การสร้าง Origin จากโปรแกรม EXScan Pro V.3.3.0.2 เพื่อให้ง่ายต่อการ Reverse Engineering

การสร้าง Origin จากโปรแกรม EXScan Pro V.3.3.0.2 เพื่อให้ง่ายต่อการ Reverse Engineering

สวัสดีครับแจ้งข่าวดีสำหรับผู้ใช้งานเครื่องสแกนเนอร์ รุ่น Einscan Pro 2x Series ซึ่งได้มีการอัพเดทโปรแกรมมาใหม่เป็น Version 3.3.0.2 ที่จะมีการเพิ่มมฟังก์ชั่นการทำงานให้ครบมากยิ่งขึ้น ต้องขอย้อมความนิดหนึ่งนะครับ เมื่อก่อนที่จะเป็น version นี้นั้น ผู้ใช้งานที่ใช้เครื่องสแกนเนอร์ Einscan pro 2x series หรือ pro series อยู่นั้นนำงานที่ได้จากการสแกนไปใช้งานได้ยาก (งานรูปแบบ Engineer) เพราะ Origin ของงานที่เราสแกนออกมาเป็น .stl นั้น มันเพี้ยนแกน xyz อยู่ในำแหน่งที่มั่วไปหมด ไม่สามารถดึงเข้า plane ได้หรืออาจจะยากที่จะดึงเข้า plane ของโปรแกรม ต่อไปนี้ไม่ต้องกังวนแล้วนะครับ ทาง Engineer ของ shining ได้ทำการเพิ่มฟังก์ชั่นการทำ Origin ชิ้นงานเพิ่มมาให้แล้วซึ่งกว่าใช้งานนั้นง่ายมากๆ เลย ซึ่งโปรแกรม version นี้ก็ได้ปล่อยการอัพเดทออกาสักระยะหนึ่งแล้วนะครับ เป็นโอกาสดีที่ทางเราได้ลองใช้งานแล้วจึงนำข้อมูลมาแบ่งปันให้ทางผู้ใช้งานได้ทราบกันอาจจะมีบางท่านใช้เป็นอยู่แล้วก็สามารถลองเข้ามาอ่านได้เช่นกันนะครับ

 

(ภาพที่ 1)

โปรแกรม EXScan Pro V3.3.0.2 นี้สามารถเข้าไปดาวน์โหลดกันได้เลยที่เว็ปหลักของ Shining 3D  (ดาวน์โหลดคลิกที่นี่)

(ภาพที่ 2)

 

การใช้งานนั้นสามารถเลือกใช้ได้ทั้ง 3 mode ทั้ง Fixed scan, HandHeld HD scan และ HandHald Rapid scan นะครับ เมื่อเราทำการสแกนงานเสร็จเรียบร้อยแล้วให้คลิกปุ่มที่อยู่ด้านบนเขียนว่า Measurement พอทำการคลิดเข้ามาแล้วจะเจอกับอีกหน้าต่าง ที่มีเครื่องมือด้านขวามือเพิ่มเข้ามามีอะไรบ้างมาดูกันเลย จะแบ่งเป็นแต่ละหัวข้อและเครื่องมือให้นะครับว่าใช้งานกันอย่างไร

การสร้าง Origin
1. Create Feature
Create Feature คือการสร้าง Plane, Point และ Line ที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการดึงชิ้นงานเข้าแกน Origin (xyz) ของชิ้นงานที่เราสแกน ซึ่งเมื่อคลิก Create Feature เข้ามาแล้วจะมีเครื่องมือแยกอีกแบ่งเป็น สร้าง Point, สร้าง Line และสร้าง Plane เครื่องมือเหล้านี้ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องทำขั้นตอนที่ 1 เป็น Point หรือ Line ก่อนนะครับ สามารถใช้เครื่องไหนก่อนก็ได้แต่จะต้องสร้าง Feature ทั้งหมดนี้เท่านั้นเองเพื่อจะนำไปใช้งานตอนที่เราดึงชิ้นงานเข้าแกน Origin (xyz) มาดูการใช้งานกันเลยนะครับว่าเครื่องมือพวกนี้นั้นใช้งานกันยังไง
1.1) Plane คือการทำสร้างแผ่นหรือด้านโดยใช้ผิวของชิ้นงานเป็นด้่นอ้างอิงเพื่อจะให้รู้ว่าด้านนั้นๆ ของชิ้นงานมีลักษณะยังไงอยู่ด้านไหนบ้าง คลิกมาที่ Plane ก็จะมีเครื่องมือให้ใช้งานเพิ่มอีกในการทำ plane คือ
-3 Point Fit เป็นการเลือกจุด 3 จุดบนผิวของชิ้นงานสแกนเพื่อจะนำมาสร้าง Plane (ภาพที่ 3)
-Point-Line Fit เป็นการเลือก Point และ Line ที่เราสร้างขึ้นมาแล้วในการสร้าง Plane (ภาพที่ 4)
-Base Fit เป็นการวงหรือระบายสี(สีแดง) ลงบนผิวงานที่เราต้องการสร้าง Plane โดยกด Shift ค้างไว้จากนั้นคลิกซ้ายและวงผิวที่เราต้องการ (ภาพที่ 5)

(ภาพที่ 3)

(ภาพที่ 4)

(ภาพที่ 5)

 

1.2) Line คือการสร้างเส้น Vector แบบมีทิศทางพุงไปตามที่เรากำหนดแบบใช้กฎมือขวาเพื่อกำหนดทิศทาง พอคลิกมาที่ Line ก็จะมีเครื่องมือให้เลือกใช้งานโดยแบ่งเป็น (ภาพที่ 6-7)
-Plane-Plane เป็นการเลือก Plane ที่เราสร้างขึ้นมา 2 อันในการสร้าง Line โดยที่ทิศทางของหัวลูกศรนั้นจะอ้างอิงตามกฎมือขวา
-Plane-Point เป็นการเลือก Plane กับ Point เป็นเครืื่องมือในการสร้าง Line ขึ้นมาโดยทิศทางของหัวลูกศรจะไปตามทิศทางของ Plane

(ภาพที่ 6)

(ภาพที่ 7)

 

2.3) Point คือการสร้างจุดเพื่อให้มุมตัดของแกน Origin (xyz) เข้าไปแนบได้ โดยเครื่องมมือที่มีมาให้ในการสร้าง Point นั้นก็มีแยกออกมาเป็น 2 แบบด้วยกันโดยจะแบ่งเป็น (ภาพที่ 8-9)
-Select Point เป็นการกำหนดจุดเองโดยที่สามารถคลิกลงบนพื้นผิวของชิ้นงานสแกนได้เลย
-Line-Plane เป็นการสร้าง Point โดยเลือก Line กับ Plane เป็นเครื่องมือให้การสร้าง Point ขึ้นมา

(ภาพที่ 8)

(ภาพที่ 9)

 

2. Movement
Movement คือการดึงชิ้นงานที่เราสแกนมาเข้าแกน Origin (xyz) ของชิ้นงาน โดยใช้ Plane, Line และ Point แต่การดึงชิ้นงานเข้าแกน Origin นั้นสามารถทำได้ 2 แบบ Exact Movement และ 3-2-1 System Movement (ภาพที่ 10)
-Exact Movement เป็นการขยับชิ้นงานโดยขยับตามแกน x, y, z เข้ามาเองไม่ต้องใช้ Plane, Line และ Point ที่เราสร้างเมื่อสักครู่นี้ และก็สามารถหมุนชิ้นงานแบบรอบแกนได้ด้วย (ภาพที่ 10)
– 3-2-1 System Movement เป็นการดึงชิ้นงานเข้าแกนโดยใช้เครื่องมือ Plane, Line และ Point ที่เราสร้างขึ้นมาจากด้านบน แบบนี้จะสร้าง Origin ของชิ้นงานได้ดีกว่าสำหรับงานที่เป็นทางด้าน Engineer ต่างๆ โดยจะให้เลือก Plane ที่เราต้องการให้แกน xy เข้าไปแนบจากนั้นก็เลือก Line ที่เราต้องการนำแกนที่เราเลือกเข้าไปแนบด้วย และสุดทางเลือก Point คือจุดที่เป็นจุดตัดของแกน Origin (xyz) เข้าไปสัมผัสด้วย (ภาพที่ 11)

(ภาพที่ 10)

(ภาพที่ 11)

การวัด Distance, Surface area และ Volume
เมื่อเราเลือกเครื่องมือเสร็จแล้วก็ทำการสร้างแค่นี้เราก็จะได้ Origin ของชิ้นงานใหม่แล้วง่ายใช่ไหมครับ แต่เครื่องมือที่ทาง Shining 3D นั้นเพิ่มเข้ามายังไม่หมดแค่นี้นะครับ ยังมีการวัดขนาดและวัดปริมาตรของชิ้นงานเพิ่มเข้ามาอีกด้วย สะดวกใช่ไหมครับทีนี้เมื่อเราสแกนงานเสร็จแล้วก็สามารถวัด Distance ของชิ้นงานได้เลยครับ จากที่ลองวัดขนาดเปรียบเทียบกับชิ้นงานจริงซึ่งได้ทำการสแกนแบบ Fixed scan โดยจะได้ความละเอียดสูงสุดอยู่ที่ 40 ไมครอน ลองดูตามภาพด้านล่างนะครับ

(ภาพที่ 12)

(ภาพที่ 13)

(ภาพที่ 14)

(ภาพที่ 15)

(ภาพที่ 16)

(ภาพที่ 17)

(ภาพที่ 18)

(ภาพที่ 19)

 

สามารถรับชมวีดีโอการใช้งานได้จะแสดงให้เห็นการสแกนชิ้นงานแบบ Fixed scan, การสร้าง Plane, การสร้าง Point, การสร้าง Line, การวัด Distance และ การแสดง Volume ของชิ้นงานที่ได้จาการสแยก

เวลาทำงานลดลงด้วย Outline Drawing

เวลาทำงานลดลงด้วย Outline Drawing

หลายคนคงต่างหาวิธีการต่างๆเพื่อทำให้การทำงานเร็วขึ้น และสะดวกขึ้น เช่นเดียวกับการเขียนแบบ 3 มิติ ซึ่งวันนี้จะมีตัวอย่างชิ้นงานที่มีความหนาค่อนข้างน้อย ซึ่งสามารถที่จะสแกนและมาทำ Reverse Engineering ในรูปแบบของ Surface Modeling ได้เลย โดยที่ใช้เวลาในการทำงานไม่เกิน 5 นาที!!! และชิ้นงานนี้ความหนาประมาณ 1.8 mm ซึ่งเครื่อง Einscan-Pro2x สามารถที่จะสแกนเก็บความหนาที่ค่อนข้างน้อยได้ ซึ่งถือว่าเป็นความหนาที่ค่อนข้างน้อยมาก

ขั้นตอนการทำงาน

1.Input STL File เข้ามาใน Geomagic Essentials Software

 

2.ทำการ Sketch outline รอบๆชิ้นงานด้วยการใช้คำสั่ง Draw จากนั้น ทำการ Save เป็น .IGES File และ Input file เข้า Solid Edge Software

 

3.จากนั้นทำการสร้างพื้นผิวโดยใช้คำสั่ง bounded ในหน้าต่างของ surfacing

 

 

4.เมื่อทำการสร้าง Surface เรียบร้อยแล้วจึงทำการดึงความหนาของชิ้นงานเป็นขั้นตอนต่อไป สิ้นสุดขั้นตอนการทำงาน

 

 

ในกรณีถ้าเป็นการ Sketch ต้องใช้เวลามากกว่ามี Free curve รอบๆตัวชิ้นงานแล้วสามารถทำเป็น Surface Modeling ได้เลย

 

Shining 3D ปล่อยซอฟแวร์ตัวใหม่ EXScan Pro V3

Shining 3D ปล่อยซอฟแวร์ตัวใหม่ EXScan Pro V3

หลังจากได้รับข้อเสนอแนะจากผู้ใช้งาน Shining 3D ได้นำมาปรับปรุงและพัฒนาโปรแกรม จนได้เป็น EXScan Pro V3 เวอร์ชั่นใหม่ ในเวอร์ชั่นนี้ EXScan Pro ได้เพิ่งฟังก์ชั่นการทำงาน และปรับปรุงใหม่หลายส่วน เช่น Data listing,  independent post-processing module, และลิ้งค์ในการส่งต่อข้อมูลไปยังโปรแกรมออกแบบที่มีมาให้ในชุด การอัพเดทคราวนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายเหมือนเคย

  1. เมื่อใช้งานในโหมด Fixed Scan โปรแกรมจะจดจำข้อมูลในแต่ละ shot ไว้ แล้วสามารถรวมกลุ่มได้ด้วย ข้อมูลในแต่ละ Shot สามารถกลับไปแก้ไข หรือ align ด้วยตัวเองได้

2. ปรับปรุงเครื่องมือในการแก้ไขตกแต่ง และถูกแยกออกมาเป็นชุดคำสั่งต่างหาก

เครื่องมือในการตกแต่งภาพที่สแกนมาแล้วจะถูกแยกออกมาต่างหากจากคำสั่งสแกนหลังจากรวมผิวแล้ว ซึ่งจะเพิ่มคำสั่งในการปิดรูแบบ manual เป็นการเพิ่มความสามารถของการปิดรูแบบอัตโนมัติ รวมถึงการปิดรู marker ด้วย ยังมีคำสั่งในการปรับผิวให้คมชัด หรือเรียบเนียนได้ นอกจากนี้ยังสามารถนำไฟล์ stl หรือ obj เข้ามาในโปรแกรมเพื่อตกแต่งได้โดยตรง

3. เชื่อมต่อกับโปรแกรมออกแบบโดยตรง 

การทำงานจะมีความต่อเนื่องตั้งแต่การสแกน จนถึงการเชื่อมผิว หรือการสแกนจนถึงการทำวิศวกรรมย้อนรอย เป็นสิ่งที่เป็นไปได้โดย EXScan Pro V3.2 เพิ่มปุ่ม [ Ge ] กดเพียงคั้งเดียว ข้อมูลการสแกนจะถูกส่งตรงไปยังโปรแกรม A Geomagic Essentials ซึ่งเป็นโปรแกรม 3D ที่มีความสามารถสูงทันที 

เคล็ดลับในการใช้โหมด FreeScan ในจุดที่สแกนได้ยาก

เคล็ดลับในการใช้โหมด FreeScan ในจุดที่สแกนได้ยาก

ในการสแกนวัตถุที่มีร่องลึกหรือรอยแยก เป็นการสแกนที่ท้าทายความสามารถอย่างมาก เพราะโหมด FreeScan จะใช้การจับ target แต่ในกรณีที่ target มีพื้นที่น้อยๆ เครื่องสแกนจะไม่สามารถจับพื้นผิวได้ดี และอาจจะหลุด (tracking lost) บ่อยๆ ดังตัวอย่างข้างล่าง จะเห็นว่าในส่วนที่เป็นครีบของตัวงานมีความบาง และอยู่ลึก 

จากภาพด้านล่างจะเห็นว่าเครื่องสแกนเก็บข้อมูลวัตถุได้เพียงบางส่วน ในจุดที่มีความยากลำบากในการเข้าถึง ทำให้เมื่อสแกนแล้วไฟล์สามมิตินั้นก็ไม่สามารถนำเอาไปดำเนินการต่อเช่นการทำ reverse engineering หรือการ inspection ได้

วิธีการแก้ไข เราใช้แผ่นเหล็กฉากตามรูปด้านล่าง ติด marker จำนวนด้านละ 3 ดวง ไปวางรอบๆ ชิ้นงานที่จะสแกนในตำแหน่งที่เครื่องสแกนมองเห็น 

มันจะช่วยให้เครื่องสแกนสามารถเพิ่มโอการในการจับชิ้นงานได้ดีขึ้น และสามารถเก็บข้อมูลพื้นผิวได้มากขึ้น โอกาสที่จะหลุดน้อยลงในส่วนที่จับผิวได้ยาก

งานสแกนที่ได้มีความสมบูรณ์ขึ้นมาก เมื่อสแกนเสร็จแล้วคุณสามารถลบเหล็กฉากเหล่านั้นออกไปได้โดยง่าย  

การอบรมสัมมนา Shining3D APAC

การอบรมสัมมนา Shining3D APAC

          Shining 3d เป็นหนึ่งในบริษัทของประเทศจีนที่มีอิทธิพลเกี่ยวกับเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติเป็นอย่างมากในเอเชียรวมถึงภายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ ผลตอบรับเป็นที่ยอมรับทั้งในด้านของคุณภาพในการสแกน ความเร็วในการสแกน และโปรแกรมสามมิติ Solidedge ST10 ที่ใช้ในการ reverse engineering เพื่อนๆอาจจะรู้จักกันดีในแบรนด์ Einscan s series,Einscan pro series,Einscan pro2x series ซึ่งทาง Shining3d มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเป็นโอกาสดีที่ทางบริษัท Shining 3d ได้มีการจัดอบรมสัมมนาขึ้นที่โรงแรม Pacific Regency Hotel Suite ณ ประเทศมาเลเซีย(30-31 May 2019) ที่ผ่านมา ไปชมภาพบรรยากาศกันเลยครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

          จากการอบรมที่ผ่านมาทางบริษัท Shining 3d ได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ทุกคนอาจจะคุ้นเคยกันดีใน Software ที่ชื่อ Geomagic  Design X ซึ่งโปรแกรมนี้มีมูลค่า License สูงถึงประมาณ 6 แสนบาท ซึ่งทาง Shining 3d ได้มีการจับมือกันกับบริษัท 3dsystems และเปิดตัวผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ที่ชื่อว่า Geomagic Essential Software มาพร้อมกับฟังก์ชันที่ช่วยให้การทำงานสะดวกขึ้น อย่างเช่นการกำหนดค่าเริ่มต้นให้กับโมเดล(Set Origin),การปิดผิวแบบต่างๆ,รวมถึงการ Extract NURB และสามารถที่จะ export iges file ได้ด้วย ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง Software ที่สามารถที่จะช่วยให้การทำงานง่ายขึ้นเยอะเลย 

   

 

Maker Faire Bangkok 2019 at The Street Ratchada

Maker Faire Bangkok 2019 at The Street Ratchada

       เตรียมพบกับเราภายในงาน “Maker Faire Bangkok 2019 ”  ในวันเสาร์อาทิย์ที่19-20 มกราคม 2562 ณ The Street รัชดา โดยภายในงานจะนำเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ไปโชว์พร้อมกับข้อเสนอพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องราคาย่อมเยาสำหรับผู้เริ่มต้นใช้งาน หรือจะเป็นเครื่องราคาสูงที่เหมาะสำหรับผู้พัฒนาที่ชอบงานขนาดใหญ่ และผู้ที่กำลังลังเลอยากได้เครื่องพิมพ์หรือเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ ที่ถูกใจสักเครื่องไว้ใช้งานสามารถเดินเข้ามาฟังข้อเสนอและสินค้าได้ที่ Booth G12 งานจะเริ่มเวลา 14.00-20.00 น. ท่านใดมาก่อนได้รับข้อเสนอก่อนนะครับ ทางเราจะมีทีมงานคอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับตัวเครื่องที่เหมาะสมต่อการใช้งานกับท่าน โดยในงานนี้

 

แผนผังภายในงานครับ!!

ประติมากรรม 4.0 กับ เทคโนโลยี 3D Scanner/Printer ตอน1/2 เครื่องสแกน 3มิติ

ประติมากรรม 4.0 กับ เทคโนโลยี 3D Scanner/Printer ตอน1/2 เครื่องสแกน 3มิติ


ประติมากรรม 4.0 กับ เทคโนโลยี 3D Scanner/Printer ตอน1/2 เครื่องสแกน 3มิติ
ประติมากรรม 4.0 กับ เทคโนโลยี 3D Scanner/Printer ตอน2/2 เครื่องพิมพ์ 3มิติ

ตัวอย่างแสดงภาพรวมการย่องาน ประยุกต์ 3D Printer กับ 3D Scanner 1.ชิ้นงานจริงขนาด 80cm 2. พ่นสเปร์ยแป้งเพื่อให้ได้งานสแกนที่ดีขึ้น 3.ไฟล์ที่ได้จากการสแกน 4. เอาไฟล์ที่ได้มาพิมพ์ให้เล็กลง

ปัจจุบันมีการประยุกต์การใช้งาน 3D Scanner/Printer กับงานประติมากรรม จากแต่ก่อนการปั้นการแกะสลักสามารถสร้างชิ้นงานนั้นๆได้ชิ้นเดียวหรือแบบเดียว หากต้องการทำโมเดลเดียวกันแต่มีขนาดแต่กัน หรือ แม้กระทั้งการวางท่าทางที่แตกต่างกัน ก็ต้องปั้นงานชิ้นนั้นๆขึ้นมากใหม่ เสียเวลาในการสร้างเป็นอาทิตย์เป็นเดือน 3D Scanner เข้ามาช่วยในจุดนี้ (สแกนสามมิติเหมือนการถ่ายรูป เพียงจะเป็นจากการถ่ายรูป 2มิติ มาเป็นการเก็บโมเดล 3มิติ มีขนาด กxยxส มีความลึกและมิติ) เหมือนกับการถ่ายรูปเราสามารถนำไฟล์ที่ได้มาแต่ง รีทัช ตัดต่อ (ใน 2D เราใช้ Software พวก Photoshop, Lightroom) ส่วนในงานสามมิติ เราทำต่อได้หลายอย่างเช่นกัน เช่น ปรับขนาดใหญ่-เล็ก, เพิ่มตัวอักษร, เพิ่มลายและ texture, ตัดต่อ, ดัดท่าทาง (ใน 3D เราใช้ Zbrush) ทำให้ประหยัดเวลาในการทำงานลง ได้ขนาดและสเกลที่ถูกต้องไม่ผิดส่วน งานที่ได้มีคุณภาพและสมจริงมากขึ้น

สแกนแล้วพิมพ์ องค์ใหญ่สุดเป็นแบบจากการปั้นมือ ชิ้นสีขาวเป็นการพิมพ์จากเครื่องระบบเส้น (FDM/FFF) องค์เล็กเป็นการพิมพ์จากระบบเรซิ่น (DLP/SLA)

ที่สำคัญที่สุดสามารถนำไฟล์ 3มิติ ที่ได้ไปพิมพ์ต้องด้วยเครื่องพิมพ์ 3มิติ หรือเครื่อง CNC ได้ ยกตัวอย่าง การสร้างโมเดลจ่าแซม ฮีโร่ถ้ำหลวง เกิดการจากปั้นโมเดลขนาดเล็กก่อน จากนั้นจึงใช้ 3D Scanner เก็บเป็นไฟล์ 3มิติ แล้วไปพิมพ์ต่อให้มีขนาดใหญ่ขี้นกว่าเดิมมาก จากแต่ก่อนต้องปั้นตัวเล็ก แล้วต้องไปปั้นตัวใหญ่อ้างอิงตาม Scale / Proportion (ซึ่งยากมากจากตรง ด้วย Human Error) ซึ่งหากใช้ 3D Scanner/ 3D Printer จะประหยัดเวลาไปมากจากหลายเดือนเป็นเพียงหลายอาทิตย์ ได้คุณภาพงานที่ดีขี้น ประหยัดทั้งเวลาและเงิน

หมายเหตุ
1. Video ใช้เครื่องสแกน EinScan Pro
2. การได้มาซึ่งไฟล์ 3มิติ ไม่จำเป็นต้องมาจาก 3D Scanner เท่านั้น เราสามารถสร้างขึ้นมาทั้งหมดเองได้เลยจาก Software เช่น ZBrush, Maya, Blender
3. อันนี้สำคัญที่สุด ผู้เขียนไม่แนะนำให้ไปเอางานของคนอื่นมาลอกแบบโดยการละเมิดลิขสิทธิ์

ข้อดีของการประยุกต์ 3D Scanner กับศิลปะกรรม ประติมากรรม 4.0
1. แปลงงานปั้น วัตถุ เป็นรูปแบบ Digital
2. สามารถนำไฟล์ที่ได้ดังกล่าวไป Process ต่อ เช่น แต่งให้คมขึ้น, เพิ่มตัวอักษร, ปรับขนาด, ตัดต่อ
3. สามารถนำไฟล์ไปสร้างสำเนา โดยใช้ 3D Printer / CNC
4. จัดเก็บชิ้นงานสำคัญทางประวัติศาสตร์ ในรูปแบบ Digital (จะเห็นได้จากพิพิธภัณฑ์ในหลายๆ ประเทศ มีการจัดแสดงชิ้นงานทาง Website หรือ ในรูปแบบ Digital รวมถึง VR แล้ว)

ตัวอย่างการสแกน 3มิติ รูปปั้นที่มีความซับซ้อน

แปลงงานเป็น Digital
ปัจจุบันเราสามารถสร้างโมเดลได้เลยใน software แต่หลายๆแห่งยังไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงหรือเปลี่ยนยังไม่ทัน การใช้สแกนเนอร์ 3มิติ เป็นการช่วยในส่วนนั้น เอาโมเดลมาตั้งและสแกนได้เลย ไฟล์ที่ได้นั้นจะเป็นไฟล์ STL, OBJ, PLY ซึ่งสามารถไปทำงานต่ออื่นๆได้ เช่น เอาไปพิมพ์ด้วยเครื่อง 3D Printer หรือ สแกนงานเพื่อไปใช้ทำงาน อะนิเมชั่น, เกมส์, VR เป็นต้น เนื่องจากเครื่อง 3D Scanner ในปัจจุบันราคาไม่แพงเชื่อว่าหลายคนสามารถซื้อได้
ตัวอย่าง 3D Scan จ่าแซม ฮีโร่ ถ้ำหลวง

นำไฟล์ไปปรับแต่งได้
ไฟล์ที่ได้นั้น จะมีอัตราส่วนเหมือนของจริงจะผิดพลาดกันเล็กน้อยตามแต่ Spec ของเครื่อง ไฟล์ดังกล่าวสามารถนำไป
– แต่งไฟล์ให้คมขึ้น เช่น ต้นฉบับหน้าไม่คมสามารถไปแต่งใน Software ให้คมขึ้น มีรายละเอียด Detail มากขึ้น
– ย่อ ขยาย ขนาด สามารถตั้งค่าไปได้ง่ายๆเลยใน Software นอกจากนี้ยังสามารถปรับให้ชิ้นงานให้กลวง เจาะรู เป็นต้น
– เพิ่มตัวอักษร และ เพิ่มลาย Texture สามารถเพิ่มตั้งอักษรลงบนชิ้นงานได้เลย หรือ เช่นไฟล์เป็นรูปงู สามารถเพิ่ม texture สร้างให้เกรดงูดูสมจริงมากขึ้นได้
– สามารถตัด ต่องานได้ได้ เช่น เพิ่มเครื่องประดับลงไปในโมเดล เพิ่มจำนวนแขนขึ้นมา / หรือ สามารถตัดชิ้นงานออกเป็นส่วนๆ เพื่อง่ายในการผลิต
– สามารถนำโมเดลมาดัดท่าทางได้

ตัวอย่างการพิมพ์ชิ้นงาน หลายๆขนาด จากไฟล์เดียว

นำไฟล์ไปใช้พิมพ์ 3D Printer / CNC
อันนี้น่าจะเป็นจุดประสงค์ต้นๆของการใช้เครื่อง 3D Scanner คือการนำไฟล์ที่ได้มาพิมพ์ต่อไม่ว่าจากเครื่อง
SLA 3D Printer ไว้พิมพ์งานเล็กๆ 1-15cm   ระบบนี้จะละเอียดที่สุดงานดีสุด (Industrial SLA ที่พิมพ์ได้ขนาดใหญ่ๆ ถึง 100cm สามารถดูได้ที่นี่)
FDM 3D printer ไว้พิมพ์งานขนาดกลางๆ 10-40cm
– CNC ไว้แกะงานขนาดใหญ่-ใหญ่มาก 100cm ขึ้นไป
ตัวอย่าง พระเมรุมาศ กับเครื่อง 3D Scanner 3D Printer

จัดเก็บรักษาชิ้นงานได้
พิพิธภัณฑ์หลายๆที่ในปัจจุบันมีการใช้ 3D Scanner ในการสแกนชิ้นงานที่จัดแสดง โดยนำไฟล์ที่ได้เก็บในรูปแบบ Digital ทั้งยังนำไฟล์ดังกล่าวไปแสดงใน Web หรือผ่านกล้อง VR (เคยไปพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ญี่ปุ่น เอารูปปั้นนดินโบราณ มาสแกนในรูปแบบ Digital มาโชว์ในเด็กผ่าน interactive เด็กๆชอบกันมาก)

ตัวอย่างเครื่อง 3D Scanner
มีหลากหลายรุ่น ยกตัวอย่างรุ่นที่นิยมมาสองรุ่นครับ

ข้อดีมากของ EinScanPro คือ มือถือจับสแกนได้

EinScan Pro/Pro+ เป็นเครื่อง สแกนเนอร์แบบมือถือจับได้ สามารถสแกนผ่านขาตั้งกล้องได้ด้วย ใช้งานครอบคลุมได้หลากหลาย



HP 3D Scanner Pro S3 เป็นเครื่องสแกนเนอร์ใช้บนขาตั้งกล้องได้อย่างเดียว และ หากพูดถึงคุณภาพแล้วแล้วดีกว่า EinScan Pro ขาดแต่มือถือจับสแกนไม่ได้

ข้อมูลเพิ่มเติ่มอื่นๆ

รูปภาพเพิ่มเติม การสแกน

สแกนคน จะเป็นว่ารอยยับของผ้า ซึ่งทำให้สมจริงยาก

ติดหน้าจอให้ Einscan Pro/Pro Plus ใช้ได้จริง ไม่เสียตังเพิ่ม

ติดหน้าจอให้ Einscan Pro/Pro Plus ใช้ได้จริง ไม่เสียตังเพิ่ม

ภาพแสดง เมื่อติดหน้าจอเข้ากับเครื่องสแกน

        สำหรับผู้ที่มีเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ Einscan Pro แล Einscan Pro Plus อยู่แล้ว อาจจะมีบ้างท่านรู้สึกว่าการสแกนงานไม่ค่อยถนัดในโหมด Handheld Rapid Scan โดยที่จะต้องมองที่ชิ้นงาน ดูระยะการสแกน มองที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ บางทีมองหน้าจอคอมมากไปมือเราอาจจะเลื่อนตัวเครื่องสแกนเนอร์หลุดจุดที่ต้องการสแกนทำให้สแกนงานไม่ต่อเนื่องติดๆ ขัดๆ เรามีวิธีการใช้งานแบบเป็นเทคนิคเสริมให้สามารถมองทั้งหน้าจอแล้วชิ้นงานได้โดยไม่ต้องหันหน้าไปอีกทิศทางเพื่อมองจุดอื่นเลย โดยการใช้มือถือที่เรามีใช้งานอยู่แล้วมาเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์แล้วนำไปติดไว้ที่เครื่องสแกนเนอร์ บอกเลยจะทำให้เราสามารถสแกนงานได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก ไม่ต้องกังวนอีกต่อไปว่าระยะจะห่างหรือใกล้ไปไหม งานที่สแกนออกมาแล้วเป็นยังไงบ้างเรามาเริ่มเชื่อมต่อกันเลยดีกว่าครับ

การเชื่อมต่อนั้นไม่ใช่ว่าจะไม่จำเป็นต้องต่อกับคอมพิวเตอร์แล้วนะครับ ยังต้องต่อเหมือนเดิมแค่มีมือถือเข้ามาเกี่ยวข้องเพิ่มเติม การใช้งานสิ่งที่จะต้องมี

          1.เครื่อง Einscan Pro/Pro plus

          2.เครื่องคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊ค

          3.มือถือ (android และ iso)

          4.อินเทอร์เน็ต

 

        ขั้นแรกให้เราทำการโหลดแอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่า AnyDesk ทั้งในมือถือและคอมพิวเตอร์ (ภาพที่ 1-2) พอเราเปิดโปรแกรมขึ้นมาทั้งในมือถือและคอมพิวเตอร์เพื่อจะทำการเชื่อมต่อ จะเจอกับหน้าต่างที่มีเลข ID : XXX XXX XXX เป็นเลข 9 ตัว ที่จะใช้ในการเชื่อมต่อระหว่างมือถือกับคอมพิวเตอร์ ให้เรากรอกรหัสลงบนมือถือ (ภาพที่ 2) จากนั้นกด connet เพื่อทำการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ ให้สังเกตที่หน้าจอคอมพิวเตอร์จะขึ้นหน้าต่างให้กด Accept เมื่อเชื่อมต่อได้แล้วจะมีหน้าจอของคอมพิวเตอร์แสดงอยู่บนหน้าจอของมือถือ (ภาพที่3) เพียงเท่านี้เราก็สามารถดูหน้าจอคอมบนมือถือได้แล้ว จากนั้นนำมือถือได้ติดไว้ที่เครื่องสแกนในตำแหน่งที่เราสามารถมองเป็นได้ง่าย

 

ภาพที่ 1 จากหน้าจอคอมพิวเตอร์

 

ภาพที่ 2 จากหน้าจอมือถือ

 

ภาพที่ 3 จากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ให้กด Accept

 

      เท่านี้เราก็จะใช้งาน Einscan Pro/Pro Plus ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องค่อยมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา การใช้งานแบบนี้จะเหมาะกับการใช้งานในรูปแบบ  Handheld Scan เท่านั้น เพราะชิ้นงานที่สแกนมีขนาดใหญ่ทำให้ไม่สะดวกในการหันไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ถ ถ้าท่านใดที่มีเครื่องสแกนใช้งานอยู่แล้ว เจอปัญหน้านี้อยากจะให้ลองนำไปใช้ดูนะครับ เทคนิคดีๆ นำมาแบ่งปันเพื่อความสะดวกสบสยต่อการใช้งานอุปกรณ์

สามารถดูการเชื่อมต่อและการใช้งานได้ (VDO)

รีวิวอุปกรณ์เสริมช่วยสแกนสี Discovery pack ของ Einscan-SE

รีวิวอุปกรณ์เสริมช่วยสแกนสี Discovery pack ของ Einscan-SE

 

cover

 

        เครื่องสแกนเนอร์ 3D โดยทั่วไปนั้นจะมีด้วยกันหลายระบบแต่ที่จะเห็นกันบ่อยๆ เลยจะเป็นระบบที่ใช้จะเป็นแสงในการสแกนชิ้นงานเช่นเดียวกับ Einscan-SE ใครที่กำลังมองหาเครื่องสแกนเนอร์ 3D ที่ราคาไม่สูงมากไปใช้สแกนงานต่างๆ ความละเอียดของการสแกนถือว่าดีมากเลยทีเดียวเจ้าเครื่อง Einscan-SE สามารถสแกนงานขนาดเล็กตั้งแต่ 30 จนถึง 700 mm ได้สบายๆ Software ที่ใช้ในการสแกนก็ใช้งานง่ายแถมยังช่วยซ่อมแซมผิวของงานที่สแกนให้ดีกว่าเดิม ช่วยต่อผิวของชิ้นงานที่สแกนให้อัตโนมัติโดยที่เราไม่ต้องมานั่งกำหนดจุดเพื่อต่อชิ้นงานเองอีกต่อไปแล้ว และยังสามารถสแกนสีได้แต่ในการสแกนสีนั้นสีของงานที่สแกนออกมาจะยังไม่สมจริงมากนักมีความเพี้ยนอยู่พอสมควร ถ้าใครที่เคยใช้แล้วอาจจะนึกภาพออก ดังนั้นวันนี้ผมจะมารีวิวอุปกรณ์เสริมของเจ้าเครื่อง Einscan-SE เอาใจคนที่สอบสแกนงานแบบสีๆ กันครับ อุุปกรณ์เสริมที่เพิ่งเปิดตัวมานี้คือ Discovery pack จะเป็นกล้องคู่ที่สามารถปรับความเข้มของแสง และความคมชัดของกล้องได้ ความละเอียดของจุดต่อจุออยู่ที่ 0.09-0.12 mm. และ DPI ของพื้นผิว/สีอยู่ที่ 12.0 megapixel ซึ่งอุปกรณ์ตัวนี้จะใช้กับ Software Einscan-S v2.7.0.4  ขึ้นไปที่ตอนนี้เป็นตัวทดสอบอยู่แต่ขอบอกเลยว่าสแกนงานได้ละเอียดขึ้นและเก็บสีได้ดีมาก ถ้าไม่เชื่อเดี๋ยวผมจะมาทำการเปรียบเทียบให้ดูกันไปเลยครับ
3d_skaner_shining_3d_einscan-se_2

Discovery Pack.png

 

       ลักษณะงานที่เหมาะกับเครื่องสแกน Einscan-SE นั้นจะเหมาะกับการนำไปสแกนงานที่มีขนาด 30 mm. ขึ้นไปจนถึง 700 mm. ถามว่าจะเอาไปสแกนงานที่ขนาดใหญ่กว่านี้สแกนได้ไหมบอกเลยนะครับ ว่านำไปสแกนได้แต่!! จะลำบากหน่อยเนื่องมาจากขนาดในการสแกนจะไม่ได้ใหญ่มากเพียง 200×150 mm. ถ้านำไปสแกนงานที่มีขนาดใหญ่จะต้องสแกนหลายครั้งกว่าจะเก็นรายละเอียดจนครบ แต่ถ้าเป็นงานที่มีขนาด 200×200 mm. จะง่ายมากต่อการสแกนเพราะในชุดจะมี Turntable ที่สามารถสแกนงานแบบอัติโนมัติเองได้ และอีกอย่างงานที่นำมาสแกนนั้นจะต้องเป็นสิ่งของที่อยู่นิ่งเท่านั้น ถ้าใครคิดที่จะนำไปสแกนคนหรือสัตว์จะสแกนไม่ได้นะครับ ส่วน Discovery pack นั้นจะใช้ในการสแกนแบบ Auto scan หรือ Fixed scan ก็ได้เพราะ Software ตัวใหม่ตั้งแต่ v2.6.0.0 ทางผู้พัฒนาได้ทำให้สามารถสลับการใช้งานระหว่าง  Auto scan หรือ Fixed scan ได้ภายในหน้าต่างเดียวกัน
EinScan-SE_Elite-3D-Scanner

        การสแกนงานแบบติด Discovery pack การแกนโดยใช้ Discovery pack นั้นจะนำมาต่อกับขาตั้งกล้องหรือจะใช้กับขายึดของตัวเครื่องที่แถมเองมาให้ก็ได้ แต่อยากนะนำหาขาตั้งกล้องมาใช้มากกว่าครับเพราะจะเลือกมุมองศาของตัวกล้องเองได้ง่ายกว่า จะเลือกใช้แบบติดกับ Turntable หรือจะไม่ใช้ก็ได้แล้วแต่เราเลยครับ ถ้าจะนำไปสแกนงานที่มีขนาดใหญ่กว่า 200 mm. ใช้สแกนแบบ Fixed scan ส่วนการคาริเบทนั้นก็ทำแค่ครั้งแรกแล้วความสแกนงานไปเรื่อยๆ ถ้าสีไม่เพี้ยนหรือเชื่อมต่องานแล้วไม่หลุดก็สแกนงานได้เรื่อยเลยครับ  

 

discovery

Fixed scan

shining-3d-discovery-pack-for-einscan-se-sp-1-k-240381-en

Auto scan

 

        งานที่สแกนออกมานั้นบอกได้เลยว่าสีสวยกว่าเดิมเยอะมากและรายละเอียดของงานก็เก็บได้เยอะขึ้น แต่ขนาดของไฟล์งานก็จะใหญ่เช่นกันนะ แนะนำคอมพิวเตอร์ที่นำมาใช้จะต้องอัพสเปคกันหน่อยถ้าไฟล์ขนาดใหญ่เกินไปคอมประมวณผลไม่ทันก็จะเด้งปิด Software ได้ง่ายๆ เลยครับ จากภาพจะเปรียบเทียบให้ดูว่างานที่สแกนออกมานั้นกับชิ้นงานจริงเหมือนหรือแตกต่างกันขนาดไหน (พอดีไฟในห้องเป็นสีส้มเลยถ่ายภาพออกมาจะส้มๆ หน่อยนะครับ)  
2561_06_09_3

2561_06_09_2

2561_06_09_7

2561_06_09_7

2561_06_09_8

2561_06_09_11

 

 

        การเปรียบเทียบระหว่างติด Discovery packและไม่ติด Discovery pack จากภาพการเปรียบเทียบงานที่สแกนแบบติด Discovery pack กับไม่ติด Discovery pack จะเห็นได้ว่าแบบที่ติดจะสมจริงทั้งสี ลายเส้น รายละเอียดของเนื้องานจะเหมือนมากเหมาะกับการที่จะนำไปใช้สแกนงานที่เน้นแสดงสินค้าให้ลูกค้าดู การทำอนิเมชั่น กราฟิก และอื่นๆ อีกมามาย

 

Artboard 1

Artboard 2

Artboard 3

 

        รายอะเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง สเปคคอม ระบบที่รองรับ สำหรับหลายๆ ท่านที่ต้องการทราบรายละเอียดสเปคคอมพิวเตอร์ที่จะทำมาใช้กับเครื่องสแกนเนอร์  Einscan-SE นี้จะสามารถใช่ตามภาพได้เลย หรือว่าจะอัพให้สเปคคอมสูงกว่านี้ได้ก็จะเป็นต่อผู้ใช้งานครับ Software ทาผู้ผลิตบอกว่าใช้ได้ทั้งระบบปฏิบัติการ Windows 7, 8, 10(64bit) และ Mac

 

ึ

ลูกค้า: บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน)

ลูกค้า: บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน)

ขอขอบคุณ บริษัท พรีเมียร์ซิสเต็มเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ในเครือ บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน)
ที่อุดหนุนเครื่องพิมพ์สามมิติ Fullscale Max350 และเครื่องสแกนสามมิติ Einscan Pro+ ไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพดียิ่่งขึ้น

3D Printer : Fullscale Max350

3D Scanner: Einscan Pro+