แนะนำวิธีการ Reverse Engineering ไฟล์งานที่ได้จาก Einscan-SE

13

 

        โปแกรม Solid Edge ST10 เป็นโปรแกรมที่มีการใช้งานจะคล้ายๆ โปรแกรมสร้างชิ้นงาน 3 มิติทั่วๆ ไปอย่างเช่น AutoCAD, Fusion360 และ Solidworks ซึ่งสามารถทำงานได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็น การดราฟ, ขึ้นโมเดล, ภาพการประกอบชิ้นส่วนงาน, การสร้างท่อโค้งงอ, การ Simulation, การ Reverse ทาง Engineering และอื่นๆ อีกมากมาย แต่สิ่งที่โปแกรม Solid Edge ทำได้แตกต่างออกมานั้นคือการ Revers ไฟล์งาน เพราะได้รวบร่วมเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพทางการออกแบบ 3 มิติ ไว้ให้ใช้งานอย่างครบครัน และมีเครื่องมือในการแก้ไขปรับแต่งไฟล์งานที่มีข้อมูลเป็นแบบสามเหลี่ยม ซึ่งทีมาของไฟล์งานอาจจะมาจากการสแกน หรือโปรแกรมอื่นๆ เพราะไฟล์งานส่วนมากเลยที่ได้จากการสแกน 3 มิติ นั้นจะไม่สมบูรณ์ 100% อยู่แล้วจึงต้องทำการปรับแต่งไฟล์ให้กลับมาสมบูรณ์มากที่สุดก็คือการ Reverse เช่น การปรับผิวให้เรียบ การปรับแต่งจากงานเดิม การสร้างชิ้นงานใหม่จากการเทียบขนาดที่ได้จากการสแกน 3 มิติ แล้วแต่เราจะเลือกใช้งานเลยครับ ถือว่าช่วยลดระยะเวลาในการออกแบบงานทางวิศวกรรมได้มาก เพราะบางงานไม่จำเป็นต้องมาวัดขนาดชิ้นงานจริงและสร้างชิ้นงานขึ้นมาใหม่แล้วซึ่งมันจะใช้เวลามากต่องานหนึ่งชิ้น เพื่อการไม่ให้เสียเวลามากเรามาเริ่มใช้งานโ)รแกรม Solid Edge ST10 กันเลยดีกว่าครับ

 

2

ภาพที่ 2

5

ภาพที่ 3

3

ภาพที่ 4

เมื่อเราเปิดโปรแกรม  Solid Edge ขึ้นมาจะเจอกับการสร้าง Sheet ของทาง Solid Edge จะมีให้เลือกใช้งานเยอะไม่ว่าจะเป็น Part, Daft, Metal, Assembly และ Weldment หน่วยที่จะใช้ก็สามารถเลือกได้จะเป็นนิ้วหรือเซนติเมตรส่วนมากเรามักจะใช้เป็น Part แบบเซนติเมตรมากกว่า เลือกไปที่ (ภาพที่ 2-3) Open Bowse > เลือกไฟล์ .stl > ANSI Metric > ansi metric part แล้วเราก็จะได้ sheet งานที่พร้อมจะทำการสร้างาน แก้ไขงานที่มีหน่วยเป็นเซ็นติเมตรแล้วครับ (ภาพที่ 4) จะเห็นว่าจะมีหน้าต่างเครื่องมือที่ไว้ใช้สำหรับการ Reverse Engineering โดยเฉพาะทางเลยนี่แหละครับเป็นทีเด็ดของทางโปรแกรม Solid Edge ST10 Classic จากนั้นเราก็ทำการจัดวางโมเดล 3 มิติ ที่เปิดขึ้นมาให้อยู่ตรงกึ่งกลางของแกนต่างๆ เพื่อง่ายต่อการทำงาน (ภาพที่ 5)

 

4

ภาพที่ 5

 

วีธีการ Reverse ไฟล์งานที่ได้จากเครื่องสแกน Einscan-SE

        เครื่องสแกนเนอร์ที่ผมใช้เป็น Einscan-SE งานที่ไม่ได้เน้นความละเอียดของชิ้นงานมากต้องการแค่ลักษณะของชิ้นงานเบื้องต้นถือว่า Einscan-SE ทำได้ดีมากเลยครับ อาจจะสแกนได้ไม่ดีเท่ารุ่นพี่อยาง Einscan Pro/Pro+ หรือ David SLS-3 HD ก็ตาม (ภาพที่ 6-7) จากรูปภาพจะเห็นได้ว่างานที่ได้จากการนั้นถือว่าดีมากแล้ว แต่เมื่อจะนำไปใช้งานจริงอาจจะต้องทำการแก้ไขให้ผิวของชิ้นงานนั้นเรียบ เพราะจะสังเกตุเห็นได้ว่าบางจุดยังสแกนได้ไม่ดี ถ้าเรานำงานนี้ไปพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ เลยผิวของชิ้นงานที่ได้จะไม่สวยเลยก็ว่าได้ ชิ้นงานมีรอยขรุขระของผิวงานแบบไหนเมืื่อทำการสไลด์จากโปรแกรมของเครื่องพิมพ์ 3 มิติ แล้วก็ยังจะมีรอยเหล่านั้นอยูเช่นเดิมนี่แหละเป็นหตุผลที่เราต้องทำการ Reeverse ไฟล์งานก่อนจะไปใช้งานจริง

 

7

ภาพที่ 6

8

ภาพที่ 7

 

         โปรแกรม Solid Edge ST10 ตัว Classic นี้จะมีเครื่องมือที่ช่วยในการแก้ไขไฟล์งานได้ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ .stl, .step และอื่นๆ อีกมากมาย ส่วนมากไฟล์ที่ได้จากเครื่องสแกนเนอร์ Einscan-SE จะเป็น .stl อยู่แล้ว เมื่อกดไปที่หน้าต่างการ Reverse Engineering จะเจอเครื่องมือในการแก้ไข (ภาพที่ 8)

  1. จะเป็นหน้าต่างของเครื่องมือทั้งหมดจะครอบคุมการทำงานไม่ว่าจะเป็น การวาด 2D, การวาด 3D, การทำ Surfacing, PMI, การ Simulation, การ Gennerative Design, การ Reverse  และอื่นๆ
  2. Planes สร้าง plane ต่างๆ ตามจุดที่เราต้องงการจะวาดหรือแก้ไข เพื่อจะได้ง่ายต่อการแก้ไขงานเวลาวาด 2D ณ ต่ำแหน่งตามแกน x, y, z ได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น
  3. Cleanup Mesh เป็นการแก้ไขพื้นพิวของงานสามารถลบผิวของงานที่ได้จากการสแกนมา และเติมผิวตรงจุดนั้นๆ ได้เพื่อให้เรียบขึ้น การลบนั้นจะลบเป็นแบบลายตาข่ายแบบ Polygon ของชิ้นงานนั้นๆ ถาไฟลที่ได้จากการสแกนมีความละเอียดมาก Polygon ก้จะเยอะตามกันไป
  4. Identify Regions เป็นการระบายสีของผิวชิ้นงานเพื่อจะแบ่งผิวของชิ้นงานให้ออกเป็นส่วนๆ จะได้ง่ายต่อการแก้ไข และสร้างพื้นผิวของขึ้นมาใหม่เพื่อใช้อ้างอิงกัับชิ้นงานที่ได้ทำการสร้างขึ้นมาใหม่ เครื่องมือนี้จะใช้ร่วมกับ Extract Surfaces
  5. Extract Surfaces เป็นการสร้างพื้นผิวงานขึ้นมาใหม่ที่ได้จากการอ้างอิงพื้นผิวของงานเก่หรืองานที่ได้จากการสแกน 3 มิติ การสร้างจะมีให้เลือก 2 แบบ Extract กับ Fit ส่วนมากแล้วจะใช้แบบ Fit มากกว่าเพราะจะมีฟังก์ชั่นในกาเลือกรูปแบบพื้นผิวได้มากกว่า เช่น วงกลม, สี่แหลี่ยม, กรวย, ทรงกระบอก และอื่นๆ
  6. Curves เป็นการสร้างส่วนที่โค้งงอต่างๆ ให้ง่ายขึ้น การวาดส่วนโค้งต่างๆ ตามชิ้นงาน สามารถตัดชิ้นงานที่มาจากการสแกน 3 มิติ ได้ต้องการจะตัดเฉพาะจุดก็ทำได้สบายมาก
  7. Surfaces เป็นการปรับแต่งพื้นผิวที่ได้มาจากเครื่องมือที่ (5)Extract Surfaces และ (6)Curvers ไม่ว่าจะ คัดลอกพื้นผิว Offset การดึงสร้างพื้นผิวจากเส้นที่วาดขึ้นจะเป็นแบบโค้งงานก็สามารถทำได้อย่างง่ายดายเหมือนกัน
  8. Modify Surfaces เป็นการแก้ไขพื้นผิวที่ได้จากการทำ  (5)Extract Surfaces และ (6)Curvers การตัดพื้นผิว การขยายพื้นผิว การผสานพื้นผิวให้เป็นชิ้นเดียวกัน การดึงพื้นผิวของชิ้นงานจริงแนบกับพื้นผิวที่ได้จากการทำในเครื่องมือที่ (4)Identify Regions และ (5) Extract Surfaces จากชิ้นงานที่ต้นแบบจากการสแกน 3 มิติ ถือว่าทำให้เกิดความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นต่อการแก้ไขปรับปรุงไฟล์งานทาง Engineering

 

9

ภาพที่ 8

 

        สำหรับคนที่ยังมองภาพไม่ออกนะครับ ว่าเครื่องมือทั้งหมดมีการทำงานยังไงบ้างผมได้ทำวีดีโอการ Revers เบื่องต้นมาให้ชมกันครับ งานนี้จะได้มาจากการสแกนกับเครื่อง Einscan-SE ชิ้นงานอันนี้จะเป็นอะไหล่ฝาครอบของรถเข็นคนพิการจะมีด้วยกัน 2 ชิ้น แต่ได้แตกไป 1 ชิ้น เลยนำอีกอันมาสแกนและ Reverse เพื่อจะนำไปพิมพ์ออกมาใช้งานจริงพลาสติกที่ใช้เป็น ABS เน้นแข็งแรง ใช้งานกว่าแสงแดดได้ ชิ้นงานจริงจะเป็นสีดำนะครับที่เห็นในรูปจะเป็นสีขาวเพราะได้พ่นสเปรย์แป้งให้ง่ายต่อการสแกนงานถ้าเป็นชิ้นงานที่สีทึบดำ มันเงา โป่งใส จะไม่สามารถสแกนได้ครับ ตามภาพที่ 9-10

S_7938102059414

ภาพที่ 9

S_7938102097578

ภาพที่ 10

 

วีดีโอการ Revere Engineering อะไหล่รถเข็นคนพิการ

        เมื่อทำการแก้ไขไฟล์เรียบร้อยแล้วผมได้ Save งานออกมาเป็น .stl เพื่อจะนำไปพิมพ์กับเครื่องพิมพ์  3 มิติ Fashforge Creator Pro ความละเอียดที่พิมพ์อยู่ที่ 200 ไมคอน (0.2 มิลลิเมตร) พลาสติกที่ใช้เป็น ABS เพื่อเน้นความเเข็งแรงของชิ้นงานต่อการใช้งานจริง เดี๋ยวให้บนความต่อไปผมจะมาแนะนำการตั้งค่าพิมพ์งานกันนะครับ เมื่อนำมางานแต่ละแบบมาเปรียบเทียบกันทั้ง 4 แบบจะมี การสแกนด้วย Einscan-SE(ภาพที่ 11), การ Reverse Engineering(ภาพที่ 12), การพิมพ์แบบ 3 มิติจาก Flashforge Creator Pro(ภาพที่ 12) และชิ้นงานจริงที่แตกหัก (ภาพที่ 13) จากทั้งหมดที่นำมาเปรียบเทียบนั้นบอกได้เลยว่าโปรแกรม Solid Edge ST10 Classic สามารถ Reverse ได้จริงและใช้งานไม่ยาก เครื่องมือต่างๆ ที่มีก็ใช้งานคล้ายๆ กับโปรแกรม 3D ทั่วไปเลยครับ สำหรับคนที่เป็นโปรแกรม 3D อยู่แล้วสบายมากที่จะหันมาใช้งาน Solid Edge ST10 อีกสักโปรแกรม

 

12

ภาพที่ 11

11

ภาพที่ 12

S_7938247041948

ภาพที่ 13

นามบัตร 3D

นามบัตร 3D

นามบัตรเป็นสิ่งที่แสดงตัวตนของคุณได้เป็นอย่างดี มันช่วยให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ในงานของคุณ หากยังคิดไม่ออก มาลองดูตัวอย่างนามบัตร 3D ที่พิมพ์ได้ง่ายๆ ทำให้คนที่ได้รับต้องร้องว้าว!

นามบัตร 3D เป็นวิธีการโฆษณาชื่อเสียงบริษัทของคุณได้อย่างดี ดูมีเอกลักษณ์ และสร้างสรรค์ ลูกค้า หรือคู่ค้าของคุณจะมีความประทับใจอย่างมาก

ถึงแม้คุณจะไม่ได้อยากโฆษณาะุรกิจของคุณ แต่มันก็เป็นเรื่องสนุกที่ได้ทำ มันเล็ก พิมพ์ได้เร็ว ใช้วัสดุน้อย แต่ผลที่ได้น่าตื่นตาตื่นใจอย่างมาก

เราเอาตัวอย่างนามบัตรที่พิมพ์ด้วย 3d printer มาให้ดูเป็นไอเดียดังนี้

1. Velociraptor 

    

Velociraptor เป็นไดโนเสาร์ชนิดหนึ่ง แต่วันนี้มันมาอยู่บนนามบัตรแล้ว ไดโนเสาร์ตัวนี้มีรายละเอียดมากพอสมควรในขนาด 3.5×5 นิ้ว พิมพ์ได้ไม่ยากในเวลาเพียง 10-20 นาที ยิ่งน่าประทับใจเมื่อลองนึกภาพถึงตอนที่ประกอบเสร็จแล้ว

นามบัตรแบบนี้เหมาะกับทุกคน แต่ถ้าคุณต้องการใส่ข้อความลงไป ผู้ออกแบบก็ได้เผื่อพื้นที่ว่างตรงหางให้แล้ว โหลดที่นี่ https://www.thingiverse.com/thing:362357

2. Touring Bike 

    

เป็นนามบัตร 3D อีกแบบหนึ่งที่ดูเท่ไม่หยอก เมื่อประกอบแล้วจะได้จักรยานทัวริ่ง 1 คันมาตั้งโชว์ได้ เป็นโมเดลที่มีคนโหลดไปแล้วจำนวนมาก มันมีพื้นที่ว่างให้คุณโฆษณาธุรกิจของคุณได้เช่นกัน โหลดที่นี่ https://www.thingiverse.com/thing:714484

3. Bolt 

    

แบบนี้ก็เหมือนกับสองแบบด้านบนแต่ก็มีเอกลักษณ์ของมัน หลังจากที่แกะออกมาแล้วประกอบเข้าด้วยกันคุณจะได้สลักเกลียวที่หมุนได้จริงๆ เหมาะกับคนที่ชอบทำสิ่งที่สนุกและไม่ยากเกินไป โหลดที่นี่ https://www.thingiverse.com/thing:350487/

 

4. ปรับแต่งนามบัตรเอง https://www.thingiverse.com/thing:1713563

หากคุณไม่ชอบแบบที่เราแนะนำไปข้างต้น คุณก็สามารถสร้างแบบของคุณเองโดยไม่ต้องอาศัยความรู้ทางด้าน 3D มากมายอะไร เพียงแค่เข้าไปที่ link แล้วกดปุ่ม Open in Customizer จากนั้นก็ใส่ชื่อหน่วยงาน ชื่อคุณ หมายเลขโทรศัพท์ และอีเมลของคุณลงไป โปรแกรมจะทำการสร้างให้คุณในทันที สามารถดาวน์โหลดมาพิมพ์ได้เลย

เคล็ดลับในการพิมพ์ก็คือควรปรับระดับแท่นพิมพ์ให้ชั้นแรกพิมพ์ได้ดี จะช่วยให้ผลงานออกมาสวยขึ้น และปรับ retraction ให้มากหน่อยเพื่อไม่ให้เกิดเส้นใยยุ่งเหยิง

5. สร้างนามบัตรของคุณเองเลย

Creating a business card in TinkerCAD.

จากที่เราแนะนำแบบเท่ๆ 4 แบบให้ดาวน์โหลดแล้ว หากรู้สึกว่ายังไม่ถูกใจอีก ก็สามารถเขียนขึ้นเองให้เป็นแบบเฉพาะตัวคุณได้เลย วิธีการโดยละเอียดสามารถศึกศาได้ ที่นี่ https://all3dp.com/3d-printed-business-cards-how-to/ แต่ขั้นตอนคร่าวๆ เป็นดังนี้

 

  1. หากต้องการใส่รูปด้วยให้เอารูปไปทำเป็น Lithophane ก่อนที่นี่ Thingiverse model.
  2. ในโปรแกรม TinkerCAD สร้างนามบัตรแบบพื้นฐานก่อน แล้วใส่ข้อมูลของคุณ
  3. โหลด Lithophane ที่ทำก่อนหน้านี้เข้าไปในแบบนามบัตร
  4. พิมพ์นามบัตรของคุณได้เลย

ขอให้มีความสุขกับการพิมพ์

อาหารเย็นในโรงเรียนจาก 3D Printer

อาหารเย็นในโรงเรียนจาก 3D Printer

ในงานบิ๊กแบงแฟร์ที่โรงเรียนประถมศึกษา St. Helen’s ประเทศอังกฤษ ได้จัดให้มีการใช้เครื่องพิมพ์อาหาร 3D แสดง และพิมพ์อาหารให้กับเด็กๆ ในโรงเรียน ซึ่งเด็กนักเรียนจะทำการเลือกเมนูแล้วพิมพ์ด้วยตัวเอง จุดประสงค์เพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจ และเปิดโลกทัศน์ของนักเรียน โดยอยู่บนพื้นฐานของ STEM

เด็กนักเรียนจำนวนหนึ่งในสามคิดว่าภายใน 3 ปี ทุกคนจะมีเครื่องพิมพ์สามมิติกันทุกบ้าน ที่เหลือคาดว่าน่าจะอีก 10 ปี แต่ส่วนใหญ่ของนักเรียนให้ความเห็นว่ามันเป็นเครื่องที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ของโลก และคิดว่าจะได้ใช้มันในอนาคต

เมนูอาหารเย็นของเด็กๆ ในวันนี้ครับ

จานหลัก

ปลากับมันบดทรงเรขาคณิต

ซุปข้นกระหล่ำปลีในรูปเฟือง
ครีมถั่ว กับอะโวคาโด
เนยถั่ว มะเขือเทศกับน้ำมันมะกอก
บล็อกโคลี่รูปดาวสามมิติ

ของหวาน – ผลไม้กับโยเกิร์ดรูปเครื่องหมาย PI

ลูกค้า: บริษัท แปลนครีเอชั่นส์ จำก้ด

ลูกค้า: บริษัท แปลนครีเอชั่นส์ จำก้ด

ขอขอบคุณ บริษัท แปลนครีเอชั่นส์ จำกัด 
ที่อุดหนุนเครื่องพิมพ์สามมิติ Flashforge Guider IIs ไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ให้มีคุณภาพดียิ่่งขึ้น

3D Printer : Flashforge Guider IIs

Print Your City! โครงการออกแบบสาธารณะ รีไซเคิลขยะเป็นม้านั่งคนเมือง

Print Your City! โครงการออกแบบสาธารณะ รีไซเคิลขยะเป็นม้านั่งคนเมือง

Print-Your-City-by-The-New-Raw-1

โครงการปั้นเมืองสร้างสรรค์ที่ประสบความสำเร็จบนโลกใบนี้ดูจะมีดีเอ็นเอที่เหมือนกันอย่างน้อย 2 ประการ นั่นก็คือ

     1) อาศัยกระบวนการคิดเชิงออกแบบ และ

     2) ได้รับแรงสนับสนุนจากเหล่าชาวเมืองเป็นอย่างดี

‘Print Your City!’ คืออีกหนึ่งโครงการล่าสุดจากเนเธอร์แลนด์ที่สร้างเสียงฮือฮาให้บรรดาสำนักข่าวออนไลน์ได้แบบถ้วนทั่ว โดยไอเดียสุดเจ๋งนี้เป็นผลงานที่กลั่นจากจิตสาธารณะของสตูดิโอออกแบบรุ่นใหม่ The New Raw ในเมืองรอตเตอดัม …พวกเขาทดลองนำขยะพลาสติกจากครัวเรือนมาผ่านกระบวนการรีไซเคิลเต็มรูปแบบ เพื่อที่จะ ‘รีดีไซน์ใหม่’ ให้เป็นเฟอร์นิเจอร์สาธารณะที่มาพร้อมฟังก์ชั่นโดนๆ

5_Print-Your-City_The-New-Raw

ที่มาของไอเดียนี้เกิดจากการค้นพบตัวเลขขยะครัวเรือนที่เทศบาลเมืองอัมสเตอดัมเคยทำสำรวจไว้ว่า “ชาวอัมสเตอดัมหนึ่งคนจะผลิตขยะพลาสติกกันโดยเฉลี่ย 23 กิโลกรัมต่อปี” ซึ่งฝ่ายวิจัยการออกแบบของ The New Raw มาคิดคำนวณแล้วว่า…สามารถจะแปรสภาพเป็นม้านั่งสาธารณะหนึ่งตัวสำหรับสองคนนั่งได้อย่างสบาย!

Print-Your-City-by-The-New-Raw-4

Print-Your-City-by-The-New-Raw-3

การทดลองออกแบบม้านั่งจากขยะรีไซเคิล 100% นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อสตูดิโอ The New Raw ได้ลองขอความร่วมมือจาก Aectual บริษัทท้องถิ่นผู้เชี่ยวชาญด้านการขึ้นรูปวัสดุด้วยปรินเตอร์สามมิติขนาดใหญ่ (ซึ่งทาง Aectual ก็ตอบรับมาแทบจะทันทีเมื่อทราบถึงวัตถุประสงค์การทำงาน) ต่อด้วยขั้นตอนสำคัญลำดับที่ 2 ซึ่งก็คือการรณรงค์กับชาวเมืองและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นให้เข้าใจตรงกันถึงเป้าหมายและช่วยกันสนับสนุนโครงการนี้ จนในที่สุดเมื่อได้ไฟเขียวจากเทศบาลเมือง ไม่ช้าไม่นานชิ้นงานต้นแบบตัวแรกก็คลอดออกมาให้ทุกคนได้ยลโฉมกันในชื่อ ‘XXX bench’ (ตัวม้านั่งมีขนาดยาว 150 เซ็นติเมตร กว้าง 80 เซ็นติเมตร และหนัก 50 กิโลกรัม) พร้อมนำไปจัดวางเพื่อทดสอบการใช้งานจริงในพื้นที่สาธารณะต่างๆ ทั่วไปในเมืองอัมสเตอดัม

10_Print-Your-City_The-New-Raw

9_Print-Your-City_The-New-Raw

Print-Your-City-by-The-New-Raw-7

Print-Your-City-by-The-New-Raw-6

Print-Your-City-by-The-New-Raw-5

The New Raw กล่าวว่าจริงๆ แล้วม้านั่ง XXX นี้ถูกดีไซน์ขึ้นสำหรับการนั่งระหว่าง 2 – 4 คน โดยพวกเขานำแรงบันดาลใจมาจากเก้าอี้โยกที่ต้องบาลานซ์น้ำหนักทั้งสองด้าน (Double-sided rocking chair) “เพราะเราอยากให้งานดีไซน์นี้สื่อสารกับสังคมถึงความจำเป็นในการทำงานร่วมกันอย่างสมดุล เพื่อที่เราจะเติมเต็มวงจรการผลิตและการบริโภคพลาสติกได้แบบยั่งยืนร้อยเปอร์เซ็นต์” ทีมนักออกแบบบอกเล่าถึงไอเดียเบื้องหลังของผลงาน

11_Print-Your-City_The-New-Raw

ในส่วนของกระบวนการผลิตจากนี้ไป The New Raw จะได้รับพลาสติกรีไซเคิลอัดเม็ดจากฝ่ายจัดการขยะของเทศบาล และจากเศษขี้เลื่อยพลาสติกเหลือทิ้งของโรงงานเอกชน  ซึ่งจากการคาดการณ์แนวโน้มการบริโภคสินค้าพลาสติกในอนาคตอันใกล้นี้  เชื่อว่าพวกเขาคงจะได้รับขยะพลาสติกมาทำงานกันแบบต่อเนื่องไม่หวาดไม่ไหวเป็นแน่

ที่มา http://creativecitizen.com/print-your-city/

งานป้าย อักษร LED จากเครื่อง 3D Printer

งานป้าย อักษร LED จากเครื่อง 3D Printer

เป็นที่ทราบดีอยู่แล้วเครื่องพิมพ์ 3มิติ เป็นเครื่องสารพัดนึก หากมีไฟล์ 3มิติ ก็พิมพ์อะไรออกมาก็ได้ คราวนี้เรามาดูการใช้งานเครื่องพิมพ์ 3มิติ ในงานป้าย งานทำตัวอักษรติดไฟ LED หรือ งาน Signage กันบ้าง
เครื่องสามารถนำไปประยุกต์ การใช้งานได้หลาก

การทำกล่องตัวอักษร อักษรนูน เพื่อติดไฟล์ LED สามารถอ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่ >>click<<

6971353157829

6971353132203

6971353104317

95980

การทำตัวอักษร นูน ลักษณะต่างๆ สามารถอ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่ >>click<<

73606

73607

73608

ลูกค้า: ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (NANOTEC)

ลูกค้า: ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (NANOTEC)

ขอขอบคุณ ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ(NANOTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ที่อุดหนุนเครื่องพิมพ์สามมิติ Flashforge Creator Pro เครื่องเพื่อใช้ในห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ระดับนาโน

3D Printer : Flashforge Creator Pro

nanotecสวทช_170913_0004

สวทช_170913_0005

สวทช_170913_0001

สวทช_170913_0003