แนะนำวิธีการ Reverse Engineering ไฟล์งานที่ได้จาก Einscan-SE

แนะนำวิธีการ Reverse Engineering ไฟล์งานที่ได้จาก Einscan-SE

13

 

        โปแกรม Solid Edge ST10 เป็นโปรแกรมที่มีการใช้งานจะคล้ายๆ โปรแกรมสร้างชิ้นงาน 3 มิติทั่วๆ ไปอย่างเช่น AutoCAD, Fusion360 และ Solidworks ซึ่งสามารถทำงานได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็น การดราฟ, ขึ้นโมเดล, ภาพการประกอบชิ้นส่วนงาน, การสร้างท่อโค้งงอ, การ Simulation, การ Reverse ทาง Engineering และอื่นๆ อีกมากมาย แต่สิ่งที่โปแกรม Solid Edge ทำได้แตกต่างออกมานั้นคือการ Revers ไฟล์งาน เพราะได้รวบร่วมเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพทางการออกแบบ 3 มิติ ไว้ให้ใช้งานอย่างครบครัน และมีเครื่องมือในการแก้ไขปรับแต่งไฟล์งานที่มีข้อมูลเป็นแบบสามเหลี่ยม ซึ่งทีมาของไฟล์งานอาจจะมาจากการสแกน หรือโปรแกรมอื่นๆ เพราะไฟล์งานส่วนมากเลยที่ได้จากการสแกน 3 มิติ นั้นจะไม่สมบูรณ์ 100% อยู่แล้วจึงต้องทำการปรับแต่งไฟล์ให้กลับมาสมบูรณ์มากที่สุดก็คือการ Reverse เช่น การปรับผิวให้เรียบ การปรับแต่งจากงานเดิม การสร้างชิ้นงานใหม่จากการเทียบขนาดที่ได้จากการสแกน 3 มิติ แล้วแต่เราจะเลือกใช้งานเลยครับ ถือว่าช่วยลดระยะเวลาในการออกแบบงานทางวิศวกรรมได้มาก เพราะบางงานไม่จำเป็นต้องมาวัดขนาดชิ้นงานจริงและสร้างชิ้นงานขึ้นมาใหม่แล้วซึ่งมันจะใช้เวลามากต่องานหนึ่งชิ้น เพื่อการไม่ให้เสียเวลามากเรามาเริ่มใช้งานโ)รแกรม Solid Edge ST10 กันเลยดีกว่าครับ

 

2

ภาพที่ 2

5

ภาพที่ 3

3

ภาพที่ 4

เมื่อเราเปิดโปรแกรม  Solid Edge ขึ้นมาจะเจอกับการสร้าง Sheet ของทาง Solid Edge จะมีให้เลือกใช้งานเยอะไม่ว่าจะเป็น Part, Daft, Metal, Assembly และ Weldment หน่วยที่จะใช้ก็สามารถเลือกได้จะเป็นนิ้วหรือเซนติเมตรส่วนมากเรามักจะใช้เป็น Part แบบเซนติเมตรมากกว่า เลือกไปที่ (ภาพที่ 2-3) Open Bowse > เลือกไฟล์ .stl > ANSI Metric > ansi metric part แล้วเราก็จะได้ sheet งานที่พร้อมจะทำการสร้างาน แก้ไขงานที่มีหน่วยเป็นเซ็นติเมตรแล้วครับ (ภาพที่ 4) จะเห็นว่าจะมีหน้าต่างเครื่องมือที่ไว้ใช้สำหรับการ Reverse Engineering โดยเฉพาะทางเลยนี่แหละครับเป็นทีเด็ดของทางโปรแกรม Solid Edge ST10 Classic จากนั้นเราก็ทำการจัดวางโมเดล 3 มิติ ที่เปิดขึ้นมาให้อยู่ตรงกึ่งกลางของแกนต่างๆ เพื่อง่ายต่อการทำงาน (ภาพที่ 5)

 

4

ภาพที่ 5

 

วีธีการ Reverse ไฟล์งานที่ได้จากเครื่องสแกน Einscan-SE

        เครื่องสแกนเนอร์ที่ผมใช้เป็น Einscan-SE งานที่ไม่ได้เน้นความละเอียดของชิ้นงานมากต้องการแค่ลักษณะของชิ้นงานเบื้องต้นถือว่า Einscan-SE ทำได้ดีมากเลยครับ อาจจะสแกนได้ไม่ดีเท่ารุ่นพี่อยาง Einscan Pro/Pro+ หรือ David SLS-3 HD ก็ตาม (ภาพที่ 6-7) จากรูปภาพจะเห็นได้ว่างานที่ได้จากการนั้นถือว่าดีมากแล้ว แต่เมื่อจะนำไปใช้งานจริงอาจจะต้องทำการแก้ไขให้ผิวของชิ้นงานนั้นเรียบ เพราะจะสังเกตุเห็นได้ว่าบางจุดยังสแกนได้ไม่ดี ถ้าเรานำงานนี้ไปพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ เลยผิวของชิ้นงานที่ได้จะไม่สวยเลยก็ว่าได้ ชิ้นงานมีรอยขรุขระของผิวงานแบบไหนเมืื่อทำการสไลด์จากโปรแกรมของเครื่องพิมพ์ 3 มิติ แล้วก็ยังจะมีรอยเหล่านั้นอยูเช่นเดิมนี่แหละเป็นหตุผลที่เราต้องทำการ Reeverse ไฟล์งานก่อนจะไปใช้งานจริง

 

7

ภาพที่ 6

8

ภาพที่ 7

 

         โปรแกรม Solid Edge ST10 ตัว Classic นี้จะมีเครื่องมือที่ช่วยในการแก้ไขไฟล์งานได้ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ .stl, .step และอื่นๆ อีกมากมาย ส่วนมากไฟล์ที่ได้จากเครื่องสแกนเนอร์ Einscan-SE จะเป็น .stl อยู่แล้ว เมื่อกดไปที่หน้าต่างการ Reverse Engineering จะเจอเครื่องมือในการแก้ไข (ภาพที่ 8)

  1. จะเป็นหน้าต่างของเครื่องมือทั้งหมดจะครอบคุมการทำงานไม่ว่าจะเป็น การวาด 2D, การวาด 3D, การทำ Surfacing, PMI, การ Simulation, การ Gennerative Design, การ Reverse  และอื่นๆ
  2. Planes สร้าง plane ต่างๆ ตามจุดที่เราต้องงการจะวาดหรือแก้ไข เพื่อจะได้ง่ายต่อการแก้ไขงานเวลาวาด 2D ณ ต่ำแหน่งตามแกน x, y, z ได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น
  3. Cleanup Mesh เป็นการแก้ไขพื้นพิวของงานสามารถลบผิวของงานที่ได้จากการสแกนมา และเติมผิวตรงจุดนั้นๆ ได้เพื่อให้เรียบขึ้น การลบนั้นจะลบเป็นแบบลายตาข่ายแบบ Polygon ของชิ้นงานนั้นๆ ถาไฟลที่ได้จากการสแกนมีความละเอียดมาก Polygon ก้จะเยอะตามกันไป
  4. Identify Regions เป็นการระบายสีของผิวชิ้นงานเพื่อจะแบ่งผิวของชิ้นงานให้ออกเป็นส่วนๆ จะได้ง่ายต่อการแก้ไข และสร้างพื้นผิวของขึ้นมาใหม่เพื่อใช้อ้างอิงกัับชิ้นงานที่ได้ทำการสร้างขึ้นมาใหม่ เครื่องมือนี้จะใช้ร่วมกับ Extract Surfaces
  5. Extract Surfaces เป็นการสร้างพื้นผิวงานขึ้นมาใหม่ที่ได้จากการอ้างอิงพื้นผิวของงานเก่หรืองานที่ได้จากการสแกน 3 มิติ การสร้างจะมีให้เลือก 2 แบบ Extract กับ Fit ส่วนมากแล้วจะใช้แบบ Fit มากกว่าเพราะจะมีฟังก์ชั่นในกาเลือกรูปแบบพื้นผิวได้มากกว่า เช่น วงกลม, สี่แหลี่ยม, กรวย, ทรงกระบอก และอื่นๆ
  6. Curves เป็นการสร้างส่วนที่โค้งงอต่างๆ ให้ง่ายขึ้น การวาดส่วนโค้งต่างๆ ตามชิ้นงาน สามารถตัดชิ้นงานที่มาจากการสแกน 3 มิติ ได้ต้องการจะตัดเฉพาะจุดก็ทำได้สบายมาก
  7. Surfaces เป็นการปรับแต่งพื้นผิวที่ได้มาจากเครื่องมือที่ (5)Extract Surfaces และ (6)Curvers ไม่ว่าจะ คัดลอกพื้นผิว Offset การดึงสร้างพื้นผิวจากเส้นที่วาดขึ้นจะเป็นแบบโค้งงานก็สามารถทำได้อย่างง่ายดายเหมือนกัน
  8. Modify Surfaces เป็นการแก้ไขพื้นผิวที่ได้จากการทำ  (5)Extract Surfaces และ (6)Curvers การตัดพื้นผิว การขยายพื้นผิว การผสานพื้นผิวให้เป็นชิ้นเดียวกัน การดึงพื้นผิวของชิ้นงานจริงแนบกับพื้นผิวที่ได้จากการทำในเครื่องมือที่ (4)Identify Regions และ (5) Extract Surfaces จากชิ้นงานที่ต้นแบบจากการสแกน 3 มิติ ถือว่าทำให้เกิดความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นต่อการแก้ไขปรับปรุงไฟล์งานทาง Engineering

 

9

ภาพที่ 8

 

        สำหรับคนที่ยังมองภาพไม่ออกนะครับ ว่าเครื่องมือทั้งหมดมีการทำงานยังไงบ้างผมได้ทำวีดีโอการ Revers เบื่องต้นมาให้ชมกันครับ งานนี้จะได้มาจากการสแกนกับเครื่อง Einscan-SE ชิ้นงานอันนี้จะเป็นอะไหล่ฝาครอบของรถเข็นคนพิการจะมีด้วยกัน 2 ชิ้น แต่ได้แตกไป 1 ชิ้น เลยนำอีกอันมาสแกนและ Reverse เพื่อจะนำไปพิมพ์ออกมาใช้งานจริงพลาสติกที่ใช้เป็น ABS เน้นแข็งแรง ใช้งานกว่าแสงแดดได้ ชิ้นงานจริงจะเป็นสีดำนะครับที่เห็นในรูปจะเป็นสีขาวเพราะได้พ่นสเปรย์แป้งให้ง่ายต่อการสแกนงานถ้าเป็นชิ้นงานที่สีทึบดำ มันเงา โป่งใส จะไม่สามารถสแกนได้ครับ ตามภาพที่ 9-10

S_7938102059414

ภาพที่ 9

S_7938102097578

ภาพที่ 10

 

วีดีโอการ Revere Engineering อะไหล่รถเข็นคนพิการ

        เมื่อทำการแก้ไขไฟล์เรียบร้อยแล้วผมได้ Save งานออกมาเป็น .stl เพื่อจะนำไปพิมพ์กับเครื่องพิมพ์  3 มิติ Fashforge Creator Pro ความละเอียดที่พิมพ์อยู่ที่ 200 ไมคอน (0.2 มิลลิเมตร) พลาสติกที่ใช้เป็น ABS เพื่อเน้นความเเข็งแรงของชิ้นงานต่อการใช้งานจริง เดี๋ยวให้บนความต่อไปผมจะมาแนะนำการตั้งค่าพิมพ์งานกันนะครับ เมื่อนำมางานแต่ละแบบมาเปรียบเทียบกันทั้ง 4 แบบจะมี การสแกนด้วย Einscan-SE(ภาพที่ 11), การ Reverse Engineering(ภาพที่ 12), การพิมพ์แบบ 3 มิติจาก Flashforge Creator Pro(ภาพที่ 12) และชิ้นงานจริงที่แตกหัก (ภาพที่ 13) จากทั้งหมดที่นำมาเปรียบเทียบนั้นบอกได้เลยว่าโปรแกรม Solid Edge ST10 Classic สามารถ Reverse ได้จริงและใช้งานไม่ยาก เครื่องมือต่างๆ ที่มีก็ใช้งานคล้ายๆ กับโปรแกรม 3D ทั่วไปเลยครับ สำหรับคนที่เป็นโปรแกรม 3D อยู่แล้วสบายมากที่จะหันมาใช้งาน Solid Edge ST10 อีกสักโปรแกรม

 

12

ภาพที่ 11

11

ภาพที่ 12

S_7938247041948

ภาพที่ 13

พิมพ์เส้น Flexible กับเครื่อง Adventurer3

พิมพ์เส้น Flexible กับเครื่อง Adventurer3

วันนี้เห็นทาง Flashforge Canada ทดลองพิมพ์งานจากเครื่องพิมพ์ Flashforge Adventurer 3 ด้วยเส้น Flexible ตอนแรกคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้เพราะเครื่อง Adventurer 3 เป็นการป้อนเส้นพลาสติกแบบ Bowden ซึ่งมอเตอร์ขับเส้นกับหัวพิมพ์จะอยู่ห่างกันมาก จึงมีโอกาสที่เส้น Flexible จะงอติดอยู่ในท่อส่ง ทำให้มอเตอร์ไม่สามารถดันเส้นพลาสติกไปยังหัวพิมพ์ได้ 

เราจึงคิดว่าน่าจะทดลองทำดูบ้างว่าเครื่อง Flashforge Adventurer 3 จะทำได้จริงไหม และยากง่ายอย่างไร อย่างที่ทราบกันดีว่าเส้น Flexible มีความอ่อนตัวมาก มีโอกาสจะคดงอได้ง่าย ไม่แนะนำให้ใช้กับเครื่องแบบ Bowden แต่ท่อส่งเส้นของ Adventurer 3 มีขนาดค่อนข้างพอดีกับเส้นพลาสติก จึงทำให้ไม่มีช่องว่างให้เส้นบิดงอ เป็นการบังคับให้เส้นพุ่งไปข้างหน้าอย่างสะดวก 

ในที่นี้จะใช้เส้น TPU ของ eSun ซึ่งมีชื่อทางการค้าว่า e-Flex มีความยืดหยุ่นสูง เหนียว การเชื่อมติดกันของเลเยอร์ดีมาก พิมพ์ง่ายติดแท่นดีมาก 

ข้อควรระวังอันหนึ่งก็คือรูปร่างของโมเดลไม่ควรมีส่วนยื่นมากนัก และไม่ควรมี Overhang เพื่อหลีกเลี่ยงการมี support ในส่วนของหัวพิมพ์ควรใช้หัวพิมพ์ใหม่เพราะหัวพิมพ์เก่าอาจจะมีเศษพลาสติกเกาะอยู่ ทำให้ขวางทางเดินเส้นพลาสติก แล้วมอเตอร์ก็จะดันเส้นไม่ไป ม้วนพลาสติกควรคลายเส้นออกมาก่อน เพื่อไม่ให้เกิดการติดขัดระหว่างพิมพ์ 

การตั้งค่าการพิมพ์สามารถใช้โปรไฟล์ของ PLA ได้เลย แล้วปรับสามจุดนี้

  1. ปรับ retraction เป็น 0 เพื่อไม่ให้มีการดึงเส้นไปมา เป็นการลดโอกาสเส้นบิดงอ
  2. ปรับความเร็วของหัวพิมพ์ลงให้ใช้ประมาณ 20 มม./วินาที
  3. ปรับความร้อนที่หัวพิมพ์ตามที่กำหนดที่ม้วน ในที่นี้จะใช้ 220 องศา ส่วนความร้อนที่แท่นพิมพ์จะเปิดหรือปิดความร้อนก็ได้

คราวนี้ก็มาเริ่มพิมพ์กันเลย

ลุ้นๆ

สำเร็จแล้ว มีเส้นใยเล็กน้อย ใช้มีดคัตเตอร์ปาดออกไม่ยาก 

สรุปคือ Flashforge Adventurer 3 พิมพ์เส้นพลาสติกนิ่มๆ TPU ได้ครับ

ขาตั้งม้วนสไตล์ Minimal

ขาตั้งม้วนสไตล์ Minimal

ในกรณีที่เราไม่อยากเอาม้วนพลาสติกใส่ไปกับเครื่อง ไม่ว่าจะเพราะไม่สะดวก หรือบางคนอาจจะเปลี่ยนชนิดของเส้นพลาสติกบ่อยๆ หรือบางเครื่องเล็กๆ ที่ใช้ม้วนขนาดเล็กแต่อยากประหยัดเงินเพราะม้วยใหญ่ 1 กก.ราคาถูกกว่า การมีขาตั้งม้วนพลาสติกวางไว้นอกเครื่องก็น่าจะเป็นเป็นทางเลือกหนึ่งที่ดี

ไฟล์โมเดลขาตั้งมีให้เลือกมากมายในเวบ thingiverse.com แต่เท่าที่ดูยังไม่น่าพอใจเท่าไหร่ บางแบบก็ใหญ่เทอะทะ บางแบบก็วางแล้วไม่มั่นคง เลยมาลองออกแบบเองดีกว่า โดยมีโจทย์ว่าจะต้องทำให้เครื่องที่มีแท่นพิมพ์ขนาดเล็กพิมพ์ได้ด้วย แล้วพิมพ์เพียงครั้งเดียว เอาเป็นว่ามาดูแบบกันเลยดีกว่า

ขาตั้งแบบนี้สามารถพิมพ์บนขนาดแท่นพิมพ์เล็กๆ ขนาด 14 x 14 x 14 ซม. ได้สบายๆ และพิมพ์ไปพร้อมกันทั้งสองชิ้น เมื่อพิมพ์เสร็จก็ประกอบเข้าด้วยกันง่ายๆ ได้เลย ถ้าอยากใช้งานก็สามารถเข้าไปโหลดที่นี่เลยครับ https://www.print3dd.com/support/

 

 

คูปองแนวๆ เป็นรูปขนมปัง โดยใช้ 3D Scanner และ 3D Printer

คูปองแนวๆ เป็นรูปขนมปัง โดยใช้ 3D Scanner และ 3D Printer

เจ้าของร้านเบเกอรี่ใช้เครื่องสแกนสามมิติ Einscan SE เพื่อเปลี่ยนจากการใช้คูปองกระดาษธรรมดา เป็นคูปองสามมิติรูปขนมทองคำ

 นิโคล เป็นเจ้าของร้านเบเกอรี่ในมณฑลซูโจว เธอจบการศึกษาด้านการออกแบบอุตสาหกรรม เธอมีไอเดียที่จะทำคูปองให้กับลูกค้าพิเศษ โดยใช้เครื่องพิมพ์สามมิติที่เธอซื้อไว้ตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษา เพื่อให้คูปองของเธอดูเหมือนขนมปังจริงๆ แม้จะมีเครื่องพิมพ์ 3D อยู่แล้วแต่การที่จะเขียนโมเดลให้เหมือนจริงก็อาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย แล้วเพื่อนของเธอก็แนะนำให้เธอรู้จัก Einscan SE 3D scanner มาใช้ทำความตั้งใจให้สำเร็จ

ขั้นตอนการทำงาน

  1. จัดการสแกนขนม Croissant, brazen, scones, และอื่นๆ ด้วย Einscan SE เนื่องจากขนมมีขนาดเล็กเธอจึงใช้การสแกนในโหมด Auto โดยตั้งไว้บนแท่นหมุน

ในขณะที่ขนมปัง Baguette มีลักษณะที่ยาว และมีขนาดใหญ่ เธอจึงทำการสแกนด้วยโหมด Free Scan ซึ่งช่วยให้สแกนงานชิ้นใหญ่ได้

  1. หลังจากที่บันทึกข้อมูล 3D แบบความละเอียดสูงแล้ว นิโคลใช้โปรแกรมออกแบบ(3D modelling) เขียนราคาที่แตกต่างกันตามรูปแบบของขนมปัง

  1. จากนั้นใช้เครื่องพิมพ์สามมิติพิมพ์ออกมา และตกแต่งด้วยสีทอง

เพียงสามขั้นตอนง่ายๆ ก็สามารถทำโครงการให้สำเร็จได้แล้ว

นิโคลยังกล่าวเสริมอีกว่า “มันยากมากที่จะหาโมเดลสามมิติที่มีรูปร่างเหมือนกับขนมปังที่ฉันทำขาย และถ้าจะเขียนแบบขึ้นมาก็คงต้องใช้เวลานานแน่ๆ เลย ต้องของคุณ Einscan SE ที่ช่วยให้ฉันทำคูปองขนมปังแบบพิเศษนี้ได้สำเร็จ” นอกจากนี้นิโคลยังแนะนำเพื่อนๆ ให้ใช้ Einscan SE อีกด้วย เพราะมันเล็ก และใช้งานง่าย 

เรายังรูสึกดีใจที่ทราบว่าคูปองแสนพิเศษของนิโคลเป็นที่ถูกใจลูกค้าอย่างมาก และกลายเป็นของสะสมไปในที่สุด 

เครื่องพิมพ์ที่ลูกค้าไว้วางใจเลือกใช้

เครื่องพิมพ์ที่ลูกค้าไว้วางใจเลือกใช้

วันนี้print3ddมีโอกาสได้มาสัมภาษณ์ ผศ.ดร.รามิล เกศวรกุล ซึ่งเป็นอาจารย์ ภาควิชาวิศวกรรมการผลิต ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯพระนครเหนือ โดยทางคณะได้สั่งซื้อเครื่องพิมพ์สามมิติกับทางprint3ddมาก่อนหน้านี้แล้วหลายเครื่อง ไม่ว่าจะเป็น Flashforge creator,Flashforge finder,Flashforge Adventurer3,Full Scale max300 เป็นต้น 

โดยเนื้อหาการสัมภาษณ์วันนี้คือทางprint3ddอยากทราบว่าทางคณะวิศวกรรมการผลิตได้นำเครื่องพิมพ์สามมิติไปประยุกต์ใช้ในงานด้านไหนบ้าง โดยทางอ.รามิล ได้อธิบายว่าเครื่องพิมพ์สามมิติได้เข้ามามีส่วนช่วยในเรื่องการเรียนการสอนและงานวิจัยอย่างมาก เพราะสามารถพิมพ์งานที่มีความซับซ้อนได้ดี อีกทั้งยังมีต้นทุนในการพิมพ์งานที่ต่ำกว่าเครื่องพิมพ์ประเภทอื่นๆ 

 

โดยผลงานจากเครื่องพิมพ์สามมิติ มีดังนี้

-ใช้ในการเรียนการสอนเกี่ยวกับการสร้างงานต้นแบบต่างๆ เพื่อนำมาทดสอบก่อนนำไปสร้างเป็นของจริง เช่น กังหันน้ำ,ตัวคีบจับชิ้นงาน,อะไหล่และชิ้นส่วนต่างๆเป็นต้น

-Body drone   โดยใช้เครื่องพิมพ์สามมิติผลิตตัวBody ของdrone ซึ่งช่วยในเรื่องลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงได้อย่างมาก เพราะชิ้นส่วนของdroneส่วนใหญ่ทำขึ้นจากพลาสติก เมื่อมีชิ้นส่วนไหนเสียหายก็สามารถพิมพ์จากเครื่องพิมพ์สามมิติได้เลย 

-ผลงานล่าสุดคือเครื่องนับลูกกุ้งแบบพกพา โดยได้ทำวิจัยร่วมกับบริษัท ซึ่งตัวbodyของเครื่องสร้างจากเครื่องพิมพ์สามมิติทั้งหมด และใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้ามาช่วยในการนับลูกกุ้ง ใช้เวลานับเพียง2วินาทีต่อ1ชุดตัวอย่าง(1ชุดตัวอย่างจะมีลูกกุ้งอยู่ 500-1,000ตัว) เร็วกว่าการใช้บุคลากรถึง300เท่า และประสิทธิภาพของการนับยังสามารถจำแนกวัตถุอื่นที่ไม่ใช่ลูกกุ้งได้ เช่น ผงคาร์บอน ตะกอนอาหารและเม็ดฝุ่นที่อาจเจือบนมากับน้ำได้ ทำให้ตัวเครื่องมีความแม่นยำถึง97% และส่งข้อมูลทางemailหรือlineได้อีกด้วย 

ประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ

ในปี2559 สามารถลดการนำเข้าเครื่องนับลูกกุ้งจากต่างประเทศได้11,760,000บ.

ที่มา:คิดจากยอดซื้อในปีพ.ศ.2559 จำนวน21เครื่อง โดยราคาที่สั่งนำเข้าจากต่างประเทศเครื่องละ750,000บ. ถ้าคิดมูลค่านำเข้า เท่ากับ 21×750,000 = 15,750,000 บ.

เครื่องนับลูกกุ้งแบบพกพา เครื่องละ190,000บ. คิดมูล่า เท่ากับ21×190,000=3,990,000บ.

สามารถลดมูลค่าการนำเข้าในปี2559 ได้เท่ากับ15,750,000-3,990,000=11,760,00บาท

(อ้างอิงข้อมูลจากhttp://award.nia.or.th/th)

 

ซึ่งจะเห็นได้ว่าเครื่องพิมพ์สามมิติ เข้ามามีบทบาทต่อทุกสายงานเพราะสามารถเข้ามาช่วยในการสร้างงานที่ซับซ้อนได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ตัวเครื่องยังมีราคาไม่แพงและใช้ต้นทุนที่ต่ำ ทางprint3dd ต้องขอขอบคุณ ผศ.ดร.รามิล เกศวรกุล ที่สละเวลามาสัมภาษณ์ในวันนี้ เพื่อนๆสามารถติดตามข่าวสารและเทคโนโลยีใหม่ๆได้ที่ www.print3dd.com

เคล็ดลับในการใช้โหมด FreeScan ในจุดที่สแกนได้ยาก

เคล็ดลับในการใช้โหมด FreeScan ในจุดที่สแกนได้ยาก

ในการสแกนวัตถุที่มีร่องลึกหรือรอยแยก เป็นการสแกนที่ท้าทายความสามารถอย่างมาก เพราะโหมด FreeScan จะใช้การจับ target แต่ในกรณีที่ target มีพื้นที่น้อยๆ เครื่องสแกนจะไม่สามารถจับพื้นผิวได้ดี และอาจจะหลุด (tracking lost) บ่อยๆ ดังตัวอย่างข้างล่าง จะเห็นว่าในส่วนที่เป็นครีบของตัวงานมีความบาง และอยู่ลึก 

จากภาพด้านล่างจะเห็นว่าเครื่องสแกนเก็บข้อมูลวัตถุได้เพียงบางส่วน ในจุดที่มีความยากลำบากในการเข้าถึง ทำให้เมื่อสแกนแล้วไฟล์สามมิตินั้นก็ไม่สามารถนำเอาไปดำเนินการต่อเช่นการทำ reverse engineering หรือการ inspection ได้

วิธีการแก้ไข เราใช้แผ่นเหล็กฉากตามรูปด้านล่าง ติด marker จำนวนด้านละ 3 ดวง ไปวางรอบๆ ชิ้นงานที่จะสแกนในตำแหน่งที่เครื่องสแกนมองเห็น 

มันจะช่วยให้เครื่องสแกนสามารถเพิ่มโอการในการจับชิ้นงานได้ดีขึ้น และสามารถเก็บข้อมูลพื้นผิวได้มากขึ้น โอกาสที่จะหลุดน้อยลงในส่วนที่จับผิวได้ยาก

งานสแกนที่ได้มีความสมบูรณ์ขึ้นมาก เมื่อสแกนเสร็จแล้วคุณสามารถลบเหล็กฉากเหล่านั้นออกไปได้โดยง่าย  

มินิรีวิว Flashforge Creator 3 + eSun ePA-Carbon Fiber

มินิรีวิว Flashforge Creator 3 + eSun ePA-Carbon Fiber

Carbon Fiber เป็นวัสดุในฝันของผู้ใช้ 3D printer หลายๆ คน เพราะมันช่วยให้งานที่พิมพ์ออกมามีความแข็งแรงขึ้น สำหรับผู้ที่ยังไม่รู้ว่า Carbon Fiber เป็นอย่างไร เราลองมาดูกัน

เส้น Carbon Fiber คืออะไร?

ก่อนอื่นต้องไม่สับสนระหว่างเส้น Carbon Fiber Filament กับ Carbon Fiber ที่ใช้ทำรถแข่ง จักรยานราคาแพง หรือยานอวกาศ ซึ่งเป็น Carbon Fiber ชนิดเส้นยาวถักทอเป็นผืนใหญ่ เคลือบด้วยอีพ๊อกซี่เป็นชั้น ๆ

ส่วน Carbon Fiber Filament จะเป็นการนำ Carbon Fiber ใยสั้นผสมลงในพลาสติกฐาน เช่น PolyCarbonate, ABS, PLA, Nylon, PETG เป็นต้น ซึ่งลักษณะของ Carbon Fiber จะแข็ง แต่เปราะมาก ดังนั้นการนำไปผสมกับพลาสติกฐานมักจะผสมกับพลาสติกที่มีความเหนียว เช่น Nylon หรือ PETG เพื่อชดเชยลักษณะด้อยของ Carbon Fiber เอง

คุณสมบัติเด่นๆ ของเส้น Carbon Fiber คือ ขณะพิมพ์ไม่มีกลิ่น ผิวด้าน ความแข็งแรงทนทานสูง ทนต่อการเสียดสี และสึกหรอ ทนความร้อนสูงถึง 120°C อัตราการหดตัว และบิดตัวต่ำ และติดไฟยาก

FlashForge Creator 3

เป็นเครื่องที่สามารถพิมพ์เส้นชนิด Carbon Fiber ได้ เนื่องจากหัวพิมพ์เป็นโลหะ Stainless Steel ชุบแข็ง ซึ่งจะทนการกัดกร่อนของ Carbon Fiber ได้ดี เพราะ Carbon Fiber สามารถกัดกร่อนหัวพิมพ์ชนิดทองเหลืองให้พังได้อย่างรวดเร็ว อาจจะไม่ถึงครึ่งม้วนเสียด้วยซ้ำ

นอกจากนี้หัวพิมพ์ยังทำความร้อนได้ถึง 300 องศา ทำให้พิมพ์พลาสติกวิศวกรรมได้อีกหลายชนิด

eSun ePA-CF เส้น Polyamine-Carbon Fiber

Polyamine (PA) หรือชื่อในทางการค้าว่า Nylon เส้น  ePA-CF ของ eSun มี Carbon Fiber ผสมอยู่ถึง 20% ราคาไม่แพง ประมาณ 50-60 USD ในขณะที่บางยี่ห้อราคาสูงถึง 250 USD

มาลองพิมพ์กันเลยดีกว่า

เราเลือกบันไดจักรยานมาเป็นหนูทดลอง


ตั้งอุณหภูมิการพิมพ์อยู่ที่ 250°C และที่แท่นพิมพ์ 80°C ใช้เวลาพิมพ์ประมาณ 7 ชั่วโมง

จะสังเกตได้ว่าจะมีเส้นใยเยิ้มออกมามาก ซึ่งเป็นลักษณะที่ปรกติของเส้น Carbon Fiber ส่วนที่พื้นจะไม่มีการเด้งงอ หรือหลุดจากฐานเลยแม้แต่น้อย

เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วก็ถึงตอนแกะ support การแกะก็ไม่ได้ยากนัก แต่มันจะเหนียวๆ หน่อย สามารถใช้คีมช่วย ในส่วนที่เป็นเศษเล็กๆ ก็ใช้มีดคัตเตอร์ปาดออกได้ไม่ยากนัก

ในส่วนของ overhang เครื่อง FlashForge Creator 3 ทำได้ดี ทีเดียว

เทคนิคการพิมพ์ด้วยเส้น Carbon Fiber

เป็นโบนัสสำหรับคนที่ทนอ่านมาถึงตรงนี้ การพิมพ์ด้วยเส้น Carbon Fiber ไม่ง่าย และไม่ยากจนเกินไป เรามีเคล็ดลับในการพิมพ์ให้สำเร็จดังนี้

  • อย่างที่บอกไว้ข้างต้น หัวพิมพ์ควรจะต้องเป็นโลหะแข็ง เช่นสเตนเลส เพื่อให้ทนต่อการสึกกร่อนจาก Carbon Fiber ซึ่งมีความรุนแรงมาก (ซ้ายทองเหลือง-ขวาสเตนเลสสตีล)
  • ลดค่า retraction ลง เนื่องจากการดึงเส้นกลับไปมามากๆ จะทำให้เกิดการสะสมของ Carbon Fiber ซึ่งไม่ละลายในความร้อน ภายในหัวพิมพ์ทำให้เกิดการอุดตันได้ง่าย
  • พิมพ์ให้ช้าลงประมาณ 20%-50% เพื่อช่วยให้ Carbon Fiber ที่อาจจะติดอยู่ในหัวพิมพ์หลุดออกไปได้ง่ายขึ้น ลดการอุดตันของหัวพิมพ์
  • ใช้หัวพิมพ์ที่ใหญ่ขึ้น จะช่วยลดโอกาสอุดตัน
  • เส้นพลาสติกจะค่อนข้างเปราะ หักง่ายเมื่อเกิดการงอ หรือมีการหักเลี้ยวในองศาที่แคบๆ แนะนำให้ใช้ท่อนำเส้นพลาสติกเพื่อลดโอกาสเส้นหัก
  • การเก็บเส้น Nylon-Carbon Fiber ควรเก็บในถุงซิป และใส่สารดูดความชื้นไว้ด้วย เนื่องจาก Nylon ดูดความชื้นได้ดีมาก หากเส้นชื้นไปแล้ว (สังเกตจากเวลาพิมพ์จะมีเสียงน้ำเดือด เปาะแปะ ๆ) ให้นำไปอบในเตาอบที่อุณหภูมิประมาณ 80°C ประมาณ 4-6 ชั่วโมง

หลังจากปรับค่าการพิมพ์เล็กน้อย แล้วลองพิมพ์ใหม่อีกครั้งผลก็เป็นดังในภาพครับ หวังว่าคงได้ความรู้เล็กๆ น้อยๆ กลับไปบ้างนะครับ แล้วพบกันใหม่

นามบัตร 3D

นามบัตร 3D

นามบัตรเป็นสิ่งที่แสดงตัวตนของคุณได้เป็นอย่างดี มันช่วยให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ในงานของคุณ หากยังคิดไม่ออก มาลองดูตัวอย่างนามบัตร 3D ที่พิมพ์ได้ง่ายๆ ทำให้คนที่ได้รับต้องร้องว้าว!

นามบัตร 3D เป็นวิธีการโฆษณาชื่อเสียงบริษัทของคุณได้อย่างดี ดูมีเอกลักษณ์ และสร้างสรรค์ ลูกค้า หรือคู่ค้าของคุณจะมีความประทับใจอย่างมาก

ถึงแม้คุณจะไม่ได้อยากโฆษณาะุรกิจของคุณ แต่มันก็เป็นเรื่องสนุกที่ได้ทำ มันเล็ก พิมพ์ได้เร็ว ใช้วัสดุน้อย แต่ผลที่ได้น่าตื่นตาตื่นใจอย่างมาก

เราเอาตัวอย่างนามบัตรที่พิมพ์ด้วย 3d printer มาให้ดูเป็นไอเดียดังนี้

1. Velociraptor 

    

Velociraptor เป็นไดโนเสาร์ชนิดหนึ่ง แต่วันนี้มันมาอยู่บนนามบัตรแล้ว ไดโนเสาร์ตัวนี้มีรายละเอียดมากพอสมควรในขนาด 3.5×5 นิ้ว พิมพ์ได้ไม่ยากในเวลาเพียง 10-20 นาที ยิ่งน่าประทับใจเมื่อลองนึกภาพถึงตอนที่ประกอบเสร็จแล้ว

นามบัตรแบบนี้เหมาะกับทุกคน แต่ถ้าคุณต้องการใส่ข้อความลงไป ผู้ออกแบบก็ได้เผื่อพื้นที่ว่างตรงหางให้แล้ว โหลดที่นี่ https://www.thingiverse.com/thing:362357

2. Touring Bike 

    

เป็นนามบัตร 3D อีกแบบหนึ่งที่ดูเท่ไม่หยอก เมื่อประกอบแล้วจะได้จักรยานทัวริ่ง 1 คันมาตั้งโชว์ได้ เป็นโมเดลที่มีคนโหลดไปแล้วจำนวนมาก มันมีพื้นที่ว่างให้คุณโฆษณาธุรกิจของคุณได้เช่นกัน โหลดที่นี่ https://www.thingiverse.com/thing:714484

3. Bolt 

    

แบบนี้ก็เหมือนกับสองแบบด้านบนแต่ก็มีเอกลักษณ์ของมัน หลังจากที่แกะออกมาแล้วประกอบเข้าด้วยกันคุณจะได้สลักเกลียวที่หมุนได้จริงๆ เหมาะกับคนที่ชอบทำสิ่งที่สนุกและไม่ยากเกินไป โหลดที่นี่ https://www.thingiverse.com/thing:350487/

 

4. ปรับแต่งนามบัตรเอง https://www.thingiverse.com/thing:1713563

หากคุณไม่ชอบแบบที่เราแนะนำไปข้างต้น คุณก็สามารถสร้างแบบของคุณเองโดยไม่ต้องอาศัยความรู้ทางด้าน 3D มากมายอะไร เพียงแค่เข้าไปที่ link แล้วกดปุ่ม Open in Customizer จากนั้นก็ใส่ชื่อหน่วยงาน ชื่อคุณ หมายเลขโทรศัพท์ และอีเมลของคุณลงไป โปรแกรมจะทำการสร้างให้คุณในทันที สามารถดาวน์โหลดมาพิมพ์ได้เลย

เคล็ดลับในการพิมพ์ก็คือควรปรับระดับแท่นพิมพ์ให้ชั้นแรกพิมพ์ได้ดี จะช่วยให้ผลงานออกมาสวยขึ้น และปรับ retraction ให้มากหน่อยเพื่อไม่ให้เกิดเส้นใยยุ่งเหยิง

5. สร้างนามบัตรของคุณเองเลย

Creating a business card in TinkerCAD.

จากที่เราแนะนำแบบเท่ๆ 4 แบบให้ดาวน์โหลดแล้ว หากรู้สึกว่ายังไม่ถูกใจอีก ก็สามารถเขียนขึ้นเองให้เป็นแบบเฉพาะตัวคุณได้เลย วิธีการโดยละเอียดสามารถศึกศาได้ ที่นี่ https://all3dp.com/3d-printed-business-cards-how-to/ แต่ขั้นตอนคร่าวๆ เป็นดังนี้

 

  1. หากต้องการใส่รูปด้วยให้เอารูปไปทำเป็น Lithophane ก่อนที่นี่ Thingiverse model.
  2. ในโปรแกรม TinkerCAD สร้างนามบัตรแบบพื้นฐานก่อน แล้วใส่ข้อมูลของคุณ
  3. โหลด Lithophane ที่ทำก่อนหน้านี้เข้าไปในแบบนามบัตร
  4. พิมพ์นามบัตรของคุณได้เลย

ขอให้มีความสุขกับการพิมพ์

กิจกรรม Workshop เกี่ยวกับประติมากรรมไทย 4.0

กิจกรรม Workshop เกี่ยวกับประติมากรรมไทย 4.0

      สวัสดีครับ ขอเชิญเข้าร่วมกิจกรรม workshop ประติมากรรมไทย 4.0
ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 พร้อมรับของที่ระลึกภายในงาน **ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย**

รายละเอียดภายในงานมีดังนี้
     -สาธิตการใช้เทคโนโลยีเครื่องพิมพ์สามมิติ (การพิมพ์งานต้นแบบ, ถอดแบบต้นฉบับ, ย่อขยายขนาดงาน…)
     -สาธิตการใช้เทคโนโลยีเครื่องสแกนสามมิติ (สแกนงานต้นแบบจากการปั้น เพื่อให้ง่ายต่อการย่อขยายขนาด และจัดเก็บงานง่าย…)
     -ถาม/ตอบ ด้านการใช้งาน

***ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่นี่ : https://goo.gl/forms/rntr4sk1CJlV0N492

 

 

 

ตารางเวลา
———- รอบเช้า ———-
10.00 -10.15 น. ลงทะเบียน
10.15 – 10.30 น. กล่าวต้อนรับพร้อมทั้งอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยี 3 มิติ
10.30 – 11.30 น. สาธิตการใช้งานเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ
-การใช้สแกนเนอร์ 3 มิติ
-แนะนำเทคนิคในการสแกนงาน
-การนำไฟล์งานที่ได้ไปประยุกต์ใช้
11.30 – 12.00 น. สาธิตการใช้งานเครื่องพิมพ์ 3 มิติ
-การนำงานมา ย่อ ขยาย ตัด และการเพิ่มจำนวน
-การตั้งค่าเครื่องพิมพ์เบื้องต้น
-การพิมพ์งานตัวอย่าง
12.00 – 12.15 น. Q&A (ถาม/ตอบ)

———- รอบบ่าย*(รอบเสริม) ———–
13.00 – 13.15 น. ลงทะเบียน
13.15 – 13.30 น. กล่าวต้อนรับพร้อมทั้งอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยี 3 มิติ
13.30 – 14.30 น. สาธิตการใช้งานเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ
-การใช้สแกนเนอร์ 3 มิติ
-แนะนำเทคนิคในการสแกนงาน
-การนำไฟล์งานที่ได้ไปประยุกต์ใช้
14.30 – 15.00 น. สาธิตการใช้งานเครื่องพิมพ์ 3 มิติ
-การนำงานมา ย่อ ขยาย ตัด และการเพิ่มจำนวน
-การตั้งค่าเครื่องพิมพ์เบื้องต้น
-การพิมพ์งานตัวอย่าง
15.00 – 15.15 น. Q&A (ถาม/ตอบ)

***หมายเหตุ : ในกรณีที่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมากทางเราจะเพิ่มรอบเสริมเป็นช่วง 13.00-15.15 น. อีก 1 รอบ

——————————————————————————————————————————————

สถานที่จัดงาน
บริษัท นีโอเทค จำกัด
โครงการ เจ.เอส.พี. เพลส 4
89/7 ถ.กัลปพฤกษ์ แขวงคลองบางพราน
เขตบางบอน กรุงเทพ 10150
เบอร์ติดต่อ : 02-415-4346,
                      096-140-0420

แผนที่ : https://goo.gl/maps/2pB8f2DfG6u

**** มีที่จอดรถสำหรับลูกค้า ****

 

ขอบคุณผู้ร่วมงานที่ให้เกียรติ ภาพบรรยากาศ ภายในงาน

 

3D Print ตะแกรงพัดลม ตามใจชอบ

3D Print ตะแกรงพัดลม ตามใจชอบ

😯😯3D Print ตะแกรงพัดลม😛😛
เคยไหมมีตะแกรงพัดลมหลุดหาย หรือมีเสียงดังหึ่ง ไม่ต้องซื้อเปลี่ยนใหม่
เราสามารถพิมพ์ได้เอง เลือกแบบ เลือกสีได้ตามต้องการด้วย ใครชอบแบบไหนก็พิมพ์แบบนั้น ต้นทุนตกไม่ถึง 10บาท 🙂

ข้อแนะนำ
– ควรพิมพ์ด้วย PLA, PETG
– พิมพ์บนฐานเลยไม่เอา Raft ไม่เอา Brim
– ใช้ infill เยอะหน่อยซัก 30% ขึ้นไป

>>Download ไฟล์ได้ที่นี่คับ<<

Credit : https://www.thingiverse.com/thing:2802474