fbpx

CreatorPro2 Reviewละเอียดยิบ ของมันต้องมี🔥🔥

CreatorPro2 Reviewละเอียดยิบ ของมันต้องมี🔥🔥
CreatorPro2 Reviewละเอียดยิบ ของมันต้องมี🔥🔥
เรามาทำความรู้จักเบื้องลึกกับเครื่องพิมพ์3มิติ CreatorPro2  รุ่นที่ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เนื่องจากเป็นตัวที่ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก มีหัวพิมพ์อิสระ 2 หัว ที่จะช่วยให้คุณสามารถทำงานได้เร็วขึ้น งานหลากหลายมากขึ้น สามารถทำ2สีได้ในตัวเดียวกัน
แต่ก่อนหน้าเรามาทำความรู้จัก CreatorPro รุ่นก่อนๆ กันดีกว่าว่าเป็นยังไงคร่าวๆกันครับเพื่อให้เห็นข้อแตกต่างของตัวรุ่น Pro2 ได้อย่างชัดเจน
Creator Pro 2016
Flashforge Creator Pro รุ่นเก่า
Flashforge Creator Pro เป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดของ Flashforge และของร้าน Print3DD เราเลยก็ว่าได้ หรือจะเรียกได้ว่าเป็น Flagship ของยี่ห้อ Flashforge เลยครับ
เป็นเครื่องพิมพ์สามมิติรุ่นใหม่ที่พัฒนามาจาก Flashforge Creator การทำงานของมันคล้ายกับเครื่องรุ่นก่อนหน้า 
มีการออกแบบโครงโลหะให้หนาขึ้น เพิ่มแผ่นโลหะป้องกัน MainBoard และ หน้าต่างอะคริลิก สำหรับเปิด-ปิด รวมถึงหลังคา เพื่อป้องกันเสียง/กลิ่น และรักษาอุณหภูมิภายในให้คงที่มากขึ้น ดังนั้นเครื่องจึงมีน้ำหนักค่อนข้างมาก
ซึ่งเป็นต้นแบบของเครื่องพิมพ์รุ่นต่อๆมาของ Flashforge 
ข้อสังเกตของรุ่นนี้
คือ 📌 Interface ยังเป็นระบบ “กดปุ่ม” ธรรมดา หากตัวกดพัง อาจจะต้องแงะออกมาซ่อม ซึ่งเสี่ยงในหลายๆอย่าง และหน้าจอ ยังมีแค่เพียง Text อยู่
ปุ่มทิศทางในการเลือกคำสั่งของเครื่องพิมพ์
📌 ถึงจะเป็นเครื่องพิมพ์ที่มี 2 หัว แต่เป็น 2 หัวที่ติดกัน ทำให้ยังคงพิมพ์ได้แค่ทีละโมเดลอยู่ และถ้าหากตัวหัวพิมพ์เสียอาจจะลามไปอีกหัวได้ ซึ่งจะเป็นเรื่องใหญ่ในการซ่อมแซมอีกด้วย😨😨😨
หัวฉีด 2 หัวแบบติดกัน
📌 เรื่องกวนใจของผู้ใช้งานหลายๆท่านที่ FeddBack กลับมาคือเสียงที่ค่อนข้างดังไปสักนิด ซึ่งอาจจะไม่เหมาะกับการใช้ในบ้านหรือ สำนักงานเท่าไหร่
📌 ขนาดชิ้นงานที่ทำได้ถือว่าเป็นมาตรฐาน Creator Pro มีบางจุดที่ต้องการการปรับแต่งอย่างละเอียด เพื่อใช้งานมันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
จากที่กล่าวมาข้างต้น ด้วยข้อด้อยที่เห็นนั้นทำให้ผู้พัฒนา Flashforge ได้ปรับปรุงแก้ไขตัวเครื่องและซอฟแวร์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นจากตัวเดิม จนออกมาเป็น
💥💥CREATOR PRO2💥💥
ผู้ช่วยที่จะทำให้งานของคุณมีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ในแบบที่ ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม
CreatorPro2 รุ่นใหม่ล่าสุด
มาใหม่รุ่นล่าสุด ปี 2020 มาพร้อมกับระบบ 2 หัวฉีดอิสระในราคาเท่าเดิม…
หลายๆอย่างถูกเพิ่มเติมเข้ามา ทั้งด้านการใช้งานและด้านการออกแบบ ซึ่งเราจะมาว่ากันที่ตัวโครงสร้างภายนอกก่อนจะดีกว่า ว่ามันแตกต่างและดีกว่ายังไงบ้าง
👉อย่างแรกที่เห็นคือการออกแบบที่ยังคงความเป็นรุ่น Creator Pro อยู่ เปลี่ยนสีนิดหน่อยจากดำล้วนเป็นเทาเข้ม ตัดกับส่วนบนที่เป็นสีดำ ทำให้ดูทันสมัยมากขึ้น
โครงสร้างหลักเป็นโลหะ มีความแข็งแรง ทำให้ค่อนข้างมีน้ำหนัก แต่ก็ยังหนักไม่ต่างกับตัวเก่าอยู่ ซึ่งน้ำหนักนี้มีผลดีตรงที่เวลาเครื่องพิมพ์งานอยู่ตัวเครื่องจะไม่ได้โครงเครงไปซึ่งจะทำให้การพิมพ์เสียหายได้
ภาพการเทียบสีของทั้ง2รุ่น

มาพร้อมหูจับที่สะดวกสบายเหมือนกับรุ่นก่อนเลยครับ…

พื้นที่การจับมีมากพอให้จับถนัดมือ

และที่แตกต่างจากตัวรุ่นก่อนที่เห็นได้ชัดจากภายนอกเลยคือ!!! หน้าจอ LCD TouchScreen ซึ่งทำให้เราไม่ต้องมานั่งกดปุ่มจนหัวร้อนอีกต่อไป ทำให้เกิดความสะดวกสบาย ใช้งานง่าย หน้าจอ Interface ที่ดูไม่ยาก สัญลักษณ์ที่เข้าใจง่าย

โดยตัวฟังก์ชันบนหน้าจอเครื่องพิมพ์ จะปรับให้เหมือนกับตัวเครื่องรุ่นใหญ่ๆรุ่นอื่น ทั้งการเลือก การปรับ Auto level เปลี่ยนFolament ปรับอุณหภูมิที่หัวซ้าย-ขวา และสถานะอื่นๆของเครื่องได้
LCD TouchScreen
4.และนี่เป็นอย่างหนึ่งที่ค่อนข้างน่าเสียดายมากเกี่ยวกับเครื่องรุ่นใหม่นี้ คือ รุ่นใหม่นี้ยังคงใช้การเสียบ SD Gard ในการป้อนข้อมูลการพิมพ์อยู่ โดยตัวรุ่นใหญ่อื่นๆเขาใช้การสั่งงานออนไลน์กันหมดแล้ว โดยตัวใหม่นี้ได้ทำการย้ายช่องเสียบ SD Gard มาไว้ข้างขวาภายนอกเครื่อง ต่างกับเครื่องรุ่นก่อนที่ไว้ข้างใน ซึ่งก็จะช่วยปรับปรุงในเรื่องการรักษาตัว SD Gard เนื่องจากรุ่นก่อนเสียบไว้ข้างใน ซึ่งอาจจะทำให้ตัว SD Gard เสื่อมสภาพได้เร็วหากทำการพิมพ์งานด้วยอุณหภูมิสูงเป็นเวลานานๆ
4.1ซึ่งการเสียบ SD Gard แบบนี้ จะทำให้ตัวเครื่องไม่สามารถเก็บข้อมูลไฟล์งาน เพื่อใช้ในการพิมพ์ซ้ำแบบไม่ได้เสียบ SD Gard เหมือนกับเครื่องที่พิมพ์ออนไลน์ได้ แต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรมากนักเพราะเครื่องสามารถเสียบ SD Gard คาไว้ได้ตลอดเวลา
ภาพการเปรียบเทียบช่องเสียบ SD Gard

มาดูที่ด้านหลังกันบ้าง ตัวใหม่นี้ก็ยังคงมี Spool 2 ข้าง ถอด/ใส่ ง่ายสบายๆแค่บีบหัว>ใส่ม้วนแกน แล้วตัวมันจะล็อกไม่ให้ม้วน Filament ไหลออกมาระหว่างการพิมพ์แน่นอน!!!

Spool คู่
ขออนุญาตแวะมาขายของสักนิด กับFilament แบรนด์คนไทย ไทยทำไทยใช้ กับ 3DD Brand
5.ฝาบนที่มีไว้เพื่อควบคุมอุณหภูมิ หากต้องการพิมพ์งานที่ใช้ Filament ในการพิมพ์อุณหภูมิสูงๆ อย่าง ABS
ฝาบน ใส แข็งแรง เก็บความร้อนได้ดี
คราวนี้เรามาดูภาพในกันบ้าง
1.อย่างแรกเลยจุดเด่นที่เห็นได้ชัดและเป็นตัวชูโรงของตัวรุ่นใหม่ก็คือ 2 หัวฉีด แบบอิสระ แยกออกจากกัน (IDEX : Independent Extruders)
ทำไมมันถึงโดดเด่นเด้งดึ๋งขนาดนี้นะ….นั่นก็เพราะว่าตัวหัวฉีดที่แยกกันแบบนี้มีประโยชน์มากในเรื่องของการพิมพ์ในรูปแบบ Mass หรือพิมพ์งานจำนวนเยอะในเวลาที่เร็วขึ้น การพิมพ์แบบ Mirror และอื่นๆอีกมากมาย เดี๋ยวเราจะมาเหลาให้ฟังว่ามีฟังก์ชันที่น่าสนใจอะไรบ้าง….
แบบพิมพ์ Duplicate สองชิ้นพร้อมกันมีประโยชน์ในเรื่องของการพิมพ์โมเดลในการทำซ้ำ หลายชุด ซึ่งสามารถลดการทำงานได้ถึง50% เช่น ชิ้นงานนึงพิมพ์3ชั่วโมง ต้องการ10ชิ้น ก็จะกลายเป็น 30ชั่วโมงในการพิมพ์งานชุดนี้ แต่หากเป็นสองหัว ตัวหัวจะแยกฝั่งและพิมพ์ขึ้นมาพร้อมกันทีเดียวเลย นั่นก็จะกลายเป็นว่าทำการพิมพ์ 10 ชิ้นใช้เวลา 30หาร2 เท่ากับ 15 ชั่วโมงเท่านั้น ทำให้ให้ได้ชิ้นงานที่มีคุณภาพ รวดเร็ว และยังสามาถแยกสีได้อีกด้วย

การพิมพ์แบบ Mirror คือการพิมพ์2ชิ้น สลับด้านเข้าหากัน ซึ่งมีประโยชน์หากต้องการชิ้นงานที่สลับด้านกัน เพียงแค่เราขึ้นไฟล์งาน3D ชิ้นเดียว ก็เอาเข้า Flashprint และพิมพ์ Mirrorกันได้เลย รวดเร็วและสะดวกไม่ต้องมานั่งทำMirrorในโปรแกรม3Dเอง เพราะบางทีถ้าเราทำไฟล์3D แบบMirrorกัน2ชิ้น ไฟล์จะหนักกว่าทำชิ้นเดียวแน่นอน

การพิมพ์แบบ 2 Colour เหมือนกับ CreatorProรุ่น ก่อน แต่เนื่องจากมีหัว 2 หัวแยกจากกัน ทำให้หากเกิดอะไรเสียหายที่หัวนึง อีกหัวนึงก็ยังไม่เป็นอะไร ต่างจากรุ่นก่อนที่หัวติดกันเลย ถ้าเกิดปัญหาอาจจะต้องเปลี่ยนทั้ง 2 หัว
**ข้อสังเกตของฟังก์ชันนี้คือเนื่องจากรุ่นใหม่นี้หัวแยกจากกัน ทำให้การทำงานจะใช้เวลาช้ากว่าหัวที่อยู่ติดกันนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรในการพิมพ์มากมายนัก
**ตัวโมเดลที่จะนำมาพิมพ์ต้องเป็นโมเดล 2 ชิ้นที่แยกออกจากกัน เพื่อแบ่งสีของหัวซ้าย-ขวา โปรโกรมFlashPrint ไม่สามารถแก้ไขตัวโมเดลได้

การพิมพ์ Support PVA ประโยชน์อีกอย่างของการพิมพ์ 2 หัวได้ ก็คือสามารถเลือกใช้ตัว PVA เส้น Filament ที่มีคุณสมบัติในการละลายน้ำได้ เนื่องจากละลายน้ำได้ทำให้เราไม่จำเป้นต้องแกะซับพอตด้วยตัวเอง เพียงแค่พิมพ์เสร็จแล้วนำไปแช่น้ำทิ้งไว้ให้ตัว PVA ละลายตกตะกอนไปเอง เหมาะกับงานที่มีความซับซ้อนมากๆ ซึ่งหากเป็นซัพพอร์ตเส้น Filament ทั่วไปจะทำให้แกะออกค่อนข้างยาก และอาจะทำให้ตัวงานเสียหายได้

แช่น้ำเสร็จก็เช็ดทำความสะอาดได้ง่ายๆ

แต่หากเป็นงานที่เป็นชิ้นเดียวที่วางไว้ตรงกลางสีเดียวแบบพิมพ์ Support PVA หรือ สองสีในตัวเดียวกัน ส่วนหัวฉีดแต่ละหัวจะสามารถเลื่อนมาพิมพ์บริเวณตรงกลางได้ทั้งคู่ ทำให้ไม่เกิดช่องว่าง (Gap) ของการพิมพ์
หัวฉีดทั้งสองตัว สามารถพิมพ์ตรงกลางได้ไม่เกิดGap
อีกอย่างหนึ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาใหม่ก็ตือ แผ่น Aluminium ที่พักหัวฉีด หลายคนคงจะสงสัยว่ามีไว้ทำไม จริงๆแล้วค่อนข้างมีประโยชน์มากๆ เป็นพาร์ทเสริมที่เอาไว้ขณะที่พิมพ์หัวนึงอยู่อีกหัวจะเคลื่อนมาเข้าที่แผ่นพักไว้ทำให้เส้นพลา่สติกที่กำลังร้อนอยู่ไม่เกิดการย้อยลงมา อีกทั้งยังเป็นการล้างรูปหัวฉีดอีกด้วย ทำให้ลดการเกิดเส้นใยขึ้นที่ตัวชิ้นงาน😋 (เครื่องรุ่นใหม่ๆก็เริ่มติดตั้งกันหมดแล้ว)
และจะสังเกตเห็นได้ว่าตัวหัวฉีดนั้น Motor Feed แบบ Direct Drive สามารถใช้งานร่วมกับพลาสติกที่อ่อนได้ เช่น เส้น Flex
2.ส่วนของฐานพิมพ์ (Platform) จะสามารถพิมพ์ได้ที่นาด 200x150x150 mm. และขนาดการพิมพ์แบบ Duplicateและ Mirror อยู่ที่ 80x148x150 mm. เพื่อรองรับการพิมพ์ 2 ชิ้นพร้อมกัน
3.สามารถทำความละเอียดในการพิมพ์แต่ละชั้นได้สูงถึง 50 Micron หรือประมาณ 0.05 mm. ซึ่งถือว่าละเอียดกว่ารุ่นก่อนที่อยู่ที่ 100 Micron หรือ 0.1 mm.
4.ในด้านตัว Soft Ware จะรองรับไฟล์ STL, OBJ, X3G, FPP และอื่นๆ มาพร้อมกับซอฟแวร์ที่แถมมากับเครื่องอย่าง FlashPrint เป็นโปรแกรมตั้งค่าสำหรับการพิมพ์เครื่อ Flashforge โดยฉะเพาะ ซึ่งในโปรแกรมสามารถหด/ขยาย ตัดแบ่ง ตัวโมเดลก่อนพิมพ์ได้
สเปคเครื่องพิมพ์คร่าวๆ
🧏‍♂️จากที่ได้ลองใช้งานมาได้สักพัก ค้นพบว่าการที่หัวฉีดแยกกันอย่างอิสระทำให้ทำงานง่ายขึ้นทั้งด้านการพิมพ์ที่ออกมาเรียบเนียนสวยงาม เหมาะกับการพิมพ์งานจำนวนมากๆ ไม่มีหัวฉีดข้างๆมาเกะกะทำเส้นใยพลาสติกย้อยไปมาเหมือนกับรุ่นก่อน
การใช้หน้าจอ TouchScreen และ Interface ที่ใช้ง่ายมากกว่าการกดปุ่ม ที่สำคัญด้านการซ่อมแซ่มที่สามารถทำได้ง่ายและหากเกิดความเสียหายสักหัวนึงเราก็ยังสามารถใช้อีกหัวนึงพิมพ์งานไปก่อนได้หากมีงานเร่งรีบที่ต้องทำ เมื่อเสร็จงานค่อยมาซ่อมอีกหัวนึงก็ยังได้
แถมด้วยราคาใกล้เคียงกับรุ่นก่อนด้วย คุ้มส้ะยิ่งกว่าคุ้ม!!!
👉สรุปจุดสังเกตของเครื่อง Creator Pro 2👈
1. ความน่าเสียดายของตัว Creator Pro 2 คือยังคงใช้ SD Gard ในการนำไฟล์เข้ามาพิมพ์อยู่ ซึ่งเครื่องรุ่นๆอื่นเป็นการสั่งงานออนไลน์หมดแล้ว
2.ตัวแกนZ ไม่ได้ล็อกให้อยู่กับที่ สามารถขยับขึ้นลงได้ หากขยับขึ้นPlatformจะเลื่อนลงมาเอง แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาแต่อย่างใด
3.ไม่รู้ว่าเป็นข้อเสียหรือข้อดีหรือไม่ เวลาพิมพ์งานเสร็จแล้วเวลาแกะโมเดลออกจะค่อนข้างแกะออกจากฐานพิมพ์ยาก เพราะติดกับฐานพิมพ์แน่นมากกก ซึ่งก็เป็นผลดีเพราะเวลาพิมพ์งานจะไม่ล้มแน่นอน
***ข้อแนะนำคือใช้เกรียงแซะข้างๆให้ได้ก่อนแล้วจึงค่อยแซะดันข้าไปจนโมเดลหลุดออกมา
4.ในด้านการพิมพ์ 2 สีในหนึ่งโมเดล เนื่องจากรุ่นใหม่นี้หัวแยกจากกัน ทำให้การทำงานจะใช้เวลาช้ากว่าหัวที่อยู่ติดกันเหมือนรุ่นก่อนนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรในการพิมพ์มากมายนัก
ตัวอย่างผลงานที่พิมด้วยเครื่อง CreatorPro2
ตัวอย่างงานโมเดลพิมพ์2สี
การพิมพ์ Duplicate ในจำนวนเยอะๆ
การพิมพ์Mirror แล้วนำมาต่อติดกัน ลดเวลาการพิมพ์งานจริง 50%

 

มาดูรีวิวแบบวิดิโอได้เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นครับ….
จากนี้ก็ของขายของอย่างมีสเตปหน่อยนะฮะ!!
สินค้าประกอบด้วย
_เครื่องพิมพ์ Flashforge Creator Pro2
_PLA Filament 1000g จำนวน 2ม้วน
_SD Card
_หนังสือคู่มือ
_อบรมสอนการใช้เครื่องฟรี
**สินค้าประกัน 1 ปี**

INFILL แบบต่างๆ ของ 3D Print มีอะไรบ้างนะ???

INFILL แบบต่างๆ ของ 3D Print มีอะไรบ้างนะ???

ในการพิมพ์งาน3มิติทั่วโลกนั้น มีขั้นตอนมากมายในการตั้งค่าก่อนการพิมพ์เพื่อให้ชิ้นงานแต่ละชิ้นนั้น พิมพ์ออกมาได้สวยงามและสมบูรณ์แบบมากที่สุด

งานแต่ละชิ้นต้องการการตั้งค่าที่แตกต่างกัน ความเร็วในการพิมพ์ ความละเอียด อุณหภูมิที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ กางจัดวางซัพพอร์ตที่ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป มุมองศาที่ควรจะเป็นเพื่อให้ขึ้นงานได้ไม่เป็นฝอย และอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญนั่นก็คือ………..

🔥🔥🔥INFILL เป็นอีกส่วนสำคัญที่จะกำหนดว่าโมเดลของคุณจะอยู่หรือไป🔥🔥🔥

What the INFILL…??

INFILL แปลตรงตัวคือ “การเติม” หรือภาษาที่นักพิมพ์3มิติคุยกันคือ “เนื้อใน”

เป็นส่วนของการตั้งค่าที่ “ควรจะมี” หรือจะ “ไม่มี” ก็ได้ขึ้นอยู่กับงานที่ต้องการจะพิมพ์และจุดประสงค์ของชิ้นงานนั้นๆว่าจะเอาไปทำอะไรต่อ

โดยค่าความหนาแน่นของ Infill จะคิดเป็น % มีตั้งแต่ 0-100 ซึ่งตัว Infill มีผลต่อความแข็งแรงของชิ้นงาน ยิ่งถ้า %Infill เยอะ งานก็ยิ่งแน่นและแข็งแรงมากขึ้นตาม

_อย่างเช่นหากต้องการชิ้นงานที่จะเอามาใช้งานเลย เน้นใช้รับแรง รับน้ำหนัก ก็ควรตั้งค่าให้ % สูงๆเข้าไว้

_งานที่เป็นเพียงโมเดลต้นแบบหรือเป็นโมเดลย่อส่วนเพื่อเช็ครูปร่าง หรือจะเป็นงานที่ทำออกมาเพื่อตั้งโชว์ ก็ใช้ % กลางๆ เพื่อให้รูปทรงคงอยู่ได้นาน แข็งแรงพอ

_และหากเป็นงานที่ต้องการนำมาทำพิมพ์ต่อ ชิ้นงานก็ไม่จำเป็นต้องแข็งแรงมาก ก็สามารถใช้ % น้อยๆ เพื่อประหยัดเวลาและเส้นพลาสติกไปด้วย

ด้วยอีกส่วนหนึ่ง

_บางครั้งงานที่ไม่ต้องใช้Infill ส่วนมากมักจะเป็นงานประเภทบรรจุภัณฑ์อย่างเช่น ขวดน้ำต่างๆ ตัวงานก็จะกลวง ซึ่งหากเราไม่ใช้Infill เราควรที่จะเพิ่มความหนาของผนังชิ้นงานเพื่อให้ตัวโครงสร้างมีความแข็งแรงมากพอที่จะนำไปใช้ต่อได้ หากหนังบางตัวงานจะแตกและพังได้ง่าย

ตัวอย่างานที่ไม่มี Infill และตั้งค่าผนังบางเกินไป

แต่ก็จะมีวิธีแก้ทางได้อีกก็คือสร้างผนังชั้นที่2ขึ้นมาแล้วใส่Infill น้อยๆที่เหมาะสม ก็จะสามารถขึ้นชิ้นงานกลวง ได้

โมเดลที่สร้างผนัง 2 ชั้น และใส่ Infill เล็กน้อย
ชิ้นงานที่ไม่มี Infill แต่ตั้งค่าให้ผนังชิ้นงานหนาพอที่จะคงรูปและแข็งแรงต่อการใช้งาน

แต่ทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับรายละเอียดของชิ้นงานหากชิ้นงานรายละเอียดมาก Infillก็เป็นส่วนที่ช่วยให้ขึ้นงานละเอียดๆได้

ตัวอย่างงานที่ใช้Infill แต่รายละเอียดงานเยอะ

ประโยชน์ของInfillยังมีอีกหลายอย่างที่หลายคนยังไม่รู้ มันสามารถสร้างชิ้นงานที่ทำมาจากสเน้พลาสติกแข็งๆให้มีออกมาเป็นโมเดลที่ดูยืดหยุ่นได้ด้วยการตั้งค่า

โดยบริเวณที่ Infill น้อย บริเวณนั้นจะมีช่องว่างมากทำให้สามารถบิดไปมาได้ ส่วนที่ Infill เยอะ ส่วนนั้นก็จะแข็งยืดหยุ่นไม่ได้

บอกกล่าวเผื่อไว้เผื่อผู้ใช้บางท่าน สามารถนำไปปรับใช้กับงานอื่นๆได้ 😁

 

อีกอย่างตัว Infill นั้นมีหลากหลายรูปแบบมาก มีให้เลือกเยอะเพื่อให้เหมาะสมกับประเภทของโมเดลในหลายๆแบบ บางตัวช่วยลดเวลาในการพิมพ์ได้และยังคงความแข็งแรงเท่าเดิม หรือบางตัวใช้ %น้อย แต่แข็งแรงมาก ซึ่งก็แลกกับเวลาเช่นกัน

เรามาดูกันดีกว่าว่า INFILL มีแบบไหนกันบ้างและควรใช้กับโมเดลแบบใด

โดยสามารถสังเกตได้ออกเป้นสองแบบใหญ่ๆคือแบบผนังแนวตั้งที่เวลาขึ้น Infill จะพิมพ์เป็นแนวตั้งฉาก ทำให่สามารถรับแรงได้จากมุมแนวดิ่งและแนวราบของจุดที่เส้นสมัผัส

และอีกอย่างคือแบบ Slope ที่จะพิมพ์ข้างล่างและค่อยๆ Slopeขึ้นมาเข้าหากัน เพื่อสร้างความแข็งแรงในมุมองศาที่มากขึ้น

เรามาดูแบบแรกกันก่อนว่ามีอะไรบ้าง…

แบบ Grid นั้นลักษณะจะเป็นแบบตารางช่องสี่เหลี่ยม มีความแข็งแรงมาก รับได้ทั้งแรงแนวราบและแนวดิ่ง เป็นที่นิยมอันดับต้นๆเนื่องจากเป้นค่ามาตรฐานอยู่แล้ว เหมาะกับงานทุกประเภท

ต่อมาเป้นแบบ Line หรือเส้นที่ไขว้ไปมาเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัสตุรับ แต่จะมีความถี่มากกว่าตัว Grid ซึ่งหากเราตั้งแค่ Infill อยู่ที่ 10% ตัวLine จะมีความหนาแน่นและความถี่มากกว่าตัวของ Grid เหมาะกับชิ้นงานที่ต้องการเนื้อข้านในเยอะ ความแข็งแรงสูง และเป้นชิ้นงานที่มีความซับซ้อนของโครงสร้างมาก เพื่อให้ความถี่ของเส้นนั้นเข้าถึงในส่วนเล็กๆของโครงสร้างนั้น

แบบ Triangle เป็นแบบสามเหลี่ยมต่อหากัน ซึ่งโครงสร้างสามเหลี่ยมนั้นมีความแข็งแรงมากกว่าแบบสี่เหลี่ยม ทำให้สัดส่วนตัว Infill ใน%ที่เท่ากันตัวสามเหลี่ยมจะแข็งแรงมากกว่าสี่เหลี่ยมแต่จะใช้ปริมาณเส้นที่มากกว่า เนื่องจากตัวสามเหลี่ยมเมื่อนำมาต่อกันแล้วจะสามารถรับแรงได้หลายทิศทางมากกว่าตัวสี่เหลี่ยม ซึ่งเป็นประเภทที่ได้รับความนิยมได้เท่าๆกับ Grid

Tri-Hexagon เป็นรูปทรงหกเหลี่ยมและสามเหลี่ยมมาเข้าคู่กัน เป็นประเภทที่มีความแข็งแรงมาก เนื่องจากมีความเป็นหกเหลี่ยมที่สามารถรับแรงได้จากหลายทิศทางจากความที่มีเหลี่ยมเยอะด้วยและความหนาแน่นที่เยอะกว่าด้วย

Concentric เป็นแบบที่มีความแข็งแรงน้อยในแนวราบ มักจะใช้กับงานที่ต้องการรับแรงแค่แนวดิ่ง ซึ่งมันสามารถประหยัดเวลาและเส้นพลาสติกได้ค่อนข้างมากทีเดียว แต่ก็ต้องใช้งานให้เหมาะกับโมเดลนั้นๆ

ช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้ชิ้นงานได้

Cross เป็นแบบที่ทำออกมาเพื่อความสวยงามแต่ก็มีความแข็งแรงและยืดหยุ่นได้บ้างเล็กน้อยเนื่องจากมีส่วนที่ไม่ติดกับผนังทำให้มีช่องว่างพอที่จะขยับได้ เหมาะกับงานประเภทที่ต้องการความแข็งแรงแต่ก็สามารถยืดหยุ่นได้บ้างเพื่อไม่ให้ชิ้นงานเกิดการแตกร้าว

Gyroid เป็นประเภทที่แน่นที่สุดในบรรดา Infill ผนังแนวตั้งทั้งหมดที่กล่าวมา เนื่องจากเป็นแบบเส้นคลื่น และขึ้นแบบสลับตัดกันต่อชั้น ทำให้สามารถรับแรงได้รอบด้าน แต่ก็ต้องแลกมากับเส้นพลาสติกที่เสียไปเยอะและเวลาขึ้นที่เยอะตามไปด้วย

นี่แค่แบบผนังแนวตั้ง ยังมีให้เลิกเยอะเลือกไม่ถูกขนาดนี้แล้ว….😰

 

ขออนุญาตแวะมาขายของสักนิด กับFilament แบรนด์คนไทย ไทยทำไทยใช้ กับ 3DD Brand

 

เรามาต่อกับประเภท Infill Slope กันครับ เป้นประเภทที่มีความแข็งแรงมากๆเพราะขึ้นแบบ Slop ซึ่งสามารถรับแรงได้แทบทุกทิศทาง

เป็น Infill ที่ขึ้นส่วนฐานกว้างและค่อย Slope ขึ้นจนเต็มและขยายออกไป สลับไปมา เป็นแบบประเภทพื้นฐานที่ใช้กันทั่วไป มีความแข็งแรงมากเหมาะกับงานทุกชนิด

จะเป็นเหมือนกับ Cubic แต่เพิ่มเติมคือตัวของ Cubic Subdivision นั้น ใส่วนที่มีพื้นที่กว้างและไม่ได้ติดกับผนังของโมเดล ตัว Infill จะขยายใหญ่ และ ส่วนที่ใกล้กับผนังโมเดล Infill จะมีขนาดแคบ เป็นเพราะจะช่วยลดเวลา และเส้นในการพิมพ์ในพื้นที่ที่ไม่จำเป็นในการรับแรงได้ แต่ยังคงความแข็งแรงของของชิ้นงานอยู่ ซึ่งหากเป็นงานที่มีขนาดใหญ่แต่ไมไ่ด้เน้นรับแรงก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมในการใช้ Infill นี้มากๆ

 

แบบ Octet เป็นการ Slope ตัว Infill ให้ทั่วชิ้นงาน ในลักษณะของช่องสี่เหลี่ยม มีความแข็งแรงมากขึ้น มากกว่าตัว Gird ใน % ที่เท่าๆกัน แต่จะใช้เวลานานกว่าไม่มาก เหมาะกับงานทุกประเภท

และสุดท้าย….ท้ายสุด

Cross 3D พัฒนามาจาก Cross ผนังแนวตั้ง ให้เป็นแบบ 3มิต คือ Slope แบบโค้ง ทำให้มีความแข็งแรงมากกว่าCross แต่ความยืดหยุ่นจะน้อยกว่าแบบธรรมดา แต่ก็ยังยืดหยุ่นอยู่

 

ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นจะเห้นได้ว่า Infill ค่อนข้างมีผลต่อการขึ้นชิ้นงานพอๆกับความละเอียด และอุณหภูมิเลยก็ว่าได้ ซึ่งต้องให้ผู้ใช้งานพิจารณาว่าแบบใดเหมาะสมกับงานของท่าน

ซึ่งหากมีเวลามากพอ  ก่อนที่จะพิมพ์ชิ้นงานจริงควรทดลอง Test ว่า Infill แบบไหนเหมาะกับงานเรามากที่สุดโดยทำการพิมพ์หยาบเพื่อเช็คดู เพื่อไม่ให้ชิ้นงานออกมาผิดพลาดไปจากที่คิดไว้แต่แรก ทั้งด้านความสวยงามและความแข็งแรง

และอย่าลืมที่จะเช็คการตั้งค่าก่อนพิมพ์ทุกครั้งเพราะหากตั้งค่าผิดก็จะเสียเส้นพลาสติกและเวลาไปฟรีๆ

 

แถม!! จะเห็นได้ Infill บางตัวมีลวดลายที่สวยงาม หากนำมาใช้กับงานที่มีผนังบางหน่อย ที่สามารถให้แสงผ่านได้ก็จะเห็นลวดลายบนงานนั้นๆ ก็สวยไปอีกแบบครับ…

🤩🤩🤩ขอให้มีความสุขกับการพิมพ์นะคร้าบบบ🤩🤩🤩

ขอแนะนำเครื่องพิมพ์3มิติใหม่ล่าสุด ที่มาแรงแซงทุกโค้ง เหมาะกับมือใหม่และงานต้นแบบ ในราคาที่เอื้อมถึง!!!!

 

 

รีวิว Fullscale Max 1000

รีวิว Fullscale Max 1000

เครื่องพิมพ์สามมิติในปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ วันนี้เรามีเครื่องพิมพ์ 3D Fullscale Max 1000 ที่มีขนาด 1 ลูกบาศก์เมตร (1.00×1.00×1.00 เมตร)

Fullscale Max 1000 เป็นเครื่องพิมพ์ 3D ระดับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ตัวเครื่องเป็นระบบ FFF (Fused Filament Fabrication) มี 2 หัวพิมพ์สามารถพิมพ์งาน 2 สี หรือ 2 วัสดุได้พร้อมกัน

จุดเด่นของเครื่องนี้

  • ตัวเครื่องปิดมิดชิด ทำความร้อนในห้องพิมพ์ได้ถึง 70°C
  • ห้องเก็บม้วนพลาสติกทำความร้อนได้สองระดับ (45°C or 65°C) เพื่อรักษาคุณภาพของเส้นพลาสติก และใส่ได้ 2 ม้วน
  • มี 2 หัวพิมพ์
  • ปรับระดับแท่นพิมพ์อัตโนมัติ
  • จอภาพ LCD สีขนาดใหญ่ 9.7 นิ้ว

จากที่ได้ทดสอบพิมพ์ไปหลายงานพอจะสรุปได้ดังนี้

ขนาดงานพิมพ์ 1 ลูกบาศก์เมตร

ด้วยขนาดแท่นพิมพ์ที่ใหญ่ถึง 1.00 x 1.00 x 1.00 เมตร ทำให้การพิมพ์งานชิ้นใหญ่ในครั้งเดียวโดยไม่ต้องต่อเป็นไปได้อย่างง่ายดาย เราไม่จำเป็นต้องย่องานให้เล็กลงเพื่อให้เข้ากับขนาดแท่นพิมพ์ที่เล็ก ๆ หรือแบ่งงานออกเป็นส่วน ๆ แล้วพิมพ์ทีละชิ้น ขนาด 1 ลบ.ม. ช่วยให้พิมพ์ได้ต่อเนื่องกว่า

ระบบทำความร้อนในห้องพิมพ์/ห้องเก็บเส้น

ในการพิมพ์พลาสติกประเภท ABS, PETG, Nylon, และพลาสติกวิศวกรรมอื่น ๆ จำเป็นต้องมีการรักษาอุณหภูมิระหว่างพิมพ์ให้คงที่ จะช่วยป้องกันการบิดตัว และการแยกชั้นได้ เครื่องพิมพ์ Fullscale Max 1000 มาพร้อมกับเครื่องทำลมร้อนที่สามารถปรับลมร้อนได้ถึง 70 องศาเซลเซียส รองรับการพิมพ์พลาสติกวิศวกรรมได้เป็นอย่างดี และตัวเครื่องที่ปิดสนิททำให้ความร้อนไม่รั่วไหล และไม่มีอากาศภายนอกมารบกวน

เครื่องเป่าลมร้อนภายในห้องพิมพ์
เครื่องเป่าลมร้อนภายในห้องพิมพ์
ปุ่มเปิดลมร้อนในห้องเก็บเส้น เลือกอุณหภูมิได้ตามชนิดของเส้นพลาสติก
ปุ่มเปิดลมร้อนในห้องเก็บเส้น เลือกอุณหภูมิได้ตามชนิดของเส้นพลาสติก
เครื่องเป่าลมร้อนในห้องเก็นเส้น
เครื่องเป่าลมร้อนในห้องเก็นเส้น

หัวพิมพ์คู่ที่สามารถทำความร้อนได้ถึง 420°C

ระบบสองหัวพิมพ์ช่วยให้พิมพ์งานสองสี หรือสองวัสดุได้พร้อมกัน และหัวพิมพ์ที่ให้มาจะมีสองแบบ แบบหนึ่งทำความร้อนได้ 260°C มีท่อเทฟล่อน เหมาะสำหรับใช้พิมพ์ PLA โดยเฉพาะ อีกแบบหนึ่งจะทำความร้อนได้ 420°C สำหรับพลาสติกนอกเหนือจาก PLA ซึ่งหัวพิมพ์ที่มีมาให้นอกจากที่ติดกับชุดหัวพิมพ์แล้วยังมีสำรองเป็นหัวพิมพ์ขนาดรูต่าง ๆ ได้แก่ 0.4, 0.6, 0.8, 1.0 และมีแบบ 420°C มาให้ด้วย นอกจากนี้ Fullscale Max 1000 จะมีอะไหล่ และเครื่องมือมาให้จำนวนมาก ทำให้ไม่ต้องกังวลเวลาเกิดการเสียหาย

หัวพิมพ์คู่
หัวพิมพ์คู่
อะไหล่หัวพิมพ์ขนาดต่าง ๆ ที่มีมาให้ในชุด
อะไหล่หัวพิมพ์ขนาดต่าง ๆ ที่มีมาให้ในชุด
อะไหล่เครื่องพิมพ์ให้มามากมาย
อะไหล่เครื่องพิมพ์ให้มามากมาย
อะไหล่ BL-Touch ก็ให้มาด้วย
อะไหล่ BL-Touch ก็ให้มาด้วย

ปรับระดับแท่นพิมพ์อัตโนมัติ 64 จุด

การปรับระดับแท่นมีความแม่นยำสูง โดยใช้ BL-Touch Probe วัดระยะเต็มพื้นที่ของแท่นพิมพ์มากถึง 64 จุด แล้วคำนวณชดเชยให้อัตโนมัติในระหว่างการพิมพ์ ทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีปัญหาในการพิมพ์อย่างแน่นอน

BL-Touch ช่วยให้การตั้งระดับแท่นพิมพ์ง่ายขึ้นเยอะ
BL-Touch ช่วยให้การตั้งระดับแท่นพิมพ์ง่ายขึ้นเยอะ

Linear Guide Rail คุณภาพสูง

Linear Guide Rail ดูแข็งแรงมั่นคงมาก
Linear Guide Rail ดูแข็งแรงมั่นคงมาก

Linear Guide Rail ส่วนมากจะมีใช้ในเครื่องจักรขนาดใหญ่ ที่ต้องการความแม่นยำในการทำงานสูง ในเครื่องพิมพ์ Fullscale Max 1000 ก็นำมาใช้เหมือนกัน ทำให้เหมาะกับการพิมพ์งานขนาดใหญ่ช่วยให้การพิมพ์แทบไม่มีความคลาดเคลื่อนเลย

อื่น ๆ

ระบบบันทึกตำแหน่งงาน เมื่อเกิดไฟฟ้าขัดข้อง เครื่องจะจำตำแหน่งที่พิมพ์ล่าสุดไว้ และหลังจากไฟฟ้ากลับมาใช้งานได้ปรกติ เมื่อเปิดเครื่องอีกครั้งเราสามารถสั่งให้เครื่องพิมพ์ต่อจากจุดสุดท้ายได้อย่างต่อเนื่อง หมดปัญหาว่างานจะเสียหาย ไม่ต้องพิมพ์ใหม่ตั้งแต่ต้น และเมื่อเส้นพลาสติกหมดระหว่างพิมพ์ เครื่องจะหยุดพิมพ์ชั่วคราว เมื่อเราเปลี่ยนเส้นพลาสติกม้วนใหม่เข้าไปแล้วเครื่องก็จะทำงานต่อโดยอัตโนมัติ เส้นพลาสติกที่ให้มาพร้อมเครื่องจะเป็นม้วนขนาด 3 กก. จำนวน 2 ม้วน

ระหว่างพิมพ์งานนับว่าเสียงเงียบพอสมควร ลองใช้แอปวัดดูจะอยู่ที่ประมาณ 50 DBA เสียงดังที่สุดตอนเครื่องขยับแกน Z

สรุปของสรุป

การพิมพ์ชิ้นงานขนาดใหญ่ด้วยหัวพิมพ์ 1 มม. จะต้องปรับค่าการพิมพ์ใหม่ ซึ่งจะแตกต่างจากการตั้งค่าการพิมพ์ในเครื่องขนาดเล็กที่ใช้หัวพิมพ์ขนาดมาตรฐาน 0.4 มม. ในการพิมพ์งานชิ้นใหญ่จะใช้เวลานาน ดังนั้นจึงไม่นิยมพิมพ์ที่ความละเอียดสูง สำหรับหัวพิมพ์ขนาด 1.0 มม. เราขอแนะนำให้ใช้ layer height ที่ 0.50-0.75 มม. (การที่ใช้ layer height จะมีผลให้ต้องใช้ support มากกว่าปรกติอยู่บ้าง) ส่วน infill ใช้แค่ 5% ก็พอ งานที่ได้มีความแข็งแรงมาก ลองดูตัวอย่างการตั้งค่างานพิมพ์จากทางผู้ผลิตได้

เราได้ทดสอบเรื่องไฟดับแล้วพิมพ์ต่อ และเส้นหมดแล้วพิมพ์ต่อ ทั้งสองฟังก์ชั่นทำงานปรกติ แทบไม่มีรอยต่อเลย นับว่าเครื่องพิมพ์ Fullscale Max 1000 เป็นเครื่องพิมพ์สามมิติระดับอุตสาหกรรมที่ไว้ใจได้ ในราคาที่จับต้องได้ ณ วันที่รีวิวนี้ราคาประมาณ 1 ล้านบาทเศษ ซึ่งเมื่อเทียบกับเครื่องขนาดใกล้เคียงกันของยี่ห้ออื่นเรียกได้ว่าราคาถูกกว่าครึ่งเลยทีเดียว นับว่าเป็นเครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่ที่คุณภาพสูงและราคาประหยัดสำหรับยุคนี้

ดาวโหลด โปรชัว ใบเสนอราคา / Demo

Specification

Printing
Print Technology Fused Filament Fabrication
Build Volume 1000*1000*1000mm
Number of Nozzles Double
Resolution 0.1 mm
Layer Resolution 0.05 mm
Filament Diameter 1.75 mm
Filament Compatibility ABS,PLA,Carbon Fiber,PETG,Nylon,PC,etc.
Nozzle Diameter 1.0 mm(0.4~1.5 mm)
Print File Type STL, OBJ, AMF, Gcode

 

Temperature
Max. Nozzle Temperature 420 ℃
Max. Bed Temperature 100 ℃
Hot Chamber Temperature 60 ℃
Filament Dry Room Temperature 45 ℃/65 ℃

 

Mechanical
Construction Power-Coated Steel, Aluminum Casting for Motion Components, POM
Build Plate Glass Ceramic Panel
Build Plate Leveling Automatic
Extruder Smart Dual Extruders
Stepper Motors 1.8° Step Angle with 1/16 Micro-stepping
X Y Positioning Precision 0.011 mm
Z Positioning Precision 0.002 5 mm
Software
Software Bundle CreatWare, Simplify 3D, Cura, Slice 3r, etc
Supported File Types STL,OBJ,Gcode,AMF
Operating Systems Win7/8/10, MacOS

 

Special Function
Outage Restored Save data when power is off
Filament Detection Pause printing when filament run out
Automatic Shut-down Turn off the power automatically when printing is complete
Camera control Camera remote monitoring and real-time control of the printing process

 

Speed
Best Printing speed 60 mm/s
Max. Printing speed 120 mm/s

 

Electrical
Power Requirements 220~240 V, 50~60 Hz
Screen 9.7-inch full color touch screen independent operating system (multi-language)
Max. Power 4000W
Storage Media U Disk
Connectivity USB

 

Size & Weight
Product Dimensions & Weight 1740*1300*1920mm 550kg
Packing Size & Weight 1910*1510*2205mm 640kg

 

สุดยอดโปรแกรม 3D ฟรี 2020

สุดยอดโปรแกรม 3D ฟรี 2020

ทุกวันนี้การเทคโนโลยีสามมิติมีบทบาทมากขึ้นในชีวิตของเราทุกคน และจะมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นวันนี้ยังไม่สายเกินไปที่จะเริ่มเรียนรู้ และใช้งานเทคโนโลยีนี้ ซึ่งในปัจจุบันมันไม่ได้ใช้งานยากเหมือนเมื่อก่อน และสำหรับผู้เริ่มต้น เรามีโปรแกรม 3D ที่ใช้งานง่าย และที่สำคัญคือใช้งานได้ฟรี มีทั้งแบบโปรแกรมเดี่ยว และทำงานผ่านเวบเบราส์เซอร์ เรามาดูกันเลยดีกว่าว่ามีโปรแกรมตัวไหนน่าสนใจบ้าง

1. 3D Slash

ชื่อ 3D Slash
ระบบปฏิบัติการ Windows, Mac, Linux, Raspberry Pi or Browser
ระดับผู้ใช้งาน เริ่มต้น/มือใหม่ งานอดิเรกที่ต้องการความสนุกสนานในการสร้างโมเดล
ราคา ฟรี / หรือสมัครใช้งานแบบพรีเมี่ยม $2-20 ต่อเดือน
รูปแบบไฟล์ 3dslash, obj, stl
ดาวน์โหลด 3D Slash

3D Slash เป็นโปรแกรมที่ใช้งานง่าย สร้างโมเดลสามมิติจากบล็อกเล็ก ๆ เหมือนกับเกมส์ Minecraft โดยคุณจะทำงานกับบล็อกลูกบาศก์ ใช้เครื่องมือต่าง ๆ เช่น พลั่ว ค้อน สิ่ว สว่าน เป็นต้น ในการตกแต่งลูกบาศก์นั้นให้เป็นรูปร่างอย่างที่ต้องการ หรือใช้เกรียง เพื่อเพิ่มเนื้องาน

3D Slash เป็นโปรแกรมที่ใช้งานง่าย เหมาะกับผู้เริ่มใช้โปรแกรม 3D ด้วยคำแนะนำเพียงเล็กน้อยคุณก็สามารถสร้างสรรค์งานได้อย่างหรูแล้ว ลองดูตัวอย่างการใช้งานใน YouTube ได้ https://www.youtube.com/watch?v=iGj1-h8k950&t=57s นอกจากนี้คุณยังสามารถนำไฟล์งานจากที่อื่นเข้ามาดัดแปลงแก้ไขได้อีกด้วย

เวอร์ชั่นฟรีจะมีข้อจำกัดในเครื่องมือ และความสามารถแต่ถ้าคุณยอมจ่ายเพียง $2 ก็จะปลดล็อกคำสั่ง และเครื่องมือต่าง ๆ ทั้งหมด โปรแกรมนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้งานโปรแกรม 3D ไม่บ่อยมาก และไม่ต้องการเรียนรู้คำสั่งที่วุ่นวายในโปรแกรม 3D ทั่วไป

Review: 3D Slash Review: 3D Modeling Made Super Easy

Tutorial: 3D Slash Tutorial for Beginners: How to Use 3D Slash

2. Clara.io

ชื่อ Clara.io
ระบบปฏิบัติการ ทำงานผ่านเบราส์เซอร์
ระดับผู้ใช้งาน มือใหม่-ระดับกลาง ผู้มีความมุ่งมั่นเรียนรู้
ราคา ฟรี / หรือสมัครใช้งานแบบพรีเมี่ยม $10-100 ต่อเดือน
รูปแบบไฟล์ 3dm, 3ds, cd, dae, dgn, dwg, emf, fbx, gf, gdf, gts, igs, kmz, lwo, rws, obj, off, ply, pm, sat, scn, skp, slc, sldprt, stp, stl, x3dv, xaml, vda, vrml, x_t, x, xgl, zpr
ดาวน์โหลด Clara.io

Clara.io เป็นโปรแกรมฟรีที่ใช้งานบนเบราส์เซอร์ เมื่อเห็นครั้งแรก โปรแกรมนี้จะมีหน้าตาคลาสิคตามแบบฉบับโปรแกรม 3D โดยใช้รูปหลายเหลี่ยม แต่มันมีคุณสมบัติมากกว่าที่เราคาดหวังจากโปรแกรมบนเวบเบราส์เซอร์ ตัวอย่างเช่น การเรนเดอร์ที่มีคุณภาพเทียบเท่าโปรแกรมราคาแพง ยังมี V-ray ที่สามารถเพิ่มแสงให้กับโมเดลโดยใช้รูปภาพ HDR และคำสั่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะทำให้คุณประทับใจ นอกจากนี้มันยังทำแอนนิเมชั่นแบบง่ายๆ ได้อีกด้วย

นอกจากนี้ Clara.io ยังสามารถใช้ร่วมกันกับผู้ใช้งานหลายคนได้ด้วย โดยเพิ่มผู้ใช้งานในไฟล์ที่ทำอยู่ และการเปลี่ยนแปลงนั้นจะถูกเชื่อมเข้าด้วยกันโดยอัตโนมัติ

เวอร์ชั่นฟรีของ Clara.io ให้พื้นที่ในการจัดเก็บไฟล์ในคลาวด์จำนวน 2 GB ส่วนเวอร์ชั่นเสียเงินจะได้พื้นที่จัดเก็บมากขึ้น ซีนสาธารณะที่ไม่จำกัด เป็นโปรแกรมบนเวบที่น่าสนใจตัวหนึ่ง

Moment of Inspiration (MoI)

Image: Moment of Inspiration
ชื่อ Moment of Inspiration (MoI)
ระบบปฏิบัติการ Windows และ Mac
ระดับผู้ใช้งาน มือใหม่-นักออกแบบ 3D ที่ชอบ NURBS แต่ไม่อยากยุ่งยากด้านเทคนิค
ราคา ฟรี / หรือ $295 สำหรับเวอร์ชั่นเต็ม
รูปแบบไฟล์ 3ds, 3dm, dxf, fbx, igs, lwo, obj, skp, stl, stp and sat
ดาวน์โหลด Moment of Inspiration (MoI)

MoI (ย่อมาจาก “Moment of Inspiration”) เป็นโปรแกรมทีทำมาเพื่อศิลปิน และนักออกแบบโดยเฉพาะ ผู้พัฒนาได้ใส่ความสามารถของการสร้างไฟล์สามมิติมาให้อย่างเต็มรูปแบบ แต่ได้ตัดความยุ่งยากซับซ้อนทางด้านเทคนิคออกไป ทำให้ผู้ใช้งานทำงานได้อย่างอิสระ และสามารถจดจ่ออยู่กับการสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่

ในขณะที่โปรแกรม 3D อื่น ๆ ต้องมีการกดเมาส์ปุ่มขวาบ่อยมากถึงมากที่สุด MoI กลับใช้การเชื่อมต่อกับผู้ใช้งานแบบเรียบง่าย มันสามารถใช้งานกับเมาส์ปากกาได้อย่างลงตัว จนคุณสามารถใช้งานโปรแกรมได้โดยไม่ต้องแตะคีย์บอร์ดเลย

ที่ด้านขวามือของจอภาพจะมีเมนูให้เลือกว่าจะเขียนเป็นเส้น หรือเป็นรูปทรงสามมิติ มีคำสั่งแบบ 3D เช่น ดึงยืด ตัดมุม มนมุม ออฟเซ็ท ฯลฯ และมีคำสั่งดัดแปลงเช่น หมุน ย่อ-ขยาย จัดเรียง เปลี่ยนรูปทรง ฯลฯ และยังสามารถกำหนดขนาดที่แน่นอนได้ด้วย MoI สามารถใช้สคริปได้ด้วย

MoI สามารถเรียนรู้ได้ในเวลาอันสั้น โดยผู้ใช้งานไม่ต้องมีพื้นฐานด้านสามมิติมาก่อน ก็สามารถสร้างสรรค์โมเดลได้อย่างรวดเร็ว

หากคุณต้องการทำงานกับ NURBS ให้ลึกกว่านี้เราขอแนะนำโปรแกรม Rhino3D

4. SelfCAD

ชื่อ SelfCAD
ระบบปฏิบัติการ ทำงานผ่านเบราส์เซอร์
ระดับผู้ใช้งาน มือใหม่-นักออกแบบ 3D ที่ชอบ NURBS แต่ไม่อยากยุ่งยากด้านเทคนิค
ราคา ทดลองใช้ฟรี 10 วัน / หรือ $14.99 ต่อเดือน
รูปแบบไฟล์ stl, obj, mtl, ply, png, dae, svg
ดาวน์โหลด SelfCAD

SelfCAD เป็นโปรแกรมที่ทำได้ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการพิมพ์สามมิติเลยทีเดียว มันมีความสามารถในการสร้างโมเดลสามมิติที่ซับซ้อนได้

ด้วยหน้าจอการทำงานที่ไหลลื่น มีความเรียบง่าย ทำให้มือใหม่สามารถเริ่มสร้างสรรค์งานได้ทันที คุณยังสามารถโหลดรูป 2D มาเป็นแบบในการอ้างอิงได้ด้วย

ข้อหนึ่งที่ทำให้โปรแกรมนี้น่าสนใจคือมันสามารถซ่อมไฟล์ที่เสียได้ พร้อมทั้งเตรียมไฟล์เพื่อส่งไปยังเครื่องพิมพ์ได้อีกด้วย มีรายชื่อเครื่องพิมพ์มาตรฐานให้เลือกมากมาย หรือคุณจะกำหนดคุณลักษณะของเครื่องพิมพ์เองก็ได้อีก

5.SketchUp

A render from SketchUp 2019. (Source: SketchUp)
ชื่อ SketchUp
ระบบปฏิบัติการ Windows and Mac
ระดับผู้ใช้งาน มือใหม่-นักออกแบบ 3D กราฟฟิกดีไซน์เนอร์
ราคา ฟรี
รูปแบบไฟล์ dwg, dxf, 3ds, dae, dem, def, ifc, kmz, stl
ดาวน์โหลด SketchUp

SketchUp เป็นที่นิยมในวงการสถาปัตยกรรม การตกแต่งภายใน วิศวกรรม และการก่อสร้าง สิ่งที่ถูกใจผู้ใช้งานคือการใช้งานที่ง่าย มันช่วยให้สร้างไฟล์สามมิติได้โดยหัดใช้งานเพียงไม่กี่ชั่วโมง

นอกจากการใช้งานที่ง่ายแล้วยังมีกลุ่มสังคมออนไลน์ที่ช่วยกันพัฒนาส่วนเสริมให้กับโปรแกรมนี้ด้วย ซึ่งส่วนมากจะใช้ได้โดยไม่ค่าใช้จ่าย

ในเวอร์ชั่นที่ทำงานบนเว็บจะใช้งานได้ฟรี แถมให้พื้นที่จัดเก็บ 10 GB ด้วย แต่ถ้าใช้งานแบบมืออาชีพจะมีค่าใช้จ่าย 1199 เหรียญต่อปี และสามารถใช้งานในแบบเดสท็อปได้ด้วย มีพื้นที่จัดเก็บแบบไม่จำกัด พร้อมทั้งฟีเจอร์ใหม่ๆ อีกเพียบ

นอกจากนี้ SketchUp ยังมีส่วนเพิ่มเติมดี ๆ ให้ใช้งานฟรี เช่น

Tutorials:

6. Tinkercad

ชื่อ Tinkercad
ระบบปฏิบัติการ ทำงานผ่านเบราส์เซอร์
ระดับผู้ใช้งาน มือใหม่
ราคา ฟรี
รูปแบบไฟล์ 123dx, 3ds, c4d, mb, obj, svg, stl
ดาวน์โหลด TinkerCAD

อย่าให้หน้าตาของซอฟแวร์หลอกคุณ มันไม่ได้เป็นโปรแกรมสำหรับเด็กอนุบาลนะ Tinkercad ช่วยให้คุณรวมรูปทรงสามมิติ ด้วยการเชื่อมต่อ เจาะ ตัดออก ได้อย่างง่ายดาย ทำให้มือใหม่ในเรื่อง 3D ก็สามารถสร้างงานที่น่าประทับใจได้ ลองดูตัวอย่างผลงานในชุมชนผู้ใช้งานของ Tinkercad ได้เลย

หากคุณต้องการเริ่มต้นกับปีแกรม 3D สักตัว Tinkercad เป็นตัวเลือกที่ดี แล้วคุณจะรักมัน

 

โปรแกรมสำหรับผู้ใช้งานระดับกลางขึ้นไป

7. Blender

ชื่อ Blender
ระบบปฏิบัติการ Windows, Mac, Linux
ระดับผู้ใช้งาน ระดับกลาง – นักออกแบบ 3D มืออาชีพ นักพัฒนาเกมส์
ราคา ฟรี
รูปแบบไฟล์ 3ds, dae, fbx, dxf, obj, x, lwo, svg, ply, stl, vrml, vrml97, x3d
ดาวน์โหลด Blender

Blender เป็นโปรแกรมสำหรับผู้ใช้งานระดับกลางถึงมืออาชีพ เป็นโปแกรมแบบ open-source ที่สามารถสร้างงานแอนนิเมชั่น visual effects, art, interactive applications, video games, และ โมเดล 3D ที่ใช้เพื่อการพิมพ์ Blender มีคำสั่งมากมายในการสร้าง 3D modeling, texturing, raster graphics editing, fluid, particle and smoke simulation, sculpting, animating, match moving, camera tracking, rendering, video editing, และ compositing นอกจากนี้มันยังเป็นโปรแกรมฟรีที่ใช้การประมวลผลแบบเกมมิ่งด้วย

Blender ยังสามารถปั้นงานในลักษณะเดียวกับ Mudbox หรือ ZBrush อีกด้วย และยังมีคำสั่ง เครื่องมือ ในการสร้างโมเดลแบบโครงข่ายเพื่อนำไปพิมพ์ และสามารถซ่อมโมเดลได้ด้วย

เป็นที่แน่นอนว่าเครื่องมือจำนวนมาก ย่อมมาพร้อม “ราคา” ถึงแม้มันจะเป็นโปรแกรมฟรี แต่การใช้งานให้คล่องก็ไม่ได้ง่ายเลย มันไม่เหมาะกับมือใหม่อย่างยิ่ง แต่ถ้าคุณรับได้กับการที่ต้องใช้เวลาเรียนรู้มันอย่างมาก Blender จะเป็นสารพัดประโยชน์มากที่สุดเท่าที่คุณจะหาได้

Tutorial: How to 3D Print Text Using Blender

8. DesignSpark Mechanical

ชื่อ DesignSpark Mechanical
ระบบปฏิบัติการ Windows
ระดับผู้ใช้งาน ระดับมืออาชีพ ที่ต้องการตัวเลือกอื่นแทน AutoCAD
ราคา ฟรี (835USD สำหรับ add-ons ทั้งหมด)
รูปแบบไฟล์ rsdoc, dxf, ecad, idf, idb, emn, obj, skp, STL, iges, step
ดาวน์โหลด DesignSpark

DesignSpark Mechanical เป็นโปรแกรมที่มีคำสั่งคล้ายกับโปรแกรม CAD ทั่วๆ ไป การทำงานก็เป็นแบบธรรมดา หน้าตาของโปรแกรมจะดูคล้ายกับ AutoCAD อย่างมาก ดังนั้นหากต้องการโปรแกรมทางเลือก DesignSpark Mechanical ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าพิจารณา

โดยที่โปรแกรมหลักจะสามารถใช้งานได้ฟรี แต่ผู้พัฒนาจะคิดเงินสำหรับฟังก์ชั่นเสริมเช่น เพิ่มตัวเลือกในการ import/export และ rendering ซึ่งจะต้องเชื่อมต่อแบบออนไลน์

 

9. FreeCAD

ชื่อ FreeCAD
ระบบปฏิบัติการ Windows, Mac, Linux
ระดับผู้ใช้งาน ระดับกลางที่ต้องการลงลึกถึงความสามารถของมัน
ราคา ฟรี
รูปแบบไฟล์ step, iges, obj, stl, dxf, svg, dae, ifc, off, nastran, Fcstd
ดาวน์โหลด FreeCAD


FreeCAD
เป็นโปรแกรม 3D ประเภท parametric ที่สามารถสร้างงานได้ทุกขนาด ระบบ parametric ช่วยให้คุณกลับไปแก้ไขรูปร่างของโมเดลโดยการเปลี่ยนตัวแปรต่าง ๆ ได้ตลอดเวลาอย่างง่ายดาย

FreeCAD เป็นโปรแกรม open source และมีความสามารถสูงในการปรับเปลี่ยน การสร้างสคริปต์ และการเพิ่มส่วนขยาย มันใช้บางส่วนของ Python ดังนั้นคุณจึงสามารถใช้ภาษาโปรแกรมเพื่อสร้างฟีเจอร์ใหม่ให้กับ FreeCAD ได้

เนื่องจาก FreeCAD เป็น open source จึงมีชุมชนผู้ใช้งาน CAD จำนวนมาก จึงอาจจะต้องเตรียมใจไว้กับความยุ่งยากในการใช้งานช่วงแรก ๆ แต่หากลงลึกไปในโปรแกรมแล้วจะพบว่ามันมีฟีเจอร์ดี ๆ ให้ใช้เป็นรางวัล

FreeCAD มีโครงสร้างแบบโมดูล่า ทำให้เราสามารถติดตั้งมันเข้ากับโปรแกรมหลักได้เรื่อย ๆ

Tutorial: FreeCAD Tutorial for 3D Printing

 

 10. LibreCAD

ชื่อ LibreCAD
ระบบปฏิบัติการ Windows, Mac, Linux
ระดับผู้ใช้งาน ระดับกลางที่ต้องการลงลึกถึงความสามารถของมัน
ราคา ฟรี
รูปแบบไฟล์ dxf, dwg
ดาวน์โหลด LibreCAD

LibreCAD เป็นโปรแกรมแบบ open source มีความเรียบง่าย เครื่องมือพื้นฐานที่เพียงพอในการสร้าง และแก้ไขโมเดล มันแสดงผลเป็นแบบ 2D ทำให้โปรแกรมมีขนาดเล็กเพียง 30MB แต่ไม่ต้องเป็นห่วงมันแสดงผลเป็นแบบ isometric ได้ด้วย

หน้าจอของ LibreCAD เป็นระเบียบดี เหมาะกับผู้เริ่มต้นใช้งาน เมื่อเริ่มใช้งานมันคล่องขึ้นคุณอาจจะอยากใช้งานมันให้เร็วขึ้นด้วยการพิมพ์คำสั่งที่ด้านล่าง

 

11. MakeHuman

ชื่อ MakeHuman
ระบบปฏิบัติการ Windows, Mac, Linux
ระดับผู้ใช้งาน ระดับกลาง
ราคา ฟรี
รูปแบบไฟล์ dae, fbx, obj, STL
ดาวน์โหลด MakeHuman


MakeHuman
เป็นโปรแกรมที่เอาไว้สร้างรูปคน มันเคยเป็น plugin ใน Blender แต่ตอนนี้เป็นโปรแกรมเฉพาะทางแล้ว

MakeHuman มีลักษณะเหมือนโปรแกรมเด็กเล่นที่ประกอบร่างกายมนุษย์ที่ดูเหมือนจริง และมีเอกลักษณ์ขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว โดยอาศัยการเลื่อนหาตัวเลือกของเพศ ใบหน้า ลำตัว แขน และขา มีตัวเลือกย่อยอีกมากมาย คุณสามารถปรับเปลี่ยนได้จนถึงปลายผมเลยทีเดียว

เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณก็ยังเลือกเสื้อผ้าใส่ให้กับโมเดลของคุณได้อีกหลายแบบตั้งแต่แบบสบาย ๆ ถึงแบ ชิค ๆ มันยังปรับรูปหน้าเพื่อแสดงอารมณ์ได้อีกด้วย MakeHuman ยังสร้างโครงตาข่ายเพื่อไปปรับแต่งแบบละเอียดในโปรแกรมปั้น 3D แบบ ZBrush ได้ สำหรับผู้ใช้งาน Blender ก็สามารถโอนถ่ายงานไปมาระหว่างสองโปรแกรมได้อีก นับว่าเป็นโปรแกรมที่ดีมากสำหรับการสร้างโมเดลคน

12. Meshmixer

ชื่อ Meshmixer
ระบบปฏิบัติการ Windows, Mac
ระดับผู้ใช้งาน ระดับกลางที่ต้องการตรวจสอบ ซ่อมแซมไฟล์
ราคา ฟรี
รูปแบบไฟล์ amf, mix, obj, off, stl
ดาวน์โหลด Meshmixer

Meshmixer เป็นเสมือนเครื่องมืออเนกประสงค์ในด้าน 3D modeling อย่างชัดเจน Meshmixer ถูกออกแบบมาให้ใช้งานในแบบโครงตาข่ายด้วยวิธีที่ง่ายที่สุด ตัวอย่างเช่น คุณสามารถใช้งาน Meshmixer ในการทำโมเดลสำหรับอวัยวะเทียม ในส่วนที่เป็นกลไก และส่วนที่เป็นข้อมูลจากการสแกนเพื่อให้สวมใส่ได้สบาย นอกจากนี้ใน Meshmixer ยังมีคำสั่งที่ช่วยปรับแต่งโมเดลที่มักจะมีอยู่ในโปรแกรมราคาแพงระดับอุตสาหกรรมมาให้ด้วย คุณยังสามารถลดส่วนที่ไม่จำเป็นเพื่อลดเวลาการพิมพ์ไปได้ด้วย มันยังสร้างข้อต่อให้อัตโนมัติเพื่อเชื่อมต่องานสองชิ้นเข้าด้วยกัน

สุดท้าย Meshmixer มีความสามารถในการซ่อมแซมไฟล์ที่มีปัญหา ทำโมเดลให้กลวง ลดจำนวนโครงตาข่าย ทำให้มันเป็นโปรแกรมที่สุดยอดโปรแกรมหนึ่งสำหรับ 3D printing.

Tutorial: MeshMixer Tutorial for 3D Printing Beginners

13. NanoCAD

ชื่อ NanoCAD
ระบบปฏิบัติการ Windows
ระดับผู้ใช้งาน ระดับสูงที่ต้องการโปรแกรมทดแทน AutoCAD
ราคา ฟรี
รูปแบบไฟล์ sat, step, igs, iges, sldprt, STL, 3dm, dae, dfx, dwg, dwt, pdf, x_t, x_b, xxm_txt, ssm_bin
ดาวน์โหลด nanoCAD

ในรุ่นพื้นฐานของ NanoCAD สามารถใช้งานได้ฟรี ระบบติดต่อกับผู้ใช้งานจะเหมือนโปรแกรม AutoCAD ดังนั้นการเปลี่ยนไปมาระหว่างโปรแกรมทำได้ราบรื่นมาก

NanoCAD เป็นใช้การขึ้นรูปแบบ parametric ทำให้การกลับไปแก้ไขดัดแปลงงานเก่าทำได้โดยไม่ต้องยุ่งยาก นอกจากนี้มันยังมีระบบอัตโนมัติสำหรับงานที่ทำเป็นประจำ ตัวโปรแกรมใช้งานง่าย เมนูเข้าถึงได้ง่ายไม่ว่าคุณจะเล่นเป็นงานอดิเรก หรือมืออาชีพ

หากคุณต้องการเพิ่มเติมความสามารถของ NanoCAD มันก็มี plugins ให้ใช้มากมาย แต่ถ้าโปรเจคของคุณต้องการมากกว่านั้น คุณอาจจะลองมองไปที่รุ่น Plus หรือ Pro แทน

14. OpenSCAD

ชื่อ OpenSCAD
ระบบปฏิบัติการ Windows, Mac, Linux
ระดับผู้ใช้งาน ระดับกลาง ผู้รักในการเขียนโค๊ด
ราคา ฟรี
รูปแบบไฟล์ dxf, off, stl
ดาวน์โหลด OpenSCAD

อีกโปรแกรม 3D ฟรีที่น่าสนใจคือ OpenSCAD มันไม่ได้เป็นโปรแกรมประเภท interactive แต่เป็นแบบใช้การพิมพ์คำสั่งด้วยแป้นพิมพ์ ซึ่งการขึ้นรูปโมเดล 3D จะใช้การเขียนโค๊ดกำหนดค่าต่าง ๆ แล้วโปรแกรมจะสร้างเป็นโมเดล 3D ให้

OpenSCAD อาจจะไม่ใช่โปรแกรมสำหรับทุกคน แต่มันเป็นสุดยอดโปรแกรมสำหรับผู้ที่ชอบเขียนโค๊ด เขียนสูตร และต้องการเห็นสูตรที่เขียนขึ้นมาแปลงไปเป็นรูปทรงสามมิติ

15. Sculptris

ชื่อ Sculptris
ระบบปฏิบัติการ Windows, Mac
ระดับผู้ใช้งาน ระดับกลาง ผู้ที่ต้องการปั้นงานแต่ไม่อยากใช้ ZBrush หรือ Mudbox
ราคา ฟรี
รูปแบบไฟล์ obj, goz
ดาวน์โหลด Sculptris

Sculptris มีผู้พัฒนาโปรแกรมเดียวกันกับ ZBrush มันดูเหมือนกันแต่มีคำสั่ง และเครื่องมือน้อยกว่า ช่วยให้มือใหม่สามารถใช้งาน และสร้างโมเดลที่นำไปพิมพ์ได้อย่างรวดเร็ว

เนื่องจากมันมีเครื่องมือปั้นงานที่ละเอียดอ่อน หลักการสำคัญของโปรแกรมนี้คือ อย่าพยายามสร้างงานที่มีความละเอียดสูง ๆ ในช่วงแรกที่เริ่มใช้งาน ให้ค่อย ๆ เพิ่มไปทีละขั้นเมื่อเรียนรู้มากขึ้น ในช่วงแรกควรใช้รูปทรงที่เตรียมไว้ให้ก่อน และการใช้แปรงให้ใช้ที่ขนาดใหญ่ก่อน จนกว่าได้รูปร่างที่ต้องการแล้วจึงใช้แปรงขนาดเล็กลง เพื่อทำงานที่มีรายละเอียดมากขึ้น

หากคุณต้องการหัดปั้นงานแบบดิจิตอล Sculptris เป็นโปรแกรมที่เหมาะในการเริ่มเรียนรู้ แต่ถ้าต้องการเจาะลึกลงไปอีก เราขอแนะนำ ZBrush หรือ Mudbox

ทั้งหมดนี้คงจะมีโปรแกรมที่คุณเลือกใช้เป็นอันแรกสักโปรแกรมหนึ่งนะครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย และหวังว่าคุณจะเป็นมืออาชีพในด้าน 3D ในเร็ววัน

Preview Fullscale Max 1000

Preview Fullscale Max 1000

ทุกวันนี้มีความต้องการเครื่องพิมพ์สามมิติที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เราจึงขอนำเสนอเครื่องพิมพ์ Fullscale Max 1000 เป็นเครื่องพิมพ์สามมิติชนิด FFF (Fused Filament Fabrication) ที่ถือว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีในประเทศไทย โดยมีขนาดที่ใหญ่ถึง 1.00 เมตร x 1.00 เมตร x 1.00 เมตร สามารถตอบโจทย์งานพิมพ์ที่หลากหลาย ในทุกจุดประสงค์ของการใช้งาน

เครื่องพิมพ์ Fullscale Max 1000 มาพร้อมกับคุณสมบัติที่ลงตัวคุ้มค่าการลงทุน ลองมาดูกันว่าเครื่องนี้ให้อะไรกับเราบ้าง

ขนาด และน้ำหนัก

ด้วยตัวเครื่องมีขนาดกระทัดรัดเพียง 1.74 x 1.30 x 1.92 ม. น้ำหนักเครื่อง 550 กก. กินพื้นที่น้อยกว่า เบากว่าเครื่องยี่ห้ออื่นที่มีขนาดเดียวกัน ทำให้ไม่ต้องเตรียมพื้นที่กว้าง ๆ ไม่ต้องเสริมพื้นเพื่อรับน้ำหนักเครื่อง

เป็นโครงสร้างแบบปิด

ทำให้ควบคุมอุณหภูมิในห้องพิมพ์ได้ โดยมีเครื่องทำความร้อนในห้องพิมพ์พร้อมแท่นพิมพ์ที่ให้ความร้อนได้ สามารถรักษาอุณหภูมิให้กับชิ้นงาน ช่วยให้งานไม่บิดตัวจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหัน

พื้นที่พิมพ์ภายในเครื่อง ขนาด 1 x 1 x 1 เมตร
ระบบดูดอากาศ และกรองอากาศ
ห้องเก็บเส้นพลาสติก พร้อมเครื่องอบให้เส้นพร้อมใช้งานอยู่เสมอ
เครื่องทำความร้อนในห้องพิมพ์ ช่วยรักษาอุณหภูมิให้คงที่
สามารถเลือกอุณหภูมิในการอบเส้นพลาสติกได้

พิมพ์งานได้แบบ 24/7

มั่นใจได้ว่างานพิมพ์จะไม่มีปัญหา สามารถสั่งพิมพ์ได้ยาวนาน 24 ชั่วโมง 7 วัน สามารถพิมพ์งานต่อได้ แม้ไฟดับ หรือเส้นหมดระหว่างพิมพ์

ระบบความปลอดภัยสูง

รวดเร็ว และละเอียด

ด้วยโครงสร้างที่มั่นคง อุปกรณ์ที่มั่นใจ ทำให้สามารถพิมพ์งานได้อย่างรวดเร็ว และมีความละเอียด แม่นยำสูง

Ball Screw ถึง 4 ตัว
Linear Guide Rail ที่มีความเที่ยงตรงสูง

 

ปรับระดับแท่นพิมพ์อัตโนมัติ 25 จุด

มั่นใจได้ว่าแท่นพิมพ์จะได้ระดับตลอดเวลา

ปรับระดับแท่นพิมพ์ 25 จุดด้วย BL-Touch probe

มีกล้องเช็คงานได้ตลอดเวลา

ข้อมูลด้านเทคนิคของเครื่อง Fullscale Max 1000

รอชม Review ฉบับเต็มในโพสหน้านะครับ

Technical Specs

Printing
Print Technology Fused Deposition Modeling
Build Volume 1 000*1 000*1 000 mm
Number of Nozzles Double
Resolution 0.1 mm
Layer Resolution 0.05 mm
Filament Diameter 1.75 mm
Filament Compatibility ABS,PLA,Carbon Fiber,PETG,Nylon,PC,etc.
Nozzle Diameter 1.0 mm(0.4~1.5 mm)
Print File Type STL, OBJ, AMF, Gcode
Temperature
Max. Nozzle Temperature 420 °C
Max. Bed Temperature 100 °C
Hot Chamber Temperature 60 °C
Filament Dry Room Temperature 45 °C
Mechanical
Construction Power-Coated Steel, Aluminum Casting for Motion Components, POM
Build Plate Glass Ceramic Panel
Build Plate Leveling Automatic
Extruder Smart Dual Extruders
Stepper Motors 1.8° Step Angle with 1/16 Micro-stepping
X Y Positioning Precision 0.011 mm
Z Positioning Precision 0.002 5 mm
Software
Software Bundle CreatWare, Simplify 3D, Cura, Slice 3r, etc
Supported File Types STL,OBJ,Gcode,AMF
Operating Systems Win7/8/10, MacOS
Special Function
Outage Restored Save data when power is off
Filament Detection Pause printing when filament run out
Automatic Shut-down Turn off the power automatically when printing is complete
Camera control Camera remote monitoring and real-time control of the printing process
Speed
Best Printing speed 60 mm/s
Max. Printing speed 120 mm/s
Electrical
Power Requirements 220~240 V, 50~60 Hz
Screen 9.7-inch full color touch screen independent operating system (multi-language)
Max. Power 4 000 W
Storage Media U Disk
Connectivity USB
Size & Weight
Product Dimensions & Weight 1 740*1 300*1 920 mm 550 kg
Packing Size & Weight 1 910*1 510*2 205 mm 640 kg

 

ลูกค้า: บริษัท เฟมไลน์ โปรดักส์ จำกัด

ลูกค้า: บริษัท เฟมไลน์ โปรดักส์ จำกัด

ขอขอบคุณ บริษัท เฟมไลน์ โปรดักส์ จำกัด
ที่อุดหนุนเครื่องพิมพ์สามมิติ Flashforge Creator 3 ไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพสูงขึ้น

3D Printer : Flashforge Creator 3

ลูกค้า: วิทยาลัยสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

ลูกค้า: วิทยาลัยสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

ขอขอบคุณ วิทยาลัยสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
ที่อุดหนุนเครื่องพิมพ์สามมิติ Flashforge Creator 3, Formlabs Form 3 พร้อมด้วย Form Wash และ Form Cure และเครื่องสแกนสามมิติ Einscan-Pro 2X เพื่อใช้ในการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย

3D Printer : Flashforge Creator 3,  Formlabs Form 2, Form Wash และ Form Cure

    3D Scanner: Einscan-Pro 2X    

ลูกค้า: บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน)

ลูกค้า: บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน)

ขอขอบคุณ บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน)

ที่อุดหนุนเครื่องพิมพ์สามมิติ Fullscale Max 660 และ เครื่องสแกนสามมิติ Einscan Pro 2X Plus ไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์กระเบื้องของบริษัทให้มีคุณภาพสูงขึ้น

3D Printer :  Fullscale Max 660  Einscan Pro 2X Plus

ตัวอย่างงานที่พิมพ์จากเครื่อง
ตัวอย่งงานที่พิมพ์จากเครื่อง Max660

ลูกค้า: บริษัท ซันกิ ควอลิตี้ โปรดักส์ จำกัด

ลูกค้า: บริษัท ซันกิ ควอลิตี้ โปรดักส์ จำกัด

ขอขอบคุณ บริษัท ซันกิ ควอลิตี้ โปรดักส์ จำกัด
ที่อุดหนุนเครื่องพิมพ์สามมิติ Flashforge Creator 3 เพื่อใช้พัฒนาสินค้าของบริษัท ฯ ให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น

3D Printer : Flashforge Creator 3

โปรแกรมสร้างโมเดล เพื่อการพิมพ์สามมิติ

โปรแกรมสร้างโมเดล เพื่อการพิมพ์สามมิติ

สำหรับผู้ที่เริ่มก้าวเข้ามาในวงการพิมพ์สามมิติ อาจจะสนุกไปกับการโหลดโมเดลที่ถูกใจมาพิมพ์ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งโมเดลสำเร็จรูปนั้นอาจจะไม่ตอบโจทย์ความต้องการหลายๆ ด้าน ไม่ว่างาน หรือเรื่องส่วนตัว ดังนั้นการที่เราสามารถออกแบบ และสร้างโมเดลของเราเองได้ก็เป็นสิ่งที่ควรจะพิจารณา

ในปัจจุบันมีโปรแกรม 3D อยู่มากมายจนน่าเวียนหัว เราได้จัดประเภทของโปรแกรมมาให้ดูแบบง่าย ๆ คุณสามารถเลือกแบบที่ตัวเองชอบ และถนัดเพื่อสร้างสรรค์ผลงานของตัวเอง และยังอาจจะใช้เป็นช่องทางทำเงินได้อีกด้วย

รายการข้างต้นเป็นเพียงทางเลือกที่คนทั่วไปนิยม และเราเห็นว่าเป็นโปรแกรมที่ผู้ใช้งานเริ่มต้นเรียนรู้ได้ง่าย และเร็วที่สุด อย่างไรก็ตามยังมีรายละเอียดเพิ่มเติมที่ต้องพิจารณาในการเลือกโปรแกรมอีกเพื่อให้เข้ากับความถนัดส่วนตัว หากต้องการทราบรายละเอียดมากกว่านี้โปรดเข้าไปดูได้ที่ reddit.com/r/3Dprinting/wiki/makingmodels