เคล็ดลับในการใช้โหมด FreeScan ในจุดที่สแกนได้ยาก

เคล็ดลับในการใช้โหมด FreeScan ในจุดที่สแกนได้ยาก

ในการสแกนวัตถุที่มีร่องลึกหรือรอยแยก เป็นการสแกนที่ท้าทายความสามารถอย่างมาก เพราะโหมด FreeScan จะใช้การจับ target แต่ในกรณีที่ target มีพื้นที่น้อยๆ เครื่องสแกนจะไม่สามารถจับพื้นผิวได้ดี และอาจจะหลุด (tracking lost) บ่อยๆ ดังตัวอย่างข้างล่าง จะเห็นว่าในส่วนที่เป็นครีบของตัวงานมีความบาง และอยู่ลึก 

จากภาพด้านล่างจะเห็นว่าเครื่องสแกนเก็บข้อมูลวัตถุได้เพียงบางส่วน ในจุดที่มีความยากลำบากในการเข้าถึง ทำให้เมื่อสแกนแล้วไฟล์สามมิตินั้นก็ไม่สามารถนำเอาไปดำเนินการต่อเช่นการทำ reverse engineering หรือการ inspection ได้

วิธีการแก้ไข เราใช้แผ่นเหล็กฉากตามรูปด้านล่าง ติด marker จำนวนด้านละ 3 ดวง ไปวางรอบๆ ชิ้นงานที่จะสแกนในตำแหน่งที่เครื่องสแกนมองเห็น 

มันจะช่วยให้เครื่องสแกนสามารถเพิ่มโอการในการจับชิ้นงานได้ดีขึ้น และสามารถเก็บข้อมูลพื้นผิวได้มากขึ้น โอกาสที่จะหลุดน้อยลงในส่วนที่จับผิวได้ยาก

งานสแกนที่ได้มีความสมบูรณ์ขึ้นมาก เมื่อสแกนเสร็จแล้วคุณสามารถลบเหล็กฉากเหล่านั้นออกไปได้โดยง่าย  

มินิรีวิว Flashforge Creator 3 + eSun ePA-Carbon Fiber

มินิรีวิว Flashforge Creator 3 + eSun ePA-Carbon Fiber

Carbon Fiber เป็นวัสดุในฝันของผู้ใช้ 3D printer หลายๆ คน เพราะมันช่วยให้งานที่พิมพ์ออกมามีความแข็งแรงขึ้น สำหรับผู้ที่ยังไม่รู้ว่า Carbon Fiber เป็นอย่างไร เราลองมาดูกัน

เส้น Carbon Fiber คืออะไร?

ก่อนอื่นต้องไม่สับสนระหว่างเส้น Carbon Fiber Filament กับ Carbon Fiber ที่ใช้ทำรถแข่ง จักรยานราคาแพง หรือยานอวกาศ ซึ่งเป็น Carbon Fiber ชนิดเส้นยาวถักทอเป็นผืนใหญ่ เคลือบด้วยอีพ๊อกซี่เป็นชั้น ๆ

ส่วน Carbon Fiber Filament จะเป็นการนำ Carbon Fiber ใยสั้นผสมลงในพลาสติกฐาน เช่น PolyCarbonate, ABS, PLA, Nylon, PETG เป็นต้น ซึ่งลักษณะของ Carbon Fiber จะแข็ง แต่เปราะมาก ดังนั้นการนำไปผสมกับพลาสติกฐานมักจะผสมกับพลาสติกที่มีความเหนียว เช่น Nylon หรือ PETG เพื่อชดเชยลักษณะด้อยของ Carbon Fiber เอง

คุณสมบัติเด่นๆ ของเส้น Carbon Fiber คือ ขณะพิมพ์ไม่มีกลิ่น ผิวด้าน ความแข็งแรงทนทานสูง ทนต่อการเสียดสี และสึกหรอ ทนความร้อนสูงถึง 120°C อัตราการหดตัว และบิดตัวต่ำ และติดไฟยาก

FlashForge Creator 3

เป็นเครื่องที่สามารถพิมพ์เส้นชนิด Carbon Fiber ได้ เนื่องจากหัวพิมพ์เป็นโลหะ Stainless Steel ชุบแข็ง ซึ่งจะทนการกัดกร่อนของ Carbon Fiber ได้ดี เพราะ Carbon Fiber สามารถกัดกร่อนหัวพิมพ์ชนิดทองเหลืองให้พังได้อย่างรวดเร็ว อาจจะไม่ถึงครึ่งม้วนเสียด้วยซ้ำ

นอกจากนี้หัวพิมพ์ยังทำความร้อนได้ถึง 300 องศา ทำให้พิมพ์พลาสติกวิศวกรรมได้อีกหลายชนิด

eSun ePA-CF เส้น Polyamine-Carbon Fiber

Polyamine (PA) หรือชื่อในทางการค้าว่า Nylon เส้น  ePA-CF ของ eSun มี Carbon Fiber ผสมอยู่ถึง 20% ราคาไม่แพง ประมาณ 50-60 USD ในขณะที่บางยี่ห้อราคาสูงถึง 250 USD

มาลองพิมพ์กันเลยดีกว่า

เราเลือกบันไดจักรยานมาเป็นหนูทดลอง


ตั้งอุณหภูมิการพิมพ์อยู่ที่ 250°C และที่แท่นพิมพ์ 80°C ใช้เวลาพิมพ์ประมาณ 7 ชั่วโมง

จะสังเกตได้ว่าจะมีเส้นใยเยิ้มออกมามาก ซึ่งเป็นลักษณะที่ปรกติของเส้น Carbon Fiber ส่วนที่พื้นจะไม่มีการเด้งงอ หรือหลุดจากฐานเลยแม้แต่น้อย

เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วก็ถึงตอนแกะ support การแกะก็ไม่ได้ยากนัก แต่มันจะเหนียวๆ หน่อย สามารถใช้คีมช่วย ในส่วนที่เป็นเศษเล็กๆ ก็ใช้มีดคัตเตอร์ปาดออกได้ไม่ยากนัก

ในส่วนของ overhang เครื่อง FlashForge Creator 3 ทำได้ดี ทีเดียว

เทคนิคการพิมพ์ด้วยเส้น Carbon Fiber

เป็นโบนัสสำหรับคนที่ทนอ่านมาถึงตรงนี้ การพิมพ์ด้วยเส้น Carbon Fiber ไม่ง่าย และไม่ยากจนเกินไป เรามีเคล็ดลับในการพิมพ์ให้สำเร็จดังนี้

  • อย่างที่บอกไว้ข้างต้น หัวพิมพ์ควรจะต้องเป็นโลหะแข็ง เช่นสเตนเลส เพื่อให้ทนต่อการสึกกร่อนจาก Carbon Fiber ซึ่งมีความรุนแรงมาก (ซ้ายทองเหลือง-ขวาสเตนเลสสตีล)
  • ลดค่า retraction ลง เนื่องจากการดึงเส้นกลับไปมามากๆ จะทำให้เกิดการสะสมของ Carbon Fiber ซึ่งไม่ละลายในความร้อน ภายในหัวพิมพ์ทำให้เกิดการอุดตันได้ง่าย
  • พิมพ์ให้ช้าลงประมาณ 20%-50% เพื่อช่วยให้ Carbon Fiber ที่อาจจะติดอยู่ในหัวพิมพ์หลุดออกไปได้ง่ายขึ้น ลดการอุดตันของหัวพิมพ์
  • ใช้หัวพิมพ์ที่ใหญ่ขึ้น จะช่วยลดโอกาสอุดตัน
  • เส้นพลาสติกจะค่อนข้างเปราะ หักง่ายเมื่อเกิดการงอ หรือมีการหักเลี้ยวในองศาที่แคบๆ แนะนำให้ใช้ท่อนำเส้นพลาสติกเพื่อลดโอกาสเส้นหัก
  • การเก็บเส้น Nylon-Carbon Fiber ควรเก็บในถุงซิป และใส่สารดูดความชื้นไว้ด้วย เนื่องจาก Nylon ดูดความชื้นได้ดีมาก หากเส้นชื้นไปแล้ว (สังเกตจากเวลาพิมพ์จะมีเสียงน้ำเดือด เปาะแปะ ๆ) ให้นำไปอบในเตาอบที่อุณหภูมิประมาณ 80°C ประมาณ 4-6 ชั่วโมง

หลังจากปรับค่าการพิมพ์เล็กน้อย แล้วลองพิมพ์ใหม่อีกครั้งผลก็เป็นดังในภาพครับ หวังว่าคงได้ความรู้เล็กๆ น้อยๆ กลับไปบ้างนะครับ แล้วพบกันใหม่

นามบัตร 3D

นามบัตร 3D

นามบัตรเป็นสิ่งที่แสดงตัวตนของคุณได้เป็นอย่างดี มันช่วยให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ในงานของคุณ หากยังคิดไม่ออก มาลองดูตัวอย่างนามบัตร 3D ที่พิมพ์ได้ง่ายๆ ทำให้คนที่ได้รับต้องร้องว้าว!

นามบัตร 3D เป็นวิธีการโฆษณาชื่อเสียงบริษัทของคุณได้อย่างดี ดูมีเอกลักษณ์ และสร้างสรรค์ ลูกค้า หรือคู่ค้าของคุณจะมีความประทับใจอย่างมาก

ถึงแม้คุณจะไม่ได้อยากโฆษณาะุรกิจของคุณ แต่มันก็เป็นเรื่องสนุกที่ได้ทำ มันเล็ก พิมพ์ได้เร็ว ใช้วัสดุน้อย แต่ผลที่ได้น่าตื่นตาตื่นใจอย่างมาก

เราเอาตัวอย่างนามบัตรที่พิมพ์ด้วย 3d printer มาให้ดูเป็นไอเดียดังนี้

1. Velociraptor 

    

Velociraptor เป็นไดโนเสาร์ชนิดหนึ่ง แต่วันนี้มันมาอยู่บนนามบัตรแล้ว ไดโนเสาร์ตัวนี้มีรายละเอียดมากพอสมควรในขนาด 3.5×5 นิ้ว พิมพ์ได้ไม่ยากในเวลาเพียง 10-20 นาที ยิ่งน่าประทับใจเมื่อลองนึกภาพถึงตอนที่ประกอบเสร็จแล้ว

นามบัตรแบบนี้เหมาะกับทุกคน แต่ถ้าคุณต้องการใส่ข้อความลงไป ผู้ออกแบบก็ได้เผื่อพื้นที่ว่างตรงหางให้แล้ว โหลดที่นี่ https://www.thingiverse.com/thing:362357

2. Touring Bike 

    

เป็นนามบัตร 3D อีกแบบหนึ่งที่ดูเท่ไม่หยอก เมื่อประกอบแล้วจะได้จักรยานทัวริ่ง 1 คันมาตั้งโชว์ได้ เป็นโมเดลที่มีคนโหลดไปแล้วจำนวนมาก มันมีพื้นที่ว่างให้คุณโฆษณาธุรกิจของคุณได้เช่นกัน โหลดที่นี่ https://www.thingiverse.com/thing:714484

3. Bolt 

    

แบบนี้ก็เหมือนกับสองแบบด้านบนแต่ก็มีเอกลักษณ์ของมัน หลังจากที่แกะออกมาแล้วประกอบเข้าด้วยกันคุณจะได้สลักเกลียวที่หมุนได้จริงๆ เหมาะกับคนที่ชอบทำสิ่งที่สนุกและไม่ยากเกินไป โหลดที่นี่ https://www.thingiverse.com/thing:350487/

 

4. ปรับแต่งนามบัตรเอง https://www.thingiverse.com/thing:1713563

หากคุณไม่ชอบแบบที่เราแนะนำไปข้างต้น คุณก็สามารถสร้างแบบของคุณเองโดยไม่ต้องอาศัยความรู้ทางด้าน 3D มากมายอะไร เพียงแค่เข้าไปที่ link แล้วกดปุ่ม Open in Customizer จากนั้นก็ใส่ชื่อหน่วยงาน ชื่อคุณ หมายเลขโทรศัพท์ และอีเมลของคุณลงไป โปรแกรมจะทำการสร้างให้คุณในทันที สามารถดาวน์โหลดมาพิมพ์ได้เลย

เคล็ดลับในการพิมพ์ก็คือควรปรับระดับแท่นพิมพ์ให้ชั้นแรกพิมพ์ได้ดี จะช่วยให้ผลงานออกมาสวยขึ้น และปรับ retraction ให้มากหน่อยเพื่อไม่ให้เกิดเส้นใยยุ่งเหยิง

5. สร้างนามบัตรของคุณเองเลย

Creating a business card in TinkerCAD.

จากที่เราแนะนำแบบเท่ๆ 4 แบบให้ดาวน์โหลดแล้ว หากรู้สึกว่ายังไม่ถูกใจอีก ก็สามารถเขียนขึ้นเองให้เป็นแบบเฉพาะตัวคุณได้เลย วิธีการโดยละเอียดสามารถศึกศาได้ ที่นี่ https://all3dp.com/3d-printed-business-cards-how-to/ แต่ขั้นตอนคร่าวๆ เป็นดังนี้

 

  1. หากต้องการใส่รูปด้วยให้เอารูปไปทำเป็น Lithophane ก่อนที่นี่ Thingiverse model.
  2. ในโปรแกรม TinkerCAD สร้างนามบัตรแบบพื้นฐานก่อน แล้วใส่ข้อมูลของคุณ
  3. โหลด Lithophane ที่ทำก่อนหน้านี้เข้าไปในแบบนามบัตร
  4. พิมพ์นามบัตรของคุณได้เลย

ขอให้มีความสุขกับการพิมพ์

3D Print ตะแกรงพัดลม ตามใจชอบ

3D Print ตะแกรงพัดลม ตามใจชอบ

😯😯3D Print ตะแกรงพัดลม😛😛
เคยไหมมีตะแกรงพัดลมหลุดหาย หรือมีเสียงดังหึ่ง ไม่ต้องซื้อเปลี่ยนใหม่
เราสามารถพิมพ์ได้เอง เลือกแบบ เลือกสีได้ตามต้องการด้วย ใครชอบแบบไหนก็พิมพ์แบบนั้น ต้นทุนตกไม่ถึง 10บาท 🙂

ข้อแนะนำ
– ควรพิมพ์ด้วย PLA, PETG
– พิมพ์บนฐานเลยไม่เอา Raft ไม่เอา Brim
– ใช้ infill เยอะหน่อยซัก 30% ขึ้นไป

>>Download ไฟล์ได้ที่นี่คับ<<

Credit : https://www.thingiverse.com/thing:2802474

การอบรม Formlabs Partner Certification Program

การอบรม Formlabs Partner Certification Program

เพื่อเป็นการเพิ่มความสามารถในการบริการ และให้ความรู้แก่ลูกค้าอย่างเต็มที่  Print3dd เราได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปฝึกอบรมเทคนิคต่าง ๆ ในการใช้งานเครื่อง Form2 ทั้งตัวเครื่อง ซอฟแวร์ วัสดุพิมพ์ รวมถึงการซ่อมบำรุง ณ สำนักงาน Formlabs ในเมือง Shenzhen ประเทศจีน เป็นเวลา 2 วัน โดยเจ้าหน้าที่จะได้นำความรู้มาช่วยเหลือลูกค้าให้สามารถผลิตงานออกมาให้ได้สมบูรณ์ที่สุด  คุ้มค่าการลงทุนที่สุด

การใช้งานโปรแกรม 3DSlicer กับเครื่องพิมพ์ 3 มิิติเบื้องต้น

การใช้งานโปรแกรม 3DSlicer กับเครื่องพิมพ์ 3 มิิติเบื้องต้น

3DSlicerLogo-H-Color-1273x737

วันนี้ทาง Print3dd จะมาแนะนำโปรแกรม Slicer ที่เกี่ยวกับทางการแพทย์ นั้นคือโปรแกรม 3DSlicer ซึ่งความสามารถของโปรแกรมนี้ สามาถนำไฟล์ Dicom หรือ ไฟล์นามสกุล .dcm (ไฟล์dicom เป็นไฟล์ทางการแพทย์ ส่วนใหญ่จะได้มาจากการาสแกน MRI Scan หรือ CT Scan)

 

ตัวอย่างไฟล์dicom

12

โปรแกรม 3DSlicer เป็นโปรแกรม Freeware  สามารถ Download Program 3DSlicer ได้ที่นี่ https://www.slicer.org  

ก่อนเริ่มการใช้งานโปรแกรมเราจำเป็นต้องมีไฟล์ Dicom เสียก่อน แต่ถ้าหาไฟล์ไม่ได้เราสามารถใช้ไฟล์ตัวอย่างที่ติดมากับโปรแกรม 3DSlicer ได้เช่นกัน เมื่อเปิดโปรแกรมเราจะเจอกับหน้าต่างนี้ โดยเราสามารถ Download File ได้จากเมนู Download Sample Data ซึ่งจะมีไฟล์จำนวนหนึ่งให้เราทดลองใช้งาน

13

ตัวอย่างไฟล์

14

เมื่อเราเลือกไฟล์ทีต้องการได้แล้ว ให้เลือกไปที่คำสั่งSegment editor (ตรงที่วงกลมไว้ในภาพ)

02 -

 

ต่อมาให้เลือกคำสั่ง (1) Add และเราจะทำการเลือกส่วนที่ต้องการโดยใช้คำสั่ง(2) Threshold โดยในคำสั่งThreshold จะมีแถบคำสั่งทีั่ชื่อว่า Threshold Range ไว้กำหนดส่วนที่ต้องการทำให้ออกมาเป็นโมเดลสามมิติ ซึ่งจะต้องเลื่อนแถบสีฟ้าด้านล่างเพื่อกำหนดขนาดชิ้นงาน โดยอธิบายแบบเข้าใจง่ายๆคือ ยิ่งมีแถบสีเขียวขึ้นที่ตัวงานมามากเท่าไร เราจะได้เนื้องานของชิ้นงานสามมิติมากขึ้นเท่านั้น

06

ต่อไปเป็นขั้นตอนในการดึงงานจากไฟล์ dicom ให้เป็นชิ้นงานสามมิติ โดยใช้คำสั่ง(1) Show3d และกด (2) Apply เราจะได้งานออกมาเป็นโมเดลสามมิติ

07

ตัวอย่างงานที่ได้ออกมาเป็นชิ้นงานสามมิติ

15

 

เราสามารถนำโมเดลชิ้นนี้ออกไปพิมพ์ได้เลยหรือเราจะตัดเพียงบางส่วนออกไปพิมพ์ก็ได้โดยใช้คำสั่ง Scissors คำสั่งนี้สามารถลากตัดตัวชิ้นงานได้เลยครับ ง่ายมากๆ

08

ต่อมาเราจะทำการแปลงไฟล์ให้เป็นนามสกุล stl. โดยเลือกคำสั่ง Segmentations

8

 

เมื่อเลือกคำสั่ง Segmentations แล้วด้านล่างจะมีหัวข้อ (1) exprot/import models and labelmaps ให้เลือตรง output type เป็น models และเลือก (2) Export เมือทำเสร็จในขั้นตอนนี้ เราจะสามารถExportเป็นนามสกุล stl,objได้แล้ว

9

 

โดยเลือกที่ save จะขึ้นหน้าต่าง save scene and unaved data ให้เราเลือกได้เลยครับว่าจะเซฟเป็นนามสกุลอะไร เมื่อได้ไฟล์มาแล้วสามารถนำไฟล์นี้เข้าโปรแกรมของเครื่องพิมพ์สามมิติได้เลย

17

 

ลองนำไฟล์เข้าโปรแกรมflash print

18

 

จบลงไปแล้วนะครับสำหรับการใช้งานโปแกรม 3D Slicer เบื้องต้น จริงแล้วในโปรแกรมนี้ยังมีคำสั่งให้เลือกใช้อีกเยอะมาก เพื่อนๆคนไหนสนใจสามารถโหลดมาลองเล่นดูได้ครับ โดยผมจะลง vdo การใช้งานโปรแกรมตัวไว้ด้านล่าง สำหรับวันนี่้ขอตัวลาไปก่อน สวัสดีครับ

 

 

การผลิตอวัยวะเทียมเพื่อเด็กผู้เป็นเหยื่อสงครามในซีเรีย

การผลิตอวัยวะเทียมเพื่อเด็กผู้เป็นเหยื่อสงครามในซีเรีย

อวัยวะเทียมเพื่อเด็กพิการในซีเรียโดยใช้เครื่องสแกนสามมิติ

ศูนย์ช่วยเหลือคนพิการ High-tech Prosthetics and Orthotics Production and Implication Centre ร่วมกับ องค์การต่างๆ เช่น Kuwait Bayt Zakat Organization, IHH และ AID ในกรุง Istanbul, Urfa และ Antioch ในการช่วยเหลือประชาชนโดยเฉพาะเด็กๆ ผู้พิการ ซึ่งเป็นผลจากเหตุสงคราม

ผู้อพยพลี้ภัยสงครามมีสภาพความเป็นอยู่อย่างลำบากยากแค้น ห่างไกลจากระบบสาธารณะสุข พวกเขาจึงไม่สามารถได้รับความช่วยเหลือด้านสุขภาพและกายอุปกรณ์เนื่องจากจะมีให้บริการเฉพาะในโรงพยาบาลเท่านั้น ในการแก้ปัญหาเหล่านี้ ศูนย์ช่วยเหลือผู้พิการของตุรกีได้ใช้เครื่องสแกนสามมิติ Einscan Pro ในการสแกนอวัยวะของผู้พิการเพื่อช่วยในการผลิตกายอุปกรณ์ทดแทนการทำด้วยวิธีการเดิมซึ่งเสียเวลาในการผลิตอย่างมาก

ขั้นตอนการทำงาน

  1. เจ้าหน้าที่จะใช้เครื่องสแกนสามมิติ Einscan Pro ทำการสแกนส่วนของร่างกายที่หายไปของผู้พิการ
    981f44_17654a354e734af2826938bb82622b8b_mv2981f44_4aa29eec6ed846ffab6bab0a9e9fb7ce_mv2981f44_e585a7db9e664ad5ba94cef4f86854a4_mv2
  2. เมื่อได้ข้อมูลดิจิตอลมาแล้ว แพทย์จะเตรียมการรักษา และใช้โปรแกรมสามมิติ Geomagic ในการออกแบบเบ้าที่จะสวมเข้ากับผู้พิการ3cb9583e04d29810s
  3. เบ้าที่ออกแบบเสร็จแล้วจะนำมาพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติ แล้วประกอบขึ้นมาเป็นอวัยวะเทียม981f44_a66a0377ad454060b215591f9455911d_mv2
  4. เมื่อประกอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะทดสอบการสวมใส่ให้พอดี รวมทั้งการปรับแต่งอย่างละเอียด จากนั้นผู้ใช้งานก็สามารถเดิน หรือใช้งานอวัยวะเทียมนั้นได้เทียบเท่าคนปรกติ

981f44_89a71001d6644be5b2bd7771e742cb6d_mv2

981f44_d1a78951d61940409746f55e778ef5c6_mv2

บทสรุป

ด้วยความช่วยเหลือของเทคโนโลยีสามมิติ ศูนย์ฯ ก็สามารถผลิตอวัยวะเทียมให้แก่เด็กๆ ที่พิการจากภัยสงครามได้ในแคมป์ผู้อพยพซึ่งห่างไกลจากโรงพยาบาล ในอนาคตอันใกล้นี้ช่างเทคนิคเพียงคนเดียวก็สามารถใช้เครื่องสแกนสามมิตินี้สแกนแล้วส่งข้อมูลไปยังศูนย์ผลิตอวัยวะเทียมเพื่อผลิต และส่งกลับมาใช้งาน อวัยวะเทียมที่ผลิตจากเทคโนโลยีสามมิติให้ผลการใช้งานที่ดีกว่า และช่วยเสริมสร้างชีวิตที่ดีกว่าแก่เด็กๆ

โครงการนี้จะดำเนินต่อไปอีกสองปี โดยได้รับการสนับสนุนจากเทคโนโลยีการสแกนสามมิติของ Shining 3D ซึ่งคาดว่าจะสามารถช่วยเหลือเด็กๆ ในซีเรียได้อย่างน้อยหนึ่งพันคน ให้กลับมามีชีวิตที่เป็นปรกติได้อีกครั้ง

EinScan-Pro / Pro+ Handheld 3D Scanner

ทำความรู้จัก Polar Cloud/ Cloud 3D Printing

ทำความรู้จัก Polar Cloud/ Cloud 3D Printing

Set

ช่วงหลายเดือนมานี้จะได้ยินติดหูเรื่อง IoT หรือ Internet of Things อินเตอร์เนตในทุกๆสิ่ง อะไรๆเอะอะก็ต่อเนตได้ หรือ Ubiquitous พบหาได้ทุกที่ ปัจจุบันเรื่องนี้มาเกี่ยวเนื่องกับเครื่องพิมพ์ 3มิติ แล้วครับ จริงๆมานานหลายปีแล้วช่วงนี้เพิ่งมีโอกาสมาเขียน บวกกับเดี๋ยวนี้หลายเครื่องรองรับระบบนี้กันแล้ว

เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า 3D Printer เป็นอะไรที่เปลี่ยนโลกของการออกแบบ-การผลิต ตามนวัตกรรม 4.0 หากมีไฟล์ 3มิติ ก็สามารถพิมพ์ชิ้นงานนั้นออกมาให้สัมผัสได้จริง ตอนนี้มีการประยุกต์เทคโนโลยี 3D Printing มาบวกกับ IoT อย่าง Cloud 3D Printing ก็ทำอะไรหลายๆอย่างได้มากขึ้นหลากหลาย ลองจินตนาการจากแต่ก่อนที่เราใช้เครื่องพิมพ์ 3มิติเองที่บ้าน แต่ตอนนี้สามารถควบคุมและสั่งพิมพ์ชิ้นงานหลายๆชิ้นในเวลาพร้อมๆกัน ติดตามสถานะการพิมพ์ของ 3D Printer หลายๆเครื่องที่เรามีสิทธิ์ใช้ในวง Cloud ได้ สั่งพิมพ์ชิ้นงานและใช้เครื่องพิมพ์จากที่ไหนก็ได้

แสดงให้เห็นการดูสถานะการทำงาน สามารถดู video real time(เครื่องที่มีกล้อง) ดูว่าพิมพ์ไปได้กี่เปอร์เซนต์ ความร้อนหัวฉีด เป็นต้น
แสดงให้เห็นการดูสถานะการทำงาน สามารถดู video real time(เครื่องที่มีกล้อง) ดูว่าพิมพ์ไปได้กี่เปอร์เซนต์ ความร้อนหัวฉีด เป็นต้น

ระบบ Cloud ทำให้เรา ควบคุม ติดตาม จัดการ เครื่องหลายๆเครื่องได้ในเวลาเดียวกัน / กำหนดสิทธิการใช้งานได้ จึง เหมาะกับองค์การ บริษัท / โรงเรียน มหาวิทยาลัย / โรงงาน 3D Printing Farm
ในแง่ user พนักงานในองค์กรบริษัท สามารถเลือกใช้ 3D Printer ที่ว่างอยู่ได้ นักเรียน/อาจารย์-ในโรงเรียนมหาลัย สามารถเลือกใช้เครื่องในระบบให้ตรงกับงานตัวเองได้ โดยมี Admin เป็นผู้กำหนดสิทธิ์การใช้ได้
หรือเจ้าของโรงงานพิมพ์ 3มิติ (3D Printing Farm) กำหนดคิวการพิมพ์ได้ เครื่องไหนว่างก็พิมพ์งานในคิวต่อไปได้ ใช้เครื่องในระบบทั้งหมดของตนได้เต็มประสิทธิภาพ

Cloud 3D Printing มีหลายตัวให้ใช้เช่น OctoPrint, Polar Cloud, Astro Print แต่ในบทความนี้ผมขอโฟกัส ที่ Polar Cloud เนื่องจากปัจจุบันสินค้าที่เราขายมี Build-In ตัวนี้มาเลย ทั้งนี้ตัวนั้นยี่ห้ออื่นๆก็สามารถใช้ตัวอื่นได้ แต่อาจจะต้องซื้ออุปกรณ์เสริมก็ Set เพิ่มเติม
อ่านได้ที่นี่ >> https://polar3d.freshdesk.com/support/home
รุ่นที่มี Build-In มาเลย
Flashforge Adventerure3
Flashforge Guider2
Flashforge Finder (รุ่นที่ Adaptor นอกเครื่อง)

แสดงกล้องของ FF Adventurer3
แสดงกล้องของ FF Adventurer3

มันทำงานอย่างไร?
หลักการทำงานง่ายๆของมันคือให้ 3D Printer ต่อ internet เครื่องที่เรา set จะไปต่อกับกับ server ของ Polar Cloud จากนั้นเราก็สามารถควบคุมเครื่องทั้งหมดได้ผ่านหน้าเวบ จะใช้ PC, mobile หรือ Tablet ก็ได้ เจ้าของเครื่อง หรือ Admin สามารถแชร์เครื่องให้คนอื่นใช้งานเครื่องได้ ที่สำคัญคือกำหนดสิทธิได้
Polar Cloud Diagram
มันมีประโยชน์อย่างไร?

  • ควบคุม Control สามารถควบคุมเครื่องพิมพ์ได้หลายเครื่องในเวลาเดียวกัน สามารถสั่งพิมพ์หลายๆงานได้ในเวลาเดียวกัน เครื่องไหนว่างก็สามารถสั่งพิมพ์งานต่อ และที่สำคัญคือสามารถควบคุมเครื่องจากระยะไกล อยู่ที่ไหนก็สามารถสั่งพิมพ์ได้
  • พิมพ์จำนวนมาก/จัดการคิว Batch Print/ Queue management หากมีจำนวนการพิมพ์มากๆต้องพิมพ์หลายชิ้น สามารถกระจายให้หลายๆเครื่องพิมพ์ จัดการลำดับการพิมพ์ได้
  • ติดตามสถานะ Monitor ดูสถานะการทำงานของเครื่องได้ พิมพ์ไปแล้วกี่เปอร์เซนต์ หัวฉีดอุณหภูมิเท่าไหร่ เส้นหมดหรือเปล่า หากรุ่นไหนมีกล้องก็สามารถใช้ประสิทธิภาพเครื่องได้สูงสุด สามารถดูว่าวิดีโอว่าพิมพ์ไปถึงไหนได้เลย
  • จัดการ Manage User กำหนดสิทธิการใช้งานได้ สมมติว่าเราเป็นเจ้าของเครื่อง หรือเราเป็น Admin สามารถแชร์เครื่องให้คนอื่นใช้ได้ เช่น User1 ใช้เครื่อง A, B, C ได้ แต่ User2 ใช้ได้เฉพาะเครื่อง C เป็นต้น
  • ดูประวัติการพิมพ์ History Log สามารถดูประวัติการพิมพ์ เวลาที่ใช้ พิมพ์จากเครื่องไหน ใช้เส้นพลาสติกที่ไปเท่าไหร่

ควบคุมการทำงาน หลายเครื่องได้ในคราวเดียว
ควบคุมการทำงาน หลายเครื่องได้ในคราวเดียว

เหมาะกับใคร?

  • โรงเรียน มหาวิทยาลัย Education สถานศึกษาหลายๆแห่งใช้เครื่อง 3D Printer ในการเรียนการสอน หรือ ใช้ในการทำโปรเจคที่ต้องพิมพ์เยอะๆ หากเครื่องพิมพ์ที่มีเซตให้ต่อกับ Cloud ได้ก็ทำให้นักเรียน สามารถเข้าใช้งานเครื่องได้ใน Pool นั้นๆ เช่นห้องเรียนทาง วิทยาศาสตร์ STEM มีเครื่องไว้ใช้ 5 เครื่องนักเรียนหลายคน ก็สามารถแบ่งให้นักเรียนใช้ได้ อาจารย์ควบคุมการใช้ของนักเรียนได้ด้วย
  • บริษัท Company หากบริษัทมีหลายแผนก สามารถแชร์การใช้งานได้ใน Pool 3D Printer ที่มี หรือ สามารถมอนิเตอร์การพิมพ์งานจากที่อื่นได้
  • โรงงานพิมพ์สามมิติ 3D Printing Farm หากเป็นโรงงานพิมพ์ 3มิติ สามารถสั่่งการพิมพ์ งานของตนได้อย่างเป็นระบบ ลดเวลา ลดคน เครื่องไหนว่างจับยัดงาน

จำเป็นต้องมีไหม?
หากถามว่าจำเป็นไหม ตอบว่าไม่จำเป็นครับ แต่หากมีก็ดีสามารถจัดการเคยพิมพ์ 3มิติ ของเราได้ง่ายขึ้น

สรุป
เครื่องพิมพ์ 3มิติที่มี Cloud ก็เหมือนติดปีกให้เครื่องพิมพ์

  • กรณีคนทั่วไป ทำให้เราสามารถควบคุมเครื่องจากที่ไหนก็ได้ อยู่ข้างนอกก็สั่งพิมพ์งานได้ ดูสถานการพิมพ์หรือดูวิดีโอ Real time
  • กรณีเป็นองค์กร/สถาบัน มีเครื่องหลายเครื่อง ก็สามารถจัดการผู้ใช้งานได้ ควบคุมการใช้งาน หรือ ติดตามสถานะได้ เป็นเครื่องมือที่ดีในการจัดการอะไรต่างๆได้ง่ายขึ้น

tendai-raises-2m-for-robot-operated-3d-printing-farm-concept-1

โปรเจคพ่อบ้าน: 3D Printer ซ่อมแซมของใช้ในบ้าน

โปรเจคพ่อบ้าน: 3D Printer ซ่อมแซมของใช้ในบ้าน

วันนี้อยู่ดีๆ มีดทำครัวที่ใช้มานานเกิดหมดความอดทนต่อการใช้งานที่หนักหน่วง ด้ามไม้ที่ดูแข็งแรงมีอันต้องหักไป ด้วยความเสียดาย ไม่อยากทิ้งให้เป็นขยะล้นโลก เลยลองคิดดูว่าเครื่องพิมพ์สามมิติที่มีอยู่จะช่วยอะไรได้บ้าง

20171014_165547

ก่อนอื่นก็ต้องแกะเอาด้ามเก่าออกไปก่อน ปรากฏว่าใบมีดก็หักไปบางส่วนด้วย จุดที่จะยึดด้วยหมุดก็เหลือจุดเดียว ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการยึดใบมีดใหม่โดยใช้ตัวด้ามเป็นตัวบังคับไม่ให้ใบขยับได้ เริ่มจากการวัดขนาดของใบมีดส่วนที่ต้องเข้าไปอยู่ในด้าม พร้อมทั้งตำแหน่งรูหมุดยึด

20171014_165645

จากนั้นก็ไปเขียนแบบด้ามที่ต้องการ ผมใช้โปรแกรม 123D Design ในการออกแบบ มันใช้ง่าย และที่สำคัญคือฟรี ในการออกแบบผมอยากได้แบบที่จับถนัดมือกว่าเดิม ก็เลยขยายขนาดความหนาให้เหมาะกับมืออ้วนๆ ของผม (555) เนื่องจากช่องที่ใส่ใบมีดอยู่ด้านในจึงยากจะที่จะตรวจสอบแก้ไขตอนที่พิมพ์เสร็จแล้ว ดังนั้นจึงต้องแม่นยำพอสมควร จึงใช้การลอกเส้นรอบรูปของใบมีดลงบนกระดาษ แล้วเผื่อประมาณ 0.2 มม ก่อนจะนำตัวเลขไปขึ้นแบบสามมิติ

การทำแบบก็ทำอย่างง่ายๆ โดยสร้างด้วยกล่องสี่เหลี่ยม แล้วก็เว้าโน่น เว้านี่ไปตามเรื่อง แล้วก็ใส่ Fillet ให้ดูมนๆ ไม่บาดมือก็พอแล้ว

123D Design

20171014_165646

พอได้แบบแล้วก็นำมาพิมพ์โดยใช้โปรแกรม FlashPrint (ตอนออกแบบพยายามไม่ให้มีส่วนที่เป็น Overhang ก็จะได้ไม่ต้องมี Support) กำหนดให้ผนังหนา 3  ชั้น และเพิ่ม infill เป็น 20% จะได้ทนมือหน่อย

FlashPrint 2017-10-14_195105-1

* ในการหลีกเลี่ยง Support อีกวิธีหนึ่งคือลด Layer Height ลง เพราะเมื่อ layer ชิดกันมากขึ้นเนื้อพลาสติกส่วนที่ยื่นก็จะน้อยลง โอกาสที่พลาสติกจะหลุดจาก layer ก็น้อยลงไปด้วย

Overhang-VS-Layerheight

ใน FlashPrint สามารถเลือก Layer Height ในจุดต่างๆ ได้ ผมจึงเลือกลด Layer height ตามตำแหน่งที่มี overhang ตามรูป โดยส่วนที่เป็นสีเหลือหมายถึงลด Layer Height ลง 50% ส่วนอื่นๆ ก็ใช้ตามปรกติ ทำให้ไม่ต้องพิมพ์ความละเอียดมากๆ ทั้งงาน ทำให้เสร็จเร็วขึ้ โดยงานนี้ใช้เวลาไม่ถึงสามชั่วโมง

Image 2

20171014_192103

เอาละครับ กลับมาที่งานของผมดีกว่า พอพิมพ์เสร็จแล้วก็จัดการประกอบร่าง มันเป็นงานเล็กๆ น้อยๆ ในบ้านที่เอาเครื่องพิมพ์สามมิติมาช่วยแก้ปัญหา และช่วยประหยัดเงินได้ไม่มากก็น้อย

20171014_192417

ขอบคุณที่ทนอ่านมาถึงตรงนี้ พบกันใหม่ในโปรเจคหน้าครับ

 

เทคนิคประหยัดเรซิ่นกว่า 50% ในการพิมพ์ DLP/SLA 3D Printer

เทคนิคประหยัดเรซิ่นกว่า 50% ในการพิมพ์ DLP/SLA 3D Printer

เทคการประหยัดเรซิ่น

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วครับว่า เรซิ่นนั้นราคาค่อนข้างสูงตั้งแต่ 4บาท/กรัม ตัวแพงๆอาจจะราคาถึง 17บาท/กรัม ดังนั้นวิธีการลดต้นทุนเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับพิมพ์เรซิ่น
บทความนี้จะว่าด้วยวิธีการ ประหยัดเรซิ่นกว่า 50% จากการพิมพ์ปกติ นอกจากนี้ยังยืดอายุการใช้งานถาดพิมพ์อีกด้วยนะเออ ที่สำคัญที่สุดวิธีการนี้สามารถใช้ได้กับเครื่อง DLP, SLA ทุกเครื่องในท้องตลาดไม่ล็อคยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง

จากรูปจะเห็นองค์พระหนักเพียง 20g จากปกติต้องใช้เรซิ่นถึง 50g ประหยัดเรซิ่นกว่า 60%
จากรูปจะเห็นองค์พระหนักเพียง 20g จากปกติต้องใช้เรซิ่นถึง 50g ประหยัดเรซิ่นกว่า 60%

สิ่งที่ต้องเตรียม
– เครื่อง DLP หรือ SLA Printer ของท่านรุ่นใดๆก็ได้ (ในบทความนี้ ผมใช้ Flashforge Hunter)
– Software MeshMixer (Free Software จาก AutoDesk) Download จาก http://www.meshmixer.com/
เอาไว้ทำวัตถุกลวง Hollow เจาะรู และ จัดการไฟล์อื่นๆ
– Software FlashPrint (Free Software จาก Flashforge) Download จาก http://www.flashforge.com/
เอาไว้ตัดชิ้นงาน สร้าง Support แล้วออก Save ออกมาเป็นไฟล์ STL (อย่างลืมเลือก Machine เป็น FF Hunter)

วิธีที่ 1 (ใช้ได้กับทุกเครื่อง DLP, SLA) ทำให้กลวง เจาะรูให้น้ำไหล สร้าง Support ช่วงค้ำยัน ทั้งนอกและและในชิ้นงาน
1.1 เตรียมไฟล์ STL ของเราไว้ ในบทความนี้เราใช้ไฟล์จาก thingiverse รูปพระพุทธรูป https://www.thingiverse.com/thing:2156108 Credit : Strong Hero
หากนำไฟล์นี้มาพิมพ์เลยโดยตรงจะเป็นการพิมพ์ตัน

โดยทั่วไปการทำไฟล์ 3มิติ นิยมทำเป็นโมเดลตัน
โดยทั่วไปการทำไฟล์ 3มิติ นิยมทำเป็นโมเดลตัน

1.2 เอาไฟล์ที่เราได้มาเปิดใน MeshMixer ปรับขนาดชิ้นงานที่ต้องการพิมพ์ตามที่เราต้องการ ในที่นี้ให้ชิ้นงานสูง 70mm ใช้ฟังก์ชั่น Hollow ให้ทำให้ชิ้นงานกลวง โดยปกตินั้นผมจะใช้ค่า offset ให้ชิ้นงานมีความหนา 3mm ขึ้นไปเพื่อความแข็งแรง

ปรับขนาดชิ้นงาน ไปที่ Edit>Transform ในตัวอย่างปรับให้สูง 70mm
ปรับขนาดชิ้นงาน ไปที่ Edit>Transform ในตัวอย่างปรับให้สูง 70mm

กดคำสั่ง Edit>Hollow โดยกำหนดค่าความหนาของผนังที่ offset เป็นหน่วยมม. ส่วนมากเราจะใช้ค่าอยู่ที่ 3มม. สั่งเกตุว่าเราสารถเจาะรูปชิ้นงานให้นำเรซิ่นไหลออกได้ที่ Generate Hole
กดคำสั่ง Edit>Hollow โดยกำหนดค่าความหนาของผนังที่ offset เป็นหน่วยมม. ส่วนมากเราจะใช้ค่าอยู่ที่ 3มม. สั่งเกตุว่าเราสารถเจาะรูปชิ้นงานให้นำเรซิ่นไหลออกได้ที่ Generate Hole หลังจากกำหนดค่าอะไรเสร็จกด Accept

1.3 หากชิ้นงานใหญ่อย่าลืมเจาะรูให้น้ำพลาสติกไหลออกด้วย (ในฟังก์ชั่น Hollow นั้นมีเครื่องมือเจาะรูชิ้นงานให้น้ำเรซิ่นไหลด้วยชื่อ Generate Hole สามารถเลื่อนตำแหน่งต่างๆบนพื้นผิวได้) จำเป็นต้องมีทางออกของน้ำเรซิ่นด้วย หรือ หากฐานไม่ใช่ส่วนสำคัญก็ตัดฐานออกใน Software FlashPrint ก็ได้
1.4 Export ไฟล์ออกมาเป็น STL เพื่อเราจะไปเปิดใน Flashprint ต่อ (เวลาใช้ FlashPrint อย่าลืมเลือกเครื่องพิมพ์เป็น Hunter ก่อนครับ)

เมื่อทำให้กลวงหรือเจาะรูแล้ว เราสามารถทำการ Export ไฟล์ออกมาเป็น STL ได้
เมื่อทำให้กลวงหรือเจาะรูแล้ว เราสามารถทำการ Export ไฟล์ออกมาเป็น STL ได้

1.5 เปิดไฟล์ใน Flashprint เพื่อสร้าง Support (บางคนคิดว่าไม่จำเป็น ส่วนตัวผมคิดว่าจำเป็นมากๆ เนื่องจากส่วนที่ทำให้กลวงนั้น โมเดลมีส่วนที่เป็น overhang ห้อยอยู่หลายส่วน)
1.5.1 หากฐานไม่เรียบหรือฐานไม่จำเป็นแนะนำให้ตัดฐานออกด้วย (ในบทความนี้จะตัดฐานออกให้เห็นการสร้าง Support ภายในครับ)

ตย.นี้จะขอตัดฐานออก เนื่องจากโมเดลฐานไม่เรียบ
ตย.นี้จะขอตัดฐานออก เนื่องจากโมเดลฐานไม่เรียบ

สร้าง Support แบบ Auto ด้วย FlashPrint
สร้าง Support แบบ Auto ด้วย FlashPrint

1.6 กรณีใช้เครื่องพิมพ์ Flashforge Hunter สามารถสั่งพิมพืต่อได้เลย กรณีใช้เครื่องพิมพ์ยี่ห้ออื่นๆ สามารถ Export ไฟล์ออกมาเป็น STL ไปใช้ครับเครื่องพิมพ์ของท่านๆได้เลย

สามารถ Export ไฟล์ออกมาเป็นโมเดล STL (กรณีใช้กับเครืองพิมพ์ยี่ห้ออื่นๆ) กรณี Hunter สามารถสั่งพิมพ์ต่อได้เลย
สามารถ Export ไฟล์ออกมาเป็นโมเดล STL (กรณีใช้กับเครืองพิมพ์ยี่ห้ออื่นๆ) กรณี Hunter สามารถสั่งพิมพ์ต่อได้เลย

วิธีที่ 2 (ใช้ได้กับเครื่อง Flashforge Hunter)
2.1 โยนไฟล์ 3มิติเปิดใน FlashPrint เวลาสั่งพิมพ์ให้เลือก infill เป็น 0% กรณีที่พิมพ์กลวง

สามารถปรับ % ความกลวงได้ 0% คือกลวง 5-15% คือมีโครงสร้างอยู่
สามารถปรับ % ความกลวงได้
0% คือกลวง 5-15% คือมีโครงสร้างอยู่

กรณีให้พิมพ์กลวงโดยมีผนังบาง 3มม.
กรณีให้พิมพ์กลวงโดยมีผนังบาง 3มม.

2.2 สามารถเลือก infill เป็น 5-15% ก็ได้เช่นกันเพื่อเพิ่มความแข็งแรง

กรณีกำหนดค่า infill เป็น 10%
กรณีกำหนดค่า infill เป็น 10%

ทั้งนี้ทั้งนั้นกรณีวิธีที่ 1 ดีที่สุดเพียงแต่มีหลายขั้นตอน วิธี 2.1 มีโอกาสที่ทำให้ชิ้นงานเสีย เนื่องจากกลวงแต่ไม่มีโครงสร้างภายในไม่มีโครงสร้างภายใน

Credit : Mamipoko Print3Dd