fbpx

Einscan Pro 2X เปิดตัวโหมด High Detail Features ใน Handle HD Scan

Einscan Pro 2X เปิดตัวโหมด High Detail Features ใน Handle HD Scan

เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการเปิดตัวคุณสมบัติใหม่โหมดรายละเอียดสูง (High Detail) สำหรับ Einchin Scan Pro 2X 2020 โหมดการทำงานใหม่นี้สามารถใช้ได้ในโหมด Handle HD Scan เพื่อดึงรายละเอียดสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ของวัตถุที่จะสแกน

หน้าต่างฟั่งก์ขั่นที่เพิ่มมาใหม่

เมื่อเปรียบเทียบโหมดรายละเอียดสูง (Hight Detail mode) โหมดนี้จะเก็บรายละเอียดที่ได้จะสูงขึ้น คุณภาพข้อมูลสูงขึ้น และการสแกนจับรายละเอียดวัตถุต่างๆ ได้ดีเพิ่มขึ้น
แต่พื้นที่การสแกนจะลดลงเหลือประมาณครึ่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับโหมดแสกนแบบคลาสสิก (Classic scan mode)


คุณภาพของข้อมูล (Data Quality) ด้วยระยะห่างที่จุดเดียวกัน และที่ความละเอียดเดียวกัน (Resolution) คุณภาพของข้อมูลจะสูงกว่าโหมดสแกนแบบคลาสสิก (Classic scan mode)
เปรียบเทียบความแตกต่าง ภายในระยะสแกนเดียวกัน ในโหมดสแกนแบบคลาสสิก (Classic scan mode) คุณภาพของข้อมูลค่อนข้างหยาบ แต่ในโหมดรายละเอียดสูง (Hight Detail mode) จะสามารถรับรายละเอียดได้รวดเร็ว และหนาแน่นขึ้น

Normal scan mode
High Detail scan mode

ระยะการสแกน (Scan Range) การสแกนในช่วงพื้นที่สีเขียว หมายถึงช่วงข้อมูลที่ได้มาจากสแกนครั้งเดียว

Scan range in green area
Scan range in green area
Example object for scan test
เปรียบเทียบการสแกนระหว่าง Classic Mode และ High Detail mode ใน Handle mode

ข้อแนะนำควรรู้เบื้องต้นสำหรับการสแกนในโหมด Handle HD scan
1. เมื่อสแกนวัตถุขนาดใหญ่ และต้องเก็บรายละเอียดสูง การสแกนอาจจะต้องทำมากกว่า 1 ไฟล์ หลังจากนั้นค่อยนำมารวมกัน
2. สามารถสแกนวัตถุขนาดเล็กถึงขนาดกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในโหมด Fixed scan แต่ในโหมด Handle HD scan จะสแกนวัตถุขนาดเล็กได้ยาก
3. สำหรับการสแกนวัตถุขนาดใหญ่หากไม่จำเป็นไม่แนะนำให้ใช้โหมดรายละเอียดสูง (High Detail mode) เนื่องจากช่วงการสแกนเล็กกว่า ใช้เวลาการสแกนนานกว่า และไฟล์ข้อมูลที่จะใหญ่ขึ้น ส่งผลทำให้การประมวล ผลของคอมพิวเตอร์สูงอาจทำให้ซอฟต์แวร์ขัดข้องได้
4. สำหรับการสแกนวัตถุที่มีผิวเรียบ หรือโค้งขนาดใหญ่ ในระยะการสแกนจะได้ค่อนข้างเล็ก จะมีความไวต่อพื้นที่ผิวน้อย แนะนำให้เริ่มการสแกนในโหมดคลาสสิก (Classic scan mode) และหลังจากนั้น สแกนพื้นที่ต่อใน โหมดรายละเอียดสูง (High Detail mode) ไฟล์ในโหมดการสแกนทั้งสอง สามารถมารวมกันหรือเชื่อมต่อพื้นผิวกันได้

แหล่งที่มา Shining 3D

จากงานสแกนสู่งานพิมพ์สามมิติสำหรับชิ้นส่วนมอเตอร์ไซค์

จากงานสแกนสู่งานพิมพ์สามมิติสำหรับชิ้นส่วนมอเตอร์ไซค์

เทคโนโลยีสามมิติเป็นเครื่องมือที่เป็นที่ชื่นชอบและเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลกสำหรับนักประดิษฐ์ นักออกแบบมืออาชีพและวิศวกร การสแกนงานสามมิติในปัจจุบันสามารถเพิ่มความรวดเร็วในการทำงานของนักออกแบบได้มากขึ้นโดยการสแกนแล้วตกแต่งไฟล์เล็กน้อยจากนั้นก็นำมาพิมพ์ได้ทันทีเลย ซึ่งจะประหยัดเวลามากกว่าการวาดขึ้นมาใหม่มาก

ขั้นที่1 สแกน
การสแกนงานให้มีความเรียบร้อย ครบทุกรายละเอียดจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้เป็นอย่างดี และยังช่วดทดแทนกระบวนการออกแบบที่ซับซ้อนและอำนวยความสะดวกให้กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆขึ้นมาให้หลากหลายมากขึ้น
ในงานนี้ได้ใช้EinscanHXในการสแกนชิ้นงานท่อเหล็กด้านซ้ายของมอเตอร์ไซด์ หลังจากที่แสกนเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะได้ชิ้นงานที่เป็นไฟล์นามสกุล.Stl เพื่อนำมาใช้ในขั้นตอนต่อไป

ขั้นที่2 การออกแบบ
หลังจากที่ได้ไฟล์.STL มาแล้วก็จะทำการนำไฟล์เข้าสู่โปรแกรมVoxeldance เป็นซอร์ฟแวร์เสริมสำหรับการเตรียมชิ้นงานและช่วยลดเวลาและช่วยจัดการกระบวนการขึ้นรูปงาน เดิมทีไฟล์SLTจะเป็นไฟล์ที่ประกอบไปด้วยรูปทรงเรขาคณิตต่างๆซึ่งจะถูกซ่อมแซมและปิดพื้นผิวด้วยโปรแกรม เนื่องจากท่อเหล็กสองท่อนนี้ถูกเชื่อมกันแบบสมมาตร จึงได้ทำการสร้างงานในรูปแบบตรงข้าง(งานMirror)เพื่อหาลักษณะดั้งเดิมและซ่อมแซมส่วนที่หายไป

ขั้นตอนที่3 การขึ้นรูป
การขึ้นรูปงานโลหะด้วยการพิมพ์สามมิติจะใช้เครื่องพิมพ์ระบบSLM EP-M250pro ในการพิมพ์ หลังจากพิมพ์แล้วตัวงานสามารถเอาออกมาได้อย่างง่ายดายจากฐานรองพิมพ์ ซึ่งการจัดวางชิ้นงานและการวางซัพพอร์ตของตัวงานถูกให้ง่ายขึ้นจากโปรแกรมVoxeldance ด้วยAutomaic Support Function ที่กำหนดค่าซัพพอร์ตไว้ล่วงหน้าแล้ว ทำให้การพิมพ์ท่อเหล็กสองท่อนั้นใช้เวลาเพียง4.5ชั่วโมง

ขั้นตอนที่4 เก็บงานขั้นตอนสุดท้าย
หลังจากที่ได้งานมาจากเครื่องแล้วก็นำซัพพอร์ตออกจากนั้นขัดแต่งด้วยกระดาษทรายและทำการพ่นด้วยผงคอรันดัมสีขาวเพื่อเพิ่มความสวยงามของชิ้นงานก็เป็นอันเสร็จ

ที่มา: Shining3D

สแกนเนอร์ที่น่าสนใจ

ซอร์ฟแวร์ที่น่าสนใจและเหมาะกับงานสแกนเพื่อพิมพ์

เครื่องพิมพ์ระบบSLM

EinScan-HX Software อัพเดทใหม่มีอะไรน่าสนใจบ้าง!!

EinScan-HX Software อัพเดทใหม่มีอะไรน่าสนใจบ้าง!!

More Functional & More Convenient : EinScan-HX Software Update

สำหรับเครื่องสแกนตัวใหม่อย่าง Einscan-HX ที่เป็นเครื่องรุ่นใหม่จากค่ายของ Shining3D ที่ได้เปิดตัวมาเมื่อไม่นานนี้นั้น ถือว่าเป็นเครื่องสแกนเนอร์ที่เน้นทางด้านของการสแกนงานที่รวดเร็วและแม่นยำ การสแกนงานที่เป็นสีดำ โลหะ มีความมันเงาก็สามารถทำได้ดีเลยทีเดียว พร้อมทั้งยังสามารถสแกนสีของวัตถุได้ในตัวอีกด้วยไม่ต้องติดกล้องสำหรับการเก็บสีเพิ่มเติมเลย หรือพูดง่ายๆ ว่าครบจบในตัวเดียว ซึ่งล่าสุดทาง Shining3D ได้ทำการส่ง e-mail แจ้งทางลูกค้าว่าได้มีการอัพเดทโปรแกรมเวอร์ชั่นใหม่ออกมาโดยการเพิ่ม Function&Convenient เพื่อให้การทำงานสะดวกสบายและครบครันมากยิ่งขึ้นต่อการทำงานทางด้าน Engineer เดี๋ยวเราจะมาดูกันว่า software ที่มีการอัพเดทมานั้นมีอะไรเพิ่มมาบ้าง

      1. โหมดใหม่ที่ใช้ในการทำงาน (New mode of software operation)
        a) Function of right-click menu
        เมื่อทำการคลิกขวาที่เมาส์ จะมีเมนูเพิ่มเติมขึ้นมาให้เลือกใช้งาน เช่น การเลือก, การยกเลิก, การลบ และการปรับมุมมองการมองงาน

        b) Selection tools
        เพิ่มเครื่องมือในการเลือก point เพื่อทำการลบส่วนเกินที่เราไม่ได้ต้องการออกจากงานสแกนเข้ามาใหม่ 3 เครื่องมือ คือการเลือกข้อมูลแบบ
        -Rectangular tool คือการเลือกข้อมูลโดยการคลิกเมาส์ซ้ายจากนั้นวงเลือกตามปกติได้เลย
        -Polygon tool คือการเลือกข้อมูลแบบกรอบสี่เหลี่ยม
        -Paintbrush คือการเลือกข้อมูลแบบการระบายในจุดที่เราต้องการ

        Polygon tool selection
        Rectangular tool selection
        Paintbrush tool selection

        Select all data or select a connected domain

    ส่วนที่ฟังก์ชั่นด้านล่างจะมีเครื่องมือเพิ่มเติมอีกสามารถลเือกข้อมูลแบบทั้งหมดหรือสามารถเลือกข้อมูลส่วนที่เชื่อมต่อกับตัวงานหลัก โดยการ connect domain จะช่วยให้เราทำงานได้งานมากยิ่งขึ้นเพราะ software จะเป็นตัวคำนวนให้ซึ่งสามารถลบส่วนที่เป็น point error ได้ด้วย

     c) The UI for meshing and post-process was also improved to be more user friendly หน้าต่างของการปิดผิวหรือซ่อมแซมไฟล์งานสแกนหรือที่รู้จักกันว่า mesh model ที่มีทั้งแบบ unwatertight (ปิดเฉพาะผิวด้านนอก) และ watertight (ปิดผิวแบบตัน) ซึ่งจะออกแบบหน้าต่างส่วนนี้ใหม่ให้ใช้งานง่ายมากยิ่งขึ้นจะอยู่ในด้านซ้ายมือสามาถเลือกสลับไปมาได้ทันทีไม่ต้องปิด-เปิดไฟล์งานสแกนใหม่ และได้ปรับที่หน้าต่างของการ post-process menu ด้วยเช่นกัน

  1. หน้าต่างMeshing menu ในการทำ Mesh model
    การ Post-process menu

    ซึ่งเมนูนี้ก็จะโดนย้ายมาไว้ด้านซ้ายมือเช่นกัน โดยจะแบ่งตามหัวข้อต่างๆ ในการทำงานของการ Post-processing ผิวงานจะแบ่งเป็น การแก้ไขสี(texture), การลดจำนวนข้อมูลและขนาดไฟล์สแกน(simplification), การเพิ่มคุณภาพ(mesh optimization), การทำผิวเรียบ(smooth), การลบส่วนเกินเล็กๆ ที่ลอยอยู่บนผิวงาน(remove small floating parts), การปิดรูแบบอัตโนมัติ(auto hole filling) และการปิดรูด้วยตัวเอง(manual hole filling)

  2.       2. ฟังก์ชั่นการเชื่อมผิวชิ้นงาน (Project alignment function)
    ฟังก์ชั่นการใช้ marker และ feature ในการเชื่อมผิวของชิ้นงานสแกนซึ่งจะเพิ่มเครื่องมือมาให้เลือกถึง 3 แบบที่จะใช้เลือกเชื่อมต่อชิ้นงานสแกน
  3. by feature เลือกการเชื่อมผิวแบบใช้ลักษณะของชิ้นงานเป็นจุดเชิ่อมต่อแต่ละชิ้นโปรแกรมจะคำนวณให้อัตโนมัติ

    การ alignment แบบ feature
  4. by marker เลือกการเชื่อมผิวแบบใช้ point marker ที่สแกนมาเป็นจุดเชิ่อมต่อแต่ละชิ้นโปรแกรมจะคำนวณให้อัตโนมัติ

    การ alignment แบบ marker
  5. by manual เลือกการเชื่อมแบบใช้ลักษณะของชิ้นงานเป็นจุดเชิ่อมต่อแต่ละชิ้น ซึ่งจะเลือกจุดเชื่อมเองได้ทั้งหมด 9 จุด
    การ alignment แบบ manual จะเลือกจุดได้ทั้งหมด 9 จุด

    3. การสแกนแบบติดจุด (Marker scan)

  6. ในการสแกน marker เพื่อเก็บ global marker file จะได้นำไปใช้งานต่อในการสแกน rapid scanใ นส่วนนี้จะเลือกsaveเป็นไฟล์ (.p3) ได้เท่านั้นเพื่อให้ได้ตำแหน่งของ marker ที่แม่นยำที่สุด
  7. การสแกนเก็บ Marker point เพื่อสร้างเป็นไฟล์ global marker(.p3)

    4. การลบ ตัด ส่วนเกิน (Cutting plane)

  8. เพิ่มเครื่องมือในการเลือกส่วนของชิ้นงานสแกนเพื่อลบหรือทำงานต่อแบบเป็น plane cutting โดยจะแบ่งออกเป็น
  9. -Fitting point cloud การสร้าง plane cut โดยการกำหนดจุดจาก point cloud จากนั้นโปรแกรมจะทำการ fitting plane ให้พอดีเองจากข้อมูลที่ได้เลือกไว้

    การสร้าง plane cutting จาการ fitting point cloud
  10. -Creating straight line  การสร้าง plane cut โดยการขีดเส้นเพื่อเป็นเลือกในการสร้าง plane base จากข้อมูล

    การสร้าง plane cutting จาการ creating straight line
  11. -Markers การสร้าง plane cut โดยการเลือกmarker จากนั้นโปรแกรมจะทำการ fitting plane และสร้างเป็น plane base ให้
  12. การสร้าง plane cutting จาการ markers point
    เมื่อสร้าง plane cutting สร้างเลือกลบ สลับข้อมูล หรือแก้ไขอื่นๆ ได้

    เมื่อทำการลบข้อมมูลแล้วจะสามารถกลับไปสแกนต่อได้

  13. 4. เพิ่มช่องทางการรับแก้ไขไฟล์สแกนเป็น CAD (ฟรี!!)
  14. สร้างส่งไฟล์ที่จะได้เสร็จเรียบร้อยแล้วไปให้ทาง shining3d แก้ไขเป็นไฟล์ CAD ได้โดยผ่านช่องทาง e-mail : cad@shining3d.com ซึ่งจะมีระยะเวลาจนถึงสิ้นเดือนนี้ แต่จะมีข้อกำหนดว่าฟรีนั้นไฟล์จะใช้เวลาในการทำอยู่ภายใน 3 ชั่วโมง ถ้าไฟล์ที่ส่งมายากเกินไปต้องใช้เวลานานเกิน 3 ชั่วโมงทาง shining จะมีคิดค่าใช้จ่ายแต่จะติดต่อส่งข้อเสนอมาให้ก่อนหรือถ้าสงสัยให้ติดต่อทาง einscan_support@shining3d.com

ลูกค้า วิจิตรศิลป์ สจล. EinScan ProHD

ลูกค้า วิจิตรศิลป์ สจล. EinScan ProHD

เข้าสู่รั้วมหาลัยกันบ้าง เมื่องานอาร์ตต้องการเทคโนโลยีเพื่อการใช้งานสำหรับการทำงาน3D อย่างภาควิชา วิจิตรศิลป์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ทางภาควิชาได้สั่งเครื่อง EinScan Pro HD ตัวท็อป ที่โดดเด่นในด้านการสแกนโมเดลที่ละเอียดและสามารถเก็บรายละเอียดได้ครบถ่วนนำไปใช้ทำงานอื่นต่อได้ทันที

เหมาะแก่การนำไปใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนเพื่อให้นักศึกษาได้เข้าถึงเทคโนโลยีในปัจจุบันและพัฒนาไปใช้ทำผลงานต่างๆเพื่อสร้างชื่อเสียงให้โด่งดังต่อไป

และของใหม่รุ่นล่าสุด

 

เรานำส่งเครื่องสแกนเนอร์ และสอนการใช้งานอย่างละเอียด พร้อมกับทดลองการสแกนเพื่อนำไปใช้งานได้จริง

ตอบปัญหา ข้อสงสัยต่างๆ เพื่อให้ผู้ใช้ได้เข้าใจและสามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสม สมบูรณ์

 

FlashPrint 4.5.0

FlashPrint 4.5.0

FlashPrint 4.5.0

ใน FlashPrint เวอร์ชั่นใหม่นี้มีการปรับปรุงค่าการพิมพ์หลายอย่าง ซึ่งช่วยให้การพิมพ์ดีขึ้น และสะดวกขึ้น จะรายละเอียดดังต่อไปนี้

  1. เพิ่มคำสั่งในการปรับเปลี่ยนปริมาณการไหลของพลาสติก และความเร็วในการพิมพ์ ในชั้นที่อยู่ถัดจาก raft ขึ้นไป เพื่อช่วยให้ผิวของงานเหนือ raft สวยขึ้น
  2. เพิ่มฟังก์ชั่นในการ Import และ Export โปรไฟล์ของการพิมพ์ ทำให้สะดวกในการส่งต่อ หรือนำเข้าโปรไฟล์จากเครื่องอื่นได้
  3. เพิ่มฟังก์ชั่นการบันทึกชนิดของเส้นพลาสติกลงในไฟล์ gcode โดยอัตโนมัติ
  4. เพิ่มการปรับความละเอียดสูงสุด ให้เป็นไปตามขนาดหัวพิมพ์ที่ใช้โดยอัตโนมัติ
  5. ปรับค่าการพิมพ์โดยทั่วไปให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
  6. ปรับปรุงการแปลบางภาษา
  7. การปรับปรุงอื่น ๆ

สแกนด้านหลัง/งานโค้งมน ยากจัง!!!!! ทำไงดี

สแกนด้านหลัง/งานโค้งมน ยากจัง!!!!! ทำไงดี

สแกนด้านหลัง/งานโค้งมน ยากจัง!!!!! ทำไงดี

อีกหนึ่งปัญหาของการสแกนงานประเภท Engineering part คือ การเชื่อมต่อระหว่างด้านกับด้านหลัง ซึ่งส่วนใหญ่ลักษณะของงานทั้งสองด้านจะแตกต่างกันเช่น ฝาครอบท่อไอเสียรถจักรยานยนต์ กันชนรถ เป็นต้น ทำให้การเชื่อมต่อกันระหว่างหน้ากับหลังจึงทำได้ยาก วิธีแก้ปัญหานี้ก็จะมีหลายวิธีจะขึ้นอยู่กับเทคนิคส่วนตัวของผู้ใช้งานครื่องScanner เช่น  การใช้โหมด Fixed Scan แล้วทำการค่อยๆสแกนไปทีละส่วน หรือการจับชิ้นงานหมุนด้วยมือเลย ซึ่งอาจทำให้สแกนติดมือผู้จับได้

แม้ว่าสแกนเนอร์จะถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่องแต่ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่หลายข้อซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้ใหม่ทำงานได้ยากและนี่เป็นหนึ่งในวิธีที่ทำให้ผู้ใช้งานเก่าและใหม่ทำงานได้ง่ายขึ้น…….

การใช้บางอย่างมาค้ำแล้วค่อยๆสแกนในส่วนด้านหน้าแล้วไล่ไปด้านหลังงานอย่างช้าๆ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง แต่ปัญหาเราจะตัดส่วนเกินที่เราไม่ต้องการอย่างไรให้ไม่ทำร้ายชิ้นงาน ดังนั้นสิ่งของที่จะใช้ค้ำงานระหว่างสแกนต้องเล็กและแข็งแรง สแกนเนอร์ต้องมองเห็นจับได้ชัดเจน

สามเหลี่ยมน้อยๆ เหล่านี้ก็ถือเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งในการช่วยให้งานสแกนง่ายขึ้น โดยนำไปค้ำงานในจุดที่ต้องการได้ทันที ซึ่งสามเหลี่ยมเหล่านี้ต้องติดMarkerเพื่อการสแกนติดง่ายขึ้น จะเป็นการเพิ่มจุดอ้างอิงให้กับชิ้นงานทำให้โปรแกรมโปรแกรมไม่สับสนระหว่างจุดเดิมกับจุดใหม่ แล้วทำไมต้องเป็นสามเหลี่ยมล่ะ……….

เพราะเนื่องจากสามเหลี่ยมมีปลายแหลม สแกนติดง่าย หากติดMarkerก็จะยิ่งทำให้โปรแกรมสแกนจุดยากๆที่ใกล้สามเหลี่ยมได้ง่ายไปอีกและยังเป็นการเพิ่มจุดอ้างอิงให้กับงานที่มีลักษณะกลมได้อีกด้วยนะ จึงทำให้การแสกนงานที่มีลักษณะกลมไม่ยากอีกต่อไป

หลังจากสแกนงานก็จะมีสามเหลี่ยมติดมาด้วย

ทำการจัดการลบส่วนเกินให้เรียบร้อยและลบสามเหลี่ยมออกไป

จะเห็นว่าหลังจากลบสามเหลี่ยมออกตัวงานจะไม่เสียหายเลยเพราะว่าที่ปลายสามเหลี่ยมสามารถลบได้ง่ายมาก

 

👉สรุป…….

การใช้สามเหลี่ยมค้ำงานจะช่วยในการสแกนด้านที่เข้าถึงยากของงานจึงทำให้การพลิกงานมาสแกนอีกด้านจะทำให้ง่ายมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มจุดอ้างอิงให้กับงานที่มีลักษณะกลมมนให้สแกนติดง่ายขึ้นเมื่อหมุนชิ้นงานไป

😍นี่เป็นอีกเทคนิคนึงที่ผู้ใช้สแกนเนอร์หลายๆคนใช้เพราะทำให้งานที่สแกนมีจุดอ้างอิงมากขึ้น ซึ่งยังมีเทคนิคอีกมากมายที่ทำให้การสแกนงานง่ายขึ้น😍

 

ลูกค้า: กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย จัดไป 5 เครื่อง Adventurer3 เพื่อเป็นสื่อการเรียนการสอน❤️

ลูกค้า: กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย จัดไป 5 เครื่อง Adventurer3 เพื่อเป็นสื่อการเรียนการสอน❤️

ต้อนรับเข้าสู่ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย
รางวัลเชิดชูเกียรติมากมายสมคำร่ำลือ เข้ามาสู่ห้องที่กำลังเตรียมการเป็น Fablab เป็นห้องปฏิบัติการสำหรับการเรียนรู้วิศวกรรมและสื่อการเรียนการสอนต่างๆทางบริษัทของเราได้นำตัวอย่างมากมายที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์3มิติ มีหลากหลายให้เห็นว่าสามารถนำไปใช้กับงานวิชาการอะไรได้บ้าง อย่างเช่น วิทยาศาสตร์หรือทางวิศวกรรมเบื้องต้นได้

ได้ทดลองจับชิ้นงานจริง
เรียนรู้สิ่งใหม่ๆที่สามารถนำไปปรับมใช้กับการศึกษาได้

สอนการติดตั้งเครื่องและส่วนประกอบต่างๆของเครื่องพิมพ์

ให้นักเรียนได้ลองติดตั้งและเรียนรู้ด้วยตัวเองหลังจากากรสอนโดยทางโรงเรีรยนได้จัดซื้อ Adventurer3 ไป 5 เครื่องเพื่อให้เพียพอต่อการเรียนการสอนให้กับนักเรียนจำนวนมากได้

สอนการใช้โปรแกรม Flashprint ในการเตรียมพิมพ์อย่างละเอียด

 

เสริมกำลังให้กับ เบิ้มปั้นดาว ด้วยเครื่อง Full Scale Max 1,000 

เสริมกำลังให้กับ เบิ้มปั้นดาว ด้วยเครื่อง Full Scale Max 1,000 

เสริมกำลังให้กับ เบิ้มปั้นดาว ด้วยเครื่อง Full Scale Max 1,000 

บริษัท เบิ้มปั้นดาวนั้นเป็นบริษัทที่รับทำม็อคอัพ แกะโฟม ปั้น หล่อ ทุกชนิด เป็นโรงงานผลิตต้นแบบและโมเดลสแตนดี้ขนาดใหญ่ยักษ์ ทำต้นแบบกันเป็นเมตรๆ!!!

ตัวอย่างงานของ เบิ้มปั้นดาว
ตัวอย่างงานของ เบิ้มปั้นดาว
ตัวอย่างงานของ เบิ้มปั้นดาว

ลักษณะงานโดยส่วนใหญ่เป็นงานที่มีขนาดใหญ่และปัจจุบันยังใช้แรงงานคนในการทำงานเป็นหลักอยู่ ทางโรงงานจึงเล็งเห็นการนำเทคโนโลยีเครื่องพิมพ3มิติเข้ามาช่วยในการทำต้นแบบก่อนที่จะนำไปทำพิมพ์หรือลงสีต่อไป เป็นการช่วยลดเวลาในการทำงานและช่วยให้ชิ้นงานขึ้นรูปทรงที่ซับซ้อนได้ง่ายมากขึ้น และพร้อมนำไปขัดแต่งทำสีต่อได้ทันที ทาง Print3DDเลยต้องจัดเสริมทัพด้วยเครื่องใหญ่เบิ้มอย่าง 💥Full Scale Max 1,000💥 เครื่องพิมพ์ Filament ที่มีขนาดการพิมพ์ 1000 x 1000 mm. หรือ 1 x 1 เมตร

ภาพ การลงเครื่องที่ เบิ่มปั้นดาว
ภาพ การลงเครื่องที่ เบิ่มปั้นดาว

มาพร้อมกับช่าง มาพร้อมติดตั้งและเดินสายไฟให้พร้อมทำงานทันที

บริการติดตั้งครบถ้วนสมบูรณ์
บริการสอนการใช้งานอย่างละเอียด
บริการสอนการใช้งานอย่างละเอียด

อธิบายส่วนต่างๆของเครื่องพิมพ์อย่างละเอียด และเข้าใจง่าย โดยผู้มีประสบการณ์

บริการสอนการใช้งานอย่างละเอียด

สอนการใช้งานโปรแกรมที่มาพร้อมกับเครื่องพิมพ์ อย่างละเอียด ตอบทุกข้อสงสัยได้ทันที

บริการสอนการใช้งานโปรแกรมสำหรับการพิมพ์อย่างละเอียด

เมื่อได้รับเครื่องเสร็จเรียบร้อย ทางเบื้มปั้นดาว ก็ทดลองใช้งานเลย ถ่ายภาพผลงานที่ทดลองมาให้ชมด้วยครับ😁

โดยทดลองพิมพ์ที่ความละเอียดต่ำ และ Infill น้อยเนื่องจากต้องการเพียงแค่เช็คขนาดว่าสามารถทำการพิมพ์ขนาดใหญ่ได้ดีแค่ไหนครับ..

ขนาดการพิมพ์ 300x300x100 mm.

ถือว่าเครื่องพิมพ์สามารถพิมพ์งานชิ้นเล็กได้เหมือนกัน รายละเอียดยิบย่อยตัวเครื่องสามารถเก็บได้หมด….

TimeLab Preview

หากสนใจเครื่องพิมพ์ Full Scale Max 1,000 ติดต่อมาได้โดยตรง…

 

CreatorPro2 Reviewละเอียดยิบ ของมันต้องมี🔥🔥

CreatorPro2 Reviewละเอียดยิบ ของมันต้องมี🔥🔥
CreatorPro2 Reviewละเอียดยิบ ของมันต้องมี🔥🔥
เรามาทำความรู้จักเบื้องลึกกับเครื่องพิมพ์3มิติ CreatorPro2  รุ่นที่ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เนื่องจากเป็นตัวที่ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก มีหัวพิมพ์อิสระ 2 หัว ที่จะช่วยให้คุณสามารถทำงานได้เร็วขึ้น งานหลากหลายมากขึ้น สามารถทำ2สีได้ในตัวเดียวกัน
แต่ก่อนหน้าเรามาทำความรู้จัก CreatorPro รุ่นก่อนๆ กันดีกว่าว่าเป็นยังไงคร่าวๆกันครับเพื่อให้เห็นข้อแตกต่างของตัวรุ่น Pro2 ได้อย่างชัดเจน
Creator Pro 2016
Flashforge Creator Pro รุ่นเก่า
Flashforge Creator Pro เป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดของ Flashforge และของร้าน Print3DD เราเลยก็ว่าได้ หรือจะเรียกได้ว่าเป็น Flagship ของยี่ห้อ Flashforge เลยครับ
เป็นเครื่องพิมพ์สามมิติรุ่นใหม่ที่พัฒนามาจาก Flashforge Creator การทำงานของมันคล้ายกับเครื่องรุ่นก่อนหน้า 
มีการออกแบบโครงโลหะให้หนาขึ้น เพิ่มแผ่นโลหะป้องกัน MainBoard และ หน้าต่างอะคริลิก สำหรับเปิด-ปิด รวมถึงหลังคา เพื่อป้องกันเสียง/กลิ่น และรักษาอุณหภูมิภายในให้คงที่มากขึ้น ดังนั้นเครื่องจึงมีน้ำหนักค่อนข้างมาก
ซึ่งเป็นต้นแบบของเครื่องพิมพ์รุ่นต่อๆมาของ Flashforge 
ข้อสังเกตของรุ่นนี้
คือ 📌 Interface ยังเป็นระบบ “กดปุ่ม” ธรรมดา หากตัวกดพัง อาจจะต้องแงะออกมาซ่อม ซึ่งเสี่ยงในหลายๆอย่าง และหน้าจอ ยังมีแค่เพียง Text อยู่
ปุ่มทิศทางในการเลือกคำสั่งของเครื่องพิมพ์
📌 ถึงจะเป็นเครื่องพิมพ์ที่มี 2 หัว แต่เป็น 2 หัวที่ติดกัน ทำให้ยังคงพิมพ์ได้แค่ทีละโมเดลอยู่ และถ้าหากตัวหัวพิมพ์เสียอาจจะลามไปอีกหัวได้ ซึ่งจะเป็นเรื่องใหญ่ในการซ่อมแซมอีกด้วย😨😨😨
หัวฉีด 2 หัวแบบติดกัน
📌 เรื่องกวนใจของผู้ใช้งานหลายๆท่านที่ FeddBack กลับมาคือเสียงที่ค่อนข้างดังไปสักนิด ซึ่งอาจจะไม่เหมาะกับการใช้ในบ้านหรือ สำนักงานเท่าไหร่
📌 ขนาดชิ้นงานที่ทำได้ถือว่าเป็นมาตรฐาน Creator Pro มีบางจุดที่ต้องการการปรับแต่งอย่างละเอียด เพื่อใช้งานมันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
จากที่กล่าวมาข้างต้น ด้วยข้อด้อยที่เห็นนั้นทำให้ผู้พัฒนา Flashforge ได้ปรับปรุงแก้ไขตัวเครื่องและซอฟแวร์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นจากตัวเดิม จนออกมาเป็น
💥💥CREATOR PRO2💥💥
ผู้ช่วยที่จะทำให้งานของคุณมีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ในแบบที่ ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม
CreatorPro2 รุ่นใหม่ล่าสุด
มาใหม่รุ่นล่าสุด ปี 2020 มาพร้อมกับระบบ 2 หัวฉีดอิสระในราคาเท่าเดิม…
หลายๆอย่างถูกเพิ่มเติมเข้ามา ทั้งด้านการใช้งานและด้านการออกแบบ ซึ่งเราจะมาว่ากันที่ตัวโครงสร้างภายนอกก่อนจะดีกว่า ว่ามันแตกต่างและดีกว่ายังไงบ้าง
👉อย่างแรกที่เห็นคือการออกแบบที่ยังคงความเป็นรุ่น Creator Pro อยู่ เปลี่ยนสีนิดหน่อยจากดำล้วนเป็นเทาเข้ม ตัดกับส่วนบนที่เป็นสีดำ ทำให้ดูทันสมัยมากขึ้น
โครงสร้างหลักเป็นโลหะ มีความแข็งแรง ทำให้ค่อนข้างมีน้ำหนัก แต่ก็ยังหนักไม่ต่างกับตัวเก่าอยู่ ซึ่งน้ำหนักนี้มีผลดีตรงที่เวลาเครื่องพิมพ์งานอยู่ตัวเครื่องจะไม่ได้โครงเครงไปซึ่งจะทำให้การพิมพ์เสียหายได้
ภาพการเทียบสีของทั้ง2รุ่น

มาพร้อมหูจับที่สะดวกสบายเหมือนกับรุ่นก่อนเลยครับ…

พื้นที่การจับมีมากพอให้จับถนัดมือ

และที่แตกต่างจากตัวรุ่นก่อนที่เห็นได้ชัดจากภายนอกเลยคือ!!! หน้าจอ LCD TouchScreen ซึ่งทำให้เราไม่ต้องมานั่งกดปุ่มจนหัวร้อนอีกต่อไป ทำให้เกิดความสะดวกสบาย ใช้งานง่าย หน้าจอ Interface ที่ดูไม่ยาก สัญลักษณ์ที่เข้าใจง่าย

โดยตัวฟังก์ชันบนหน้าจอเครื่องพิมพ์ จะปรับให้เหมือนกับตัวเครื่องรุ่นใหญ่ๆรุ่นอื่น ทั้งการเลือก การปรับ Auto level เปลี่ยนFolament ปรับอุณหภูมิที่หัวซ้าย-ขวา และสถานะอื่นๆของเครื่องได้
LCD TouchScreen
4.และนี่เป็นอย่างหนึ่งที่ค่อนข้างน่าเสียดายมากเกี่ยวกับเครื่องรุ่นใหม่นี้ คือ รุ่นใหม่นี้ยังคงใช้การเสียบ SD Gard ในการป้อนข้อมูลการพิมพ์อยู่ โดยตัวรุ่นใหญ่อื่นๆเขาใช้การสั่งงานออนไลน์กันหมดแล้ว โดยตัวใหม่นี้ได้ทำการย้ายช่องเสียบ SD Gard มาไว้ข้างขวาภายนอกเครื่อง ต่างกับเครื่องรุ่นก่อนที่ไว้ข้างใน ซึ่งก็จะช่วยปรับปรุงในเรื่องการรักษาตัว SD Gard เนื่องจากรุ่นก่อนเสียบไว้ข้างใน ซึ่งอาจจะทำให้ตัว SD Gard เสื่อมสภาพได้เร็วหากทำการพิมพ์งานด้วยอุณหภูมิสูงเป็นเวลานานๆ
4.1ซึ่งการเสียบ SD Gard แบบนี้ จะทำให้ตัวเครื่องไม่สามารถเก็บข้อมูลไฟล์งาน เพื่อใช้ในการพิมพ์ซ้ำแบบไม่ได้เสียบ SD Gard เหมือนกับเครื่องที่พิมพ์ออนไลน์ได้ แต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรมากนักเพราะเครื่องสามารถเสียบ SD Gard คาไว้ได้ตลอดเวลา
ภาพการเปรียบเทียบช่องเสียบ SD Gard

มาดูที่ด้านหลังกันบ้าง ตัวใหม่นี้ก็ยังคงมี Spool 2 ข้าง ถอด/ใส่ ง่ายสบายๆแค่บีบหัว>ใส่ม้วนแกน แล้วตัวมันจะล็อกไม่ให้ม้วน Filament ไหลออกมาระหว่างการพิมพ์แน่นอน!!!

Spool คู่
ขออนุญาตแวะมาขายของสักนิด กับFilament แบรนด์คนไทย ไทยทำไทยใช้ กับ 3DD Brand
5.ฝาบนที่มีไว้เพื่อควบคุมอุณหภูมิ หากต้องการพิมพ์งานที่ใช้ Filament ในการพิมพ์อุณหภูมิสูงๆ อย่าง ABS
ฝาบน ใส แข็งแรง เก็บความร้อนได้ดี
คราวนี้เรามาดูภาพในกันบ้าง
1.อย่างแรกเลยจุดเด่นที่เห็นได้ชัดและเป็นตัวชูโรงของตัวรุ่นใหม่ก็คือ 2 หัวฉีด แบบอิสระ แยกออกจากกัน (IDEX : Independent Extruders)
ทำไมมันถึงโดดเด่นเด้งดึ๋งขนาดนี้นะ….นั่นก็เพราะว่าตัวหัวฉีดที่แยกกันแบบนี้มีประโยชน์มากในเรื่องของการพิมพ์ในรูปแบบ Mass หรือพิมพ์งานจำนวนเยอะในเวลาที่เร็วขึ้น การพิมพ์แบบ Mirror และอื่นๆอีกมากมาย เดี๋ยวเราจะมาเหลาให้ฟังว่ามีฟังก์ชันที่น่าสนใจอะไรบ้าง….
แบบพิมพ์ Duplicate สองชิ้นพร้อมกันมีประโยชน์ในเรื่องของการพิมพ์โมเดลในการทำซ้ำ หลายชุด ซึ่งสามารถลดการทำงานได้ถึง50% เช่น ชิ้นงานนึงพิมพ์3ชั่วโมง ต้องการ10ชิ้น ก็จะกลายเป็น 30ชั่วโมงในการพิมพ์งานชุดนี้ แต่หากเป็นสองหัว ตัวหัวจะแยกฝั่งและพิมพ์ขึ้นมาพร้อมกันทีเดียวเลย นั่นก็จะกลายเป็นว่าทำการพิมพ์ 10 ชิ้นใช้เวลา 30หาร2 เท่ากับ 15 ชั่วโมงเท่านั้น ทำให้ให้ได้ชิ้นงานที่มีคุณภาพ รวดเร็ว และยังสามาถแยกสีได้อีกด้วย

การพิมพ์แบบ Mirror คือการพิมพ์2ชิ้น สลับด้านเข้าหากัน ซึ่งมีประโยชน์หากต้องการชิ้นงานที่สลับด้านกัน เพียงแค่เราขึ้นไฟล์งาน3D ชิ้นเดียว ก็เอาเข้า Flashprint และพิมพ์ Mirrorกันได้เลย รวดเร็วและสะดวกไม่ต้องมานั่งทำMirrorในโปรแกรม3Dเอง เพราะบางทีถ้าเราทำไฟล์3D แบบMirrorกัน2ชิ้น ไฟล์จะหนักกว่าทำชิ้นเดียวแน่นอน

การพิมพ์แบบ 2 Colour เหมือนกับ CreatorProรุ่น ก่อน แต่เนื่องจากมีหัว 2 หัวแยกจากกัน ทำให้หากเกิดอะไรเสียหายที่หัวนึง อีกหัวนึงก็ยังไม่เป็นอะไร ต่างจากรุ่นก่อนที่หัวติดกันเลย ถ้าเกิดปัญหาอาจจะต้องเปลี่ยนทั้ง 2 หัว
**ข้อสังเกตของฟังก์ชันนี้คือเนื่องจากรุ่นใหม่นี้หัวแยกจากกัน ทำให้การทำงานจะใช้เวลาช้ากว่าหัวที่อยู่ติดกันนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรในการพิมพ์มากมายนัก
**ตัวโมเดลที่จะนำมาพิมพ์ต้องเป็นโมเดล 2 ชิ้นที่แยกออกจากกัน เพื่อแบ่งสีของหัวซ้าย-ขวา โปรโกรมFlashPrint ไม่สามารถแก้ไขตัวโมเดลได้

การพิมพ์ Support PVA ประโยชน์อีกอย่างของการพิมพ์ 2 หัวได้ ก็คือสามารถเลือกใช้ตัว PVA เส้น Filament ที่มีคุณสมบัติในการละลายน้ำได้ เนื่องจากละลายน้ำได้ทำให้เราไม่จำเป้นต้องแกะซับพอตด้วยตัวเอง เพียงแค่พิมพ์เสร็จแล้วนำไปแช่น้ำทิ้งไว้ให้ตัว PVA ละลายตกตะกอนไปเอง เหมาะกับงานที่มีความซับซ้อนมากๆ ซึ่งหากเป็นซัพพอร์ตเส้น Filament ทั่วไปจะทำให้แกะออกค่อนข้างยาก และอาจะทำให้ตัวงานเสียหายได้

แช่น้ำเสร็จก็เช็ดทำความสะอาดได้ง่ายๆ

แต่หากเป็นงานที่เป็นชิ้นเดียวที่วางไว้ตรงกลางสีเดียวแบบพิมพ์ Support PVA หรือ สองสีในตัวเดียวกัน ส่วนหัวฉีดแต่ละหัวจะสามารถเลื่อนมาพิมพ์บริเวณตรงกลางได้ทั้งคู่ ทำให้ไม่เกิดช่องว่าง (Gap) ของการพิมพ์
หัวฉีดทั้งสองตัว สามารถพิมพ์ตรงกลางได้ไม่เกิดGap
อีกอย่างหนึ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาใหม่ก็ตือ แผ่น Aluminium ที่พักหัวฉีด หลายคนคงจะสงสัยว่ามีไว้ทำไม จริงๆแล้วค่อนข้างมีประโยชน์มากๆ เป็นพาร์ทเสริมที่เอาไว้ขณะที่พิมพ์หัวนึงอยู่อีกหัวจะเคลื่อนมาเข้าที่แผ่นพักไว้ทำให้เส้นพลา่สติกที่กำลังร้อนอยู่ไม่เกิดการย้อยลงมา อีกทั้งยังเป็นการล้างรูปหัวฉีดอีกด้วย ทำให้ลดการเกิดเส้นใยขึ้นที่ตัวชิ้นงาน😋 (เครื่องรุ่นใหม่ๆก็เริ่มติดตั้งกันหมดแล้ว)
และจะสังเกตเห็นได้ว่าตัวหัวฉีดนั้น Motor Feed แบบ Direct Drive สามารถใช้งานร่วมกับพลาสติกที่อ่อนได้ เช่น เส้น Flex
2.ส่วนของฐานพิมพ์ (Platform) จะสามารถพิมพ์ได้ที่นาด 200x150x150 mm. และขนาดการพิมพ์แบบ Duplicateและ Mirror อยู่ที่ 80x148x150 mm. เพื่อรองรับการพิมพ์ 2 ชิ้นพร้อมกัน
3.สามารถทำความละเอียดในการพิมพ์แต่ละชั้นได้สูงถึง 50 Micron หรือประมาณ 0.05 mm. ซึ่งถือว่าละเอียดกว่ารุ่นก่อนที่อยู่ที่ 100 Micron หรือ 0.1 mm.
4.ในด้านตัว Soft Ware จะรองรับไฟล์ STL, OBJ, X3G, FPP และอื่นๆ มาพร้อมกับซอฟแวร์ที่แถมมากับเครื่องอย่าง FlashPrint เป็นโปรแกรมตั้งค่าสำหรับการพิมพ์เครื่อ Flashforge โดยฉะเพาะ ซึ่งในโปรแกรมสามารถหด/ขยาย ตัดแบ่ง ตัวโมเดลก่อนพิมพ์ได้
สเปคเครื่องพิมพ์คร่าวๆ
🧏‍♂️จากที่ได้ลองใช้งานมาได้สักพัก ค้นพบว่าการที่หัวฉีดแยกกันอย่างอิสระทำให้ทำงานง่ายขึ้นทั้งด้านการพิมพ์ที่ออกมาเรียบเนียนสวยงาม เหมาะกับการพิมพ์งานจำนวนมากๆ ไม่มีหัวฉีดข้างๆมาเกะกะทำเส้นใยพลาสติกย้อยไปมาเหมือนกับรุ่นก่อน
การใช้หน้าจอ TouchScreen และ Interface ที่ใช้ง่ายมากกว่าการกดปุ่ม ที่สำคัญด้านการซ่อมแซ่มที่สามารถทำได้ง่ายและหากเกิดความเสียหายสักหัวนึงเราก็ยังสามารถใช้อีกหัวนึงพิมพ์งานไปก่อนได้หากมีงานเร่งรีบที่ต้องทำ เมื่อเสร็จงานค่อยมาซ่อมอีกหัวนึงก็ยังได้
แถมด้วยราคาใกล้เคียงกับรุ่นก่อนด้วย คุ้มส้ะยิ่งกว่าคุ้ม!!!
👉สรุปจุดสังเกตของเครื่อง Creator Pro 2👈
1. ความน่าเสียดายของตัว Creator Pro 2 คือยังคงใช้ SD Gard ในการนำไฟล์เข้ามาพิมพ์อยู่ ซึ่งเครื่องรุ่นๆอื่นเป็นการสั่งงานออนไลน์หมดแล้ว
2.ตัวแกนZ ไม่ได้ล็อกให้อยู่กับที่ สามารถขยับขึ้นลงได้ หากขยับขึ้นPlatformจะเลื่อนลงมาเอง แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาแต่อย่างใด
3.ไม่รู้ว่าเป็นข้อเสียหรือข้อดีหรือไม่ เวลาพิมพ์งานเสร็จแล้วเวลาแกะโมเดลออกจะค่อนข้างแกะออกจากฐานพิมพ์ยาก เพราะติดกับฐานพิมพ์แน่นมากกก ซึ่งก็เป็นผลดีเพราะเวลาพิมพ์งานจะไม่ล้มแน่นอน
***ข้อแนะนำคือใช้เกรียงแซะข้างๆให้ได้ก่อนแล้วจึงค่อยแซะดันข้าไปจนโมเดลหลุดออกมา
4.ในด้านการพิมพ์ 2 สีในหนึ่งโมเดล เนื่องจากรุ่นใหม่นี้หัวแยกจากกัน ทำให้การทำงานจะใช้เวลาช้ากว่าหัวที่อยู่ติดกันเหมือนรุ่นก่อนนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรในการพิมพ์มากมายนัก
ตัวอย่างผลงานที่พิมด้วยเครื่อง CreatorPro2
ตัวอย่างงานโมเดลพิมพ์2สี
การพิมพ์ Duplicate ในจำนวนเยอะๆ
การพิมพ์Mirror แล้วนำมาต่อติดกัน ลดเวลาการพิมพ์งานจริง 50%

 

มาดูรีวิวแบบวิดิโอได้เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นครับ….
จากนี้ก็ของขายของอย่างมีสเตปหน่อยนะฮะ!!
สินค้าประกอบด้วย
_เครื่องพิมพ์ Flashforge Creator Pro2
_PLA Filament 1000g จำนวน 2ม้วน
_SD Card
_หนังสือคู่มือ
_อบรมสอนการใช้เครื่องฟรี
**สินค้าประกัน 1 ปี**

INFILL แบบต่างๆ ของ 3D Print มีอะไรบ้างนะ???

INFILL แบบต่างๆ ของ 3D Print มีอะไรบ้างนะ???

ในการพิมพ์งาน3มิติทั่วโลกนั้น มีขั้นตอนมากมายในการตั้งค่าก่อนการพิมพ์เพื่อให้ชิ้นงานแต่ละชิ้นนั้น พิมพ์ออกมาได้สวยงามและสมบูรณ์แบบมากที่สุด

งานแต่ละชิ้นต้องการการตั้งค่าที่แตกต่างกัน ความเร็วในการพิมพ์ ความละเอียด อุณหภูมิที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ กางจัดวางซัพพอร์ตที่ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป มุมองศาที่ควรจะเป็นเพื่อให้ขึ้นงานได้ไม่เป็นฝอย และอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญนั่นก็คือ………..

🔥🔥🔥INFILL เป็นอีกส่วนสำคัญที่จะกำหนดว่าโมเดลของคุณจะอยู่หรือไป🔥🔥🔥

What the INFILL…??

INFILL แปลตรงตัวคือ “การเติม” หรือภาษาที่นักพิมพ์3มิติคุยกันคือ “เนื้อใน”

เป็นส่วนของการตั้งค่าที่ “ควรจะมี” หรือจะ “ไม่มี” ก็ได้ขึ้นอยู่กับงานที่ต้องการจะพิมพ์และจุดประสงค์ของชิ้นงานนั้นๆว่าจะเอาไปทำอะไรต่อ

โดยค่าความหนาแน่นของ Infill จะคิดเป็น % มีตั้งแต่ 0-100 ซึ่งตัว Infill มีผลต่อความแข็งแรงของชิ้นงาน ยิ่งถ้า %Infill เยอะ งานก็ยิ่งแน่นและแข็งแรงมากขึ้นตาม

_อย่างเช่นหากต้องการชิ้นงานที่จะเอามาใช้งานเลย เน้นใช้รับแรง รับน้ำหนัก ก็ควรตั้งค่าให้ % สูงๆเข้าไว้

_งานที่เป็นเพียงโมเดลต้นแบบหรือเป็นโมเดลย่อส่วนเพื่อเช็ครูปร่าง หรือจะเป็นงานที่ทำออกมาเพื่อตั้งโชว์ ก็ใช้ % กลางๆ เพื่อให้รูปทรงคงอยู่ได้นาน แข็งแรงพอ

_และหากเป็นงานที่ต้องการนำมาทำพิมพ์ต่อ ชิ้นงานก็ไม่จำเป็นต้องแข็งแรงมาก ก็สามารถใช้ % น้อยๆ เพื่อประหยัดเวลาและเส้นพลาสติกไปด้วย

ด้วยอีกส่วนหนึ่ง

_บางครั้งงานที่ไม่ต้องใช้Infill ส่วนมากมักจะเป็นงานประเภทบรรจุภัณฑ์อย่างเช่น ขวดน้ำต่างๆ ตัวงานก็จะกลวง ซึ่งหากเราไม่ใช้Infill เราควรที่จะเพิ่มความหนาของผนังชิ้นงานเพื่อให้ตัวโครงสร้างมีความแข็งแรงมากพอที่จะนำไปใช้ต่อได้ หากหนังบางตัวงานจะแตกและพังได้ง่าย

ตัวอย่างานที่ไม่มี Infill และตั้งค่าผนังบางเกินไป

แต่ก็จะมีวิธีแก้ทางได้อีกก็คือสร้างผนังชั้นที่2ขึ้นมาแล้วใส่Infill น้อยๆที่เหมาะสม ก็จะสามารถขึ้นชิ้นงานกลวง ได้

โมเดลที่สร้างผนัง 2 ชั้น และใส่ Infill เล็กน้อย
ชิ้นงานที่ไม่มี Infill แต่ตั้งค่าให้ผนังชิ้นงานหนาพอที่จะคงรูปและแข็งแรงต่อการใช้งาน

แต่ทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับรายละเอียดของชิ้นงานหากชิ้นงานรายละเอียดมาก Infillก็เป็นส่วนที่ช่วยให้ขึ้นงานละเอียดๆได้

ตัวอย่างงานที่ใช้Infill แต่รายละเอียดงานเยอะ

ประโยชน์ของInfillยังมีอีกหลายอย่างที่หลายคนยังไม่รู้ มันสามารถสร้างชิ้นงานที่ทำมาจากสเน้พลาสติกแข็งๆให้มีออกมาเป็นโมเดลที่ดูยืดหยุ่นได้ด้วยการตั้งค่า

โดยบริเวณที่ Infill น้อย บริเวณนั้นจะมีช่องว่างมากทำให้สามารถบิดไปมาได้ ส่วนที่ Infill เยอะ ส่วนนั้นก็จะแข็งยืดหยุ่นไม่ได้

บอกกล่าวเผื่อไว้เผื่อผู้ใช้บางท่าน สามารถนำไปปรับใช้กับงานอื่นๆได้ 😁

 

อีกอย่างตัว Infill นั้นมีหลากหลายรูปแบบมาก มีให้เลือกเยอะเพื่อให้เหมาะสมกับประเภทของโมเดลในหลายๆแบบ บางตัวช่วยลดเวลาในการพิมพ์ได้และยังคงความแข็งแรงเท่าเดิม หรือบางตัวใช้ %น้อย แต่แข็งแรงมาก ซึ่งก็แลกกับเวลาเช่นกัน

เรามาดูกันดีกว่าว่า INFILL มีแบบไหนกันบ้างและควรใช้กับโมเดลแบบใด

โดยสามารถสังเกตได้ออกเป้นสองแบบใหญ่ๆคือแบบผนังแนวตั้งที่เวลาขึ้น Infill จะพิมพ์เป็นแนวตั้งฉาก ทำให่สามารถรับแรงได้จากมุมแนวดิ่งและแนวราบของจุดที่เส้นสมัผัส

และอีกอย่างคือแบบ Slope ที่จะพิมพ์ข้างล่างและค่อยๆ Slopeขึ้นมาเข้าหากัน เพื่อสร้างความแข็งแรงในมุมองศาที่มากขึ้น

เรามาดูแบบแรกกันก่อนว่ามีอะไรบ้าง…

แบบ Grid นั้นลักษณะจะเป็นแบบตารางช่องสี่เหลี่ยม มีความแข็งแรงมาก รับได้ทั้งแรงแนวราบและแนวดิ่ง เป็นที่นิยมอันดับต้นๆเนื่องจากเป้นค่ามาตรฐานอยู่แล้ว เหมาะกับงานทุกประเภท

ต่อมาเป้นแบบ Line หรือเส้นที่ไขว้ไปมาเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัสตุรับ แต่จะมีความถี่มากกว่าตัว Grid ซึ่งหากเราตั้งแค่ Infill อยู่ที่ 10% ตัวLine จะมีความหนาแน่นและความถี่มากกว่าตัวของ Grid เหมาะกับชิ้นงานที่ต้องการเนื้อข้านในเยอะ ความแข็งแรงสูง และเป้นชิ้นงานที่มีความซับซ้อนของโครงสร้างมาก เพื่อให้ความถี่ของเส้นนั้นเข้าถึงในส่วนเล็กๆของโครงสร้างนั้น

แบบ Triangle เป็นแบบสามเหลี่ยมต่อหากัน ซึ่งโครงสร้างสามเหลี่ยมนั้นมีความแข็งแรงมากกว่าแบบสี่เหลี่ยม ทำให้สัดส่วนตัว Infill ใน%ที่เท่ากันตัวสามเหลี่ยมจะแข็งแรงมากกว่าสี่เหลี่ยมแต่จะใช้ปริมาณเส้นที่มากกว่า เนื่องจากตัวสามเหลี่ยมเมื่อนำมาต่อกันแล้วจะสามารถรับแรงได้หลายทิศทางมากกว่าตัวสี่เหลี่ยม ซึ่งเป็นประเภทที่ได้รับความนิยมได้เท่าๆกับ Grid

Tri-Hexagon เป็นรูปทรงหกเหลี่ยมและสามเหลี่ยมมาเข้าคู่กัน เป็นประเภทที่มีความแข็งแรงมาก เนื่องจากมีความเป็นหกเหลี่ยมที่สามารถรับแรงได้จากหลายทิศทางจากความที่มีเหลี่ยมเยอะด้วยและความหนาแน่นที่เยอะกว่าด้วย

Concentric เป็นแบบที่มีความแข็งแรงน้อยในแนวราบ มักจะใช้กับงานที่ต้องการรับแรงแค่แนวดิ่ง ซึ่งมันสามารถประหยัดเวลาและเส้นพลาสติกได้ค่อนข้างมากทีเดียว แต่ก็ต้องใช้งานให้เหมาะกับโมเดลนั้นๆ

ช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้ชิ้นงานได้

Cross เป็นแบบที่ทำออกมาเพื่อความสวยงามแต่ก็มีความแข็งแรงและยืดหยุ่นได้บ้างเล็กน้อยเนื่องจากมีส่วนที่ไม่ติดกับผนังทำให้มีช่องว่างพอที่จะขยับได้ เหมาะกับงานประเภทที่ต้องการความแข็งแรงแต่ก็สามารถยืดหยุ่นได้บ้างเพื่อไม่ให้ชิ้นงานเกิดการแตกร้าว

Gyroid เป็นประเภทที่แน่นที่สุดในบรรดา Infill ผนังแนวตั้งทั้งหมดที่กล่าวมา เนื่องจากเป็นแบบเส้นคลื่น และขึ้นแบบสลับตัดกันต่อชั้น ทำให้สามารถรับแรงได้รอบด้าน แต่ก็ต้องแลกมากับเส้นพลาสติกที่เสียไปเยอะและเวลาขึ้นที่เยอะตามไปด้วย

นี่แค่แบบผนังแนวตั้ง ยังมีให้เลิกเยอะเลือกไม่ถูกขนาดนี้แล้ว….😰

 

ขออนุญาตแวะมาขายของสักนิด กับFilament แบรนด์คนไทย ไทยทำไทยใช้ กับ 3DD Brand

 

เรามาต่อกับประเภท Infill Slope กันครับ เป้นประเภทที่มีความแข็งแรงมากๆเพราะขึ้นแบบ Slop ซึ่งสามารถรับแรงได้แทบทุกทิศทาง

เป็น Infill ที่ขึ้นส่วนฐานกว้างและค่อย Slope ขึ้นจนเต็มและขยายออกไป สลับไปมา เป็นแบบประเภทพื้นฐานที่ใช้กันทั่วไป มีความแข็งแรงมากเหมาะกับงานทุกชนิด

จะเป็นเหมือนกับ Cubic แต่เพิ่มเติมคือตัวของ Cubic Subdivision นั้น ใส่วนที่มีพื้นที่กว้างและไม่ได้ติดกับผนังของโมเดล ตัว Infill จะขยายใหญ่ และ ส่วนที่ใกล้กับผนังโมเดล Infill จะมีขนาดแคบ เป็นเพราะจะช่วยลดเวลา และเส้นในการพิมพ์ในพื้นที่ที่ไม่จำเป็นในการรับแรงได้ แต่ยังคงความแข็งแรงของของชิ้นงานอยู่ ซึ่งหากเป็นงานที่มีขนาดใหญ่แต่ไมไ่ด้เน้นรับแรงก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมในการใช้ Infill นี้มากๆ

 

แบบ Octet เป็นการ Slope ตัว Infill ให้ทั่วชิ้นงาน ในลักษณะของช่องสี่เหลี่ยม มีความแข็งแรงมากขึ้น มากกว่าตัว Gird ใน % ที่เท่าๆกัน แต่จะใช้เวลานานกว่าไม่มาก เหมาะกับงานทุกประเภท

และสุดท้าย….ท้ายสุด

Cross 3D พัฒนามาจาก Cross ผนังแนวตั้ง ให้เป็นแบบ 3มิต คือ Slope แบบโค้ง ทำให้มีความแข็งแรงมากกว่าCross แต่ความยืดหยุ่นจะน้อยกว่าแบบธรรมดา แต่ก็ยังยืดหยุ่นอยู่

 

ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นจะเห้นได้ว่า Infill ค่อนข้างมีผลต่อการขึ้นชิ้นงานพอๆกับความละเอียด และอุณหภูมิเลยก็ว่าได้ ซึ่งต้องให้ผู้ใช้งานพิจารณาว่าแบบใดเหมาะสมกับงานของท่าน

ซึ่งหากมีเวลามากพอ  ก่อนที่จะพิมพ์ชิ้นงานจริงควรทดลอง Test ว่า Infill แบบไหนเหมาะกับงานเรามากที่สุดโดยทำการพิมพ์หยาบเพื่อเช็คดู เพื่อไม่ให้ชิ้นงานออกมาผิดพลาดไปจากที่คิดไว้แต่แรก ทั้งด้านความสวยงามและความแข็งแรง

และอย่าลืมที่จะเช็คการตั้งค่าก่อนพิมพ์ทุกครั้งเพราะหากตั้งค่าผิดก็จะเสียเส้นพลาสติกและเวลาไปฟรีๆ

 

แถม!! จะเห็นได้ Infill บางตัวมีลวดลายที่สวยงาม หากนำมาใช้กับงานที่มีผนังบางหน่อย ที่สามารถให้แสงผ่านได้ก็จะเห็นลวดลายบนงานนั้นๆ ก็สวยไปอีกแบบครับ…

🤩🤩🤩ขอให้มีความสุขกับการพิมพ์นะคร้าบบบ🤩🤩🤩

ขอแนะนำเครื่องพิมพ์3มิติใหม่ล่าสุด ที่มาแรงแซงทุกโค้ง เหมาะกับมือใหม่และงานต้นแบบ ในราคาที่เอื้อมถึง!!!!