fbpx

ที่เก็บรีโมทแอร์ ทำของใช้ให้ตัวเองด้วย3D Printer

ที่เก็บรีโมทแอร์ ทำของใช้ให้ตัวเองด้วย3D Printer

3D Printer เป็นอุปกรณ์ที่เรียกได้ว่าเพิ่มความสะดวกสบายให้กับชาวD.I.Y ได้เป็นอย่างมาก ด้วยการที่สามารถปริ้นอะไรออกมาก็ได้แล้วใช้งานได้จริง และของบางชิ้นก็อาจจะไม่จำเป็นต้องซื้อก็ได้แล้วใช้เครื่อง3D printer ปริ้นออกมาเอา แน่นอนว่าต้นทุนค่าวัสดุประหยัดมาก FDM 3D Printer เป็นเครื่องที่ตอบโจทย์สายD.I.Yได้เป็นอย่างดี เพราะเครื่องราคาไม่แรง ใช้ง่าย แถมพิมพ์เสร็จก็ใช้ได้เลยอาจมีแกะซัพพอร์ตบ้างบางงานหรือขัดแต่งตามความพอใจของผู้ใช้เอง

รีโมทแอร์ ของใช้เล็กๆที่บ้านที่มีแอร์รุ่นใหม่มักจะมีกันอยู่แล้วถึงแม้จะเป็นของเล็กๆก็ควรที่จะเก็บมันไว้ให้เป็นระเบียบหยิบใช้ง่ายไม่เกะกะ แต่โดยทั่วไปแล้วที่เก็บรีโมทก็มักจะแถมมาอยู่แล้วเวลาซื้อมาพร้อมกับเครื่อง แต่ถ้าหากมันหักล่ะ!!!! หรือที่เก่ามันไกลไปใช้ไม่สะดวกก็คงต้องมีอีกอันแต่จะหาซื้อให้ตรงรุ่นหรือพอดีก็คงหายากน่าดู ออกแบบเองแล้วปริ้นเลยดีกว่า

ขั้นแรกเราก็วัดขนาดรีโมทของเรา โดยวัดกว้าง ยาว สูงมาเลย(วัดเกินไปนิดนึงนะเวลาปริ้นมาจะได้ไม่คับเกินไป)

จากนั้นก็ออกแบบโดยใช้โปรแกรมขึ้นมาตามขนาดที่เราวัดมาเลย แต่จะลดความสูงลงมาซักหน่อย

ได้มาแล้วก็จัดการสั่งปริ้นด้วยFlashprintกันเลย

รองานเสร็จก็แกะออกมาใช้ได้ ตัวเอกของเราวันนี้คือ Flashforge Finder เครื่องเล็กน่ารักๆๆ

หลังพิมพ์ก่อนแกะSupport
หลังจากแกะSupportแล้ว

เครื่องFDM 3D Printer นั้นต่างจากเครื่องปริ้นกระดาษมาก ซึ่งไม่จำเป็นที่จะต้องปริ้นทุกวันเพื่อไม่ให้หัวตันแต่อย่างใด จะใช้เมื่อไหร่ก็ใช้ได้เลยซึ่งหลายคนยังกลัวตรงนี้อยู่บ้าง จึงแนะนำว่าการมีFDM 3D Printer อยู่บ้านนั้นจะมีประโยชน์เป็อย่างมากเลยทีเดียว

Flashforge 3D Printer เครื่องพิมพ์ระบบ FDM ที่เหมาะกับผู้เริ่มต้น ใช้งานง่ายดูแลง่ายไม่งอแง

ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพด้วยEinscan

ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพด้วยEinscan

Lincoln Continental รถหรูสุดคลาสิกจากบริษัท Lincoln ที่ได้ร่วมมือในการผลิตกับทาง Ford ซึ่งตัวรถได้ออกมาตั้งแต่ปี1967 ซึ่งเป็นรถที่มีสเน่ห์ที่ให้อารมณ์ความหรูหราแบบยุค70 และเป็นที่ชื่นชอบของนักสะสมเป็นอย่างยิ่ง

Lincoln Continental ปี 1967

ปัญหาของรถคลาสสิกข้อใหญ่คือ อะไหล่ส่วนใหญ่หาไม่ได้แล้วเนื่องจากไม่มีการผลิตรถรุ่นนี้แล้ว อีกทั้งตัวรถก็มีอายุอย่างน้อย40ปีเข้าไปแล้วทำให้อะไหล่ก็เริ่มหายากมากขึ้นเรื่อยๆจนบางชิ้นก็ไม่มีอีกแล้ว การใช้สแกนเนอร์สแกนส่วนที่ต้องการเป็นทางออกที่ดีที่สุด
ชิ้นส่วนที่ต้องการครั้งนี้คือ ฝาครอบลำโพงด้านขวาที่อยู่บริเวณข้างล่าง แน่นอนว่าการจะหาอะไหล่ส่วนนี้กับรถที่มีอายุขนาดนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้แล้ว

ขั้นแรกจะทำการสแกนในบริเวณที่ต้องการโดยใช้Einscan Pro2x จากนั้นจะนำไฟล์สแกนไปปรับแต่งผิวให้สมบูรณ์ให้มากที่สุด

ขั้นตอนต่อมาคือการนำไฟล์.STLที่ได้จากขั้นตอนการสแกนมาเป็นแบบเพื่อร่างแบบโครงสร้างของชิ้นส่วนที่ต้องการ

การที่นำไฟล์ที่ได้จากการสแกนจะทำให้เราได้ขนาดของพื้นที่ที่แม่นยำมากและทำให้ลดเวลาในการวัดขนาดของพื้นที่ที่ต้องการแล้วนำมาขึ้นแบบอีกครั้ง

หลังจากที่ไฟล์ที่ต้องการเสร็จแล้วก็จะนำไฟล์นั้นมาพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติแบบFDMเพื่อให้ได้ชิ้นงานออกมา

และเมื่อได้ชิ้นงานออกมาแล้วก็จะทำการทดลองไปสวมใส่กับรถจริง

การพิมพ์ด้วยระบบFDMนั้นจะประหยัดค่าวัสดุมากเมื่อเทียบกับการพิมพ์ระบบอื่นรวมถึงการขึ้นรูปชิ้นงานด้วยวิธีต่างๆ หากงานที่พิมพ์ออกใส่ไม่ได้การพิมพ์ใหม่ค่าใช้จ่ายก็จะไม่สูงมาก

เครื่องพิมพ์ระบบFDM ขนาดใหญ่ที่เหมาะกับงานทุกระดับ

หลังจากที่ได้ชิ้นงานที่สมบูรณ์แล้ว ขั้นตอนสุดท้ายก็จะเป็นการตกแต่งชิ้นงาน ทำสี ติดพรม ให้ดูเข้ากับตัวรถจนรู้สึกว่าเหมือนกับเป็นของเก่าเลยทีเดียว

Einscan จาก Shining3D

PLA กับ PLA+/PLA Pro ต่างกันอย่างไร

PLA กับ PLA+/PLA Pro ต่างกันอย่างไร

PLA วัสดุสำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติที่เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายเนื่องจากมีราคาถูก พิมพ์ง่าย หาซื้อง่าย มีสีให้เลือกนับไม่ถ้วน จึงทำให้เป็นที่นิยมในผู้ใช้มือใหม่จนถึงผู้ใช้มืออาชีพกันเลย
ณ ปัจุบันPLA มีการปรับปรุง ผสมสารอื่นหรือวัสดุอื่นๆเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นเติมสารเพิ่มความเงางาม เพิ่มส่วนผสมโลหะ เพิ่มวัสดุจากธรรมชาติ หรือการเติมสารที่ทำให่มีการนำไฟฟ้า
แต่ครั้งนี้เราจะพูดถึงPLAที่มีปรับปรุงคุณสมบัติเช่น PLA+,PLA Pro ซึ่งเป็นPLAชนิดพ์้นฐานที่สามารถซื้อไปใช้ได้เลยแต่ก็มีผู้ใช้จำนวนไม่น้อยเลยที่สงสัยจนทำให้สับสนกันเลยเพราะถ้าหากดูด้วยตาเปล่าแล้วจะแยกไม่ออกเลยว่าตัวไหนเป็นPLAทั่วไป จะต่างกันแค่สีเท่านั้นแต่ก็แยกชนิดได้ยาก

PLA วัสดุที่ปลอดภัย
PLA ย่อมาจาก Polylactic acid ถ้าแปลตรงตัวคือพลาสติกที่ทำมาจากกรดแลกติกนั่นเอง PLAนั้นจะถูกผลิตมาจากแป้งข้าวโพดหรืออ้อย

วัฎจักรของPLA ตัววัสดุุสามารถย่อยสลายได้เกือบหมด

ในการผลิตPLAนั้นจะนำอ้อยหรือข้าวโพดข้างต้นมาปั่นรวมกับเรซิ่นและเติมสารเติมแต่งหรือเข้าไปแล้วทำให้แห้งที่อุณหภูมิ60-80องศาเซลเซียส หลังจากนั้นก็นำมาหลอมละลายและทำการอัดให้เป็นเส้นละพันกับม้วนพลาสติกตามที่เราเห็นทั่วไป
PLAนั้นมีลักษณะที่ลื่นไหลจึงทำให้ปัญหาหัวฉีดตันมีน้อยมาก พิมพ์งานในมุมเอียงได้ดีกว่าวัสดุอื่นๆ และใช้อุณหภูมิที่ไม่สูงมากจึงสะดวต่อการพิมพ์
PLAบริสุทธ์ที่ไม่ถูกเติมสีนั้นจริงไแล้วจะมีสีใสๆขุ่นๆ(หรือสีNatural)

PLA กับ PLA+/PLA Pro ต่างกันตรงไหน?

คุณสมบัติของPLA
-แข็งแต่เปราะ
-ย่อยสลายง่ายจึงไม่เหมาะเอาไปตากแดดหรือใช้งานกลางแจ้งนานๆ
-ชิ้นงานสวย พิมพ์ง่าย
-ทนความร้อนได้น้อยเนื่องจากจุดหลอมเหลวต่ำ
-กลิ่นอ่อนๆจนแทบไม่มีกลิ่น

ถ้าว่าด้วยเรื่องคุณสมบัติแล้วจะมีทุกข้อที่หมือนกัน แต่สิ่งที่ต่างกันคือประสิทธิภาพของตัวเส้นพลาสติกเองซึ่งสิ่งที่พิมพ์เข้ามาในPLA+/PLA Pro ซึ่งมีจุดเด่นจุดด้อยดังนี้

จุดเด่นของPLA+/PLA Pro
-มีความเหนียวของเส้นมากกว่าจึงทำให้หักทำได้ยากกว่า
-ความแข็งแรงที่มากขึ้น
-การดูดความชื้นจากอากาศลดลง
-สีสันที่เป็นสีกึ่งด้านเนื่องจากการเติมสารต่างๆเข้ามา(หากเป็นPLAปกติจะมีสีออกใสๆเล็กน้อย)
-การหดตัวที่ลดลง(ปกติในPLAก็มีน้อยอยู่แล้ว)

จุดด้อยของPLA+/PLA Pro
-ไม่มีสีสีใส(Natural)เนื่องจากการเติมสารต่างๆเข้ามาจึงทำให้มีสารเคมีมากขึ้น
-มีความหนืดมากกว่าเล็กน้อยจึงใช้อุณหภูมิสูงกว่าPLAปกติเล็กน้อย(ประมาณ5องศาเซลเซียส)
-ราคาจะสูงกว่าเล็กน้อย

***ถึงแม้ว่าข้อดีของPLA+/PLA Pro จะมีเยอะแต่ก็ใช่ว่าPLAทั่วไปจะไม่ดีเลย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานว่าชอบแบบไหน ใช้แบบไหนสะดวกกว่ากัน

หากสนใจPLA Pro ทางเรามีสีให้เลือกมากมาย
เส้น3DD เส้นแบรนด์คนไทย เส้นพลาสติกคุณภาพสูง มีสีหลากหลายให้เลือก

เครื่องพิมพ์ของเราพร้อมรองรับPLAและพลาสติกทุกเกรด