fbpx

รีวิว EinScan Pro 2X 2020 มีอะไรดีขึ้นจากเดิม

สแกนเนอร์ EinScan Pro 2X เป็นสินค้ามีชื่อของ Shining3D ใช้กันแพร่หลายเนื่องจาก เป็น Hybrid สแกนได้ทั้งแบบ Fix-ขาตั้งกล้อง และ แบบ Handheld-มือถือสแกน จะเอาละเอียดก็ใช้ขาตั้งกล้องเอา จะเอาของชิ้นใหญ่-สแกนคนก็ใช้มือถือสแกนเอา EinScan Pro 2X (ต้นฉบับเริ่มขายเมื่อ 2018)

Timeline ของโปรดักส์ EinScan Pro 2X

เดือนมีนาคม 2021 ที่ผ่านมาได้ทำ Minor Change เป็น EinScan Pro 2X 2020 หลักการทำงานยังเหมือนเดิม มี Upgrade หลักๆขึ้นมาอีก 4-5 ข้อดังนี้

Upgrade List

  1. มีการเปลี่ยนวัสดุนิดหน่อย แก้ปัญหาเรื่อง LED ขาดเมื่อใช้ไปนานๆ / Software มีการพัฒนาเรื่อง AI
  2. สามารถสแกนได้ละเอียดขึ้นจาก 50micron เป็น 45micron ในโหมด Handheld — เอาง่ายๆเมื่อใช้มือถือสแกน จะสแกนได้คมขึ้น ละเอียดขึ้นนั้นเอง เป็นผลจากการ Upgrade ทั้งในส่วน Software และ Hardware
  3. สามารถไม่ติด Marker Sticker ในโหลด HD Scanner ได้แล้ว มีข้อแม้ว่าวัตถุต้องมีรูปทรงหรือลวดลายเฉพาะ ให้ AI จับ Texture ไปเรื่อยๆได้ — อันนี้จะดีกับคนที่ต้องสแกนมือถือ HD Mode แต่ไม่อยากติด Marker
  4. ความละเอียดในการ Scan เพิ่มเป็น 3,000,000point/sec — Point Cloud ที่เก็บมากขึ้น งานสแกนก็จะคม ละเอียดขึ้น
  5. ขนาด Scan ต่อ Shot ใหญ่ขึ้น 15% จาก 2x รุ่นก่อน 150x120mm – 250x200mm — Projector มีขนาดใหญ่และมีความแรงขึ้น(นิดนึง) ทำให้การสแกนเร็วขึ้น
Highlight Spec 2X 2020 จุดสำคัญที่มีการ upgrade

โหมดในการสแกนทั้ง 4 โหมดยังมาครบ

  1. ระบบมือถือสแกนรอบชิ้นงานหรือ Handheld HD Scan เป็นการสแกนที่ความละเอียด 45 Micron (0.045mm) ยิงแสงแบบแถบเส้น ทำได้โดยการเตรียมวัตถุ โดยติดหรือไม่ติด Marker ก็ได้ (ไม่ติดได้กรณีวัตถุมีรูปทรงลาดลายตลอดชิ้นงาน / ติดเมื่อชิ้นงานส่วนมากค่อนข้างเรียบ) เพื่อกำหนด Reference โดยผู้ใช้สามารถเดินรอบชิ้นงานที่ต้องการสแกนได้เลย โหมดนี้เหมือนกับการสแกนที่ต้องการคุณภาพสูง วัตถุอยู่นิ่ง ไม่เหมาะกับสิ่งมีชีวิต เช่น การสแกนรูปปั้นนอกสถานที่ วัตถุทางศิลปะ ชิ้นส่วนทางวิศกรรมที่ไม่สามารถถอดออกเป็นชิ้น ๆ ได้
  2. ระบบมือถือสแกนรอบชิ้นงานแบบเร็ว Handheld Rapid Scan ความละเอียดในการสแกนอยู่ที่ 100Micron (0.1mm) ยิงแสงแบบ QR Codeไม่ต้องติดสติกเกอร์ Marker เหมาะกับการสแกนสิ่งมีชีวิต เช่น มนุษย์
  3. สแกนอัตโนมัติด้วยถาดหมุน (Auto Scan) วางชิ้นงานลงบนฐาน เครื่องจะทำการสแกนจนเสร็จ ความละเอียดในการสแกนอยู่ที่ 40Micron (0.04mm) ซึ่งถือว่าคุณภาพสูงมาก แต่มีข้อจำกัดที่ชิ้นงานต้องขนาดไม่เกิน 20cm
  4. สแกนทีละช็อตโดยใช้ขาตั้งกล้อง(Fix Scan) ความละเอียดในการสแกนอยู่ที่ 40Micron (0.04mm) ทำการสแกนที่ละซ็อตไปเรื่อยๆโดยเครื่องสแกนเนอร์ต้องอยู่บนขาตั้งกล้อง

Info Graphic ต่างๆเพื่องานต่อความเข้าใจ

ภาพแรกเป็นการเปรียบเทียบ ขนาดสแกนต่อ Shot ของ 2x 2020 VS HD VS HX
ภาพสอง เปรียบเทียบต่อ นำภาพมาซ้อนกัน
ความเร็วในการสแกน

สรุป

  • สแกนเนอร์ Upgrade ขึ้นมานิดหน่อย Software จะ update ให้ตัวใหม่ 2020 เรื่อยๆ / ตัวเก่าจะ update น้อยลง
  • ราคาสูงขึ้น
  • ยังเป็นตัวที่น่าใข้เหมือนเดิม คาดว่าน่าจะเป็นสินค้าขายดีของ Shining3D เหมือนเดิม

หากสนใจสินค้า สามารถติดต่อเราได้ครับ 3DD เป็น Master Distributor ของ Shining3D ตั้งแต่ 2015

โมเดลสวยๆ จากเครื่อง Kings Professional SLA

โมเดลสวยๆ จากเครื่อง Kings Professional SLA

หลังจากใช้งานไปหลายปี เราไปเก็บรวบรวมงานพิมพ์ สวยๆจากเครื่อง Kings SLA ทั้งรุ่น Kings 600Pro, 800Pro, 1700Pro มาให้ชมกันครับ โดยในโพสนี้จะเป็นเน้นไปที่โมเดล Art งานศิลปะกรรม 3มิติ งานรูปปั้นพระ โดยโมเดลส่วนใหญ่สร้างขึ้นจาก Zbrush (สร้างทั้งหมด หรือ สร้างบางส่วนต่อเติมจากเครื่องสแกน 3มิติ)
Credit : FastFabb.com – Kings 600Pro

โดยหากเป็นงานเชิงวิศวะกรรมจะเป็นอีก Post หนึ่งสามารถชมได้ด้านล่างนี้ครับ

เครื่องตัดเลเซอร์ มีกี่แบบ อะไรบ้าง? CO2, Fiber, Diode

เครื่องตัดเลเซอร์ มีกี่แบบ อะไรบ้าง? CO2, Fiber, Diode

เครื่องตัดแกะสลักเลเซอร์ในท้องตลาดมีหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ทั้งแบบ CO2, Diode และ Fiber บางชนิดเหมาะกับงานโลหะ บางชนิดเหมาะกับงานอโลหะตัดพลาสติก ตัดหนัง ตัดสไม้ เรามาทำความรู้จักเลเซอร์แต่ละชนิดกันเลยครับ

แบ่ง Laser ตามแหล่งกำเนินแสง
1. CO2 Laser แห่งกำเนิดแสงของ Laser ชนิดนี้มาจากหลอด CO2 โดยทั่วๆไปจะมีกำลัง 30-180Watt โดยมีความยาวคลื่น 10.6 uM (10600 nm) เป็นความยาวคลื่นที่ตาเรามองไม่เห็น ไม่จำเป็นต้องใส่แว่นป้องกัน เลเซอร์ชนิด CO2 จะเป็นเลเซอร์ที่นิยมใช้มากที่สุด ทำงานได้หลากหลาย แต่เน้นไปที่วัสดุอโลหะ

หลอด CO2
  • นิยมใช้กันมากที่สุด เหมาะกับแกะสลักและตัดวัสดุอโลหะ เช่น Acrylic, แผ่นไม้, หนัง, แผ่นยาง, แผ่นพลาสติกชนิดต่างๆ
  • ใช้พลังงาน input สูงที่สุด เกิดความร้อนมากสุด ถ้าเทียบกับกำลังตัดที่ได้
    ตัดและ แกะสลัก Acrylic

    งานจาก CO2 Laser

2. Diode Laser แห่งกำเนิดแสงมาจากตัว Diode มีขนาดเล็กมาก แต่แลกมาด้วยกำลังที่น้อยจะเห็นที่ 1-10Watt ลำแสงที่ออกมาอยู่ในช่วง UV 405 – 1080 nm (เป็นแสงที่ตาเรามองเห็นนะคับ จะเห็นเป็นสีน้ำเงิน-ม่วง ต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันเมื่อใช้งาน เช่น แว่นตา)

Diode Laser
  • ขนาดเล็ก แกะสลักได้ดี แต่ไม่เหมาะงานตัด (ไม่แนะนำกับงานตัดเลย)
  • ต้องใช้แว่นป้องกัน ลำแสงมีอันตรายกับสายตา
  • หลังๆ Diode Laser ใช้ในการแพทย์และเสริมความงามมากขึ้น แต่ก่อนใช้ CO2 เลเซอร์ในการจี้ผิว แก้แผลเป็น หลังจากที่ Diode เลเซอร์มาจึงนิยม เนื่องจากเครื่องไม่ใหญ่ เคลื่อนย้ายสะดวก
    แกะสลักลงบนพื้นผิวต่าง

    เครื่องจะมีขนาดเล็กมาก

3. Fiber Laser เป็นเลเซอร์ที่มีกำลังมากที่สุด แหล่งกำเนิดแสงมาจาก Diode Laser จำนวนมากๆหลายตัว มารวมแสงผ่านกันที่เส้นไฟเบอร์นำแสง แสงของ Diode แต่ละเส้นจะมารวมกันที่เส้น Fiber เส้นใหญ่นำไปสู่หัวเลเซอร์และโฟกัสไปที่จุดเดียว Fiber Laser นิยมใช้ใน Fiber Marking 10-50Watt และ เครื่องตัดโลหะ ไฟเบอร์ Fiber Metal Cutter ขนาด 1000-5000Watt

เกิดจาก Diode Laser จำนวนหลาายๆตัว แสงเดินทางผ่านสาย Fiber เส้นเล็กๆหลายๆเส้น รวมเป็นเส้นใหญ่ ณ จุดปลายอีกข้างหนึ่ง
กำลังในการตัดสูงมาก สามารถตัดโลหะ หนาได้ (ต้อง Gas ช่วยเช่น Gas O2 หรือ N2)
  • เป็นเลเซอร์ที่กำลังสูงที่สุด
  • ราคาสูงที่สุด
  • ใช้แกะสลัก โลหะ หรือ ตัดโลหะหนาๆได้
  • ใช้ Fiber Laser ต้องใช้แว่นตาป้องกัน

    Fiber Laser สามารถตัดโลหะ หนาๆได้

Note : นอกจาก Diode Laser/ Fiber Laser ใช้ในงานตัดหรืองานแกะสลักแล้ว ยังเอามาใช้ทำ 3D Printer อีกด้วยจะเห็นได้ที่ระบบ SLA (ใช้เลเซอร์ยิงบนน้ำเรซิ่น) หรือ SLS (ใช้เลเซอร์ยิงบนผงโพลิเมอร์ ผงไนลอน) หรือ SLM (ใช้ Fiber Laser กำลังสูงยิงหลอมผงโลหะเข้าด้วยกัน)

ใช้ Fiber Laser ยิงลงบนผง Nylon ในระบบ SLS 3D Printer

แบ่งการตามวิธีการเคลื่อนที่ของเลเซอร์

1. Cartesian หรือ หัวเลเซอร์เครื่องที่ในแกน XY โดยมอเตอร์ ระบบนี้พบเห็นได้บ่อยที่สุด พวกเครื่องตัด CO2, Fiber Laser ต่างๆในท้องตลาด ระบบนี้ข้อดีคือถูก แต่ยังมีข้อจำกัด ด้านความเร็วของการทำงาน หัวเลเซอร์ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้เร็ว เร็วเกินไปงานที่ได้ไม่ชัดไม่สวย เช่น ถ้าแกะสลักที่ 200mm/Sec เริ่มจะเห็น Ghost (ภาพเคลื่อนจากความหน่วงของหัวฉีด)

เคลื่อนที่แบบ cartesian หัวเลเซอร์เคลื่อนทั้งระนาบ X Y

2. Galvano หรือ การกวาดแสงโดยใช้ กระจก 2 บาน เป็นตัวหักเหลำแสงเลเซอร์ ไปยังจุดต่างๆบน Table จะเห็นระบบนี้ได้มากกับ เครื่อง Fiber Laser Marking ข้อดีของระบบนี้คือเร็วมาก ความเร็ว 5000mm/Sec มีให้เห็นได้ง่ายๆ ข้อเสียหลัก หลักๆของระบบนี้คือ คุณภาพของงานจะลดลงเมื่ออยู่ขอบชิ้นงาน ห่างจากจุดกึ่งกลางเท่าไหร่คุณภาพลดลงเท่านั้น เพราะเลเซอร์จะตั้งฉากที่จุดกึ่งกลางภาพ และจะตกกระทบเป็นมุมมากขึ้นเรื่อยหากห่างจุดกี่งกลาง

เคลื่อนที่แบบ Galvano Scanner จะเห็นได้มากใน Fiber Laser Marking

3. Hybrid cartesian & Galvano อันนี้เป็นอะไรที่มาใหม่มาก คือใช้กันหักเหแสง กับ การเครื่องที่ตามแกนมอเตอร์เข้าด้วยกัน ตัวอย่างเช่นเครื่อง Formlabs Form3 หัวเลเซอร์เคลื่อนที่ในแนวแกน X แบบ cartesian และ ใช้การหักเหของกระจกที่แกน Y เป็นการประยุกต์เอาข้อดีของทั้งสองระบบเข้าด้วยกัน คือเคลื่อนที่ยังเร็วอยู่ และแสงเลเซอร์ตกกระทบยังได้ฉากอยู่เสมอ

เลเซอร์สะท้อนกระจกในแนวแกน Y (Galvano) ชุดเลเซอร์นี้เคลื่อนที่บนรางแกน X เลเซอร์จะตกกระทบตั้งฉากชิ้นงานเสมอ

Note : เครื่อง Laser Cut&Engrave เกือบทั้งหมดจะเป็นแบบ cartesian ส่วนเครื่อง Fiber Marking เกือบทั้งหมดจะเป็นแบบ Galvano แบบ Hybrid เริ่มจะมีให้เห็นได้บ้าง ยังใช้ในเครื่อง 3D Printer

Laser Cutter and Engraver – CO2 เครื่องตัดและแกะสลักเลเซอร์ชนิด CO2
เลเซอร์ที่นิยมใช้กันมากที่สุด ขนาดเริ่มต้น 40*30cm ถึง 250*130cm

Fiber Laser Marking เครื่องสลักโลหะไฟเบอร์เลเซอร์ความละเอียดสูง
เลเซอร์มาค์กิ้ง สำหรับแกะสลักผิวงานโลหะคุณภาพสูง เป็น Galvano ทำงานรวดเร็ว

Laser Engraver – Diode เครื่องแกะสลักเลเซอร์ชนิด Diode
เลเซอร์ไดโอด ขนาดเล็กดูสวยงาม ส่วนมากใช้งานเชิงแกะสลัก มีทั้งแบบ Galvano และ cartesian

Fiber Laser Metal Cutter เครื่องตัดโลหะไฟเบอร์เลเซอร์
เลเซอร์ไฟเบอร์กำลังสูง สำหรับตัดโลหะ กำลังเลเซอร์ 1000-3000watt

Metal 3D Printer พิมพ์โลหะ ที่เล็กที่สุดในโลก ถูกด้วย 2 หมื่นกว่าบาท

Metal 3D Printer พิมพ์โลหะ ที่เล็กที่สุดในโลก ถูกด้วย 2 หมื่นกว่าบาท

ตอนนี้ Flashforge 3D ได้ออกเครื่องพิมพ์ 3มิติ สำหรับพิมพ์โลหะโดยเฉพาะ ราคาเครื่องถูกมาก 69,000JPY (2.3หมื่นบาท) หากเทียบกับยี่ห้อเครื่องพิมพ์โลหะ ในท้องตลาด ไม่ว่าจะเป็น Markforge และ Desktop Metal ที่พิมพ์ได้ขนาดเท่าๆ ราคาอยู่หว่าง 5-10 ล้านบาท น่าสนใจมาก มีรายละเอียดอย่างไง ข้อจำกัดอย่างไง เราไปดูกันครับ

    • เครื่องเป็นรุ่นย่อยของ Flashforge ADV3 มีการ Customize บางอย่างให้แตกต่าง เช่น ฐานพิมพ์แบบ Carbon Fiber หัวฉีดที่ทำแบบพิเศษ ให้พิมพ์ได้ที่ 0.3mm
    • เส้นพลาสติกเป็น Stainless 316L ราคาอยู่ที่ 33,000JPY (หมื่นกว่าบาท)
    • ระบบการพิมพ์ 3มิติ เป็นแบบ FDM การหล่อโลหะ Debinding, Sintering แบบ MIM
    • MIM คือ Metal Injection Molding คือการผสมส่วนประกอบ ผงโลหะ, Polymer เข้าด้วยกัน ทำให้ผงโลหะสามารถนำมาฉีดได้คล้ายการฉีดพลาสติก ขั้นตอนการนำกับมาเป็นโลหะ ต้องใช้กระบวนการ Debinding ที่ใช้ความร้อน ความดัน สารเคมี(จำพวกกรด) เพื่อให้ Polymer ออกจาก Part ขั้นตอนต่อไปคือ Sintering คือเมื่อโพลิเมอร์ออกจากชิ้นงาน ต้องนำไปเผาควบแนนด้วยความร้อนสูง เมื่อเผาโลหะจะมีความแข็งแรงมาก แต่ชิ้นงานจะลดลงประมาณ 12% (หดไม่เท่ากันในแนว แกน XYZ)

      ภาพรวมของ Process MIM – เริ่มต้นด้วยการผสม ผงโลหะ กับ Binding ผงพลาสติก เข้าด้วยกัน คราวนี้โลหะจะมีคุณสมบัติเหมือนพลาสติกแล้ว สามารถฉีดขึ้นรูปได้ เมื่อฉีดขึ้นรูปเราจะเรียกว่า Green Part นำชิ้นงานไปผ่านกระบวนการนำโพลิเมอร์ออก Debinding ชิ้นงานที่ออกมาจะเรียกว่า Brown Part นำไปเผาต่อเพื่อให้โลหะเข้ารูปหากัน เพิ่มความแข็งแรง ได้วัสดุโลหะออกมา
    • Software Flashforge ทำมาเพื่อพิมพ์ Metal โดยเฉพาะชื่อ FlashXPrint โดยมีการคำนวนเพื่อการหดตัวของโลหะ, การสร้าง Support แบบต่างๆ
    • เครื่องกับวัสดุราคาไม่แพงครับ แต่ที่แพงคือค่าทำ Debinding และ Sintering เท่าที่เราสืบราคามา เครื่อง Debinding และ Sintering ราคาหลายล้านบาท
    • ปัจจุบันเครื่องนี้ขายอยู่เฉพาะใน ญี่ปุ่น
    • ส่งชิ้นส่วนที่พิมพ์เสร็จให้เค้าไป Debinding  และ Sintering โดยเค้าคิดราคาคร่าวสำหรับขนาด 20*20*20cm อยู่ที่ 85,000JPY (เกือบ 3หมื่นบาท)
    • เป็นเทคโลยีที่น่าสนมาก จริงๆเส้น 316L สามารถหาซื้อได้ในท้องตลาด เช่น BASF ราคาอยู่ประมาณ 1.3หมื่นบาท แต่ต้องหาที่ Debinding และ Sintering เองจ้าาาา
    • ข้อจำกัดของระบบนี้เหมือน Trial & Error เป็นไปได้ยากที่จะพิมพ์ชิ้นงานและเผาออกมาได้ขนาดตรงที่ออกแบบเลย เนื่องจากมีการหดตัวอยู่มาก
    • ปัจจุบัน ณ ที่เขียนบทความ ตัวนี้ Japan Limited Only – ตัวที่ใกล้เคียงสุดคือ Adventurer 3 และหาเส้น 316L เองจาก BASF
Flashforge Adv3x Metal Printer
มาดู Process จากหน้าเวบ Flashforge Japan ดู
เส้นพลาสติก MIM Stainless 316L ราคาหมื่นกว่าบาท
รายละเอียดการใช้งาน
คู่มือภาษาญี่ปุ่น
มาดูรูปตัวอย่าง Process กันดู หดเยอะอยู่เหมือนกันครับ 12% และไม่เท่ากันในทุกแกน X Y Z
Software ที่ทำมาเพื่อ Metal 3D Printer โดยเฉพาะ FlashXPrint
การ Calibrate
Spec คร่าวๆ
กล้องดูภาพ การทำงาน Online
ตัวอย่างงานที่พิมพ์ออกมา
แผ่นพิมพ์ Carbon Fiber
ราคาในการจ้าง Debinding และ Sintering จาก Flashforge Japan

งานสวยๆจาก CO2 Laser

งานสวยๆจาก CO2 Laser

มาดูงานสวยจากเครื่อง Laser Cut/ Engrave กัน สามารถเอาไปประยุกต์ใช้ทั้งงานศิลปะ งานสินค้าเครื่องใช้ ใช้ห้องเรียน STEM และอื่นๆ วัสดุที่สามารถตัดและแกะสลักได้มีหลายชนิด (ไม่รวม วัสดุที่เป็นโลหะ) เช่น แผ่นพลาสติกชนิดต่างๆ เช่น Acrylic, PolyCarbonate, HIPS แผ่นไม้ชนิดต่างๆ, ไม้แท้, ไม้อัด, หนังแท้, หนังสังเคราะห์, แผ่นยาง

ตัดชิ้นส่วน 2 มิติ มาประกอบเป็นโมเดล 3มิติ
งาน Functional สามารถขยับกลไกได้
ตัดและ แกะสลัก Acrylic
Acrylic สามารถดัดงอเข้ารูปได้ โดยการตัดแซะร่อง
ทำงาน พ่วงกุญแจ
ทดสอบการตัด และ แกะสลัก ใน Condition ต่างๆ
วัสดุไม้ แผ่นอะครีลิก แผ่น Poly Carbonate, แผ่นไม้

ทำที่รองแก้วได้ง่ายๆ
ทำงานศิลปะสวยๆ
ใช้สร้างสรรค์งาน Display

งาน ฟันเฟือง งาน Functional อื่นๆ

Laser Cutter and Engraver – CO2 เครื่องตัดและแกะสลักเลเซอร์ชนิด CO2
เลเซอร์ที่นิยมใช้กันมากที่สุด ขนาดเริ่มต้น 40*30cm ถึง 250*130cm

งานสวยๆจาก Fiber Marking Laser

งานสวยๆจาก Fiber Marking Laser

สวัสดีครับ วันนี้เราเอางานสวยๆ จากเครื่อง Fiber Marking มาฝากครับ Fiber Marking Laser สามารถแกะสลักลงบนพื้นผิวโลหะ, เหล็ก, Stainless, ทองแดง, ทองเหลือง, โลหะมีค่าต่างๆ, หิน, หินอ่อน และ อื่นๆ กวาดแสงเลเซอร์ด้วย Galvano สร้างลดลายได้เร็ว

แกะสลักลงบน Iphone อลูมิเนียม

สร้าง QR Code บนวัสดุต่างๆได้
พิมพ์ลงบนพื้นผิว ทองแดง
ด้วยค่าต่างๆ
ปรับระดับกำลัง ความเร็วในการยิงเลเซอร์ได้
แกะสลักบนหินอ่อน

สามารถแกะสลักบนหินได้
แกะสลักรูปเหมือน ได้

Fiber Laser Marking เครื่องสลักโลหะไฟเบอร์เลเซอร์ความละเอียดสูง
เลเซอร์มาค์กิ้ง สำหรับแกะสลักผิวงานโลหะคุณภาพสูง เป็น Galvano ทำงานรวดเร็ว

3D Scanner เลือกอย่างไง? ให้เหมาะกับคุณ (Update 2021)

3D Scanner เลือกอย่างไง? ให้เหมาะกับคุณ (Update 2021)

ปัจจุบันมีเครื่อง 3D Scanner ให้เลือกใช้หลากหลาย มีทั้งแบบราคาหลักหมื่น หลักแสน หลักล้าน เหมาะกับการใช้งานแตกต่างกัน โดยหลักๆในบทความนี้จะเป็นเครื่องสแกนเนอร์แบบ Structure Light/LED , Laser Scanner, Infrared ที่เป็นสินค้าหลักของ 3DD เป็นที่นิยมใช้กับทั่วโลก (เครื่อง Scanner แบบอื่นๆ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ “รู้จัก 3D Scanner คืออะไร”)

โดยเราสรุปการเลือกเครื่อง 3D Scanner จากหลายๆปัจจัย เช่น ขนาดของวัตถุที่เราต้องการสแกน, ชนิดของเครื่องสแกน, ความละเอียดของไฟล์สแกน และเรื่องสุดท้ายคือ ราคา ผู้ซื้อต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าต้องการนำไปสแกนอะไร เช่น สแกนคนไข้, สแกนรถยนต์, สแกนรูปปั้น ต้องการคุณภาพงานระดับไหน เครื่องแพงไม่ได้ดีที่สุด, เครื่องถูกหากใช้งานไม่ได้ก็ไม่เหมาะเหมือนกัน

Note : กรณีอยากทำความรู้จักเครื่อง 3D Scanner ว่าคืออะไร มีกี่ประเภท ประโยชน์คืออะไร สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บทความ “รู้จัก 3D Scanner คืออะไร”


เลือก 3D Scanner จาก 5 ปัจจัย

1. ขนาดของวัตถูที่ต้องการสแกน 

เครื่อง 3D Scanner ที่ใช้กันโดยทั่วไปมักจะรองรับกับชิ้นงานกว้าง 10cm-100cm (ขนาดกลาง) เครื่องที่สแกนของชิ้นเล็กๆ โดยเฉพาะเล็กกว่า 5cm ลงมาจะราคาสูง (เลนส์ของเครื่องสแกนจะใช้เป็นแบบ Macro) ส่วนเครื่องสแกนที่สแกนงานขนาดใหญ่ไปเลยเกินกว่า 1เมตร-รถยนต์ทั้งคัน หรือไปถึง 10เมตร ก็จะมีราคาสูงไปเลยเช่น เครื่องสแกนชิ้นงานขนาดกลางมีให้เลือกมากสุดราคาถูกสุด

Note : เครื่องสแกนของขนาดเล็กไปเลย หรือ ใหญ่ไปเลย ราคาจะสูงครับ / ของขนาดกลาง จะมีหลายรุ่นให้เลือก ราคาถูกกว่า

ขนาดกลาง หากงานที่ต้องการสแกน ขนาดความกว้างอยู่ในช่วง 10cm – 100cm จะมีเครื่องให้เลือกอยู่หลายรุ่น เกินครึ่งของผู้ใช้งานจะสแกนในช่วงนี้ ตัวอย่างชิ้นงานจำพวก ชิ้นส่วนเครื่องจักร, รูปปั้น, โมเดลทางการแพทย์, สินค้าทั่วไป ภาชนะต่างๆ หรือ เทวรูป ราคาเครื่องในรุ่นนี้มีหลายระดับราคา ตามแต่ความละเอียดของกล้อง หรือ ฟังก์ชั่นต่างๆ

ระบบที่แนะนำ : ได้ทั้งหมด Fix Scan, Hybrid และ Hanheld

รุ่นที่แนะนำ EinScan SE(Accuracy 100Micron), EinScan Pro 2X (40-50Micron) , EinScan Pro HD (40-50Micron)

ขนาดเล็ก ชิ้นงานจำพวกแหวน Jewelry งาน Restoration (สร้างเครื่องประดับซ้ำ หรือ ลอกแบบ), งานทางด้านทันตกรรม สแกนปูนพิมพ์ฟัน หรือ แม้กระทั่ววัตถุมงคล พระเครื่องที่มีขนาดเล็ก โดยผู้เขียนขอใช้คำว่าเล็ก กับชิ้นงานขนาดกว้างน้อยกว่า 5cm ลงมา เครื่องที่สามารถสแกนชิ้นงานขนาดเล็ก 3D Scanner นั้นจะใช้เลนส์ Macro โปรเจคเตอร์ หรือ LED ก็จะต้องมีความละเอียดระดับ Macro ราคาเครื่องจะค่อนข้างสูง

ระบบที่แนะนำ : ต้องเป็น Fix Scan เท่านั้น โดยระบบจะมี Automatic Turntable มาให้ด้วย

รุ่นที่แนะนำ : AutoScan Inspec  (10Micron)

ขนาดใหญ่  ชิ้นงานขนาดใหญ่ ในที่นี่หมายถึงงานขนาด 100cm ขึ้นไป เครื่องที่เหมาะสมกับระบบนี้ ควรจะสามารถถือสแกนได้ Handheld ชิ้นงานจำพวก รถยนต์, ยานพาหนะ, เครื่องจักรขนาดใหญ่, รูปปั้น, งานศิลปะ, รวมร่างกายมนุษย์ หรือ ส่วนของร่างกาย งานขนาดใหญ่ล้วนต้องการ Function การถือสแกน โดย Handheld ก็มีให้เลือกหลากหลายแบบตาม ความละเอียดของกล้อง หรือ เทคโนโลยีที่เอาเข้ามาเสริม เช่น บวก Laser Scan หรือ Infrared เข้ามาด้วย

เมื่อพูดถึง 3D Scanner แบบ Handheld สิ่งที่ต้องมาคำนึงคือ ความละเอียด และขนาดที่สแกนได้ต่อ Shot ยิ่งสามารถสแกนต่อ Shot ได้ใหญ่จะสามารถเก็บงานได้เร็วเท่านั้น ดังจะเห็นได้จาก รูปด้านล่างนี้

แสดงให้เห็นการ Scan Single Shot แต่ละรุ่นจะเก็บ Detail ได้ขนาดไม่เท่ากัน EinScan Pro 2X ได้เล็กสุดในกลุ่ม Handheld ในขณะที่ EinScan H กับ HX ทำได้ใหญ่ ใช้เวลาในการสแกนเก็บเร็วกว่า
เปรียบเทียบ Scan Area ในหนึ่ง Shot
จำลองให้ดูง่ายๆว่า ความเร็วในการทำงานแตกต่างกันอย่างไร

ระบบที่แนะนำ : Handheld มือถือ สแกนซึ่งสามารถทำงานได้เร็วกว่า

รุ่นที่แนะนำ : EinScan Pro 2X/2XP, EinScan Pro HD, EinScan H (มี Infrared), EinScan HX (มี 3D Laser Scan)

Note :  Laser Scan มีข้อดีสามารถสแกนวัตถุโลหะ รถยนต์ วัตถุสีเข้ม หรือ สะท้อนแสงได้, ส่วน Infrared จะมีความสามารถในการสแกนเส้นผม (สแกนได้ดีขึ้น แต่ไม่ทั้งหมดอยู่ดี)

2. Handheld & Fix Scanner

Fix Scan  การสแกนแบบ Fix Scan คือ “ขณะสแกนใน Shot นั้นๆ เครื่องสแกนต้องอยู่นิ่ง” อาจจะอยู่บนขาตั้งกล้อง หรือ แท่นจับ ก็ได้ เวลาในการสแกนแต่ละช็อตเกินวินาที-หลายวินาที ข้อดีของระบบนี้คือ สามารถเก็บงานได้ละเอียดกว่า ข้อเสียคือใช้เวลาในการสแกนนานกว่า

  • เวลาสแกนเครื่อง 3D Scanner ต้องอยู่นิ่งบนขาตั้งกล้อง สแกนจบค่อยย้ายไป Shot ต่อไป (แนะนำให้เลื่อมกับจุดเดิม 30% ขึ้นไป Software จึงจะต่อไฟล์ให้เองอัตโนมัติ)
  • ข้อดีของแบบนี้คือ สามารถเก็บรายละเอียดได้ดีกว่า ไฟล์คมชัดกว่า (เหมือนใช้ขาตั้งกล้องถ่ายรูป เทียบกับเราเอามือถือกล้องถ่าย)
  • ข้อเสียของระบบนี้ คือ ใช้เวลาในการสแกนนานกว่าแบบ Handheld โดยเฉพาะงานชิ้นใหญ่ๆเกิน 50cm ขึ้นไป
  • ระบบนี้สามารถทำงานร่วมกัน Automatic Turntable ได้ (3D Scanner อยู่บนขาตั้งกล้อง ชิ้นงานสแกนอยู่บนแท่นหมุนอัตโนมัติ เมื่อสแกน Shot หนึ่งเสร็จแท่นจะหมุนอัตโนมัติ ในองศาที่กำหนด เช่น 45องศา และ สแกนใน Shot ต่อไป สแกน 8 ครั้งจะได้ครบ 360องศา
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็น Fix Scan ล้วนๆ EinScan SE, AutoScan InspecDS-EX Pro

Handheld การสแกนแบบ Handheld จะเป็นเทคโนโลยีที่มาใหม่ พัฒนาต่อมาจาก Fix Scan สืบเนื่องจากคอมพิวเตอร์พัฒนาประมวลผลได้เร็ว ทั้งกราฟิกและการเขียนอ่านข้อมูล จึงสามารถเก็บ Shot ได้เร็วขึ้น เครื่อง Handheld จึงถือกำเนิด เครื่องใหม่จะเก็บ shot ได้ 15-30 fps หรือ 15-30 shot ในเวลาหนึ่งวินาที ทำให้ถือสแกน ลากเก็บภาพ 3มิติไปเรื่อยๆได

  • เวลาสแกนสามารถใช้มือถือสแกนชิ้นงานไปเรื่อยๆได้ ลากช้าหรือเร็วขึ้นกับ Spec ของเครื่องสแกนและความแรงของคอมพิวเตอร์ประมวลผล
  • ข้อดีคือ สแกนได้รวดเร็ว สะดวก เหมาะกับความชิ้นใหญ่
  • ข้อเสีย หากให้เทียบจริงๆแล้วคุณภาพงานสแกนสู้แบบ Fix ไม่ได้
  • สามารถสแกนคนหรือสัตว์ได้ (อย่างไรก็ตามคน ควรจะอยู่นิ่ง ยืนเฉย หรือ นั่งเฉยๆ)
  • เหมาะกับการสแกนของชิ้นใหญ่, ของที่เคลื่อนย้ายไม่ได้, คน หรือ สัตว์
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็น Handheld ล้วนๆ EinScan Pro 2X/2XP,EinScan Pro HD,EinScan H,EinScan HX, AoralScan Intra-Oral Scanner

Hybrid เครื่องสแกนที่รวมเอาสองความสามารถนี้เข้าด้วยกัน คือจะใช้ขาตั้งกล้องก็ได้ หรือ มือถือสแกนก็ได้ จะมาเสริมจุดเสียของ Fix Scan ที่เก็บงานได้ละเอียดแต่ช้ามีข้อจำกัด กับ Handheld Scan ที่เก็บงานได้เร็วคล่องตัว ละเอียดจะเก็บได้น้อยลง

  • เวลาที่ต้องการงานละเอียด ชิ้นงานเล็กใช้ โหมด Fix Scan
  • เวลาสแกนคน, ของชิ้นใหญ่ ของที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ ใช้โหมด Handheld Scan
  • เครื่องแบบ Hybrid จะครอบคลุมการทำงานหลาก สแกนได้ทั้งของชิ้นกลาง-ใหญ่
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็นแบบ Hybrid  EinScan Pro 2X/2XPEinScan Pro HD

Note : ถ้ามองในแง่การใช้งานที่หลากหลาย แนะนำให้ซื้อเป็นแบบ Hybrid เนื่องจากตอบโจทย์ขนาดการสแกนได้ตั้งแต่เล็กถึงใหญ่ สแกนของได้ครอบคลุมมากกว่า ทำงานคล่องตัว และ flexible กว่าที่สำคัญราคาไม่แพงมาก มีให้เลือกหลากหลายรุ่น EinScan Pro 2X/2XP EinScan Pro HD

3. ความละเอียดในการ

ความละเอียดในการสแกนเป็นเหตุผลสำคัญในการเลือกเครื่อง 3D Scanner แต่ละคนคาดหวังความละเอียดในการสแกนไม่เท่ากัน โดยมากเครื่องสแกนเนอร์ที่ละเอียดสูงราคาจะสูงตาม แต่ไม่ใช่ความละเอียดสูงจะดีทั้งหมด หากไฟล์ละเอียดมากไปก็จะกินความจุเยอะ ทำไป Process ต่อได้ยากทำงานได้ช้า เช่น บริษัททำ Packaging ต้องการสแกนสินค้ารูปทรงต่างๆเพื่อผลิตบรรจุภัณฑ์ ไฟล์ที่ต้องการเพียงแค่รูปร่าง เพื่อไปทำเป็น Outline กล่องสินค้าหรือ Thermoforming ก็ไม่ต้องเลือกรุ่นที่ละเอียดที่สุด กลับกัน กลุ่มธุรกิจที่ต้องการสแกนงานศิลปะรูปปั้น ต้องการรายละเอียดที่สูงให้มี Detail ใกล้เคียงกับงานต้นฉบับที่สุด เพื่อเวลาไปทำงานแต่ไฟล์ 3D ต่อสามารถทำได้น้อยที่สุด ก็ความเลือกเครื่องที่สแกนได้สูง

ละเอียดต่ำ (Accuracy >100Micron) กรณีไม่ต้องการความละเอียดในการสแกนสูงนัก เช่น ต้องการเพียงรูปร่าง ไม่ได้สนใจความพื้นผิวมากนัก หรือ การสแกนสิ่งของเครื่องการ Scale Down สแกนใหญ่ เอาไปพิมพ์ออกมาเล็กลง เช่นการปั้นดิน Model ขนาด 10 นิ้ว และพิมพ์ 3มิติ ย่อลงมาเหลือ 2 นิ้ว 1:5 เครื่องระดับนี้ก็ตอบโจทย์ได้ แถมราคาไม่แพง

รุ่นที่แนะนำ : EinScan Pro 2X/2XP, EinScan Pro HD, EinScan H (มี Infrared), EinScan HX (มี 3D Laser Scan)

ละเอียดกลาง (Accuracy 40-60Micron) กรณีหวังผลในการใช้งานทางธุรกิจเชิง Engineer, งานทางการแพทย์, งานทางศิลปะ แนะนำให้ดูความละเอียด ระดับ 50micron ไว้ สามารถไปทำงานต่อในด้าน Reverse Engineer, Inspection, งานปฏิมากรรม ความละเอียดระดับกลางนี้เป็นตลาดที่ใหญ่สุดเมื่อเทียบกับระดับต่ำ และสูง

รุ่นที่แนะนำ : EinScan Pro 2X/2XP, EinScan Pro HD, EinScan H (มี Infrared), EinScan HX (มี 3D Laser Scan)

ละเอียดสูง (Accuracy <20Micron) ส่วนมาเป็นเครื่องสแกนเฉพาะทาง เช่น เครื่องสแกนงานทางทันตกรรม, งานเครื่องประดับ Jewelry, งาน Metrology  เครื่องสแกนในระดับจะมีราคาค่อนข้างสูง แต่ได้ความแม่นยำสูงเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน

รุ่นที่แนะนำ : AutoScan Inspec (ความละเอียดที่ 10Micron), DS-EX Pro (เครื่องสแกนโมเดลฟัน), AoralScan Intra-Oral Scanner (เครื่องสแกน 3มิติในช่องปาก)

4. ลักษณะวัตถุที่ต้องการสแกน

  • ชิ้นงานสีดำ หากเป็นเครื่องสแกนปกติ จะต้องเตรียมพื้นผิวชิ้นงานก่อน เช่น พ่นสเปร์แป้ง กรณีที่พ่นสเปร์แป้งไม่ได้จริงๆ แนะนำเครื่องสแกนที่มี Function Laser Scan เข้าไปด้วย เช่นรุ่น EinScan HX
  • ชิ้นงานมันเงา วาว สะท้อนแสง จะต้องเตรียมผิวชิ้นงานก่อนเช่นกัน โดยมากจะพ่นสเปร์แป้ง Powder Spray หากไม่สามารถพ่นได้ หรือ ชิ้นงานพื้นผิว โลหะเป็นจำนวนมาก แนะนำสินค้าเป็น Laser 3D Scanner
  • Dental
  • Jewelry สแกนของชิ้นเล็กๆ
  • Autopart
  • Medical
  • ทั่วๆไป

ตย. การจับคู่เครื่องสแกนเนอร์ที่เหมาะสม

5. ราคา 

เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด แต่แน่หล่ะ เครื่องดีกว่า ราคาย่อมแนวโน้มแพงกว่า ในที่นี้อาจจะกล่าว เครื่องสแกนที่แนะนำในบทความนี้ราคาหลักหมื่น ถึงหลักแสน บางคนตกใจกับราคา เราท้าวความไปก่อนหน้านี้จัด 8 ปีเครื่อง 3D Scanner ใช้ในอุตสหกรรมจะราคาเกินล้านทั้งหมด มาถึง 2021 เครื่องราคาลงมาก และคุณภาพงานสแกนดีกว่าเดิม การใช้งาน User Friendly มากกว่า, ผนวกกับปัจจุบัน คอมพิวเตอร์มีความเร็วในการประมวลผลมากขึ้นมั้ง CPU เร็ว, SSD บันทึกเร็วขึ้น, การ์ดจอเร็วขึ้นมาก เป็นที่รู้กันว่า 3D Scanner เป็นอะไรที่กิน Spec เครื่องคอมมากๆ

หากการสแกนไม่ได้หวังผล ไม่ต้องการความละเอียด ลองเลือกไปทางเครื่อง Scanner จาก Iphone/Ipad Pro ที่มี Lidar (300-3000um accuracy) หรือเครื่องสแกน Low-end จาก XYZ เป็นต้น หากมองเครื่องสแกนที่ดีขึ้นมาเอามาใช้ในงาน >

หากต้องใช้เพื่อเป็นงานอดิเรก หรือ หวังผลทางธุรกิจ-ระดับอุตสาหกกรรม อาจจะพิจารณาจากข้างล่างนี้ครับ > 3D Scanner

  • ROI (Return on Investment) ราคาไม่สำคัญ เท่ากับจะคืนทุนเมื่อไหร่ มีหลายคนที่ซื้อไปสามารถคืนทุนภายใน 6เดือน – 1ปี ในขณะที่บางคนซื้อเครื่องไม่ตรงจุดประสงค์ราคาถูกกว่าแต่ใช่ไม่ได้จริง สรุปไม่คืนทุนก็มี
  • หากเปรียบเทียบรุ่นที่เราขายแล้ว Shining3D เป็นแบรนด์จากจีน และอยู่ในตลาดหลักทรัพย์เป็นตัวที่รัฐบาลจีนถือหุ้นอยู่ (เหมือนกรณี Hauwei) เป็นอันดับหนึ่ง หากเทียบกับแบรนด์ US, ยุโรป เลยตัวนี้ถือว่าได้เปรียบมากๆเรื่องราคาเพราะถูกกว่าเกิน 50% ปัจจุบัน Brand Shining3D ครองส่วนแบ่งตลาดเครื่องสแกน 3มิติ มากเป็นอันดับต้นแซงหลายแบรนด์เก่าในยุโรป มี Head Quarter ที่เยอรมัน และ อเมริกา / เครื่อง Zone ยุโรป และ อเมริกา จะดีตรงที่มีชื่อมากกว่าเป็นแบรนด์ที่มีมานาน แต่มีข้อเสียเรื่องราคา ต้องต่ออายุไลเซนรายปี และความซ่อมที่แพงมหาศาล ส่วนเครื่องจาก Shining3D มา Disrupt อีกทีหนึ่ง
  • แต่หากให้เทียบกับแบรนด์จากจีนด้วยกัน Shining3D อาจจะแพงกว่านิดหน่อย แต่แบรนด์ดูมีภาษีดีกว่าจากเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์และรัฐบาลถือหุ้น

สรุป

  • เราต้องรู้ว่าต้องการนำไปสแกนอะไรเป็นหลัก งานของเรามีขนาดใหญ่ หรือเล็กเพียงใด ส่วนใหญ่งานเกือบทั้งหมดเป็นขนาดกลาง 10-100cm
  • ระบบการสแกนหลักๆมี 3 แบบคือ Fix Scan ตั้งนิ่งเพื่อสแกน สแกนได้เก็บรายละเอียดได้ดีกว่า , Handheld ถือสแกน สแกนได้เร็ว สแกนได้ใหญ่, Hybrid คือเครื่องที่สามารถสแกนได้ทั้ง Fix+Handheld แบบ Hybrid สามารถทำงานได้หลายหลายเอาข้อดีของทั้งสองมาประยุกต์
  • ความละเอียดในการสแกนสูง ใช่ว่าจะดี เพื่อไฟล์หนัก กิน spec คอมสูง เลือกความละเอียดให้เหมาะสมกันงาน ช่วงประมาณ 50Micron เป็นช่วงที่นิยมสุด
  • ชิ้นงานบางอย่างเหมาะกันสแกนเนอร์เจาะจง เช่นเครื่องสแกนเนอร์ในช่องปาก, เครื่องสแกนเนอร์สำหรับ งานเล็กงาน Jewelry เครื่องสแกนเฉพาะเจาะจงส่วนมากจะราคาสูง เพราะทำ Software มาให้เฉพาะกับอุตสหากรรมนั้นๆ
  • ราคาเป็นเรื่องที่ต้องคำนึงเป็นหลัก หากหวังผลทางธุรกิจแล้วไม่แนะนำเครื่องสแกนราคาถูก/ iphone/ xyz Scanner (เหมาะกันใช้งานเล่นๆมากกว่า) — หากจะหวังผลแนะนำต้องแต่พวกรุ่น EinScan SE ขึ้นไปเลย แนะนำรุ่นที่เหมาะซื้อถูกไป งานไม่ได้ก็ไม่ดี ซื้อแพงไปใช้ไม่ถึงก็ไม่ดี
  • หากคิดอะไรไม่ออกรุ่นที่แนะนำ ใช้ได้หลายหลายสุดคือเครื่องแบบ Hybrid ใช้ได้เกือบทุก Category ราคาอยู่ในระดับกลางๆ ใช้ได้งานได้ถึงระดับอุตสาหกรรม EinScan Pro 2X/2XP EinScan Pro HD

คำแนะนำ

  • หากการสแกนของท่านครอบคลุมวัตถุหลายขนาดทั้งขนาดเล็ก-กลาง-ใหญ่ อยากให้แนะนำให้เลือก Scanner ที่สามารถสแกนแบบ Hybrid คือสแกนได้ทั้ง Handheld เพื่อสแกนของชิ้นใหญ่หน่อย วัตถุที่เคลื่อนย้ายลำบาก และ Fixed Scan โดยใช้ขาตั้งกล้องสแกนเป็นช็อตๆไปเรื่อยๆเพื่อเก็บรายละเอียดและความสวยงาย พวกนี้จะเป็นรุ่น EinScan Pro 2X/2XP, EinScan Pro HD
  • หากเจาะจงต้องสแกนวัตถุสีดำ หรือสแกนในที่จ้า แสง Backgroud เยอะหรือจ้าให้ลองเลือกรุ่น  EinScan Pro HD เพราะทำมาให้ยิงแสง LED ได้แรงขึ้นกว่ารุ่นอื่น ในกรณีที่ทั้งต้องการสแกนวัตถุสีดำ, วัตถุสะท้อนแสง, แสงพื้นหลังไม่สามารถควบคุมได้ แนะนำเป็นรุ่น EinScan HX เนื่องจากใช้ Blue Laser ในการสแกน Blue Laser จะมีความเข้มของแสงมากกว่า
  • EinScan HX เป็นเครื่องสแกนใหม่ที่ความสามารถของ Laser Scan (สแกนงานสีเข้ม, ผิวโลหะ, ผิวแวววาวได้) และ LED ซึ่งสามารถสแกนเก็บไฟล์สี ไม่ต้อง ติด Marker ได้ด้วย

ถามตอบ

Q : อยากได้เครื่องเดียวจบ สแกนงานได้หลายๆอย่าง ?

A : ไม่มีเครื่อง 3D Printer ไหนที่ครอบจักรวาล ขึ้นอยู่กับว่าต้องการสแกนวัสดุขนาดเท่าไหร่, ความละเอียดที่ต้องการ, และลักษณะพื้นผิว เช่น เครื่องสแกนแบบ Macro AutoScan Inspec สามารถสแกนได้ละเอียดมาก 10um แต่ขนาดใหญ่สุดที่เครื่องสแกนได้แค่ 12cm เนื่องจากการตั้งเลนส์โฟกัสไปยังชิ้นงานเป็นเลนส์ Macro อันนี้ได้ความละเอียดแต่สแกนได้แต่ชิ้นเล็กๆ

ถ้าจะให้แนะนำ รุ่นที่สแกนได้กว้างและหลากหลายที่สุด ให้มองจำพวกเครื่อง Hybrid ที่สแกนได้ทั้ง Handheld และ Fix Scan เนื่องจากสามารถรองรับงานได้ตั้งแต่ 10cm ถึง 2-3เมตร ในช่วง 10-60cm เก็บรายละเอียดได้ดีจากการ Fix Scan แต่หากชิ้นงานใหญ่กว่า 60cm หรือ สแกนคนสามารถสแกนได้ด้วยโหมด Handheld เครื่องสแกนเนอร์จำพวกนี้ได้แก่ EinScan Pro 2X/2XP, EinScan Pro HD

Q : งานที่ต้องการสแกนพ่นสเปร์ยแป้งไม่ได้ ควรจะเลือกรุ่น ?

A : ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า เครื่อง 3D Scanner ระบบ LED (ไม่ว่าแสงขาวหรือแสงน้ำเงิน) แพงทางวัสดุสีเข้มและมันวาวสะท้อนแสง ต้องเป็นเครื่อง LED ที่ยิงแสงน้ำเงิน-ม่วงเข้มมากๆถึงจะสแกนวัสดุเข้มหรือมันวาวได้ ดังนั้นหากเจอพื้นผิวดังกล่าวนิยมให้พ่นสเปร์ยแป้ง เตรียมผิวให้พร้อมสแกนเป็นสีขาวด้าน สเปร์ยแป้งมี Base เป็น Alcohol ไม่มีฤทธิ์กัดสีนัก แต่หลายๆครั้งวัตถุที่มาสแกนไม่สามารถพ่นสเปร์ยแป้งได้ เช่น เป็นวัตถุโบราณมีความสำคัญมาก, เครื่องยนต์เครื่องจักร

Q : งบจำกัด ในท้องตลาดมีหลายตัวเห็นบางตัวราคาหลักพัน ใช้ได้ไหม?

A : อยู่ที่ความคาดหวังของงานสแกนครับ ปัจจุบัน 3D Scanner ราคาหลักพันยังใช้งานได้ไม่ดีนัก เช่นตัวที่ในท้องตลาด Sense หรือ XYZ Scanner ใช้หลักการเป็นแสง infrared ค่าที่ได้ไม่แม่นยำเท่าใดนัก งานที่ได้พอดูรู้ว่าเป็นอะไรแต่ไม่เห็นรายละเอียด หากมองสแกนเนอร์เพื่อหวังผลการใช้งานควรเริ่มจาก LED Light หรือ Structure Light (สิ่ง Pattern แสง ใช้กล้อง 2 เก็บ Pattern แสงที่ได้) เช่น รุ่น EinScan SE เป็นต้นไป

Q : iPhone รุ่นไหม หรือ iPad Pro มีเทคโนโลยี Lidar ทำไมต้องซื้อ 3D Scanner?

A : Lidar ของ Iphone หรือ Ipad Pro นั้นเหมาะกับการสแกน หรือ Sensor เชิง Landscape มากกว่า เช่นการตรวจวัดระยะ หากสิ่งกีดขวาง การ Mapping AR มี App ที่นำเอาความสามารถนี้มาทำเป็น 3D Scanner แต่ทำได้ยังไม่ดีนัก Software ยังมี bug อยู่ ใครสนใจไปทดลองกันกับเครื่องตัวเองได้ครับ

Q : 3D Laser Scanner จำเป็นไหม? ทำไมแพงกว่ารุ่นอื่นๆ?

A : ปกติ Laser Scanner จะแพงนิยมใช้ในธุรกิจที่ต้องการความแม่นตรง(Precision) และ แม่นยำ(Accuracy) สูง ข้อดีของระบบ Laser นั้นคือสแกนชิ้นงานผิวต่างๆได้หลายหลาย ผิวโลหะ ผิวมันเงา ผิวด้าน แม้มีหลายพื้นๆผิวในชิ้นงานเดียวกันก็สามารถสแกนได้ ส่วนเครื่อง 3D Scanner แบบ LED/Structure Light ต้องเตรียวพื้นผิวชิ้นงานหน่อยสำหรับ ผิวโลหะ ผิวดำ มันวาว ต้องพ่นสเปร์แป้งรองผิวก่อน ถ้าไม่ได้ติดเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่อง Laser สแกน


อ่านเพิ่มเติม 

ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่นี่


อ่าน Review เพิ่มเติมตามแต่ละรุ่นไปที่นี่

หุ่นยนต์สำรวจอวกาศ Exomy สร้างง่ายๆที่บ้าน ด้วย 3D Printer

หุ่นยนต์สำรวจอวกาศ Exomy สร้างง่ายๆที่บ้าน ด้วย 3D Printer

องค์การอวกาศยุโรป หรือ European Space Agency (esa) ได้ปล่อยหุ่นยนต์สำรวจอวกาศ Space Rover ให้ประชาชนทั่วไปได้สร้างกันเองได้ โดยมีขั้นตอนการทำอย่างละเอียด โดยในส่วนประกอบของ Rover ตัวนี้สามารถพิมพ์จาก 3D Printer ทั้งหมดได้เลย ส่วนในงานของระบบไฟฟ้าวงจรตัวนี้จะ Base จาก RasberryPi โดยงานทั้งหมดเป็น Open Source เปิดให้ทุกคนสามารถพัฒนาต่อยอดต่อไป เช่นให้เราแต่งหน้าตาเจ้าหุ่นยนต์อวกาศน่ารักนี้ได้ น่าสนใจเป็นอย่างมากสำหรับ นักเรียน ประชาชนทั่วไป สร้างหุ่นยนต์นี้ขั้นมาเอง โดยต้นทุนอยู่ประมาณ 10,000-20,000บาท ใช้เวลาในการสร้างประมาณ 2 อาทิตย์ สามารถอ่านขั้นตอนการสร้างได้จาก Github

โดยผู้สนใจสามารถเข้าไปดูวิธีการสร้าง ExoMy พิมพ์เขียว, การต่อวงจร, Firmware, 3D Files เพื่อเอาไปพิมพ์กับเครื่องพิมพ์ 3มิติ ได้ที่นี่เลยครับ >> https://esa-prl.github.io/ExoMy/

 

 

จุดเด่น

  • ไม่ยากจนเกินไปสามารถทำเองได้ที่บ้าน
  • RasberryPi รองรับการเชื่อมต่อ Wifi, Bluetooth, USB สามารถบังคับสั่งงาน ผ่านมือถือ หรือ Controller ต่างๆได้
  • มีส่วนต่อขยาย อื่นอีก ในอนาคต เช่น กล้อง, Sensor ต่างๆ, หรือ แม้กระทั่ง Solar Cell
  • ทำงานใกล้เคียงกับ Rover จริงๆ (ย่อส่วนกันมาเลย)
  • เคลื่อนได้อิสระ, หมุนรอบตัวเอง, เคลื่อนที่ด้านข้าง Locomotion Modes
  • ปรับแต่งหน้าตา ความคิวท์ของ Rover ได้
  • เหมาะกับเยาวชน ได้สร้างหุ่นยนต์ไว้ใช้เองในยามว่าง
  • เดินผ่านสิ่งกีดขว้างได้ หรือแม้กระทั่ง ก้อนหินใหญ่ๆ
  • ทุน 10K-20K ใช้เวลาในการทำประมาณ 1-2 อาทิตย์

ลองไปพิมพ์กันนะครับ เครื่องพิมพ์ 3มิติที่แนะนำ


เดินผ่านสิ่งกีดขวาง ได้สบายๆ

ความสามารถในการเคลื่อนที่แบบต่างๆ Locomotion เดินตรงเหมาะรถยนต์ การหมุนรอบตัวเอง เคลื่อนที่ด้านข้าง เป็นต้น

สามารถเดินผ่านก้อนหินใหญ่ได้ง่ายๆ เลย

แต่งหน้าตาของเจ้า ExoMy ได้

สัมภาษณ์ลูกค้า Kings 600Pro : Alpha Innovation

สัมภาษณ์ลูกค้า Kings 600Pro : Alpha Innovation

ตัวอย่างลูกค้า Alpha Innovation ที่ใช้เครื่องพิมพ์3มิติ SLA Kings 600Pro ในการพัฒนาและออกแบบ R&D โรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์

❤️❤️“เครื่อง Kings ช่วยย่นระยะเวลาการพัฒนา R&D ได้เยอะเลย”
/ Interview บริษัท Alpha Innovation ผู้ใช้งาน Kings 600Pro❤️❤️
“เครื่องนี้ช่วยย่นระยะเวลาการพัฒนา R&D ได้เยอะเลย”
“ปริ้นออกมาเสร็จเอาไปทำต่อได้ เอาไปขึ้นพิมพ์ ทำอะไรอย่างอื่นต่อได้ทันที”
“งานที่พิมพ์จาก Kings มีความแม่นยำ แทบจะไม่แตกต่างจากไฟล์ Original เลย”
/ บทสัมภาษณ์ของ บริษัท Alpha Innovation ผู้ใช้งาน Kings 600Pro

รู้จัก 3D Scanner คืออะไร? มีกี่ประเภท? (update 2021)

รู้จัก 3D Scanner คืออะไร? มีกี่ประเภท? (update 2021)

บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักเครื่องสแกน 3มิติ การนำไปใช้งาน และ ประเภทของสแกนเนอร์ 3มิติ หลายคนน่าจะรู้จักเครื่องสแกนเอกสาร (2D) เราสามารถเก็บสำเนาดิจิทัลเป็นไฟล์รูปหรือ PDF ได้ เครื่องสแกนเนอร์ 3มิติมีจุดประสงค์การใช้เดียวกัน คือการสร้างสำเนาของมูล Digital ของวัตถุ ต่างกันที่เป็นรูปแบบ 3มิติ Polygon (หรือ อาจใช้คำว่า Mesh ก็ได้) ไฟล์ 3D ที่ได้นี้อาจจะไปต่อ ไปพิมพ์ออกมาเป็นโมเดล 3มิติ (ใช้เครื่องพิมพ์ 3มิติ) , เอาไปทำ Animation, ทำหนัง CG, เอาไปใช้ในเชิง Engineer วิศวกรรมย้อนรอย, ใช้เชิงการแพทย์ได้ และล่าสุดในอุตสาหกรรม VR / AR

โดยเครื่อง 3D Scanner นั้นมีหลายแบบหลายประเภทเหมาะในการใช้งานไม่เหมือนกัน เช่นแบบ LED-Structure Light เป็นการฉาย Pattern แสงไปยังวัตถุ เหมาะกับการสแกนวัตถุ รูปปั้น สามารถเก็บไฟล์ได้ละเอียด , Laser ใช้เส้น Laser ยิงไปที่ชิ้นงาน เหมาะกับงานโลหะ รถยนต์ หรือวัตถุที่มีขนาดใหญ่, Lidar การยิงลำแสงเลเซอร์จำนวนมาไปยังวัตถุ หรือ สถานที่ Lidar เหมาะกับงานสแกนสำรวจ หรือใช้กับสถานที่มากกว่า สแกนวัตถุ, Infrared แม้ว่ามีคุณภาพต่ำไม่ละเอียด แต่มีความสามารถที่ระบบอื่นไม่มีคือการแยกวัตถุด้วยความร้อน เหมาะกับการสแกนสิ่งมีชีวิต คน หรือ สัตว์เป็นต้น, MRI Scan เครื่องสแกนภายในร่างกายมนุษย์ ที่ใช้ในโรงพยาบาล ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า นำภาพ 2D หลายๆ Slice มาต่อเป็น 3D เป็นต้น โดยแต่ละชนิดมีความสามารถข้อดี ข้อเสียแตกต่างกัน ซึ่งจะกล่าวถึงรายละเอียดด้านล่างต่อไป

ปล. บทความนี้เขียนขึ้นจากข้อมูลปัจจุบัน ธันวาคม 2020 / ท่านสามารถอ่านต่อ วิธีการเลือก 3D Scanner ให้เหมาะกับคุณ

3D Scanner คืออะไร?

เครื่องสแกน 3มิติ คือเครื่องเก็บข้อมูล 3มิติ (Collecting 3D Data) จากวัตถุ, โมเดล, สิ่งของ, คน รวมถึงสถานที่ก็ได้ โดยผลที่ได้คือ ไฟล์ 3มิติ ในรูปแบบ Polygon, 3D Mesh  (หลายครั้ง เข้าใจผิดว่าไฟล์ที่ได้เป็น CAD) นามสกุลที่นิยมกันกันคือ .STL, .OBJ เป็นต้น ข้อมูลที่ได้มีมิติกว้าง, ลึก, สูง x-y-z ความละเอียดความแม่นยำของไฟล์ที่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของ 3D Scanner คำที่เกี่ยวข้องกับ 3D Scanner คือ

  • Point Cloud กลุ่มของจุด coordinate x-y-z เป็น Raw Data ของเครื่องสแกน 3มิติ (เป็นกลุ่มจุด) ก่อนที่ Software จะแปลงจุดดังกล่าวเป็น Polygon (สามเหลี่ยมต่อกัน)
  • Accuracy ความละเอียดหรือแม่นยำในการ 3D scanner โดยมากจะระบุในหน่วย Micron เช่นเครื่องความละเอียดสูงระดับ 10Micron หรือ ระยะความห่างของ Point Cloud ดีสุดที่ทำได้คือ 10micron (ยิ่งระยะห่างน้อยยิ่งละเอียดนั้นเอง)

    สแกนให้เห็น Point Cloud กับ Polygon

ประโยชน์ของ 3D Scanner

ไฟล์ที่ได้จากเครื่อง 3D Scanner สามารถไปใช้งานต่อได้มากมาย ถ้าไม่ได้ไปแต่อะไรเพิ่มเติมสามารถพิมพ์ได้ทันทีด้วย 3D Printer โดยสามารถย่อ-ขยายโมเดลตามต้องการ, 3D Files สามารถนำไปวาดต่อเป็น CAD ไฟล์ หรือ นิยมเรียกว่า Reverse Engineer, เอาวิเคราะการรักษาทางการแพทย์-ทันตกรรม, เอาสร้างเกมส์-สร้างหนัง, แสดงตัวอย่างสินค้าเพื่อการโฆษณา และ ล่าสุดไปแสดงผลในงาน VR/AR

Engineering เชิงวิศวกรรม จะนิยมเอาไปใช้ 2 ทางด้วยกัน คือ  Reverse Engineering หรือ วิศวกรรมย้อนกลับ และ Inspection

  • Reverse Engineering เป็นการสแกน วัตถุที่มีอยู่ เป็นไฟล์ 3มิติ แล้วไปทำย้อนกลับเป็น CAD ตัวอย่างเช่น รถยนต์โบราณที่ไม่มีผลิตแล้ว หากอยากจะสร้างขึ้นมาใหม่ หรือ ทำเฉพาะบางส่วน สามารถใช้เครื่องสแกนเนอร์ 3มิติ เก็บรายละเอียด เอามาสร้างไฟล์ CAD นำไปใช้กับเครื่อง CNC หรือเครื่อง 3D Printer ต่อไป
  • Inspection เป็นการควบคุมการผลิต เพื่อเปรียบเทียบงานที่ผลิตออกมาจริงๆ กับไฟล์ต้นแบบมาตรฐานที่สร้างไว้ การผลิตสินค้าหลายๆครั้งเมื่อรันเครื่องผลิตไปเรื่อยๆแล้วขนาดรูปร่างอาจจะไม่ตรงตามต้องการต้องมีการจูนเครื่องจักรกัน การผลิตที่เข้มงวดกับเรื่องนี้มากๆเช่นการผลิตเครื่องยนต์ งานหล่อ หรือ งานฉีดพลาสติกอาจจะไม่ได้คุณภาพหรือขนาดตามที่ต้องการ 3D Scanner จะมาช่วยในส่วนนี้ โดยวิศวกรจะนำไฟล์สแกน มาเทียบกับไฟล์ CAD มาตรฐาน

    ตย.ที่แสดงในรูป สแกนหลอดไฟ สามารถแบ่งการใช้ได้สองทาง (ซ้าย) ทำไฟล์ที่ได้จากการสแกนสีฟ้า ไปเปรียบเทียบกันไฟล์มาตรฐานสินค้า Software จะประมวลผลพื้นที่ที่รูปร่างแตกต่าง Design VS Actual เป็น Mapping สี (ขวา) นำไฟล์สแกนสีได้สีฟ้า ไปทำการวาด CAD ขึ้นมาใหม่

ทางด้านศิลปะ และ ภาพยนต์ เกมส์ สแกนวัตถุ คน สิ่งของ แล้วเอาไปแต่ไฟล์ต่อใน Software อื่นๆ เช่น Zbrush สามารถแก้ไขปรับแต่ง เพิ่มรายละเอียด เป็นการลดระยะเวลาในการทำงาน และคงคุณภาพงานได้ใกล้เคียงความจริงกว่า เช่น แต่ก่อนจะต้องสร้างโมเดลหน้าคนจากศูนย์เลย ตอนนี้สามารถสแกนเอาไฟล์สแกนมาแต่งเพิ่มเติม จะลดเวลา และได้ผลลัพธ์ออกมาเหมือนหน้าคนจริงๆมากกว่า เอาไปแสดงผลในภาพยนต์หรือเกมส์ต่อ STL สามารถเอาไปพิมพ์ 3มิติออกมา ตัวอย่างการนำไปใช้

  • ย่อขยายโมเดล งาน Scale ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนคือ ปั้นพระองค์หนึ่งจากขึ้ผึ้งขึ้นมาขนาด 20cm (หรือขนาดที่ผู้ปั้นถนัด) สแกนไฟล์ดังกล่าวเพื่อเอาไปผลิต พระองค์นั้นในขนาดต่างๆ 5cm, 10cm, 20cm, 50cm, 100cm ไม่ต้องปั้นพระองค์เดิมๆหลายขนาด / ตย.ที่สอง เช่นที่อุทยานราชภักดิ์ ช่างปั้นโมเดลขนาดเ
  • สร้างซ้ำ เช่นมีวัตถุโบราณ ต้องการสร้างซ้ำ เราจะใช้การสแกน
  • สแกนเพื่อความสมจริง ประยุกต์ใช้ 3D scanner เก็บข้อมูลจากของจริง เช่นสแกนหน้าคนจะได้ความสมจริงกว่า (สแกนบางส่วน ปั้น3D ขึ้นเองบางส่วนก็ได้
ประยุกต์เก่ากับใหม่ ให้ศิลปินปั้นขึ้นมาจากขี้ผึ้ง นำมาสแกนเพื่อไปแต่งรายละเอียดต่อ สามารถไปย่อขนาดเป็นองค์เล็ก หรือ ไปทำให้ขยายเป็นชิ้นใหญ่ๆได้
งาน Scales สามารถสร้างโมเดลขนาดต่างๆ ด้วยไฟล์สแกนเดียว
Scan บางส่วน ปั้นไฟล์ 3D เองบางส่วน ตัวอย่างนี้ดีทั้งแสดงให้เห็น การประยุกต์จนถึงขั้นตอนการพิมพ์

ทางการแพทย์ ทันตกรรม ใช้สแกนเนอร์ 3มิติ ไปวินิจฉัยอาการและทำแผนการรักษาต่อไป ทางการแพทย์นั้นจะใช้สแกนเนอร์ ทั้งภายในและภายนอกร่างกาย ตัวอย่างเช่น

  • ทันตแพทย์ ใช้ Intraoral สแกนฟันในช่องปาก นำไฟล์ที่ได้ไปทำการจัดฟันในช่องปาก Clear Aligner, สร้างครอบฟัน หรือ อื่นๆจากเครื่องพิมพ์ 3มิติ
  • แพทย์ศัลยกรรมสมอง ใช้ MRI สแกนสมองเพื่อวิเคราะห์การรักษา จากไฟล์ 3มิติ
  • แพทย์วินัจฉัยกระดูผิดรูป จากเครื่อง CT Scan
การใช้เครื่องสแกนในช่องปาก Intraoral Scan และเครื่องพิมพ์ 3มิติ : AoralScan / Form3B

ประเภทของ 3D Scanner

 

แบ่งประเภท 3D Scanner ตามชนิดแสง/ชนิดเซนเซอร์

LED / Structure Light ใช้แสงในการสแกน โดยมากจะเป็นแสงขาว หรือ แสงน้ำเงิน โดยทั่วไปหลักการทำงานจะฉายแสงที่มี Pattern เป็นแถบเส้น (เหมือน Barcode แบบเส้น) หรือ แบบ Noise (เหมือน QR Code) ไปที่วัสดุ กล้องจะจับภาพกลับโดยมากจะมีกล้อง 2 ตัวขึ้นไป Software จะนำภาพ pattern ที่จับได้มาแปลงเป็นไฟล์ 3มิติ (แสงยิง Pattern ไปเหมือนเดิม แต่รูปร่างของวัตถุไม่เหมือนกัน กล้องจะเก็บรูปที่ได้ไม่เหมือนกัน)

  • เก็บข้อมูลเป็น Plane XY หนึ่ง shot คือหนึ่งภาพ
  • ข้อดีคือ สแกนเร็ว และ ได้ข้อมูลความละเอียดหวังผลได้
  • ข้อเสียคือ ไม่สามารถสแกนหรือสแกนได้คุณภาพไม่ดี ใน วัตถุสีทีบแสง(ไม่สะท้อนแสง), วัตถุมันวาว(สะท้อนแสงมากเกินจนกระเจิง), วัตถุใสทะลุ(กล้องไม่สามารถเก็บค่าแสงที่สะท้อนออกมาได้) อย่างไรก็ตามสามารถแก้ปัญหานี้โดยการเตรียมผิวชิ้นงาน เตรียมสภาพแวดล้อมการสแกนก่อน อ่านเพิ่มที่ขั้นตอบการเตรียมวัสดุสแกน
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด Shining3D, Artech, Gom
แสดงที่ฉายออกมาเป็นแถบเส้นเท่าๆกัน เมื่อตกกระทบที่ชิ้นงานจะได้ลักษณะเส้นเฉพาะตัวตามรูปร่างของงาน Software ประมวลข้อมูลที่ได้เป็นไฟล์ 3มิติ
อีกลักษณะหนึ่งของ Structure Light คราวนี้ไม่ฉายเป็นแถบเส้น แต่ฉายเป็น Noise เฉพาะตัวคล้ายๆ QR Code กล้องเก็บภาพที่ได้ไปประมวลผลเช่นกัน ในรูปเครื่อง StructureLight แบบ Handheld
Diagram การสแกนแบบ Structure Light จะเห็นว่า Project ฉายภาพที่เป็น Pattern ไปยังวัตถุ กล้องทั้งสองตัวจะจับภาพได้ไม่เหมือนกันตามรูปร่างของวัตถุ

Laser ใช้เลเซอร์เป็นแหล่งแสง เลเซอร์อาจจะมีสีแดง หรือ สีน้ำเงินก็ได้ ข้อดีของแสงเลเซอร์คือ มีความเข้มของแสงมากกว่าที่ฉายจากโปรเจคเตอร์หรือจากLED มากๆ ดังนั้นสามารถลองรับวัสดุที่หลากหลายกว่า วัสดุสีเข้ม หรือวัสดุที่มันวาวสะท้อนแสง

  • เก็บข้อมูลเป็นเส้น Line หนี่ง frame เอาเส้นมาต่อๆกันเป็นไฟล์ 3มิติ
  • ข้อดีแสงมีความเข้มแสงมากกว่า รอบรับการสแกนหลายพื้นผิว ไม่ว่าจะเป็นวัสดุที่มีสีเข้ม สีดำ, ผิวโลหะ ผิวมันวาว Chrome, สแกนในพื้นที่แจ้ง
  • ข้อเสียของระบบนี้เลย คือต้องติด Marker เนื่องจากการสแกนไม่ได้เก็บข้อมูลเป็นระนาบ แต่เก็บเป็นเส้น Software ไม่สามารถต่อไฟล์ 3มิติ เข้าด้วยกันได้ ต้องใช้ Marker เป็นตัวอ้างอิง การติด Marker หลักๆคือเสียเวลา (ไม่ต้องเสียเวลาเตรียมผิวชิ้นงาน แต่เสียเวลาติด Marker แทน) และ อีกข้อคือถ้าเป็นเครื่องสแกนเนอร์แบบ Laser ล้วนๆ จะเก็บภาพสีไม่ได้ แต่ปัจจุบันรุ่นใหม่ๆมีกล้องเก็บสีเพิ่มเข้ามาด้วย
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด Shining3D, Creaform
ตัวอย่าง Laser 3D Scanner เลเซอร์น้ำเงิน 14 เส้น สแกนเก็บได้หลายพื้นผิว ทั้งดำ หรือมันวาว ผิวโลหะ แต่ต้องติด Marker

Infrared ใช้หลักการจับภาพ Infrared ในการสแกน ตัวอย่างที่ใช้กันเยอะเช่น Kinect ของ Xbox กล้อง interactive ต่างๆ ข้อดีคือสามารถแยกคนออกจากสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าระบบอื่น

  • ข้อดีคือ มีราคาถูกและใช้กันแพร่หลาย สามารถแยกคนจากสภาพแวดล้อมได้ดี เพราะแยกจากความร้อน
  • ข้อเสีย เป็นระบบที่มีรายละเอียดต่ำที่สุด

    ในรูปใช้ Kinect กล้องจับภาพ infrared มาใช้ในการสร้างไฟล์ 3มิติ ราคาค่อนข้างถูกแต่คุณภาพต่ำ

Arm 3D Scanner Scanner  เป็นระบบที่ใช้กันมานานแล้ว แต่มีราคาสูงมาก นิยมใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ โดยมาก Arm จะติด Probe หรือ Laser Scan เข้ามาด้วย โดยหากเป็น Probe ก็จะวัดจุดที่ Probe ไปแตะ ดูเป็นจุดๆไป แต่หากเป็นหัว Laser Scanner ที่ติดบน Arm อันนี้จะสามารถแสกนออกมาเป็นไฟล์ 3มิติ ได้เลย ไม่ต้องติด Marker เนื่องจาก Software รู้ตำแหน่งที่ของหัวสแกนเนอร์จาก Motor Servo ที่อยู่บน Arm (Laser Scanner ที่ไม่ติดบน Arm จะไม่รู้ตำแหน่ง จึงให้ Marker ช่วยระบุตำแหน่ง)

  • เก็บข้อมูลเป็นจุด Coordinate กรณีเป็น Probe และเก็บเป็นเส้นเลเซอร์ กรณีเป็นหัว Laser Scanner
  • ข้อดี เป็นระบบที่มีความแม่นยำสูงมาก เนื่องจากระบุตำแหน่งโดยใช้มอเตอร์ Servo ที่ข้อต่อแต่ละอัน
  • ข้อเสีย ราคาสูงมาก และ มีข้อจำกัดในพื้นที่การสแกน ต้องสแกนในระยะที่ Arm ไปถึง
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด FARO, Kreon, Hexagon
เครื่องสแกน แบบ Arm ประยุกต์การระบุตำแหน่งการสแกนด้วย มอเตอร์ Servo ตามข้อต่อของ Arm จึงได้ค่าที่แม่นยำ Accurate และ แม่นตรง Precise มากๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องทำการ Calibrate เรื่อย ค่าเครื่องและค่า Calibrate ค่อนข้างสูง

Lidar เป็นระบบที่มีนานแล้ว ใช้ในเครื่องสแกน Land Scape หลักการคือการยิงแสงเลเซอร์จำนวนมากไปยังวัตถุและมี Sensor รับภาพกลับมาก เร็วๆนี้มีการเพิ่ม Lidar เข้ามาในเครื่อง Ipad Pro 2020 อย่างไรก็ตามคุณภาพในการสแกนยังค่อนข้างทำอยู่มาก อาจจะมีการพัฒนาให้ดีขึ้นเร็วๆนี้

  • สาดลำแสงเลเซอร์จำนวนมากไปรอบ เก็บจุดที่เลเซอร์ตกกระทบ มาต่อกันเป็นไฟล์ 3มิติ เหมาะการสแกน LandScape-สถานที่ มากกว่า สแกนวัตถุ
  • ข้อดี สามารถเก็บข้อมูลพื้นที่ใหญ่ๆมากๆได้  เริ่มมีการพัฒนาไปใส่ในอุปกรณ์พกพา (Ipad Pro 2020)
  • ข้อเสีย ยังเก็บรายละเอียดได้ไม่ดีนัก เหมาะกันสแกนสถานที่ มากกว่าการสแกนวัตถุ
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด FARO, Leica

    งานสแกนจากเครื่องระบบ Lidar นั้น นิยมใช้ในการเก็บข้อมูลสถานที่ ทางการทหาร หรือ ทางการพิสูจน์หลักฐาน แนบตัวอย่างให้ดูเครื่อง Lidar ที่มีขายอยู่ในท้องตลาด

Photogrammetry เป็นการแปลงรูปถ่ายจำนวนมากๆ หลายๆมุมมาต่อกัน และแปลงค่าเป็นไฟล์ 3มิติ ระบบนี้ไปประยุกต์งานได้หลากหลายมากๆ ข้อดีคือ สามารถสร้างไฟล์ 3มิติ ของพื้นที่ใหญ่ๆได้ (ใช้ Drone เก็บภาพมุมสูง หรือ Video มุมสูง มา Process Mapping เป็นไฟล์ 3มิติ) อีกความสามารถหนึ่งที่เก่งมากๆคือ การสร้างไฟล์ 3มิติ ความละเอียดสูงของบุคคล ทำได้โดยการถ่ายภาพ จากกล้อง DSLR จำนวนมาก 70+ ตัว พร้อมกัน และนำมาประมวลผล นิยมใช้กันมากในการสร้างหนัง หรือ เกมส์ สร้างความสมจริงในการแสดงสีหน้า

  • input คือ รูปภาพจำนวนมาก ของสิ่งที่เราต้องการสร้างไฟล์ 3มิติ โดยรูปภาพดังกล่าวควรจะถ่ายด้วยช่วงเลนส์ ช่วงเลนส์เดียวกัน รูรับแสงเดียวกัน White Balance เดียวกัน  Software จะประมวลผล
  • ข้อดี เอาไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย เช่น แผนที่ 3มิติ (เหมือนที่ Google Map ใช้) หรือ ใช้สร้างโมเดลสามมิติบุคคลแบบระเอียดสูง Capture สีหน้าได้สมจริง โดยใช้กล้อง DSLR จำนวน 70+ตัว ถ่ายภาพพร้อมกัน
  • ข้อเสีย ใช้เวลาในการทำงานนานมากๆ ประมวลผลนานมากๆ บางครั้งใช้เวลาหลายวัน หากต้องการงานคุณภาพสูงต้องลงทุนหลายล้าน
  • Brand ที่มีอยู่ในท้องตลาด Agisoft, RealityCapture บริษัทที่เป็น Reference ที่ดีคือ Ten24
ไม่ต้องสร้าง CG เองแล้ว ถ่ายรูปทำเป็นไฟล์ 3มิติ เลย

Other 3D Scanners อื่นๆ มีอีกมากมายเช่นเครื่อง CT Scan และเครื่อง MRI Scan ก็เป็น 3D Scanner แบบหนึ่งเหมือนกัน

  • CT Scan จะเป็นการสแกน Slice ร่างกายเราโดยใช้รังสี เหมาะสแกนพวกชิ้นส่วนที่ดูดซับแสง เช่นพวกกระดูก ไฟล์ที่ได้เป็น DICOM Slice ร่างกายเป็นหลายๆส่วน เอา Slice มาต่อกันเป็นไฟล์ 3มิติ
  • MRI Scan จะสแกนเป็น Slice เช่นกันแต่จะใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เหมาะกับสแกนพวกเนื้อเยื้อ สมอง ไฟล์ที่ได้เป็น DICOM เหมือนกัน
  • CMM อันนี้อาจจะเก่าสักหน่อย เป็นเครื่องสแกนแบบสัมผัสชิ้นงาน (Contact) เป็นหัว Probe จิ้มไปที่ชิ้นงานไปเรื่อย นำ Point Cloud มาประกอบเป็นไฟล์ 3มิติ
เครื่อง MRI หรือ CT Scan จัดเป็นเครื่องสแกน 3มิติ ชนิดหนึ่ง สามารถนำ Slice Section ของมนุษย์มาต่อกัน ยิ่งเครื่อง Scan มี Slice มากก็ยิ่งได้ไฟล์โมเดลที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น
สมองมนุษย์ขนาด 1:1 ได้มาจาก MRI Scan ของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพ DICOM แพทย์ต้องการพิมพ์สมองเพื่อการวิจัย

แบ่งประเภท 3D Scanner จากวิธีการสแกน (Fix Scan, Hybrid, Handheld)

Fix Scan  การสแกนแบบ Fix Scan คือ “ขณะสแกนใน Shot นั้นๆ เครื่องสแกนต้องอยู่นิ่ง” อาจจะอยู่บนขาตั้งกล้อง หรือ แท่นจับ ก็ได้ เวลาในการสแกนแต่ละช็อตเกินวินาที-หลายวินาที ข้อดีของระบบนี้คือ สามารถเก็บงานได้ละเอียดกว่า ข้อเสียคือใช้เวลาในการสแกนนานกว่า

  • เวลาสแกนเครื่อง 3D Scanner ต้องอยู่นิ่งบนขาตั้งกล้อง สแกนจบค่อยย้ายไป Shot ต่อไป (แนะนำให้เลื่อมกับจุดเดิม 30% ขึ้นไป Software จึงจะต่อไฟล์ให้เองอัตโนมัติ)
  • ข้อดีของแบบนี้คือ สามารถเก็บรายละเอียดได้ดีกว่า ไฟล์คมชัดกว่า (เหมือนใช้ขาตั้งกล้องถ่ายรูป เทียบกับเราเอามือถือกล้องถ่าย)
  • ข้อเสียของระบบนี้ คือ ใช้เวลาในการสแกนนานกว่าแบบ Handheld โดยเฉพาะงานชิ้นใหญ่ๆเกิน 50cm ขึ้นไป
  • ระบบนี้สามารถทำงานร่วมกัน Automatic Turntable ได้ (3D Scanner อยู่บนขาตั้งกล้อง ชิ้นงานสแกนอยู่บนแท่นหมุนอัตโนมัติ เมื่อสแกน Shot หนึ่งเสร็จแท่นจะหมุนอัตโนมัติ ในองศาที่กำหนด เช่น 45องศา และ สแกนใน Shot ต่อไป สแกน 8 ครั้งจะได้ครบ 360องศา
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็น Fix Scan ล้วนๆ EinScan SE, AutoScan Inspec, DS-EX Pro

Handheld การสแกนแบบ Handheld จะเป็นเทคโนโลยีที่มาใหม่ พัฒนาต่อมาจาก Fix Scan สืบเนื่องจากคอมพิวเตอร์พัฒนาประมวลผลได้เร็ว ทั้งกราฟิกและการเขียนอ่านข้อมูล จึงสามารถเก็บ Shot ได้เร็วขึ้น เครื่อง Handheld จึงถือกำเนิด เครื่องใหม่จะเก็บ shot ได้ 15-30 fps หรือ 15-30 shot ในเวลาหนึ่งวินาที ทำให้ถือสแกน ลากเก็บภาพ 3มิติไปเรื่อยๆได

  • เวลาสแกนสามารถใช้มือถือสแกนชิ้นงานไปเรื่อยๆได้ ลากช้าหรือเร็วขึ้นกับ Spec ของเครื่องสแกนและความแรงของคอมพิวเตอร์ประมวลผล
  • ข้อดีคือ สแกนได้รวดเร็ว สะดวก เหมาะกับความชิ้นใหญ่
  • ข้อเสีย หากให้เทียบจริงๆแล้วคุณภาพงานสแกนสู้แบบ Fix ไม่ได้
  • สามารถสแกนคนหรือสัตว์ได้ (อย่างไรก็ตามคน ควรจะอยู่นิ่ง ยืนเฉย หรือ นั่งเฉยๆ)
  • เหมาะกับการสแกนของชิ้นใหญ่, ของที่เคลื่อนย้ายไม่ได้, คน หรือ สัตว์
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็น Handheld ล้วนๆ EinScan Pro 2X/2XP,EinScan Pro HD,EinScan H,EinScan HX, AoralScan Intra-Oral Scanner

Hybrid เครื่องสแกนที่รวมเอาสองความสามารถนี้เข้าด้วยกัน คือจะใช้ขาตั้งกล้องก็ได้ หรือ มือถือสแกนก็ได้ จะมาเสริมจุดเสียของ Fix Scan ที่เก็บงานได้ละเอียดแต่ช้ามีข้อจำกัด กับ Handheld Scan ที่เก็บงานได้เร็วคล่องตัว ละเอียดจะเก็บได้น้อยลง

  • เวลาที่ต้องการงานละเอียด ชิ้นงานเล็กใช้ โหมด Fix Scan
  • เวลาสแกนคน, ของชิ้นใหญ่ ของที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ ใช้โหมด Handheld Scan
  • เครื่องแบบ Hybrid จะครอบคลุมการทำงานหลาก สแกนได้ทั้งของชิ้นกลาง-ใหญ่
  • ตัวอย่าง 3D Scanner ที่เป็นแบบ Hybrid  EinScan Pro 2X/2XP, EinScan Pro HD

อ่านเพิ่มเติม 

ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่นี่


อ่าน Review เพิ่มเติมตามแต่ละรุ่นไปที่นี่