fbpx

3D Slash ทางเลือกและแนวคิดใหม่ ของการสร้างไฟล์ 3D

3D Slash ทางเลือกและแนวคิดใหม่ ของการสร้างไฟล์ 3D

การสร้างโมเดล สำหรับผู้เริ่มต้นอาจจะยากมากๆ เพราะเนื่องจากโปรแกรมที่เข้าใจยาก และการใช้งานที่ยาก ไม่ตรงตามโจทย์
และบางครั้งเพียงแค่อยากสร้างโมเดลน่าๆรัก ง่ายๆเล็กเป็นของตัวเอง พอไปหาโปรแกรมที่สร้างส่วนใหญ่ก็เป็นไปทาง วิศวะ
ทางอาร์ท ที่แบบจริงจัง ทำให้การสร้างโมเดล นั้นยากมากสำหรับผู้เริ่มต้น วันนี้แอดมินได้ไปพบกับ
Website PlatForm ที่มีชื่อว่า 3D Slash

3D Slash สร้างโมเดลแบบ Pixel โดยไม่ต้องโหลดโปรแกรม

3D Slash เป็นเว็ปไซต์ที่ฟรี และเสียเงิน ใช้สำหรับสร้างโมเดลจำลอง ที่ใช้หลักการของ Pixel หรือก้อนสี่เหลี่ยม ทำให้เกิดเป็นรูปทรงขึ้นมา
หลังจากที่แอดมินได้ลองเข้าไปตำมาและได้ลองทำโมเดลจริงๆ ทำให้รู้สึกว่า อยากเอามาแชร์และแนะนำกันไปทำ ไปตำกันเลย
ต้องบอกได้เลยว่า แนวคิดของการสร้างครั้งนี้ จะทำให้เราปลดปล่อยจินตนาการได้อยากมากๆ เพราะมันอิสระมากๆ เนื่องจาก การใช้หลักการแบบ Pixel
สร้างที่ละจุดๆ เหมือนกับเกมส์ที่ชื่อ Minecraft ที่เป็นเกมส์ Open World แบบทรงสี่เหลี้ยมเป็นเกมส์ดังในตำนานเลยทีเดียว ซึ่งเว็ปไซต์ที่เราไปตำกัน นั้นก็ใช้หลักกา่รเช่นนั้น
แต่เป็นการทำโมเดล สามารถนำไฟล์มาทำต่อได้สำหรับคนที่เก่งมากๆอยู่แล้ว หรือสำหรับผู้เริ่มต้นก็เป็นสิ่งที่เริ่มต้นที่ดี เนื่องจากการสร้างแบบ Pixel ทำให้ไม่มีข้อจำกัด
และหากอยากฝึกจินตนาการให้เด็กก็สามารถใช้เว็ปไซต์นี้ช่วยได้เช่นกัน

โหมดสำหรับการใช้งานของ 3D Slash Free User จะใช้ได้เพียง Classic,Empty,Form A 3D File,Form text

Classic : PlatForm จะให้ ก้อนสี่เหลี่ยมมา เพื่อต่อยอดสำหรับโมเดล
Empty : จะไม่มีอะมาให้เพื่อเริ่มต้นเลย จะต้องสร้างโมเดล จาก0 เท่านั้น
Form a 3D File : ส่วนนี้คือความเจ๋งของเว็ปไซต์นี้โดยแท้เลย เนื่องจากสามารถนำเข้าไฟล์ STL เข้ามาเพื่อนำมาแก้ไขได้
Form a logo : เป็นการ Import ไฟล์ Logo เข้ามาและทำการแก้ไข ให้เป็นโมเดล
Form Text : เป็นการใช้ตัวหนังสือ ที่เราต้องการ ใส่เข้าไปแล้วนำมาเป็นโมเดล ซึ้งเราสามารถนำตัวหนังสือพวกนั้นมาต่อยอดได้
หลังจากที่เลือกโหมดกันเสร็จแล้ว เรามาดูที่ตัว Tool หรือเครื่องมือที่เค้ามีมาให้กันว่ามีอะไรบ้าง ให้เราได้ใช้กัน

เครื่องมือที่สามารถใช้ได้ทุกอัน

มาเริ่มต้นทำกันเลย จะเห็นได้ว่า การทำนั้นเป็นก้อนสี่เหลี่ยมอย่างที่แอดมินบอกไปตั้งแต่ต้น
และการใช้งานนั้นสามารถเข้าใจได้ง่าย ซึ่งในตอนที่ทำโมเดลนั้น แอดมินแทบไม่ได้อ่านอะไรเลย ใส่ๆใช้ๆไป เอ้ยเป็นรูปร่างเฉย

ทำโมเดลรถ ซึ่งอยู่ในส่วนของการทำหลังคา
เสร็จแล้ว ในการทำโมเดลรถ จาก 3D Slash
และมีการซ่อมแซมเพิ่มเติม

หลังจากที่ทำเสร็จแล้ว ต้องบอกเลยว่า สวยเอาเรื่องอยู่น้าาาาา 🙂
แต่ที่ลองสังเกตเห็นต้องบอกเลยว่า โมเดลจะเป็นก้อนๆ เหลี่ยมๆ จึงทำให้มีความรู้สึกว่า ถ้าพิมพ์จริงแล้วจะออกมาเป็นเหลี่ยมๆไหม
หลังจากที่คิดอยู่นาน งั้นเราไปพิมพ์กันเลย แอดมินเลือกใช้เครื่อง Flashforge Adventur 3 และเลือกเส้นที่ใช้เป็น PLA Pro
เนื่องจากลอง Export File ออกมาแล้วไฟล์ไม่ได้ชิ้นใหญ่มาก และด้วยความร้อนใจของเหลี่ยมโมเดล

พิมพ์เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยเส้น ของทาง Print3DD PLA PRO

 

แอบเท่อยู่เหมือนกันนะเนี่ย

สรุปของ 3D Slash

นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ สำหรับการสร้างโมเดล จำลองเว็ปไซต์ใช้ง่าย เครื่องมือก็เข้าใจง่าย
ส่วนข้อเสียนั้นต้องบอกเลยว่า โมเดลที่ ออกมานั้นจะเป็นชั้นๆ และเลเยอร์ ซึ่งเว็ปไซต์อาจจะต้องพัฒนาในส่วนนี้ขึ้นไป
และทำให้เป็นรูปทรงที่สวยงามกว่านี้แน่นอน

Reverse Model Vs Real Model การเปรียบเทียบชิ้นงานจริงกับชิ้นงานที่พิมพ์มาใหม่

Reverse Model Vs Real Model การเปรียบเทียบชิ้นงานจริงกับชิ้นงานที่พิมพ์มาใหม่

สวัสดีครับ วันนี้พวกเรา Print3DD ขอนำมาเสนอ การนำไฟล์ที่ได้จากการ Reverse Engieering มาพิมพ์งานใหม่ โดยเริ่มต้นจากการนำชิ้นงานหรือโมเดลงาน ที่ได้จากการสแกนด้วย เครื่องสแกน 3 มิติ โดยครั้งนี้เราได้ใช้เครื่องสแกนรุ่น Einscan Pro 2×2020 หลังจากนั้นเรานำไฟล์ มาผ่านกระบวณการ Reverse Engineering ด้วยโปรแกรม Solid Edge 2021 หลังจากนั้นนำไฟล์ที่ได้นำไปพิมพ์ด้วยเครื่อง Formlabs รุ่น Form3 แล้วนำ โมเดลที่ได้มาเปรียบเทียบขนาดว่าแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด

สแกน3มิติ ด้วยเครื่อง Einscan Pro 2X2020
สแกน3มิติ ด้วยเครื่อง Einscan Pro 2X2020

หลังจากนั้นนำไฟล์ทีได้ มา Reverse Engineering บนโปรแกรม Solid Edge 2021 ไปชมคลิปวิดิโอกันเลยครับ

Reverse File Vs Scan File : เปรียบเทียบชิ้นงานบนโปรแกรม Solid Edge 2021 ครับ
Reverse File Vs Scan File : เปรียบเทียบชิ้นงานบนโปรแกรม Solid Edge 2021 ครับ
Reverse File Vs Scan File : เปรียบเทียบชิ้นงานบนโปรแกรม Solid Edge 2021 ครับ
นำไฟล์ไปพิมพ์กับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ : Formlabs Form3
นำไฟล์ไปพิมพ์กับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ : Formlabs Form3
ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง พิมพ์เสร้จแล้วครับ
ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง พิมพ์เสร้จแล้วครับ

** ครั้งนี้เราได้ใช้ Wax Resin ในการพิมพ์งาน เป็น Resin ชนิดพิเศษ เมื่อพิมพ์เสร้จแล้ว สามารถนำไปผ่านกระบวณการ Casting หรือกระบวณการหล่อ ได้เลยครับ **

เปรียบเทียบงานจริงกับงานที่พิมพ์มาใหม่ครับ
เปรียบเทียบงานจริงกับงานที่พิมพ์มาใหม่ครับ

สรุปขั้นตอนทั้งหมด
1. สแกนโมเดล ด้วย เครื่องสแกน 3 มิติ – Einscan Pro 2×2020
2. นำไฟล์ที่ได้จากการสแกน มา Reverse Engineering บน SolidEdge 2021
3. นำไฟล์ที่ได้จากการ Reverse Engineering ไปพิมพ์บนเครื่องพิมพ์ Formlabs Form3
4. นำชิ้นงานที่พิมพ์ใหม่ (Wax Resin) มาเปรียบกับชิ้นงานจริง

** หลังจากที่นำชิ้นงานทั้ง 2 มาเปรียบความแตกต่างกันแล้ว ขนาดมีความคลาดเคลื่อนกันน้อยมากๆ ซึ่งถ้ามองด้วยตาเปล่า อาจจะไม่เห็นถึงความแตกต่างกันเลย แล้วถ้าลองเอาเครื่องมือมาวัดขนาดของทั้งสองแล้ว ก็แทบจะไม่คลาดเคลื่อนเลยครับ โดยทั้งหมดนี้ เรื่องของขนาดและความคลาดเคลื่อน มีผลตั้งแต่การเริ่มสแกน3มิติ , Reverse Engineering , การพิมพ์พ์งาน เลยครับ
สรุปกระบวณการทั้งหมด สามารถทำให้ชิ้นงานความเคลื่อนได้ ต้องระมัดระวังกันมากๆ เลยหล่ะครับ

Foto 13.3 กับModel Mandalorian ทั้งหมด 13ชิ้น พร้อมเทคนิคในการขึ้นโมเดลแบบเร่งด่วน

Foto 13.3 กับModel Mandalorian ทั้งหมด 13ชิ้น พร้อมเทคนิคในการขึ้นโมเดลแบบเร่งด่วน

นักโหลดโมเดลเป็นที่รู้กันว่า การเจอโมเดล ที่มีหลายๆชิ้น นั้นจะยากและลำบากมากๆเมื่อมีการต่อ
วันนี้มีเทคเนคเกี่ยวกับการต่อโมเดล และการขึ้นโมเดลแบบเจ๋งๆมาแชร์กัน โดยเริ่มตั้งแต่ทริคเล็กๆน้อยๆ

เนื้อหาทั้งหมดของบทความนี้จะแบ่งเป็น

    1. การเตรียมไฟล์
    2. การพิมพ์ชิ้นงาน
    3. ล้างชิ้นงาน
    4. อบชิ้นงาน
    5. ประกอบโมเดล
    6. พ่นสี
    7. สรุปและแนะนำ
    ไฟล์ส่วนนึง ที่จะนำมาพิมพ์พร้อมกันในครั้งเดียว

    การเตรียมไฟล์
    เริ่มต้นด้วยการใช้โปรแกรม Chutibox หากใครยังไม่ทราบว่า Chutibox คืออะไร ใช้งานยังไง สามารถเข้าดูได้ที่ลิ้งค์นี้
    การวางไฟล์ เป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างมากเนื่องจากเป็นการบ่งบอกได้เลยว่า งานที่ออกมานั้นจะสวยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับขั้นตอนนี้เช่นกัน
    เมคนิคการวางไฟล์หรือเตรียมไฟล์จะมีสอนในส่วนของลิ้งด้านบนที่บทความ Chutibox

    เทคนิคที่ 1 Rotate – Orientation หมุนชิ้นงาน 

    • ให้ส่วนรายละเอียดสำคัญอยู่บนสุด (อยู่ล่างก็ได้แต่ต้องเลี่ยง Support)
    Rotate เพื่อให้ส่วนที่สำคัญ ไม่โดนซัพพอร์ท

    เทคนิคที่ 2 Hollow ทำให้ชิ้นงานกลวง

    • ทำให้กลวง ประหยัดเรซิ่น 80-90%
    • ทำให้กลวง ลดปัญหาชิ้นงานหลุด และยืดอายุการใช้งานฟิลม์ที่ก้นถาด

    เทคนิคที่ 3 Dig hole เจาะรู

    • ป้องกันภาวะ CUP (ถ้วยปิด) ศัพท์ทางเทคนิคของ 3D Printing เมื่อมีแล้วโมเดลเราเหมือนถ้วยคว่ำอยู่ทำให้เกิดแรงดันสูงทั้งตอนจุ่มลงเรซิ่น และดึงชิ้นงานขึ้นมา (นึกภาพเรา คว่ำแก้วน้ำและพยายามกดลง  จะต้องใช้แรงฝืนอย่างมาก) การเจาะรูจะลดเป็นภาวะ CUP มีทางให้อากาศออก
    • เจาะรูช่วยให้สามารถล้างชิ้นงานได้สะอาด เรซิ่นมีทางออก
    ใส่ซัพพอร์ท (หลังจากใส่กดออโต้แล้วต้องเพิ่มซัพพอร์ทเข้าไปประมาณ10-15%)

    หลังจากได้ไฟล์มาแล้ว สามารถนำไปพิมพ์ที่เครื่องได้เลย
    เครื่อง FOTO 13.3 เป็นเครื่อง 3D Printer ระบบ MSLA LCD Mono 4K ที่สามารถสั่งพิมพ์ผ่าน USB,Lan,Wifi ได้
    วัสดุที่ใช้ในการพิมพ์คือ Washable Resin Grey เรซิ่นที่สามารถล้างได้ด้วยน้ำเปล่า และซัพพอร์ทก็ยังแกะง่าย
    (ทริคเล็กๆก่อนทำการพิมพ์ ให้นำเรซิ่นมาปาดที่ ฐาน Build Platform ก่อนการพิมพ์ จะช่วยให้งานติดง่ายขึ้น)

    ใช้ระยะเวลาการพิมพ์ทั้งหมด 15 ชั่วโมง ด้วยการแบ่งเป็น 3 Part
    ส่วนประกอบของตัวโมเดล
    ฐานที่วางโมเดล

    *ทริคพิเศษ*
    การล้างโมเดล
    หลังจากพิมพ์เสร็จแล้ว ให้ล้างด้วยน้ำเปล่า เนื่องจากเป็น Washble Resin จึงไม่จำเป็นต้องใช้ IPA ในการล้างชิ้นงาน
    ไม่เหม็น แถมใช้ง่าย คุณภาพงานระดับ High Detail และซัพพอร์ทก็แกะง่าย (แนะนำให้แกะตอนที่ล้างน้ำ)

    ขณะที่ล้างชิ้นงาน ให้ทำการแกะซัพพอร์ทไปด้วย
    ชิ้นใหญ่ ดีเทลเยอะ ไม่ต้องกลัวเลย ซัพพอร์ทแกะง่ายสุดๆ

    การอบชิ้นงาน
    หลังจากทำการล้างชิ้นงานและแกะซัพพอร์ทจนเสร็จแล้ว ให้ทำการนำชิ้นงานเป่าลมให้แห้งก่อน
    เพื่อทำการนำเข้าเครื่องอบ UV FC3 เพราะหลังจากการพิมพ์เสร็จแล้วต้องยอมรับเลยว่า เรซิ่น ยังไม่แข็งเต็มที่ พื้นผิวที่สัมผัสยังเป็นคล้างดินน้ำมันอยู่
    และในขณะที่ทำการพิมพ์นั้น ต้องบอกเลยว่า เป็นช่วงฟ้าฝนเป็นใจอย่างมาก แดด ไม่มีแม้แต่นิดเดียว ฝนล้วนๆ
    ทำให้การตากเรซิ่นกับแดด ต้องบอกเลยว่า เป็นไปไม่ได้เลย

    ใส่เข้าไปหลายๆชื้น และอบทีเดียวได้เลย

    เทคนิคการเชื่อมโมเดลเข้าหากัน
    ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการยากที่สุดแล้ว เนื่องจากเป็นขั้นตอนการต่อโมเดล บอกได้เลยว่า ใช้สมาธิ และความนิ่งแบบสุดๆ
    สิ่งที่ต้องเตรียม
    1 ไฟฉายยูวี
    2 หลอดไซริ้งค์ ฉีดยา
    3 Washable Resin ที่เหลือ

    ใช้ ไซริ้งค์ เพื่อฉีดเรซิ่น

    *ทริคพิเศษ*
    หากชั้นระหว่างการเชื่อมโมเดลห่างกันมาก ให้เราเชื่อมแบบปกติเข้าไปก่อน จากนั้นให้ฉีดเข้าไปทีละนิดๆ พร้อมทั้งการฉายไฟฉาย UV เข้าไปด้วย
    เรซิ่น จะทำหน้าที่เหมือนปูน ที่จะค่อยๆกลบ ทีละชั้นๆ ทำให้ช่องว่างนั้นเติมเต็มได้ง่ายขึ้น
    (ต้องมือเบาๆมากๆในการฉีดเรซิ่น เนื่องจากมีการฉายแสงระหว่างฉีด จะทำให้เรซิ่นแข็งตัวอยู่ที่ปลายหลอด และฉีดยากขึ้น)

    ใช้ไฟฉาย UV ช่วยเชื่อมเรซิ่น

    การพ่นสี
    หลังจากการต่อโมเดลเสร็จแล้ว ให้นำโมเดล ไปล้างน้ำเปล่าอีกครั้ง เพื่อทำความสะอาดเรซิ่นที่เราเพิ่งเติมลงไป
    และทำการเป่าชิ้นงานให้แห้ง และอบหรือตากแดดอีกครั้ง ก่อนนำไป พ่นสี เพื่อให้ดูเป็นชิ้นเดียวกันมากขึ้น


    สรุปและแนะนำ
    เครื่อง FOTO 13.3 เป็นเครื่องพิมพ์ MSLA ที่ใช้ง่าย พิมพ์ได้ใหญ่ งานออกมาสวย และสมบูรณ์มากๆ พิมพ์หลายๆชิ้นในครั้งเดียว ผลคือรอดทุกชิ้น
    และการต่อโมเดล ต้องบอกเลยว่า จำเป็นอย่างมากในการใช้ Washable Resin เพราะ Washble Resin ถึงเราจะต่อผิดพลาดไปแล้ว เราสามารถรีบนำโมเดลนั้นไปล้างน้ำ
    หรือแก้ไขได้เลย เช่นการใช้เกรียงแซะหรืออาจจะเป็นอะไรมาขูดออกได้ ซึ่งการใช้เรซิ่นทั่วไปมาใช้ต่อโมเดล การทำความสะอาด การล้างจะยากกว่า สังเกตุแบบง่ายๆ ว่าทุกขั้นตอนการล้าง
    จะใช้เพียงน้ำเปล่า และตัวเรซิ่นเองก็สามารถใช้มือเปล่าจับได้เลยไม่เป็นอันตาราย และที่สำคัญ ไม่เหม็นแอลกอฮอล์ด้วย ต้องยอมรับเลย Model 13ชิ้นนี้ กินแรงไปอย่างมากเช่นกัน
    เพราะต้องใช้ความอดทน และใช้สมาธิที่สูงมาก ถ้าหากไม่อิน หรือไม่รักจริงๆอาจจะ ทำได้ไม่ดีสักเท่าไหร่ หากเจอคนที่ทำอาชีพทำเกี่ยวกับการปั้นโมเดล หรือรับพิมพ์โมเดล
    ต้องบอกเลย อย่าต่อราคา ค่าจ้างของพวกเขาเลยครับ


     

แก้ไขอะไหล่ชำรุดง่ายๆ ด้วย SolidEdge – Creator Pro 2

แก้ไขอะไหล่ชำรุดง่ายๆ ด้วย SolidEdge – Creator Pro 2

สวัสดีครับ วันนี้ทาง Print 3DD จะมานำเสนอ กระบวณการออกแบบชิ้นงานง่ายๆ ไม่ยากมากนัก แล้วนำไฟล์ที่เราเขียนเอง นำไปพิมพ์กับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ โดยครั้งนี้เราได้ นำชิ้นส่วนอุปกรณ์ชนิดหนึ่ง ที่ชำรุด หรือบิดเบี้ยวไปจากเดิม ซึ่งเรานำมาวาดใหม่ทั้งหมด โดยใช้โปรแกรม Solid Edge 2021 ในการออกแบบ และกำหนดขนาดให้ใกล้เคียงกับของจริงมากที่สุด และหลังจากนั้น Save File เป็น นามสกุล .STL แล้วนำไปมาพิมพ์เครื่องพิมพ์ Creator Pro 2 โดยใช้โปรแกรม FlashPrint นั่นเอง โดยสรุปขั้นตอน การออกแบบจนไปถึงการพิมพ์นั้น เราจะไปเริ่มกันที่
1. ออกแบบ วาด 3D ในโปรแกรม Solid Edge 2021
2. Export File จาก Solid Edge 2021 เป็น .STL
3. นำไฟล์ .STL มาเปิดในโปรแกรม FlashPrint
4. ตั้งค่าความละเอียดการพิมพ์ วัสดุที่ใช้ แล้วสั่งพิมพ์ได้เลย
5.รอเวลาพิมพ์เสร็จ จบขั้นตอนครับ

Solid Edge 2021 : วาดชิ้นงาน 3D
Solid Edge 2021 : วาดชิ้นงาน 3D
Solid Edge 2021 : วาดชิ้นงาน 3D

โดยโปรแกรม Solid Edge สามารถ Export File ได้หลายนามสกุล แต่ครั้งนี้เรานำไปพิมพ์กับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ แนะนำให้ Export File เป็น .STL ครับ

FlashPrint : สั่งพิมพ์งานโดยเลือกเป็น Creator Pro 2 แล้วตั้งค่าความละเอียดได้ตามต้องการเลยครับ
Creator Pro 2 : พิมพ์งานเสร็จแล้วครับ
Creator Pro 2 : ใข้วัสดุเป็น PLA และใช้เวลาพิมพ์งาน ประมาณ 30 นาทีครับ
เสร็จแล้ว นำมาเทียบกับชิ้นงานจริงกันครับ
เสร็จแล้ว นำมาเทียบกับชิ้นงานจริงกันครับ
เสร็จแล้ว นำมาเทียบกับชิ้นงานจริงกันครับ

ชิ้นงานที่ได้ ผู้ใช้งาน สามารถเลือกเปลี่ยนวัสดุที่พิมพ์ให้แข็งแรงขึ้น เช่น ABS – PC – Nylon ตามความต้องการได้เลย ส่วนการออกแบบนั้นเพื่อนๆสามารถ ออกแบบเองได้ตามความชอบได้เลย กระบวณการออกแบบไม่ยาก ไม่ง่าย แต่ขึ้นอยู่กับความชำนาญ ทางด้านใช้โปรแกรมด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อนๆลองไปทำกันดูนะคร้าบ

Adobe เปิดตัว Software Substance 3D เข้าสู่ตลาด 3D CAD เต็มตัว

Adobe เปิดตัว Software Substance 3D เข้าสู่ตลาด 3D CAD เต็มตัว
🤩ใครๆก็มาเล่น 3D🤩 ข่าวดังเมื่อ Adobe เจ้าตลาด 2D พยายามมาเล่นในตลาด 3D มาขึ้น โดยออกตัว Substance 3D (Adobe พยายามเข้ามาในตลาด 3D ระยะหนี่งแล้ว)
แม้นี้ฟังก์ชั่นการทำงานจะไม่มากนัก แต่ต่อไปเชื่อว่าจะเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของ Autodesk / Solidworks / Rhino / SketchUp เนื่องจากตัวโปรแกรมนั้นควบคุมเกือบทั้งหมด
แทบจะเรียกว่า เป็นการตีตลาดแบบ บุกจู่โจมอย่างมาก ส่วนข้อดีตกไปอยู่ที่ผู้บริโภคอย่างเรา

เนื้อหาของบทความ

แนะนำโปรแกรม

✅Substance 3D Stagerเป็นการต่อยอดจาก Adobe Dimension เครื่องมือที่ช่วยให้นักออกแบบนำภาพ 2 มิติมาใช้งานกับภาพ 3 มิติได้
สามารถรวบรวมโมเดล วัสดุ และการจัดแสงในฉาก 3 มิติ มาสร้างงานเสมือนจริง
โดยมีเครื่องมือที่ให้มาใช้ได้หลากหลายมากๆ >>ดูเพิ่มเติม<<
Shape ที่ให้มา และรูปแบบการแสดงของวัตถุ
โมเดลที่ให้ใช้สำหรับแต่งเพิ่มเติม ซึ่งให้มาถึง 81 แบบ และสามารถแอดเพิ่มเติมได้
✅Substance 3D Painter เปรียบเสมือน Photoshop สำหรับงาน 3D ปรับแต่งพื้นผิววัสดุในงานสามมิติได้ เช่นผิวงานไม้ งานกระเบื้อง ผิวด้าน ในเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ >>ดูเพิ่มเติม<<
ผิวเดิมของโมเดล
ผิวที่ตบแต่งด้วยสีเรียบร้อยแล้ว
✅Substance 3D Samplerนำเข้าภาพถ่าย หรืออาร์ตเวิร์คเพื่อมาปรับแต่งวัสดุงานใน Substance 3D
สามารถทำให้จุดโค้ง จุดแสงหรือสี มีความสมูทขึ้น >>ดูเพิ่มเติม<<
การปรับแต่งวัสดุ จากภายที่นำเข้ามา
หลังจากที่ตัดแต่งพื้นผิวเสร็จสามารถนำไปใช้กับตัวโมเดลได้เลย

✅Substance 3D Designer เครื่องมือสร้างวัตถุงานสามมิติของตัวเองตั้งแต่เริ่มต้น >>ดูเพิ่มเติม<<
จำลองการสร้างโมเดล ที่จะนำมาทำ 3D
สามารถทำได้หลากหลายมากๆ
✅Substance 3D Asset Library แหล่งรวมโมเดล วัสดุ พื้นผิว แสง ที่นักออกแบบเอาไปใช้ทำงานต่อได้
โดยที่มีนักออกแบบมากมาย นำมาลงให้ผู้ใช้ได้เลือกใช้กัน >>ดูเพิ่มเติม<<
ทดลองการทำโมเดล และพิมพ์3มิติ

อุปกรณ์และวัสดุในการทดลองครั้งนี้
ออกแบบโมเดลโดยการประกอบโมเดลสำเร็จๆหลายๆชิ้น แทนการวาดใหม่
ทดลองนำโมเดลแสดงเป็นวัตถุในโปรแกรม ที่จะสามารถนำไปเป็นภาพแบบ2D ที่เป็นแบบ3D
ทดสอบการพิมพ์โมเดลของจริง

สรุป

หลังจากที่ได้ทดลองใช้งานแล้ว รู้สึกว่า สามารถสร้างไฟล์ 3D ที่เป็นแบบรูปภาพได้ตั้งแต่จน จบและยังสามารถนำไปทำเป็นภาพแบบ3มิติ ที่ให้แสงและเงาที่เป็นธรรมชาติ
ถ้าหากต้องการนำมาทำไฟล์สำหรับทำ3D Printer เพียงอย่างเดียว สามารถใช้เพียงแค่ Substance 3D Designer และ Substance 3D Stager ได้ โดยไม่จำเป็นต้องทำการซื้อโปรแกรมทั้งหมด
ทำให้การเข้าถึงของการสร้างไฟล์ 3D ไม่เป็นสิ่งที่ซับซ้อนต่อไป ในขณะที่ทำการรีวิว โปรแกรมเปิดตัวเพียงไม่กี่วัน โปรแกรมอาจจะยังไม่สมบูรณ์มาก แต่หากอนาคตต้องบอกได้เลยว่า
จะเป็นเจ้าใหญ่ เจ้าแรกๆ ที่ทำได้ดีเลย เนื่องจากโปรแกรม เป็นโปรแกรมที่ถูกกว่าโปรแกรมทั่วไป และการใช้งานก็มีการใช้แบบโปรแกรมพื้นฐานหรืออื่นๆของ Adobe อยู่แล้ว

 

Ray6 Smart Laser Machine – มาทำเครื่องดูดควันง่ายๆ กันครับ

Ray6 Smart Laser Machine – มาทำเครื่องดูดควันง่ายๆ กันครับ


วันนี้พวกเรา PRINT3DD มีผลงานมานำเสนอ จากเครื่อง Laser Machine โดยผลงานชิ้นนี้คือ เครื่องดูดควัน นั้นเอง โดยทางเราได้ออกแบบให้มีขนาดกระทัดรัด สามารถติดตั้งพัดลมเล็กๆ เพื่อดูดควัน เข้าไปในตัวเครื่องได้ เหมาะกับงาน บัดกรี หรือ งานที่มีควันไม่มากนัก สามารถพกพา เคลื่อนย้ายได้สะดวก ราคาไม่แพง และที่สำคัญช่วยลดมลพิษ ในห้องทำงาน หรือออฟฟิศได้เหมาะสมยิ่งนัก ไปเริ่มชมขั้นตอนการทำได้เลย !

ออกแบบโครงสร้างด้วย Adobe Illustrator

โดยขั้นตอนแรก เราต้องออกแบบโครงสร้างกันก่อน โดยครั้งนี้เราได้ใช้โปรแกรม Adobe Illustrator ในการออกแบบ และสามารถ Export ไฟล์ เป็น Vector ได้ ทำให้เครื่อง Laser Machine ตัดเส้นได้คมยิ่งนัก !

เปิดโปรแกรม RDWorksV8 แล้ว Import ไฟล์เข้ามา จะเห็นเป็นเส้นดังรูป

ขั้นตอนที่ต่อไป เปิดโปรแกรม RDWorksV8 แล้ว Import ไฟล์ Vector ที่ได้จากโปรแกรม Adobe Illustrator หลังจากนั้นตั้งค่า Power – Speed ตามความต้องการ ในที่นี้ตั้ง Power 90% – Speed 15 mm/s แล้ว Save File ลง USB Drive หลังจากนั้นนำไปเสียบกับเครื่อง Laser Machine แล้วไปสั่งตัดกันเลย !

แผ่นอคิริคหลังจากตัดเสร็จแล้ว ด้วย Ray 6 Laser Machine
แยกแผ่นอคิริคและลอกพลาสติกออก แล้วนำไปประกอบได้เลย
ติดตั้งพัดลม 4 ตัว สวิตซ์ เปิด-ปิด และหม้อแปลงไฟฟ้า
ใช้ฟองน้ำมาเป็น Filter ประหยัดเงินในกระเป๋า
หน้าตาเครื่องดูดควัน ครับ

ไปชมคลิปวิดิโอกันเลย

เครื่องดูดควันราคาประหยัด ทำได้ง่ายๆ ด้วยแผ่นอคิริค เพื่อนๆสามารถเปลี่ยนแผ่น Filter ที่มีความระเอียดสูงๆ เข้าไปได้ ลองไปทำกันดูนะครับ

6ขั้นตอน พิมพ์โมเดล3D Hi-Def ขนาดใหญ่50cm จากต้นจนจบ

6ขั้นตอน พิมพ์โมเดล3D Hi-Def ขนาดใหญ่50cm จากต้นจนจบ

มีหลายคนชอบโมเดลสัตว์ประหลาด หาซื้อไม่ได้ พิมพ์ด้วยตัวเองได้ครับ บทความจะมาเจาะขั้นตอนการพิมพ์จากต้นจนจบโมเดล Kaiju ขนาด 50cm รายละเอียดสูง (แค่ไฟล์ 3D เองก็ 2GB แล้ว) โดยจะแบ่งขั้นตอนเป็น  6 ขั้น ใช้เครื่องพิมพ์ MSLA 3D Printer รุ่น Flashforge Foto13.3 พิมพ์ทั้งหมด 8 ชิ้นแล้วมาต่อกันตอนหลัง ที่เลือกใช้ระบบนี้เพราะได้งานที่ละเอียดสูงที่สุด ที่ไม่เลือกพิมพ์เป็นชิ้นเดียวเพราะอยากได้ชิ้นใหญ่เอามาต่อเองที่หลังดีกว่า เรซิ่นที่ใช้เป็น Washable Resin สีเทา เพื่อลดขั้นตอนการล้างและการทำความสะอาดให้ทำงานได้เร็วขึ้นเยอะ โดยรวมงานชิ้นนี้จากหัวถึงหางยาวประมาณ 50cm ใช้งบไปทั้งหมดประมาณ 2000-2200บาท (จะหาซื้อโมเดลละเอียดขนาดนี้หายากอยู่ และราคาแพงกว่าแน่นอน)

ซื้อโมเดลจาก Myminifactory.com
พิมพ์งานใหญ่ขึ้น 150% หัวถึงหางประมาณ 50cm
พิมพ์เสร็จชอบ รายละเอียดอย่างงี้หาซื้อไม่ได้ง่ายๆ เราพิมพ์เองก็ไม่ได้จากเย็นอะไรนัด ทุนประมาณ 2000-2200บาท

1. เลือกไฟล์

ขั้นตอนนี้แล้วแต่ความชอบเลยครับ ส่วนตัวยังไม่เคยพิมพ์งานใหญ่ๆแล้วมีรายละเอียดสูง จำพวกสัตว์ประหลาดมีเกร็ดผิวหนังมี Texture เยอะๆกะว่าจะลองเครื่องด้วยเลย เลือกพวก Kaiju ครับโดยมากแล้วโมเดลดีๆทำไฟล์มาสวยๆจะเสียเงิน น้อยมากที่จะฟรี คราวนี้เลือกแบบเสียเงินครับ แนะนำเวบไซต์ที่มีทั้งฟรี และเสียเงินอย่าง MyMiniFactory.com อุดหนุนศิลปินให้เค้าสร้างสรรค์ชิ้นงานมาเพิ่ม คราวนี้ผมเสียเงินไป 25USD – 800บาท เพราะใช้ไฟล์ฟรีมาเยอะแล้ว

เค้าทำไฟล์มาให้ค่อนข้างดีครับ โดยแยกชิ้นส่วนมาให้อย่างละเอียด มีทั้งแบบติด Support มาให้แล้ว และแบบไฟล์ 3D ดิบๆ มีทั้งแบบทั้งตัวเลย และแยกเป็นชิ้นย่อย (พิมพ์งานรายละเอียดสูงพวก Hi-def แนะนำให้แยกพิมพ์ครับ ไม่งั้น Support จะติดหนืบแกะอย่างไงก็ไม่สวย) ไฟล์ที่มา 2GB+

ส่วนใครมีความสามารถ เก่งเรื่อง 3D สร้างไฟล์กันได้เลยครับ หากเป็นงาน Art Freeform ซอฟแวร์ยอดนิยมคงหนี้ไม่พ้น Zbrush, Blender

โมเดลมีให้เลือกมากมาย แบบฟรีก็มี เสียเงินก็มี ตัวอย่างนี้เสียเงินงานค่อนข้าง Hi-End
ตัวอย่างไฟล์ที่ไปซื้อมา ถ้าเป็นแบบซื้อจะแยกไฟล์มาให้อย่างดี มีทั้งแบบเต็ม และแยกเป็นส่วนๆ และแบบติด Support มาให้แล้ว

2. เตรียมไฟล์

การเตรียมไฟล์แล้วแต่เครื่อง 3D Printer ที่ใช้ ในบทความนี้ใช้เครื่องระบบ SLA วัสดุตั้งต้นเป็นของเหลว ซอฟแวร์ที่นิยมใช้มีหลายตัว ผมเลือกใช้ ChituBox เพราะเห็นว่าง่ายดี ส่วนตัวชอบ Interface ของน้องชิตู เนื่องจากคิดอยู่แล้วว่าอยากพิมพ์ให้ใหญ เลือกปรับขนาดให้เป็น 150% ทุกชิ้นส่วนครับ รวมๆแล้วชิ้นงานทั้งหมดใหญ่กว่า 50 cm เลือกพิมพ์แยกชิ้นทั้งหมด 8 ชิ้น เพราะติดเรื่องเครื่องพิมพ์ใหญ่ไม่ได้ขนาดนั้น และอีกอย่างแบ่งๆเป็นชิ้นๆสามารถเลือกตำแหน่ง Support ได้ง่ายกว่า ควบคุมคุณภาพได้ดีกว่า

หากใครสนใจวิธีการใช้ ChituBox แบบละเอียดขึ้นลองดูในบทความนี้เพิ่มเติมครับ

งานทั้งหมดแบ่งพิมพ์ทั้งหมด 3ครั้ง ตามตัวอย่างข้างล่าง

ชิ้นส่วนนี้ใหญ่สุดพิมพ์ชิ้นแรกเลย จัดยกส่วนเกร็ดแผงหลังยกขึ้นเพื่อเลี่ยง Support ติด Support ให้อยู่ด้านท้องที่เห็นได้ยากกว่าแทน
พิมพ์ส่วนหาง และ ขา เลือกที่เอาขาชี้ขึ้นมุมเงยให้เล็บอยู่เหนือสุดไล่ไป เพื่อเลี่ยง Support เช่นเดียวกันกับหาง ดูมุมเงบของเกร็ด
พิมพ์ส่วนโคนหาง มือ และ แขนเจ้ากิ้งก่าน้อยของเรา

3. พิมพ์จริง

เมื่อได้ไฟล์พิมพ์ เชคงานกันเรียบร้อยแล้วก็มาถึงขั้นตอนการพิมพ์ ในบทความนี้ใช้เครื่องพิมพ์เรซิ่นระบบ LCD หรือ MSLA โดยเลือกวัสดุที่พิมพ์เป็นเรซิ่นแบบ Washable HD เป็นเรซิ่นที่เอาล้างออกได้ด้วยน้ำเปล่า การพิมพ์แต่ละครั้งใช้เวลาราวๆ 9-12ชม. รวมแล้วเวลาในการทำทั้งหมดใช้เวลา 2 วันเฉพาะพิมพ์ โดยในบทความนี้เลือกพิมพ์ที่ 100um ถ้าใครต้องการงานสวยกว่านี้เลือกพิมพ์ที่ 50um ได้แต่ Workflow ทั้งหมดจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวตามความละเอียดที่เพิ่มขึ้น

ขนาดพิมพ์จริงออกมาใหญ่ใช่เล่น
หนักใช้ได้เลยทีเดียว
ขาก็มา เหมือนน่องไก่เลย

4. ล้างงาน แกะ Support

เมื่อพิมพ์งานเสร็จ ก็มาถึงขั้นตอนการล้างงาน ใช่!! พิมพ์เรซิ่นเสร็จทุกครั้งต้องล้างงานให้สะอาดและแกะ Support งานที่พิมพ์เสร็จใหม่ๆจากเครื่องเลอะเรซิ่น ปกติจะใช้ Isopropyl Alcohol (IPA) ในการล้างเรซิ่นออกเนื่องจากเรซิ่นไม่ทำละลายในน้ำเปล่า แต่เราใช้ Washable Resin เลยลดทอนขั้นตอนการใช้ IPA ไป โดยหลักๆแล้วเราจะแช่ชิ้นงานลงในภาชนะขนาดใหญ่กว่าชิ้นงาน ในที่เราใช้ถังเติ่มน้ำเปล่าไว้ เอาชิ้นงานลงล้าง ใครจะฉีดน้ำก็ได้ เทคนิคอีกอย่างคือเมื่อเอาชิ้นงานไปแช่ใน IPA หรือกรณีน้ำเปล่า Support จะอ่อนตัวเป็นจังหวะที่ดีที่เราจะแกะเจ้า Support ออกในขั้นตอนนี้ ก่อนเอาไปเป่าลม และตากให้แห้ง

หลังจากล้าง แกะ Support แล้ว แนะนำใครมีเครื่องเป่าลม ให้เอามาเป่าชิ้นงาน จะช่วยให้งานสวยขึ้นไล่เรซิ่นที่อาจจะติดอยู่บางๆออกด้วย รายละเอียดชิ้นงานจะสวยขึ้น

นำชิ้นงานไปล้างทำความสะอาด ในที่นี้ใช้เรซิ่นที่ล้างด้วยน้ำเปล่าได้ ในขั้นตอนนี้อาจจะใช้วิธีแช่ทิ้งไว้ไปเลย Support จะนิ่มขึ้นแกะในขั้นตอนนี้เลยก็ได้ครับ
เป่าลม ปั๋มลมไม่ต้องใหญ่มากก็ได้ เป็นการไล่ละอองเรซิ่นที่เกาะอยู่ทำชิ้นงาน ทำงานคมเนียนขึ้น จริงๆแกะ Support ก็มาเป่าลมก็ได้ครับ แต่ที่ถ่ายแบบนี้จะได้ให้คนเห็นง่าย
ซ้ายไปขวา ถาดพิมพ์ ชิ้นงานที่ต้องการ Supportที่ไม่ได้ใช้
เรซิ่นที่พิมพ์ทั้งหมดใช้ไปประมาณ 930g โดยเป็นโมเดล 678g Support 258g หรือคิดเป็น 27% ของทั้งหมดที่ต้องทิ้ง

5. ตากแห้ง และ อบ UV

ขั้นตอนต่อมาหลักจากแกะ Support และเราต้องทำให้ชิ้นงานแห้งและแข็งตัวอย่างเต็มที่ โดยงานที่พิมพ์ออกมาจากเครื่องยังมีคุณสมบัติทางเคมีไม่เป็น Polymer ที่สมบูรณ์โดยแสง UV ในเครื่องจะทำให้เกิด Bonding 50-60% เพียงเท่านั้น เมื่อจับชิ้นงานจะรูปสึกนิ่มๆเหนียวๆอยู่เหมือนดินเหนียวที่ยังไม่แห้งสนิท เราทำได้โดยให้ชิ้งงาน Cure สนิท ง่ายที่สุดคือนำชิ้นงานไปตากแดด (กรณีไม่มีเครื่องพิมพ์) หรือจะให้ดีหน่อยใช้เครื่องอบ UV Curing Machine จะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าทางเคมี เนื่องจากมีฉายแสงอย่างทั่วถึงทุกด้าน และมีการเป่าลมร้อน (เรซิ่นแต่ละชนิดมีเวลา Set ตัวไม่เท่ากันและอุณหภูมิที่ใช้ก็ไม่เท่ากัน)

งานที่ได้หลังอบชิ้นงานจะมีควาามแข็งแรง ได้คุณสมบัติเติมตามชนิดเรซิ่นนั้นๆ เทคนิคนิดหน่อยที่แนะนำ ถ้าต้องการขัดหรือแต่งชิ้นงานทำได้ก่อน หรือ หลังอบ UV ได้ทั้งคู่แต่ก่อนอบ UV ชิ้นงานจะมีความนิ่มมากกว่า

อบ UV // หากใครไม่มีตากแดดก็ได้ครับ
แขน และหัว
ขา เกร็ดและอื่นๆมาครบ
เมื่ออบแล้วสีของชิ้นงานจะเข้มขึ้นคิดหนึ่งแต่ละแข็งขึ้นมาก

6. ต่องาน เก็บงาน

ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ยาก และ สนุกที่สุดของผมเพราะชิ้นงานจะสำเร็จแล้ว ที่ว่ายากคือการต่อชิ้นงานนั้นจะให้สวย เนียนสนิทยากมากๆ ซึ่งเราก็ไม่ได้เก่งขั้นทำให้ชิ้นไม่มีรอยต่อเลย ที่ทำได้คือพอใช้+เทคนิคที่ดูใน Youtube ช่วย นั้นคือการเชื่อมชิ้นงานด้วยเรซิ่นของมันเอง โดยเราจะลงลึกเรื่องนี้ในอีกบทความนึงครับ โดยการติดกาวที่ชิ้นงานด้วยกาวธรรมดาก่อน แล้วการเก็บรอยต่อด้วยการฉีดเรซิ่นไปที่รอยต่อนั้นด้วยเรซิ่นที่ใช้พิมพ์เลย เช่นตย.นี้ให้สีเทา Washable ให้หลอดฉีดยา ตอนแรกซื้อเข็มมาด้วยแต่ใช้ไม่ได้ดูดไม่ขึ้น เลยต้องใช้หลอดเปล่าๆ ฉีดไปที่รอยต่อและเอาแสง UV เชื่อมเลยมันดีมาก ติดกันแถบไม่เห็นรอยต่อ และที่แนะนำมากกว่านั้นใช้ไฟฉาย UV เพราะการให้กล่อง UV ที่ตั้งอยู่นิ่งๆนี้เป็นอะไรที่ยากมากต้องจับโมเดลเอียงทางนู้นทีทางนี้ที ท่ายากและเมื่อยมาก

ลำดับการต่อมีความสำคัญมากๆ อันนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละคน ผมเลือกต่อส่วนที่เป็นหางและขาก่อน เพราะจะได้ตั้งโมเดลด้วยขาได้ ใครจะต่อหัวก่อนก็ได้ ไม่มีผิดถูกให้ทำงานสบายก็แล้วกันครับ  ในที่สุดก็ออกมาเป็นตัว ภูมิใจที่ได้ทำและจะไม่เนียนที่สุด และก็รู้สึกดีที่ได้ทำเองครับ

โมเดลนี้มีการพ่นสีรองพื้นด้วย ใช้สเปร์ยตัวไปรองพื้นครับ อันนี้ส่วนตัวคิดว่าพลาดไม่น่าพ่นครับ ไม่พ่นสวยกว่า

พิมพ์ออกมาแปดชิ้นพร้อมติด ประกอบ
ทางกาว ผมใช้กาวยางนะใครจะใช้กาวร้อนก็ได้ แต่ต้องมือแน่จริงๆ ติดแล้วติดเลย
หยอดเรซิ่นส่วนที่เป็นรอยต่อ
ฉายแสงให้งานเชื่อมกันจะได้เนียนๆ
ขนาดพอดีมือ
ต่อเสร็จออกเป้นตัวแล้ว
ฉีดสเปร์ยรองพื้น
จะเห็นว่าส่วนที่ฉีด(ซ้าย) จะเงากว่าด้านที่ยังไม่ฉีด(ขวา)
ลวดลายมาครบเห็นรอยต่อบ้างแต่ไม่น่าเกลียดต้องขอบคุณวิธีการเชื่อมด้วยเรซิ่นของตัวเอง
เกร็ดเป็นเกร็ด
งานเก็บอย่างเนียน มีรอย Support ที่ใต้คอให้เห็นบ้าง

สรุป และ แนะนำ

ที่ทำมามีอะไรให้พัฒนาต่ออีกหลายอย่างครับสรุปได้อย่างงี้

  • การจะเชื่อมชิ้นงานด้วยเรซิ่นของตัวเองแนะนำให้ใช้ไฟฉาย อย่าใช้กล่อง UV ต้องมาเก้ๆกังๆจับชิ้นงานฉายแสง สู้ไฟฉายจี้ไปจุดนั้นเลย
  • ง่ายกว่านั้นก็พิมพ์ชิ้นเดียวไปเลยด้วยเครื่องใหญ่เลย พวก 60cm / 170cm แต่เป็นเครื่องเป็นล้านครับ
  • ถ้าจะเลือกลำดับการต่อใหม่ จะต่อชิ้นส่วนเล็กที่สุดก่อน ค่อยไล่ไปชิ้นส่วนใหญ่ๆยาวๆ ให้การทำงานง่ายขึ้น
  • ถ้าเลือกได้คราวหน้าไม่พ่นสเปร์ยรองพื้น ส่วนตัวคิดว่าไม่สวย ไม่พ่นสวยกว่า
ไฟฉาย UV มีขายตาม Lazada Shopee

ส่งท้ายด้วยมีม และ Gag ขำๆนะครับ

แกะสลักขวดแก้วกัน CO2 Laser Engrave

แกะสลักขวดแก้วกัน CO2 Laser Engrave

บทความนี้เรามาแกะสลักขวดแก้วกัน โดยใช้เครื่อง Laser CO2 Ray6 เลเซอร์แบบซีโอทู นั้นเป็นยิงคลื่นความร้อนออกมาใช้ได้ดีกับวัตถุอโลหะต่างๆ รวมถึงแก้วด้วย ช่วงนี้กระแสกัญชา-กัญชง มาแรงเริ่มมีการอนุญาติ มีลูกค้าหลายเจ้าสนใจทำสินค้าที่เกี่ยวกัญชา-กัญชง Laser Engraving เป็นกระบวนการอย่างหนึ่งที่เพิ่มมูลค่าให้สินค้าได้ ในที่นี่เรามาแกะสลักขวดแก้วที่บรรจุสมุนไพรดังกล่าวกัน

  1. เริ่มต้นเลือกขวดแก้วครับ ถ้าขวดแก้วมีหน้าที่เป็นระนาบเรียบอยู่แล้ว ก็ทำได้เลย / ถ้าขวดเป็นรูปร่างทรงกระบอกอันนี้ใช้ Rotary เข้าช่วยครับ (ในบทความนี้ ใช้ขวดที่มีด้านเรียบด้านหนึ่งครับ)
  2. เลือกไฟล์ที่เราต้องการใช้ การแกะสลักแก้วไม่ควรเลือกลายที่ความซับซ้อนมากนัก

    เลือกโลโก้ง่ายๆ ไม่ซับซ้อนมากนัก
  3. แนะนำแปลงไฟล์รูป เป็น Vector สามารถทำได้ทั้งใน RD Work V8 และ Illustrator (ทำใน Illustrator ง่ายกว่าเห็นๆ ใช้คำสั่ง Image Trace จ้า)

    ทำรูปมาทำเป็น Vector ด้วย Image Trace ใน Illustrator
  4. Save ไฟล์เป็น .ai ได้เลยครับ แต่เน้นว่าต้องเป็น Version CS3 หรือต่ำกว่า เพื่อให้สามารถเปิดได้ใน RD Works.

    อย่าลืม Save Files เป็น CS3 นะครับ
  5. ใน RD Work V8 แบ่งการทำงานเป็น 2 Layer  Layer1 เป็นการ Scan แกะสลักที่ละแถว ปิดท้ายด้วย / Layer2 เป็น Cut วาดเลเซอร์เป็นขอบ Outline เพื่อให้ได้รูปที่คมชัดมากขึ้น

    ทำงานเป็น 2 Layer อันแรกเป็น Scan คือแกะสลักที่ละแถว และ Cut วาดเลเซอร์ตาม outline
  6. ทำการ Simulate ว่าทำงานตามแบบที่เราต้องการจริงๆหรือไม่

    Simulate การทำงานว่าลำดับตามที่เราต้องการหรือไม่ ถ้ามั่นใจแล้วค่อยไปยิงเลเซอร์
  7. เอาไฟล์ที่ Export ออกมา .rd ไปใช้  ในบทความนี้จะเซฟใช้ USB Drive ไปพิมพ์
  8. วางขวดแก้วดีๆ มั่นใจว่าได้ระนาบ คำสั่งหนึ่งก่อนพิมพ์ที่แนะนำให้ทำทุกครั้งคือ Frame (เครื่องจะทำการวาดพื้นที่ที่จะทำงานจริงๆ โดยยังไม่ยิงแสงเลเซอร์ออกมา ช่วยให้เรากะตำแหน่งได้แม่นยำมากขึ้น)
    เชคก่อนพิมพ์ หน้าจอ Ray6, 9, 13 มีพรีวิวให้เห็นและปรับที่หน้าจอได้เลย

    ตั้งหน้าตั้งตารออย่างตื่นเต้น

ข้อสังเกตุ : การแกะสลักกระจก ให้ระวังเรื่องความร้อนด้วยครับ ถ้าร้อนมากกระจกแตกได้ ในบทความนี้ใช้กำลัง 18% ที่ความเร็ว 100mm/s

Laser Cutter & การออกแบบที่สวยงาม

Laser Cutter & การออกแบบที่สวยงาม

การออกแบบและคิดค้นสร้างผลงานต่างๆ มีความสำคัญเป็นอย่างมากถ้าสิ่งที่เราคิดค้นขึ้นมาได้เกิดเป็นชิ้นงานจริง วันนี้เรา Print3DD ขอนำเสนอผลงานจากระบบ Laser Cutter ที่จะช่วยให้ความคิดและคุณภาพในการออกแบบของคุณเกิดประโยชน์มากขึ้นให้ถึงที่สุด โดยการสร้างชิ้นงานในรูปแบบ 2 มิติ ตามการออกแบบที่สวยงามในด้านงานต่างๆ คุณก็สามารถสร้างมันขึ้นมาได้ตามความต้องการที่พอใจ หลังจากนี้ความคิดที่สร้างสรรค์ และงานศิลปะที่สวยงามของคุณก็จะมีมูลค่าทางความรู้สึกที่มากขึ้น


ขั้นตอนการออกแบบนั้นสิ่งที่สำคัญคือความพึงพอใจของเราเพราะทุกอย่างคือสิ่งสวยงามเสมอ


นำไฟล์ที่ออกแบบมาเข้าสู้โปรแกรมของตัวเครื่อง Laser เพื่อปรับแต่งเล็กน้อยให้ชิ้นงานดูสวยงามรวมไปถึงการปรับขนาด


ระยะเวลาในการทำชิ้นงานของเครื่องนั้นขึ้นอยู่กับรายละเอียดอยู่ตัวงานและขนาด

 

ชิ้นงานที่สวยงามจากแผ่นไม้ก็ดีนะ อิอิ

เสร็จเรียบร้อยแล้วววว!!! สวย!!!

รถไฟฟ้า EV ฝีมือคนไทย100% ด้วย 3D Printer ขั้นตอนการสร้าง

รถไฟฟ้า EV ฝีมือคนไทย100% ด้วย 3D Printer ขั้นตอนการสร้าง

กระแสการเปลี่ยนรถยนต์สันดาปเป็นรถยนต์ไฟฟ้า EV กำลังมาแรง การเปลี่ยนแปลงเลยเกิดขึ้น รถยนต์น้ำมันมีส่วนประกอบเครื่องยนต์หลักพัน-หมื่นชิ้น ผูกขาดกับผู้ผลิตไม่กี่เจ้าเท่านั้น แต่รถ EV มีส่วนประกอบที่น้อยกว่ามากๆทำให้มีผู้เล่นมากหน้าหลายตามากขึ้นแปลกๆ เช่น Sony, Apple แบรนด์ไทยก็เริ่มมีการผลิตเองอย่าง Mine Mobility, รถบัสไฟฟ้า อย่าง Sakun C เป็นต้น (ขณะที่เขียนบทความอยู่ มีบริษัทไทยหลายแห่งซุ่มทำ รถไฟฟ้าอยู่ครับ)

บทความนี้ 3DD จะมาพูดถึงขั้นตอนการออกแบบ การสร้างรถยนต์ต้นแบบ Concept Car โดยใช้ความสามารถของเครื่องพิมพ์ 3มิติ เข้ามาช่วยลดเวลาการสร้างจากเป็นปีๆ เป็นหลักอาทิตย์-เดือนเท่านั้น การออกแบบ-สร้าง เป็น Digital ทั้งหมดคือออกแบบใน CAD (Computer Aided Design) สร้างแบบ 3D ของตัวรถขึ้นมา ทดสอบ Aero Dynamics เบื้องต้นโดย Software ไปจนถึงการสร้างชิ้นงานจริงด้วย 3D Printer ระบบเรซิ่น SLA บทความนี้ใช้ Kings 1700Pro ออกแบบเพื่อพิมพ์งานรถยนต์โดยเฉพาะ (ปัจจุบันบริษัทรถยนต์ที่ให้อยู่เช่น Hyundia, Kia, Geely, BYD) ที่ใช้ระบบเส้นพลาสติกเพราะข้อจำกัดเรื่องคุณภาพชิ้นงาน ความสวย และ ความเร็ว ซึ่ง SLA ทำได้ดีกว่า

การประยุกต์ Digital Fabrication (3D Printer, 3D Scanner, Laser) กับการสร้างรถยนต์ EV อาจจะแบ่งเป็น 3 ประเภท

ปล1.ในบทความนี้เน้นเรื่องการออกแบบ Digital การพิมพ์ 3มิติ กับการสร้างรถยนต์จะไม่ลงลึก / ข้ามเรื่องเครื่องยนต์ไฟฟ้า ส่วนขับเคลื่อน
ปล2. ลูกค้าในบทความนี้ ทำงานในข้อ 2 อยู่ครับ คือทำชุดแต่งรถยนต์เช่นกันชนหน้า-หลัง ชุดแต่ง Hi-end ให้พวกรถ Super Car แต่สนใจทำธุรกิจ ข้อ 1.ออกแบบรถยนต์ขึ้นมาใหม่ ข้อ 3.เอารถคลาสิกเก่ามาทำเป็นรถใหม่

สร้างขึ้นมาใหม่เลย (New Design EV) 

การออกแบบขึ้นมาใหม่ ต้องทำงานเชื่อมโครงสร้าง การวางแผนเรื่องวางจุดศูนย์ถ่วงรถ ฐานล้อ ออกแบบการนั่ง ตำแหน่งวางมอเตอร์ แบตเตอรี่ และที่ยากที่สุดคือออกแบบออกมาอย่างไงให้สวยโดนใจลูกค้า ตย.ลูกค้าชอบรถที่ลุคสปอร์ต ไปทาง Super Car สมัยก่อนหลังการมีภาพร่างในใจแล้ว ก็จะเริ่มเอาดินมาปั่นเป็นภายนอกรถกันต่อ ต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญการมากทั้งการปั้นให้ได้สมมาตรและอัตราส่วน ปัจจุบันมีเครื่องมือ CAD ก็ออกแบบใน Computer มี Software หลากหลายเช่น Solid Work, Rhino (ใครถนัดตัวไหนใช้ตัวนั้น) สามารถเห็นหน้าตาในจอก่อน พร้อมทดสอบ Simulate ทางวิศวกรรมต่างๆได้ จากนั้นเอาไปสร้างโดย SLA 3D Printer ในที่นี้เราใช้เป็น Kings 1700pro พิมพ์ได้ละเอียดและได้ใหญ่ถึง 1700mm*800mm จากสมัยก่อนการขึ้นรถมาหนึ่งคันใช้เวลาเป็นปี, ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยี 3D Printer, CAD ย่นเหลือ 2อาทิตย์-2 เดือน เท่านั้น

ขั้นตอนเริ่มต้นจากการออกแบบภายนอกด้วย Software CAM, นำไฟล์ 3D ที่ได้มาพิมพ์ออกมาเป็น ชิ้นส่วนตามที่เราออกแบบไว้, นำชิ้นส่วนต่างๆที่เราพิมพ์ทั้งหมดมาประกอบเข้าด้วยกัน แต่งงานโป้ว Reinforcement, ทำสี
  • หลักๆโครงรถเกิดจากการเชื่อมเหล็กเข้าด้วยกันเป็น Chassis การวางตำแหน่งที่นั้ง มอเตอร์ และ Battery (ส่วนนี้เราขอข้ามไปครับ)
  • เมื่อได้โครงรถส่วนที่รับน้ำหนักแล้ว ก็มาออกแบบภายนอกของตัวรถ การจำกัดความคำว่าสวยจะแตกต่าง Software CAD ที่ใช้เช่น Solid Work, Rhino, UX การออกแบบต้องคำหนึ่งถืงเครื่องมือ CAM ที่เรามีด้วย หากเครื่องมือ CAM ที่เรามีไม่สามารถสร้างชิ้นส่วนได้ใหญ่ ก็ต้องแบ่งเป็นหลายชิ้นส่วนมากขึ้น ตย.ในบทความ เครื่องที่ใช้พิมพ์ได้ใหญ่ 1700*800*600mm ออกแบบมาแล้วควรตัดชิ้นส่วนให้พิมพ์ออกมาง่ายที่สุด ประกอบกันน้อยชิ้นที่สุด
  • พิมพ์ชิ้นงานขึ้นมา ตย.เช่น ทั้งคันแบ่งเป็น 44 ชิ้น ลองมาประกอบเป็นส่วนๆก่อน
  • หากประกอบออกมาแล้วไม่สวยดังใจ หรือคิดว่าไม่แข็งแรง ต้อง Redesign และ พิมพ์ใหม่
  • เมื่อพิมพืชิ้นงานครบ เราชิ้นส่วนที่หมดมาประกอบกันบนโครงไม้ก่อน โดยโครงไม้จำลองขนาดจริง 1:1 มาจากโครงเหล็ก (เหตุที่ไม่ทำบนโครงไม้แยก สะดวกในการจับยึด ตัดต่อแก้ไข ได้ง่ายกว่า เอาโครงไม้เสริมความแข็งแรง)
  • ยึดทุกชิ้นเข้าด้วย น็อต Connector หรือ อื่นๆ และยึดเข้ากับโครงไม้
  • Reinforce โครงที่ยึดด้วยกัน แล้วแต่เทคนิคแต่ละคน เช่น ไฟเบอร์กลาส(ด้านใน)
  • โป้วพื้นผิวด้านนอก ขัด และ ทำสีเหมือนรถยนต์ทั่วไปได้เลย
  • เอาไปติดตั้งที่ตัวรถไฟฟ้า (โครงเหล็ก)
  • ลองเอาไปขับเล่นกัน 🙂
State 0 : ทำรถไฟฟ้าต้นแบบโครงเป็นแบบนี้
ออกแบบใน CAD แล้วแต่ความถนัด โดยชิ้นส่วนครอบนี้จะวางอยู่บนโครงสร้างของรถ อย่างลืมข้อจำกัดเรื่องเครื่อง CAM ของเราด้วย ถ้าใครมี 3D Printer เครื่องใหญ่ก็สบายหน่อย
ออกแบบเสร็จแยกชิ้นส่วนที่ต้องการพิมพ์ อันนี้เป็นศาสตร์และศิลป์ พิมพ์งานชิ้นเดียวกันการวางต่ำไม่เหมือนกันงานออกมาคนละแบบ ในรูปจะเห็นส่วนที่เป็นสีม่วงเข้มคือ Support ที่ Gen มาจากเครื่องพิมพ์ 3มิติ
ชิ้นส่วนจริงที่พิมพ์ออกมา
พิมพ์ต่อไปเรื่อยๆ หากชิ้นไหนคิดว่ายังไม่สวย หรือ ปรับแบบนิดหน่อย ก็พิมพ์ใหม่ได้ การพิมพ์ใช้เวลาต่อชิ้นแตกต่างกันออกไปตั้งแต่ 3ชม. – 2วัน
แกะ Support ออกจากชิ้นงาน เตรียมขั้นตอนต่อไป การประกอบ
ประกอบบนโครงไม้ เชื่อมต่อ ปรับจูน
มาดูด้านหลังกันต่อ เมื่อได้ที่ระดับหนึ่งต้อง Reinforce ด้วยวัสดุต่างๆในที่นี้ใช้ Fiber Glass
เมื่อได้ที่แล้วประกอบเข้ากันโครงรถจริง
ทดสอบ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง


ทำชุดแต่งรถ 3D Scanner, CAD Design, CAM 3D Print, Assembly

สร้างชุดแต่งรถยนต์ ทั้งภายใน ภายนอก (Interior, Exterior Accessories)

ธุรกิจนี้บริษัทไทยทำกันเยอะครับ ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกชุดแต่งรถยนต์อันดับต้นๆของโลก โซนเอเซีย, จีน, Australia ลูกค้าในบทความนี้ก็มีธุรกิจนี้เป็นหลัก ส่วนตัวคิดว่ายังง่ายกว่าแบบแรก(ออกแบบใหม่) ชุดแต่งอาจเป็นเพียงการครอบตัวรถเดิม Attachment และ แบบถอดเปลี่ยนจากแบบดังเดิม ร่วมถึงทำอะไหล่ Replacement ในส่วนนี้พระเอกอีกตัวที่สำคัญคือ 3D Scanner ช่วยล่นเวลาในการวัดตัวรถ เพิ่มความแม่นยำในการทำงาน ทำ Customize รถให้ลูกค้าบางคันราคาหลายล้าน ไม่ต้องให้ลูกค้ารอ

  • เอารถที่เราต้องการทำชุดแต่งมาเตรียมผิวให้ดีก่อน ทำความสะอาด หากทำชุดแต่งลักษณะ Attachment ก็ไม่ต้องถอดชิ้นส่วนนั้นออก, หากต้องการทำในลักษณะสวมแทน Replacement ก็ถอดชิ้นส่วนออกเช่นถอดกันชนหน้าออก (เพื่อจะได้สแกน 2 ที ที่ตัวรถ และ ที่กันชน แยกกัน)
  • ใช้ 3D Scanner สแกนชิ้นส่วนที่ต้องการ การสแกน 3มิติจะได้ข้อมูลงานที่สแกนแบบ 1:1 มีความกว้างxยาวxสูง สามารถนำไฟล์มาวัดค่า, คำนวนตำแหน่ง, พื้นผิว, Inspec และ Reverse Engineer
  • ทำการ Reverse Engineer การ Reverse Engineer เป็นการไฟล์ที่ได้จากการสแกน .STL mesh file ไปปูผิวใหม่ให้เป็น CAD กระบวนการที่ทำนั้นใช้ Software ได้หลายตัว ในที่นี้แนะนำเป็น Geomagic Essentails
  • ทำการออกแบบ Design งานชุดแต่งจาก Reference 3D Scan ที่ได้มา ( สมัยก่อน ปั้นดิน หรือ Draft กับโดยการกะเอา / 3D Scanner เข้ามาช่วยตอบโจทย์ในส่วนนี้มาก )
  • เมื่อได้ไฟล์ CAD แล้วนำมาพิมพ์ด้วย CAM ในที่นี้รวมทั้ง CNC หรือ เครื่องพิมพ์ 3มิติ (บทความนี้เราใช้เครื่อง Kings 1700Pro)
  • เอาชิ้นงานที่พิมพ์ ติดให้ลูกค้าเลยหรือ ทำเป็น Prototype ทำเป็นแม่พิมพ์ เพื่อการผลิตจำนวนมากต่อไป
  • กระบวนการที่กล่าวมาขั้นต้นอาจจะแตกต่างกันไป ขึ้นกับเทคนิคของแต่ละบริษัท / การใช้ 3D Printing สามารถมาทำแม่พิมพ์ Carbon Fiber ได้ด้วยเช่นกัน
ตัวอย่างการสแกนภายนอก

พิมพ์ชิ้นส่วนที่ได้จาก 3D Printer
ตัวอย่างชิ้นส่วน FORD

สินค้าที่เกี่ยวข้อง


ทำรถคลาสิกเป็นรถ EV (Restoration / Make Over Classic car to EV)

ธุรกิจ Restoration เป็นธุรกิจที่น่าสนใจมาก และนิยมมากในต่างประเทศ ลูกค้ากระเป๋าหนัก พร้อมจ่ายให้กับรถที่ตัวเองรัก รถที่มีคุณค่าทางจิตใจ Restoration อาจจะทำทั้งหมด หรือ Make Over เลยก็ได้ รถคลาสิคหลายตัวไม่สามารถหาอะไหล่ หรือ ชิ้นส่วนทดแทนได้แล้ว ที่น่าสนที่สุดคือการนำรถ Classic ที่เครื่องไม่ค่อยดีแล้วมา Restoration เป็น รถคลาสิก EV (Classic Electric Car) เครื่องมือนอกจากจะต้องมี CAD, CAM(3D Printer, Laser, CNC) แล้วเครื่องมือที่ช่วยทุ่นแรงที่สุดน่าจะเป็น 3D Scanner สแกนรถเก่า > เอาไฟล์มาแต่ในคอม > วาดชิ้นส่วนในคอม > เอามา CAM/ 3D Printed ต่อไป

  • เอารถเก่าเตรียม ดูสภาพ ถอดชิ้นส่วนที่ต้องการสแกน หากเก่ามากการขัดสีออก ทำผิวให้เรียบอาจจะมีความจำเป็น
  • ใช้ 3D Scanner เก็บชิ้นงานส่วนต่างๆ หลักการคล้ายๆ ทำชุดแต่งรถ ต่างกันที่เอาเครื่องยนต์สันดาปออก ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า และ แบตเตอรี่เข้าไปแทน
  • ทำการ Reverse Engineer การ Reverse Engineer เป็นการไฟล์ที่ได้จากการสแกน .STL mesh file ไปปูผิวใหม่ให้เป็น CAD กระบวนการที่ทำนั้นใช้ Software ได้หลายตัว ในที่นี้แนะนำเป็น Geomagic Essentails
  • ทำการออกแบบ Design งานชุดแต่งจาก Reference 3D Scan ที่ได้มา ( สมัยก่อน ปั้นดิน หรือ Draft กับโดยการกะเอา / 3D Scanner เข้ามาช่วยตอบโจทย์ในส่วนนี้มาก )
  • ออกแบบ จัดว่างมอเตอร์ไฟฟ้า, Control Box, แบตเตอรี่ เก็บงานให้สวยๆเนียนๆ ภายนอกเหมือนรถเก่าธรรมดา แต่ภายในเป็น EV
  • เมื่อได้ไฟล์ CAD แล้วนำมาพิมพ์ด้วย CAM ในที่นี้รวมทั้ง CNC หรือ เครื่องพิมพ์ 3มิติ (บทความนี้เราใช้เครื่อง Kings 1700Pro)
  • เอาชิ้นงานที่พิมพ์ ติดให้ลูกค้าเลยหรือ ทำเป็น Prototype ทำเป็นแม่พิมพ์ เพื่อการผลิตจำนวนมากต่อไป

EB-33

QQ Photo20160701144625

QQ Photo20160701085404

 

เอารถยุค 50’s มาทำเป็นรถ EV แต่ Make Over มากหน่อยนะ

เจ้าเด่นๆในต่างประเทศที่ Restoration Classic Car เช่น

สินค้าที่เกี่ยวข้อง