fbpx

Coronavirus: 3D printers save hospital with valves

Coronavirus: 3D printers save hospital with valves

บริษัทเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ในอิตาลีได้ออกแบบและพิมพ์วาล์วช่วยหายใจสำหรับช่วยชีวิต 100 ชิ้นใน 24 ชั่วโมงให้กับโรงพยาบาลที่ต้องการใช้งานวาล์วเชื่อมต่อผู้ป่วยในผู้ป่วยหนักกับเครื่องช่วยหายใจ โรงพยาบาลในเบรสเซียมีผู้ป่วยโคโรนาไวรัส 250 รายในผู้ป่วยหนักและวาล์วได้รับการออกแบบมาให้ใช้งานได้ครั้งละไม่เกินแปดชั่วโมง เวอร์ชันที่พิมพ์ 3 มิติมีราคาต่ำกว่า 1 ยูโร(37.32บาท) ในการผลิตแต่ละชิ้นและต้นแบบใช้เวลาในการออกแบบสามชั่วโมง

Nunzia Vallini นักข่าวชาวอิตาลีแจ้งให้โรงพยาบาลติดต่อกับ Cristian Fracassi ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Isinnova หลังจากพบว่าซัพพลายเออร์เดิมไม่สามารถจัดหาวาล์วใหม่ได้อย่างรวดเร็ว เขาและวิศวกรเครื่องกล Alessandro Romaioli วิ่งไปที่นั่นเพื่อดูวาล์วด้วยตัวเองและสามชั่วโมงต่อมาก็กลับมาพร้อมกับต้นแบบ “พวกเขาทดสอบกับคนไข้คนหนึ่งและบอกเราว่ามันใช้งานได้ดีเราจึงวิ่งกลับไปที่สำนักงานอีกครั้งและเราก็เริ่มพิมพ์วาล์วใหม่” Mr Romaioli กล่าวกับ BBC News
จากนั้นทั้งคู่ก็เข้าร่วมกับ Lonati ซึ่งเป็นบริษัทเครื่องพิมพ์สามมิติ ในท้องถิ่นอีกแห่งเพื่อตอบสนองความต้องการเนื่องจาก Isinnova มีเครื่องพิมพ์หกเครื่องและอุปกรณ์ต่างๆใช้เวลาพิมพ์ประมาณหนึ่งชั่วโมงในแต่ละครั้ง

ที่มา: BBC.com

Filamentย่อยสลายได้100%

Filamentย่อยสลายได้100%

บริษัทผลิตFilamentสำหรับ3D printer ในประเทศสาธารณรัฐเช็คประสบความสำเร็จการผลิตFilamentที่ทำจากวัสดุย่อยสลายได้แบบ100% โดยที่เจ้าFilamentตัวนี้จะเกิดจากการผสมกันระหว่างโพลีแลคติก(PLA)กับโพลีไฮดรอกบิวทิเรต(PHB) ที่จะทำให้เส้นตัวนี้มีความแข็งแรงมากขึ้นและยังมีคุณสมบัติที่ทนต่ออุณหภูมิสุงได้ถึงขั้นเอามาทำแก้วกาแฟได้เลย และที่สำคัญFilamentนี้ยังสามารถนำมาใช้ซ้ำได้ทั้งหมด

***โพลีไฮดรอกบิวทิเรต(PHB)คือ พลาสติกที่สังเคราะห์มาจากสารประกอบคาร์บอนของวัสดุอินทรียสาร โดยดั้งเดิมนำมาจากเซลล์ของจุลินทรีย์ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสุงทำให้ไม่เป็นที่นิยมในบ้านเราและใช้งานเฉพาะด้านเท่านั้น ต่อมาได้ทำการใช้สารประกอบคาร์บอนจากผลผลิตทางการเกษตรแทน เช่น อ้อย มันสำปะหลัง(แหล่งกำเนิดเดียวกับPLA)

ก่อนหน้านี้ได้มีการวิจัยพลาสติกย่อยสลายได้โดยการสรา้งออกโซ-ไบโอพลาสติก ซึ่งเป็นพลาสติกธรรมดาที่เติมสารที่ทีให้ย่อยสลายได้เมื่อมีออกซิเจน แต่อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถย่อยสลายได้หมดซึ่งอาจทำให้มีสารพิษตกค้างสู่พื้นดินและทะเล
การวิจัยในครั้งนี้ได้มีการร่วมมืแกันรหว่างผู้ผลิตกับมหาวิทยาลัยเทคนิคสโลวัคในประเทศสโลวาเกียเพื่อที่จะให้ได้ซึ่งพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้อย่าง100% โดยเป้าหมายหลักคือพลาสติกชนิดนี้ต้องสามารถนำไปใส่ในปุ๋ยหมักกับเศษอาหารจากโรงงานและจากครัวเรือนวึ่งการย่อยสลายจะเร็วกว่าPLAถึง3เท่าตัวเลยทีเดียว โดยสารPHBจะทำให้เกิดกระบวนการย่อยสลายได้เร็วขึ้น

Filament ชินดนี้ได้ใช้ในชื่อ NonOilen โดยคุณสมบัติเส้นชนิดนี้ทั่วๆไปนั้นมันคือPLAดีๆนี่เอง แต่สิ่งที่แตกต่างกันก็คือมีความแข็ง ความเหนียวที่เหนือกว่าถึงหลาเท่าตัวอีกทั้งยังสามารถทนความร้อนได้สูงถึง110องศาเซลเซียส(ABSทนได้อยู่ที่105องศาเซลซียส) และยังง่ายต่อการพิมพ์อย่างมากเพราะจะใช้อุณหภูมิที่180-195องศาเซลเซียส เมื่อพิมพ์ออกมาจะมีงานลักษณะเงาเป็นธรรมชาติ ชิ้นงานที่ถูกพิมพ์ออกมานั้นยังมีอายุที่ยาวนานและยังใช้กับอาหารได้ด้วย

ในการวิจัยFilamentชนิดนี้นั้นได้ทำการพิมพ์ชิ้นงานออกมาแล้วทำมาหลอมทำเส้นให่อีกครั้งอยู่หลายร้อยครั้งเลยทีเดียวก็ยังสามารถใช้ได้ แล้วเมื่อนำไปฝังกลบก็ยังสามารถย่อยสลายได้โดยที่ไม่มีสารพิษตกค้างอยู่ในดินเลย

จะเห็นว่าเส้นพลาสติกที่ผลิตจากกระบวนการรีไซเคิลหรือการใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนั้นเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆแต่ก็ยังมีขายเพียงน้อยชนิดเท่านั้น ซึ่งในอนาคต3D printerอาจจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทุกบ้านมีไว้ก็เป็นได้ ก่อนจะถึงขั้นนั้นวัสดุที่ไร้พิษภัยจะต้องมีมาเพื่อให้ทุกคนสรา้งสรรค์งานได้อย่างสบายใจ

นักวิจัยโชว์การพิมพ์ตับHi-Speed resin hydrogel

นักวิจัยโชว์การพิมพ์ตับHi-Speed resin hydrogel

SLA 3D Printing เป็นระบบที่กำลังจะเป็นอนาคตของวงการแพทย์จึงทำให้นักวิจัยด้านการแพทย์หรือที่เกี่ยวข้องศึกษาเกี่ยวกับการพิมพ์วัสดุททางการแพทย์(Bioprinting)เพื่อมาใช้ประกอบกับการรักษาหรือวินิจฉัยอาการป่วยให้แม่นยำมากขึ้น แม้แต่Formlabsก็มีน้ำยาเรซิ่นด้านการแพทย์อยู่หลายชนิดเช่นกัน
ทีมวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์กวิทยาเขตบัฟฟาโลได้ทำการพัฒนา 3D printer สำหรับการใช้งานเพื่อพิมพ์Hydrogelและ โชว์การพิมพ์อวัยวะและตัวอย่าเนื้อเยื่อด้วยHi-speed Resin Hydrogel โดยการพิมพ์ตัวอย่างชิ้นนี้จะใช้เวลาเพียง19นาทีเท่านั้น หากเทียบกับ3D Printerทั่วๆไปจะใช้เวลาถึง6ชั่วโมงเลยทีเดียว
จากรูปจะเป็นการเทียบสเกลกับ1เซนติเมตรเพื่อให้เห็นคร่าวๆว่าตัวงานมีขนาดประมาณไหน

ตัวอย่างงานที่พิมพ์ ที่ได้ทั้งความเร็วและความละเอียดที่สูงมาก(ประมาณขนาดโดยใช้สเกล1cmด้านบนขวา)

โดยงานนี้ได้อธิบายไว้ในงานวิจัยอย่างละเอียดในชื่อ” a study published in the journal Advanced Healthcare Materials.” ซึ่งศาสตราจารย์ Chi Zhou ได้บอกเกี่ยวกับงานวิจัยนี้ว่า “กระบวนการนี้ทำให้เราสามารถพิมพ์ชิ้นงานด้วยHydrogelในขนาดหลักเซนติเมตรได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น และยังทำให้ตัวชิ้นงานที่ได้จากการพิมพ์มีร่องรอยตำหนิน้อยลงด้วยอีกทั้งยังลดอาการบาดเจ็บของชิ้นงานจากสิ่งแวดล้อมได้ดีขึ้น เมื่อเทียบกับกระบวนการขึ้นรูปHydrogelแบบทั่วไป”

ตัวอย่างงานที่ทำการพิมพ์โชว์ โดยดูการพิมพ์ได้จากวิดีโอด้านล่าง

ซึ่งในวิดีโอที่ทางทีมวิจัยได้ทำการนำมาโชว์เรานั้นจะเป็นการพิมพ์ตัวอย่างตับ ซึ่งถ้าหากเราสังเกตด้านซ้ายของวิดีโอจะเห็นได้ว่าการพิมพ์งานชิ้นนี้ใช้เวลาไม่ถึง5นาทีเท่านั้น





3D Printing ยังคงเป็นเทคโนโลยีที่เป็นความหวังของทุกวงการในโลกที่จะพัฒนางานวิจัยและพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดดมากขึ้น

Formlabs ผู้ผลิต3D Printerที่สามารถใช้งานทางการแพทย์และอื่นๆได้เป็นอย่างดี

สร้างเครื่องติดตามนกด้วย3D Printer

สร้างเครื่องติดตามนกด้วย3D Printer

บริษัท Anitra System จากรปะเทศสารธารณรัฐเช็าก มีภารกิจในการติดตามการเดินทางของเหล่านกหลกหลายสายพันธ์ุจากทั่วโลกที่ได้เดินทางข้ามถิ่นในแต่ละฤดูกาลหรือการเดินทางในชีวิตประจำวันของนกเหล่านั้นโดยการใช้เครื่องติดตามนก

ทางบริษัทได้เริ่มที่จะทำ Bird tracking หรือเครื่องติดตามนกโดยการใช้ 3D Printer ในระบบFDMในการผลิต

ทำไมต้องใช้3D Printer?
ด้วยความหลากหลายของสายพันธ์ุของนกจึงทำให้แต่ละตัวไม่สามารถใช้เครื่องแบบเดียวกันได้ ทำให้นกแต่ละสายพันธ์ุจะใช้เครื่องขนาดที่แตกต่างกัน ให้นกสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติโดยไม่ถูกเครื่องติดตามทำให้เกะกะจนเกินไป
จากที่ว่ามาเบื้องต้นนั้นทำให้การผลิตนี้จำเป็นต้องใช้เครื่อง3D Printer เพื่อให้สามารถรองรับการพัฒนาชิ้นงานได้อย่างต่อเนื่อง และยังรองรับการพิมพ์งานในหลากหลายรูปแบบ หลากหลายขนาดอีกทั้งยังทำให้ชิ้นงานที่พิมพ์ออกมามีน้ำหนักเบาด้วย

ในการออกแบบเครื่องติดตามนกนั้นต้องคำนึงถึงรูปทรงที่เมื่อนำไปติดแล้วต้องไม่ขัดขวางการขยับของนกและยังต้องมีรูปทรงที่สามารถกันฝนตกใส่ได้แล้วยังต้องติดแผงโซลาร์เซลล์อีกด้วย จึงทำให้3D printerตอบโจทย์มากเพื่อให้การพัฒนางานต้นแบบเป็ไปได้อย่างราบรื่น และเลือกเป็นระบบFDMนั้นก้เพื่อไม่ให้ต้นทุนการผลิตนั้นสูงมากและยังมีวัสดุที่หลากหลายอีกด้วย

โดยวัสดุที่เลือกใช้นั้นจะเป็น ASA เหตุผลก็คือเครื่องติดตามตัวนี้จะทำการติดบนหลังนกตลอดเวลานั่นหมายความว่าเครื่องติดตามนั้นจะโดนแดดโดนฝนอยุ่ตลอดเวลาจึงต้องใช้วัสดุที่มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมสูงและน้ำหนักยังเบาอีกด้วย
(ASA คือ ABS ในเวอร์ชั่นปรับปรุงสองตัวนี้เหมือนกันทุกอย่างแต่ASAจะดีขึ้นและราคาสูงกว่า)

เครื่องติดตามนกของAnitraนั้นจะใช้พลังงานจากแผงโซลาร์เซลล์ในการชาร์จแบตเตอรี่เพื่อให้การทำงานของเครื่องไม่ติดขัดและใช้งานได้อย่างยาวนาน ตัวเครื่องจะให้ความรู้สึกเหมือนสพายBackpackไปตลอดทางแต่จะมีขนาดเล็กมากนั่นเอง

นี่เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดีๆจากการใช้งาน3D Printerเพื่อการวิจัยและศึกษาธรรมชาติของนกอย่างจริงจัง ทั้งหมดนี้ก็เพื่อรวบรวมข้อมูลความเป็นอยู่ของนกแต่ละสายพันธ์ุเอาไว้เพื่อที่จะศึกษาพฤติกรรมของนกทุกๆสายพันธุ์และยังเป็นการป้องกันการรุกล้ำเข้าไปในส่วนของธรรมชาติที่เป็นถิ่นอาศัยและแหล่งอาหารของบรรดานกให้ยังคงอยู่ต่อไป

3D Printing กับ วงการแพทย์ และกระดูกก้นกบ

3D Printing กับ วงการแพทย์ และกระดูกก้นกบ

สวัสดีครับนัก 3D print ทุกท่าน^^ วันนี้เรามีบทความและตัวอย่างชิ้นงาน 3D Printing ที่น่าสนใจมาฝากกันครับ…

คือต้องเกริ่นก่อนว่า หลายๆ งานที่ได้ทดลองการพิมพ์และนำมาลงทำบทความนั้นเกิดจากความสนใจและคิดว่าน่าจะนำมาเป็นประโยชน์ให้แก่ผู้ใช้เครื่องพิมพ์ 3มิติ ได้ไม่มากก็น้อย ซึ่งแต่ละอันอาจจะนำไปต่อยอดผลงานของแต่ละคนได้ หรือเป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในการใช้เครื่องพิมพ์ 3มิติ ได้อย่างมืออาชีพมากขึ้น โดยก็หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์อีกสักบทความหนึ่งแก่ทุกท่านครับ โดยเฉพาะทางด้านการแพทย์

จบท้ายคำเกริ่นมาขนาดนี้แล้ว “การแพทย์” คงไม่ต้องสงสัยแล้วละนะครับว่าบทความนี้กำลังพูดถึงอะไร (แต่เอาจริงๆแล้วก็น่าจะรู้ตั้งแต่ชื่อหัวข้อแล้วละนะครับ555) แต่ก่อนอื่นเลย ต้องขอบอกก่อนว่าหลังจากที่เราได้ทำบทความลงเว็บไซต์ของเราและช่องทางต่างๆ ตามโซเชียลมีเดียแล้ว ก็ได้ผลตอบรับที่ค่อนข้างดีและเรารู้สึกชื่นใจที่ใครหลายๆ คนได้นำบทความของเราไปใช้ในการทำงาน 3D Printing กันนะครับ แต่โดยส่วนมากนั้นที่เราลงมักจะเป็นบทความทางด้านงาน “วิศวกรรม” ซะส่วนใหญ่ ทั้งเทคนิกการพิมพ์ อะไหล่ต่างๆ การบำรุงรักษา ข่าวสารที่เกี่ยวกับงานวิศวกรรม การทดลองพิมพ์ชิ้นงานด้านวิศวะกรรมมากมายเหลือล้นแล้วละตอนนี้…

ตัวอย่างการพิมพ์ชิ้นงานรถยนต์ทั้งคัน

ทำให้ต้องกลับมามองว่าเครื่องพิมพ์ 3มิติ นี้สามารถใช้งานทางด้านวงการอื่นอีกมั้ย…วงการไหนที่ต้องการความแม่นยำและจำเป็นต่อการทำต้นแบบในงานวิจัยบ้าง เพราะคำว่า โมเดลต้นแบบ เป็น Object ที่แทบจะทุกวงการต้องทำเพื่อนำไปศึกษา วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของธุรกิจตัวเองซึ่งคิดไปคิดมาก็ได้ปิ๊งไอเดีย นั่นก็คือการพิมพ์ชิ้นงานต้นแบบเพื่อการศึกษา และจะศึกษาอะไรล่ะ งานด้านไหนต้องการใช้ศึกษามากที่สุด ซึ่งตัวเลือกที่ผุดขึ้นมาอย่างแรกเลยก็คือ “การแพทย์”

ใช่แล้วครับ งานด้านการแพทย์ มีส่วนสำคัญอย่างหนึ่งในการขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่างๆ ให้ก้าวไปข้างหน้าได้ แต่ต้องขอเล่าย้อนไปในสมัยที่ 3D Printer ยังไม่แพร่หลายเหมือนในสมัยนี้ แต่ก่อนการที่นักวิทยาศาสตร์หรือแพทย์หลายๆ ท่านได้เรียนในคลาสนั้น จำเป็นต้องเรียนรู้จากของจริง อวัยวะจริงๆ มีเนื้อมีหนังและกระดูกจริงๆ จับต้องได้ เพราะหากเรียนแต่ในหนังสือเราก็จะได้เห็นเพียงแต่รูปภาพและตัวหนังสือ เราจะไม่สามารถจินตนาการถึงสิ่งนั้นได้จริงๆ แต่ทุกอย่างที่ที่มีให้จับต้องนั้นย่อมมีต้นทุนที่สูงเพราะเนื่องจากเป็นของจริงจากสิ่งมีชีวิตจริงๆ ทำให้การเรียนการสอนนั้นค่อนข้างมีต้นทุนสูงและไม่สามารถใช้งานได้ตลอดทุกครั้ง เพราะมีการเสื่อมสภาพตามไปด้วย ทำให้นักศึกษาหรือบุคลากรหลายๆท่านไม่อาจเข้าถึงได้ง่าย

ตัวอย่างต้นแบบจากกระดูกของจริง ที่สมบูรณ์แปป

แต่ปัจจุบันก็ได้มีการพัฒนาออกมาเป็น “โมเดลพลาสติก” โดยผ่านการออกแบบและก๊อปปี้จากของจริง นำออกมาทำขายกันอย่างแพร่หลายทำให้ต้นทุนในการเข้าถึงนั้นง่ายขึ้นและราคาถูกลงเนื่องจากต้นทุนในการผลิตซึ่งทำการเม็ดพลาสติกนั้นราคาค่อนข้างถูก ทำให้เกิดการแพร่หลายของวงการแพทย์มากขึ้น ผู้คนที่มีทุนน้อยก็สามารถเข้าถึงการศึกษานี้ได้เยอะขึ้น ทำให้ประเทศสามารถพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น

ตัวอย่างโมเดลคนทั้งตัว ทำจากพลาสติก

แต่ก็ยังมีจุดสังเกตตรงที่เนื่องจากผู้ผลิตนั้นส่วนหนึ่งจัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาแต่อีกส่วนหนึ่งก็ต้องเข้าใจผู้ประกอบการด้วยว่า เขาทำธุรกิจ จึงทำให้ไม่สามารถออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆได้ตลอดเวลา แม้จะเป็นชิ้นส่วนแบบเดียวกันเช่น ขากรรไกรของมนุษย์ ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วมนุษย์มีหลากหลายรูปร่าง และสัดส่วนของแต่ละคนก็ต่างกันแล้ว ทำให้หากจะหาขากรรไกรที่มีขนาดต่างจากที่ขายทั่วไปเพียง 1cm. ก็ไม่อาจจะสามารถหาได้ง่าย เพราะการทำผลิตภัณฑ์ชิ้นหนึ่งนั้นจำเป็นต้องวางแผนแล้วใช้ต้นทุนสูงในการผลิตทีละมากๆ ออกมาขายทุกคนจึงจำเป็นต้องใช้เท่าที่มีขายในท้องตลาดหรือ หากต้องการจริงๆ เป็นงานวิจัยที่ต้องการความเฉพาะจริงก็จะสั่งทำพิเศษซึ่งก็จะต้องใช้เงินทุนมากกว่าเก่าหลายเท่านัก ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่เครื่องพิมพ์ 3มิติ สามารถเข้ามาแก้ไขได้อย่างสมบูรณ์

การใช้เครื่องพิมพ์ 3มิติ พิมพ์แขนเทียมสำหรับคนพิการ

เครื่องพิมพ์ 3มิติ ในสมัยนี้ จากแต่ก่อนที่ราคาสูงถึงหลักแสน ตอนนี้ได้ลดลงมาทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงได้ในราคาหลักหมื่นบาทแล้ว แต่ก็แล้วแต่ สเปคที่ต้องการด้วย ความสามารถของเครื่องพิมพ์ 3มิติ นั้นค่อนข้างหลากหลาย สามารถขึ้นมาเป็นชิ้นงาน 3มิติ ที่จับต้องได้ มองได้ทุกมุม 360องศา และใช้เวลาไม่นาน สามารถพิมพืกี่ชิ้นก้ได้ตามต้องการ ไม่มีขั้นต่ำ และอีกอย่างสามารถดัดแปลงไฟล์งาน เติมตัดแต่งไฟลืได้ไม่จำกัด (แต่จำเป็นต้องมีทักษะด้านการทำไฟลื 3D ด้วย ซึ่งก็มีหลากหลายโปรแกรมให้เลือกใช้งานกัน) มันจึงเหมาะอย่างมากกับการนำมาใช้ในงานวิจัยต่างๆ โดยเฉพาะงานที่ต้องการความ Custom พิเศษที่ไม่สามารถหาได้ตามท้องตลาดทั่วไป

ผมจึงได้ลองค้นหาไฟล์โมเดลต้นแบบ ที่สามารถพิมพ์ออกมาแล้วนำมาอธิบายถึงความสามารถของเครื่องพิมพ์ 3มิติ นี้ที่เข้ากับงานด้านการแพทย์ให้ได้มากที่สุด หาไปหามาก็ได้มาเจอกันไฟล์2ไฟล์ นั่นก็คือ กระดูกเชินกรานและกระดูกก้นกบ โดยเหตุผลที่ผมเลือกเจ้า 2 ตัวนี้ เนื่องจากมีความเกี่ยวเนื่องกันนั้นก็คือ ตัวกระดูกก้นกบนั้นเป็นส่วนที่ยึดติดต่อกับกระดูกเชิงกราน และอีกอย่างคือเป็นชิ้นโมเดลที่มีลักษณะ Free Form ซึ่งต่างจากชิ้นงานวิศวกรรมที่มีลักษณะ เป็น Mechanical เหลี่ยมมุม ทำให้สามารถนำมาเป็นข้อเปรียบเทียบระหว่าง 2 วงการนี้ได้อย่างชัดเจน

กระดูกเชิงกรานมุม Perspective
กระดูกเชิงกรานมุม Font
กระดูกเชิงกรานมุม Perspective ด้านหน้า
กระดูกเชิงกรานมุม Perspective ด้านหลัง

จากภาพเป็นไฟล์ที่ได้มากจากเว็บไซต์ : MyMiniFactory เป็นเว็บไซต์หนึ่งในหลายๆ เว็บไซต์ ที่ทุกคนสามารถโชว์ผลงานและอัปโหลดไฟล์งานของตัวเองเพื่อให้หลายๆคนเข้าไปโหลดและพิมพ์เล่นกันได้ฟรีๆ ซึ่งผมก็หาไฟล์งานกระดูกจากเว็บนี้ และนำมาพิมพ์งานจริงออกมา โดยต้องขอบอกก่อนว่าผมใช้เครื่องพิมพ์ 3มิติ ที่ชื่อว่า Form3 เป็นเครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบ SLA จากอเมริกา มาตรฐานระดับโลก เป็นแบรนด์เครื่องพิมพ์ 3มิติ ที่มีน้ำยาเรซิ่นซึ่งเป็นวัสดุสำหรับการพิมพ์ที่หลากหลายประเภทมากๆ มากกว่า 20 ประเภท โดยตัวอย่างที่ผมใช้ในการพิมพ์นั้นคือ Resin Clear เป็นเรซิ่นแบบใส โปร่งแสง โปร่งใส สามารถมองทะลุได้ และมีความแข็งแรงระดับหนึ่ง ไม่แตกหักง่าย

ทำไมต้องใช้เครื่อง Form3 กันละ??? เพราะเครื่องที่เป็นระบบ SLA นั้น แตกต่างจากเครื่องพิมพ์ FDM ทั่วไปที่ใช้เส้นพลาสติกตรงที่มี เครื่องระบบ SLA นั้นสามารถพิมพ์งานได้ละเอียดมากกว่า FDM หลายเท่า โดยเจ้าตัว Form3 นี้สามารถพิมพ์ละเอียดได้มากสุดถึง 25Microns หรือ 0.025 mm. ซึ่งถ้าเป็นเครื่อง FDM ทั่วไปแล้วจะอยู่ที่ 100Microns หรือ 0.1 mm. เท่านั้นเอง และการใช้งานก็ง่ายกว่า FDM มาก และเนื่องจากมันสามารถทำความละเอียดได้มากขนาดนี้ทำให้หากโมเดลต้นแบบอะไรก็ตามมีรายละเอียดเยอะ เล็ก และละเอียดมากๆ เจ้าเครื่องระบบ SLA นี้ก็สามารถทำได้สบายๆ

ภาพไฟล์งานที่คำนวนและตั้งเตรียมพร้อมสั่งพิมพ์เรียบร้อยในโปรแกรม Preform ซึ่งเป็นโปรแกรมเตรียมพิมพ์ของเครื่อง Form ทุกรุ่น
ชิ้นงานมีขนาดเล็ก แต่ก็สามารถพิมพ์จุดที่เข้าถึงยากได้ อย่างเช่น พวกร่องหรือรูเล็กๆ ต่างๆ

หลังจากที่เราได้ทำการตั้งค่าไฟล์สำหรับการพิมพ์แล้ว ทีนี้ก็ลงมือกดพิมพ์ชิ้นงานและรออย่างใจจดใจจ่อได้เลย!!!

ชิ้นงานที่พึ่งพิมพ์เสร็จใหม่ๆ ใช้เวลาไม่นาน
วางชิ้นงานเทียบขนาดกัน

จากภาพด้านบนจะเห็นได้ว่า ผมได้ขยายส่วนของกระดูกก้นกบให้ใหญ่ขึ้นจนเต็มพื้นที่แป้นพิมพ์ ทำให้สามารถมองเห็นรายละเอียดต่างๆของชิ้นงานกระดูกก้นกบได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ซึ่งแตกต่างจากกระดูกเชิงกรานที่มีขนาการพิมพ์ที่เล็กกว่า (แต่ก็ขยายให้พิมพ์เต็มฐานเช่นกัน) หลังจากนั้นก็นำไปล้างด้วย IPA และเก็บซัพพอร์ตที่ติดอยู่ออกให้หมด ขัดแต่งนิดๆ หน่อยก็สวยงามพร้อมนำไปใช้ทำงานวิจัยและศึกษาต่อได้แล้ว

โมเดลกระดูกเชิงกรานที่พิมพ์ออกมาเรียบร้อย
กระดูกก้นกบที่พิมพ์ออกมาขนาดเท่าฝ่ามือ
มองเห็นรายละเอียด่างๆได้อย่างดี สามารถมองเห็นทะลุไปได้

จากภาพก็สามารถบ่งบอกได้แล้วว่าเราสามารถนำเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ 3มิติ นี้ได้อย่างไรบ้าง สามารถสร้างชิ้นงานตัวกระดูกก้นกบให้ใหญ่กว่าปกติเพื่อที่จะนำมาศึกษาเชิงลึกกว่าตัวกระดูกเชิงกรานทั้งหมด ทำให้เห็นสัดส่วนที่ชัดเจนขึ้นมา รูร่องต่างๆ สมจริงตามไฟล์ที่ได้มา ซึ่งนอกจากกระดูกก้นกบและกระดูกเชิงกรานแล้ว เราก็สามารถพิมพ์ชิ้นส่วนอวัยวะอื่นๆ ได้ไม่จำกัด หากเรามีไฟล์ 3D อะไรๆ ก็ง่ายไปหมด

ตัวอย่างเช่น…

ต้นแบบกระเพาะหมูที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบ FDM และใช้เส้นพลาสติกแบบ Flexible ที่มีความยืดหยุ่นทำให้ลักษณะของกระเพาะมีความนิ่มคล้ายของจริง โดยขยายไซต์จากไฟล์เดิม25% เพื่อใช้ในการสอนสัตวแพทย์ต่อไป

หรือจะเป็นกระโหลดศรีษะ และ สมองที่ได้จากการ CT SCAN จากคนไข้ของจริง นำมาแปลงเป็นไฟล์ 3D พิมพ์ออกมา

ตัวอย่างโมเดลพิมพ์จากไฟล์3D ที่แปลงจากไฟล์สแกน
ภาพตอนกำลังพิมพ์โมเดลสมอง ซึ่งสามารถเก็บรายละเอียดรอยหยักของสมองได้ครบถ้วน

เครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบ FDM เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นใช้งาน

และที่เป็นที่นิยมสำหรับงานพิมพ์ด้านการแพทย์เลยคือ ทันตกรรม ที่มักจะเปลี่ยนวิธีการ Milling มาเป็น 3D Printing กันบ้างแล้ว ซึ่งสามารถตอบโจทย์คลินิกและโรงพยาบาลได้มากมาย เพระาสามารถพิมพ์พร้อมกันได้หลายชิ้นและแต่ละชิ้นก็แตกต่างกันไปตามคนไข้แต่ละคนด้วย

พิมพ์ด้วยเรซิ่น 2 ชนิด คือแบบ Dental สีเนื้อ และ Clear Dental ที่ทำเป็นที่ครอบฟัน
สามารถจัดเรียงพิมพ์ชิ้นงานได้จำนวนมาก ในการสั่งพิมพ์ครั้งเดียว

จะเห็นได้ว่าหลายๆ วงการแพทย์ก็สามารถนำเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ 3มิติ นี้ ไปใช้กับการทำงานของแต่ละท่านแต่ละสาขาได้ ซึ่ง มันจะสามารถช่วยงานการทำงานวิจัยต่างๆ เป็นไปได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้นมาเสียเวลากับการทำต้นแบบด้วยมือหรือจ้างโรงงานที่มีต้นทุนสูงเพียงทำต้นแบบไม่กี่ชิ้น

จากที่เล่ามาทั้งหมดนี้ บทความนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความสามารถของเครื่องพิมพ์ 3มิติ ซึ่งหากจะให้แยกย่อยหลักการทำงานนั้น คงจำเป็นต้องร่ายยาวหลายหน้าทีเดียว ซึ่งเดี๋ยวจะทยอยลงบทความที่พอเป็นประโยชน์แก่ทุกท่านที่ได้รับชมกันนะครับ

สุดท้ายนี้ก็อยากให้ทุกท่านได้ลองพิมพ์ชิ้นงานอะไรใหม่ๆที่อยู่นอกเหนือจากงานที่ทำอยู่ มันอาจจะทำให้เปิดโลกบางอย่างที่เราไม่อาจเคยคิดเคยสนใจเข้าเลยนะครับ ซึ่งไม่แน่สิ่งนั้นอาจจะนำมาปรับใช้กับงานของเราให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นก็เป็นได้ครับผม

ขอให้ทุกท่านโชคดีกับ 3D Print นะครับ^^

 

การวิจัยเครื่องพิมพ์สามมิติความเร็วสูงด้วยการพิมพ์แบบอิสระ

การวิจัยเครื่องพิมพ์สามมิติความเร็วสูงด้วยการพิมพ์แบบอิสระ

นักวิจัยแห่งรัฐอิลลินอยส์ประสบความสำเร็จในการสร้างเครื่องพิมพ์สามมิติความเร็วสูง

ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์นในสหรัฐได้ทำการพัฒนาเครื่องพิมพ์สามมิติความเร็วสูงและความแม่นยำสูง โดยงานวิจัยนี้มีฐานมาจากเครื่องพิมพ์เรซิ่นทั่วไป ซึ่งจุดเด่นของเครื่องนี้ก็คือเการรวมกันระหว่างเครื่องพิมพ์น้ำยาเรซิ่นกับระบบแขนกล6แกน โดยให้มีการเคลื่อนที่อย่างอิสระ หมุน และปรับเปลี่ยนขนาดได้ในขณะที่กำลังพิมพ์ จึงทำให้การออกแบบชิ้นงานทำได้อย่างอิสระมากขึ้น

เป็นเครื่องพิมพ์ที่พัฒนาจากระบบDLPแบบเดิมผสานกับแขนกล6แกน

ในเครื่องพิมพ์สามมิติระบบดั้งเดิมที่เคยมีมาซอร์ฟแวร์จะทำการจำลองการทำงานเป็นระนาบแบนเป็นเลเยอร์ซ้อนกันหลายๆชั้นโดยจะอ้างอิงจากจุดของหัวพิมพ์แล้วสร้างแบบจำลองขึ้นมา แต่เครื่องของทางมหาลัยนอร์ทเวสเทิร์นจะสร้างแบบจำลองโดยอ้างอิงจากตัวชิ้นงานจึงทำให้การขึ้นรูปตัวงานทำอย่างอิสระและสามารถพิมพ์งานซับซ้อนได้

สรุปง่ายๆก็คือ การพิมพ์แบบดั้งเดิมที่ใช้กันอยู่ ณ ปัจจุบันนี้จะสร้างขึ้นทีละชั้นจากล่างขึ้นบนเป็นเส้นตรงตามแกนZของเครื่องพิมพ์ แต่ระบบนี้จะขึ้นรูปตามทิศทางของชิ้นงานโดยจะไม่อ้างอิงกับฐานพิมพ์เหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป

ความเร็วในการพิมพ์ของเครื่องนี้จะอยู่ที่2,000เลเยอร์/นาที ซึ่งทางทีมวิจัยได้ทำการทดสอบพิมพ์งานในหลากหลายรูปแบบเช่น หอไอเฟลเอน เกลียวคู่ เป็นต้น นอกจากนี้ยังรองรับการพิมพ์แบบหลากหลายวัสดุ(Multi materials)
การขึ้นรูปของเครื่องนั้นจะทำการสร้างแท่นจับแบบนิ่มขึ้นมาเชื่อมต่อกับฐานชิ้นงานที่แข็งแล้วทำการขึ้นชิ้นงานโดยจะมีกิ่งก้านแบบนิ่มมาคอยรองรับชิ้นงานเอาไว้

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของงานวิจัยเกี่ยวกับเครื่องพิมพ์สามมิติที่หวังว่าจะเปลี่ยนแปลงวงการนี้ไปในทางที่ดีขึ้น ก่อนที่จะมีเครื่องนี้จริงๆเราคงต้องรองานวิจัยนี้สำเร็จอย่างราบรื่นก่อนที่จะมีจะมีการเปิดเผยสู่สาธารณชนอย่างเป้นทางการ

เครื่องพิมพ์เรซิ่นคุณภาพสูงที่เหมาะกับงานทุกประเภทพร้อมให้ผู้ที่สนใจได้เป็นเจ้าของกันแล้ว!!!!!

เครื่องพิมพ์เรซิ่นคุณภาพดีที่เหมาะกับทุกงาน Formlabs

เครื่องพิมพ์เรซิ่นขนาดใหญ่สำหรับมืออาชีพ

ขอแนะนำ 3D Printed Kinetic Hand Design ใหม่!

ขอแนะนำ 3D Printed Kinetic Hand Design ใหม่!

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี กับ 3D Printed

    ในเดือนนี้ Mat Bowtell นักออกแบบได้เปิดตัว Kinetic Hand ที่รอคอยมานานซึ่งเป็นดีไซน์โอเพ่นซอร์สใหม่ที่ได้รับการสนับสนุนโดยคู่มือการประกอบแบบ 99 หน้า เริ่มแรกจำลองมาจากการสแกน 3 มิติด้วยมือของเขาเองการออกแบบนี้สร้างขึ้นโดยใช้ซอฟต์แวร์การสร้างแบบจำลองดินเสมือนที่เรียกว่า Geomagic Freeform Plus และได้รับการออกแบบในโปรแกรมการออกแบบ จากโครงการระยะเวลา 3 ปีได้รวบรวมการปรับปรุง และการทดลองทำซ้ำ ๆ จนระบบสามารถใช้งานง่าย จากความคิดเห็นของผู้รับทั่วโลก รุ่นปัจจุบันมีคุณสมบัติใหม่ ๆ มากกว่าหนึ่งโหล เช่น บานพับแยกที่ยืดหยุ่น และยืดหยุ่นสำหรับนิ้วมือ ทีมของเขารู้สึกตื่นเต้นที่จะเผยแพร่ผลงานของเขาและเรียนรู้จากความต้องการของประชาคมโลก

Mat ได้มีโอกาสศึกษาด้านเมคคาทรอนิกส์ที่มหาวิทยาลัยชิบะในญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกซึ่งเขาได้รับการแนะนำให้รู้จักกับเทคโนโลยีแขนไบโอนิกที่เกิดขึ้นใหม่เป็นครั้งแรก ในปี 2014 Mat เข้าร่วมชุมชน e-NABLE บน Google+ และกลายเป็นสมาชิกที่กระตือรือร้นและสร้างสรรค์ในช่วงแรก ๆ ในขณะที่เขาเรียนจบเขาได้มีโอกาสเข้าทำงานที่โรงงาน Altona ของ Toyota นอกเมืองเมลเบิร์นประเทศออสเตรเลีย ในขณะเดียวกัน Mat กำลังสร้างและทดสอบส่งมอบอุปกรณ์ทั่วโลก

เมื่อโรงงานปิดตัวลงในปี 2560 Mat ใช้เงินชดเชยจ่ายให้กับอาสาสมัครทำงานเต็มเวลา หลังจากได้รับทุนช่วยเหลือจาก Westpac Social Change Fellowship เขาได้ออกทัวร์รอบโลกเพื่อพบกับผู้เชี่ยวชาญด้านขาเทียมไบโอนิกส์และการพิมพ์สามมิติ เขาได้พบกับ Ivan Owen แห่ง e-NABLE ผู้ร่วมสร้างภาพพิมพ์ 3 มิติคนแรกและ Jen Owen ผู้ร่วมก่อตั้ง e-NABLE และผู้สร้าง enablingthefuture.org Mat ยังสามารถเป็นเจ้าภาพในการต้อนรับ Jen เมื่อเธอมาเยือนออสเตรเลียในปลายปีนั้นในระหว่างการเดินทางไปพูดคุยที่ 3D Med ในเมลเบิร์น ปัจจุบัน Mat เป็นผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการองค์กรการกุศลชื่อ Free 3D Hands ด้วยแผงโซลาร์เซลล์ 109 แผงและแบตเตอรี่ Tesla Powerwall สองก้อนที่ให้พลังงานกับด้วยระบบ 30kW ทีมงานของเขาสามารถใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติได้ 30 เครื่องทั้งกลางวันและกลางคืนจากพลังของดวงอาทิตย์

Mat และทีมงานของเขามีงานยุ่งในช่วงที่เกิดการระบาดของโรคโดยการพิมพ์ 3 มิติฟรี 6000 แผ่นป้องกันใบหน้า พวกเขายังสร้างคู่มือการประกอบและพัฒนา Bionic Arm ราคาประหยัด เราได้เพิ่ม Kinetic hand ลงใน e-NABLE Devices Catalog และสร้างความประทับใจอย่างมาก

เริ่มพิมพ์ด้วยตัวคุณเองเพื่อดูความตื่นเต้นทั้งหมดที่เกี่ยวกับ Kinetic Hand

ที่มา:

Form 3L เครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบ SLA เรซิ่นหลากชนิด เหมาะกับงานทุกประเภท

Form 3L เครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบ SLA เรซิ่นหลากชนิด เหมาะกับงานทุกประเภท

Form 3L เครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบ SLA เรซิ่นหลากชนิด เหมาะกับงานทุกประเภท

👉เครื่องระบบเรซิ่นจาก Formlabs มีขนาดพิมพ์ 33.5 x 20 x 30 cm. ใหญ่กว่า Form 3 ประมาณห้าเท่า
👉มีระบบใหม่เข้ามาชื่อ Low Force Stereolithography (LFS) เป็นระบบที่ลดแรงดึงระหว่างชิ้นงานกับถาดพิมพ์ ทำให้ถาดพิมพ์ใช้งานได้นานขึ้น
👉พิมพ์ได้เร็วขึ้น (ไม่ต้องใช้ไม้ปาดเหมือน Form 2) และ พิมพ์ชิ้นงานได้สวยขึ้น
👉พัฒนาขึ้นมาเป็นระบบ Light Processing Unit(LPU) แบบใหม่ ทำให้แสงเลเซอร์ที่ตกกระทบกับเรซิ่นมีจุดที่เล็กลง แม่นยำมากขึ้นเป็น 85 ไมครอน
👉ไม่ลดคุณภาพของแสงเลเซอร์ที่ขอบของจอ

ทางร้านได้มีการนำตัวอย่างเครื่องพิมพ์ Form3 มาวางโชว์ตัวเด่นเป็นที่เรียบร้อย พร้อมให้ลูกค้าทุกท่านได้เข้ามาลองใช้งาน จับต้องของจริงกันเลย

 

อีกทั้งยังมีตัวอย่างชิ้นงานจริงที่พิมพ์ได้จกาเครื่อง Form3L

ตัวเครื่องพิมพ์แบรนด์ Formlabs มีเรซิ่นให้เลือกหลากหลายชนิด ครอบคลุมแทบจะทุกวงการ ทั้งทางทันตกรรม วิศวกรรม และอื่นๆ

ตัวแป้นพิมพ์และแทงค์เรซิ่นมีขนาดใหญ่กว่ารุ่นก่อนประมาณเกือบ 5เท่า

DEMO Form3L on 3DD Store

 

มีเรซิ่นให้เลือกหลากหลาย เช่น Standard Resin เน้นความสวยงาม และราคาประหยัด, Flexible Resin ชิ้นงานที่พิมพ์ออกมามีความยืดหยุ่น คล้ายยาง, Tough Resin ชิ้นงานที่ได้ออกมาจะมีความแข็งแรงสูง สามารถนำไปใช้งานเชิงกล เจาะสง่าน ขันสกูร ใช้งานเชิงกลได้, Wax Cast Resin เพื่อพิมพ์แล้วสามารถเอาไปหล่อโลหะได้ เหมาะกับการทำงานเครื่องประดับ Jewelry , Dental Model Resin เรซิ่นที่ไว้พิมพ์ชิ้นงานทางทันตกรรมได้

เครื่องเหมาะกับบุคคลทั่วไป, บริษัทออกแบบ, ศิลปินคนทำโมเดล พระพุทธรูป, นักออกแบบ-วิจัย, ทันตแพทย์ หรือ โรงพยาบาล

 

 

ทดลองพิมพ์งานรองเท้าขนาด 1:1
เทียบขนาด โมเดล 1:1
ภาพชิ้นงานที่พึ่งพิมพ์เสร็จสดๆ ร้อนๆ
ทำความสะอาดและแกะซัพพอร์ทเรียบร้อย
ภาพแสดงการเทียบขนาดของชิ้นงานที่ได้จากการพิมพ์ Form 3 และ Form 3L
เจ้าตัว Form3L นั้นมีขนาดการพิมพ์ที่ใหญ่ขึ้นจากตัวเก่าอย่าง Form3 มาก ซึ่งขนาดการพิมพ์ของตัว Form3L นั้นคือ 335 x 200 x 300 mm. แต่ตัว Form3 มีขนาดการพิมพ์อยู่ที่ 145 x 145 x 185 เท่านั้นเอง
สามารถพิมพ์ชิ้นงานทีเดียวได้หลายตัว และแต่ละขนาดขนาดใหญ่ๆ ทั้งนั้น

 

สวทช. CreatorPro2 เพื่อส่งเสริมงานด้านวิทยาศาสตร์

สวทช. CreatorPro2 เพื่อส่งเสริมงานด้านวิทยาศาสตร์

 เครื่องพิมพ์3มิติ เพื่องานวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ แก่ สวทช. 

คราวนี้เป็นคราวของทาง สวทช. ที่ได้ทำการสั่งซื้อเครื่องพิมพ์ 3มิติ จากทางเรา Print3DD ซึ่งนั่นก็คือเครื่อง Creator Pro 2 เครื่องพิมพ์ 3มิติ รุ่นล่าสุดที่ได้รับความนิยมอย่างมากเนื่องจากการใช้งานสะดวก และขนาดที่พอเหมาะ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นการใช้งาน

ลักษณะเด่นของเครื่องพิมพ์
1. หัวฉีด 2 หัว อิสระจากกัน รองรับการพิมพ์ 2 ชิ้นพร้อมกัน/ Mirror กัน / Support&Model
2. พิมพ์ชิ้นงานได้ 23*15*15cm
3. สามารถทำความละเอียดในการพิมพ์แต่ละชั้นได้สูงถึง 50Micron
4. Motor Feed แบบ Direct Drive สามารถใช้งานร่วมกับพลาสติกที่อ่อนได้ เช่น เส้น Flex
5. ตัวโครงทำจากเหล็ก แข็งแรงทนทาน ตัวเครื่องมีน้ำหนักไม่สั่นไหว
6. มาพร้อมหน้าต่าง และหลังคาขึ้นรูปเพียงชิ้นเดียว ไม่ต้องต่อประกอบ
7. หน้าจอ Touch Screen สามารถสั่งการพิมพ์ ดูสถานะต่างๆของเครื่องได้
8. มาพร้อมกับ Software สามารถตัดชิ้นงาน ย่อหรือขยาย สร้างส่วน Support แบบเส้นตรง และแบบต้นไม้
9. รองรับไฟล์ STL, OBJ, X3G, FPP, G, GX, 3MF, JPG, PNG และอื่น ๆ
10. ซอฟแวร์ที่แถมมากับเครื่อง FlashPrint

ทางร้านเราก้ได้ทำการจัดส่งให้ถึงที่หมาย พร้อมการเทรนนิ่งทั้งตัวเครื่องและการใช้โปรแกรมสำหรับการเตรียมพิมพ์ จนพร้อมที่จะใช้งานจริงได้ทันที

การออกแบบอวัยวะเทียมสำหรับสัตว์โดยใช้ nTopology 

การออกแบบอวัยวะเทียมสำหรับสัตว์โดยใช้ nTopology 
ขาเทียมออกแบบโดย Derrick จาก Bionic Pets
ขาเทียมพร้อมเสื้อกั๊กสำหรับสุนัขขนาดเล็ก

บริษัท DiveDesign และ องค์กร Bionic Pets ใช้ประโยชน์จาก nTopology ในการออกแบบชิ้นส่วนสามมิติที่ไม่จำเป็นต้องผลิตทีละมาก ๆ แต่กลับได้ประโยชน์มากกว่าเมื่อผลิตทีละน้อย ๆ
การทำอวัยวะเทียมเป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มผู้ใช้งานเครื่องพิมพ์สามมิติทั่วโลก แต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่ยังไม่เป็นที่แพร่หลายแต่ก็เป็นการใช้งานในสิ่งที่สำคัญ นั่นคืออวัยวะเทียมสำหรับสัตว์
องค์กร Bionic Pets เป็นผู้นำในการผลิตอวัยวะเทียมสำหรับสัตว์ทุกชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุนัข Derrick Campana ผู้ก่อตั้ง Bionic Pets ได้ช่วยเหลือสัตว์ต่าง ๆ ตั้งแต่นกจนถึงช้าง เขามีฝีมือดีเยี่ยม ทำทุกอย่างอย่างประณีตด้วยมือล้วน ๆ

แม้ว่าเขาจะมีฝีมือดีและงานที่ประณีต แต่อวัยวะเทียมแต่ละชิ้นต้องใช้เวลานาน บางชิ้นอาจจะนานถึง 15 ชั่วโมงเลย มันจึงเป็นความท้าทายอย่างมากที่ต้องทำอวัยวะเทียมให้มากพอกับความต้องการให้เร็วที่สุด ทั้งนี้มีสุนัขที่ต้องถูกตัดขานับพันตัวต่อปี หากยิ่งรอนานขาที่เหลือก็จะยิ่งเสียหายไปเรื่อย ๆ เนื่องจากการทิ้งน้ำหนักที่ไม่สมดุล สัตว์พิการส่วนใหญ่ที่ไม่สามารถเคลื่อนที่ไปไหนมาไหนได้มักจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน
Derrick ได้รับความช่วยเหลือจาก Dive Design โดยการใช้เครื่องสแกนสามมิติ โปรแกรมออกแบบสามมิติ และเครื่องพิมพ์สามมิติ ช่วยให้การทำงานเร็วขึ้น ง่ายขึ้น และประหยัดต้นทุนได้มาก และยังทำให้การปรับเปลี่ยนอวัยวะเทียมให้เหาะกับสัตว์แต่ละตัวได้ดีขึ้น แข็งแรงขึ้น และทนทานมากขึ้นด้วย แต่ทั้งหมดนั้นก็ยังทำให้มันห่างไกลจากความสมบูรณ์แบบที่ควรจะเป็น เพราะในส่วนของเท้ายังต้องใช้วิธีการดั้งเดิมโดยการดัดพลาสติกและยาง ทำให้ยังใช้เวลาในการทำมากอยู่ และยังไม่คงทนอีกด้วย

ทาง Dive Design ได้นำเอาเทคโนโลยี nTopology ที่ใช้ในการออกแบบขาเทียมที่ใช้สำหรับนักปีนเขาขาพิการ โดยการนำโครงสร้างแบบตารางมาช่วย ทำให้สามารถทำเท้าเทียมให้กับสุนัขได้ และยังช่วยให้การออกแบบส่วนที่เหลือได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังทำชิ้นส่วนที่เปลี่ยนได้เร็วที่ใช้วัสดุ TPC – Thermoplastic copolyester (เป็นชนิดหนึ่งของ TPE) เพื่อช่วยให้การคืนตัวทำได้ดียิ่งขึ้น

การออกแบบอุ้งเท้าเทียมโดยใช้ nTop technology

ด้วยความรวดเร็วในการทำงาน และความสามารถที่หลากหลายของเครื่องพิมพ์ 3D ระบบ FFF เข้ากันได้ดีกับงานที่ต้องทำซ้ำ ๆ และแผนงานที่นำกลับมาใช้อีกได้ง่าย รวมถึงการออกแบบ การทดสอบ การขนส่ง ซึ่งหากใช้วิธีการเดิม ทั้งหมดอาจใช้เวลานานถึงหนึ่งเดือน

อ่านรายละเอีดสินค้าเพิ่มเติม :


ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น สิ่งสำคัญที่เราได้เรียนรู้คือความคิดสร้างสรรค์สามารถไปได้ไกลกว่าที่ควรจะเป็น อย่างเช่นในกรณีนี้ ความรู้ในการทำอวัยวะเทียมของสัตว์สามารถแบ่งปันให้ผู้อื่นเพื่อการต่อยอดความรู้นั้น และทำให้พลิกชีวิตได้ ไอเดียบางอย่างที่คิดขึ้นมาเพื่อช่วยมนุษย์ก็นำไปใช้กับสัตว์ได้ด้วย และเมื่อมีการพัฒนาต่อไปอีกมันก็สามารถนำกลับมาใช้ในมนุษย์อีกได้เช่นกัน ซึ่งจุดหมายของมันก็คือช่วยให้การผลิตให้เฉพาะบุคคล งานที่มีคุณภาพ มีราคาที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้