fbpx

รีวิว EinScan SE เครื่องสแกนเนอร์ จิ๋วแต่แจ๋ว Update 2021!!

รีวิว EinScan SE เครื่องสแกนเนอร์ จิ๋วแต่แจ๋ว Update 2021!!

video การแกะกล่อง Einscan SE

ความสามารถของ Software ใหม่

Einscan-SE/SP มีการอัพเดท Software ใหม่ให้เหมือน Einscan Pro 2X Series

Metalex 2020 Bitec 18-21Nov พบกับ Print3DD

Metalex 2020 Bitec 18-21Nov พบกับ Print3DD
มาหากันหน่อย มาเจอ Print3DD ที่งาน Metalex2020 งานรวมนวัตกรรมและเทคโนโลยีอุตสาหกรรมระดับประเทศ ถูกมัดรวมไว้ในที่เดียว👈
👉พบกับเครื่องพิมพ์3มิติและสแกนเนอร์แบบจัดเต็มสูบทั้งงานเล็กและงานใหญ่ พร้อมให้ได้ทดลองใช้งานกันจริงๆ ร่วมกับทีมงานEngineerที่จะคอยดูแลและตอบคำถามที่สงสัยในงาน 3D Printing
👉และชมตัวอย่างชิ้นงานที่พิมพ์ได้จริงจากเครื่องทั้งเล็กและใหญ่ งานเครื่องจักร งานAuto Part แบบจัดเต็ม
📌แล้วพบกันที่ บูธ BF29-1 // Hall EH102 ไบเทคบางนา ในวันที่ 18-21 พ.ย. 63 เวลา 10.00-18.00 น.
🎯เครื่องพิมพ์3มติขนาดกลาง Creator Pro 2 ใหม่ล่าสดุ และ Creator 3 เครื่องพิมพ์2หัวฉีดอิสระ เหมาะกับการพิมพ์ชิ้นส่วน อะไหล่ เครื่องจักร ยานยนต์ต่างๆ ที่ต้องการความแข็งแรง แม่นยำ และมาพร้อมกับเครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่อย่าง Maxx660
🎯เครื่องพิมพ์เรซิ่น ระบบ SLA จาก FormLabs มีความแม่นยำสูง หลากหลายวัสดุให้เลือกใช้งาน เหมาะกับหลายๆ วงการทั้งทันตกรรม วิศวกรรม การแพทย์ ฯลฯ
🎯ยก Scanner รุ่นใหม่ล่าสุดให้ได้ลองใช้งานอย่าง EinScan H และ EinScan HX ใหม่ล่าสุดจาก Shining3 และสแกนเนอร์ตัวท็อปอย่าง EinScan Pro HD

เดินมาตามแผนที่นี้ได้เลยจ้าาา

บูธ BF29-1 // Hall EH102 ไบเทคบางนา ในวันที่ 18-21 พ.ย. 63 เวลา 10.00-18.00 น.

 

SLS 3D Printing Gallery โมเดลที่พิมพ์จาก SLS

SLS 3D Printing Gallery โมเดลที่พิมพ์จาก SLS

โชว์งานพิมพ์จาก ระบบ SLS (Selective Laser Sintering) ใช้เลเซอร์หลอม ผงโพลิเมอร์ให้ละลายเชื่อมกัน โดยปกตินิยมใช้ไนลอนพวก PA12

ข้อดีของ SLS
✅ไม่ต้องมี Support เนื้อผงวัสดุเป็น Support ไปในตัวอยู่แล้ว
✅งานที่พิมพ์ออกมา แข็งแรง สามารถนำมาใช้ได้เลย มีความยืดหยุ่นสูง
✅เหมาะกับการผลิตชิ้นส่วน Small Batch แข็งแรงมาก ไม่ต้องสร้าง Mold
✅คุณภาพงานพิมพ์ดีกว่าระบบเส้น แต่สู้ระบบเรซิ่นไม่ได้

ข้อเสียของ SLS
✖️ราคายังจัดว่าสูง เช่น ขณะที่เขียน พย.2020 ราคาเครื่อง 230*230*230mm ประมาณ 3-4 ล้านบาท
✖️Pre-Process Pro-Process สกปรก และมีฝุ่นเยอะ พิมพ์เสร็จต้องเป่าหรือทำความสะอาด ควรจะแยกห้องต่างหากมีระบบ จัดการฝุ่น
✖️ระบบยังต้อง ใช้แก๊ส ไนโตรเจน ในขณะพิมพ์ (ป้องกันการ Oxidize) ต้องใช้ถังแก๊ส หรือ Nitrogen generator

สนใจเครื่องพิมพ์ ติดต่อ print3dd.com // 096-140-0420, 098-448-4676
เครื่องที่ใช้พิมพ์ MfgPro230 xS >> https://bit.ly/38mirtL

โมเดลแสดงให้เห็นว่าวัสดุที่พิมพ์ ยืดหยุ่นและคืนตัวได้ดี
สามารถพิมพ์วัสดุหลายๆชิ้น หลายๆแบบได้ในคราวเดียวกัน
สามารถพิมพ์งานที่มีความละเอียดซับซ้อนได้
จากพิมพ์จำพวก แขนกล Robotics งานที่ได้มีความแข็งแรง ใช้ได้เลย
ฝาครอบ ชิ้นส่วน ฝาครอบมีความบางมาก
งานพิมพ์ยังมีเลเยอร์ให้เห็นอยู่บ้าง แต่จัดว่ายังสวยอยู่
พิมพ์งานพวกเคส หรือ Housing ได้ดี
ส่วนประกอบของ Robotics

ตัวโมเดลนี้เป็นโมเดล แสดง Over Hang ในระดับต่างๆ 10องศา – 70องศา การพิมพ์จากระบบนี้ ไม่ต้องมี Support

3D Printer พิมพ์ Motor Part ขั้นตอนตั้งแต่ไฟล์3Dจนมาเป็นรถ

3D Printer พิมพ์ Motor Part ขั้นตอนตั้งแต่ไฟล์3Dจนมาเป็นรถ

พอดีได้ไปเห็น Video นี้น่าสนใจ เป็นการใช้เครื่อง 3D printer ในการช่วยร่นระยะเวลาในการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ โดยตัวอย่างที่ยกมานั้นเป็น รถยนต์จาก Great Wall Motor (ที่เพิ่งซื้อโรงงาน GM ไปเร็วๆนี้ในไทย) ได้โชว์ผลงานการทำ “พวงมาลัย” รถยนต์ จากเครื่องพิมพ์3มิต ระบบ SLA

**ระบบSLA คืออะไร?…คร่าวๆคือระบบที่ใช้แสงเลเซอร์ในการยิงน้ำยาเรซิ่นให้เซตตัวทำให้เกิดรูปร่าง โดยนำไฟล์3มิติมาปรับให้แบ่งเป็น Layer ยิ่ง Layer เยอะความละเอียดยิ่งมากตาม ซึ่งตัวระบบนี้จะเป็นการยิงแสงวาดไปตามรูปร่างในแต่ละชั้นๆด้วยความเร็วสูง**

ทำให้เรานึกย้อนไปในสมัยที่เทคโนโลยียังไม่ได้มาไกลขนาดนี้ ที่นักโมเดลเลอร์นั้นจะต้องมานั่งขึ้นต้นแบบด้วยมือทั้งหมด ซึ่กินระยะเวลานานมากๆ และการลงทุนลงแรงกับคนกว่าจะได้ 1 ชิ้น ซึ่งหากผิดพลาดก็อาจจะต้องกลับมาแก้ไขใหม่ตั้งแต่ต้น

💁‍♂️แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยการพิมพ์3มิติเข้ามาช่วยให้การทำงานนั้นสะดวกสบายและสร้างความน่าประทับใจทุกครั้งที่พิมพ์ชิ้นงานกันเลยทีเดียว นอกจากความเร็วในการขึ้นชิ้นงาน ความสวยงาม และที่สำคัญความเนี้ยบของงานที่ทุกอย่างแทบจะสมสูรณืแบบ 100% มากกว่าการทำชิ้นงานด้วยมืออย่างแน่นอน ช่วยร่นเวลาและผ่อนแรงในการทำงานได้มากทีเดียว แถมเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่และการควบคุมคุณภาพของชิ้นงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในวงการ Product Design อีกด้วย

 

เรามาดูวิธีการผลิตต้นแบบอะไหล่ตั้งแต่ต้นยันจบอย่างละเอียดกันอีกทีเดียวกว่าครับ…เพื่อความเข้าใจในแต่ละ Process ว่าเค้าทำอะไรเพื่ออะไรและมีข้อสังเกตยังไงได้บ้าง

เลือกไฟล์ 3 มิติที่ต้องการพิมพ์ โดยให้เป็นไฟล์นามสกุล stl. หรือ obj.
เช็คดูรูปร่างและโครงสร้างของโมเดลว่าไม่มีจุดไหนเสียหาย
Import ไฟล์เข้าโปรแกรม 3D
ใช้คำสั่งเลือกบริเวณพื้นที่ที่ต้องการจะให้สัมผัสกับฐานพิมพ์ เพื่อให้สามารถขึ้นงานได้อย่างมันคง ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละโมเดลว่าควรขึ้นยังไง
เจาะรูที่ชิ้นงาน 1-2 รู บริเวณใต้สุดของโมเดล เพื่อให้เวลาพิมพ์เสร็จ ตัวน้ำยาเรซิ่นที่เคลือบอยู่ข้างในไหลออกมา เป็นการประหยัดน้ำยาเรซิ่น และให้น้ำยาIPA ที่ไว้ล้างไหลออกมาหลังจากล้างเสร็จเรียบร้อย ป้องกันการแตกหักของชิ้นงานเมื่อนำไปอบหากยังมีน้ำยาเรซิ่นหลงเหลืออยู่ข้างใน
ตัวโปรแกรมเมื่อใช้คำสั่งเจาะรู โปรแกรมจะคำนวนและสร้างเนื้อที่เป็นรูให้เพื่อเวลาพิมพ์เสร็จสามารถนำมาประกบติดกันเหมือนเดิมได้
สร้าง Support แบบอัตโนมัติ
เช็คดูรอบๆตัวงานว่าซัพพอร์ตที่โปรแกรมคำนวนนั้นโอเคหรือยัง
เช็คความหนาผนังของชิ้นงาน แต่ละเลเยอร์
และอย่าลืมที่จะทำ Support ให้กับชิ้นที่ปิดรู
สร้างเส้นเพื่อเชื่อม Support ต่อกัน เพื่อให้เวลาพิมพ์งาน จะทำให้พิมพ์ซัพพอร์ทได้มั่นคงขึ้นและช่วยให้เป็นก้อนชิ้นงานเดียวกัน
เมื่อเช็คทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ทำการตั้งค่าต่างๆในการพิมพ์ และบันทึกไฟล์ออกมาพร้อมที่จะพิมพ์ต่อไป
เทน้ำยาเรซิ่นลงบนแท่นพิมพ์ให้เต็มแท็งค์
ตัวปาดผิวจะทำการปาดเพื่อเคลียร์ผิวหน้าของแท็งค์ไม่ให้มีฟองอากาศหรือเศษผงที่จะมารบกวนการพิมพ์งาน
ทำการอัพโหลดไฟล์ที่พร้อมพิมพ์งาน ลง Thumb Drive แล้วนำมาต่อกับเครื่องพิมพ์ เพื่อสั่งงานผ่านเครื่องพิมพ์ต่อไป
เมื่ออัพโหลดลงเครื่องพิมพ์แล้ว หน้าจอจะขึ้นเป็นพื้นที่พิมพ์งาน ซึ่งเราสามารถจัดวางโมเดลว่าจะให้พิมพ์บริเวณไหน มีประโยชน์ในกรณีมีพิมพ์ทีเดียวหลายชิ้นงาน เมื่อจัดวางได้ที่แล้วก็กดสั่งพิมพ์ได้เลย
ตัวเลเซอร์จะยิงและวิ่งตามแบบในแต่ละชั้นด้วยความเร็วสูง เหมือนกับการวาดภาพ
เมื่อเลเซอร์ยิงได้ครบทั้งชั้นแล้ว ตัวปาดนำยาเรซิ่นจะปาดผิวน้ำยา1รอบเพื่อเคลียร์พื้นผิวของแท็งค์ และแท่นพิมพ์จะค่อยๆเลื่อนลงทีละชั้นๆ เป็นการพิมพ์จากล่างขึ้นบน
เมื่อทำการพิมพ์เสร็จ ตัวแท่นพิมพ์จะเลื่อนขึ้นยกชิ้นงานขึ้นมาจากแท็งค์เรซิ่น

 

แท่นพิมพ์ยกชิ้นงานขึ้นจนเลยน้ำยาเรซิ่นแท็งค์ รอให้น้ำยาที่ยังหลงเหลือเคลือบบนชิ้นงานไหลลงมาก่อนที่จะทำการนำออก เพื่อเป็นการประหยัดน้ำยาเรซิ่นและเคลียร์พื้นผิวให้ได้มากที่สุดก่อนล้าง

👉เนื่องจากหากเรานำไปล้างทันที ตัว IPA ที่ล้างจะสกปรกเร็วขึ้น มีเรซิ่นผสมกับIPA อยู่มาก ทำให้การล้างชิ้นงานในครั้งถัดๆไปตัวชิ้นงานจะล้างไม่สะอาดเพราะพวกเศษๆเรซิ่นที่ผสมกับIPA อยู่จะไปเกาะกับชิ้นงานซึ่งจะเล็กจนเรามองไม่เห็น
แต่หากนำไปอบให้เซตตัวและแห้งแล้ว ตัวพื้นผิวชิ้นงานจะมีเศษเรซิ่นเกาะอยู่และต้องมาขัดเก็บทีหลังทำให้เสียเวลาและเสียแรงในการขัดแต่งงานหลายรอบ

เมื่อรอให้น้ำยาเรซิ่นที่เคลือบผิวงานไหลออกไปพอได้ที่แล้ว จึงทำการแซะชิ้นงานออกจากแท่นพิมพ์
จะเห็นได้ว่ามีส่วนที่เป็นเส้นเชื่อมซัพพอร์ตของแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน เพื่อทำให้ชิ้นงานมั่นคงและเป็นก้อนเดียวกัน
ยกชิ้นงานออกจากเครื่องพิมพ์ โดยใช้ถาดรองกันน้ำยาเรซิ่นไหลเลอะเทอะ

ซึ่งต้องใส่ถุงเมือ และชุดป้องกัน IPA และที่สำคัญคือแว่นตาและหน้ากากกันแก๊สที่ต้องสวมอยู่ตลอดเวลาการทำงาน เนื่องจาก IPA เป็นแอลกอฮอร์บริสุทธิ มีกลิ่นฉุนมากๆ
ยิ่งใช้ในแท็คใหญ่ด้วยแล้วยิ่งฉุนรุนแรง ทำใหเกิดอันตรายแก่ผู้ใช้ได้ จึงควรที่จะต้องสวมเครื่องป้องกันอย่างแน่นหน้

นำมาล้างน้ำ IPA รอบแรก

👉ซึ่งต้องใส่ถุงเมือ และชุดป้องกัน IPA และที่สำคัญคือแว่นตาและหน้ากากกันแก๊สที่ต้องสวมอยู่ตลอดเวลาการทำงาน เนื่องจาก IPA เป็นแอลกอฮอร์บริสุทธิ มีกลิ่นฉุนมากๆ
ยิ่งใช้ในแท็คใหญ่ด้วยแล้วยิ่งฉุนรุนแรง ทำใหเกิดอันตรายแก่ผู้ใช้ได้ จึงควรที่จะต้องสวมเครื่องป้องกันอย่างแน่นหนา

นำมาล้างน้ำ IPA รอบสอง ในแท็คที่อยู่ข้างๆกัน
ใช้แปรงจุ่ม IPA และปาดเช็ดน้ำยาเรซิ่นที่เกาะบนผิวงานออก
ในขั้นตอนการล้างนี้สามารถดึงชิ้นส่วนซัพพอร์ตคร่าวๆออกระหว่างล้าง IPA ได้เลย เนื่องจากตัวซัพพอร์ตยังนิ่มและดึงออกได้ง่ายอยู่
จากนั้นจึงนำไปล้างน้ำรอบที่3หลังจากดึงซัพพอร์ตออกไปส่วนหนึ่งแล้ว ใช้แปรงปาดๆออกอีกรอบหนึ่งเพื่อความสะอาด เรียบร้อย
เป่าลมเข้าไปในรูเพื่อให้น้ำที่ขังอยู่ข้างในไหลออกมาให้ได้มากที่สุด
เป่าลมให้ทั่วชิ้นงานไล่น้ำ IPA ออกจากพวกร่อง รู เล็กๆที่เป็นรายละเอียดของชิ้นงานให้หมด จากนั้นนำไปตากผึ่งลมไว้ก่อนเพื่อให้IPA ระเหยออกให้หมดไป เช็ดงานให้สะอาดก่อนนำไปขัดแต่ง
ใช้ที่คีบเก็บงานภายในรูปที่เจาะไว้เพื่อไม่ให้มีเศษซัพพอร์ตติดอยู่ข้างใน
ขัดแต่งภาพนอกให้เรียบร้อยก่อนนำไปอบชิ้นงาน ซึ่งก่อนอบชิ้นงาน ตัวโมเดลค่อนข้างมีความแข็งแรงมากพออยู่แล้ว จึงไม่ต้องกังวลว่าโมเดลจะเสียหายระหว่างขัดแต่ง
ใช้กระดาษทรายขัดผิวให้เรียบร้อย
นำเข้าเตาอบ UV
ไฟ UV จะช่วยให้ชิ้นงานเซตตัวและแข็งโดยสมบูรณ์
เสร็จแล้วจึงติดชิ้นส่วนที่เจาะรูเข้าไว้ด้วยกันเหมือนเดิม
พ่นรองพื้นที่มีเนื้อสีเข้มข้นเพื่อเป็นการอุดรวย หรือ ตามด บนผิวชิ้นงาน เป็นการเช็คเนื่องจากสีเรซิ่นทำให้เราไม่สามารถมองเห้ฯร่องรอยที่เล็กได้
รอให้สีแห้งแล้วจึงขัดแต่งผิวงานอีกครั้ง
เมื่อขัดเรียบร้อย ผิวงานจะเผยให้เห็นสีที่เราพ่นอุดร่อยนั้นเด่นชัดขึ้นมา
จากนั้นจึงเริ่มพ่นสีจริงต่อ โดยพ่นสีพื้นให้ทั่ว สีพื้นจะเป็นสีที่มีเปอร์เซ็นเยอะกว่าสีอื่นของตัวชิ้นงาน ในภาพจะเห็นว่าเป็นการพ่นสีดำ เนื่องจากตัวงานจริงเป็นสีเงินเมทัลลิก การรองพื้นดำนั้นจะช่วยให้การพ่อนสีประเภทเมทัลลิกเงาขึ้นมาก
ใช้เทปติดกั้นพ่นสี
พ่นสีจริงทับกับเทปกั้นพ่นได้เลย รอสีแห้งแล้วจึงแกะเทปกั้นพ่นออก
จากนั้นตกแต่งด้วยวัสดุอื่นๆตามที่ออกแบบไว้ ได้ชิ้นงานสมจริง สวยงาม ออกมาเรียบร้อย

 

และมี Video การเปรียบเทียบระหว่างการ CNC และ 3D Printing ว่ามีความแตกต่างและน่าสนใจต่างกันอย่างไรบ้าง

จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่า Process ในการทำงานนั้นมีหลายขั้นตอน กว่าจะได้ชิ้นงาน Prototype มา1ชิ้น แต่เนื่องจากการเข้ามาของเทคโนโลยีการพิมพ์ SLA แบบนี้นั้นทำให้การขึ้นต้นแบบเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ทำงานง่าย การทำโครงสร้างที่ซับซ้อนได้ไม่ยากซึ่งต่างจากการทำด้วยเครื่องจักรอื่นๆที่มีข้อจำกัดในการขึ้นรูปทรงที่ซับซ้อนมากมาย จึงไม่แปลกใจเลยถ้าอนาคตเราจะเห็นรถยนต์ที่ถูกสร้างด้วย 3D Printing ทั้งคัน

 

ทางเรา Print 3DD ก็มีเครื่อง SLA ขนาดใหญ่รองรับการขึ้นโมเดลทางอุตสาหกรรมให้ลองเลือกดูอีกด้วย

การมีเครื่องจักรที่สามารถลดต้นทุนเวลาและการทำงานที่ซับซ้อนได้ ก็คงคุ้มไม่ใช้น้อยจะที่ได้ใช้งานนะครับ….😁

หรือ หากใครสนใจเครื่องที่เล็กลงมาก็ขอแนะนำเป็น…

 

 

พรีวิว เครื่องสแกนเนอร์แนวใหม่ Handheld Hybrid Einscan H และ HX

พรีวิว เครื่องสแกนเนอร์แนวใหม่ Handheld Hybrid Einscan H และ HX

EinScan H
EinScan H เครื่อง Scanner Hybrid ระหว่าง Blue LED กับ Infrared
จัดเอาความสามารถมารวมกัน แถม Software Solid Edge

**Blue LED** สแกนเก็บ Texture สีได้ Build in กล้องเก็บสีมาเลย
**Infrared** สามารถเก็บวัตถุดำ และ กลุ่มก้อนผมได้
**SolidEdge** สามารถสร้างไฟล์ CAD

ราคาประมาณไม่เกิน 2แสนบาท

ปล. เทียบตัวนี้ได้กับ Artec โดยมีราคาย่อมเยาว์กว่า มากหากเทียบกับ EinScan Pro 2X เครื่อง EinScan H จะมีความละเอียดน้อยกว่า แต่ดีที่สแกนได้เร็วกว่า ไฟล์หนักน้อยกว่า

EinScan HX
EinScan HX เครื่อง Scanner Hybrid ระหว่าง Blue Laser กับ Blue LED
จัดเอาความสามารถมารวมกัน แถม Software Solid Edge และ Geomagics Essentail
**Blue Laser** สแกนเก็บ วัสดุเงาได้ / สีดำได้ เลเซอร์เป็นแบบ Cross กากบาท 7 แถบ
**Blue LED** สแกนเก็บ Texture สีได้ Build in กล้องเก็บสีมาเลย
**Solid Edge** สามารถสร้าง CAD ได้ License แท้ คล้าย Solid Work
**Geomagics Essential** สามารถจัดการไฟล์ Scan เพื่อทำ Reverse

ราคาประมาณไม่เกิน 5แสนบาท (ไม่ขายแยก Solid Edge / Geomagics)

ปล. เทียบตัวนี้ได้กับ Creaform แต่ราคาเราถูกกว่าเกินครึ่ง หากเทียบกับ Shining เองจะเป็นสินค้า Free Scan X7 ราคาล้านปลาย

Blue Laser ช่วยให้สแกนได้ง่ายขึ้นบนวัตถุที่เงา และสีเข้ม

ปิดท้ายด้วยตารางสรุป เครื่องสแกนเนอร์นะคับ

Diode เทียบกับ CO2 Laser ต่างกันอย่างไร?

Diode เทียบกับ CO2 Laser ต่างกันอย่างไร?


Diode Laser

ไดโอดเลเซอร์คืออะไร? นึกภาพไดโอดเลเซอร์เหมือนไฟ LED ที่ปล่อยแสงสีน้ำเงิน อมม่วงออกมา คิดค้นโดยคุณ Shuji Nakamura จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอเนีย จากการค้นพบนี้ทำให้เค้าได้รับรางวัลโนเบลในปี 2014 ที่ผ่านมาก Diode Laser ถือว่าเป็นนวตกรรมใหม่เมื่อเปรียบเทียบกับ CO2 Laser ที่มีมานานหลายปีแล้ว ความยาวคลื่นของ ไดโอดเลเซอร์อยู่ในช่วง UV 405 – 1080 nm (เป็นแสงที่ตาเรามองเห็นนะคับ จะเห็นเป็นสีน้ำเงิน-ม่วง)

Diode Laser
ปัจจุบันนิยมใช้ในวงการแพทย์ และศัลยกรรม
สำหรับ Laser Cutter / Engrave

ข้อดีของ Diode Laser

  • มีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับหลอด CO2 ทำให้ตัวเครื่อง Laser Cutter/Engraving มีขนาดเล็กลงตามด้วย
  • เมื่อมีขนาดเล็กจีงไปติดตั้งได้กับหลายเครื่องมือ ปัจจุบันนิยมใช้ทางการแพทย์ เลเซอร์กำจัดขน เลเซอร์เพื่อความงาม
  • จากความยาวคลื่นสูง ทำให้ใช้งานดีกับแกะสลักบนพื้นผิวโลหะ (ไม่จำเป็นต้องทางน้ำยาก่อน)

ข้อเสีย

  • ราคาสูงกว่า
  • ยังมีการใช้งานไม่แพรหลายเท่า CO2 (Diode มาทีหลัง เพิ่งมาเร็วๆนี้เอง)

CO2 Laser

หลอด CO2
การตัดโดยใช้ CO2 Laser

เลเซอร์ ซีโอทู ทำการยิงแสงเลเซอร์ด้วยแก็สคาบอนไดออกไซด์ แสงที่ได้มีความยาวคลื่น 10.6 uM (10600 nm) เป็นช่วงความยาวคลื่นที่ตาเรามองไม่เห็น คือความยาวคลื่นใหญ่กว่า Infrared มากลำแสงที่ออกมาเป็นลำแสงความร้อนนั้นเอง การใช้งานต้องมีหลอด CO2 หลอดยาวๆตามขนาดกำลัง มีการใช้งานแพร่หลายมาก (ใช้กันมานานแล้ว) หาซื้อได้ทั่วไปในท้องตลาด ราคาเครื่องไม่แพง (แต่หลอดต้องเปลี่ยนบ่อยหน่อย) แต่มีจุดสำคัญเลยคือเครื่องมีขนาดใหญ่มาก ใหญ่ตามหลอดเลเซอร์ ต้องมีระบบหล่อเย็น Chiller เนื่องจากกระบวนการสร้างเลเซอร์เกิดความร้อนสูง แต่สำคัญที่สุดเลยหลอดเสื่อมประสิทธิภาพเร็วทุกครั้งที่ใช้งานต้องเปลี่ยน 3-6 เดือนครั้ง

ข้อดีของ CO2

  • หาซื้อง่าย มีผู้เล่นในตลาดหลายเจ้า เป็นเทคโลยีค่อนข้างอิ่มตัวแล้วในทั้งคุณภาพ และ ราคา
  • เหมาะกับการตัดงานเกือบทุกอย่างยกเว้น บนผิวโลหะตรงๆ (ต้องเลือกกำลังสูงหน่อยถ้าทำแกะสลักโลหะโดยตรง)
  • มีกำลังให้เลือกหลากหลาย 30-80Watt พบเห็นได้ทั่วไป, 150-400Watt (เกรดอุตสาหกรรม)

ข้อเสีย

  • เปราะบางแตกหักง่าย หากใครได้เคยเปลี่ยนหลอด CO2 จะรู้ดีเคลื่อนย้ายกันทีมีหนาว
  • ต้องเปลี่ยนหลอดบ่อยๆ อายุการใช้งาน 3-6 เดือนตามความบ่อยใช้งาน
  • เครื่องมีขนาดเทอะทะ อย่างมาก ต้องมีระบบหล่อเย็น

เปรียบเทียบ Co2 กับ Diode

 

ปล. ทาง Admin เชื่อว่า Diode เลเซอร์คือตัวที่จะมาในอนาคต เมื่อขนาดเล็ก ก็ไป Apply ได้กับอุปกรณ์พกพาหลายอย่าง เราต้องดูกันต่อไปครับ

งาน Jewelry จากเครื่อง WaxJet410

งาน Jewelry จากเครื่อง WaxJet410

งาน Jewelry เป็นลูกค้าหลักของเครื่อง WaxJet400/410 หลายแห่งเปลี่ยนจากการผลิตการแบบ Mold Silicone มาเป็นระบบ WaxJet เนื่องจากทำงานได้เร็วกว่า ไม่ต้องเก็บบล็อกยาง ร่นระยะเวลาตั้งแต่การออกแบบชิ้นงาน ไปจนพิมพ์ และหล่ออกมาภายในวันเดียว เครื่องค่อนข้าง Flexible ในกระบวนการผลิต ที่สำคัญราคาไม่แพงอย่างที่คิด 1.xล้านบาท

ข้อดี
– โดยเครื่องพิมพ์ได้เร็ว การทำงาน Jewelry ไม่จำเป็นต้องทำเป็น Batch / Cycle ในการผลิตเร็วขึ้น
– พิมพ์งานได้ขนาดใหญ่ หรือ ได้จำนวนชิ้นเยอะ
– ไม่ต้องทำ บล็อคยาง Mold Silicone
– สามารถสร้างงานที่ซับซ้อน งานตะกร้อได้
– ใช้น้ำอุ่นละลาย Support ออกดังนั้นเมื่อเอา Support ออกไม่ทิ้งคราบ

ข้อสังเกตุ
– ต้องลงทุนในครั้งแรก 1.xล้าน

งานพิมพ์เต็มถาดจะเห็นว่า ไม่มีจำนวนการผลิตขั้นต่ำ จะแบบละชิ้นก็ได้
เก็บงาน Detail ได้ดี
ชิ้นงานพร้อม Support
เมื่อละลาย Support ออกไม่ทิ้งร่องรอย

งานหล่อคลีน เนื่องจากเป็น Wax แท้ (ไม่ใช่ Polymer Wax)

งานหล่อชิ้นส่วนเครื่องจักร WaxJet410

งานหล่อชิ้นส่วนเครื่องจักร WaxJet410

งาน Lost-Wax Casting ในปัจจุบันมีการใช้ในหลายอุตสากรรม ชิ้นส่วนในโรงงานอุตสาหกรรม ใบพัด, Turbine, Propeller รวมถึงการหล่อวัตถุลอยองค์อื่นๆ การทำงานของเครื่องจะทำการพ่น ละออง Wax ออกมาโดยแวกซ์จะมีอยู่สองชนิดคือ ชนิดที่จุดหลอมเหลวต่ำประมาณ 40 องศากับ Wax ปกติที่เก็บ Detail และคงทนต่อ เมื่อพิมพ์เสร็จสามารถนำไปร่อนเอา Wax Support ออกด้วยน้ำอุ่น จะเหลือแวกซ์สีม่วงที่เอาไว้หล่อได้โดยตรง ด้วยวิธีการทำงานแบบนี้ เครื่องจึงสามารถพิมพ์งานได้รายละเอียดสูงมากๆได้ รวมถึงงานที่เป็น Undercut, งานลักษณ์ตะกร้อ (สร้างโดยวิธีอื่นไม่ได้นอกจาก 3D Printer)

ตัวอย่างอุตสาหกรรมต่างๆที่ใช้เครื่องนี้ได้
1. Dental Lab – งานหล่อเหวียงครอบฟัน
2. ผู้ประการผลิตชิ้นส่วน Automotive, AeroSpec
3. โรงหล่อโลหะต่างๆ
4. โรงหล่อพระ งานทองเหลือง
5. โรงงาน Jewelry (อันนี้คือลูกค้าหลักของเครื่องนี้)

ก่อนละลาย Support สีขาว
การน้ำชา พร้อมลวดลายบรรจง ลายมังกร
ตัวอย่างเทวรูป ที่ต้องการไปหล่อเป็นโลหะ หรือ แม้กระทั่งเป็นโลหะมีค่าจำพวกทองคำ
ชิ้นส่วนในเครื่องจักร รวมถึงชิ้นส่วนยานยนต์ อากาศยานต์
งานหล่อเทวรูป งานด้านศิลปกรรม

งานสวยๆจากเครื่องพิมพ์ Kings 1700pro

งานสวยๆจากเครื่องพิมพ์ Kings 1700pro

สวัสดีครับ เอางานจากเครื่องพิมพ์ Kings SLA Professional Printer มาโชว์เครื่องพิมพ์เป็นแบบ Top Down คือส่วนของเลเซอร์อยู่ด้านบน ชิ้นงานอยู่ด้านล่าง โดยแท่นพิมพ์จมลงในถังเรซิ่นไปเรื่อยๆ ระบบนี้จะพิมพ์ชิ้นงานได้ใหญ่ และมีความละเอียดสูง พิมพ์ชิ้นงานได้เร็วกว่าในระบบอื่นๆ มีข้อเสียอยู่บ้างคือ เครื่องมีขนาดใหญ่ ราคาจัดว่าสูง

แต่แลกมาด้วยคุณภาพงานพิมพ์ที่ละเอียด สามารถพิมพ์ได้ขนาดใหญ่ เหมาะกับการพิมพ์ชิ้นงาน ต้นแบบ, โมเดลทางการแพทย์, งานออกแบบผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะรุ่น Kings 1700pro พิมพ์ได้หน้ากว้าง 1700mm*800mm*600mm เหมาะกับการพิมพ์ชิ้นส่วนรถยนต์ กันชน, โครงสร้าง, คอนโซล รถยนต์ ปัจจุบันมีผู้ประกอบการไทย ใช้เครื่องพิมพ์ 3มิติ Kings อยู่หลายแห่งที่อยู่ในหมวดการผลิต และ การแพทย์

ชิ้นส่วน Console หน้าของตัวรถ ออกแบบใน CAD แล้วสั่งพิมพ์ โรงงานสามารถดูเรื่อง Fitting มิติความสวยงานของออกแบบได้เลย ไม่ใช่เดาจากแบบในคอมพิวเตอร์ ชิ้นนี้กว้าง 1850mm ใช้เครื่องพิมพ์ Kings 1700pro
กระจังหน้าของตัวรถ พิมพ์ได้สบาย รวมการพิมพ์กันชนหน้า กันชนหลังของตัวรถ
พิมพ์งานตกแต่งภายใน ประตูข้าง ผู้ผลิตร่นระยะเวลาในการออกแบบแล้วสร้างชิ้นงานได้ Designer สามารถออกแบบและปรับแต่งๆส่วนต่างๆได้เร็ว ขั้นตอนการสร้างผลิตภัณฑ์ ต่างๆจะเร็วขั้นอย่างมาก
งานพิมพ์ซับซ้อนไม่มีปัญหา (พิมพ์จาก Kings 800Pro)
งาน Bumper ใหญ่พิมพ์ได้ชิ้นเดียวไม่ต้องต่อ (Kings 1700pro)
งานพิมพ์บางๆ เนียนๆ รายละเอียดครบถ้วน
งาน Console รถอีกงาน

เครื่องพิมพ์ 3มิติ Kings Professional SLA

งานเชิงสถาปัตยกรรม
สร้างมาทำงาน Display งาน Event ต่างๆได้รวดเร็ว เก็บงานน้อยลง
ตัวเครื่องค่อนข้างใหญ่
ตัวอย่างงาน Event งานสร้างโมเดล
งานในพิพิธภัณฑ์ ทำโดยไปสแกนหน้างานที่เป็นสุสานโบราณ นำไฟล์ 3มิติ มาพิมพ์

Review เครื่องพิมพ์ป้าย อักษร Flashforge AD1 พร้อมขั้นตอน

Review เครื่องพิมพ์ป้าย อักษร Flashforge AD1 พร้อมขั้นตอน

เครื่องพิมพ์ 3มิติที่จะนำมา Review ในครั้งนี้มาแปลกหน่อย เพราะว่าเป็นเครื่องพิมพ์ 3มิติ เพื่องานตัวอักษร หรือ ป้ายโดยเฉพาะ เครื่องที่ว่าชื่อ Flashforge AD1 รองรับการพิมพ์ขนาดใหญ่ 600*600mm ตัวอักษรหนาได้ 100mm Software ที่มีมาให้ทำมาให้คนทำป้าย ทำตัวอักษรโดยเฉพาะ เช่นการทำตัวอักษรแบบต่างๆ การเซาะล่องเพื่อติดแผ่นอคลีลิกที่หลัง การเลือกสลับสีของตัวอักษรได้เลย ที่สำคัญคือสามารถ พิมพ์งานให้เสร็จที่ละชิ้น สามารถแกะชิ้นที่พิมพ์เสร็จก่อนไปติดไฟ LED ก่อนได้

ป้ายร้านค้า LED ทั่วไป
ป้ายไฟตกแต่งแนวใหม่ ที่สร้างได้จาก Flashforge AD1

 

ทำตัวอักษรนูน ครีเอทีฟได้ไม่จำกัด (อักษรในรูปพ่นสีภาพหลังพิมพ์)

Flashforge ผู้ผลิตเครื่อง 3D Printer ตัวนี้ทำการวิจัยและสรุปว่า การใช้ 3D Printer นี้ลดขั้นตอนการทำงานลงไปมากถึง 70%
ขั้นตอนที่ลดไปส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการใช้แรงงานฝีมือเพื่อพับขอบตัวอักษร ส่วนหนาของตัวอักษรธรรมดาจะต้องใช้เครื่องหรือแรงงานมือดัดให้เรารูปตัวอักษร ขั้นตอนนี้กินเวลาเป็นอย่างมาก อีกทั้งหากตัวอักษรมีความซับซ้อนหักมุมหลายจุดการใช้แรงงานยิ่งกินเวลา 3D Printer สามารถลดเวลาในส่วนนี้ได้มาก เครื่องจะการพิมพ์ขอบอักษรให้เอง ได้ขนาดและรูปทรงตรง Scale สามารถ Export Outline ออกไปตัดเลเซอร์ต่อ กรณีทำหน้าสัมผัสหรือฐานติด LED ได้เลย ตัว Software ออกแบบมาให้สามารถสร้างลูกเล่นไล่ระดับแสง LED สร้างมิติส่วนทึบส่วนสว่างได้อีก อีกทั้งเราสามารถปรับแต่ง Shape ของขอบอักษรได้อีกหลายแบบมาก เช่น ทรงแคบลง,ทรงบานออก,ทรงเอียงไล่ระดับ,ทรงโคมไฟ,ทรงโดม หรือ อื่นๆอีกหลายแบบ

ตัวเครื่อง

(จากซ้ายบน ตามเข็มนาฬิกา) ตัวเครื่องแพคมาในกล่องไม้พาเลต แพคมาแข็งแรง ตัวเครื่องต้องประกอบนิดหน่อย ที่วางเส้นพลาสติก, รางสไลด์ที่ขนาดใหญ่เหมือนเครื่อง CNC และ หัวฉีด 1 หัวแต่มี Input 2 ทางสามารถสลับสีของเส้นพลาสติกได้
ส่วนประกอบต่างๆของตัวเครื่อง FF AD1

ตัวเครื่องเป็นโครงขึ้นรูปอลูมิเนียมโปรไฟล์ นน.ประมาณ 50kg ถือว่าค่อนข้างหนักหลากเทียบกับเครื่อง 3D Printer ด้วยกันรางสไลด์ในแนวแกน XY ให้มาชุดค่อนข้างใหญ่ Linear แบบเครื่องกัด CNC ย่อมๆระบบสายพานหน้ากว้าง เท่าที่ดูถึงว่าให้มาแข็งแรงกว่างานที่จะทำป้าย ตัว 3D Printer เป็นแบบ Catesian คือหัวฉีดเส้นพลาสติกจะเคลื่อนที่ในระนาบ กว้าง*ยาว (X,Y) ฐานอยู่นิ่งไม่ขยับ เมื่อพิมพ์เสร็จชั้นนั้นๆแล้วหัวฉีดจะขยับตัวยกขึ้นเพื่อพิมพ์ในชั้นต่อไป (Z) หากมองมิติที่ตัวเครื่อง โดยไม่รวมส่วนแขวนม้วนพลาสติก ตัวเครื่องค่อนข้างเตี้ย สามารถวางบนโต๊ะทำงานได้ ไม่ต้องหาที่วางพิเศษให้มัน (กรณีบางเครื่องเป็นทรงสูงต้องต่อโต๊ะพิเศษให้มัน)

ส่วนหัวฉีดเป็น Direct Drive โดยมีช่อง Input/Feed เส้นพลาสติก 2 ม้วน มีชุดขับมอเตอร์จำนวน 2 ชุด แต่มีหัวฉีดเดียว ทำให้สามารถเปลี่ยนสีตัวอักษรได้อัตโนมัติ (หรือเปลี่ยนชนิดก็ได้เช่น ต้องการใช้บางส่วนของขอบเป็นเส้นทับแสง ส่วนที่เหลือเป็นเส้นโปร่งแสง ออกแบบตัวอักษรไล่ระดับความสวยงามมากขึ้น)

การที่มีช่องใส่เส้นพลาสติก 2 ม้วน เพิ่มความหลากหลายในการออกแบบ เราจะไปอธิบายอีกทีในส่วนของ Software

ขั้นตอนการทำงาน

  1. ออกแบบ 2D Vector ขั้นตอนเริ่มจากการออกแบบตัวอักษร หรือ Logo ก่อนสามารถทำใน Adobe Illustrator หรือ Software อื่นๆก็ได้ เมื่อออกแบบตัวอักษรเสร็จ สามารถ Export ไฟล์ดังกล่าวไปเปิดใน Software FlashAD ไฟล์ที่รองรับเช่น STL, CDR, DFX, NC
  2. สร้างไฟล์สำหรับพิมพ์ จาก Software FlashAd เราสามารถตั้งค่าต่างๆในการพิมพ์ได้หลายหลาย เครื่อง Flashforge AD1 มีจุดเด่นในส่วนนี้เลย ซึ่งกล่าวในส่วน Software ต่อไป ขั้นตอนนี้เราสามารถออกแบบรูปทรงของอักษรเราได้ ออกแบบ Light ของป้ายเราได้เช่นกัน
  3. นำไฟล์ไปพิมพ์ที่เครื่อง สามารถสั่งพิมพ์จาก USB Drive หรือ กรณีทำเป็น Farm Printing มีเครื่องหลายเครื่องสามารถสั่งพิมพ์ผ่าน Cloud ได้เลย
  4. ส่วนที่เป็นหน้างาน สามารถสั่งตัดได้จากเครื่องตัดเลเซอร์ (สามารถข้ามข้อ 4 ได้เช่นกัน กรณีสร้างหน้างานโดยการเทเรซิ่นแทน)
  5. เทเรซิ่นไวแสง การกรอบที่เราพิมพ์ออกมาจากเครื่องพิมพ์ 3มิติ
  6. ทำการ Cure ด้วยแสง UV เพื่อให้เรซิ่นที่เทแข็งตัว
  7. ติดตั้งไฟ LED ตามรูปร่างของตัวอักษร
  8. ปิดหน้าสัมผัส

ปล. ข้อที่ 4-8 สามารถเว้นข้อได้ก็แล้วแต่ลักษณ์ตัวอักษรที่ต้องการให้ออกมา หรือ ทำสลับกันส่วนไหนก็ได้

Software

Software ตัวนี้สร้างขึ้นมาเพื่องานป้ายโดยเฉพาะชื่อ FlashAD โดยหลักแล้วจะแปลงออกเป็น 2 ส่วนการทำงานงาน ส่วนในการออกแบบ กับส่วนในการตั้งค่าการพิมพ์

ส่วนออกแบบ (Design Mode)

เราสามารถ import ไฟล์เวคเตอร์เข้ามาได้ สามารถเลือกขนาดตัวอักษร สามารถกำหนดความสูงของตัวอักษร และ ส่วนปิดบน และ ล่างของตัวอักษรได้ (ดูจากรูปด้านล่างประกอบ) Software เปิดโอกาสให้เราตั้งค่าต่างๆได้หลากหลาย ทั้งรูปแบบ รูปทรงตัวอักษร จะพิมพ์ให้อักษรขึ้นตรงๆ หรือ ขึ้นเอียง, ขึ้นเป็นทรงโดมก็ได้

ส่วนที่หนึ่ง Design Mode ใช้ในการออกแบบตัวอักษร

ส่วนในการพิมพ์ (Printing Mode)

ในส่วนนี้เมื่อเราได้ออกแบบตัวอักษรเสร็จแล้ว เราสามารถมาเริ่มสั่งพิมพ์ได้ที่ Mode นี้ จุดเด่นสำคัญคือ เราสามารถจัด Layout การพิมพ์ได้เองเลย หรือ ให้ AI ช่วยจัดให้เราก็ได้ อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญคือ เราสามารถเลือกพิมพ์งานไปพร้อมๆกัน (เสร็จพร้อมกันทั้งหมด) หรือ พิมพ์เสร็จที่ละตัวอักษรก็ได้  (แบบหลังนี้จะดีมาก เนื่องจากว่า จะประหยัดเวลาในการทำงาน พิมพ์เสร็จอักษรตัวไหนสามารถนำไปติดไฟได้เลย

ส่วนต่อมาเป็นการ Set ค่าเพื่อพิมพ์งานโดยการ Set ค่าดังกล่าวนี้มี Level ให้เลือก สำหรับคนที่ต้องการ set ง่ายๆเราสามารถเลือกแบบ Low, Standard และ High ได้ หรือคนที่มีความรู้ด้าน 3D Printer มากๆ สามารถเลือก Set แบบตั้งค่าเองได้ทั้งหมดก็ได้ มี Parameter ให้เลือกมาค่อนข้างมากเลยที่เดียว 🙂

ส่วนที2 Printing Mode ใช้ในการสั่งพิมพ์ ตั้งค่าการพิมพ์
ตัวอย่างเราสามรรถปรับรูปแบบตัวอักษรได้กว่า 100+ แบบ

การพิมพ์

การใส่เส้นพลาสติกตัวนี้ลองรับการใส่เส้น 2 ม้วนในเวลาเดียว กำหนดเปลี่ยนสีอัตโนมัติ (หลายสีกว่านี้ได้แต่ต้อง Manual เปลี่ยนสีเอง) อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น เราสามารถเลือกพิมพ์งานไปพร้อมๆกัน (เสร็จพร้อมกันทั้งหมด) หรือ พิมพ์เสร็จที่ละตัวอักษรก็ได้  (แบบหลังนี้จะดีมาก เนื่องจากว่า จะประหยัดเวลาในการทำงาน พิมพ์เสร็จอักษรตัวไหนสามารถนำไปติดไฟได้เลย

ขั้นตอนหลังจากพิมพ์เสร็จ

เมื่อพิมพ์เสร็จติด LED ลงไปส่วนฐาน อันนี้แล้วแต่ เทคนิคของแต่ละร้าน

ความทนทาน

โดยปกติหากอยู่ในที่ร่ม จะอยู่ได้ขั้นต่ำ 5-10ปี อยู่ Outdoor ต้องขึ้นกับสภาพอากาศ

ต้นทุน

ยกตัวอย่างชิ้นงานป้ายร้าน Print3DD นั้นใช้ต้นทุนในการทำ ไม่รวมส่วนวงจรไฟ ประมาณ 300บาท ทำเสร็จได้ภายใน 8 ชม. (กรณีพิมพ์จากเครื่องเดียวใช้เวลาในการพิมพ์ 4 ชม. ถ้าพิมพ์หลายเครื่องช่วยกันก็จะลดเวลาไปกว่านี้มาก)

ข้อดี
– ลดเวลาการทำป้ายลง 70% ลดต้นทุน และ แรงงานลง ทำงานไวขึ้น
– พิมพ์ได้ใหญ่ 600*600mm เปลี่ยนสีอัตโนมัติ 2สี รองรับงานหลายแบบ
– Optimize เพื่องานออกแบบป้าย และ ตัวอักษรโดยเฉพาะ ไม่ต้องทำในหลาย Software
– รองรับการทำงาน เป็น Farm Printing สั่งการและดูแลเครื่องหลายเครื่องพิมพ์กันได้

ข้อสังเกตุ
– สร้างงานได้สูง 100mm ไม่เหมาะกับการสร้างมาให้พิมพ์วัตถุลอยตัว วัตถุทรงสูง
– ปรับได้หลายหลาย ใช้เวลาในการศึกษา Learning curve 1-2 วัน

Video เพิ่มเติม

Video เปรียบเทียบการการทำป้าย LED แบบเก่า กับ แบบใหม่

Video ขั้นตอนการทำป้าย LED

Video ตัวอย่างงานป้าย

Video การบริษัทใน Singapore ใช้เครื่อง Flashforge AD1 ในขั้นตอนการผลิตป้าย ป้อนตลาด Singapore