fbpx

แก้ปัญหาเกือกม้าอุดตันด้วย3D printing จาก Flashforge

แก้ปัญหาเกือกม้าอุดตันด้วย3D printing จาก Flashforge

Flashforge 3d printerได้ร่วมมือกับทางบริษัทผู้ผลิตรองเท้าในออสเตรเลีย Pegasus Shoeingเพื่อที่จะช่วยเหลือม้าแข่งในการสร้างอุปกรณืที่ช่วยป้องกันการบาดเจ็บที่บริเวณเท้าของม้า

ม้าที่ถูกนำมาใช้งานนั้นจะต้องผ่านการตอกเกือกม้าเพื่อติดกับเท้าของม้าก่อนเสมอ เกือกม้าจะทำหน้าที่เสมือนรองเท้าเพื่อไ่ม่ให้ม้ามีการบาดเจ็บจากการเดินวิ่งในระยะยาว แต่สำหรับม้าที่ต้องทำงานหนักๆเช่น ม้าแข่ง ม้าลากจูง เกือกม้านั้นอาจจะไม่เพียงพอ
ระหว่างที่ม้าเดินวิ่งไปในที่ต่างๆนั้นจะมีการเหยียบย่ำสิ่งต่างๆอยู่เสมอทั้งดินหินทรายต่างๆ ซึ่งระหว่างนั้นจะทำให้มีเศษเหล่านั้นมาสะสมอยู่ที่บริเวณเกือกม้าได้ซึ่งจะส่งผลให้ม้าเดินวิ่งได้ไม่ค่อยสะดวกนัก แต่หากสะสมเป็นเวลานานอาจจะทำให้มีเศษมากขึ้นจะทำให้ระหว่างเดินเหมือนกับการเดินบนดินตรงๆส่งผลให้บาดเจ็บได้

การทำรองเท้าให้ม้าในครั้งนี้ไม่ใช่การทำเพื่อทดแทนเกือกม้าแต่อย่างใด แต่เพื่อเสริมประสิทธิภาพของเกือกม้าและตัวม้าเองด้วย จึงต้องมาการออกแบบ ทดลองใช้งานและศึกษาวัสดุที่เหมาะสมมาใช้งานอยู่หลายครั้งกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ

โจทย์ที่สำคัญสำหรับการออกแบบรองเท้าม้านี้คือ รูปทรงต้องกระชับกับเท้าม้าและเกือกม้าเพื่อไม่ให้ม้ารู้สึกไม่สบายระหว่างที่ใส่ มีความทนทานและมีน้ำหนักเบาด้วย

ขั้นแรกจะทำการออกแบบรองเท้าขึ้นมาโดยจะทำการสแกนเท้าของม้าก่อน แต่พวกเขาจะใช้เครื่องX-rayในการสแกนกีบม้าแล้วทำการวัดขนาดส่วนต่างๆจากนั้นก็นำข้อมูลที่ได้ไปทำการออกแบบรองเท้าขึ้นมา

จากนั้นก็จะทำการพิมพ์รองเท้านี้ขึ้นมา โดยวัสดุที่เลือกใช้จะเป็น Nylon carbon fiber(PA-CF) เพราะเป็นวัสดุเดียวที่มีทั้งความทนทานและน้ำหนักที่เบาในตัวเอง และทำการพิมพ์ด้วยเครื่องflashforge GuiderIIs และ flashforge Creator3

ชิ้นงานที่พิมพ์ออกมานั้นจะมีสองส่วนด้วยกันคือส่วนที่รองเกือกม้าด้านในและส่วนครอบด้านนอก นำชิ้นส่วนรองเกือกม้าด้านในใส่ก่อนจากนั้นก็ตอกเกือกม้าลงไป หลังจากติดแล้วจะมีช่องว่างจะทำการอุดด้วยวัสดุทางทันตกรรม(ในรูปจะเป็นสีชมพูเหมือนกาว) เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือจะพันด้วยเทปเคลือบไฟเบอร์กลาสเพื่อป้องกันเศษดินเข้ามาอุดันและให้รองเท้ากระชับกับเท้าม้า ทำให้ม้าสามารถใช้งานได้เต็มที่

 

3D Printer ในระบบFDM ยังคงเป็นทางเลือกการผลิตงานในหลายๆวงการ ถึงแม้จะไม่ได้มีความละเอียดสูงเท่ากับระบบอื่น แต่ประเภทวัสดุที่มีให้เลือกใช้นั้นมีหลากหลายมากตั้งแต่พลาสติกพื้นฐานอย่างPLAไปจนถึงพลาสติกเกรดอุตสาหกรรมอย่าง PA-CF(ไนลอน-คาร์บอนไฟเบอร์) ,PC(โพลีคาร์บอเนต) เป็นต้น

Flashforge 3D Printer มีเครื่องพิมพ์สามมิติที่รองรับพลาสติกเกรดอุตสาหกรรมในราคาเอื้อมถึง

SLA 3D Printer ระบบเรซิ่น คืออะไร มีกี่ชนิด??

SLA 3D Printer ระบบเรซิ่น คืออะไร มีกี่ชนิด??

บทความนี้เราจะมาทำความรู้จัก SLA Printer – เครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบเรซิ่น Stereolithography ระบบนี้จะขึ้นรูปด้วยน้ำเรซิ่นไวแสงโดนแสง UV ตรงจุดไหนก็แข็ง ระบบนี้จัดว่าเป็นระบบที่มีความละเอียดมากที่สุด แต่ก็มีความยุ่งยากในการทำงานเหมือนกันเพราะสารตั้งต้นเป็นของเหลว งานที่ออกมาต้องล้างทำความสะอาดกัน ระบบนี้แบ่งได้หลายประเภทเช่น ขึ้นรูปด้วยเลเซอร์UV (เรียก SLA), ขี้นรูปด้วยแสงโปรเจคเตอร์เรียก (เรียก DLP), ขึ้นรูปผ่านหน้าจอ LCD (เรียก MSLA – Masked Stereolithography)

พิมพ์งานได้รายละเอียดสวยงาม, ขึ้นรูปด้วยแสง UV, วัสดุตั้งต้นเป็นของเหลว PhotoResin

ประวัติคร่าวๆ SLA ถือว่าเป็นจุดกำเนิดของ 3D Printer เลยก็ว่าได้มีมาก่อนระบบเส้น FFF เสียอีก โดยจุดกำเนิดเกิดจากงานวิจัยของคุณ Hideo Kodama ที่นาโกย่าประเทศญี่ปุ่นในปี 1980 หลักการคือการทำให้เรซิ่นไวแสงแข็งเป็นชั้นๆ ซ้อนทับกันทำให้เกิดเป็นรูปร่าง 3มิติ ต่อมามีผู้เริ่มเอาความคิดดังกล่างจากเป็นเครื่องพิมพ์ 3มิติ (สมัยนั้นเรียก RP Rapid Prototype) มาขายจริงจังด้วย Brand 3D Systems ในปี 1984 โดยแรกใช้ในการวงการจากต้นแบบผลิตภัณฑ์ ระบบนี้พัฒนาต่อมาเรื่อยๆเป็นเวลา 30ปี เมื่อสิทธิบัตรหมดลงทำให้การพัฒนาเพิ่ม และราคาถูกลง แตกแขนงเป็นระบบ DLP จากขึ้นรูปด้วยเลเซอร์เป็นโปรเจคเตอร์ และน่าล่าสุดในปี 2018 มีการใช้จอ LCD ในการขึ้นรูปร่าง 3มิติ

คุณ Hideo Kodama นักวิจัยผู้ให้กำเนิด หลักการ SLA ปี1980
ผลงานวิจัยของคุณ Hideo Kodama / ถือได้ว่าเป็น 3D Model ชิ้นแรกๆของโลก
3D Printer เชิงพาณิชย์เครื่องแรกๆของโลก 3D Systems พิมพ์ล้อแมครถยนต์ ปี 1984

ระบบนี้มีเรซิ่นให้เลือกหลากหลาย บริษัทใหญ่ๆอย่าง Formlabs, 3D Systems, Envisiontec จะมีเรซิ่นหลายหมวดตั้งแต่ วิศวกรรม, การแพทย์, Jewelry โดยเปลี่ยนสารเคมีในสารเหลวตั้งต้น (monomer) เนื่องจากเรซิ่นเป็นของเหลว และการควบคุมจุดยิงแสงเลเซอร์ได้เล็กมากเช่น 20micron ทำให้การขึ้นรูปด้วยระบบนี้มีความละเอียดสูงมาก

หลักการทำงานของ ระบบ SLA

เช่นเดียวกับ เครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบอื่นๆหลักการทำงานคือการพิมพ์ชิ้นงานทีละชั้นไปเรื่อยๆ (Layer by Layer) โดยวัสดุตั้งต้นของระบบนี้คือเรซิ่น ที่มีส่วนผสมระหว่าง Monomer และ Photoinitiator สารที่ถูกแสง UV จะเชื่อม Monomer เป็น Polymer พลาสติกนั้นเอง เมื่อฉายแสง UV เฉพาะเจาะจงตามลวดลายที่ต้องการสามารถทำให้เกินแผ่นพลาสติกแข็งเป็นชั้น หลายๆชั้นต่อกันออกมาเป็นรูปร่าง 3มิติ โดยหลักๆแล้วเครื่องสามารถแบ่งได้ตามแหล่งกำเนิดแสง เช่นจากเลเซอร์เรียก SLA, จาก Projector เรียก DLP, ผ่านหน้าจอ LCD เรียก MSLA เป็นต้น สามารถแบ่งตามทิศทางการขึ้นรูป เช่น แสงอยู่ด้านบน จุ่มงานลงด้านล่าง เรียก Top Down SLA, แสงอยู่ด้านล่าง ดึงชิ้นงานขึ้นเรียก Bottom Up SLA เป็นต้น

เครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบ SLA ขนาดใหญ่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์, ชิ้นส่วนเครื่องจักร, โมเดล

SLA เครื่องมีกี่ประเภท

  • Top Down SLA เป็นเครื่องพิมพ์ 3มิติระบบแรกที่ถือกำเนิด และ ยังนิยมใช้ถึงปัจจุบัน ระบบนี้จะขึ้นรูปด้วยเลเซอร์ UV ด้านบนยิงลงมาบนถังเรซิ่นด้านล่าง (ถังเรซิ่นจะจุเรซิ่นอยู่เต็ม 250Kg+ ขึ้นไป) เมื่อพิมพ์แต่ละชั้นเสร็จฐานพิมพ์จะจุ่มลงไปในไปถังลึกขึ้นเรื่อยๆ ชิ้นงานจะจมอยู่ในถังพิมพ์ จึงเรียกระบบนี้ว่า Top Down SLA ระบบนี้ให้คุณภาพงานสูงสุด พิมพ์งานได้ขนาดใหญ่ นิยมใช้ในอุตสาหกรรม ข้อเสียคือเครื่องใหญ่(ต้องมีถังใส่เรซิ่น) มีราคาสูง ราคาหลักล้านขึ้นไป หากมาหางานพิมพ์เกิน 60cm+ ขึ้นไปต้องเป็นระบบนี้ตัวเดียวจบ ระบบนี้พิมพ์ได้ใหญ่สุด คุณภาพดีสุด Support น้อย แต่เครื่องใหญ่ และราคาสูง
SLA Top Down จะมีถังน้ำเรซิ่นขนาดใหญ่ เลเซอร์จะยิงชิ้นงานให้แข็งที่ละชั้นๆ เมื่อพิมพ์เสร็จเครื่องจะจุ่มลึกลงไปในถังเรซิ่นเพื่อพิมพ์ชั้้นต่อไป

  • Bottom Up SLA เป็นเครื่องพิมพ์ ที่พัฒนาต่อมาจาก Top Down ซึ่งต้องการให้เครื่องมีขนาดเล็กลง ระบบนี้จะยิงแสงเลเซอร์ จากด้านล่าง ผ่านถาดพิมพ์ที่ด้านล่างใสให้แสงลดผ่าน ฐานพิมพ์จะดึงชิ้นงานขึ้นไปเรื่อยๆ ระบบนี้เป็นที่นิยมเพราะว่าเครื่องมีขนาดเล็กลง แต่ยังติดที่ข้อจำกัดที่ไม่สามารถพิมพ์ขนาดใหญ่ๆได้ (เช่น เกิน 30cm)ต้องสร้าง Support ขนาดใหญ่เพื่อรองรับนน.ชิ้นงาน และแรงดึงให้หลุดออกจากถาด วัสดุชิ้นเปลื้องของระบบนี้คือถาดพิมพ์ด้วย เพราะทุกครั้งที่ดึงชิ้นงานออกจากถาดจะเกิดการเสียดสี ถาดจะขุ่นขึ้นเรื่อยๆทุกครั้งที่ใช้งาน จึงต้องเปลี่ยนตามอายุการใช้งาน
SLA Bottom Up ขึ้นรูปด้วยเลเซอร์ แต่เครื่องมีขนาดเล็กลง ถาดใส่เรซิ่นไม่ต้องเต็ม แต่มีข้อจำกัดเมื่อพิมพ์ชิ้นงานใหญ่เกิน 30cm

  • DLP เป็นเครื่องระบบเรซิ่น ฉายแสงโดยเครื่องโปรเจคเตอร์ UV เวลาฉายแสงจะฉายทีละระนาบภาพตัดขวาง หรือ Cross Section ระบบนี้นิยมใช้กันช่วงหนึ่ง ก่อนที่จะมาพัฒนาต่อเป็นแบบ LCD ซึ่งเป็นแผ่นบางๆ และราคาถูกกว่า Projector  ระบบ DLP มีความเร็วในการพิมพ์สูงกว่า SLA ทั่วๆไปเนื่องจากฉายภาพทีละระนาบแทนการยิงลากแสงเลเซอร์

  • LCD / MSLA เป็นระบบที่มีการพัฒนาต่อมาจาก DLP โดยเปลี่ยนจากการฉาย Projector มาเป็นการเปิด-ปิดให้แสง UV ลอดผ่านโดยใช้หน้าจอ LCD แสง UV จะลอดผ่าน เริ่มแรกที่ใช้กันจะใช้ LCD ธรรมดา RGB ที่ใช้กันในวงการหน้าจอสี ที่มีปัญหาคือดำ/ขาวไม่สนิทอายุการใช้งานน้อย ต่อมาพัฒนามาใช้ LCD แบบ Mono ขาว-ดำ การใช้งานยาวนานและการพิมพ์เร็วขี้น แต่ยังติดข้อจำกัดขนาดของการพิมพ์เช่นกันกับระบบ Bottom Up อื่นๆ ยากที่จะพิมพ์ใหญ่กว่า 30cm+ เพราะติดเรื่องน้ำหนักชิ้นเมื่อดึงขึ้น

วัสดุตั้งต้นเรซิ่น มีหลายประเภท มีอะไรน่าสนใจ

  • เรซิ่นไวแสงแต่ละระบบอาจจะไม่เหมือนกันหลักๆมี  UV 405nm – ใช้เครื่องทั่วๆไป , UV 355nm ส่วนมากจะใช้กับ SLA แบบ Top down กรุณาเลือกเรซิ่นให้ถูกกับความยาวคลื่นของเครื่องด้วยครับ
  • เจ้าใหญ่ๆดีๆ จะมีเรซิ่นหลากหลาย เค้ามีทีมพัฒนาวัสดุศาสตร์ของตัวเองเลย ตัวเครื่องจึงแพงกว่าเจ้าที่พิมพ์เรซิ่นธรรมดา เช่น Formlabs
  • ทั้งแบบ Engineer (จาก Formlabs) – Rigid 10K แข็งพิเศษ, Tough เหนียวพิเศษ, High Temp ทนความร้อนสูง, Flexible วัสดุที่มีความยืดหยุ่น
  • เรซิ่นทางการแพทย์ Medical (จาก Formlabs) – Surgical Guide เรซิ่นสำหรับผ่าตัด, LT Clear เรซิ่นทางทันตกรรมในช่องปาก
  • มีเรซิ่นแปลกๆมีมากมาย เช่น Resin Ceramic เพื่อพิมพ์เสร็จเอาไปเข้าเตาอบความร้อนสูง เผาออกมาเป็นภาชนะ หรือ รูปทรงเซรามิกได้
  • เรซิ่นอีกตัวที่นิยมกันมากคือ Wax Resin ในใช้วงการ Jewelry เมื่อพิมพ์เสร็จออกมา นำชิ้นงานที่ได้ไปหล่อเป็น Lost Wax แทนที่ด้วยโลหะมีค่า เช่น เงิน ทองคำเป็นต้น

สรุป

  • SLA หรือเครื่องพิมพ์ระบบเรซิ่น เป็นระบบที่พิมพ์แล้วสวยที่สุด มีวัสดุให้เลือกหลากหลายที่สุด
  • การใช้งานเลอะเทอะ เนื่องจากวัสดุตั้งต้นเป็นของเหลว เหนียวและเป็นสารเคมี แบรนด์ดีๆทำมาให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น เช่น Formlabs แต่ก็ยังใช้งานยากอยู่ดี
  • แม้เป็นระบบที่เก่าแก่ที่สุด ปัจจุบันนิยมใช้กันอยู่
  • LCD Printer หรือ MLCD เริ่มเป็นที่นิยม เพราะมีราคาถูก เอื้อมถึง คุณภาพโอเค แต่ยังมีข้อจำกัดเรื่องขนาดในการพิมพ์ ได้ใหญ่ประมาณ 30cm (ทั้งความละเอียดของหน้าจอ, Bottom Up ถ้าเครื่องขนาดใหญ่ไป จะสู้แรงตึงผิว น้ำหนักชิ้นงาน ไม่ได้)
  • SLA ขนาดใหญ่ 60cm+ จะมีแต่ในระบบ SLA Top Down นิยมใช้ในการทำชิ้นส่วนรถยนต์ เครื่องบิน ออกแบบผลิตภัณฑ์ งานพุทธศิลป์ งาน Event

แนะนำ เลือกซื้อ

  • ถ้าต้องการพิมพ์ 3D Printer ทั่วไปๆ หาไว้ใช้งาน ดูแลรักษาง่าย ปลอดภัยกว่า ไม่แนะนำ SLA Printer ให้เลือก FFF Printer เครื่องพิมพ์ระบบเส้นแทน
  • ถ้าคำนึงคุณภาพงาน ความเรียบความสวยงามเป็นหลัก เลือก SLA Printer
  • ถ้าต้องพิมพ์ชิ้นงานขนาดต่อชิ้นใหญกว่า 60cm+ แนะนำ SLA Printer Professional แพงหลักล้าน แต่งานจบ

พิมพ์ 3 มิติระบบเรซิ่น LCD / MSLA ราคาเอื้อมถึง
เครื่องพิมพ์ 3มิติ ความละเอียดสูง ขึ้นรูปด้วยเลเซอร์ มีวัสดุรองรับมากมาย


พิมพ์ 3 มิติระบบเรซิ่น SLA Prosumer – รองรับเรซิ่น วิศวกรรม, การแพทย์ กว่า 40ชนิด
เครื่องพิมพ์ 3มิติ ความละเอียดสูง ขึ้นรูปด้วยเลเซอร์ มีวัสดุรองรับมากมาย


พิมพ์ 3 มิติระบบเรซิ่น ขนาดใหญ่ Kings SLA Pro ถึง 1.7เมตร
เครื่องพิมพ์ 3มิติ เกรดอุตสาหกรรม ได้ทั้งความละเอียดสูง พิมพ์ได้ใหญ่ 600-1700mm สำหรับงานชิ้นส่วนรถยนต์, งานศิลปกรรม, งานประติมากรรม

CoroNaspresso การทดสอบ COVID-19 ในแคปซูลกาแฟ

CoroNaspresso การทดสอบ COVID-19 ในแคปซูลกาแฟ

พบกับการออกแบบแคปซูลที่ได้นำมาจากถ้วยกาแฟเล็กๆ ที่คนชอบดื่มกาแฟน่าจะเคยเห็นอยู่ปกติซึ่งได้นำมาทำการทดสอบ COVID-19 ด้วยแคปซูลกาแฟ ซึ่งเป็นความดังเดิมของนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Wageningen ที่อยู่ในประเทศเนอเธอร์แลนด์โยได้ตั้งใจว่าสิ่งนี้จะเข้ามาช่วยลดค่าใช้จ่ายในการทอสอบเชิ้อ COVID-19 ที่มีเป็นชุดขายอยู่ในท้องตลลาดปัจจุบัน พวกเขาจึงได้ใช้แคปซูลกาแหอลูมิเนียมเปล่าที่ได้ใช้งานแล้วมาทำความสะอาดและเปลี่ยนให้มันเป็นเครื่องปฏิบัติการทางเคมีที่มีขนาดเล็ก สิ่งที่ทำให้โครงการนี้น่าสนใจเป็นพิเศษนั้นคือพวกเขาได้นำเครื่องพิมพ์ 3 มิติ มาใช้ในการออกแบบด้วยโดยพิมพ์ออกมาเป็นฝาพลาสติกครอบบนแคปซูลอีกทีหนึ่งซึ่งสามารถบรรจุได้ 4 หลอด โดยทั้ง 4 หลอดนั้นจะทำการทดสอบเชื้อ COVID-19 พวกเขาได้ตั้งชื่อสิ่งนี้ว่า CoroNaspresso วีธีการตรวจคัดกรองแบบใหม่นี้สามารถเพิ่มจำนวนการทดสอบในแต่ละวันได้มากขึ้นเป็นอย่างมาก และสะดวกสบายด้วย ซึ่งราคาต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 8 บาท
Vittorio Saggiomo เป็นนักเคมีชาวอิตาลีในกลุ่ม Bionanotechnology ที่มหาวิทยาลัย Wageningen ในเนเธอร์แลนด์เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเขาได้จัการกกับปัญหาของการทดสอบ PCR โดยใช้เครื่องมือแบบ 3 มิติ เข้ามาช่วยพิมพ์เช่นกันซึ่งปัจจุบันนั้นการตรวจคัดกรองควรทำให้มันง่ายกว่าเดิมและราคาควรจะถูกลงด้วย เพื่อให้การผลิตเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจสอบเชื้อนั้นมีจำนวนที่มากขึ้นได้ในอย่างรวดเร็วโดยการที่จะทำเช่นนี้ได้นั้นเข้าใช้การขยายสัญญาณไอโซเทอร์มอล (LAMP) แบบวนรอบซึี่งเป็นเทคนิคที่ต้นทุนต่ำในการตรวจสอบหาเชื้อโรคบางชนิด สามารถทำได้ที่อุณหภูมิคงที่ 65°C และไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ในห้องปฏิบัติการ โดยเฉพาะการตรวจน้ำลายจะถูกทำให้ร้อนและวัดด้วยการใช้ตัวบ่งชี้ pH จะเปลี่ยนสีหากมี Sars-CoV-2 ซึ่ง Vittorio Saggiomo ได้อธิบายว่า “การเปลี่ยนสีนั้นโดดเด่นมาก ตัวอย่าง ถ้าในเชิงลบคือจะเปลี่ยนสีชมพู และเชิงบวกจะเป็นสีเหลือง”

CoroNaspresso ชุดการทดสอบ COVID-19 ในแคปซูลกาแฟ
CoroNaspresso ชุดการทดสอบ COVID-19 ในแคปซูลกาแฟ

CoroNaspresso เป็นชุดทดลองที่ถูออกแบบขึ้นระหว่างถ้วยกาแฟแบบแคปซูลและฝาด้วยการพิมพ์แบบ 3 มิติ
ที่มาของผลงานนี้ ซึ่งผลิตภัณฑกาแฟนี้เราก็มีใช้กินเป็นประจำวันอยู่แล้ว ซึ่งเจ้าแคปซูลนี้ทำหน้าที่เป็นภาชนะที่สามารถใส่เข้าไปที่เครื่องชมกาแฟได้เลย ในแคปซูลนั้นเต็มไปด้วยวัสดุโดยเฉพาะ RT64HC ซึ่งเป็นผงกาแฟที่สามารถละลายได้ที่อุณภูมิระหว่าง 63 ถึง 65 ° C (145.4-149 ° F) ซึ่งราคาก็ไม่ได้แพงซ่ะด้วย ในกระบวนการหลอมละลายเจ้าผงกาแฟนั้นจะใช้เวลา 25 นาที (5 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร) และฝาที่เป็นจุดยึดจับใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติ ในการสร้างมันขึ้นมาโดยที่สามารถยึดเจ้าหลอดทดลองขนาด 200μl จำนวน 4 หลอดที่บรรจุตัวอย่างน้ำลายที่เก็บมาจากคนผู้ป่วย โดยวัสดุพลาสติกที่นำมาพิมพ์เป็นฝายึดจับหลดน้ำลายนั้นคือ Filamet ชนิด PLA ซึ่งมันสามารถทำขึ้นมาได้ง่ายๆ เลยถ้าคุณมีเครื่องพิมพ์ 3 มิติ อยู่ที่บ้านก็สามารถทำเองได้สบายๆ เพราะเครื่องพิมพ์ 3 มิติ นั้นทุกคนสามารถเข้าถึงเองได้ไม่ว่าจะที่บ้านหรือที่ทำงาน การที่จะผลิตฝาปิดนี้ขึ้นมานั้นสามารถสร้างได้จำนวนเยอะต่อการพิมพ์ 1 ครั้งเพราะชิ้นงานมีขนาดไม่ใหญ่
นักเคมีชาวอิตาลียังเน้นย้ำถึงความยั่งยืนของการทดสอบโดยได้กล่าวว่ามันสร้างของเสียออกมาน้อยมาก “1 แคปซูลนั้นสามารถใช้งานได้หลายครั้งโดยไม่สร้างของเสียที่ไม่ต้องการออกมา ถ้าเจ้าพลาสติกที่พิมพ์ออกมานั้นเสียก็สามารถนำไปหลอมและและนำไปพิมพ์แบบ 3 มิติ นำมาใช้งานใหม่ได้” อย่างไรก็ตามพลาสติก PLA นั้นสามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพได้ภายใต้เงื่อนไขบางประการเท่านั้นดังนั้นจึงไม่ควรทิ้งในธรรมชาติ

CoroNaspresso ชุดการทดสอบ COVID-19 ในแคปซูลกาแฟ

ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม Vittorio Saggiomo หวังว่าโครงการ CoroNaspresso ที่ตัวเองได้ทำขึ้นมานั้นจะก้าวไปสู่ขั้นตอนการผลิตได้โดยเชื่อมั่นว่าจะได้รับการอนุญาตให้มีการทดสอบแบบกระจายอย่างแพร่หลาย และมันจะอำนวยความสะดวกในการคัดกรอง COVID-19 ซึ่งนักเคมีได้เผยแพร่ขั้นตอนการผลิตเครื่องมือชุดนี้ของเขาไว้ด้วย ที่นี่…

ที่มา : https://www.3dnatives.com/en/

Coronavirus: 3D printers save hospital with valves

Coronavirus: 3D printers save hospital with valves

บริษัทเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ในอิตาลีได้ออกแบบและพิมพ์วาล์วช่วยหายใจสำหรับช่วยชีวิต 100 ชิ้นใน 24 ชั่วโมงให้กับโรงพยาบาลที่ต้องการใช้งานวาล์วเชื่อมต่อผู้ป่วยในผู้ป่วยหนักกับเครื่องช่วยหายใจ โรงพยาบาลในเบรสเซียมีผู้ป่วยโคโรนาไวรัส 250 รายในผู้ป่วยหนักและวาล์วได้รับการออกแบบมาให้ใช้งานได้ครั้งละไม่เกินแปดชั่วโมง เวอร์ชันที่พิมพ์ 3 มิติมีราคาต่ำกว่า 1 ยูโร(37.32บาท) ในการผลิตแต่ละชิ้นและต้นแบบใช้เวลาในการออกแบบสามชั่วโมง

Nunzia Vallini นักข่าวชาวอิตาลีแจ้งให้โรงพยาบาลติดต่อกับ Cristian Fracassi ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Isinnova หลังจากพบว่าซัพพลายเออร์เดิมไม่สามารถจัดหาวาล์วใหม่ได้อย่างรวดเร็ว เขาและวิศวกรเครื่องกล Alessandro Romaioli วิ่งไปที่นั่นเพื่อดูวาล์วด้วยตัวเองและสามชั่วโมงต่อมาก็กลับมาพร้อมกับต้นแบบ “พวกเขาทดสอบกับคนไข้คนหนึ่งและบอกเราว่ามันใช้งานได้ดีเราจึงวิ่งกลับไปที่สำนักงานอีกครั้งและเราก็เริ่มพิมพ์วาล์วใหม่” Mr Romaioli กล่าวกับ BBC News
จากนั้นทั้งคู่ก็เข้าร่วมกับ Lonati ซึ่งเป็นบริษัทเครื่องพิมพ์สามมิติ ในท้องถิ่นอีกแห่งเพื่อตอบสนองความต้องการเนื่องจาก Isinnova มีเครื่องพิมพ์หกเครื่องและอุปกรณ์ต่างๆใช้เวลาพิมพ์ประมาณหนึ่งชั่วโมงในแต่ละครั้ง

ที่มา: BBC.com

Filamentย่อยสลายได้100%

Filamentย่อยสลายได้100%

บริษัทผลิตFilamentสำหรับ3D printer ในประเทศสาธารณรัฐเช็คประสบความสำเร็จการผลิตFilamentที่ทำจากวัสดุย่อยสลายได้แบบ100% โดยที่เจ้าFilamentตัวนี้จะเกิดจากการผสมกันระหว่างโพลีแลคติก(PLA)กับโพลีไฮดรอกบิวทิเรต(PHB) ที่จะทำให้เส้นตัวนี้มีความแข็งแรงมากขึ้นและยังมีคุณสมบัติที่ทนต่ออุณหภูมิสุงได้ถึงขั้นเอามาทำแก้วกาแฟได้เลย และที่สำคัญFilamentนี้ยังสามารถนำมาใช้ซ้ำได้ทั้งหมด

***โพลีไฮดรอกบิวทิเรต(PHB)คือ พลาสติกที่สังเคราะห์มาจากสารประกอบคาร์บอนของวัสดุอินทรียสาร โดยดั้งเดิมนำมาจากเซลล์ของจุลินทรีย์ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสุงทำให้ไม่เป็นที่นิยมในบ้านเราและใช้งานเฉพาะด้านเท่านั้น ต่อมาได้ทำการใช้สารประกอบคาร์บอนจากผลผลิตทางการเกษตรแทน เช่น อ้อย มันสำปะหลัง(แหล่งกำเนิดเดียวกับPLA)

ก่อนหน้านี้ได้มีการวิจัยพลาสติกย่อยสลายได้โดยการสรา้งออกโซ-ไบโอพลาสติก ซึ่งเป็นพลาสติกธรรมดาที่เติมสารที่ทีให้ย่อยสลายได้เมื่อมีออกซิเจน แต่อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถย่อยสลายได้หมดซึ่งอาจทำให้มีสารพิษตกค้างสู่พื้นดินและทะเล
การวิจัยในครั้งนี้ได้มีการร่วมมืแกันรหว่างผู้ผลิตกับมหาวิทยาลัยเทคนิคสโลวัคในประเทศสโลวาเกียเพื่อที่จะให้ได้ซึ่งพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้อย่าง100% โดยเป้าหมายหลักคือพลาสติกชนิดนี้ต้องสามารถนำไปใส่ในปุ๋ยหมักกับเศษอาหารจากโรงงานและจากครัวเรือนวึ่งการย่อยสลายจะเร็วกว่าPLAถึง3เท่าตัวเลยทีเดียว โดยสารPHBจะทำให้เกิดกระบวนการย่อยสลายได้เร็วขึ้น

Filament ชินดนี้ได้ใช้ในชื่อ NonOilen โดยคุณสมบัติเส้นชนิดนี้ทั่วๆไปนั้นมันคือPLAดีๆนี่เอง แต่สิ่งที่แตกต่างกันก็คือมีความแข็ง ความเหนียวที่เหนือกว่าถึงหลาเท่าตัวอีกทั้งยังสามารถทนความร้อนได้สูงถึง110องศาเซลเซียส(ABSทนได้อยู่ที่105องศาเซลซียส) และยังง่ายต่อการพิมพ์อย่างมากเพราะจะใช้อุณหภูมิที่180-195องศาเซลเซียส เมื่อพิมพ์ออกมาจะมีงานลักษณะเงาเป็นธรรมชาติ ชิ้นงานที่ถูกพิมพ์ออกมานั้นยังมีอายุที่ยาวนานและยังใช้กับอาหารได้ด้วย

ในการวิจัยFilamentชนิดนี้นั้นได้ทำการพิมพ์ชิ้นงานออกมาแล้วทำมาหลอมทำเส้นให่อีกครั้งอยู่หลายร้อยครั้งเลยทีเดียวก็ยังสามารถใช้ได้ แล้วเมื่อนำไปฝังกลบก็ยังสามารถย่อยสลายได้โดยที่ไม่มีสารพิษตกค้างอยู่ในดินเลย

จะเห็นว่าเส้นพลาสติกที่ผลิตจากกระบวนการรีไซเคิลหรือการใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนั้นเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆแต่ก็ยังมีขายเพียงน้อยชนิดเท่านั้น ซึ่งในอนาคต3D printerอาจจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทุกบ้านมีไว้ก็เป็นได้ ก่อนจะถึงขั้นนั้นวัสดุที่ไร้พิษภัยจะต้องมีมาเพื่อให้ทุกคนสรา้งสรรค์งานได้อย่างสบายใจ

Upgradeให้ทันสมัยกับ Flexible build plate

Upgradeให้ทันสมัยกับ Flexible build plate

Flashforge ได้ปล่อย Flexible build plate ออกมาให้ผู้ใช้งานไม่ต้องมาแซะงานจากเครื่องอีกต่อไป ทำให้ยกฐานออกมานอกเครื่องเพื่อบิดงอให้งานหลุดได้เลย

***Flexible build plate for Creator pro2 สามารถใช้กับเครื่อง CreatorX , Creator proรุ่นดั้งเดิมและ Dreamerได้ด้วยนะ

การเปลี่ยนจากแผ่นรองพิมพ์รองพิมพ์จากแบบเดิมเป็นแม่เหล็ก





ในชุดของ Flexible build plate จะประกอบด้วย แผ่นรองพิมพ์ แผ่นรองพิมพ์โลหะ และแผ่นแม่เหล็กดังรูปด้านล่าง
เริ่มแรกให้ทำการทำความสะอาดแผ่นรองพิมพ์โลหะ โดยใช้กระดาษเช็ดได้เลย เพื่อไม่ให้มีฝุ่นตอนติดแผ่นรองพิมพ์
นำแผ่นรองพิมพ์ติดลงบนแผ่นรองพิมพ์โลหะ
ก่อนจะติดของใหม่ให้ทำการลอกแผ่นเก่าที่ติดอยู่กับเครื่องออกไปก่อน จากนั้นให้คราบกาวเก่าออกให้เยอะที่สุด
นำแผ่นแม่เหล็กติดลงแผ่นฐานพิมพ์ได้เลย ต้องติดให้เรียบที่สุดโดยการค่อยๆรีดไปเรื่อยๆระหว่างติด
นำแผ่นรองพิมพ์โลหะมาติดก็เรียบร้อย
หลังจากที่ทำการติดเรียบร้อยแล้วให้ทำการLevelใหม่อีกครั้งเนื่องจากติดชุดFlexible build plate แล้วจะทำให้ฐานพิมพ์มีความสูงมากขึ้น
ขั้นแรกให้หุนปรับระดับฐานลงมาให้เยอะๆก่อน จากนั้นเข้าไปที่เมนูLevelที่เครื่องจากนั้นก็ทำการCalibrate โดยที่ฐานพิมพ์กับหัวฉีดจะห่างกันที่ 0.1 มม. ซึ่งขนาดของกระดาษA4 จะมีความหนาที่0.11มม. จึงเอากระดาษสอดเข้าไประหว่างฐานและหัวฉีดเพื่อCalibrateได้

เพียงเท่านี้ก็ทำให้การใช้งานFlashforge 3D Printer ของท่านง่ายขึ้นอย่างมากมาย

Laser Cutter & การออกแบบที่สวยงาม

Laser Cutter & การออกแบบที่สวยงาม

การออกแบบและคิดค้นสร้างผลงานต่างๆ มีความสำคัญเป็นอย่างมากถ้าสิ่งที่เราคิดค้นขึ้นมาได้เกิดเป็นชิ้นงานจริง วันนี้เรา Print3DD ขอนำเสนอผลงานจากระบบ Laser Cutter ที่จะช่วยให้ความคิดและคุณภาพในการออกแบบของคุณเกิดประโยชน์มากขึ้นให้ถึงที่สุด โดยการสร้างชิ้นงานในรูปแบบ 2 มิติ ตามการออกแบบที่สวยงามในด้านงานต่างๆ คุณก็สามารถสร้างมันขึ้นมาได้ตามความต้องการที่พอใจ หลังจากนี้ความคิดที่สร้างสรรค์ และงานศิลปะที่สวยงามของคุณก็จะมีมูลค่าทางความรู้สึกที่มากขึ้น


ขั้นตอนการออกแบบนั้นสิ่งที่สำคัญคือความพึงพอใจของเราเพราะทุกอย่างคือสิ่งสวยงามเสมอ


นำไฟล์ที่ออกแบบมาเข้าสู้โปรแกรมของตัวเครื่อง Laser เพื่อปรับแต่งเล็กน้อยให้ชิ้นงานดูสวยงามรวมไปถึงการปรับขนาด


ระยะเวลาในการทำชิ้นงานของเครื่องนั้นขึ้นอยู่กับรายละเอียดอยู่ตัวงานและขนาด

 

ชิ้นงานที่สวยงามจากแผ่นไม้ก็ดีนะ อิอิ

เสร็จเรียบร้อยแล้วววว!!! สวย!!!

นักวิจัยโชว์การพิมพ์ตับHi-Speed resin hydrogel

นักวิจัยโชว์การพิมพ์ตับHi-Speed resin hydrogel

SLA 3D Printing เป็นระบบที่กำลังจะเป็นอนาคตของวงการแพทย์จึงทำให้นักวิจัยด้านการแพทย์หรือที่เกี่ยวข้องศึกษาเกี่ยวกับการพิมพ์วัสดุททางการแพทย์(Bioprinting)เพื่อมาใช้ประกอบกับการรักษาหรือวินิจฉัยอาการป่วยให้แม่นยำมากขึ้น แม้แต่Formlabsก็มีน้ำยาเรซิ่นด้านการแพทย์อยู่หลายชนิดเช่นกัน
ทีมวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์กวิทยาเขตบัฟฟาโลได้ทำการพัฒนา 3D printer สำหรับการใช้งานเพื่อพิมพ์Hydrogelและ โชว์การพิมพ์อวัยวะและตัวอย่าเนื้อเยื่อด้วยHi-speed Resin Hydrogel โดยการพิมพ์ตัวอย่างชิ้นนี้จะใช้เวลาเพียง19นาทีเท่านั้น หากเทียบกับ3D Printerทั่วๆไปจะใช้เวลาถึง6ชั่วโมงเลยทีเดียว
จากรูปจะเป็นการเทียบสเกลกับ1เซนติเมตรเพื่อให้เห็นคร่าวๆว่าตัวงานมีขนาดประมาณไหน

ตัวอย่างงานที่พิมพ์ ที่ได้ทั้งความเร็วและความละเอียดที่สูงมาก(ประมาณขนาดโดยใช้สเกล1cmด้านบนขวา)

โดยงานนี้ได้อธิบายไว้ในงานวิจัยอย่างละเอียดในชื่อ” a study published in the journal Advanced Healthcare Materials.” ซึ่งศาสตราจารย์ Chi Zhou ได้บอกเกี่ยวกับงานวิจัยนี้ว่า “กระบวนการนี้ทำให้เราสามารถพิมพ์ชิ้นงานด้วยHydrogelในขนาดหลักเซนติเมตรได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น และยังทำให้ตัวชิ้นงานที่ได้จากการพิมพ์มีร่องรอยตำหนิน้อยลงด้วยอีกทั้งยังลดอาการบาดเจ็บของชิ้นงานจากสิ่งแวดล้อมได้ดีขึ้น เมื่อเทียบกับกระบวนการขึ้นรูปHydrogelแบบทั่วไป”

ตัวอย่างงานที่ทำการพิมพ์โชว์ โดยดูการพิมพ์ได้จากวิดีโอด้านล่าง

ซึ่งในวิดีโอที่ทางทีมวิจัยได้ทำการนำมาโชว์เรานั้นจะเป็นการพิมพ์ตัวอย่างตับ ซึ่งถ้าหากเราสังเกตด้านซ้ายของวิดีโอจะเห็นได้ว่าการพิมพ์งานชิ้นนี้ใช้เวลาไม่ถึง5นาทีเท่านั้น





3D Printing ยังคงเป็นเทคโนโลยีที่เป็นความหวังของทุกวงการในโลกที่จะพัฒนางานวิจัยและพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดดมากขึ้น

Formlabs ผู้ผลิต3D Printerที่สามารถใช้งานทางการแพทย์และอื่นๆได้เป็นอย่างดี

สร้างเครื่องติดตามนกด้วย3D Printer

สร้างเครื่องติดตามนกด้วย3D Printer

บริษัท Anitra System จากรปะเทศสารธารณรัฐเช็าก มีภารกิจในการติดตามการเดินทางของเหล่านกหลกหลายสายพันธ์ุจากทั่วโลกที่ได้เดินทางข้ามถิ่นในแต่ละฤดูกาลหรือการเดินทางในชีวิตประจำวันของนกเหล่านั้นโดยการใช้เครื่องติดตามนก

ทางบริษัทได้เริ่มที่จะทำ Bird tracking หรือเครื่องติดตามนกโดยการใช้ 3D Printer ในระบบFDMในการผลิต

ทำไมต้องใช้3D Printer?
ด้วยความหลากหลายของสายพันธ์ุของนกจึงทำให้แต่ละตัวไม่สามารถใช้เครื่องแบบเดียวกันได้ ทำให้นกแต่ละสายพันธ์ุจะใช้เครื่องขนาดที่แตกต่างกัน ให้นกสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติโดยไม่ถูกเครื่องติดตามทำให้เกะกะจนเกินไป
จากที่ว่ามาเบื้องต้นนั้นทำให้การผลิตนี้จำเป็นต้องใช้เครื่อง3D Printer เพื่อให้สามารถรองรับการพัฒนาชิ้นงานได้อย่างต่อเนื่อง และยังรองรับการพิมพ์งานในหลากหลายรูปแบบ หลากหลายขนาดอีกทั้งยังทำให้ชิ้นงานที่พิมพ์ออกมามีน้ำหนักเบาด้วย

ในการออกแบบเครื่องติดตามนกนั้นต้องคำนึงถึงรูปทรงที่เมื่อนำไปติดแล้วต้องไม่ขัดขวางการขยับของนกและยังต้องมีรูปทรงที่สามารถกันฝนตกใส่ได้แล้วยังต้องติดแผงโซลาร์เซลล์อีกด้วย จึงทำให้3D printerตอบโจทย์มากเพื่อให้การพัฒนางานต้นแบบเป็ไปได้อย่างราบรื่น และเลือกเป็นระบบFDMนั้นก้เพื่อไม่ให้ต้นทุนการผลิตนั้นสูงมากและยังมีวัสดุที่หลากหลายอีกด้วย

โดยวัสดุที่เลือกใช้นั้นจะเป็น ASA เหตุผลก็คือเครื่องติดตามตัวนี้จะทำการติดบนหลังนกตลอดเวลานั่นหมายความว่าเครื่องติดตามนั้นจะโดนแดดโดนฝนอยุ่ตลอดเวลาจึงต้องใช้วัสดุที่มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมสูงและน้ำหนักยังเบาอีกด้วย
(ASA คือ ABS ในเวอร์ชั่นปรับปรุงสองตัวนี้เหมือนกันทุกอย่างแต่ASAจะดีขึ้นและราคาสูงกว่า)

เครื่องติดตามนกของAnitraนั้นจะใช้พลังงานจากแผงโซลาร์เซลล์ในการชาร์จแบตเตอรี่เพื่อให้การทำงานของเครื่องไม่ติดขัดและใช้งานได้อย่างยาวนาน ตัวเครื่องจะให้ความรู้สึกเหมือนสพายBackpackไปตลอดทางแต่จะมีขนาดเล็กมากนั่นเอง

นี่เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดีๆจากการใช้งาน3D Printerเพื่อการวิจัยและศึกษาธรรมชาติของนกอย่างจริงจัง ทั้งหมดนี้ก็เพื่อรวบรวมข้อมูลความเป็นอยู่ของนกแต่ละสายพันธ์ุเอาไว้เพื่อที่จะศึกษาพฤติกรรมของนกทุกๆสายพันธุ์และยังเป็นการป้องกันการรุกล้ำเข้าไปในส่วนของธรรมชาติที่เป็นถิ่นอาศัยและแหล่งอาหารของบรรดานกให้ยังคงอยู่ต่อไป

Rugged Box ย่อส่วนสุด Cute

Rugged Box ย่อส่วนสุด Cute

สวัสดีครับ เช้านี้อากาศแจ่มใสเหมาะที่จะหาโมเดลมาพิมพ์เล่นโชว์งานให้ทุกท่านดูจริงๆ ซึ่งก็ไม่ผิดไปจากที่คิด ลองหาๆ ไปหาๆ มาก็มาสะดุดอยู่ตรงที่ Rugged Box รูปร่างเหมือนกล่องเครื่องมือช่าง เพียงแต่ย่อขนาดเล็กลงมา ทำให้ดูน่าสนใจและดูใส่อะไรเล็กๆน้อยได้ๆดี รูปร่างยังดูแข็งแรง น่าใช้มาก

โดยจากภาพที่โชวนั้นมีค่อนข้างหลายแบบทั้งแบบกล่องธรรมดา กล่องใส่ดอกไขควง กล่องใส่ถ่าน กล่องใส่ดอกสว่าน และอื่นๆ ถ้าจะให้พิมพ์หมดเลยนั้นน่าจะใช้เวลาอยู่ เราเลยเลือกตัวธรรมดาและที่ใส่ดอกไขควงมาทดลองพิมพ์กันน!!!

ไม่รีรอครับ…กดโหลดทันที และเข้าโปรแกรม FlashPrint เพื่อตั้งค่าการพิมพ์ และใช้เครื่องพิมพ์ 3มิติ รุ่น Flashforge Guider 2s

โดยจุดเด่นของเครื่องนี้คือ

👉พิมพ์ได้ใหญ่ 280 x 250 x 300mm

👉มีระบบ Resume Print สามารถพิมพ์งานต่อแม้ไฟดับ

👉มี Sensor เช็คเส้นหมด หากหมดจะหยุดพิมพ์ชั่วคราวให้เปลี่ยนเส้น ช่วยไม่ให้ทำให้งานเสีย

จึงทำให้สบายใจได้เลยถ้าหากกดพิมพ์แล้วไปนอน โดยไม่ต้องกังวลว่างานจะเสียหาย

 

นี่คือสภาพหลังจากปริ้นและประกอบเสร็จเรียบร้อย โดยใช้เส้น Pla Pro จาก 3DD

เลยวางแผนที่จะทำสีให้ออกมาดูน่าสนใจมากขึ้น

ทะดาาาา!!! ปริ้นเสร็จไวเหมือนโกหก ประกอบเข้ากันเรียบร้อย ดูดีแข็งแรง ไซด์มินิน่ารัก ฝาพับเปิด-ปิด ลื่นไหล มีช่องใส่สกรู น็อต หัวไขควง มากมาย

จากนั้นก็จัดทำสีนิดหน่อยเพิ่มความน่าสนใจ

ขนาดกำลังพอดีมือ ไม่ใหญ่ไม่เล็กไป สบายๆ ใส่สกรูได้หลายตัว ทำหลายกล่องเก็บแยกก็น่าสนใจ

ใส่วัสดุ ชิ้นส่วนๆ เล็กๆ สบายๆ พร้อมใช้งาน เป็นที่เก็บ