งการเปลี่ยนอะไหล่กระจกแต่ละครั้งจะใช้งบประมาณราว 2,000 ถึง 5,000 บาท

ระบบเป่าลม

1) ระบบปั๊มลม

ระบบเป่าลมจะเป็นปั๊มที่เชื่อมต่อไปติดตั้งหัวเลเซอร์เพื่อดับไฟจากการเผาไหม้ ซึ่งมีความสำคัญมากในการป้องกันอันตรายจากไฟไหม้ที่อาจเกิดขึ้นได้

ระบบลมในเครื่องเลเซอร์
ชิ้นงานไฟลุก เพราะไม่มีลมไปเป่าชิ้นงาน
นำมาซึ่งความเสียหายรุนแรงได้ ถ้าหากไม่ได้ต่อท่อลม

ในกรณีที่ไม่มีการติดตั้งหรือระบบปั๊มลมใช้งานได้ไม่ดี จะมีโอกาสที่ชิ้นงานจะเกิดการติดไฟและก่อให้เกิดความเสียหายได้ ดังแสดงตัวอย่างในภาพ ดังนั้นผู้ใช้จะต้องเฝ้าระวังกรณีที่ปั๊มลมทำงานผิดปรกติให้ดี  ซึ่งอาจจะเกิดจากสายหลุดหรือระบบเป่าลมขัดข้อง จะต้องทำการสั่งหยุดเครื่องและตรวจสอบระบบให้เรียบร้อย

ผลจากการไม่ใช้ลมในการเป่าชิ้นงาน

2) การป้องกันเพลิงไหม้
    ในกรณีที่เกิดไฟลุกขึ้นที่วัสดุและเครื่องตัดเลเซอร์ ให้พยายามเป่าเพื่อให้ไฟดับ แต่หากไม่สามารถดับได้ ให้ทำการปิดระบบไฟฟ้าทั้งหมดของเครื่องตัดเลเซอร์ก่อน และใช้ถังดับเพลิงฉีดพ่น หากไม่ทำการปิดระบบจะไม่สามารถดับไฟได้เนื่องจากระบบดูดควันจะทำงานและจะดูดสารดับไฟออกไปเช่นกัน

ใช้ถังดับเพลิงฉีดพ่น หากไม่สามารถควบคุมไฟลุกได้

Credit : https://fablabthailand.com/

รู้จักภาพBitmap กับ Vector เบื้องต้นก่อนใช้งาน Laser cutting/Engraving

รู้จักภาพBitmap กับ Vector เบื้องต้นก่อนใช้งาน Laser cutting/Engraving

การใช้งานเครื่องเลเซอร์นั้นเราจะสร้างผลงานได้ในแบบสองมิติโดยไฟล์ที่เราจะใช้ก้จะเป็นไฟล์รูปภาพต่างๆที่วาดเองบ้าง โหลดมาบ้าง ชนิดของภาพและนามสกุลของภาพก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อการทำชิ้นงานขึ้นมานอกจากประสิทธิภาพของเครื่องและวัสดุ การเลือกประเภทเครื่องเลเซอร์กับวัสดุที่ใช้ศึกษาได้จากที่นี่ เครื่องตัดเลเซอร์ มีกี่แบบ อะไรบ้าง? CO2, Fiber, Diode
เลเซอร์แต่ละประเภทก็จะใช้ไฟล์รูปภาพอยู่สองประเภทที่ใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานนั่นก็คือไฟล์ประเภทBitmap และไฟล์ประเภท Vector

Bitmap คืออะไร

Bitmap คือไฟล์ภาพที่เกิดจากการเรียงตัวของช่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กจำนวนมากโดยใช้หลักการประมวลผลแบบการอ่านค่าสีในแต่ละช่องเก็บค่าข้อมูลเป็น0และ1ซึ่งแต่ละตำแหน่งค่าสีจะคงที่และมีตำแหน่งเจาะจงชัดเจน ซึ่งไฟล์ประเภทนี้จะใช้งานกันทั่วไปเพราะไฟล์ประเภทนี้ไม่จำเป็นต้องใช้โปรแกรมเฉพาะก็สามารถดูได้ทันที ความคมชัดของไฟล์ประเภทนี้จะขึ้นอยู่กับความละเอียดของจำนวนpixelต่อภาพ(Resolution)ยิ่งมากยิ่งละเอียด
ตัวอย่างนามสกุลไฟล์Bitmapที่พบเห็นได้ทั่วไป : JPEG,BMP,PNG,TIFF
ข้อเสียของไฟล์ประเภทนี้คือ ยิ่งขยายมากเท่าไรภาพก็จะยิ่งแตกมากขึ้เพราะขนาดของPixelนั้นคงที่เมื่อยิ่งขยายเราก็จะเห็นจุดPixelชัดมากขึ้นเพราะจำนวนของจุดนั้นจะเป็นลักษณะตายตัวไม่สามารถเพิ่มหรือลดได้

Vector คืออะไร

Vector ที่เกิดจากการกำหนดพิกัดและการคำนวณค่าบนระนาบสองมิติรวมทั้งมุมและระยะทางในลักษณะที่แต่ละส่วนของภาพเป็นเส้นอิสระต่อกันโดยที่ภาพนั้นจะประกอบไปด้วยรูปแบบของเส้นตรง รูปทรง ส่วนโค้ง โดยอาสัยการคำนวนด้วยหลักการทางคณิตศาสตร์ซึ่งส่งผลให้สีและตำแหน่งของสีชัดเจนไม่ว่าจะย่อขยายก็จะไม่เสียลักษณะของภาพแม้แต่น้อย ง่ายๆก็คือไม่ว่าจะขยายเท่าไหร่ก็จะไม่มีทางเห็นจุดและคมชัเอยู่ตลอดเวลานั่นเอง แต่ไฟล์ประเภทVectorจะดูสมจริงน้อยกว่าภาพBitmapเพราะไฟล์นี้จะมีลักษณะเป็นภาพวาดทำให้ความดูสมจริงน้อยกว่าแบบBitmap หรือก็คือ ภาพVectorนั้นจะดุเหมือนภาพการ์ตูนมากกว่าBitmapนั่นเอง
ตัวอย่างนามสกุลไฟล์Vectorที่พบเห็นได้ทั่วไป : AI,DRW,CDR,DXF
ข้อเสียของไฟล์ประเภทนี้คือ ขนาดไฟล์ที่ใหญ่กว่ามากและการสร้างขึ้นมาหรือดูต้องเป็นโปรแกรมเฉพาะที่รองรับเท่านั้นอีกทั้งคนสร้างไฟล์ประเภทนี้ต้องมีความรู้ในระดับนึงด้วย

การทำงานของเครื่องเลเซอร์กับไฟล์ BitmapและVector

เครื่องเลเซอร์นั้นจะทำงานคล้ายคลึงกับเครื่อง3D Printer คือจะมีโปรแกรมหนึ่งที่สามารถใช้งานกับเครื่องนี้เท่านั้นโดยโปรแกรมจะมีหน้าที่แปลงไฟล์ที่เรานำเขาไปนเครื่องให้กลายเป็นไฟล์สำหรับเครื่องเพื่อสั่งว่าจะให้หัวยิงนั้นเคลื่อนที่ไปตรงไหนยิงตรงไหนบ้าง
แต่ไม่ว่าไฟล์เราจะมาเป็นอะไรก็ตามเครื่องก็ไม่สามารถยิงเป็นสีได้แต่รูปที่ได้นั้นจะกลายเป็นงานขาวดำแทนในกรณีที่เป็นไฟล์Bitmap แต่ถ้าเป็นVectorนั้นจะยิงโดยไล่ตามเส้นหรือเลือกให้พื้นที่นั้นเป็นEngraveได้เหมือนกัน เครื่องเลเซอร์แบบCo2และแบบFiberนั้นสามารถรองรับทั้งไฟล์bitmapและVector

การทำงานกับไฟล์Bitmap

โหมดการทำงาน : Engraving
ไฟล์Bitmapที่นำเข้ามานั้นจะถูกเรียบเรียงใหม่ให้อยู่ในโหมดGrayscaleโดยที่จะมีความเข้มตั้งแต่ 0-255(ขาวสุดถึงดำสุดตามลำดับ)จากนั้นก็ทำการตั้งPowerของเลเซอร์ที่เราใช้ว่าต้องการแรงแค่ไหนและเมื่อสั่งงานไปแล้วโปรแกรมก็จะเฉลี่ยPowerเป็นอัตราส่วนจากค่าที่เราตั้งไว้และจะปรับขึ้นลงอัตโนมัติตามความเข้มของสี
เครื่องเลเซอร์ระบบFiberทุกเครื่องสามารถไล่garyscaleได้แน่นอน เครื่องระบบco2ส่วนใหญ่นั้นทำได้แต่บางเครื่องนั้นสามารถทำได้เพียงแค่ขาวดำเท่านั้น(ขึ้นอยู่กับไดร์เวอร์ของเครื่องว่ารองรับโปรแกรมอะไรในการสั่งงาน)

การทำงานกับไฟล์Vector

โหมดการทำงาน : Engraving และ Cutting

ในการEngraveด้วยไฟล์Vectorนั้นจะซับซ้อนกว่าไฟล์Bitmapก็เพราะว่าไฟล์Vectorนั้นจะมีลักษณะเป็นเส้น รูปทรง จะไม่มีสีถึงแม้ว่าจะทำสีมาแล้วก็ตาม ซึ่งผู้ใช้งานต้องทำการเลือกเส้นที่เราต้องให้Engraveจากนั้นก็ตั้งค่าPowerตามความแรงที่เราต้องการ หากต้องการไล่ระดับแบบGrayscaleจะต้องเลือกแต่ละพื้นที่ให้มีค่าความแรงที่ต่างกัน ง่ายๆก็คือต้องกำหนดเองว่าต้องการให้ตรงไหนสีเข้มตรงไหนสีอ่อน
ส่วนการCuttingนั้นจะใช้ไฟล์Vectorเท่านั้น โดยการCutนั้นเลอร์จะถูกยิงไล่ไปตามเส้นของไฟล์นั้นๆซึ่งการcutตั้งค่าง่ายมาก เพียงแค่Powerสูงและความเร็วหัวช้าๆหน่อย(ทั้งนี้ค่าของแต่ละวัสดุจะไม่เท่ากัน)

ไฟล์แบบไหนดีกว่ากัน?

ไฟล์ทั้งสองชนิดนั้นดีคนละแบบแต่ขึ้นอยู่กับงานที่เลือกใช้ไม่มีแบบไหนดีกว่ากัน แต่ถ้าใช้งานกับเครื่องเลเซอร์แล้วไฟล์Vectorถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะไฟลืประเภทนี้มีความคมชัดมากกว่าและด้วยลักษระของไฟล์ที่เป็นเส้นจะทำให้งานที่ได้เร็วกว่าหลายเท่าอีกทั้งยังปรับแต่งส่วนต่างๆของตัวไฟล์ก่อนสั่งยิงได้อีกด้วย แต่การใช้งานไฟล์Bitmapนั้นสามารถใช้งานได้เพียงแต่ว่าไฟล์นั้นจะต้องมีความคมชัดสูงๆเพราะในบางเครื่องนั้นจะต้องแปลงจากรูปปกติให้มีลักษณะเป็นNoiseหรือDitter(การแปลงรูปเป็นจุดเล็กๆให้ต่อกัน โดยที่จุดดังกล่าวจะมาในรูปแบบVector ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโปรแกรมของเครื่องนั้นๆด้วย)

ตัวอย่างการใช้งานโปรแกรมที่ใช้กับเครื่องเลซอร์ระบบCo2 RDWorksV8 ซึ่งเราได้ทดลองใช้กับเครื่องเลเซอร์ Ray6





ความแตกต่างระหว่างไฟล์แบบBitmapและVectorบนเครื่องเลเซอร์ระบบFiberด้วยRaymark30HD





สรุป

การใช้งานเลเซอร์ให้ยิงงานได้ออกมาสวยนั้นขึ้นอยู่กับหลากหลายปัจจัยทั้งตัวเครื่อง การตั้งค่า วัสดุฯ หรือแม้กระทัั่งไฟล์ต้นฉบับที่นำมาสรรค์สร้างผลงานที่สำคัญการเลือกไฟล์ที่ดีและเหมาะสมกับงานที่เราต้องการนั้นจำเป็นต่องานเลเซอร์เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งหากเราเน้นการแกะสลักก็เลือกได้ทั้งไฟล์แบบBitmapและVector แต่ถ้าเป็นการตัดนั้นก็จำเป็นต้องเป็นไฟล์ที่เป็นVectorเพื่อให้เครื่องสามารถยิงตามเส้นได้อย่างชัดเจน

Co2 Laser Cutting&Engraving ตัดก็ได้แกะสลักก็ดี มีตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงระดับอุตสาหกรรม

Fiber marking laser เลเซอร์แกะสลักความละเอียดสูงบนวัสดุทุกชนิดทั้งโลหะและอโลหะ

SurfSkate เลเซอร์แผ่นอะคิลิคแข็งแรงแค่ไหนมาดูกัน

SurfSkate เลเซอร์แผ่นอะคิลิคแข็งแรงแค่ไหนมาดูกัน

ขอตามกระแสการเล่นเซิร์ฟสเกตยอดฮิตในช่วงนี้หน่อย ซึ่ง Surfskate (เซิร์ฟสเกต) คือ กีฬาสไตล์เอ็กซ์ตรีมที่กำลังเป็นกระแสมาแรงในไทย เป็นการผสมผสานระหว่างการเล่นสเกตบอร์ดและการเล่นเซิร์ฟ โดยผู้เล่นจะต้องทรงตัวอยู่บนแผ่นไม้กระดาน บิดสะโพกเพื่อให้เกิดแรงเหวี่ยงในการควบคุมบังคับทิศทาง พร้อมทั้งใช้เทคนิคการถ่ายเทน้ำหนักที่เท้าในการเลี้ยวซ้าย-ขวา กลายเป็นการโต้คลื่นบกที่ต้องใช้ทักษะการทรงตัวสำหรับโชว์ลีลาการเล่น ปัจุบันความนิยมของ Surfskate (เซิร์ฟสเกต) ฮิตไปถึงเหล่าดาราคนดัง ที่หันมาฝึกเล่นและถ่ายรูปโพสต์ลงในโซเชียลมีเดีย ยิ่งทำให้คนไทยรู้จักกีฬาประเภทนี้มากขึ้นตามไปด้วย สำหรับมือใหม่ที่อยากจะเข้าวงการไถบอร์ด จะต้องเริ่มต้นด้วยการเลือกบอร์ดเซิร์ฟสเกตให้เหมาะสม ตามด้วยศึกษาวิธีเล่นเพื่อที่จะได้ฝึกเล่นได้อย่างคล่องแคล่ว

บอร์ดเซิร์ฟสเกตมีหลายราคาด้วยกัน มีตั้งแต่แบบธรรมดาราคาหลักพันกว่าบาท ไปจนถึงหลักหมื่นบาท ส่วนคนที่เชี่ยวชาญหรือระดับมืออาชีพ อาจเล่นบอร์ดที่ราคาหลักหมื่นขึ้นไปการเลือกซื้อบอร์ด ต้องคำนึงคุณภาพของส่วนประกอบต่างๆ เช่น ล้อ ฐานล้อ แผ่นกันลื่น แผ่นกระดาน ลูกปืน กระดาษทราย ฯลฯ ซึ่งแต่ละรุ่น แต่ละประเภทก็มีคุณสมบัติที่โดดเด่นแตกต่างกันออกไป นอกจากนี้ ลวดลายกราฟิกและสีสันเท่ๆ ก็ยังเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจผู้ซื้อได้มากทีเดียว กระแสความนิยมเล่นเซิร์ฟสเกตในปัจจุบัน ทำให้เริ่มมีผู้รับเพนต์ลายกราฟิกและออกแบบบอร์ดตามใจคนเล่น เปิดให้บริการเพิ่มมากขึ้น

วิธีการเลือกขนาดของ Surfskate (เซิร์ฟสเกต) โดยทั่วไป

การเลือกขนาดของ SurftSkate ตามขนาดของผู้เล่น

ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเราจะเห็นกระดานเซิร์ฟที่เป็นไม้กันซ่ะส่วนใหญ่ และอาจจะมีที่เป็นแผ่นอะคิลิคด้วยแต่ไม่ได้เยอะมากด้วยแบบที่เป็นแผ่นอะคิลิคนั้นคนมักจะกังวลว่าจะแข็งแรงไหม จะหักง่ายไหมวันนี้เราจะลองทำเซิร์ฟสเกตจากแผ่นอะคิลิคกันครับ แต่ก่อนที่จะเริ่มนั้นได้ไปถามคนที่เล่นเซิร์ฟสเกต หรือร้านที่ขาย เค้าจะแนะนำให้เลือกใช้ความหนาของแผ่นอะคิลิคที่ 15 มิลลิเมตร เพราะถ้า 10 มิลลิเมตร นั้นจะมีโอกาสที่จะหักได้ ดังนั้นเราจึงเลือกใช้ที่ความหนาที่ 15 มิลลิเมตร และก็เลือกขนาดตามตารางด้านบนคือ 30-32 นิ้ว ส่วนความกว้างของล้อด้านหน้าปละหลังคือ 17 นิ้ว การเขียนจะใช้โปรแกรม Illustrator เพื่อนำไปตัดด้วยเครื่อง Ray 9 Laser Cutter ที่สามารถมีพื้นที่การทำงานอยู่ที่ 900×600 มิลลิเมตร โดยใช้โปรแกรม RDWorks8 ในการป้อนคำสั่งตัดบอร์ดอะคิลิค

การเขียนจะใช้โปรแกรม Illustrator เพื่อนำไปตัดด้วยเครื่อง Ray 9 Laser Cutter
เครื่อง Ray9 Smart CO2 Laser – Cutter, Engraver (900*600mm)
Ray9 Smart CO2 Laser – Cutter, Engraver (900*600mm)
แผ่นอะคิลิคหนา 15 มิลลิเมตร
ทดลองประกอบชุดทรัลเช็คว่ารูน็อตตรงไหม
ลวดลายที่ทำการ Engraver ลึกหระมาณ 1 มิลลิเมตร
ขนาดบอร์ดแบบเต็มหลังตัดด้วยเครื่อง Ray9 Smart CO2 Laser – Cutter, Engraver เสร็จ
ความแข็งของอะคิลิคถือว่าดีมากสำหรับความหนา 15 มิลลิเมตร
ความแข็งของอะคิลิคถือว่าดีมากสำหรับความหนา 15 มิลลิเมตร
ความแข็งของอะคิลิคถือว่าดีมากสำหรับความหนา 15 มิลลิเมตร
ความแข็งของอะคิลิคถือว่าดีมากสำหรับความหนา 15 มิลลิเมตร
ความแข็งของอะคิลิคถือว่าดีมากสำหรับความหนา 15 มิลลิเมตร
ทดลองเล่น SurftSkate อะคิลิค

 

แกะสลักขวดแก้วกัน CO2 Laser Engrave

แกะสลักขวดแก้วกัน CO2 Laser Engrave

บทความนี้เรามาแกะสลักขวดแก้วกัน โดยใช้เครื่อง Laser CO2 Ray6 เลเซอร์แบบซีโอทู นั้นเป็นยิงคลื่นความร้อนออกมาใช้ได้ดีกับวัตถุอโลหะต่างๆ รวมถึงแก้วด้วย ช่วงนี้กระแสกัญชา-กัญชง มาแรงเริ่มมีการอนุญาติ มีลูกค้าหลายเจ้าสนใจทำสินค้าที่เกี่ยวกัญชา-กัญชง Laser Engraving เป็นกระบวนการอย่างหนึ่งที่เพิ่มมูลค่าให้สินค้าได้ ในที่นี่เรามาแกะสลักขวดแก้วที่บรรจุสมุนไพรดังกล่าวกัน

  1. เริ่มต้นเลือกขวดแก้วครับ ถ้าขวดแก้วมีหน้าที่เป็นระนาบเรียบอยู่แล้ว ก็ทำได้เลย / ถ้าขวดเป็นรูปร่างทรงกระบอกอันนี้ใช้ Rotary เข้าช่วยครับ (ในบทความนี้ ใช้ขวดที่มีด้านเรียบด้านหนึ่งครับ)
  2. เลือกไฟล์ที่เราต้องการใช้ การแกะสลักแก้วไม่ควรเลือกลายที่ความซับซ้อนมากนัก

    เลือกโลโก้ง่ายๆ ไม่ซับซ้อนมากนัก
  3. แนะนำแปลงไฟล์รูป เป็น Vector สามารถทำได้ทั้งใน RD Work V8 และ Illustrator (ทำใน Illustrator ง่ายกว่าเห็นๆ ใช้คำสั่ง Image Trace จ้า)

    ทำรูปมาทำเป็น Vector ด้วย Image Trace ใน Illustrator
  4. Save ไฟล์เป็น .ai ได้เลยครับ แต่เน้นว่าต้องเป็น Version CS3 หรือต่ำกว่า เพื่อให้สามารถเปิดได้ใน RD Works.

    อย่าลืม Save Files เป็น CS3 นะครับ
  5. ใน RD Work V8 แบ่งการทำงานเป็น 2 Layer  Layer1 เป็นการ Scan แกะสลักที่ละแถว ปิดท้ายด้วย / Layer2 เป็น Cut วาดเลเซอร์เป็นขอบ Outline เพื่อให้ได้รูปที่คมชัดมากขึ้น

    ทำงานเป็น 2 Layer อันแรกเป็น Scan คือแกะสลักที่ละแถว และ Cut วาดเลเซอร์ตาม outline
  6. ทำการ Simulate ว่าทำงานตามแบบที่เราต้องการจริงๆหรือไม่

    Simulate การทำงานว่าลำดับตามที่เราต้องการหรือไม่ ถ้ามั่นใจแล้วค่อยไปยิงเลเซอร์
  7. เอาไฟล์ที่ Export ออกมา .rd ไปใช้  ในบทความนี้จะเซฟใช้ USB Drive ไปพิมพ์
  8. วางขวดแก้วดีๆ มั่นใจว่าได้ระนาบ คำสั่งหนึ่งก่อนพิมพ์ที่แนะนำให้ทำทุกครั้งคือ Frame (เครื่องจะทำการวาดพื้นที่ที่จะทำงานจริงๆ โดยยังไม่ยิงแสงเลเซอร์ออกมา ช่วยให้เรากะตำแหน่งได้แม่นยำมากขึ้น)
    เชคก่อนพิมพ์ หน้าจอ Ray6, 9, 13 มีพรีวิวให้เห็นและปรับที่หน้าจอได้เลย

    ตั้งหน้าตั้งตารออย่างตื่นเต้น

ข้อสังเกตุ : การแกะสลักกระจก ให้ระวังเรื่องความร้อนด้วยครับ ถ้าร้อนมากกระจกแตกได้ ในบทความนี้ใช้กำลัง 18% ที่ความเร็ว 100mm/s

Laser Cutter & การออกแบบที่สวยงาม

Laser Cutter & การออกแบบที่สวยงาม

การออกแบบและคิดค้นสร้างผลงานต่างๆ มีความสำคัญเป็นอย่างมากถ้าสิ่งที่เราคิดค้นขึ้นมาได้เกิดเป็นชิ้นงานจริง วันนี้เรา Print3DD ขอนำเสนอผลงานจากระบบ Laser Cutter ที่จะช่วยให้ความคิดและคุณภาพในการออกแบบของคุณเกิดประโยชน์มากขึ้นให้ถึงที่สุด โดยการสร้างชิ้นงานในรูปแบบ 2 มิติ ตามการออกแบบที่สวยงามในด้านงานต่างๆ คุณก็สามารถสร้างมันขึ้นมาได้ตามความต้องการที่พอใจ หลังจากนี้ความคิดที่สร้างสรรค์ และงานศิลปะที่สวยงามของคุณก็จะมีมูลค่าทางความรู้สึกที่มากขึ้น


ขั้นตอนการออกแบบนั้นสิ่งที่สำคัญคือความพึงพอใจของเราเพราะทุกอย่างคือสิ่งสวยงามเสมอ


นำไฟล์ที่ออกแบบมาเข้าสู้โปรแกรมของตัวเครื่อง Laser เพื่อปรับแต่งเล็กน้อยให้ชิ้นงานดูสวยงามรวมไปถึงการปรับขนาด


ระยะเวลาในการทำชิ้นงานของเครื่องนั้นขึ้นอยู่กับรายละเอียดอยู่ตัวงานและขนาด

 

ชิ้นงานที่สวยงามจากแผ่นไม้ก็ดีนะ อิอิ

เสร็จเรียบร้อยแล้วววว!!! สวย!!!

Laser cut ผึ้งน้อยกลอยใจ จาก Ray6

Laser cut ผึ้งน้อยกลอยใจ จาก Ray6

ผึ้งน้อยกลอยใจ จากงาน Laser Cutting ที่เฉียบคมดั่งใบมีดโกน จากเครื่อง Ray6 เครื่อง Laser Cutting&Engraving ของทาง 3DD ทำโมเดลออกมาได้สวยงาม โดยใช้อะคลิลิกใสสีส้ม ทำให้การส่องของแสงสวยขึ้นไปอีก รอบนี้มาในหัวข้อโปรเจคสัตว์โลกน่ารัก ผึ้งน้อย เป็นไฟล์ที่โหลดมาได้ เห็นว่าน่าสนใจและน่าจะเป็นประโยชน์ เลยนำมาตัดให้ทุกท่านดูกัน!!!

เริ่มต้นจากไฟล์เส้น Vector สามารถหาโหลดฟรีได้จาก www.thingiverse.com และค้นหาคำว่า Laser cut ก็จะมีไฟล์มากมายให้เลือกโหลดมาลองใช้กัน

หน้าตาเว็บไซต์ Thingiverseโดยส่วนมากมักจะเป็นไฟล์ Ai. (ซึ่งต้องใช้กับโปรแกรม Adobe illustrator เท่านั้น) หรือ Svg. ซึ่งเป็นไฟล์เส้น Vector สามารภนำไปใช้งานได้เลยหรือเข้าโปรแกรมเพื่อปรับแต่งได้สบายๆ

ภาพ ไฟล์ที่โหลดมาแล้วเปิดใน Adobe Illustrator

โดยโปรเจคนี้เราเลือกตัวผึ้งมาเป็นงานเลเซอร์คัต ต่อประกอบ โดยไฟล์ที่ได้มามีการระบุจำแหน่งการต่อกันด้วยตัวเลข ทำให้การต่อชิ้นงานนั้นง่ายมากขึ้น

และรอบนี้เรายังคงใช้แผ่นอะคลิลิก ขนาด 3mm. ซึ่งพอดีกับไฟล์ที่ได้ในส่วนขอร่องต่อที่มีขนาด 3mm.เหมือนกัน ทำให้ไม่จำเป้นต้องแก้ไฟล์อีกรอบ^^

จากนั้นทำการเซฟไฟล์แล้วเอาเข้าโปรแกรม RD Work เพื่อทำการตั้งค่าการทำงาน

แล้วก็มาตั้งค่าความแรงของเลเซอณื และความเร็วในการเคลื่อนที่ยิงกันอีกที โดยควรตั้งค่าให้สัมพันธ์กันกับ Object นั้นๆ

 

แล้วลอง Preview เร่งเวลา เพื่อดูว่าเราตั้งค่าถูกมั้ย หรือลืมส่วนไหนไปหรือเปล่า

จากนั้นก็เริ่มทำการเลเซอร์ได้เลย……

Laser Cutting & Engraving โดยโปรเจคนี้ทางเราใช้เครื่อง เลเซอร์คัต ระบบ Co2 เคลื่อนแนว XY อย่าง Ray6 สินค้าตัวใหม่ล่าสุดจากทางร้าน 3DD ซึ่งเป็นเครื่องเลเซอร์ที่มีคุณภาพดีตัดเฉียบคมและยังมีหน้าจอ LCD ในการใช้งานได้ ทำให้การทำงานสะดวกสามารถทำงานผ่าน USB ได้สบายๆ

เมื่อเราทำการเลเซอณ์เสร็จเรียบร้อย ให้เอาชิ้นงานแต่ละส่วนมาวางเรียงกันก่อน เพื่อจัดให้เป็นระเบียบทำให้การต่อกันเป็นไปได้สะดวก และดูง่ายขึ้น และเป็นการเช็คอีกรอบว่าครบทุกชิ้นหรือไม่

จะเห็นได้ว่าตัวเลเซอณืนั้นสามารถตัดชิ้นส่วนได้ขนาดที่เล็กมากๆ สบายๆ ความซับซ้อนและรายละเอียดก็ไม่หายอีกด้วย

จากนั้นให้นำทุกส่วนมาต่อกันและเชื่อมกันด้วย น้ำยาเชื่อมอะคลิลิก ที่จะเป็นตัวละลายให้อะคลิลิกนั้นละลายและหลอมเข้าด้วยกัน

พยายามใช้พู่กันขนาดเล็กให้เหมาะกับขนาดโมเดลและหยดน้ำยาลงไปในปริมาณที่น้อย เนื่องจากตัสวน้ำยามีฤทธิ์กัดพลาสติก ซึ่งอาจจะทำให้บริเวณที่เราไม่ต้องการเชื่อม จะเกิดคราบเป็นฝ้าขึ้นได้ ซึ่งแก้ไขยากมาก

เสร็จเรียบร้อยแล้วววว!!! ได้ผึ้งสวยๆ มาหนึ่งตัว

 

 

กระเป๋าไม้เก๋ๆ น่ารักแบบไม่เหมือนใครด้วย Laser cutter CO2

กระเป๋าไม้เก๋ๆ น่ารักแบบไม่เหมือนใครด้วย Laser cutter CO2

เอาใจสาวๆ หรือคนที่ชอบกระเป๋า ชอบการออกแบบเราจะขอชวนให้มาออกแบบกระเป๋าใช้งานเองง่ายๆ เพียงแค่ใช้โรแกรม Illustrator หรือโปรแกรมออกแบบเป็นกับงานร่วมกับเครื่อง Ray6 Smart CO2 Laser-Cutter ซึ่งไม่ว่าจะตัด แกะสลักลวดลายต่างๆ ก็สามารถทำได้สบายๆ ใครที่ไม่อยากจะใช้กระเป๋าแบบเดิมๆ แล้วลองเปลี่ยนมาเป็นไม้ดูสีของไม้นั้นช่างดูคลาสิกเสียจริงๆ ยิ่งมองยิ่งน่ารักอย่างเช่นเคยเราได้ออกแบบผ่านโปรแกรม Adobe Illustrator เช่นเคยเพราะเขียนเส้นแบบ Vector ได้ดีกว่าโปรแกรมอื่นๆ และใช้งานง่าย ขนาดกระเป๋าที่เราจะทำนั้นอยู่ที่ 12x20x5 เซนติเมตร ใช้ไม้กระดานที่มีความหนา 3 มิลลิเมตร

ออกแบบด้วยโปรแกรม Adobe Illustrator ให้เป็น Vector

รายการอุปกรณ์และเครื่องมือ
1. โปรแกรม Adobe Illustrator, RDWork หรือโปรแกรมอื่นๆ
2. ไม้กระดาน หนา 3 มิลลิเมตร
3. แม่เหล็กแผ่นกลม 4 อัน
4. เครื่อง Ray6 Smart CO2 Laser-Cutter
5. สายกระเป๋า (หนัง, ผ้า, ยาง)
6. กาวร้อน
7. กรรไกร

รูปภาพอุปกรณ์

ขั้นตอนการออกแบบ
เริ่มการออกแบบด้วยโปรแกรม Adobe Illustrator ใช้วาด vector เส้นตามที่เราต้องการจะตัดหรือแกะสลักลงบนไม้ขนาดที่เราออกแบบไว้จะอยู่ที่ 12x20x5 เซนติเมตร และได้ใส่ QR code ไว้ด้ยที่ด้านข้างของกระเป๋าจะสามารถสแกนเข้าไปที่เว็ปไซด์ของทางร้านเราได้เลยทันทีส่วนอีกด้านนั้นจะมีเป็น Logo ตามที่ออกแบบไว้ และที่เป็นฝาของกระเป๋าจะมีคำที่เป็นตัวอักษรเวลาเราพิมพ์กน็ปกติเลย แต่เมื่อจะทำการ save ออกมาใช้งานจะต้องเป็นให้เป็น vector เสียก่อนให้คลิกขวาที่ข้อความนั้นๆ แล้วเลือก create outline ถ้าไม่ทำขั้นตอนนี้เวลานำไปเปิดในโปรแกรม RDWork จะไม่มีข้อความปรากฏขึ้นมาให้ เมื่อออกแบบเสร็จแล้วให้ทำการ Export ออกมาเป็นนามสกุล .DXF

ขั้นตอนการสร้างไฟล์ Cutting ด้วยโปรแกรม RDWork
เปิดโปรแกรม RDWork ขั้นมาทำการ import ไฟล์ที่เรา export ออกมาจาก Adobe Illustrator เพื่อจะทำการเลือกส่วนที่ต้องการกำหนดให้มีการตัด แกะสลัก ตามจุดต่างๆ ที่เราต้องการโดยเราจะกำหนดดังนี้
-สีดำ กำหนดเป็น Cut /ค่าการใช้งาน Speed 10-15 mm/s, Power 90%
-สีแดง กำหนดเป็น Scan /ค่าการใช้งาน Speed 100 mm/s, Power 40%
-สีน้ำเงิน กำหนดเป็น Scan /ค่าการใช้งาน Speed 100 mm/s, Power 60%
เมื่อตั้งค่าตามนี้ได้เรียบร้อยแล้วก็กด SaveToUFile ออกมาเป็นนามสกุล .rd เพื่อนำไปเปิดในเครื่อง Ray6 Smart CO2 Laser-Cutter ในขั้นตอนการตัด

การตั้งค่าในโปรแกรม RDWork เพื่อจะตั้งค่าการเลือกตัดหรือแกะสลัก
การตั้งค่าในโปรแกรม RDWork เพื่อจะตั้งค่าการเลือกตัดหรือแกะสลัก

ขั้นตอนการตัดด้วย Ray6 Smart CO2 Laser-Cutter
นำ USBDrive มาเสียบที่ตัวเครื่อง Ray6 Smart CO2 Laser-Cutter และเลือกไฟล์ที่เราต้องการจะสั่งตัด จากนั้นนำปผ่นไม้กระดานไปวาง ณ ตำแน่งที่เหมาะสมของตัวเครื่องและสั่ง start ได้เลย เมื่อทำการตัดเรียบร้อยจะได้ชิ้นงานออกมาเป็นประมาณนี้













งานออกแบบ D.I.Y ชั้นวางของด้วย Ray6 Smart CO2 Laser-Cutter

งานออกแบบ D.I.Y ชั้นวางของด้วย Ray6 Smart CO2 Laser-Cutter

วันว่างๆ ก็ปิ๊งไอเดียดีๆกับงานออกแบบ ซึ่งต้องขอย้อนความไปก่อนเลยว่าทำไมถึงเกิดบทความนี้ขึ้นมาได้ เพราะได้เห็นเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ ที่ทางร้านได้มีตั้งโชว์ไว้หน้าร้านเพื่อไว้ให้ทางลูกค้าดูหรือทดสอบโดยจะมีหลากหลายรุ่น เช่น Einscan Pro 2Xseries, Einscan Pro HD, Einscan H และ Einscan HX นั้นจะมีการวางไว้แบบไม่ได้เป็นระเบียบเลย บางทีสายก็พันกันไปมาจะใช้งานครั้งๆ หนึ่งต้องไปหยิบแกะออกมามันน่าจะเป็นสิ่งที่ดูไม่ดีถ้าลูกค้าที่เข้ามาชมสินค้าของทางร้านเราและอีกอย่างถ้าไม่วางหรือจัดเก็บตัวเครื่องไม่ดีนั้นอาจจะทำให้ตัวเครื่องได้รับความเสียหายได้ และประจวบเหมาะกับที่ทางร้านของเราเป็นผู้จำหน่ายทั้ง 3D Printer, 3D Scanner และ Laser cutter จึงมีความคิดว่าควรจะนำสิ่งที่เรามีนั้นมาออกแบบชั้นวางของดีไหมเครื่องสแกนเนอร์ที่วางโชว์หน้าร้านจะได้เป็นระเบียบเรียบร้อย เอาจริงๆ นะะถ้าใครที่กำลังมองหาเครื่องมือที่จะนำไปต่อยอดธุรกิจต่างๆ ที่กำลังจะเริ่มต้น หรือหาแนวทางอยู่สิ่งนี้ก็เป็นที่น่าสนใจอย่างมากเลยทีเดียว ในบทความนี้เราก็จะมาทั้งสอนทั้งรีวิวด้วยว่าเราทั้งเครื่องมืออะไรบ้างในการออกแบบชั้นวางของออกมาที่ได้เห็นดังภาพบางคนอาจจะนำไปทำตู้ใส่ของ โคมไฟ งานอาร์ตแบบแนวๆ ก็ได้เพราะเครื่อง Laser cutter มีหลากหลายขนาดและสามารถนำไปต่อยอดได้มากมาย เดี๋ยวเรามาเข้าเรื่องในการออกแบบกันเลยดีกว่าครับ จะมีขั้นตอนตามลำดับดังนี้เลย

1. การออกแบบ Design Products

การออกแบบทางเราจะออกแบบด้วยโปรแกรม Illustrator โดยขนาดที่ใช้จะ 600×400 มิลลิเมตร ที่สำคัญพยายามออกเป็นหน่วยมิลลิเมตรนะครับ เพราะว่าเมื่อนำไปเข้าโปรแกรมที่จะ cutting นั้นขนาดจะได้ไม่เพี้ยน การออกแบบด้วย Illustrator นั้นก็ใช้เครื่องมือวาดตามปกติเลย ถ้าใครที่ไม่ถนัดโปรแกรมนี้อาจจะใช้เคื่องมืออื่นได้สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเครื่อง Laser cutter ในความคิดที่เราออกแบบนั้นชั้นวางจะต้องวางเครื่องสแกนเนอร์ที่เรามีได้ทั้งหมดที่เป็นแบบ Handheld ทั้ง 4 รุ่น Einscan Pro 2X series, Einscan Pro HD, Einscan H และ Einscan HX แล้วที่ด้านล่างของชั้นวางจะต้องมีช่องลิ้นชักที่ไว้เก็ยสายไฟ สายเชื่อมต่อUSB หรือ Marker สำหรับการใช้งานติดชั้นงานสแกนแค่ลิ้นชักสำหรับเก็บของนั้นยังไงพอเพราะเครื่องสแกนเนอร์บางรุ่นจะต้องใช้สเปร์ยแป้งหรืออุปกรณ์อื่นๆ อีกก็เลยออกแบบให้ที่ด้านลังของชั้นวางมีช่องวางเพื่อไว้ใส่ของอื่นๆ เพิ่มเติม ชั้นวางที่ได้อออกแบบไว้นั้นจะมีขนาด 300×500 มิลลิเมตร จากนั้นจะทำการ Export file ออกมาเป็น .DXF เพื่อนำไปเปิดในโปรแกรม RD Work ในขั้นตอนต่อไป

โปรแกรม Illustrator CC สำหรับการออกแบบ
Layout ต้นแบบชั้นวาง
ผนังด้านข้างซ้ายและขวา
ช่องแบ่งตัวเครื่องสแกนเนอร์ และผนังด้านหลัง
ช่องใส่ของที่เป็นส่วนของลิ้นชัก 2 ส่วน

2.การตั้งค่าเพื่อสั่งการตัดด้วย Laser Cutter รุ่น Ray6 Smart Co2 Laser ขนาด 600×400 มิลลิเมตร
โปรแกรมที่ใช้สั่งงานเครื่องรุ่นนี้จะใช้โปรแกรม RD Work (License แท้) รองรับไฟล์ที่เป็น CorelDraw, Photoshop, Auto CAD, illustrator, PLT, DST, DXF, BMP, DWG, AI, RD ซึ่งโปรแกรมนี้จะสามารถใชได้กับเครื่อง Laser Cutter ได้หลากหลายโดยเราสามารถกำหนดขนาดที่ต้องการจะทำงานได้ โดยขนาดที่เราจะใช้คือ 600×400 มิลลิเมตร ส่วนวัสดุที่เลือกใช้จะเป็นไม้กระดานขนาด 3 มิลลิเมตร กับแผ่นอคลิลิค 3 มิลลิเมตร ในโรแกรมเราสามารถเลือกการตั้งค่าได้ว่าเราจะ Cut,Scan, Dot, หรือ Pen เพื่อให้เหมาะสมกับรูปแบบของานที่เราต้องการซึ่งอันนี้ทางเราจะเลือกเป็น Cut เพราะต้องการตัดและนำแต่ลพชิ้นส่วนมาประกอบ



โดยหลักแล้วเราจะมีการปรับไม่ค่อยมากในโปรแกรม RD Work คือ
– จุดที่ (1) เป็น Layout ที่เราจะไว้ทำงานเหมือนขนาดที่เราจะตัดงานได้ แต่ไม่ควรจะวางชิ้นงานที่เราออกแบบไว้ใกล้กันมากเกินไป ปกติจะเว้นไว้ประมาณ 2 มิลลิเมตร
– จุดที่ (2) เป็นการตั้งค่าความเข้มของ Laser ส่วนมากถ้าตัดจะใช้ 90% แต่ต้องแล้วแต่กำลังของเครื่องแต่ละรุ่นด้วยของทางเราเครื่องมีกำลังที่ 60Watt ถ้าเครื่องที่มีกำลังเยอะกว่านี้อาจจะใช้ค่านี้น้อยลงตามลำดับก็สามารถตัดขาดแล้ว และยังสามารถเลือกความเร็วในการ cut ได้ด้วย
– จุดที่ (3) เป็นการกำหนดค่ากำลัง Laser และรูปแบบการทำงาน Cut,Scan, Dot, Pen ตามที่เราต้องการ สามารถกำหนดค่าหรือรูปแบบการยิ่ง Laser ได้หลายรูปแบบตาม Layer ของสีนั้นๆ ที่เราเลือกไว้ใน 1 file งานที่ต้องการทำงาน
– จุดที่ (4) เป็นการ Export ไฟล์ออกเพื่อนำไปสั่งงานที่เครื่อง Laser cutter

3. การใช้งานตัวเครื่อง Laser Cutter รุ่น Ray6 Smart Co2 Laser ขนาด 600×400 มิลลิเมตร
เรานำ USB Drive ที่ได้ save งานไว้มาเสียบที่ตัวเครื่องจากนั้นให้ copy file ลงที่ตัวเครื่องไฟล์ที่ใช้งานจะเป็น .rd ด้วยตัวเครื่องจะมาพร้อมกับตัวควบคุม Ruida 6445 รุ่นใหม่ ที่สามารถควบคุมการทำงานได้หลากหลายและง่าย หน้าจอใหญ่สามารถเห็นภาพก่อนที่จะสั่งเริ่มการ cut ได้ เครื่องตัดและแกะสลักด้วยเลเซอร์ชนิด CO2 รองรับทั้งการตัดและแกะสลัก วัสดุอโลหะ แผ่นพลาสติก, Acrylic, HIPS, Plywood, พลาสวูด, หนัง, ผ้า และ อื่นๆ ซึ่งที่จริงสามารถสั่งงานผ่าน Computer, USB Drive, LAN หรือ Wifi แล้วแต่ว่าเราจะสะดวกแบบไหนแต่ที่เราเลือกคือ USB Drive

4.การประกอบชั้นวางเครื่องสแกนเนอร์
การประกอบจะทำมาเป็นช่องๆ ไว้อยู่แล้วจนาดจะประมาณ 30*3 มิลลิเมตร จุดที่เป็นไม้นั้นจะใช้กาวร้อนในการเชื่อมต่อแต่ละชิ้นเข้าด้วยกัน ส่วนชิ้นที่เป็น Acrylic จะใช้น้ำยาเชื่อมพลาสติกในการติดลองดูในวีดีโอได้นะครับ



เครื่องตัดเลเซอร์ มีกี่แบบ อะไรบ้าง? CO2, Fiber, Diode

เครื่องตัดเลเซอร์ มีกี่แบบ อะไรบ้าง? CO2, Fiber, Diode

เครื่องตัดแกะสลักเลเซอร์ในท้องตลาดมีหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ทั้งแบบ CO2, Diode และ Fiber บางชนิดเหมาะกับงานโลหะ บางชนิดเหมาะกับงานอโลหะตัดพลาสติก ตัดหนัง ตัดสไม้ เรามาทำความรู้จักเลเซอร์แต่ละชนิดกันเลยครับ

แบ่ง Laser ตามแหล่งกำเนินแสง
1. CO2 Laser แห่งกำเนิดแสงของ Laser ชนิดนี้มาจากหลอด CO2 โดยทั่วๆไปจะมีกำลัง 30-180Watt โดยมีความยาวคลื่น 10.6 uM (10600 nm) เป็นความยาวคลื่นที่ตาเรามองไม่เห็น ไม่จำเป็นต้องใส่แว่นป้องกัน เลเซอร์ชนิด CO2 จะเป็นเลเซอร์ที่นิยมใช้มากที่สุด ทำงานได้หลากหลาย แต่เน้นไปที่วัสดุอโลหะ

หลอด CO2
  • นิยมใช้กันมากที่สุด เหมาะกับแกะสลักและตัดวัสดุอโลหะ เช่น Acrylic, แผ่นไม้, หนัง, แผ่นยาง, แผ่นพลาสติกชนิดต่างๆ
  • ใช้พลังงาน input สูงที่สุด เกิดความร้อนมากสุด ถ้าเทียบกับกำลังตัดที่ได้
    ตัดและ แกะสลัก Acrylic

    งานจาก CO2 Laser

2. Diode Laser แห่งกำเนิดแสงมาจากตัว Diode มีขนาดเล็กมาก แต่แลกมาด้วยกำลังที่น้อยจะเห็นที่ 1-10Watt ลำแสงที่ออกมาอยู่ในช่วง UV 405 – 1080 nm (เป็นแสงที่ตาเรามองเห็นนะคับ จะเห็นเป็นสีน้ำเงิน-ม่วง ต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันเมื่อใช้งาน เช่น แว่นตา)

Diode Laser
  • ขนาดเล็ก แกะสลักได้ดี แต่ไม่เหมาะงานตัด (ไม่แนะนำกับงานตัดเลย)
  • ต้องใช้แว่นป้องกัน ลำแสงมีอันตรายกับสายตา
  • หลังๆ Diode Laser ใช้ในการแพทย์และเสริมความงามมากขึ้น แต่ก่อนใช้ CO2 เลเซอร์ในการจี้ผิว แก้แผลเป็น หลังจากที่ Diode เลเซอร์มาจึงนิยม เนื่องจากเครื่องไม่ใหญ่ เคลื่อนย้ายสะดวก
    แกะสลักลงบนพื้นผิวต่าง

    เครื่องจะมีขนาดเล็กมาก

3. Fiber Laser เป็นเลเซอร์ที่มีกำลังมากที่สุด แหล่งกำเนิดแสงมาจาก Diode Laser จำนวนมากๆหลายตัว มารวมแสงผ่านกันที่เส้นไฟเบอร์นำแสง แสงของ Diode แต่ละเส้นจะมารวมกันที่เส้น Fiber เส้นใหญ่นำไปสู่หัวเลเซอร์และโฟกัสไปที่จุดเดียว Fiber Laser นิยมใช้ใน Fiber Marking 10-50Watt และ เครื่องตัดโลหะ ไฟเบอร์ Fiber Metal Cutter ขนาด 1000-5000Watt

เกิดจาก Diode Laser จำนวนหลาายๆตัว แสงเดินทางผ่านสาย Fiber เส้นเล็กๆหลายๆเส้น รวมเป็นเส้นใหญ่ ณ จุดปลายอีกข้างหนึ่ง
กำลังในการตัดสูงมาก สามารถตัดโลหะ หนาได้ (ต้อง Gas ช่วยเช่น Gas O2 หรือ N2)
  • เป็นเลเซอร์ที่กำลังสูงที่สุด
  • ราคาสูงที่สุด
  • ใช้แกะสลัก โลหะ หรือ ตัดโลหะหนาๆได้
  • ใช้ Fiber Laser ต้องใช้แว่นตาป้องกัน

    Fiber Laser สามารถตัดโลหะ หนาๆได้

Note : นอกจาก Diode Laser/ Fiber Laser ใช้ในงานตัดหรืองานแกะสลักแล้ว ยังเอามาใช้ทำ 3D Printer อีกด้วยจะเห็นได้ที่ระบบ SLA (ใช้เลเซอร์ยิงบนน้ำเรซิ่น) หรือ SLS (ใช้เลเซอร์ยิงบนผงโพลิเมอร์ ผงไนลอน) หรือ SLM (ใช้ Fiber Laser กำลังสูงยิงหลอมผงโลหะเข้าด้วยกัน)

ใช้ Fiber Laser ยิงลงบนผง Nylon ในระบบ SLS 3D Printer

แบ่งการตามวิธีการเคลื่อนที่ของเลเซอร์

1. Cartesian หรือ หัวเลเซอร์เครื่องที่ในแกน XY โดยมอเตอร์ ระบบนี้พบเห็นได้บ่อยที่สุด พวกเครื่องตัด CO2, Fiber Laser ต่างๆในท้องตลาด ระบบนี้ข้อดีคือถูก แต่ยังมีข้อจำกัด ด้านความเร็วของการทำงาน หัวเลเซอร์ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้เร็ว เร็วเกินไปงานที่ได้ไม่ชัดไม่สวย เช่น ถ้าแกะสลักที่ 200mm/Sec เริ่มจะเห็น Ghost (ภาพเคลื่อนจากความหน่วงของหัวฉีด)

เคลื่อนที่แบบ cartesian หัวเลเซอร์เคลื่อนทั้งระนาบ X Y

2. Galvano หรือ การกวาดแสงโดยใช้ กระจก 2 บาน เป็นตัวหักเหลำแสงเลเซอร์ ไปยังจุดต่างๆบน Table จะเห็นระบบนี้ได้มากกับ เครื่อง Fiber Laser Marking ข้อดีของระบบนี้คือเร็วมาก ความเร็ว 5000mm/Sec มีให้เห็นได้ง่ายๆ ข้อเสียหลัก หลักๆของระบบนี้คือ คุณภาพของงานจะลดลงเมื่ออยู่ขอบชิ้นงาน ห่างจากจุดกึ่งกลางเท่าไหร่คุณภาพลดลงเท่านั้น เพราะเลเซอร์จะตั้งฉากที่จุดกึ่งกลางภาพ และจะตกกระทบเป็นมุมมากขึ้นเรื่อยหากห่างจุดกี่งกลาง

เคลื่อนที่แบบ Galvano Scanner จะเห็นได้มากใน Fiber Laser Marking

3. Hybrid cartesian & Galvano อันนี้เป็นอะไรที่มาใหม่มาก คือใช้กันหักเหแสง กับ การเครื่องที่ตามแกนมอเตอร์เข้าด้วยกัน ตัวอย่างเช่นเครื่อง Formlabs Form3 หัวเลเซอร์เคลื่อนที่ในแนวแกน X แบบ cartesian และ ใช้การหักเหของกระจกที่แกน Y เป็นการประยุกต์เอาข้อดีของทั้งสองระบบเข้าด้วยกัน คือเคลื่อนที่ยังเร็วอยู่ และแสงเลเซอร์ตกกระทบยังได้ฉากอยู่เสมอ

เลเซอร์สะท้อนกระจกในแนวแกน Y (Galvano) ชุดเลเซอร์นี้เคลื่อนที่บนรางแกน X เลเซอร์จะตกกระทบตั้งฉากชิ้นงานเสมอ

Note : เครื่อง Laser Cut&Engrave เกือบทั้งหมดจะเป็นแบบ cartesian ส่วนเครื่อง Fiber Marking เกือบทั้งหมดจะเป็นแบบ Galvano แบบ Hybrid เริ่มจะมีให้เห็นได้บ้าง ยังใช้ในเครื่อง 3D Printer

Laser Cutter and Engraver – CO2 เครื่องตัดและแกะสลักเลเซอร์ชนิด CO2
เลเซอร์ที่นิยมใช้กันมากที่สุด ขนาดเริ่มต้น 40*30cm ถึง 250*130cm

Fiber Laser Marking เครื่องสลักโลหะไฟเบอร์เลเซอร์ความละเอียดสูง
เลเซอร์มาค์กิ้ง สำหรับแกะสลักผิวงานโลหะคุณภาพสูง เป็น Galvano ทำงานรวดเร็ว

Laser Engraver – Diode เครื่องแกะสลักเลเซอร์ชนิด Diode
เลเซอร์ไดโอด ขนาดเล็กดูสวยงาม ส่วนมากใช้งานเชิงแกะสลัก มีทั้งแบบ Galvano และ cartesian

Fiber Laser Metal Cutter เครื่องตัดโลหะไฟเบอร์เลเซอร์
เลเซอร์ไฟเบอร์กำลังสูง สำหรับตัดโลหะ กำลังเลเซอร์ 1000-3000watt

งานสวยๆจาก CO2 Laser

งานสวยๆจาก CO2 Laser

มาดูงานสวยจากเครื่อง Laser Cut/ Engrave กัน สามารถเอาไปประยุกต์ใช้ทั้งงานศิลปะ งานสินค้าเครื่องใช้ ใช้ห้องเรียน STEM และอื่นๆ วัสดุที่สามารถตัดและแกะสลักได้มีหลายชนิด (ไม่รวม วัสดุที่เป็นโลหะ) เช่น แผ่นพลาสติกชนิดต่างๆ เช่น Acrylic, PolyCarbonate, HIPS แผ่นไม้ชนิดต่างๆ, ไม้แท้, ไม้อัด, หนังแท้, หนังสังเคราะห์, แผ่นยาง

ตัดชิ้นส่วน 2 มิติ มาประกอบเป็นโมเดล 3มิติ
งาน Functional สามารถขยับกลไกได้
ตัดและ แกะสลัก Acrylic
Acrylic สามารถดัดงอเข้ารูปได้ โดยการตัดแซะร่อง
ทำงาน พ่วงกุญแจ
ทดสอบการตัด และ แกะสลัก ใน Condition ต่างๆ
วัสดุไม้ แผ่นอะครีลิก แผ่น Poly Carbonate, แผ่นไม้

ทำที่รองแก้วได้ง่ายๆ
ทำงานศิลปะสวยๆ
ใช้สร้างสรรค์งาน Display

งาน ฟันเฟือง งาน Functional อื่นๆ

Laser Cutter and Engraver – CO2 เครื่องตัดและแกะสลักเลเซอร์ชนิด CO2
เลเซอร์ที่นิยมใช้กันมากที่สุด ขนาดเริ่มต้น 40*30cm ถึง 250*130cm