fbpx

จากงานสแกนสู่งานพิมพ์สามมิติสำหรับชิ้นส่วนมอเตอร์ไซค์

จากงานสแกนสู่งานพิมพ์สามมิติสำหรับชิ้นส่วนมอเตอร์ไซค์

เทคโนโลยีสามมิติเป็นเครื่องมือที่เป็นที่ชื่นชอบและเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลกสำหรับนักประดิษฐ์ นักออกแบบมืออาชีพและวิศวกร การสแกนงานสามมิติในปัจจุบันสามารถเพิ่มความรวดเร็วในการทำงานของนักออกแบบได้มากขึ้นโดยการสแกนแล้วตกแต่งไฟล์เล็กน้อยจากนั้นก็นำมาพิมพ์ได้ทันทีเลย ซึ่งจะประหยัดเวลามากกว่าการวาดขึ้นมาใหม่มาก

ขั้นที่1 สแกน
การสแกนงานให้มีความเรียบร้อย ครบทุกรายละเอียดจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้เป็นอย่างดี และยังช่วดทดแทนกระบวนการออกแบบที่ซับซ้อนและอำนวยความสะดวกให้กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆขึ้นมาให้หลากหลายมากขึ้น
ในงานนี้ได้ใช้EinscanHXในการสแกนชิ้นงานท่อเหล็กด้านซ้ายของมอเตอร์ไซด์ หลังจากที่แสกนเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะได้ชิ้นงานที่เป็นไฟล์นามสกุล.Stl เพื่อนำมาใช้ในขั้นตอนต่อไป

ขั้นที่2 การออกแบบ
หลังจากที่ได้ไฟล์.STL มาแล้วก็จะทำการนำไฟล์เข้าสู่โปรแกรมVoxeldance เป็นซอร์ฟแวร์เสริมสำหรับการเตรียมชิ้นงานและช่วยลดเวลาและช่วยจัดการกระบวนการขึ้นรูปงาน เดิมทีไฟล์SLTจะเป็นไฟล์ที่ประกอบไปด้วยรูปทรงเรขาคณิตต่างๆซึ่งจะถูกซ่อมแซมและปิดพื้นผิวด้วยโปรแกรม เนื่องจากท่อเหล็กสองท่อนนี้ถูกเชื่อมกันแบบสมมาตร จึงได้ทำการสร้างงานในรูปแบบตรงข้าง(งานMirror)เพื่อหาลักษณะดั้งเดิมและซ่อมแซมส่วนที่หายไป

ขั้นตอนที่3 การขึ้นรูป
การขึ้นรูปงานโลหะด้วยการพิมพ์สามมิติจะใช้เครื่องพิมพ์ระบบSLM EP-M250pro ในการพิมพ์ หลังจากพิมพ์แล้วตัวงานสามารถเอาออกมาได้อย่างง่ายดายจากฐานรองพิมพ์ ซึ่งการจัดวางชิ้นงานและการวางซัพพอร์ตของตัวงานถูกให้ง่ายขึ้นจากโปรแกรมVoxeldance ด้วยAutomaic Support Function ที่กำหนดค่าซัพพอร์ตไว้ล่วงหน้าแล้ว ทำให้การพิมพ์ท่อเหล็กสองท่อนั้นใช้เวลาเพียง4.5ชั่วโมง

ขั้นตอนที่4 เก็บงานขั้นตอนสุดท้าย
หลังจากที่ได้งานมาจากเครื่องแล้วก็นำซัพพอร์ตออกจากนั้นขัดแต่งด้วยกระดาษทรายและทำการพ่นด้วยผงคอรันดัมสีขาวเพื่อเพิ่มความสวยงามของชิ้นงานก็เป็นอันเสร็จ

ที่มา: Shining3D

สแกนเนอร์ที่น่าสนใจ

ซอร์ฟแวร์ที่น่าสนใจและเหมาะกับงานสแกนเพื่อพิมพ์

เครื่องพิมพ์ระบบSLM

พิมพ์กระเพาะหมูนุ่มนิ่มด้วย Flexible Filament

พิมพ์กระเพาะหมูนุ่มนิ่มด้วย Flexible Filament

ในสายงาน 3D Print1 นั้นมีหลากหลายวัสดุ Filament ให้เลือกใช้กันมาก ถ้าจะให้พูดถึงทั่วไปคงหนีไม่พ้น PLA ABS ซึ่งเป็น Filament พื้นฐาน แต่ก็ยังมีอีกหลายอย่างแยกย่อยไปอีก เช่น พิมพ์โลหะ ฯลฯ

และยังมีอีกชนิดหนึ่งที่ค่อนข้างได้รับความนิยมและใช้งานในเฉพาะด้านอย่างเส้น Flexible

ที่มีคุณสมบัติเด่นเลยคือ ความยืดหยุ่น ที่มีมากตามชื่อ Flexible ซึ่งเส้นชนิดนี้มัดจะใช้ในงานจำพวกของเล่นที่ต้องการความนุ่มนิ่ม เพื่อป้องกันอันตลาดจากของแข็ง เคสโทรศัทพ์ เครื่องมือต่างๆ ที่ช่วยห่อหุ้มป้องกันการกระแทกได้เป็นอย่างดี และอีกงานหนึ่งที่เป้นงานเฉพาะด้าน อย่าง โมเดลทางการแพทย์

โมเดลทางการแพทย์คืออะไร มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร แล้วจะเอาไปพิมพ์เป็นอะไร…???

คำตอบนั้นง่ายมาก นั่นก็คือ อวัยวะสิ่งมีชีวิต เนื่องจากอวัยวะมีลักษณะที่ Freeform และคุณลักษณnความนุ่มนิ่มเมื่อบีบจับ เนื่องจากเป็นอวัยวะเป็นสิ่งธรรมชาติมีการยืดหดขยายตามธรรมชาติ การใช้เส้น Flexible ในการพิมพ์โมเดลอวัยวะสิ่งมีชีวิต จึงเป็นงานที่ตอบโจทย์เอามากๆ ซึ่งสามารถนำไปใช้ในด้านการศึกษา วิจัยและพัฒนางานต่างๆด้านการแพทย์ นำมาใช้ทดลองการบิดตัวหรือโครงสร้างต่างๆ ของอวัยวะ ซึ่งมีความคล้ายคลึงกัน ทำให้การศึกษาสามารถเข้าถึงได้ง่ายด้วยต้นทุนที่ถูกกว่าโมเดลจริง และเรื่องวระยะเวลาที่ใช้เวลาในการขึ้นงานไม่นาน และเหมาะกับอวัยวะที่มีความซับซ้อนด้านโครงสร้างมากๆ เพราะจุดเด่นของเครื่องพิมพ์ 3มิติ นั้นสามารถสร้างโมเดลที่ซับซ้อนขึ้นได้ไม่ยาก

ซึ่งเราได้ลองพิมพ์อวัยวะ กระเพาะหมู โดยใช้เส้น Flexible พิมพ์ ขึ้นงานกลวงและขยายขนาดประมาณ20% เพื่อนำมาเป็นตัวอย่างและศึกษาได้ชัดเจน

จะเห็นได้ว่ารูปทรงค่อนข้างตรงกับของจริงเลย

กระเพาะหมูของจริง
โมเดลกระเพาะหมูจากเส้น Flexible

เนื่องจากข้างในเราตั้งค่าการพิมพ์กลวงหรือ Infill 0% และตั้งค่าความแข็งแรงด้วยผนังให้มีความหนาขึ้นมาหน่อยทำให้อยู่ทรงได้

(วิธีตั้งค่าการพิมพ์เส้น Flexible :https://www.print3dd.com/flexible-on-adventurer3/)

ทำให้การบีบ จับนั้นมีความยืดหยุ่นมาก บีบติดกันยังไหว

หรือจะหักงอบริเวณปลายก็ยังสามารถทำได้ไม่ยาก

เมื่อเรามีสิ่งนี้และเราก็สามารถนำไปทำวิจัยอะไรต่อได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ของจริงตลอดเวลา และยังสามารถหั่นแบ่งหรือย่อขยายได้อีกด้วย

แต่ก่อนที่จะพิมพ์งานออกมาได้นั้นจำเป็นต้องมีไฟล์งานที่สมบูรณ์แบบเสียก่อนโดยงานนี้เราเริ่มจากการ Scan โมเดลตันที่ขึ้นด้วยมือจากวัสดุดินน้ำมัน

และได้ออกมาเป็นไฟล์ 3มิติ นำมาปรับเปลี่ยนให้พร้อมพิมพ์อีกรอบหนึ่ง

 

จากน้ำทำการปั้นเพิม่เป็นการต่อท่อขึ้นมาเพิ่มและขยายขนาด 20%

นำเข้าโปรแกรมเพื่อทำให้โมเดลกลวง และทำการเตรียมพิมพ์

เข้าโปรแกรมเพื่อทำให้โมเดลกลวงข้างใน
เข้าโปรแกรม FlashPrint เพื่อตั้งค่าการพิมพ์
ได้โมเดลตามต้องการ

ข้อแนะนำในการใช้งานเส้น Flexible

– เครื่องที่ใช้ควรเป็นแบบ Direct Drive หรือ ชุดเฟืองขับเส้นติดกับหัวฉีด เช่น Flashforge DreamerFlashforge Creator Pro2 , Flashforge Guider2s

– อุณหภูมิในการพิมพ์ 190-220 องศา
– ไม่จำเป็นต้องเปิดฐานทำความร้อน
– ความเร็วในการพิมพ์ ควรน้อยกว่า 40 mm/sec

จะเห็นได้ว่าการพิมพ์ 3มิติ นั้นมีความเป็นได้กว้างมาก หากเลือกวัสที่เข้ากับการทำงานของเรา เราก็จะสามารถทำชิ้นงานต้นแบบหรือตัวทดลองนำไปใช้เพื่อทดสอบและพัฒนาต่อในอนาคตได้อีกด้วย

หุ่นยนต์สำรวจอวกาศ Exomy สร้างง่ายๆที่บ้าน ด้วย 3D Printer

หุ่นยนต์สำรวจอวกาศ Exomy สร้างง่ายๆที่บ้าน ด้วย 3D Printer

องค์การอวกาศยุโรป หรือ European Space Agency (esa) ได้ปล่อยหุ่นยนต์สำรวจอวกาศ Space Rover ให้ประชาชนทั่วไปได้สร้างกันเองได้ โดยมีขั้นตอนการทำอย่างละเอียด โดยในส่วนประกอบของ Rover ตัวนี้สามารถพิมพ์จาก 3D Printer ทั้งหมดได้เลย ส่วนในงานของระบบไฟฟ้าวงจรตัวนี้จะ Base จาก RasberryPi โดยงานทั้งหมดเป็น Open Source เปิดให้ทุกคนสามารถพัฒนาต่อยอดต่อไป เช่นให้เราแต่งหน้าตาเจ้าหุ่นยนต์อวกาศน่ารักนี้ได้ น่าสนใจเป็นอย่างมากสำหรับ นักเรียน ประชาชนทั่วไป สร้างหุ่นยนต์นี้ขั้นมาเอง โดยต้นทุนอยู่ประมาณ 10,000-20,000บาท ใช้เวลาในการสร้างประมาณ 2 อาทิตย์ สามารถอ่านขั้นตอนการสร้างได้จาก Github

โดยผู้สนใจสามารถเข้าไปดูวิธีการสร้าง ExoMy พิมพ์เขียว, การต่อวงจร, Firmware, 3D Files เพื่อเอาไปพิมพ์กับเครื่องพิมพ์ 3มิติ ได้ที่นี่เลยครับ >> https://esa-prl.github.io/ExoMy/

 

 

จุดเด่น

  • ไม่ยากจนเกินไปสามารถทำเองได้ที่บ้าน
  • RasberryPi รองรับการเชื่อมต่อ Wifi, Bluetooth, USB สามารถบังคับสั่งงาน ผ่านมือถือ หรือ Controller ต่างๆได้
  • มีส่วนต่อขยาย อื่นอีก ในอนาคต เช่น กล้อง, Sensor ต่างๆ, หรือ แม้กระทั่ง Solar Cell
  • ทำงานใกล้เคียงกับ Rover จริงๆ (ย่อส่วนกันมาเลย)
  • เคลื่อนได้อิสระ, หมุนรอบตัวเอง, เคลื่อนที่ด้านข้าง Locomotion Modes
  • ปรับแต่งหน้าตา ความคิวท์ของ Rover ได้
  • เหมาะกับเยาวชน ได้สร้างหุ่นยนต์ไว้ใช้เองในยามว่าง
  • เดินผ่านสิ่งกีดขว้างได้ หรือแม้กระทั่ง ก้อนหินใหญ่ๆ
  • ทุน 10K-20K ใช้เวลาในการทำประมาณ 1-2 อาทิตย์

ลองไปพิมพ์กันนะครับ เครื่องพิมพ์ 3มิติที่แนะนำ


เดินผ่านสิ่งกีดขวาง ได้สบายๆ

ความสามารถในการเคลื่อนที่แบบต่างๆ Locomotion เดินตรงเหมาะรถยนต์ การหมุนรอบตัวเอง เคลื่อนที่ด้านข้าง เป็นต้น

สามารถเดินผ่านก้อนหินใหญ่ได้ง่ายๆ เลย

แต่งหน้าตาของเจ้า ExoMy ได้

Articulated 3D Printing Model สัตว์โลกขยับอิสระ

Articulated 3D Printing Model สัตว์โลกขยับอิสระ

ในการทำงานต้นแบบต่างๆ มักจะมีหลากหลายรูปแบบ การออกแบบมากมายตามการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป หนึ่งในนั้นคือ Articulated Model หรือโมเดลข้อต่อ ที่มีส่วนช่วยในงานประเภทพที่ต้องการความหลากหลายในการเคลื่อนไหว หรือ สามารถทำงานได้ในหลายๆ มุม

Articulated Model คืออะไรและมันน่าสนใจยังไงกันนะ….?

จะให้เรียกง่ายๆ เลยก็คือ แบบจำลองข้อต่อ เป็นการจำลองเพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหวของต้นแบบ ทั้งการจัดท่าทางหรือการขยับต่างๆ เพื่อให้เป็นไปตามที่ออกแบบไว้

ซึ่งในการพิมพ์ 3มิติ นั้นก็สามารถทำต้นแบบจำลองการขยับแบบนี้ได้สบายๆเลย

ซึ่งถ้าจะให้เห็นภาพง่ายๆคงจะเป็นการพิมพ์สิ่งมีชีวิตที่เราพบเห็นได้ทั่วไป อย่างสัตว์ชนิดต่างๆ ที่มีระบบข้อต่อของร่างกาย ที่ทำให้สามารถขยับไปข้างหน้า หรือซ้ายขวาได้

อย่างเช่นตัวปลาหมึก ที่ตามธรรมาตินั้นพวกมันสามารถขยับหนวกของมันได้อย่างอิสระ เป็นอวัยวะที่เครื่องไหวแทบจะตลอดเวลา และสามารถขยับได้แทบจะ 360 องศา

เรามาเนื้อภายในว่าโดเดลประเภทนี้ขึ้นงาน 3D กันยังไง

จะเห็นได้ว่าใน 1 ตัวนั้นจะมีหลายๆชิ้นส่วนมากๆ ตามแต่ความต้องการที่จะให้โมเดลนั้นๆสามารถขยับได้เยอะแค่ไหน

โดยหลักการการขึ้นแบบง่ายๆคือ การสร้างห่วงเชื่อมต่อของแต่ละข้อต่อเข้าด้วยกัน และพิมพ์ออกมาทีเดียว ทำให้ข้อต่อแต่ละข้อเชื่อมกันโดยไม่ต้องมานั่นต่อเอง ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายได้ เพราะหากยิ่งตัวเล็กข้อต่อห่วงก็ยิ่งเล็กลงไปอีก เพราะถ้าหากห่วงใหญ่ไปมันจะเห็นห่วงชัดเจนซึ่งไม่เกี่ยวกับรูปลักณ์ภายนอกที่ต้องการเลย

หากนำไปวางในที่ต่างๆ จัดวางให้โมเดลเลื้อยไปมานั้นทำให้รู้สึกว่าโดเดลนั้นดูไม่แข็งเกินไป

สายน้ำทิพย์ วางใจใช้ 3D Printer กับ 3DD

สายน้ำทิพย์ วางใจใช้ 3D Printer กับ 3DD

ทางเราขอขอบคุณคุณโน๊ต จากสายน้ำทิตย์ Dental Labs แลปทันตกรรมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ที่วางใจให้เครื่อง 3D Printer เพื่องานทันตกรรม
ทางสายน้ำทิพย์มีการปรับตัวให้ทันยุกต์ทันสมัยเกี่ยวกับด้าน Digital Dentistry ซึ่งปัจจุบันเริ่มเป็นกระแสหลัก จากที่เห็นในต่างประเทศที่ USA, ยุโรป, ญี่ปุ่นและจีน ทางแลปเริ่มมีการใช้ 3D Printer มา 3-4ปีแล้ว ตอนนี้มีซื้อเครื่องมาเสริมทัพ พร้อมทีมทำไฟล์ Digital ใครต้องการงานคุณภาพติดต่อ สายน้ำทิพย์เดนตัลแลป

คุณโน๊ตกับงานที่พิมพื Mask Fitter ที่ได้ครอบผ้าปิดปากอนามัย Mask Fitter นี้เป็นจะมี Shape เฉพาะเจาะจงกับคนนั้น ซึ่งเกิดสารการสแกน 3มิติ

คุณโน๊ต ไว้ใจเลือกเครื่องพิมพ์ 3มิติ ระบบ SLA จากยี่ห้อ Formlabs โดยเริ่มจาก Form 2 และ Form 3 ซึ่งเป็นเครื่องล่าสุดของ Formlabs.
Formlabs Form 3B

งานที่พิมพ์จากเครื่อง
อาคารของ สายน้ำทิพย์
งานทันตกรรม จากเครื่อง 3D Printer
โมเดลที่พิมพ์จาก Formlabs Form 3B

Mask Fitter เข้ารูปหน้าของแต่ละคนด้วย 3D Scanner/ 3D Printer

Mask Fitter เข้ารูปหน้าของแต่ละคนด้วย 3D Scanner/ 3D Printer

เวลาไปหาหมอฟัน เราจะเห็นภาพจำอยู่แล้วว่าหมอจะใช้หน้ากากอนามัย มีกันหลายแบบหลายแนว มีหลายขนาดเล็ก-กลาง-ใหญ่ แต่ไม่มีแบบไหนเลยที่เราพอดีกับหน้าเรา 100% ยิ่งช่วงที่มีการระบาดของเชื้อ Covid-19 การป้องกันละอองในอากาศยิ่งเป็นเรื่องสำคัญ

ปกติเวลาเราใส่หน้ากากอนามัย ยังจะมีช่องว่างให้ละออง เล็ดลอด เข้ามาได้จากช่องว่างที่ไม่ได้แนบกับหน้าเรา ในบทความนี้จะมาแนะนำการทำ Mask Fitter หรือ ครอบแนบกับหน้ากากอนามัย  Mask Fitter ทำแบบคอสตัมเมดให้มีส่วนโค้งเว้าเข้ากับคนๆนั้นเลย โดยใช้ 3D Printer, 3D Scanner

Credit : Sainamthip Dental Labs, Bellus3D

Mask Fitter เข้ากับหน้ากับคนๆนั้นเลย
พิมพ์ Mask Fitter ด้วยวัสดุต่างๆ
งานที่พิมพ์จากเครื่อง

แกนแขวนม้วนพลาสติกขนาด 1 กก. สำหรับ Flashforge Adventurer 3

แกนแขวนม้วนพลาสติกขนาด 1 กก. สำหรับ Flashforge Adventurer 3

Flashforge ได้เผยแพร่โมเดลสามมิติของแกนแขวนม้วนพลาสติกสำหรับเครื่องพิมพ์ Flashforge Adventurer 3 ให้ใช้กับม้วนขนาด 1 กิโลกรัมได้ด้วย ช่วยให้ประหยัดเงินไปได้เยอะเลย

สามารถดาวน์โหลดไฟล์จากที่นี่ได้เลย AD3 Universal Hanger จะมีทั้งไฟล์ STL และ FPP

ไฟล์นี้ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าในการพิมพ์ โดยเราตั้งผนังให้หนา 3 ชั้น และ infill 25% มี support ด้วย 

จากการทดสอบมันประกอบเข้ากับตัวเครื่องได้อย่างมั่นคง แข็งแรงดี สามารถรับน้ำหนักของม้วนขนาด 1 กก. ได้สบาย ลองใช้กันดูได้นะครับ

 

 

 

ที่แขวนม้วนกระดาษชำระสำหรับคนใจร้อน

ที่แขวนม้วนกระดาษชำระสำหรับคนใจร้อน

บางครั้งการเปลี่ยนม้วนกระดาษชำระก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน โดยเฉพาะผู้ชายแมน ๆ (อย่างเรา) แต่วันนี้เราจะขอเสนอทางเลือกในการเปลี่ยนม้วนกระดาษชำระแบบควิ๊ก ๆ เท่ ๆ ที่สำคัญคือทำเองได้ไม่ยาก แค่โหลดไฟล์มาพิมพ์ แค่แป๊บเดียวก็ได้มาใช้งานแล้ว

รูปแบบที่นำมาเสนอจะมีอยู่สองแบบ แบบจัดเต็ม และแบบมินิมอล มาดูกันเลยครับ

แบบแรกจัดเต็มกันเลย

ไฟล์ 3D โหลดได้ที่นี่ครับ https://www.thingiverse.com/thing:123068

หน้าตาก็จะเป็นแบบนี้

 

อุปกรณ์ที่ต้องใช้มีดังนี้

  • สลักเกลียวขนาด  M4 ยาว 30mm หรือมากกว่า เพื่อยึดขารองรับม้วนกระดาษ
  • แกนเหล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 mm ยาวประมาณ 130 mm สำหรับยึดฝาปิด
  • กาว

การประกอบ

  • ใส่สลักเกียวยึดขารองรับม้วนกระดาษทั้งสองด้าน จะมีรูสำหรับสอดสลักเกลียวอยู่ด้านหลัง
  • ต้องระวังนิดนึง เพราะรูที่ขานี้จะไม่อยู่ตรงกลาง ต้องให้ส่วนที่หนากว่าอยู่ด้านนอกเพื่อให้มันไม่ค้างอยู่ในร่อง
  • ใส่แกนเหล็กเข้ากับฝาปิดแล้วประกบกับฝาด้านข้างทั้งสองอัน ทากาวที่ฝาด้านข้างทั้งคู่เพื่อให้มันไม่แยกจากกัน
  • ประกอบเสร็จแล้วจะเป็นแบบนี้ จากนั้นนำไปติดตั้งยังตำแหน่งที่ต้องการ

แบบมินิมอล

แบบนี้ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใดๆ เลย พิมพ์เสร็จแล้วก็ประกอบง่าย ๆ ใช้งานได้ทันที

ไฟล์ 3D โหลดได้ที่นี่ครับ https://www.thingiverse.com/thing:3038152

ลองเลือกดูว่าอยากได้แบบไหนนะครับ

แนะนำวิธีการ Reverse Engineering ไฟล์งานที่ได้จาก Einscan-SE

แนะนำวิธีการ Reverse Engineering ไฟล์งานที่ได้จาก Einscan-SE

13

 

        โปแกรม Solid Edge ST10 เป็นโปรแกรมที่มีการใช้งานจะคล้ายๆ โปรแกรมสร้างชิ้นงาน 3 มิติทั่วๆ ไปอย่างเช่น AutoCAD, Fusion360 และ Solidworks ซึ่งสามารถทำงานได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็น การดราฟ, ขึ้นโมเดล, ภาพการประกอบชิ้นส่วนงาน, การสร้างท่อโค้งงอ, การ Simulation, การ Reverse ทาง Engineering และอื่นๆ อีกมากมาย แต่สิ่งที่โปแกรม Solid Edge ทำได้แตกต่างออกมานั้นคือการ Revers ไฟล์งาน เพราะได้รวบร่วมเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพทางการออกแบบ 3 มิติ ไว้ให้ใช้งานอย่างครบครัน และมีเครื่องมือในการแก้ไขปรับแต่งไฟล์งานที่มีข้อมูลเป็นแบบสามเหลี่ยม ซึ่งทีมาของไฟล์งานอาจจะมาจากการสแกน หรือโปรแกรมอื่นๆ เพราะไฟล์งานส่วนมากเลยที่ได้จากการสแกน 3 มิติ นั้นจะไม่สมบูรณ์ 100% อยู่แล้วจึงต้องทำการปรับแต่งไฟล์ให้กลับมาสมบูรณ์มากที่สุดก็คือการ Reverse เช่น การปรับผิวให้เรียบ การปรับแต่งจากงานเดิม การสร้างชิ้นงานใหม่จากการเทียบขนาดที่ได้จากการสแกน 3 มิติ แล้วแต่เราจะเลือกใช้งานเลยครับ ถือว่าช่วยลดระยะเวลาในการออกแบบงานทางวิศวกรรมได้มาก เพราะบางงานไม่จำเป็นต้องมาวัดขนาดชิ้นงานจริงและสร้างชิ้นงานขึ้นมาใหม่แล้วซึ่งมันจะใช้เวลามากต่องานหนึ่งชิ้น เพื่อการไม่ให้เสียเวลามากเรามาเริ่มใช้งานโ)รแกรม Solid Edge ST10 กันเลยดีกว่าครับ

 

2

ภาพที่ 2

5

ภาพที่ 3

3

ภาพที่ 4

เมื่อเราเปิดโปรแกรม  Solid Edge ขึ้นมาจะเจอกับการสร้าง Sheet ของทาง Solid Edge จะมีให้เลือกใช้งานเยอะไม่ว่าจะเป็น Part, Daft, Metal, Assembly และ Weldment หน่วยที่จะใช้ก็สามารถเลือกได้จะเป็นนิ้วหรือเซนติเมตรส่วนมากเรามักจะใช้เป็น Part แบบเซนติเมตรมากกว่า เลือกไปที่ (ภาพที่ 2-3) Open Bowse > เลือกไฟล์ .stl > ANSI Metric > ansi metric part แล้วเราก็จะได้ sheet งานที่พร้อมจะทำการสร้างาน แก้ไขงานที่มีหน่วยเป็นเซ็นติเมตรแล้วครับ (ภาพที่ 4) จะเห็นว่าจะมีหน้าต่างเครื่องมือที่ไว้ใช้สำหรับการ Reverse Engineering โดยเฉพาะทางเลยนี่แหละครับเป็นทีเด็ดของทางโปรแกรม Solid Edge ST10 Classic จากนั้นเราก็ทำการจัดวางโมเดล 3 มิติ ที่เปิดขึ้นมาให้อยู่ตรงกึ่งกลางของแกนต่างๆ เพื่อง่ายต่อการทำงาน (ภาพที่ 5)

 

4

ภาพที่ 5

 

วีธีการ Reverse ไฟล์งานที่ได้จากเครื่องสแกน Einscan-SE

        เครื่องสแกนเนอร์ที่ผมใช้เป็น Einscan-SE งานที่ไม่ได้เน้นความละเอียดของชิ้นงานมากต้องการแค่ลักษณะของชิ้นงานเบื้องต้นถือว่า Einscan-SE ทำได้ดีมากเลยครับ อาจจะสแกนได้ไม่ดีเท่ารุ่นพี่อยาง Einscan Pro/Pro+ หรือ David SLS-3 HD ก็ตาม (ภาพที่ 6-7) จากรูปภาพจะเห็นได้ว่างานที่ได้จากการนั้นถือว่าดีมากแล้ว แต่เมื่อจะนำไปใช้งานจริงอาจจะต้องทำการแก้ไขให้ผิวของชิ้นงานนั้นเรียบ เพราะจะสังเกตุเห็นได้ว่าบางจุดยังสแกนได้ไม่ดี ถ้าเรานำงานนี้ไปพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ เลยผิวของชิ้นงานที่ได้จะไม่สวยเลยก็ว่าได้ ชิ้นงานมีรอยขรุขระของผิวงานแบบไหนเมืื่อทำการสไลด์จากโปรแกรมของเครื่องพิมพ์ 3 มิติ แล้วก็ยังจะมีรอยเหล่านั้นอยูเช่นเดิมนี่แหละเป็นหตุผลที่เราต้องทำการ Reeverse ไฟล์งานก่อนจะไปใช้งานจริง

 

7

ภาพที่ 6

8

ภาพที่ 7

 

         โปรแกรม Solid Edge ST10 ตัว Classic นี้จะมีเครื่องมือที่ช่วยในการแก้ไขไฟล์งานได้ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ .stl, .step และอื่นๆ อีกมากมาย ส่วนมากไฟล์ที่ได้จากเครื่องสแกนเนอร์ Einscan-SE จะเป็น .stl อยู่แล้ว เมื่อกดไปที่หน้าต่างการ Reverse Engineering จะเจอเครื่องมือในการแก้ไข (ภาพที่ 8)

  1. จะเป็นหน้าต่างของเครื่องมือทั้งหมดจะครอบคุมการทำงานไม่ว่าจะเป็น การวาด 2D, การวาด 3D, การทำ Surfacing, PMI, การ Simulation, การ Gennerative Design, การ Reverse  และอื่นๆ
  2. Planes สร้าง plane ต่างๆ ตามจุดที่เราต้องงการจะวาดหรือแก้ไข เพื่อจะได้ง่ายต่อการแก้ไขงานเวลาวาด 2D ณ ต่ำแหน่งตามแกน x, y, z ได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น
  3. Cleanup Mesh เป็นการแก้ไขพื้นพิวของงานสามารถลบผิวของงานที่ได้จากการสแกนมา และเติมผิวตรงจุดนั้นๆ ได้เพื่อให้เรียบขึ้น การลบนั้นจะลบเป็นแบบลายตาข่ายแบบ Polygon ของชิ้นงานนั้นๆ ถาไฟลที่ได้จากการสแกนมีความละเอียดมาก Polygon ก้จะเยอะตามกันไป
  4. Identify Regions เป็นการระบายสีของผิวชิ้นงานเพื่อจะแบ่งผิวของชิ้นงานให้ออกเป็นส่วนๆ จะได้ง่ายต่อการแก้ไข และสร้างพื้นผิวของขึ้นมาใหม่เพื่อใช้อ้างอิงกัับชิ้นงานที่ได้ทำการสร้างขึ้นมาใหม่ เครื่องมือนี้จะใช้ร่วมกับ Extract Surfaces
  5. Extract Surfaces เป็นการสร้างพื้นผิวงานขึ้นมาใหม่ที่ได้จากการอ้างอิงพื้นผิวของงานเก่หรืองานที่ได้จากการสแกน 3 มิติ การสร้างจะมีให้เลือก 2 แบบ Extract กับ Fit ส่วนมากแล้วจะใช้แบบ Fit มากกว่าเพราะจะมีฟังก์ชั่นในกาเลือกรูปแบบพื้นผิวได้มากกว่า เช่น วงกลม, สี่แหลี่ยม, กรวย, ทรงกระบอก และอื่นๆ
  6. Curves เป็นการสร้างส่วนที่โค้งงอต่างๆ ให้ง่ายขึ้น การวาดส่วนโค้งต่างๆ ตามชิ้นงาน สามารถตัดชิ้นงานที่มาจากการสแกน 3 มิติ ได้ต้องการจะตัดเฉพาะจุดก็ทำได้สบายมาก
  7. Surfaces เป็นการปรับแต่งพื้นผิวที่ได้มาจากเครื่องมือที่ (5)Extract Surfaces และ (6)Curvers ไม่ว่าจะ คัดลอกพื้นผิว Offset การดึงสร้างพื้นผิวจากเส้นที่วาดขึ้นจะเป็นแบบโค้งงานก็สามารถทำได้อย่างง่ายดายเหมือนกัน
  8. Modify Surfaces เป็นการแก้ไขพื้นผิวที่ได้จากการทำ  (5)Extract Surfaces และ (6)Curvers การตัดพื้นผิว การขยายพื้นผิว การผสานพื้นผิวให้เป็นชิ้นเดียวกัน การดึงพื้นผิวของชิ้นงานจริงแนบกับพื้นผิวที่ได้จากการทำในเครื่องมือที่ (4)Identify Regions และ (5) Extract Surfaces จากชิ้นงานที่ต้นแบบจากการสแกน 3 มิติ ถือว่าทำให้เกิดความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นต่อการแก้ไขปรับปรุงไฟล์งานทาง Engineering

 

9

ภาพที่ 8

 

        สำหรับคนที่ยังมองภาพไม่ออกนะครับ ว่าเครื่องมือทั้งหมดมีการทำงานยังไงบ้างผมได้ทำวีดีโอการ Revers เบื่องต้นมาให้ชมกันครับ งานนี้จะได้มาจากการสแกนกับเครื่อง Einscan-SE ชิ้นงานอันนี้จะเป็นอะไหล่ฝาครอบของรถเข็นคนพิการจะมีด้วยกัน 2 ชิ้น แต่ได้แตกไป 1 ชิ้น เลยนำอีกอันมาสแกนและ Reverse เพื่อจะนำไปพิมพ์ออกมาใช้งานจริงพลาสติกที่ใช้เป็น ABS เน้นแข็งแรง ใช้งานกว่าแสงแดดได้ ชิ้นงานจริงจะเป็นสีดำนะครับที่เห็นในรูปจะเป็นสีขาวเพราะได้พ่นสเปรย์แป้งให้ง่ายต่อการสแกนงานถ้าเป็นชิ้นงานที่สีทึบดำ มันเงา โป่งใส จะไม่สามารถสแกนได้ครับ ตามภาพที่ 9-10

S_7938102059414

ภาพที่ 9

S_7938102097578

ภาพที่ 10

 

วีดีโอการ Revere Engineering อะไหล่รถเข็นคนพิการ

        เมื่อทำการแก้ไขไฟล์เรียบร้อยแล้วผมได้ Save งานออกมาเป็น .stl เพื่อจะนำไปพิมพ์กับเครื่องพิมพ์  3 มิติ Fashforge Creator Pro ความละเอียดที่พิมพ์อยู่ที่ 200 ไมคอน (0.2 มิลลิเมตร) พลาสติกที่ใช้เป็น ABS เพื่อเน้นความเเข็งแรงของชิ้นงานต่อการใช้งานจริง เดี๋ยวให้บนความต่อไปผมจะมาแนะนำการตั้งค่าพิมพ์งานกันนะครับ เมื่อนำมางานแต่ละแบบมาเปรียบเทียบกันทั้ง 4 แบบจะมี การสแกนด้วย Einscan-SE(ภาพที่ 11), การ Reverse Engineering(ภาพที่ 12), การพิมพ์แบบ 3 มิติจาก Flashforge Creator Pro(ภาพที่ 12) และชิ้นงานจริงที่แตกหัก (ภาพที่ 13) จากทั้งหมดที่นำมาเปรียบเทียบนั้นบอกได้เลยว่าโปรแกรม Solid Edge ST10 Classic สามารถ Reverse ได้จริงและใช้งานไม่ยาก เครื่องมือต่างๆ ที่มีก็ใช้งานคล้ายๆ กับโปรแกรม 3D ทั่วไปเลยครับ สำหรับคนที่เป็นโปรแกรม 3D อยู่แล้วสบายมากที่จะหันมาใช้งาน Solid Edge ST10 อีกสักโปรแกรม

 

12

ภาพที่ 11

11

ภาพที่ 12

S_7938247041948

ภาพที่ 13

พิมพ์เส้น Flexible กับเครื่อง Adventurer3

พิมพ์เส้น Flexible กับเครื่อง Adventurer3

วันนี้เห็นทาง Flashforge Canada ทดลองพิมพ์งานจากเครื่องพิมพ์ Flashforge Adventurer 3 ด้วยเส้น Flexible ตอนแรกคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้เพราะเครื่อง Adventurer 3 เป็นการป้อนเส้นพลาสติกแบบ Bowden ซึ่งมอเตอร์ขับเส้นกับหัวพิมพ์จะอยู่ห่างกันมาก จึงมีโอกาสที่เส้น Flexible จะงอติดอยู่ในท่อส่ง ทำให้มอเตอร์ไม่สามารถดันเส้นพลาสติกไปยังหัวพิมพ์ได้ 

เราจึงคิดว่าน่าจะทดลองทำดูบ้างว่าเครื่อง Flashforge Adventurer 3 จะทำได้จริงไหม และยากง่ายอย่างไร อย่างที่ทราบกันดีว่าเส้น Flexible มีความอ่อนตัวมาก มีโอกาสจะคดงอได้ง่าย ไม่แนะนำให้ใช้กับเครื่องแบบ Bowden แต่ท่อส่งเส้นของ Adventurer 3 มีขนาดค่อนข้างพอดีกับเส้นพลาสติก จึงทำให้ไม่มีช่องว่างให้เส้นบิดงอ เป็นการบังคับให้เส้นพุ่งไปข้างหน้าอย่างสะดวก 

ในที่นี้จะใช้เส้น TPU ของ eSun ซึ่งมีชื่อทางการค้าว่า e-Flex มีความยืดหยุ่นสูง เหนียว การเชื่อมติดกันของเลเยอร์ดีมาก พิมพ์ง่ายติดแท่นดีมาก 

ข้อควรระวังอันหนึ่งก็คือรูปร่างของโมเดลไม่ควรมีส่วนยื่นมากนัก และไม่ควรมี Overhang เพื่อหลีกเลี่ยงการมี support ในส่วนของหัวพิมพ์ควรใช้หัวพิมพ์ใหม่เพราะหัวพิมพ์เก่าอาจจะมีเศษพลาสติกเกาะอยู่ ทำให้ขวางทางเดินเส้นพลาสติก แล้วมอเตอร์ก็จะดันเส้นไม่ไป ม้วนพลาสติกควรคลายเส้นออกมาก่อน เพื่อไม่ให้เกิดการติดขัดระหว่างพิมพ์ 

การตั้งค่าการพิมพ์สามารถใช้โปรไฟล์ของ PLA ได้เลย แล้วปรับสามจุดนี้

  1. ปรับ retraction เป็น 0 เพื่อไม่ให้มีการดึงเส้นไปมา เป็นการลดโอกาสเส้นบิดงอ
  2. ปรับความเร็วของหัวพิมพ์ลงให้ใช้ประมาณ 20 มม./วินาที
  3. ปรับความร้อนที่หัวพิมพ์ตามที่กำหนดที่ม้วน ในที่นี้จะใช้ 220 องศา ส่วนความร้อนที่แท่นพิมพ์จะเปิดหรือปิดความร้อนก็ได้

คราวนี้ก็มาเริ่มพิมพ์กันเลย

ลุ้นๆ

สำเร็จแล้ว มีเส้นใยเล็กน้อย ใช้มีดคัตเตอร์ปาดออกไม่ยาก 

สรุปคือ Flashforge Adventurer 3 พิมพ์เส้นพลาสติกนิ่มๆ TPU ได้ครับ