Support FF Dreamer

Support FF Dreamer

Download  – software FlashForge 3D Printer  ที่นี่ <—

Download  – คู่มือ Dreamer 3D Printer  ที่นี่ <—

 

การเริ่มต้นใช้งาน FF Dreamerการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นการบำรุงรักษา

**ข้อมูลในบทความนี้อาจจะต่างไปบ้าง เนื่องจาก update Firmware / software ใหม่ๆ**
1. การแกะกล่องและการติดตั้ง สามารถทำได้ง่ายๆ ตามขั้นตอนใน Video

2. การลงโปรแกรม โปรแกรมที่ใช้งานชื่อ FlashPrint สามารถหาดูได้จาก SD Card ที่แถมไปหรือ Download ที่หน้า Download
**สำคัญมาก ต้องเลือก Machine เป็น Flashforge Dreamer**
3. การ Calibrate ฐานพิมพ์ เข้า Menu Level Build Plate สามารถทำได้เช่นเดียวกับ FF Creator Pro

4. การใส่เส้น ควรใช้คำสั่ง Preheat ในการใส่เส้นแทน ไม่ควรใช้คำสั่ง “Load Filament” คำสั่ง Load Filament มีโอกาสทำให้เส้นติดได้มากกว่า

5. การใช้ Software
Flashprint ตอนที่1
Flashprint ตอนที่2
Flashprint ตอนที่3
Flashprint ตอนที่4
Flashprint ตอนที่5

 

Tips ควรรู้
1. เราสามารถ Save ไฟล์ได้สองนามสกุล คือ .g และ .gx หากเรา Save File เป็น .gx เวลาสั่งพิมพ์จะมีรุปแสดงผลให้เราเห็นด้วยเป็น Thumbnail
2. เมื่อเราเลือก file ใน SD Card/USB เราสามารถ Save นั้นๆลงในหน่วยความจำของเครื่อง Printer ได้ สะดวกในการพิมพ์ครั้งต่อๆไปไม่ต้องเสียบ SD Card/USB อีก

 

แก้ปัญหาเบื้องต้น
1. เมื่อท่านประสบปัญหาเส้นติดขัด ท่านสามารถแก้ไขปัญหาได้เบื้องต้นดังนี้

2. เมื่อท่านแก้ปัญหาในข้อสองไม่ได้ ท่านสามารถแก้ปัญหาได้โดยการถอดหัวฉีดดังนี้ (ใน Video เป็น FF Creator แต่หลักการในการถอดหัวฉีดเหมือนกัน)

 

Software Flashprint

Software Flashprint

Download  – software FlashForge 3D Printer  ที่นี่ <—

Download  – คู่มือ FlashPrint3D Printer  ที่นี่ <—

 

การใช้งาน Flashprint ep.1การใช้งาน Flashprint ep.2การใช้งาน Flashprint ep.3การใช้งาน Flashprint ep.4การใช้งาน Flashprint ep.5

FlashPrint

การติดตั้งโปรแกรม Flashprint

โปรแกรม FlashPrint สามารถใช้ได้อย่างดีกับเครื่องพิมพ์สามมิติ Flashforge Finder, Flashforge Dreamer, Flashforge Creator Pro, Flashforge Guider, และเครื่องพิมพ์แบบ DLP Flashforge Hunter.

โปรแกรม FlashPrint จะอยู่ใน USB Flash Drive หรือ SD card ที่มาพร้อมกับเครื่องพิมพ์ Flashforge หรือดาวน์โหลดจากที่นี่ http://www.ff3dp.com/#!sup/c1df1 การติดตั้งให้ทำตามคำแนะนำบนจอ โปรแกรมนี้ใช้กับ Windows XP / Win 7 32-bit & 64 bit / Win 8 /Win 10 / Linux 14.0 และ Mac OS.

ทำความรู้จักโปรแกรม Flashprint

เลือกรุ่นของเครื่องพิมพ์ — เริ่มใช้งานครั้งแรกต้องเลือกรุ่นของเครื่องพิมพ์ก่อน เมื่อเปิดโปรแกรม จะมีหน้าต่างให้เลือกรุ่นของเครื่องพิมพ์ ให้คุณเลือกรุ่น Flashforge Guider แล้วกด [OK].คุณยังสามารถเลือกเปลี่ยนรุ่นได้ในภายหลังโดยไปที่เมนู [Print]–[Machine type]

1

เมนูของ Flashprint

2

3Load-โหลดไฟล์โมเดล สามารถโหลดได้มากกว่า 1 ไฟล์

 

4Supports-เข้าสู่โหมดสร้าง Support

 

5View-เปลี่ยนมุมมองของหน้าจอ

 

6Move-ย้ายตำแหน่งโมเดลในแนว X-Y; กด shift+click ค้างไว้เพื่อย้ายในแกน Z

 

7

Rotate-หมุนโมเดลได้ทั้งสามแกน

 

8Scale-ย่อ-ขยายโมเดล

 

9Cut-ตัดโมเดลในทิศทางต่างๆ ตามต้องการ

 

11Extruder-เลือกหัวพิมพ์ซ้าย-ขวา ที่จะใช้พิมพ์โมเดลนั้น (เฉพาะรุ่นที่มี 2 หัวพิมพ์)

 

11Print-สั่งพิมพ์โมเดลที่อยู่บนหน้าจอ.

 

โหลดไฟล์งานใน FlashPrint

คุณสามารถโหลดโมเดลหรือไฟล์ Gcode เข้ามาในโปรแกรม FlashPrint ได้หกวิธีคือ

วิธีที่ 1 กดปุ่ม Load ที่ด้านบนของจอภาพ แล้วเลือกไฟล์โมเดลที่จะพิมพ์

วิธีที่ 2 เลือกไฟล์ที่จะพิมพ์ แล้วลากเข้ามาในหน้าต่างของ FlashPrint

วิธีที่ 3 เลือกเมนู [File]–[Load File].แล้วเลือกไฟล์โมเดลที่จะพิมพ์

วิธีที่ 4 เลือกเมนู [File]–[Examples] แล้วเลือกไฟล์ตัวอย่างที่ให้มา

วิธีที่ 5 เลือกเมนู [File]–[Recent Files] แล้วเลือกไฟล์ที่เคยเปิดก่อนหน้านี้

วิธีที่ 6 เลือกไฟล์ที่จะพิมพ์ แล้วลากเข้ามาที่ไอคอนของโปรแกรม FlashPrint

.stl, .obj, .fpp , .png, .jpg, .jpeg หรือ .bmp เป็นรูปแบบของไฟล์ที่เก็บข้อมูลโมเดลสามมิติที่โปรแกรม FlashPrint สนับสนุน เมื่อโหลดไฟล์มาแล้วสามารถจะปรับตำแหน่ง ขนาด ทิศทางของโมเดลได้ หลังจากนั้นคุณก็จะสร้างไฟล์ Gcode เพื่อนำไปพิมพ์ได้เลย

หมายเหตุ ไฟล์ Gcode ไม่สามารถแก้ไขได้อีกแล้ว แต่สามารถส่งไปพิมพ์ได้เลย

 

การใช้เมาส์

กดปุ่มซ้าย 1 ครั้ง

กดเมาส์ปุ่มซ้ายเพื่อเลือกโมเดล

กดปุ่ม Ctrl ค้างไว้แล้วกดปุ่มซ้ายเพื่อเลือกโมเดลหลายๆ ชิ้น โมเดลจะมีสีสว่างขึ้นเมื่อถูกเลือก

จะแก้ไขปรับเปลี่ยนได้เฉพาะโมเดลที่ถูกเลือกเท่านั้น ยกเลิกการเลือกโดยกดปุ่มซ้ายตรงพื้นที่ว่าง

กดปุ่มซ้ายค้างไว้

ในโหมดต่างๆ เช่น มุมมอง ปรับเปลี่ยน การกดปุ่มซ้ายค้างไว้จะให้ผลที่แตกต่างกันไป

กดปุ่มขวาค้างไว้

กดปุ่มขวาค้างไว้เพื่อหมุนแท่นพิมพ์ในทิศทางต่างๆ

การหมุนลูกล้อ

ซูมภาพเข้า-ออก

เปลี่ยนมุมมอง

เปลี่ยนมุมมองของโมเดลโดยการย้าย หมุน ปรับขนาด และอื่นๆ

ย้ายมุมมอง

กดปุ่ม [View] จากนั้นคุณสามารถย้ายมุมมองของแท่นพิมพ์ไปมาบนหน้าจอได้ด้วยวิธีการต่อไปนี้:

วิธีที่ 1: กดปุ่มซ้ายของเมาส์ค้างไว้แล้วลาก

วิธีที่ 2: กดปุ่มกลางของเมาส์ค้างไว้แล้วลาก

วิธีที่ 3: กดปุ่ม Shift และปุ่มขวาของเมาส์ค้างไว้แล้วลาก

หมุนแท่นพิมพ์

กดปุ่ม [View] จากนั้นคุณสามารถหมุนแท่นพิมพ์ด้วยวิธีการต่อไปนี้:

วิธีที่ 1: กดปุ่มขวาของเมาส์ค้างไว้แล้วลาก

วิธีที่ 2: กดปุ่ม Shift และปุ่มซ้ายของเมาส์ค้างไว้แล้วลาก

ย่อ-ขยายมุมมอง

หมุนลูกล้อที่เมาส์เพื่อซูมเข้า หรือออก

มุมมองมาตรฐาน

คุณสามารถเปลี่ยนมุมมองที่เป็นมุมมาตรฐานคือ บน/ล่าง/ซ้าย/ขวา/หน้า/หลัง

ย้อนกลับมุมมองแรกเริ่ม

คุณสามารถสามารถกดปุ่ม reset เพื่อกลับมามุมมองแรกเริ่มได้ด้วย

แสดงเส้นรอบรูปของโมเดล

กดเมนู [View]–[Show Model Outline],จะแสดงเส้นขอบของโมเดลเป็นสีเหลือง

แสดงพื้นที่ที่เป็นส่วนยื่น (Overhang)

กดเมนู [View]–[Show Steep Overhang] จะแสดงบริเวณที่มีมุมเอียงน้อยกว่า 45องศาเป็นสีแดง

ปรับแต่งโมเดล

คุณสามารถเคลื่อนย้าย หมุน และย่อ-ขยายโมเดลได้

Move-เคลื่อนย้ายโมเดล

เลือกโมเดลแล้วคุณสามารถย้ายตำแหน่งโมเดลไปอยู่ที่ใดก็ได้บนแท่นพิมพ์:

วิธีที่ 1: กดปุ่ม [Move] แล้วกดปุ่มซ้ายของเมาส์ค้างไว้แล้วลากไปยังตำแหน่งที่ต้องการในแนวแกน X-Y แต่เมื่อกด [Shift] ค้างไว้ด้วย จะเป็นการเคลื่อนย้ายโมเดลในแนวแกน Z โดยจะมีตัวเลขบอกระยะทางที่เคลื่อนที่ไปด้วย

วิธีที่ 2: กดปุ่ม [Move] แล้วใส่ตัวเลขระบุตำแหน่งที่จะให้โมเดลย้ายไปอยู่ สามารถยกเลิกโดยกดปุ่ม [Reset]

หมายเหตุ: คุณสามารถกดปุ่ม [Center] เพื่อย้ายโมเดลมาอยู่ตรงกลางแท่นพิมพ์ และกดปุ่ม [On Platform] หลังจากการย้ายโมเดล เพื่อให้แน่ใจว่าโมเดลอยู่ติดกับแท่นพิมพ์

Rotate-หมุน                                                                  

เลือกโมเดลแล้วคุณสามารถหมุนโมเดลไปอยู่ที่ใดก็ได้บนแท่นพิมพ์:

วิธีที่ 1: กดปุ่ม [Rotate] ที่ด้านซ้ายของจอ จะมีวงแหวนสามวงตามแนวแกน X-Y-Z รอบโมเดล กดปุ่มซ้ายของเมาส์ที่เส้นใดเส้นหนึ่งแล้วลากเพื่อหมุนโมเดล เลือกหมุนจนได้มุมที่ต้องการ

วิธีที่ 2: กดปุ่ม [Rotate] ที่ด้านซ้ายของจอ จะมีช่องใส่ข้อมูลองศาทั้งสามแกน ใส่ตัวเลขที่ต้องการแล้วกด enter หรือกดปุ่ม [Reset] เพื่อเริ่มต้นทำใหม่

Scale-ปรับขนาด

เลือกโมเดลแล้วคุณสามารถย่อ-ขยายโมเดลที่อยู่บนแท่นพิมพ์:

วิธีที่ 1: กดปุ่ม [Scale] แล้วกดปุ่มซ้ายที่เมาส์ค้างไว้แล้วลากจนได้ขนาดที่ต้องการ จะมีตัวเลขขนาดปรับตามให้เห็นทันที

วิธีที่ 2: กดปุ่ม [Scale] จะมีช่องใส่ข้อมูลขนาดทั้งสามแกน ใส่ตัวเลขที่ต้องการแล้วกด enter หรือกดปุ่ม [Maximum] เพื่อขยายให้เต็มพื้นที่ๆ เครื่องสามารถพิมพ์ได้ หรือกดปุ่ม [Reset] เพื่อเริ่มต้นทำใหม่

หมายเหตุ: ถ้าปุ่ม [Uniform Scaling] ถูกเลือกไว้ โปรแกรมจะย่อ-ขยายตามสัดส่วนเดิม เมื่อใส่ตัวเลขในช่องใดช่องหนึ่ง ถ้าปุ่มนั้นไม่ถูกเลือก จะเป็นการย่อ-ขยายเพียงแกนที่ป้อนตัวเลขเข้าไปเท่านั้น

Extruder-เลือกหัวพิมพ์ (มีเฉพาะ Flashforge Dreamer/Creator Pro)

กดปุ่มเลือกโมเดลที่ต้องการ แล้วกดปุ่ม [Extruder] แล้วเลือกว่าจะพิมพ์ด้วยหัวพิมพ์ด้านซ้าย หรือขวา ถ้าเลือกด้านซ้ายโมเดลจะแสดงเป็นสีเขียว ถ้าเลือกด้านขวาโมเดลจะแสดงเป็นสีเทา ปกติจะแสดงเป็นหัวพิมพ์ด้านขวาเสมอ

หากต้องการพิมพ์สองสี หรือสองวัสดุโดยใช้หัวด้านหนึ่งเป็นวัสดุ support ก็สั่งพิมพ์แบบสองหัวพิมพ์พร้อมกัน แต่การพิมพ์สองสี จะต้องมีสองโมเดลอยู่บนแท่นพิมพ์เสมอ

 

อื่นๆ

การยกเลิกคำสั่ง

ยกเลิกคำสั่งสุดท้ายที่ทำไปโดยกดเมนู [Edit]–[Undo]. หรือกดปุ่ม Ctrl+Z ที่แป้นพิมพ์

การยกเลิกคำสั่งที่เพิ่งยกเลิกไป

ยกเลิกคำสั่งที่เพิ่งยกเลิกไปโดยกดเมนู [Edit]–[Redo]. หรือกดปุ่ม Ctrl+Y ที่แป้นพิมพ์

เลือกทั้งหมด

คุณสามารถเลือกโมเดลที่อยู่บนแท่นพิมพ์ทั้งหมดด้วยการกดเมนู [Edit]–[Select All].หรือกด Ctrl+A ที่แป้นพิมพ์ ในกรณีที่โหลดโมเดลมาแล้วแต่มันเล็กมาก หรือออกไปนอกแท่นพิมพ์จนมองไม่เห็น ให้กดเลือกทั้งหมด แล้วใช้คำสั่ง [Center] และ [Scale] เพื่อย้ายมากลางแท่นพิมพ์ และขยายขึ้นมา

เพิ่มจำนวนโมเดลเดิม

ใช้ทำสำเนาโมเดลที่อยู่บนแท่นพิมพ์ ให้เลือกโมเดลที่ต้องการก่อน แล้วเลือกเมนู [Edit]–[Duplicate] หรือกดปุ่ม Ctrl+D ที่แป้นพิมพ์

Delete

ใช้ลบโมเดลที่อยู่บนแท่นพิมพ์ ให้เลือกโมเดลที่ต้องการก่อน แล้วเลือกเมนู [Edit]–[ Delete] หรือกดปุ่ม Delete ที่แป้นพิมพ์

Auto Layout All

กดเมนู [Edit]–[Auto Layout All] ในกรณีที่โหลดโมเดลหลายๆ ชิ้นมาอยู่บนแท่นพิมพ์ โปรแกรมจะจัดโมเดลให้เป็นระเบียบโดยอัตโนมัติ

Model Repair

12 13
ในขณะที่โหลดโมเดล หากโมเดลมีข้อบกพร่องจะมีกล่องข้อความขึ้นมาเตือน คุณสามารถเลือกลบโมเดล [Delete], ไม่สนใจ [Ignore] หรือให้โปรแกรมช่วยซ่อมแซมให้โดยกดปุ่ม [Repair Model]

Empty Undo-stack

ใช้ล้างหน่วยความจำที่เก็บคำสั่งแต่ละขั้นตอนการทำงาน เพื่อให้มีหน่วยความจำที่ว่างมากขึ้น

Cut-การตัดโมเดล

เลือกโมเดลที่ต้องการแล้วคุณสามารถตัดโมเดลที่อยู่บนแท่นพิมพ์นั้น:

11

กดปุ่ม [Cut] แล้วเลือกแนวแกนที่จะตัดได้ดังต่อไปนี้

Draw with mouse: กดปุ่มซ้ายที่เมาส์แล้วลากไปในทิศทางที่ต้องการเพื่อสร้างเส้นตัด ถ้าต้องการจะเปลี่ยนตำแหน่งของเส้นตัดให้กดเลือกเส้นตัดแล้วลากไปยังตำแหน่งที่ต้องการ หรือใส่ตัวเลขตำแหน่งที่ต้องการลงในช่องว่าง

10

ก่อนตัด                                       หลังตัด

9

X, Y หรือ Z Plane: เลือกว่าจะตัดในแนวแกน X, Y หรือ Z ในเมนู Direction กดเลือกโมเดล โปรแกรมจะสร้างเส้นตัดให้โดยอัตโนมัติ ถ้าต้องการจะเปลี่ยนตำแหน่งของเส้นตัดให้กดเลือกเส้นตัดแล้วลากไปยังตำแหน่งที่ต้องการ หรือใส่ตัวเลขตำแหน่งที่ต้องการลงในช่องว่าง จากนั้นกดปุ่ม [Start Cut] เพื่อทำการตัดโมเดล ถ้าต้องการให้วัตถุที่ถูกตัดแล้วอยู่ในตำแหน่งเดิม ให้กาถูกในช่อง Keep parts in place เอาไว้

ปรับแต่ง Supports

เมื่อโหลดโมเดลเข้ามาแล้ว กดเมนู [Edit]–[Supports] หรือ กดที่ไอคอน(  ) เพื่อเข้าสู่โหมดสร้าง Support เมื่อเสร็จแล้วให้กดปุ่ม [Back] เพื่อออกจากโหมดนี้

8

Auto Supports

กดปุ่ม [Auto Supports] โปรแกรมจะคำนวณตำแหน่งของ support ให้อัตโนมัติ และสร้างให้เห็นทันที หากมี support ปรากฏอยู่แล้วจะต้องถูกลบทิ้งเสียก่อนที่จะสร้างใหม่

7

Auto Supports

Clear Supports

เลือกปุ่มนี้เพื่อลบ support ทั้งหมดออกไป

Add Support

กดปุ่ม [Add] ด้านซ้ายของจอเพื่อเพิ่ม support ในตำแหน่งที่ต้องการ กดปุ่มซ้ายที่เมาส์เพื่อกำหนดตำแหน่ง กดเมาส์ค้างไว้เมื่อต้องการลากไปยังตำแน่งที่ต้องการ หากตำแหน่งที่สร้างสามารถทำได้จะเป็นสีเขียว หากเป็นสีแดงแสดงว่าไม่สามารถสร้างได้ โปรแกรมจะลบออกไปเอง

Delete Supports

หากต้องการลบ support ที่ไม่ต้องการออกให้กดปุ่ม [Delete] ที่ด้านซ้ายของจอแล้วกดเลือก support ที่จะลบ หาก support นั้นมีส่วนต่อก็จะถูกทั้งหมด

Supports Options

สำหรับเครื่อง FDM

กดปุ่ม [Supports Options] จะมีกล่องข้อความขึ้นมา จะมีตัวเลือกสองตัวคือ “treelike”และ “linear”

  • “treelike” จะเป็นการสร้าง support แบบกิ่งไม้ คุณสามารถเลือกองศาของโมเดลที่ต้องการ support ขนาดเสา ขนาดฐาน ความสูงของฐาน จากนั้นกด [OK]
  • “linear” จะเป็นแบบเส้นตรง คุณสามารถเลือกองศาของโมเดลที่ต้องการ support และขนาดเสา จากนั้นกด [OK]

6 5

ข้อสังเกต Overhang Thresh: เป็นการกำหนดองศาของความเอียงของโมเดล ในกรณีที่มีความเอียงลาดมากๆ จะทำให้เส้นพลาสติกหลุดออกจากชั้นก่อนหน้า จึงต้องมี support มารองรับ องศาที่มักจะเริ่มมีปัญหาจะอยู่ที่ 45° แต่คุณสามารถตั้งได้ตั้งแต่ 30°-60°
หากสร้าง support ไปก่อนหน้านี้แล้วจะต้องถูกลบและสร้างใหม่อีกครั้ง

2

  60°

3

30° 4

หากเลือกองศาที่มากกว่าเช่น 60° โมเดลในส่วนที่เอียงไม่ถึง 60° จะไม่มีการสร้าง support

 

สำหรับเครื่อง DLP

กดปุ่ม [Supports Options] จะมีกล่องข้อความ “Columnar Supports” ขึ้นมาคุณสามารถเลือกองศาของโมเดลที่ต้องการ support ขนาดจุดสัมผัส ขนาดเสา ขนาดฐาน ความสูงของฐาน และระยะห่างของเสา จากนั้นกด [OK] เลือก “Exterior Only” เพื่อให้โปรแกรมสร้าง support เฉพาะจุดที่ถูกสร้างจากพื้นเท่านั้น

1

Printing

Select Machine Type

ก่อนที่จะเชื่อมต่อเครื่องพิมพ์เข้ากับคอมพิวเตอร์ ให้กดเมนู [Print]–[Machine Type] แล้วเลือกรุ่นของเครื่องพิมพ์ให้ถูกต้อง โปรแกรมจะปรับขนาดแท่นพิมพ์ และตัวเลือกในการพิมพ์ให้โดยอัตโนมัติ

1

Print

สร้างไฟล์ Gcode คุณจะต้อง slice โมเดลของคุณก่อนที่จะส่งไปพิมพ์ โดยทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. กดเมนู [Print]–[Print] หรือกดปุ่ม Print ที่อยู่ด้านบนของจอภาพ จะมีหน้าต่างใหม่ขึ้นมา
2
Flashforge Dreamer/Creator Pro
3
Flashforge Finder/Guider

 

  1. ตั้งค่าการพิมพ์ตามต้องการ จากนั้นกดปุ่ม [OK] จะมีหน้าต่างให้กำหนดชื่องาน และตำแหน่งที่จะบันทึกไฟล์ Gcode จากนั้นกดปุ่ม [Save] จะเห็นแถบสีเขียวด้านล่างของจอภาพแสดงความก้าวหน้าของการบันทึก คุณสามารถกด ปุ่ม [Abort] ก่อนที่จะทำเสร็จเพื่อยกเลิกการบันทึก

4

คำอธิบายการตั้งค่า

5

A–Preview: เลือกเปิด-ปิดการแสดงภาพก่อนพิมพ์

B–Print when slice done: เลือกให้พิมพ์ทันทีหลังจากกด [OK]

C–Material Left: เลือกวัสดุที่จะใช้พิมพ์ที่หัวพิมพ์ด้านซ้าย

D–Material Right: เลือกวัสดุที่จะใช้พิมพ์ที่หัวพิมพ์ด้านขวา

หมายเหตุ: เครื่อง Flashforge Dreamer/Creator Pro วัสดุที่มีให้เลือกคือ PLA, ABS, HIPS, Conductive filament, Flexible filament
สำหรับ Flashforge Guider / Finder จะมีให้เลือกเพียง 1 หัวพิมพ์เท่านั้น และจะใช้วัสดุ PLA, Conductive filament, Flexible filament

E–Supports: เลือกหัวพิมพ์ที่จะพิมพ์วัสดุที่จะใช้ทำ support (Dissolvable Filament) เลือกซ้าย หรือขวา หรือไม่พิมพ์เลยก็ได้ (Disable)

เฉพาะ Flashforge Guider / Finder จะมีให้เลือกเพียงเปิดหรือปิดการใช้งานเท่านั้น

F–Raft: คือตัวช่วยให้โมเดลติดกับแท่นพิมพ์ได้ดีขึ้น เลือกใช้หัวพิมพ์ด้านซ้าย หรือขวา หรือไม่พิมพ์เลยก็ได้

เฉพาะ Flashforge Guider / Finder จะมีให้เลือกเพียงเปิดหรือปิดการใช้งานเท่านั้น

H–Wall: เลือกเพื่อเปิดคำสั่งการสร้างผนังสำหรับเช็ดหัวพิมพ์เพื่อไม่ให้เลอะชิ้นงานในกรณีที่สั่งพิมพ์พร้อมกัน2หัว

I—Brim: เลือกเพื่อสร้างครีบที่ฐาน แผ่ออกไปเพื่อลดการแอ่นตัวของโมเดล

7
Raft
6
Brim

G—Resolution: เป็นการเลือกความละเอียดของโมเดล โดยมีตัวเลือกแบบสำเร็จรูปสี่แบบ คือ

    Low—ความละเอียดต่ำ แต่งานจะเสร็จเร็ว

    Standard—ความละเอียดปานกลาง

    High—ความละเอียดสูง ใช้เวลาพิมพ์นาน

    Hyper—ความละเอียดสูงมาก (เมื่อเลือกพิมพ์ PLA ที่หัวพิมพ์ด้านขวาของเครื่อง Flashforge Dreamer)

หากต้องการปรับตัวเลือกมากกว่านี้ให้กดปุ่ม [More options] เพื่อกำหนด Layers, Shells, Infill, Temperature, และอื่นๆ
8Layer

Layer Height: กำหนดความสูงของแต่ละชั้นของเส้นพลาสติก ค่าที่น้อยจะได้ชิ้นงานที่มีผิวเรียบเนียนกว่า

First Layer Height: กำหนดความสูงที่ชั้นแรกของโมเดล มักจะกำหนดให้สูงกว่าชั้นอื่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการยึดเกาะกับแท่นพิมพ์ ไม่ควรเกิน 0.4 ม.ม. แนะนำว่าให้ใช้ค่าที่ให้มาShells: เป็นการกำหนดความหนาของพื้นผิวชิ้นงาน (หากเลือก vase mode ผิวด้านบนจะไม่พิมพ์)

Perimeter Shells: ความหนาผนังแนวตั้ง สูงสุดคือ 10 ชั้น

Top Solid Layer: ความหนาผนังด้านบน สูงสุดคือ 10 ชั้น น้อยสุดคือ 1 ชั้น

Bottom Solid Layer: ความหนาผนังด้านบน สูงสุดคือ 10 ชั้น น้อยสุดคือ 1 ชั้นInfill กำหนดปริมาณ และรูปแบบเนื้อพลาสติกที่อยู่ในโมเดล

Fill Density: ปริมาณเนื้อพลาสติกที่อยู่ภายในของตัวโมเดล

Fill Pattern: รูปแบบของเนื้อพลาสติกที่พิมพ์ มีแบบหกเหลี่ยมจะแข็งแรงที่สุด สามเหลี่ยมจะให้การยึดตัวของแต่ละ layer ดี และเส้นตรงจะพิมพ์ได้เร็วที่สุด

Combine Infill: เป็นการลดเวลาในการพิมพ์ โดยพิมพ์ infill แบบชั้นเว้นชั้น Layer height ที่มากกว่า 0.1 ม.ม.แนะนำให้ใช้ Every “n” Layers นอกจากนั้นแนะนำให้ใช้ Every “n” Inner Layers

9

Speed: ความเร็วในการพิมพ์ การพิมพ์ให้ช้าจะได้โมเดลที่สวยงามกว่า (ประมาณ 40 ม.ม./วินาที)

Print Speed: ความเร็วระหว่างพิมพ์โมเดล

Travel Speed: ความเร็วขณะที่หัวพิมพ์เคลื่อนข้ามช่องว่าง (ไม่ได้ฉีดพลาสติก) สำหรับ PLA แนะนำที่ 100

หมายเหตุ: การปรับค่าการพิมพ์เพื่อให้ได้ผลที่ดี จะแตกต่างในแต่ละโมเดลTemperature ตั้งค่าอุณหภูมิที่หัวพิมพ์ และแท่นพิมพ์

Right/Left Extruder: ตั้งค่าอุณหภูมิที่หัวพิมพ์ทั้งสองด้าน สำหรับเครื่อง Finder / Guider จะมีช่องเดียว

Platform: ตั้งค่าอุณหภูมิที่แท่นพิมพ์ สำหรับเครื่อง Finder / Guider จะไม่มีค่านี้

หมายเหตุ: การใช้อุณหภูมิที่แตกต่างกันจะมีผลกับโมเดลที่พิมพ์ ควรปรับให้เหมาะสมกับโมเดลของคุณ

10Others อื่นๆ

Cooling Fan Controls: มีเฉพาะเครื่องรุ่น Flashforge Dreamer/Creator Pro ใช้สำหรับกำหนดการเปิด/ปิดพัดลม และยังกำหนดการเปิดพัดลมที่ความสูงใดๆ ของแกน Z ได้อีกด้วย

11

Pause at Heights: กำหนดให้เครื่องหยุดพิมพ์ชั่วคราวที่ความสูงใดๆ ของแกน Z สามารถกำหนดได้หลายๆ ตำแหน่ง โดยการกดปุ่ม [Edit] ใส่ความสูงที่ต้องการเป็น ม.ม. แล้วกด + หากต้องการลบค่าใด ก็เลือกค่านั้นแล้วกด –เรียบร้อยแล้วกดปุ่ม [OK]

1213

Explanation of Expert Slicing settings

1

Preview: เลือกช่องนี้เพื่อดูการทำงานของเครื่องก่อนพิมพ์

Print When Slice Done: เลือกช่องนี้เพื่อพิมพ์งานทันที

Select Profile: เลือกชุดคำสั่งที่บันทึกไว้ล่วงหน้า

General:

Layer Height:

Layer Height: Layer Height: กำหนดความสูงของแต่ละชั้นของเส้นพลาสติก ค่าที่น้อยจะได้ชิ้นงานที่มีผิวเรียบเนียนกว่า

First Layer Height: กำหนดความสูงที่ชั้นแรกของโมเดล มักจะกำหนดให้สูงกว่าชั้นอื่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการยึดเกาะกับแท่นพิมพ์ ไม่ควรเกิน 0.4 ม.ม. แนะนำว่าให้ใช้ค่าที่ให้มา

Speed:

Base Print Speed: ความเร็วระหว่างพิมพ์โมเดล ค่าความเร็วนี้จะเป็นฐานในการคำนวณความเร็วอื่นๆ ต่อไป

Travel Speed: ความเร็วขณะที่หัวพิมพ์ไม่ได้ฉีดพลาสติกออกมา

Minimum Speed: ความเร็วต่ำสุดขณะพิมพ์

First Layer Maximum Speed: ความเร็วสูงสุดในการพิมพ์ layer แรก ควรให้ช้าเพื่อช่วยให้ติดแท่นพิมพ์ได้ดีขึ้น – หากใช้ raft จะไม่นำค่านี้ไปใช้

First Layer Maximum Travel Speed: ความเร็วสูงสุดขณะที่หัวพิมพ์ไม่ได้ฉีดพลาสติกที่ layer แรก ควรให้ช้าเพื่อช่วยให้ติดแท่นพิมพ์ได้ดีขึ้น – หากใช้ raft จะไม่นำค่านี้ไปใช้

Temperature

Extruder’s temperature: อุณหภูมิที่หัวพิมพ์ขณะพิมพ์

Platform: อุณหภูมิที่แท่นพิมพ์ช่วยให้โมเดลติดแท่นพิมพ์ได้ดีขึ้น หากเครื่องพิมพ์เป็นรุ่น “Flashforge Dreamer/ Creator Pro/ Inventor” จะแสดงอุณหภูมิของหัวพิมพ์ ซ้าย-ขวา-แท่นพิมพ์ หากเครื่องพิมพ์เป็นรุ่น “FlashForge Finder/Guider”จะแสดงอุณหภูมิของหัวพิมพ์เท่านั้น

การกำหนดอุณหภูมิควรให้เหมาะกับชนิดของพลาสติกที่ใช้

หมายเหตุ: การใช้อุณหภูมิที่แตกต่างกันจะมีผลกับโมเดลที่พิมพ์ ควรปรับให้เหมาะสมกับโมเดลของคุณ

Retraction

Retraction length: ระยะทางที่มอเตอร์จะดึงเส้นพลาสติกกลับก่อนที่หัวพิมพ์จะเคลื่อนที่ผ่านช่องว่าง ซึ่งจะช่วยลดการเกิดเส้นใย และการเลอะของพลาสติก

Speed: ความเร็วในการดึงเส้นพลาสติกกลับ

Perimeter:

Thickness:

Shell Count: จำนวนรอบที่หัวพิมพ์จะฉีดพลาสติกในการสร้างผนังด้านข้าง จำนวนรอบมากขึ้นโมเดลจะมีความแข็งแรงมากขึ้นตาม

Maximum Path Overlap: กำหนดระยะทับซ้อนของเส้นพลาสติกในกรณีที่พิมพ์งานผนังบาง

Start Points:

Mode: กำหนดตำแหน่งจุดเริ่มต้นของ layer ซึ่งมีอยู่ 2 ตัวเลือกคือ

Closest to specific location: ทุก layer จะเริ่มที่จุดที่ใกล้ตำแหน่งที่ระบุมากที่สุด

Use random start points: จุดเริ่มต้นจะเป็นไปในลักษณะสุ่มตำแหน่ง

X : พิกัดในแกน X ที่หัวพิมพ์จะเริ่มพิมพ์ในแต่ละ layer

Y : พิกัดในแกน Y ที่หัวพิมพ์จะเริ่มพิมพ์ในแต่ละ layer

Speed:

Exterior Speed: ความเร็วในการพิมพ์ผิวด้านนอกของโมเดล คิดเป็น % ของ Base Print Speed ควรพิมพ์ให้ช้าเพื่อผิวงานที่สวยกว่า

Visible Interior Speed: ความเร็วในการพิมพ์ผิวด้านในของโมเดลในส่วนที่มองเห็น คิดเป็น % ของ Base Print Speed

Invisible Interior Speed: ความเร็วในการพิมพ์ผิวด้านในของโมเดลในส่วนที่มองไม่เห็น คิดเป็น % ของ Base Print Speed

Infill:

General

Top Solid Layers: ความหนาของพื้นด้านบน เกิดจากการปู layer ให้เต็ม ปกติจะปูเต็มหลายๆ layer เพื่อไม่ให้บางเกินไป

Bottom Solid Layers: ความหนาของพื้นด้านล่าง เกิดจากการปู layer ให้เต็ม ปกติจะปูเต็มหลายๆ layer เพื่อไม่ให้บางเกินไป

Fill Density: กำหนดปริมาณเนื้อพลาสติกที่เติมเข้าไปในช่องว่างภายในตัวโมเดล

Fill Pattern: รูปแบบของเส้นพลาสติกที่จะสร้างเป็นเนื้อด้านในโมเดล รูปหกเหลี่ยมจะแข็งแรงที่สุด เส้นตรงจะเร็วที่สุด สามเหลี่ยมจะให้การยึดเหนี่ยวระหว่าง layers.มากที่สุด

Start Angle: กำหนดองศาของรูปแบบที่พิมพ์ที่ layer แรก จะไม่มีผลกับแบบหกเหลี่ยม

Overlap Perimeter: กำหนดระยะทับซ้อนของ infill กับ shell เพื่อให้โมเดลมีความแข็งแรงไม่เกิดรู

Vase Mode: โหมดแจกัน เมื่อเลือกโหมดนี้ infill และ top solid layer จะไม่ถูกพิมพ์

Speed

Solid Speed: ความเร็วในขณะที่พิมพ์เต็ม (solid layer) จะตั้งค่าเป็น % ของ Base Print Speed

Sparse Speed: ความเร็วในขณะที่พิมพ์ infill

Combine Infill

Maximum Combine Layers: เลือกเพื่อรวมจำนวนชั้นของ infill เข้าด้วยกัน ทำให้งานเสร็จเร็วขึ้นโดยจะพิมพ์ชั้นสลับชั้น ตามจำนวนที่ชั้นที่เลือก และจะฉีดพลาสติกให้ออกมามากขึ้นแทน

Combine Mode: หาก Layer height ที่มากกว่า 0.1 ม.ม.แนะนำให้ใช้ Every “n” Layers นอกจากนั้นแนะนำให้ใช้ Every “n” Inner Layers

Support:

General

Enable Support: ตอบ Yes เพื่อให้เครื่องพิมพ์ support ที่สร้างมาแล้ว หากตอบ No จะไม่พิมพ์ แม้จะสร้างมาแล้วก็ตาม

Select Extruder: เลือกหัวพิมพ์ซ้าย หรือขวา เพื่อพิมพ์ support หากเครื่องรุ่น “FlashForge Dreamer/FlashForge Creator Pro/ FlashForge Inventor” จะสามารถเลือกได้ ตัวเลือก Automatch ซอฟแวร์จะเลือกหัวพิมพ์ให้โดยอัตโนมัติ หากใช้เครื่องรุ่น “FlashForge Finder/Guider”จะไม่สามารถเลือกได้.

Treelike

Speed: ปรับความเร็วในการพิมพ์ support ใส่ค่าเป็น % ของ Base Print Speed

Space to Model(X/Y): ปรับระยะห่างที่น้อยที่สุดของ support กับโมเดล เพื่อให้สามารถแกะ support ได้โดยง่าย

Shell Count: จำนวนรอบในการพิมพ์ support

Linear

Speed: ปรับความเร็วในการพิมพ์ support ใส่ค่าเป็น % ของ Base Print Speed

Space to Model(X/Y): ปรับระยะห่างที่น้อยที่สุดของ support กับโมเดล เพื่อให้สามารถแกะ support ได้โดยง่าย

Space to Model (Z): ระยะห่างระหว่าง support กับโมเดลในแนวแกน Z เพื่อให้สามารถแกะ support ได้โดยง่าย

Path Space: ความถี่ของ support ยิ่งถี่มากก็จะรองรับได้ดีขึ้น แต่ใช้เวลานานมากขึ้นด้วย

Additions:

Raft:

Enable Raft: ตอบ Yes เพื่อให้เครื่องพิมพ์สร้าง raft ซึ่งจะช่วยให้โมเดลยึดติดกับแท่นพิมพ์ได้ดีขึ้น และยังช่วยปรับพื้นผิวแท่นพิมพ์ที่ไม่เรียบได้อีกด้วย

Select Extruder: เลือกหัวพิมพ์ซ้าย หรือขวา เพื่อพิมพ์ support หากเครื่องรุ่น “FlashForge Dreamer/FlashForge Creator Pro/ FlashForge Inventor” จะสามารถเลือกได้ ตัวเลือก หากใช้เครื่องรุ่น “FlashForge Finder/Guider”จะไม่สามารถเลือกได้.

Margin: กำหนดขนาดของ raft ว่าจะกว้างกว่าตัวโมเดลเท่าใด

Space to Model (Z): ระยะห่างระหว่าง raft กับโมเดลในแนวแกน Z เพื่อให้สามารถแกะ raft ได้โดยง่าย

Pre-extrusion

Enable Pre-extrusion: กำหนดให้เครื่องพิมพ์เส้นออกมาระยะหนึ่งเพื่อเตรียมหัวพิมพ์ให้พร้อม

Margin: กำหนดระยะให้ห่างจากโมเดลเท่าใด

Path Length: กำหนดว่าจะให้พิมพ์เส้นออกมายาวเท่าใด

Speed: ความเร็วในการพิมพ์เส้นนี้

Wall

Enable Wall: สร้างกำแพงรอบๆ โมเดล ทำหน้าที่เช็ดพลาสติกที่ไหลย้อยออกมาจากหัวพิมพ์ที่ยังไม่ได้ถูกใช้งาน ในกรณีที่พิมพ์สองหัวพร้อมกัน

Select Extruder: เลือกหัวพิมพ์ซ้าย หรือขวา เพื่อพิมพ์ support หากเครื่องรุ่น “FlashForge Dreamer/FlashForge Creator Pro/ FlashForge Inventor” จะสามารถเลือกได้ ตัวเลือก หากใช้เครื่องรุ่น “FlashForge Finder/Guider”จะไม่สามารถเลือกได้

Shell Count: จำนวนรอบในการพิมพ์ wall จำนวนรอบที่มากขึ้นผนังจะหนาและแข็งแรงขึ้น

Margin: กำหนดระยะห่างระหว่างโมเดล และ Wall

Speed: กำหนดความเร็วในการพิมพ์ Wall

Brim

Enable brim: กำหนดให้สร้างเส้นรอบรูปโมเดลที่ชั้นแรก สร้างเป็นครีบออกมาจากฐานโมเดลเพื่อช่วยในการยึดเกาะกับแท่นพิมพ์ป้องกันการยกตัวจากฐาน

Select extruder: เลือกหัวพิมพ์ซ้าย หรือขวา เพื่อพิมพ์ support หากเครื่องรุ่น “FlashForge Dreamer/FlashForge Creator Pro/ FlashForge Inventor” จะสามารถเลือกได้ ตัวเลือก หากใช้เครื่องรุ่น “FlashForge Finder/Guider”จะไม่สามารถเลือกได้

Margin: ความกว้างของครีบที่จะสร้าง ยิ่งกว้างมากก็ยิ่งยึดติดได้ดี

Brim Layer: จำนวนชั้นที่พิมพ์ Brim ยิ่งหลายชั้นจะยิ่งแข็งแรงขึ้น แต่จะแกะออกยากขึ้น

Advanced

Stepper Motor Voltage (Usually keep default) แนะนำว่าให้คงค่าเดิมไว้

X-Axis: ค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าที่ใช้กับมอเตอร์แกน X ยิ่งสูงจะได้กำลังมาก แต่มอเตอร์จะร้อนมากขึ้น

Y-Axis: ค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าที่ใช้กับมอเตอร์แกน Y ยิ่งสูงจะได้กำลังมาก แต่มอเตอร์จะร้อนมากขึ้น

Z-Axis: ค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าที่ใช้กับมอเตอร์แกน Z ยิ่งสูงจะได้กำลังมาก แต่มอเตอร์จะร้อนมากขึ้น

A-Axis: ค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าที่ใช้กับมอเตอร์หัวฉีด 1 ยิ่งสูงจะได้กำลังมาก แต่มอเตอร์จะร้อนมากขึ้น

B-Axis: ค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าที่ใช้กับมอเตอร์หัวฉีด 2 ยิ่งสูงจะได้กำลังมาก แต่มอเตอร์จะร้อนมากขึ้น

Others

Extrusion Ratio: อัตราการฉีดเนื้อพลาสติกออกจากหัวพิมพ์

Path Width: ขนาดเส้นพลาสติกที่ฉีดออกจากหัวพิมพ์ 0.4 คือค่าที่เท่ากับขนาดรูหัวพิมพ์

Path Resolution: กำหนดความละเอียดของเส้นพลาสติกในกรณีที่โมเดลมีรายละเอียดมากเกินไป ตัวเลขที่มากขึ้นจะทำให้ตำแหน่งของเส้นพลาสติกมีความละเอียดลดลง แต่การความแม่นยำของการฉีดพลาสติกจะสูงขึ้น

Others

Cooling Fan Controls

Cooling Fan Controls: ควบคุมการเปิดปิดพัดลมระบายความร้อน มีตัวเลือกดังนี้

[“Always On” เปิดตลอดเวลา] [“Always Off” ปิดตลอดเวลา], [“ON (when raft printed)” เปิดเมื่อ พิมพ์ raft เสร็จ], [“ON (when to pre-set height)”เปิดเมื่อถึงระยะที่ตั้งล่วงหน้า] ซึ่งใช้ได้กับเครื่องรุ่น “FlashForge Dreamer/FlashForge Creator Pro/FlashForge Inventor” เท่านั้น

2

The Pre-set Fan On Height: กำหนดความสูงของโมเดลที่จะเปิดพัดลมล่วงหน้า

3

Pause Heights: กำหนดความสูงที่ให้เครื่องหยุดพิมพ์ชั่วคราว กำหนดได้หลายตำแหน่ง แต่ต้องไม่สูงกว่าตัวโมเดล

4

วิธีทำ-ให้กดปุ่ม [Edit] แล้วจะมีหน้าต่างดังรูปข้างล่าง ใส่ตัวเลขความสูงที่ต้องการแล้วกดเครื่องหมาย + หากต้องการลบให้เลือกจากบรรทัดที่สอง แล้วกดเครื่องหมาย – เรียบร้อยแล้วกดปุ่ม [OK]

6
Dimensional Adjustment

Enable Adjustments: เปิดใช้งานค่าชดเชยขนาดของโมเดลในกรณีที่ขนาดคลาดเคลื่อน

External Compensation: กำหนดค่าชดเชยขนาดของโมเดลในส่วนของขนาดภายนอก ค่าบวกจะทำให้ขนาดใหญ่ขึ้น ค่าลบจะทำให้ขนาดเล็กลง

Internal Compensation: กำหนดค่าชดเชยขนาดของโมเดลในส่วนของขนาดภายใน ค่าบวกจะทำให้ขนาดใหญ่ขึ้น ค่าลบจะทำให้ขนาดเล็กลง

Reset extruder temperature once reach to specific heights

Extruder: กำหนดว่าให้เปลี่ยนค่าความร้อนเป็นค่าที่กำหนดใหม่เมื่อโมเดลมีความสูงถึงระยะที่กำหนด

7

วิธีทำ-ให้กดปุ่ม [Edit] แล้วจะมีหน้าต่างดังรูปข้างล่าง ใส่ตัวเลขความสูง และอุณหภูมิที่ต้องการแล้วกดเครื่องหมาย + หากต้องการลบให้เลือกจากบรรทัดที่สอง แล้วกดเครื่องหมาย – เรียบร้อยแล้วกดปุ่ม [OK]

8

  1. Save as new: บันทึกค่าการพิมพ์ต่างๆ เป็นไฟล์เก็บไว้ได้
  • วิธีทำ – หลังจากตั้งค่าต่างๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้วกดปุ่ม [Save as new] จะมีหน้าต่างใหม่ขึ้นมา ให้ใส่ชื่อไฟล์ที่ต้องการแล้วกดปุ่ม [OK] เมื่อจะเรียกใช้ครั้งต่อไปให้เลือกจากช่อง [Select Profile]
  1. Remove
  • ใช้ลบค่าการพิมพ์ที่เคยบันทึกไว้ที่แสดงอยู่ในช่อง [Select Profile] ออกไป โดยการกดปุ่ม [Remove] จะมีข้อความให้ยืนยัน ตอบ [Yes] หากต้องการลบ หากต้องการยกเลิกให้กดปุ่ม [No]
  1. Restore Default: เมื่อต้องการเปลี่ยนค่าต่างๆ ให้กลับไปเป็นค่าเริ่มต้นให้กดปุ่มนี้
  2. Save Configuration: บันทึกค่าที่เปลี่ยนแปลงเข้าไปกับ profile ปัจจุบัน
  • สำหรับเครื่องพิมพ์ DLP 3D printer Hunter
  • ก่อนจะเริ่มพิมพ์ โมเดลของคุณต้องทำการ slice และแปลงข้อมูลเป็นรูปแบบของ svgx เสียก่อน โปรดดูวิธีการทำในหัวข้อ 2.8.1 ในการสร้าง svgx จะมีการตั้งค่าดังต่อไปนี้
  1. Print Preview: เลือกให้แสดงภาพก่อนพิมพ์ ควรเลือกไว้เสมอ
  2. Start to print after slice done: เลือกเพื่อให้เครื่องพิมพ์เริ่มทำงานทันทีหลังจากคำนวณเสร็จ
  3. Material type: มีตัวเลือกให้ใช้อยู่ 4 แบบ แบบที่เป็นค่าตั้งต้นคือ FH1100
  • Layer height: กำหนดความหนาของแต่ละ layer ค่าตั้งต้นอยู่ที่ 0.025 ม.ม.
  • Exposure time
  • Base Time: ระยะเวลาการฉายแสงของแต่ละ layer เรซิ่นแต่ละชนิดจะใช้เวลาแตกต่างกัน ปรับได้ตั้งแต่ 1-60 วินาที
  • Attach Time: ระยะเวลาการฉายแสงของ layer แรกเพื่อให้ติดกับฐานได้ดี ไม่หลุด
  • Raft: กำหนดให้พิมพ์แผ่นรองที่ฐานพิมพ์เพื่อช่วยให้โมเดลติดกับฐานได้ดีมากขึ้น
  • Size Adjust:
  • X adjust: เมื่อโมเดลที่พิมพ์เสร็จแล้วขนาดแกน X ผิดไปจากแบบ สามารถปรับขนาดได้ตั้งแต่ 50%-150%
  • Y adjust: เมื่อโมเดลที่พิมพ์เสร็จแล้วขนาดแกน Y ผิดไปจากแบบ สามารถปรับขนาดได้ตั้งแต่ 50%-150%
  • Infill
  • Infill Density: กำหนดความหนาแน่นของ infill กำหนดได้ตั้งแต่ 0%-100%
  • Shell thickness: กำหนดความหนาของผนังโมเดล กำหนดได้ตั้งแต่ 1-10 ม.ม.
  • Infill thickness: กำหนดความหนาของ infill กำหนดได้ตั้งแต่ 0.5-5 ม.ม.
  • Others:
  • Light Intensity: กำหนดความเข้มแสงที่ใช้ เรซิ่นแต่ละชนิดจะใช้ความเข้มแสงแตกต่างกัน

การทำภาพนูนต่ำ (Lithophane / Relievo)

2

ในการทำภาพนูนต่ำ ให้เลือกไฟล์รูปภาพที่เป็นแบบ png, jpg, jpeg หรือ bmp แล้วโปรแกรมจะทำการเปลี่ยนให้เป็นไฟล์ .stl จะมีหน้าต่างดังนี้ขึ้นมา ปรับค่าต่างๆ ตามความต้องการดังนี้

1

Shape เลือกเป็นแบบแผ่น ท่อ ถ้วย โคมไฟ

Mode กำหนดให้สีเข้มให้หนา หรือสีอ่อนให้หนา

Maximum thickness ความหนารวมของโมเดล

Bottom thickness ความหนาของฐาน

Height ความสูงรวม

Top diameter เส้นผ่าศูนย์กลางด้านบน

Bottom diameter เส้นผ่าศูนย์กลางด้านล่าง จากนั้นกดปุ่ม [OK]

จากรูปนี้เราจะได้โมเดลตามนี้

3
(Plane)
4
(Tube)
5
(Canister)
10
(Lamp)
7
(Seal)

Surface to Platform

8
9

ใช้กำหนดพื้นผิวที่ต้องการให้แนบกับแท่นพิมพ์ ให้เลือกโมเดลที่ต้องการก่อน แล้วเลือกเมนู [Edit]–[Surface to Platform] แล้วใช้เมาส์ชี้ไปที่พื้นผิวที่ต้องการ จะมีกรอบสีแดงให้เห็น จากนั้นกด Double-click พื้นผิวนั้นจะไปแนบกับแท่นพิมพ์ทันที

Worlddidac Asia 2019 at BITEC Bangna

Worlddidac Asia 2019 at BITEC Bangna

Worlddidac Asia 2019 Bangkok

นิทรรศการสื่อการสอนใหม่ Worlddidac Asia คือ งานแสดงนวัตกรรมทางการศึกษาเพื่อการเรียนการสอนจากนานาประเทศ เพื่อผู้บริหารการศึกษา ครู อาจารย์ นักวิชาการ และผู้เกี่ยวข้องในวงการการศึกษาทุกระดับนิทรรศการสื่อการสอนใหม่ Worlddidac Asia เป็นหนึ่งในซีรี่ส์งาน Worlddidac ที่มีชื่อเสียงระดับโลก จัดขึ้นเป็นปีที่ 10 โดยจุดเด่นของงานเน้นใน 3 ด้าน คือ

1) การจัดแสดงนวัตกรรมสื่อการเรียนการสอน

2) งานประชุมผู้นำทางการศึกษา/ สัมมนาวิชาการ/ เวิร์คชอป

3) การสร้างเครือข่าย เพราะโลกแห่งการศึกษาในปัจจุบัน เป็นโลกที่เปิดกว้าง รูปแบบไร้ขีดจำกัด และการเรียนรู้ไม่ได้มีแต่เฉพาะในห้องเรียน

งานจัดขึ้นวันที่ 9-11 ตุลาคม 2562 เวลาเริ่มงาน 9.00-17.30 น. ซึ่งทาง Print3Dd ได้เข้าร่วมออกงานได้นำเครื่องพิมพ์ 3 มิติ รุ่นต่างๆ ชิ้นงานตัวอย่าง ไม่ว่าจะเป็นแบบพลาสติก แบบเรซิ่น เครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ โดยเทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยในเรื่องของการเรียนการสอนของทางนักเรียนนักศึกษาได้ลงมือทำจริง ประดิษฐ์ชิ้นงานหรือออกแบบชิ้นงานออกมาใช้งานจริงได้เลย เห็นถึงระบบการทำงานต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ทางเราไม่ได้แค่จำหน่ายเทคโนโลยีเหล่านี้เท่านั้นยัง มีทางทีมงานที่ค่อยให้คำแนะนำข้อมูลต่างๆ ให้อีกด้วย สำหรับสถานศึกษา คุณครู อาจารย์ท่านใดกำลังมองหาเครื่องพิมพ์และเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ เหล่านี้อยู่สามารถเข้ามาเยี่ยมชมได้ที่ Booth K04 หรือถ้าหาไม่เจอโทรมาที่เบอร์ 096-140-0420, 092-552-3026     Line : @Print3dd

 

 

Flashforge Dreamer ในสายการผลิต / Farm Printing

Flashforge Dreamer ในสายการผลิต / Farm Printing

หลายๆคนอาจจะเข้าใจว่า เครื่อง 3D Printer ไว้สร้างงานต้นแบบ หรือพิมพ์น้อยชิ้น ไม่เหมาะในการผลิตแบบ Mass Production

ความจริงไม่ใช่อย่างงั้น เครื่องสามารถนำไปใช้ในสายการผลิต(โรงงานในประเทศไทย) หากมีจำนวนมากพอ พิมพ์กันเป็นฟาร์ม มีการจัดสรรการพิมพ์แบบเป็นระบบ
3D Printing เหมาะกับการเป็น Mass Production เมื่อ
1. มีแบบที่ต้องพิมพ์หลากหลาย
2. พิมพ์แบบ Just in Time ไม่ต้องการ Stock แบบมีการปรับกันตลอดเวลา
3. สายการผลิตที่ต้องการความ Flexible
4. กระจายการลงทุน (เครื่อง 3D Printer เวลานี้ราคาถูก สามารถซื้อมาเพิ่มในสายการผลิตเรื่อยๆได้)

Flashforge Dreamer http://www.print3dd.com/product/flashforge-dreamer/

 

 

Flashforge HQ Visit 2018

Flashforge HQ Visit 2018

IMG_20180814_173622

ช่วง 13-15 สค. พี่ผ่านมาได้เราได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมโรงงาน Flashforge ที่เมือง Jinhua / HangZhou ประเทศจีน โรงงานที่เราเป็นเยี่ยมชมเป็น Head Quarter เป็นที่อยู่ของส่วนการผลิต, Packing, QC, แผนก Sales และ Marketing (ส่วนฝ่าย R&D อยู่ที่สำนักงานใน Hangzhou และ Beijing) โรงงานค่อนข้างใหญ่ประกอบด้วยหลายตึก สายการผลิตรองรับการผลิตสูงสุด 12,000 units/units มีโรงงานผลิตเส้น Filament เป็นของตัวเอง พนักงานเฉพาะในส่วนของ HQ Jinhua คือ 350คน เรียกว่ามีมาตรฐานระดับโลก (หลายๆส่วนโดยเฉพาะในด้านการผลิต และ การวิจัย ไม่สามารถโชว์รูปได้) ISO9001, 14001, CE, FCC, RoHS ได้รางวัลจากทั่วโลกหลายรางวัล

หลังจาก Print3Dd ที่เราเป็น Exclusive Distributor มา 5 ปี เป็นโอกาสที่ดีที่เราได้ ไปเห็นโรงงานใหม่ การผลิตดูมีมาตฐาน มีขั้นตอนการประกอบชัดเจน / ขั้นตอนการ QC ชัดเจน ทุกเครื่องต้องผ่านการพิมพ์มาแล้ว 6-12 ชม. เพื่อมั่นใจว่าสินค้า ไม่มีปัญหา ลูกค้าจึงมั่นใจว่า Flashforge เป็นบริษัทระดับโลก สินค้ามีมาตรฐาน มีบริการหลังการขายเหมาะสม (Service Year ยาวมี Spare part ตลอดเนื่องจากยอดขายเยอะมาก — โดยเฉพาะใน USA และ Europe)

ภาพเป็นเฉพาะส่วน Line QC Line Production ใหญ่กว่านี้แต่ไม่สามารถเผยแพร่ได้
ภาพเป็นเฉพาะส่วน Line QC
Line Production ใหญ่กว่านี้แต่ไม่สามารถเผยแพร่ได้

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ Flashforge
1. Flashforge เครมว่าเป็นแบรนที่ขายที่สุด #1 ในประเทศจีน (ในแง่ยอดขายรวม–ระดับ consumer) และเป็นที่ 2# หรือ 3# ระดับโลก
2. Flashforge เป็นผู้ผลิตสินค้า OEM ให้ Bocsh(Dramel), GE, Polar, Monoprice และอีกหลายบริษัท
3. Flashforge เปิดบริษัทมาได้แค่ 6ปี ก่อนจะมาเป็นที่ #1 ในจีนปีที่ 5
4. Flashforge มี Team R&D อยู่ 40คน ในนี้เป็นระดับ Ph D. 10 คน โดยเป็นงานที่พัฒนาในรูปแบบ Hardware และ Software
5. Flashforge มีฐานลูกค้ามากมายในวงการศึกษาทั่วโลก เช่น โรงเรียนทั่วประเทศใน Australia, USA และใน จีนเอง

รุ่นที่ขายดีของ Flashsforge มีดังนี้ FF Finder, FF ADV3, FF Creator Pro, FF Guider2s,

Certificate ต่างทั่งแบบ Global และ แบบภายในจีน
Certificate ต่างทั่งแบบ Global และ แบบภายในจีน

IMG_20180814_154643

IMG_20180814_153013

IMG_20180814_151859

IMG_20180814_151707

เฉพาะในแผนก Packing มีคนงาน 30 คน
เฉพาะในแผนก Packing มีคนงาน 30 คน

IMG_20180814_154927

เครื่อง Dramel ของ Bosch
เครื่อง Dramel ของ Bosch

3D Printer กับการออกแบบผลิตภัณฑ์ Product Design/ Architect : Mad in 3D

3D Printer กับการออกแบบผลิตภัณฑ์ Product Design/ Architect : Mad in 3D

ขอนำผลงานจากลูกค้าผู้น่ารักของเรามาให้ชมกันครับ เป็นผลงานจากเครื่อง Flashforge Dreamer, Flashforge Guider, และ Flashforge Guider II

ผู้ที่มีจินตนาการ มีฝีมือ การมีเครื่องมือที่ดี ไว้ใจได้ ในราคาที่จับต้องได้ด้วย ก็ช่วยให้จินตนาการนั้นเป็นจริง จับต้องได้โดยไม่ยากเลย

ป.ล. หากใครต้องการใช้บริการน้องเขาติดต่อได้เลยที่ https://www.facebook.com/madin3d/ ครับ บริการเป็นกันเองมาก

 

cover

Mad in 3D_180802_0003

Mad in 3D_180802_0004

Mad in 3D_180802_0005

Mad in 3D_180802_0006

Mad in 3D_180802_0007

Mad in 3D_180802_0008

Mad in 3D_180802_0002

Mad in 3D_180802_0009

Mad in 3D_180802_0001

Mad in 3D_180802_0010

Mad in 3D_180802_0011

Mad in 3D_180802_0012

เครื่องตัดหญ้าพลังงานแสงอาทิตย์จากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

เครื่องตัดหญ้าพลังงานแสงอาทิตย์จากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

        นักพัฒนาด้านการพิมพ์ 3 มิติ ได้สร้างเครื่องตัดหญ้าที่ใช้ Playstation joypad ในการควบคุมการทำงาน พลังงานที่ใช้ก็มาจากธรรมชาติที่ได้มาจากแสงอาทิตย์โดยใช้แผงโซล่าเซลล์เป็นตัวผลิตพลังงาน ส่วนประกอบภายนอกของตัวเครื่องก็เลือกใช้งานได้อย่างเหมาะสมเป็น ABS เพื่อเน้นความแข็งแรง และสามารถทนความร้อนได้สูง ด้วยความที่กล้าคิดกล้าทำนี้จึงทำให้ได้รับรางวัล Hackaday ในงาน 2018 Hackaday Prize ในช่วงไม่กี่อาทิตที่ผ่านมานี้

 

1

        ถ้าพูดถึงในช่วงฤดูร้อนนั้นคุณอาจจะไม่อยากออกไปตกแต่ง จัดส่วน ตัดหญ้า ทำนู้นทำนี่ตอนที่แดดร้อนๆ แน่นอน ซิ่งทำให้บริเวณรอบบ้านของคุณเองไม่น่ามองเลยทีเดียว นี่แหละเป็นเหตุผลที่ควรจะมีเครื่องตัดหญ้าแบบที่สามารถควบคุมจากระยะไกลได้ เพื่อมาช่วยแก้ปัญหาในเรื่องนี้จริงๆ ทั้งสะดวกสบาย ไม่ต้องทนร้อนจากแสงแดด แถมยังประหยัดพลังงานอีกด้วย ด้วยการประยุกต์ใช้เครื่องพิมพ์แบบ 3 มิติ กับการใช้ชีวิตประจำวันได้นั้นเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมากจริงๆ ซึ่งเจ้าหุ่นยนต์เครื่องตัดหญ้านี้ได้มีการออกแบบโดย v.loschiavo ได้การออกให้มีความสวยงาม และเหมาะสมต่อการใช้งานจริงมากที่สุด ด้านในของตัวเครื่องตัดหญ้ามีแบตเตอรี่ที่สามารถเก็บพลังงานที่ผลิดได้จากแผงโซล่าเซลล์อีกด้วย เผื่อไว้ในวันที่แสงแดดไม่มีให้แผงโซล่าเซลล์ผลิตพลังงานมาใช้งานได้ แผงโซล่าเซลล์ที่ใช้มีกำลังไฟอยู่ที่ 10 วัตต์ และส่วนประกอบของตัวถังเครื่องตัดหญ้าสร้างขึ้นจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ วัสดุเป็น ABS ตัวเครื่องมีขนาด 495 x 340 x 195 mm. มีีมอเตอร์สองตัวที่ติดตั้งอยู่กับล้อด้านหลังที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 150 mm. การที่มีมอเตอร์แยกจะทำให้ล้อทั้งสองสามารถควบคุมแบบแยกกันทำงานได้นั้นเอง เพื่อให้เลี้ยวผ่านจุดต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

 

2

3

 

        การที่จะตัดหญ้าได้สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยนั้นคือใบมีด ใบมีดที่ใช้เป็นใบมีดไนล่อนมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 255 mm. ติดอยู่กับเพลาของเครื่องตัดหญ้า ส่วนที่ใบมีดได้มีระบบเซ็นเซอร์เพื่อเช็คความปลอดภัยที่สามารถทำการล็อคใบมีดได้ทันทีเมื่อมีคนเข้ามาในบริเวณที่เครื่องตัดหญ้ากำลังทำงานอยู่ และยังมีฟังก์ชั่นที่สามารถทำงานแบบกึ่งอิสระได้อีกด้วยโดยใช้เซ็นเซอร์ ultrasonic, infrared และ shock sensors ในการตรวจสอบอุปสรรคขณะที่เครื่องกำลังตัดหญ้าอยู่ ทั้งหมดนี้สามารถควบคุมจากระยะไกลได้ด้วย joypad ของเครื่อง Playstation  ทั้งนี้ทั้งนั้นเจ้าหุ่นยนต์เครื่องตัดหญ้านี้ยังไม่ได้มีแผนว่าจะผลิตเพิ่มจำนวนขึ้นมาอีกหลายๆ เครื่อง แต่ในอนาคตอีกไม่นานอาจจะได้รับการพัฒนาให้ผลิตขึ้นมาหลายๆ เครื่องเพื่อให้เป็นประโชยน์ต่อการใช้ชีวิตประจำวันมากที่สุด โอ้ว!! เป็นความคิดที่ดีเลยครับ

 

ที่มา : http://www.3ders.org/articles/

ลูกค้า: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

ลูกค้า: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

ขอขอบคุณ ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

ที่อุดหนุนเครื่องพิมพ์สามมิติ Flashforge Dreamer ไปใช้ในการเรียนการสอน

3D Printer : Flashforge Dreamer

มจธ.เครื่องกล_180320_0001

ลูกค้า: มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ลูกค้า: มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ขอขอบคุณ ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ที่อุดหนุนเครื่องพิมพ์สามมิติ และเครื่องสแกนสามมิติ จำนวนมากไปใช้ในการเรียนการสอน และให้ความรู้แก่นักศึกษา

เครื่องพิมพ์สามมิติ:

FullScale Max350

Flashforge Finder

Flashforge Dreamer 

Flashforge Hunter

เครื่องสแกนสามมิติ:

Einscan SE

ม.ขอนแก่น วิศวะไฟฟ้า_171016_0001 ม.ขอนแก่น วิศวะไฟฟ้า_171016_0004 ม.ขอนแก่น วิศวะไฟฟ้า_171016_0047 ม.ขอนแก่น วิศวะไฟฟ้า_171016_0009 ม.ขอนแก่น วิศวะไฟฟ้า_171016_0005 ม.ขอนแก่น วิศวะไฟฟ้า_171016_0012 ม.ขอนแก่น วิศวะไฟฟ้า_171016_0010 ม.ขอนแก่น วิศวะไฟฟ้า_171016_0011 ม.ขอนแก่น วิศวะไฟฟ้า_171016_0013 ม.ขอนแก่น วิศวะไฟฟ้า_171016_0019 ม.ขอนแก่น วิศวะไฟฟ้า_171016_0030 ม.ขอนแก่น วิศวะไฟฟ้า_171016_0033 ม.ขอนแก่น วิศวะไฟฟ้า_171016_0037 ม.ขอนแก่น วิศวะไฟฟ้า_171016_0039

 

การออกแบบรองเท้าส้นสูงด้วยเครื่องพิมพ์ 3D และเครื่องสแกน EinScan Pro

การออกแบบรองเท้าส้นสูงด้วยเครื่องพิมพ์ 3D และเครื่องสแกน EinScan Pro

การออกแบบรองเท้าส้นสูงด้วยเครื่องพิมพ์ 3D ของนักศึกษาจีนจาก Academy of Fine Arts มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง กับรองเท้ายี่ห้อ 98HT ได้ร่วมกันออกแบบรองเท้าส้นสูงที่สามารถเปลี่ยนความสูงของส้นรองเท้าได้หลายระดับ ได้มีการออกแบบตัวอย่างชิ้นงานโดยการพิมพ์ 3D

 

1

 

นักศึกษาจีนได้พบเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับคุณผู้หญิงที่จะต้องมีการแต่งตัว การเลือกใส่รองเท้า ในการใช้ชีวิตประจำวัน การส่วมใส่รองเท้าส้นสูงนั้นจะทำให้ผู้หญิงนั้นดูมีบุคลิกที่ดี ดูมีฐานะ น่าเชื่อถือ ในสายตาผู้คนที่พบเจอ แต่ข้อเสียนั้นก็มีเช่นกันเมื่อใส่รองเท้าส้นสูงเป็นเวลานานๆ แล้วจะทำให้กล้ามเนื้อที่ขาเกิดอาการเกร็ง เป็นสาเหตุที่ทำให้ปวดขา  และอาการอื่นๆ ตามมาด้วยเช่นกัน และคุณผู้หญิงส่วนใหญ่จะมีรองเท้าส้นสูงมากกว่า 1 คู่ขึ้นไป เพราะต้องการความสูงของส้นรองเท้าที่แตกต่างกัน เพื่อเลือกใส่ให้เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นๆ

2

3

ดังนั้นนักศึกษาจีน และ 98HT ได้ช่วยกันเข้ามาแก้ปัญหาในเรื่องนี้ที่เกิดขึ้นกับคุณผู้หญิงที่ชอบใส่รองเท้าส้นสูง ให้ได้รับความสะสวกสบายมากยิ่งขึ้น ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อรองเท้าส้นสูงหลายๆ คู่ ความพยายามที่ทีมนักศึกษาได้ร่วมมือกับ 98HT ออกแบบรองเท้าส้นสูง ซึ่งอยู่ภายใต้การนำของ ดร. Li Xiangqing มีแนวคิดหที่ทำให้ผู้สวมใส่รองเท้าส้นสูงสามารถเปลี่ยนความสูงของส้นรองเท้าได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนรองเท้าใหม่

4

5

ในช่วงเริ่มแรกได้ทำการปั้น 3D  ด้วยโปรแกรมออกแบบ 3D ขึ้นมาเองซึ่งได้ทำให้เกิดความยุ่งยากมาก จึงได้เปลี่ยนมาใช้เครื่องสแกน 3D ของ EinScan Pro เข้ามาช่วยขึ้นรูป 3D ในการออกแบบเพื่อให้ง่ายต่อการออกแบบ และประหยัดเวลาในการขึ้นรูป 3D  แล้วทำการปรับแต่งชิ้นงานเพียงเล็กน้อยก่อนทำการพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3D ในขั้นตอนการผลิต

6

ในปัจจุบันรองเท้าแบบเปลี่ยนส้นได้นั้น ยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา แล้วทาง 98HT ได้บอกอีกว่ามีแผนที่จะผลิตออกมาเป็นชุดแบบสำเร็จ ให้ทันสมัยตามแฟชั่นในปัจจุบัน และจะพัฒนารองเท้าสำหรับเด็กเพื่อที่จะติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารในการติดตามตำแหน่ง ของเด็กๆ เมื่อผู้ปกครองไม่ได้อยู่ด้วย จะได้ช่วยลดความกังวนผู้ปกครองได้ด้วย
7

ที่มา : http://www.3ders.org/