fbpx

Custom ฝากระโปรงหน้า Xpander 5นาทีก็เสร็จแค่มี EinScan HX.

Custom ฝากระโปรงหน้า Xpander 5นาทีก็เสร็จแค่มี EinScan HX.

สวัสดีครับ วันนี้เราจะมาแบไต๋สำหรับงาน Reverse Engineering กันครับอย่างที่เราได้เห็นว่าบริษัทเราเป็นผู้เชี่ยวชาญและจำหน่ายตัวเครื่อง 3D PRINTER , 3D SANNER ก่อนที่ลูกค้าจะซื้อของเราพร้อมที่จะให้ข้อมูลสำหรับ Solution ต่างๆ อย่างเช่นตอนนี้ทางเราได้โจทย์มาว่า เราจะ CAD ฝากระโปรงรถยนต์ Misubishi Xpander ขึ้นมาใหม่และทำการ Custom มันจากเดิมที่เป็นอยู่เพื่อทำ After Market ของแต่งๆ ต่างๆ นาๆ สารพัด แล้วโจทย์ที่สำคัญคือเราจะ CAD มันได้อย่างไร ให้เรามานั่งวัดแต่ละมุม ส่วนโค้งเอย ส่วนเว้าเอย ความยาวเอย วัดยังไง ? เรายังไม่รู้เลยว่าเราจะใช้เครื่องมืออะไรวัดมัน วันนี้ PRINT3DD มาโชว์การทำ

Reverse Engineering กันครับ

มาเริ่มกันเลยครับ จากภาพที่เห็นเราใช้เครื่อง 3D Scanner รุ่น EinScan HX โดยใช้โหมด Bule Laser งานจะเงามี Reflective แค่ไหนก็ไม่กลัวเพราะตัวเครื่องออกแบบมาให้ใครกับงานอุตสาหกรรม โดยตรงเหมาะกับงานชิ้นใหญ่ๆ แค่รถคันเดียวสบายมากครับ เริ่มสแกนและเอาไฟล์ไปทำ Reverse กันเลย

ได้ไฟล์งานมาเรียบร้อยแล้ว ทีนี้เราก็ต้องทำ Low Polygon และตัดแต่งผิวนิดหน่อยก่อนเพื่อให้เรียบง่ายแก่การทำ Section Line โดยก็เช่นเดิมครับโปรแกรมที่มาเป็น Set กับตัวเครื่อง EinScan Hx อยู่แล้วก็คือ โปรแกรม Geomagic Essentials ถามว่าเราทำอะไรบ้างในโปรแกรมนี้ เราจะมาไล่คำตอบกันตามนี้เลยครับ

  1. ลด Noise และ Wrap ผิวงานใหม่ เพื่อให้ไฟล์งานที่ Point กระจายจากการสแกนนั้นได้ผิวงานที่ดีขึ้นและกำจัด Point ที่ไม่จำเป็นต่อผิวงานออกไป
  2. เข้า Origin ให้กับชิ้นงานตามที่เราต้องการเลยว่าเราอยากวางไว้ตรงไหนเพื่อให้เราได้ทำงานง่ายขึ้น
  3. ตัดแต่งผิวงานส่วนที่สแกนไม่เต็ม เติมผิวงานโดยใช้ฟังก์ชั่น Filling Hole
  4. ทำ Section Line เพื่อที่เราจะนำ Section Line ตรงนี้เซฟออกไปเป็นไฟล์นามสกุล .iges เพื่อจะทำไป CAD ต่อในโปรแกรม Solid Edge 2021 ต่อได้

เรามาดู Work Flow หลังจากได้ Section Line ขั้นตอนสุดท้ายของงานและข้ามไป Solid Edge 2021 กันได้เลยครับ

ปูผิวงานโดยใช้ ฟังก์ชั่น Bounded ง่ายนิดเดียวแค่เพียง 2 คลิกก็ได้ผิวออกมาแล้วครับหลังจากนั้น ก็ทำการดึง Thicken ให้กับผิวงานได้เลยในส่วนของความหนาเราสามารถวัดได้จากตัวฝากระโปรงของจริงเลยครับ

ทีนี้ก็ได้เป็นไฟล์ CAD โดยสมบรูณ์แบบเรียบร้อยแล้วครับ เราจะทำอะไรก็มันก็ได้ตามใจชอบเลย ตัวอย่างนี้ต้องการแต่งช่องระบายอากาศภายในห้องเครื่องเพื่อเป็นต้นแบบก่อนในสัดส่วนและ Shape ก็จะเป็นสัดส่วนและ Shape จริงเดิมของ Xpander อยู่ครับ

 

ขั้นตอนสุดท้ายหลังจากแต่งงานเสร็จแล้ว ก็ทำการ Save Export ให้เป็นนามสกุล .STL ได้เลยครับจะนำไปใช้กับ 3D Print SLA หรือจะไปทำ CNC แม่พิมพ์เพื่อทดสอบการประกอบได้เลยครับ

เป็นอันเสร็จสิ้นกันแล้วครับ ถ้ามีความชำนาญจริงๆ ทำแค่นี้ใช้เวลาไม่รวมการสแกนแค่ 5 – 10 นาทีก็เสร็จสิ้นแล้วครับแล้วทางเราจะทำการแบไต๋เรื่องต่างๆให้ได้รู้กันอีกเพื่อเป็น Know How ให้ลูกค้าได้เข้าใจหลักการต่างๆ ที่ทำงานและใช้งานได้จริงอีกนะครับ

 

Einscan HX รีวิวแบบจัดเต็ม

Einscan HX รีวิวแบบจัดเต็ม

Einscan HX สแกนเนอร์ระบบhandheldที่สามารถใช้กับงานได้หลากหลายแบบ ที่มาพร้อมระบบการสแกนแบบHybridมีทั้งสองระบบคือ laser scan เป็นโหมดที่เรีบกได้ว่ามีความละเอียดและแม่นยำที่สุดในปัจจุบัน มาคู่กับระบบ Blue light LED ที่เป็นที่นิยมของเครื่องสแกนหลายๆแบบ ที่มีความสามารถมากกว่าระบบ White light LED และยังสามารถเก็บสีได้ในตัวอีกด้วย
Einscan HX จะเน้นหนักไปทางงานเชิงวิศวกรรมเป็นหลักและงานที่มีขนาดใหญ่ถึงใหญ่มาก จะเหมาะกับงานสแกนรถ เครื่องจักร ชิ้นส่วนขนาดใหญ่ที่มีรายละเอียดสูงๆ แม้แต่งานรูปปั้น งานสแกนทั่วไปที่ต้องการสี

Einscan HX เป็นสแกนเนอร์ในระบบHandheldที่ใช้งานงานง่าย น้ำหนักเบา ทำให้ยืดหยุ่นได้มากในการทำงาน
สแกนด้วยความละเอียดสูงที่ระยะห่างระหว่างจุดอยู่ที่0.05mm และ0.04mm ที่โหมดLaser Scan
ในโหมดRapid Scan สามารถสแกนได้ที่ความละเอียดมากถึง 1,200,000จุด/วินาที ทำให้งานมีความละเอียดมาขึ้น จึงนำงานที่ได้ไปReverse Engineering, CAD/CAMได้ดียิ่งขึ้น
ระบบสแกนแบบHybrid Blue Laser และ Blue light LED ทำให้สแกนงานได้หลากหลายมากขึ้นสแกนได้แม้กระทั่งสีดำ
กล้องสแกนสีในตัว สแกนครบจบทุกสีและพื้นผิว

ภายนอก

ตัวเครื่องจะมีรูปทรงคล้ายคลึงกับดัมเบลทำให้จับได้ถนัดมือ และมีขนาดไม่ใหญ่มากจึงทำให้การเคลื่อนที่สแกนทำได้ง่ายมากขึ้น และด้วยน้ำหนักเพียง780กรัมเท่านั้นทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องโดยไม่ล้า

 

การวางปุ่มกดของเครื่องนั้นจะวางทั้งหมดที่ตรงกลางไม่ว่าผู้ใช้จะถนัดมือซ้ายหรือมือขวาก็สามารถใช้งานได้
ปุ่มของเครื่องจะประกอบไปด้วย ปุ่มสแกน จะอยู่ตรงกลางที่ด้ามจับและจะตรงกับนิ้วโป้งพอดี ด้านบนของเครื่องจะมีปุ่มปรับแสงสว่างและปุ่มสำหรับขยายภาพ กาดรกดปุ่มส่วนนี้อาจจะยากนิดหน่อยเพราะปุ่มนั้นอยู่สูงและขนาดใหญ่หากผู้ใช้มือเล้กก้อาจจะต้องใช้อีกมือมาช่วย ถึงแม้ว่าปุ่มจะใหญ่แต่ไม่แข็งสามารถกดได้ง่ายมาก

การเชื่อมต่อจะใช้เป็นสายสองเส้นของเครื่องเองเพื่อเชื่อมต่อไฟละสัญญาณและเชื่อมต่อเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยUSB3.0
ตัวเครื่องจะมีกล้องทั้งหมดสี่ตัวแต่ละตัวจะมีหลอดLEDอยู่รอบๆ ตรงกลางด้านบนจะเป็นตัวยิงแสงเลเซอร์ออกมา ส่วนตรงกลางด้านล่างจะเป็นโปรเจกเตอร์สำหรับ Blue LED

ภายใน

Einscan HXจะสแกนด้วยสองโหมดคือ
1.Laser scan โหมดนี้เรียกได้ว่าเป็นโหมดที่สแกนได้ละเอียดที่สุดของสแกนเนอร์ในปัจจุบัน สามารถเก็บรายละเอียดของตัวงานได้แม่นยำที่สุดแม้จะใช้งานกลางแจ้งก็ยังทำได้ โหมดนี้จะใช้ร่วมกับMarkerเพื่อให้มีจุดอ้างอิง เนื่องจากLaserมีลักษณะเป็นเส้นจึงทำให้การหาจุดอ้างอิงทำได้ยากมากถึงแม้ว่าจะเก็บรายละเอียดได้มากก็ตาม
จุดเด่นของการสแกนด้วยLaserที่ทำให้มันเป็นระบบที่สามารถสแกนได้แม่นยำที่สุดในเวลนี้ก็เพราะว่ามันสามารถสแกนงานที่มีลักษณะReflective(สะท้อนแสง)และงานสีดำได้ เพราะLaserจะสนใจแค่ลักษณะพื้นผิวของงานเท่านั้นจึงทำให้สีของงานไม่ส่งผลกับการสแกน
2.Rapid scan โหมดนี้ใช้กับการสแกนงานทั่วไป สามารถแสกนได้เร็วตามชื่อของมันและเร็วกว่าโหมดLaser scan เล็กน้อยแต่ความละเอียดของงานสแกนจะสู้โหมดLaser scanไม่ได้ โหมดนี้จะใช้Blue LEDในการสแกนงานโดยให้แสงสีฟ้าสะท้อนจากตัวงานกลับเข้ามาที่กล้องเพื่อประมวลผล
ในโหมดนี้ก็จะมีโหมดย่อยอีกสองโหมดคือ

  • non texture โหมดนี้จะไม่เก็บสีแต่สามารถเลือกที่จะเก็บพื้นผิวก็ได้ เก็บงานที่ใช้Markerก็ได้ หรือใช้แบบHybridก็ได้เช่นกัน
  • Texture โหมดนี้จะเป็นการสแกนงานสีโดยการเน้นเก็บผิวงานเป็นหลัก สีที่สแกนได้จะใกล้กับความเป็นจริงมาก
    ซึ่งโหมดRapid scanนั้นก็สามารถสแกนงานที่เป็นReflective(สะท้อนแสง)และงานสีดำได้เช่นกันแต่จะต้องใช้เทคนิคการปรับแสงระหว่างสแกนเพราะถ้าหากแสงมากเกินไปตัวเครื่องจะมองไม่เห็นงานส่วนที่เป็นสะท้อนหรือสีดำได้

อุปกรณ์ที่มากับเครื่อง
ตัวเครื่องจะมาพร้อมกับอุปกรณ์เสริมแบบครบครัน จะประกอบไปด้วย

  • ตัวเครื่องสแกน
  • แผ่นคาริเบต(พร้อมแผ่นรองสำหรับเทียบมุมการใช้งาน)

  • Marker สำหรับEiscan HX จะใช้ขนาด10mm(ของPro Series จะใช้ 7mm) มีแถมมาให้ทั้งหมด10แผ่น

  • สายสัญญาณที่มาเป็นคู่กับสายไฟเข้าเครื่อง(สายไฟยาวประมาณ5เมตร)

  • อแดปเตอร์สำหรับเครื่อง ที่มาพร้อมกับหัวปลั๊กสำหรับเปลี่ยนเพื่อการใช้งานได้หลายรูปแบบและหลายประเทศ

  • USB Drive จะมีLicense สำหรับเครื่อง
  • โปรแกรมSolidEdge และ Geomagic Essentials อย่างละ 1 License

การสแกนโหมดLaser Scan
เป็นโหมดที่ละเอียดที่สุดของสแกนเนอร์ ความสามารถเด่นของโหมดนี้คือการเก็บรายละเอียดของชิ้นงานได้ครบทุกองค์ประกอบไม่ว่าจะเป็นส่วนงอกส่วนย้อยเล็กๆของชิ้นงานได้ดี เก็บพื้นผิวได้ครบและการใช้Laserสามารถสแกนงานกลางแจ้งได้เพราะไม่จำเป็นต้องใช้แสงสะท้อน และไม่จำเป้นต้องพ่นสเปรย์แป้ง
โหมดนี้จะใช้เฉพาะกับงานที่ติดMarkerเท่านั้นแต่ไม่ต้องพ่นสเปรย์แป้ง Laserสามารถจับผิวชิ้นงานได้ดีมากแต่จำเป็นต้องมีจุดอ้างอิงเพราะLaserจะยิงแสงเป็นเส้นแบบตัดไขว้กันไปมาด้วยความเข้มสูงจะเก็บแต่พื้นผิวดังนั้นสีของตัวงานจะไม่ส่งผลกับการสแกนเลยแม้แต่น้อย และยังทำให้EiscanHXสามารถสแกนงานกลางแจ้งได้
การใช้งานในโหมดนี้ง่ายมากหากงานติดMakerมาแล้ว เพียงแค่เลือกโหมด เลือกความละเอียดแล้วสแกนได้เลย

หลังจากที่เข้ามาแล้วก้มีการตั้งค่าเพิ่มเติมให้อีกคือการเลือกว่างานชิ้นนั้นเป็นงานทั่วไป สะท้อนแสง หรือสีดำ(จริงๆไม่เลือกก็สแกนได้นะ แต่ถ้างานเป็นดำหรือสะท้อนแล้วเลือกจะสแกนได้ดีกว่า)
หากงานที่เป็นพื้นผิวที่สแกนได้ยากเช่น ซอกลึกๆ พื้นผิวที่หักมุม จุดพื้นที่ที่ห่างจากmarker ก็สามารถสแกนได้แต่ต้องทำการสแกนให้ละเอียดมากขึ้น

งานเสร็จเรียบร้อย

การใช้งานโหมด Rapid Scan
ในโหมดนี้จะมีการทำงานอยู่สองส่วนคือการสแกนแบบ Non-Texture และแบบ Texture
ในส่วนNon-TextureคือการสแกนงานตัวBlue Light LEDสามารถเก็บรายละเอียดได้ดี สแกนได้เร็ว และยังสามารถใช้งานได้หลากหลาย ทั้งกับงานที่มีMarkerและไม่มีก็สามารถสแกนได้ หรือจะเลือกเป็นแบบhybridก็ทำได้เช่นกัน อีกทั้งยังสามารถโดยใช้พื้นผิวเป็นตัวอ้างอิงได้เช่นกัน(Feature) แต่ความละเอียดก็ยังไม่ใกล้เคียงกับLaser Scan

ข้อเสียของRapid scan(ทั้งBlue lightและWhite Light) คือความแม่นยำไม่ได้สูงมากเท่าที่ควรถึงแม้ว่าความละเอียดจากสูงก็ตาม บางครั้งการสแกนงานที่ซับซ้อนหรือมีจุดอ้างอิงน้อยเกินไปด้วยความเร็วที่มากอาจจะทำให้งานเกิดอาการงานซ้อนได้ ซึ่งวิธีแก้คือการลบส่วนที่ซ้อนกันแล้วสแกนจุดนั้นใหม่อีกครั้ง

จุดเด่นอีกอย่างของEiscan HXคือโหมด Blue Lightของเครื่องสามารถสแกนงานงานกลางแจ้งได้ค่อนข้างดี และยังสามารถสแกนงานที่มีความมันวาวและงานสีดำได้ดี แต่ระหว่างสแกนั้นผู้ใช้ต้องคอยปรับแสงเรื่อยๆหากตำแหน่งงานเปลี่ยนจากจุดปกติไปจุดที่มีสีดำ

 

ในส่วนTextureคือการสแกนงานโดยการเก็บสีไปด้วย ในโหมดนี้จะไม่สามารถใช้markerได้ เพราะโปรแกรมจะใช้สีและลักษณะของผิวงานเป็นจุดอ้างอิงแทนเท่านั้น หากติดMarkerเข้ามาจะทำให้เครื่องสแกนเก็บMarkerเข้าไปด้วยและคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของตัวงานจะไม่สามารถลบเฉพาะMarkerออกได้

ด้วยความสามารถของBlue Light LEDของ Einscan HX สามารถสแกนสีได้ในตัวไม่จำเป็นต้องซื้อโมดูลสแกนสีมาต่อเพิ่มแต่อย่างใด และสีที่ได้จะใกล้เคียงความเป็นจริงมาก และEiscan HX สามารถสแกนสีดำได้ จึงสแกนสีดำเก็บเข้ามาได้เช่นกัน

หากสแกนงานที่เป็นสีดำก็ต้องทำการลดแสงของเครื่องสแกนลงไม่งั้นเครื่องจะมองไม่เห็นสีดำ
ในการสแกนไม่สามารถติดMarkerได้ ในส่วนพื้นผิวที่เรียบและมีสีเดียวอาจจะทำได้ยากจึงต้องใช้ทักษะของผู้ใช้ประมาณนึง

สุรุป
Einscan HX ทำงานสแกนได้ค่อนข้างหลากหลายงาน แต่จะเน้นไปทางวิศวกรรมจะทำได้ดีที่สุด กับการสแกนงานที่ไม่ได้ใช้เวลาในการสแกนนานมากนักถือว่าทำได้ดี
จุดเด่น
-มีโหมดLaser Scan สำหรับสแกนงานละเอียดสูง
-Blue light LED สามารถสแกนงานได้หลากหลายมาก ความละเอียดสูง ทั้งแบบติดและไม่ติดMarker
-เป็นHandheld Scannerที่น้ำหนักเบา ทำให้ผู้ใช้ทำงานได้สะดวกมาก
-สแกนสีได้สวย สีใกล้เคียงกับความเป็นจริงมาก
-สแกนได้เร็ว สแกนได้ดีมากกับงานที่มีขนาดใหญ่ สแกนงานกลางแจ้งได้0
ข้อสังเกต
-จะไม่สามารถใช้โหมดFix Scanได้
-งานที่มีขนาดเล็กไม่สารถสแกนได้

หวังว่าEiscan HX จะเป็นตัวเลือกให้ผุ้ที่สแกนงานได้นำไปใช้กันนะครับ
หากยังไม่กล้าตัดสินใจ สามารถมาทดลองใช้ที่หน้าร้านของเราได้นะครับ

EinScanHX LaserScan Mode – โหมดสุดแม่นยำเหมาะกับงานวิศวกรรมทุกรูปแบบ

EinScanHX LaserScan Mode – โหมดสุดแม่นยำเหมาะกับงานวิศวกรรมทุกรูปแบบ

จากบทความครั้งที่แล้วได้ทำการรีวิว Einscan HX ในโมหดของ Blue light เพื่อสแกนเก็บสีกันไปแล้ว ในครั้งนี้จะเป็นการใช้งานโหมด Laser Scan เพื่อใช้เก้บชิ้นงานี่ความละเอียดสูงสุดและสามารถสแกนงานที่มีขนาดใหญ่ได้อย่างง่ายดาย
Laser scan ของ Einscan HX เป็นโหมดที่ละเอียดที่สุดของสแกนเนอร์ ความสามารถเด่นของโหมดนี้คือการเก็บรายละเอียดของชิ้นงานได้ครบทุกองค์ประกอบไม่ว่าจะเป็นส่วนงอกส่วนย้อยเล็กๆของชิ้นงานได้ดี เก็บพื้นผิวได้ครบและการใช้Laserสามารถสแกนงานกลางแจ้งได้เพราะไม่จำเป็นต้องใช้แสงสะท้อน และไม่จำเป้นต้องพ่นสเปรย์แป้ง





การทำงานของLaser Scannerคือ เครื่องสแกนเนอร์จะทำการฉายแสงความเข้มสูงในลักษณะเส้นที่เรรียกว่าเลเซอร์ในแบบเส้นตัดทแยงโดยให้แสงไปกระทบชิ้นงานแล้วทำการสะท้อนออกมา จุดเด่นของLaser Scanคือความละเอียดการสแกนสูง และแสงมีความเข้มสูงจึงสามารถใช้งานการแจ้งได้ แต่จุดด้อยของโหมดนี้คือ ไม่รองรับการสแกนเก็บสีและความเร็วในการสแกนถือว่าค่อนข้างช้าเมื่อเทียบกับโหมดอื่นๆ ของเครื่องสแกนเนอร์
Laser Scan mode เป็นโหมดที่จะใช้งานกับMakerเท่านั้นเพื่อการสแกนงานให้ได้คุณภาพสูงสุด

อีกความสามารถหนึ่งของlaser scanคือ สามารถสแกนงานที่เป็นสีดำและงานสะท้อนแสงไม่มากได้ จึงทำให้สีของชิ้นงานไม่มีผลกับการสแกนแต่อย่างใด

ในส่วนของLaser scan เราสามารถปรับค่าห้เหมาะสมกับชิ้นงานได้ง่ายๆ แม้แต่งานที่มีลักษณะสะท้อนแสงหรือสีดำก็สแกนได้ง่ายๆโดยแค่เลือกค่าให้ตรงหรือใช้วิธีปรับแสงระหว่างการสแกนก้ได้เหมือนกัน

ตั้งค่าเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ทำการสแกนได้เลย


แม้แต่งานสีดำก็สแกนได้อย่างง่ายดายเลย


พลิกด้านแล้วสแกนก็ยังได้

เสร็จแล้วจะได้ประมาณนี้จะเห็นว่าผิวงานที่เก็บได้จะมีรายละเอียดเยอะมาก

หลังจากทำการจบขั้นตอนการสแกนแล้วจะเห็นว่าผิวของชิ้นงานชัดเจนมากเมื่อเทียบกับเครื่องสแกนระบบอื่นๆหรือโหมด Blue Light ของตัวHXเอง
โหมดBlue light ของEinscan HX ดูจากที่นี่ได้เลย Einscan HX Color mode

ในส่วนจุดที่เราเก็บไม่หมดก็สามารถกลับไปสแกนซ้ำได้เรื่อยๆเลย หากว่าเหลือเพียงไม่กี่จุดก้ยังสั่งให้โปรแกรมข่วยปิดได้เช่นกัน

สำหรับผู้ที่ต้องการสแกนงานที่มีรายละเอียดเยอะและต้องการความละเอียดสูงและสแกนงานขนาดใหญ่ Eiscan HX ถือว่าตอบโจทย์ผู้ใช้เป็นอย่างมาก

รีวิว Einscan HX -Texture mode(โหมดแสกนเก็บพื้นผิว+สี) สแกนสีสวยสด รวดเร็ว เก็บทุกTexture

รีวิว Einscan HX -Texture mode(โหมดแสกนเก็บพื้นผิว+สี) สแกนสีสวยสด รวดเร็ว เก็บทุกTexture

Einscan HX เป็นสแกนเนอร์ตัวใหม่ของทางShining3D ที่ปล่อยออกมาเมื่อต้นเดือนนี้เอง โดยEinscan HXจะเป็นสแกนเนอร์ที่ออกแบบมาเฉพาะทาง โดยเน้นใช้งานทางด้านงานประเภทวิศวกรรมโดยเฉพาะและจะใช้ได้กับงานตั้งแต่ชิ้นส่วนขนาดกลางๆไปจนถึงรถทั้งคันได้เลย
ตัวเครื่องจะเป็นสแกนเนอร์ประเภทHandheld(ใช้มือจับถือสแกน)มาพร้อมกับระบบ Blue light LED ใช้ในการเก็บสีและผิวอย่างแม่นยำและยังมีโหมดLaserสำหรับสแกนงานละเอียด จึงทำให้Einscan HXมีความแม่นยำที่สูงมากเลยทีเดียว

ในระบบของ Blue light LED จะเป็นการยิงสีฟ้าไปกระทบชิ้นงานแล้วสะท้อนกลับมาที่สแกนเนอร์คล้ายกับระบบWhite light LED แต่จะสามารถเก็บสีได้ เก็บรายละเอียดได้ดีกว่า
หากต้องการจะใช้Blue lightสแกนชิ้นงานจะเลือกเป็นRapid scan โหมดนี้จะเป็นการเก็บพื้นผิว สแกนชิ้นงานโดยไม่ใช้Marker และยังสามารถเลือกเป็นโหมดสแกนสีได้ อีกทั้งตัวนี้ยังสามารถสแกนสีได้ในตัวไม่จำเป็นต้องต่อModuleแต่อย่างใดเพียงแค่เลือกโหมดเก็บสีก็สามารถใช้ได้แล้ว และไม่จำเป้นต้องมีห้องควบคุมแสงแต่อย่างใด แค่เพียงสแกนในร่มก็สามารถใช้งานได้เลย

ในรีวิวนี้จะทำการแสดงหุ่นลองเสื้อโดยใช้โหมดสแกนสีทั้งตัว






โดยหุ่นที่นำมาสแกนเป็นหุ่นเท่าคนจริง เสื้อผ้าที่คนใส่จริงๆ

การสแกนเราสามารถทำได้อย่างดาย เพียงแค่เดินวนสแกนรอบๆชิ้นงานได้เลย และสามารถหมุนชิ้นงานได้เลยหากทำได้

จะเห็นว่าสามารถเก็บรายละเอียดได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

หลังจากสแกนแล้วก็จะได้หน้าตาของหุ่นมาประมาณนี้

หลังจากคำนวนแล้วจะเนียนขึ้นเล็กน้อย

หลังจากประมวลผลก้จะได้งานประมาณนี้

Einscan HX เป็นสแกนเนอร์ตัวใหม่จากทาง Shining3D ที่มีความสารถมากมาย ทำงานได้หลากหลายและยังเป็นประเภทHandheldอีก จึงทำให้การทำงานร่วมกังานชิ้นใหญ่ก็สบายมากเลย

EinScan-HX Software อัพเดทใหม่มีอะไรน่าสนใจบ้าง!!

EinScan-HX Software อัพเดทใหม่มีอะไรน่าสนใจบ้าง!!

More Functional & More Convenient : EinScan-HX Software Update

สำหรับเครื่องสแกนตัวใหม่อย่าง Einscan-HX ที่เป็นเครื่องรุ่นใหม่จากค่ายของ Shining3D ที่ได้เปิดตัวมาเมื่อไม่นานนี้นั้น ถือว่าเป็นเครื่องสแกนเนอร์ที่เน้นทางด้านของการสแกนงานที่รวดเร็วและแม่นยำ การสแกนงานที่เป็นสีดำ โลหะ มีความมันเงาก็สามารถทำได้ดีเลยทีเดียว พร้อมทั้งยังสามารถสแกนสีของวัตถุได้ในตัวอีกด้วยไม่ต้องติดกล้องสำหรับการเก็บสีเพิ่มเติมเลย หรือพูดง่ายๆ ว่าครบจบในตัวเดียว ซึ่งล่าสุดทาง Shining3D ได้ทำการส่ง e-mail แจ้งทางลูกค้าว่าได้มีการอัพเดทโปรแกรมเวอร์ชั่นใหม่ออกมาโดยการเพิ่ม Function&Convenient เพื่อให้การทำงานสะดวกสบายและครบครันมากยิ่งขึ้นต่อการทำงานทางด้าน Engineer เดี๋ยวเราจะมาดูกันว่า software ที่มีการอัพเดทมานั้นมีอะไรเพิ่มมาบ้าง

      1. โหมดใหม่ที่ใช้ในการทำงาน (New mode of software operation)
        a) Function of right-click menu
        เมื่อทำการคลิกขวาที่เมาส์ จะมีเมนูเพิ่มเติมขึ้นมาให้เลือกใช้งาน เช่น การเลือก, การยกเลิก, การลบ และการปรับมุมมองการมองงาน

        b) Selection tools
        เพิ่มเครื่องมือในการเลือก point เพื่อทำการลบส่วนเกินที่เราไม่ได้ต้องการออกจากงานสแกนเข้ามาใหม่ 3 เครื่องมือ คือการเลือกข้อมูลแบบ
        -Rectangular tool คือการเลือกข้อมูลโดยการคลิกเมาส์ซ้ายจากนั้นวงเลือกตามปกติได้เลย
        -Polygon tool คือการเลือกข้อมูลแบบกรอบสี่เหลี่ยม
        -Paintbrush คือการเลือกข้อมูลแบบการระบายในจุดที่เราต้องการ

        Polygon tool selection
        Rectangular tool selection
        Paintbrush tool selection

        Select all data or select a connected domain

    ส่วนที่ฟังก์ชั่นด้านล่างจะมีเครื่องมือเพิ่มเติมอีกสามารถลเือกข้อมูลแบบทั้งหมดหรือสามารถเลือกข้อมูลส่วนที่เชื่อมต่อกับตัวงานหลัก โดยการ connect domain จะช่วยให้เราทำงานได้งานมากยิ่งขึ้นเพราะ software จะเป็นตัวคำนวนให้ซึ่งสามารถลบส่วนที่เป็น point error ได้ด้วย

     c) The UI for meshing and post-process was also improved to be more user friendly หน้าต่างของการปิดผิวหรือซ่อมแซมไฟล์งานสแกนหรือที่รู้จักกันว่า mesh model ที่มีทั้งแบบ unwatertight (ปิดเฉพาะผิวด้านนอก) และ watertight (ปิดผิวแบบตัน) ซึ่งจะออกแบบหน้าต่างส่วนนี้ใหม่ให้ใช้งานง่ายมากยิ่งขึ้นจะอยู่ในด้านซ้ายมือสามาถเลือกสลับไปมาได้ทันทีไม่ต้องปิด-เปิดไฟล์งานสแกนใหม่ และได้ปรับที่หน้าต่างของการ post-process menu ด้วยเช่นกัน

  1. หน้าต่างMeshing menu ในการทำ Mesh model
    การ Post-process menu

    ซึ่งเมนูนี้ก็จะโดนย้ายมาไว้ด้านซ้ายมือเช่นกัน โดยจะแบ่งตามหัวข้อต่างๆ ในการทำงานของการ Post-processing ผิวงานจะแบ่งเป็น การแก้ไขสี(texture), การลดจำนวนข้อมูลและขนาดไฟล์สแกน(simplification), การเพิ่มคุณภาพ(mesh optimization), การทำผิวเรียบ(smooth), การลบส่วนเกินเล็กๆ ที่ลอยอยู่บนผิวงาน(remove small floating parts), การปิดรูแบบอัตโนมัติ(auto hole filling) และการปิดรูด้วยตัวเอง(manual hole filling)

  2.       2. ฟังก์ชั่นการเชื่อมผิวชิ้นงาน (Project alignment function)
    ฟังก์ชั่นการใช้ marker และ feature ในการเชื่อมผิวของชิ้นงานสแกนซึ่งจะเพิ่มเครื่องมือมาให้เลือกถึง 3 แบบที่จะใช้เลือกเชื่อมต่อชิ้นงานสแกน
  3. by feature เลือกการเชื่อมผิวแบบใช้ลักษณะของชิ้นงานเป็นจุดเชิ่อมต่อแต่ละชิ้นโปรแกรมจะคำนวณให้อัตโนมัติ

    การ alignment แบบ feature
  4. by marker เลือกการเชื่อมผิวแบบใช้ point marker ที่สแกนมาเป็นจุดเชิ่อมต่อแต่ละชิ้นโปรแกรมจะคำนวณให้อัตโนมัติ

    การ alignment แบบ marker
  5. by manual เลือกการเชื่อมแบบใช้ลักษณะของชิ้นงานเป็นจุดเชิ่อมต่อแต่ละชิ้น ซึ่งจะเลือกจุดเชื่อมเองได้ทั้งหมด 9 จุด
    การ alignment แบบ manual จะเลือกจุดได้ทั้งหมด 9 จุด

    3. การสแกนแบบติดจุด (Marker scan)

  6. ในการสแกน marker เพื่อเก็บ global marker file จะได้นำไปใช้งานต่อในการสแกน rapid scanใ นส่วนนี้จะเลือกsaveเป็นไฟล์ (.p3) ได้เท่านั้นเพื่อให้ได้ตำแหน่งของ marker ที่แม่นยำที่สุด
  7. การสแกนเก็บ Marker point เพื่อสร้างเป็นไฟล์ global marker(.p3)

    4. การลบ ตัด ส่วนเกิน (Cutting plane)

  8. เพิ่มเครื่องมือในการเลือกส่วนของชิ้นงานสแกนเพื่อลบหรือทำงานต่อแบบเป็น plane cutting โดยจะแบ่งออกเป็น
  9. -Fitting point cloud การสร้าง plane cut โดยการกำหนดจุดจาก point cloud จากนั้นโปรแกรมจะทำการ fitting plane ให้พอดีเองจากข้อมูลที่ได้เลือกไว้

    การสร้าง plane cutting จาการ fitting point cloud
  10. -Creating straight line  การสร้าง plane cut โดยการขีดเส้นเพื่อเป็นเลือกในการสร้าง plane base จากข้อมูล

    การสร้าง plane cutting จาการ creating straight line
  11. -Markers การสร้าง plane cut โดยการเลือกmarker จากนั้นโปรแกรมจะทำการ fitting plane และสร้างเป็น plane base ให้
  12. การสร้าง plane cutting จาการ markers point
    เมื่อสร้าง plane cutting สร้างเลือกลบ สลับข้อมูล หรือแก้ไขอื่นๆ ได้

    เมื่อทำการลบข้อมมูลแล้วจะสามารถกลับไปสแกนต่อได้

  13. 4. เพิ่มช่องทางการรับแก้ไขไฟล์สแกนเป็น CAD (ฟรี!!)
  14. สร้างส่งไฟล์ที่จะได้เสร็จเรียบร้อยแล้วไปให้ทาง shining3d แก้ไขเป็นไฟล์ CAD ได้โดยผ่านช่องทาง e-mail : cad@shining3d.com ซึ่งจะมีระยะเวลาจนถึงสิ้นเดือนนี้ แต่จะมีข้อกำหนดว่าฟรีนั้นไฟล์จะใช้เวลาในการทำอยู่ภายใน 3 ชั่วโมง ถ้าไฟล์ที่ส่งมายากเกินไปต้องใช้เวลานานเกิน 3 ชั่วโมงทาง shining จะมีคิดค่าใช้จ่ายแต่จะติดต่อส่งข้อเสนอมาให้ก่อนหรือถ้าสงสัยให้ติดต่อทาง einscan_support@shining3d.com