5 เครื่องมือฟรีในการซ่อมไฟล์ STL และวิธีทำ

5 เครื่องมือฟรีในการซ่อมไฟล์ STL และวิธีทำ

ไม่ว่าจะเป็นนักออกแบบหรือวิศวกรจำเป็นต้องใช้ซอฟแวร์สำหรับการออกแบบ หรือซ่อมแซมโมเดลสามมิติเพื่อส่งไปพิมพ์ ทุกวันนี้เราไม่ต้องมาปรับโครงสร้างของโมเดลด้วยตัวเองแล้ว มีซอฟแวร์มากมายทั้งที่จัดการไฟล์ให้อัตโนมัติ หรือเลือกที่จะเลือกจัดการเองก็ได้ ซอฟแวร์แบบอัตโนมัติสามารถจัดการไฟล์ที่มีปัญหาเล็กๆ เท่านั้น เช่นรูรั่ว ผนังที่ปิดไม่สนิท แต่โมเดลที่มีปัญหาใหญ่จำเป็นต้องใช้โปรแกรมต่างหากที่มีความสามารถพอสมควร 

ในบทความนี้จะอธิบายถึงขั้นตอน และรายละเอียดในการซ่อมไฟล์โมเดลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทั้ง 5 โปรแกรม

ทำไมต้องซ่อมไฟล์ STL?

โดยปรกติแล้วนักออกแบบจะสร้างโมเดลโดยใช้การสร้างพื้นผิวที่มีความละเอียดซับซ้อน ซึ่งเกิดจากการคำนวณรูปร่างของส่วนโค้งและเส้นคลื่น สำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติ ส่วนของพื้นผิวจะถูกแปลงให้เป็นโครงตาข่ายโดยมีจุดเชื่อมเป็นรูปสามเหลี่ยม

ในการแปลงโครงตาข่ายจะคล้ายกับการระเบิดเอาพื้นผิวที่เรียบเนียนสวยงามออกไป แล้วเรียงกลับเข้ามาใหม่เป็นชิ้นย่อยๆ ให้เหมือนต้นฉบับมากที่สุด หากทำได้ไม่ดีก็จะเกิดพื้นผิวที่หยาบ มีรูโหว่ เศษขยะที่ลอยตัว หรือมีส่วนของสามเหลี่ยมที่ตัดกันเองซึ่งไม่ควรจะมีอยู่ ณ ตรงนั้น หากทำออกมาได้ดีก็จะมีผิวที่เรียบร้อย ไม่มีรูโหว่ และเหมือนต้นฉบับมากที่สุด

ตัวอย่างโมเดลที่่มีข้อบกพร่องมากมาย

จะซ่อมแซมไฟล์งาน STL ได้อย่างไร?

ขั้นตอนการซ่อมไฟล์มีดังนี้

  1. Auto-repair เป็นการใช้ระบบอัตโนมัติของซอฟแวร์ ในการปิดผิว ปิดรูโหว่ และซ่อมผิวที่ตัดกันเอง
  2. Separating shells พื้นผิวของโมเดลที่ประกอบด้วยรูปสามเหลี่ยม อาจจเกิดการเชื่อมต่อกันอย่างไม่ถูกต้อง มีส่วนเกินซึ่งจะถูกลบออกไป
  3. Closing holes, bridging gaps บางโปรแกรมจะมีการปิดผิวหลายรูปแบบเช่น แบบแผ่นเรียบ แบบต่อเนื่อง หรือแบบอิสระ
  4. Resolving overlaps and intersections แบบนี้จะต้องทำการคำนวณโครงตาข่ายในส่วนนั้นๆ ใหม่ทั้งหมด
  5. กรองเอาส่วนที่เป็น double faces, double vertices, inverted normals, and sharp, narrow triangles ออกไป
  6. Stitching ปิดมุมที่ไม่เชื่อมกัน และคงช่องเปิดเอาไว้
  7. Manual repair ลบ และสร้างโครงตาข่ายด้วยตนเอง
  8. Remeshing จัดเรียงโครงตาข่ายใหม่ให้เหมาะสม
  9. Exporting บันทึกโครงตาข่ายที่ต้องการ

รูปแบบของไฟล์ที่เป็นที่นิยม และมีขนาดไฟล์ที่เล็กคือ STL (Stereolithography) ซึ่งเราขอแนะนำให้บันทึกเป็นแบบ Binary จะทำให้ไฟล์มีขนาดเล็กกว่า นอกจากนี้ยังมีรูปแบบอืานๆ เช่น AMF, Collada, OBJ, และ PLY ซึ่งสามารถบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับสี วัสดุ งานสแกน 3D และอื่นๆ

หมายเหตุ ซอฟแวร์ออกแบบหลายตัวได้บรรจุคำสั่งซ่อมโมเดลไว้อยู่แล้วเช่น FreeCAD, SketchUp, 3D Studio Max, และ Rhinoceros รวมถึงโปรแกรมออนไลน์เช่น Willit 3D Print, MakePrintable, 3DPrinterOS, SculptGL, และ Shapeways สำหรับลูกค้า Formlabs สามารถใช้โปรแกรม Preform ในการซ่อมโมเดลได้เพราะมีการรวมคำสั่งซ่อมของ Netfabb เข้าไปแล้ว 

เปรียบเทียบโปรแกรมซ่อมไฟล์ STL

ประสิทธิผล ประสิทธิภาพ การแสดงผล ความหลากหลาย การจัดโครงตาข่ายใหม่ การซ่อมอัตโนมัติ ความสามารถที่ดี เหมาะกับใคร ราคา
Meshmixer ★★★★ ★★★ ★★★★ ★★★★ ★★★★★ ★★★★ UI, Remesh, & Auto-Fix 3D Artists Free
Netfabb ★★★ ★★★ ★★★ ★★★★ ★★★ ★★★ Infill & Supports Engineers Free (edu)
Magics ★★★ ★★★ ★★★ ★★★★★ ★★★★ ★★★ Manual Repairs Engineers Paid
Blender ★★★★ ★★ ★★ ★★★ ★★★★ Hotkeys CG Artists Free
Meshlab ★★ ★★★★ ★★★★★ Math 3D Scanning Free

จากที่เราได้ทดสอบมาแล้ว โปรแกรมที่มีความสามารถในการซ่อมไฟล์ STL มากที่สุดคือ Meshmixer มันมีการแสดงผลที่ใช้งานง่ายสำหรับการซ่อมโครงตาข่ายที่มีปัญหาซับซ้อน ความสามารถที่หลากหลาย และเป็นของฟรี ทำให้มันขึ้นเป็นอันดับหนึ่งอย่างไม่มีข้อสงสัย

Meshmixer ยังเป็นโปรแกรมที่มีประโยชน์มากในการตกแต่ง ดัดแปลงไฟล์ STL อีกด้วย

Autodesk’s Netfabb ยังมุ่งเน้นไปยังด้านวิศวกรรมโดยเพิ่มความสามารถของการเตรียมไฟล์งาน 3D อีกด้วย

Magics เป็นโปรแกรมซ่อมแซมไฟล์ STL ระดับมืออาชีพ มีฟังก์ชั่นมากมายในการซ่อมไฟล์ แต่ก็ยังต้องการการซ่อมแซมโดยผู้ใช้งานอีกพอสมควร ดังนั้นมันเลยอยู่ในอันดับที่สามของรายการ

ในขณะที่ Blender เน้นการสร้างโมเดล และมีหน้าจอคำสั่งที่ดูยุ่งยาก แต่มันก็ยังมีชุดคำสั่งสำหรับการซ่อมแซมโครงตาข่ายอย่างครบถ้วน

สุดท้าย Meshlab เป็นโปรแกรมที่ต้องมี มันเป็นโปรแกรมขนาดเล็กที่สามารถดู และแก้ไขโครงตาข่ายที่มีชุดคำสั่งอัตโนมัติขั้นสูง

ขั้นตอนการซ่อมแซมไฟล์ STL ด้วยตนเองขั้นสูง

ต่อไปนี้เราจะใช้โปรแกรมซ่อมไฟล์ทั้ง 5 โปรแกรมในการซ่อมไฟล์ตาขอเกี่ยวเสื้อเป็นตัวอย่าง ซุ่งไฟล์นี้มีจุดบกพร่องหลายจุด เช่น รูโหว่ ช่องว่าง จุดตัด และเศษโครงตาข่าย ตาขอจะต้องเชื่อมต่อกับปลอกทรงกระบอกให้เป็นเนื้อเดียวกัน

Meshmixer

Meshmixer เป็นโปรแกรมแก้ไขโครงตาข่ายอเนกประสงค์ และใช้งานง่าย ไม่เพียงแต่เป็นโปรแกรมที่จัดการโครงตาข่ายสามเหลี่ยมให้เหมาะสมเท่านั้น มันยังสามารถวาดขึ้นมาใหม่ได้ทั้งส่วน ปรับเปลี่ยนแก้ไขโมเดลได้อย่างดีอีกด้วย

เมื่อนำโมเดลเข้าสู่โปรแกรม และใช้คำสั่ง Analysis → Inspector โปรแกรมจะแสดงให้เราจะเห็นทันทีว่ามีจุดบกพร่องตรงไหน ภายใต้คำสั่ง Shaders ให้เลือก X-ray mode จะช่วยให้มองเห็นชัดขึ้น ต้องแน่ใจว่าเลือก Hole Fill Mode ที่ถูกต้องก่อนเลือกแก้ไขเฉพาะจุดโดยกดที่จุดสีแดง หรือใช้คำสั่ง Auto Repair All ซึ่งส่วนใหญ่ให้ผลลัพธ์ที่ดี

ใช้คำสั่ง X-ray shader ในหัวข้อ Inspector ช่วยให้เห็นจุดบกพร่องครบทุกจุด

อีกวิธีหนึ่งที่จะซ่อมรูรั่วคือเลือกพื้นที่รอบๆ รู แล้วใช้คำสั่ง Edit → Erase & Fill (F) จาก popup menu ตั้งค่า Replace/FillType เป็นแบบ Smooth MVC จะช่วยให้ผิวที่ได้เรียบเนียนกว่าและ Edit → Make Solid ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการปิดผิว หากเพิ่มการใช้แปรง RobustSmooth ใน sculpting ก็จะช่วยให้มีผิวที่เรียบเนียนขึ้นอีก

หากโมเดลนั้นมี separate shells ให้ไปที่ Edit → Separate Shells แล้วเปิดหน้าต่าง Object Browser โดยกดปุ่ม (Ctrl + Shift + O) จะเห็นรายการ shell ให้เลือกทีละ 2 shell แล้วใช้คำสั่ง Boolean Union จากเมนูจะมีหน้าต่างใหม่ขึ้นมา  ตรง Solution mode สามารถเลือก Precise หรือ Max Quality จะคงส่วนโค้งของจุดตัดของ shell ทั้งสอง แต่ Fast Approximate จะทำงานได้เร็วกว่าและพอเพียงสำหรับการใช้งานแล้ว

หากใช้คำสั่ง Boolean Union แล้วไม่ได้ผลจะเห็น shell ทั้งสองเป็นสีแดง ในกรณีนี้ให้เร่ง Search Depth ให้สูงขึ้น และลด Target Edge Scale ลงเพื่อให้มีโอกาสสำเร็จมากขึ้น และการเลือก Use Intersection Curves ก็ช่วยให้เพิ่มคุณภาพของการเชื่อมต่อมากขึ้น หากลองทุกอย่างแล้วยังทำไม่ได้ ให้ขยับทั้งสองส่วนเข้าหากันประมาณ 20-30 ไมครอนในคำสั่ง Edit → Transform ก็จะช่วยได้

Auto Repair All จะลบเศษชิ้นส่วนที่ลอยตัวอยู่ออกไปทั้งหมด และเชื่อมปิดรอบ ๆ ขอบ จากนั้นเราต้องทำการปิดช่องว่างด้วยตัวเองโดยใช้คำสั่ง Bridge ซึ่งทำงานได้ดีในส่วนที่เป็นเส้นตรง เลือกคำสั่ง Edit → Select แล้วระบายเลือกพื้นที่ของทั้งสองฝั่งที่ต้องการให้เชื่อมกัน จากนั้นกดเลือก Edit → Bridge (Ctrl + B) ตั้งค่า Refine ให้สูงพอที่จะทำให้ผิวเรียบ ทำซ้ำในส่วนอื่นรอบๆ ช่องว่าง แล้วใช้คำสั่ง Inspector ในการปิดช่องว่างที่เหลือทั้งหมด วิธีการป้องกันจุดบกพร่องคือการใช้คำสั่ง Edit → Remesh ก่อนเริ่มซ่อมแซมไฟล์เพื่อเพิ่ม และทำให้โครงตาข่ายมีการประสานกันได้ดีมากขึ้นในส่วนที่ต้องการ

การเชื่อมต่อช่องว่างของรูปทรงกระบอกต้องใช้ คำสั่ง bridging, remeshing และ hole filling ประกอบกันใน Meshmixer.

Meshlab

Meshlab เป็นชุดโปรแกรมที่มีความสามารถพิเศษในการจัดการโครงตาข่ายจากข้อมูลการสแกน 3D และยังมีชุดคำสั่งในการจัดระเบียบโครงตาข่ายหลายแบบ แบบหนึ่งที่มีประโยชน์มากคือ Filters → Remeshing, Simplification and Construction → Simplification (Quadratic Edge Collapse Decimation) เพราะมันจะทำการคำนวณโครงตาข่ายโดยการกำหนดจำนวนของ Faces การตรวจสอบด้วย Planar Simplification จะเป็นการคงพื้นผิวที่เรียบเอาไว้ที่ดีที่สุด อีกทางเลือกหนึ่งในการลดจำนวนโครงตาข่ายคืือ Filters → Cleaning และ Repairing → Merge Close Vertices.

เศษชิ้นส่วนที่ลอยอยู่สามารถตรวจจับได้โดยกดเมาส์ปุ่มขวาที่ส่วนของโมเดล แล้วเลือก Split in Connected Components ชิ้นส่วนที่แยกจากกันสามารถลบหรือเชื่อมต่อกลับไปด้วยคำสั่ง CSG Operation แล้วเลือก Union

คำสั่งพื้นฐานในการซ่อมแซมของ Meshlab: Close holes, Boolean, และ brush selection.

ในโปรแกรมนี้ก็สามารถซ่อมแซมโมเดลได้อย่างง่ายๆ เช่นเดียวกัน ตัวอย่างเช่น Filters → Cleaning and repairing → Select Self Intersecting Faces → Apply ซึ่งจะเลือกพื้นผิวที่มีการตัดกันของสามเหลี่ยมทั้งหมด และสามารถลบได้โดยกดปุ่ม Delete ส่วน Filters → Cleaning และ repairing → Remove Duplicated Faces และ Remove Duplicated Vertex ก็ช่วยได้มากเช่นกัน ขั้นต่อไปเป็นการปิดรูโหว่โดยใช้คำสั่ง Filters → Remeshing, Simplification and Construction → Close Holes และคำสั่ง Compute Geometric Measures ภายใต้ Filters → Quality Measure and Computations จะช่วยบอกว่าจุดไหนที่ไม่เป็น watertight ไม่อย่างนั้นก็ใช้คำสั่ง Render → Show Non Manif Edges and Show Non Manif Vertices

ในการทำสะพานเชื่อมช่องว่าง สามารถเลือกกลุ่มของสามเหลี่ยมและลบออกได้โดยใช้คำสั่ง Select Faces ในปุ่มเครื่องมือ Rectangular Region กดปุ่ม Alt ค้างไว้เพื่อเอา backfaces ออกจากกลุ่มที่เลือกไว้ ใช้ปุ่ม Shift + Ctrl + D เพื่อยกเลิกการเลือกนั้น หากต้องการเลือกสามเหลี่ยมแต่ละอัน ให้กดปุ่ม Z-Painting แล้วเลือกปุ่มแปรงสีแดง คลิดเลือกสามเหลี่ยมทีละอัน คลิกปุ่มขวาเพื่อยกเลิกการเลือก จากนั้นกดปุ่ม delete ที่ keyboard เพื่อลบสามเหลี่ยมที่เลือกออกไป 

เนื่องจาก Meshlab ไม่มีคำสั่งเกี่ยวกับการขึ้นรูป เราจึงต้องใช้วิธี Filters → Remeshing, Simplification and Construction → Surface Reconstruction: VCG ด้วยการตั้งค่า Voxel Side ให้น้อยลง และตั้งค่า Geodesic Weighting and Volume Laplacian Iterations ที่สูงขึ้นให้เหมาะสม จะช่วยให้เกิดโครงตาข่ายที่เรียบเนียนขึ้น วิธีการนี้จะดีกว่าการใช้ Filters → Remeshing, Simplification and Construction → Screened Poisson Surface Reconstruction ซึ่งเหมาะกับชิ้นส่วนงานที่กลวงมากกว่า

       ข้อสังเกต-โปรดบันทึกงานบ่อยๆ เนื่องจาก Meshlab ไม่มีคำสั่งย้อนกลับ ต้องนำเข้าไฟล์ต้นฉบับมาใหม่

คำสั่ง surface reconstruction ใน Meshlab ให้ผลลัพท์ดีกว่าตัวอื่นๆ

Magics

Materialise Magics เป็นโปรแกรมระดับมืออาชีพที่ให้อิสระ และเครื่องมือที่มีความสามารถสูงในการควบคุมโครงตาข่าย เช่นการวิเคราะห์ความหนาของผนัง ความกลวง การเรียงโครงตาข่าย การทำผิวเรียบ การปรับเปลี่ยนผิวงาน รวมถึงการตัดชิ้นงาน และยังมีคำสั่งแก้ไขซ่อมแซมรูรั่ว ขอบงานที่เสียหาย และการซ่อมงานที่เสียหายแบบซับซ้อน

การซ่อมแซมโดยปรกติจะใช้คำสั่ง Fix Wizard แล้วกดปุ่ม Go to Advised Step เพื่อตรวจสอบว่ามีจุดบกพร่องแบบไหน ตรงไหนบ้าง สำหรับโครงตาข่ายขนาดใหญ่ขอแนะนำให้ไม่เลือกคำสั่ง Overlapping triangles และ Intersecting triangles เพื่อซ่อมจุดบกพร่องขนาดใหญ่ก่อน หลังจากกดปุ่ม Update แล้วให้กดปุ่ม Go to Advised Step ตามด้วย Automatic Fixing เพื่อจัดการข้อบกพร่องที่เหลือทั้งหมด 

ในกรณีที่การซ่อมแบบอัตโนมัติล้มเหลว ให้ใช้คำสั่ง Stitch ภายใต้ Stitching ของเมนู Fix Wizard จะแก้ปัญหาเหล่านั้นได้โดยใช้ค่า tolerance ที่สูงขึ้น ในส่วนของ overlapping triangles ให้ใช้คำสั่ง Fix Wizard อีกครั้งหนึ่ง หรือใช้คำสั่ง Detect Overlapping จากตัวเลือก Overlaps ในเมนู Fix Wizard ซึ่งมันจะเลือก overlapping triangles ทั้งหมด จากนั้นกดปุ่ม Delete Marked เพื่อลบมันออกไป ในทำนองเดียวกันยังสามารถใช้คำสั่งนี้กับ intersecting triangles โดยใช้คำสั่ง Triangles → Detect Intersecting แต่หากยังมีช่องว่างหลงเหลืออยู่ก็ให้ใช้คำสั่ง Create ซึ่งสามารถเติมเนื้อให้กับช่องว่าได้ด้วยตนเอง ส่วนที่ลอยอยู่สามารถกำจัดได้โดยคำสั่ง Noise Shells ในส่วนของรูโหว่ขนาดใหญ่ สามารถปิดรูนี้ด้วยตนเองโดยใช้ตัวเลือก Freeform ภายใต้หัวข้อ Holes ใน Fix Wizard จะให้ผลลัพท์ที่ดีในการปิดช่องว่าง ตัวเลือก Ruled จะมีตัวเลือกให้กำหนดทิศทางของรู และในกรณีนี้เราจะใช้มันเป็นสะพานเชื่อมต่อผิวงานรูปทรงกระบอก หลังจากที่เราได้สร้างตาข่ายสำหรับเชื่อมต่อไปบางส่วนแล้ว

บางครั้งคำสั่ง Fix Wizard อาจจะไม่ยอมเชื่อมต่อตาข่ายต่างชนิดกัน แก้ไขได้โดยคลิกปุ่มขวาที่เมนู Part Pages → Part List แล้วเลือก Shells to Parts วิธีนี้จะจะสร้างตาข่ายแยกกันซึ่งสามารถใช้คำสั่ง Tools → Boolean (Ctrl + B) เพื่อเชื่อมต่อกันภายหลังได้

คำสั่งเติมเต็มช่องว่างของ Magics ในการเชื่อมท่อที่มีรูปร่างไม่แน่นอน

Blender

Blender เป็นโปรแกรมฟรี เป็นแบบ open-source ที่สามารทำ 3D modeling, rigging, rendering, และ animation ได้ คำสั่งซ่อมแซมโครงตาข่ายทั้งหมดจะอยู่ใน Edit Mode บนเมนู Mesh จะมี add-on ชื่อ CellBlender ซึ่งจะมีคำสั่ง Mesh Analysis ในการตรวจสอบการเชื่อมต่อของโครงตาข่าย ก่อนเริ่มทำการซ่อมแซมใดๆ ต้องแน่ใจก่อนว่าได้เลือกพื้นที่ๆ ต้องการซ่อมแซมแล้ว 

คำสั่ง Mesh → Normals → Recalculate Outside (Ctrl + N) จะช่วยในการพลิกสามเหลี่ยมที่กลับด้านอยู่ให้ถูกต้อง 

ให้ตรวจสอบแถบข้อมูลที่อยู่ด้านบน ในกรณีที่เกิดตารางสี่เหลี่ยม ก็สามารถเปลงเป็นสามเหลี่ยมได้โดยใช้คำสั่ง Mesh → Faces → Triangulate Faces (Ctrl + T) ส่วนคำสั่ง  Mesh → Degenerate → Dissolve จะลบขอบ และผิวที่ไม่มีเนื้อ ถ้าจะลบส่วนที่ซ้ำซ้อนกัน ให้ใช้คำสั่ง Mesh → Vertices → Remove Doubles

ฟังก์ชั่น Bridging, hole filling, และ Boolean เป็นฟังก์ชั่นที่มีอยู่ใน Blender.

วิธีที่ง่ายที่สุดในการปิดรูโหว่ในโปรแกรม Blender เริ่มจากการเลือกพื้นผิวรอบๆ รูนั้นด้วยคำสั่ง Select → Select Boundary Loop หรือ Select → Select All by Trait → Non Manifold (Shift + Ctrl + Alt + M) แล้วกดปุ่ม Mesh → Faces → Make Edge/Face (F) or Mesh → Faces → Fill (Alt + F) สามเหลี่ยมแต่ละอันสามารถสร้างขึ้นได้โดยกดปุ่มขวาที่ edge หรือ vertex ของสามเหลี่ยม แล้วกดปุ่ม Shift กับ คลิกปุ่มขวาเพื่อเลือกสามเหลี่ยมอันที่สอง แล้วกดปุ่ม F ในระหว่างการแก้ไข และต้องเปลี่ยนไปมาระหว่าง Vertex Select, Face Select, หรือ Edge Select  จะมีปุ่มสามปุ่มด้านล่างช่วยให้เปลี่ยนสะดวกขึ้นมาก 

การเลือกพื้นที่ที่ต้องการสามารถใช้คำสั่ง Select → Circle Select (C) ซึ่งทำงานเหมือนกับการเลือกด้วยแปรง การเปลี่ยนขนาดหัวแปรงทำได้โดยเลื่อนลูกล้อที่เม้าส์ หรือปุ่มเครื่องหมาย +/- การยกเลิกการเลือกโดยการกดปุ่ม Shift ไปพร้อมกัน คำสั่ง Mesh → Faces → Beautify Faces (Shift + Alt + F) ช่วยให้พื้นผิวที่เลือกไว้มีคุณภาพดีขึ้นได้ในบางสถานการณ์ ในการเลือกพื้นที่บางส่วนสามารถใช้คำสั่ง Alt กับ คลิกปุ่มขวาได้ หากมีพื้นที่ที่เลือกไว้สองส่วนแล้วต้องการให้เชื่อมกันให้เรียบ ก็ใช้คำสั่ง Mesh → Edges → Bridge Edge Loops

เลือก Mesh → Vertices → Separate → By loose parts จะช่วยแยกวัตถุออกจาก shell แล้วลบวัตถุที่ไม่ต้องการนั้นได้ หากต้องการเชื่อมวัตถุนั้นกลับไปให้ใช้คำสั่ง Boolean Modifier หากคำสั่งเหล่านั้นไม่ได้ผล ให้ลองใช้ Remesh Modifier และเพิ่มค่า octree depth เป็น 8 หรือจนกว่าจะได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ในการเพิ่มความหนาของผนังในส่วนที่ต้องการให้ใช้คำสั่ง Sculpt Mode และเพิ่มขนาดหัวแปรงจากเมนู Brush → Sculpt Tool.

Netfabb

Autodesk Netfabb เป็นโปรแกรมเตรียมงานเพื่อพิมพ์สามมิติขั้นสูง และมันก็ยังเป็นคำสั่งซ่อมแซม stl ที่ถูกฝังไว้ในโปรแกรมต่างๆ เช่น Formlabs Preform มันมีหลายเวอร์ชั่นให้เลือกใช้เช่น Standard, Premium และ Ultimate ซึ่งสองอันแรกจะใช้งานได้ฟรีสำหรับสถานศึกษา

Netfabb มีคำสั่งเพิ่มเติมในการสร้างโมเดลเช่น การทำกลวง การสร้าง support และ Lattice Assistant กับ Lattice Commander มีประโยชน์มาก ช่วยสร้างโมเดลน้ำหนักเบา ในเวอร์ชั่น Ultimate จะเพิ่มคำสั่ง Optimization Utility ซึ่งช่วยออกแบบโครงสร้างในการรับแรงโดยอ้างอิงจาก FEA analysis.

ด้วยคำสั่ง File → Import CAD File as Mesh ทำให้สามารถโหลดข้อมูลนอกเหนือจากไฟล์โครงตาข่ายได้เช่นไฟล์จากโปรแกรม Catia, Siemens NX, SolidWorks, SolidEdge, Rhinoceros, ProE, Sketchup plus support for STEP, IGES, SAT, และ Parasolid XT files ในการนำเข้าไฟล์ปรพเภทโครงตาข่ายให้ใช้คำสั่ง File → Add part แล้วเลือก Extended Repair ในหน้าต่างตัวเลือก มันจะช่วยแก้ปัญหาจุดบกพร่องส่วนใหญ่ได้

ก่อนซ่อมแซมงาน ควรทำการวิเคราะห์ชิ้นงาน ภายใต้ปุ่ม Analysis หรือคลิกปุ่มขวาที่ชิ้นงานแล้วเลือก Parts → Analyse → New Analysis → Add part จะช่วยตรวจสอบความหนาของผนังอย่างรวดเร็ว และเมื่อคลิกปุ่มขวาที่ชิ้นงานแล้วเลือก Analyse → New Measurement จะวัดขนาดชิ้นงานจุดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรัศมีส่วนโค้ง มุม ความยาว หรือความหนา

Advanced Netfabb functions: การวิเคราะห์ความหนาของผนัง และโครงสร้างของงาน

เปิดส่วนของ Part Repair ที่ taskbar หากการซ่อมแซมแบบอัตโนมัติขณะนำเข้าไฟล์ได้สำเร็จ ที่ Mesh is Closed และ Mesh is Oriented ในส่วนของ Status จะเป็นสีเขียว ในส่วนของ Actions เราสามารถแก้ไขเพิ่มเตอมได้ในกรณีที่ยังมีส่วนของ Actions อยู่โดยภายใต้คำสั่ง Self Intersections ให้เลือก Detect และเลือก Trivial, Stitch Triangles, Remove Double Triangles, Remove Degenerate Faces, หรือ Split Off จากนั้นกดปุ่ม Remove Wrap Part Surface เป็นการทำผิวใหม่ แบบเดียวกับ voxelisation และต้องแน่ใจว่าไม่มีเศษของ shell อยู่โดยดูในส่วนของ Shell

Netfabb มีชุดคำสั่งในการซ่อมแซมงานที่สมบูรณ์แบบ

 

 

เมื่อเราจะสร้างผิวเชื่อมช่องว่าง Netfabb จะทำการปิดช่องว่างนั้นและจะต้องมีการซ่อมแซมเพิ่มเติมด้วยมืออีกขั้นหนึ่ง กดปุ่ม Select Surfaces ที่ชุดเครื่องมือแล้วเลือกรูทั้งหมด จากนั้นกดปุ่ม Delete หรือใช้ปุ่ม Ctrl + หมุนลูกล้อที่เมาส์ หรือปุ่ม +/- เพื่อปรับขนาดของหัวแปรงแล้วก็เลือก เมื่อเลือกแล้วใช้คำสั่ง Remove Selected Triangles แล้วเติมสามเหลี่ยมที่ขาดหายไปด้วยคำสั่ง Add Triangles แล้วจบด้วยคำสั่ง Repair → Close all Holes สุดท้ายยังสามารถปรับแต่งผิวให้ดีขึ้นอีกโดย Mesh Edit → Remesh โปรแกรมจะคำนวณทั้งหมดซ้ำอีกครั้งหนึ่งโดยอาศัยค่าต่างๆ จาก Target Edge Length เลือกตัวแปร Maintain Edge เพื่อรักษาแนวของผิวงานบริเวณขอบที่คม 

———————-

3D Print Castle ปราสาทในนิยาย (ภาพพร้อม Video)

3D Print Castle ปราสาทในนิยาย (ภาพพร้อม Video)

Castle_Scale_Geo2_preview_featured

มาชมงานพิมพ์สวยๆ จากเครื่องพิมพ์ 3มิติ วัสดุที่ใช้เป็นเส้นพลาสติก Flashforge PLA สีขาว โดยงานทั้งหมดพิมพ์งานเครื่องขนาดกลางทั้งหมด คือเครื่อง Flashforge Creator Dual, Flashforge Dreamer, Flashforge Creator Pro ช่วยกันพิมพ์แล้วนำมาต่อกันด้วยน้ำยาเชื่อม Acrylic น้ำหนักพลาสติกโดยรวมคือ 1.23 กิโลกรัม งานค่อนข้างละเอียด เพราะแบบที่ทำมาดีจริงๆครับ อยากให้ลองพิมพ์กันดู

3D Printer Model : Flashforge Creator Dual, Flashforge Dreamer, Flashforge Creator Pro

Photo / Video Credit :  www.Print3dd.com
Model Link : http://www.thingiverse.com/thing:862724
Material : Flashforge PLA สีขาว
Layer Thickness : 0.2mm  200micron
Shell Thinkness : 2 layer
Nozzle Temp : 205-220
Build Plate Temp : 0
Extruding Speed : 60
Travel Speed : 90 N/A
Support : No Support
Infill :  5%

63296

63295

Preview Flashforge Finder น้องใหม่ราคาเบาๆ

Preview Flashforge Finder น้องใหม่ราคาเบาๆ

finder_02_1

สวัสดีครับ ตอนนี้มีสินค้าออกใหม่ ชื่อ Flashforge Finder เราเพิ่มได้รับตัว Sample มาเมื่อวานแล้วตอนลองคลุกคลีกันมัน 1 วัน ผลออกมาเป็นอย่างงี้ครับ

Preview Key Point :
1. ตัวเครื่องเป็นพลาสติกด้านๆ ดู Solid ป้องกันรอยขีดขวน สวยดีไปอีกแบบ (โรงงานบอกมีผลิตอีกหลายสี แต่เราคิดว่าจะขายสีแดงสีเดียว)
2. ขนาดพิมพ์คือ 14*14*14 cm เอาฐานพิมพ์ออกมาจากเครื่องได้
3. งานพิมพ์เนียน-เนียนมาก **ที่สำคัญสุดคือเดินเครื่องเบามาก
4. หัวพิมพ์หัวเดียว มีระบบพัดลมเป่าชิ้นงานแบบ Build in
5. หน้าจอ Touch Screen
6. มีระบบ Sensor ช่วยในการปรับฐานพิมพ์
7. เส้นพลาสติกใช้ Format 600g เหมือน Dreamer ม้วนละ 590-620 บาท มีระบบ Detect เมื่อเส้นหมด เครื่องจะหยุดชั่วคราว
**ที่สำคัญสามารถปิด Mode นี้ได้ พูดง่ายๆคือใช้เส้นจากข้างนอกได้
8. เชื่อมต่อ USB stick ทัมป์ไดรฟ์ / USB Port / Wifi

ปล1.ตัวนี้ไม่มีฐานทำความร้อนครับ เค้าออกแบบมาเพื่อให้พิมพ์ PLA เป็นหลัก (ซึ่งปกติในท้องตลาดคนใช้ PLA อยู่ 70-80%)
ปล.2 งานพิมพ์ได้คุณภาพดีไม่ได้ลดลงตามราคาเลย

**คิดว่าตัวนี้น่าจะเหมาะกับผู้เริ่มต้น โรงเรียน หรือ ใช้ในครัวเรือน เนื่องจากราคาไม่แพงมาก เส้นก็ราคาถูกเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

เราจะทำ Detail Review / Video Review เร็วๆนี้ครับ

Flashforge Finder unboxing

Finder Print frog

finder ส่วนประกอบ

 

ช่องใส่เส้น finder

finder front

finder_5

finder_05_1

finder_04_1

finder_3d_printer_03_1

Finder_01_1

finder_03_1

ดูไบสร้างสำนักงานจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติครั้งแรกของโลก

ดูไบสร้างสำนักงานจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติครั้งแรกของโลก

นี่คือนวัตกรรมที่จะมาเปลี่ยนแปลงความเป็นอยู่ของผู้คนทั่วของโลก ที่ปาล์ม ไอร์สแลนด์ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นเกาะที่มนุษย์สร้างขึ้น ได้มีการนำเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ 3 มิติและสถาปัตยกรรม มาร่วมกันสร้างสำนักงานที่สามารถอาศัยอยู่ได้จริง โดยมีพื้นที่ใช้สอย 2,000 ตารางฟุต และมีความสูง 20 ฟุต

dubai-build-the-worlds-first-fully-functional-printed-office-building-3

โครงการนี้มี นาย Mohamed Ai Gergawi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการภายใน และประธานกรรมการสำนักงานวัตกรรมแห่งชาติ กล่าวว่า โครงการนี้วางแผนให้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นศูยน์กลางของสถาปัตยกรรมและเทคโนโลยี เรามีเป้าหมายที่จะใช้เทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ 3 มิติ  มาเพิ่มความสุขและสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น

dubai-build-the-worlds-first-fully-functional-printed-office-building-5

สำนักงานที่ทำจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่กำลังดำเนินการสร้างอยู่จะทำหน้าที่เป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ชั่วคราว โดยพิพิธภัณฑ์ถาวรจะถูกสร้างในเร็วๆนี้

dubai-build-the-worlds-first-fully-functional-printed-office-building-2

สำนักงานที่สร้างจากเครื่องพิมพ์ 3 มิตินี้เป็นผลงานที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์และจิตนาการของมนุษย์ และในอนาคตมันจะมีบทบาทมากขึ้นในด้านอุตสหกรรมภาคก่อสร้างและภาคสาปัตยกรรม

dubai-build-the-worlds-first-fully-functional-printed-office-building-1

โครงการนี้ได้บริษัท WINSUN ซึ่งเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงในด้านการสร้างอาคารและสำนักงานขนาดใหญ่จากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ มารับผิดชอบงานในการสร้างครั้งนี้ สำหรับการออกแบบสำนักงานจะให้มีความสะดวกสบายและมีความยืดหยุ่นในการใช้งาน เพื่อให้รองรับการใช้งานของผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ นอกจากนี้ยังรวมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยไว้ให้บริการอย่างครบครัน

dubai-build-the-worlds-first-fully-functional-printed-office-building-4

บริษัท NOWlab และบริษัท BigRep ร่วมมือกันสร้างชิ้นงาน3มิติจากเทคโนโลยีชีวภาพ

บริษัท NOWlab และบริษัท BigRep ร่วมมือกันสร้างชิ้นงาน3มิติจากเทคโนโลยีชีวภาพ

คุณจะต้องแปลกใจกับวัสดุที่ออกแบบมาได้เหมือนกับธรรมชาติโดยผ่านเทคโนโลยี biomimicry ทำให้ได้ผลงานที่คงความเป็นเอกลักษณ์ของทั้ง 2 สิ่งรวมไว้ในสิ่งเดียว เมื่อเร็วๆนี้บริษัท NOWlab ก่อตั้งเมื่อปี 2014 โดย Jörg Petri และ Daniel Büning ได้สร้างเก้าอี้ที่มีลักษณะคล้ายกับธารน้ำแข็ง จากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ โดยพวกเขาได้แรงบันดาลใจจากธารน้ำแข็ง Mendenhall ในเมือง Juneau รัฐ Alaska

nowlab-partners-bigrep-3d-print-biodegradable-biology-glacier-stool-00002

ธารน้ำแข็ง Mendenhall มีความยาวถึง 12 ไมล์ ตั้งอยู่ตอนเหนือของเมือง Juneau  รัฐ Alaska มีผู้คนหลากหลายอาชีพ ที่เดินทางมาเพื่อหาแรงบันดาลใจ เช่น ช่างถ่ายภาพ นักเดินทางไกล ศิลปินและนักออกแบบ เมื่อเร็วๆนี้ Daniel Büning ร่วมมือกับ บริษัท BigRep ผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ 3 มิติขนาดใหญ่ ได้ร่วมมือกันออกแบบเก้าอี้ที่มีลักษณะคล้ายกับธารน้ำแข็ง ที่สร้างจากเทคโนโลยี biomimicry คือการเลียนแบบธรรมชาติ ซึ่งทำให้ได้ชิ้นงานมีลักษณะคล้ายกับธรรมชาติ

nowlab-partners-bigrep-3d-print-biodegradable-biology-glacier-stool-00009
NOWlab กล่าวว่า “มนุษย์มักหลงใหล กับวิวัฒนาการและความงามของธรรมชาติ ธรรมชาตินั้นได้สร้างลำดับชั้นและระบบที่ซับซ้อน ซึ่งพอมารวมกันทำให้มันกลายเป็นสิ่งที่สมบูรณ์แบบ”

nowlab-partners-bigrep-3d-print-biodegradable-biology-glacier-stool-00006

“ระบบนิเวศของโครงสร้างตามธรรมชาติมักมีความโดดเด่นอยู่เสมอ เทคโนโลยีได้ช่วยให้เราวิเคราะห์ระบบชีวภาพของธรรมชาติและนำประโยชน์นั้นมาสร้างแบบจำลองเพื่อใช้ในการผลิตชิ้นงาน”

nowlab-partners-bigrep-3d-print-biodegradable-biology-glacier-stool-00008

ถึงแม้ว่าตอนนี้ชิ้นงานยังไม่สามารถนำไปใช้ได้จริง แต่ในอนาคตด้วยความร่วมมือระหว่างบริษัท NOWlab และบริษัท BigRep ที่มีเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่มีชื่อว่า BigRep ONE.2 กำลังร่วมมือกันพัฒนาเพื่อผลิตชิ้นงานออกมาเป็นฟอร์นิเจอร์และใช้วัสดุจากธรรมชาติ

nowlab-partners-bigrep-3d-print-biodegradable-biology-glacier-stool-00003

Manufacturing expo 2015 กับ print3dd

Manufacturing expo 2015 กับ print3dd

P3DD with manufacturing expo 2015

พบกันที่งาน Manufacturing Expo 2015 งานรวมเครื่องจักรอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
สถานที่ :                                BITEC บางนา HALL 104 บูธ W31
ช่างการจัดงาน :                     24-27 มิย. 58 (พุธ-เสาร์) เวลา 10.00-18.00น.

🙂 แล้วพบกันนะครับ 🙂

Map
Bitec-parking-map

FDM/FFF 3D Printer คืออะไร?

FDM/FFF 3D Printer คืออะไร?

จากบทความที่แล้ว 3D Printer คืออะไร? คราวนี้เรามาเจาะลึกกับการพิมพ์ระบบ FDM (Fused Deposition Modeling) หรือบางสำนักเรียก FFF กันได้ต่อเลยครับ

เครื่องพิมพ์สามมิติระบบ FDM นั้นมีการใช้แพร่หลายที่สุดในโลก และเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเป็นระบบที่มีราคาถูกประหยัด สามารถหาซื้อได้ง่ายตั้งแต่ราคาหลักหมื่นบาท – หลักแสนบาท และสามารถใช้ได้กับวัสดุหลายชนิดโดยเปลี่ยนไปตามเส้นพลาสติกที่ใช้ โดยปัจจุบันในท้องตลาดของเครื่องพิมพ์ 3มิติ กว่า 80-90 เปอเซนต์ เป็นเครื่องระบบ FDM

มอเตอร์ขับดันเส้นพลาสติก มายังหัวฉีด
มอเตอร์ขับดันเส้นพลาสติก มายังหัวฉีด
หลักการทำงานของ FDM Printer แบบสองหัวฉีด
หลักการทำงานของ FDM Printer

หลักการทำงาน

เครื่องระบบ FDM นั้นมีหลักการทำงานเหมือนกับ “ฉีดและวาดเส้นพลาสติกออกมาเป็นวัตถุ” ส่วนของหัวฉีดทำหน้าที่ฉีดเส้นพลาสติกออกมา (ลักษณะคล้ายๆปืนกาว) โดยหัวฉีดมีฮีทเตอร์ทำความร้อนให้ถึงจุดที่เส้นพลาสติกละลายเป็นน้ำ ฉีดผ่านหัวฉีดออกมา โดยปกติหัวฉีดจะมีรูขนาด 0.4mm เครื่องจะมีมอเตอร์ทำการเคลื่อนหัวฉีด หรือฐานพิมพ์ให้เคลื่อนที่ และพิมพ์ไปทีละชั้น จนออกมาเป็นงานขึ้นรูป เครื่องพิมพ์สามารถทำงานที่ซับซ้อนได้ เช่นประแจเลื่อนที่พิมพ์เพียงครั้งเดียว ไม่ได้มาประกอบทีหลัง

เครื่องรับคำสั่งทำหมดเป็น GCode ภาษาเดียวกับการสั่งงานเครื่อง CNC หรือ Milling ในโรงงานอุตสาหกรรม โดยโปรแกรมที่ทำการสร้าง GCode มานั้นมีให้ใช้หลากหลายเช่น Cura, Simplify3D, MakerWare, Sli3r, Repetier เป็นต้น โดยเราทำการเปิดโมเดลขึ้นมาและกำหนดค่าที่ต้องการพิมพ์ โปรแกรมจะทำการสไลด์วัตถุออกเป็นชั้น เครื่องจะพิมพ์ทีละชั้น ชั้นที่เครื่องพิมพ์นั้นเป็น Cross Section ของวัตถุนั้นเอง

ประเภทของเครื่อง FDM/FFF 3D Printer

เครื่องพิมพ์ FDM นั้นมีอยู่หลายชนิด แต่ชนิดที่นิยมมีดังนี้

1. Cartesian

เป็นเครื่องพิมพ์ที่พบเห็นทั่วไปในท้องตลาด เครื่องจะพิมพ์จาก Fix แกนในแกนหนึ่งในการเคลื่อนที่ของหัวฉีด ตัวอย่างที่พบเห็นได้ง่ายที่สุดคือยี่ห้อ MakerBot หรือ Ultimaker มีการ Fix การเคลื่อนทึ่ของหัวฉีดในแกน X,Y เท่านั้นคือวิ่งได้ซ้าย-ขวา/หน้า-หลัง ส่วนฐานพิมพ์นั้นจะเคลื่อนที่ในแกนแนว Z คือเคลื่อนที่ขึ้น-ลง
Cartesian MakerBot
เครื่องอีกแบบที่ได้รับความนิยมมากเช่นกันคือเครื่อง Prusa หรือเครื่องแบบ Reprap จะมีการเครื่องที่ของหัวฉีดในแนวแกน X คือซ้าย-ขวา และฐานพิมพ์ในแกน Y คือหน้า-หลัง เมื่อพิมพ์เสร็จในชั้นหนึ่งๆแล้วเครื่องจะยกหัวฉีดทั้งชุดขี้นในแนวแกน Z เพื่อพิมพ์ในชั้นต่อไป
ข้อดีของ Cartesian เครื่องพิมพ์ค่อนข้างจะเสถียรกว่า เนื่องจากมีการเคลื่อนที่ของหัวฉีดจะเคลื่อนที่อยู่ใน 1 หรือ 2 แกนในรางสไลด์ (ตามทฤษฎีแล้วจะพิมพ์ได้นิ่งกว่า FDM ระบบอื่นๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับผู้ผลิตแต่ละยี่ห้อด้วย) พื้นที่พิมพ์งานเป็นทรงกล่องสี่เหลี่ยม
ข้อเสียของ Cartesian หากมีขนาดใหญ่ขึ้น จะผลิตค่อนข้างยาก น้ำหนักมาก (หนักโครงสร้าง รางสไลต์)
Cartesian Reprap

2. Delta

เครื่องพิมพ์ระบบนี้สังเกตุได้ง่ายที่สุดคือ มีแกนเสาอยู่ 3 เสา เครื่อง Delta นั้นจะมีฐานพิมพ์อยู่กับที่ หัวฉีดจะเคลื่อนที่อย่างอิสระทั้งสามแกน X,Y,Z โดยควบคุมการเคลื่อนที่ของหัวฉีดด้วยการทำงานสัมผัสกันของมอเตอร์ทั้งสามตัว เครื่องระบบนี้สามารถสร้างให้มีขนาดใหญ่มากๆได้
ข้อดี สามารถสร้างเครื่องให้พิมพ์ชิ้นงานได้ง่าย มีน้ำหนักน้อยกว่า มีต้นทุนในการผลิตน้อยกว่า มีพื้นที่พิมพ์งานทรงกระบอกสูง
ข้อเสีย Setting หรือ จูนเครื่องให้พิมพ์ได้ดีค่อนข้างยาก คุณภาพงานลดลงเมื่ออยู่ห่างจากจุดศูนย์กลาง (กลางฐานจะพิมพ์ได้ดีกว่า ส่วนที่ห่างจากจุดกีงกลาง)
Delta RockStar

japan-Magna-3d-printer-1

Material

โดยทั่วไปนั้นเส้นจะมีอยู่สองขนาดคือ 1.75mm และ 3.0mm โดยเส้นนั้นจะทำมาใบรูปแบบม้วน ปัจจุบันเส้นพลาสติกกว่า 50 ชนิดอยู่ในท้องตลาด เรายกตัวอย่างมาให้ดูส่วนหนึ่งเท่านั้น
1. PLA (Polylactic Acid) เป็นเส้นพลาสติกที่ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น กากพืชผลทางการเกษตร, ข้าวโพด, มันสำปะหลัง พลาสติกชนิดนี้เหมาะกับการใช้กับ 3D Printer เกือบทุกชนิดเนื่องจาก ค่อนข้างปลอดภัย ไม่มีกลิ่นพลาสติกไหม้ หดตัวน้อย ไม่จำเป็นต้องใช้ฐานทำความร้อน แต่มีข้อเสียอยู่บ้างเรื่องทนความร้อนได้ไม่สูงนัก
2. ABS (Acrylonitrile butadiene styrene) เป็นพลาสติกที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้าน เช่นขันน้ำ ถังน้ำ หรือ ของเล่นที่เรารู้จักกันดีคือ Lego ข้อดีคือ ทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดี แต่ข้อเสียค่อนข้างมาก คือ พิมพ์ได้ยาก เนื่องจากมีอัตราการหดตัวสูง ต้องเปิดฐานทำความร้อน พิมพ์แล้วมีกลิ่นพลาสติกไหม้
3. Dissolveable filament หรือเส้นพลาสติกที่ละลายออกได้ ใช้ในการพิมพ์ในส่วน Support ต้องใช้กับเครื่องพิมพ์ FDM ที่มีหัวต้องแต่ 2 หัวขึ้นไป พลาสติกที่พิมพ์นี้จะถูกละลายออกไปหลังการพิมพ์ชิ้นงานเสร็จ (โดยทั่วไปนั้นเครื่องพิมพ์ที่มีราคาสูงจะมีสองหัวฉีด เพื่อให้อีกหัวหนึ่งทำหน้าที่พิมพ์ Dissolveable Filament)
4. อื่นๆ นอกจากเส้นพลาสติกที่กล่าวไว้ข้างต้นแล้ว ยังมีเส้นพลาสติกให้เลือกใช้อีกหลากหลายชนิด เช่น เส้นไม้(Wood Filament) เส้นผสมทองเหลือง(ฺBronze Filament) เส้นผสมทองเแดง(Copper Filament), Nylon, PETG, Rubber etc.

การนำไปใช้

1. ชิ้นส่วนต่างๆ เนื่องจากชิ้นงานที่เกิดจากการพิมพ์ โดย FDM 3D Printer มีความแข็งแรงพอสมควร จึงสามารถพิมพ์ชิ้นงานมาใช้ได้จริงเล่น เช่น นักศีกษาที่สร้างหุ่นยนต์แตะฟุตบอล เนื่องจากมีชิ้นส่วนที่ต้องออกแบบเองหาซื้อไม่ได้ หากใช้ FDM สามารถออกแบบชิ้นส่วนของหุ่นยนต์แล้วพิมพ์ออกมาได้เลย

มือสำหรับผู้พิการ (ใช้งานได้จริง)
มือสำหรับผู้พิการ (ใช้งานได้จริง)

2. โมเดล Mock Up งานออกแบบ Scale หรืองานสร้างแบบจำลอง เราสามารถกำหนดค่า Scale ในการพิมพ์ได้

งาน Scale ของสถานที่สำคัญของโลก
งาน Scale ของสถานที่สำคัญของโลก

3. ออกแบบผลิตภัณท์ การออกแบบชิ้นส่วนก่อนทำการผลิตจริง เป็นตัวอย่างให้ลูกค้าดูก่อน ว่างานที่ออกแบบมานั้นมีรูปร่างอย่างไร ก่อนไปทำการผลิตใช้จริง

โคมไฟ ที่เกิดจากการออกแบบด้วยเครื่องพิมพ์ 3มิติ
โคมไฟ ที่เกิดจากการออกแบบด้วยเครื่องพิมพ์ 3มิติ

4. เครื่องใช้ในบ้าน สามารถสร้างเครื่องใช้ภายในบ้านได้เลย เช่น ที่วางสบู่ ที่วาง Ipad เป็นต้น

แม่พิมพ์ คุ๊กกี้ ที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์ 3มิติ
แม่พิมพ์ คุ๊กกี้ ที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์ 3มิติ

5. การศีกษา ไว้ใช้ประกอบการศึกษา เช่น การสอนส่วนประกอบของเครื่องยนต์ในคณะวิศวกรรมศาสตร์ หรือ ชิ้นส่วนอวัยวะของมนุษย์ในคณะ แพทยศาสตร์

ส่วนประกอบของเครื่องยนต์ เกียร์ Manual ใช้ประกอบการสอนนักเรียนได้
ส่วนประกอบของเครื่องยนต์ เกียร์ Manual ใช้ประกอบการสอนนักเรียนได้

ข้อดีของเครื่องพิมพ์สามมิติ ระบบ FDM/FFF

1. มีราคาถูกที่สุด สามารถซื้อหาได้ทั่วไป เนื่องจากต้นทุกการผลิตถูก แล้วส่วนมากเป็น Open source จึงซื้อหาได้ทั่วไป
2. งานที่พิมพ์ออกมาสามารถใช้งาน รับแรง หรือ ขัดแต่ง สามารถนำชิ้นส่วนที่พิมพ์จากเครื่อง ไปเป็นส่วนประกอบในเครื่องจักรได้เลย
3. มีวัสดุให้เลือกใช้ได้หลายชนิด เนื่องจากเป็นที่นิยม จึงมีหลายบริษัท ผลิตเส้นพลาสติก หลากหลายชนิดมาก (โปรดดูคุณสมบัติ และข้อมูลจำเพาะพิเศษสำหรับเส้นพลาสติกชนิด นั้นๆด้วย)
4. ใช้งานง่าย และ ต้นทุนวัสดุสิ้นเปลืองต่ำ ปัจจุบันมีโปรแกรมสำหรับเครื่อง FDM ให้เลือกใช้มากมาย การใช้งานค่อนข้างง่าย

ข้อเสียของเครื่องพิมพ์สามมิติ ระบบ FDM/FFF

1. ความละเอียดในการพิมพ์ อาจจะสู้ระบบอื่นไม่ได้ เนื่องจากการพิมพ์เกิดจากการฉีดเส้นพลาสติกออกมา ขนาดหัวฉีดที่นิยมคือ 0.4mm อย่างไงก็ยังเป็นเป็นเส้นอยู่ แม้จะพิมพ์ที่ความละเอียดสูงแล้วก็ตาม
2. หากเทียบด้วยขนาดงานที่เท่าๆกัน ความละเอียดเท่าๆกัน ระบบนี้ถือว่าใช้เวลาในการพิมพ์สูงกว่าระบบอื่นๆ เนื่องจากพิมพ์จากการฉีดเส้นพลาสติกบางๆ แล้วค่อยๆวาดออกมาจนออกมาเป็นรูปร่าง

สรุป

เครื่องพิมพ์ระบบ FDM เป็นระบบที่มีราคาถูกที่สุดและนิยมที่สุดในปัจจุบัน แต่ก็ยังมีข้อจำกัดด้วยเช่นกัน เช่น ไม่สามารถพิมพ์ออกมาเป็นสีสมจริงได้(True color) หรือ ไม่สามารถพิมพ์งานที่ละเอียดมากๆได้ อย่างไรก็ตามผู้ใช้ควรเลือกเครื่องพิมพ์ที่เหมาะสมกันตนให้มากที่สุดครับ

3D Printing พระธาตุเมทนีดล จำลอง

3D Printing พระธาตุเมทนีดล จำลอง

Flashforge Creator พระธาตุเมทนีดล 11

สวัสดีครับ Post นี้เป็นผลงานของลูกค้าเรา คุณอาร์ท ซึ่งเขียน 3D เองและออกแบบเองทั้งหมด โดยใช้เครื่อง Flashforge Creator Dual
คุณอาร์ทใช้เวลาไม่นานต้องแต่ซื้อเครื่องจนผลิตชิ้นงานออกมา ยังจำได้ดีตอนที่เข้ามาซื้อที่ร้านครับ ว่ายังไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรมาก แป๊บๆตอนนี้เป็น Pro ด้าน 3D Printer ไปแล้ว (เป็นวิทยากรให้หลายๆที่แล้วครับ) ได้ข่าวว่าต้องแต่ซื้อเครื่องไปยังไม่เคยปิดเครื่องเลย

งานนี้เป็นการพิมพ์ชิ้นงาน 3มิติ หลายๆส่วนมาประกอบกัน ต้องใช้ความสามารถในการออกแบบ + ประสบการณ์ครับ

44

3D Printer Model : Flashforge Creator Dual
Photo Credit : คุณอาร์ท
Model Link : เขียนแบบ 3D โดยคุณอาร์ท
Material : PLA
Layer Thickness : N/A
Shell Thinkness : N/A
Nozzle Temp : N/A
Build Plate Temp : N/A
Extruding Speed : N/A
Travel Speed : N/A
Support : N/A
Infill : N/A

Flashforge Creator พระธาตุเมทนีดล 09

Flashforge Creator พระธาตุเมทนีดล 08

Flashforge Creator พระธาตุเมทนีดล 12

Flashforge Creator พระธาตุเมทนีดล 07

Flashforge Creator พระธาตุเมทนีดล 06

Flashforge Creator พระธาตุเมทนีดล 05

Flashforge Creator พระธาตุเมทนีดล 04

 

Flashforge Creator พระธาตุเมทนีดล 02

 

ลูกค้า : A49 สถาปนิก 49

ลูกค้า : A49 สถาปนิก 49

ขอขอบคุณ บริษัท สถาปนิก49
ที่อุดหนุนเครื่องพิมพ์สามมิติ Flashforge Creator Pro ไปใช้ในการออกแบบเชิงสถาปัตย์ และพิมพ์ชิ้นส่วนในงานโมเดล ที่มือเราตัดไม่ได้ หรือใช้เครื่องเลเซอร์ตัดไม่ได้ เช่นงาน Freeform งานสถาปัตย์ที่โค้งและสร้างได้ยากจากการทำงานอื่นๆ  ข้อดีของเครื่องพิมพ์ 3มิติคือ สามารถพิมพ์ได้เลยหากเราสร้างไฟล์ 3มิติขึ้นมา จึงมีประโยชน์มากสำหรับวงการออกแบบ

3D Printer : Flashforge Creator Pro

group-300-300x200

IMG_0865

PLA HS วัสดุใหม่ที่แข็งแรงกว่า ABS

PLA HS วัสดุใหม่ที่แข็งแรงกว่า ABS

PLA-Hight-strength-6
PLA เป็นวัสดุที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการพิมพ์สามมิติ ข้อดีของมันเช่น มีสีให้เลือกหลากหลาย ทั้งแบบสีทึบและสีใส ใช้ความเร็วในการพิมพ์ได้สูง พิมพ์ได้ละเอียด คม สวยงาม และยังมีความแกร่ง ทำให้มันเป็นวัสดุที่แทบจะใช้ได้กับงานทุกชนิด
PLA-Hight-strength-2

PLA-Hight-strength-1
แต่ที่ Design for Craft พวกเขากำลังพัฒนา PLA ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก โดยคิดว่ามันยังเปราะบางและอาจแตกหักได้ภายใต้ความกดดัน และอุณหภูมิ ณ จุดหนึ่ง และนี่คือสาเหตุที่ PLA HS แทรกตัวเข้ามา มันเป็นการผสมผสานแร่ธาตุบางชนิดเข้าไปทำให้มันมีโครงสร้างที่แข็งแรงขึ้น ทนต่อการสึกหรอ ความเค้น และการฉีกขาดได้มากกว่าเดิม ข้อดีที่ตามมาคือมันสามารถพิมพ์งานได้ง่ายขึ้น โอกาสบิดงอน้อยลงและใช้อุณหภูมิในการฉีดลดลงด้วย
วัสดุใหม่นี้คงทำให้โปรเจคที่ต้องถูกดองไว้ ได้มีโอกาสเป็นจริงเสียที
PLA-Hight-strength-3

PLA-Hight-strength-4

PLA-Hight-strength-5

ที่มา http://www.3ders.org/articles/20141008-design-for-craft-launches-pla-hs-3d-printing-filament.html