fbpx

ที่ยึดสายชำระ ทำง่ายๆด้วย 3D Printer

ที่ยึดสายชำระ ทำง่ายๆด้วย 3D Printer
สวัสดีเพื่อน Print3DD ทุกคนครับ วันนี้มีทริคเล็กๆน้อยๆ มานำเสนอครับ สำหรับการพิมพ์งาน 3 มิติ จากงานที่เรา วาด3D ขึ้นมาเอง โดยครั้งนี้เราได้ใช้โปรแกรม SolidEdge 2021 ในการวาดและการออกแบบทั้งหมด โดยครั้งนี้เป็นการออกแบบที่ยึดสายชำระ โดยของเก่านั้นชำรุดไม่สามารถใช้งานได้ เราเลยนำมา วาดแล้วพิมพ์ใหม่ ครับ ไปรับชมขั้นตอนการทำงานเลยครับ
ใช้โปรแกรม SolidEdge2021 ในการออกแบบทั้งหมด
ใช้โปรแกรม SolidEdge2021 ในการออกแบบทั้งหมด
ใช้โปรแกรม SolidEdge2021 ในการออกแบบทั้งหมด

เมื่อออกแบบเสร้จแล้ว นำไฟล์ .STL ไปพิมพ์กับเครื่อง Cretor Pro 2 วัสดุที่ใช้ เป็นเส้น ABS PRO 1.75 MM นั่นเอง มีความแข็งแรงมากๆ แล้วนำไปติดตั้งจริงกันเลย

ขนาดพอดี สามารถยึดติดกับผนังได้แน่นมากๆ
มีความแข็งแรง ทนทาน เพราะเป็น ABS

ทั้งนี้เพื่อนๆสามารถไปทดลองกันดูนะครับ เป็นการฝึกทักษะทั้งด้านการออกแบบและการพิมพ์ ทำให้เกิดความชำนาญมากขึ้นด้วยนั้นเอง

แก้ไขอะไหล่ชำรุดง่ายๆ ด้วย SolidEdge – Creator Pro 2

แก้ไขอะไหล่ชำรุดง่ายๆ ด้วย SolidEdge – Creator Pro 2

สวัสดีครับ วันนี้ทาง Print 3DD จะมานำเสนอ กระบวณการออกแบบชิ้นงานง่ายๆ ไม่ยากมากนัก แล้วนำไฟล์ที่เราเขียนเอง นำไปพิมพ์กับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ โดยครั้งนี้เราได้ นำชิ้นส่วนอุปกรณ์ชนิดหนึ่ง ที่ชำรุด หรือบิดเบี้ยวไปจากเดิม ซึ่งเรานำมาวาดใหม่ทั้งหมด โดยใช้โปรแกรม Solid Edge 2021 ในการออกแบบ และกำหนดขนาดให้ใกล้เคียงกับของจริงมากที่สุด และหลังจากนั้น Save File เป็น นามสกุล .STL แล้วนำไปมาพิมพ์เครื่องพิมพ์ Creator Pro 2 โดยใช้โปรแกรม FlashPrint นั่นเอง โดยสรุปขั้นตอน การออกแบบจนไปถึงการพิมพ์นั้น เราจะไปเริ่มกันที่
1. ออกแบบ วาด 3D ในโปรแกรม Solid Edge 2021
2. Export File จาก Solid Edge 2021 เป็น .STL
3. นำไฟล์ .STL มาเปิดในโปรแกรม FlashPrint
4. ตั้งค่าความละเอียดการพิมพ์ วัสดุที่ใช้ แล้วสั่งพิมพ์ได้เลย
5.รอเวลาพิมพ์เสร็จ จบขั้นตอนครับ

Solid Edge 2021 : วาดชิ้นงาน 3D
Solid Edge 2021 : วาดชิ้นงาน 3D
Solid Edge 2021 : วาดชิ้นงาน 3D

โดยโปรแกรม Solid Edge สามารถ Export File ได้หลายนามสกุล แต่ครั้งนี้เรานำไปพิมพ์กับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ แนะนำให้ Export File เป็น .STL ครับ

FlashPrint : สั่งพิมพ์งานโดยเลือกเป็น Creator Pro 2 แล้วตั้งค่าความละเอียดได้ตามต้องการเลยครับ
Creator Pro 2 : พิมพ์งานเสร็จแล้วครับ
Creator Pro 2 : ใข้วัสดุเป็น PLA และใช้เวลาพิมพ์งาน ประมาณ 30 นาทีครับ
เสร็จแล้ว นำมาเทียบกับชิ้นงานจริงกันครับ
เสร็จแล้ว นำมาเทียบกับชิ้นงานจริงกันครับ
เสร็จแล้ว นำมาเทียบกับชิ้นงานจริงกันครับ

ชิ้นงานที่ได้ ผู้ใช้งาน สามารถเลือกเปลี่ยนวัสดุที่พิมพ์ให้แข็งแรงขึ้น เช่น ABS – PC – Nylon ตามความต้องการได้เลย ส่วนการออกแบบนั้นเพื่อนๆสามารถ ออกแบบเองได้ตามความชอบได้เลย กระบวณการออกแบบไม่ยาก ไม่ง่าย แต่ขึ้นอยู่กับความชำนาญ ทางด้านใช้โปรแกรมด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อนๆลองไปทำกันดูนะคร้าบ

ลองทำเหยื่อปลอมสำหรับคนชอบตกปลาด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

ลองทำเหยื่อปลอมสำหรับคนชอบตกปลาด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

วันนี้เราจะมาทำเหยื่อตกปลาที่มีลักษณะคล้ายๆ ปลาจริงกัน ซึ่งนักตกปลามักจะใช้เหยื่อพวกนี้ตีล่อปลาที่อยู่ตามแหล่งน้ำต่างๆ อาจจะเป็นปลาช่อน ปลาชะโด ปลากระสูบ ปลายกราย ปลากระพงและอื่นๆ อีกมากมาย การตกปลานั้นจะมีปลายรูปแบบไม่ว่าจะใช้เหยื่อสด เช่น ไส้เดือน ไส้ เนื้อหมู กุ้ง ฯลฯ แบบใช้เหยื่อหมัก รำ ผลไม้ ขนมปัง และมีอีกเหยื่อเยอะมากมายที่นักตกปลาชอบใช้กันแล้วแต่ชนิดของปลาที่เลือกตก ส่วนเหยื่อปลอมที่เสมือนลูกปลาหรือปลาเล็กเป็นๆ นั้นจะนำมาตกปลาที่มีนิสัยเป็นนักปลาขนาดเล็ก โดยทั่งโลกนิยมเป็นอย่างมากที่เลือกตกปลาในรูแปบบนี้ถือว่าเป็นกีฬาชนิดหนึ่งเลย มีการจัดแข้งขันขึ้นด้วยทั้งในประเทศ และจ่างประเทศ ซึ่งเหยื่อปลอมนั้นปกติแล้วนักตกปลาจะใช่เป็นไม้กันซึ่งจะมีน้ำหนักที่เบาและแข็งแรง สามารถขัดแต่งได้ตามที่ตนเองต้องการบางชนิดก็เป็นยางที่เน้นความอ่อนไหว นิ่ม ดูพริวไหวระหว่างที่อยู่ในน้ำแต่ถ้านำเครื่องพิมพ์ 3 มิติเข้ามาช่วยทำล่ะจะได้ไหม!!  จะต้องมีความรู้อะไรเพิ่มเติมบ้างวันนี้เราจะมาอธิบายกัน และข้อแตกต่างของวัสดุทั้ง 2 ชนิดนี้แตกต่างกันไหม

เครื่องมือที่ต้องมีในการสร้างเหยื่อปลอม
1. เครื่องพิมพ์ 3 มิติ รุ่น Creator Pro 2
2. Fialment ABS
3. สีสเปร์ย (สีแล้วแต่ตามต้องการ)
4. Software 3D ออกแบบ
5. กระดาษ (เบอร์ 100, 400, 1000)
6. คีม
7. ตะกั่ว หรือลูกปืน
8. กาวร้อน
9. ลวด
10. ตะขอเบ็ด 3 ทาง

เริ่มขั้นตอนการออกแบบ
1. การออกแบบด้วย Software 3D หรือถ้าโดยปกติคือการเขียนวาดแบบด้วยดินสอหรือปากกา เพื่อนำไปทำชิ้นงานต่อ แต่อีกทางเลือกก็สามารถใช Software เข้ามาช่วยได้ซึ่งสำหารับหัวข้อนี้จะต้องทำการฝึกฝน แต่สำหรับคนที่เขียนแบบเป็นอยู่แล้วนั้นสบายมากๆ แต่คนที่ๆม่เคยก็ไม่ได้อยากมากให้เลือก Software สักตัวที่ตนเองถนัดนแล้วเริ่มการออกแบบได้เลย อาจจัทำการเขียนแบบขึ้นมาจากรูปภาพตัวอย่างหรือวาดลงบนกระดาษก่อนก็ได้ โดยที่ด้านในของเหยื่อปลอมนั้นจะต้องมีช่องที่ไว้ใส่ตะกั่วถ่วงน้ำหนักหรือสร้างเสียง และใส่ลวดเพื่อไว้แขวนตะขอเบ็ด 3 ทางการออกแบบนั้นจะต้องคำนึงถึงน้ำหนักที่ต้องการด้วยเพราะขนาดและน้ำหนักของเหยื่อปลอมนั้นมีผลต่อการล่อปลาให้มากินและสนใจ เมื่อเราออกแบบเสร็จแล้วนั้นจะต้องแบ่งให้เหยื่อปลอมนั้นออกเป็น 2 ส่วน ซ้ายและขวา ที่จริงนั้นเราจะใช้แค่ด้นาเดียวแต่ให้ง่ายต่อการออกแบบก็จะต้องออกแบบมาทั้ง 2 ด้านในครั้งเดียวแล้วนำมาตัดแบ่งครึ่งแทนส่วนแบบที่ผมนำมาทำนั้นจะดาวน์โหลดมาจากเว็ป www.thingiverse.com  ซึ่งเป็นเว็ปที่แจกไฟล์ 3 มิติแบบฟรีๆ ที่มีมากมายเลยทีเดียว

 

การออกแบบด้วย Software 3D ในการสร้างต้นแบบของเหยื่อ
การออกแบบด้วยการเขียนแบบลงบนกระดาษในการสร้างต้นแบบของเหยื่อ

2. การพิมพ์ชิ้นงานต้นแบบพลาสติก หรือถ้าโดยปกติแล้วจะทำโดยการตัด ขัด ไม้เพื่อให้เป็นรูปร่างชิ้นงานออกมาและนำไปตัดแบ่งครึ่ง แต่เมื่อเรานำเครื่องพิมพ์ 3 มิติ เข้ามาช่วยในการสร้างชิ้นงานแค่นำไฟล์ที่ได้จาก Software มาตั้งค่าการพิมพ์ วัสดุที่เลือกใช้งานจะเป็น ABS เพราะจะมีความแข็งแรงและทนความร้อนได้ดีกว่า PLA เพราะเมื่อเรานำเหยื่อปลอมได้่ใช้งานนั้นจะต้องโดนแดด มีทั้งความร้อน บางทีจะต้องทนต่อการกัดของปลาด้วยจะตั้งค่าการพิมพ์ที่ความละเอียด 0.2 mm/ชั้น ความเร็วที่ใช้พิมพ์ 50 mm/s ใช้เวลาในการพิมพ์อยู่ที่ประมาณ 1 ชั่วโมง วัสดุที่ใช้ยาว 6 เมตร น้ำหนัก 16 กรัม(รวมเนื้อ support ที่ต้องแกะทิ้ง) เครื่องที่เลือกใช้งานจะเป็น Flashforge Creator Pro 2 ซึ่งเป็นรุ่นใหม่มี 2 หัวฉีดที่ทำงานแยกกันหรือพูดง่ายๆ คือสามารถพิมพ์แบบ copy และ mirror กันได้นั้นเองช่วยลดเวลาในการพิมพ์ลงได้ในการพิมพ์งานที่มีรูปบบเหมือนกันเท่านั้นเพราะจะต้องขยับแกน y ในแนวเดียวกัน มีพื้นที่ในการพิมพ์อยู่ที่ 200*150*150 mm.

การสร้างชิ้นโดยใช้ไม้และร่างแบบบนกระดาษนำมาติดลงบนชิ้นไม้
วัสดุที่เลือกใช้พิมพ์เป็น ABS เพื่อเน้นแข็งแรง เวลาในการพิมพ์อยู่ที่ 1 ชั่วโมง
ขั้นตอนการสร้างชิ้นงานี้ด้วยเครื่องพิมพ์ Flashforge Creator Pro 2 พิมพ์แบบ Mirror สร้างชิ้นงาน 2 ชิ้น โดยใช้เวลาเท่าชิ้นเดียว

 

3. การประกอบ ขัด แต่งชิ้นงาน ก่อนทำการลงสี ในขั้นตอนนี้จะต้องใช้เครื่องมือค่อนข้างเยอะดัดลวดเพื่อจะใส่ไว้ในตัวของชิ้นงานโดยต้องสร้างห่วงไว้แขวนตัวเบ็ด จะเห็นได้ว่าที่ชิ้นงานระหว่างซ้านและขวาจะมีช่องว่างอันนี้ให้นำลูกปืน ลูกตะกั่วมาใส่ไว้เพื่อสร้างเสียงและถ่วงน้ำหนักให้กับตัวเหยื่อปลอม ส่วนเรื่องของการประกอบชิ้นงานด้านซ้ายและขวาจะใช้กาวร้อนในการติดชิ้นงานจากนั้นใช้ตัวหนีบขนาดใหญ่หน่อย เพื่อหนีบให้ชิ้นงานทั้ง 2 ด้านติดกันแน่นสนิทไม่มีช่องหรือรู ปล่อยไว้ให้แห้งและนำมาขัดผิวของชิ้นงานให้เรียบเพื่อให้ง่ายต่อการนำไปลงสีในขึ้นตอนต่อไป

การประกอบชิ้นงานด้านซ้าย และขวา ใส่ตะกั่วถ่วงน้ำหนัก
ขั้นตอนการขัดแต่งผิว และประกอบลวดตะขอสำหรับใส่ตัวเบ็ด

4. การลงสีรองพื้น และสีตัวงานจริง ในขั้นตอนนี้จะแล้วแต่ลวดลายของชิ้นงานที่ต้องการ สีที่ทางใช้จะเป็นสีกระป๋องแบบทั่วไปที่หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดร้านเครื่องมือช่าง โฮมโปร ไทวัสดุ เป็นต้น หรือถ้าจะให้ดีการลงสีได้ละเอียดมากยิ่งขึ้นแนะนำว่าหาเครื่องพ่น Airbrush ที่ต้องซื้อสีมาผสมและพ่นด้วยปั้มลมขนาดเล็กที่ให้การลงสีที่ละเอียดมากๆ ก่อนอื่นเลยหลังจากที่เราขัดผิวของชิ้นงานเรียบร้อยแล้วนั้นจะทำการลงสีรองพื้นก่อน 1-2 รอบ (ทางเราเลือกเป็นสีร้องพื้นพลาสติกใส) ต่อมาจะลงสีรองพื้นขาวหรือเทาเพื่อให้ง่ายต่อการลงสีอื่นๆ เช่น เหลือง เขียว ดำ เป็นต้น ตามลวดลายของเหยื่อที่ต้องการแต่อยากแนะนำว่าในการลงสีแต่ละกันนั้นอยากให้ลงสีรองพื้นเข้าไปด้วย เพราะจะทำให้สีของเหยื่อนั้นดูเป็นชั้นๆ แบบมีมิติมากยิ่งขึ้น เมื่อลงสีของเหยื่อนเรียบร้อยแล้วจะทำการเคลือบอีก 2-3 ชั้นเพื่อให้สีอยู่ทนมากยิ่งขึ้น

ขั้นตอนการลงสีให้กับตัวชิ้นงาน รองพื้น สีจริง และเคลือบ

5. การอบชิ้นงานให้แห้ง 100% ด้วยเครื่องอบ UV และ Temp การทำให้ชิ้นงานแห้งนั้นก็เป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างหนึ่งที่จะทำให้สีไม่เสียหายง่าย อาจจะนำไปตากแดดก็ได้เช่นกันแต่ทางเราจะใช่เครื่องอบชิ้นงานที่สามารถควบควมเรื่องของอุณหภูมิ และแสง UV ได้ โดยการตั้งเวลาในการอบก็จะทำให้สีแห้งได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

การอบชิ้นงานด้วยเครื่อง Cure ที่สามารถควบคุม UV, Temp และ Time ได้

6. การใส่ตะขอเบ็ด และทดลองใช้งาน การทดลองใช้งานนั้นก็ต้องนำไปทดสอบกันอีกทีนะครับ อันนี้ทางเรายังไม่ได้ไปทดสอบว่าเป็นยังไงแต่พอนำตัวเหยื่อยไปลองชั่งน้ำหนักดูจะอยู่ที่ 20g ฏ้จะเหมาะกับคันเบ็ดที่มีความเเข็งขึ้นมาให้อีกระดับหนึ่งแต่พอใส่ตัวเบ็ดแล้วน่าจะเพิ่มน้ำหนักขึ้นมาอีก 1-2 g

น้ำหนักที่ชั่งได้อยู่ที่ 18g แต่ถ้าารวมตัวเบ็ดแล้วจะแยู่ที่ประมาณ 20g
ตัวเหยื่อหลังจากการลงสีและอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ตัวเหยื่อหลังจากการลงสีและอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ตัวเหยื่อหลังจากการลงสีและอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ตัวเหยื่อหลังจากการลงสีและอบเสร็จ ใส่ตัวเบ็ด
ตัวเหยื่อหลังจากการลงสีและอบเสร็จ ใส่ตัวเบ็ด

วีดีโอขั้นตอนการทำทั้งหมด

บทบาทของเทคโนโลยี3DPrintในทางการแพทย์ช่วยให้หญิงวัย18ปีกลับมาเดินได้อีกครั้ง

บทบาทของเทคโนโลยี3DPrintในทางการแพทย์ช่วยให้หญิงวัย18ปีกลับมาเดินได้อีกครั้ง

บทบาทของเทคโนโลยี 3D Print ในทางการแพทย์ก่อนหน้านั้นได้มีการผลิตคู่มือการผลิตขาเทียม
ที่ลดต้นทุนและเวลาในการจัดหา รวมไปถึงการพัฒนาเทคนิคด้านทางทันตกรรมหรือฟัน
ของ Universidad Nacional de Asuncion Hospital de Clinicas ในปารากวัย

ปัจจุบัน ได้มีการพัฒนาในส่วนของผู้ป่วยที่ได้รับความเดือดร้อนจากความผิดปกติของสะโพกเนื่องจากการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งมีเคสตัวอย่างเป็นผู้หญิงวัยรุ่นอายุ 18ปี คนนี้เกิดอุบัติเหตุจากการจราจร ทำให้เธอจะต้องใช้ไม้ค้ำยันในการเดินและยืน ทำให้การเคลื่อนไหวของเธอนั้น ถูกจำกัดอย่างรุนแรง และก็มาพร้อมกับความเจ็บปวดอยู่บ่อยๆฝ่ายแพทย์ได้แนะนำให้หญิงสาวเข้ารับการผ่าตัดแก้ไขสะโพกหลังจากการตรวจเอ๊กซเรย์ร่างกายแล้ว และการวิเคราะห์ผลของโครงสร้างร่างกายเพื่อช่วยเหลือในการผ่าตัด จากที่ความเจ็บปวดนั้นสะสมมานานทำให้แพทย์พบปัญหาต่างๆทำให้ต้องวางแผนการผ่าตัดให้ดีที่สุด โดย Dr Federico Espinola ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดที่ชอบวิจัยด้านการใช้เครื่อง 3D Printer ในการแพทย์ โดยเป็นการสร้างแบบจำลอง 3มิติ จากการสแกน CT SCAN เพื่อวางแผนการผ่าตัด

การใช้เครื่อง3D Printerในการแพทย์ โดยเป็นการสร้างแบบจำลอง 3มิติจากการสแกน CT SCANเพื่อวางแผนการผ่าตัด

 

Dr. Federico Espinola วิเคราะห์ไฟล์โมเดล 3D Print ของกระดูกสโพกของผู้ป่วยโดยวิเคราะห์ตาม CT SCANของผู้ป่วย จากนั้นใช้เครื่องพิมพ์ 3มิติในการสร้างแบบจำลองกระดูกสะโพกของเธอ ด้วยไซส์สเกลอยู่อยู่ 1:1

 

Dr. Federico Espinola ทำการผ่าตัดด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ โชคดีที่ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด ขณะนี้ผู้ป่วยหายดีแล้วสามารถเดินได้ตามปกติ

 

สรุป
Dr. Federico Espinola ก็ทำการวิเคราะห์ขนาดการพิมพ์โดยการพิมพ์ผ่านเครื่องพิมพ์ Flashforge Creator 3 ที่สามารถ พิมพ์โมเดลได้อย่างแม่นยำภายในไม่กี่ชั่วโมง การประยุกต์ใช้การพิมพ์3มิติ
ที่ประสบความสำเร็จ ทำให้แพทย์ ยกย่อง Flashgorge Creator 3 เป็นเครื่องพิมพ์ที่ดีที่สุดและการใช้งานง่ายที่สุด แถมยังสามารถพิมพ์แบบจำลองที่ซับซ้อนและมีความละเอียด
ซึ้งเป็นประโยชน์ต่อการใช้งานในการแพทย์ได้อย่างมาก

 

 

Upgradeให้ทันสมัยกับ Flexible build plate

Upgradeให้ทันสมัยกับ Flexible build plate

Flashforge ได้ปล่อย Flexible build plate ออกมาให้ผู้ใช้งานไม่ต้องมาแซะงานจากเครื่องอีกต่อไป ทำให้ยกฐานออกมานอกเครื่องเพื่อบิดงอให้งานหลุดได้เลย

***Flexible build plate for Creator pro2 สามารถใช้กับเครื่อง CreatorX , Creator proรุ่นดั้งเดิมและ Dreamerได้ด้วยนะ

การเปลี่ยนจากแผ่นรองพิมพ์รองพิมพ์จากแบบเดิมเป็นแม่เหล็ก





ในชุดของ Flexible build plate จะประกอบด้วย แผ่นรองพิมพ์ แผ่นรองพิมพ์โลหะ และแผ่นแม่เหล็กดังรูปด้านล่าง
เริ่มแรกให้ทำการทำความสะอาดแผ่นรองพิมพ์โลหะ โดยใช้กระดาษเช็ดได้เลย เพื่อไม่ให้มีฝุ่นตอนติดแผ่นรองพิมพ์
นำแผ่นรองพิมพ์ติดลงบนแผ่นรองพิมพ์โลหะ
ก่อนจะติดของใหม่ให้ทำการลอกแผ่นเก่าที่ติดอยู่กับเครื่องออกไปก่อน จากนั้นให้คราบกาวเก่าออกให้เยอะที่สุด
นำแผ่นแม่เหล็กติดลงแผ่นฐานพิมพ์ได้เลย ต้องติดให้เรียบที่สุดโดยการค่อยๆรีดไปเรื่อยๆระหว่างติด
นำแผ่นรองพิมพ์โลหะมาติดก็เรียบร้อย
หลังจากที่ทำการติดเรียบร้อยแล้วให้ทำการLevelใหม่อีกครั้งเนื่องจากติดชุดFlexible build plate แล้วจะทำให้ฐานพิมพ์มีความสูงมากขึ้น
ขั้นแรกให้หุนปรับระดับฐานลงมาให้เยอะๆก่อน จากนั้นเข้าไปที่เมนูLevelที่เครื่องจากนั้นก็ทำการCalibrate โดยที่ฐานพิมพ์กับหัวฉีดจะห่างกันที่ 0.1 มม. ซึ่งขนาดของกระดาษA4 จะมีความหนาที่0.11มม. จึงเอากระดาษสอดเข้าไประหว่างฐานและหัวฉีดเพื่อCalibrateได้

เพียงเท่านี้ก็ทำให้การใช้งานFlashforge 3D Printer ของท่านง่ายขึ้นอย่างมากมาย

ลูกค้า กรมการสื่อสารทางทหาร creator pro2

ลูกค้า กรมการสื่อสารทางทหาร creator pro2

งานราชการก็มี ล่าสุดทางกรมการสื่อสารทหารได้เล็งเห็นความน่าสนใจของเครื่องพิมพ์3มิติ เพื่อช่วยแก้ปัญหา การซื้ออะไหล่เครื่องมือสื่อสารที่มีราคาสูงและต้องจัดซื้อจากต่างประเทศเท่านั้น ซึ่งเทคโนโลยีการพิมพ์ 3มิติ นั้นสามารถช่วยในจุดๆนั้นได้ไม่ยาก เนื่องจากเป็นชิ้นส่วนที่ง่ายและไม่ซับซ้อน

โดยทางกรมได้จัดซื้อเครื่องพิมพ์ 3มิติ รุ่น Flashforge Creator pro 2 เครื่องพิพม์ 3มิติ รุ่นกระทัดรัด ใช้งานง่าย รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมจุดเด่น สองหัวฉีดอิสระที่ช่วยให้การทำงานนั้นรวดเร็วและหลากหลายมากขึ้น

ทางร้านจัดส่งสินค้าถึงที่พร้อมสอนการใช้งานเครื่องพิมพ์และโปรแกรมเตรียมพิมพ์ อย่างละเอียดเพื่อให้ทางลูกค้าสามารถนำไปใช้ทำงานได้ทันที

สถาปัตย์จุฬา กับ Creator pro2 (6เครื่อง) เพื่อการศึกษายุคใหม่

สถาปัตย์จุฬา กับ Creator pro2  (6เครื่อง) เพื่อการศึกษายุคใหม่

ก้าวเข้าสู่รั้วมหาลัยอีกครั้ง กับ มหาลัยระดับประเทศอย่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ที่ทางคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ได้ทำการจัดซื้อเครื่องพิมพ์ 3มิติ เพื่อการศึกษาด้านการออกแบบต่างๆ

โดยครั้งนี้ได้ทำการสั่งซื้อถึง 6 เครื่อง กับเครื่อง Creator Pro 2 รุ่นใหม่ล่าสุดของทาง Flashforge เป็นตัวที่ขายดีและเหมาะแก่การศึกษาอย่างมาก เนื่องจากเป็นเครื่องพิมพ์ที่มีขนาดไม่ใหญ่ ไม่เล็กจนเกินไป พอเหมาะ กับการทำต้นแบบง่ายๆ แถมการใช้งานที่ไม่ยุ่งยากอีกด้วย

โดยจุดเด่นของเครื่องพิมพ์นี้คือ มี 2หัวฉีดเส้นพลาสติกอิสระ แยกจากกัน ทำให้สามารถพิมพ์ชิ้นงานที่เหมือนกันได้ หรือ Mirror พร้อมกันได้ ทำให้สามารถสรา้งสรรค์ผมงานต่างๆ ได้รวดเร็วขึ้น

การใช้งานที่ไม่ยุ่งยาก นักศึกษาสามารถเรียนรู้แล้วใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการศึกษาได้อย่างดีเยี่ยม

ทางเราส่งเครื่องถึงที่ และสอนการใช้งานทั้งตัวเครื่องและโปรแกรมเตรียมพิมพ์อย่างละเอียด พร้อมใช้งานได้ทันที

 

สวทช. CreatorPro2 เพื่อส่งเสริมงานด้านวิทยาศาสตร์

สวทช. CreatorPro2 เพื่อส่งเสริมงานด้านวิทยาศาสตร์

 เครื่องพิมพ์3มิติ เพื่องานวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ แก่ สวทช. 

คราวนี้เป็นคราวของทาง สวทช. ที่ได้ทำการสั่งซื้อเครื่องพิมพ์ 3มิติ จากทางเรา Print3DD ซึ่งนั่นก็คือเครื่อง Creator Pro 2 เครื่องพิมพ์ 3มิติ รุ่นล่าสุดที่ได้รับความนิยมอย่างมากเนื่องจากการใช้งานสะดวก และขนาดที่พอเหมาะ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นการใช้งาน

ลักษณะเด่นของเครื่องพิมพ์
1. หัวฉีด 2 หัว อิสระจากกัน รองรับการพิมพ์ 2 ชิ้นพร้อมกัน/ Mirror กัน / Support&Model
2. พิมพ์ชิ้นงานได้ 23*15*15cm
3. สามารถทำความละเอียดในการพิมพ์แต่ละชั้นได้สูงถึง 50Micron
4. Motor Feed แบบ Direct Drive สามารถใช้งานร่วมกับพลาสติกที่อ่อนได้ เช่น เส้น Flex
5. ตัวโครงทำจากเหล็ก แข็งแรงทนทาน ตัวเครื่องมีน้ำหนักไม่สั่นไหว
6. มาพร้อมหน้าต่าง และหลังคาขึ้นรูปเพียงชิ้นเดียว ไม่ต้องต่อประกอบ
7. หน้าจอ Touch Screen สามารถสั่งการพิมพ์ ดูสถานะต่างๆของเครื่องได้
8. มาพร้อมกับ Software สามารถตัดชิ้นงาน ย่อหรือขยาย สร้างส่วน Support แบบเส้นตรง และแบบต้นไม้
9. รองรับไฟล์ STL, OBJ, X3G, FPP, G, GX, 3MF, JPG, PNG และอื่น ๆ
10. ซอฟแวร์ที่แถมมากับเครื่อง FlashPrint

ทางร้านเราก้ได้ทำการจัดส่งให้ถึงที่หมาย พร้อมการเทรนนิ่งทั้งตัวเครื่องและการใช้โปรแกรมสำหรับการเตรียมพิมพ์ จนพร้อมที่จะใช้งานจริงได้ทันที

Update!! โปรแกรม Flashprint-4.6.0

Update!! โปรแกรม Flashprint-4.6.0

Software Flashprint มีการอัพเดทมาเป็น Version 4.6.0

ซึ่งเจ้าใหญ่อย่าง Flashforge ก็ได้มีการพัฒนาทั้งตัวเครื่องและโปรแกรมมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้เก็บข้อมูลการจากลูกค้าทำการพัฒนาให้ผู้ช้งานนั้นมีความสะดวกสบาย และมีเครื่องมือที่ครบครันมากยิ่งขึ้นในการใช้งาน เจ้าโปรแกรม Flashprint ของเครื่อง FDM นี้ก็ได้มีการอัพเดทมาจนถึง version ที่ 4.6.0 แล้วมาดูกันว่ามีการเปลี่ยนแปลงอะไรไปบ้าง

    1. ปรับหน้า Preview ให้เร็วมากยิ่งขึ้นในการแสดงไฟล์ gcode โดยจะมีผลกับผู้ใช้งานระบบ Windows เท่านั้น (ต้องรองรับ OpenGL 3.3)
    2. เพิ่มการตั้งค่าของหัวฉีดขนาด 0.6 มิลลิเมตร สำหรับเครื่องรุ่น Creator Pro2
    3.  เพิ่มการตั้งค่าของ Top Solid Density และ Horizontal Expansion สำหรับการตั้งค่า support รูปแบบ linear ในหน้าการตั้งค่าแบบ Expert mode
      -Horizontal Expansion การเพิ่มขนาดของเส้นให้มีความแบนมากขึ้น
      -Top Solid Density ความหนาแน่นของเส้นพลาสติกที่ฉีดออกมา
    4. เพิ่มการตั้งค่าสำหรับ Filament ชนิดใหม่ของเครื่องรุ่น Creator Pro 2 และ Creator 3
      -PLA
      -ABS
      -ASA
      -PA
      -PACF
      -PC
      -PETG
      -Flexible Filament
    5. ปรับการ Preview ก่อนที่จะเริ่มการพิมพ์งานจริง(ตัวอย่าง Gcode) จะไม่ได้ save ทันทีเหมือนก่อนหน้านี้ หลังจากนั้นเราสามารถกดกลับไปตั้งค่าใหม่ได้ และถ้าต้องการ Export Gcode ให้กด Export อีกครั้ง
    6. เพิ่มฟังก์ชั่น align dual-extrusion models.
    7. ปรับการ Optimizes Gcode path และปรับการพิมพ์ support แบบ linear ให้ดีมากยิ่งขึ้น
    8. เพิ่มประสิทธิภาพฟังก์ชันอื่น ๆ และการแก้ไขข้อบกพร่อง

พิมพ์กระเพาะหมูนุ่มนิ่มด้วย Flexible Filament

พิมพ์กระเพาะหมูนุ่มนิ่มด้วย Flexible Filament

ในสายงาน 3D Print1 นั้นมีหลากหลายวัสดุ Filament ให้เลือกใช้กันมาก ถ้าจะให้พูดถึงทั่วไปคงหนีไม่พ้น PLA ABS ซึ่งเป็น Filament พื้นฐาน แต่ก็ยังมีอีกหลายอย่างแยกย่อยไปอีก เช่น พิมพ์โลหะ ฯลฯ

และยังมีอีกชนิดหนึ่งที่ค่อนข้างได้รับความนิยมและใช้งานในเฉพาะด้านอย่างเส้น Flexible

ที่มีคุณสมบัติเด่นเลยคือ ความยืดหยุ่น ที่มีมากตามชื่อ Flexible ซึ่งเส้นชนิดนี้มัดจะใช้ในงานจำพวกของเล่นที่ต้องการความนุ่มนิ่ม เพื่อป้องกันอันตลาดจากของแข็ง เคสโทรศัทพ์ เครื่องมือต่างๆ ที่ช่วยห่อหุ้มป้องกันการกระแทกได้เป็นอย่างดี และอีกงานหนึ่งที่เป้นงานเฉพาะด้าน อย่าง โมเดลทางการแพทย์

โมเดลทางการแพทย์คืออะไร มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร แล้วจะเอาไปพิมพ์เป็นอะไร…???

คำตอบนั้นง่ายมาก นั่นก็คือ อวัยวะสิ่งมีชีวิต เนื่องจากอวัยวะมีลักษณะที่ Freeform และคุณลักษณnความนุ่มนิ่มเมื่อบีบจับ เนื่องจากเป็นอวัยวะเป็นสิ่งธรรมชาติมีการยืดหดขยายตามธรรมชาติ การใช้เส้น Flexible ในการพิมพ์โมเดลอวัยวะสิ่งมีชีวิต จึงเป็นงานที่ตอบโจทย์เอามากๆ ซึ่งสามารถนำไปใช้ในด้านการศึกษา วิจัยและพัฒนางานต่างๆด้านการแพทย์ นำมาใช้ทดลองการบิดตัวหรือโครงสร้างต่างๆ ของอวัยวะ ซึ่งมีความคล้ายคลึงกัน ทำให้การศึกษาสามารถเข้าถึงได้ง่ายด้วยต้นทุนที่ถูกกว่าโมเดลจริง และเรื่องวระยะเวลาที่ใช้เวลาในการขึ้นงานไม่นาน และเหมาะกับอวัยวะที่มีความซับซ้อนด้านโครงสร้างมากๆ เพราะจุดเด่นของเครื่องพิมพ์ 3มิติ นั้นสามารถสร้างโมเดลที่ซับซ้อนขึ้นได้ไม่ยาก

ซึ่งเราได้ลองพิมพ์อวัยวะ กระเพาะหมู โดยใช้เส้น Flexible พิมพ์ ขึ้นงานกลวงและขยายขนาดประมาณ20% เพื่อนำมาเป็นตัวอย่างและศึกษาได้ชัดเจน

จะเห็นได้ว่ารูปทรงค่อนข้างตรงกับของจริงเลย

กระเพาะหมูของจริง
โมเดลกระเพาะหมูจากเส้น Flexible

เนื่องจากข้างในเราตั้งค่าการพิมพ์กลวงหรือ Infill 0% และตั้งค่าความแข็งแรงด้วยผนังให้มีความหนาขึ้นมาหน่อยทำให้อยู่ทรงได้

(วิธีตั้งค่าการพิมพ์เส้น Flexible :https://www.print3dd.com/flexible-on-adventurer3/)

ทำให้การบีบ จับนั้นมีความยืดหยุ่นมาก บีบติดกันยังไหว

หรือจะหักงอบริเวณปลายก็ยังสามารถทำได้ไม่ยาก

เมื่อเรามีสิ่งนี้และเราก็สามารถนำไปทำวิจัยอะไรต่อได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ของจริงตลอดเวลา และยังสามารถหั่นแบ่งหรือย่อขยายได้อีกด้วย

แต่ก่อนที่จะพิมพ์งานออกมาได้นั้นจำเป็นต้องมีไฟล์งานที่สมบูรณ์แบบเสียก่อนโดยงานนี้เราเริ่มจากการ Scan โมเดลตันที่ขึ้นด้วยมือจากวัสดุดินน้ำมัน

และได้ออกมาเป็นไฟล์ 3มิติ นำมาปรับเปลี่ยนให้พร้อมพิมพ์อีกรอบหนึ่ง

 

จากน้ำทำการปั้นเพิม่เป็นการต่อท่อขึ้นมาเพิ่มและขยายขนาด 20%

นำเข้าโปรแกรมเพื่อทำให้โมเดลกลวง และทำการเตรียมพิมพ์

เข้าโปรแกรมเพื่อทำให้โมเดลกลวงข้างใน
เข้าโปรแกรม FlashPrint เพื่อตั้งค่าการพิมพ์
ได้โมเดลตามต้องการ

ข้อแนะนำในการใช้งานเส้น Flexible

– เครื่องที่ใช้ควรเป็นแบบ Direct Drive หรือ ชุดเฟืองขับเส้นติดกับหัวฉีด เช่น Flashforge DreamerFlashforge Creator Pro2 , Flashforge Guider2s


– อุณหภูมิในการพิมพ์ 190-220 องศา
– ไม่จำเป็นต้องเปิดฐานทำความร้อน
– ความเร็วในการพิมพ์ ควรน้อยกว่า 40 mm/sec

จะเห็นได้ว่าการพิมพ์ 3มิติ นั้นมีความเป็นได้กว้างมาก หากเลือกวัสที่เข้ากับการทำงานของเรา เราก็จะสามารถทำชิ้นงานต้นแบบหรือตัวทดลองนำไปใช้เพื่อทดสอบและพัฒนาต่อในอนาคตได้อีกด้วย